คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 102 : บทที่ 86 ถอนคำสาป 100%


     อัพเดท 1 ม.ค. 62
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 3,022 Overall : 679,752
15,918 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7630 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 102 : บทที่ 86 ถอนคำสาป 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 7567 , โพส : 592 , Rating : 2% / 944 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



 

 


บทที่ 86 ถอนคำสาป  

 





“ เข้าใจแล้ว ”  ราฟาเอลถอนหายใจหลังได้รับคำบอกเล่าเรื่องราวสั้น ๆ จากวิมเลทว่ามีธุระต้องไปจัดการกับพวกวอดก้า  ซึ่งเป็นธุระสำคัญมาก

 

“ พวกเราจะไปกันพรุ่งนี้เลยครับ  แจ้งอาจารย์คนอื่นๆ เรียบร้อยแล้วด้วย ”  วิมเลทอธิบายเพิ่มเติม

 

  งั้นโชคดีล่ะ  กลับมาพวกเธอคงยุ่งหัวปั่นแน่เพราะอีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะถึงช่วงสอบก่อนปลายภาคแล้ว ”  ราฟาเอลพูดด้วยท่าทางเริงร่า  วิมเลทขอตัวจากไปโดยที่มีความรู้สึกตะขิดตะขวงใจบางอย่างแฝงอยู่เล็กน้อย

 

ระหว่างเดินกลับวิมเลทก็ยังครุ่นคิดว่าทำไมถึงรู้สึกว่าการพูดของผู้อำนวยการมีปัญหาอย่างไรชอบกล  แต่คิดยังไงก็เดาไม่ออกสักที  วิมเลทจึงได้แต่ปล่อยผ่านไป

 

หลังจากวิมเลทออกจากห้องไป  วิสกี้ก็ปรากฏตัวขึ้นในห้อง

 

  เกิดอะไรขึ้น ”  ราฟาเอลยิงคำถามใส่อย่างไม่ลังเล

 

 วอดก้าโดนคำสาปแฝงจากวิญญาณ  มันยังไม่สมบูรณ์ดี พวกเราเลยจะรีบไปหาทางทำลายมัน  ที่สำคัญคือมันเป็นคำสาปจากเผ่าอสูร ” 

 

“ อสูร... ”  ราฟาเอลพึมพำ  สิ่งที่วิมเลทยังไม่รู้สึกตัวถึงความตะขิดตะขวงใจก็คือการที่ราฟาเอลปล่อยผ่านเรื่องที่พวกเขาขออนุญาติหยุดเรียน 1 สัปดาห์โดยไม่ซักถามอะไรเลย  นั่นก็เพราะราฟาเอลรู้ว่าต้องมีหนึ่งในห้าสาววิ่งแจ้นมาเล่าให้เขาฟัง  มิฉะนั้นอย่าหวังเลยว่าจะได้ออกไปง่าย ๆ

 

“ เข้าใจล่ะ  ไปกันที่ไหน ” 

 

  อลาเรย์ ”  วิสกี้เสยผมตัวเองขึ้น

 

  ไกลพอตัวเลยนะ   มีอะไรอยากให้ช่วยไหม  พวกเอกสารข้ามแดน ? ”   ราฟาเอลเป็นฝ่ายทักขึ้น

 

นักพนันหนุ่มส่ายหน้า

 

  ไม่ต้องหรอก  เติร์กกับจินบอกว่ามีเส้นสายอยู่แล้ว  แต่มีเรื่องที่อยากฝากดูแลหน่อย ” 

 

ราฟาเอลเลิกคิ้วสูง

 

“ ตอนนี้วอดก้านอนอยู่ในน้ำพุศักดิ์สิทธิ์อะดาเลีย  ช่วยกันไม่ให้คนอื่นเข้าไปใกล้ให้หน่อย  ถ้าจะให้ดีฝากพวกเทพพิทักษ์ทั้ง 4 ดูแลวอดก้าให้ด้วย ” 

 

“ ถ้าเป็นเรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงไป ”  เสียงที่ตอบกลับไม่ใช่เสียงของราฟาเอล  ร่างของเทพผู้พิทักษ์ทั้ง 4 หอปรากฏตัวเหนือพื้น

 

“ ข้าจะดูแลวอดก้าให้  ส่วนพวกเจ้าที่เหลือคอยดูแลความปลอดภัยของปราสาทเถอะ ”  ซาราเนีย  เทพพิทักษ์หอเหมันต์กล่าวขึ้นขณะที่ราฟาเอลนวดขมับตัวเอง

 

“ ก็อย่างที่ซาราเนียพูด  ฉันคิดว่าจะให้เอ็กเซลกับผู้พิทักษ์ที่เหลือช่วยเสริมระบบป้องกันในโรงเรียนให้หน่อย  นี่เพราะข่ายอาคมมันไม่ได้แยกเผ่าพันธุ์  พวกปีศาจถึงแฝงตัวมาได้  เรียกรวมอาจารย์ด้วย  เพราะจะต้องเร่งสร้างมาตรการป้องกันความปลอดภัยให้นักเรียน  อีกอย่างงานโรงเรียนก็ต้องเก็บกวาด ” 

 

“ ไปก่อนละกันนะ ”  วิสกี้ที่เห็นผอ.หนุ่มและผู้พิทักษ์ทำท่าจะมีเรื่องคุยกันต่อเลยขอตัวกลับก่อนที่วิมเลทจะพบว่าเธอหายไปไหน 

ทิ้งคนที่เหลือไว้ตามลำพัง

 

“ เริ่มการป้องกันปราสาทและโรงเรียนกันเลย ” 

 

“ ได้ ”  4 เสียงของผู้พิทักษ์ขานรับก่อนร่างจะเลือนหายไป  ราฟาเอลที่มีดวงตาลุ่มลึกนั่งเอนกายพิงเก้าอี้นวม   ถอนหายใจเหยียดยาว

 

“ ใกล้จะได้เวลาแล้วเหรอเนี่ย... ”  ราฟาเอลเงียบไปอึดใจก่อนจะพึมพำกับตัวเอง “ ฟิออน...ตอนนี้แกอยู่ที่ไหนกัน  รู้ไหมว่าลูกสาวตกอยู่ในอันตรายน่ะ ” 

 

ราฟาเอลมีภาพใบหน้าเย็นชาของรัชทายาทแห่งทริสทอร์แวบเข้ามาก่อนเจ้าตัวจะหลุดเสียงหัวเราะพรืดเมื่อนึกภาพเพื่อนผู้เย็นชาของตัวเองออกว่าจะมีอาการหวงลูกสาวอย่างไร

 

บางทีฟิออนคงเข้าใจความรู้สึกของพ่อตาตนเองบ้างว่ารู้สึกยังไงตอนที่ฟิออนฉกนานีย่าไป

 

“ ถ้าแกไม่รีบกลับมา...ลูกสาวแกได้โดนหนุ่มคนหนึ่งจับกินแน่ ๆ   

 

ราฟาเอลอมยิ้ม  ก่อนจะถอนหายใจยาวอีกครั้ง  ดวงตาสีทองปรากฏความเคร่งขรึมบางประการ  ปลายนิ้วขยับเขียนอักขระบางอย่างก่อนจะส่งเสียงไป

 

“ เจอกันหน่อยไหม  วิเวียย่า ? ” 

 

ความเงียบดำเนินไปครู่หนึ่งก่อนจะมีเสียงตอบกลับมา  ทำเอาชายหนุ่มหน้าหงาย

 

“ ไม่เอา  ฉันไม่อยากเห็นหนังหน้าขี้เหร่ของแก ” 

 

ท่าทางเอาจริงเอาจังของราฟาเอลหายไปโดยฉับพลัน  ผอ.หนุ่มขบเคี้ยวฟันขณะตะโกนสวนกลับดังก้อง

 

  แล้วคิดว่าฉันอยากเห็นหน้าแก่ ๆ ของหล่อนรึไงกัน ! ”  พูดไปแล้วก็บังเกิดความเสียใจขึ้นมาโดยพลัน  ความโมโหทำเอาราฟาเอลลืมฤทธิ์เดชแม่เจ้าประคุณไปเสียได้  โดยไม่ต้องเสียเวลา  เมื่อเห็นเวทมนตร์เทเลพอตปรากฏในห้องพร้อมร่างหญิงสาวพร้อมส้นสูงก้าวออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย   ราฟาเอลก็ไถลตัวออกจากเก้าอี้ทำงานอย่างดีของตนเองไปคุกเข่าแทบเท้าอีกฝ่าย

 

“ คนสวย  ผมผิดไปแล้ว จ๊าก !!! ” 

 

รองเท้าส้วนสูงของวิเวียย่าเหยียบเข้าที่หน้าขาของคนที่กำลังคุกเข่าไม่ยั้ง  พร้อมบิดเท้าขยี้ไปอีกหน่อย  กล้าดียังไงมาบอกเธอที่ยังสวยเช้งว่าหน้าแก่กัน ห้ะ !

 

“ ผิดไปแล้วขอรับ  ยกโทษให้กระผมด้วย   

 

ราฟาเอลแทบจะกอดขาอ้อนวอนอีกฝ่าย

 

วิเวียย่าสงเสียง ชิ ในลำคอ  ดีดนิ้วเปาะ  เสกเก้าอี้ออกมาหนึ่งตัวแล้วนั่งลง

 

  ว่ามาเลย  จะพูดเสียงอะไร ” 

 

ผอ.ยังนั่งเจี๋ยมเจียมคุกเข่าตามเดิม  ขณะอธิบายเหตุการณ์สั้น ๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมข้อเสนอหนึ่ง

 

  ...หลังจากทำลายคำสาปเพื่อช่วยวอดก้าได้แล้ว  ฉันคิดว่าจะให้วอดก้ากลับไปที่โรงเรียนหญิงล้วน ” 

 

ความเงียบดำเนินไปชั่วอึดใจ  วิเวียย่าที่กอดอกและมีดวงตาเรียบเฉยผิดจากภาพลักษณ์ผอ.ผู้ไม่เอาอ่าวที่โรงเรียนหญิงล้วนกำลังพิจารณากับความคิดของราฟาเอล

 

สักพักหนึ่งเธอก็ตัดสินใจได้

 

“ ...ตกลงตามนั้น ” 

 

ไม่มีใครรู้นอกจากทั้งสองคนว่าพวกเขากำลังวางแผนอะไรไว้

 

 

 

 

อลาเรย์ ได้รับ สมญานามว่าเมืองแห่งท่าน้ำ  เนื่องจากเมืองใหญ่นี้ถูกล้อมรอบด้วยมหาสมุทรและแม่น้ำซึ่งมาจากภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในอาเรียและเป็นแหล่งกำเนิดแม่น้ำหลายสาย  ว่ากันว่าบนภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่นั้นเคยมีอาณาจักรและเผ่าพันธุ์ภูตน้ำแข็งอาศัยอยู่จนกระทั่งถูกเผ่าอสูรทำลายไปทั้งเผ่า  หลังจากนั้นบนภูเขาน้ำแข็งก็เหลือเพียงซากปรักหักพังที่อยู่ภายใต้น้ำแข็ง  ก่อให้เกิดเส้นทางลับและถ้ำเป็นจำนวนมาก  เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้แก่อาณาจักรแห่งนั้น   อลาเรย์จึงมอบชื่อภูเขานั้นว่า อาณาจักรน้ำแข็ง

 

อลาเรย์ไม่ใช่เมืองที่เข้มงวดเรื่องการเข้าเมืองแต่อย่างใด  กำลังรบหลักของอลาเรย์ส่วนใหญ่ล้วนเป็นทหารเรือเนื่องเพราะอยู่ติดมหาสมุทร  แน่นอนว่าเครื่องประดับและอาหารส่วนใหญ่ย่อมนำมาจากทะเล

 

พวกวิสกี้ใช้เงินเพื่อใช้บริการเครื่องวาร์ปราคาแพงสำหรับการเข้าเมืองโดยไม่เสียดายเงินสักนิด  จริง ๆ พวกเขาสามารถเดินทางด้วยเท้า  การบินได้โดยไม่เสียเงิน  แต่มันจะทำให้พวกเขาเสียเวลาและเวลานั่นล่ะสิ่งที่พวกเขาจะไม่ยอมเสียไปอย่างเด็ดขาด

 

ผ่านการใช้เครื่องวาร์ปอย่างต่อเนื่องจนมาถึงเมืองย่อยของอลาเรย์ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนมากที่สุดในตอนเย็น  หลังจากออกเดินทางเวลาเที่ยง  เตกีล่าและจินจัดเตรียมตัวตนปลอมของพวกเขาไว้พร้อม  จากการตรวจสอบพวกเขาจะเป็นเพียงกลุ่มพ่อค้าที่เดินทางเพื่อหาซื้อสินค้าในอลาเรย์เท่านั้น

 

“ เราจะพักหนึ่งคืน  พรุ่งนี้จะทำการสำรวจที่ภูเขาน้ำแข็งนั่นอย่างละเอียด ”  พาราไดซ์แจกแจง   คำเตือนของเนวีสทำให้พาราไดซ์ไม่คิดประมาท  เขามั่นใจว่าสามารถรับมือพวกปีศาจได้แม้พวกมันจะยกโขยงมาเป็นร้อย  แต่เขาไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดใด ๆ ให้พวกมันมีโอกาสทำร้ายผู้พิทักษ์แห่งเหมันต์จนส่งผลกระทบไปถึงวอดก้าเด็ดขาด

 

ยังมีเวลาอีกสองเดือน  คำสาปจึงจะสมบูรณ์

 

ตอนนี้วอดก้าแค่อ่อนแอกว่าเดิมเท่านั้นแต่ยังไม่สูญเสียพลังและจิตวิญญาณไป  วอดก้าจะไม่มีทางเป็นแค่ร่างไร้วิญญาณเหมือนที่พ่อของเขาพูด  เขาจะไม่ยอมเสียวอดก้าไปเด็ดขาด

 

ไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ที่พาราไดซ์พยายามย้ำกับตัวเองเช่นนั้น  เขาเงียบขรึมขึ้น  แทบไม่เปิดปากพูดถ้าไม่จำเป็นและมีความเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาเสมอ  ราวกับกลับไปเป็นตัวเองเมื่อหลายปีก่อน   กลับไปเป็นเขาเมื่อ ช่วงนั้น

 

พวกเขาจองโรงแรมแห่งหนึ่งที่เมืองใกล้ชายแดนซึ่งอยู่ใกล้ภูเขาน้ำแข็งมากที่สุด   นอกจากนี้เพราะกลัวใบหน้าของหนุ่ม ๆ ชื่อเป็นขนมหวานจะโดดเด่นเกินไป  จินจึงหาอุปกรณ์ปลอมตัวให้พวกหนุ่ม ๆ แต่ไม่ใช่ของดีแบบของที่พวกจินใช้ซึ่งทำจากวัสดุชั้นยอด  เก็บกลิ่นอายเดิมของพวกเขาไม่เหลือร่องรอยและยากต่อการจะรู้ว่าพวกเขานั้นใช้อุปกรณ์ปลอมตัว

 

วิสกี้ไปแวะเวียนพูดคุยเพื่อหาเรื่องผิดแปลกกับชาวเมืองกับวิมเลท  เตกีล่าก็ทำงานถนัดของตน  ตรวจสอบหาเงื่อนงำเกี่ยวกับพวกปีศาจที่งานโรงเรียน  ขณะที่รัมกำลังปรึกษากับพาราไดซ์เรื่องการทำลายคำสาป

 

“ อย่างที่บอกว่าคำสาปนี้เป็นคำสาปโบราณของเผ่าอสูรที่ความจริงแล้วมักใช้กับพวกเชลยหรือนักโทษเพื่อควบคุมไว้ในกำมือ  ดังนั้นมันจึงยากต่อการตรวจสอบหรือแม้กระทั่งยากจะหาข้อมูลเพราะว่ากันว่าสมัยก่อนคำสาปนี้มีเพียงคนในราชวงศ์ของเผ่าอสูรเท่านั้นที่ใช้ได้  อีกทั้งเผ่าอสูรก็เก่าแก่ไม่แพ้เผ่าเทพหรือปีศาจเลย  ดังนั้นอารยะธรรมของเขาก็ลึกลับไม่แพ้กัน ” 

 

รัมเกริ่นนำเพื่ออธิบายให้พาราไดซ์ฟัง

 

“ นี่เป็นการใช้คำสาปแฝงซึ่งต้องอาศัยสื่อกลางในช่วยถ่ายทอดคำสาป  อาจใช้เวลานานแต่ผู้ถูกสาปจะไม่รู้สึกตัวเลยเว้นแต่จะถูกกระตุ้นด้วยพลังที่เป็นปฏิปักษ์กับผู้ร่ายคำสาปจริง ๆ และเนื่องจากนี่เป็นคำสาปโบราณ  ดังนั้นต้องมีพิธีกรรมและสัญลักษณ์ ” 

 

การร่ายคำสาปมีสองรูปแบบ คือเพียงแค่ใช้คำร่ายเพื่อสาป  ในกรณีนี้จะเป็นเพียงแค่คำสาประดับต่ำหรือระดับกลางเท่านั้น  ขณะที่คำสาประดับสูงต้องมีพิธีกรรมเพื่อสามารถใช้คำสาปที่ร้ายแรงหรือยิ่งใหญ่ได้มาก  บางคำสาปเองก็ต้องมีการสังเวยเช่นคำสาปแช่งเป็นต้น

  

พาราไดซ์เองก็รู้เรื่องนี้   เขาอาจจะเป็นอัจฉริยะรอบด้านแต่เขาไม่สามารถมั่นใจในสิ่งที่รู้ทั้งหมด  รวมถึงคำสาปนี่ที่แม้กระทั่งชื่อของมันเขาก็ยังไม่รู้จัก  รวมถึงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าวอดก้าถูกคำสาปเข้า

 

มือหนาที่ประสานกันเผลอบีบแน่นชั่วขณะ

 

รัมที่เห็นสีหน้ามืดครึ้มของพาราไดซ์รีบพูดต่อ

 

  เพราะฉันได้ความทรงจำของเนวีส  ฉันจึงเห็นว่าเนวีสถูกผนึกอยู่ในน้ำแข็งที่ไม่น่าจะใช่น้ำแข็งธรรมดา  เพราะมันกักพลังของเธอได้เกือบสมบูรณ์แบบจนเธอแทบจะหาช่องทางสื่อสารกับเราไม่ได้เลย   เธออยู่ใจกลางข่ายอาคมขนาดใหญ่ที่กักขังเธอไว้  และถูกปีศาจหลายสิบตนล้อมรอบ  ร่ายคำสาปอย่างต่อเนื่องอย่างไม่เว้นช่วง  ฉันคิดว่านี่คือวิธีการแฝงคำสาปเข้าที่วอดก้า  ความจริงพิธีกรรมควรจบไปแล้ว  แต่นี่พวกนั้นอาศัยการร่ายคำสาปซ้ำๆ  อย่างต่อเนื่อง  ฉันจึงคิดว่าเพราะพวกมันไม่ใช่เผ่าอสูรจึงไม่สามารถใช้คำสาปนี้ได้อย่างสมบูรณ์ในทันทีทันใด ” 

 

รัมวิเคราะห์ไปทีละส่วน

 

“ จากการที่ฉันศึกษา  พวกมันคงใช้วัตถุวิเศษในการช่วยสร้างข่ายอาคมผลึก   แต่ทีนี้มาพูดเรื่องของการช่วยเนวีส ”  รัมมีสีหน้าเคร่งเครียด “ ปีศาจที่ร่ายคำสาปถูกปกป้องอย่างดีด้วยเกราะวิเศษซึ่งเป็นตัวช่วยพวกมันไม่ให้ถูกรบกวน  และฉันคิดว่าต้องมีคนคอยอารักขาพวกมันอีกแน่ ๆ เรื่องสำคัญที่สุดคือเราต้องทำลายคำสาปก่อนการปลดผนึกเนวีส ” 

 

“ ฉันคิดว่าการปลดผนึกเนวีสจะช่วยให้วอดก้าได้พลังมากกว่าเดิมซะอีก ”  พาราไดซ์ขมวดคิ้ว

 

รัมส่ายหน้า

 

  ไม่ได้  นี่ล่ะจุดสำคัญมาก ๆ ”  รัมย้ำ “ เราจะทำลายข่ายอาคมผนึกเนวีสก่อนไม่ได้เด็ดขาด  เราไม่รู้ว่าการทำลายคำสาปจะสะท้อนกลับไปที่วอดก้าหรือเปล่า  นี่ไม่ใช่คำสาปที่สมบูรณ์หมดจด  อีกทั้งเนวีสเชื่อมต่อวิญญาณกับวอดก้า  หากเกิดอะไรขึ้นกับเนวีส  การที่ผลึกยังไม่ถูกทำลายจะทำให้มีเพียงเนวีสที่ได้รับผลกระทบ  หรือวอดก้าอาจจะได้ผลกระทบแค่เล็กน้อยเท่านั้น ” 

 

“ เราจะทำตามนั้น  ” พาราไดซ์ขานรับอย่างไม่ลังเล  หากอะไรก็ตามทำให้วอดก้าปลอดภัยเขาก็จะไม่ลังเลแม้แต่น้อย

 

“ ทีนี้มาพูดถึงวิธีการทำลายคำสาป  อย่างแรกเราต้องกำจัดคนร่ายเวทมนตร์ก่อน  แต่การกำจัดคนร่ายไม่ใช่ว่าคำสาปจะหายไป  มันยังอยู่ในตัววอดก้าตามเดิม  ดังนั้นต่อจากการหยุดการส่งผ่านคำสาปคือการทำลายคำสาปที่ตัววอดก้า   มันต้องใช้ของตามรายชื่อนี้ ” 

 

รัมส่งกระดาษแผ่นหนึ่งในพาราไดซ์  ภายในนั้นมีไม่กี่สิบรายการเท่านั้น  แต่ทว่าของหนึ่งรายการนั้นล้วนมีค่ามากมายมหาศาลอย่างเกินที่จะประเมินค่าได้

 

“ ของบางอย่างจินพอจะหาลู่ทางเอามาได้  เพราะยังไงเรื่องเงินตราบเท่าที่มีวิสกี้ก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว  ปัญหาคือของบางอย่างที่เราต้องไปหาด้วยตัวเองเท่านั้นซึ่งมีอยู่ 3 รายการ ”

 

  บัวน้ำแข็ง  หยาดน้ำตาเทพ  เกล็ดทับทิม...” 

 

บัวน้ำแข็งย่อมหมายถึงบัวที่เกิดมาเป็นน้ำแข็งจริง ๆ ซึ่งหาได้ยากเนื่องจากทุก 100 ปีจะมีแค่ 1 ดอกเท่านั้น  ส่วนหยาดน้ำตาเทพย่อมมาจากน้ำตาของเทพจริง ๆ ว่ากันว่าช่วยรักษาความอ่อนเยาว์และยืดอายุผู้ดื่มมันแม้เพียงแค่ 1 หยด

 

“ ในคลังวังมี ”  พาราไดซ์พูดสั้น ๆ หลังกวาดตาสำรวจ ในคลังสมุนไพรในราชวังทริสทอร์ย่อมมีสมุนไพรมีค่านับล่าสะสมเอาไว้   บัวน้ำแข็งแม้จะร้อยปีเกิดขึ้นเพียงแค่ 1 ดอก  แต่ต่อให้เป็นบัวน้ำแข็งพันปี  ตราบเท่าที่พาราไดซ์รู้ว่าอยู่ที่ไหนเขาก็จะเอามันมาให้ได้

 

เพียงแค่รายการสุดท้ายเท่านั้นที่ทำให้เขานิ่งไปชั่วอึดใจ

 

“ นายเห็นรายการสุดท้ายแล้วใช่ไหมไดซ์  เกล็ดทับทิม...ซึ่งมีเพียงแค่ 3 ชิ้นบนอาเรีย ”  มีเพียงแค่ 3 ชิ้นจากทั้งโลกก็ว่ายากต่อการได้มาแล้ว  แต่ทั้ง 3 ชิ้นนั้นกลับมีเพียงคนเดียวที่ครอบครองมันอยู่

 

ใครที่ว่านั่นคือเจ้าชายรัชทายาทแห่งนาโวลล์  เจ้าชายมาคัสซึ่งมีวัตถุดิบอย่างสุดท้ายที่ใช้ในการทำลายคำสาปให้วอดก้า

 

  ...ฉันจะจัดการเอง   มีอะไรอีกไหม ? ”  ใบหน้าของพาราไดซ์ยังไม่ปรากฏอารมณ์ใด ๆ

 

รัมส่งกระดาษอีกใบให้

 

  นี่สมุนไพรที่จะช่วยฟื้นฟูร่างกายของวอดก้า  คลังวังนายน่าจะมีนะ  มันจะทำให้วอดก้าดีขึ้น  ช่วยทำลายผลกระทบจากคำสาปที่มีอยู่หรือตกค้างออกไปได้   

 

พาราไดซ์หยิบกระดาษที่รัมส่งพับเก็บไว้อย่างระมัดระวัง 

 

พวกเขาลงไปหาอะไรกินกันง่าย ๆ วิสกี้เล่าเรื่องที่สืบมาได้ให้ฟัง

 

“ เห็นมีคนบอกว่าพรานล่าสัตว์ที่ไปที่ภูเขาน้ำแข็งไม่มีใครกลับมาสักคนเดียวตั้งแต่เมื่อหลายเดือนก่อน  ดังนั้นเลยไม่มีใครกล้าไปที่ภูเขาอีกเพราะกลัวเจอสัตว์ร้าย   แต่ไม่มีใครเห็นนักเดินทางที่น่าสงสัยหรือผิดสังเกตแม้แต่นิดเดียว ” 

 

“ แสดงว่าพวกมันไม่ได้เข้าเมืองมาเลยน่ะสิ ”  บลัดดี้ในภาพลักษณ์ชายหนุ่มธรรมดาเอ่ยขึ้น

 

“ น่าจะนะ  แต่ไม่มีใครเห็นความผิดปกติที่ภูเขาน้ำแข็งนั่นเลย  ดูเหมือนว่าการจะเข้าไปไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ซะแล้ว ”  วิสกี้มีสีหน้าเซ็งจัดอย่างเห็นได้ชัด

 

“ เลอะนะ  วิสกี้ ”  วิมเลทยกผ้าเช็ดปาดเช็ดข้างแก้มนักพนันหนุ่มที่เปื้อนนิด ๆ ให้

 

“ แต้งกิ้ว ” 

 

“ บราวน์  ส่งข่าวไปบอกคลังวังว่าฉันต้องการเบิกของพวกนี้ ”  พาราไดซ์ส่งกระดาษแผ่นเล็กที่เขียนรายชื่อสมุนไพรที่จะใช้สำหรับดูแลวอดก้าส่งให้บราวน์

 

บราวน์รับมาก่อนผิวปากหวือหนึ่งที  หากแต่เขาก็ไม่คัดค้านอะไรแม้สมุนไพรในกระดาษนั้นจะมีค่ามหาศาลก็ตามทว่าเขาก็รู้ว่าเพื่อนหนุ่มตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว

 

หากเป็นเขาที่รัมตกอยู่ในอันตราย  เขาก็คงไม่ลังเลที่จะเอาของมีค่าทุกอย่างบนโลกใบนี้มาดูแลอีกฝ่ายเช่นกัน

 

“ นายจะปรุงยาหลังจากได้สมุนไพรแล้วใช่ไหม  เดี๋ยวฉันช่วยเอง ” 

 

“ อืม ”  รัมยิ้มบาง ๆ ให้

 

พวกเขาแยกย้ายกันสำรวจตัวเมือง  อาจยกเว้นพาราไดซ์ซึ่งอยู่ภายในห้องพักเพียงลำพัง   กลาเดียโต้วางอยู่บนตักของพาราไดซ์  กำลังถูกเช็ดถูอย่างระมัดระวัง

 

“ นายท่าน ”  เสียงของซูและวอร์ริโอ  สัตว์ภูตที่อาศัยอยู่ในกลาเดียโต้ส่งเสียงเรียกพาราไดซ์แผ่วเบา

 

พาราไดซ์ใช้ปลายนิ้วลูบไล้โลหะ  ความเย็นเฉียบที่เกาะกุมปลายนิ้วดั่งสภาพจิตใจของเขาในยามนี้

 

“ ไม่ต้องพูดอะไร ” 

 

เจ้าชายหนุ่มพูดเสียงเรียบนิ่ง

 

“ เพียงแค่วันที่เผชิญกับศัตรู...ก็จงสำแดงอำนาจให้เต็มที่ ” 

 

มังกรแดงและพญาปักษาได้รับรู้แล้วว่าภายใต้ความสงบนิ่งของนายท่านนั้นความจริงแล้วกำลังโกรธอย่างถึงที่สุด

 

โกรธ...ที่ไม่อาจปกป้องนายหญิงได้

 

พวกมันได้แต่ขานรับความต้องการของผู้เป็นนายเท่านั้น

 

“ ขอรับ/เจ้าค่ะ นายท่าน ” 

 

 

 

และในค่ำคืนนั้นพาราไดซ์ก็ต้องนอนหลับโดยไร้ใครบางคนในอ้อมแขน   เขายอมรับว่าไม่อาจหลับได้สนิทเลยแม้กระทั่งเมื่อคืนก็ตาม  เพราะไร้ร่างใครบางคนที่นอนกอดในทุกคืน   เพราะไร้ซึ่งความอบอุ่นของร่างกายและกลิ่นหอมอ่อนโยนที่ทำให้สงบใจได้ทุกครั้ง

 

เพราะไม่มีวอดก้าอยู่ด้วย

 

เจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์มีดวงตาที่ลุ่มลึกด้วยความคิดบางอย่าง

 

เขารู้ว่านักฆ่าสาวคนนั้นรักอิสระยิ่งกว่าใครและมีภาระมากมายเหลือเกินที่แบกไว้  หากแต่พาราไดซ์ก็พร้อมที่จะเดินข้างอีกฝ่ายไปทุกย่างก้าว  พร้อมฝ่าฟันทุกอย่างไปด้วยกัน  เขาแน่ใจความรู้สึกของตนเองมานานแล้วตั้งแต่อีกฝ่ายตกอยู่ในอันตราย  ตั้งแต่ที่ยังเข้าใจว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ชายเหมือนกัน

 

เขาอยากจับจองวอดก้าไว้ว่าอีกฝ่ายเป็นของเขา  พาราไดซ์รู้ว่าวอดก้ากำลังวุ่นวายเกินกว่าจะมากังวลหรือพิจารณาถึงความรู้สึกระหว่างพวกเขา  แต่พาราไดซ์มั่นใจแล้วเพราะฉะนั้นเขาพร้อมที่จะผูกมัดตนเองกับใครบางคนในทันทีที่เรื่องนี้จบลง

 

หลังจากเขากลับไปหาวอดก้า   เขาจะเริ่มขอหมั้นอีกฝ่าย   อย่างน้อยเขาจะได้ทำให้สาวเจ้าระลึกได้ว่าไม่อาจใกล้ชิดหรือทำตัวน่ารักกับใครอื่นได้อีกนอกจากเขาเพราะกำลังมีเจ้าของ

 

โดยเฉพาะจากใครบางคนที่เขาคงต้องยืมมืออีกฝ่ายเพื่อช่วยวอดก้า  

 

อย่างที่เพื่อนสนิทเคยบอกและวอดก้าแซวเอาไว้ว่าเขาและเจ้าชายแห่งนาโวลล์นั้นเหมือนกันไม่ว่าจะนิสัย  ลักษณะท่าทางแม้กระทั่งฝีมือการต่อสู้และความปราชญ์เปรื่องรอบด้าน  เพราะฉะนั้นพาราไดซ์จึงหวาดระแวงตั้งแต่ครั้งที่กลับจากโพซิเด้นแล้ว

 

อีกฝ่ายสนใจในตัววอดก้าอยู่

 

อาจจะรู้...หรือยังไม่รู้ว่าวอดก้าเป็นผู้หญิงแต่ทุกอิริยาบทของวอดก้า  อีกฝ่ายนั้นให้ความสนใจอย่างเห็นได้ชัด

 

พาราไดซ์เองก็เริ่มต้นด้วยความรู้สึกสนใจวอดก้าเช่นเดียวกัน

 

แต่เขาจะไม่เปิดโอกาสให้มาคัสได้มีช่องว่างแทรกเข้ามาระหว่างเขากับวอดก้าเด็ดขาด

 

สร้อยเส้นหนึ่งปรากฏขึ้นในมือของพาราไดซ์  เจ้าชายหนุ่มมีสีหน้าอ่อนโยนลงเมื่อคิดว่าจะสวมใส่มันให้กับวอดก้าในอีกไม่กี่วัน

 

วอดก้า  เอลนาโวลล์โรลล์คนนี้  เขาจะไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือเด็ดขาด

 

ต่อให้ราชาปีศาจจะมาด้วยตนเองเพื่อแย่งชิงวอดก้ากับเขาก็ตาม

 

บางทีพาราไดซ์คงไม่รู้ว่าความหมายมาดจะสร้างพันธะจับใครบางคนให้แน่นและความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเขี่ยบุคคลที่หวังจะเข้าใกล้คนสำคัญของตนออกไปให้ห่างไกลสุดหล้านั้นเหมือนกับว่าที่พ่อตาของตนสมัยวัยรุ่นไม่มีผิดเลย

 

ก็อย่างที่นานีย่าเคยพูดไว้ว่าพาราไดซ์แทบจะถอดลักษณะนิสัยมาจากฟิออน  ด้วยเหตุนี้แวบแรกที่เห็นเทพีแห่งฤดูกาลจึงหมายมาดที่จะจับจองพาราไดซ์มาเป็นลูกเขยของตนให้ได้

 

 

 

 

“ จิน  นอนเถอะครับ ”  ดึกสงัดแล้วแต่จินก็ยังไม่นอน  เจ้าตัวยังขยุกขยิกเขียนจดหมายหลายสิบฉบับอยู่เพื่อส่งข่าวไปหาเพื่อนร่วมอาชีพร่วมถึงลูกน้องในองค์กรให้จัดเตรียมของที่เขาต้องการให้ได้ทันเวลา  แน่นอนว่าจินย่อมเน้นย้ำไปว่าเป็นเรื่องงด่วนมาก ๆ เขาทั้งขู่เข็ญทั้งมอบผลประโยชน์ให้เพราะของบางอย่างนั้นเขาต้องการมันให้เร็วที่สุดเพื่อช่วยทำลายคำสาปให้วอดก้า

 

“ ใกล้จะเสร็จแล้วเคียร์ ”  อีกหนึ่งชั่วโมงถัดมา  จินจึงเขียนจดหมายเสร็จและตั้งใจจะส่งจดหมายด้วยบริการวาร์ปส่งของ  หากอีกฝ่ายเป็นคนมีพลังเวทสูงเหมือนจิน  จินคงไม่จำเป็นต้องมานั่งเขียนจดหมายแบบตอนนี้  ทว่าอาเรียส่วนใหญ่ประกอบด้วยเผ่ามนุษย์เป็นเสียมากกว่า   เขาจึงจำต้องใช้วิธีอย่างส่งจดหมายไปให้  แน่นอนว่ามันถูกร่ายคาถาเพื่อให้ถึงมือผู้รับทันทีที่โผล่ไปที่เมือง ๆ นั้นแล้ว

 

“ เฮ่อ  พวกนั้นจะหาของได้ทันไหมเนี่ย ”  พ่อค้าแห่งวงการตลาดมืดเอ่ยอย่างกังวลไม่น้อย  หัวคิ้วขมวดมุ่นขณะเดินไปที่เตียงใหญ่ซึ่งพวกเขาจองไว้

 

“ อย่าเพิ่งกังวลเลยครับ  วันนี้จินขมวดคิ้วทั้งวันแล้วนะ ”  เคียร์ลูบหัวคิ้วอีกฝ่ายที่ขมวดจนผูกเป็นโบว์เส้นหนึ่งให้คลายลง   ซึ่งจินก็ยอมทำหัวให้โล่งอย่างว่าง่าย   ล้มตัวลงนอนในอ้อมแขนอีกฝ่ายด้วยความคุ้นชินพร้อมตุ๊กตาหมีสีขาวที่เก็บไว้ในมิติเมื่ออยู่ตอนกลางวันเพื่อป้องกันการเป็นจุดสนใจหรือจุดจดจำได้จากชาวเมือง

 

“ เฮ่ออ ” 

 

จุ๊บ

 

“ เคียร์ ? ”  จินที่กำลังถอนหายใจหยุดชะงักครู่หนึ่งทีเดียวเมื่อถูกคนที่กอดตัวเองอยู่ก้มลงมาจุ๊บแก้มเบา ๆ  เคียร์มีดวงตาอ่อนโยน

 

“ อย่าถอนหายใจบ่อยสิ  ถ้าถอนหายใจอีกผมจะจุ๊บจินทุกครั้งที่ผมเห็นนะ ”

 

จินกระพริบตาปริบ ๆ

 

“ ไม่เห็นรู้เลยว่านายเชื่อด้วยว่าถ้าถอนหายใจบ่อย ๆ จะอายุสั้นลง ” 

 

“ อย่างน้อยการยิ้มก็ช่วยยืดอายุได้นะครับ  เพราะฉะนั้นผมจะคอยดูเวลาจินถอนหายใจ ” 

 

เคียร์อมยิ้ม  จินแกล้งเลิกคิ้วถาม

 

“ ถ้าฉันถอนหายใจตอนอยู่กลางเมืองล่ะ ? ” 

 

เคียร์ยิ้มละมุน

 

  ถ้าจินไม่อาย  ผมก็ไม่อายหรอกนะครับ  ยิ่งตอนนี้ผมกำลังปลอมตัวแล้วด้วย ” 

 

เล่นเอาจินเงียบไปเลย  ดูเหมือนยิ่งเวลาผ่านไป  ชายหนุ่มแสนสุภาพของเธอชักจะเรียนรู้การปรับตัวเข้ากับพวกเธอได้เป็นอย่างดีมากซะแล้ว

 

“ ต้องเป็นบลัดดี้กับบราวน์แน่เลยที่พานายนิสัยเสียนะเคียร์ ”  จินบ่นอุบอิบกับอกอีกฝ่าย  ชายหนุ่มที่ไม่เหลือเค้าโครงเดิมในสิ้นเชิงหัวเราะ  จูบหน้าผากคนในอ้อมแขนเบา ๆ

 

  หลับเถอะครับ  พรุ่งนี้เรายังต้องตื่นแต่เช้า ” 

 

  อืม ”  จินสวมกอดเคียร์กลับบ้าง  ก่อนพวกเขาจะหลับไปด้วยความรู้สึกอุ่นทั้งกายและใจเหมือนทุกครั้ง

 

 

 

 

ขณะที่คู่หนึ่งหลับไปเรียบร้อยแล้ว  ยังมีอีกคู่หนึ่งที่ห้องเปิดไฟสว่าง  เป็นเตกีล่าที่กำลังสั่งวิญญาณภูตให้ไปตระเวนสำรวจความผิดปกติรอบ ๆ เมืองรวมถึงรอบภูเขาน้ำแข็ง   ขณะที่ในวันพรุ่งนี้จะเป็นการสำรวจอย่างเต็มรูปแบบ   เนื่องจากเตกีล่าต้องการใช้สายตาของวิญญาณภูตในการสำรวจรอบอาณาจักรน้ำแข็ง   ดังนั้นกว่าจะทำอะไรเสร็จเรียบร้อยแล้วอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะเช้ามืด

 

หลังเสร็จสิ้นการสำรวจคร่าว ๆ เตกีล่าจะสลายวิญญาณภูตที่มีหน้าที่สืบข่าวให้เขาไป  ลูบหน้าที่อิดโรยนิด ๆ ของตัวเอง  ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็พบว่าร่างตัวเองลอยวูบจนเตกีล่าที่ไม่ทันตั้งตัวต้องคว้าคนที่อุ้มเขาเอาไว้

 

“ บลัด ?  ยังไม่นอนเหรอ ? ”  เตกีล่าถามเบา ๆ เมื่อชายหนุ่มแสนขี้เล่นนั้นไร้รอยยิ้มอย่างสิ้นเชิง  

 

บลัดดี้อุ้มเตกีล่าไปนอนที่เตียง  ถอดรองเท้าและถุงเท้าให้เตกีล่าอย่างไม่ถือตัว   ยกผ้าและอ่างน้ำที่เตรียมไว้เช็ดหน้าเช็ดตาให้เจ้าแม่วงการข่าวสารที่มีสีหน้าสดชื่นทันตา 

 

บลัดดี้ตอบกลับสั้น ๆ

 

  นายยังไม่นอนแล้วฉันจะนอนได้ยังไง ”  บลัดดี้ถอนหายใจขณะยังวุ่นวายอยู่ที่ตัวเตกีล่า

 

“ หิวหรือเปล่า ? ฉันมีขนมเค้กอยู่อีกเยอะ  หรือนายจะนอนเลย ? ” 

 

“ นอนเลยแล้วกัน ” 

 

“ อืม  มา  ฉันจะช่วยถอดเสื้อนอก  ที่นี่อากาศค่อนข้างเย็นแต่นายคงอึดอัดถ้าอยู่ในชุดหนาแบบนั้น ” 

 

เตกีล่าถอดเสื้อนอกให้อย่างว่าง่าย  ใบหน้าที่มักเคร่งขรึมเรียบเฉยอมยิ้มนิด ๆ เมื่อเห็นใครบางคนที่มักจะทำตัวเป็นเด็กเสมอกำลังดูแลตนเองที่เหนื่อยอยู่  

 

เมื่อจัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว  บลัดดี้ก็ปีนขึ้นไปนอนบ้าง  เขารู้ว่าเตกีล่าเป็นคนชอบอากาศเย็น ๆ ดังนั้นโดยส่วนมากแล้วที่โรงเรียน  หลังจากเตกีล่าหลับสนิทดี  บลัดดี้ถึงจะแอบดึงอีกฝ่ายให้มาซุกอกของตน  แต่ทันทีที่ล้มตัวลงนอนก็มีใครบางคนกระเถิบมาชิดเขาพร้อมเสียงกระซิบเบา ๆ

 

“ ...หนาว ” 

 

บลัดดี้นิ่งไปอีกเล็กน้อยก่อนจะฉีกยิ้มที่ไม่ได้ดูเจ้าเล่ห์ดังเคยแต่เป็นรอยยิ้มอบอุ่นขณะวาดแขนไปกอดเตกีล่า  เขาไม่ได้เปิดโปงอีกฝ่ายว่าอากาศตอนนี้กำลังดีซึ่งเขารู้ว่าเป็นแบบที่เตกีล่าชอบมาก  อีกฝ่ายไม่มีทางรู้สึกหนาวได้

 

“ นี่เป็นรางวัลหรือเปล่านะ ? ” 

 

บลัดดี้กระซิบถาม  แต่ไร้เสียงตอบจากคนในอ้อมแขนที่คงเหนื่อยล้าจนหลับสนิทในทันที  บลัดดี้อมยิ้ม  จูบหน้าผากขาวนั้นหนึ่งครั้ง  ทว่าพอนึกถึงความน่ารักของอีกฝ่ายแล้วเขาก็อดใจที่จะหอมแก้มขาวนั้นไปหนึ่งทีไม่ได้

 

ยกมือเกลี่ยเส้นผมยาวที่ปรกหน้าอีกฝ่ายออก  จัดท่าทางให้เตกีล่านอนสบายที่สุดจากนั้นบลัดดี้จึงเอ่ยแล้วหลับตาลง

 

  ฝันดีนะครับเติร์ก ” 

 

 

วันต่อมาทุกคนประชุมวางแผนและได้รับคำบอกเล่าจากเตกีล่าที่ส่งวิญญาณไปสำรวจว่ารอบภูเขาน้ำแข็งมีอาณาเขตภาพลวงตาที่แข็งแกร่งมากครอบคลุมอยู่  ไม่เพียงแต่ทันทีที่มีคนก้าวผ่านเข้าไป  คนสร้างอาณาเขตจะรู้ตัว  แต่มันยังป้องกันทั้งภาพและเสียง  ต่อให้ภูเขาน้ำแข็งแหว่งไปครึ่งหนึ่งหรือปีศาจอยู่กันนับร้อยก็จะไม่มีใครเห็นเด็ดขาด  ดังนั้นพวกเขาจึงเผชิญปัญหาแรกว่าจะเข้าไปยังไงไม่ให้พวกมันรู้ตัว  หรือจะวางแผนช่วยเนวีสยังไงโดยไม่ให้พวกมันไหวตัวทัน

 

“ มีช่องโหว่บ้างหรือเปล่า ? ”  วิมเลทถาม

 

“ ยังไม่แน่ใจ  ต้องไปสำรวจใกล้ ๆ กว่านี้  ถึงไม่มีช่องโหว่แต่อาจมีจุดที่เปราะบางพอจะแทรกตัวเข้าไปได้ ”  เตกีล่าหรี่ตาลง “ ไม่มีอาณาเขตไหนหรือเวทมนตร์ใดที่สมบูรณ์แบบ   

 

คำกล่าวของเตกีล่าเป็นเชิงยืนยันว่าพวกเขาจะมีทางเข้าไปได้แน่ ๆ

 

“ งั้นถ้าสมมติว่าเราแอบเข้าไปได้  จะวางแผนกันยังไง ” 

 

คำถามของบราวน์จุดประกายขึ้น  พาราไดซ์ขมวดคิ้ว  เพราะพวกเขาไม่รู้ทั้งจำนวนและกับดักทั้งหลายที่อยู่ข้างใน  อีกฝ่ายเตรียมตัวถึงขนาดสร้างอาณาเขตภาพลวงตาขนาดใหญ่ได้ถึงขนาดนี้คงมีไม่ต่ำกว่าร้อยแน่ ๆ

 

“ เรายังไม่รู้จำนวนของพวกมันและไม่รู้กับดักข้างใน  ถ้าดุ่ม ๆ บุกเข้าไปมันอาจพาเนวีสหนี  อีกอย่างถ้าหากทำลายอาณาเขตคงจะเป็นเรื่องใหญ่เพราะยังไงเราก็ต้องปะทะกับพวกมันแน่ ”  วิสกี้สรุปสิ่งที่อยู่ในความคิดของทุกคนออกมา

 

เป็นเรื่องใหญ่แล้วยังไง ? นั่นหมายถึงคนของราชวงศ์และทางการจะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

 

“ ต้องแบ่งเป็น 2 ทีม  ทีมหนึ่งดึงความสนใจพวกที่คอยลาดตระเวนหรือป้องกัน   อีกทีมคือลอบเข้าไปเพื่อทำลายคำสาปและช่วยเนวีส ”  พาราไดซ์เริ่มวางแผนการเบื้องต้นอย่างรวดเร็ว 

 

“ ตอนนี้ไปสำรวจที่อาณาเขตน้ำแข็งให้มากที่สุด  ไปเป็นคู่คอยระวังให้กันด้วย  แล้วมาเจอกันอีกทีตอน 5 โมงเย็นเลย ”   

 

  โอเค/ได้/เริ่มเลย ”  ทั้งหมดขานรับแล้วแยกย้ายกันไปทำงานอย่างรวดเร็ว   วิสกี้และวิมเลทสำรวจทางทิศเหนือของภูเขาน้ำแข็ง   เคียร์และจินทางใต้   บราวน์กับรัมทางทิศตะวันออก   บลัดดี้กับเตกีล่าทางทิศตะวันตก  และสุดท้ายพาราไดซ์ที่ลอยตัวอยู่เหนือภูเขาหิมะสูงใหญ่หลายพันเมตรโดยไม่สะทกสะท้านกับความสูงแม้แต่น้อย

 

เป็นดั่งที่เตกีล่าบอก   เจ้าตัวหาช่องว่างที่จะเข้าไปได้โดยไม่ให้ผู้สร้างอาณาเขตรู้สึกตัว   และด้วยการช่วยเหลือการสำรวจจากบลัดดี้  พวกเขาค้นพบกับดักต่าง ๆ เป็นจำนวนมากและสามารถตรวจสอบสภาพภายในอาณาเขตได้โดยไม่ถูกตรวจพบ   ตามคนที่เหลือซึ่งเข้ามาช้ากว่ามากเพราะไม่อาจเข้ามาได้ง่าย ๆ

 

ปีศาจที่ลาดตระเวนรอบภูเขาน้ำแข็งนั้นมี 200 ตน  ขณะที่ภายในภูเขาน้ำแข็งพวกเขายังไม่ทราบจำนวนเพราะไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้เลยแม้แต่น้อย   ปีศาจทุกตนสวมเสื้อคลุมสีดำมีฮู้ดซ้ำยังปกปิดใบหน้าครึ่งล่างมิดชิด  ใบหน้าครึ่งบนที่เหลือก็หลบซ่อนอยู่ในเงาฮู้ด   เสื้อคลุมไม่ใช่แบบธรรมดา  ไม่เพียงเก็บงำกลิ่นอายปีศาจได้มากแต่ยังสามารถป้องกันคำสาปและเวทมนตร์ได้ในระดับหนึ่ง

 

พาราไดซ์แบ่งทีมให้   ทีมที่จะเรียกความสนใจจากปีศาจป้องกันคือเคียร์  จิน  วิสกี้  วิมเลท  เตกีล่าและบลัดดี้  ขณะที่คนลอบเข้าไปช่วยเนวีสคือรัม  บราวน์และพาราไดซ์  

 

หน้าที่ของพวกจินคือเรียกความสนใจจากพวกปีศาจให้ได้มากที่สุด  ทำตัวเป็นผู้บุกรุกที่มีท่าทางต้องการจะเข้าไปภายในภูเขาน้ำแข็งให้ได้  คอยถ่วงเวลาจนกว่าบราวน์จะส่งสัญญาณบอกว่าพบสถานที่ที่เนวีสถูกผนึกได้แล้ว  หลังจากนั้นพวกจินจึงจะมุ่งหน้ามาที่ภูเขาน้ำแข็งเพื่อต้านรับพวกปีศาจขณะที่พวกพาราไดซ์เตรียมตัวจะทำลายคำสาป   แต่เพื่อป้องกันสถานการณ์ไม่คาดฝัน   ทุกคนจะรับรู้วิธีการทำลายคำสาปซึ่งจะต้องทำก่อนการปลดผนึกให้กับเนวีส   ในกรณีที่พวกพาราไดซ์อาจเผชิญอุปสรรคอื่นและถูกขัดขวางได้  คนอื่น ๆ ที่มีโอกาสจะต้องทำลายผนึกและข่ายอาคมแทน

 

“ อะไรก็ไม่แน่นอน  เอานี่ไปใส่ด้วย ”  จินส่งเสื้อคลุมสีขาวให้กับคนทั้งหมดขณะอธิบาย “ ถึงตอนนี้พวกไดซ์จะมีอุปกรณ์แปลงตัวแล้วแต่มันไม่ได้ทนทานมากเท่ากับแบบที่พวกฉันไว้  เสื้อคลุมนี่จะช่วยปกปิดกลิ่นอายและบิดเบือนหน้าตาคนใส่อีกที  ป้องกันไว้ก่อน  อีกอย่างสีขาวจะกลืนกับหิมะได้ง่ายกว่า ” 

 

  ทบทวนแผนอีกครั้ง  ฉัน  เคียร์  จิน  วิสกี้  เตกีล่าและบลัดดี้จะสู้ให้เหมือนพวกเราพยายามจะบุกเข้าไปที่ภูเขาน้ำแข็ง  พวกเราจะสู้พร้อมรุกคืบไปด้วยแต่ต้องเรียกความสนใจของพวกนั้นมาให้ได้มากที่สุดและเป็นธรรมชาติมากที่สุดไม่ให้พวกมันผิดสังเกตว่าพวกไดซ์ลอบเข้าไป   ทันทีที่ไดซ์เจอเนวีส  บราวน์จะส่งสัญญาณให้พวกเรารู้  พวกเราจะลงมือเต็มที่เพื่อเข้าไปช่วยป้องกันขณะพวกไดซ์ทำลายคำสาป  หลังจากทำลายคำสาปแล้วให้แยกย้ายกันหนีให้เร็วที่สุด  โอเคนะ ” 

 

วิมเลทสรุปแผนการทั้งหมด

 

“ โอเค ”  ทุกคนขานรับเข้าใจ  วิมเลทหันไปหาพาราไดซ์

 

“ จะเริ่มกันกี่โมงดี ? ” 

 

“ เที่ยงคืน เราจะลอบเข้าไปตอนเที่ยงคืน ”

 

“ งั้นแยกย้ายกันพักเอาแรงก่อน  เพราะคืนนี้  มันส์กันแน่ ”  บลัดดี้ยิ้มกว้างจนเห็นฟันเขี้ยวมีเสน่ห์ที่มุมปาก

 

 

 

 

เวลาดึกสงัดที่ชาวเมืองทุกคนหลับใหลแล้ว  มีคนกลุ่มหนึ่งในชุดเสื้อคลุมสีขาวที่ปกปิดร่างกายทุกส่วนมุ่งหน้าไปยังภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่  พาราไดซ์  รัมและบราวน์ลอบเข้าไปก่อน   

 

ในอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา  หลังจากที่พวกเตกีล่าวนเวียนรอบอาณาเขตและเห็นว่าสมควรแก่การลงมือแล้ว  พวกเขาจึงใช้อาวุธแหวกม่านอาณาเขตและบุกเข้าไปอย่างไม่ต้องปิดบังเลยแม้แต่น้อย

 

“ สุภาพบุรุษและสุภาพสตรี...ขอต้อนรับเข้าสู่งานเลี้ยง ” 

 

วิสกี้ไม่ทิ้งลายตัวแสบ  เจ้าตัวลอยอยู่กลางอากาศพร้อมผองเพื่อนขณะผายมือออกทั้งสองข้าง  ภายใต้มนตร์ที่ทำให้ใบหน้าใต้เสื้อคลุมของพวกเขาเลือนลางนั้นกำลังยิ้มกว้าง  หากแต่เป็นรอยยิ้มที่เปล่งรังสีสังหารออกมาอย่างห้ามไม่ได้

 

ไม่กี่วินาทีที่วิสกี้พูดจบ  ร่างในเสื้อคลุมนับร้อยก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกลิ่นอายไร้ชีวิต

 

พวกเขาทั้งหมดแสยะยิ้ม  ระเบิดพลังออกมาอย่างงไม่ต้องเกรงใจ  เพราะต้องการให้การบุกรุกเข้ามานี้มันยิ่งใหญ่อลังการให้ถึงที่สุด !!!

 

  เกิดอะไรขึ้น ”  แรงสั่นสะเทือนและเปลวเพลิงที่สว่างวาบไม่วูบไกลออกไปเรียกคำถามหนึ่งให้ดังขึ้นจากหนึ่งในบุรุษที่ใส่ชุดคลุมเฝ้าอยู่หน้าปากถ้ำ

 

ชายอีกคนหรี่ดวงตาลงขณะตอบกลับ

 

“ สงสัยจะมีผู้บุกรุก ”  เมื่อนึกถึงหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาขัดขวางการประกอบพิธีแล้ว  เขาจึงตัดสินใจโบกมือให้ปีศาจที่มีหน้าที่คุ้มกันผู้ร่ายคำสาปให้เตรียมตัวให้พร้อมมากขึ้น  และสั่งให้ปีศาจอีกกลุ่มตามไปสมทบจัดการกับศัตรูขณะที่เขาจะคอยเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

 

“ ไปลาดตระเวนรอบ ๆ ”  เขาสั่งปีศาจกลุ่มหนึ่งขณะยังมองไปยังทิศทางที่มีผู้บุกรุก

 

การต่อสู้ดูยืดเยื้อมากขึ้นเรื่อย ๆ มีแต่ร่างในชุดคลุมสีดำที่ร่วงหล่นลงไปดั่งใบไม้ปลิดปลิว   ชายผู้ไร้ซึ่งกลิ่นอายของปีศาจที่เนวีสระแวดระวังหรี่ตาลงแต่ยังไม่มีท่าทางจะผละออกจากหน้าทางเข้าแม้แต่น้อยขณะที่ภายในถ้ำก็ยังมีบุรษอีกผู้หนึ่งที่ยืนสงบนิ่งขณะหรี่ตามองเนวีสซึ่งทำทีเป็นหลับสนิทในผลึก

 

  ผู้บุกรุกข้างนอกนั่น  เกี่ยวข้องกับเจ้าใช่หรือไม่ ” 

 

เนวีสไม่ได้ตอบกลับ   ทำเป็นไม่ได้ยินคำถามนั้น  

 

ผู้ถามแค่นเสียงในลำคอ  ปลายนิ้วขีดเขียวอักขระเป็นวงเวทย์คำสาปหลายชั้นในทีเดียวเพื่อไม่ให้ใครก็ตามสามารถเข้าใกล้ผนึกได้ง่าย ๆ

 

หากแต่ไม่กี่นาทีต่อมาเสียงระเบิดก็ดังสนั่นหวั่นไหว  ไม่ได้มาจากบริเวณที่เกิดการต่อสู้แต่มาจากการโจมตีภูเขาน้ำแข็งใกล้ ๆ  ภูเขาน้ำแข็งถล่มลงมาพร้อมเสียงดัง   ควันสีขาวลอยกรุ่น  ต้องขอบคุณม่านอาณาเขตมายาที่สร้างภาพลวงตาป้องกันทั้งเสียงและภาพที่ผิดปกติไม่ให้ชาวเมืองรู้สึกตัว  พวกพาราไดซ์จึงลงมือได้โดยไม่ต้องออมแรง

 

และแน่นอนว่าการถล่มภูเขาน้ำแข็งลูกหนึ่งเป็นสัญญาณบอกจากบราวน์ที่แม้พวกวิสกี้จะอยู่ไกลกว่านี้ก็เห็นได้ชัด  ดังนั้นพวกวิสกี้จึงสลัดพวกปีศาจทั้งหมดแล้วมุ่งหน้าไปยังภูเขาน้ำแข็งด้วยความเร็วสูง

 

“ ตื่นเช้ามาชาวเมืองคงตาเหลือกแน่ที่ภูเขาน้ำแข็งลูกหนึ่งแหว่งไป ”  จินตะโกนพูดอย่างนึกสนุก  เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะผ่อนคลายได้จากคนที่เหลือหลังจากการปะทะซึ่งพบว่าปีศาจเหล่านี้ฝีมือกล้าแข็งกว่าที่พวกเขาคิดไว้  ทำให้เวลาชั่วโมงกว่ามานี่พวกเขากำจัดพวกมันได้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น

 

พวกวิสกี้กำจัดปีศาจไปเรื่อย ๆ และอย่างที่คาดการณ์ไว้  พอเข้าใกล้ภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดซึ่งบราวน์ส่งสัญญาณมาบอก  เหล่าปีศาจอีกนับร้อยก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกลิ่นอายทรงพลังแต่ดูไร้ซึ่งชีวิตอย่างสิ้นเชิง

 

การปะทะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิม   พวกวิสกี้ไม่ได้ลอยตัวอยู่กลางอากาศอีกต่อไป  แต่ลงไปยังพื้นหิมะเบื้องล่างเพื่อซุ่มโจมตีและพรางตัว  เดี๋ยวหายเดี๋ยวปรากฏสร้างความสับสนให้กับเหล่าปีศาจ

 

“ เห็นทีคงต้องไปจัดการด้วยตัวเองซะแล้ว ”  ชายหนุ่มในชุดคลุมหลังสังเกตผู้บุกรุกทั้ง 6 คนที่โจมตีและสนับสนุนกันได้อย่างยอดเยี่ยมตัดสินใจที่จะลงมือหลังเห็นว่าปีศาจจำนวนมากเสียท่าขึ้นเรื่อย ๆ

 

“ ฝากทีนะ ”  คนที่ยืนอยู่หน้าผนึกของเนวีสเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง

 

เนวีสเปิดเปลือกตาฉับพลันเมื่อคนที่เธอระแวงและไม่วางใจกระโดดออกไป  ขณะที่อีกคนหนึ่งยังเฝ้าเธอไม่ห่าง  เธอได้แต่หวังว่าสหายของนายหญิงจะไม่เป็นอะไรเพราะบุรุษผู้นั้นไม่ใช่บุคคลธรรมดา

 

  หืม ? ”  เคียร์หรี่ตาเมื่อมีใครบางคนปรากฏตัวพร้อมกลิ่นอายที่น่าเกรงขาม   ความรู้สึกดั่งกำลังตกอยู่ในอันตรายทำให้พวกวิสกี้รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าบุคคลที่เพิ่งปรากฏตัวนั้นไม่อาจประมาทได้อย่างเด็ดขาด

 

“ พวกเราจัดการเอง ”  วิมเลทและเคียร์เอ่ยขณะพุ่งไปเพื่อหยั่งเชิงฝ่ายตรงข้าม   เตกีล่าซึ่งมีอาวุธเป็นธนูหายตัววูบวาบเป็นระยะเพื่อโจมตีปีศาจ  คอยระวังหลังให้กับคนที่เหลือ   จินกับบลัดดี้ยังไล่กำจัดปีศาจเรื่อย ๆ ขณะที่วิสกี้ซึ่งลอยตัวสูงเห็นได้ชัดว่าเพียงเริ่มประมือวิมเลมกับเคียร์ก็ตกเป็นรองฝ่ายตรงข้ามเพียงคนเดียว

 

วิสกี้ที่ได้รับความรู้สึกของเนวีสรู้ได้ในทันทีว่าความระแวดระวังและความรู้สึกเตือนภัยที่เนวีสส่งมานั้นหมายถึงผู้ชายคนนั้นแน่ ๆ

 

วิสกี้ได้แต่ใช้ดาบลงมือไปก่อน  ภาวนาไม่ให้หนุ่ม ๆ พลาดท่าและหวังว่าพวกพาราไดซ์จะทำลายคำสาปให้เร็วที่สุดเพราะตนเริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์ทางนี้เริ่มตึงมือแล้ว

 

 

 

 

กลับมาทางด้านพวกบราวน์ซึ่งเจอทางเข้าถ้ำและตำแหน่งของเนวีสแล้วหลังจากทำลายกับดักจำนวนมากตลอดทางเงียบ ๆ  พวกเขาจึงไม่ลังเลที่จะบุกเข้าไป  แน่นอนว่าต้องเผชิญกับปีศาจป้องกันเช่นเดียวกันโดยบราวน์และพาราไดซ์พยายามเปิดทางให้รัมให้เข้าไปให้ได้มากที่สุด   เนื่องจากสถานที่คับแคบ  พวกเขาไม่อาจลงมือสุดกำลังเพราะอาจจะทำให้ถ้ำถล่มลงมาได้   แน่นอนว่าอีกฝ่ายก็ลงมือเต็มที่ไม่ได้เช่นกัน   ดังนั้นรัมจึงใช้วิธีที่ไม่เสียพลังงานคือการปล่อยพิษร้ายไปพร้อมหมอกควันโดยให้ยาแก้พิษกับบราวน์และพาราไดซ์ไว้  

 

หากแต่เมื่อเข้าไปภายในโพรงถ้ำกว้าง  รัมกลับต้องหรี่ตาเมื่อปีศาจที่มีหน้าที่คุ้มกันไม่เป็นอะไรเลย  จมูกของแพทย์เถื่อนเองก็ได้กลิ่นยาแก้พิษลอยกรุ่นจาง ๆ บ่งบอกว่ามีมือดีที่มีฝีมือด้านยาพิษอยู่ด้วยจึงแก้ยาพิษตายทั้งเป็นของเธอได้ทันท่วงที

 

“ ไดซ์  รั้งพวกมันไว้  บราวน์  หาตัวคนที่มีฝีมือด้านยาพิษแล้วจัดการหมอนั่นให้เร็วที่สุด  ฉันจะตรวจสอบข่ายอาคมคำสาปให้มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกับวอดก้า ”  เสียงของรัมกระแทกเข้าที่หูของอีกสองหนุ่ม

 

ทั้งสองเริ่มลงมือโดยไม่รีรอ  พาราไดซ์จัดการปีศาจอย่างหมดจด   ปีศาจตนไหนที่ขวางทางรัม  บราวน์ก็กำจัดเรียบพร้อมหยิบยาพิษมากมายออกมาเพียงมองหาคนที่จะแก้พิษได้

 

“ แกเองสินะ ” 

 

บราวน์หรี่ตาขณะมองชายในชุดคลุมที่เพียงโบกแขนเสื้อ  หมอกสีดำซึ่งเป็นพิษร้ายของบราวน์ก็สลายไปไม่เหลือร่องรอย  ไม่เพียงเท่านั้นอีกฝ่ายยังโต้ตอบกลับด้วยพิษและคำสาปตามมาในทันที

 

การประชันของทั้งสองเริ่มขึ้นในทันที

 

รัมลักลอบเข้าไปภายในเงียบ ๆ เขาทำลายกับดักและคำสาปสารพัดอย่างที่วางไว้ตลอดทางด้วยความเร็วที่มากที่สุดเท่าที่เคยทำมา  ขณะเดียวกันก็อดรู้สึกคุ้นเคยวิธีวางกับดักซึ่งซับซ้อนและยอดเยี่ยมนี้ไม่ได้  

 

นานมากแล้วที่รัมไม่ได้รู้สึกเหงื่อตกกับปริมาณคำสาปและข่ายอาคมกับดักทั้งหลายจนมาถึงบริเวณทำพิธีกรรมซึ่งปีศาจสิบกำลังร่ายคำสาปไม่หยุดแม้เพียงเสี้ยววิและมีปีศาจคอยคุ้มกันอีกนับร้อยทำให้ภายในถ้ำที่ควรกว้างขวางคับแคบ  แต่ที่แคบ ๆ แบบนี้เหมาะแกการลงมือของเธอดี

 

“ เจอนี่หน่อยเป็นไง ” 

 

รัมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ มองกลุ่มปีศาจที่พุ่งเข้ามาหาเขาทันทีที่สังเกตเห็น  เหือนทุกอย่างเคลื่อนที่ช้าลงขณะที่รัมถอนหายใจแผ่วเบา

 

มือที่ยื่นมาห่างรัมไม่กี่เมตรหยุดชะงักก่อนจะเน่าเปื่อยอย่างรวดเร็ว  ละอองสีดำจากร่างของปีศาจที่กำลังสลายไปเมื่อไปสัมผัสถูกปีศาจตนอื่น  พวกมันก็เริ่มพรุพรุน  หากแต่ไร้ซึ่งเสียงร้องเจ็บปวดอย่างสิ้นเชิงจนรัมอดขมวดคิ้วไม่ได้

 

ลมหายใจสั่งตาย   เพียงหนึ่งลมหายใจแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพิษร้ายรับพันชนิดที่รัมตระเตรียมไว้  น่าเสียดายที่ใช้ได้เพียงลมหายใจเดียวแต่นั่นก็เพียงพอกับการกำจัดชาวเมืองเมืองหนึ่งแล้ว

 

แต่ถึงร่างกายพวกมันจะเน่าเปื่อยแต่ยังคงตะเกียกตะกายที่จะโจมตีรัม  รัมยิ้ม  ชักมีดสั้นลูกรักที่สุดของตนออกมา   ลูบมันอย่างทะนุถนอมแล้วเริ่มฆ่าผู้ร่ายคำสาปทีละคน

 

ผู้ที่ปะทะกับบราวน์ซึ่งได้กลิ่นอายพิษบางอย่าง  ดวงตาภายใต้เสื้อคลุมเบิกกว้างขณะพุ่งเข้าไปในถ้ำอย่างไม่ลังเล   บราวน์และพาราไดซ์ตามไปติด ๆ

 

“ ไดซ์  ทำลายผนึกได้เลย ! ” 

 

รัมที่อาบไปด้วยเลือดหลังฆ่าทุกชีวิตได้เรียบร้อยแล้วตะโกนบอกพาราไดซ์  ขณะเดียวกันก็จับ เลลาซ  อาวุธประจำกายตั้งรับการโจมตีจากร่างในชุดคลุมโดยมีเสียงบราวน์ร้องบอก

 

“ ระวังด้วย รัม ! 

 

ร่างในชุดคลุมเสียจังหวะโจมตีไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินชื่อของคนที่ตนกำลังปะทะ  เปิดโอกาสให้รัมโจมตีสวนกลับ

 

  ไม่ต้องห่วงฉัน  ช่วยไดซ์กำจัดกับดักที่ผลึกนั่น  แล้วก็ทำลายมันซะ ! ” 

 

เคร้ง ! เคร้ง !

 

รัมและคู่ต่อสู้ผลัดกันรุกรับอย่างไม่มีใครเสียทีกัน  อีกฝ่ายสร้างบาดแผลให้รัมไม่ได้  รัมเองก็ทำร้ายอีกฝ่ายไม่ได้  ทว่าขณะต่อสู้รัมกลับรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายกำลังสับสนในบางอย่างจนดูเสียสมาธิไปบ้าง    แน่นอนว่าแม้จะเป็นเช่นนั้นรัมก็ไม่อาจช่วงชิงความได้เปรียบจากอีกฝ่ายมาได้

 

ไม่เจอคู่ต่อสู้ที่ลงมือเต็มที่แล้วยังเอาชนะไม่ได้มานานแค่ไหนแล้วนะ

 

ยิ่งสู้รัมก็ยิ่งกระตือรือร้นเพราะไม่ได้เจอคู่มือมานาน   ขณะที่ฝ่ายหนึ่งเอาจริงเอาจังแต่อีกฝ่ายกลับแทบคิดอะไรไม่ออก

 

ชายในชุดคลุมเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อคลุม  คำถามมากมายวนเวียนในหัวหลังได้ยินชื่อของคู่ต่อสู้

 

รัม

 

เขาพยายามอย่างมากที่จะสังเกตมีดสั้นที่อีกฝ่ายใช้  ตัวมีดที่ตีจากเหล็กกล้าอย่างดี   ด้ามจับสีแดงเข้มออกน้ำตาลที่สลักลวดลายที่งดงามและประณีตอย่างถึงที่สุดและมีตัว ‘L’ อยู่ที่ด้ามมีด

 

เลลาซคือชื่อของมัน

 

ภาพความทรงจำในหัวผุดพรายขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

 

 

 

“ ไอ้คุณอาจารย์ที่เคารพ  มัวนั่งทำบ้าอะไรทั้งวันทั้งคืนไม่ยอมหลับยอมนอนห้ะ ! นี่มันสัปดาห์หนึ่งแล้วนะ !?  งานที่รับมาก็ไม่ยอมทำ  โยนให้ฉันอีกแล้ว ! ” 

 

เด็กวัยรุ่นเรือนผมสีบรอนด์ทองที่กำลังทำหน้าเบื่อโลกโวยวายใส่เขา

 

“ เอ็งจะบ่นมากทำไมว่ะ  ฝึกประสบการณ์ไง  ฝึกประสบการณ์  ข้าให้ที่กินที่อยู่นะโว้ย ” 

 

เขาตอบกลับไปหน้าบูดบึ้ง   ยังขะมักขะเม้นแกะสลักด้ามมีดเป็นตัวอักษรหลังได้มาเป็นของตอบแทนจากงานหนึ่ง  เป็นมีดสั้นเนื้อดี  ทำจากเหล็กกล้าที่สามารถตัดเหล็กอื่นได้ง่าย ๆ ซ้ำยังแฝงกลิ่นอายเวทมนตร์เอาไว้ด้วย  เป็นของดีไม่น้อยทีเดียว  

 

  แล้วทำอะไรอยู่อ่ะ  นั่งแกะมีดสั้นโง่ ๆ นี่อยู่ตั้งนานเนี่ยนะ ” 

 

อีกฝ่ายชะโงกหัวมาดู

 

 ไป ๆ ไปทำงานเอ็งเถอะ  อย่ามายุ่งกับข้า ! ”  เขาปัดมือไล่

 

 เดี๋ยวไปทำน่า  ไอ้มีดสั้นนั่นนะจะปรับปรุงให้ใส่ยาพิษที่ด้ามใช่ม่ะ  แล้วระหว่างต่อสู้พิษก็จะไหลอาบด้ามมีดด้วย ?  เฮ้ย ๆๆ แกะสลักเละแล้วนะนั่นน่ะ !  ฝีมือห่วยแตกเป็นบ้า ” 

 

“ เงียบปากไปเลยนังหนู !  ไปทำงานแกต่อเลย ”  ตอนนั้นเขาปรี๊ดแตกจริง ๆ หลังถูกเยาะเย้ยถากถางจากลูกศิษย์ตัวแสบถึงความห่วยแตกของฝีมือการแกะสลัก  เขาจึงได้แต่นั่งขบเคี้ยวฟันไป แกะต่อไปจนกระทั่งมีดสั้นทั้งหมด 24 เล่มถูกแกะตัว ‘L’ เรียบร้อยและถูกใส่ยาพิษทั้ง 24 ชนิดที่ด้ามมีดครบแล้ว

 

เขาวางมีดลงในกล่องไม้กล่องหนึ่งแล้วโยนใส่หัวนังหนูที่กำลังปรุงยาขะมักขะเม้น  ทำหูทวนลมเสียงบ่นว้ากจากอีกฝ่ายแล้วเดินสะโหลสะเหลไปนอนหลังข่มตาใส่พิษ  สร้างอาคมเพิ่มความแข็งแกร่งให้มีดสั้นเกือบทั้งสัปดาห์เพื่อให้ทันวันนี้ วันที่ครบรอบ 10 ปีที่เก็บเด็กโง่คนหนึ่งมาเลี้ยงเป็นหนูลองยา

 

หลังจากหลับยาวไปตื่นหนึ่ง  ตอนจะออกจากห้องกลับเห็นเด็กโง่นั่นกำลังวางเรียงรายมีดสั้นในกล่องไม้ใหม่เอี่ยมงดงามกล่องใหม่อย่างทะนุถนอม  วางไปพร้อมรอยยิ้มและหยาดน้ำตาที่ข้างแก้มไป

 

พอเห็นแบบนั้นแล้ว  เขาเลยตัดสินใจล้มตัวลงนอนต่อ  เพราะรู้ว่าขืนออกไปคงได้เจออาการปากไม่ตรงกับใจกับเด็กนั่นแน่

 

เขาเองก็ไม่อยากยอมรับเหมือนกันว่าตอนเห็นใบหน้าดีใจของนังหนูนั่น  ที่เขาไม่เคยให้อะไรเลยเขาเองก็รู้สึกมีความสุขเหมือนกัน

 

 

 

  ทำไมถึงมาอยู่นี่ได้ ”  เขาพึมพำกับตัวเอง  เบาจนแทบกลืนหายเข้าไปในลำคอ  สมองวุ่นวายสับสน  มีเพียงเรื่องของคนเพียงคนเดียวอยู่ในหัวเท่านั้นและเมื่อระลึกถึงบางอย่างขึ้นได้  ความตื่นตระหนกก็แล่นวูบอยู่ในใจ

 

 

แกไม่ควรมาอยู่นี่   ทำไมแกถึงเป็นคนที่คิดจะทำลายผนึกได้ ?

 

แกไม่รู้หรือไงว่าสถานะของแกอันตรายแค่ไหนน่ะ  แกเป็นทายาทของนะ  ถ้าพวกมันรู้ว่าแกเป็นใครแล้วล่ะก็  พวกมันจะต้องฆ่าแกแน่

 

เหมือนที่พวกมันฆ่าครอบครัวแกเมื่อตอนเด็ก

 

ยิ่งคิด  ใบหน้าใต้ผ้าคลุมก็ซีดเผือด  หัวใจบีบรัดเพราะเขารู้ถึงความสุ่มเสี่ยงของนังหนูแค่ไหน

 

นังหนูมันไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับครอบครัวและสถานะของตัวเอง  แต่เขารู้...รู้ทุกอย่างถึงได้ไม่เคยให้มันออกจากบ้านไปไหนเลยจนมั่นใจว่ามันจะเอาตัวรอดได้จริง ๆ

 

ต้องซ่อน ! ต้องหาทางซ่อนนังหนูไว้   ไม่ให้ใครเจอได้เลยยิ่งดี  ไม่อย่างนั้นต้องมีคนต้องการเอาชีวิตนังหนูนี่แน่

 

ริมฝีปากกัดแน่น   ดวงตาของเขาเย็นชาและเด็ดขาดโดยพลันขณะรุกโหมโจมตีอีกฝ่ายไม่ให้พักหายใจ 

 

เขาสอนการต่อสู้ให้นังหนูเอง  รู้ทันทุกความคิด  รู้ทุกการเคลื่อนไหวดังนั้นไม่ใช่เรื่องยากที่จะหยุดอีกฝ่ายได้

 

เข็มเล่มหนึ่งปักเข้าที่หลังคอรัมแผ่วเบา  ในพริบตาเดียวรัมก็ร่วงลงไปในทันที

 

“ รัม !!! ”  บราวน์ตะโกนเรียกหญิงสาวในคราบชายหนุ่มที่ถูกคู่ต่อสู้ทำบางอย่างจนหมดสติไป  ไม่เพียงเท่านั้นอีกฝ่ายยังอุ้มรัมพาดบ่าแล้วหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

 

“ ไป ”  พาราไดซ์ที่ตั้งสมาธิอยู่กับการแก้คำสาปและอาคมของผลึกบอกโดยไม่หันไปมอง  ความเป็นห่วงและความเป็นกังวลที่มีต่อสาว ๆ ทำไมเขาจึงจะไม่เข้าใจ  อีกทั้งการแก้คำสาปใกล้ประสบความสำเร็จแล้วดังนั้นบราวน์จึงไม่จำเป็นต้องอยู่ช่วยก็ได้

 

พอได้รับคำอนุญาต  บราวน์ก็ไม่ลังเลที่จะตามร่องรอยอีกฝ่ายไปในทันที

 

 

 

ขณะที่รัมถูกพาตัวไป  สถานการณ์ด้านนอกก็กลายเป็นสงบนิ่ง   ไม่ใช่เพราะการต่อสู้จบลงแล้วแต่เป็นเพราะเสียงขลุ่ยที่กำลังสะกดปีศาจทุกตนไม่ให้สามารถเคลื่อนไหวได้ 

 

วิสกี้ที่เห็นว่าฝ่ายพวกเขาตกเป็นรองตัดสินใจใช้ อรันคาขลุ่ยหยกแสนสำคัญซึ่งทั้งเลาเป็นสีเขียวน้ำทะเลและมีพู่สีแดงห้อยอยู่  ปกติวิสกี้ไม่ค่อยใช้เพราะเขาจะไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือใช้สมาธิป้องกันการโจมตีจากคนอื่นได้   ดังนั้นวิสกี้จะใช้มันต่อเมื่อมั่นใจว่าเขาจะไม่เป็นอะไร  ในที่นี้เป็นเตกีล่าที่จะคอยคุ้มกันให้วิสกี้

 

คนที่เหลือใช้ช่วงเวลานี้ในการฆ่าปีศาจให้ได้มากที่สุดขณะที่คู่มือของวิมเลทและเคียร์นั้นทำให้ตนเองหลุดจากมนตร์สะกดได้อย่างช้า ๆ

 

วิมเลทและเคียร์ไม่สามารถโจมตีอีกฝ่ายได้  ดูเหมือนคู่ต่อสู้ของเขาจะมีอุปกรณ์ป้องกันระดับสูงป้องกันอยู่  ดังนั้นพวกเขาจึงมุ่งหน้าช่วยจินกับบลัดดี้ในการฆ่าปีศาจอีกร้อยกว่าตนเพื่อลดความเสียเปรียบจากการที่ถูกรุม

 

ร่างในชุดคลุมพยายามบังคับให้ตนเองหลุดจากมนตร์สะกด  ขณะเดียวกันก็บังเกิดความคุ้นเคยบางอย่างที่นึกไม่ออกขึ้นมา  การที่ผู้บุกรุกไม่พยายามฉวยโอกาสเข้าไปในถ้ำทำให้เขาสังหรณ์ใจว่าต้องมีพรรคพวกอีกฝ่ายลักลอบเข้าไปในภูเขาน้ำแข็งแล้วแน่ ๆ ดังนั้นหลังจากหลุดออกจากมนตร์สะกด  สิ่งแรกที่เขาทำคือการมุ่งหน้าไปทำลายผู้ที่บรรเลงบทเพลงเพื่อทำให้ปีศาจที่เหลือได้สติและล่าถอยเพื่อคุ้มกันผลึกในทันที

 

วิสกี้ที่สัมผัสได้ถึงอันตรายต้องหยุดชะงักการบรรเลง  ขลุ่ยในมือหายไปกลายเป็นดาบเล่มหนึ่ง

 

เคร้ง !

 

ประกายไฟที่เกิดจากการเสียดสีของดาบสว่างวาบชั่วขณะ

“ จิน ! เคียร์ ! เข้าไปช่วยไดซ์  ที่เหลือเดี๋ยวพวกฉันจัดการเอง ”  เตกีล่าสั่งให้จินกับเคียร์เข้าไปสนับสนุนพวกไดซ์เพราะตอนนี้ปีศาจเหลือแค่ไม่ถึงครึ่งจากเดิมซึ่งทำให้พวกเขาสามารถรับมือได้สบาย ๆ

 

  ชิ ”  วิสกี้สบถเมื่อดาบในมือหักกลางเพราะรับแรงกดดันจากอีกฝ่ายไม่ไหว  เขาเบี่ยงตัวหลบคมดาบ  เตกีล่าที่อยู่ใกล้สุดตะโกนเรียกพร้อมโยนดาบเล่มหนึ่งส่งให้

 

วิสกี้ ! รับ !!! ” 

 

“ แต้งกิ้ว ! ” 

 

โดยไม่รู้ตัว  ชื่อ วิสกี้  ก็ทำให้ชายในชุดคลุมเสียสมาธิไปวูบหนึ่งเหมือนกัน

 

ไม่หรอก  ไม่ใช่ไอ้หนูนั่นหรอก

 

คู่ต่อสู้ของวิสกี้บอกกับตัวเองในใจ  ลำคอกลายเป็นแห้งผากชั่วขณะยามรับการโจมตีจากอีกฝ่าย  โดยไม่รู้ตัว  การโจมตีของเขามุ่งจะทำลายเสื้อคลุมของอีกฝ่ายเป็นอย่างแรก

 

แคว่ก !

 

วิสกี้ที่เบี่ยงตัวหลบคมดาบพบว่าดาบตวัดเฉี่ยวข้างศีรษะไป  รังสีดาบทำให้เสื้อคลุมหัวของเขาที่ปิดยังบริเวณใบหน้าขาดกระจุยไม่มีชิ้นดี  แต่อย่างไรก็ตามวิสกี้ก็ยังมีอุปกรณ์ปลอมตัวอยู่อีกอย่างอยู่แล้ว  ดังนั้นเขาไม่กังวลหากจะถูกอีกฝ่ายเห็นหน้าไป

 

ผู้ทำลายเสื้อคลุมโล่งใจครู่หนึ่งเมื่อใบหน้าที่เห็นเป็นเพียงใบหน้าของชายหนุ่มธรรมดาที่มีผมสีส้มและดวงตาสีม่วง  ไม่ใช่ภาพของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่ในใจ  ทว่าทุกครั้งที่ได้ยินชื่อวิสกี้  หัวใจก็จะเจ็บแปลบครู่หนึ่งเสียทุกครั้งจนไม่อาจมุ่งมั่นจะโจมตีเอาชีวิตอีกฝ่ายได้

 

“ เฮ้ ๆ  เสื้อคลุมนี่มันแพงนะลุง  แล้วนี่จะฟันให้ยับหมดเลยหรือเปล่าเนี่ย ? มีความแค้นอะไรกับเสื้อคลุมหรือเปล่า ? ”  วิสกี้ถามติดตลกเมื่อเสื้อคลุมสีขาวขาดรุ่งริ่งจากการถูกฟันเฉี่ยวข้างลำตัวบ้าง  ฟันโดนเพียงผิวเผินบ้างจนวิสกี้ไม่บาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย

 

ชอบพูดจากวนประสาทไม่เข้าสถานการณ์ก็เหมือน

 

ร่างในชุดคลุมเหม่อลอยยิ่งกว่าเดิมก่อนเขาจะดีดตัวออกจากแรงปะทะครั้งสุดท้ายเพื่อตั้งหลัก

 

“ วิสกี้  !  รีบ ๆ จัดการหมอนั่นเร็ว ๆ เข้าสิฟะ  จะได้ไปกันสักที ! ”  เสียงของใครคนหนึ่งดังมา   ชายปริศนากวาดตามองรอบ ๆ ด้วยความเคร่งเครียดเมื่อเห็นพรรคพวกของตนเองถูกจัดการจนเกือบหมดแล้ว  เขาถอนหายใจ  ตัดสินใจที่จะล่าถอยเข้าไปในถ้ำ  ทว่าบทสนทนาของผู้บุกรุกทั้งสองก็ดึงความสนใจเขาไว้

 

  โหยยย ก็ตาลุงนี่มันเก่ง  แต่อีกเดี๋ยว 5 นาทีก็เสร็จฉันแล้ว ”  ท่าทางอวดเก่งยียวนนั่นทำให้คนฟังหมั่นไส้โดยไม่รู้สาเหตุโดยเฉพาะคนถูกกล่าวถึงที่รู้สึกอยากจะตบเกรียนเด็กขึ้นมาโดยพลัน

 

  พนันกันไหมล่ะ ? ”  จินแสร้งตะโกนเสียงกลั้วหัวเราะ  ซึ่งวิสกี้ที่ไม่เปิดช่องโหว่ใด ๆ ให้ศัตรูผิดจากท่าทางผ่อนคลายก็ตะโกนหยอกล้อกลับ

 

“ แล้วจะเสียใจ  ก็รู้อยู่ว่าเรื่อง พนันน่ะ ฉันไม่เคยแพ้โว้ย ! ”

 

“ เออ ! ไอ้คุณเทพสงครามแห่งโชค ! ” 

 

เปรี้ยง !

 

ดั่งมีฟ้าผ่าลงมาที่กลางใจคนฟัง  ชายในชุดคลุมสีดำแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง   บางสิ่งบางอย่างกำลังร่ำร้องปะติดปะต่อทุกอย่างเข้าด้วยกัน  บทสนทนานั่น...ตัวตนจริง ๆ ของเด็กคนนั้น

 

วิสกี้

 

พนัน

 

เทพสงครามแห่งโชค

 

ชื่อ  ความสามารถและฉายาล้วนบ่งชี้เป็นอย่างเดียวว่าเด็กที่เขาสู้อยู่ด้วยนั้น...ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากไอ้ลูกหมาตัวแสบตัวหนึ่งที่ชอบสร้างเรื่องให้

 

ครืนนน

 

ความกดดันที่แผ่กลิ่นอายออกมาโดยฉับพลันทำให้วิสกี้หุบยิ้มลง   ความระมัดระวังเพิ่มขึ้นสูงในทันทีที่สัมผัสได้ถึงความอันตรายจากศัตรูเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่   วิมเลทที่จัดการปีศาจตัวสุดท้ายแล้วพุ่งมาหาวิสกี้เพื่อคอยสนับสนุนเมื่อเห็นถึงบรรยากาศที่แปลกไป

 

 

ทำไมแกมาอยู่ที่นี่ได้ ?

 

แกควรจะอยู่ในบ่อนสักที่สิ  ตะลอน ๆ ไปเรื่อยเปื่อย

 

แล้วทำไมแกถึง...เป็นคนที่ต้องการทำลายผนึกนั่น

 

 

“ ทำไมแกถึง...อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับฉัน ”  ประโยคสุดท้ายที่แผ่วเบานั่นไม่มีใครได้ยินนอกเสียจากคนพูด   คำถามนั้นแฝงไว้ด้วยความเศร้าหมองและไม่อยากจะเชื่ออยู่เจือจาง

 

ตู้ม !!!

 

เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง   คราวนี้มาจากข้างในถ้ำที่ผนึกผู้พิทักษ์ฤดูหนาวไว้  ชายในชุดคลุมรู้ได้ในทันทีว่าผนึกถูกปลดออกแล้ว   ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างในกันแน่แต่ไม่ว่ายังไงตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์ที่จะกู้สถานการณ์

 

อย่างไรก็ตาม...

 

ดวงตาเหลียวมองที่เด็กหนุ่มในชุดคลุมขาดรุ่งริ่งที่กำลังยกยิ้มทะเล้นอารมณ์ดีจนเขาเห็นภาพเด็กหนุ่มอีกคนซ้อนทับ   ดวงตาที่เคยไร้ความรู้สึกเป็นเนื่องนิตย์ฉายแสงจ้าวูบหนึ่งด้วยความคิดบางอย่าง

 

ถึงจะป้องกันผู้บุกรุกไม่ได้...แต่แค่ได้เห็นไอ้ลูกหมานี่ก็พอแล้ว

 

ยังมีเวลาเหลือ

 

พลันเขาก็ตัดสินใจได้   อาจจะไม่มีโอกาสได้เจอวิสกี้อีกแล้วเพราะหน้าที่ที่ต้องทำ   นักพนันถึงจะชอบเสี่ยงแต่แท้จริงแล้วมักเสี่ยงเมื่อมั่นใจว่าจะชนะจริง ๆ เท่านั้น  ดังนั้นถ้าจะให้เฝ้ารอโอกาสครั้งต่อไปอย่างลม ๆ แล้ง ๆ เขาคงไม่ใช่คนที่เลี้ยงดูไอ้แสบนั่นมาแน่

 

  วิสกี้  ระวัง ! ”  วิมเลทร้องเตือนขณะที่คู่ต่อสู้จู่โจมเข้าหาวิสกี้ 

 

เคร้ง !

 

วิมเลทและวิสกี้แทบปลิวไปคนละทางเมื่อตั้งรับดาบหนักที่ฟาดมา   แรงมหาศาลของอีกฝ่ายทำให้พวกเขาเสียเปรียบอีกครั้ง  ดาบของพวกเขาปริร้าวเช่นเดียวกับดาบใหญ่อีกฝ่าย

 

พวกเขาทั้งสามโยนดาบในมือทิ้งแล้วเรียกอีกเล่มมา  เริ่มการต่อสู้กันอีกครั้ง

 

“ ไปช่วยพวกนั้น  ฉันจะคุ้มกันให้แล้วเตรียมแยกย้ายกัน ”  เตกีล่าบอกบลัดดี้  สีหน้าของเขาเคร่งขรึมขึ้นเมื่อรู้สึกได้ถึงบางอย่างแปลก ๆ

 

เตกีล่ากำลังรอการยืนยันจากบราวน์ให้ล่าถอย  แต่ยังไม่มีสัญญาณใด ๆ ส่งมาเลย

 

  แย่แฮะ ”  บลัดดี้พึมพำเมื่อพวกเขาสามคนรุมอีกฝ่ายคนเดียวยังเอาไม่ลงสักที ทั้งสัญชาตญาณและความไว  ไม่ตกเป็นรองพวกเขาเลยแม้แต่นิดเดียว  เตกีล่าก็ยังไม่ส่งสัญญาณมาเช่นกัน  พวกเขาจึงสู้ไปถอยร่นไป

 

วิมเลทขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกถึงจังหวะแปลก ๆ จากฝ่ายตรงข้าม  เขารู้สึกเหมือนเวลาต่อสู้  เมื่อโจมตีวิสกี้พลังของอีกฝ่ายจะอ่อนลงกว่าเดิมอย่างน่าประหลาด   อีกทั้งมีหลายโอกาสที่จะโจมตีพวกเขาได้แต่อีกฝ่ายก็ไม่ทำ

 

ในที่สุดเตกีล่าก็ได้รับสัญญาณจากพาราไดซ์   มังกรแดงและปักษาสีทองกู่ร้องก้องบาดหูก่อนจะใช้พลังโจมตีภูเขาน้ำแข็งมั่วซั่วเหมือนกำลังระบายอารมณ์   เสียงครืน ๆ ดังสนั่นเหมือนกำลังเกิดแผ่นดินไหว

 

เตกีล่าได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ กับการปล่อยพลังของสัตว์ภูตของพาราไดซ์ที่อาละวาดอย่างหนักจนชวนให้งุนงง  แต่เสียงของพาราไดซ์ก็ถูกส่งมาอย่างสงบนิ่งทำให้เตกีล่าสบายใจที่ไม่มีอะไรผิดพลาด

 

“ ทุอย่างเรียบร้อยแล้ว ” 

 

เตกีล่าผิวปากเสียงดังครั้งหนึ่งเป็นสัญญาณบอกวิมเลท  วิสกี้และบลัดดี้ให้ล่าถอยได้   ทั้งสามที่ถูกการโจมตีของอีกฝ่ายกดดันสบตากันแล้วแยกย้ายกันในทันที

 

“ ไปก่อนนะลุง ! ”  วิสกี้ยิ้มแฉ่งก่อนจะหายตัววูบไปพร้อมวิมเลท

 

บลัดดี้กับเตกีล่าไปทางหนึ่ง   วิสกี้กับวิมเลทก็ไปอีกทาง  ทว่าสิ่งที่พวกเขาคิดไม่ถึงคือร่างในชุดคลุมสีดำที่ตามมาด้วย

 

วิมเลทขมวดคิ้วก่อนจะกระหน่ำใช้เวทมนตร์โจมตีร่างที่ตามพวกเขามา  อีกฝ่ายโบกมือครั้งเดียวก็ทำลายเวทมนตร์เขาได้อย่างง่ายดายแล้วทันใดเสียงปรบมือครั้งหนึ่งก็ดังขึ้น

 

แต่นั่นไม่ใช่เสียงปรบมือธรรมดา  ประสาทสัมผัสของวิมเลทและวิสกี้ชาวาบ  ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกไฟฟ้าช็อต   ความเจ็บปวดแล่นวาบไปทั้งตัวพร้อมความรู้สึกถึงอันตรายที่ร่ายล้อม

 

นี่มันบ้าอะไรเนี่ย ?!

 

คำถามวาบในหัวก่อนความคิดของทั้งสองจะผุดคำตอบขึ้นมาพร้อมกัน

 

การโจมตีทางวิญญาณ !

 

การโจมตีทางวิญญาณเป็นลักษณะเวทมนตร์ในการทำร้ายดวงวิญญาณโดยตรง   ถึงแทบจะไม่มีใครสามารถทำมันได้แล้วเพราะวิธีการฝึกสูญหายไปเนิ่นนาน  แต่ที่ทำให้พวกเขาไม่เข้าใจคือทำไมอีกฝ่ายไม่ลงมือตั้งแต่แรก  แล้วทำไมถึงมุ่งเป้ามาที่พวกเขาทั้งสองคนได้

 

ความแข็งแกร่งของทั้งวิมเลทและวิสกี้ทำให้พวกเขามั่นใจว่าขอเวลาแค่หนึ่งนาที  พวกเขาก็จะกลับมาเป็นปกติทว่าฝ่ายตรงข้ามต้องไม่ยินยอมปล่อยโอกาสไปได้ง่าย ๆ อยู่แล้ว   ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมเข้าประชิดตัววิสกี้อย่างรวดเร็ว  

 

วิสกี้มองใบหน้าที่หลบซ่อนใต้เงาฮู้ด  ฝ่ามือเย็นเฉียบอีกฝ่ายเกาะกุมลำคอของเขา 

 

แล้วสติของวิสกี้ก็ดับไปในชั่ววูบ

 

มือหนาจากร่างในชุดคลุมประคองแผ่นหลังและศีรษะของวิสกี้ที่อ่อนยวบไป   เขาช้อนร่างเด็กหนุ่มไว้ในอ้อมแขนก่อนจะหายไปในพริบตา

 

ไม่กี่วินาทีต่อมา  วิมเลทก็ฝืนตัวฟื้นความแข็งแกร่งทางวิญญาณกลับมาได้  สิ่งแรกที่เขาไล่มองหาคือร่องรอยของคนที่พาตัววิสกี้ไป

 

วิมเลทยังคงพยายามใจเย็นทั้งที่ข้างในนั้นเดือดพล่านไปจนหมด  เขากุมสร้อยซึ่งสวมไว้  พึมพำเบา ๆ ก็เกิดเส้นใยสีเงินพุ่งไปอีกทิศทางหนึ่ง  แน่นอนว่าย่อมเป็นที่ที่วิสกี้อยู่

 

  รอฉันก่อนนะ ” 

 

 

 

 

ไกลออกไป  ด้านคนที่ลักพาตัววิสกี้มาขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของเวทติดตาม  เขาจับที่สร้อยคอซึ่งซ่อนอยู่ในเสื้อของเด็กหนุ่ม  หากแต่ยังไม่ทันกระตุกออกมือเล็กของเด็กหนุ่มก็คว้าหมับพร้อมกำแน่น

 

“ วิสกี้ ? ”  เขาลองเรียกดู  หากแต่อีกฝ่ายก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเว้นแต่มือที่จับเขาแน่นดั่งไม่ต้องการให้เขาแตะต้องสร้อยคอ   เขาแกะมือนั้นออกแล้วเลือกไปให้ไกลกว่าเดิมจนถึงบริเวณป่ารกชันซึ่งไร้ผู้คนอย่างสิ้นเชิง

 

วิสกี้นอนหนุนตักเขาอยู่   อีกฝ่ายหลับใหลไม่ได้สติเป็นโอกาสให้เขาสำรวจหาอุปกรณ์ปลอมตัวที่ไร้กลิ่นอายเวท

 

ตามที่เขาจำได้ไอ้หนูนี่ไม่ชอบใส่เครื่องประดับอย่างสิ้นเชิง  ตัดพวกกำไลกับสร้อยทิ้งไปได้เลย  ส่วนสร้อยที่อีกฝ่ายใส่อยู่นี่มีกลิ่นอายเวทติดตามคงไม่ใช่อุปกรณ์ปลอมตัว

 

ในที่สุดสายตาก็สะดุดเข้ากับแหวนหยกสีเขียว  เจ้าของร่างสูงใหญ่ถอดมันออกมาโดยไม่ลังเล  ทันใดใบหน้าธรรมดาของเด็กหนุ่มก็แปรเปลี่ยนเค้าโครงหน้า  ปรากฏเป็นผิวขาวสะอาดตาและเส้นผมสีน้ำตาลทองดูนุ่มลื่นน่าสัมผัส  จมูกและริมฝีปากสีอ่อนได้รูป  เปลือกตาขาวปิดสนิทซ่อนนัยน์ตาสีเขียวมรกตดั่งอัญมณีไว้   ยังคงเป็นใบหน้าที่หล่อเหลาและงดงามในคราวเดียวกัน

 

ดวงตาภายใต้เสื้อคลุมอ่อนโยนลงในทันที  สำรวจใบหน้านั้นทุกตารางนิ้ว  อีกฝ่ายเติบโตขึ้นเป็นวัยรุ่นแล้ว...โต...กว่าตอนที่เขาจากมันมา

 

นิ้วมือหยาบกร้านเกลี่ยเส้นผมของคนที่นอนอยู่บนตักอย่างเอ็นดู

 

“ โตขึ้นเยอะเลยนะ... ”  เขาพึมพำด้วยรอยยิ้ม  ความคิดถึงและภาพความทรงจำต่าง ๆ แล่นวาบเข้ามาตอกย้ำความสำคัญของเจ้าหนูนี่

 

 

“ นั่งทำอะไรอยู่    เขาชะโงกหัวไปดูลูกหมาบางคนที่กำลังขีดเขียนอะไรบางอย่าง  อีกฝ่ายตอบกลับมาโดยมือยังเท้าคางเหม่อลอย

 

“ คิดนามสกุลน่ะสิ  เวลาแนะนำตัวกับคนอื่นแล้วไม่มีนามสกุลนี่มันแปลก ๆ พิกลอ่ะ ” 

 

“ ไร้สาระวุ้ย ”  เขาอดพูดไม่ได้เลยโดนไอ้ลูกหมาแยกเขี้ยวใส่

 

“ ยุ่งน่า ! แล้วนามสกุลลุงล่ะ  ไม่เห็นเคยบอก ! ” 

 

“ ชิ  ทำไมข้าต้องบอกล่ะว่ะ   

 

“ ...วันนี้ไม่ต้องกินข้าวเย็น ” 

 

  นามสกุลข้า E-F-R-A-T-O-R-O   บอกไปในทันทีทันใด  ไม่ได้กลัวอดข้าวเย็นหรอกนะ ! นี่น่ะ  ในฐานะลูกศิษย์ก็ควรจะรู้ชื่อ  นามสกุลอาจารย์สิ !

 

“ อีฟ-รา-โท-โร่ งั้นเหรอ ? ”  ตัวแสบทวน

 

“ อี-ฟรา-โท-โร่ เฟ้ย ”  เขาสวนกลับไปเมื่ออีกฝ่ายอ่านนามสกุลเขาผิด

 

  ไม่เห็นเพราะเลย  อีฟ-รา-โท-โร่  เพราะกว่า อี-ฟรา-โท-โร่ ตั้งเยอะ ” 

 

“ ก็มันก็เหมือน ๆ กันนั่นล่ะน่า  เลิกพูดมากแล้วไปทำงานบ้านได้แล้ว ” 

 

“ ดีล่ะ ! งั้นฉันใช้นามสกุลนี้ด้วยล่ะกัน ! ” 

 

  ไอ้ลูกหมา  เอ็งจะเอานามสกุลข้าไปใช้ไม่ได้นะเฮ้ย  เกิดข้ามีลูกเมียขึ้นมาเดี๋ยวคนคิดว่าข้าไปไข่ทิ้งไว้พอดี ! ” 

 

พอพูดไปก็เห็นดวงตาวูบไหวของไอ้หนูนั่น   พอเห็นแบบนั้นก็รู้ว่ามันกำลังกลัวว่าจะถูกทิ้งสักวันหนึ่ง   ใจที่เคยเข้มแข็งและโหดร้ายเสมอมากลายเป็นอ่อนยวบทันควัน 

 

ไม่เคยกลัวการทำให้ใครเสียใจเท่าไอ้หนูนี่มาก่อนเลย  พับผ่าสิ !

 

ทำเป็นเสียงดังกลบเกลื่อนไปว่า

 

  จะใช้ก็ตามสบาย  แต่อย่ามาบ่นเรื่องนามสกุลให้ข้าฟังล่ะ ! ” 

 

“ หา  ถึงจะเขียนเหมือนกันแต่จริง ๆ แล้วนามสกุลลุงกับฉันออกเสียงไม่เหมือนกันต่างหากเล่า  นามสกุลลุงน่ะเชยสะบัด  สู้ของฉันก็ไม่ได้   

 

โป๊ก !

 

มอบมะเหงกให้มันทีหนึ่งด้วยความโมโหก่อนไล่ให้ไปทำงานบ้าน   สุดท้ายยังไม่วายโดนมันก๊วนโอ๊ยกลับมา

 

“ วัยทองหรือไงตาแก่  อุ๊บซ์ ! ลืมไปว่าคนแก่ก็เงี้ยแหละนะ ” 

 

จำได้ว่าเขากำหมัดแน่นขณะนึกในใจว่าไม่น่าไปใจอ่อนกับมันเลย 

 

 แต่บอกไม่ได้หรอกว่าเขาก็ดีใจ...ที่เหมือนได้กลายเป็นครอบครัวเดียวกันจริง ๆ

 

 

 

ทว่าไม่นึกว่าการเจอกันในรอบหลายปี  เขาจะกลายเป็นศัตรูกับไอ้ลูกหมานี่ซะได้

 

ปลายนิ้วแทรกไปตามกลุ่มเส้นผมนุ่ม  ยีแรง ๆ อย่างหมั่นเขี้ยวโดยไม่จำเป็นต้องกลัวว่าไอ้ตัวแสบจะตื่นเหมือนที่เคยทำบ่อย ๆ  รอยยิ้มขมขื่นผุดที่ริมฝีปาก

 

“ ตอนนี้ดูเหมือนแกจะมีเพื่อนเยอะแยะแล้ว   แถมโตขนาดนี้คงไม่เป็นไรแล้วสินะ...เฮ่อ  แต่ยังไงก็เป็นไอ้ลูกหมาอยู่วันยังค่ำอยู่ดี ”

 

ดูเหมือนฉันจะต้องตามสืบเรื่องราวช่วงที่ฉันไม่อยู่กับแกซะแล้ว

 

เขารู้ว่าคนที่อยู่กับวิสกี้จะต้องตามหาวิสกี้เจอแน่และเขาก็ไม่มีเวลามากพอจะอยู่กับอีกฝ่ายได้นานกว่านี้หรือทำให้วิสกี้รู้ถึงตัวตนของเขา  วิสกี้จะตกอยู่ในอันตรายเพราะงานของเขาเพราะอย่างนั้นมันจะดีกว่าถ้าเขาจะป้องกันไม่ให้ใครรู้ว่าเขาและวิสกี้มีความสัมพันธ์ในรูปแบบศิษย์กับอาจารย์

 

ริมฝีปากของชายร่างสูงใหญ่ขยับไปมาไร้เสียงเกิดเป็นร่างเงาโปร่งใสสองร่างลอยเหนือพื้น

 

  นายท่าน ”  สองดวงวิญญาณเอ่ยอย่างนอบน้อม

 

“ ดูแลเขาให้ดี ”  เขามองใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กหนุ่ม “ อย่าปล่อยให้เขาตกอยู่ในอันตรายเด็ดขาด  พวกแกต้องปกป้องเขาให้ได้ ” 

 

น้ำเสียงเรียบเฉยนั้นแฝงความเผด็จการและความโหดเหี้ยมอยู่ลึก ๆ สองดวงวิญญาณหนาววูบ  รับรู้ได้เลยว่าหากไม่ทำหน้าที่ปกป้องเด็กคนนี้ให้ดี  ทัณฑ์ทรมาณแบบใดที่จะตามมา

 

  ทราบแล้วขอรับนายท่าน ” 

 

ไม่เพียงเท่านั้น  เขายังเริ่มร่ายคาถาเกราะมนตราเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นวิสกี้  แสงสีฟ้าซึมลงไปในตัวเด็กหนุ่มอย่างช้า ๆ เขาใส่แหวนหยกเข้าที่เดิมให้  ลูบหัวเด็กหนุ่มเป็นครั้งสุดท้ายแล้วตระเตรียมจะจากไป

 

  อือ...ตาแก่ ”  เสียงครางแผ่วในลำคอทำเอาคนฟังชะงักในทันใด  วิสกี้ยังไม่ได้สติทว่าหัวคิ้วกลับขมวดมุ่น  พึมพำเรียก ตาแก่ อีกครั้งก่อนจะนิ่งสนิท

 

ดวงตาที่หลบซ่อนในฮู้ดปรากฏความซับซ้อนและรำลึกถึงอย่างห้ามไม่ได้  เขาพยายามข่มกลั้นความคิดถึง  ความห่วงใยกระวนกระวายใจที่ไม่อาจเอาเจ้าหนูนี่ไปได้ด้วย 

 

โดยไม่รู้ตัว  รอยยิ้มบาง ๆ ผุดที่ริมฝีปาก  หยดน้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านแก้มก่อนจะหยดลงบนเสื้อคลุมสีดำสนิทและหายไปอย่างไร้ร่องรอย

 

“ ไอ้ลูกหมา...แล้วเจอกันใหม่นะ ” 

 

ก้าวออกจากอีกฝ่ายสองก้าว  ลำคอขมฝาดก่อนร่างสูงใหญ่จะเลือนหายไปท่ามกลางหมู่แมกไม้   เช่นเดียวกับวิญญาณทั้งสองที่เลือนหายไปในพริบตา

 

ไม่นานวิมเลทก็ตามหาวิสกี้จนเจอ  เขามองวิสกี้ที่หลับสนิทอยู่บนพื้นหญ้า  เขย่าปลุกอีกฝ่ายแทบจะทันทีที่เจอ

 

  วิสกี้ ได้ยินฉันไหมวิสกี้ ! ” 

 

เรียกอีกหลายครั้ง  คนหลับถึงเริ่มมีปฏิกิริยา

 

“ อืม...ตาแก่ ”  วิสกี้ปรือตาขึ้น  สติสตังยังไม่กลับมาเต็มร้อย  กระทั่งตนเองพูดอะไรออกไปก็ยังไม่รู้ตัว

 

วิมเลทโล่งอกที่วิสกี้ได้สติ  เขากวาดตาสำรวจทั่วตัวอีกฝ่าย  เมื่อไม่พบบาดแผลใด ๆ จึงทำใจให้สงบเยือกเย็นเหมือนที่แล้วมา

 

“ โอเคไหม ? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ? รู้สึกยังไงบ้าง ? ” 

 

  ง่วง...”  วิสกี้ตอบเสียงแผ่ว  ทำท่าเหมือนจะหลับอีกรอบอย่างที่ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงได้ง่วงแบบนี้ “ ง่วงจังเลย...วิม... ” 

 

“ ง่วงก็หลับเถอะ  ฉันจะพานายไปจากที่นี่ ” 

 

วิมเลทช้อนใต้ข้อพับขาอีกฝ่าย   อีกมือก็ประคองแผ่นหลังกว้างของหญิงสาวในคราบชายหนุ่มไว้   อุ้มขึ้นอย่างง่ายดาย

 

วิสกี้เอนหน้าซบอกของวิมเลท  ส่งเสียงงึมงำเบา ๆ ก่อนหลับไปอย่างวางใจ   วิมเลทมองคนหลับอย่างอ่อนโยนและเป็นกังวล  ช่วงเวลาไม่นานที่ไม่ได้เห็นวิสกี้ทำให้ใจเขาพะวักพะวง  สติหลุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาเพราะหวั่นเกรงว่าอีกฝ่ายจะตกอยู่ในอันตราย

 

“ คราวหน้าจะไม่ละสายตาจากนายอีกแล้ว ” 

 

วิมเลทถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะก้มลงจูบหน้าผากวิสกี้อย่างนุ่มนวล  เขากระชับอ้อมกอดก่อนเริ่มมุ่งหน้ากลับเข้าอลาเรย์

 

ทันทีที่ทั้งคู่หายไปจากสายตาเสียงกร็อบ ! เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น  เป็นเสียงไม้ที่แตกกระจุยคามือของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ซึ่งเฝ้ามองจากไกล ๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็เห็นชัดทุกการกระทำของทั้งสองคน

 

“ ใคร...ไอ้เด็กนั่นกล้าดียังไง ”  เสียงขบเคี้ยวฟันและเสียงขบกรามดังลอดจากปาก  มือกำแน่นด้วยโทสะที่พุ่งปรี๊ด   จากที่ต้องการเฝ้ารอจนกระทั่งวิสกี้ถูกพาตัวไปอย่างปลอดภัย  ทว่ากลับมาได้เห็นการกระทำที่คลุมเครือของไอ้ลูกหมากับผู้ชายอีกคนที่ไม่เพียงแต่จะอุ้มวิสกี้ในท่าอุ้มเจ้าสาว  แต่-มัน-ยัง-กล้า-จูบหน้าผากวิสกี้อีกด้วย

 

ดูยังไงก็ผิดปกติชัด ๆ !!!

 

ผู้ชายสองคนไม่ทำตัวสนิทชิดเชื้อกันแบบนี้หรอก ! แม้กระทั่งท่าทางทะนุถนอมอ่อนโยนนั่นก็เหมือนกัน  ไม่ใช่ทำในฐานะแค่เพื่อนอย่างเดียวเท่านั้นแน่ ๆ !!!

 

(ยังไม่รู้ว่าตัวเองมีลูกสาวไม่ใช่ลูกชาย)

 

นี่มันหมายความว่ายังไง

 

ตอนที่เขาไม่อยู่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่  ความสัมพันธ์ของวิสกี้กับไอ้เด็กเวรนั่นคืออะไร  แล้วมันเป็นใคร ?!

 

เหมือนมีภูเขาไฟระเบิดอยู่ในตัว  ความกดดันแผ่กระจายจนต้นไม้สั่นครืน ๆ เป็นรัศมีกว้าง

 

ชายในชุดคลุมพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเองไว้  แต่พอคิดถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่แล้ว  เรื่องผนึกที่ถูกทำลาย  เรื่องงานที่ล้มเหลวหรือเรื่องที่จะถูกเจ้านายลงโทษก็หายไปจากสมองหมดเหลือเพียงเรื่องของเด็กที่เอ็นดูเหมือนลูกชายเท่านั้น

 

  ออกมา ”  เจ้าตัวกัดฟันพูด  สองร่างของลูกน้องคนสนิทก็ปรากฏตัวขึ้นตามคำสั่ง

 

“ สืบมาให้หมด  ความสัมพันธ์ของเด็กสองคนนั้นเป็นยังไง  มีอะไรเกิดขึ้นบ้างโดยเฉพาะไอ้เด็กผมดำนั่น (วิมเลทปลอมตัว) สืบเรื่องของมันมาให้หมดทุกเรื่องเลย ” 

 

“ เอ่อ--เรื่องครอบครัวด้วยใช่ไหมครับเจ้านาย ” 

 

เสียงหนึ่งถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

 

  เออ ! สืบมาให้หมด  สืบให้ถึงโคตรเหง้าศักราชบ้านยายมันเลย ! ”  เขาตะคอกใส่  ดวงตาวาวโรจน์โกรธาจนลูกน้องต้องย่นคอด้วยความกลัว “ ให้เวลาแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น  ถ้าหนึ่งเดือนหาข้อมูลมันมาไม่ได้ล่ะก็...ไปเป็นอาหารปลาซะ ! ไม่ต้องกลับมาหาข้า ! ” 

 

“ เคี๊ยก ! รับทราบ !   

 

ว่าแล้วคนเป็นลูกน้องก็หายวับไปเผือกเรื่องราวอย่างรวดเร็ว  แม้ความจริงเจ้าตัวจะมีหน้าที่คอยคุ้มกันผู้เป็นนายก็ตามที  แต่เจ้านายที่กำลังอารมณ์ขึ้น  เดือดปุด ๆ ยิ่งกว่าบ่อลาวานี้   กล้าโต้แย้งก็ถือว่าไม่รักชีวิตตนเองแล้ว

 

  วิสกี้... ” 

 

ถ้าเกิดรู้ว่าวิสกี้มีไอ้ตัวแบบนั้นอยู่ข้าง ๆ หัวเด็ดตีนขาดยังไงเขาก็จะพาวิสกี้มาด้วยให้ได้  บัดซบ ! อย่าให้เจอนะ  กล้าดียังไงมาจีบลูกศิษย์ของข้า !

 

ทางด้านวิมเลทที่ไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิดว่านอกจากจะมีพ่อของตัวเองเป็นก้างขวางคอแล้ว  อุปสรรคที่ใหญ่ไม่แพ้กันจากทางฝั่งวิสกี้ก็มาจ่อรอแล้ว  แถมเป็นอุปสรรคที่ยากจะฝ่าทำลายง่าย ๆ เสียด้วยสิ

 

 


 

ต่อจ้า

 


 

“ ยัยตัวแสบเอ้ย ”  ร่างของชายในชุดคลุมที่พาตัวรัมหนีออกมายังที่ห่างไกลถอนหายใจเฮือก  เขาไม่ได้คิดจะพายัยหนูนี่หนีหรอก  แค่จะทิ้งอาคมป้องกันไว้ให้

 

เขารู้...ว่าต่อให้เขาอยากพามันไปซ่อน  มันก็คงจะหาทางหนีออกมาแน่ ๆ  และตอนนี้เขาก็ไม่มีเวลาเหลือที่จะทำอย่างอื่นด้วย

 

เด็กหนุ่มหน้าตาผิดไปจากความทรงจำยังหลับในอ้อมแขนของเขา  ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติที่มันรู้สึกตัวเขาคงไม่คิดจะทำอะไรแบบนี้แน่ ๆ

 

แต่ว่า...นี่มันก็นานมากแล้วที่ไม่ได้เจอกัน

 

มือหยาบที่เต็มไปด้วยร่องรอยของชีวิตลูบหัวรัมที่หมดสติไปมาซ้ำ ๆ

 

ทันใด  อักษรสีเลือดก็ปรากฏเบื้องหน้าชายในชุดคลุม  แขนข้างซ้ายของเขาร้อนผ่าว ๆ เขากัดฟันกรอด

 

มันคือคำสั่งที่ถูกส่งมาให้กับเขา  เรื่องที่ผลึกถูกทำลายนั้นเบื้องบนคงรับรู้แล้วดังนั้นจึงเปลี่ยนแปลงคำสั่งใหม่ 

 

เขาถอนหายใจ  

 

“ ดูเหมือนต้องแยกจากกันอีกแล้วนะ ” 

 

“ รัม !!! ”  บราวน์ติดตามร่องรอยของคนที่ลักพาตัวรัมด้วยดวงตาแดงฉาน  เขาจ้องเขม็งไปยังคนที่ประคองกอดรัมไว้ในอ้อมแขนพร้อมประกาศกร้าว

 

“ ส่งเขามา ! ” 

 

ชายในชุดคลุมทำบางอย่าง  เขาดีดนิ้ว  อาคมที่วางไว้รอบนอกก็ตรึงบราวน์ในทันที  เป็นข่ายอาคมที่แข็งแกร่งจนบราวน์ขยับตัวไม่ได้แม้แต่น้อย

 

บราวน์คับแค้นใจเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรกับรัม  เขาได้แต่หวังว่าเขาจะลงมือแก้อาคมนี้ได้ทันเวลา

 

เขามองเด็กหนุ่มที่ติดข่ายอาคมของเขาและกำลังพยายามแก้ข่ายอาคมด้วยสายตาประเมิน  ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความร้อนใจและเป็นห่วงกังวลคนในอ้อมแขนของเขา

 

ทันใด  เขาก็ขมวดคิ้ว  ก้มหน้ามองยัยตัวแสบ

 

นี่ไอ้หนุ่มนี่คงไม่ได้ชอบแกใช่ไหม ?!

 

ว่าแล้วเขาก็หยั่งเชิงด้วยการถอดเครื่องปลอมตัวออก  ได้กลายเป็นเด็กหนุ่มผมดำที่หลับสนิทอยู่   เขาเอียงคอมอง 

 

นี่ยังมีอุปกรณ์ปลอมตัวอยู่อีกชั้นสินะ ? ก็ถือว่ารอบคอบดี 

 

แต่แค่นี้ก็น่าจะพอมั้ง

 

บราวน์เจ็บแปลบที่หัวใจเมื่อชายในชุดคลุมเอื้อมมือมาลูบไล้ใบหน้าของรัมเบา ๆ และกำชับอ้อมกอดแน่น

 

เขาคำรามในใจ   ดวงตากลายเป็นสีเขียวจางกลายเป็นสีแดงวูบหนึ่ง  ข่ายอาคมถูกทำลายเกินกว่าครึ่งในพริบตาเดียว

 

คนที่กระตุ้นอารมณ์อีกฝ่ายหางคิ้วกระตุกเมื่อท่าทางของเด็กหนุ่มอีกคนนั้นออกอาการมากกว่าที่เขาคิดไว้

 

เขานิ่งเล็กน้อย  ตัดสินใจจูบหน้าผากของรัมเบา ๆ

 

“ เอามือของแกออกไปจากเขา !  ”  แพทย์หนุ่มผู้มักมีรอยยิ้มขี้เล่นและเหลาะแหละคำรามในลำคอ  รังสีอำมหิตแผ่ออกมาวูบหนึ่ง

 

“ เสน่ห์แรงจริงนะยัยหนู ”  ร่างในชุดคลุมหัวเราะเบา ๆ

 

เขาถอนหายใจอีกครั้ง  รู้ว่าหมดเวลาจริง ๆ แล้ว

 

ประคองหัวรัมไว้  จูบหน้าผากอีกฝ่ายอีกครั้งพร้อมกระซิบ

 

“ หวังว่าฉันจะได้เจอแกอีก ” 

 

เขาวางร่างรัมลงและก้าวไปหาบราวน์ที่ตาแดงฉาน  ความกดดันมหาศาลแผ่ไปที่ตัวบราวน์   ขาของชายหนุ่มหนักอึ้งหากแต่เขายังกัดฟันจ้องกลับอย่างไม่ยอมแพ้

 

ชายในชุดคลุมแสยะยิ้มที่เด็กหนุ่มมองไม่เห็น  พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาอย่างถึงที่สุด  ทุกถ้อยคำเสียดแทงเข้าไปในใจอีกฝ่าย

 

“ แกมันอ่อนแอ   ข่ายอาคมแค่นี้ก็ยังเอาชนะไม่ได้ ” 

 

“ แก ?! ” 

 

“ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปล่ะก็  ครั้งหน้าที่พบกัน  ฉันจะฆ่าแกซะ ”  รังสีอำมหิตรุมเร้าบราวน์ดั่งจะฉีกกระชากอีกฝ่ายให้ไม่เหลือชิ้นดี  บราวน์กัดริมฝีปากล่างของตนเองอย่างแรงให้ได้สติ  ไม่ให้ตนหวาดกลัวไปกับความรู้สึกนั้น  ถึงตายเขาก็ไม่ยอมทรุดเด็ดขาด

 

สายตาใต้ผ้าคลุมพอใจเล็กน้อย  แต่ยังไงก็ตาม  ในความรู้สึกของเขา  ความแข็งแกร่งของเด็กหนุ่มยังไม่เพียงพอ  เพราะฉะนั้นเขาจึงพูดสำทับไปอีก

 

“ เพราะครั้งนี้โอกาสไม่ดี  ฉันเลยพาเขาไปด้วยไม่ได้  แต่ครั้งหน้า...เขาจะเป็นของฉัน  และแกจะไม่มีโอกาสที่สองที่จะได้เห็นเขาอีก  ” 

 

“ อย่า-หวัง !!! ”  บราวน์กระชากเสียง  ข่ายอาคมพังทลายในพริบตาเดียว  หากแต่อีกฝ่ายก็หายตัวไปในทันที

 

บราวน์สอดส่ายสายตาเพื่อหาอีกฝ่าย  เมื่อไม่พบร่องรอยเขาก็พุ่งเข้าไปหารัม

 

ตรวจสอบรัมที่นอนนิ่งสงบด้วยความกังวลใจและโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุดเมื่อนึกถึงตอนที่อีกฝ่ายถูกลูบไล้  สวมกอดและจุมพิตที่หน้าผาก

 

มือกำแน่นในความอ่อนแอของตัวเอง

 

ถ้าเขาแข็งแกร่งมากกว่านี้คงทำลายข่ายอาคมนั่นได้ในพริบตาเดียวและมันคงไม่มีโอกาสที่จะลักพารัมของเขาไปได้

 

เขาบดฟัน  ยิ่งนึกถึงคำพูดของมันที่จะมาพาตัวรัมไปยิ่งทำให้เขาหวาดกลัว  หวาดกลัวว่าจะเสียอีกฝ่ายไป

 

ต้องแข็งแกร่งขึ้นอีก

 

ไม่อย่างนั้นคงไม่อาจปกป้องคนสำคัญของเขาได้

 

“ บราวน์... ”  รัมสะลึมสะลือตื่นหลังผ่านไปชั่วระยะหนึ่ง

 

“ ฉันอยู่นี่ ” 

 

บราวน์รีบกล่าว  เขาอุ้มรัมขึ้นด้วยท่าอุ้มเจ้าหญิงและเตรียมตัวที่จะกลับไปสมทบกับพวกไดซ์  ก่อนเขาจะชะงักเมื่อรัมอ้าปากถามถึงใครบางคน

 

“  คนคนนั้นล่ะ ? ”  น้ำเสียงของรัมแหบพร่าไม่น้อย  แต่รัมเหมือนรู้สึกถึงความคุ้นเคยบางอย่างตอนที่กึ่งหลับกึ่งตื่นนั่น ...เหมือนใครบางคนที่เขารู้จักเอามาก ๆ แต่รัมไม่แน่ใจว่าเป็นแค่สิ่งที่เขาคิดไปเองเท่านั้นหรือเปล่า

 

บราวน์หน้าแข็งกร้าว  เขาตอบด้วยเสียงที่พยายามทำให้เรียบนิ่ง

 

“ ไปแล้ว  นายรู้จักกับเขาเหรอ ? ” 

 

รัมส่ายหน้าเบา ๆ หัวฟุบกับอกอีกฝ่าย  กระซิบเสียงแผ่ว

 

“ แค่...เหมือนคน...รู้จัก ” 

 

ชายหนุ่มผมแดงเลียริมฝีปากตนเองด้วยความคิดที่สว่างวาบ

 

บางทีรัมกับอีกฝ่ายอาจรู้จักกันจริง ๆ และนั่นคือสาเหตุของท่าทางที่สนิทสนมและใกล้ชิดนั่น  รวมถึงคำพูดนั่น

 

ดวงตาของเขามืดทึบ

 

หมอนั่นจะแย่งรัมไปจากเขา

 

“ บราวน์ ? ”  รัมที่ยังไม่ตื่นเต็มตานักรู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของบราวน์  เขาเอื้อมมือหนึ่งไปแตะหน้าอีกฝ่ายไว้

 

บราวน์ชะงักความคิดของตนเอง  เขาผ่อนลมหายใจแล้วยกยิ้มให้คนในอ้อมแขน  กระซิบอย่างปลอบโยน

 

“ ฉันไม่เป็นไร  พักเถอะ ” 

 

“  อือ...”  รัมหลับตาอย่างว่าง่าย

 

ดวงตาสีเขียวอ่อนจางยามมองคนในอ้อมแขน 

 

ไม่ว่ายังไงจะไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายหลุดมือตนเองเด็ดขาด

 

 

 

 

การทำลายผลึกเพื่อช่วยวอดก้าและเนวีสสำเร็จด้วยดี  ขณะเดียวกันพาราไดซ์ก็ระบายความโกรธใส่ปีศาจทั้งหมด  กว่าจะรู้ตัวภูเขาน้ำแข็งมากมายก็ราบเป็นหน้ากลองแล้ว

 

ทั้งหมดจะเดินทางกลับออกจากอลาเรย์ก่อนเพื่อพักผ่อนและเตรียมตัวในขั้นต่อไปเพื่อทำลายคำสาป  บราวน์จะไปเอาสมุนไพรในคลังหลวงและเตรียมช่วยรัมในการปรุงยา   วิสกี้กับวิมเลทจะคอยเฝ้าระวังวอดก้าที่โรงเรียนให้  จินกับเคียร์ก็ไปช่วยหาวัตถุดิบหายาก  ส่วนบลัดดี้กับเตกีล่าจะช่วยกันสืบหาข่าวของพวกอสูรเพิ่มเติม

 

ด้านพาราไดซ์นั้น  เขามุ่งหน้าไปยังพระราชวังนาโวลล์เพื่อวัตถุดิบชิ้นสุดท้ายในการทำลายคำสาป  เกล็ดทับทิม 

 

ด้วยสถานะของเจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์ทำให้พาราไดซ์ได้รับอนุญาตมาเยี่ยมที่พระราชวังได้ทุกเมื่อเพราะคำเชื้อเชิญจากกษัตริย์แห่งนาโวลล์  ดังนั้นเขาไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะตรงไปหามาคัส  เพราะเขาไม่อยากเสียเวลาให้คำสาปนั้นอยู่ในร่างวอดก้านานจนเกินไป

 

มาคัสกำลังซ้อมดาบอยู่ที่ลานฝึกซ้อมเพียงลำพัง  มีทหารบางส่วนอารักขาอยู่รอบนอก

 

เจ้าชายแห่งนาโวลล์กวัดแกว่งดาบอย่างรวดเร็วจนได้ยินเสียงสายลมถูกฉีกขาด  ใบหน้าคมคายเรียบเฉยมีหยาดเหงื่อเกาะพราวเช่นเดียวกับแผ่นหลังที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ 

 

“ เจ้าชายพะยะค่ะ ”  เสียงเรียกดังไม่ห่างออกไปทำให้มาคัสชะงักกระบวนท่าของตัวเอง   เขาหันไปมอง

 

“ เจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์ขอเข้าพบพะยะค่ะ ” 

 

มาคัสเงียบ  ก่อนพยักหน้า

 

“ นำทางเขามาที่นี่ ” 

 

ทหารองครักษ์แสดงท่าทางเคารพก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป

 

มาคัสครุ่นคิดถึงสาเหตุที่เจ้าชายแห่งทริสทอร์มาเยี่ยมเยือน  ทว่าถือว่าเหมาะพอดีเพราะเขาคาดหวังจะได้คู่ฝึกซ้อมที่ทัดเทียมกันสักที

 

ไม่นานพาราไดซ์ก็เดินมาถึง  พวกเขาทักทายด้วยการพยักหน้าให้กันเงียบ ๆ

 

“  มีอะไรหรือเปล่า ? ”  มาคัสถาม

 

“  ฉันต้องใช้เกล็ดทับทิม ” 

 

มาคัสชะงักในทันใด  เขาหรี่ตาลง

 

ความเงียบดำเนินไปครู่ใหญ่  พาราไดซ์รู้ดีว่าเกล็ดทับทิมสำคัญกับอีกฝ่ายแค่ไหน  นอกจากนี้มันยังมีเพียงแค่ 3 ชิ้นจากทั้งอาเรีย  มันคือสะเก็ดเลือดของสัตว์อสูรโบราณที่มักอาศัยในดินแดนที่โหดร้ายดั่งดินแดนปีศาจ  ในทุก ๆ 1000 ปี  มันจะคายเลือดของมันออกมาเป็นเสี้ยวเล็ก ๆ แต่เสี้ยวเล็ก ๆ นั้นมีพลังอำนาจและส่งผลต่อจิตวิญญาณของผู้ที่ใช้มัน   ไม่จำเป็นต้องกินหรือทำอะไรเพิ่มเติม  เพียงพกเอาไว้มันจะขัดเกลาพลังทางจิตให้แข็งแกร่งขึ้นได้

 

ถามว่าทำไมพาราไดซ์ไม่ลองไปค้นหาสัตว์อสูรโบราณดู? นั่นเพราะว่าสัตว์อสูรที่จะถูกเรียกว่าสัตว์อสูรโบราณได้นั้นต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยล้านปีขึ้นไป  พวกมันแข็งแกร่งไม่มีอาวุธใดจะสะกิดเข้า  เพียงการเคลื่อนไหวเล็กน้อยก็ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวเป็นวงกว้าง  นอกจากนี้พวกมันยังมีจิตสำนึกเป็นของตนเอง  ดังนั้นพวกมันจะหลบซ่อนในที่ต่าง ๆ ทั่วโลก  จำศีลอย่างสงบหรือปกปักษ์สิ่งที่มันต้องรักษาไว้

 

แต่ถึงพาราไดซ์จะหาพวกมันเจอ  เขาก็ไม่สามารถขอให้มันมอบเกล็ดทับทิมได้  เพราะอย่างที่บอกว่าเกล็ดทับทิมนั้นจะถูกคายออกมาทุก 1000 ปี  ดังนั้นพาราไดซ์คงไม่สามารถบังคับพวกมันได้

 

ดังนั้นมาคัสจึงเป็นทางเลือกเดียวของเขาในตอนนี้

 

“ เอาไปทำอะไร ”  เจ้าชายแห่งนาโวลล์ถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

 

พาราไดซ์ตอบกลับอย่างไม่อ้อมค้อม

 

“ ช่วยวอดก้า ” 

 

ชื่อของใครบางคนที่เข้ามามีเอี่ยวทำให้ดวงตาสีทับทิมปรากฏร่องรอยการระลึกถึง  หญิงสาวที่มาคัสรู้จักเริ่มแรกในชื่อของราตรีที่มาทำภารกิจที่พระราชวังในการสอนศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวให้องค์ชายคาลิดาส   พวกเขาได้ประมือกันบ้างเล็กน้อยและนั่นทำให้มาคัสเกิดความสนใจในฝีมือที่ยอดเยี่ยมของอีกฝ่ายนัก

 

ที่สำคัญไปกว่านั้น  การบังเอิญพบกันที่โพซิเด้นสร้างความรู้สึกสงสัยให้กับมาคัสว่าราตรีที่อยู่โรงเรียนหญิงล้วน  เหตุใดจึงอยู่ในสภาพปลอมตัวเป็นชายทั้งยังมีท่าทีสนิทสนมกับเจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์มากนัก ?

 

พาราไดซ์รู้หรือไม่ว่าวอดก้าเป็นผู้หญิง ?

 

“ เขาเป็นอะไร ? ” 

 

พาราไดซ์นิ่งไปอึดใจ

 

“ ....ถูกคำสาป  ต้องใช้เกล็ดทับทิมในการทำลาย ” 

 

“ ไม่มีวิธีอื่น ? ” 

 

“  ไม่มี ”  พาราไดซ์ตอบอย่างหนักแน่น  เขาสำทับอีกประโยค “ ฉันจะหามันมาคืนให้ ” 

 

“ นายรู้ไหมว่ามันมีค่าแค่ไหน ” 

 

“ รู้ ”  ดวงตาสีม่วงฉายความจริงจัง “ แต่ฉันต้องใช้มัน ” 

 

มาคัสอดหรี่ตาถามไม่ได้

 

“ ทำไมต้องทุ่มเทขนาดนั้นเพื่อช่วยเขา  เขาเป็นอะไรกับนาย ” 

 

“ คนสำคัญของฉัน ” 

 

“ ?! ” 

 

เจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์ตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งเหมือนไม่ได้พูดอะไรที่ผิดแปลกออกมาแม้แต่น้อยขณะที่เจ้าชายแห่งนาโวลล์กลับแสดงท่าทางคาดไม่ถึงออกมา

 

ทันใดมาคัสก็ผุดยิ้มที่มุมปาก 

 

“ ถ้าอย่างนั้นไม่ดูกันว่าเขาสำคัญสำหรับนายแค่ไหน ” 

 

มาคัวกวักมือเรียกทหารองครักษ์ 2 นาย  ทั้งคู่ส่งดาบประจำตัวของตนเองให้เจ้าชายทั้งสอง 

 

พาราไดซ์เข้าใจ   เขาถอดเสื้อคลุมที่เกะกะของตัวเองทิ้งไป  ทันทีที่จับดาบ  รังสีอันเฉียบคมก็แผ่วาบออกมาในทันทีบ่งบอกว่าเขาจะเอาจริงตั้งแต่ต้น

 

“ นายชนะ  นายจะได้...แต่ถ้าไม่  ก็อย่าหวัง ”  มาคัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ

 

พาราไดซ์ถอยออกไปจนพวกเขายืนห่างกันสิบกว่าก้าว  ภายในลานกว้างอันเงียบสงบ  พาราไดซ์จับดาบด้วยสองมือ  สายตาจดจ้องไปที่คู่ต่อสู้ด้วยสายตาเรียบเฉย  ไร้ซึ่งความประมาท  เพ่งหาจุดอ่อนและเล็งจุดตายของอีกฝ่ายทั้งสิ้น

 

มาคัสมีประกายเยือกเย็นในดวงตา  เขารับรู้ได้ถึงความกดดันและสัญชาตญาณว่าอีกฝ่ายนั้นปรารถนาที่จะเอาชนะเขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  ทุกการประมือก่อนหน้านี้เป็นเหมือนการฝึกซ้อมและหยั่งเชิงหากแต่ครั้งนี้แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

 

มาคัสรู้สึกได้ว่าถ้าเขาไม่เอาจริงแล้วล่ะก็  ทุกอย่างอาจจบในพริบตาเดียว

 

ต้องเริ่มก่อน  ถึงจะได้เปรียบ

 

ความคิดของทั้งคู่ตรงกันโดยไม่ได้นัดหมาย  ปลายเท้าสะกิดพื้นและพุ่งทะยานเข้าหากัน 

 

เคร้ง !

 

ภายในพริบตาเดียวที่สะเก็ดไฟบาดจ้าเพราะแรงเสียดสีจากโลหะ  มาคัสผลักดันคมดาบไปทางพาราไดซ์  พวกเขาแรงพอ ๆ กันดังนั้นดาบจึงขูดไปมาเกิดเป็นเสียงแหลมบาดหู

 

พาราไดซ์ใช้ชั่วเสี้ยววินาทีดึงดาบออกแล้วเอนตัวไปด้านหลังเพื่อหลบคมดาบที่พลิกและมีเป้าหมายที่คอของเขา  มือหนาบิดข้อมือตวัดดาบเข้าหาเจ้าชายแห่งนาโวลล์ซึ่งดีดตัวออกเพื่อรักษาระยะห่าง

 

อาจดูเป็นการเคลื่อนไหวง่าย ๆ เพียงแต่สิ่งที่ทั้งคู่ทำคือการใช้ปฏิกิริยาและสัญชาตญาณในการโต้ตอบกันในเสี้ยววิ  ที่แม้แต่ทหารองครักษ์ชั้นยอดที่จับจ้องทุกการกระทำก็ไม่สามารถตามการเคลื่อนไหวของเจ้าชายทั้งสองได้

 

พวกเขาพุ่งเข้าหากันอีกครั้ง

 

เคร้ง ! เคร้ง ! เคร้ง !

 

เสียงอาวุธปะทะกันไม่หยุดยั้ง    แผ่ความกดดันและกลิ่นอายอันเข้มข้นของการต่อสู้ทำให้ทหารองครักษ์มากกมายต้องเหงื่อตกกับรังสีต่อสู้ที่เข้มข้นทุกขณะพอ ๆ กับการปะทะที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนพื้นลานฝึกต่อสู้ถึงกับเป็นหลุมและถูกดาบที่พลาดไปเสียบจนลึก  ทั้ง ๆ ที่ทั้งคู่ไม่ได้ใช้เวทมนตร์แม้แต่น้อย  แค่พละกำลังและความรวดเร็วก็เพียงพอที่จะปราบทหารองครักษ์ทั้งหมดได้แม้พวกเขาจะใช้เวทมนตร์เข้าสู้ก็ตามแต่

 

ฉัวะ !

 

ปอยผมข้างหนึ่งของพาราไดซ์ร่วงหล่น  ขณะที่พาราไดซ์ถูกเล็งเป้าหมาย  เขาหลบได้ในพริบตาเดียวและโจมตีสวนกลับไปที่คู่ต่อสู้  สร้างบาดแผลตื้น ๆ ที่แก้มอีกฝ่ายแม้คมดาบจะไม่เฉียดใกล้

 

มันคือรังสีดาบ  มีเพียงแค่นักดาบที่เชี่ยวชาญแท้จริงเท่านั้นที่สามารถรวมจิตสำนึกผนึกไว้ในอาวุธได้  มันสามารถทำให้อาวุธธรรมดาตัดผ่านภูเขาแม้กระทั่งแม่น้ำ  แต่นั้นก็แลกมาด้วยความอ่อนล้าทางวิญญาณเช่นกัน

 

พวกเขาเริ่มใช้รังสีดาบเข้าต่อสู้  แม้ดาบไม่โดนตัวก็สร้างรอยขีดข่วนและทำให้เสื้อผ้าฉีกขาดได้   หยาดเหงื่อผุดพรายบนใบหน้าพวกเขา  เพราะการต่อสู้นี้ไม่ได้วัดแค่ฝีมือเชิงดาบ  แต่ยังวัดที่ไหวพริบและความอดทนในการพลิกสานการณ์ให้ตนเองได้เปรียบอีกฝ่ายด้วย 

 

ด้วยคู่ต่อสู้ที่ฝีมือทัดเทียมกัน  ความผิดพลาดเล็กน้อยก็ทำให้พวกเขาพ่ายแพ้ได้

 

ภายในชั่วอึดใจ  ดาบปะทะกันมากกว่าพันครั้ง  สร้างรอยบิ่นเล็ก ๆ ให้คมดาบ  และมันก็เริ่มแผ่ขยายมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

ตู้ม ! เปรี้ยง !

 

ดวงตาสีม่วงและสีทับทิมสบกัน  ยิ่งเวลาผ่านไปพวกเขายิ่งสร้างความเสียหายให้พื้นที่รอบ ๆ มากขึ้น   สะเก็ดหินจากพื้นลานฝึกกระจายจนแทบไม่มีพื้นที่ตรงใดเรียบ

 

นัยน์ตาของพาราไดซ์ฉายความคิดบางอย่างที่ไม่มีใครอ่านออก

 

เจ้าชายหนุ่มวาดดาบเล็งไปที่จุดใดจุดหนึ่งบนดาบของมาคัสอย่างไม่เป็นที่ผิดสังเกตเพราะแรงกดดันของเขาจะแผ่ไปที่จุดใดจุดหนึ่งบนร่างกายอีกฝ่ายเสมอ

 

“ จบได้แล้ว ” 

 

พาราไดซ์พูดสั้น ๆ เขาย่อกายหลบคมดาบของอีกฝ่ายแล้วตวัดดาบขึ้นในมุมที่มาคัสยากจะรับมือ   มาคัสตั้งลำดาบต้านอีกฝ่ายไว้  ทว่าในวินาทีที่ดาบทั้งสองปะทะกันอีกครั้ง  เสียงปริแตกก็ดังมาจากดาบของมาคัสเพราะดาบของพาราไดซ์ที่ตัดผ่านดาบอีกฝ่ายจนแตกออกเป็นสองส่วน

 

มาคัสสามารถหลบดาบนั้นได้แต่เขารู้ว่ามันจบแล้ว

 

เขาถอนหายใจขณะบอกเสียงเรียบ

 

“ ฉันแพ้แล้ว  ” 

 

“ .......... ”  พาราไดซ์มองดาบที่ปริร้าวในมือ  เขาคาดการณ์ว่าดาบนี้ก็จะพังเช่นกันถ้าเขายังต่อสู้อีก  อย่างไรก็ตามสาเหตุที่พวกเขาไม่ได้เสมอกันนั่นก็เพราะพาราไดซ์ทำลายอาวุธของมาคัสได้

 

ในการต่อสู้จริง  ผู้ที่ปราศจากอาวุธก็เปรียบได้กับผู้ที่พ่ายแพ้ไปแล้วและพาราไดซ์ก็สามารถทำลายอาวุธของมาคัสได้ก่อน   นั่นเป็นความจริงที่ไม่เปลี่ยนแปลงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม

 

มาคัสโยนขวดแก้วเล็ก ๆ ส่งให้พาราไดซ์

 

ภายในขวดแก้วเล็ก ๆ บรรจุของแข็งสีแดงเข้มขนาดเล็กเอาไว้  มันคือสิ่งที่พาราไดซ์ต้องการ  เกล็ดทับทิมนั่นเอง

 

“ แล้วจะใช้คืน ”  พาราไดซ์เก็บมันอย่างทะนุถนอม

 

มาคัสพยักหน้าเรียบเฉยขณะพูดเปรย

 

“ ความจริงฉันก็ตั้งใจจะให้อยู่แล้ว ” 

 

พาราไดซ์มองคนพูดด้วยสายตาลุ่มลึก

 

“ เขาเคยช่วยชีวิตคาลิดาสไว้ ”

  

มาคัสอธิบายสั้น ๆ เจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์เลิกคิ้วสูงเล็กน้อยเมื่อได้ฟัง  ถ้าเหตุผลนี้ก็พออธิบายได้กับความคิดอีกฝ่ายที่ตั้งใจยกของที่มีค่ามหาศาลให้อย่างไม่เสียดาย

 

“ ...เขาไม่เป็นอะไรมาก ? ” 

 

เขาในที่นี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากวอดก้า  พาราไดซ์พยักหน้ารับเล็กน้อย  ไม่คิดจะบอกอะไรเพิ่มเติม  เขาไม่รั้งรอ  เพียงทิ้งคำลาไว้

 

“ ฝากบอกองค์ราชาเจนัสและพระราชินีด้วยว่าหม่อมฉันขอประทานอภัยที่เสียมารยาท  จากลาโดยมิได้ทักทาย ” 

 

“ ได้ ” 

 

แล้วพาราไดซ์ก็เดินดุ่ม ๆ ออกไปในทันที

 

“ วอดก้า... ”  มาคัสเปรยชื่อคน ๆ นั้นออกมาแผ่วเบา  เจ้าของดวงตาเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มสดใสนั่นดูเหมือนจะมีพื้นที่ในหัวใจเจ้าชายรัชทายาทไม่น้อย

 

 

 

 

ทางด้านรัมและบราวน์นั้นอาศัยห้องปรุงยาของโรงเรียนในการทำยาสลายคำสาป  พวกเขาต้องอดหลับอดนอน 2 วันเต็มเพื่อกลั่นน้ำยาที่สมบูรณ์ที่สุดออกมา

 

บัวน้ำแข็งร้อยปี  หยาดน้ำตาเทพและเกล็ดทับทิมจากอสูรโบราณ  ทุกอย่างล้วนเป็นของมีค่ามหาศาล   ขณะเดียวกันจินและวิสกี้ต่างก็ใช้เงินและเส้นสายหาสมุนไพรจำนวนมากเพื่อช่วยฟื้นฟูวอดก้า

 

รีเจซ  ฟรอเรนไทน์  เอเวอร์ลีนส์และซาราเนีย  4 ผู้พิทักษ์คอยเฝ้าระวังให้กับวอดก้าตลอดเวลาแม้ยามที่พวกวิสกี้กลับกันมาแล้ว  นอกจากนี้พวกเขายังวางข่ายอาคมรอบโรงเรียน  ถ้าหากใครที่เข้าโรงเรียนมา  ข่ายมนต์จะถูกรายงานไปยังฐานข้อมูลเพื่อตรวจสอบว่าเป็นคนของโรงเรียนจริงหรือไม่  ต่อไปแขกที่มาเยี่ยมเยือนจะต้องได้รับการอนุญาตและรายงานก่อนเสมอ  ไม่เช่นนั้นถ้าก้าวเข้ามาในอาณาเขตของโรงเรียนเมื่อไหร่  เขาจะกลายเป็นศัตรูจากอาคมและระบบป้องกันทุกอย่างที่ราฟาเอลและ 4 ผู้พิทักษ์วางเอาไว้

 

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มกฎใหม่มากมาย  การจะออกนอกโรงเรียนจะต้องได้รับอนุญาตและต้องมีเหตุผลที่สมควรในการออกไปทุกครั้งและต้องได้รับคำอนุมัติจากเอ็กเซลหรือราฟาเอลเท่านั้นด้วย

 

เหล่าอาจารย์ก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นไม่น้อยเนื่องจากสถานการณ์ที่ถูกปีศาจเข้าจู่โจมทำให้พวกเขาต้องเริ่มมาตรการความปลอดภัยอย่างเร่งด่วน  เหล่าอาจารย์จะถูกผลัดเปลี่ยนเดินเวรยามในความถี่เป็น 2 เท่าจากปกติ  ผู้คุมกฎกับหัวหน้าหอแต่ละหอก็เช่นกัน  หากบกพร่องในหน้าที่  พวกเขาจะต้องรับโทษตามที่กฎระบุเอาไว้   ดังนั้นในช่วงเวลานี้บรรยากาศในโรงเรียนจึงค่อนข้างอึมครึม  ไม่เพียงเท่านั้น  การสอบปลายภาคของเทอมแรกใกล้จะมาถึงแล้ว  พวกเขาต่างต้องเตรียมตัวไว้ให้พร้อมเพราะเหล่ารุ่นพี่รู้ดีว่าการสอบทุกอย่างในปลายภาคจะทวีความโหดเป็นเท่าตัว

 

กลับมาทางวอดก้าที่กำลังเริ่มฟื้นฟูตัวเองโดยมีเนวีสคอยช่วยเหลือระหว่างรอยาสลายคำสาปจากรัม  เขายังแช่ตัวอยู่ในน้ำพุศักดิ์สิทธิ์อะดาเลียโดยที่ไม่มีใครรับรู้ได้เลยเพราะฝีมือของวิสกี้และวิมเลท

 

บราวน์ปรากฏตัวเบื้องหน้าพาราไดซ์ที่เคลียร์งานในฐานะหัวหน้าชั้นปีและสมาชิกสภานักเรียนในช่วงที่เขาไม่อยู่ด้วยความรวดเร็ว 

 

“ เสร็จแล้ว  ให้วอดก้าดื่มมันเข้าไป  นายลองแผ่กลิ่นอายของเทพดูหลังผ่านไปสักพัก  มันจะไม่มีร่องรอยของคำสาปเหลืออีก ” 

 

บราวน์มีท่าทางที่อิดโรยจากการอดนอนและประสาทสัมผัสที่ตรึงเครียดตลอด 2 วันจากการปรุงยากล่าวอธิบายให้ฟัง   การปรุงยาโดยที่ห้ามผิดพลาดแม้แต่น้อย   ต้องเอาใจใส่ทุกนาทีที่ผ่านไปสร้างแรงกดดันให้เขาและรัมไม่น้อย   เขาหาวหวอด ขณะที่พาราไดซ์มองด้วยสายตาขอบคุณ

 

“  งั้นฉันไปนอนก่อนล่ะ  แล้วเดี๋ยวจะมาช่วยทำยาฟื้นฟูพลังวอดก้าให้อีกที ” 

 

“ ...พักผ่อนให้สบายเถอะ... ”  พาราไดซ์มองของเหลวสีทองในขวดแก้วเล็ก ๆ แล้วมุ่งหน้าไปยังน้ำพุศักดิ์สิทธิ์อะดาเลีย  เขาอุ้มวอดก้าขึ้นจากน้ำและหายตัวกลับมาที่ห้อง  เปลี่ยนเสื้อผ้าให้อีกฝ่ายให้เรียบร้อยแล้วป้อนยาสลายคำสาปให้กับวอดก้า

 

อีกฝ่ายยังหลับสนิทอยู่  พาราไดซ์ทำงานสลับกับคอยดูวอดก้าเป็นระยะ  สีหน้าที่ตรึงเครียดค่อย ๆ ผ่อนลงเมื่อเห็นว่ารอยสักสีดำค่อย ๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งไม่ปรากฏอีก 

 

วันต่อมา  ในที่สุดวอดก้าก็ได้สติ

 

“ ไดซ์... ”  วอดก้าเรียกรูมเมทของตนเองเสียงแหบพร่า   พาราไดซ์วางปากกาของตัวเองลงแล้วเดินไปนั่งข้างเตียง

 

“  รู้สึกยังไงบ้าง ? ” 

 

เขาประคองอีกฝ่ายขึ้นแล้วเทน้ำใส่แก้วให้วอดก้าดื่ม

 

“ ดีขึ้นเยอะเลย   ขอบคุณนะ ”  น้ำเสียงและท่าทางของวอดก้าดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด   ยังไม่ทันที่วอดก้าจะได้ถามถึงเรื่องราวระหว่างที่เขาอยู่ในน้ำพุศักดิ์สิทธ์อะดาเลีย   เขาก็ถูกอ้อมแขนแข็งแรงโอบกอดเอาไว้

 

เจ้าชายหนุ่มพึมพำเบา ๆ

 

“ ขอโทษนะ ” 

 

วอดก้าทำความเข้าใจได้ไม่ยากว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังขอโทษเรื่องใด 

 

วอดก้าสวมกอดอีกฝ่ายตอบ

 

“  ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษที่ดูแลตัวเองไม่ดีจนกระทั่งทำนายลำบาก ” 

 

“ ไม่ลำบาก  ถ้าเพื่อนาย... ” 

 

นักบวชหนุ่มกัดริมฝีปากตัวเองเบา ๆ

 

“  ร้ายกาจ  ไปฝึกพูดมาจากไหนกัน ”  เขาแหย่เล่น  เลื่อนมือสอดแทรกไปตามกลุ่มเส้นผมนุ่มสีดำขณะถอดถอนหายใจ “ ขอบคุณนะไดซ์...สำหรับทุก ๆ อย่าง ” 

 

พาราไดซ์ยิ้มบาง ๆ จูบขมับอีกฝ่ายย้ำไปย้ำมายามตอบ

 

“ ด้วยความยินดี ” 

 

พวกเขาสวมกอดอันอยู่อย่างนั้นท่ามกลางแสงแดดอันอบอุ่น  เจ้าชายแห่งทริสทอร์ค่อย ๆ ดึงตัวเองออก  เขาระลึกได้ถึงสิ่งที่ต้องทำ

 

“  วอดก้า  เอลนาโวลล์โรลล์ ”  เขาเรียกชื่ออีกฝ่ายเต็มยศ

 

“  ?  ” 

 

วอดก้าทำหน้างง ๆ  ไม่เข้าใจ  ก่อนเขาจะต้องนิ่งงันเมื่อได้ยินประโยคถัดมา

 

 “ ท่านจะยินยอมผูกพันธะหมั้นหมายกับข้าหรือไม่ ? ” 

 

หมั้น ?

 

วอดก้ากระพริบตาปริบ ๆ ในมือเจ้าชายหนุ่มปรากฏสร้อยคออันประณีตงดงาม  อัญมณีสีม่วงมีแสงสว่างเรืองรองจากภายในบ่งบอกว่ามันเป็นวัตถุที่มีเวทมนตร์ในตัวตามธรรมชาติ  ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมา   มีปีกสีทองเล็ก ๆ กางปกคลุมปกป้องอัญมณีเม็ดนั้น  มันกระพือเบาๆ ดั่งมีชีวิตและคลายตัวออกจนเห็นอัญมณีข้างในเมื่อพาราไดซ์สัมผัสมัน

 

“ นี่เป็นสัญลักษณ์ของเจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์  มันเป็นวัตถุวิเศษที่ใช้ยืนยันตัวตนในฐานะเจ้าชายรัชทายาท  มันคือสิ่งของที่แทนตัวของฉัน ” 

 

พาราไดซ์อธิบายให้ฟัง  ขณะสบดวงตาของวอดก้า

 

“ นี่... ”  วอดก้าทำอะไรไม่ถูก  ก่อนเสียงผู้เป็นมารดาจะดังขึ้นในหัว

 

“ ลูกรัก  จับมือเขาไว้แล้วแม่จะดึงเขาเข้าไปในจิตวิญญาณของลูก ” 

 

วอดก้าทำตามที่นานีย่าบอก  จับมือทั้งสองข้างของพาราไดซ์ไว้  ในพริบตาเดียวเจ้าชายหนุ่มและวอดก้าก็ปรากฏตัวที่สวนดอกไม้ที่มีศาลาสีขาวอันโอ่อ่าตั้งอยู่ใจกลาง   หญิงสาวผมสีเงินสว่าง   เครื่องหน้างดงามและเป็นเจ้าของดวงตาสีฟ้ากำลังมองมาที่พวกเขาพร้อมรอยยิ้ม

 

“  มานี่สิจ้ะ ” 

 

นานีย่ากวักมือเรียกทั้งสอง  ขณะที่พาราไดซ์กำลังพยายามเข้าใจในสถานการณ์  วอดก้าก็จับจูงมือเจ้าชายหนุ่มเข้าไปในศาลา

 

“  ไดซ์  นี่ท่านแม่  ท่านเป็นเสี้ยวจิตวิญญาณที่อยู่ภายในตัวฉันเพื่อคอยปกป้อง ” 

 

พาราไดซ์นิ่งไปเล็กน้อย  เขาก้มหัวต่ำก่อนจะแนะนำตนเองอย่างสุภาพ

 

“ พาราไดซ์  เซไลโด  ดิ  ทริสทอร์ครับ  ยินดีที่ได้พบท่านหญิง ” 

 

“ จ้ะ  เรียกฉันว่าท่านแม่ก็ได้นะ  ไหนๆ ก็จะมาเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ”  นานีย่าหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นสีหน้าทำอะไรไม่ถูกของทั้งสอง

 

วอดก้าและพาราไดซ์ทรุดนั่งลง   ขณะที่นานีย่ารินน้ำชาให้

 

“  เมื่อกี้นี้  ไดซ์จะขอลูกแม่หมั้นใช่ไหมจ้ะ ? ” 

 

เธอเอ่ยขึ้นเปรย ๆ

 

พาราไดซ์ชะงัก  ก่อนจะตอบกลับอย่างหนักแน่น

 

“ ครับ  ผมต้องการหมั้นกับวอดก้า ” 

 

ดวงตานานีย่าทอความอับแสง

 

“  แม้ในอนาคตเธอจะต้องลำบากมากมายกับอุปสรรคทั้งหลายที่ประเดประดังเข้ามา   เธอยังยินดีที่จะหมั้นกับวอดก้าอยู่อีกไหม ? ” 

 

“ ผมยินดี  ”  พาราไดซ์เอ่ยแบบที่ไม่ต้องคิด  ดวงตาสีม่วงฉายประกายความกล้าแข็งและไม่ยอมแพ้ “ ไม่ว่าจะมีอุปสรรคใด ๆ ผมจะไม่มีทางปล่อยมือจากวอดก้าเด็ดขาด  แม้จะแลกด้วยชีวิตของผม ”

 

“  ไดซ์ ” 

 

วอดก้าเม้มปากแน่นเมื่อได้ยินคำพูดนั้น  หัวใจของเขาเต้นถี่ระรัวขึ้นยามได้ฟังคำกล่าวอันหนักแน่นของอีกฝ่าย

 

นานีย่าพิจารณาใบหน้าคมคายหล่อเหลาที่มีเพียงแต่ความมุ่งมั่น   สายตาคู่นั้นบอกว่าจะไม่มีวันปล่อยวอดก้าหลุดมือเด็ดขาด  และจะไม่มีอะไรมาขัดขวางเขากับวอดก้าได้

 

ราวกับเห็นฟิออน  คนรักของเธอในครั้งนั้น  ดวงตาอีกฝ่ายก็ฉายความปลอบปละโลมและหนักแน่นยามบอกกับเธอว่าพวกเขาจะได้พบกันและกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งอย่างแน่นอน

 

“ ถ้าอย่างนั้นก็ฝากลูกของแม่ด้วยนะจ้ะ ” 

 

นานีย่าเอ่ยด้วยรอยยิ้ม  ก่อนสีหน้านั้นจะเปลี่ยนไปเป็นจริงจัง   น้ำเสียงอ่อนโยนพลันเคร่งขรึมในชั่วพริบตาเดียว  อำนาจของอดีตเทพีแห่งฤดูกาลทั้ง 4 แผ่กลิ่นอายของผู้มีเชื้อสายเทพเจ้าออกมา   ท้องฟ้าสั่นสะท้าน  พื้นดินสะเทือนราวจะเป็นประจักษ์พยานให้กับการหมั้นหมายที่เทพีแห่งฤดูกาลเป็นพยาน

 

“  พาราไดซ์  เซไลโด  ดิ  ทริสทอร์  เจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์  เจ้าจะยินดีผูกพันธะหมั้นหมายกับซีเวียร์น่า  ราเลอ้อน  ดิ  โอฟินทัส  เจ้าหญิงแห่งแดนปีศาจผู้มีเชื้อสายเทพีดิมิเทอร์หรือไม่ ” 

 

นามเรียกขานเต็ม ๆ ของวอดก้าถูกประกาศจากนานีย่าพร้อมศักดิ์ฐานะทั้งหมด   วอดก้าคือลูกครึ่งปีศาจกับเทพ  เธอคือทายาทเพียงหนึ่งเดียวของสองเผ่าพันธุ์   จากหนึ่งเทพแห่งฤดูกาลจากแดนเทพและราชันปีศาจแห่งแดนปีศาจ

 

“  ข้ายินดี ” 

 

พาราไดซ์กุมมือของวอดก้าไว้  ร่างจำแลงของบุรุษเลือนหายไป  กลายเป็นหญิงสาวเรือนผมสีน้ำตาลแดงและนัยน์ตาสีม่วงแดงเป็นประกายแทนที่  เจ้าของใบหน้างดงามที่ยากแก่การจำแนกเพศจับจ้องที่นัยน์ตาสีม่วงคมที่อ่อนโยนยามมองมาที่เธอเสมอ

 

“ ซีเวียร์น่า  ราเลอ้อน  ดิ  โอฟินทัส เจ้ายินดีตอบรับพันธะหมั้นหมายของพาราไดซ์  เซไลโด  ดิ  ทริสทอร์  หรือไม่ ?  ” 

 

“  ข้ายินดี ” 

 

วอดก้าตอบรับอย่างนุ่มนวล

 

นานีย่ามองลูกสาวของตนด้วยรอยยิ้ม

 

“ ถ้าเช่นนั้น  โปรดแลกของหมั้นหมายแก่กัน  ”  พาราไดซ์บรรจงสวมสร้อยอันเป็นสัญลักษณ์ของเขาให้กับวอดก้า  ขณะเดียวกันในมือของวอดก้าก็มีแหวนสีทองคำที่สลักไว้ด้วยอักษรเวทมนตร์ปรากฏขึ้น

 

มันคือแหวนที่อยู่กับเธอมาตั้งแต่เกิด  เป็นสิ่งที่มารดาและบิดาของเธอทิ้งไว้เพื่อปกป้องเธอเอาไว้   แหวนวงนั้นคือตัวแทนของความรักจากทั้งสอง  เธอไม่เคยเอาออกมาสวมใส่  เพียงเก็บมันเอาไว้ในสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด  และวันนี้  มันกำลังทำหน้าที่เป็นวัตถุตัวแทนของเธอเพื่อตอบรับการหมั้นหมายของคนที่สำคัญที่สุดของเธอ

 

เธอสวมแหวนเข้าที่นิ้วชี้ข้างขวาของเขา  สร้อยคอและแหวนส่องสว่างเรืองรองเพื่อผูกพันธะกัน  พวกเธอจะถอดมันออกไม่ได้ตราบใดที่พันธะการหมั้นหมายยังคงอยู่

 

นานีย่ารอจนทั้งสองสวมของหมั้นให้กันแล้วจึงเอ่ยประโยคสุดท้าย

 

“ ข้า  นานีย่า ดิ ดิมิเทอร์  ผู้สืบเชื้อสายจากเทพีดิมิเทอร์ขอเป็นประจักษ์พยานการหมั้นหมายนี้  พันธะของพวกเจ้าจะผูกไว้ด้วยกันจนกว่าวันที่การหมั้นหมายสิ้นสุดลง  ” 

 

พาราไดซ์ยิ้มบาง ๆ อย่างมีความสุข  เขาเกลี่ยเส้นผมสีน้ำตาลแดงไปทัดข้างหูอีกฝ่ายยามกระซิบ

 

“ ตอนนี้...เธอเป็นของฉันแล้วนะ ” 

 

“ มั่วแล้ว  แค่หมั้นกัน  ยังไม่ได้แต่งกันซะหน่อย ” 

 

วอดก้าแกล้งทักท้วง

 

“  เธอจะขอฉันแต่งงาน ? ” 

 

พาราไดซ์ย้อนถามด้วยสีหน้าฉงนเล็กน้อย  วอดก้ากรอกตาใส่อีกฝ่าย

 

“  นายกวนขึ้นนะไดซ์ ”  วอดก้าเลิกคิ้วสูงขณะที่เจ้าชายหนุ่มตอบด้วยสีหน้านิ่ง ๆ

 

“  ก็แค่อยากให้เธออารมณ์ดี ” 

 

พร้อมเอียงคอทำตาซื่อส่งมาให้

 

“  ...ให้ตายเถอะ ” 

 

วอดก้าที่ค้นพบว่าตัวเองชักจะแพ้ทางอีกฝ่ายมากขึ้นทุกทีถอนหายใจยาวโดยมีผู้เป็นมารดามองด้วยรอยยิ้ม  นานีย่าลูบคางตัวเอง  หัวเราะคิกคัก

 

“ อย่างกับเห็นสมัยแม่กับพ่อไม่มีผิดเลย  ท่านพ่อของลูกก็เหมือนพาราไดซ์เปี๊ยบเลย  ”

 

 นานีย่าทำหน้าเหมือนนึกบางอย่างออก  มองพาราไดซ์ด้วยสายตาเห็นใจ

 

“ ยังไงก็พยายามเข้านะ  ฟิออน...หมายถึงพ่อของวอดก้าคงไม่ยอมให้เธอฉกวอดก้าไปได้ง่าย ๆ แน่ ” 

 

“  ผมจะพยายาม ”  พาราไดซ์พยักหน้ารับ  ชะงักไปนิดก่อนเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “ ถ้าท่านพ่อไม่ยอม...ผมคงต้องพาวอดก้าหนี ” 

 

นานีย่านิ่งอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะ

 

“ ตายแล้ว ! เหมือนฟิออนเปี๊ยบเลย   สมัยสาว ๆ ตอนที่ไม่มีใครอนุญาตโดยเฉพาะท่านตาของลูก   ฟิออนก็พาแม่หนีออกมาเหมือนกัน ” 

 

นานีย่ายิ้มกว้าง  มองพาราไดซ์ด้วยสายตาภูมิใจยิ่งกว่าเดิม

 

“  นี่สิ  ถึงจะสมเป็นว่าที่ลูกเขยของแม่ ” 

 

วอดก้าถอนหายใจยาว  ดูเหมือนพ่อของเธอสมัยก่อนก็แสบไม่แพ้กัน

 

วอดก้าและพาราไดซ์กลับมาอยู่ในห้องพักของพวกเขา  โดยพวกเขาต่างเพิ่มเครื่องประดับมากันคนละชิ้น  แหวนทองคำและสร้อยคอเปล่งแสงจาง ๆ ทำให้หัวใจของพวกเขารู้สึกถึงความอบอุ่นและบางสิ่งที่เชื่อมโยงพวกเขาเอาไว้ด้วยกัน

 

พวกเขาสบตากัน  ครั้งนี้ไม่มีใครอยู่ด้วยกับพวกเขา  พาราไดซ์สามารถทำสิ่งที่ตนเองปรารถนาได้

 

ปลายนิ้วเกลี่ยที่แก้มนุ่มของอีกฝ่ายเบา ๆ แม้วอดก้าจะยังอยู่ในรูปลักษณ์ของบุรุษเช่นเดียวกันแต่พาราไดซ์ก็ไม่สนใจ  จะรูปลักษณ์ไหน  วอดก้าก็ยังเป็นวอดก้า  ผู้ที่เปิดหัวใจที่ปิดตายของเขา

 

ก้าวเข้ามาและทำให้เขารู้จักความรู้สึกอันแสนงดงามนี้

 

“  ไดซ์...”  วอดก้าพึมพำชื่ออีกฝ่าย  เขาเอียงใบหน้าก่อนจะปิดเปลือกตาเพื่อรับสัมผัสอันนุ่มนวลบนริมฝีปาก

 

ริมฝีปากหยักร้อนจัดของเจ้าชายหนุ่มคลึงเคล้าริมฝีปากของวอดก้าอย่างนุ่มนวล  สอดปลายลิ้นเข้าไปเกี่ยวลิ้นของอีกฝ่าย  วอดก้าซึมซับความอ่อนโยนและความรู้สึกของการถูกถนอมจากอีกฝ่าย   เก็บเกี่ยวความรู้สึกนั้นเอาไว้ภายในใจ

 

ท่ามกลางแสงแดด  เงาของพวกเขาที่กำลังจูบกันทาบลงที่เตียงสีขาวสะอาด  ละอองแสงสีทองเป็นประกายดังจะอวยพรให้พวกเขา

 



 

 




 

TALK

 

อะแฮ่มมมมม  หมั้นกันแล้วจ้าาาา  เย้ๆๆ  ตอนแรกจะเก็บไว้อัพหลังอัพตอนพิเศษเสร็จ  แต่เห็นรีดเดอร์หลายคนบอกอยากอ่านตอนหลัก  ไรท์ก็เลยเอามาอัพรวดเดียวเลยละกันค่ะ   เดี๋ยวช่วงตอนหน้าก็จะเป็นช่วงสอบแล้ว  ช่วยไรท์คิดหน่อยว่าจะแทรกสอดพล็อตอะไรตอนไปทำภารกิจต่างโลกอีกดี   ตื่นเต้น ๆ แล้ว

ไรท์ต้องขอขอบคุณรีดเดอร์ที่สมัครเข้าที่เว็บโฆษณาให้กับไรท์นะคะ   ขอบคุณมาก ๆ  แต่จำนวนผู้ติดตามยังไม่ครบตามที่ทางนั้นกำหนดไว้ให้  ขออ้อนวอนผู้อ่านอีกหลายท่านที่ยังว่างและมีเมตตาโปรดช่วยเหลือไรท์เตอร์คนนี้ด้วย  ปิ๊ง ๆๆๆๆ (กระพริบตาถี่ ๆ)

พอลกับวอดก้าตอนพิเศษจะตามมาในวันนี้นะคะ  ขอตัวไปหาคำผิดและเตรียมรูปภาพให้พร้อมก่อน






Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 102 : บทที่ 86 ถอนคำสาป 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 7567 , โพส : 592 , Rating : 2% / 944 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 >>
# 592 : ความคิดเห็นที่ 15918
รีบมาต่อน้าาาาาา
Name : Rayton < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Rayton [ IP : 27.145.28.122 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:31
# 591 : ความคิดเห็นที่ 15903
รอไรท์นานมากกกแต่ก็รอนะมาอัพต่อเร็วๆด้วย
Name : molyarat < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ molyarat [ IP : 1.47.72.155 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 มกราคม 2562 / 13:17
# 590 : ความคิดเห็นที่ 15902
ฮือแอออออ มันดีต่อใจมากกกกก มีความสุขมากที่ทั้งคู่ได้เจอกันและที่ไรท์มาาา โฮฮฮฮฮ นี่แบบปริ่มเปรมมาก ตอนยาวหนำสุดๆ ขอบคุณค่าา
Name : Ringka Maiyass < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ringka Maiyass [ IP : 223.24.169.42 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 มกราคม 2562 / 19:02
# 589 : ความคิดเห็นที่ 15897
ไรท์มาแล้ววววว ฮืออออ ดีใจ ดีใจยิ่งกว่าคือสองคนนี้หมั้นกันแล้ววววส จริงๆอยากให้แต่งกันเลย แต่วอดก้ายังมีเรื่องให้ต้องทำอีกเยอะแถมยังหาคุณพ่อไม่เจอด้วยดังนั้นเรารอใฟ้ครอบครัวของวอดก้าอยู่กันพร้อมหน้าก่อนค่อยแต่งเนอะ 55555 หวังว่าจะไม่มีการพาหนีกันเกิดขึ้นนะคะ
Name : Thatsawan To Love < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Thatsawan To Love [ IP : 184.22.225.212 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 มกราคม 2562 / 21:07
# 588 : ความคิดเห็นที่ 15883
แล้วสาวๆคนอื่นจะทำหน้ายังไงถ้ารู้ว่าวอดก้าหมั้นแล้วละนิ ถถถถถถ
ปล.สายเลือดของรัมน่าจะมีปมกับตำนานอยู่นะเนี่ย
ปล2.อาจจะเป็นสายเลือดของสาวๆทั้งหมดเลยล่ะมั่ง
Name : ภาวิ เดชโยธิน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ภาวิ เดชโยธิน [ IP : 184.22.240.213 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มกราคม 2562 / 03:04
# 587 : ความคิดเห็นที่ 15880
ไรท์กลับมาแล้วววววว อย่าหายไปนานอีกได้ไหมอ่ะ ใจคอไม่ดีเลย สู้ๆนะไรท์ เป็นกำลังใจให้และคอยติดตามอยู่เสมอน้าาาาาาาาา
Name : Fai [ IP : 49.229.77.182 ]

วันที่: 4 มกราคม 2562 / 01:42
# 586 : ความคิดเห็นที่ 15879
คิดถึงไรท์มากกกนึกว่าจะเทกันสะเเล้ว
Name : 8122547tt < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 8122547tt [ IP : 223.24.191.36 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 มกราคม 2562 / 20:30
# 585 : ความคิดเห็นที่ 15869
ใจนุ ไม่ไหวแร้วววววววววววววววววววววว โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
PS.  ❤
Name : บิ้งมาลาลิ้งกิ้งก่อง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ บิ้งมาลาลิ้งกิ้งก่อง [ IP : 171.6.242.69 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 มกราคม 2562 / 22:26
# 584 : ความคิดเห็นที่ 15861
ยิ้มจนแก้มจิแตกแล้ว^_^

งื้ออคิดถึงไรท์ คิดถึงวอดคิดถึงทุกคนนน
Name : silver26 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ silver26 [ IP : 223.24.168.112 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 มกราคม 2562 / 21:27
# 583 : ความคิดเห็นที่ 15848
คิดถึงงงงงง
Name : Kronos-Hades < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Kronos-Hades [ IP : 49.237.129.56 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 มกราคม 2562 / 16:42
# 582 : ความคิดเห็นที่ 15840
ฮือออ หายไปนานมากกก นานจนเราลืมไปเลยว่าชอบนิยายเรื่องนี้ขนาดไหน จนกระทั้งวันนี้ที่บังเอิญเจอชื่อเรื่องขึ้นมา10อันดับนิยายแฟนตาซี กรีดร้องดังมาก วอสก้ากลับมาแร้ววว อย่าหายไปนานขนาดนี้ได้โปรด พรีสสสสส
Name : Run [ IP : 223.206.247.46 ]

วันที่: 2 มกราคม 2562 / 14:41
# 581 : ความคิดเห็นที่ 15831
เย้ๆ ไรท์กลับมาแล้ว ในที่สุดเค้าก็หมั้นกันแล้วจ้ะพี่จ๋า​ ปริ่มมากกก รอตอนต่อไปอยู่นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
Name : duckkymyung < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ duckkymyung [ IP : 49.49.239.113 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 มกราคม 2562 / 20:29
# 580 : ความคิดเห็นที่ 15830
คิดถึงจังเรื่องนี้แบบเปิดหัวใจเราเลย รอมาตลอดเหมือนรอแฟนอะ พอไม่อัพคือซึมเพื่อนถาม-อกหักเหรองี้เลยนะ555555555 แต่แบบเขินมากไม่ไหวแล้ววววววว
Name : tusnemex < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ tusnemex [ IP : 182.232.96.62 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 มกราคม 2562 / 17:10
# 579 : ความคิดเห็นที่ 15828
โอ้ย ไม่ไหวแล้ว เขินบิดไปบิดมา ยิ้มไม่หุบเลย อ้าย น่ารักๆ

-////////-
Name : Sol real < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Sol real [ IP : 183.89.108.254 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 มกราคม 2562 / 14:36
# 578 : ความคิดเห็นที่ 15827
ไม่ได้อ่านแล้ว คิดถึงจัง
Name : Siladee123 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Siladee123 [ IP : 182.232.111.158 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 มกราคม 2562 / 10:41
# 577 : ความคิดเห็นที่ 15818
ชอบมากๆ
Name : Albenia < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Albenia [ IP : 27.55.202.134 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ธันวาคม 2561 / 21:48
# 576 : ความคิดเห็นที่ 15816
ได้กันแล้ว?//ล้อเล่นๆอย่าเพิ่งด่าเราเดี่ยวสำนึกผิดไม่ทัน 555+
Name : whitedevil6653 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ whitedevil6653 [ IP : 223.24.169.73 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ธันวาคม 2561 / 21:25
# 575 : ความคิดเห็นที่ 15813
กรี๊สสสสสสส อร๊ายยยยยยยย เขินตัวจะแตกแล้วคร่าาาาาาา ฮืออออ ใจน้องรับไม่ไหมคร่ะ รักไรท์มากคร่ะ รอมานานมากตอนแรกที่แจ้งเตือนคือแบบ กูตาฝาดรึป่าว เมื่อกี้มันขึ้นเรื่องอะไรอัพนะ กรี๊สสสสสสสสสสส
เป็นครั้งแรกที่รอมาเนิ่นนานนน~~~
Name : wodgaxx < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ wodgaxx [ IP : 49.230.125.205 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ธันวาคม 2561 / 20:19
# 574 : ความคิดเห็นที่ 15792
รักไรท์จังเลย~~
Name : namfon_chutikarn < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ namfon_chutikarn [ IP : 171.4.232.157 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ธันวาคม 2561 / 15:29
# 573 : ความคิดเห็นที่ 15791
เขิน//-// รู้สึกเหมือนหัวใจเราล้มเหลวเลย หวานจังเลยยย
Name : A Witch Of Time < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ A Witch Of Time [ IP : 223.24.190.94 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ธันวาคม 2561 / 15:03
# 572 : ความคิดเห็นที่ 15790
ฮือ ฟินมากๆค่าาาา //-// หวีดไม่เป็นภาษาแล้วววว
PS.  ชีวิตมันรีสตาร์ทแบบเกมไม่ได้ เราจึงต้องทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ [หัวเราะทั้งน้ำตา]
Name : Yume_Sorachi < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Yume_Sorachi [ IP : 171.97.102.232 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ธันวาคม 2561 / 14:53
# 571 : ความคิดเห็นที่ 15789
แม่เจ้าโว้ยยยยยย
ฟินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
Name : Yuki < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Yuki [ IP : 113.53.16.39 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ธันวาคม 2561 / 14:38
# 570 : ความคิดเห็นที่ 15788
คิดถึงมากก เรารักเรื่องนี้มากกกๆ ขอบคุณที่กลับมานะคะ สู้ๆค่ะ!//ตอนนี้น่ารักมากๆเลยค่ะ!
Name : jia jia < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jia jia [ IP : 119.76.33.216 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ธันวาคม 2561 / 14:33
# 569 : ความคิดเห็นที่ 15787
รักมากกก งืออ ขอบคุณค่ะไรท์ //กราบรัวๆ
Name : Aniald < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aniald [ IP : 122.155.38.81 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ธันวาคม 2561 / 13:54
# 568 : ความคิดเห็นที่ 15786
กลับมาแล้วหรอ

หายไปนานเลย

คิดถึงมาก
PS.  ยินดีต้อนรับเพื่อนทุกคนที่จะมารู้จัก
Name : ทาร์ตผลไม้ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ทาร์ตผลไม้ [ IP : 223.24.62.225 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ธันวาคม 2561 / 13:50
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 >>
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android