คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 101 : บทที่ 85 คำสาปโบราณ


     อัพเดท 13 เม.ย. 61
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 2,446 Overall : 679,176
15,910 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7628 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 101 : บทที่ 85 คำสาปโบราณ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 20388 , โพส : 620 , Rating : 3% / 508 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด




บทที่ 85 คำสาปโบราณ

    


 

 

พาราไดซ์วางร่างวอดก้าที่อ่อนยวบบนโซฟาตัวยาวในห้องส่วนพระองค์ของผู้เป็นพ่อ   ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดก่อนรังสีอำมหิตจะล้นทะลักเมื่อมองเห็นเข็มทองที่ต้นคอของวอดก้า

 

“ วิชาลับของอลาเรย์ เข็มตรึงวิญญาณ ” 

 

เจ้าหญิงเซเทอลีน

 

“ วอดก้าเป็นยังไงบ้าง ”  องค์เซฟีรัสตรัสถามก่อนชะงักไปเมื่อเห็นเข็มทองในมือของพาราไดซ์  พระองค์รู้ได้ในทันทีว่าคืออะไร

 

วิชาลับประจำราชวงศ์อลาเรย์

 

เข็มทองตรึงวิญญาณ  มีทั้งสิ้น 20 เล่มและทุกหนึ่งเล่มหากปักเข้าที่จุดใดของร่างกายไม่ว่าจะเป็นเทพ  มารหรือปีศาจ  ดวงวิญญาณก็จะถูกผนึกในทันที

 

1 เล่มตรึงกายา

 

2 เล่มตรึงจิตใจ

 

3 เล่มตรึงความนึกคิด

 

4 เล่มตรึงอารมณ์

 

และ 5 เล่มตรึงวิญญาณ

 

 

เป็นวิชาผนึกวิญญาณที่สืบทอดกันมาของราชวงศ์อลาเรย์ที่ได้ชื่อว่าราชวงศ์ผู้ผนึก  ไม่ว่าจะผนึกความชั่วร้าย   ผนึกความตายและผนึกหายนะ

 

ซึ่งวิชานี้ผู้ที่ล่วงรู้จะมีเพียงคนในราชวงศ์ชั้นสูงของแต่ละรัฐเท่านั้นที่จะทราบ  เป็นความลับที่ต้องปกปิดไว้ให้กันและกันเฉกเช่นเดียวกับความลับของราชวงศ์อื่น ๆ

 

แต่ตอนนี้  เข็มตรึงวิญญาณกลับปรากฏที่ร่างของวอดก้า

 

องค์เซฟีรัสมีพระพักตร์เคร่งเครียด  รับรู้ว่าเรื่องนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล  พระองค์หันไปหาองครักษ์คนสนิท

 

“ คริสโตเฟอร์ ตามนิคให้ข้าที ” 

 

“ พะยะค่ะ ”  คริสโตเฟอร์ค้อมกายก่อนจะหายตัวไปเพราะรับรู้ถึงความเร่งด่วนของเรื่องนี้ดี

 

พาราไดซ์ย่อกายลง  มองใบหน้าสงบนิ่งของวอดก้าที่เหมือนกำลังอยู่ในห้วงนิทรา  ทันใดเขาก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายบางอย่างที่ผิดแปลกไป

 

พาราไดซ์ขยับใบหน้าเข้าใกล้วอดก้าอีกนิด  และทำให้ดวงตาของเขากระจ่างวาบเมื่อกลิ่นอายบางเบานั้นทำให้เขาเข้าใจในบางอย่าง  

 

เขาขยับมือ  ริมฝีปากร่ายเวทมนตร์ก่อนพริบตาที่ร่างของวอดก้าจะแผ่กลิ่นอายคำสาปที่รุนแรงออกมาจนพาราไดซ์และองค์เซฟีรัสตกตะลึง

 

คำสาปนี้รุนแรงมากเกินไป

 

รุนแรงจนพาราไดซ์แทบไม่อยากเชื่อว่าเขาสัมผัสถึงมันไม่ได้ !

 

“  พาราไดซ์  ทำไมวอดก้าถึงมีคำสาปทรงพลังแบบนี้อยู่ ”  องค์เซฟีรัสมีสีหน้าเคร่งเครียดและตกใจ   คำสาปเมื่อครู่ถูกกระตุ้นด้วยพลังเทพของพาราไดซ์ทำให้แผ่กลิ่นอายคำสาปมืดออกมาต่อต้าน  

 

คำสาปนี้เร้นลับเกินไป  บางเบาเกินไปแม้กระทั่งองค์เซฟีรัสยังแทบไม่รู้สึกตัว

 

“ ผม...ไม่รู้ ”  พาราไดซ์กระซิบเสียงเบาด้วยใบหน้าซีดเผือด  สติสั่นคลอนเมื่อคิดว่าคนที่เขาคอยเคียงข้างและดูแลเสมอมากลับถูกคำสาปร้ายแรงขนาดนี้ได้

 

และที่สำคัญไปกว่านั้น  แม้กระทั่งวอดก้าเองก็เหมือนจะไม่รู้สึกตัวว่าถูกคำสาปนี้เข้า

 

ไหนจะปีศาจที่มุ่งเป้าที่จะลักพาตัววอดก้าอีก

 

องค์เซฟีรัสหรี่นัยน์ตา  พิศมองร่างวอดก้าที่ปรากฏรอยสักสีดำที่ผิวซึ่งลามถึงลำคอ  มันเลือน ๆ ชัด ๆ และเป็นลวดลายที่คดเคี้ยวแปลกตาจนดูงดงาม   อักษรสีแดงที่ซ่อนไปตามรอยสักเรืองแสงวูบวาบแผ่วเบา  

 

กษัตริย์แห่งทริสทอร์มองอยู่นาน  พึมพำกับตัว

 

“  อักษรนี้...คำสาปโบราณ...” 

 

“  ฝ่าบาทรู้จัก ? ” 

 

พาราไดซ์หันมอง

 

“ เราไม่แน่ใจนัก...แต่อย่าให้เป็นสิ่งที่เราคิดเลย ” 

 

องค์เซฟีรัสตอบด้วยดวงตาสับสนชั่วขณะโดยพยายามซ่อนเร้นไว้เพื่อไม่ให้พาราไดซ์กังวลใจ  แต่ดูเหมือนจะเปล่าประโยชน์เพราะพาราไดซ์นั้นกลับสังเกตได้

 

องค์เซฟีรัสยิ่งรู้สึกกังวลมากยิ่งขึ้นเมื่อเห็นนัยน์ตาของพาราไดซ์วูบไหวเช่นเดียวกับปลายนิ้วที่สั่นระริกด้วยความหวาดกลัวชั่วครู่

 

พระองค์รู้...ว่าพาราไดซ์กำลังกังวลว่าจะสูญเสียวอดก้าไป

 

“ .......... ” 

 

“ ......... ” 

 

“  ฝ่าบาท ”  คริสโตเฟอร์กลับมาอีกครั้ง  ยืนข้างกายผู้เป็นนายอย่างสงบนิ่งโดยไม่ลืมกวาดตามองร่างของวอดก้าที่หมดสติด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน

 

 “ เกิดอะไรขึ้นเซฟีรัส ”  องค์นิคาร์เปสชิการ์ปรากฏตัวพร้อมองครักษ์ฝีมือดี   พาราไดซ์หมุนตัวไปหา   มือเรียวยาวปรากฏเข็มสีทองที่บางเท่าเส้นผมวางอยู่

 

“ เข็มนี้... ”  องค์นิคาร์เปสชิการ์เบิกตากว้าง  เข็มทองประจำราชวงศ์  สร้างด้วยทองคำ  หลอมด้วยกระบวนการพิเศษที่ตีให้ทองบางเท่าเส้นผม  อาบด้วยมนตรากล้าแกร่งที่สามารถตรึงวิญญาณได้แม้แต่เทพโดยใช้เพียงไม่กี่เล่มเท่านั้น  และที่มาของเข็มนี่จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...

 

“ เซเทอลีน... ” 

 

องค์นิคาร์เปสชิการ์กระซิบชื่อหลานสาวแผ่วเบา

 

“ ไปตามเซเทอลีนมาเดี๋ยวนี้ ! ”  นึกถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเมื่อครู่และกลุ่มปีศาจที่ป่วนงานประลองแล้ว  กษัตริย์แห่งอลาเรย์ยังสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่างและความเหมาะเจาะจนเกินไปในเรื่องราวที่เกิดขึ้น

 

แม้กระทั่งพระองค์ผู้เป็นลุงยังรู้สึกได้ว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับหลานสาวของตนแน่

 

“ ฝ่าบาท...ช่วยถอนผนึกให้วอดก้าด้วย ” 

 

พาราไดซ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ   แต่องค์นิคาร์เปสชิการ์กลับสัมผัสได้ถึงคลื่นยักษ์ที่ถาโถมอยู่ภายในร่างลูกชายของเพื่อนสนิท   กลิ่นอายเย็นเยียบที่แผ่ออกมานี้สร้างความแปลกใจให้พระองค์กับการที่เคยเห็นพาราไดซ์ซึ่งเย็นชาและไร้ความรู้สึกมาตั้งแต่อีกฝ่ายยังเด็ก ๆ

 

พระองค์วางมือที่ศีรษะของวอดก้า  หลับตาและตั้งสมาธิ

 

เวลาผ่านไปท่ามกลางความเงียบงัน

 

พาราไดซ์มองออกไปนอกหน้าต่างที่เมฆครึ้มบดบังแสงอาทิตย์พานทำให้ภายในห้องหรูหรามืดมนลงตามไปด้วย

 

“  ไม่ได้...เราถอนผนึกไม่ได้ ” 

 

“  เพราะอะไร ? ”  องค์เซฟีรัสถามด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง

 

“ เพราะการผนึกนี้...ไม่สมบูรณ์ ” 

 

ดวงตาสีม่วงของพาราไดซ์เหม่อลอย

 

“ เข็มทองตรึงวิญญาณ...ต้องถูกเข็มทั้ง 5 เล่มซึ่งเปี่ยมด้วยพลังในการผนึกจึงจะเป็นการผนึกที่สมบูรณ์และสามารถคลายผนึกได้ ” 

 

ภายในห้องยังเงียบกริบ  เหลือเพียงเพียงของกษัตริย์แห่งอลาเรย์เอื้อนเอ่ย

 

“ แต่เด็กคนนี้ถูกเพียงแค่ 4 เล่มและ...ผู้ผนึกยังไม่สามารถใช้พลังของมันได้อย่างเต็มที่ทำให้การผนึกนี้ไม่สมบูรณ์และไม่สามารถถอนมันออกมาได้ ” 

 

“ เสมือนเชือกที่ผูกตามขั้นตอนจนเสร็จสิ้น  หากทำอย่างเป็นระเบียบ  การจะแก้เชือกย่อมทำได้ง่ายแต่ถ้าหากผูกเชือกโดยไม่เสร็จสิ้นและถูกต้อง...เชือกนั้นย่อมพัวพันซับซ้อนและแก้ได้ยาก ” 

 

“ ............. ” 

 

ครืน...

 

เสียงฟ้าร้องดังแว่ว ๆ มา  แสงอาทิตย์หลบเร้นหลังก้อนเมฆ    องค์นิคาร์เปสชิการ์รู้สึกหนาวเยือกกับนัยน์ตาสีฟ้าและแผ่นหลังกว้างของบุตรชายสหาย  บรรยากาศภายในห้องกดดันและเย็นเยือกแผ่กลิ่นไอแห่งความตาย

 

พระองค์เคยหยอกล้อว่าองค์เซฟีรัสและพาราไดซ์นั้นไม่มีนิสัยส่วนใดที่คล้ายคลึงกันแม้แต่นิด

 

บิดาขี้เล่น  เอาแต่ใจและเริงร่า   แต่กระนั้นก็แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์

 

บุตรชาย  เยือกเย็นสุขุมจนแทบไร้จิตใจ  เฉยชาและโลกส่วนตัวสูงจนไม่อาจเข้าใกล้ได้

 

แต่ในยามนี้...พระองค์รับรู้แล้วว่าพ่อลูกคู่นี้เหมือนกันที่จุดใด

 

ความน่ากลัว 

 

พลัง

 

และความทรงอำนาจที่ไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ยสิ่งใดก็เพียงพอให้ผู้คนต้องสยบ

 

“ ...ฝ่าบาท...รู้จักคำสาปที่ตัวเขาหรือไม่ ? ” 

 

พาราไดซ์ถามอีกครั้ง  น้ำเสียงในครั้งนี้ยังคงราบเรียบและทื่อด้าน

 

องค์นิคาร์เปสชิการ์มีสีหน้าสงสัย  จนกระทั่งแสงสีทองอาบร่างวอดก้า  รอยสักสีดำจึงปรากฏอีกครั้งพร้อมกลิ่นอายคำสาปที่ทรงพลังเกินกว่าจะคาดคิด

 

พระองค์ถึงกับนิ่งอึ้งไปด้วยแทบสัมผัสไม่ได้ว่ามีคำสาปอยู่ตัวเด็กหนุ่มเลยทั้งยังเป็นคำสาปที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก

 

“  คำสาประดับนี้...เป็นไปได้ยังไงกัน ” 

 

พระองค์สงสัยว่าเหตุใดจึงแทบจับไม่ได้ว่าเด็กคนนี้ถูกคำสาป

 

องค์เซฟีรัสเอามือไพล่หลัง

 

“ แม้กระทั่งเราเองก็แทบจับไม่ได้เช่นกัน...หากพาราไดซ์ไม่รู้สึกผิดสังเกต...เราก็คงรู้ไม่ได้ง่าย ๆ ” 

 

องค์เซฟีรัสสบตาสหายด้วยใบหน้าเคร่งขรึม

 

“ แต่ชนิดของคำสาปนี้ต่างหากที่เราเป็นกังวล ” 

 

“ ............ ” 

 

องค์นิคาร์เปสชิการ์ไม่กล่าวสิ่งใดนอกจากจับที่ตัวของวอดก้าและเพ่งสมาธิหมดไปที่รอยสักสีดำที่เลือนลางชัดเจนสลับไปมา

 

และพระองค์ก็ผงะถอยหลังด้วยความตกใจ

 

“ !? ...เป็นไปไม่ได้  คำสาปนี่มัน ?! ”

 

องค์เซฟีรัสกำหมัดแน่น

 

“ เจ้าก็คิดเช่นเดียวกันใช่หรือไม่... ” 

 

องค์นิคาร์เปสชิการ์สะบัดมือ  กล่าวเสียงเคร่ง

 

“ ตามองค์สเวน  องค์คาซิริสและองค์เจนัสมาเดี๋ยวนี้ ” 

 

ไม่นานกษัตริย์จาก 3 รัฐก็ปรากฏตัวตามมาติด ๆ

 

“  ช่วยดูคำสาปที่ตัวเด็กคนนี้หน่อย ”  องค์นิคาร์เปสชิการ์เอ่ย

 

และกษัติรย์ทั้ง 3 พระองค์ก็ต้องหน้าเปลี่ยนสีแทบจะพร้อมกัน

 

“  คำสาปนี้...คำสาปโบราณ...แถมยังเป็นคำสาปของพวกอสูรอีกด้วย ” 

 

“ จริง ๆ ด้วย ”  องค์เซฟีรัสกัดริมฝีปาก

 

“ ฝ่าบาท...คำสาปนี้คืออะไร ? ” 

 

“ ............ ” 

 

“ ฝ่าบาท... ”  น้ำเสียงของพาราไดซ์เย็นขึ้นจนแทบจะแช่แข็งผู้ฟังได้  กษัตริย์แห่งทริสทอร์เริ่มเอ่ยเสียงเนิบ

 

“ คำสาปที่วอดก้าเป็นคือคำสาปโบราณ...ของเผ่าอสูรที่สมควรไม่หลงเหลืออยู่แล้ว ” 

 

พระองค์หลุบตาต่ำ

 

“ มันควรจะเป็นแค่ตำนานเพราะคำสาปนี้...มีเพียงเผ่าอสูรที่ใช้ได้  ซึ่งอสูรตนสุดท้ายว่ากันว่าตายไปแล้วเมื่อหนึ่งพันปีก่อน  ดังนั้นนี่...จึงเป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง ” 

 

เหตุใด คำสาปโบราณที่ควรเลือนหายถึงปรากฏขึ้น

 

เหตุใด  คำสาปนี้จึงยังอยู่ในเมื่อมีเพียงเผ่าอสูรเท่านั้นที่ร่ายมันได้

 

และเหตุใด  ทำไมวอดก้าถึงได้ถูกคำสาปของเผ่าอสูรได้ !

 

“  แต่อย่างไรมันก็เกิดขึ้นแล้ว ”  พาราไดซ์กล่าวแทรกด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและเริ่มที่จะหมดความอดทน  มือทั้งสองข้างของเจ้าชายแห่งทริสทอร์กำแน่นจนแทบจิกเข้าเนื้อ

 

“ นี่เป็นคำสาปที่จะกินพลังชีวิตของผู้ถูกสาป...มันจะส่งพลังไปให้ผู้สาปเป็นเวลา 100 ราตรี...ดวงวิญญาณจะตกเป็นของอีกฝ่าย  จิตใจ...ความคิดจะถูกทำให้กลายเป็นทาสรับใช้และจะไม่มีวันถูกปลดปล่อย  พลังทุกอย่างของผู้ถูกสาปจะถูกดึงผ่านรอยสักจนกระทั่งครบ 100 ราตรี... ” 

 

องค์เจนัสกล่าวแผ่วเบา

 

“  แล้วจะเป็นเช่นไรต่อ...”  พาราไดซ์ถามด้วยน้ำเสียงปานกระซิบ

 

“  ผู้ถูกสาปจะเหลือเพียงร่างกายที่ปราศจากพลังและวิญญาณ...นั่นก็คือ...การต---” 

 

เพล้ง ! เพล้ง ! เพล้ง !

 

กระจกหน้าต่างและเครื่องแก้วทั้งหลายแตกเป็นเสี่ยง ๆ ผ้าม่าน  พรม  แม้กระทั่งเครื่องไม้กลายเป็นรอยขีดข่วนเสียหายด้วยรังสีอำมหิตจากร่างเจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์

 

องค์นิคาร์เปสชิการ์กลืนคำว่า ตายลงไป  จิตใจสับสนงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับพาราไดซ์ที่เยือกเย็นและมีสติมากกันแน่

 

“ วิธีแก้คำสาปล่ะ ? ” 

 

“ .............. ” 

 

“ ข้าถามถึงวิ-ธี-แก้-คำ-สาป ”  พาราไดซ์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน  ดวงตาแข็งกร้าวเด่นชัด  คาดคั้นถึงวิธีทำลายคำสาปที่จะพรากวอดก้าไปจากเขา

 

“ ไม่มี... คำสาปนี้...ไม่มีทางแก้ไข  ” 

 

จากตำนานว่าไว้  ความจริงพวกเขาเองก็รู้จักคำสาปนี้เพียงผิวเผินว่าเป็นคำสาปโบราณของเผ่าอสูร  ที่พวกเขารู้ว่าคำสาปนี้มาจากเผ่าอสูรก็เพราะตัวอักษรสีแดงในรอยสักที่ปรากฏ  พวกเขาเคยศึกษาอักษรของเผ่าอสูรโบราณเมื่อตอนสมัยเรียนทำให้พอผ่านตามาบ้างซึ่งแม้ในตอนนั้นพระองค์เพียรหาวิธีแก้คำสาปเท่าใดก็ไม่พบ  จนสุดท้ายก็ยอมแพ้ไปเพราะจะอย่างไรมันก็เป็นเพียงเรื่องเล่าขานเท่านั้น...

 

บางที  วิธีแก้คำสาปอาจจะมี  แต่นั่นก็คงมีแต่กลุ่มคนที่อยู่ในยุคเดียวกับเผ่าอสูรแล้วซึ่งมันก็นานกว่าหนึ่งพันปีแล้ว

 

“  ฝ่าบาท...พบเจ้าหญิงเซเทอลีนแล้วพะยะค่ะ ” 

 

คำกล่าวของทหารองครักษ์ทำให้บรรยากาศในห้องเหมือนถูกกดทับด้วยภูเขา  นั่นมาจากนามที่ถูกเอื้อนเอ่ยออกมา

 

นายทหารที่กระหืดกระหอบกระอักเลือดออกมาในทันทีขณะที่องค์คาซิริสคว้าไหล่พาราไดซ์ไว้และบีบแน่น

 

“  ใจเย็นก่อนพาราไดซ์  เจ้าต้องใจเย็นก่อนและลดพลังลงเสีย ” 

 

พาราไดซ์ไม่ตอบคำ  มีเพียงพลังที่ลดลงเท่านั้น

 

องค์นิคาร์เปสชิการ์เห็นท่าทีไม่ดีแล้วเมื่อเรื่องนี้มีเผ่าอสูรเข้ามาเกี่ยวข้อง  พระองค์จึงเอ่ยเสียงกร้าว

 

“  พาเจ้าหญิงมาที่นี่ให้เร็วที่สุด  แม้นางจะขัดขืนก็ต้องพานางมาที่นี่ให้ได้ ! ” 

 

“  พะยะค่ะ ! ” 

 

“  ไดซ์...มันต้องมีทาง  เชื่อพ่อสิ ” 

 

องค์เซฟีรัสปลอบโยนลูกชายของตน

 

พาราไดซ์เหม่อมองที่วอดก้าอย่างเงียบงัน  ทรุดนั่งข้างโซฟาและจับมือวอดก้าแน่น

 

ดวงตาสีม่วงปรากฏความเจ็บปวดและโศกเศร้าเมื่อเห็นรอยสักสีดำที่ค่อย ๆ จางลงเรื่อย ๆ

 

แม้ภายนอกท่าทางของพาราไดซ์จะนิ่งสนิทสักเพียงใด  แต่ภายในใจเจ้าชายหนุ่มรู้ดีว่าตนพยายามระงับอารมณ์ไว้อย่างสุดความสามารถแค่ไหน

 

เพลิงโกรธโหมกระหน่ำ...โกรธเจ้าหญิงแห่งอลาเรย์จนอยากจะฆ่าอีกฝ่ายทิ้ง

 

เคียดแค้นผู้ร่ายคำสาปใส่วอดก้า...ไม่ว่ามันจะยิ่งใหญ่มาจากไหน  พาราไดซ์ขอสาบานว่าจะกำจัดมันให้สิ้นไป

 

และสุดท้าย...ชิงชังตัวเองที่ไม่สามารถปกป้องคนสำคัญของตนได้อีกแล้ว

 

ทั้งที่คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นแล้ว

 

ทั้งที่คิดว่าจะไม่พลาดซ้ำสอง

 

แต่ทำไม...ทำไมชีวิตของคนสำคัญที่สุดต้องแขวนอยู่บนเส้นด้ายโดยที่ไม่อาจทำอะไรได้อีกแล้ว

 

วอดก้า...ขอโทษ...

 

ฉันขอโทษ...

 

 

 

 

 

 

 

ในภูเขาน้ำแข็งสูงลิบลิ่ว   ภายในถ้ำที่ลึกที่สุดและมีก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ราวคริสตัลตั้งอยู่   ร่างหญิงสาวที่แทบจะโปร่งใสในน้ำแข็งยังสงบนิ่งทว่าจิตใจกลับกรีดร้องด้วยความอาฆาตแค้นอย่างถึงที่สุดกับร่างในชุดคลุมที่ร่ายล้อมตนอยู่และท่องเวทมนตร์ด้วยภาษาของเผ่าอสูร  

 

ร่างของนางปรากฏรอยสักสีดำเช่นเดียวกับที่ตัววอดก้า  เนวีส...ผู้พิทักษ์ปกปักษ์พลังแห่งฤดูเหมันต์หรือพลังธาตุน้ำกำลังพยายามต่อต้านคำสาปที่ร่างกายตนเองให้มากที่สุด  ใช้พลังน้อยนิดที่ถูกผนึกไม่หมดในการรีดเค้นคำสาปออกจากตัวเนื่องเพราะนางรู้...

 

รู้ว่าพวกมันกำลังใช้วิญญาณของนางที่เชื่อมต่อกับนายหญิงในการส่งมอบคำสาปและดูดกลืนพลังของนายหญิงไป

 

เพราะนางเป็นส่วนหนึ่งของนายหญิง  พวกมันจึงใช้นางในการแทรกซึมคำสาปใส่นายหญิง

 

บ้าที่สุด ! บ้าที่สุด ! บ้าที่สุด !!!

 

เนวีสโกรธเหลือจะกล่าว  และเสียใจเกินจะนับเพราะไม่เพียงตนเองนำความเดือดร้อนมาสู่ผู้เป็นนาย  ยังทำให้ผู้เป็นนายต้องทรมาณกับคำสาปอีกด้วย

 

ต้องหาทางบอกวิธีแก้คำสาปก่อนที่จะครบหนึ่งร้อยวัน

 

 

 

 

ซาราเนีย  จิตวิญญาณผู้พิทักษ์หอเหมันต์ลืมตาขึ้น   เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่สั่นไหวเหมือนพยายามสื่อสารบางอย่างกับเธอ

 

เธอมองท้องฟ้ามืดครึ้มดั่งพายุจะเข้า  แน่นอนว่าที่ที่เธออยู่ย่อมเป็นหอเหมันต์ซึ่งเป็นหอที่เธอต้องคอยพิทักษ์  โดยปกติทั้งเธอ  เอเวอลีนส์  ฟรอเรนไทน์และรีเจซก็ต่างอยู่ประจำหอตนเองและแบ่งบริเวณโรงเรียนในการดูแล   แต่มีเพียงสถานที่เดียวที่พวกเธอไม่อาจเยื้องกรายเข้าไปได้

 

ปราสาทกลางนั่นเอง

 

และบางอย่างทำให้ซาราเนียรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี

 

เธอหายตัววูบไปยังลานกลางแจ้ง  ที่ตั้งของน้ำพุศักดิ์สิทธิ์อะดาเลียที่เธอสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างที่แปลกไป  แต่เธอยังไม่เข้าใจมันและมันทำให้เธอคาใจเป็นอย่างมากว่าอะไร...ที่พยายามจะสื่อสารกับเธอ

 

ซาราเนียแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่ไร้ซึ่งแสงอาทิตย์  สายลมหนาวเหน็บกรรโชกรุนแรงบาดผิว

 

ผู้พิทักษ์หอเหมันต์พึมพำแผ่วเบา

 

“  วันนี้ท้องฟ้า...ดูไม่ดีเอาเสียเลย ” 

 

 

  

เซเทอลีนเดินตามนายทหารที่อ้างว่าผู้เป็นลุงเรียกหาเธอที่ห้องส่วนพระองค์ขององค์เซฟีรัส    พร้อมมีทหารประกบทั้งหน้าและหลัง  เธอขมเม้มริมฝีปากล่างขณะที่หัวใจก็เต้นรุนแรงด้วยความหวาดหวั่น 

 

เธอพอจะเดาออกถึงสิ่งที่ท่านลุงต้องการจะถาม

 

“ ฝ่าบาท...องค์หญิงมาถึงแล้วพะยะค่ะ ”   นายทหารเคาะประตูสองครั้งขณะโค้งกายเป็นการทำความเคารพ  เสียงทุ้มต่ำขององค์นิคาร์เปสชิการ์ดังลอดออกมา

 

“  เข้ามา ” 

 

แอ๊ดดด

 

เสียงประตูที่เปิดช้า ๆ ยิ่งทำให้หัวใจของเซเทอลีนกระตุกวาบ  เธอก้าวเข้าไป  ย่อกายทำความเคารพเหล่ากษัตริย์ทั้งห้าพระองค์ซึ่งมีพระพักตร์ที่เคร่งเครียด

 

“  ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท ” 

 

ไม่มีเสียงใดที่จะตอบรับกลับ  เซเทอลีนพยายามคุมสีหน้าและแววตาให้เป็นปกติทว่าก็มาสะดุดเข้ากับร่างที่กำลังนอนหลับอยู่บนโซฟาตัวยาว  ความเกลียดชังและความริษยาผุดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเจ้าชายที่เธอหลงรักกำลังกุมมือของมันอยู่อย่างทะนุถนอม

 

ทำไม ?!

 

ทำไมต้องเป็นมันที่พระองค์ห่วงใย ?!

 

ทำไมแววตารักใคร่และทะนุถนอมนั้นเธอถึงไม่ได้เป็นเจ้าของ ?!

 

“  เซเทอลีน  เข็มนี่เป็นฝีมือของเจ้าใช่หรือไม่ ? ”  องค์นิคาร์เปสชิการ์มีสีหน้าคร่ำเคร่ง  เซเทอลีนเดินช้า ๆ และปรารถนาในใจให้อีกฝ่ายตกตายไปซะแม้ใบหน้าจะไร้ความรู้สึกก็ตามที

 

เธอยิ้มในใจขณะเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม

 

“  เพคะ  เข็มเหล่านี้เป็นของหม่อมฉันเพคะ ” 

 

“  ทำไมเจ้าถึงเอามันมาใช้ทั้ง ๆ ที่มันเป็นแค่การประลองเท่านั้น ซ้ำไปกว่านั้นวอดก้าได้เอ่ยยอมแพ้แล้วแต่เจ้ายังใช้ใช้เวทมนตร์โจมตีเขาอีก ”  ดวงตาของกษัตริย์แห่งอลาเรย์คมปลาบ “ เจ้ากระทำสิ่งที่ไร้เกียรติเช่นนั้นได้เยี่ยงไรกัน ! ” 

 

“ ท่านลุง...  ”  เซเทอลีนเม้มปาก  หน้าซีดเผือด  เธอรู้ดีว่าตัวเองทำพลาดไปที่โจมตีอีกฝ่ายที่กำลังจะลงจากเวที  แต่เธอยอมรับคำพูดนั้นไม่ได้  คำพูดที่ไร้ยางอายและประกาศกราย ๆ ว่าเจ้าชายพาราไดซ์เป็นของตนเองไม่ใช่เธอ

 

เธอรู้ว่าการกระทำของเธอโจ้งแจ้งและทุกคนล้วนเป็นพยานรับรู้  เมื่อเธอคิดว่าปฏิเสธไปก็เปล่าประโยชน์จึงปิดปากเงียบ

 

“ แล้วปีศาจที่จู่ ๆ โผล่มาจากงานประลองนั้นและต้องการจะลักพาตัววอดก้าไป  บอกข้ามาเดี๋ยวนี้ว่าเจ้ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่ ” 

 

องค์นิคาร์เปสชิการ์พยายามสะกดกลั้นความกราดเกรี้ยวเอาไว้เพราะอยู่ต่อหน้าสหายสนิท   เมื่อหลานสาวส่ายหน้า  ดวงตาของพระองค์ก็ลุกวาวด้วยโทสะขณะตวาดเสียงก้องห้อง

 

“ บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าเจ้าเกี่ยวข้องกับพวกมันยังไง ?! ” 

 

“ ท่าน...ท่านลุง  หลาน--- ”  เซเทอลีนหลับตาลงและเมื่อลืมตาขึ้นมาใหม่เธอก็ตอบไปด้วยเสียงที่ดังไม่แพ้กันราวกับเธอเองก็หมดความอดทนเช่นกัน “ ทำไมพวกมันถึงทำพลาด  แค่เอาตัววอดก้าไปแค่นี้ก็ทำไม่ได้ ! ทำไมไม่ทำให้มันตาย ๆ ไปซะ ! ” 

 

“ เซเทอลีน !!! ”  องค์นิคาร์เปสชิการ์ตวาดลั่น  ขณะที่กษัตริย์อีกสี่พระองค์ปรากฏความคาดไม่ถึงในแววตาเมื่อการคาดเดาเป็นจริงว่าปีศาจที่ป่วนงานประลองนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับหญิงสาว

 

องค์คาซิริสเพ่งมองเจ้าหญิงจากต่างเมืองเป็นพิเศษเมื่อรู้สึกได้ถึงบางอย่างแปลก ๆ ไป เขาเคยพบเซเทอลีนมาก่อน  เจ้าตัวมีนิสัยพูดน้อยตามลักษณะวิสัยของเจ้าหญิงและค่อนข้างเรียบร้อย  แต่เมื่อตอนนี้ดูดวงตาที่แดงก่ำและคำพูดที่พรั่งพรูออกมาไม่หยุดแล้วก็ทำให้พระองค์รู้สึกแปลกประหลาดใจที่อีกฝ่ายยอมรับสารภาพได้ง่ายดายเช่นนี้

 

“ ทั้ง ๆ ที่หลานเป็นถึงว่าที่คู่หมั้นแท้ ๆ แต่เจ้าชายไม่เคยสนใจหลานเลย ! หลานมีสิ่งใดด้อยกว่าเจ้าสามัญชนนี่กัน  ทำไมถึงมีแต่คนชื่นชมมัน  สนใจมันกันล่ะ ! หลานเป็นถึงเจ้าหญิงแห่งอลาเรย์แท้ ๆ ! ” 

 

“  พวกปีศาจนั่นก็เหมือนกัน !  พูดเสียดิบดีว่าเพียงแค่ใช้เข็มสะกดวิญญาณหมอนั่นได้ก็จะพาตัววอดก้าให้ห่างพระองค์ไปอย่างที่ไม่มีวันกลับมา  แต่กะอีแค่ลักพาตัวคน ๆ เดียวยังทำไม่ได้   ช่างโง่เง่าเหลือเกิน ! ” 

 

เซเทอลีนหันขวับมองเจ้าชายพาราไดซ์ซึ่งยังนั่งนิ่งกุมมือคนที่เธอชังน้ำหน้าไม่ยอมปล่อยแล้วก็ได้แต่ขบเคี้ยวฟัน  ส่งเสียงกรีดร้องลั่นอย่างไม่สนใจสิ่งใด

 

“  ทำไม ?!  ทำไม ?! ทำไม ?! ทำไม ?! ทำไม ?! ทำไมแกไม่หายจากโลกนี้ไปซะ  ถ้าไม่มีแกแล้วล่ะก็เจ้าชายพาราไดซ์ก็จะต้องเป็นของฉัน ! เป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น ! ฉันที่หลงรักพระองค์แค่ครั้งแรกที่พบกัน ! ทั้งๆ ที่ฐานะและหน้าตาของฉันไม่มีใครจะมาเทียบได้ แต่ทำไมต้องเป็นแก !  ” 

 

พาราไดซ์ไม่ได้สนใจสิ่งที่เซเทอลีนพูดเลยสักนิด  เขายังนั่งนิ่งตรงนั้น  ข้างกายวอดก้าราวกับไม่มีอะไรที่จะเรียกความสนใจของเขาจากวอดก้าได้เลย

 

ทันใดดวงตาสีม่วงก็เปล่งประกายเจิดจ้าเมื่อสัมผัสของมือที่กุมแผ่วเบานั้นออกแรงบีบเขาดั่งวอดก้ากำลังได้สติ   คิ้วสวยของนักบวชหนุ่มขมวดแค่เล็กน้อยแต่นั่นถือเป็นสัญญาณที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าชายหนุ่ม

 

เซเทอลีนยิ่งคลั่งที่แม้ว่าเธอจะพูดจะกรีดร้องเช่นนี้  ดวงตาดั่งอัญมณีของชายหนุ่มที่เธอหลงรักก็ไม่แลเหลียวมาแม้แต่น้อย

 

“ทำไมถึงต้องเป็นแกที่เจ้าชายใส่ใจ  ทำไมถึงต้องเป็นแกที่ได้ใกล้ชิดกับเจ้าชายเสมอกัน ! นี่มันไม่ยุติธรรมเลย !  แกถือดียังไงมาเรียกความสนใจไว้ที่แกเพียงคนเดียว  แล้วทำไมแกถึงตายยากตายเย็นขนาดนี้กัน  สารเลว ! แกสมควรจะตาย ๆ ไปซะ ! ” 

 

“  หยุดเดี๋ยวนี้นะเซเทอลีน ! ”  องค์นิคาร์เปสชิการ์หน้าเปลี่ยนสีเมื่อเห็นลิ่มน้ำแข็งนับสิบปรากฏขึ้นและมีเป้าหมายไปที่คนที่กำลังอยู่ที่โซฟา เซเทอลีนเองก็มีดีไม่ใช่น้อยไม่ว่าจะเรื่องเวทมนตร์ที่ใช้โดยไม่ต้องร่ายเวทรวมถึงการฝึกฝนวิชาลับของอลาเรย์  เข็มทองตรึงวิญญาณได้เข้าขั้นดีทั้ง ๆ ที่อายุยังน้อยถึงเพียงนี้เท่านั้น

 

“ แค่แกตายไปซะ...เจ้าชายก็จะเป็นของฉัน ” 

 

ลิ่มน้ำแข็งทุกเล่มพุ่งไปหาวอดก้าและพาราไดซ์ในทันที  แต่พาราไดซ์ก็ยังไม่สนใจเพราะ...

 

เพล้ง ! เพล้ง ! เพล้ง !

 

“ ข้าคิดว่ามีบางอย่างแปลก ๆ นะนิค  ”  องค์เซฟีรัสที่มีสีหน้าเรียบนิ่ง  สะบัดมือวูบเดียวแท่งน้ำแข็งก็แตกสลายกลายเป็นเศษเล็ก ๆ ในพริบตา

 

“ ข้าก็คิดแบบนั้น  แต่ยังดูไม่ออกว่าแปลกยังไง ”  องค์เจนัสที่โบกมือไล่ทหารที่เข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกให้ออกไปพลางหรี่ตาลง

 

“  เหมือนจะเป็นมนตร์ของเผ่าอสูรอีกแล้ว ”   องค์คาซิริสว่า  เพราะหากเป็นเล่ห์กลใด ๆ ของเผ่าปีศาจพวกเขาจะต้องมองออกได้ในทันทีด้วยสิ่งที่สั่งสมมาทั้งชีวิตแต่เมื่อไม่มีพวกเขาคนใดเลยสักคนมองออกถึงสิ่งที่ทำให้เจ้าหญิงแห่งอลาเรย์บ้าคลั่ง  ต้นเหตุนั้นอาจมีที่มาที่ไปเดียวกับคำสาปของวอดก้าที่มาจากเผ่าพันธุ์ซึ่งสาบสูญไปแล้ว

 

“ ตายซะ ! ตายซะ ! ตายซะ ! ”

 

องค์สเวนนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อพบว่าการโจมตีของเซเทอลีนหนักหน่วงขึ้นจนถึงขั้นใช้เวทย์น้ำแข็งขั้นสูง  ทว่าที่น่าประหลาดใจคือพลังเวทย์ของอีกฝ่ายไม่สมควรมีมากถึงขนาดนี้ซ้ำยังเรียกใช้โดยไม่ต้องร่ายเวทย์ซึ่งปกติผู้มีพลังเวทย์สูงและมีความชำนาญมากเท่านั้นถึงจะทำได้  ถึงพวกเขาจะไม่ลำบากกับการรับการโจมตีแต่การโจมตีโดยไม่ไตรี่ตรองและไม่สนอะไรรับมือยากพอควรเมื่อพวกเขาต้องป้องกันไม่ให้มันเข้าไปถูกเด็กหนุ่มสองคนเบื้องหลังทั้งยังต้องสังเกตให้ดีเผื่อมีเหตุพลิกผลันใดเกิดขึ้น

 

ต้องมีอะไรบางอย่างทำให้พลังของเซเทอลีนเพิ่มขึ้นกระทันหันแบบนี้

 

เซเทอลีนยังโจมตีมั่วซั่วไม่สนว่าเวทมนตร์จะถูกทำลายทุกครั้ง  เธอยิ่งคลั่งขึ้นไปอีกถึงขนาดซัดเข็มใส่ผู้เป็นลุง  องค์นิคาร์เปสชิการ์ที่นึกออกถึงคำสาปที่แสดงตัวทันทีที่ได้กลิ่นอายของเผ่าพันธุ์เทพ  ดวงตาก็กระจ่างวูบขณะตะโกนบอก

 

“ เซฟีรัส  กลิ่นอายเทพ ! ” 

 

องค์เซฟีรัสเข้าใจได้ในทันที  ทันใดอากาศภายในห้องก็เหมือนถูกกดทับ  กลิ่นอายของเผ่าพันธุ์เทพอบอวลไปทั่วห้องให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง

 

เสียงกรีดร้องดังมาจากเซเทอลีนพร้อมร่างของเจ้าหล่อนที่ปรากฏหมอกควันเกาะติดอยู่  คริสโตเฟอร์พุ่งเข้าไปเพื่อที่จะจัดการทว่าทันใดดวงตาของเซเทอลีนก็เบิกกว้างพร้อมเสียงโหดเหี้ยมที่หลุดจากปากซึ่งกลายเป็นเสียงทุ้มต่ำ

 

“  สายไปแล้ว ! ” 

 

“  ระวัง !  ”  องค์เซฟีรัสร้องเตือนองครักษ์ส่วนพระองค์  ทันใดหมอกสีดำก็รวมตัวเป็นลูกบาศก์สี่เหลี่ยมแล้วส่งแรงระเบิดที่มากพอจะทำลายทั้งห้องได้ออกมาโดยมีจุดศูนย์กลางที่เซเทอลีน

 

ตู้ม !!!

 

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว  หลังคาและยอดปราสาทกระจุยหายไปในทันทีรวมถึงผนังกำแพงบางส่วน   องค์สเวนสร้างเกราะปกป้องวอดก้าและพาราไดซ์ได้ทันเช่นเดียวกับองค์คาซิริสที่ปกป้องทหารที่เฝ้าประตูได้

 

องค์นิคาร์เปสชิการ์กวาดสายตามองรอบ ๆ เพื่อมองหาตัวหลานสาวด้วยความกังวลใจเพราะอีกฝ่ายหายตัวไปในชั่วพริบตาเดียวก่อนการระเบิด  ก่อนทุกคนจะสัมผัสได้ในวินาทีเดียวกันถึงการเคลื่อนไหวเหนือวอดก้า

 

หมับ !

 

“  ได้ตัวแล้ว ”  เซเทอลีนแสยะยิ้มขณะคว้าลำคอของวอดก้าไว้  เล็บจิกเข้าไปในลำคอนั้น  เธอไม่รู้ถึงสภาพที่ผิดปกติของตัวเองแม้แต่น้อย  แขนที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดและซีดขาวราวกับไม่ใช่มนุษย์

 

เธอคิดในใจ

 

แค่หักคอแก...

 

เท่านี้เจ้าชายพาราไดซ์ก็จะเป็นของฉันแล้ว  จะเป็นของฉันคนเดียว !

 

เธอหัวเราะอย่างบ้าคลั่งทว่าในวินาทีเดียวกับที่เธอจับลำคอของวอดก้า  พาราไดซ์ที่ทรุดนั่งข้างวอดก้ามาตั้งแต่ต้นก็ปล่อยมือจากวอดก้าเป็นครั้งแรกหลังจากเรื่องวุ่นวายในห้องและบัดนี้แขนของเจ้าชายหนุ่มกำลังจับอยู่ที่แขนของเจ้าหญิงแห่งอลาเรย์

 

นัยน์ตาสีม่วงมืดมนและไร้แสงขณะ...หักแขนของอีกฝ่ายโดยไม่แม้แต่จะกระพริบตา

 

กร็อบ !

 

วินาทีต่อมาเสียงกรีดร้องโหยหวนของเซเทอลีนก็ดังลั่นท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนแม้กระทั่งองค์เซฟีรัสที่ไม่คิดว่าพาราไดซ์จะหักแขนของหญิงสาวอย่างไม่ต้องคิด  ไม่เพียงเท่านั้นมือหนาขยับไปหักแขนอีกข้างอย่างไม่ลังเลพร้อมน้ำเสียงที่เย็นเยียบจับขั้วหัวใจ

 

“ มือข้างไหนกันที่ทำร้ายวอดก้า ? ไม่เป็นไร  หักทิ้งทั้งสองข้างก็ได้... ” 

 

“ กรี๊ดดดดดดด  ! ” 

 

พาราไดซ์ใช้มือหนึ่งรวบจับลำคอของอีกฝ่ายขณะอีกมือจับคางของเซเทอลีนไว้ 

 

“  ปากที่ไม่สร้างสรรค์นี้ใช่หรือไม่ที่บอกให้วอดก้าตายไปซะน่ะ...” 

 

กร็อบ !    

 

ชายหนุ่มดึงสันกรามอีกฝ่ายจนหลุด  คราวนี้เซเทอลีนทำได้เพียงร้องอึกอักในลำคอพร้อมน้ำตาที่ไหลทะลักด้วยความเจ็บปวด  ดวงตากลายเป็นกริ่งเกรงและหวาดกลัวยามสบดวงตาตรงข้ามซึ่งกำลังมองมาอย่างเลือดเย็นเป็นที่สุด

 

แม้พาราไดซ์จะทำเหมือนไม่ได้สนใจเซเทอลีนแม้แต่น้อยแต่มีหรือว่าทุกคำพูดที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาจะไม่เข้าหูเขา  เขาได้แต่อดทน...อดทนเอาไว้เพราะอีกฝ่ายคือหลานสาวขององค์นิคาร์เปสชิการ์ หลานสาวของเพื่อนสนิทของผู้เป็นพ่อ  แต่ความอดทนก็หมดสิ้นเมื่อหญิงสาวกล้าแตะต้องวอดก้า

 

วอดก้าของเขา

 

ไม่เพียงแค่จะทำให้เขาเกือบสูญเสียวอดก้าไปยังคิดที่จะแย่งวอดก้าไปจากเขาอีก

 

ปล่อยไว้ไม่ได้อีกแล้ว

 

จะให้ซ้ำรอยเหมือนครั้งนั้นไม่ได้อีกแล้ว

 

กล้าดียังไงเอามือโสมมนั่นมาแตะต้องวอดก้าของเขา

 

กล้าดียังไงมาพูดจาสาปแช่งวอดก้าของเขา

 

หล่อน-กล้า-ดี-ยัง-ไง !!!

 

“  ไดซ์ ! ใจเย็น ๆ ก่อน ! ”   องค์เซฟีรัสหน้าเสียวูบเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่ล้นทะลักออกมาจากตัวของพาราไดซ์  ความโหดเหี้ยมที่แผ่ออกมาจนสัมผัสได้ชัดนั้นไม่ใช่น้อย ๆ เขารู้ว่าเซเทอลีนแตะเกล็ดย้อนของลูกชายเข้าให้แล้ว  ยิ่งรวมกับความผิดที่ทำให้วอดก้าเกือบตกไปอยู่ในเงื้อมมือของปีศาจด้วย  ทำไมเซฟีรัสจะไม่รู้ว่าตอนนี้พาราไดซ์เดือดจนอะไรก็ฉุดไม่อยู่แม้กระทั่งเขาผู้เป็นพ่อก็ตามที

 

“  เซฟีรัส  ห้ามพาราไดซ์ที ! ”  องค์นิคาร์เปสชิการ์ที่แทบจะรู้สึกได้ว่าเจ้าชายแห่งทริสทอร์ดูเหมือนต้องการชีวิตของหลานสาวเขา  ได้แต่ตะโกนบอกสหายสนิทเนื่องเพราะไม่อยากทำร้ายเด็กหนุ่มที่เอ็นดูดั่งลูกหลาน

 

เซฟีรัสส่งสายตาให้คริสโตเฟอร์  ซึ่งชายหนุ่มก็เข้าใจ  เจ้าตัวหรี่ตาก่อนพุ่งเข้าไปหาพาราไดซ์ในเสี้ยววินาทีแล้วจับมือของเจ้าชายหนุ่มไว้

 

“ ใจเย็น ๆ ก่อนพา-- ” 

 

เปรี้ยง !

 

พูดไม่ทันจบประโยคสายฟ้าก็ฟาดเปรี้ยงลงมาดีดคริสโตเฟอร์ให้กระเด็นออกห่าง  คริสโตเฟอร์ไม่ได้บาดเจ็บอะไรทว่าเขารู้ว่าตอนนี้เจ้าชายของตนเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ถึงขนาดเรียกสายฟ้าลงมาโดยไม่ทันรู้สึกตัว

 

“ ข้าจะทำยังไงกับเจ้าดีนะ...เจ้าอยากให้วอดก้าถูกลิ่มน้ำแข็งทำร้ายใช่ไหม ? งั้นลองเจอกับตัวหน่อยเป็นยังไง ” 

 

ดวงตาของเซเทอลีนเบิกโพล่งด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นแท่งน้ำแข็งนับร้อยปรากฏรอบตัวและมีเป้าหมายมาที่เธอ

 

อย่างไม่ต้องสงสัย  เธอต้องตายแน่ ๆ

 

“  อื้อออ ! อื้อ ๆๆๆ !! ” 

 

เซเทอลีนพยายามส่งเสียงขอความช่วยเหลือ  หากแต่เสียงร้องก็เงียบลงเมื่อมือที่กุมลำคอของเธอไว้บีบแน่นจนแทบหายใจไม่ออก

 

องค์คาซิริสที่เตรียมจะโจมตีเพื่อหยุดการกระทำนั้นของพาราไดซ์พลันต้องชะงักเมื่อมีเสียงเรียกหนึ่งดังขึ้นแผ่วเบาเสียก่อน

 

“  ...ไดซ์...”  เป็นเสียงของคนบนโซฟาซึ่งปรือตาขึ้นอย่างยากลำบากและเป็นเสียงเดียวที่กระชากสติของพาราไดซ์กลับคืนมา  เจ้าชายหนุ่มปล่อยเจ้าหญิงในกำมือด้วยการเหวี่ยงอีกฝ่ายจนไปกระแทกกับผนังเช่นเดียวกับลิ่มน้ำแข็งที่ตกกระจายลงสู่พื้น

 

“ เป็นยังไงบ้าง ? ”  พาราไดซ์ถามด้วยน้ำเสียงที่แม้ไม่ได้อ่อนหวานแต่กลับปราศจากความเย็นชาโดยสิ้นเชิง

 

วอดก้ากรอกตาสำรวจรอบตัวก่อนจะเอ่ยคำพูดที่ไม่เข้ากับสถานการณ์ว่า

 

“ นายทำ...หลังคาพังเหรอ ? ”  ความมืนมนและความกดดันจากเจ้าชายหนุ่มสลายไปในพริบตาขณะพาราไดซ์ส่ายหน้าน้อย ๆ ด้วยความเอือมระอากับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด

 

“  ไม่ใช่ฉัน...”  เงียบไปอึดใจขณะจับมือของอีกฝ่ายไว้ “ ฉันนึก...ว่านายจะไม่ตื่นขึ้นมาซะแล้ว ” 

 

วอดก้ายิ้มบาง ๆ

 

“  ฉันลืมไป...ว่ายังไม่ได้ขอโทษ...ที่มีแผลกลับมา ”  วอดก้าพูดติด ๆ ขัด ๆ ที่ยิ่งนานไปยิ่งขาดห้วงขึ้นเรื่อย ๆ จนตาของพาราไดซ์ปรากฏความหวาดกลัวขึ้นมาอึดใจ

 

วอดก้าพูดเสียงแผ่วลงเหมือนไม่ค่อยมีแรง

 

“  ไม่เป็นไร...แค่ง่วงนิดหน่อย...ฉันรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น...กับผู้พิทักษ์ฤดูหนาว ” 

 

“ ช่างเรื่องนั้นก่อน  นายโดนคำสาป ” นัยน์ตาสีม่วงวูบไหวไปมา “  คำสาปที่ร้ายแรงมากด้วย  นายจะตกอยู่ในอันตรายถ้าไม่กำจัดมันใน 100 วัน ” 

 

วอดก้าซึ่งตอนที่หมดสติไปเขารู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้พิทักษ์  ณ  ภูเขาน้ำแข็งอันสูงใหญ่  เขาเข้าใจถึงที่มาคำสาปดี  การส่งต่อคำสาปผ่านทางวิญญาณนั่นและการกักขังไม่ให้เนวีสสื่อสารกับเขาได้

 

“ ไม่มีเวลาแล้ว... ”  ยิ่งเวลาผ่านไปสติของวอดก้ายิ่งพร่าเลือน  เขารู้ว่าการที่เขาฝืนดึงเข็มเล่มสุดท้ายของเซเทอลีนออกแม้จะทำให้เขาได้สติแต่จะทำให้เขาอ่อนแอลงกว่าเดิมไม่น้อย  ทางเดียวที่จะเพิ่มพลังให้เขาได้คือการนำเครื่องประดับชิ้นที่สามมาเสีย  นี่จึงเป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ศัตรูไม่ต้องการให้เขารู้ที่อยู่ของเนวีสได้

 

“ พาฉันไปที่...อะดาเลีย...ให้ฉันอยู่ในนั้นจะดีที่สุด  ...แล้วให้พวกเติร์กไปรับคำใบ้ในน้ำ ”  ดวงตาของวอดก้าเริ่มปิดทีละนิดแต่เจ้าตัวยังพยายามฝืนรั้งไว้

 

“ การช่วยเนวีส...จะช่วยทำลาย...คำ...สาป...เพราะคำสาป...ไม่...สมบูรณ์ ” 

 

“ วอดก้า... ”  พาราไดซ์เลียริมฝีปาก  บีบมือของวอดก้าแล้วเรียกอีกฝ่ายด้วยความกังวลใจแม้ความหวังจะส่องประกายเมื่อรู้ว่ามีหนทางจะทำลายคำสาปก็ตาม  ทว่าเขายังไม่อยากให้วอดก้าหลับไป  ยังอยากที่จะเห็นดวงตาคู่นั้นจับจ้องมาที่เขา  แต่พาราไดซ์รู้ว่าแค่นี้ก็ดีมากพอแล้ว

 

“ ระวังตัวด้วย...อย่าให้มีแผล...นะ---- ”  เสียงวอดก้าเงียบหายพร้อมลมหายใจสม่ำเสมอ  เจ้าชายแห่งทริสทอร์กำมือข้างที่ไม่ได้จับวอดก้าแน่น ก่อนก้มลงจูบหน้าผากวอดก้าแผ่วเบาดั่งจะอวยพรให้ฝันดี ดวงตาสีม่วงคมกลายเป็นสุขุมเยือกเย็นดั่งปกติขณะส่งข้อความเสียงไปหาพวกวิสกี้

 

ไปเจอกันที่น้ำพุศักดิ์สิทธิ์อะดาเลียเดี๋ยวนี้ !

 

“ ไดซ์... ”  องค์เซฟีรัสที่ยังไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นส่งเสียงเรียกลูกชายอย่างเป็นกังวล   พาราไดซ์ชะงักเล็กน้อย  เขามองไปที่กษัตริย์แต่ละพระองค์ที่กำลังสับสนกับการกระทำของเขา 

 

สายตาพาราไดซ์มาหยุดอยู่ที่กษัตริย์แห่งอลาเรย์

 

“  กระหม่อมขออภัยต่อฝ่าบาทที่กระทำรุนแรงไปบ้าง ” 

 

พาราไดซ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง  ไม่จำเป็นต้องขยายความว่ากระทำรุนแรงที่ว่านั้นกล่าวถึงใครเมื่อมองไปยังร่างร่างหนึ่งที่มุมห้องซึ่งคริสโตเฟอร์ทำการรักษาเบื้องต้นให้แล้ว

 

 “ แต่จะให้ดีโปรดเตือนนางว่าอย่ามาเข้าใกล้กระหม่อมอีก  การหมั้นหมายจะไม่มีวันและไม่มีทางเกิดขึ้นเด็ดขาดและครั้งหน้าที่นางปรากฏตัวต่อหน้ากระหม่อม... ” 

 

ดวงตาพาราไดซ์แฝงแววจงเกลียดจงชังในชั่วพริบตาอย่างหาได้ยากขณะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบโทนเดียวเท่านั้นว่า

 

“  กระหม่อมจะกำจัดนางทิ้งซะ ” 

 

“  ...เราจะจัดการให้ ”   องค์นิคาร์เปสชิการ์ทำสิ่งอื่นใดไม่ได้นอกจากตอบรับ

 

มองบุตรชายของเพื่อนสนิทที่ก้มลงช้อนร่างคนที่หลับไปอีกครั้งมาไว้ในอ้อมแขนด้วยความระมัดระวังอย่างถึงที่สุดราวกับกำลังดูแลแก้วที่เปราะบางเป็นอย่างยิ่ง  จากนั้นจากไปโดยไม่ลา  แม้กระทั่งองค์คาซิริสยังมีสีหน้าคาดไม่ถึงและสงสัย

 

“  ถอนเข็มสะกดวิญญาณได้ด้วยตัวเองแบบนี้...พลังวิญญาณคงกล้าแข็งไม่เบา ”  องค์สเวนเดินมาที่โซฟา  หยิบเข็มเล่มสุดท้ายซึ่งเคยปักอยู่ที่ต้นคอของเด็กหนุ่มก่อนจะซัดไปทางองค์นิคาร์เปสชิการ์

 

กษัตริย์แห่งอลาเรย์รับไว้  ดูเข็มทองที่บิดเบี้ยวไปมาก่อนจะถอนหายใจ

 

“ ถึงการจะถอนเข็มด้วยตนเองจะเป็นไปได้เพราะการสะกดที่ไม่สมบูรณ์  แต่คงสร้างภาระให้เด็กคนนั้นไม่น้อย  เขาคงต้องพักฟื้นอีกนาน ”  องค์นิคาร์เปสชิการ์กวักมือเรียกทหารคนหนึ่งของตนเองเข้ามา

 

“ ส่งจดหมายไปบอกฟีเดียสว่าให้เตรียมสมุนไพรและยาฟื้นฟูวิญญาณส่งมาให้ข้าที  แล้วพาองค์หญิงไปรักษาตัวกับแพทย์หลวงที่มาด้วย ” 

 

“  พะยะค่ะ ” 

 

ยาฟื้นฟูวิญญาณเป็นยาระดับสูงและเป็นยาของราชวงศ์ซึ่งมีแต่ราชวงศ์อลาเรย์เท่านั้นที่ใช้  เนื่องเพราะพวกเขาฝึกใช้วิชาลับเข็มสะกดวิญญาณซึ่งต้องใช้พลังวิญญาณในการฝึกฝนจึงไม่แปลกที่จะต้องมียาฟื้นฟูวิญญาณเอาไว้ใช้

 

“  เปลี่ยนห้องคุยกันเถอะ ”  องค์เจนัสกวาดตามองรอบ ๆ ห้องซึ่งเละเทะไม่มีชิ้นดีรวมถึงยอดปราสาทที่หายไป   ฟ้าฝนเองก็มืดครึ้มเหมือนดั่งพายุจะเข้า  เช่นนี้คงไม่เหมาะที่จะคุยกันในห้องโล่งแจ้งนี้ต่อ

 

“ งั้นไปที่ห้องของข้าก็ได้ ”  องค์สเวนซึ่งมีที่พักใกล้ที่สุดเสนอซึ่งทั้งหมดก็ไม่ปฏิเสธ   ระหว่างเคลื่อนตัวไปอย่างเงียบเชียบท่ามกลางความครุ่นคิดถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

 

“  ลูกชายของเจ้า...ดูสนิทกับวอดก้าดีนะ ”  องค์คาซิริสซึ่งเดินอยู่หลังสุดพูดเปรย ๆ กับองค์เซฟีรัสที่เดินอยู่นำหน้าเพียงเล็กน้อย

 

กษัตริย์แห่งทริสทอร์ยังมีสีหน้าเรียบเฉยยามตอบกลับ

 

“ ก็สนิทกันอยู่ ” 

 

เซฟีรัสรู้ดีว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่คาซิริสต้องการสื่อ  จากการที่วอดก้าสนิทกับอีกฝ่ายจนถึงขั้นสวมกอดและเล่นหัวหยอกล้อโดยไม่มีความผิดใดบ่งบอกได้ชัดถึงความเอ็นดูของอีกฝ่ายที่มีต่อพวกวอดก้า

 

เพราะเช่นนั้นเจ้าตัวถึงกำลังเป็นห่วงกับสิ่งที่พาราไดซ์แสดงออกมา  เพราะมันผิดปกติเกินไป

 

พาราไดซ์ห่วงวอดก้าเกินกว่าจะมองว่าเป็นเพียงสหาย   ทั้งจุมพิตที่หน้าผากเมื่อครู่นั่นอีก  พาราไดซ์ไม่ปิดบังเลยสักน้อยว่าวอดก้าเป็นคนสำคัญของตนที่ไม่ว่าใครก็ทำร้ายไม่ได้  ไม่ว่าใครก็จะไม่ยอมให้แตะต้องอย่างเด็ดขาด

 

ใช่แล้ว  คาซิริสให้ความสนใจทุกการกระทำของพาราไดซ์ตั้งแต่ที่เข้ามาและพบว่าเด็กหนุ่มตัวแสบนามวอดก้าถูกคำสาปโบราณร้ายแรง  ไอเย็นยะเยือกที่ลอยกรุ่นทั่วห้อง  สีหน้าไร้ความรู้สึกของพาราไดซ์ทำให้เขารับรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายดายนัก 

 

อากัปกิริยากุมมืออีกคนไม่ปล่อย  ไม่สนใจสิ่งใดโดยสิ้นเชิงและความเจ็บปวดที่แผ่วูบเมื่อได้ยินว่าคำสาปนั้นไม่มีทางใดถอนได้  มันเป็นความเจ็บปวดที่เขาเข้าใจดี  ความเจ็บปวดที่เกิดจากการไม่สามารถปกป้องคนสำคัญของตนนั่น

 

ยิ่งตอนที่เซเทอลีนบ้าคลั่งจะทำร้ายวอดก้าเสียให้ได้  พาราไดซ์ยิ่งแสดงออกว่าไม่เห็นใครอยู่ในสายตาเว้นแต่ร่างของคนที่กำลังหลับใหลอยู่จนหญิงสาวคลุ้มคลั่งกว่าเดิม  หาญกล้าที่โจมตีเหล่ากษัตริย์โดยไม่กลัวโทษลอบปลงพระชนม์แม้แต่น้อยอีก

 

ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาจึงทำให้กษัตริย์แห่งโพซิเด้นตกใจอย่างแท้จริง

 

พาราไดซ์หักแขนของเซเทอลีน

 

หักในพริบตาเดียว   โดยที่คาซิริสไม่เห็นความลังเลในสีหน้าของเด็กหนุ่มแม้แต่น้อย  และต่อมาก็กลายเป็นแขนอีกข้างพร้อมน้ำเสียงโหดเหี้ยมอย่างที่เขาไม่เคยคิดว่าจะออกมาจากปากของพาราไดซ์ได้

 

“ มือข้างไหนกันที่ทำร้ายวอดก้า ? ไม่เป็นไร  หักทิ้งทั้งสองข้างก็ได้... ” 

 

เป็นความจริงที่เซเทอลีนพยายามจะทำร้ายวอดก้า  แต่เขาไม่คิดว่าเด็กที่เยือกเย็นเสมออย่างพาราไดซ์จะกระทำรุนแรงในทันที  ไม่ไว้หน้าแม้กระทั่งผู้เป็นพ่อและผู้เป็นลุงที่พยายามจะห้าม

 

เพียงแค่เพราะเจ้าหญิงแห่งอลาเรย์กล้าแตะต้องวอดก้า

 

นี่ไม่เหมือนพาราไดซ์ที่เขารู้จักเลยแม้แต่น้อย  เด็กหนุ่มที่อยู่ในความคิดของเขาแม้จะเย็นชา  พูดน้อยและดูไร้หัวใจทว่าเขารู้ว่าความไร้หัวใจที่ว่าไม่เคยปรากฏกับคนข้างตัวที่รู้จักกันเลยสักครั้ง   ยิ่งไปกว่านั้นพาราไดซ์เป็นคนที่สุขุมเยือกเย็นเป็นอย่างมาก  เขาไม่เคยเห็นพาราไดซ์โกรธแต่เจ้าชายหนุ่มมักเป็นคนที่ว่ายิ่งโกรธยิ่งสุขุมยิ่งกว่าเดิมแต่การลงมือในวันนี้สร้างความพิศวงให้เขาจริง ๆ

 

ความรู้สึกของพาราไดซ์ที่มีต่อวอดก้าดูเหมือนจะไม่ธรรมดาเท่าไหร่นัก ?

 

วอดก้าเป็นเพื่อนสนิทของพาราไดซ์ก็จริงอยู่  แต่แม้จะถูกทำร้ายจนไม่ได้สติ  วอดก้าก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง  คาซิริสเชื่อว่าหากพวกวิมเลทหรือเพื่อนสนิทของพาราไดซ์ที่เขาเห็นมาตั้งแต่เด็ก ๆ บาดเจ็บพาราไดซ์ก็คงไม่โกรธถึงขนาดนี้

 

ความชิงชังและความปรารถนาที่จะฆ่าเซเทอลีนแจ่มชัดอย่างไม่อาจมองข้ามได้  ทั้งเวทย์น้ำแข็ง  ทั้งการดึงขากรรไกรล่างของเซเทอลีน   บางทียังคงมีเส้นบาง ๆ  ที่ยึดเหนี่ยวพาราไดซ์ไว้ไม่ให้หักคออีกฝ่ายด้วยมือเดียว  แม้กระทั่งคริสโตเฟอร์ที่จะเข้าไปห้ามยังถูกขวางไม่ใยดี

 

และตอนนั้นเองที่พวกเขาคิดว่าจะห้ามการลงมือของพาราไดซ์ไม่ทัน  ถึงทันพาราไดซ์ก็คงเจ็บตัวไปบ้าง  หากแต่ใครจะคิดว่าแค่เสียงเรียกชื่อเพียงคำเดียวของคนที่เพิ่งตื่นจะดับพายุอารมณ์อันโหดร้ายของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย

 

แต่ถึงอย่างนั้นแรงกดดันและความเย็นเฉียบเหมือนถูกแช่อยู่ในน้ำเย็นก็ยังไม่หายไป  เขาได้ยินไม่ชัดเพราะวอดก้าพูดเสียงเบาทว่าเพียงแค่ไม่กี่ประโยคของเจ้าเด็กแสบช่วยสงบสติอารมณ์ของพาราไดซ์ได้  แม้เขาจะประหลาดใจที่วอดก้าเรียกสติตัวเองจากเข็มสะกดวิญญาณแต่ก็คงต้องพักฟื้นอีกไม่น้อยไหนจะเรื่องคำสาปภายในตัวอีก

 

หลังจากนั้นพาราไดซ์ก็อุ้มวอดก้าออกไป...นั่นยิ่งทำให้คาซิริสตกใจอีกครั้ง

 

พาราไดซ์อุ้มชายหนุ่มคนหนึ่ง  ภาพนี้ไม่เคยแม้แต่จะอยู่ในหัวของเขาด้วยซ้ำ  เขาคิดว่านิค  สเวนแล้วก็เจนัสคงตกใจไม่แพ้กัน  แต่เมื่อมองแววตาสหายคนสุดท้ายที่ราบเรียบไม่ปรากฏความคิดใดก็เกิดทำให้เขาสับสน

 

เซฟีรัสน่าจะรู้สึกถึงบรรยากาศแปลก ๆ นี้แน่  แต่เจ้าตัวไม่มีท่าทางขัดขวางหรือแม้แต่ท่าทางสับสนสงสัยแต่อย่างใดเลยแม้แต่น้อย

 

เขายังไม่รู้ว่าวอดก้ามีฐานะใดในใจของพาราไดซ์แต่สิ่งที่เขามั่นใจอย่างชัดเจนที่สุดคือวอดก้าเป็นคนสำคัญ

 

คนสำคัญที่พาราไดซ์ไม่ต้องการให้บาดเจ็บแม้แต่น้อย

 

เป็นคนสำคัญที่ทำให้พาราไดซ์อยากจะฆ่าคนที่แตะต้องอีกฝ่ายอย่างไม่ลังเล

 

เป็นคนสำคัญที่เป็นเพียงคนเดียวที่ทำให้พาราไดซ์สติขาดกระจุยและเรียกความเยือกเย็นนั้นกลับคืนมาได้

 

หากวอดก้าเป็นผู้หญิง  คาซิริสจะเอ่ยไม่ลังเลเลยว่าพาราไดซ์หลงรักอีกฝ่ายอย่างสุดหัวใจ  หลงรักอย่างที่หากเลือกได้คงอยากเจ็บและทรมาณแทนวอดก้าถ้าเป็นไปได้

 

แต่เพราะวอดก้าเป็นผู้ชาย...

 

เขาอยากรู้ว่าเด็กสองคนนี้มีความสัมพันธ์อย่างไงกันแน่  ความคลุมเครือที่พาราไดซ์แสดงออกนั่นเกินกว่าความเป็นเพื่อนปกติอย่างเห็นชัด

 

ไม่มีอะไรมากไปกว่าความเป็นห่วงและเป็นกังวลแทนเจ้าเด็กแสบนั่นแล้ว  ตอนที่โพซิเด้นคราวนั้นก็เห็นชัดว่าพาราไดซ์สนิทกับวอดก้าถึงขนาดไม่ห่างกันแม้แต่น้อยแต่ถึงขั้นนี้...เป็นเพียงเขาที่คิดไปเองคนเดียวหรือมีอะไรจริง ๆ กันแน่

 

แล้วถ้าเป็นจริง เซฟีรัสจะรับได้หรือเปล่า ?

 

จะรังเกียจวอดก้าหรือขัดขวางพวกเขาทั้งคู่ไหม ?

 

คาซิริสที่เห็นว่าคู่สนทนาไม่ได้ตอบอะไรเพิ่มเติมถอนหายใจ  ก่อนจะนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเซฟีรัสกล่าวขึ้น

 

“  ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงวอดก้า...เดี๋ยวข้าจะอธิบายให้ฟังในภายหลัง ” 

 

คริสโตเฟอร์ส่งข้อความไปบอกราฟาเอลว่าไม่มีปัญหาอะไรหลังจากที่ยอดปราสาทถูกระเบิดดังนั้นจึงไม่มีนักเรียนคนไหนที่เข้ามาสร้างความวุ่นวายใกล้ ๆ คิดว่าคงกำลังจัดระเบียบผู้คนซึ่งแตกตื่นหนีไปเพราะการบุกรุกของปีศาจ

 

ภายในห้องพักผ่อนส่วนพระองค์ขององค์สเวน  กษัตริย์ทั้งห้าพระองค์ต่างฝ่ายต่างร่ายเวทป้องกันการดักฟัง  อาคมตรวจสอบ  อาคมคุ้มกันและวางอาณาเขตให้เรียบร้อยบ่งบอกได้ชัดว่าเรื่องที่กำลังพูดถึงเป็นความลับและมีความสำคัญมากเพียงใด  แม้กระทั่งคริสโตเฟอร์ก็ยังเฝ้าคอยอยู่นอกห้อง

 

“  คิดยังไงกับคำสาปที่ตัววอดก้า ? ”  องค์เจนัสโบกมือปรากฏโต๊ะกลมและเก้าอี้นวมหรูหราขึ้นห้าตัว  กษัตริย์จากแต่ละรัฐทรุดนั่งลงด้วยสีหน้าคร่ำเคร่ง

 

“ เป็นของเผ่าอสูรไม่มีผิดแน่ ” 

 

“ เผ่าอสูรสูญพันธุ์ไปแล้ว  ”   องค์นิคาร์เปสชิการ์กล่าว

 

“ มันก็ไม่แน่นอนนัก ดูจากคำสาปที่มีแค่เผ่าอสูรเท่านั้นที่ใช้ได้  รวมถึงการเคลื่อนไหวของปีศาจอีก ” 

 

“  เห็นทีต้องเตรียมตัวบ้างแล้ว  ไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการเคลื่อนไหวแปลก ๆ ที่แดนปีศาจ  ไหนจะเรื่องที่มีเด็กจำนวนไม่น้อยถูกลักพาตัวไปอีก ”  นัยน์เนตรของกษัตริย์แห่งทริสทอร์มีความครุ่นคิดเจือกังวลเมื่อกล่าว “ ดีไม่ดีการลักพาตัวนี้อาจจะเป็นฝีมือพวกมันก็ได้ ” 

 

“  เผ่าอสูรตั้งแต่อดีตกาลก็ถูกกล่าวขานว่าเป็นเผ่าที่โหดเหี้ยมและโหดร้ายไม่น้อย  หากยังหลงเหลืออยู่เกรงว่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายที่รับมือ  เราไม่รู้เลยว่าคนผู้นั้นอยู่มานานแค่ไหนและมีความต้องการใด ” 

 

“  ข้ารู้สึกว่าคำสาปที่วอดก้านั้นแปลก ๆ ”  องค์คาซิริสเริ่มพุ่งประเด็นไปที่คำสาปนั้นเพราะมันเป็นตัวเชื่อมโยงถึงเผ่าอสูร  หลายสายตามองมาที่เขาซึ่งคาซิริสเริ่มพูดทวนความจำที่เคยศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อน

 

“ อย่างแรก  คำสาปนี้มักจะทำให้ผู้ถูกสาปแผ่กลิ่นอายที่รุนแรงออกมาทันทีที่เข้าใกล้  แต่ถึงจะรู้ตัวก็ไม่สามารถทำลายคำสาปนั้นได้  แต่ที่ตัววอดก้ากลับมีปฏิกิริยาเมื่อกระทบกับกลิ่นอายเทพเท่านั้น  ดังนั้นมีความเป็นไปได้ที่วอดก้าจะไม่ถูกคำสาปแบบปกติ ” 

 

“  เจ้าหมายถึงคำสาปแฝง ? ”  องค์เซฟีรัสทวน

 

คำสาปแฝงนั้นตรงตัวหมายถึงการแฝงคำสาปไว้กับสิ่งหนึ่งที่ส่งผลกระทบถึงผู้ที่อยู่ใกล้หรือครอบครองมัน  ดังเช่นคำสาปแช่งที่หลุมศพ  ผู้ที่ขโมยสิ่งของไปมักจะถูกคำสาปแช่งและต้องทรมาณ  การที่คำสาปไม่แสดงตัวอย่างโจ้งแจ้งแต่กลับแสดงเมื่อปรากฏสิ่งที่เป็นปฏิปักษ์แสดงว่าแท้จริงแล้ววอดก้าอาจไม่ได้ถูกคำสาปโดยตรงแต่อาจถูกเล่นงานด้วยทางอื่นเพียงแต่พวกเขายังไม่รู้เท่านั้นเองว่าเกิดจากอะไร  แต่เพียงแค่ความเป็นไปได้ที่จะมีเผ่าพันธุ์อสูรหลงเหลืออยู่ก็สร้างแรงกดดันให้พวกเขาแล้ว

 

ทันใดองค์เซฟีรัสก็มีสีหน้าคาดไม่ถึงเมื่อนึกถึงบางอย่างได้

 

“  ไม่...เผ่าอสูรยังไม่สูญพันธุ์ ” 

 

“  เจ้าหมายความว่ายังไง  เซฟีรัส ? ”  องค์เจนัสหรี่ตา

 

“ หรือเจ้ากำลังหมายถึง...ลูกครึ่งอสูรกับเทพที่ถูกผนึกผู้นั้น ”  องค์นิคาร์เปสชิการ์โพล่งขึ้นทันควันทำให้ทุกสีหน้าเปลี่ยนสี  เกือบสองพันปีมาแล้วนับตั้งแต่สงครามครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทั้งสามโลกได้แก่ ดินแดนเทพ  อาเรียและแดนปีศาจ  แต่ด้วยเวลาที่ผ่านมานานรายละเอียดต่าง ๆ จึงสูญหายไปเหลือเพียงตำนานที่ถูกแต่งเติมเท่านั้น

 

“  เป็นไปไม่ได้  ลูกครึ่งอสูรตนนั้นถูกริบอำนาจและพลังไปจนหมดสิ้นแล้วและถูก 8 เผ่าพันธุ์ผนึกเอาไว้ด้วยพลังทั้งหมด  การจะทำลายผนึกด้วยตนเองนั่นเป็นไปไม่ได้ ” 

 

องค์สเวนคัดค้าน

 

“  หากไม่ใช่ด้วยตัวคนเดียวเล่า ”  องค์คาซิริสเอ่ยขึ้นด้วยแววตามั่นคง “ ลืมปีศาจที่มาป่วนงานประลองแล้วรึ ? ” 

 

ความเงียบเข้าครอบงำภายในบัดดลและยิ่งประโยคต่อมาขององค์เจนัสยิ่งเผยชัดว่ามีความเป็นไปได้เพียงใดที่ผนึกจะถูกทำลาย

 

“  ถ้าจำไม่ผิด...วิธีการทำลายผนึกที่มากมายนั่น  หนึ่งในวิธีคลายผนึกที่ทรงพลังเหมือนจะเป็นการสังเวยเลือดของเด็กที่มีพลังเวทย์กล้าแข็งหนึ่งแสนคนในวันที่เกิดสุริยุปราคา...สินะ” 

 

“ ...พวกเราจะตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจนมากขึ้น ”  องค์เซฟีรัสสรุปด้วยสายตาเรียบเฉย

 

“  อีกหนึ่งเดือน...ในอีกหนึ่งเดือนเราจะมาคุยเรื่องนี้กันอีกพร้อมแผนรับมือ ” 

 

 

 

 

ย้อนกลับมาที่พวกรัมซึ่งจับเหล่าปีศาจที่ตั้งใจจะลักพาตัววอดก้าไป  แต่ว่าบัดนี้ผู้บุกรุกนับสิบกลับเหลือเพียงแค่สามชีวิตเท่านั้นที่ยังมีลมหายใจอยู่

 

“ นายไม่น่าฆ่าพวกมันไปซะเยอะเลย ”  วิสกี้ทำหน้ามุ่ยนิด ๆ เมื่อมองไปที่รัมซึ่งเดินกลับมาด้วยชุดที่เปรอะเปื้อนคราบเลือดไม่น้อยพร้อมบราวน์ที่เดินตามหลังมา

 

รัมไหวไหล่  ยิ้มยิงฟันให้

 

“  เพราะฉันรู้ไงว่าที่พวกนายยังมีตัวเป็น ๆ อยู่อีกตั้ง 3 คน แถมพวกที่เหลือก็เป็นลูกกระจ็อกทั้งนั้น ” 

 

“  รัม...” 

 

“  หืม ? ”  รัมที่ยังมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าหันไปตามเสียงเรียกก่อนจะเลิกคิ้วสูงเมื่อปลายนิ้วของบราวน์ยกขึ้นเช็ดคราบเลือดที่กระเด็นมาเลอะแก้มของเขาแผ่วเบา  บราวน์ดูไม่มีสีหน้าสนใจสักนิดที่รัมฆ่าศัตรูโดยไม่กระพริบตา  เขาทำเหมือนมันเป็นสิ่งปกติในชีวิตประจำวันของเขาเสียด้วยซ้ำ

 

“  เลือดเลอะน่ะ ” 

 

“  อ่า...ขอบใจ ”  รัมเบือนหน้าหนีอย่างเก้อเขินนิด ๆ เมื่อปลายนิ้วเจ้าตัวปัดผ่านริมฝีปากราวจงใจ   ยิ่งเห็นแววตาวาวระยับนั้นก็ชวนให้นึกไปถึงตอนถูกพิษและถูกป้อนยาผ่านทางริมฝีปาก  รวมถึงตอนที่อีกฝ่ายฉวยโอกาสจูบเขาที่มอบต้นแมกโนเลียเอลเดียให้เมื่อวานนี้

 

“ เอายังไงต่อดีเติร์ก ”  โดยส่วนมากแล้วเมื่อวอดก้าไม่อยู่คนที่จะขึ้นบัญชาการแทนมักจะเป็นเตกีล่าซึ่งสุขุมเยือกเย็นและเข้าใจความคิดของวอดก้ามากที่สุด  ขณะนี้พวกเขาทั้งแปดกำลังยืนล้อมปีศาจซึ่งถูกโซ่วิญญาณของจินมัดเอาไว้จนกระดุกกระดิกไม่ได้  ซ้ำบลัดดี้และเคียร์ยังวางอาณาเขตป้องกันอีกฝ่ายหลบหนีอีก

 

“  จิน...ใช้ค้นวิญญาณได้ไหม ? ” 

 

ค้นวิญญาณเป็นทักษะประจำเผ่ายมทูตซึ่งมักใช้ในการสะกดรอยดวงวิญญาณหรือค้นหาข้อมูลผ่านทางความทรงจำ  แน่นอนว่าถึงจะเป็นศาสตร์ชั้นสูงแต่คงไม่อยากเกินความสามารถของจิน

 

จินพยักหน้ารับไม่ลังเลขณะตอบ

 

“  แต่ต้องให้พวกมันตายก่อนนะ ” 

 

“  จัดไป ”   วิสกี้ที่เตรียมหักคอปีศาจทั้งสามชะงักกึกเมื่อถูกรวบตัวเข้า  นักพนันสาวในร่างชายหนุ่มเลิกคิ้วสูงขณะโวยวายกับรูมเมทหนุ่ม

 

“  ขวางฉันทำไมเนี่ยวิม ” 

 

“ ไม่เห็นต้องให้ถึงมือนายเลยนี่นา ”   วิมเลทถอนหายใจขณะกอดอีกฝ่ายแน่นขึ้น เขากวาดตาสีฟ้ามองปีศาจทั้งสาม  ทันใดหัวของพวกมันก็แยกออกจากตัว   กลิ้งตกลงไปที่พื้นพร้อมเลือดที่พุ่งกระฉูด

 

เคียร์ดึงจินหลบเลือดที่ซ่านกระเซ็น  จินยิ้มขอบคุณให้จาง ๆ แผ่กลิ่นอายของความตายออกมาก่อนที่มือซึ่งทันใดกลายเป็นโครงกระดูกจะคว้าเข้าที่ไอสีขาวสามลูกเหนือร่างที่ตายแล้วนั่น

 

จินดีดดวงวิญญาณสองดวงเข้าไปในนาฬิกาทรายขณะอีกดวงกำไว้ในมือ  นัยน์ตาสีอำพันกลับกลายเป็นสีแดงจัดที่กำลังส่องสว่างเจิดจ้า  ยมทูตหนุ่มเริ่มค้นหาสิ่งที่อยู่ในความทรงจำอีกฝ่าย  คิ้วสวยเริ่มขมวด

 

จินดึงวิญญาณจากนาฬิกาทรายออกมาตามลำดับก่อนจะจบลงด้วยการที่จินขบเคี้ยวฟันตัวเอง  มือกำแน่นจนวิญญาณทั้งสามดวงแตกสลายพร้อมเสียงกรีดร้องโหยหวน

 

“ เจออะไรบ้าง ? ”  เตกีล่าหรี่ตาลงถาม

 

จินส่ายหน้า

 

“  ไม่เลย  พวกมันเหลี่ยมจัดไม่น้อย  ลบความทรงจำทุกอย่างออกไปจนหมดเหลือเพียงแค่ความทรงจำที่ว่าให้ไปจับตัววอดก้ามาและร่วมมือกับเซเทอลีนในการสะกดดวงวิญญาณของวอดก้า ” 

 

“  ยัยเจ้าหญิงนั่น...นึกแล้วเชียว ”  วิสกี้ดวงตาวาววับด้วยความโกรธที่แฝงอยู่เจือจาง  ก่อนทันใดพวกเขาทั้งหมดจะหน้าเปลี่ยนไปเคลื่อนไหวหายไปในพริบตาพร้อมสรรพวุธนับร้อยซึ่งซัดโจมตี  ณ  จุดที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่จนถล่มพื้นลานประลองและสร้างหลุมลึกหลายเมตร

 

“ นึกแล้วเชียวว่าพวกมันคงไม่ส่งคนมาจับวอดก้าแค่นี้ ”  วิมเลทที่เห็นว่าวิสกี้ปลอดภัยดีและอยู่ไม่ไกลจากเขามีสีหน้าเย็นชา  มองไปรอบตัวที่ค่อย ๆ ปรากฏร่างในเสื้อคลุมสีดำขึ้นทีละคนสองคนจนกลายเป็นร้อยกว่าคนในเวลาไม่ถึงนาที

 

เตกีล่ามองแววตาที่ว่างเปล่าของพวกมันซึ่งมองมาที่พวกเขาและคิดว่าเจ้าพวกนี้คงไม่ต่างกับอีกสามคนก่อนหน้าเป็นนี้

 

ไร้ประโยชน์ที่จะไว้ชีวิตเพราะไม่มีร่องรอยอะไรให้สืบหาต่อ

 

เจ้าพ่อวงการข่าวสารสั่งเสียงเฉียบขาดด้วยแววตาที่เจือปนความกระหายเลือดนิด ๆ ยามเอ่ย

 

“  ครั้งนี้...ฆ่าทิ้งให้หมดได้เลย ” 

 

วิสกี้เลียริมฝีปาก

 

“  แหม...ไม่ได้ออกแรงมาตั้งนานแล้ว  เจ้าพวกเมื่อกี้ก็ยังไม่ทันได้เรียกเหงื่อเลย ” 

 

“  ไหน ๆ ตัวก็เปื้อนเลือดไปแล้วงั้นคราวนี้ขอลองให้ชุ่มเลยดีกว่า ”  รัมยกมือแตะริมฝีปากด้วยรอยยิ้ม

 

จินเรียกเคียวยักษ์ของตนมารอในมือ  เขาคิดว่าบางทีคงได้เวลาที่เขาจะเปิดเผยตัวตนบางส่วนของเขาให้เคียร์ได้รู้แล้วว่าเขาไม่ใช่เด็กน้อยที่ไร้เดียงสาเท่าไหร่นัก

 

“  งั้น...มาเริ่มกันเถอะ ”  ร่างหญิงสาวในคราบชายหนุ่มทั้งสี่พุ่งเข้าหาร่างนับร้อยที่ประสานเสียงพูดเป็นประโยคเดียวกันอย่างหุ่นเชิดที่ถูกชักใยว่า

 

“  เด็กพวกนี้พลังเวทย์ไม่เลว  จับพวกมันกลับไปให้นายท่าน ! ” 

 

ในไม่ถึงครึ่งชั่วโมงศพของเผ่าปีศาจนับร้อยก็กระจัดกระจายไปทั่วสนาม  พวกเขาทั้งแปดกลับมายืนรวมกลุ่มกันอีกครั้งโดยเฉพาะหนุ่ม ๆ ทั้งสี่ที่กวาดตาหาร่องรอยบาดแผลจากตัวคนข้างกายอย่างละเอียดละออและมีสีหน้าพึงพอใจที่ไม่พบบาดแผลใด ๆ บนตัวหญิงสาว

 

“ ฝากเก็บกวาดทีนะครับ ”  เตกีล่ากล่าวอย่างสุภาพกับเหล่ารุ่นพี่ซึ่งเพิ่งเรียบร้อยกับการอพยพคนออกจากลานประลอง  ซึ่งทั้งหมดก็พยักหน้ารับและเอ่ยปากบอกว่าจะจัดการสภาพที่เละเทะนี่ให้เอง  ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้พูดคุยว่าจะทำอะไรต่อเสียงของพาราไดซ์ก็ถูกส่งมาด้วยเวทมนตร์ทันที

 

ไปเจอกันที่น้ำพุศักดิ์สิทธิ์อะดาเลียเดี๋ยวนี้ !

 

พวกเขาหายตัววูบเดียวไปที่นั่นในสภาพตัวเปื้อนเลือด  แถวลานน้ำพุมีคนอยู่ไม่น้อย  บลัดดี้จึงร่ายเวทมนตร์สร้างภาพมายาไม่ให้มีใครเห็นพวกเขาเช่นเดียวกับเคียร์ที่กางอาณาเขตเพื่อไม่ให้ใครสามารถเข้าใกล้ได้

 

ไม่นานคนที่เป็นฝ่ายเรียกพวกเขาก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมร่างในอ้อมแขนที่สร้างความตกใจให้กับสาว ๆ แอลกอฮอลล์  จินปราดเข้าไปดู

 

“  เกิดอะไรขึ้นกับวอดก้า ?! ” 

 

“ เข็มตรึงวิญญาณ ”  พาราไดซ์ตอบสั้น ๆ ด้วยท่าทางสงบและเยือกเย็นแต่ถึงกระนั้นพวกวิมเลทก็รู้สึกได้ถึงโกรธที่แฝงมาบางเบานั่น

 

เจ้าหญิงแห่งอลาเรย์หาเรื่องใส่ตัวแล้วจริง ๆ

 

พวกวิมเลทมองหน้ากัน  ไม่เพียงแต่เป็นเพียงว่าที่คู่หมั้นที่สร้างความวุ่นวายให้วอดก้า  ยังกล้าที่จะทำร้ายอีกฝ่ายอีก  นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเกรงว่าพาราไดซ์คงไม่อยากเห็นอีกฝ่ายในสายตาอีกแน่

 

“  วิชาลับอลาเรย์...”  รัมหรี่ตาลง  ตัดสินใจส่งขวดยาขวดหนึ่งส่งให้พาราไดซ์

 

“ ยาฟื้นวิญญาณ  จะช่วยให้วอดก้าฟื้นตัวเร็วขึ้น ” 

 

พาราไดซ์รับมา  กรอกน้ำยาเข้าปากตนเองก่อนก้มลงจุมพิตร่างของคนหลับเพื่อป้อนยาให้  สาว ๆ ไม่มีเวลามาเขินอายกับฉากเบื้องหน้าเพราะความตรึงเครียดที่ลอยกรุ่นอยู่

 

“  วอดก้าโดนคำสาป  บอกให้พวกเธอลงไปในน้ำพุเพื่อรับคำใบ้แทน ” 

 

“  คำสาป ? ” 

 

เป็นอีกครั้งที่พาราไดซ์ปล่อยกลิ่นอายของเทพออกมา  ลำแสงสีทองทำให้เกิดรอยสักสีดำผุดพรายขึ้นที่ตัววอดก้า  รัมและบราวน์ที่ศึกษาเรื่องนี้จนชำนาญแม้ไม่รู้ว่านี่เป็นคำสาปอะไรแต่รู้ว่ามันเป็นคำสาปแฝง

 

แล้วคำสาปแฝงจะมีต้นเหตุมาจากอะไรได้ ?

 

ด้วยปฏิญาณไหวพริบของรัม  การให้ไปรับคำใบ้แทน...การเชื่อมต่อทางวิญญาณ...ธาตุน้ำ...กุญแจดอกที่ 3 ...สิ่งแปลก ๆ ที่วอดก้าบอกว่าไม่สามารถสื่อสารกับผู้พิทักษ์ฤดูหนาวได้

 

“  คำสาปแฝงมากับวิญญาณ ”  รัมพูดสรุปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด  พาราไดซ์มองมาที่อีกฝ่าย

 

“  วิธีทำลาย ? ” 

 

“  พอจะมี ”  รัมหรี่ตาลง “ คำสาปนี้ยังไม่สมบูรณ์  ก่อนอื่นต้องตัดการส่งคำสาปมาก่อน  คิดว่าพวกมันใช้ผู้พิทักษ์คนที่สาม ส่งคำสาปมาที่วอดก้าซึ่งวอดก้าไม่มีทางที่จะรู้สึกตัวเพราะมันมาจากภายใน  ตราบใดที่ได้เครื่องประดับชิ้นที่สามมาก็จะทำลายคำสาปได้สมบูรณ์ ” 

 

“  งั้นจะรออะไร  เริ่มกันเลย ”  วิสกี้พูดปลุกใจ

 

เจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์ค่อย ๆ หย่อนร่างวอดก้าลงในน้ำพุ  วอดก้าปรือตาขึ้นช้า ๆ ดูท่ายาฟื้นวิญญาณจะทำงานได้ดีเยี่ยม  การที่วอดก้าได้สติอีกครั้งเรียกความยินดีให้แฝงอยู่ในสายตาของเจ้าชายหนุ่มอย่างที่ไม่อาจปิดมิด

 

“ ไดซ์...  ” 

 

“  ไม่เป็นไร...ฉันจะจัดการทุกอย่างเอง...”  พาราไดซ์ที่ทรุดนั่งที่ขอบน้ำพุและใช้มือหนึ่งประคองแผ่นหลังวอดก้าไว้พูดเสียงกระซิบ “ ขอโทษที่ไม่รู้สึกตัว...จนนายตกอยู่ในอันตราย ” 

 

วอดก้ายิ้มบาง ๆ

 

“ ไม่เป็นไร...ฉันรู้ว่านายจะช่วยฉันได้ ” 

 

นักบวชหนุ่มกวาดสายตามองเพื่อนสนิททั้งสี่ที่ขยับเข้ามาใกล้ขณะเอ่ย

 

“ ครั้งนี้รบกวนพวกนายหน่อยนะ... ” 

 

“  รบกวนบ้าอะไรล่ะ  ยังจะมาพูดอีก ”  วิสกี้บ่นอุบแต่แววตาห่วงใยนั้นฉายอยู่อย่างชัดเจน  หัวหน้าตัวแสบของพวกเขาไม่เหมาะกับท่าทางนอนนิ่ง ๆ หมดแรงจริง ๆ

 

“  นายพักผ่อนเถอะ ”  จินยิ้มให้บาง ๆ ขณะมือกำแน่นเมื่อเพื่อนรักต้องตกอยู่ในอันตรายโดยที่ตนนั้นช่วยไม่ได้  ก่อนมือนั้นจะถูกเคียร์จับไว้ด้วยความปลอบโยนทำให้จิตใจของจินสงบลง

 

“ คำสาปกระจอกงอกง่อยนั้นไม่ครณามือฉันหรอก  นายรู้ใช่ไหม ? ”  รัมยักคิ้วสูงเป็นการถามเรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ ได้จากวอดก้า  สุดท้ายเป็นเตกีล่าที่มีแววตาตำหนิปนห่วงใยอย่างเห็นได้ชัด

 

“ ไม่ระวังตัวเอาเสียเลย ”   คำพูดที่มาจากความห่วงใย  จะยังไงก็ไม่อาจฟังเป็นคำตำหนิได้จนแทบจะเหมือนว่าเตกีล่าตำหนิตัวเองเสียด้วยซ้ำไป

 

วอดก้าเพียงยิ้มขณะเตือน

 

“  ฉันไม่ค่อยมั่นใจนักว่าเกิดอะไรขึ้นกับเนวีส  ผู้พิทักษ์อีกคน  พวกมันเหมือนผนึกนางไว้  ระวังตัวกันด้วย ”  ก่อนดวงตาสีส้มนั้นจะเลื่อนมาสบกับดวงตาสีม่วงสวยของเจ้าชายหนุ่ม

 

“  รีบไปรีบกลับล่ะ ” 

 

น้ำเสียงผ่อนคลายของวอดก้าเอ่ยเหมือนอีกฝ่ายกำลังจะไปซื้อมื้อเย็นที่ตลาดและบอกให้รีบกลับมาที่บ้านไว ๆ ไม่ให้เถลไถล  พาราไดซ์ยิ้มมุมปาก  จูบหน้าผากวอดก้าแผ่วเบาขณะขานตอบ

 

“  อืม  ไม่ไปเหลวไหล ”

 

วอดก้าพริ้มตาลง  รับความอ่อนโยนที่หน้าผาก 

 

“  ดีแล้ว ” 

 

“  เฮ่อออ...รู้สึกเหม็นความรักยังไงก็ไม่รู้สิ ”   วิสกี้แสร้งบ่นเรียกรอยยิ้มได้จากคนทั้งหมด

 

“ ปล่อยฉันได้แล้วไดซ์  ”  วอดก้าที่เห็นว่าได้เวลาแล้วเอ่ย  มือของเขาพยุงเกาะที่ขอบปูนน้ำพุ  พาราไดซ์มองอีกฝ่ายด้วยแววตาที่คาดเดาไม่ได้ก่อนมือหนาจะคว้าที่ท้ายทอยอีกฝ่ายแล้วจุมพิตอย่างไม่ลังเล

 

วอดก้าตาเบิกกว้าง  ถูกปลายลิ้นร้อนแทรกสอดเข้ามาภายใน  ด้วยความคาดไม่ถึงลมหายใจจึงขาดห้วงไปชั่วขณะหนึ่ง   หากแต่ไม่กี่วินาทีต่อมา  วอดก้าก็หลับตาลง  ปล่อยใจไปกับจูบที่อ่อนโยนซึ่งเผยความรู้สึกกังวล   เป็นห่วงเป็นใยและความรักถนอมเขาที่แฝงมาอย่างยินดี

 

พาราไดซ์คลึงเคล้าริมฝีปากนุ่ม  มือหนึ่งจับต้นคออีกมือก็ลูบใบหน้านั้นแผ่วเบาจวบจนกระทั่งพอใจแล้วเขาจึงค่อย ๆ ถอนหายใจ และผละจากริมฝีปากหวานนั้นอย่างอาวรณ์

 

“ ราตรีสวัสดิ์...หลับเถอะ ” 

 

“ อืม... ”  วอดก้าที่มีริมฝีปากบวมแดงจนเผยความเย้ายวนออกมาขานรับแล้วจึงค่อย ๆ ปล่อยตัวเองให้จมไปกับสายน้ำ  สายตายังไม่ละจากร่างสูงที่มองเขาจนกระทั่งถึงล่างสุดของน้ำพุซึ่งมีเครื่องประดับมีค่าและอาวุธมากมายนอนจมอยู่  วอดก้าปิดเปลือกตา  เข้าสู่การฟื้นฟูตนเองและตัดเชื่อมต่อกับผู้พิทักษ์เหมันต์โดยสมบูรณ์

 

พาราไดซ์ที่เห็นวอดก้าปลอดภัยดียามอยู่ใต้น้ำหันมาหาเพื่อนสนิทที่ไม่ได้ส่งเสียงเลยเมื่อสักครู่  สิ่งที่เห็นคือบลัดดี้  เคียร์  วิมเลทและบราวน์กำลังปิดตาของสาว ๆ แอลกอฮอลล์ซึ่งก็ไม่ได้ส่งเสียงโวยวายอะไรให้เสียบรรยากาศจนกระทั่งหนุ่ม ๆ ลดมือลง   สาว ๆ จึงบ่นพึมพำ

 

“  แค่นี้ก็ต้องปิดตาด้วย  นิสัยไม่ดี ” 

 

“ ถ้าอยากรู้ขนาดนั้น  อยากจะลองด้วยตัวเองบ้างไหมล่ะ ? ”  วิมเลทว่าลอย ๆ แต่เรียกอาการชะงักกึกได้จากทั้งหมดทันที

 

วิสกี้ผงะเมื่อเห็นชัดว่าแววตาสีฟ้านั้นมีความเอาจริงเอาจังและเจ้าเล่ห์เต็มเปี่ยม  ใบหน้าไม่รู้ว่าจะโกรธหรือจะกลัวดีเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเลียริมฝีปากตัวเองเบา ๆ ขณะหรี่ตามองเขาเหมือนล็อกเป้าหมาย

 

บลัดดี้มองเตกีล่าตาวาววับเจือปนออดอ้อน  เตกีล่าที่รู้ดียิ่งกว่าใครว่าเวลาเจ้าตัวมองเช่นนี้นั้นมักคิดอะไรไม่ดีแต่กลับใช้การออดอ้อนมาปกปิดเสมอถอยหลังกรูด  เอ่ยเสียงเฉียบขาดอย่างไม่ต้องคิดว่า

 

“  อย่าหวังเชียว ” 

 

เคียร์เม้มริมฝีปาก  ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปทว่าเขารู้ว่าคำพูดของเพื่อนหนุ่มเมื่อกี้กระตุกใจเขามากแค่ไหน  พานทำเอาสายตาของเขามองไปที่ริมฝีปากของคนที่เขานอนกอดอยู่ทุกวันโดยไม่รู้สึกตัว  สายตาที่ราวกับคนที่หิวโหยบางอย่างนั่นทำเอาจินตะลึง  ไม่คิดว่าชายหนุ่มแสนสุภาพของเธอจะมีด้านแบบนี้ด้วย

 

“  ลองแบบดิฟคิสบ้างก็คงไม่เลว ”  บราวน์กรอกตามองด้านบนก่อนเอียงใบหน้าไปหาใครบ้างคนที่มีสีหน้าเรียบเฉยหากแต่ใบหูแดงฉ่าอยู่  “ ว่าไหมรัม ? ” 

 

“  ...ไม่รู้สิ ”  เรื่องแบบนี้จะมาถามเขาทำไมเล่า ?! รัมได้แต่ดึงหน้าให้นิ่งสนิทและไม่ให้เผยอารมณ์ใด ๆ ออกมาทว่าดูจะไม่ได้ผลเพราะอีกฝ่ายเหมือนจะมองเขาออกอยู่แล้ว

 

“  ฉันว่า...รีบลงไปดีกว่านะ ”  วิสกี้โพล่งขึ้นเมื่อเขายังถูกวิมเลทมองด้วยสายตาของหมาป่าเจ้าเล่ห์อยู่  คนที่เหลือเห็นด้วยอย่างไม่รีรอ  พวกเขาลงไปในลานน้ำพุคนละมุม   ปล่อยร่างให้จมลงไปก่อนในพริบตาสติจะถูกกระชากออก

 

พวกเขาต่างได้รับสิ่งที่ผู้พิทักษ์เหมันต์บอกไม่เหมือนกัน

 

เตกีล่าเห็นภาพภูเขาน้ำแข็งที่สูงเสียดฟ้าและแม่น้ำสายสายใหญ่จากล่างภูเขา  ลึกเข้าไปในภูเขามีถ้ำซึ่งมีผลึกน้ำแข็งที่ภายในมีหญิงสาวอยู่และถูกล้อมรอบด้วยกลุ่มคนที่สวมชุดสีดำปิดบังใบหน้า  ข่ายอาคมที่แข็งแกร่งและผนึกที่ยากต่อการทำลายทำให้เตกีล่าพอเข้าใจแล้วว่าทำไมอีกฝ่ายต้องแบ่งแยกพวกเขาเพื่อติดต่อ  นั่นก็เพราะผนึกไม่ยอมให้พลังของอีกฝ่ายหลุดรอดมามากกว่านี้  เจ้าตัวถึงได้อาศัยช่องว่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ในรอยร้าวของผนึกมาบอกใบ้เท่านั้น

 

ด้านวิสกี้นั้นได้รับความรู้สึกไป  ความรู้สึกเศร้าโศกเสียใจที่ทำให้วอดก้าต้องตกอยู่ในอันตรายเพราะตน  ความเป็นห่วงที่ล้นเหลือและความเกลียดชังปีศาจที่กักขังตนเหล่านี้  อีกฝ่ายยังส่งความรู้สึกระแวดระวังมาให้เหมือนจะเตือนพวกเขาว่าอย่าประมาท

 

รัมนั้นได้รับความทรงจำอีกฝ่ายตั้งแต่ที่ว่ามีเหล่าปีศาจเข้ามาในภูเขาน้ำแข็ง  โจมตีให้ตนเองอ่อนแรงและจับขังไว้ในผลึกน้ำแข็งเพื่อไม่ให้ติดต่อสื่อสารวอดก้าได้  ซ้ำยังร่ายคำสาปส่งผ่านจากเนวีสไปที่วิญญาณอีกฝ่ายอีก  ด้วยเหตุนี้เจ้าตัวจึงพยายามดึงพลังจากน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ในการสะกดจิตวอดก้าให้มาที่น้ำพุแต่ถูกพาราไดซ์ขัดขวางเอาไว้เสียก่อน  แต่เพราะการที่วิญญาณของวอดก้าอ่อนแอลงมากกว่าเดิม  ด้วยเหตุนี้เนวีสจึงสามารถเตือนวอดก้าได้บ้าง

 

สุดท้ายคือจินที่ได้รับคำพูดของหญิงสาว  ถ้อยคำขอโทษและเสียใจที่ตนเองกลายเป็นภาระและเครื่องมือในการทำร้าย  เจ้าตัวบอกว่าให้ระวังปีศาจพวกนี้เพราะพวกมันเหลี่ยมจัดและลอบวางกับดักรวมถึงข่ายอาคมมากมายไว้ในภูเขาและขอให้รีบมาเพื่อทำลายผนึกและการส่งคำสาป  และเนื่องจากไม่ใช่การใช้คำสาปตามปกติ  ด้วยเหตุนี้การทำให้คำสาปสมบูรณ์จึงต้องใช้เวลาอีก 2 เดือนให้สำเร็จผลและสามารถดูดกลืนพลังของวอดก้าจนหมดใน 100 วันตามวิถีของคำสาป

 

เท่ากับว่าพวกเขามีเวลา 2 เดือนในการทำลายคำสาปนี่ก่อนที่มันจะสมบูรณ์

 

ไม่ต้องรอ 2 เดือนหรอก  ภายใน 2 วันนี้แหละพวกเขาจะกำจัดมันให้เรียบร้อยเสียโดยเฉพาะพาราไดซ์  ถ้าเจอปีศาจพวกนั้นคงฟันพวกมันขาดไม่มีชิ้นดีเลยละมั้ง

 

พวกวิสกี้ขึ้นจากน้ำเมื่อได้สติทว่าก็ต้องประหลาดใจที่เสื้อผ้าของพวกเขาไม่มีกลิ่นคาวของเลือดอีก  ซ้ำยามนี้กลับกลายเป็นกลางคืนดึกสงัดที่แสงจันทร์ส่องสว่างไปทั่ว

 

วิสกี้ลูบหยาดน้ำบนใบหน้าขณะถาม

 

“  พวกเราลงไปนานเท่าไหร่ ? ” 

 

“  10 ชั่วโมงได้  นี่ตีหนึ่งแล้ว ” 

 

“ นานเหมือนกันนะเนี่ย  ”  วิสกี้พึมพำขณะที่วิมเลทถาม

 

“  ได้อะไรมาบ้าง ” 

 

วิสกี้  จิน  รัมและเตกีล่ามองหน้ากัน

 

“ ภูเขาน้ำแข็งที่สูงมาก  ดูเหมือนจะเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำใหญ่  คิดว่าน่าจะเป็นภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดของอาเรีย อาณาจักรน้ำแข็ง ที่อยู่ระหว่างชายแดนของอลาเรย์  ”  ไม่ว่ายังไงอลาเรย์ได้รับสมญานามว่าเมืองแห่งท่าน้ำอยู่แล้วทั้งยังมีแม่น้ำใหญ่หลายสายอยู่ด้วย

 

รัมเอ่ยต่ออย่างไม่ลังเล

 

“  ความทรงจำ  ได้ความทรงจำมา  ถูกปีศาจจู่โจมแล้วผนึกไว้  ตามด้วยคำสาปที่ส่งต่อมาให้วอดก้า  เจ้าตัวพยายามสะกดจิตวอดก้าผ่านทางอะดาเลียเพื่อเตือนเพราะอะดาเลียเป็นสื่อกลางเดียวที่ทรงพลังพอจะช่วยได้  แต่ถูกไดซ์ขวางไว้ซะก่อน ”

 

พาราไดซ์จำได้เรื่องที่วอดก้าเดินละเมอไปที่น้ำพุ  เขาหันไปหาจิน 

 

“  คำเตือน  นางบอกว่าการร่ายคำสาปของวอดก้าจะสำเร็จในอีก 2 เดือน  เมื่อคำสาปสมบูรณ์ถึงสามารถกินพลังของวอดก้าได้เป็นเวลา 100 วัน   แล้วก็เตือนว่าพวกมันเหลี่ยมจัด  วางกับดักทั่วทั้งภูเขาเตรียมต้อนรับเราเอาไว้ ” 

 

“ สุดท้ายความรู้สึก  นางเสียใจที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้วอดก้าตกอยู่ในอันตราย  เกลียดชังพวกปีศาจและมีความรู้สึกระแวดระวังเหมือนจะบอกว่าบางทีพวกมันอาจซ่อนบางอย่างเอาไว้อีก ” 

 

วิสกี้กล่าวปิดท้าย  ทุกสายตามองพาราไดซ์ให้อีกฝ่ายเป็นคนสั่งการ

 

พาราไดซ์โล่งใจอย่างเห็นได้ชัดกับคำยืนยันที่คำสาปนั้นยังไม่ได้เริ่มกินพลังชีวิตของวอดก้า  ความสุขุมเยือกเย็นกลับมาดั่งเช่นเคยพร้อมความมุ่งหมาย

 

“ วิมเลท  บอกราฟาเอลเรื่องที่เราจะลาหยุด 1 สัปดาห์  เตกีล่า  แจ้งอาจารย์ทุกคนเรื่องยื่นลาหยุดด้วย  พรุ่งนี้เวลาเที่ยงสัมพาระและทุกอย่างต้องเตรียมพร้อม  ”  ดวงตาสีม่วงทอประกายแกร่งกร้าว

 

“  เราจะมุ่งหน้าไปอลาเรย์ ” 

 

  ไม่ว่าอะไรก็ตามที่มันทำร้ายวอดก้า  มันต้องไม่ได้ตายดี !

 

 

 

 

 

 

“ เข้าใจแล้ว  ตัวลูกถูกคำสาปผ่านเนวีสและเนวีสก็ถูกผนึกเอาไว้นี่เอง ”  นานีย่าถอนหายใจเมื่อผู้เป็นบุตรสาวเล่าทุกเรื่องที่เกิดขึ้นให้เธอฟัง

 

วอดก้ากำลังนอนหนุนตักผู้เป็นมารดาอยู่  ในตอนนี้พวกเธอกำลังอยู่กลางสวนดอกไม้และวอดก้าก็อยู่ในชุดเรียบง่ายสบาย ๆ ดั่งกำลังพักผ่อน  ดูเหมือนทุกครั้งที่จิตใจของเธอหลับลึกหรืออ่อนแอเธอจะถูกดึงเข้ามาอีกมิติหนึ่งที่นานีย่าอยู่

 

“  ไดซ์กับเพื่อน ๆ ของลูกใช่ไหมที่จะไปช่วยเนวีสน่ะ ? ” 

 

นานีย่าถาม  ลูบเส้นผมสีน้ำตาลแดงยาวสลวยเบา ๆ ซ้ำไปซ้ำมา

 

“ ค่ะ ”  วอดก้ามองสร้อยข้อมือบุษราคัมที่อยู่บนข้อมือและสร้อยประดับทับทิมที่อยู่กับเธอเล่นเหมือนกำลังมีบางอย่างอยู่ภายในใจ 

 

นานีย่าเลิกคิ้วสูง  เธอยังลูบผมของวอดก้าเล่นไปมา  ไม่ได้เอ่ยอะไรจนกระทั่งวอดก้าเปิดปากพูดขึ้นเอง

 

“  ท่านแม่...ท่านแม่คิดว่าความรู้สึกของหนูเร็วเกินไปหรือเปล่าคะ ? ” 

 

“  หนูกับไดซ์ ? ” 

 

วอดก้าพยักหน้ารับอย่างเงียบงัน  นานีย่ายิ้มบาง ๆ เมื่อรับรู้ถึงความกังวลใจของลูกสาว

 

“ นับตั้งแต่ลูกพบกับเขาก็ปีกว่า ๆ แล้วสินะ ”

 

“  ...ค่ะ...” 

 

“  แม่ไม่คิดว่าความรู้สึกของลูกเร็วเกินไปหรอกนะ  ลูกอยู่กับเขาตลอดทุกวัน   เข้าใจตัวตนของเขาถึงขนาดแค่มองตาก็อ่านความคิดได้  ลูกมีความสุขที่ได้อยู่กับเขา  แม่ไม่คิดหรอกว่าความรู้สึกนี้ผิวเผินตามช่วงเวลาที่พบเจอ ” 

 

เทพีแห่งฤดูกาลพูดเสียงอ่อนโยน

 

“ แม้กระทั่งใครบางคนยังตกหลุมรักกันได้ในไม่กี่วินาทีที่สบตากัน  นับประสาอะไรกับลูกและไดซ์ซึ่งต่างยอดเยี่ยมในทุก ๆ ด้านและดึงดูดกันตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบ  ยิ่งการที่พวกลูกได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันแล้ว  บางครั้งเวลาไม่กี่เดือนก็พอแล้วที่จะรักใครสักคนหนึ่งได้ ” 

 

“ แม่เชื่อในความรู้สึกของลูก  และรู้ด้วยว่าลูกก็เชื่อในความรู้สึกของทั้งตัวเองและไดซ์ ” 

 

นานีย่าสบตากับวอดก้าซึ่งความไม่มั่นใจค่อย ๆ สลายไป  เธอรู้ว่าวอดก้าอยู่ด้วยตัวคนเดียวมานานเกินไป  ลูกสาวของเธอแข็งแกร่งและยอดเยี่ยมเหลือเกินจนเธอคิดว่าคงไม่มีใครอื่นจะทำได้ดียิ่งไปกว่าลูกสาวของเธอ  จนกระทั่งพาราไดซ์ปรากฏตัว

 

เมื่อเริ่มแรกเจ้าชายแห่งทริสทอร์กลายเป็นคู่ปรับและศัตรูตัวฉกาจที่วอดก้าไม่ชอบหน้าอย่างชัดเจน  ทว่าอย่างที่มีคนเคยกล่าวไว้  ไม่มีใครรู้จักตนเองได้ดียิ่งกว่าศัตรู  เพราะเหตุนี้เมื่อได้รู้จักกันมากขึ้น  ต่างคนถึงได้สนใจกันและกันและพัฒนาความสัมพันธ์จนกลายมาเป็นเพื่อน  จนเกิดความรู้สึกผูกพันและลึกซึ้งต่อกันจนกลายมาเป็นดั่งเช่นตอนนี้

 

เวลาไม่ใช่สิ่งกำหนดคุณค่าของความรัก  ตนเองต่างหากที่เป็นคนกำหนดมัน

 

“ หนูยังไม่ได้บอกความจริงทั้งหมดกับเขา  ”  วอดก้าพูดต่อด้วยสีหน้าอ่อนโยนหลังคิดถึงช่วงเวลาทั้งหมดที่ได้อยู่กับพาราไดซ์  “ หนูบอกเขาแค่ว่าหนูเป็นผู้หญิงที่มีภารกิจต้องตามหาเครื่องประดับ 4 ชิ้นเท่านั้นเพราะตอนนั้นหนูยังไม่มั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง ” 

 

“  แล้วตอนนี้ล่ะ ? ” 

 

“  หนูคิดว่าหนูรู้แล้ว   แต่หนูคิดว่ายังไม่ใช่เวลาที่จะบอกออกไป ”  วอดก้าเอียงใบหน้าสบดวงตาสีฟ้าอ่อนโยนของมารดา

 

“ การหาเครื่องประดับเป็นเพียงแค่การเริ่มต้น  สิ่งสำคัญกว่าคือการผนึกหรือกำจัดลูกครึ่งอสูร  และตามหาร่างท่านพ่อท่านแม่ขึ้นมาก่อน ” 

 

วอดก้าได้แต่บอกตัวเองว่าตอนนี้ทุกอย่างยังไม่สงบลง  เธอยังไม่ได้ทำหน้าที่ลูกที่ดีเลย  เธอจึงวางเป้าหมายเอาไว้  ยิ่งจบเรื่องทุกอย่างเร็วเท่าไหร่  เวลาที่จะได้อยู่กับพาราไดซ์ก็จะมากขึ้นเท่านั้น

 

“  แม่รู้ว่าลูกคิดอะไรอยู่  แค่ใช้ทุกเวลาให้คุ้มค่าเท่านั้น  อย่างอื่นไม่ต้องไปสนใจ ” 

 

นานีย่าจูบหน้าผากของลูกสาวแผ่วเบา

 

“  ไม่ว่ายังไงลูกก็จะมีพ่อ  มีแม่อยู่เคียงข้างเสมอ   ตอนนี้ก็พักผ่อนอย่างที่ไดซ์บอกก่อนเถอะแล้วเตรียมตัวตื่นไปพบกับเขา ” 

 

“  ค่ะ ” วอดก้ายิ้มหวาน  ก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราเพื่อพักผ่อนอย่างแท้จริง 

 

 

 

 

“ ได้แล้ว  บอกนายหญิงได้แล้ว  ”  เนวีสมีความโล่งใจเมื่อสามารถส่งคำเตือนให้วอดก้าได้สำเสร็จทว่าท่าทางภายนอกของเธอยังคงเศร้าหมองและเหม่อลอยภายในผลึกเมื่อไม่ให้ปีศาจที่จองจำเธอรู้สึกตัว  

 

รอยสักสีดำปรากฏเดี๋ยวหายเดี๋ยวชัดเจนเป็นระยะ ๆ ทว่าผู้พิทักษ์แห่งเหมันต์ก็หาได้ใส่ใจ  พยายามสำรวจสิ่งรอบตัวให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้และสุดท้ายเธอก็ตัดสินใจหลับตาลง  เลิกสนใจทุกอย่างเพื่อรวบรวมพลังให้ได้มากที่สุดเพื่อวันที่สหายของนายหญิงมา  เธอจะได้ไม่เป็นตัวถ่วงอีกต่อไปแต่ความกังวลกลับปรากฏขึ้นเลือนรางเมื่อนึกถึงร่างในชุดคลุมสีดำสองคนซึ่งเธออ่านไม่ออกว่าอีกฝ่ายเป็นปีศาจจริงหรือไม่

 

มีแค่สองคนเท่านั้นที่ไม่มีกลิ่นอายของเผ่าปีศาจปกคลุมอยู่เลยแต่นั่นล่ะที่คือความแตกต่างจนทำให้เนวีสกังวล

 

เพียงแวบเดียวที่สบตาเธอก็รู้สึกได้ทันทีว่าแข็งแกร่งและลึกลับเหลือเกินทว่าเธอกลับสัมผัสไม่ได้ถึงเจตนาร้ายใด ๆ แม้แต่น้อย

 

สองคนนี้เป็นใครกันแน่

 

หนึ่งในร่างของคนที่ถูกกล่าวถึงยืนอยู่หน้าปากถ้ำ  ตัวแข็งทื่อไม่ได้ขยับราวกับรูปปั้นที่ไร้ชีวิต  ดวงตาสะท้อนภาพดวงจันทร์เบื้องหน้าและท้องฟ้าสีดำสนิทที่ไร้หมู่ดาวอย่างผิดแปลกไป  ทว่าสีของดวงจันทร์ทำให้เขานึกถึงเส้นผมของเด็กคนหนึ่งเข้า  เด็กที่เขาช่วยชีวิตมาและตั้งใจเอามาทดลองเป็นหนูลองยา  แต่ด้วยพรสวรรค์ที่มีอยู่ทำให้เขาเกิดความสนใจว่าจะเป็นไปได้ไหมที่จะพัฒนาความสามารถของเด็กนั่นให้สูงขึ้นได้

 

สิบกว่าปีเชียวนะที่สอนทุกอย่างให้จนหมดไส้หมดพุง  จะเรียกศิษย์ก็เรียกไม่ได้เต็มปากถึงจะถูกเรียกว่าอาจารย์ป่าว ๆ ก็เถอะ

 

 

“  ฉันไม่ใช่อาจารย์ของแก  เข้าใจ๋  เลิกเรียกได้แล้วน่ารำคาญ ! ”   จำได้ว่าตอนนั้นตะคอกใส่ไปยกหนึ่งด้วยความรำคาญ  ทว่าดวงตาสีฟ้าใสนั่นก็ไม่มีวี่แววจะหวาดกลัวเลยสักนิดแถมยังกวนกลับอีก

 

“  ก็ถ้าไม่ให้เรียกอาจารย์จะให้เรียกอะไรล่ะ  ตาลุงเรอะ ? ”

 

“  ปากดีนะนังหนู  เอายานี่ไปกินแล้วก็หยิบหนังสือเล่มนั้นมาแก้พิษเอง  แก้ไม่ได้ก็ออกไปตายนอกบ้านล่ะ  ขี้เกียจเก็บกวาดศพ ” 

 

หรี่ตามองขณะโยนขวดยาพิษส่งให้  ซึ่งเด็กนั่นก็ยกดื่มไม่ลังเลก่อนจะเดินไปหยิบหนังสือที่เขาชี้อย่างว่าง่าย

 

“  เฮ้...อาจารย์  ขอยืมห้องปรุงยาหน่อยนะ ” 

 

“  ก็บอกว่าอย่าเรียกอาจารย์ไงวะ ! บอกไว้ก่อนถ้าคิดจะเรียกข้าอาจารย์จริง ๆ แกจะไม่สามารถถือคนอื่นว่าเป็นอาจารย์ได้อีกนะเฮ้ย ! ” 

 

“ นึกว่าอะไร  ที่แท้ก็ไม่อยากให้รับอาจารย์คนอื่นอีก ”  เจ้าตัวว่าด้วยสีหน้าปลง ๆ “ บอกตั้งแต่แรกก็จบแล้ว  จะพูดเยอะแยะทำบ้าอะไร ” 

 

รู้สึกตอนนั้นจะเผลอคว้าอะไรปาใส่หัวเด็กนั่นเข้าไปเต็มรักแล้วก็ได้แต่ยอมรับตรง ๆ ว่า

 

“  ถ้าเป็นศิษย์ข้าต้องฝึกโหดปางตายนะเฮ้ย   ถ้าขืนยังฝึกไม่ถึงขั้นยื้อชีวิตคนจากยมทูตได้แกจะไม่มีสิทธิ์ออกไปหายใจข้างนอกแน่ ” 

 

“  คิดว่าอยากออกไปตายล่ะ ” 

 

ชิชะ  สีหน้ารำคาญบนใบหน้าเล็ก ๆ นั่นช่างน่าหมั่นไส้สิ้นดี

 

“  ตกลงยอมรับว่าหนูเป็นศิษย์แล้วใช่ไหม ” 

 

“  เออ ๆ แต่ห้ามนับถือใครเป็นอาจารย์อีกนะ  ข้าเป็นอาจารย์ได้แค่คนเดียวเท่านั้น ” 

 

“  รู้แล้วน่า  ไปแล้วนะ  พิษบ้าอะไรเนี่ย  น่ารำคาญชิบ ” 

 

“  นั่นมันหนึ่งในพิษที่ข้าชอบเชียวนะเฮ้ย ! เดี๋ยวปั๊ดโดนหรอก  ! ” 

 

“  ทำงานต่อไปเหอะ  ไอ้คุณอาจารย์ ! ” 

 

หน็อย  นังเด็กแสบเอ๊ย !

 

ความไม่ชอบหน้าแต่เมื่อเวลาผ่านไปหลาย ๆ ปีก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเขาผูกพันกับอีกฝ่ายไม่น้อย

 

ไม่รู้ว่าตอนนี้จะตัวโตขนาดไหนแล้ว

 

 

 

 

และไม่รู้ว่าเหตุใดวันนี้คนสองคนที่ถูกหวาดระแวงจากผู้พิทักษ์ในผลึกถึงกำลังคิดถึงเรื่องเมื่ออดีตขึ้นมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย  

 

อีกร่างของชายในชุดคลุมซึ่งลอยตัวอยู่กลางอากาศห่างจากภูเขาน้ำแข็งก็กำลังนึกถึงเด็กบางคนเช่นกัน

 

เด็กที่เขาเจอที่ถังขยะในสภาพสกปรกมอมแมมสุด ๆ แต่กลับกล้าคิดจะฉกฉวยถุงเงินของเขาไป

 

เพราะพอใจในความใจกล้าที่กล้าคิดขโมยเงินเซียนพนันอย่างเขา  เขาเลยสั่งมันให้ไปอาบน้ำอาบท่าโดยการยึดของสำคัญเป็นตัวประกันแล้วก็ลากไปเป็นของพนันให้ตาแก่คนหนึ่งที่มีรสนิยมโรคจิตชอบเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ ให้ไปบำเรอตัวเอง

 

และก็ต้องเป็นอีกครั้งที่เขาทึ่งในพรสวรรค์ของไอ้หนูนั่นที่จับผิดการโกงของเขาหลังเขาถล่มบ่อนนั้นแล้วหนีบมันมาด้วย  ตั้งใจจะปล่อยทิ้งไว้แถว ๆ นี้แต่มันดันโพล่งขึ้นมาเสียก่อน  แสดงความตาไวว่าไอ้อ้วนเจ้าของบ่อนโกงยังไงและเห็นการเคลื่อนไหวที่พิเศษของเขายังไงบ้าง

 

เพราะแบบนี้เลยรับเด็กนั่นมาลองสอนสั่งด้วยความนึกสนุกซะ  และเพราะบ้านก็กำลังขาดแคลนคนทำความสะอาดกับคนทำงานบ้านเลยโยนงานทั้งหมดให้เจ้าหนูนั่น  เจ้าหนูนั่นจากตอนแรก ๆ สงบเสงี่ยมเจียมตัวดีหรอก  พอเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ก็ชักจะออกฤทธิ์  เรียกเขาว่าตาแก่ไม่หยุดจนเขาล่ะได้แต่เวียนหัว   พอทำท่าจะขู่ว่าจะทิ้งมัน  มันก็ดันยอกย้อนกลับว่าเขาไม่มีปัญญาสอนเด็กคนหนึ่งให้เอาชนะเกมพนันได้  ซ้ำยังทำอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ อีก  มาเป็นชุดขนาดนี้ถ้าเขากล้าทิ้งมันก็กลายเป็นหมาแล้ว

 

พออยู่ไปนาน ๆ ก็ชักจะรู้สึกชอบมันขึ้น  ไม่ว่าจะนิสัยกวนประสาทและปากกล้าที่ทำให้ชีวิตเขามีสีสัน  เสียดายไปหน่อยที่ทั้ง ๆ ที่เป็นเด็กผู้ชายหน้าตาดีแต่ดันขี้อายซะงั้น  จะสอนวิชาตกสาวให้ทีไรก็สะบัดหน้าหนีทุกทีจนเมื่อคิดถึงใบหน้านั้นตอนบูดบึ้งก็อดจะขำไม่ได้

 

จำทุกอย่างได้ดีเลยล่ะ  เด็กนั่นเป็นเด็กกำพร้า  เวลาได้เงินจากการพนันทีไรก็วิ่งโร่แอบเอาไปวางที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่หนีออกมาทุกที  สีหน้าอ่อนไหวเวลามองความดีใจของคนในที่แห่งนั้น  กับสีหน้าอ่อนแอและเศร้าหมองตอนที่เห็นครอบครัวอื่นที่พร้อมหน้า  ไม่มีความทรงจำไหนเลยเกี่ยวกับเด็กนั่นที่เขาจะลืมได้

 

“  ตาแก่ ! รีบ ๆ กลับมาล่ะ  วันนี้วันสำคัญของฉันนะรู้ไหม ”   มองเจ้าเด็กแสบเท้าสะเอวขณะบอก 

 

เขาขานรับอย่างตัดรำคาญเหมือนทุก ๆ ครั้ง   ...ใจก็หายวูบขณะตอบ  ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าวันนี้คงไม่อาจร่วมฉลองกับอีกฝ่ายได้เหมือนปีที่ผ่าน ๆ มาอีกต่อไป

 

“  รู้แล้วน่า  นี่แกเป็นเด็กไม่ใช่หรือไงวะ  ทำไมทำตัวจู้จี้ซะจริง ” 

 

“  เอ้า ! ก็แค่เตือน จารย์ก็อย่าทำตัวเป็นคนแก่ขี้ลืมเชียวล่ะ  วันนี้ต้องไปฉลองที่บ่อนสักหน่อยแล้วเดี๋ยวจะเตรียมของโปรดมื้อเย็นให้ ” 

 

“ อือ... ”  เขาขานรับเสียงเนือย ๆ แต่เพื่อไม่ให้ถูกไอ้ลูกหมานั่นจับสังเกตได้ถึงรีบบอกลาแล้วออกจากบ้านไป

 

เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ เขาไม่ได้กลับไปตามนัด  ไฟในบ้านเปิดทั้งคืน  และทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามีคำสั่งเรียกตัวให้ไปตั้งแต่วันเกิดของไอ้เด็กแสบนั่นแต่เขาก็ยังเตะถ่วงไว้  คอยเฝ้ามองเจ้าหนูนี่คอยตามหาเขาตลอด 3 วันจนรู้ว่าเวลาหมดลงแล้วถึงจำต้องจากมา

 

เขาพูดไม่ได้หรอกว่าตอนเห็นไอ้เด็กนั่นร้องไห้เขาจุกที่คอมากแค่ไหน  ใจวูบโหวงแค่ไหนที่ต้องทิ้งมันมา  อยากจะปาดน้ำตาให้มันเหมือนทุกครั้งเวลาที่มันร้องไห้  อยากจะพามันมาด้วยแต่สิ่งที่ต้องทำอันตรายเกินไปสำหรับมัน

 

มองมันวิ่งหาเขาเหมือนคนบ้าและไร้สติ  มองมันร้องไห้เมื่ออยู่ในบ้านหลังนั้นที่เขาอยู่กับมันมาหลายปีด้วยตัวคนเดียวและพยายามข่มความรู้สึกที่อยากจะเข้าไปปลอบมันเอาไว้   จดจำทุกคำพูดตัดพ้อที่มันเอ่ยออกมาไม่มีตกหล่นสักคำ

 

กลับมาเถอะ  ตาแก่  ฉันจะไม่เรียกว่าตาแก่แล้วก็ได้  แค่กลับมาที

 

ทิ้งฉันจริง ๆ น่ะเหรอ  จะทิ้งฉันไว้ที่นี่คนเดียวจริง ๆ เหรอ ?

 

เมื่อไหร่จะกลับมากัน   ไหนบอกว่าไม่ได้เป็นตาแก่ขี้ลืมแต่ทำไมถึงลืมว่าต้องกลับมาฉลองวันเกิดกับฉัน

 

นี่...กลับมาทีเถอะนะ

 

แค่อย่าทิ้งฉันไป  ฉันไม่อยากอยู่คนเดียวอีกแล้ว

 

กลับมาเถอะนะ...พ่อ

 

ประโยคสุดท้ายนั่นทำให้เขาอยากจะทิ้งทุกอย่างไปแล้วพุ่งไปกอดมันเอาไว้  รู้ว่าเป็นความผิดเขาไม่ที่บอกลา  ไม่บอกอะไรมันสักคำ  เพราะอยากจะให้มันลืมตัวตนของเขาไปเลยเสียด้วยซ้ำ  ให้เหมือนว่าเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่เลย

 

เขาได้แต่พร่ำบอกตัวเอง

 

ไม่เป็นไรหรอก  มันเป็นเด็กเข้มแข็ง  มันต้องอยู่ได้แน่

 

วิชาการต่อสู้  การเอาตัวรอด  การหาเงินหาอะไรก็สอนมันไปหมดแล้ว  มันอยู่ได้แน่ ๆ

 

และย้ำกับตัวเอง

 

มันก็แค่เด็กที่บังเอิญเก็บมาเลี้ยงเท่านั้นเอง  ไม่ต้องใส่ใจอะไรมาก  ตอนนี้ต้องคิดถึงงานที่สำคัญกว่า

 

แต่ถึงจะบอกแบบนั้น  ผ่านมา 4 ปี  เขายังไม่เคยลืมทุกความทรงจำที่ได้อยู่กับเจ้าเด็กนั่นได้เลย  ยังไม่สามารถลืมคำว่า พ่อที่มันพูดออกมาได้

 

ตลกดี  ปกติพยายามไม่นึกถึงเพราะคิดทีไรจะเจ็บที่หัวใจทุกที  แต่ไม่รู้วันนี้มีอะไรถึงได้คิดถึงเรื่องอดีตซะได้

 

ตอนนี้จะยังเร่ร่อนอยู่หรือเปล่านะ ?

 

จะมีเพื่อนบ้างหรือยัง  หรือจะชอบอยู่คนเดียวเหมือนเดิม ?

 

แล้วจะเลิกนิสัยขี้เกียจทำงานบ้านได้ไหม  ?

 

เพราะแบบนี้ไงถึงไม่อยากคิดถึงไอ้ลูกหมานั่นน่ะ

 

 

ร่างในชุดคลุมหลับตาลงอย่างขมขื่น

 

เวลาคิดถึงมันทีไรก็จะหยุดนึกถึงมันไม่ได้สักที

 

ขอโทษนะ 

 

ขอโทษที่ทิ้งแกไป  ไอ้เด็กแสบ

 

พูดขอโทษเป็นร้อยเป็นพันคำก็รู้ว่าไม่มีทางส่งไปถึงมันได้  แต่คงไม่มีวิธีไหนบรรเทาความรู้สึกผิดที่ตกค้างในใจได้ดีกว่าวิธีนี้แล้ว

 

แหงนหน้ามองพระจันทร์ที่สุกสว่างก็ได้แต่หวังในใจ

 

หวังว่าชีวิตแกจะสนุกสนานมีความสุขเหมือนดวงจันทร์ที่ส่องแสงนี่นะ  ไอ้ลูกหมา

 

ทันใดดวงตาก็กลายเป็นเย็นชาเมื่อสบตากับร่างในชุดคลุมซึ่งมาเฝ้ายามแทน  ไร้การพูดคุยใด ๆ เขาเพียงมุ่งหน้าไปที่ภูเขาน้ำแข็งเพื่อทำงานของเขาต่อ

 

ต้องมีสักวันล่ะนะที่จะได้เจอกันอีกน่ะไอ้หนู

 

ไม่ว่าในใจจะขื่นขม  วาดหวังเพียงใดแต่สิ่งที่แสดงออกมาก็คือความว่างเปล่าและไร้จิตใจดังเดิม

 



 

Talk


ดูเหมือนไม่ต้องให้ไรท์บอกใบ้ทุกคนก็พอจะเดาได้ถึงตัวตนคนสองคนด้านบนที่ไรท์เพิ่งกล่าวถึงมานี่

ไรท์เริ่มพบปัญหาตันแล้ว  เริ่มจะคิดเนื้อเรื่องไม่ออกเพราะมีอะไรก็ใส่ไปหมดแล้วในหัว **** อยากให้ทุกคนคอมเมนท์มาเลยว่าอยากเห็นเหตุการณ์อะไรที่เกิดขึ้นกับสาว ๆ แอลกอฮอลล์และหนุ่ม ๆ ทั้งหลาย **** ไรท์ต้องการไอเดียที่จะต่อยอดเพื่อแต่งต่อไปแบบด่วน ๆ มิฉะนั้นคงมีมหกรรมการดองและนั่งเรือสำราญออกนอกทะเลแน่ ๆ

สุดท้ายขอถามสั้น ๆ ไม่มีอะไรมากมายกับตอนนี้  ฟินกันไหมเอ่ยทุกคน ?


อ่อ ๆ เกือบลืม ๆ ไรท์เจออิมเมจไดซ์กับวอดก้าแบบปัง ๆ แล้วจ้า  แถนแถ่นแถ้นนนน



   


   



พาราไดซ์กับกลาเดียโต้และวอดก้ากับคาซานเดรีย  หวังว่าจะชอบรูปของสองคนนี้นะคะ

 





 





Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 101 : บทที่ 85 คำสาปโบราณ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 20388 , โพส : 620 , Rating : 3% / 508 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 >>
# 620 : ความคิดเห็นที่ 15454
ร้องไห้จรพี่หาว่าบ้าแล้วค่ะ หนูวิสสสส T^T
Name : PraySoifa < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ PraySoifa [ IP : 125.26.57.7 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 ตุลาคม 2561 / 23:24
# 619 : ความคิดเห็นที่ 15427
เด๋วนะ...มีใครสังเกตเห็นเหมือนเรามั้ย?... ตาแก่(พ่อ)ของวิสกี้....เข้าใจว่าวิสกี้เป็นผู้ชาย?....
เรียกซะ ไอลูกหมาเอย เจ้าหนูเอย.....คือเข้าใจผิดชิมิ??
PS.  พอดีไม่ใช่คนสำคัญ
Name : 1qwer < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 1qwer [ IP : 184.22.212.223 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 กันยายน 2561 / 01:44
# 618 : ความคิดเห็นที่ 15311
สวยมากรูปภาพ
Name : 986290 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 986290 [ IP : 180.183.116.191 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 พฤษภาคม 2561 / 09:30
# 617 : ความคิดเห็นที่ 15269
ไรท์เอาภาพมาจากไหนอ่าาาา
PS.  แฟนตาซี คือความชอบ จินตนาการคือความสร้างสรร สีม่วงส่องสว่างในดวงตา เขาว่า ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ เพราะหัวใจเป็นสีม่วง
Name : Alisona Janes Curse < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Alisona Janes Curse [ IP : 118.172.45.121 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 พฤษภาคม 2561 / 20:16
# 616 : ความคิดเห็นที่ 15246
อื้อหื้ออ พอจะเดาได้เลยว่าถ้าเจอหน้ากันเเละรู้ความจริงน่ะ ตายเเน่ๆ ปีศาจนี่เเหละสูญพันธุ์เเน่ๆ5555
Name : Franchesta < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Franchesta [ IP : 182.232.143.243 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 พฤษภาคม 2561 / 17:54
# 615 : ความคิดเห็นที่ 15231
ไรท์ตอนนี้ฟินมาก
อ่านซ้ำมา10รอบแล้วก็ไม่เคยเบื่อ
อยากให้ไรท์มาแต่งต่อเร็วๆจัง
Name : Muay-0652 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Muay-0652 [ IP : 1.47.32.221 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 พฤษภาคม 2561 / 15:06
# 614 : ความคิดเห็นที่ 15226
พูดได้เลยว่าคุณลุงทั้งสองกำลังจะได้เจอกับคนที่ตนทิ้งมาแล้วคร้าาาาาาาาาาาาาาาา ดีใจด้วย เย้!!!! และสำหรับคำถามจากไรท์ว่าฟินมั้ย คำตอบคือฟินคร้าาาาาาาาา ชอบเรื่องนี้มาก และทุกเรื่องด้วย 55555 เรายังรอคอยไรท์เสมอ สำหรับสิ่งที่อยากให้เกิดต่อไปคือช่วยผู้พิทักได้สำเร็จค่ะ วอดก้าเราจะได้กลับมาแสบเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือนางจะแกร่งขึ้นค่ะ และอยากให้นางได้เจอพ่อของนางด้วย จะได้ครบครอบครัว แม้จะแค่ในฝันก็เถอะนะ งืมมมมมมมมมมม
Name : kwan [ IP : 184.22.229.75 ]

วันที่: 14 พฤษภาคม 2561 / 20:49
# 613 : ความคิดเห็นที่ 15219
อาจารย์ของรัมกับวิสกี้เคยถูกพ่อของวอดก้าช่วยไว้แล้วทั้ง2รู้ว่าวอดก้าเป็นเป็นลูกของผู้มีพระคุณเลยช่วยแก้คำสาบให้
มโนล้วนๆ555
Name : ggg64jim < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ggg64jim [ IP : 49.230.208.164 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 พฤษภาคม 2561 / 13:03
# 612 : ความคิดเห็นที่ 15214
ตอนมาสู้ที่ภูเขาน้ำแข็ง อยากให้สู้ไปแปปนึงแล้วผ้าคลุมตาแก่ทั้งสองหลุด วิสกับรัมเรียกตาแก่ ตาแก่ชะงัก เถียงกันนิดหน่อย วิสกับรัมปลดอุปกรณ์ปลอมตัวให้เห็นร่างจริง ตาแก่อึ้ง/ตกใจ ปิศาจตายเกือบหมดแล้วเหลือตาแก่สองคนที่เก่ง คุยไปคุยมา กล่อมให้ตาแก่เข้าพวกเดียวกัน ตาแก่เข้าพวกเดียวกัน รำลึกความหลัง ฉากซึ้งสักหน่อย ลากัน แล้วก็ให้พวกตาแก่ไปสอนม่านทิวา พาภูติไปช่วยวอด แล้วก็เข้าสู่หมวดหวานซึ้ง จ้าาา~

นี่คือสิ่งที่เราอิมเมจิ้นต่อหลังอ่านตอนนี้เสร็จน้าา ลองดูๆเผื่อเป็นไอเดียได้น้า

อ้อๆๆๆ แล้วก็อยากให้มีฉากที่หนุ่มๆพาสาวๆไปแนะนำตัว(+หวานต่อหน้า)คุณพ่อตา คุณตาแก่ทั้งหลายหน่อย ไม่ต้องบอกตัวจริง เรื่องราวมากมายอ่ะ แค่พาไปแนะนำ~~

สู้ๆนะค้าไรท์ ♡♡
Name : Piszerel < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Piszerel [ IP : 110.77.189.26 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 พฤษภาคม 2561 / 15:19
  • ความคิดเห็นที่ 15214-1 (จากตอนที่ 101)
    อ้อ ใช่ ....

    ขอฉากสาวๆทั้งหลาย(หรืออาจจะบวกหนุ่มๆกับรุ่นพี่หอสราท) ไปเอาคืนยัยองค์หญิงนั่นลับๆด้วยนะ หึๆๆๆๆ (แค้นไม่หายจ้า55) ส่วนวอดที่ยังไม่หายดีมากนั้นก็ให้ไดซ์ดูแลไป~ ไม่ก็ให้ติดงานที่รร.กับไดซ์ก็ได้~
    Name : Piszerel < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Piszerel [ IP : 110.77.189.26 ]
    ส่งข้อความลับ
    วันที่:7 พฤษภาคม 2561 / 15:22
  • ความคิดเห็นที่ 15214-2 (จากตอนที่ 101)
    สำหรับรูปตอนท้าย...
    ชอบมากเลยค่ะไรท์! สวยมาก เท่มาก และเหมาะมากค่ะ ~>///////<~
    Name : Piszerel < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Piszerel [ IP : 110.77.189.26 ]
    ส่งข้อความลับ
    วันที่:7 พฤษภาคม 2561 / 15:24
# 611 : ความคิดเห็นที่ 15210
รอต่อไป คิดถึงมากงับ><
Name : chalita01 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ chalita01 [ IP : 125.24.71.182 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 พฤษภาคม 2561 / 23:20
# 610 : ความคิดเห็นที่ 15206
อยากให้เป็นว่า

อาจารย์ตอนแรกก็จำลูกศิษย์ไม่ได้ ลูกศิษย์ก็จำไม่ได้ แต่ไปๆมาๆดันจำได้ อาจจะแบบว่าตอนแรกแยหออกไปเป็นคู่ๆส่วนได้ซ์ฉายเดี่ยว แล้วตอนแรกคู่จินกับคู่เตริกก็สู้กันอาจารย์ ส่วนวิสกับรัมดันไปเจอตัวเลวที่เก่งๆตอนแรกๆอะ(เราจำชื่อไม่ได้) (หรืออาจจะเพิ่มตัวเลยแบบเทพๆมาอีกคน) สู้ไปสู้มาฝ่ายหนุ่มสาวจะแพ้ แต่เฮียเทรนกับโรก็โผล่มาช่วย หลังจากนั้น คู่วิสรัมก็ไปช่วยจินเตริกที่กำลังแพ้พวกอาจารย์ แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นอาจารย์ศิษย์ จนกระทั้งต้องใช้พลังทั้งหมดทำให้เครื่องปลอมตัวพัง เลยมีโมเม้นท์แบบดราม่ามาหนักๆ(อาจจะเป็นแบบสลับคู่อาจารย์ศิษย์ ประมาณว่ารัมสู้กันอาจารย์ของวิส วิสสู้กับอาจารย์ของรัม ด้วยความที่ไม่รู้เลยลงมือหนัก แต่พอ เครื่องปลอมตัวพัง อาจารย์ก็เข้าไปขวางอีกฝ่ายกันเอง----แบบปล่อยพลังขั้นสูงจนแทบเหนื่อยตายออกมาแล้วเรียกคืนไม่ได้เลยเอาตัวไปขวางเอง พร้อมกับมีflashbackเศร้าๆอีก) แต่ก่อนที่จะได้คุยอะไรกัน สองอาจารย์ก็รียหนีไปก่อน(และไปแจ้งกับบอสว่าเจ็บหนัก โดยที่ไม่ได้บอกว่าเจ็บหนักจากพลังตัวเอง) แต่ก่อนไปก็ทิ้งแบบข้อความทะเล้นเกี่ยวกับหนุ่มๆไว้ และก็ข้อความประมาณว่าถ้าจับอาจารย์ได้ครั้งหน้าจะยอมบอกเรื่องทุกอย่าง



และก็อยากมีฉากหวานๆหิมะละลาย ไม่ก็ฉากเดินในเมืองอาลาเลีย จนมีคนหึงโหด ฉากตกน้ำ(อาลาเลียคือเมืองที่มีน้ำเยอะๆใช่ปะ)แบบวาบหวิวนิดนึง



ขอflashbackให้คนอื่นด้วย แบบเตอรก หนุ่มๆ



กลับมาบนภูเขาเวลาที่ไดซ์โดนแยไปคนเดียวก็จะเจอแบบบททดสอบแนวอีโมชันน่อล แบบให้เลือกระหว่างเพื่อนไม่ก็วอด หรือแบบเรื่องในอดีตของได้ซ์ หรืออาจจะเป็นแบบไดซ์เคยเจอวอดเมื่อนานมาแล้วหรือฝันถึงอะไรแนวนี้ แต่ดว้ยความเทพของพี่แกก็ฟันฝ่าทุกอย่างออกมาได้ แต่เพราะระเบิดพลังมากเกินไป ทำให้ไปกระทบเนวิสจนบาดเจ็บและก็วอดก็เจ็บไปด้วย ไม่ก็แบบว่าไดซ์ต้องแกล้งพูดว่าแบบไม่รักวอด เกลียด หรือว่าใช้ผลประโยชน์ เนวิสได้ยินก่อนสลบ(หลังสลบก็เฉลยว่าถ้าไม่ทำอย่างนั้นก็ชนะบททดสอบไม่ได้) วอดก้าก็เลยได้ยินเพียงแค่ครึ่งแรก(ที่วอดบอกว่าไม่ชอบ) พอกลับมารร.วอดก็ไม่อยู่แล้ว เพราะว่าวอดงอนหนีไปที่ม่านทิวาไม่ก็เซนท์ปีแอรพร้อมกับทิ้งจดหมายให้ไดซ์ว่าห้ามตาม อะไรแนวนั้น



ก่อนหน้านั้นอาจจะเป็นแบบว่า ตอนลงจากเขาหลังจากช่วยเนวิสได้แล้ว(เนวิสก็แวบไปเอาเครื่องประดับให้วอด ไม่ได้อยู่คุยด้วย) หนุ่มๆทำอะไรให้สาวๆผิดใจไม่ก็ทะเลาะกันหนักแบบ"ถ้าไม่คิดจะเข้าใจกันก็ไม่ต้องเจอกันอีก" พอจะลงเวทกลับรร.สาวๆก็แทรกเวทย้ายหนีไปที่อื่น แล้วก็ค่อยย้ายไปม่านทิวา สั่งว่าให้ปิดเขา นอกจากสาวๆกับพวกคุณลง(เอาง่ายๆก็คือไม่ให้หนุ่มๆเข้า) แล้วก็ค่อยย้ายไปที่เซนท์ปปีแอร์



หนุ่มๆเลยต้องตามง้อ



ตามด้วยสอบไฟนอล สาวๆก็ได้รับสิทธิพิเศษให้สอบนอกสถานที่หนุ่มๆเลยไม่ได้เจอ และอาจจะมีโมเมนท์แบบมองห้องตัวเองที่สาวๆเคยอยู่บลาๆๆ



ภารกิจเครื่องประดับชิ้นสุดท้ายสาวๆเลยหาทางหาเอง แต่สุดท้ายก็ต้องมีส่วนเกี่ยวกับทริสเทอร์ เลยต้องไปเจอหนุ่มๆอีกครั้ง (สาวๆปลอมตัว) ทำให้เห็นว่าหนุ่มๆก็พยายามตามหาเครื่องประดับชิ้นสุดท้ายกันเองเพราะรู้ว่าจะต้องเจอสาวๆ ระหว่างนั้นไดซ์ก็ได้ค้นพบว่าวอดเป็นครึ่งเทพ ก็โกรธนิดหน่อยและเก็บไว้ในบัญชี





.....

และก็คิดต่อไม่ออกแล้ว

ยังไงไรต์ก็สุ้ๆนะ เป็นกำลังใจให้

Name : csatiara < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ csatiara [ IP : 218.108.191.102 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 พฤษภาคม 2561 / 13:15
# 609 : ความคิดเห็นที่ 15203
อยากให้ตอนหน้ามาช่วยเนวีสแล้วต้องต่อสู้กับสองคนนี้ แล้วพอเห็นหน้ารัมกับวิสกี้เหมือนสองคนนี้สู้ได้ไม่เต็มที่แล้วพลาดท่าทำให้วิสกี้กับรัมเห็นหน้าแล้วจำได้ พอพลาดแล้วสองคนนั้นก็เลยให้ทุกคนเข้าไปช่วยเนวีสได้ แต่ทีนี้พวกอสูรก็เข้าขวางแล้วจะฆ่าสองคนนั้นเพราะหมดประโยชน์แล้ว พวกวิสกี้ก็เลยช่วยเอาไว้แล้วจัดการพวกอสูรซะ

เท่าที่มโนไว้ก็ปนะมาณนี้อ่ะค่ะ
Name : 0952529293 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 0952529293 [ IP : 223.24.182.193 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 เมษายน 2561 / 21:28
# 608 : ความคิดเห็นที่ 15198
มาม่าแน่เลย
Name : fuyulucky < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fuyulucky [ IP : 114.109.15.59 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 เมษายน 2561 / 15:13
# 607 : ความคิดเห็นที่ 15197
ขอแทรกแปปแพ้แบบคำสาปทำงานอัตโนมัตอ่ะ
Name : 13467925 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 13467925 [ IP : 134.236.3.171 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 เมษายน 2561 / 14:15
# 606 : ความคิดเห็นที่ 15196
แบบตอนที่ต่อสู้กับจารรัมอ่ะแค่ให้เห็นหน้าก็ถึงกับตลึงอะไรแบบเนี่ยและต่อสู้กันไปเรื่อยๆแบบให้มากับวอดก้าอ่ะ ไม่ก็เวลาจะแพ้แต่ด้วยความพยายามของรัมทำให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งT_Tนับถือรัมมากกกก (หึหึ อย่าลืมบราวต้องขอลูกจากพ่อตาก่อน55555)
Name : 13467925 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 13467925 [ IP : 134.236.3.171 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 เมษายน 2561 / 14:14
# 605 : ความคิดเห็นที่ 15195
อยากให้แบบพอเคลียเรื่องคำสาปเสร็จ แต่ดันทำอุปกรณ์ปลอมตัวพังและต้องหาอีกนานและมีข้อความจากรร.หญิงเรียกตัวพอดี ที่เรียกตัวไปเพราะว่าอยากให้คนที่มีฝีมือไปช่วยรร.เซนปิแย เรื่องต่างๆแน่นอนว่าพระราชาและพ่อตา?ยังอยู่ แบบพอตอนแรกไม่รู้ว่าใครเห็นลูกๆสนิทมาก ทำท่าอย่างกะคนรัก ทำให้คิดว่าลูกตนเอกนอกใจและคิดแผนการ จนที่พวกวอดก้ามารายงานตัว รอไรเหรอดิ 5555 //คิดได้แค้นี้อ่ะแต่ตรงที่พระราชาไม่แน่ใจอ่ะว่าจะอยู่ครบได้ยังไง เพราะก็ต้องกลับไปดูแลบ้านเมืองอ่ะนะ=^=
Name : 13467925 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 13467925 [ IP : 134.236.3.171 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 เมษายน 2561 / 14:02
# 609 : ความคิดเห็นที่ 15194
สองคนท้ายที่พร่ำเพ้อเรื่องเก่าๆนี่มันตัวร้ายไม่ใช่หรอไรท์?......ทำไมมันดราม่าจนน้ำตาคลอเลยอ่ะ TT^TT
Name : KazekaYuki < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KazekaYuki [ IP : 223.207.245.11 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 เมษายน 2561 / 11:55
  • ความคิดเห็นที่ 15194-1 (จากตอนที่ 101)
    เป็นคนที่ฝึก รัม (ปรุงยา) กับวิสกี้ (การพนัน) ไง แต่มีเหตุจำเป็นให้ทิ้งมา รอไรท์มาเฉลยว่าเพราะอะไร
    Name : iamjub04 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ iamjub04 [ IP : 223.24.184.34 ]
    ส่งข้อความลับ
    วันที่:29 เมษายน 2561 / 13:30
  • ความคิดเห็นที่ 15194-2 (จากตอนที่ 101)
    เป็นคนที่ฝึก รัม (ปรุงยา) กับฝึกวิสกี้ (การพนัน) ไง แต่มีเหตุให้ทิ้งมา รอไรท์มาเฉลยว่า เพราะอะไร
    Name : iamjub04 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ iamjub04 [ IP : 223.24.184.34 ]
    ส่งข้อความลับ
    วันที่:29 เมษายน 2561 / 13:32
# 603 : ความคิดเห็นที่ 15191
มาต่อเร็วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆน้าาาาา
PS.  
Name : ผู้อยู่ใดเงามืด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ผู้อยู่ใดเงามืด [ IP : 27.55.227.157 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 เมษายน 2561 / 22:04
# 602 : ความคิดเห็นที่ 15189
อยากให้มีฉากบู๊กันแล้วอ่ะ ไม่ก็อยากให้พวกวอดกลับไปรร.หญิงล้วนแล้วมาเจอกับพวกเทรนไดซ์อีกรร.ไรงี้อ่ะ แต่จะยังไงก็ตามสไตล์ไรท์เลยค่าาาา เป็นกำลังใจให้นะสู้ๆ
Name : duckkymyung < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ duckkymyung [ IP : 49.49.240.14 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 เมษายน 2561 / 13:29
# 601 : ความคิดเห็นที่ 15185
รออยู่นะค่ะมาต่อเร็วๆน้า
Name : ggg64jim < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ggg64jim [ IP : 49.230.185.242 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 เมษายน 2561 / 11:58
# 600 : ความคิดเห็นที่ 15181
อยากให้มีเขียนถึงพวกโรบ้างน่ะค่ะ แบบเรียนในโรงเรียนแล้วเป็นยังไงบ้าง อย่างงี้อ่ะค่ะ
Name : NenaTL < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ NenaTL [ IP : 184.22.254.19 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 เมษายน 2561 / 23:56
# 599 : ความคิดเห็นที่ 15178
หลังจากไปเอาสร้อยเสร็จแล้ว ก็คือจบชั้นปีใช่มั้ยคะ อยากให้มีการแข่งระหว่างรร.หญิงล้วนกับเซนท์ปิแยร์จังเลยแล้วให้พวกวิดก้าไปอยู่ฝั่งของรร.หญิฃล้วนอ่ะ น่าจะมันส์ในระดับนึง //อยากเห็นฉากที่พวกไดซ์บุกเข้าไปเอาเครื่องประดับในภูเขาหิมะจังค่ะ!!!
Name : SPDDP Dayn < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SPDDP Dayn [ IP : 182.232.203.63 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 เมษายน 2561 / 18:14
# 598 : ความคิดเห็นที่ 15174
สัมผัสได้ถึงมาม่า...
อ่านมาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ตัวตนจริงๆ ของเทรนสักที 5555
Name : statice46 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ statice46 [ IP : 27.55.126.72 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 เมษายน 2561 / 16:13
# 597 : ความคิดเห็นที่ 15173
ขอบคุณค่าา เราอยากให้อาจารย์นั้นช่วยลูกศิษย์ของตัวเองแบบลับๆนะ เหมือนเป็นสายสืบไป พอจบชิ้นมี่สามนี้ได้ ก็มาเจอกันพูดคุยหรือจะมาเป็นอาจารย์หรือศิษย์ยังไงก็คิดเอาอีกทีก็ได้ค่ะ
Name : _White_ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ _White_ [ IP : 1.46.160.85 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 เมษายน 2561 / 07:31
# 599 : ความคิดเห็นที่ 15169
หลังจากนั่งคิด นอนคิด ยืนคิด กระโดดคิด(?) เหตุการณ์ที่อยากเห็นก็

-ขอศัตรูหัวใจโปรไฟล์ดีๆ สักคนสองคนให้บลัดกับเคียร์หน่อยย (ไหนๆวอดก้า วิสกี้ รัมก็มีเจ้าชายมาจีบแล้ว ทั้งการไปเอาเครื่องประดับสองชิ้นที่ผ่านมาก็มีผู้ชายผู้ตกหลุมรักสาวๆแอลกอฮอล์มาป่วนตลอด รอบนี้ก็ขอหนุ่มหล่อๆมาจีบจินกับเติร์กบ้างงง)

-ฉากหึงโหดของสาวๆแอลกอฮอล์ทั้งหลายย

-อันนี้ไปเห็นเม้นท์อื่นมาแล้วรู้สึกเข้าท่า คืออยากเห็นสาวๆคลั่ง อาจจะเหตุผลแบบเพื่อนหรือคนรักโดนทำร้าย เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นสาวๆโกรธใครมากแบบสุดขีดมาก่อนเลยอยากเห็นความน่ากลัวของพวกนาง (ของวอดก้าตอนสอบกลางภาคที่ไปต่างโลกคงไม่นับนะ)

อันนี้คือสิ่งที่อยากเห็นเท่านั้นนะคะ เอาไว้เผื่อไรท์ไม่รู้จะใส่ไรก็เอาไปได้น้าาาา (ไม่ค่อยเห็นแก่ตัวเลยย //อีกแล้ว -.,-)

ปล.ถ้าคิดได้เพิ่มจะมาต่อนาจาา
ปล2.ไรท์เตอร์สู้ๆ ‘\(^ ^)/‘
Name : Aniald < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aniald [ IP : 122.155.45.62 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 เมษายน 2561 / 14:32
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 >>
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android