คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 100 : บทที่ 84 เบาะแสของแหวน


     อัพเดท 24 มี.ค. 60
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 2,786 Overall : 679,516
15,917 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7629 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 100 : บทที่ 84 เบาะแสของแหวน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 13328 , โพส : 398 , Rating : 8% / 177 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



 

 

 

บทที่ 84 เบาะแสของแหวน

 

 

 


 

 

 

เช้าวันต่อมา

 

วอดก้าลืมตาขึ้น  สูดกลิ่นอายคุ้นเคยที่ชวนให้อบอุ่นและสบายใจก่อนจะลืมตาขึ้น   แสงแดดอ่อน ๆ ที่ลอดผ่านผ้าม่านชวนให้ง่วงงุนยิ่งกว่าเดิม

 

วอดก้าหลับตาอย่างผ่อนคลาย  รับรู้ถึงแขนและร่างกายที่ถูกกอดรัดเหมือนทุกเช้าที่ตื่นมา  หูได้ยินเสียงหนึ่งดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอชวนให้รู้สึกดีและเสมือนจะกล่อมให้หลับ

 

เสียงหัวใจที่ดังตุบ ๆ บอกเค้าลางความมีชีวิตและร่างกายอุ่น ๆ ที่โอบล้อมเหมือนจะคุ้มภัย  ทั้งหมดทั้งมวลนี่ทำให้วอดก้าเคลิ้มและอยากจะหลับต่อไปเสียทุกครั้ง

 

เดี๋ยว...เขาถูกกอด ?

 

เสียงหนึ่งถามในใจก่อนเปลือกตาขาวจะเปิดพรึ่บเพื่อเห็นใครคนหนึ่งในสายตา  ใบหน้าคมคายของเจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์ยังชิดใกล้เหมือนทุกครั้งที่ตื่นมา

 

วอดก้ายันตัวลุก

 

“ ไดซ์...ไดซ์ ” 

 

เขย่าตัวเจ้าชายหนุ่มเบา ๆ ขณะเหลียวมองรอบตัว 

 

พาราไดซ์ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น  หลงเหลือความง่วงงุนอยู่เล็ก ๆ ยามยกศีรษะขึ้น

 

“ หืม ? ” 

 

ขานรับในลำคอสั้น ๆ เป็นเชิงถาม  วอดก้าดูนาฬิกา  ตอนนี้ 7 โมงเช้าแล้วแต่ที่เขาสงสัยคือทำไมพาราไดซ์กับตัวเองถึงได้มานอนบนเตียงเดียวกันได้ทั้งที่ควรจะเป็นวิสกี้ซึ่งวอดก้าลากมานอนด้วยเมื่อคืน

 

“ ทำไมนายมานอนนี่แล้ววิสกี้ไปไหน ? ” 

 

“ วิมเลทพาไปนอนด้วยแล้ว...” 

 

เจ้าชายหนุ่มตอบในลำคอ  วอดก้าขมวดคิ้ว

 

“ แล้วทำไมฉันถึงไม่รู้ตัวล่ะ  แล้วนาย-- ”  เสียงคนพูดเงียบลง

เมื่อคนที่ดูง่วงนอนอย่างหนักจากการเตรียมงานโรงเรียนยันลุกใช้ริมฝีปากตัวเองปิดปากคนพูด

 

วอดก้านิ่งค้างกับสัมผัสนั้นแม้จะไม่ถูกล่วงเกินใด ๆ 

 

ท่อนแขนแกร่งคว้าตัวคนที่นั่งอยู่ให้ล้มตัวลงนอนต่อพร้อมพูดอย่างเอาแต่ใจ

 

“ นอนต่อเถอะ  วันนี้ไม่มีอะไรมาก  กว่าการประลองจะเริ่มก็ตอนบ่ายโมง ” 

 

“ แล้วงานอารักขา ? ” 

 

พาราไดซ์ดีดนิ้วเปาะ ละอองแสงสีทองก็พุ่งทะลุออกจากห้องไป

 

“ เรียบร้อยแล้ว ” 

 

พาราไดซ์พูดเสียงพร่าอย่างพึงพอใจ  แขนหนากอดรัดวอดก้าแน่นขึ้นไปอีก

 

“ ไดซ์...ยังคุยกันไม่จบเลยนะ ”  ดูเหมือนวอดก้าจะไม่ยอมปล่อยไปง่าย ๆ เมื่อตัวเองไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อคืนนี้  ก่อนวอดก้าจะชะงักเมื่อแก้มที่เริ่มสากนิด ๆ ของพาราไดซ์ถูไถแก้มของเขาแผ่วเบา  พร้อมเจ้าชายหนุ่มที่ปรือตาพูดเสียงอ้อนอ่อน

 

“ นอนกันเถอะ...นะ...ง่วงมาก ๆ เลย... ” 

 

อากัปกิริยาที่เหมือนเด็กนั่นทำให้วอดก้าติดสตั้นท์รุนแรงเพราะเขายังไม่เคยเจอพาราไดซ์โหมดอ้อนขนาดนี้  และเหมือนพาราไดซ์จะยังคิดว่าไม่พอ  เจ้าตัวจึงลักจูบที่มุมปากวอดก้าแผ่วเบาแล้วจึงดึงวอดก้าไปชิดอก

 

“ นอนนะครับ  ไดซ์อยากนอนกอด วอดก้ามาก ๆ... ” 

 

“ .......... ”  วอดก้าไร้ซึ่งคำพูดใด ๆ และรับรู้ได้ว่าใบหน้าตัวเองนั้นกำลังร้อนผ่าวจนถึงที่สุด  ในใจก็ลอบตื่นตระหนก

 

ซวยล่ะ  ถ้าเกิดเธอแพ้มาดอ้อนแบบนี้ของพาราไดซ์  เวลาอีกฝ่ายต้องการอะไรเธอคงขัดไม่ได้แน่

 

และวอดก้าก็เร่งคิดแผนสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองโดยด่วน  และหวังว่าพาราไดซ์จะไม่ใช่โหมดนี้บ่อยนักเพราะเธอ...ไม่รอดแน่

 

แล้ววอดก้าก็เคลิ้มหลับไปอย่างง่ายดายเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่ายโดยลืมข้อสงสัยว่าพาราไดซ์ส่งอะไรออกไปตอนเขาถามเรื่องงานอารักขาองค์เซฟีรัส

 

แน่นอนว่าสาสน์นั้นต้องส่งไปหาผู้เป็นพ่อของเจ้าตัวอยู่แล้ว

 

 

 

 

 

 

กษัตริย์แห่งทริสทอร์แทบเต้นผางเมื่อได้รับข้อความจากลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่ส่งข้อความมาบอกว่าขอลาหน้าที่อารักขาในตอนเช้า  

 

ตอนแรกองค์เซฟีรัสก็ตกใจและคิดว่าอาจเกิดเหตุร้ายกับผู้เป็นลูกผู้ซึ่งเป็นคนมีความรับผิดชอบอย่างยิ่งยวดต่อหน้าที่   เลยลองเรียกให้เบรูสส่งเวทมนตร์ไปค้นหาว่าตอนนี้พาราไดซ์กำลังทำอะไรอยู่และบาดเจ็บหรือไม่เพื่อที่พระองค์จะได้ส่งคนไปดูแลได้

 

เบรูสที่ตั้งอกตั้งใจส่งพลังเวทมนตร์ตามหาเจ้าชายรัชทยาทของรัฐจนพบตคิดสตั้นท์กับภาพในหัวของตนที่ฉายภาพห้องนอนขนาดกลางที่มีเตียงกว้างและมีสองคนกำลังนอนหลับสนิทอยู่

 

แน่นอนว่าเป็นใครไปไม่ได้นอกจากวอดก้าที่กำลังซุกตัวหลับในอ้อมกอดของเจ้าชายหนุ่มที่คางอยู่บนศีรษะของวอดก้า   สองร่างกอดกัดแนบชิด  ดูเป็นภาพที่อ่อนโยนและละมุนละไมเมื่อริมฝีปากของทั้งคู่แย้มยิ้มบาง ๆ อย่างผ่อนคลายและไว้วางใจซึ่งกันและกันล

 

เบรูสอ้าปากค้าง

 

“ ทำไม “ เกิดสิ่งใดขึ้นเบรูส ? ”  องค์เซฟีรัสเอ่ยปากอย่างร้อนอกร้อนใจเมื่อเห็นสีหน้ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออกของเจ้ากรมข่าวสาร

 

“  เอ่อ...ฝ่าบาท  องค์ชายปลอดภัยดีพะยะค่ะ ” 

 

“ แล้วทำไมเจ้าถึงทำหน้าแปลก ๆ ? ” 

 

“ ........... ” 

 

คนทำหน้าแปลก ๆ เงียบอย่างไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร

 

 “ มาให้ข้าดูซิว่าพาราไดซ์ทำอะไรอยู่ ”  องค์เซฟีรัสที่เห้ฯเรื่องราวเหมือนจะมีพิรุธกวักมือเรียกให้เบรูสเข้าไปหา  เจ้ากรมข่าวสารที่รู้สึกหัวใจเหมือนจะวายาขยับเข้าไปใกล้ช้า ๆ ก่อนจะแตะฝ่ามือของนายเหนือหัวที่หงายมือขึ้น

 

ภาพในหัวหลั่งไหลถ่ายทอดไปให้กษัตริย์ผู้เป็นห่วงบุตรชายของตนครบทุกฉากที่เห็นเมื่อครู่

 

องค์เซฟีรัสหางคิ้วกระตุกพร้อมโทสะที่เหมือนจะพวยพุ่งสูงว่าลูกชายตัวดี  ขอหนีงานไปนอนกอดหนุ่มในดวงใจอย่างสบายอารมณ์

 

“ เจ้าลูกบ้า !!! ” 

 

และคริสโตเฟอร์กับเบรูสก็ต้องพยายามห้ามปรามผู้เป็นนายที่โกรธจนหน้าแดงและขวนขวายจะไปแยกลูกชาย (แท้ ๆ) กับหลานชาย (ไม่แท้) ที่ตนเอ็นดูออกจากกันให้ได้

 

 

 

 

คริสโตเฟอร์ได้รับมอบหมายให้ไปส่งบางอย่างให้ผู้อำนวยการของโรงเรียนอย่างราฟาเอล   องครักษ์ส่วนพระองค์กำลังมองหาคนถามเพื่อที่จะไปห้องทำงานผู้อำนวยการและเขาก็พบเด็กคนหนึ่งกำลังหันหลังคุยกับเพื่อนอยู่

 

“ เฮ้...เธอพอจะรู้ไหม---จิน ?! ”  คริสโตเฟอร์ที่ส่งเสียงเรียกและตั้งใจจะถามทางเรียกชื่อเด็กที่หันมาด้วยความคาดไม่ถึง  

 

จินเลิกคิ้วสูงก่อนจะยิ้มลาให้กับเซซิเลียที่ขอตัวออกไปก่อน   จินถามด้วยสีหน้าแสร้งสงสัย

 

“ รู้จักผมด้วยหรือครับ ? ” 

 

แน่นอนว่าตอนไปหมู่บ้านซาเยียร์ที่แถบชายแดนรัฐคริสโตเฟอร์ก็ปลอมตัวไปเพราะมีความเป็นไปได้ที่ศัตรูอาจจะจำหน้าเขาเอาไว้ในฐานะองครักษ์ส่วนพระองค์กษัตริย์แห่งทริสทอร์และแม่ทัพใหญ่ของรัฐ  ตอนนั้นเขาจึงปลอมตัวเป็นชายวัยกลางคนธรรมดา

 

ดังนั้นตอนนี้จินจึงไม่น่าจะรู้จักคริสโตเฟอร์ได้

 

“ ได้ยินมาจากวอดก้าน่ะ  ”  ยกเด็กอีกคนมาอ้าง  พอเห็นคิ้วของเด็กหนุ่มเลิกสูงอย่างฉงนจึงกล่าวแนะนำตัว

 

“ ข้าคริสโตเฟอร์  เรฟา องครักษ์ส่วนพระองค์ของกษัตริย์แห่งทริสทอร์ ” 

 

“ เอ่อ...จิน โครซานอสครับ ผู้คุมกฏซ้ายหอสราท ”  จินโค้งตัวทักทายอย่างสุภาพก่อนจะเงยหน้าขึ้นถาม “ มีอะไรให้ผมช่วยหรือครับ ? ”   

 

คริสโตเฟอร์ที่ตอนแรกตั้งใจถามทางเปลี่ยนเป้าหมายของตัวเอง

 

“ ช่วยนำทางไปห้องผู้อำนวยการหน่อยได้ไหม ? ” 

 

แน่นอนว่าคำตอบของจินจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก...

 

“ ด้วยความยินดีครับ ”  พร้อมรอยยิ้มกว้างขวางที่เคยคุ้นตาของคริสโตเฟอร์เมื่อตอนอยู่แถบหมู่บ้านซาเยียร์  ซึ่งเขาเคยเรียกจินว่า เจ้าตัวยิ้มเก่งเพราะเด็กหนุ่มชอบยิ้มกว้าง ๆ ให้เขาเห็นและมักมีรอยยิ้มตลอดเวลา  และที่สำคัญซึ่งขาดไปไม่ได้เลยคือลักษณะนิสัยหิ้วตุ๊กตาหมีสีขาวตัวหนึ่งไว้กับตัวตลอดเวลา

 

คริสโตเฟอร์สงสัยและอยากฟังมุมมองของจินที่มีต่อเคียร์หลานชายของเขาและอยากจะถามให้แน่ชัดถึงความรู้สึกของจิน  ที่ถึงแม้เขาจะเห็นว่าเคียร์จูบเด็กหนุ่มไปแล้วแต่คริสโตเฟอร์กลับรู้สึกว่าจินอ่อนต่อโลกเกินไปและอาจไม่ได้ตระหนักในความรู้สึกของตัวเองเลยก็เป็นได้

 

 

 

 

 

รัมที่กำลังเริ่มเก็บสมุนไพรในเรือนกระจกตามเวรที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลเรือนกระจกที่ปลูกสมุนไพรไว้เนื่องจากบางครังรัมก็มักแวะเวียนมาขอสมุนไพรบางตัวไปใช้เลยถูกเรียกใข้งานบ้าง

 

แล้วรัมก็ยืดตัวขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูเรือนกระจกขึ้นและเขาก็รีบวางตะกร้าสมุนไพรลงทันทีเมื่อเห็นคนที่ก้าวเข้ามา

 

“ ท่านเซอร์ไล ”  ร้องเรียกอีกฝ่ายอย่างยินดี  ก่อนรัมจะเหมือนนึกขึ้นได้จึงปรับบุคลิกตนให้ดูสุขุมและเยือกเย็นเหมาะสม  มือทั้งสองข้างประสานกันขณะปรี่ไปหา

 

“ สบายดีนะรัม ”  เซอร์ไลทักลูกศิษย์ที่ไม่เคยเรียกขานเขาว่า อาจารย์สักครั้งแม้จะได้รับเลือกให้เป็นศิษย์ของเขา  แม้เจ้าตัวจะบอกว่าตัวเองไม่คู่ควรแต่เซอร์ไลก็พอมองออกว่าบางทีรัมอาจจะมีความทรงจำฝังใจกับคำว่า อาจารย์เพราะทักษะต่างๆ  ของรัมเข้าขั้นสูงมากจนอาจเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะในช่วงอายุเพียงเท่านี้แต่ยามที่เซอร์ไลพูดเกริ่นถึงคนสอนรัมทีไร  รัมมักจะมีดวงตาเศร้าหมองโดยไม่รู้ตัวและพยายามเปลี่ยนเรื่องไปพูดเรื่องอื่นเสมอ  เซอร์ไลจึงวางคำทักท้วงของแพทย์อื่น ๆ ที่ค้านบอกว่ารัมไม่ให้เกียรติเขาทิ้งไป  

 

แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เซอร์ไลต้องยอมรับว่าชื่นชอบและเอ็นดูในความว่าง่ายของรัมไม่น้อย  เพราะฉะนั้นเขาจึงใช้เวลาที่ว่างงานนี้มาทักทายลูกศิษย์ของตัวเอง

 

“  สบายดีครับ  ท่านเซอร์ไลคงมากับขบวนเสด็จของทริสทอร์ใช่ไหมครับ ? ” 

 

รับผายมือเชื้อเชิญผู้อาวุโสกว่าไปที่โต๊ะน้ำชาในเรือนกระจกสำหรับให้แขกชม  สะบัดมือวูบเดียวชุดน้ำชาและของวางก็วางบนโต๊ะ  รัมถึงขนาดดึงเก้าอี้ออกเพื่อให้เซอร์ไลได้นั่ง  ตัวเองจึงค่อยนั่งตามและค่อย ๆ รินชาสมุนไพรหอมกรุ่นที่มีควันขาว ๆ ลอยละอ่องลงถ้วยชากระเบื้องสวย

 

“ เชิญครับ ” 

 

“ ขอบใจมาก ”  เซอร์ไลจิบชาอึกหนึ่ง  สัมผัสแรกคือความอุ่นที่ไหลลื่นลงไปในลำคอ  ก่อนจะกลายเป็นรสชาติหวานนุ่มติดลิ้นและกลิ่นที่ติดจมูก  มันเหมือนผสานด้วยสมุนไพรหลากหลายและมากกว่าสิบชนิด  ไม่เพียงแต่ทำให้รู้สึกดีแต่ยังทำให้รู้สึกผ่อนคลายอีกด้วย

 

“ นี่เป็นชาที่ผมผสมเองครับ ”  รัมตอบด้วยคำพูดสุภาพและอากัปกิริยาสงบเสงี่ยมทุกครั้งยามคุยกับเซอร์ไล  เขารินชาให้ใหม่เมื่ออีกฝ่ายดื่มมันหมดอย่างรวดเร็ว “ คิดว่าท่านน่าจะชอบ ” 

 

“ มันรสชาติดีมากเลย  จะว่าอะไรไหมที่ข้าขอเอากลับไปด้วยเป็นของที่ระลึก ? ” 

 

รัมยิ้มจาง ๆ ให้

 

“ เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ ” 

 

แน่นอนว่าเซอร์ไลไม่ได้ต้องการเพียงแค่มาทักทายรัมเท่านั้น  เขาเหมือนกับเพื่อนสนิทคนอื่น ๆ ที่ต้องการจะลองมองมุมของของเด็กหนุ่มที่เพิ่งรู้จักกันกับลูก ๆ หลาน ๆ ของตน

 

ถ้าเกิดความรู้สึกของรัมและบราวน์ไปได้ว่าจะตรงกัน...

 

ถ้าเกิดเป็นไปได้ที่เด็กทั้งสองจะเป็นอีกครึ่งชีวิตของกันและกัน...

 

เซอร์ไลจะได้รีบบอกปัดจดหมายหมั้นจากคนรู้จักทั้งหมดทั้งมวลก่อนจะโดนลูกชายแท้ ๆ วางยาพิษเอา....

 

นี่ไม่ได้ล้อเล่นนะ  เพราะเจ้าลูกชายตัวแสบเคยแอบวางยาพิษเขาเป็นว่าเล่นจนเซอร์ไลสามารถพัฒนาฝีมือของตัวเองมาได้จนถึงขั้นที่กินยาพิษก็จะรู้ตัวได้ทันที

 

มองรัมที่ตัดแบ่งเค้กผลไม้ที่ไม่หวานเลี่ยนส่งให้  ของว่างบนโต๊ะทั้งหลายซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเคยบอกรัมไว้เมื่อนานมาแล้วว่าชอบทาน  เขายังไม่ได้บอกใช่ไหมว่าสิ่งที่ชอบมากที่สุดในตัวรัมไม่ใช่ที่เด็กหนุ่มเรียนรู้เร็ว  ไม่ใช่ที่รัมเป็นคนสุภาพอ่อนน้อม  ไม่ใช่ที่ความฉลาดของเจ้าตัว

 

แต่มันคือความช่างสังเกตและช่างเอาใจใส่คนรอบตัวต่างหากที่ทำให้เซอร์ไลชอบและไม่คิดจะขวางความรู้สึกของบราวน์ที่เด่นชัดแล้วว่าคิดยังไงกับลูกศิษย์ของเขา

 

เพราะถ้าเป็นรัม  ออร์เรย์ลองคนนี้...

 

เซอร์ไลคิดว่าตัวเองสามารถวางใจได้

 

ดังนั้นสิ่งที่เหลือคือถามความรู้สึกของรัมว่าคิดยังไงกับบราวน์หรือคิดในแนวไหนกันแน่ ?

 

“ รัม...เจ้าน่ะ ” 

 

“  ??? ”

 

 

 

 

  อีกด้านหนึ่ง  เซเทอลีนยกนิ้วขึ้นกัดเล็บขณะรอโอกาศบางอย่างอยู่มุมกำแพง 

 

“ ฝากด้วยล่ะ ! อย่าลืมเอารายชื่อขึ้นบอร์ดนะ ! ” 

 

“  ได้ ๆ ! ”  ภายในสภาหอเหมันต์ที่รับผิดชอบเรื่องรายชื่อผู้เข้าประลอง  เนื่องจากกิจกรรมทั้งหลายยังมีอยู่ดังนั้นสภาและนักเรียนแต่ละปีจึงยังคงวุ่นวายกับการดูแลร้านค้าของตน  ตอนนี้สภาหอเหมันต์จึงเงียบเหงาลงเมื่อเหลือกันอยู่แค่ไม่กี่คน

 

เซเทอลีนสะบัดมือวูบ  คอของรุ่นพี่ห้าหกคนในสภาก็พับอ่อน  เธอสาวเท้าเร็ว ๆ ไปที่โต๊ะทำงานของรุ่นพี่คนหนึ่งอย่างรีบร้อน  รับรู้ว่ามนตร์นิทราของตนคงไว้ไม่ได้นาน

 

เธอหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมากวาดตาดูซึ่งจะเป็นใบรายชื่อที่จะเอาขึ้นบอร์ดสำหรับการประลองรอบบ่ายชิงชนะเลิศการประลองซึ่งผ่านการต่อสู้มาแล้วเมื่อวานนี้มี 5 รายชื่อ

 

-เทรน  ซิลเวีย  หอสราท

 

-เซราส  ออร์เมอร์ลิน  หอสราท

 

-วอดก้า  เอลนาโวลล์โรลล์  หอสราท

 

-เซเทอลีน  พอล ดิ อลาเรย์ หอเหมันต์

 

-กาซ  วลาดินาส หอคิมหันต์

 

 

คู่ที่ 1 เซราส  ออร์เมอร์ลิน  กาซ  วลาดินาส

 

คู่ที่ 2 วอดก้า  เอลนาโวลล์โรลล์  x เทรน  ซิลเวีย 

 

คู่ที่ 3 กาซ  วลาดินาส x เซเทอลีน  พอล ดิ อลาเรย์

 

คู่ที่ 4 วอดก้า  เอลนาโวลล์โรลล์  x เซราส  ออร์เมอร์ลิน 

 

คู่ที่ 5 เซเทอลีน  พอล ดิ อลาเรย์ x เทรน  ซิลเวีย 

 

 

 

เนื่องจากมีคนเข้ารอบ 5 คนจาก 20 คน ดังนั้นการต่อสู้จะเป็นแบบแข่ง 2 ครั้ง  แพ้ 2 ครั้งต้องถูกคัดออกเพื่อที่จะหาลำดับที่ 1 ,2 และ 3

 

เซเทอลีนกัดริมฝีปากเมื่อไม่มีรอบใดที่เธอจะเจอกับคนที่เธอต้องการจัดการให้หมอบราบคาบแทบเท้าของเธอ  เพราะฉะนั้นเธอจึงไม่มีทางเลือกนอกจากเล่นตุกติกเหมือนตอนส่งรายชื่ออีกฝ่ายเข้าประลองในตอนแรก

 

เซเทอลีนขยับปลายนิ้วขีดเขียนอักษรเพื่อเปลี่ยนชื่อคู่ต่อสู้ไม่ให้ผิดสังเกตเพราะเมื่อคู่หนึ่งแข่งจบจะได้พักจนกว่าคู่ใหม่จะแข่งเสร็จจึงได้แข่งต่อ

 

 

คู่ที่ 1 เซราส  ออร์เมอร์ลิน  กาซ  วลาดินาส

 

คู่ที่ 2 วอดก้า  เอลนาโวลล์โรลล์  x  เซเทอลีน  พอล ดิ อลาเรย์

 

คู่ที่ 3 กาซ  วลาดินาส x เทรน  ซิลเวีย

 

คู่ที่ 4 วอดก้า  เอลนาโวลล์โรลล์  x เซราส  ออร์เมอร์ลิน 

 

คู่ที่ 5 เซเทอลีน  พอล ดิ อลาเรย์ x เทรน  ซิลเวีย 

 

 

วอดก้า  เอลนาโวลล์โรลล์ ฉันจะทำให้แกต้องอับอายขายขี้หน้าจนไม่กล้ามาใกล้ชิดคู่หมั้นของฉันอีก

 

  

 

 

 

 
 

35%  ต่อ

 






 

“ รัม...เจ้าน่ะ  รู้สึกยังไงกับบราวน์รึ ? ” 

 

 

“ จิน...เธอคิดยังไงกับเคียร์ ? ” 

 

 

สองคำถามจากต่างสถานที่ต่างทำให้คนถูกถามนิ่งงัน  จินและรัมทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วจึงตอบตามที่ตนคิดโดยไม่ปิดบัง

 

 

“ หมายถึงเคียร์หรือครับ ? อืม  สำหรับผม... ” 

 

 

“ บราวน์ ? หมายถึงว่าผมมองเขาเป็นคนแบบไหนหรือครับ “ ถ้าจะให้พูดแล้วนี่.... ” 

 

 

 

 

 

 

ท่าน---ซี....น่า...

 

แซ่ด  แซ่ก

 

ยอดภูเขาหิมะสูงชันและลมหนาวที่บาดผิวทำให้วอดก้าก้มลงมองมือของตัวเอง  ลมหายใจสีขาวถูกพ่นออกมาก่อนวอดก้าจะรู้สึกเหมือนตัวเองนั้นลอยขึ้น

 

ภาพเบื้องล่างที่เห็นเป็นแดนหิมะทั้งหมด  สูดกลิ่นอายความหนาวเย็นที่บริสุทธิ์เข้าเต็มปอดขณะที่สมองไม่เรียบเรียงเรื่องราวใด ๆ ในหัวแม้สักน้อย

 

 

ท่าน…

 

ซีเวียร์...

 

แย่---....พวก...มันทำ...---

 

 

เสียงหญิงสาวคนหนึ่งกรีดร้องข้างหูวอดก้า  เสียงนั้นขาด ๆ หาย ๆ จนไม่สามารถได้ยินคำพูดสักประโยคอย่างชัดเจน  รับรู้ได้ถึงแค่ความร้อนรนเร่งรีบและลางสังหรณ์ที่พยายามร่ำร้องเตือน

 

วอดก้าเหมือนคนที่กำลังฝันและหลับลึก  สามารถเห็นภาพฝันและสภาพรอบ ๆ ชัดเจนแต่ขาดสติสัมปชัญญะในการคิด  เธอไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่  ที่นี่คือที่ไหน  แม้จะไม่รู้จักแต่ตัวเธอกลับไม่ตั้งคำถามใด ๆ ทั้งสิ้น

 

ว่างเปล่า  สมองของเธอว่างเปล่าโดยสมบูรณ์

 

ท่าน...

 

เสียงแว่ว ๆ ที่แทรกมาตามเสียงของพายุหิมะที่เริ่มรุนแรงทำให้เธอขมวดคิ้ว  ลองเงี่ยหูฟังกับเสียงนั้นอีกครั้ง

 

ตู้ม !

 

เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมหิมะบนยอดเขาที่ปลิวกระจาย  แวบหนึ่งวอดก้าเห็นแสงสีฟ้าสว่างวูบที่ยอดเขาก่อนจะดับลง  ร่างในชุดสีดำที่แทบจะเป็นจุดเล็ก ๆ ในสายตาของเธอจำนวนห้าคนยืนอยู่ที่ยอดเขาก่อนจะหายไป

 

แล้วเสียงกรีดร้องเสียงหนึ่งก็กระแทกเข้าที่หูของวอดก้า

 

 

ท่านซีเวียร์น่า !!!

 

 

 

 

 

วอดก้าสะดุ้งเฮือกและผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว  ลมหายใจของนักบวชหนุ่มหอบถี่บ่งบอกความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด  ก่อนเจ้าตัวจะคู้กาย  ยกมือขวาจับเสื้อบริเวณตำแหน่งหัวใจไว้

 

“  วอดก้า ?! ”  พาราไดซ์ที่ลืมตาขึ้นเพราะร่างที่ลุกพรวดออกจากอ้อมแขนของเขา  เจ้าชายรัชทายาทจับตัววอดก้าให้หันมาและสังเกตทุกอากัปกิริยาของเจ้าตัว  เมื่อเห็นว่าวอดก้ากุมหน้าอกของตัวเองอยู่ด้วยสีหน้าเจ็บปวดแม้จะไร้เสียงร้อง  เขาจึงพยายามสงบสติตัวเองให้เยือกเย็นเข้าไว้แม้จะรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปครู่หนึ่งก็ตามที

 

“ เจ็บหน้าอกใช่ไหม ? ฉันจะทำให้นายดีขึ้น ”   ร่ายเวทย์อย่างรวดเร็ว  ละอองแสงสีทองซึมซับเข้าไปในตัววอดก้าและดูว่ามันจะได้ผล  ลมหายใจของวอดก้าเริ่มเป็นปกติช้า ๆ

 

พาราไดซ์ยังมองวอดก้าอย่างระมัดระวัง  ใบหน้าของวอดก้าซีดเซียวและมีหยาดเหงื่อเต็มใบหน้า  ท่าทางเจ็บปวดเมื่อกี้นี้บีบหัวใจของพาราไดซ์ไปด้วย   เขาดึงวอดก้ามาไว้ในอ้อมแขน

 

“ ไม่เจ็บแล้วใช่ไหม “ เกิดอะไรขึ้นวอดก้า ? ” 

 

“  เรื่องนี้ฉันก็ยังไม่ค่อยแน่ใจ ”   วอดก้าตอบเสียงแหบพร่า  หัวของเขารู้สึกหนักแปลก ๆ บางอย่างในหัวตีกันไปมา  เขารู้สึกเหมือนลืมอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก ๆ ไป

 

บางอย่าง...ที่สำคัญเหลือเกินง

 

และความรู้สึกแปลก ๆ นี่อีก...

 

พาราไดซ์มองใบหน้าครุ่นคิดที่ติดเคร่งเครียดของวอดก้าก่อนจะทาบหน้าผากของตัวเองกับหน้าผากอีกฝ่าย 

 

ดวงตาสีส้มสว่างสะท้อนภาพดวงตาของเขาอยู่  พาราไดซ์กระซิบ

 

“ ไม่เป็นไร...ฉันจะอยู่ข้าง ๆ เอง ” 

 

วอดก้ายิ้มบาง ๆ เลื่อนใบหน้าตัวเองไปหนุนไหล่อีกฝ่าย

 

“  อืม...” 

 

มองร่างที่อยู่ในอ้อมแขนเขาแล้ว  เจ้าชายน้ำแข็งก็เผยรอยยิ้มอ่อนโยนขึ้น...ก่อนจะมีสีหน้าเคร่งเครียด

 

น้ำพุศักดิ์สิทธิ์อะดาเลีย...มีบางอย่างแปลก ๆ

 

ดวงตาสีม่วงเลื่อนมองฝ่ามือขาวของคนที่ดูเหมือนจะหลงเหลือความง่วงงุนอยู่  แวบหนึ่ง...พาราไดซ์เห็น  กุญแจสีฟ้าดอกเล็กที่เลือนลางบนฝ่ามือของวอดก้าก่อนมันจะหายไป

 

สมองของเจ้าชายหนุ่มเริ่มประมวลผล

 

หรือว่า...กุญแจดอกที่ 3 ?

 

และเช่นเดียวกับวอดก้า  พาราไดซ์รู้สึกว่ามีบางอย่างแปลก ๆ

 

 

 

 

เพล้ง !!!

 

นานีย่าก้มมองแก้วชาที่ร่วงตกพื้นและแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ด้วยอาการตระหนกวูบหนึ่ง

 

น้ำชาที่เจิ่งนองที่พื้นกระเบื้องหินอ่อนสีขาวสะท้อนภาพของเธอออกมา

 

นานีย่ากัดริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะกลายเป็นการกัดฟันกรอด

 

“   มีบางอย่างผิดปกติ ”  นางพึมพำเบา ๆ

 

เกิดอะไรขึ้น เนวีส ?

 

 

 

 

 

ขณะที่แดนนาโวลล์เป็นช่วงเวลากลางวัน  ณ อีกแดนหนึ่งกลับเป็นช่วงเวลากลางคืน 

 

ท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ   ภายในถ้ำมีรูปก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ว่างเปล่าอยู่  ร่างในชุดคลุมสีดำทั้งห้ายังยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนก่อนคทาเวทย์ของหนึ่งในผู้สวมชุดคลุมจะกระทุ้งพื้นถ้ำเบา ๆ

 

เปลวเพลิงสีฟ้าสว่างวูบไหวไปมาพร้อมเสียงเปรี๊ยะ ! เมื่อปรากฏน้ำแข็งครอบคลุมก้อนน้ำแข็งก้อนใหญ่ใจกลางถ้ำอีกครั้ง  เสียงพูดคุยดังแผ่วเบา

 

“  อย่าปล่อยให้น้ำแข็งมีรอยร้าว...ไม่อย่างนั้น มันจะสื่อสารกับผู้ครอบครองพลังแห่งฤดูกาลได้ ” 

 

“ ทราบแล้วเจ้าค่ะ/ขอรับ ” 

 

ภายในก้อนน้ำแข็งที่ว่างเปล่าขนาดใหญ่นั้นจิตวิญญาณหนึ่งกำลังกัดฟันกรอดและร่ำร้อง  พยายามสื่อให้ถึงว่าที่ผู้เป็นนายของเธอ

 

ไม่น่าพลาดเลย...

 

ตกหลุมพรางมันซะแล้ว

 

ขอร้องล่ะ

 

โปรดระวังตัวนายหญิง ! พวกมันกำลังมีเป้าหมายไปที่ท่าน !

 

 

 

 

 

“ โฮ่...ความบังเอิญนี้มีอยู่จริงหรือเนี่ย ”  วอดก้าเลิกคิ้วสูงหลังเห็นรายชื่อที่ประกาศออกมาแล้ว

 

 

คู่ที่ 1 เซราส  ออร์เมอร์ลิน  กาซ  วลาดินาส

 

คู่ที่ 2 วอดก้า  เอลนาโวลล์โรลล์  x  เซเทอลีน  พอล ดิ อลาเรย์

 

คู่ที่ 3 กาซ  วลาดินาส x เทรน  ซิลเวีย

 

คู่ที่ 4 วอดก้า  เอลนาโวลล์โรลล์  x เซราส  ออร์เมอร์ลิน 

 

คู่ที่ 5 เซเทอลีน  พอล ดิ อลาเรย์ x เทรน  ซิลเวีย 

 

 

เขาสู้กับเจ้าหญิงแห่งอลาเรย์ “

 

“ วิ้ว... ”  วิสกี้ผิวปากหวือด้วยสีหน้าสนใจ “ นี่พระเจ้าเข้าข้างเราชัด ๆ เลยนะ ” 

 

“ ซัดผู้หญิงคนนั้นให้เรียบซะวอดก้า ”  เตกีล่าชูนิ้วหัวแม่มือให้ยามพูดเสียงเรียบนิ่ง

 

วอดก้าหลุดหัวเราะพรืดแทบจะทันที  ขำก๊ากจนน้ำตาไหล

 

“ นี่พวกนาย  เธอไม่ได้ฆ่าล้างบางตระกูลฉันซะหน่อย  ฉันไม่เล่นโหดขนาดนั้นหรอกนะ  ” 

 

“  เอาให้หลาบจำไว้ก่อนไงว่าไดซ์น่ะของนาย ”  รัมที่เปิดตำรายาในมือเอ่ย  ตอนนี้พวกเขาเหล่าแอลกอฮออล์นั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นหอสราท  อีก 1 ชั่วโมงจึงจะเริ่มการประลอง  ตอนนี้วอดก้าเลยมานั่งคุยกับเพื่อนสนิทหลังเห็นประกาศรายชื่อ

 

เปาะ !

 

วอดก้าดีดนิ้ว ม่านอาณาเขตบาง ๆ เป็นรูปสามเหลี่ยมครอบคลุมพื้นที่ที่พวกเขาอยู่ไว้  ดีดนิ้วอีกครั้งพวกเขาก็ย้ายที่ไปอีกมิติหนึ่ง  คนที่เหลือเลิกคิ้วสูงก่อนจะทำสีหน้าเข้าใจว่าวอดก้ามีเรื่องบางอย่างจะพูดด้วย

 

“  ตอนนี้เราได้เครื่องประดับมาแล้ว 2 ชิ้น  เหลืออีก 2 ชิ้นถูกไหม ? ” 

 

“ อาห่ะ ? แล้ว ? ”  จินขานรับ

 

“  ช่วงนี้ฉันคิดว่ามีบางอย่างแปลก ๆ เกิดขึ้นกับตัวเอง ” 

 

“  ยังไง ? ”  วอดก้าเล่าถึงเรื่องเมื่อวานที่ให้วิสกี้มานอนด้วยและช่วยให้ร่ายเวทพันธนาการเพื่อยืนยันว่าตัวเขาไม่ได้ลุกไปไหนมาไหนตอนดึก  แต่ปรากฏว่าตอนเช้าดันตื่นมาในอ้อมแขนพาราไดซ์ซะได้

 

“  อ้าว  แล้วนายยังไม่ได้ถามไดซ์เรื่องนี้เหรอ ? ”  วิสกี้ขยับมานั่งทรุดตัวข้างวอดก้าพร้อมเอาหมอนหนุนโซฟามากอด

 

วอดก้าส่ายหน้า

 

“ ยัง  ฉันก็ดันลืมซะด้วยแถมหมอนั่นต้องไปทำหน้าที่อารักขาอีก  ก็เลยกะถามทีเดียวเย็นนี้ ” 

 

“ แล้ววิส  นายจำอะไรได้บ้างเมื่อวาน ? ” 

 

“  อืมใช่  ฉันจำได้ว่าตื่นเพราะรู้สึกได้ว่าเวทสลายไปน่ะสิ ”  วิสกี้เกาหัวตัวเองนิด ๆ คิ้วขมวดอย่างหนักเหมือนพยายามคุดขุ้ยความทรงจำของตัวเองออกมา “ เดี๋ยวนะ...อะไรต่อเนี่ย ? ” 

 

คนอื่น ๆ มองท่าทางวิสกี้ที่พยายามนึกให้ออกก่อนจะถอนหายใจ

 

“ เรื่องนี้คงไม่ปกติแล้วล่ะ  ถ้าวิสรู้สึกตัวแล้วก็ไม่น่าจะหลับต่อง่าย ๆ คงมีอะไรแปลก ๆ ด้วยนั่นล่ะ ” 

 

“  เอ๊ะ “ นั่นสิ  ทำไมฉันถึงนึกมันไม่ออกนะ ”  วิสกี้ขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม  เตกีล่ายื่นมือมานวดหัวคิ้ววิสกี้ให้เบา ๆ

 

“  ไม่ต้องคิดมากหรอก ”  วอดก้าลูบหัววิสกี้เบา ๆ

 

“  นายคิดว่ามันจะเป็นเบาะแสของเครื่องประดับชิ้นที่ 3 หรือเปล่า ? ”  รัมถาม

 

“  ฉันก็คิดแบบนั้นนั่นแหละแต่...เครื่องประดับสองชิ้นแรกมันไม่เป็นแบบนี้  พวกเขาสื่อถึงฉันตรง ๆ แต่นี่...มันเหมือนมีอะไรบางอย่างพยายามขวางสิ่งที่พวกเขาพยายามสื่อสารกับฉัน ” 

 

เมื่อเห็นวอดก้าหรี่ตาคิดด้วยความอึมครึมแล้วคนที่เหลือก็เริ่มเป็นกังวลตาม  วอดก้าชะงักก่อนจะยิ้มกว้างขณะบอกด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ

 

“ เฮ้  ไม่ต้องคิดมากน่า  ฉันรู้ว่ามันจะไม่เป็นอะไร ”  เว้นชั่วอึดใจก่อนวอดก้ายิ้มจนตาหยี “ ก็ฉันไม่ได้ตัวคนเดียวนี่นา ” 

 

ดวงตาสีอำพัน  สีม่วงอ่อน  สีรัตติกาลและสีฟ้าเยือกแข็งทอประกายวิบวับสว่างไสว 

 

วิสกี้  จิน  รัมและเตกีล่ามองหน้ากันก่อนจะประสานเสียงพูด

 

“  แน่ล่ะ ก็นายยังมีพวกฉันอยู่นี่ ! ” 

 

“  ก็นะ  เพราะงั้นเรื่องนี้ก็ปล่อยมันไปก่อน ”  วอดก้าไหวไหล่ด้วยสีหน้าไม่ซีเรียสแล้วดีดนิ้วเปาะไปทางเตกีล่า

 

“ ม่านทิวาเป็นยังไงบ้าง ? ” 

 

เตกีล่าดันแว่นขึ้นบนสันจมูกโด่ง

 

“ ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี  ด้วยการสอนของน้องสาวนาย  ท่านลุงคาออส  คุณปู่ดีโอและคุณปู่ทีอุส  ทุกคนมีการพัฒนาที่ดีขึ้นมาก  ” 

 

“ นายจะเปิดรับคนเพิ่มเลยไหม “ ”  จินเอียงหัวถาม  พวกเขาวางแผนจะเปิดรับคนเพิ่มไปเรื่อย ๆ เมื่อการฝึกศิษย์ชุดแรกเป็นไปได้ด้วยดี  โดยพวกเขาจะหาสถานที่ทำการฝึกใหม่ไปเรื่อย ๆ แตกเป็นสาขา ๆ ย่อยไปอีกเพื่อสร้างขุมกำลังและเตรียมตัว...สู่สงคราม

 

“ น่าจะนะ  เติร์ก  เตรียมหาสถานที่ฝึกใหม่ให้ด้วย ” 

 

“ ได้  ” 

 

“  รัม  นายหาที่ที่ต้องการเจอหรือยัง ” 

 

“  เจอแล้ว  ”  รัมยิ้มกว้างด้วยสีหน้าลึกลับ “ มันสุดยอดมากเลยที่นั่นน่ะ  แต่เราคงต้องออกแรงกำจัดเจ้าถิ่นสักหน่อย ” 

 

“ จัดไป ”  วอดก้ายิ้มนิด ๆ

 

“ จิน  สมาคมของนายเป็นยังไงบ้าง ” 

 

“  นึกว่าจะไม่ถามซะแล้ว ฮึบ ”  จินบิดขี้เกียจ “ อ่า...ตอนนี้สมาคมพ่อค้าเกรเซียร์มีสาขาหลักครบทุกรัฐแล้ว  กำลังพยายามรวบรวมสมาคมพ่อค้าอื่น ๆ อยู่แล้วก็กำลังหาทางตั้งสาขาเล็กด้วย  ตอนนี้กำลังบุกเบิกพื้นที่แถบโพซิเด้นอยู่ ก็รู้นี่ว่าเมืองของตาแก่นั่นเข้ายากพอสมควร ” 

 

จินไหวไหล่

 

 

 

 

“ ฮัดชิ้ว ”  องค์คาซิริสจามเบา ๆ พร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับบทสนทนาของสหายสนิทคนอื่น ๆ

 

 

 

“ ฉัน ๆ ทางด้านฉันได้ครอบครองคาสิโนใหญ่ ๆ ไว้แล้ว  กิจการกำลังเป็นไปด้วยดี  สบายหายห่วง  ” 

 

“  โอเค ”  วอดก้ายิ้มพึงพอใจ  ใครบอกว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา  ถึงจะดูสบาย ๆ ใช้ชีวิตปกติแล้วพวกเธอไม่ได้ทำอะไรกัน  พวกเธอต่างเตรียมตัวรวบรวมทั้งเงินทองและทรัพยากรต่าง ๆ เอาไว้  แม้แผนการจะเพิ่งดำเนินพร้อม ๆ กับม่านทิวาและใช่ว่าจะทำแต่ละสิ่งได้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วแต่ก็นั่นล่ะ...ดีกว่าไม่เริ่มอะไรเลย

 

“ เรื่องต่อไป  มีการเคลื่อนไหวอะไรบ้างหรือเปล่า ? ” 

 

“ พวกมันยังไม่หยุดจับตัวเด็กที่มีพลังเวทย์สูงแม้จะลดลงจากเดือนก่อนๆ  แล้วก็ตามที ” 

 

“ ครึ่งปีแล้วใช่ไหมนับตั้งแต่วันที่ความเราแตก ”  จินพูดเปรย ๆ ทำให้พวกเขาหวนนึกย้อนกลับไปตอนช่วงสอบกลางภาคเสร็จ

 

 

 

 

 

“  มีแขกมาเยือนเสียแล้ว ”  วิมเลทเอ่ยเปรยเรียบ ๆ ก่อนร่าง ๆ หนึ่งจะปรากฏตัวขึ้น  ร่างในชุดคลุม  ผมสีดำและดวงตาสีเดียวกันมืดมน  ไอความมืดเข้มข้นแผ่เป็นบริเวณกว้างทว่าเฉพาะในห้องแห่งนี้เท่านั้นทำให้คนทั้งหมดต่างวางขวดเหล้าในมือลง  ถอยกายออกไปเพื่อเตรียมพร้อมสถานการณ์ 

 

“  พบกันอีกแล้วนะครับ ”  ร่างสูงสง่าของผู้รับใช้ความมืดอย่างฟูจิฉีกยิ้มน้อย ๆ ขณะลอยลงสู่ขอบโต๊ะราวไร้น้ำหนักทั้งยังยืนอยู่หน้าวอดก้าเหมือนจงใจ

 

นักบวชหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อยขณะตอบเสียงปกติ

 

“  ผมว่าผมไม่เคยเจอคุณนะครับ ” 

 

“  เคยสิครับ...เราเคยเจอกันแล้ว  จริงไหม “ ” คำถามท้ายผินใบหน้าไปมองรัมในรูปลักษณ์ปลอมแปลงเหมือนหยั่งเชิง  บราวน์ตวาดถามตามวิสัยคนใจร้อน 

 

“  ต้องการอะไร ! ”

 

ฟูจิกระพริบตาเล็กน้อยแล้วพูดเสียงกลั้วหัวเราะ 

 

“  มาทักทายสหายเก่าเฉย ๆ น่ะครับ  ไม่ต้องระแวงไป  ผมแค่มา...พิสูจน์บางอย่าง ”  ลูกไฟสีดำนับร้อยพุ่งกระจายโจมตีคนทั้งหมดโดยไม่ทันตั้งตัวทันที  ทำให้พวกเขาต่างเรียกอาวุธและเวทย์ออกมาเพื่อต่อสู้  ขณะที่รัมกำลังระวังและครุ่นคิดถึงจุดหมายของอีกฝ่ายนั้น  บราวน์ก็ร้องตะโกนเตือนรูมเมทหนุ่มทันที   

 

“  ระวัง ! ”  รัมเอียงคอหลบกรงเล็บสีเงินยาวที่ตวัดลงมาอย่างว่องไวแต่พบว่ามืออีกข้างของชายหนุ่มนั้นวกมายังอีกจุดหมายบนร่าง  ลำคอขาวนั่นเองแต่มิได้หมายมั่นชีวิต  แพทย์หนุ่มตาเบิกกว้างเมื่อรับรู้เป้าหมายของอีกฝ่ายแต่ไม่ทันเสียแล้ว

 

เพล้ง !

 

สร้อยไข่มุกนิลกาฬที่ใส่ติดตัวตลอดเวลา  ถูกกระชากจนขาดโดยไม่กระทบร่างของเขา  ไม่สิ...เธอแม้แต่น้อย  เส้นผมสีรัตติกาลกลับคืนสู่เส้นผมสีทองอ่อนเป็นประกาย  ดวงตาสีฟ้าใสเปิดพรึ่บอย่างกราดเกรี้ยว  ร่างที่เคยดูเทียบเท่าผู้ชายปกติกลายเป็นผอมบางกว่าเดิม  ความสูงก็ลดลงเหลือเพียง 170 เศษเท่านั้น  ผิวขาวจัดและลำคอเรียวที่โผล่พ้นนอกเสื้อทำให้ทั้งหมดตะลึง  กลุ่มหนึ่งตะลึงเพราะจับเรื่องมาเชื่อมไม่ได้  อีกกลุ่มตะลึงเมื่อความลับผู้เป็นเพื่อนเปิดเผย  และอีกกลุ่ม...โดยเฉพาะบราวน์ที่ตาเบิกกว้างเมื่อหญิงสาวที่เคยพบนั้นปรากฏตัวตรงหน้าในร่างเพื่อนที่เคยเป็นรูมเมท

 

“  แก ! ”  มีดสั้นเล่มเพียวปาอย่างถี่ยิบไปยังอีกฝ่ายทว่าร่างสูงของฟูจิก็พริ้มกายหลบอย่างรวดเร็วไปอยู่ที่เดิม   รัมขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจนัก  สะบัดมืออีกวูบ  กระถางดอกทิวลิปแตกเพล้ง ! เช่นเดียวกับผลึกธาตุ  พลังเวทย์กระจายชั่วครู่แล้วกลับคืนสู่ผู้เป็นนายเพราะเธอรู้แล้วว่าปิดไปก็ไร้ประโยชน์

 

“  พบกันอีกแล้วนะครับ  คุณจะยังปฏิเสธอีกไหมว่าเราไม่เคยพบกัน ” 

 

ชิ... ”  วอดก้าขบกราม  ปรายตามองผู้เป็นเพื่อนอีกสี่คนเล็กน้อย  แต่ยังไม่เปิดปากพูดอะไร  วิสกี้เอี่ยวหัวหลบบอลเพลิงสีรัตติกาลหลากหลายลูกโดยไม่ทันสังเกตว่าอีกฝ่ายหมายมาดที่นิ้วเรียวซึ่งสวมใส่แหวนสีคราม  อีกหนึ่งอุปกรณ์ปลอมตัวไร้เวทย์ตรวจจับของพวกเขา

 

“  เฮ้ย ! ” นักพนันหนุ่มร้อง  ยกมือกันใบมีดสายลมที่พุ่งมาโดยไม่ทันตั้งตัวและต้องตาเบิกโพล่งอีกรายเมื่อแหวนน้อย ๆ แตกเป็นเสี่ยง ๆ

 

เส้นผมสีส้มกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มประกายทอง  ดวงตาลบเลือนสีม่วงอเมทิสไปให้เหลือเพียงดวงตาสีเขียวมรกตใสเท่านั้น  ใบหน้าที่เคยดูธรรมดากลับเปลี่ยนเค้าโครงหน้าจนแทบจำไม่ได้  ความงดงามและหล่อเหล่าอย่างร้ายกาจไม่แพ้เจ้าของเรือนผมสีทองในตอนแรกปรากฏขึ้น 

 

“  บ้าเอ๊ย ! ”  วิสกี้สบถเมื่อรับรู้ว่าพลาดไปแล้ว  แต่เธอก็ทำเหมือนเพื่อนสาว  กำไลหยกที่ข้อมือขวาแตกอีกรอบพร้อมแสงสีของพลังเวทย์ที่กระจายเข้าตัว

 

“  นี่มัน...เรื่องอะไรกัน ”  ไรออนถามด้วยสีหน้าแสดงความตกใจ  สองสาวปรายตามองเล็กน้อยแล้วพูดเสียงเรียบ 

 

“  เดี๋ยวเล่าให้ฟัง ” 

 

“  เตรียมพร้อมอย่างนี้สงสัยตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ”  วอดก้ายกมือทั้งสองข้างเสมือนยอมแพ้  ปากก็ถามเอื่อย ๆ เหมือนชวนคุยทั้งที่บรรยากาศกลายเป็นเครียดขึ้งและกดดัน 

 

“  ตอนแรกพวกผมก็คิดว่าตัวคุณคงแค่กำลังพักผ่อนทำให้พลังเวทย์ยังไม่ฟื้นฟูที่โรงเรียนนั่น  แต่พอนานเข้าก็ชักจะรู้สึกแปลกเรื่อย ๆ ที่พลังคุณไม่เพิ่มขึ้นเลย  ทั้งแม้เสียเลือด...มันไม่หอมหวานเหมือนเดิม ”

 

วอดก้าเลิกคิ้วมอง 

 

“  นายเป็นแวมไพร์หรือไง ” 

 

“  ยอมรับแล้วใช่ไหมครับ ”  ฟูจิถามยิ้ม ๆ แล้วส่งสายตาเป็นเชิงบอกว่ากลับร่างเดิมได้แล้วก่อนที่เขาจะทำลายอุปกรณ์แปลงกายนั่นต่อ 

 

“  ห้าล้านเชียวนะ ! งานนี้มีเก็บดอกเบี้ยแน่ ”  จินเอ่ยเสียงเอ่ยอาฆาตเล็กน้อยเมื่อเห็ยอุปกรณ์ราคาแพงอย่างละสองล้านห้าเสียไปโดยไม่มีทางกู้เศษซากกลับ   

 

“  ก็...ถึงไม่ทำนายก็รู้แล้วอยู่ดี ”  วอดก้าถอดเสื้อนอกของตัวเองออก  ค่อย ๆ แกะต่างหูสีชมพูเพียงข้างเดียวแล้วโยนแว่นตาทิ้ง  เส้นผมสีเงินค่อย ๆ หดสั้นถึงบ่า  กลายเป็นสีน้ำตาลอมทองและแดง  ดวงตาสีเคยเป็นสีส้มอบอุ่นกลายเป็นนัยน์ตาสีสวยเลิอค่า   ม่วงอมแดง...ลึกลับน่าหลงใหล

 

ไม่ต่างจากจินและเตกีล่าที่มองหน้ากัน  ในเมื่อผู้เป็นเพื่อนของเขากลับคืนร่างเดิม  พวกเขาก็จำต้องทำตาม  เส้นผมสีเงินแปลกตาและดวงตาสีน้ำเงินเข้มของเตกีล่าทำให้บลัดดี้นิ่งไปชั่วอึดใจ  เช่นเดียวกับเคียร์ที่มองเจ้าของร่างผิวสีน้ำผึ้งที่กลับกลายเป็นสีขาวอมชมพู  ผมสีเขียวขี้ม้า  ตาสีอำพันทองคุ้นชินกลายเป็นเส้นผมและดวงตาสีแดงเพลิงแทน 

 

พวกเขาทรุดนั่งที่โซฟาอย่างไม่เกรงใจสายตาใคร  ใบหน้าหล่อเหลาคมคายทว่าดูอีกแบบก็คล้ายผู้ชายหน้าสวย  เปล่งเสน่ห์ที่กดไว้ออกมาจนแทบละสายตาไม่ได้  ใบหน้ามีเพียงความเย็นชาและภาพลักษณ์ตัวปลอมที่สลัดทิ้ง 

 

บัดนี้มีเพียงนักฆ่า...นักพนัน...พ่อค้า...หมอเถื่อน...และเจ้าของวงการข่าวสาร  บุคคลลึกลับอันตรายระดับ  S เท่านั้น

 

“  ไม่พบกันนานเลยนะ  ฝูงปีศาจนั่นก็คงฝีมือนาย “ ” น้ำเสียงใสที่เปลี่ยนไปแต่คงความแหบห้าวดังเดิมถามเหมือนหยั่งเชิงขณะที่เตกีล่าผายมือให้อีกฝ่ายนั่ง  ขานั่งขัดสมาธิสบาย ๆ อย่างไม่รู้สึกสะทกสะท้อนกับสายตาใครไม่ต่างจากคนอื่น ๆ วิสกี้และจินยกขวดเหล้าชนกันแก้เครียด  กระดกดื่มอั่ก ๆ ขณะที่ตุ๊กตาหมีสีขาวถูกจินเย็บหลังทำลายผลึกธาตุไปเรียบร้อยแล้ว 

 

“  ครับ  นั่นทำให้ผมสงสัย...หลังดูการต่อสู้ของพวกคุณ  แม้จะยังไม่แน่ใจแต่อุปกรณ์ที่ไร้เวทย์นั่นทำให้ผมสงสัย ”  ชายหนุ่มยิ้มบาง  เสียงกระซิบเบา ๆ อย่างตื่นตระหนกของวิเวียย่าดังขึ้นอย่างพยายามรักษาความเยือกเย็นไว้ 

 

“  วอดก้า ! ตุ๊กตาตัวแทนของพวกเธอถูกทำลาย ! ” 

 

“  ถึงขนาดบุกไปทำลายตุ๊กตาเลยงั้นเหรอ จะเริ่มเดินหมากแล้วหรือไง ”  

 

“  ยังหรอกครับ ”  ฟูจิส่ายหน้ายิ้ม ๆ ดวงตาสีมืดมนเอ่ยเหมือนบอกกล่าวนิทาน “  อย่างน้อยอีกหนึ่งปีพวกเราคงได้เคลื่อนพล  นายเหนือหัวของเรายังคงต้องการกำลังมากกว่านี้ ” 

 

นักฆ่าสาวกรอกตาคิด

 

“  หนึ่งปีงั้นเหรอ ไม่กลัวเหล่าเทพสวรรค์พิโรธหรือไง “ ”  ชายหนุ่มส่ายหน้าเล็กน้อย  มองใบหน้าของวอดก้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกแล้วเอ่ย 

 

“  ครั้งนี้ผมเพียงมาแจ้งสาส์นเท่านั้น  นายท่านบอกว่ายังไงท่านก็ไม่มีทางปลดปล่อยองค์เทพีและจ้าวปีศาจได้แน่  โปรดยอมแพ้เถิด ” 

 

“  มั่นใจจริงนะ ”  วิสกี้เอ่ยเยาะ  ลบภาพชายหนุ่มขี้เล่นไปเสียสิ้นเหลือเพียงหญิงสาวผู้รื่นเริงกับเงินและสังหารผู้หมายแย่งของของเธอไปเช่นเดียวจินที่ยิ้มเหยียด  ขณะเอ่ยเสียงก้อง

 

“  ได้ไม่ได้เดี๋ยวได้รู้กัน ” 

 

“  พวกท่านช่างเป็นบุคคลที่ประหลาดนัก  ฝืนไปไยในเมื่อโชคชะตากำหนด ” 

 

“  โชคชะตา “ ”  เตกีล่าทวนเสียงสูง  เนตรแห่งภูตส่องประกายแวววาว “  ของแบบนั้นมันอยู่ในมือพวกเราต่างหาก ” 

 

“  คิดผิดแล้วล่ะที่นำโชคชะตา  ฟ้ากำหนดอะไรเทือกนี้มาพูด  ”  รัมแสยะยิ้มบ้าง  รับขวดเหล้าจากมือผู้เป็นเพื่อนมาดื่มต่อ  วอดก้าเองก็ยกยิ้มกว้าง  เป็นรอยยิ้มทระนงตนที่ดูสง่างาม  น่าหลงใหลบ่งบอกความเชื่อมั่นในตัวเอง 

 

“  ของแบบนั้น...ฉันต่างหากที่กำหนด ”  ดวงตาของลูกครึ่งเทพ-มารทอประกายอำนาจ  มือเรียวประสานไว้หน้าริมฝีปาก   พลังอำนาจของทั้งห้าเพราะความโกรธาเมื่อสักครู่ถูกปลดปล่อยออกมาแต่ทำให้ทั้งปราสาทถึงกับสั่นสะเทือน  เสียงของผู้นำการสนทนาที่พลิกจากฝ่ายเสียเปรียบเป็นได้เปรียบตวาดก้องดั่งสายฟ้าฟาด

 

“  ไปเสีย ! วันนี้เจ้าเอ่ยมามากพอแล้ว ! ” 

 

“  พลังอำนาจของพวกท่านยังคงน่ากลัวดุจดั่งเดิม  เมื่อเป็นบัญชา  ข้าก็ขอน้อมรับ ”  ด้วยสายเลือดปีศาจที่วนเวียนอยู่  สามารถสั่งปีศาจที่มีพลังต่ำกว่าได้อย่างง่ายดาย ทำให้ฟูจิไม่เสี่ยงอยู่รับความพิโรธของบุคคลทั้งห้า 

 

  ความเงียบกลับคืนสู่ห้องประชุมชั้นปีชั่วขณะ  สาว ๆ หันไปมองหนุ่ม ๆ ชื่อเป็นขนมหวานผสมแอลกอฮอล์ที่มองมายังพวกเขานิ่งด้วยรอยยิ้มแหย  เอ่ยเจื่อน

 

“  Sorry. แต่ฉันอธิบายได้นะที่รัก ” 

 

 

 

 

นั่นกลายเป็นคืนที่พวกเธอต้องหนีไปนอนห้องจินกับรัมแทนซะงั้นและต้องเริ่มปฏิบัติการง้อเหล่าหนุ่มๆ เสีย

 

“  หมอนั่นบอกว่า 1 ปี แสดงว่าพวกมันเองก็เตรียมตัวที่จะเคลื่อนไหวแล้วเหมือนกัน ”  วอดก้าประสานมือไว้ที่ใต้คางยามพูด

 

“ ช่วงนี้ฉันเริ่มได้กลิ่นไม่ค่อยดีบางอย่าง  ระวังตัวหน่อยล่ะวอดก้า  ”   ในฐานะคนที่เป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจเต็มตัวอย่างจิน  จากเรื่องการเคลื่อนไหวที่เตกีล่าเอ่ยทำให้พอฉุกใจคิดถึงกลิ่นอายแปลก ๆ ได้ 

 

พ่อค้าหนุ่มหรี่ตา

 

“ จะว่าไปพวกนายอาจไม่ได้สังเกตแต่ดูเหมือนจะมีปีศาจที่มีพลังแบบเดียวกับไอ้เจ้าคนที่ทำลายห้าล้านของฉันปะปนเข้ามาด้วย  ” 

 

“  หมายถึงฟูจิ ? ” 

 

“ อาห่ะ  ถึงจะเป็นแค่ครั้งเดียวและแวบเดียวแต่ระวังไว้ก่อนจะดีกว่า  ฉันคิดว่าพวกมันเองก็น่าจะมีเป้าหมายเกี่ยวกับเราด้วยเหมือนกัน ”  จินเอ่ยให้ระวังไว้ก่อนเพราะถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาจะสงบสุขแต่ใช่ว่าจะไม่มีคลื่นใต้น้ำ  นี่ก็เป็นอีกสาเหตุที่พวกเขาเร่งรีบในการรวบรวมเครื่องประดับทั้ง 4 ชิ้นเพราะอีกแค่ครึ่งปี  พวกมันก็จะเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว

 

“ เราน่าจะเตือนท่านวิเวียย่าให้เตรียมพร้อมด้วย  ไม่มีเด็กโรงเรียนเราถูกพาตัวไปใช่ไหม ” 

 

เตกีล่าพยักหน้า

 

“  ใช่  พวกมันคงกลัวเราตามรอยเลยพยายามที่จะไม่ล้ำเส้นเราด้วย ”  เจ้าของวงการข่าวสารที่ยิ่งใหญ่กัดปากตัวเอง “ พวกมันเองก็ฝีมือไม่ใช่ธรรมดา ๆ ถึงขนาดหลบเลี่ยงสายตาสายข่าวของฉันส่วนใหญ่ได้ ” 

 

“ รัม ” 

 

วอดก้าหันไปหารัม  รัมพยักหน้า ดีดนิ้วเปาะ

 

“ ฉันลองค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับศาสตร์มืดคร่าว ๆ บ้าง  ที่ใกล้เคียงที่สุดคงเป็นนี่ ” 

 

วอดก้า  วิสกี้  จินและเตกีล่ามองวงเวทย์ที่ลอยอยู่กลางอากาศและทับซ้อนด้วยอักษรโบราณมากมาย

 

“ มันคืออาคมโบราณ...ที่สามารถผนึกได้แม้แต่ราชาปีศาจและวิธีลบล้าง...คือการสังเวยชีวิตของเด็กที่มีพลังเวทย์มหาศาลจำนวน...หนึ่งแสนคน ” 

 

ใบหน้าของคนที่เหลือเคร่งเครียดทันทีทันใด

 

“ หนึ่งแสนเลยงั้นเหรอ... ” 

 

“ ใช่...และต้องสังเวยทุกชีวิตพร้อมกันในวันที่เกิดสุริยุปราคาเท่านั้น ” 

 

วิสกี้พ่นลมหายใจออกมา

 

“ เด็กพวกนั้นยังปลอดภัยอยู่ ” 

 

“ ใช่  ” 

 

“  นายคำนวณได้ใช่ไหมว่าจะเกิดสุริยุปราคาเมื่อไหร่ ? ” 

 

“  แน่นอน ”  ในฐานะของรัมที่อยู่ชมรมดาราศาสตร์  เจ้าตัวเลื่อนหนังสือเล่มหนึ่งที่ปรากฏจากอากาศว่างเปล่าส่งให้

 

“ อีกครึ่งปีหรือแน่นอนที่สุดคืออีก 209 วันจะเกิดสุริยุปราคาขึ้นและหากพลาด...พวกมันก็คงต้องรอไปอีกหลายร้อยปีเลยทีเดียว ”  รัมกระตุกยิ้ม

 

พวกเขาสบตากันและรับรู้ได้ถึงสิ่งที่แต่ละคนคิดไว้แทบจะทันที

 

“ เติร์ก ” 

 

“ จะจัดการให้ ”  เตกีล่ารับคำ

 

“  มีวิธีอื่นอีกหรือเปล่าที่จะลบผนึกออก ”  วิสกี้ถาม

 

“  มี  แต่เป็นวิธีที่ยากกว่าและนี่คือสิ่งที่ทำให้วอดก้าตกเป็นเป้าหมายของพวกมันด้วย ” 

 

“  อะไร ? ” 

 

ดวงตาสีรัตติกาลของรัมฉายความจริงจัง

 

“  เลือดของลูกครึ่งเทพและมารสามารถปลดผนึกได้ ” 

 

“  วอดก้า... ” 

 

“  อืม...”  วอดก้าร้องอืมในลำคอก่อนจะกล่าว “ ฉันจะระวังตัวมากขึ้น  ฝากพวกนายจับตาดูอะไรแปลก ๆ ในงานด้วยล่ะ ” 

 

“ ได้ ” 

 

เปาะ !

 

วอดก้าดีดนิ้ว  พวกเขาก็กลับสู่ห้องนั่งเล่นของหอสราทดังเดิมแต่วอดก้ายังไม่คลายเวทย์ป้องกันการดักฟัง  นักฆ่าหนุ่มในคราบนักบวชกระแอมไอในลำคอเล็กน้อยก่อนจะยิ้มกริ่ม

 

“  เรื่องเครียด ๆ และแผนการก็จบไปแล้ว  ทำไมเราไม่...มาคุยเรื่องสบาย ๆ หน่อยล่ะ ” 

 

“  หืม ? ”  สี่เสียงขานรับด้วยความงุนงงสงสัยก่อนจะมีสีหน้าเข้าใจเมื่อวอดก้าใช้ปลายนิ้วเคาะที่หัวตัวเองเบา ๆ

 

“  หมายถึงว่าที่พ่อตาเราอ่ะนะ ”  จินถาม

 

“  ปิ๊งป๊องจ้า ! ”  วอดก้ายิ้มกว้างส่งให้ขณะกล่าวต่อ “ ใครคืบหน้ายังไง  คุยอะไรบ้างเล่ามาซะดี ๆ ” 

 

“ อะแฮ่ม...อืม  จากที่ฉันคุยกับท่านคริสโตเฟอร์นะ  ดูเหมือนท่านจะ...ไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่ฉันสื่อนะ ” 

 

จินกระแอมในลำคอขณะย้อนไปถึงบทสนทนาที่เพิ่งคุยกันสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อช่วงเช้า

 

 

 

“ จิน...เธอ คิดยังไงกับเคียร์ ? ” 

 

คำถามจากคริสโตเฟอร์ทำให้จินครุ่นคิดหนักไม่น้อยว่าจะตอบเช่นไรดี  เขายังไม่รู้ว่าความสัมพันธ์อันคลุมเครือระหว่างเขาและเคียร์นั้นเป็นอย่างไรและผู้เป็นลุงอีกฝ่ายนั้นรับทราบความสัมพันธ์ของพวกเขาขนาดไหน

 

ไม่สิ  จินงงมากกว่าว่าทำไมถึงถามแบบนี้

 

ดังนั้นจินเลยเลือกที่จะตอบกลาง ๆ ไว้ก่อน

 

 “ หมายถึงเคียร์หรือครับ อืม  สำหรับผม... ” เงียบไปอึดใจก่อนจะตอบเมื่อนึกถึงชายหนุ่มผมสีน้ำตาลดำและดวงตาสีเขียวมรกตอ่อนโยนที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็สุภาพกับทุกคนเสมอ และทำให้เขาอบอุ่นทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้

 

“ เคียร์น่ะ...เป็นคนดีมากเลยครับ  สุภาพกับคนอื่นเสมอแถมใจดีกับผมมากด้วย ” 

 

คริสโตเฟอร์กระพริบตาถี่ ๆ เพราะสิ่งที่เขานั้นต้องการจะฟังดูเหมือนจะเป็นคนละเรื่องกัน

 

“ ฉันหมายถึง...ตอนแรกที่เธอเจอกับเคียร์ช่วงแรก ๆ เธอกับเขาก็สนิทกันเลยเหรอ ? ” 

 

“ อ้อ ไม่หรอกครับ ช่วงแรกผมเกลียดขี้หน้าเขามากเลย ” 

 

โครม !

 

เสียงราชองครักษ์ส่วนพระองค์สะดุดเท้าตัวเองจนเกือบเสียหลักล้มลงดังสนั่นจากการตัวเซไปกระแทกเสาหินอ่อน  จินทำหน้างง ๆ ขณะหันกลับไปมองและพบเพียงใบหน้าตื่นตระหนกนิด ๆ ของคริสโตเฟอร์

 

“ ผมพูดไปแบบนี้คงจะทำให้ตกใจสินะครับ แหะ ๆ ”  จินหัวเราะแห้ง ๆ

 

“ ฉันเห็นเธอค่อนข้าง...สนิท...กับเขาน่ะ เลยไม่คิดว่าจะ...ไม่ถูกกันช่วงแรก ๆ ”  คริสโตเฟอร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเอ่ยคำว่า สนิทแล้วภาพที่เคียร์ก้มลงจูบจินที่ร้านไข่สัตว์เลี้ยงแวบเข้ามา

 

“ ก็อย่างที่บอกน่ะครับว่าเขาเป็นคนสุภาพ  พูดสุภาพกับคนอื่นแล้วก็มีรอยยิ้มตลอดเวลาแต่นั่นน่ะ...ทำให้ผมรู้สึกว่าเขาสวมหน้ากากอยู่ ”  จินก้าวเดินช้า ๆ ขณะอุ้มตุ๊กตาหมีสีขาวตัวโปรดไว้ในอ้อมแขน

 

“ รอยยิ้ม...ที่ไม่มีความจริงใจ  ดวงตา...ที่ว่างเปล่านั่นทำให้ผมไม่ชอบเขา  อาจเพราะมันทำให้ผมรู้สึกถึงความแปลกหน้าและความไม่ไว้วางใจกันล่ะมั้งครับ  เพราะเขาเป็นอย่างนั้นผมก็เลยไม่ไว้ใจเขาและไม่ชอบขี้หน้าเขาไปด้วย ” 

 

คริสโตเฟอร์มองเด็กหนุ่มที่หลุบตาต่ำยามพึมพำประโยคหนึ่งซึ่งทำให้เขานั้นสะดุดใจ

 

“  ผมเกลียด...คนที่สวมหน้ากากยิ้มแย้มมากเลย  เพราะข้างในของพวกเขามักจะว่างเปล่า ” 

 

“ แล้วทำไมพวกเธอถึงมาสนิทกันได้  ”  น้ำเสียงของคริสโตเฟอร์ฉายความไม่เข้าใจสักเท่าไหร่ในสิ่งที่ได้ยิน  เขาไม่เห็นแววว่าเคียร์จะสามารถเข้าหาจินจนทำให้กลายเป็นสนิทสนมดังในปัจจุบันได้แต่อย่างใด

 

“ อืม... ”  จินทำหน้าครุ่นคิดขณะลากเสียงในลำคอตัวเอง “ คงเป็นช่วงที่พวกเราเริ่มทำงานด้วยกันแล้วล่ะมั้งครับ ผมบอกเขาไปตรง ๆ ว่าไม่ชอบรอยยิ้มของเขา  ไม่ชอบใบหน้าของเขา  ไม่ชอบทุก ๆ อย่างที่ไม่จริงใจของเขา ” 

 

“ แล้วเขาก็ถามผมว่าทำยังไงถึงจะสนิทกับผมได้  ผมคิดว่าคงเพราะตอนนั้นผมดูเป็นคนแปลก ๆ ล่ะมั้งครับเขาเลยเหมือนอยากจะลองเข้าหา ”  จินบอก  แน่นอนว่าตอนนั้นเป็นช่วงที่ต่างฝ่ายต่างระแวงกันและกัน  ความจริงแล้วจินเป็นคนมีมนุษย์สัมพันธ์ดีแต่เมื่อเขาค้นพบว่าอีกฝ่ายไม่ไว้วางใจในตัวเขาและไม่พร้อมเปิดรับสายสัมพันธ์  เช่นนั้นเขาก็จะเหินห่างและไม่ต้องการยุ่งเกี่ยว

 

อย่างที่บอก

 

จินเกลียดคนที่สวมหน้ากากยิ้มแย้มสุภาพทั้งที่ภายในใจไม่มีซึ่งความไว้วางใจหรือต้องการผูกมิตรแม้แต่นิดเดียว

 

“  ทำยังไงฉันถึงจะได้รู้จักตัวตนของนาย ”  ดวงตาสีเขียวมรกตในตอนนั้นจ้องมองมาอย่างเคลือบแคลงและสงสัยในตัวตนของเขา

 

จินจำได้ว่าตัวเองมองตอบอย่างเฉยชา

 

“ นายไม่มีวันรู้...ตราบใดที่นายยังไม่คิดเปิดใจอย่างแท้จริง ” 

 

 “ แล้วเธอบอกไปว่ายังไง ?” 

 

 “  ผมก็บอกให้เขาลองเปิดใจดู  โยน ๆ ไอ้ความไม่ไว้วางใจนั่นทิ้งไปสักที  เหมือนกับผมเองที่จะยอมเปิดใจให้เขา  ตั้งแต่นั่นล่ะมั้งครับที่พวกเราเริ่มพอจะพูดคุยกันได้เหมือนเพื่อนทั่ว ๆ ไป  พอเวลาผ่านไปนานเข้าเขาก็เริ่มมองว่าผมเป็นเด็ก   อาจจะมองว่าผมเป็นน้องของเขาคนหนึ่งล่ะมั้งครับ  พวกเราก็เลยสนิท ๆ กันอย่างที่เห็น ” 

 

คริสโตเฟอร์พยักหน้าเข้าใจเมื่อได้ฟังก่อนชะงักกึก

 

“ แล้ว...เขาเล่นกับเธอแบบเอ่อ...ถึงเนื้อถึงตัวบ่อยไหม ? ” 

 

จินเริ่มคิดแล้วว่าบางทีคริสโตเฟอร์อาจจะเริ่มระแคะระคายความสัมพันธ์เธอกับเคียร์  แต่เธอก็ไม่คิดว่าเธอกับเคียร์จะออกอาการชัดเจนเหมือนคู่ไดซ์วอดนะ  บางทีเธอก็แค่ขี้อ้อนกับเคียร์บ่อย ๆ และเคียร์ก็มักคอยดูแลเธอเหมือนเด็ก ๆ เท่านั้น

 

“ ก็เป็นเรื่องปกตินะครับ ” 

 

“  ร...เหรอ...แล้ว...เคียร์ทำอะไรแปลก ๆ ใส่เธอไหม ? ” 

 

“ ยังไงครับ ? ” 

 

จินเอียงคอสงสัย

 

คริสโตเฟอร์แทบไปไม่เป็นเลยทีเดียวเมื่อสบตาใส ๆ ของจิน  เขาอึกอัก

 

“  ช...เช่น  กอด...หอมแก้มหรือ...หรือ...หรือ...จูบ ”

 

จินนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจ  เขาพยายามตอบไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่

 

“ ก็เป็นเรื่องปกตินะครับ ” 

 

“  ปกติ ?! ” 

 

“ อ่า ครับ  อย่างหอมแก้มเขาก็บอกว่าหมั่นเขี้ยวผม  บางครั้งผมก็ชอบอ้อนขอกอดเขาบ่อย ๆ ส่วนจูบนี่ก็พวกหน้าผากปกตินี่ครับ  เราสนิทกันเหมือนเป็นพี่น้องกันอยู่แล้ว ” 

 

จินตอบไปตามตรงแต่ปรับมุมมองให้พวกเขาสนิทกันเหมือนพี่น้องเพราะตอนนี้จะให้โพล่งพูดไปเลยว่าคบกันหรืออะไรเทือกนั้นอีกฝ่ายน่าจะหัวใจวายซะก่อน

 

“ อ—อะ---อะ---ไรที่ทำให้เธอคิดว่ามันปกติกันจิน ”  คริสโตเฟอร์ชักอยากจะกรีดร้อง  นี่สมองของจินเพี้ยนไปแล้วหรือไงถึงมองว่าการที่ผู้ชายจูบกันเป็นเรื่องปกติ

 

“ อ้าว...แต่เคียร์บอกว่ามันเป็นเรื่องปกตินี่ครับที่จะทักทายกันแบบนี้ ” 

 

ใช่แล้ว 

 

จินพยักหน้าหงึกหงักสนับสนุนคำพูดของตัวเอง  เคียร์บอกว่ายังไงเรื่องสัมผัสตัวกันเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติเหมือนกับพวกไดซ์วอด  อันที่จริงเวลาเคียร์จูบมักจะแค่นาบปากลงมาเหมือนทักทายมากกว่า  อย่างตอนก่อนนอนหรือตอนเช้าอะไรแบบนั้น  อีกอย่างเคียร์เองก็เล่าให้ฟังว่าปกติถ้าเป็นคนในครอบครัวเดียวกันก็จะทักทายกันแบบนี้  คงเพราะเคียร์มองเขาเหมือนเป็นเด็กด้วยนั่นแหละนะ

 

“ ใช่แล้ว...ปกติ ” 

 

คริสโตเฟอร์รับคำเสียงแหบแห้ง  ก่อนจะฉุกใจคิดบางอย่างได้

 

“ จิน ” 

 

“  ครับ ? ” 

 

ฟอด

 

คริสโตเฟอร์ก้มลงหอมแก้มจินเบาๆ จินกระพริบตาด้วยความงงนิด ๆ แต่ไม่ได้ว่าอะไร

 

คริสโตเฟอร์ถามช้า ๆ

 

“ จิน  เธอคิดว่าฉันหอมแก้มเธอหมายความว่าไง ?  ” 

 

หมายความว่าไง ?

 

จินครุ่นคิดถึงตอนไปสอบที่ต่างโลกและพบวัฒนธรรมการทักทายด้วยการหอมแก้ม  เขาเองก็งงว่าทำไมคริสโตเฟอร์ถึงหอมแก้มเขาแต่จะให้คิดเป็นอย่างอื่นเขาก็คาดเดาไม่ได้เพราะงั้นง่ายที่สุดเลยคงเป็น...

 

“ การทักทายครับ ” 

 

ดังนั้นคริสโตเฟอร์ถึงได้รู้ว่าความรู้ของจินเกี่ยวกับความสัมพันธ์แบบนี้นั้นเป็น...ศูนย์  ที่สำคัญไปกว่านั้น...เจ้าตัวซื่อบื้อพอ ๆ กับวอดก้าเลยทีเดียวถึงแยกไม่ออกว่าตัวเองกำลังถูกเอารัดเอาเปรียบอยู่

 

แน่นอนว่าจินรู้ว่าความสัมพันธ์ของตัวเองกับเคียร์นั้นกึ่ง ๆ คนรัก  เขาเลยต้องการจะสื่อว่าสิ่งที่คริสโตเฟอร์เห็นหรือรับรู้มานั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับพวกเขาและให้มองว่าพวกเขานั้นสนิทกันเหมือนพี่น้องแต่ไม่ใช่แบบคนรักเนื่องเพราะตอนนี้ยังไม่ใช่โอกาสเหมาะ ๆ จะสารภาพ

 

แต่สำหรับคริสโตเฟอร์แล้ว  ความเถรตรงของจินทำให้เขาเข้าใจผิด

 

“ หน็อยยยย เคียร์ ”  คริสโตเฟอร์แทบจะคำรามชื่อหลานชายตัวเองในลำคอ

 

 

 

จินเกาหัวตัวเอง

 

“ ฉันคิดว่าลุงคริสสงสัยบ้างแต่ตอนนี้มันยังไม่ใช่โอกาสเหมาะ ๆ ที่จะบอกไปตรง ๆ เลย  ฉันเลยตอบคำถามแบบตรง ๆ เหมือนไม่ปิดบังและพยายามทำให้เขาสบายใจว่าเคียร์ก็ดูแลฉันเหมือนพี่น้องงนั่นล่ะ   แต่เหมือนว่าพอฉันตอบคำถามเขาไปเขาจะเข้าใจไปคนละทางกับที่ฉันจะสื่อแฮะ ” 

 

“ อย่าว่าแต่นายเลยจิน  ฉันก็พอ ๆ กับนาย ” 

 

รัมถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

“ ยังไง ? ”   วอดก้าถามด้วยสีหน้าสนใจ

 

 

 

“ รัม...เจ้าน่ะ  รู้สึกยังไงกับบราวน์รึ ? ” 

 

 “ บราวน์ ? หมายถึงว่าผมมองเขาเป็นคนแบบไหนหรือครับ ถ้าจะให้พูดแล้วนี่.... ” 

 

รัมเองก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี  เขาเลยตอบสั้น ๆ

 

“ เป็นคนที่เจ้าเล่ห์และร้ายกาจพอสมควร  แต่ก็เป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง ” 

 

“  เพื่อน ? ” 

 

เซอร์ไลทวนเสียงสูง  มองรัมที่ยกน้ำชาขึ้นจิบด้วยใบหน้าสงบนิ่ง

 

“ ครับ  แรก ๆ ผมมองว่าเขาเป็นคนที่นิสัยไม่ค่อยดีแต่พอสนิทกันไปเรื่อย ๆ เขาก็ถือว่าเป็นคนดีใช้ได้ ”  ผุดยิ้มที่มุมปากนิด ๆ ขณะยามนึกถึงอากัปกิริยาของอีกฝ่าย “ ทั้ง ๆ ที่ไม่ชอบสัตว์  แต่กลับอ่อนโยนกับพวกมัน  ทั้ง ๆ ที่เป็นคนขี้รำคาญแต่ก็ยอมรับปากช่วยเหลือ  บางครั้งดูเผินๆ  เป็นคนใจร้อนแต่จริง ๆ ก็มีความอดทนอย่างไม่น่าเชื่อ ” 

 

หลุดขำนิด ๆ เมื่อกล่าวต่อ

 

“ บางทีก็มีมุมที่เหมือนเด็กอย่างไม่น่าเชื่อ  เขาน่าสนใจดี...ล่ะมั้งครับ ” 

 

เซอร์ไลยิ้มแข็งค้าง...

 

เขาเริ่มไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่ว่าคนที่รัมพูดถึงหมายถึงบราวน์

 

ไม่ชอบสัตว์น่ะถูก แต่อ่อนโยนเนี่ยนะ

 

ส่ายหัวแรง ๆ

 

เป็นคนขี้รำคาญ  นี่ก็ถูกแต่ยอมช่วยเหลือคนอื่น “

 

ส่ายหัวพรืด  ลูกคนนี้เมื่อรำคาญแล้วสามารถตัดคนอื่นทิ้งได้อย่างโหดเหี้ยมสุด ๆ

 

ดูเป็นคนใจร้อน  แต่มีความอดทนอย่างไม่น่าเชื่อ “

 

ส่ายหัวพรืด

 

คนอย่างลูกชายของเขาไม่เคยมีความอดทนต่ออะไรทั้งนั้น  แค่มีหญิงสาวมาชื่นชมก็แทบจะฟันดาบไล่

 

ไม่ถูก

 

ยิ่งมีมุมที่เหมือนเด็กด้วยเนี่ยนะ

 

“ เจ้า...เจ้าแน่ใจนะรัม ” 

 

“  แน่ใจสิครับ  เขาดูเหมือนเด็กแสบ ๆ คนหนึ่งเท่านั้นที่ทำตัวเป็นเด็กป่วน  บางทีผมก็คิดว่าเขาน่ารักดีเหมือนกัน ”

 

รัมยิ้มกว้าง  นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยบอกเจ้าตัวเลยสักครั้งว่าท่าทีร้ายกาจนั่นเหมือนหัวโจกจอมแสบที่ทำให้เขาเอ็นดูนัก

 

น่ารัก ?!

 

ถึงตรงนี้เซอร์ไลชักคิดว่าตัวเองหูฝาดแล้ว

 

วิญญาณของเขาเหมือนจะหลุดออกจากร่างเมื่อได้ฟัง 

 

เซอร์ไลหันขวับมอง

 

“  รัม...เจ้าน่าจะโดนหลอกแล้ว ” 

 

“  หืม “ ”  รัมได้แต่มองสีหน้ามืดครึ้มของอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ

 

 

 

“  ไม่ว่าฉันจะพูดยังไงก็ตาม  ยิ่งพยายามชมบราวน์ต่อหน้าท่านเซอร์ไล  ท่านเซอร์ไลยิ่งคิดว่าฉันถูกหมอนั่นหลอกเอาด้วยภาพลักษณ์คนดี  ชักอยากรู้แล้วสิว่าหมอนี่ไปทำอะไรไว้ทำไมภาพลักษณ์ของเขากับฉันถึงได้มีมุมมองต่างกันขนาดนี้ ” 

 

รัมกุมขมับตัวเอง  พอได้ยินจากท่านเซอร์ไลว่าเขาถูกหลอก  รัมยิ่งปฏิเสธและยิ่งพยายามยกข้อดีบราวน์มาพูด

 

ที่ไหนได้คนเป็นพ่ออีกฝ่ายไม่มีท่าทางจะเชื่อถือลูกชายตัวเองสักนิด

 

บราวน์...นายไปก่อวีรกรรมอะไรไว้บ้างนี่

 

( วางยาพิษพ่อตัวเองจ้ะ )


 

30%

 

 

“ เรื่องนี้ไม่น่าแปลกหรอก  ก็พวกนายเป็นคนพิเศษ  เคียร์กับบราวน์ก็เลยทำอะไรพิเศษเฉพาะกับพวกนายเท่านั้นไง ”  วอดก้าบอกด้วยรอยยิ้ม

 

วิสกี้ตบหัวเข่าตัวเอง

 

“ พวกนายน่าจะโพล่งและฝากตัวเป็นว่าที่ลูกสะใภ้ไปเลยนะ ” 

 

“  ฉันคิดว่าให้เคียร์บอกเองจะดีกว่าน่ะสิ  เดี๋ยวพวกท่านได้หัวใจวายก่อน ” 

 

“  ก็นะ”  คนที่เหลือทำหน้าเหยเก  แล้วเตกีล่าก็โพล่งขึ้นมา

 

“ บางทีพวกเขาอาจรู้แล้ว ? ”   วอดก้า  วิสกี้  จิน  รัมมองไปที่เตกีล่าเป็นตาเดียว

 

“ อะไรทำให้เธอคิดแบบนั้น ? ”  วอดก้าถาม

 

“ ดูจากการที่พ่อบราวน์กับลุงของเคียร์เหมือนเจาะจงถามรัมกับจินน่ะสิ ”  ดวงตาสีฟ้าหลังแว่นตาทอประกายครุ่นคิดไปมา “ มีความเป็นไปได้ที่บางทีพวกเขาอาจสงสัยเรา  คำถามที่ว่า คิดยังไงกับบราวน์หรือเคียร์ นี่  ไม่รู้สึกแปลก ๆ บ้างเหรอ ? ” 

 

“ถ้าเอาจริง ๆ ก็น่าสงสัยนะ  ปกติครอบครัวที่ไม่ได้เจอกับลูกนาน ๆ ถ้าจะถามถึงลูกก็น่าจะถามว่า เคียร์ตอนอยู่โรงเรียนเป็นยังไงบ้าง หรือไม่ก็ เขาสบายดีไหม ? ได้พูดคุยกับเขาบ้างไหม ? น่าจะเป็นแบบนี้มากกว่ามั้ง ”  จินเสนอความคิดบ้าง

 

รู้สึกยังไงกับบราวน์ ฟัง ๆ ดูเหมือนเขารู้อะไรบางอย่างเลยแฮะ ”  รัมลูบคางตัวเอง

 

“ .......... ”  ความเงียบดำเนินไปครู่หนึ่งก่อนวอดก้าจะยีหัวตัวเอง  เอนหลังพิงโซฟาด้วยสีหน้าครุ่นคิด

 

“  อ๊า ! ช่างมันเถอะ  ที่สำคัญเลยคือพวกนายต้องช่วยฉันคิดก่อนว่าจะเอายังไงดีกับการประลองวันนี้ ” 

 

“ นายเครียด ? ”   

 

“ แหงแซะ  ฉันจะทำยังไงดี  ลงมือหนักไปตัวเองก็ซวย  ลงมือเบาไปก็ไม่น่าจะได้ในเมื่อเจ้าหญิงคนนั้นน่าจะอาฆาตฉันพอสมควร ”  วอดก้านวดขมับ   ให้ทำฝีมือตัวเองให้อ่อนด้อยน่ะทำได้  แต่เจ้าหญิงเซเทอลีนคนงามคงจะเอาเขาให้ถึงตาย   ปกป้องตัวเองได้แต่องค์เซฟีรัสจะผิดสังเกต  แต่ถ้าให้เจ็บหนักจนต้องแพ้ก็คงโดนพาราไดซ์โกรธที่ไม่ดูแลตัวเองดี ๆ

 

คนที่เหลือมองหน้ากันอย่างเห็นด้วย

 

“ อย่างยัยเจ้าหญิงนั่นคงเล่นมหาเวทถล่มนายเลยล่ะมั้งนั่น ”  วิสกี้พูดติดตลก  เตกีล่าที่หาข้อมูลให้เพื่อนรักเมื่อสักครู่หันโน๊ตบุคซ์ไปทางเพื่อนสนิท

 

“ เจ้าหญิงเซเทอลีน  พอล  ดิ อลาเรย์ หอเหมันต์  ความถนัด  ธาตุน้ำ  เชี่ยวชาญเวทน้ำแข็งในการโจมตี  รองลงมาคือธาตุมืด  จำพวกเวทจองจำและทัณฑ์ทรมาณ   อาวุธที่ใช้คือดาบเบา  ฝีมือพอใช้ได้ ”

 

เตกีล่าอธิบายง่าย ๆ อ้างอิงจากผลการต่อสู้เมื่อวานให้ฟัง

 

“ วิ้ว...เวทจองจำและทัณฑ์ทรมาณ ? มาแนวเดียวกับนายเลยนี่รัม ”  จินผิวปากขณะหันไปยิ้มให้แพทย์เถื่อนผู้ถนัดธาตุมืดเกี่ยวกับคุณไสยเป็นพิเศษ

 

“ เฮ้  ของฉันมีสไตล์และดูดีกว่าเวทดาษดื่นทั่วไปของเจ้าหญิงนั่นนะ  ”  รัมว่าด้วยสีหน้าไม่พอใจก่อนจะหัวเราะเมื่อจินเอามือจี้เอวตนเอง

 

“ เอายังไงดีล่ะเนี่ย  ถ้าเล่นงานหนักจนเกินไปมีหวังถูกตราหน้าว่ารังแกผู้หญิงแน่ ๆ ”  วิสกี้แกล้งพูดอย่างซีเรียสข้างหูวอดก้า  วอดก้าผลักหัววิสกี้ออกไปก่อนจะยิ้มเมื่ออีกฝ่ายหัวเราะคิกคัก

 

“ เอาเถอะ  งั้นเอาแค่เสมอแล้วชิงขอยอมแพ้ไปก่อนแล้วกัน  ยังไงฉันก็ไม่ได้หวังจะชนะอยู่แล้ว ” 

 

“ ว่าแต่เสียดายจังเลยแฮะที่รุ่นพี่เทรนกับรุ่นพี่เซราสไม่เจอกันสักตา  ไม่งั้นล่ะคงสนุกแน่ ”  เตกีล่ากระตุกยิ้มที่มุมปากเมื่อนึกขึ้นมาได้  การต่อสู้ของสัตว์ประหลาดต้องน่าดูกว่าการต่อสู้ทั่วไปอยู่แล้ว

 

“ ยังไงพวกพี่แกก็ลงมือเบา ๆ กันอยู่แล้วไม่งั้นโรงเรียนได้กระจุยแน่ ”  จินเท้าคางออกความเห็น

 

“ ก็เหมือนตอนไดซ์กับวอดก้าประลองกันในวิชาต่อสู้นั่นล่ะ  อลังการงานสร้างซะไม่มี ฮ่า ๆๆ ”  วิสกี้หัวเราะลั่นเมื่อนึกถึงหน้าคนอื่น ๆ ตอนรู้ว่าเป็นการประลองของเด็กปี 1  เพราะแบบนี้วอดก้าถึงได้มีฉายาลับ ๆ ว่าสัตว์ประหลาดยังไงล่ะ

 

“ อืม นี่ก็ใกล้ได้เวลาต่อสู้แล้ว เดี๋ยวฉันต้อง---- ” 

 

น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่กำลังพูดขาดหาย  วอดก้าหันขวับมองนอกหน้าต่างอย่างรวดเร็วพร้อมประกายตาคมกล้า...จวบจนแน่ใจว่าสัมผัสเมื่อครู่หายไปแล้ววอดก้าจึงเอ่ยอย่างเคร่งขรึม

 

“ รู้สึกหรือเปล่า ? ” 

 

“  อืม/ อือ / ใช่ / อ่าหะ ”  อีกสี่สองตอบกลับอย่างรวดเร็วโดยที่สายตายังไม่ละไปจากหน้าต่าง

 

เมื่อครู่...ตอนวอดก้ากำลังจะพูด  สัญชาตญาณของเธอสัมผัสได้ถึงไอคุกคามเพียงชั่วเสี้ยววินาที   ถ้าหากเธอสัมผัสได้คนเดียวเธออาจจะนึกว่าตนเองนั้นเพียงพักผ่อนไม่พอจากเรื่องที่รุมเร้าเท่านั้น  แต่เมื่อเพื่อนอีกสี่คนยืนยันชัดว่าสัมผัสได้ไม่ต่างกันทำให้มันมีความเป็นไปได้ร้อยเปอร์เซ็นในทันที

 

“ จิน... ” 

 

“ ได้ ”  จินวางมือลงบนพนักวางแขนของโซฟา  หลับตาแล้วปล่อยพลังของตัวเองให้ล่องลอยไป  วอดก้าและเตกีล่าสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังบางเบาออกจากเพื่อนสาวในคราบชายหนุ่มกระจายตัวไปรอบ ๆ แล้วมันก็ถอนกลับมาอย่างรวดเร็ว

 

“ ปีศาจ ”  จินบอกสั้น ๆ

 

จินมีสายเลือดของปีศาจอยู่เต็มเปี่ยม  แน่นอนว่าเธอสามารถค้นหาพลังของปีศาจตนอื่น ๆ ได้หรือสัมผัสได้ว่าเคยมีเผ่าพันธุ์เดียวกับตนอยู่ตรงไหน   แต่ละเผ่าพันธุ์ล้วนจะมีเอกลักษณ์ของพลังในแบบของตนเอง  เผ่าปีศาจ  กล้าแกร่ง  ทรงพลัง  เผ่าเทพ  ทรงอำนาจ  งดงาม  แม้กระทั่งเผ่าภูตหรือเอลฟ์ก็เช่นกัน 

 

ตอนจินส่งพลังไปค้นหาอีกฝ่ายด้วยพลังของตน  วอดก้าที่เป็นลูกครึ่งเทพและปีศาจรวมถึงเตกีล่าที่เป็นเผ่าภูตซึ่งมีพลังอำนาจใกล้เคียงกันจึงรู้สึกได้ถึงพลังของจิน

 

“ สงสัยฉันคงต้องไปเตือนไดซ์ให้ระวังหน่อยแล้ว ”  แม้จินจะบอกเพียงสั้น ๆ ว่าเป็นปีศาจ  แต่พวกเขาก็โยงไปอย่างรวดเร็วว่าปีศาจตนนั้นดีไม่ดีอาจจะเป็นศัตรูที่ถูกส่งมาจับตาดูพวกเธอก็เป็นได้  และการที่อยู่ในช่วงเทศกาลของโรงเรียนและมีกษัตริย์ของแต่ละรัฐอยู่ด้วยก็ช่างเป็นโอกาศอันดีที่จะสร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย

 

“ ระวังตัวให้มากขึ้นนะวอด อย่าลืมว่านายเป็นเป้าหมายหนึ่งของพวกมันเหมือนกัน ”  วิสกี้เตือนด้วยสีหน้าจริงจัง

 

วอดก้าพยักหน้ารับก่อนจะออกจากห้องไปขณะที่คนที่เหลือสร้างอาณาเขตป้องกันการดักฟังและคุยเรื่องงานต่อเพื่อให้อะไร ๆ เป็นไปอย่างราบรื่นและประสานงานให้มันลงตัวมากขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อม

 

 

 

 

“ ไดซ์  นายอยู่ที่ไหน ? ”  พาราไดซ์ที่กำลังยืนอารักขาองค์เซฟีรัสหรี่ดวงตาเล็กน้อยกับเวทสื่อสารจากวอดก้า

 

เขาตอบกลับ

 

“ ห้องส่วนพระองค์  มีอะไรหรือเปล่า ? ” 

 

“ อีกแปบนะ  ฉันใกล้ถึงที่ประทับของพระองค์แล้ว  สะดวกออกมาหรือเปล่า ? ” 

 

“ ฉันจะออกไปหา ” 

 

การที่วอดก้าติดต่อมาอย่างเร่งด่วนแบบนี้แสดงว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติ 

 

พาราไดซ์ค้อมตัวให้ผู้เป็นพ่อเป็นการทำความเคารพ

 

“ ฝ่าบาท  กระหม่อมขอเวลาสักชั่วครู่พะยะค่ะ ” 

 

“ อืม  ไปเถอะ ”  องค์เซฟีรัสที่ยังตั้งหน้าตั้งตาอ่านเอกสารบนโต๊ะทรงงานเงยหน้าสบตาพาราไดซ์แวบหนึ่งก่อนจะก้มลงไปทำงานต่อ

 

พาราไดซ์น้อมตัวทำความเคารพก่อนจะก้าวจากห้องรับรองหรูหราที่ทางโรงเรียนจัดเตรียมไว้ให้เป็นที่ประทับของกษัตริย์ทั้ง 5 พระองค์  วางด้วยอาณาเขตป้องกันชั้นสูงที่วอดก้าและพาราไดซ์ลงมือทำด้วยตัวเอง  ผสานกับรองผู้อำนวยการอย่างเอ็กเซล  รอบนอกเองก็ถูกป้องกันด้วยทหารองครักษ์ฝีมือยอดเยี่ยมนับร้อยนาย  ที่สำคัญไปกว่านั้นคือองครักษ์ลับที่อยู่ในห้องทรงงานและอยู่ไม่เคยห่างดั่งเงาตามตัวองค์กษัตริย์ทำให้ศัตรูพยายามแค่ไหน  เก่งกาจเพียงใดก็ไร้ประโยชน์

 

วอดก้ายืนอยู่อย่างสงบนิ่งที่โถงทางเดิน  ถูกจับตามองจากทหารรอบนอกทุกทาง  หากเขามีท่าทางผิดปกติจะถูกรวบตัวในทันใด

 

พาราไดซ์มองผ่านการทำความเคารพของทหารองครักษ์ก่อนจะเดินนำวอดก้าไปยังที่อื่นที่สะดวกแก่การพูดคุย

 

“ เกิดอะไรขึ้น ? ”  น้ำเสียงของพาราไดซ์เคร่งเครียดขึ้นโยดที่เขาไม่รู้ตัวเมื่อนึกว่าอาจเกิดสิ่งผิดปกติขึ้นกับวอดก้า  เหตุการณ์เมื่อเช้าก็ทำให้เขาใจหายไปแล้วที่เห็นวอดก้าเจ็บปวด  แล้วยังการที่วอดก้าติดต่อกลับมาขอคุยบางอย่างด้วยยิ่งทำให้พาราไดซ์เกิดความตื่นตระหนก

 

เห็นพาราไดซ์ดึงตัวเองให้นั่งลง  ใช้ดวงตาสีม่วงคมกริบที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งมองมาที่วอดก้าอย่างระมัดระวังและสำรวจแล้ว  วอดก้าก็ทำได้เพียงหัวเราะแผ่ว ๆ ในลำคอ

 

“ ยังจะหัวเราะอีก ”  แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มของวอดก้าแล้วพาราไดซ์ก็เผลอยกยิ้มที่มุมปากขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว

 

วอดก้าถอนหายใจเล็กน้อย  ดึงตัวเองสู่ภาวะจริงจัง 

 

“ ระวังให้มากขึ้น  เมื่อกี้ตอนฉันและพวกวิสอยู่ที่ห้องนั่งเล่นของหอสัมผัสได้ถึงความรู้สึกคุกคาม  จินยืนยันว่าเป็นปีศาจ  อาจเป็นพวกเดียวกับที่ลักพาตัวเด็กที่มีพลังเวทย์สูงไป   บางทีพวกมันอาจจะก่อความวุ่นวายเพิ่มในงานโรงเรียนครั้งนี้ ” 

 

“ เข้าใจแล้ว  ” 

 

“ เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันให้มากขึ้น  เดี๋ยวฉันก็จะไปหาราฟาเอลให้สั่งการลงไปให้ระมัดระวังมากขึ้นเป็นพิเศษไม่งั้นจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นถ้าเกิดพวกมันบุกเข้ามา  ยิ่งวันนี้มีงานเลี้ยงฉลองด้วย ” 

 

วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วของงานโรงเรียนซึ่งทุก ๆ ปีจะมีการจัดงานเลี้ยงฉลองขึ้นภายในโรงเรียนให้แก่นักเรียนเช่นเดียวกับร้านค้ารอบนอก  ดังนั้นอาจบอกได้ว่าวันนี้เป็นวันที่เหมาะแก่การลงมือก่อความวุ่นวายมากที่สุดก็ได้

 

“ อืม... ”  พาราไดซ์ขานรับให้วอดก้ามั่นใจ  ก่อนจะนิ่งรอเมื่อวอดก้ามีสีหน้าลังเลและเหมือนกำลังคิดบางอย่างอยู่

 

“ มีอะไรหรือเปล่า ” 

 

วอดก้าขมวดคิ้วมุ่น  ส่ายหน้าแล้วทำท่าจะลุกขึ้นแต่พาราไดซ์ดึงมือวอดก้าไว้ก่อน

 

“ ถามมา ”  พาราไดซ์ถามเอ่ยเสียงเข้มขึ้นเมื่อวอดก้ามีท่าทางปิดบังเขา  วอดก้าส่ายหัวน้อย ๆ แล้วยักไหล่

 

“  ก็แค่เรื่องไม่เป็นเรื่อง ” 

 

“ ถ้าเกี่ยวกับนายมันก็สำคัญทั้งนั้นแหละ ” 

 

วอดก้าหลุดหัวเราะพรืดเมื่อได้ยินดังนั้น  ดึงสันจมูกโด่งของเจ้าชายหนุ่มเบา ๆ ก่อนจะตอบ

 

“  ก็แค่คิดเรื่องการประลองน่ะ  อีกฝ่ายเป็นถึงเจ้าหญิงจากอลาเรย์   กำลังคิดเฉย ๆ ว่าทำยังไงให้เสมอกันดี ” 

 

“  นายจะแกล้งทำ ? ”  พาราไดซ์เลิกคิ้วสูง

 

“  อาห่ะ ”  อีกคนพยักหน้าตอบรับ “ ฉันอยากจะเก็บฝีมือตัวเองเอาไว้นิดหน่อย  บางทีพอสู้กันได้พอสมควรฉันก็จะขอยอมแพ้ ” 

 

ดวงตาพาราไดซ์คมปลาบในทันทีขณะพูดเสียงเข้ม

 

“  ห้ามบาดเจ็บ ! ” 

 

“  รู้น่า  รับรองว่าจะไม่มีแผลสักกระผีกเดียวเลย ”  วอดก้ายิ้มเผล่ให้  ก่อนเขาจะส่ายหัวและยกมือลูบหัวคิ้วอีกคนอย่างจนใจ

 

“ อย่าขมวดคิ้วบ่อยไดซ์  เดี๋ยวแก่เร็วหรอก  ”  พาราไดซ์หรี่ตาแล้วดึงจมูกวอดก้าแรง ๆ ทีหนึ่ง

 

“ ที่สำคัญที่สุด   ขืนฉันลงมือรุนแรงมีหวังถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ชายชั่ว  รังแกผู้หญิง  หน้าตัวเมียและโหดเหี้ยมแหง ๆ เลย ”  วอดก้าพึมพำเบา ๆ กับตัวเองแต่นั่นก็ไม่ได้เล็ดรอดประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของเจ้าชายหนุ่มไปได้

 

ร่างสูงสง่าดึงคนที่ยืนให้ถลามานั่งตักตน   ปลายจมูกโด่งคลอเคลียแก้มนิ่ม  สูดกลิ่นอายที่ชวนให้ผ่อนคลายอย่างถึงที่สุดที่ขณะบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

“  คมอาวุธไม่มีตา  คู่ต่อสู้เธอบาดเจ็บก็เป็นเรื่องปกติในการประลอง  ไม่ต้องไปใส่ใจเสียงพวกนั้นหรอก ”  พาราไดซ์อ้าปากงับไหล่วอดก้าเบา ๆ อย่างผ่อนคลาย  คล้ายหยอก ๆ มากกว่าจะกัดอย่างจริงจัง “ อีกอย่างเธอก็เป็นผู้หญิง   ไม่จำเป็นต้องออมมือและที่สำคัญไปกว่านั้น... ” 

 

ใบหน้าคมคายซุกที่ไหล่ของวอดก้า

 

“  ที่สำคัญไปกว่านั้น ? ” 

 

นักฆ่าสาวทวนต่อเมื่ออีกฝ่ายไม่เอ่ย

 

พาราไดซ์ซุกหน้าที่ไหล่วอดก้าสักพักก็งึมงำพูด

 

“ ...หึง...ฉันหน่อย...ก็ได้ ” 

 

“ ...ไดซ์  ถ้านายกล้าไปพูดแบบนี้กับผู้หญิงที่ไหนฉันฆ่าหล่อนแน่ ”  วอดก้าพูดเสียงเฉียบขาดต่อ “ แล้วก็หยุดทำแบบนั้นเดี๋ยวนี้เลยด้วย ” 

 

“ ...ไม่ชอบ ? ” 

 

“  ...มันน่ารักเกินไป ” 

 

เมื่อได้รับคำสารภาพตรง ๆ จากหญิงสาวที่อยู่ในรูปลักษณ์ปลอมตัว  แต่กระนั้นก็ไม่อาจทำให้พาราไดซ์หยุดรอยยิ้มของตนได้  มือที่กอดเอวอีกฝ่ายแน่นขึ้น   แทบลืมเลือนภารกิจสำคัญ   เจ้าชายน้ำแข็งแห่งทริสทอร์ผู้กวาดดวงตาครั้งเดียวสามารถเปลี่ยนฤดูร้อนให้กลายเป็นฤดูหนาวได้คิดในใจ

 

วอดก้าของเขาน่ารักที่สุด

 

ส่วนวอดก้าก็ได้แต่ยกมือตบหน้าผากตัวเองดังแปะ

 

ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป  งานเข้าเธอแน่ ๆ

 

 

 

 

 

การประลองรอบแรกกินเวลาไม่นานแค่เพียงประมาณ 15 นาทีก็จบลง  ผลการประลองของรุ่นพี่เซราสและรุ่นพี่กาซจากหอคิมหันต์คือรุ่นพี่เซราสชนะไปด้วยการประดาบล้วน ๆ และสามารถฟันดาบที่จุด ๆ เดียวซ้ำ ๆ ของจนทำให้ดาบของรุ่นพี่กาซหักเป็นสองท่อนและจำใจต้องขอยอมแพ้ไป

 

และก็ถึงรอบวอดก้า

 

วอดก้าเลิกคิ้วสูงเมื่อสาวเจ้าเดินกระแทกไหล่เขาออกไปก่อนและปรายหางตามองด้วยท่าทางเหยียดหยามเล่นเอาวอดก้าไม่รู้จะของขึ้นดีหรือเลิกใส่ใจกับอากัปกิริยาราวเด็กของหญิงสาวดี

 

เทรนผิวปากขณะพูด

 

“  ไปทำอะไรให้สาวน้อยไม่ชอบหน้ากันเนี่ยวอดก้า ” 

 

วอดก้ายักไหล่ก่อนจะยิ้มขอบคุณเมื่อเซราสที่เดินเข้ามาพูดอวยพรให้ชนะและมีเสียงเทรนเอ่ยแว่ว ๆ ตามว่า

 

“ ฉันรอทดสอบฝีมือกับนายอีกรอบอยู่นะวอดก้า ! ” 

 

วอดก้าที่เดินออกไปยิ้มมุมปากนิด ๆ ไม่ตอบออกไปว่างานนี้ตัวเองจะล้มมวย

 

และเมื่อเขาเดินออกไปเสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่มอีกครั้งราวกับเขาเป็นนักร้องพร้อมเสียงเรียกชื่อดังสนั่นหวั่นไหวจนเทรนต้องแหย่ว่าไปจ้างหน้าม้ามาช่วยกรี๊ดให้

 

“ อีกด้าน  วอดก้า  เอลนาโวลล์โรลล์  นักบวชหนุ่มจากนาโวลล์ครับ  ขอย้ำกติกาให้เข้าใจอีกครั้ง  การประลองนี้ทำเพื่อทดสอบฝีมือเพียงเท่านั้น  ไม่เล่นงานคู่ต่อสู้จนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตมิฉะนั้นจะถือว่าถูกปรับแพ้   สามารถใช้อาวุธใดก็ได้แต่การใช้เวทมนตร์ให้ใช้เพียงเวทมนตร์บทต่ำและบทกลางเท่านั้น  ห้ามใช้เวทมนตร์บทสูงเด็ดขาด ”

 

พิธีกรกล่าวอธิบายให้วอดก้าและเซเทอลีนรับทราบอีกครั้ง

 

“ ถ้าพร้อมแล้วขอเริ่มการประลองในคู่ที่ 2 ณ บัดนี้  ” 

 

ที่ประทับกษัตริย์ในวันนี้มีกษัตริย์ทั้ง 5 รัฐพร้อมหน้า  อาจเพราะนี่เป็นการประลองวันสุดท้ายที่จะหาตัวผู้ชนะเลิศแล้วด้วยก็เป็นได้และเป็นเช่นเดิมคือคู่ประลองพูดสิ่งใดจะไม่มีใครได้ยินดังนั้นเลยไม่มีผู้ชมคนใดรู้ในสิ่งที่เจ้าหญิงแห่งอลาเรย์เอ่ยด้วยใบหน้าสงบนิ่ง

 

“  วอดก้า  เอลนาโวลล์โรลล์  เจ้ามีชื่อเสียงพอตัวในโรงเรียนแห่งนี้ ”  ดาบเบาเล่มเพรียวบางสีเนื้อที่ด้ามจับประดับด้วยมุกและอัญมณีดูหรูหราเป็นพิเศษปรากฏในมือเซเทอลีนผิดกับดาบของวอดก้าที่ดูเหมือนดาบธรรมดาที่หาได้ทั่วไป

 

“ ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ”  วอดก้ากล่าวถ่อมตัวขณะที่พวกเขายังยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับไปไหน

 

แล้วใบหน้าสงบนิ่งของเซเทอลีนก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วพร้อมร่างเพรียวบางที่ปรากฏวูบเหนือตัววอดก้าด้วยเวทสายลมช่วยในการเพิ่มความเร็ว   แน่นอนว่ามันไม่เร็วพอสำหรับวอดก้าที่พลิกตัวตั้งดาบขวางรับการโจมตีด้วยใบหน้านิ่งเฉย

 

ใบหน้าหญิงสาวเกรี้ยวกราดและฉายความอาฆาตชิงชังวอดก้าอย่างถึงที่สุดยามพูดเมื่อประดาบในระยะประชิด

 

“ แกมันเป็นบุรุษโสโครกวิปริต  กล้าดียังไงทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมกับ พระองค์ ” 

 

“ เจ้าหญิงคงจะหมายถึงพาราไดซ์ ? ”  วอดก้าเลิกคิ้วสูง  กล่าวพร้อมยิ้มนิด ๆ ที่มุมปากขณะเคลื่อนกายไปเรื่อย ๆ ยามต่อสู้

 

ดวงตาสีฟ้าวาวโรจน์ขึ้นมาในทันทียามพูดเสียงลอดไรฟัน

 

“ แกกล้าดียังไงเอ่ยนามของพระองค์ห้วน ๆ เจ้าคนไร้หัวนอนปลายเท้า ! ” 

 

เคร้ง ! เคร้ง ! เคร้ง !

 

ประกายไฟแลบจากคมอาวุธที่เสียดสีกัน  ความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามอารมณ์โกรธของหญิงสาว   วอดก้าแก้กระบวนท่าของเซเทอลีนและตอบโต้กลับอย่างไม่ซับซ้อน  ดูท่าทางลำบากบ้างสบายบ้างทำให้ผู้ชมส่วนใหญ่ที่สายตาไม่แหลมคมพอจะมองว่าทั้งสองมีฝีมือที่สูสีก่ำกึ่งกัน  หากแต่ที่ประทับของกษัตริย์ทั้ง 5 พระองค์ต่างมองออกว่าวอดก้านั้นมีฝีมือมากกว่าเซเทอลีนแต่ไม่รู้ว่าในระดับไหนเท่านั้น

 

“ วอดก้าจะไหวหรือเปล่า ? ”  องค์เซฟีรัสกระซิบถามพาราไดซ์อย่างเป็นกังวล  แม้จะพอเห็นว่าวอดก้าเป็นต่ออยู่บ้างก็ตาม

 

“  ฝ่าบาทไม่จำเป็นต้องกังวลพะยะค่ะ ”   เพราะวอดก้ามีฝีมือมากกว่ากระหม่อมเสียอีก

 

อีกประโยคพาราไดซ์เอ่ยตอบในใจ  เกรงว่าถ้าบอกออกไปคงสร้างความตกตะลึงให้ผู้เป็นพ่อและนายเหนือหัว  ตาปรายมองไปที่บริเวณผู้ชมซึ่งวิสกี้  จิน  รัม  เตกีล่าและเพื่อนสนิทของเขาอีก 4 คน นั่งกระจายตัวอยู่ท่ามกลางผู้ชมเผื่อมีเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงหรือผิดปกติเกิดขึ้น   ด้วยฝีมือของทั้ง 8 คงไม่ใช่เรื่องยากที่จะยับยั้งได้

 

พาราไดซ์ได้กำชับผู้เป็นลุงอย่างคริสโตเฟอร์แล้วให้สั่งให้ทหารองครักษ์เข้มงวดขึ้นกว่าเดิมและเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นเช่นเดียวกับวอดก้าที่แจ้งไปยังราฟาเอลและเอ็กเซลเรียบร้อยแล้ว  ทำให้นักเรียนปีสูงที่มีหน้าที่รักษาความสงบและปลอดภัยของโรงเรียนทำงานอย่างจริงจังป้องกันข้อผิดพลาด

 

แม้นักเรียนในโรงเรียนนี้แม้บางครั้งจะดูบ้า ๆ บอ ๆ ทำอะไรตามแต่ใจตนแต่เมื่อเป็นหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายก็จะปฏิบัติหน้าที่ของตนเป็นอย่างดี  ยิ่งไปกว่านั้นฝีมือของพวกเขาล้วนแล้วแต่ไม่ธรรมดา  ยิ่งปีสูงขึ้นไปยิ่งได้รับประสบการณ์ที่สั่งสมและได้รับการขัดเกลาจากเหล่าอาจารย์จนยอดเยี่ยมขึ้นเพราะไม่ว่านักเรียนในโรงเรียนนี้จะทะเล้นดูไม่เอาอ่าวยังไงแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าพวกเขาคือบุคลากรที่ภาคภูมิใจและสมกับที่เป็นนักเรียนของสถาบันอันดับหนึ่งของรัฐ

 

ทางด้านที่วอดก้ากำลังต่อสู้  หูกระดิกระรัวกับคำผรุสวาททั้งหลายที่หลุดออกมาจากปากเจ้าหญิงที่ทำปากไม่งามตาม  วอดก้าถึงกับต้องกรอกตามองขึ้นฟ้าขณะตั้งรับและต่อสู้อย่างเฉื่อยชาเรื่อย ๆ

 

“  แกเป็นบุรุษไร้ยางอายที่สุดเท่าที่เราเคยพบ  คิดหรือว่าเจ้าชายพาราไดซ์จะชื่นชอบในตัวแกจริง ๆ แกเป็นเพียงของเล่นและขั้นบันไดให้กับพระองค์เท่านั้น  รู้เอาไว้ซะด้วย ! ” 

 

“ จะชื่นชอบไม่ชื่นชอบยังไงทุกวันกระหม่อมกับเจ้าชายพาราไดซ์ก็นอนกอดกันทุกคืนนะพะยะค่ะ ”  วอดก้าพูดตามตรงก่อนจะเห็นดวงตาเซเทอลีนดุร้ายยิ่งกว่าเสือ   สาวเจ้าร้องกรี๊ด  ตาแดงฉานด้วยโทสะ  พุ่งเข้ามาเหมือนต้องการฟันเธอให้ขาดเป็นสองส่วนให้ได้

 

“  หน้าไม่อาย ! จิตใจโสมม ! อย่างแกก็เป็นได้แค่นายบำเรอนอนอ้าขาให้บุรุษผู้อื่นอย่างไร้ซึ่งศักดิ์ศรีเท่านั้น !  ” 

 

วอดก้าผิวปาก

 

“ ไม่นึกว่าองค์หญิงจะรู้เรื่องพวกนี้ด้วยนะพะยะค่ะแล้วรู้หรือไม่ว่าบุรุษกับบุรุษนั้นทำยังไง ”  วอดก้าก็แหย่เล่นไปเรื่อย ๆ อย่าไม่อนาทรร้อนใจใด ๆ เพราะเจ้าหญิงคนงามยังไม่ก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตที่สำคัญของเขา

 

เซเทอลีนหน้าแดงด้วยความโกรธ  ฟันอีกฝ่ายไม่ยั้งมือหวังกำจัดอีกฝ่ายไปให้ได้

 

ทำไม ?!

 

ทำไมเจ้าชายพาราไดซ์ถึงต้องใกล้ชิดกับมัน !  ทำไมต้องมองมันด้วยความอ่อนโยนและสนิทสนมด้วยเสมอ !

 

ทำไมไม่เป็นเธอที่พระองค์ต้องคอยมองและทะนุถนอมเอาใจ

 

ไม่ใช่กับวอดก้า  เอลนาโวลล์โรลล์  สามัญชนไร้หัวนอนนี่ !

 

“  ไปตายซะ ! ไปตายซะ ! ไปตายซะ ! ” 

 

เธอเกลียด !

 

เกลียดมันนัก !

 

ถ้าไม่มีมัน  เจ้าชายพาราไดซ์ก็จะชอบเธอ ! พระองค์จะเป็นของเธอ !

 

เธอจะขึ้นเป็นราชินีของทริสทอร์  ได้รับทุก ๆ อย่างจากพระองค์  รอยยิ้ม  ความอ่อนโยน  ความรักและอำนาจทุกอย่าง !

 

พระองค์ต้องสนใจเธอสิ !  ไม่ใช่มัน !

 

เคร้ง ! เคร้ง ! เคร้ง !

 

วอดก้ายังตั้งรับได้อย่างไม่มีปัญหา  นั่นยิ่งทำให้เซเทอลีนโกรธและเกลียดอีกฝ่ายไม่ขึ้น  ทั้งท่าทางไม่จริงจังนั่นเหมือนจะเหยียดหยามเธอ  มุมปากที่ยกขึ้นนิด ๆ เหมือนจะเยาะเย้ยและสมเพชเธอ !

 

เธอจะฆ่ามัน !

 

เธอจะกำจัดมันออกไปจากชีวิตของพระองค์ !

 

“ เก่งนักใช่ไหม ”  เซเทอลีนที่หมดความอดทนพึมพำร่ายเวทบทกลางที่เธอถนัด  ลิ่มน้ำแข็งแหลมคมนับสิบลอยข้างตัวเธอ  แต่มีหรือวอดก้าที่สัญญากับเจ้าชายหนุ่มเอาไว้แล้วนั้นจะไม่ยอมบาดเจ็บจะอยู่เฉย ๆ ให้อีกฝ่ายเอาแท่งน้ำแข็งมาเสียบเขา

 

วอดก้าร่ายเวทระดับต่ำเสกแท่งน้ำแข็งออกมาบ้าง  แม้ขนาดไม่เท่าของเซเทอลีนแต่วอดก้าก็ไม่ได้ต้องการใช้ความใหญ่ของมันแต่อย่างใด

 

“ จงแพ้ไปซะ ! ”  เซเทอลีนสะบัดมือ  ลิ่มน้ำแข็งก็พุ่งเข้ามาหาวอดก้าอย่างรวดเร็ว  วอดก้าขยับมือบ้าง  แท่งน้ำแข็งขนาดเล็กกว่าของเซเทอลีนก็พุ่งเข้าชนลิ่มน้ำแข็งทุกอันของหญิงสาวอย่างแม่นยำ  เบี่ยงเบนวิถีพวกมันทั้งหมดออกไปจากวอดก้าขณะที่วอดก้าเริ่มที่จะเป็นฝ่ายบุกบ้าง

 

วอดก้าทำเป็นโหมโจมตีอย่างรุนแรง  เมื่อเห็นว่าถึงเวลาพอสมควรแล้วก็คำนวณองศาขณะที่เซเทอลีนกำลังวาดดาบตีมาปล่อยมือออกจากดาบในชั่วแวบเดียวทำให้ดาบของเซเทอลีนที่วาดผ่านกระแทกดาบของวอดก้าลอยไปตกกระทบพื้นในระยะเกินจะเอื้อมมือถึง   ในตอนนั้นวอดก้าจึงเอ่ยเสียงดังในทันที

 

“ ผมยอมแพ้ ” 

 

พิธีกรได้ยินดังนั้นจึงประกาศ

 

“  เซเทอลีน  พอล  ดิ  อลาเรย์จากหอวสันต์เป็นผู้ชนะครับ ! ” 

 

เสียงปรบมือให้เกียรติคนทั้งคู่ดังขึ้น  เซเทอลีนงงงันวูบหนึ่งกับการขอยอมแพ้ของวอดก้า  แต่เธอก็มีฝีมือในทางดาบพอสมควร  สังเกตและคิดอีกนิดก็รู้ว่าวอดก้าจงใจยอมให้ดาบกระเด็นหลุดมือและขอยอมแพ้

 

มองแผ่นหลังของอีกฝ่ายที่กำลังเดินลงเวทีไป  ใจยิ่งโกรธแค้นทวีคูณ 

 

“ หลานสาวเจ้าฝีมือไม่ธรรม--- ”  องค์เซฟีรัสยังไม่ทันตรัสชมหลานสาวขององค์นิคาร์เปสชิการ์ก็พบความผิดปกติที่ด้านล่าง  นั้นคือเซเทอลีนสะบัดมือวูบปรากฏแท่งน้ำแข็งแหลมคมและขนาดใหญ่กว่าเดิมพุ่งตรงไปทางวอดก้าที่กำลังลงจากเวที

 

รวดเร็วและเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดฝันว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นหลังจบการประลอง  แน่นอนว่าสัญญาต้องเป็นสัญญา  วอดก้าขยับวูบเดียวก็หายไปจากตำแหน่งที่ยืนอยู่เมื่อครู่  หลบรอดแท่งน้ำแข็งไปได้อย่างรวดเร็วบ่งบอกได้เลยถึงฝีมือไม่ธรรมดา

 

เขายืนนิ่งหรี่ตามองไปทางเซเทอลีนขณะพูดเสียงเนิบนาบ

 

“ การประลองจบลงแล้วเจ้าหญิง ” 

 

เซเทอลีนมองวอดก้านิ่งแล้วหันหลังเดินลงไป  ทว่ามุมปากกับเหยียดยิ้มแสยะ  ปลายนิ้วปรากฏเข็มทองที่บางกว่าเส้นผมจากทั้งสองมือ  2 เข็มต่อหนึ่งนิ้วมือและพริบตาเดียวเข็มเหล่านั้นก็หายไปจากปลายนิ้วของเธอ

 

วอดก้าสัมผัสได้ถึงความมุ่งร้ายจนแทบจะเป็นความต้องการฆ่า  เขาเห็นประกายสีทองแวบหนึ่งที่ปลายนิ้วอีกฝ่ายก็ระมัดระวังในทันทีเพราะคนอย่างเซเทอลีนไม่น่าจะยอมแพ้อะไรง่าย ๆ และก็เป็นดั่งที่คิด

 

วอดก้าไม่ได้ประมาทเลยสักนิดตอนหญิงสาวหันหลังให้  ดาบปรากฏวูบในมือฟันบางสิ่งที่เล็กจนแทบมองไม่ออกทิ้งแต่กระนั้นเธอก็ยังพลาดไป 4 เล่มที่เหมือนสามารถควบคุมให้ลดเลี้ยวได้

 

เข็มเล่มแรกปักที่หลังมือ   เล่มที่ 2 คือที่ต้นคอ  เล่มที่ 3 ที่ต้นขาและเล่มสุดท้ายที่หน้าอก

 

วอดก้าหายใจติดขัด  รู้สึกถึงร่างกายที่เริ่มผิดปกติ  วอดก้าดึงเข็มที่หลังมือ  ต้นขาและหน้าอกออกอย่างรวดเร็ว   แม้เวลาเพียงแค่หนึ่งวินาทีก็ทำให้ร่างกายเธอหนักอึ้งเหมือนมีเหล็กมากดทับไว้  ยังไม่ทันที่เธอจะได้ดึงเข็มที่ต้นคอ  ทุกอย่างก็พลันดับวูบ

 

ฝีมืออย่างวอดก้าความจริงน่าจะสามารถต้านเข็มได้ทุกเล่มหากใน 4 เล่มสุดท้ายนั้น ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของเธอไม่จับได้ถึงพลังของปีศาจที่น่ากลัวนับสิบตนโดยพร้อมกันทั้งยังแผ่จิตสังหารมาที่เธอจนเสียสมาธิ

 

ถึงจะเป็นเวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็พอจะทำให้เธอพลาดเข็มทอง 4 เล่มสุดท้ายแล้ว

 

เสียงฮือฮาตกตะลึงเกิดขึ้นในทันทีที่อยู่ ๆ ร่างของนักบวชหนุ่มที่เพิ่งจะขอยอมแพ้ไปเมื่อครู่ทรุดฮวบลง  พวกงิสกี้ผุดลุกขึ้นและในพริบตาเดียว  ร่างในชุดคลุมสีดำก็ปรากฏขึ้นบนเวทีพร้อมอุ้มร่างคนหมดสติขึ้นพาดบ่า

 

ฉึก ! ฉึก ! ฉึก !

 

รัมปามีดสั้นจากระยะไกลตรึงผ้าคลุมทั้ง 3 ไว้  ไม่เพียงเท่านั้นมันยังสร้างพันธนาการให้อีกฝ่ายไม่สามารถเคลื่อนไหว

 

ร่างในชุดคลุมสีดำอีก 2 ร่างปรากฏขึ้นพร้อม ๆ กับพวกวิสกี้ครบทุกคนที่ปรากฏอาวุธครบมือยืนอยู่บนเวที  วิสกี้เอ่ยเสียงเหี้ยม

 

“  ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้ ” 

 

“ ............ ”  อีกฝ่ายไม่ตอบคำ  พยายามแก้พันธนาการแข็งแกร่งที่ขา  รัมสะบัดมือ  โซ่ตรวนผุดจากเท้าใต้พื้นอีกฝ่าย  ออร่าสีดำบ่งบอกว่าเป็นธาตุมืดอีกทั้งกลิ่นอายทรงพลังทำให้รู้ได้ไม่ยากว่าเป็นเวทขั้นสูง

 

จินที่ถือเคียวและวิสกี้ที่ถือดาบพุ่งเข้าไปโจมตี 2 คนหลังที่ปรากฏขึ้น  ส่วนเตกีล่าที่หายวูบไปรอโจมตีทีเผลอ  ปีศาจที่อุ้มร่างวอดก้าอยู่บนบ่าชะงักกึกเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่ล้นทะลึกและพุ่งเป้ามาที่ตน  ตรึงร่างไม่ให้สามารถขยับได้  เป็นรังสีที่อำมหิตจนน่ากลัว  แทบจะสามารถฟันเข้าขาดเป็นสองส่วน   จิตใจที่สงบนิ่งกรีดร้องด้วยความหวาดหวั่น  นั่นเป็นโอกาสให้เตกีล่าใช้เข่ากระแทกเข้าที่อกอีกฝ่ายแล้วใช้ปลายเท้าเตะเข้าที่ก้านคอจนอีกฝ่ายปลิวไปกระแทกกับขอบอัศจันทร์ผู้ชมเสียงดังสนั่น   โดยส่วนหนึ่งฝีมือนั้นย่อมมาจากรัมที่คำนวณแม่นยำปล่อยพันธนาการได้พอดีกับการโจมตีของเตกีล่า

 

ปีศาจตนที่ถูกเตะกระเด็นดูไม่เป็นอะไรมาก  เมินเสียงกรีดร้องของผู้ชมใกล้ตนที่เริ่มลุกออกจากที่นั่ง   มันมองไปยังที่นั่งพิเศษที่อยู่เหนือหัวตน  รังสีอำมหิตมาจากที่นั่นเป็นแน่  และรังสีอำมหิตที่ปีศาจแท้ ๆ อย่างตนยังต้องกลัวเกรง

 

หมับ !

 

มือของใครบางคนคว้าไหล่มันไว้

 

วิมเลทเหยียดยิ้มกว้าง  ถามด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง

 

“ จะรีบไปไหน  เล่นกับฉันก่อนสิ ” 

 

ตู้ม !

 

แล้วร่างของมันก็กระเด็นไปอีกทาง

 

เตกีล่าอุ้มวอดก้าไว้ในอ้อมแขน  ร่างลอยตัวสูงโดยไม่จำเป็นต้องใช้เวทมนตร์ด้วยทักษะของเผ่าพันธุ์ซึ่งนั่นก็คือภูต  โอบอุ้มร่างวอดก้าขึ้นไปยังที่ประทับของกษัตริย์ซึ่งทหารองครักษ์ยืนเรียงรายทั้งด้านหน้าและด้านหลังคอยป้องกัน

 

“ ฝากหน่อยนะ ”  เตกีล่าที่เหยียบขอบระเบียงส่งวอดก้าให้พาราไดซ์ช้า ๆ พาราไดซ์รับวอดก้ามาอย่างรวดเร็วแต่อ่อนโยนก่อนจะหันไปหาคริสโตเฟอร์

 

“ พาฝ่าบาทไปที่ปลอดภัยก่อน ”  การเคลื่อนย้ายกษัตริย์ด้วยวงเวทเคลื่อนย้ายกลับห้องส่วนพระองค์ได้เริ่มขึ้น

 

เตกีล่าดีดตัวตีลังกากลับไปยังเวทีที่มีคนในชุดคลุมอีก 3 คนปรากฏขึ้นตามด้วยการสนับสนุนจากเคียร์  บราวน์ และบลัดดี้

 

เตกีล่าสั่งเสียงนิ่ง  ทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาแทนวอดก้า

 

“ จับเป็น ” 

 

“  ได้/โอ๊ส/จัดไป ”  สิ้นเสียงตอบรับข่ายมนตราป้องกันการหลบหนีที่หนาแน่นก็คลอบคลุมทั่วทั้งเวที   วางซ้อนกันถึง 3 ชั้น  ต่อให้เป็นวอดก้าก็ยังหนีลำบากไม่ต้องพูดถึงปีศาจระดับแค่นี้

 


 

 

Talk

 

เรื่องต่อไปน่าจะเป็นหนูรี่นะคะ  ภายในสัปดาห์นี้แน่นอน  ไรท์ต้องยืมหนังสือภาค ถ้วยอัคนี กับ ภาคภาคีฯ มาอ่านจะได้สรุปเรื่องราวปี 4 ของหนูรี่และปูเนื้อเรื่องปี 5 ให้ลงตัว  ขอบคุณที่ยังติดตามอ่านกันนะคะ

 








 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 100 : บทที่ 84 เบาะแสของแหวน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 13328 , โพส : 398 , Rating : 8% / 177 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16
# 398 : ความคิดเห็นที่ 15213
อา... รังสีพ่อบ้านใจกล้าแผ่ออกมาแรงจริงๆ

ถอนหมั้นเลย! ถอนหมั้นเลย! ถอนหมั้นเลย! นิสัยแบบนี้ขึ้นเป็นราชินีไม่ได้!
Name : Piszerel < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Piszerel [ IP : 110.77.189.26 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 พฤษภาคม 2561 / 08:51
# 397 : ความคิดเห็นที่ 14953
เสียดายวอดก้าน่าจะได้สู้กับเทรน
Name : Beenarrr < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Beenarrr [ IP : 49.230.19.230 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 เมษายน 2561 / 15:07
# 396 : ความคิดเห็นที่ 14527
เห๋ยยยย วอดก้าาาาาาาาาาาา
PS.  5555 สวัสดี เราเป็นคนที่ไม่คิดมากนะ -แค่นี้แหละ- 555 เราชอบอ่านนิยายมาก แนะนำได้เนอะ หิหิ
Name : Fktay < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fktay [ IP : 1.46.203.231 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 สิงหาคม 2560 / 07:24
# 395 : ความคิดเห็นที่ 14368
ปูมาซะเก่งเวอร์ดันกระจอกพลาดไปตั้ง4เล่ม
Name : LBeau < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LBeau [ IP : 14.207.161.35 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มิถุนายน 2560 / 19:06
# 394 : ความคิดเห็นที่ 14129
ไรท์จ๋าาา มาต่อเถอะน้าาา~
Name : Lovenovel_>o< < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Lovenovel_>o< [ IP : 124.120.53.108 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 พฤษภาคม 2560 / 16:23
# 393 : ความคิดเห็นที่ 14126
พ่อตาคงสงสัยน่าดู
Name : zRosalind < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ zRosalind [ IP : 110.168.61.117 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 พฤษภาคม 2560 / 11:01
# 392 : ความคิดเห็นที่ 14113
อ่านรอไรท์มาอัพเป็นรอที่ 10 แล้วจ้า มาอัพเร็วๆน้าาาา
Name : Metineesri < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Metineesri [ IP : 101.109.61.147 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 พฤษภาคม 2560 / 15:40
# 391 : ความคิดเห็นที่ 14069
ไรต์อยากอ่านเเล้วน้าาาา
Name : KanteraNakkhaiw < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KanteraNakkhaiw [ IP : 1.47.234.5 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 พฤษภาคม 2560 / 15:08
# 390 : ความคิดเห็นที่ 14032
อยากอ่านวอดก้าอ่า
Name : เนย [ IP : 125.27.173.191 ]

วันที่: 1 พฤษภาคม 2560 / 23:21
# 389 : ความคิดเห็นที่ 14008
รอไรต์ต่อปายยยย
Name : Chandra and Clover < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Chandra and Clover [ IP : 119.76.100.172 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 เมษายน 2560 / 03:11
# 388 : ความคิดเห็นที่ 13986
ไรท์มาอัพเร็วๆๆๆๆๆๆๆ
Name : otaku_senpai < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ otaku_senpai [ IP : 171.5.250.237 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 เมษายน 2560 / 12:10
# 387 : ความคิดเห็นที่ 13979
มาต่อหน่อยน้าาาาาาา.......เค้าอยากอ่านตอนต่อไปแล้วอ่ะ
Name : Pran12345 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Pran12345 [ IP : 182.232.128.155 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 เมษายน 2560 / 09:59
# 386 : ความคิดเห็นที่ 13965
ไรท์จ๋าาาาาาาา
Name : Chandra and Clover < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Chandra and Clover [ IP : 182.232.70.207 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 เมษายน 2560 / 01:45
# 385 : ความคิดเห็นที่ 13955
ไรท์หายไปหนายยย
Name : onepiecetheconan < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ onepiecetheconan [ IP : 49.48.245.37 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 เมษายน 2560 / 20:42
# 384 : ความคิดเห็นที่ 13951
ไรต์จงมาอัพ~//สะกดจิต



แงงงงงงงงงงง ก็มันค้างอ่ะฮรืออออ อิเจ้าเฮงซวยยยยยยยยยยยย//วาร์ปไปอ่านหนูรี่ต่อ
PS.  พวกเรามิอาจฝืนกฎแห่งธรรมชาติ...แต่ข้าจะฝืนมันให้ดู
Name : shiromi-kuromi < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ shiromi-kuromi [ IP : 49.230.25.42 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 เมษายน 2560 / 22:14
# 383 : ความคิดเห็นที่ 13947
ไรจ๋าหายไปไหนอะมาต่อเร็วๆจิรออยู่น้าา
#จัดยัยเจ้าหญิงนั้นให้เละเลยค่ะไรท์
Name : conankun17406 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ conankun17406 [ IP : 119.76.1.5 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 เมษายน 2560 / 10:48
# 382 : ความคิดเห็นที่ 13942
ไรท์ขารีบๆมาอัพต่อเร็วๆสิคร้าอยากอ่านต่อไปแล้วอ่าอยากรู้ว่าวอดกัาจะเป็นยังไงบ้างไดซ์จะโกรธมากขนาดไหน รีบๆมาอัพต่อนะค่ะรออยู่
ปล.จัดการยัยเจ้าหญิงนั้นด้วยนะค่ะค่ะ บังอาจมาทำวอดก้าของเค้า ฮี่มๆๆ โกรธๆๆๆๆ
Name : manniejirada < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ manniejirada [ IP : 49.228.208.0 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 มีนาคม 2560 / 21:29
# 381 : ความคิดเห็นที่ 13941
ไรท์จ๋า รีบมาต่อได้มะ คือเราอยากรู้ว่าวอดก้าจะเป็นตายร้ายดียังไงอ่ะ ไอเจ้าหญิงนั้นก็ด้วย ส่วนพวกปีศาจคงต้องหวังว่าพวกวิสกี้กะไดซ์จะไม่ฆ่าหวกมันตายก่อนนะไม่งั้นพวกนั้นคงไม่รู้ว่าใครส่งมาแน่ๆ
ปล.ภาวนาให้ไดซ์ไม่สติแตกโกรธมากนะ
ปล2.ไรท์รีบมาอัพน่ะ รออยู่อ่ะT+T
Name : TangmoNatchaya < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ TangmoNatchaya [ IP : 49.49.232.29 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 มีนาคม 2560 / 23:32
# 380 : ความคิดเห็นที่ 13936
อิเซเทอรีนนนนนอิมาการีนนนอิของคล้ายเนยแต่ไม่ใช่เนยยยอิดวกกก
ไดซ์ไม่เอาเพราะนิสัยแกนี่แหละใครที่เอาแกไปเป็นราชินีอาณาจักรมีแต่จะล่มจมเพราะราชินีขี้อิจฉาอย่างแก!!!
ขออภัยกับความไม่สุภาพด้านบนค่ะแต่งได้เข้าถึงอารมณ์มากค่ะสุดยอดๆ
PS.  ความรู้สึกที่อยู่ข้างในนะ... อยากจะบอกให้เธอรู้จริงๆ
Name : Funikami Hane < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Funikami Hane [ IP : 124.120.30.138 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 มีนาคม 2560 / 00:36
# 379 : ความคิดเห็นที่ 13933
อ่านไปอีกหลายๆรอบ รอต่อปายยยยย อยากอ่านแล้วอ่าา
Name : Gardensia < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Gardensia [ IP : 1.10.221.58 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 มีนาคม 2560 / 01:39
# 378 : ความคิดเห็นที่ 13932
มาอ่านซ้ำอีกรอบแล้วววว ขอตอนต่อไปเถอะค่ะ
Name : RIKU-K < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ RIKU-K [ IP : 223.24.45.205 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 มีนาคม 2560 / 22:06
# 377 : ความคิดเห็นที่ 13930
ต่อเถอะนะๆๆๆๆ ค้างอ่า
Name : Rayton < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Rayton [ IP : 1.47.171.172 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มีนาคม 2560 / 20:57
# 376 : ความคิดเห็นที่ 13929
ถามจริ๊งงงนี่แม่นางจบเอกมโน โทคิดไปเองรึเปล่าจ๊ะ -_- คิดได้เนอะว่าถ้าวอดก้าตายนางจะได้ขึ้เป็นราชินี? แหมม มีการจินตนาการว่าตัวเองแกร่ง? มั่นเบ้าไปอี๊กกก ไหนจะสกิลลอบกัดอีกอ่ะนอกจากเป็นไก่คอยจิกนี่ยังเป็นหมาลอบกัดอีกหรอ? #อินจัดมากค่ะ55555555
Name : Lile4153 [ IP : 171.101.33.61 ]

วันที่: 27 มีนาคม 2560 / 01:31
# 375 : ความคิดเห็นที่ 13928
อิเจ้าหญิงเวรผู้ชายไม่เอาก็ยังจะมาจองเวรอีกไม่มีใครทำบุญให้รึไงทำเป็นสัมพเวสีไปได้ แค้นไปสิแค้นให้อกแตกตายไปเลย ดิ้นรนยังงัยไดซ์ก็ไม่แลหรอก เฮอะ// อินจัง...ขอยาดมหน่อย~
ไดซ์แก้แค้นแทนวอดก้าซะ เอาให้อิเจ้าหญิงไม่มีที่ยืนเลย
Name : raysamsam < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ raysamsam [ IP : 101.109.11.53 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มีนาคม 2560 / 22:21
# 374 : ความคิดเห็นที่ 13927
ค้าวมากๆๆๆๆ มาต่อไวววววนะคะ
Name : are-u < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ are-u [ IP : 202.12.73.136 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มีนาคม 2560 / 17:52
# 380 : ความคิดเห็นที่ 13891
โหย มัน แต่จริงๆอยากเห็นเทรนวอด 555 รอออ
Name : lost-death < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lost-death [ IP : 14.207.172.142 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 มีนาคม 2560 / 12:14
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android