มหายุทธ์เทพราชันย์

ตอนที่ 97 : บทที่ 97 : ข่าวการตายของผู้นำตระกูลถัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,464
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 392 ครั้ง
    1 ก.ค. 62

O_o


...ไม่มีทางที่เซียวชุนจะตอบรับข้อเสนอของมันอยู่แล้ว และไต้เสี่ยเองก็หาได้ฟังเสียงร้องตะโกนของพวกมัน กรงเล็บขนาดใหญ่ตวัดฟาดฟันใส่ถังหวงจนร่างของมาถูกแยกออกเป็นชิ้นๆ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็พยายามที่จะฝืนร่างกายของตนเองเพื่อจะหนีไปให้ได้ แต่มันก็ไร้ผลเพราะระดับพลังภายในแตกต่างกันมากจนเกินไป

ทุกครั้งที่ลงมือฆ่า ไต้เสี่ยจะใช้เพียงกรงเล็บจัดการกับพวกมัน เพราะต้องการให้ดูเหมือนถูกอสูรฆ่าตาย เพื่อปกปิดและปกกันไม่ให้คนอื่นๆสงสัยว่ามีใครลงมือฆ่าพวกมันรึเปล่า 10นาทีต่อมาการจัดฉากสังหารกลุ่มตระกูลถังก็จบลง เศษเนื้อกระจัดกระจายวางเกลื่อนกลาดเต็มพื้น เลือดแดงฉานเจิ่งนองไปทั่วบริเวณ เซียวชุนไม่ลืมที่จะนำทรัพย์สินบางส่วนของถังหนานและถังหวงออกมา ก่อนจะนำแหวนมิติสวมคืนที่นิ้วของพวกมัน

     ❝ พวกเรารีบไปจากที่นี่กันเถอะ  ❞ พอเซียวชุนกล่าวจบ ไต้เสี่ยก็จำแลงกายกลับมาเป็นมนุษย์เช่นเดิม จากนั้นพวกเขาทั้งหมดก็รีบออกห่างจากพื้นที่ตรงนั้นในทันที เซียวชุนนำทุกคนไปที่ชั้น 31เพื่อสำรวจต่อ เป้าหมายของเขาคือชั้นที่ 50 ถ้าสำรวจถึงชั้นที่ 50แล้ว เซียวชุนมีแผนที่จะเตรียมตัวออกเดินทางต่อ

หลังจากนั้นประมาณสามวันต่อมา(ภายในหอคอย) มีผู้มาพบกองเศษซากเน่าเหม็นที่ส่งกลิ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ถึงแม้ซากศพจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยแต่ก็พอจดจำได้ว่า ซากศพเหล่านี้คือผู้ใด และผู้ที่มาพบเจอก็คือหน่วยลาดตระเวนของนิกายซือซุยรวมถึงจอมยุทธ์พเนจรอีกหลายสิบคน

ไม่นานข่าวการตายของผู้นำตระกูลถัง ถังหนานและน้องชายของมันถังหวง รวมทั้งผู้ติดตามอีกหลายสิบคน ได้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองจันทร์คราม สาเหตุการตายของพวกมันคือถูกอสูรระดับสูงสังหารอย่างโหดเหี้ยม การตายของพวกมันไม่มีใครสงสัยสักนิดเลยว่าจะเป็นฝีมือของมนุษย์ เพราะผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการฆาตกรรมได้มาตรวจสอบดูแล้ว ว่าสาเหตุมาจากการถูกกรงเล็บขนาดใหญ่ฉีกกระชากร่างกายจนแยกออกจากกันเป็นชิ้นๆ

แน่นอนว่าการตายของตระกูลถังมีผลต่อกลุ่มอำนาจอื่นๆไม่น้อย เพราะพวกเขาคิดว่าอสูรทึ่สามารถสังหารผู้นำตระกูลถังได้นั้นจะต้องเป็นอสูรระดับสูงอย่างอสูรสวรรค์แน่นอน มันถึงได้สามารถสังหารผู้คนจำนวนมากได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ พอรู้ว่ามีอสูรระดับสูงมาอยู่ในพื้นที่ชั้น 13 กลุ่มอำนาจต่างๆก็เริ่มทำการสำรวจอย่างระมัดระวังมากขึ้น 

ไม่นานเซียวชุนและไต้เสี่ยก็เดินทางขึ้นมาถึงชั้นที่ 31โดยไม่มีเก้าพี่น้องร่วมเดินทางมาด้วย ก่อนหน้านี้เซียวชุนได้ไหว้วานให้พวกเขาออกไปสืบข่าวเกี่ยวกับตระกูลใหญ่อีกสามตระกูลที่เหลือ โดยเริ่มจากเมืองจันทร์ครามเป็นที่แรก จากนั้นค่อยเป็นอาณาจักรทะเลหวนและอาณาจักรทะเลคลั่งตามลำดับ 

เซียวชุนเริ่มออกสำรวจทันทีหลังจากตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดดีแล้วด้วยทักษะจิตปราณของเขา เป้าหมายในการสำรวจครั้งนี้คือข่าวคราวเกี่ยวกับดินแดนนิรันดร์ เซียวชุนเชื่อว่าท่านผู้ยิ่งใหญ่นามเข่อซีจวนหยวนจะต้องเคยแวะเวียนมาที่หอคอยอสูรบ้างไม่ที่ใดก็ที่หนึ่ง ขอแค่มีเบาะแสเพียงน้อยนิดก็ยังดี 

~ ภายนอกหอคอยอสูร บริเวณที่พักของเกี๊ยะหลานและคนอื่นๆ

ในตอนนี้เมิ่งหวินสามารถทะลวงสู่ระดับบรรพชนยุทธ์ได้แล้วหลังจากที่พยายามมานานหลายเดือน ทางด้านเมิ่งหยวนหยวนก็สามารถเลื่อนขั้นมาที่จักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงแล้วเช่นกัน นางได้หยุดบ่มเพาะระดับชั่วคราวรวมทั้งเมิ่งหวินด้วย

ส่วนเมิ่งเทียนก็ยังคงฝึกฝนร่างกายและเรียนรู้ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดจากตงฟางเอ้อหลางอยู่ทุกวัน พอตกช่วงบ่ายเมิ่งเทียนก็จะไปเรียนการฝึกสมาธิ ,วิชาแพทย์และการปรุงโอสถจากเกี๊ยะหลาน หลังจากที่ฝึกฝนอย่างหนักร่วมครึ่งปี ตอนนี้เมิ่งเทียนมีพละกำลังอยู่ที่ 4,000จิน รวมถึงความรู้ด้านวิชาแพทย์และการปรุงโอสถ เขาก็เรียนรู้ได้จากเกี๊ยะหลานไปมากกว่า 10%แล้วเช่นกัน

     ❝ ท่านอาจารย์ทั้งสอง ศิษย์ขออนุญาตเดินทางเข้าไปในเมืองได้รึเปล่าขอรับ  ❞ เมิ่งเทียนเดินไปขออนุญาตจากเกี๊ยะหลานที่กำลังดูแลสวนสมุนไพรของนางอยู่ นางนำสวนนี้ออกมาวางที่ด้านนอกเมื่อราวๆสี่เดือนก่อน ส่วนตงฟางเอ้อหลางนอนเล่นอยู่บนแคร่ไม้ที่ตั้งอยู่ไม่ไกล

     ❝ เจ้าอยากจะไปเดินเที่ยวเล่นในเมืองอย่างนั้นรึ  ❞ นางเอ่ยถามแต่สายตายังคงจ้องมองไปที่สมุนไพร สมุนไพรที่นางตั้งใจดูแลอย่างพิถีพิถันอยู่นั้นก็คือสมุนไพรทั้งสิบชนิดที่เซียวชุนได้ฝากฝังให้นางช่วยดูแลก่อนหน้านี้

     ❝ ใช่แล้วขอรับ  ❞

     ❝ เช่นนั้นเจ้าก็ไปเถอะ เจ้าฝึกฝนมามาก แล้ว ถึงเวลาที่ต้องพักบ้าง แต่อย่าลืมพกยันต์อำพรางที่เซียวชุนมอบให้ติดตัวเจ้าไปด้วยล่ะ เพื่อความปลอดภัยของเจ้า ❞ นางเงยหน้ามองไปที่เด็กน้อยด้วยรอยยิ้ม เพราะความปลอดภัยของเด็กน้อยสำคัญที่สุด

     ❝ ขอบคุณขอรับท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ไม่ต้องเป็นห่วง ศิษย์พกยันต์อำพรางที่นายท่านมอบให้ติดตัวตลอดอยู่แล้ว  ❞ เมิ่งเทียนกล่าวตอบ เพราะตั้งแต่ที่เกิดเหตุการณ์ครั้งนั้นขึ้น ตัวมันก็พกยันต์อำพรางติดตัวอยู่ตลอดเวลา ยกเว้นแค่เพียงตอนอาบน้ำเท่านั้น

     ❝ เช่นนั้นก็ดีแล้ว  ❞

     ❝ ถ้าอย่างนั้นศิษย์ไม่รบกวนเวลาของท่านอาจารย์แล้ว ศิษย์ขอตัว  ❞ เมิ่งเทียนประสานมือขึ้นพร้อมกับก้มศีรษะคำนับอาจารย์ทั้งสอง ก่อนจะเดินตรงไปที่เมิ่งหวินซึ่งนั่งอยู่ด้านนอกเขตอาคมเรือนพักของเกี๊ยะหลานด้วยท่าทางตื่นเต้น

     ❝ เจ้าคงได้ยินแล้ว ข้าฝากให้เป็นหน้าที่ของเจ้าแล้วกัน  ❞ เกี๊ยะหลานเอ่ยปากขึ้นหลังจากที่เมิ่งเทียนเดินจากไปแล้ว

     ❝ แน่นอน ข้าไม่มีวันให้ใครมาทำร้ายศิษย์รักของข้าได้แน่  ❞ ตงฟางเอ้อหลางลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะบิดตัวไปมาแล้วลุกเดินออกจากเขตอาคมเรือนพักไป

     ❝ ท่านปู่ ท่านแม่ พวกเราออกไปเดินเล่นที่ในตัวเมืองกันเถอะ  ❞ เด็กน้อยกล่าวชักชวนอย่างตื่นเต้น

     ❝ เทียนเอ๋อ เจ้าขออนุญาตอาจารย์ทั้งสองของเจ้ารึยัง  ❞ เมิ่งหวินกล่าวกับหลานชายของตน

     ❝ พวกเจ้าไปเถอะ ข้าเองก็จะตามไปด้วย นี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วที่พวกเจ้าไม่ได้เดินทางเข้าเมือง  ❞ ตงฟางเอ้อหลางเดินทางมาถึงพอดี

     ❝ แล้วแม่นางเกี๊ยะหลานล่ะ  ❞ เมิ่งหยวนหยวนเอ่ยถามบ้าง

     ❝ อย่าได้กังวลเกี่ยวกับนางเลย ไม่มีใครสามารถรุกล้ำเข้าไปในเขตแดนอาคมป้องกันรอบๆเรือนไม้ได้หรอก หากคนผู้นั้นไม่ได้รับอนุญาตจากนาง  ❞ ตงฟางเอ้อหลางเอ่ยปากอีกครั้ง เมิ่งหยวนหยวนและเมิ่งหวินต่างพยักหน้าเบาๆเมื่อได้ฟังคำอธิบาย หลังจากนั้นทั้งสี่คนก็ออกเดินทางไปที่เมืองจันทร์ครามในทันทีด้วยม้าที่พวกเขาใช้เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้านี้

หลายเดือนมานี้ไม่ได้มีทีท่าว่าการค้าขายโอสถต้านพิษหมอกอสูรจะซบเซาลงแม้แต่น้อย กลับยิ่งมีจอมยุทธ์จากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาที่นี่เพื่อสำรวจหอคอยอสูรมากขึ้น สถานที่ลึกลับที่นับหมื่นปีถึงจะปรากฏากครั้งมีหรือที่พวกเขาจะไม่อยากเข้ามาสำรวจ สถานที่เช่นนี้มันย่อมเต็มไปด้วยทรัพยากรที่มากมายอย่างไม่ต้องสงสัย

ตงฟางเอ้อหลางและคนอื่นๆเดินทางมาได้ไม่นานก็มาถึงเมืองจันทร์คราม พวกเขาฝากม้าทั้งสี่ตัวเอาไว้ที่โรงเตี๊ยม พร้อมกับจับจองห้องพักเอาไว้สามห้อง เพราะพวกเขาคงใช้เวลาอยู่ที่เมืองไท่หยินซักระยะ ตอนนี้ทั้งสี่คนเดินเที่ยวชมตลาดในยามบ่าย แสงแดดอ่อนๆกำลังพอดี ทำให้บรรยากาศไม่ร้อนอบอ้าวจนเกินไป 

เมิ่งหยวนหยวนเดินผ่านร้านขายเสื้อผ้าของผู้หญิง นางยืนจ้องมองด้วยความสนใจอยู่ชั่วครู่ แต่ก็ไม่ได้เข้าไปเลือกซื้อ

     ❝ ถ้าหากเจ้าชอบ ทำไมเจ้าไม่เข้าไปเลื อกซื้อมันล่ะ  ❞ ตงฟางเอ้อหลางเห็นนางยืนมองด้วยความสนใจอยู่นาน แต่นางกลับไม่เดินเข้าไปด้านใน เลยเอ่ยถามด้วยความสงสัย

     ❝ ตอบท่านตามตรง เงินที่ข้าและท่านพ่อนำติดตัวมาด้วย ได้ถูกใช้จ่ายไปกับค่าโอสถและค่ารักษาของเมิ่งเทียนหมดแล้ว  ❞ นางกล่าวตอบด้วยสีหน้าหม่นหมอง ก่อนจะชำเลืองมองไปที่ร้านขายเสื้อผ้าอีกครั้ง

     ❝ รับไป นี่คือเงินส่วนกลางที่เซียวชุนเคยฝากเอาไว้ที่ข้า ข้าได้แบ่งมันออกเป็นหลายส่วนในยามที่จำเป็นต้องใช้  ❞ ตงฟางเอ้อหลางยื่นแหวนมิติระดับต่ำให้กับเมิ่งหยวนหยวน 

     ❝ แต่มันคือเงินของนายท่าน ข้าคงไม่กล้ารับเอาไว้  ❞ เมิ่งหยวนหยวนส่ายหน้าปฏิเสธ

     ❝ เจ้าแค่เพียงรับมันไป เซียวชุนไม่มีทางปล่อยให้ผู้ติดตามของเขาต้องลำบากหรอก ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่มอบโอสถระดับหกที่ล้ำค่าขนาดนั้นให้กับพวกเจ้า โอสถลมปราณนิทราระดับหกเพียงเม็ดเดียว ก็มีราคานับล้านเหรียญทองแล้ว ❞ ตงฟางเอ้อหลางกล่าวขึ้นอีกครั้ง จึงทำให้เมิ่งหยวนหยวนยอมรับเอาแหวนมิติไปแต่โดยดี นางส่งพลังภายในเข้าไปตรวจดูภายในแหวน พบว่ามีเงินอยู่ข้างในมากถึง 50ล้านเหรียญทอง ทรัพย์สมบัติที่นางนำติดตัวมาด้วยมันเทียบไม่ได้เลยกับเงินจำนวนนี้ นางหันมามองที่ตงฟางเอ้อหลางและกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง

     ❝ เจ้าไม่ต้องกล่าวสิ่งใดอีกแล้ว ก็อย่างที่ข้าเคยบอก เซียวชุนไม่ใช่คนที่จะหวงแหนในทรัพย์สมบัติที่เขามี หากมันถูกใช้จ่ายจนหมดเขาก็หาวิธีนำเงินจำนวนนั้นกลับมาใหม่ได้ และอีกอย่างเงินในส่วนที่ข้าให้เจ้าคือเงินส่วนกลาง ที่เซียวชุนมอบให้ ทุกๆคนสามารถใช้จ่ายได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องขออนุญาตจากเขา  ❞ ตงฟางเอ้อหลางรู้ว่านางจะเอ่ยสิ่งใด เขาจึงกล่าวตอบยืนยันให้นางสบายใจ 

     ❝ ขอบคุณ  ❞ กล่าวจบนางก็เดินเข้าไปที่ร้านขายเสื้อผ้าในทันที

ทางด้านเมิ่งหวินและเมิ่งเทียนก็สนใจงานแกะสลักและสมุนไพรที่วางขายอยู่ใกล้ๆกัน หลังจากสอบถามราคาดูแล้ว ทั้งคู่ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ เพราะมันมากกว่าเงินที่พวกเขามีตอนนี้เสียอีก

ตงฟางเอ้อหลางได้มอบเงินอีกจำนวน 50ล้านเหรียญทองให้กับทั้งสองคนเอาไว้ใช้จ่ายร่วมกัน ในตอนแรกทั้งสองก็ปฏิเสธที่จะรับเงินเมื่อรู้ว่าเงินจำนวนนี้เป็นของเซียวชุน แต่พอได้ฟังเหตุผลที่ตงฟางเอ้อหลางอธิบาย พวกเขาจึงยอมรับเงินจำนวนนั้นไป

ทั้งสี่คนเดินเที่ยวชมตลาดอยู่นานจนกระทั่งพลบค่ำ ท้องฟ้าก็กำลังมืดลงเล็กน้อย ในระหว่างที่กำลังเดินทางกลับไปที่โรงเตี๊ยม จู่ๆก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาขวางทางทั้งสี่คนเอาไว้

     ❝ พวกท่านโปรดหยุดก่อน  ❞ จากนั้นชายหนุ่มอีกคนก็เดินเยื้อย่างเข้ามาทักทายเช่นกัน

     ❝ ตัวข้ามีนามว่าเจียงซวน เป็นบุตรคนที่สี่ของผู้นำตระกูลเจียงคนปัจจุบัน..แม่นางท่านนี้เจ้ามีนามว่าอะไร เจ้ามีความสนใจจะไปทำงานเป็นสาวใช้ที่ตระกูลของข้าหรือไม่ ข้าสามารถช่วย......  ❞ ชายหนุ่มที่ชื่อเจียงซวนมันส่งสายตาของชายหนุ่มเจ้าสำราญมาที่เมิ่งหยวนหยวนอย่างไม่ปิดบัง อีกเหตุผลหนึ่งก็คงเป็นเพราะนางแต่งชุดเก่าๆแบบชาวบ้านทั่วไป จึงทำให้เจียงซวนพยายามชักชวนนางไปที่ตระกูลของมัน

     ❝ ข้าไม่เห็นอยากจะรู้เลยว่าเจ้าเป็นใคร หลีกทางไปซะ ข้าจะรีบกลับไปนอนพักผ่อน  ❞ ในขณะที่ชายหนุ่มคนนั้นกำลังโอ้อวดตัวเองอยู่ ตงฟางเอ้อหลางก็กล่าวตอบด้วยความรำคาญ เพราะมันรู้ดีว่าจุดประสงค์ของอีกฝ่ายที่เข้ามาทักทายอย่างกระทันหันเช่นนี้คงเป็นเพราะมันคาดหวังในตัวของเมิ่งหยวนหยวนอย่างแน่นอน ถึงแม้ความงามของนางจะสู้เกี๊ยะหลานไม่ได้ แต่อย่างน้อยนางก็งดงามกว่าสตรีที่ยืนอยู่ข้างๆชายหนุ่มคนนั้นที่ชื่อเจียงซวน

     ❝ บัดซบ!! เจ้านายของข้า...  ❞ ผู้ติดตามของมันปรี่เข้ามาพร้อมมีเรื่อง ยังไม่ทันที่ผู้ติดตามคนนั้นจะกล่าวจบ ตงฟางเอ้อหลางก็ยืนมือไปจับที่ใบหน้าของมันอย่างรวดเร็ว พร้อมกับออกแรงบีบเล็กน้อยจนทำให้อีกฝ่ายร้องโหยหวนออกมาอย่างเจ็บปวด

     ❝ อย่าบังอาจทำให้ข้าต้องเสียเวลาพักผ่อน ต่อให้ผู้นำตระกูลเจียงเดินทางมาด้วยตนเอง ข้าก็หาได้หวาดกลัว  ❞ ตงฟางเอ้อหลางปลดปล่อยพลังภายในระดับวีรชนยุทธ์ออกมา เมื่อพวกมันได้รับรู้ถึงความสามารถของชายที่อยู่ตรงหน้าของมันแล้ว ตอนนี้ชายหนุ่มคนนั้นและผู้ติดตามของมันถึงกับหน้าตาซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด

     ❝ ท่านจอมยุทธ์ได้โปรดสงบใจลงก่อน อย่าได้มีเรื่องมีราวกันเลย  ❞ ในระหว่างนั้นผู้มาใหม่ก็ได้เข้ามาห้ามความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้น

     ❝ ตัวข้ามีนามว่าฮุยวู เป็นผู้ดูแลความปลอดภัยของเมืองจันทร์ครามในช่วงเช้า  ❞ ชายวัยกลางคนประสานมือขึ้นกล่าว

     ❝ ท่านผู้ดูแล  ❞ ตงฟางเอ้อหลางประสานมือขึ้นตอบ

     ❝ ท่านจอมยุทธ์ได้โปรดเห็นแก่หน้าข้าสักครั้งเถิด ตัวข้าพึ่งมารับตำแหน่งนี้ได้ไม่ถึงปี คงได้แต่ขอร้องท่านให้ช่วยปล่อยคนของตระกูลเจียงไปก่อนจะได้หรือไม่  ❞

ผู้ดูแลฮุยวูพยายามเจรจาเพื่อให้เรื่องราวจบลงด้วยดี เพราะตัวมันพึ่งมารับตำแหน่งแทนผู้ดูแลคนเก่าที่เกษียรตัวเองกลับไปพักผ่อนที่ตระกูล มันจึงไม่อยากให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตขึ้นในพื้นที่เมืองที่มันดูแลอยู่

     ❝ หากเป็นความต้องการของท่านผู้ดูแลกล่าวเช่นนั้นข้าก็พร้อมจะทำตาม เดิมทีข้าก็ไม่คิดอยากจะมีเรื่อง แต่ผู้คนจากตระกูลเจียงนั้นชั่งไร้ความสามารถในการสั่งสอนบุตรหลาน ให้รู้จักคำว่ามารยาทและกาลเทศะ ข้าเลยต้องอบรมสั่งสอนพวกมันเสียหน่อย  ❞ พอได้ยินตงฟางเอ้อหลางกล่าวตอบเช่นนี้ ผู้ดูแลฮุยวูได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

     ❝ หากข้าพบเจอสถานการณ์เช่นนี้ที่นอกเมืองล่ะก็ เจ้าคงได้ถูกข้าสั่งสอนแทนบิดาของเจ้าแน่  ❞ ตงฟางเอ้อหลางหันไปพูดคุยกับเจียงฮวนที่กำลังยืนเหงื่อแตกอยู่ด้วยความหวาดหวั่น ก่อนที่เขาจะประสานมือกล่าวลาผู้ดูแลฮุยวู แล้วพาทั้งสามคนเดินจากไป ท่ามกลางสายตามากมายจ้องมองมาที่พวกเขาอย่างหวั่นเกรง

10วันต่อมา ที่อาณาจักรทะเลหวน ในเขตปกครองตะวันออกเมืองวุยกง

ข่าวการตายของผู้นำตระกูลถังและผู้ติดตามทั้งหมด ได้แพร่กระจายไปจนถึงเมืองวุยกงเขตปกครองตะวันออกของอาณาจักรทะเลหวนแล้วเช่นกัน ทำให้ผู้คนในตระกูลที่เหลือต่างหวาดผวาเกรงว่าตระกูลของพวกมันจะถูกกวาดล้าง แต่โชคดีของพวกมัน ที่ผู้นำตระกูลเจียงส่งบุตรหลานของมันและภรรยาของเขาที่เป็นบุตรหลานของตระกูลถัง กลับมาดูแลตระกูลถังที่เมืองวุยกง ความวุ่นวายจึงไม่เกิดขึ้น เพราะคงไม่มีตระกูลเล็กๆไปจนถึงตระกูลระดับกลางตระกูลไหน มีความกล้าพอที่จะต่อกรกลับตระกูลอันดับสามของทวีปจันทร์ครามอย่างตระกูลเจียงแน่นอน

~ เขตปกครองใต้ ก็ได้ทราบข่าวเช่นกัน

การตายของคนในตระกูลถังสร้างความปรีติยินดีให้กับอู่อิ๋งชุนคุณหนูรองแห่งตระกูลอู่ไม่น้อย เพราะต่อจากนี้นางจะได้ไม่ต้องกังวลใจเกี่ยวกับถังเฟิงอีก เพราะข่าวได้แจ้งมาว่า ถังหนาน ถังหวง ถังเฟิง ถังฟ่าน และยอดฝีมือของตระกูลถังอีกกว่า 400คนได้ตายไปหมดแล้วจากฝีมือของอสูร เหลือเพียงถังเซินที่เข้าร่วมนิกายซือซุย และถังเหยาเหยาที่แต่งงานกับคุณชายใหญ่ตระกูลเจียงและย้ายไปอยู่ที่เมืองจันทร์ครามแล้ว




##  ปุกาศ ปุกาศ ทีแรกตั้งใจจะลงวันละสองตอน แต่คงไม่ได้แล้ว จันทร์-ศุกร์อาจจะได้วันละตอน เสาร์-อาทิตย์ ลงให้สองตอนตามปกติครับ ช่วงนี้งานเยอะ เวลาพักน้อย ต้องขออภัยล่วงหน้าด้วยครับ  แต่ถ้าวันไหนงานเสร็จไวอาจจะเบิ้ลสองตอนให้ตามปกติครับ ..ขอบคุณครับ #$





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 392 ครั้ง

770 ความคิดเห็น

  1. #583 P`ไวท์ สโนไวท์ (@lovebour) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 15:02
    ขอบคุณค่ะ รักษาสุขภาพด้วย จะได้เขียนนิยายนานๆ
    #583
    0
  2. #581 Wissarut Khammee (@rutzaa009) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 01:56

    สนุกครับ ติดตามทุกวันhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-11.png

    #581
    0
  3. #580 Eakkalak53 (@Eakkalak53) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 00:50
    ระดับพลังพระเอกไม่เพิ่มขึ้นเลยหรอครับ
    #580
    0
  4. #579 Omg (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 21:44

    พักบ้างดีแล้วจะได้ออกมาดีสุๆๆๆๆ

    #579
    0
  5. #578 CT_GAS91 (@CT_GAS91) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 21:02
    ขอบคุณครับ
    #578
    0
  6. #577 khunmos (@khunmos) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 20:50
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png ขอบคุณคราฟ
    #577
    0
  7. #576 คิม (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 20:50

    ขอบคุณค่ะ

    #576
    0
  8. #575 Lalla Elizabeth (@minghao00luhan77) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 20:36
    ได้ค่ะไรท์ สุขภาพไรท์มาก่อนอยู่แล้ว แค่ไม่เท รีดรอได้ค่ะ
    #575
    0
  9. #574 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 20:29
    ขอบคุณครับ รอต่อปาย
    #574
    0
  10. #573 deekwanemaime (@deekwanemaime) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 20:27
    สู้ๆครับรอติดตาม
    #573
    0
  11. #572 198851988 (@198851988) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 20:27

    สนุกดีคับ
    #572
    0
  12. #571 dfrdz007 (@dfrdz007) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 20:22
    สนุกคับ
    #571
    0
  13. #570 Parichat1009 (@Parichat1009) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 20:09

    ค้างมากกก
    #570
    0
  14. #569 xsouxsou (@tawachchai2011) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 20:07

    สนุกมากครับ
    #569
    0