คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 103 : ตอนพิเศษ Yaoi : โลกของฉันและเธอ (พาราไดซ์ x วอดก้า) 1


     อัพเดท 1 ม.ค. 62
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 2,323 Overall : 679,053
15,910 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7630 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 103 : ตอนพิเศษ Yaoi : โลกของฉันและเธอ (พาราไดซ์ x วอดก้า) 1 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4931 , โพส : 140 , Rating : 1% / 461 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด




ตอนพิเศษ Yaoi : โลกของฉันและเธอ 

(พาราไดซ์ x วอดก้า)

1

 


นี่เป็นตอนพิเศษใส่ไข่ที่ไรท์แต่งขึ้นนะคะ  หนูวอดก้าเราจะเป็นผู้ชาย  อายุน้อยกว่าพาราไดซ์และมีอดีตที่เลวร้าย  ทั้งคู่เป็นแค่คนธรรมดาทั่วไป  ความรักอาจไม่หวือหวามากแต่ไรท์หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ  เนื่องจากมันยาวมากไรท์เลยแบ่งพาร์ทเพราะต้องหาคำผิดและใส่ข้อมูล รูปภาพประกอบด้วย

 


 


 

เด็กหนุ่มผมดำในชุดเสื้อกันหนาวแขนยาวเดินเข้ามาในบริษัท   เขากดลิฟต์ไปยังชั้นที่คุ้นเคย

 

“ ขอโทษครับ  รอด้วย ”  เสียงหนึ่งเรียกทำให้เขาชะงักไป  อีกฝ่ายเข้ามาในลิฟต์พร้อมยิ้มขอบคุณ   หากแต่เขาเลือกจะหลบตาและถอยหลังจนชิดผนังลิฟต์

 

วอดก้าพยายามระงับอาการวิตกของตัวเอง  เขาก้มหน้ามองพื้นให้เส้นผมตกลงมาปรกตา  พยายามบอกกับตัวเองว่าไม่เป็นอะไร  แค่ไม่ถูกตัวคนอื่นก็โอเค

 

ในที่สุดวอดก้าก็ได้ออกมาจากลิฟต์  เขาทรุดนั่งที่โซฟารับแขก ณ มุมหนึ่ง  พนักงานบางคนมองเขาแล้วซุบซิบกันทำเขาเกิดความรู้สึกอึดอัด 

 

วอดก้ายกฮู้ดปิดหัว  ก้มหน้าลงต่ำแล้วกอดอกตัวเองแน่น

 

เขาถอนหายใจ  หลับตาลงและบอกตัวเองว่าพี่ชายคนนั้นอยู่ในห้องไม่ไกลจากเขา  เขาจะไม่เป็นอะไร...ทุกอย่างจะต้องไม่เป็นอะไร

 

 

 

“ มาอีกแล้วเหรอเนี่ย ? มาทำไมทุกวันนะ ? ” 

 

“ เห็นว่าเป็นหลานของคุณคาลอสล่ะ  เขาลือกันนะเธอว่าหลานของเขาตกหลุมรักท่านประธานน่ะ ” 

 

“ จริงเหรอเนี่ย ? เป็นเกย์งั้นเหรอ ? ” 

 

“ คงจะใช่นั่นแหละ  ไม่งั้นคงไม่ถ่อมาที่นี่ทุกวันหรอก ” 

 

“ แต่เขาก็นั่งอยู่แค่ตรงนั้นนี่นะ ? ” 

 

“ ใช่  ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม  แต่น่าอายออก  ถ่อมาหาท่านประธานทุกวัน  นี่ก็เกือบ 3 เดือนแล้วมั้งเนี่ย  ท่านประธานก็ไม่มีท่าทีอะไรเลย ” 

 

  ท่านประธานอาจเกรงใจคุณคาลอสล่ะมั้ง  เห็นว่าเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับพ่อของท่านประธาน ” 

 

“ ใช่แน่ ๆ อยากรู้จริงว่า--- ” 

 

  ผมจ้างคุณมาทำงาน  ไม่ได้มาให้นั่งนินทาไร้สาระ ”  น้ำเสียงทุ้มต่ำเสียงหนึ่งดังขึ้นทำเอาสองสาวที่กำลังเมาท์สะดุ้งโหยง  ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทใช้ดวงตาสีไอซ์บลูมองพวกเธออย่างเย็นชา

 

พวกเธอก้มหน้าต่ำ

 

“ ขออภัยค่ะท่านประธาน ” 

 

“ ไปที่ฝ่ายบุคคล  บอกว่าฉันหักเงินเดือนพวกเธอครึ่งหนึ่ง ”  เจ้าของดวงตาราวน้ำแข็งพูดเสียงเย็น  “ ครั้งหน้าก็เตรียมออกไปจากบริษัทได้เลย  ที่นี่ที่ทำงาน  ไม่ใช่ที่คุยของพวกคุณ ” 

 

  ท—ทราบแล้วค่ะ ” 

 

พาราไดซ์ปรายตามองใครบางคนที่นั่งหลบมุมที่โซฟา  เขาขมวดคิ้วก่อนจะเดินเข้าห้องทำงานของตัวเอง

 

 

 

วอดก้าที่กำลังหลับไม่ได้รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย  เขาจมดิ่งไปกับความทรงจำของตนเองที่ช่วยฉุดไม่ให้เขาละทิ้งชีวิตตนเองไป  ภาพพร่าเลือนนั้นฉายถึงตอนที่เขาอายุได้ 12 ปี

 

คฤหาสน์ขนาดใหญ่ถูกเปลวเพลิงเผาไหม้  ม้วนควันสีดำหอบขึ้นฟ้า 

 

วอดก้าในสภาพเด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งอ้าปากแต่ไร้เสียงพูด  เขายื่นมือออกไป  พยายามไขว้คว้าบางอย่าง

 

ภาพตัดกลับมาที่งานศพของผู้เป็นบิดามารดา  เขายืนนิ่งเหมือนร่างไร้วิญญาณ  ทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงซุบซิบนินทาทั้งหลายจากคนรอบข้าง

 

เพียงรู้ว่าเขาไม่เหลืออะไรแล้ว

 

ครอบครัว

 

บ้าน

 

ไม่มีสิ่งนั้นสำหรับเขาอีกต่อไป

 

เหมือนโชคชะตากำลังเล่นตลกกับเขา  ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างถล่มลงมา อีกครั้งพังทลายจิตใจของเขาให้ไม่เหลือชิ้นดี

 

วอดก้าจำไม่ได้ว่าหลังจากงานศพเขาไปที่ไหน  รู้แค่ว่าเป็นใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง  เขานั่งพิงต้นไม้  เหม่อมองไปเรื่อย ๆ และร้องไห้ออกมาโดยไม่มีเสียง

 

เขาไม่รู้ว่าร้องไห้เพราะอะไร  แต่น้ำตามันกลับไหลออกมาเอง

 

แล้วตอนนั้นก็มีใครบางคนส่งลูกอมมาให้   พอเห็นเขาไม่ขยับก็แกะลูกอมแล้วดันส่งเข้าไปในปากเขา  รสหวานและสัมผัสที่มาอย่างกะทันหันทำให้เขาได้แต่ตะลึงไป

 

อีกฝ่ายใช้มือที่แสนอบอุ่นในความรู้สึกของวอดก้าขยี้หัวเขาแรง ๆ ใบหน้านั้นไม่ได้มีรอยยิ้มแม้แต่น้อย  ทว่าปลอบให้วอดก้าหยุดร้องไห้ได้ชะงัก

 

“ ร้องไห้ได้ตลอดเลย  แต่ต้องเข้มแข็งขึ้นนะ  แล้วจะไม่มีใครทำอะไรนายได้อีก ” 

 

มันอาจเป็นคำพูดธรรมดาที่คนคนนั้นอาจลืมไปแล้ว

 

แต่มันทำให้วอดก้าที่ล้มไปหลายครั้งยังเลือกที่จะลุกขึ้นมาใหม่ได้จนถึงตอนนี้  ผู้ชายที่ดูภายนอกอาจจะดูเย็นชา  แต่ในใจของวอดก้า  คนคนนั้นเป็นความอบอุ่นเพียงอย่างเดียวในความทรงจำ  ในโลกสีดำของเขา  เป็นสิ่งที่ทำให้เขายังมีชีวิตอยู่ได้

 

แน่นอนหมายถึงทำให้เขาได้หลับด้วย  ไม่อย่างนั้นต่อให้เขาสู้ไม่ถอยแต่ไม่ได้หลับไม่ได้นอนเขาก็คงจะตายอยู่ดี

 

 

 

เวลา 5 โมงเย็น  วอดก้าสะดุ้งตื่น  มันเป็นอย่างนี้ทุกวัน  เขามาถึงบริษัทของอีกฝ่ายตอน 11 โมงและหลับจนถึงเวลา 5 โมงเย็น  การพักผ่อนช่วยให้เขามีแรงมากยิ่งขึ้น

 

วอดก้ายันตัวลุกขึ้น  เขาเตรียมที่จะกลับคอนโดและมาใหม่ในวันพรุ่งนี้เหมือนที่ทำมาตลอดหลายเดือนมานี้   ทว่าครั้งนี้มีใครบางคนยืนรอเขาอยู่

 

 “ ขอโทษด้วยครับคุณวอดก้า  ท่านประธานอยากจะคุยด้วยน่ะครับ    เลขาของพาราไดซ์บอกกับคนที่เพิ่งตื่นด้วยสีหน้าเรียบเฉย 

 

วอดก้าจับมือตัวเอง  ขยับมันอย่างกระวนกระวายใจขณะถามเสียงเบา

 

“ ผ...ผมหรือครับ ? ” 

 

“ ครับ  ท่านประธานรออยู่ครับ  เชิญทางด้านนี้ ”  วิมเลทกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง  เขามีน้องชายที่เป็นโรคกลัวการเข้าสังคมทำให้ดูอาการอีกฝ่ายออกได้ไม่ยาก  ว่าไม่ใช่แค่การประหม่าหรือเขินอายในการพูดคุย  เด็กหนุ่มหวาดกลัวการเข้าสังคม  นั่นคงเป็นสาเหตุที่มักเลือกนั่งโซฟาที่อยู่มุมสุดของห้องเสมอ

 

“ ...... ”  วอดก้าก้าวตามเข้าไป  ใจของเขาเต้นตุ้ม ๆ ต้อม ๆ พยายามก้มหน้ามองพื้นตลอดเวลาเพื่อข่มความกลัวในการเผชิญหน้ากับคนอื่น  แม้ใครคนนั้นจะเป็นคนที่ทำให้เขาหลับได้ลงก็ตาม

 

“ จะมาที่นี่ถึงเมื่อไหร่ ? ”  พาราไดซ์เปิดปากถาม  ประโยคนั้นทำให้วอดก้าสะดุ้งเฮือกในทันที  ความรู้สึกในแง่ลบค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น

 

เขาถามกลับอย่างยากลำบาก

 

“ มัน...มัน ร—ร...รบกวนหรือครับ ?   

 

“ ก็ไม่เชิงหรอก  ฉันแค่ไม่เข้าใจว่านายมาที่นี่ทำไมทุกวัน ”  พาราไดซ์เคาะด้ามปากกากับโต๊ะเบา ๆ เป็นจังหวะ ดวงตาสีซีดจางมองเด็กหนุ่มที่ก้มหน้าพูดกับเขา  ขยับมือยุกยิกไม่หยุด  นั่นอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เขาไม่ชอบใจในตัวอีกฝ่าย  การพูดที่ตะกุกตะกักและไม่ยอมสบตาเวลาพูดคุยนั่น  เขาคิดว่ามันค่อนข้างเสียมารยาท

 

“ นอน...มา...มานอนครับ ”  วอดก้าตอบกลับไปตามจริง

 

คิ้วของคนฟังขมวดฉับทันที  ขณะที่วิมเลทนิ่วหน้าอย่างคนใช้ความคิด

 

“ บริษัทของฉันไม่ใช่ที่นอนของนาย  นายทำให้บริษัทเสียภาพลักษณ์ ”  พาราไดซ์นึกหงุดหงิดเวลาเห็นสายตาของพนักงานที่เอาแต่ซุบซิบเกี่ยวกับเรื่องนี้  เขาไม่ชอบใจสายตาที่อยากรู้อยากเห็นของคนพวกนั้น  และไม่ชอบการถูกใครบางคนมาป้วนเปี้ยนตามถึงที่ทำงาน  แม้อีกฝ่ายจะเป็นหลานของคนที่พ่อของเขารู้จักก็ตามที

 

  ข...ขอโทษครับ ”  วอดก้าก้มหน้าต่ำยิ่งกว่าเดิม  ภายในอกเต็มไปด้วยความอึดอัดที่ชวนให้หายใจไม่ออก  เขาบีบมือตัวเองแน่น  เขารู้ว่ากำลังทำให้พาราไดซ์ไม่พอใจ  บางที...เขาควรเลิกมาที่นี่  แม้มันจะทำให้เขาต้องกลับไปกินยานอนหลับจำนวนมากเหมือนเมื่อก่อนก็ตาม

 

“ อย่ามานอนที่บริษัทของฉันอีก ”  ดวงตาคู่นั้นหรี่ลงขณะถามอย่างไม่ใส่ใจ “ นายไม่มีบ้านให้กลับไปนอนหรือไง ” 

 

คำพูดประโยคนั้นแทงใจวอดก้าเข้าจัง ๆ เด็กหนุ่มยกมือบีบที่ตำแหน่งหัวใจ  เขากระซิบ

 

“ ขอโทษครับ...ผม...ผมขอโทษ  ขอโทษ ”  พาราไดซ์ไม่ได้ยินที่อีกฝ่ายกล่าว  เขาเพียงถอนหายใจขณะบอกประโยคสุดท้ายอย่างเย็นชา

 

“ เลิกมาที่นี่เถอะ ” 

 

เขาเบื่อที่จะฟังคนอื่นพูดเต็มทนแล้วว่าอีกฝ่ายชอบเขามากแค่ไหนถึงได้ตามถ่อมาที่นี่ได้ทุกวัน

 

“ ......... ”  วอดก้าขอบตาร้อนผ่าว  เขาขานรับเสียงเบาก่อนจะเดินเอื่อย ๆ ออกจากห้องไป 

 

เขากำชายเสื้อตัวเอง  หลบสายตาคนที่เมียงมองเขาด้วยความสนใจแล้วพึมพำกับตัวเอง  ยาหมดแล้ว...คงต้องซื้อยามาเพิ่ม

 

วอดก้าเลิกกินยาตั้งแต่พบว่าตัวเองนอนหลับสนิทได้โดยไม่ฝันร้ายที่นี่  แต่ว่า...เขาคงต้องพึ่งมันอีกครั้งแล้ว

 

วิมเลทมองตามแผ่นหลังเล็ก ๆ ของเด็กหนุ่มที่เดินจากไป  เขาเม้มปาก  อาจเพราะเขามีน้องชายและอาจเพราะสิ่งที่เขารับรู้มามันน่าหดหู่ใจเกินไป  เขาจึงอดจะพูดกับเจ้านายตนเองไม่ได้

 

“ ท่านประธานครับ...บางประโยคของท่านทำร้ายความรู้สึกของเขานะครับ ” 

 

“ นายสนใจคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ ”  พาราไดซ์มองอีกฝ่ายด้วยสายตาเรียบเฉย  วิมเลทก้มศีรษะลง

 

  ขออภัยครับ ” 

 

“ ไม่มีอะไรแล้วก็กลับไปเถอะ ” 

 

“ ครับ ” 

 

 

 

 

“ วันนี้ก็ไม่มาเหรอเนี่ย  แปลกจัง ” 

 

“ ชู่  อย่าพูดเสียงดังสิ  เดี๋ยวท่านประธานก็ได้ยินหรอก ” 

 

“ ก็นี่มันสองวันแล้วนะที่เขาไม่มาน่ะ ” 

 

“ คงยอมแพ้ไปแล้วมั้ง  ทำงาน ๆ เดี๋ยวโดนใบแจ้งออกกันพอดี ” 

 

สองวันแล้วที่ไม่มีเด็กหนุ่มในชุดเสื้อแขนยาวมานั่งหลับที่โซฟารับรอง  พาราไดซ์เคาะด้ามปากกากับโต๊ะเบา ๆ ขณะมีสีหน้าครุ่นคิด 

 

เขานึกถึงเมื่อวานที่ลุงของวอดก้าโทรศัพท์มาหาเขา  ถามเรื่องที่วอดก้ามาที่บริษัทของเขาทุกวันว่าจริงหรือเปล่า

 

พาราไดซ์ค่อนข้างแปลกใจที่ดูเหมือนลุงคาลอสจะไม่รู้เรื่องนี้เลย

 

“ ลุงไม่ได้อยู่กับเขาหรอกนะ  เขาแค่ดูดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน  ลุงก็เพิ่งรู้ว่าเขาไปที่บริษัทไดซ์ทุกวัน  เขาไปทำอะไรที่นั่นเหรอ ? ” 

 

พาราไดซ์ถอนหายใจเล็กน้อย

 

“ เขาบอกว่ามาหลับน่ะครับ ” 

 

“ ...หลับ ? ” 

 

“ ครับ  เขามานั่งหลับที่หน้าห้องผมทุกวัน ” 

 

“ ลุงขอโทษแทนเขาด้วย  เขาผ่านเรื่องร้าย ๆ มามาก  ลุงคิดว่าเขาคงมีเหตุผลที่ไปที่นั่น  เขาไม่ได้ตั้งใจจะรบกวนไดซ์หรอก  อย่าโกรธหรือเข้าใจตัวเขาผิดเลยนะ ” 

 

คำว่า เรื่องร้าย ๆ ทำให้พาราไดซ์นิ่งไปเล็กน้อย  อีกฝ่ายขอโทษและฝากฝังเขาเรื่องวอดก้าเป็นการทิ้งท้าย   บอกว่าไม่จำเป็นต้องดูแลเขา  แค่อย่าผลักไสหรือทำร้ายเด็กหนุ่มก็พอ

 

นั่นทำให้พาราไดซ์สับสนว่าการกระทำแบบไหนถึงจะเรียกว่าทำร้ายวอดก้า

 

เขาเองก็เพิ่งนึกออกว่าจริงๆ  แล้วเด็กนั่นก็อายุแค่ 18 ปี  ยังเป็นเด็กคนหนึ่งที่อายุเกือบพอ ๆ กับน้องสาวของเขา

 

สองวันที่อีกฝ่ายไม่มาตามที่เขาบอก  เขาตัดสินใจเรียกวิมเลทมาเพราะเลขาของเขาดูจะทราบบางอย่าง  ส่วนเขานั้นไม่มีเวลาว่างพอจะไปสืบเรื่องของใครหรอกเพราะตำแหน่งประธานบริษัทก็ทำเขายุ่งมากพอแล้ว

 

“ ครับท่านประธาน ”  วิมเลทที่ถือแฟ้มเอกสารเข้ามารอฟังคำสั่งของเจ้านายตน  สิ่งที่คาดไม่ถึงกลับเป็นคำถามเกี่ยวกับเด็กหนุ่มคนนั้น

 

“ นายรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับวอดก้า ? ” 

 

“ วอดก้า ? เด็กคนนั้นหรือครับ ? ” 

 

พาราไดซ์พยักหน้า

 

เลขาหนุ่มทบทวนสิ่งที่ตนเองรู้ก่อนจะค่อย ๆ เรียบเรียงมันออกมา

 

“ ทายาทของบริษัทเครื่องประดับอันดับหนึ่งของโลกครับ  ตอนอายุได้ประมาณ 10 ปีถูกลักพาตัวหายไปนานถึง 3 เดือน  ได้ข่าวว่าตอนกลับมาเขาไม่ยอมพูดจาเกือบ 1 ปีเต็ม  เห็นว่าได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ  คุณท่านและคุณนายเฟียร์เรสพยายามมากในการฟื้นฟูสภาพจิตใจของเขา ” 

 

“ ตอนเขาอายุ 12 ปีเกิดเหตุไฟไหม้ที่คฤหาสน์ของตระกูล  คุณท่านและคุณนายเฟียร์เรสเสียชีวิตในเหตุการณ์นั้นทำให้คุณวอดก้าถูกรับเลี้ยงไปโดยคุณท่านคาลอส  เท่าที่ทราบนับตั้งแต่ตอนนั้นคุณวอดก้าก็เรียนหนังสือที่บ้านและกลายเป็นโรคกลัวการถูกสัมผัสและการเข้าสังคม  ตอนนี้เหมือนจะย้ายออกจากบ้านของท่านคาลอสมาอยู่ตัวคนเดียวน่ะครับ   รายละเอียดต่อจากนี้ผมยังไม่ค่อยทราบมากนัก ” 

 

พาราไดซ์นิ่งไปเล็กน้อย  เขาพยักหน้าให้วิมเลทไปทำงานของตนเองต่อขณะที่เขากลายเป็นฝ่ายที่ครุ่นคิดอย่างหนัก

 

บางที...คำพูดที่ถามว่าวอดก้าไม่มีบ้านกลับไปให้นอนอาจจะทำร้ายจิตใจของเด็กคนนั้นเข้าแล้ว

 

เขายกมือนวดขมับตัวเอง  อีก 2 วันเป็นวันอาทิตย์  เขาพอมีเวลาว่างที่จะขอโทษอีกฝ่าย  ถ้าทำผิดก็ต้องขอโทษนั่นเป็นคติของพาราไดซ์

 

เขาติดต่อลุงคาลอสเรื่องที่จะขอคุยกับวอดก้า  อีกฝ่ายรับปากว่าจะบอกให้แต่บอกให้พาราไดซ์เตรียมสถานที่ที่เป็นส่วนตัว  แทบไม่มีคนให้ที  ลุงคาลอสไม่ได้พูดเจาะจงตรง ๆ นักแต่พอทำให้พาราไดซ์เข้าใจถึงอาการของอีกฝ่าย

 

 

 

 

วันอาทิตย์ในร้านอาหารฝรั่งเศสที่มีห้องส่วนตัวให้  เมื่อวอดก้าปรากฏตัวขึ้น  พาราไดซ์ก็อดตกใจไม่ได้  เส้นผมสีดำของเด็กหนุ่มดูยุ่งเหยิงขณะขอบตาด้านล่างดำคล้ำ  ภายในนัยน์ตามีเส้นเลือดฝอยสีแดงกระจายตัวอยู่

 

เด็กหนุ่มดูเหมือนแทบไม่ได้นอนหลับเลยแม้แต่น้อย  ยามยืนก็เดินโงนเงนไปมา

 

“ เธอ...ไหวหรือเปล่า ” 

 

“ คะ...ครับ ” วอดก้าฝืนยิ้ม  เขาพยายามปรือตาที่ง่วงของตัวเองให้ตื่นขึ้น  มือกำที่ชายเสื้อของตัวเองไว้ “ ม...ม...มีอะไรหรือครับ ” 

 

ชายหนุ่มนิ่งไปเล็กน้อย  เขากล่าวขณะสำรวจอีกฝ่ายอย่างละเอียด

 

“ เรื่องวันนั้นที่ฉันพูดน่ะ  ถ้าฉันพูดแรงเกินไปก็ขอโทษด้วย  ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอรู้สึกไม่ดี ” 

 

อีกฝ่ายสะดุ้งเมื่อเขาพูดถึงวันนั้น

 

วอดก้าพูดเสียงติด ๆ ขัด ๆ ก้มหน้าต่ำยิ่งกว่าเดิม

 

“ ไม่...ไม่ใช่ความ...ความผิดคุณหรอกครับ  ป—เป็นผมที่รบกวน... ” 

 

พาราไดซ์มองท่าทางเอียงไปเอียงมาแม้จะนั่งบนเก้าอี้ของอีกฝ่ายแล้วก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมาเหมือนว่าเป็นความผิดของเขา  เขาตัดสินใจถาม

 

“ นายได้นอนบ้างหรือเปล่า  นับตั้งแต่วันนั้น ” 

 

“ ...ค...ครับ  สัก...สามชั่วโมง ”  วอดก้าพึมพำตอบ

 

“ หมายความว่า 4 วันที่ผ่านมานอนแค่ 3 ชั่วโมง ? ”  คิ้วของพาราไดซ์ขมวดแน่น  สภาพที่อ่อนล้าของอีกฝ่ายเขาก็พอจะเดาได้  เขาคิดเล็กน้อยก่อนจะถามอย่างระมัดระวัง

 

“ นายนอนไม่หลับที่บ้านใช่ไหม ? ” 

 

“ ..... ”   วอดก้าพยักหน้ารับเชื่องช้า

 

“ เพราะงั้นเลยมานอนที่บริษัทของฉัน ? ” 

 

  ..... ”  พยักหน้าหงึกอีกรอบ

 

ชายหนุ่มเริ่มใช้ความคิดก่อนจะถามอีกครั้ง

 

“ บอกได้ไหมว่าทำไมถึงหลับที่บริษัทฉันได้ ? ” 

 

“ คุณ...เพราะคุณ... ” วอดก้าใช้เวลาคิดไม่น้อยกว่าจะเอ่ยออกมา

 

เขาเลิกคิ้วสูง

 

“ ฉัน ? ทำไมล่ะ ? ” 

 

“ คุณเคยช่วยผม...ผมเลยรู้สึกปลอดภัย...ถ้า...ถ้ามีคุณใกล้ ๆ ” 

 

ประโยคนั้นไม่ต่างกับการสารภาพรัก  พาราไดซ์ตัดสินใจเอ่ยปากตรง ๆ

 

“ เธอชอบฉันหรือเปล่า ? ” 

 

“ ชอบ ? ”  วอดก้าเอียงคอ  แล้วพยักหน้า “ คุณทำให้ผม...ได้หลับ  ชอบ ” 

 

พาราไดซ์อึ้งไป  ชอบเพราะเขาทำให้หลับได้ ? นี่เป็นความรู้สึกยังไงกันเนี่ย

 

“ ฉันหมายถึงเธอชอบแบบที่อยากจะเป็นคนรักกับฉัน  อยากจะอยู่กับฉันใช่หรือเปล่า ? ” 

 

เด็กหนุ่มแสดงท่าทางเบลอ ๆ เหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาถาม

 

  ทำไม...ทำไมต้องเป็นคนรัก ? แค่ชอบ...ชอบที่ได้นอนไม่ได้เหรอ ? ” 

 

ท่านประธานมองดวงตาสีดำใสที่สับสนงุนงง  เหมือนเด็กไร้เดียงสาที่ไม่เข้าใจอะไรเลย  อีกฝ่ายไม่เข้าใจคำว่าชอบที่เขาพูดไปสักนิด

 

“ นายมีคนที่ชอบอีกหรือเปล่า ? ” 

 

“ อืม...ลุงคาลอสใจดี  ...พี่เทรนก็ใจดี  ชอบทั้งคู่ ” 

 

พาราไดซ์พลันเข้าใจว่าเป็นเขาเองที่คิดมากจนเกินไป  วอดก้าไม่ได้คิดอะไรกับเขาในแง่นั้น  คำว่าชอบที่เขาหมายถึงกับคำว่าชอบของวอดก้าแตกต่างกันอย่างเด่นชัด  เด็กหนุ่มไม่เข้าใจหลายอย่างจริง ๆ จากการที่ไม่ได้เข้าสังคม แต่นั่นทำให้พาราไดซ์เปิดใจ  อีกฝ่ายเหมือนเด็กตัวเล็ก ๆ ที่เพิ่งออกมาเผชิญโลก  เขาไม่รู้อะไรและกำลังพยายามปรับตัวอยู่

 

มันทำให้พาราไดซ์โล่งใจและพอจะมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เป็นมิตรได้มากขึ้น

 

เขามีน้องสาวอยู่แล้ว  จะเป็นอะไรถ้าจะมีน้องชายเพิ่มมาอีกคนด้วย

 

“ พรุ่งนี้นายมานอนที่บริษัทฉันได้ ” 

 

ดวงตาสีดำนั้นสับสนก่อนจะเปล่งประกายขึ้นยามถามด้วยน้ำเสียงประหม่า

 

  นอน...ได้เหรอ ? ” 

 

  อืม  ถ้าแค่มานอนก็ไม่เป็นไรหรอก  ลุงคาลอสก็ฝากฉันดูแลนายด้วย  นายจะคิดว่าฉันเป็นพี่ชายนายก็ได้ ” 

 

“ ขอบ...ขอบคุณฮะ พี่ ” พาราไดซ์ต้องพยายามเงี่ยหูฟังสิ่งที่วอดก้าพูด  เพราะเด็กหนุ่มชอบพูดเสียงเบา  แต่คำตอบรับนั่นก็ทำให้เขาคลายใจลง

 

ก็แค่ให้เด็กคนหนึ่งนอนเท่านั้น  คงไม่เท่าไหร่หรอก

 

 

 

 

นับตั้งแต่นั้นที่บริษัทก็กลับมาคุ้นชินกับเด็กหนุ่มที่มาที่บริษัทและกดลิฟต์ไปชั้นบนสุดในทุก ๆ วัน  เด็กหนุ่มไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากมานอนจริงดังว่า  สีหน้าก็ดูสดชื่นขึ้นไม่น้อย

 

มานอนแล้วก็กลับ  บางครั้งถ้าเจอพาราไดซ์ก็จะทักทายก่อนจะหลับต่อ  ทำเอาพาราไดซ์ทั้งฉุนทั้งขำที่บริษัทเขากลายเป็นที่นอนให้ใครบางคนไปแล้ว

 

ผ่านไปเกือบเดือน  ถึงท่าทางอดนอนจะไม่มีแล้วแต่ร่างที่ผอมซูบจนแทบจะเป็นลมก็ทำให้พาราไดซ์อดขมวดคิ้วไม่ได้  อีกฝ่ายทำให้เขานึกถึงน้องสาวที่ชอบบอกว่าตัวเองว่าอ้วน  แล้วพยายามไดเอทด้วยการงดกินอาหาร

 

ดังนั้นในวันหนึ่ง  วอดก้าก็ถูกเรียกเข้าไปในห้องท่านประธานอีกรอบ

 

เด็กหนุ่มท่าทางกระวนกระวายใจอย่างเห็นได้ชัด  ถามตะกุกตะกักอย่างร้อนใจ

 

“ ผม...ผม...ทำอะไรผ-ผิดหรือเปล่า ?  ผม-ผมไม่ควรนอน-ต—ตรงโซฟา ? ” 

 

ท่านประธานถอนหายใจ  ดูเหมือนครั้งที่เขาเรียกอีกฝ่ายมาดุจะติดใจเด็กหนุ่มอย่างจัง  จนกลัวว่าถ้าเขาเรียกเข้ามาหาอีกจะไล่ไม่ให้นอน

 

หัวเด็กนี่มีแต่เรื่องนอนจริง ๆ

 

“ ฉันไม่ได้จะว่าอะไร  เธอนอนได้เหมือนเดิมนั่นล่ะ  แค่จะถามอะไรหน่อย ” 

 

“ อ...อ่อ ”  สีหน้าวอดก้ายังไม่ดีขึ้น  เจ้าตัวยังบีบมือตัวเองไปมาด้วยความประหม่า  เห็นได้ชัดว่ายังไม่ค่อยชอบคุยกับคนอื่น

 

  เมื่อเช้าเธอกินอะไรเป็นอาหารเช้า ? ”  พาราไดซ์ยิงเข้าตรงประเด็นตามประสาท่านประธานผู้ไม่ชอบอ้อมค้อม

 

วอดก้าทำหน้าเอ๋อ ๆ อย่างที่ชวนให้นึกถึงลูกหมา  เจ้าตัวเริ่มมีสีหน้าครุ่นคิด  แต่ผ่านไปนานก็ยังตอบไม่ได้

 

ท่าทางวอดก้าดูกลัว ๆ ใบหน้านิ่งเฉยของผู้เป็นพี่ชายยามตอบ

 

“ จำ...จำ...จำไม่ได้ค...ครับ ” 

 

“ จำไม่ได้ ? ”  พาราไดซ์เลิกคิ้วสูง  จากที่เขาถามจากลุงคาลอสพอจะทำให้รู้ว่าเด็กหนุ่มนั้นมีงานทำเช่นกัน  นั่นคือการออกแบบเครื่องประดับให้บริษัท  เจ้าตัวเรียนจบชั้นปริญญาตรีแล้วด้วยการสอบเทียบชั้นสาขาการออกแบบ  ดูเหมือนว่าตอนกลางคืนเด็กนี่จะไม่นอน  เอาแต่ทำงานแล้วค่อยมานอนที่บริษัทของเขาในตอนเช้า  แถมชอบทำงานจนลืมเวลาอีกต่างหาก

 

ในเมื่อเป็นน้องชายของเขา  พี่ชายอย่างเขาก็มีหน้าที่ดูแลสุขภาพของน้องด้วย

 

คิดได้ดังนั้นก็บอกให้อีกฝ่ายเมมเบอร์ของเขาลงเครื่องของตัวเอง  เขาเองก็บันทึกเบอร์ของเด็กหนุ่มเอาไว้  จากนั้นก็พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

“ พรุ่งนี้ทานอะไรเป็นมื้อเช้าก็ส่งข้อความมาบอกฉันด้วย  และต้องทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย ” 

 

“ แต่--แต่ ” 

 

“ ไม่มีแต่ ”  ดวงตาคมตวัดฉับมองทำเอาวอดก้าย่นคอทันใด  เจ้าตัวพยักหน้ารับเงียบ ๆ อย่างกระวนกระวายใจ

 

พาราไดซ์มองเวลา  นี่ก็ห้าโมงครึ่งแล้ว  ดังนั้นเขาเลยตัดสินใจสั่งให้วิมเลทลงไปซื้ออาหารขึ้นมาให้  ไม่ลืมถามวอดก้าว่าอยากทานอะไร  จากนั้นเขาก็บังคับเด็กหนุ่มให้นั่งกินข้าวพร้อมกับเขา

 

 

 

 

ตอนเช้า

 

พาราไดซ์ขมวดคิ้วเมื่อยังไม่มีข้อความจากอีกฝ่ายบอกเขาว่าทานอะไรเป็นมื้อเช้า  อาจจะลืมไปแล้ว  เขาจึงส่งข้อความไปหา

 

ทานมื้อเช้าหรือยัง ?

แล้วทานกับอะไร ?

08.30 น.

 

                                                                                    ‘ทานแล้วครับ

                                                                                         8.43 น.

 

ผ่านไปไม่นานนักเด็กหนุ่มก็ตอบกลับมาสั้น ๆ พร้อมรูปถ่าย  เป็นรูปแซนวิสกับน้ำเต้าหู้ที่ถูกกินไปบ้าง  สายตาของพาราไดซ์จึงอ่อนลง

 

เขานิ่งไปเล็กน้อย  ตัดสินใจชมความว่าง่ายของเด็กหนุ่มไปหนึ่งคำเพราะคิดว่าท่าทางดุ ๆ ของตนเองอาจทำให้อีกฝ่ายกลัว ( ซึ่งก็คงทำให้กลัวไปแล้ว )

 

เก่งมาก

8.45 น.

 

วอดก้าส่งข้อความมาเป็นรูปหน้ายิ้ม  หากแต่เอาจริง ๆ พาราไดซ์ยังนึกไม่ออกเลยว่าถ้าเด็กคนนั้นยิ้มจะเป็นยังไง 

 

เขาปัดเรื่องไร้สาระออกจากหัวและเริ่มเข้าสู่โหมดทำงาน

 

 

 

 

หลังจากวันนั้น  พาราไดซ์จะบังคับให้เด็กหนุ่มส่งข้อความมาบอกมื้อเช้าที่ทานทุกวัน  ตอนเที่ยงและตอนเย็นก็บังคับให้ทานข้าวพร้อมกับเขา  จากนั้นก็ปล่อยให้ไปนอนต่อ

 

เป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ บางครั้งก็มีบทสนทนาระหว่างทานข้าวบ้าง  เพราะพาราไดซ์ไม่ใช่คนที่เคร่งเรื่องพูดคุยระหว่างทานข้าวนัก  เขาคิดว่าถ้าไม่ชวนเด็กหนุ่มคุยก่อน  อีกฝ่ายก็คงไม่คิดเปิดปากพูด

 

พาราไดซ์คิดว่าอาการของโรคกลัวการเข้าสังคมของวอดก้าสามารถทำให้ดีขึ้นได้  เขาสังเกตจากการที่เด็กหนุ่มเริ่มไม่พูดติดขัดกับเขาแล้ว  และบางครั้งยังพยายามที่จะสบตาเขายามพูด  แม้จะนาน ๆ ครั้งแต่เขาถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี 

 

บางครั้งพาราไดซ์ก็เล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเองให้ฟัง  มันเหมือนการผ่อนคลายแบบหนึ่งหลังจากทำงาน 

 

วอดก้าไม่ค่อยคุยเรื่องตัวเองเยอะ  แต่เป็นผู้ฟังที่ดีมาก  สีหน้าเด็กหนุ่มแสดงความตั้งใจและครุ่นคิดตามยามเขาพูดทุกครั้ง  บางครั้งก็สังเกตเห็นอารมณ์ของเขาได้ 

 

เป็นน้องชายที่พูดน้อย  แต่ว่านอนสอนง่ายดี 

 

กว่าจะรู้ตัวก็ผ่านไป 6 เดือนนับตั้งแต่พวกเขาเริ่มกินข้าวด้วยกัน  บางครั้งถ้าติดกินข้าวข้างนอก  พาราไดซ์จะให้ผู้ช่วยสาวของวิมเลทช่วยเตรียมอาหารให้วอดก้าตลอด  เด็กหนุ่มจะทานแล้วส่งรูปมาบอกเสมอ  ดังนั้นรายชื่อคนที่วอดก้าชอบจึงเพิ่มมาเป็นวิมเลทและลิเดีย  เพื่อนสาวคนใหม่ของเขา

 

พาราไดซ์เลิกคิ้วเมื่อวอดก้าเดินเข้ามาในห้องทำงานแล้วนั่งจุ้มปุ้กตรงมุมหนึ่ง  ลักษณะแบบนี้คือวอดก้าไม่สบายใจในบางอย่างหรือกำลังสับสนในบางเรื่องเช่นงานออกแบบของเจ้าตัว

 

เขาส่งเสียงถาม

 

“ เป็นอะไรล่ะ วอดก้า ? ” 

 

 “ ...... ”  ครั้งนี้วอดก้าหันหน้ามาหาเขาด้วยท่าทางซึม ๆ อ้าปากเหมือนจะพูดแต่ก็พูดไม่ออก  วิมเลทเดินตามเข้ามาด้วยสีหน้าอ่อนใจเล็กๆ

 

  วอดก้าเป็นอะไร วิมเลท ” เขามองหน้าเลขาที่เหมือนรู้บางอย่าง  วอดก้าหันขวับมามองพลางส่ายหัวดิกเหมือนไม่อยากให้วิมเลทพูด

 

แต่วิมเลทก็เมินท่าทางนั้น

 

“ คุณวอดก้าลื่นตอนช่วยลิเดียถือเอกสารน่ะครับ  เขาคงอายอยู่ ” 

 

“ ลื่น ? ”  พาราไดซ์เลิกคิ้วสูงก่อนจะหลุดขำเมื่อเข้าใจว่าเด็กหนุ่มกำลังซึมเพราะอะไร  เขาถามต่อ “ คนเห็นเยอะเหรอ ? ” 

 

“ ครับ ค่อนข้างเยอะ ” เลขาหนุ่มยิ้มแห้ง  เขาพูดปลอบอีกฝ่ายตลอดหลังจากเด็กหนุ่มลื่น  แต่ดูจะไม่ได้ผลอะไรเลย  ลิเดียเองก็รออย่างกระวนกระวายใจเพราะกลัวอีกฝ่ายจะคิดมาก   ผู้ช่วยของเขาดูจะปลุกสัญชาตญาณความเป็นแม่ออกมาทันทีที่เจอวอดก้า  เจ้าหล่อนทะนุถนอมเขาอย่างดี  ใครแตะเป็นไม่ได้เชียว

 

พาราไดซ์เข้าใจว่าสำหรับคนที่เป็นโรคกลัวการเข้าสังคมจะค่อนข้างคิดมากกับเรื่องแบบนี้  เขามองตารางเวลา  คิดในใจว่าถ้าเร่งทำงานหน่อยวันนี้คงมีเวลาออกไปทานข้าวตอนเย็นได้  แต่อาจต้องให้เด็กหนุ่มอยู่นานกว่าปกติสักเล็กน้อย

 

“ ไม่เป็นไรวอดก้า  เดี๋ยววันนี้ฉันพาไปกินอาหารอร่อย ๆ ตอนเย็น ” 

 

“ ...... ” 

 

  เห็นว่าทำสปาเก็ตตี้อร่อยนะ ”  เด็กหนุ่มหันมามอง  ท่าทางดูสนใจบ้าง  จากการพูดคุยที่ผ่านมาทำไมพาราไดซ์จะไม่รู้ว่าอาหารโปรดของวอดก้าคือพาสต้ากับสปาเก็ตตี้  เจ้าตัวชอบทุกแบบเลยก็ว่าได้และดูกินไม่เบื่อแม้แต่น้อย

 

เขาปลอบวอดก้าอีกสองสามคำก่อนจะให้ลิเดียรับช่วงต่อ  เขาเห็นด้วยกับวิมเลทว่าผู้ช่วยอีกฝ่ายช่างประคบประหงมวอดก้าจริง ๆ

 

อืม  ตอนค่ำมีนัดคุยธุระนิดหน่อย  แต่ถ้าวอดก้ายังกินไม่เสร็จ  ยกเลิกไปก็คงได้

 

จากนั้นพาราไดซ์ก็จมกับงานตัวเองต่อ  ทว่าพอนึกภาพเด็กหนุ่มถือเอกสารก่อนจะลื่นพรืดด้วยท่วงท่าที่หลากหลาย  เขาก็อดจะหัวเราะไม่ได้

 

น่าเสียดายที่ไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง  ท่าทางเหวอ ๆ นั่นเขาไม่ค่อยได้เห็นแล้ว

 

 

 

 

บ่ายสามแล้ว  วันนี้พาราไดซ์ยังไม่เจอวอดก้าเลย

 

เด็กหนุ่มส่งภาพมื้อเช้าให้ตามปกติก่อนจะเงียบหาย  พาราไดซ์เพิ่งประชุมเสร็จทำให้รู้ว่าวันนี้วอดก้าไม่ได้มาที่บริษัท  ทั้งที่ปกติแล้วจะถึงบริษัทของเขาตอนสักสิบโมง  วิมเลทและลิเดียก็ถามกับเขาเหมือนกัน

 

เขาตัดสินใจลองโทรหาวอดก้า  หลังส่งข้อความไปหาแต่เด็กหนุ่มไม่ได้ตอบกลับมาเลย

 

เด็กหนุ่มรับช้าอย่างที่คาดไว้  ทว่าประโยคแรกจากวอดก้าไม่ใช่คำพูดแต่เป็นเสียงไอโขลก

 

พาราไดซ์หน้าเปลี่ยนสีในทันที

 

“ ไม่สบายเหรอวอดก้า ? ” 

 

  ค..ค...ครับ แค่ก ๆ ”  เสียงเด็กหนุ่มอู้อี้ขึ้นจมูกอย่างเห็นได้ชัด

 

“ ตัวร้อนหรือเปล่า  เธอปวดหัวมากไหม ? ” ใช้เวลานานพอสมควรกว่าที่พาราไดซ์จะได้คำตอบครบ  เขาคิดว่าต้องเป็นเมื่อวานที่ฝนตกหนักแน่ ๆ เขายังคิดอยู่เลยว่าวอดก้าอาจเปียกฝนกลับบ้าน  ภูมิคุ้มกันอีกฝ่ายก็ค่อนข้างต่ำ  ไม่แปลกที่จะเป็นหวัดในทันที

 

“ วอดก้าไม่สบาย  ซื้อยาลดไข้  ยาแก้ปวดแล้วก็อาหารง่าย ๆ มาที  ฉันจะไปหาเขาตอนเย็น ”  พาราไดซ์สั่งกับเลขาตนเอง  จากนั้นก็โทรไปถามหาที่อยู่ของวอดก้ากับลุงคาลอส

 

อีกฝ่ายพอรู้ว่าวอดก้าไม่สบายก็ตกใจใหญ่  ทำท่าจะบินกลับจากสัมมนาที่ต่างประเทศแต่พาราไดซ์ก็ช่วยห้ามเอาไว้  บอกว่าเขาจะไปดูแลวอดก้าเอง  ด้วยเหตุนี้คาลอสจึงติดต่อพนักงานคอนโดที่วอดก้าอยู่ให้เตรียมคีย์การ์ดสำรองไว้ให้รวมถึงแจ้งที่พาราไดซ์จะเข้าไปข้างในด้วย  เพราะคาลอสถือเป็นลูกค้า VIP ก็ได้  ห้องคอนโดที่วอดก้าอยู่ก็เป็นห้องที่ตกแต่งแบบพิเศษ  มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันกว่าห้องอื่น ๆ

 

พาราไดซ์ในชุดสูทเคร่งขรึมเต็มตัวถือถุงโจ๊กและถุงยาที่ให้วิมเลทซื้อมาหยุดหน้าห้องของวอดก้า  เขาแตะคีย์การ์ดแต่พบว่าเปิดไม่ออก

 

เขาแตะอีกครั้ง  ครั้งนี้เปิดได้  ดวงตาสีฟ้าฉายความโกรธน้อย ๆ ทันที  เด็กโง่นั่นไม่ล็อกห้องตัวเอง  ถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่นี่จะดีกว่าที่อื่นแต่ทำไมถึงประมาทแบบนี้นะ

 

พาราไดซ์คิดว่าเขามีเรื่องบ่นอีกฝ่ายเป็นกระบุงโกยเลยทีเดียว

 

เขาเปิดประตูเข้าไปและล็อกห้องเรียบร้อย  ภายในห้องมีขนาดใหญ่กว่าห้องอื่น ๆ ทั่วไป  เขาถอดรองเท้า  สิ่งแรกที่สังเกตเห็นคือภายในห้องมีกระถางต้นไม้เยอะมาก  เรียงรายอยู่ตามมุมห้องต่าง ๆ นอกหน้าต่างก็มีไม้กระถางที่ใช้แขวนเรียงรายเป็นระเบียบ  บนโต๊ะก็มีโหลแก้วเล็ก ๆ ที่เลี้ยงต้นไม้ไว้ข้างในแบบระบบปิด  ทำให้ทั้งห้องดูสดชื่นสบายตาอย่างบอกไม่ถูก  ผิดกับความคิดแรกของเขาที่เดาว่าห้องเด็กหนุ่มจะดูอึมครึมมืดมนซะอีก

 

แต่แบบนี้ก็ดีแล้ว 

 

เขามองผ่านห้องทำงานของวอดก้าที่ประตูเปิดทิ้งไว้แต่ไม่ได้เปิดไฟ  ทำให้รู้ว่าเด็กหนุ่มไม่ได้ฝืนตัวทำงานอยู่  ก่อนทันใดจะมีร่างหนึ่งเดินสวนออกมาจากห้องนอน

 

“ ไดซ์...? ”  วอดก้าในสภาพหิ้วผ้าห่มคลุมหัวตัวเองเดินไปเดินมามองคนที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ด้วยสายตามึน ๆ ปากอ้าน้อย ๆ ก่อนจะยกมือขยี้ตาตัวเอง  ท่าทางนั้นน่าเอ็นดูจนความโกรธของพาราไดซ์หายไปหมด  เขาถอนหายใจ  เอามือตบ ๆ หัวที่มีผ้าห่มคั่นอยู่เบา ๆ

 

“ ทำไมไม่นอน ” 

 

“ ...... ”  วอดก้าไม่ตอบ  เจ้าตัวเหลือบมองถุงโจ๊กที่พาราไดซ์เอามา  ก่อนท้องตนเองจะลั่นโครกคราก

 

วอดก้าเม้มปาก  ยกผ้าห่มที่เหลือปิดหน้าตัวเอง  พาราไดซ์หัวเราะเบา ๆ ชี้ไปที่โต๊ะหน้าทีวียามบอก

 

“ ไปนั่งตรงนั้น  เดี๋ยวฉันเทโจ๊กให้ ” 

 

วอดก้าทำตามอย่างว่าง่าย  หัวของเขายังรู้สึกรุม ๆ เล็กน้อย  แต่เพราะพยายามหาข้าวเช้าและข้าวเที่ยงทานตามนิสัยเคยชินที่ติดจากพาราไดซ์ทำให้เขาพอมีแรงอยู่บ้าง  อันที่จริงเขาก็กำลังคิดจะสั่งอาหารมากินอยู่  แต่เจอชายหนุ่มพอดี

 

วอดก้านั่งที่โซฟา  หัวของเขาคิดไปเรื่อยเปื่อย  เรื่องดีไซน์เครื่องประดับชุดต่อไปบ้างอะไรบ้าง  เรื่องมื้อเช้าพรุ่งนี้บ้าง  รู้ตัวอีกทีชามโจ๊กอุ่น ๆ ก็วางเบื้องหน้า

 

วอดก้าพึมพำขอบคุณ  เขาใช้ช้อนตักกินทีละคำในสภาพที่มีผ้าห่มคลุมตัวอยู่เหมือนหนูแฮมสเตอร์ในโพรง  

 

  กินดี ๆ ผ้าห่มจะเลอะแล้ว ”  พาราไดซ์ดึงผ้าห่มที่กำลังจุ่มลงชามโจ๊ก  หากแต่กลับทำให้วอดก้าตื่นตระหนก  ดวงตาสีดำฉายความหวาดกลัวชั่วขณะอย่างที่พาราไดซ์ไม่เข้าใจ   หากแต่เขารู้ว่าเขากำลังทำให้วอดก้ารู้สึกไม่ดี   เขาจึงค่อย ๆ จับผ้าห่มขึ้นและพูดเสียงเบา

 

“ ไม่เป็นไร  ฉันแค่จะจับผ้า...ฉันไม่ได้จะถูกตัวเธอ ” 

 

ดวงตาสีดำสั่นไหว  เด็กหนุ่มก้มหน้าหลบสายตาเขาใต้เส้นผม  พึมพำไปมา

 

“ แค่ก ๆ ขอโทษ...ผมขอโทษ ” 

 

ท่านประธานหนุ่มถอนหายใจอีกครั้ง  เขาพูดด้วยโทนเสียงเหมือนกำลังปลอบเด็ก

 

“ เธอไม่ได้ทำอะไรผิด  ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษ ” 

 

วอดก้าส่ายหน้าเบา ๆ พาราไดซ์เลียริมฝีปากตัวเอง  เขาตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องโดยการเปิดทีวีช่องการ์ตูนแล้วชี้ชวนให้วอดก้าดูมันแทน

 

เขานั่งเป็นเพื่อนอีกฝ่ายจนเด็กหนุ่มทานหมด  จากนั้นเขาเอาปรอทวัดไข้วัดอุณหภูมิร่างกายอีกฝ่าย  อุณหภูมิร่างกายไม่ได้สูงเกินไปจนน่าเป็นห่วง 

 

“ นี่เป็นยาแก้ปวด  กับยาลดไข้ กินยาแล้วนอนพักซะจะได้หายเร็ว ๆ ” 

 

วอดก้ามองยาในมือพาราไดซ์ด้วยท่าทางลำบากใจ  พาราไดซ์เลิกคิ้วสูง  หากแต่ยังไม่ทันจะได้ถาม  เด็กหนุ่มก็แบมือรับยาจากเขาพึมพำถามในสิ่งที่เขาไม่เข้าใจ

 

“ ถ้าทาน... ” 

 

“ ? ” 

 

“ ถ้ากินยา...ไดซ์...ไดซ์จะกลับเลยไหม ? ”  พาราไดซ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย  เขาส่งเสียงตอบสั้น ๆ แต่วอดก้าไม่ได้ดื้อจะไม่กินยาเพื่อให้เขาอยู่อย่างที่คิด  เด็กหนุ่มรีบกินยาแล้วรีบบอกให้เขากลับ

 

พาราไดซ์งุนงงกับท่าทางแปลก ๆ ของวอดก้า  เด็กหนุ่มดูอยากให้เขารีบออกจากห้องนี้เหลือเกิน

 

“ ฉันจะส่งนายนอนก่อนแล้วเดี๋ยวจะกลับเลย ” 

 

วอดก้าเดินเข้าห้องนอนและนอนบนเตียงอย่างว่าง่าย  พาราไดซ์จับผ้าห่มห่มตัววอดก้าดี ๆ โดยพยายามไม่ทำให้อีกฝ่ายตกใจ  แผ่นเจลลดไข้เขาก็ให้อีกฝ่ายแปะด้วยตัวเอง

 

เจ้าของดวงตาสีดำมองเขาตาแป๋วขณะบอก

 

“ ไดซ์กลับ...กลับได้แล้ว ” 

 

“ ไม่ต้องรีบไล่ฉันขนาดนั้นก็ได้ ”  เขาแกล้งทำหน้าน้อยใจที่เด็กหนุ่มดูไม่ต้อนรับเขา

 

“ ไม่...ไม่ได้รังเกียจ แค่ก ๆ... แค่ไม่อยากรบกวน ”  วอดก้าพูดเบา ๆ พาราไดซ์อมยิ้ม  เขาทำท่าอยากจะลูบหัวอีกฝ่ายหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้ทำ  เขาออกจากห้อง  ไม่ลืมอวยพรให้อีกฝ่ายหายเร็ว ๆ อันที่จริงยาลดไข้กับยาแก้ปวดมีส่วนช่วยให้ง่วงนอนอยู่แล้ว  เขาคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะได้พักบ้าง  พรุ่งนี้เขาจะแวะมาหาอีกฝ่ายแต่เช้าเพื่อเอาอาหารเช้ามาฝาก

 

แต่ไม่เป็นอย่างที่พาราไดซ์คิด  ตอนเช้า  วอดก้าตาแดงก่ำเหมือนคนยังไม่ได้นอน  แถมไข้เพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิมจนเขาตกใจ

 

เขามองคนที่กินข้าวกินยาแต่ยังไม่ยอมหลับ  บอกให้เขาออกไปทำงานด้วยสายตาคลางแคลงใจ  เขารู้สึกแปลก ๆ และบอกให้วอดก้าทานข้าวเที่ยงด้วย  แล้วตอนเย็นเขาจะมาหาใหม่

 

“ มีอะไรหรือเปล่าครับ ? ”  วิมเลทถามท่านประธานที่วันนี้หน้านิ่วคิ้วขมวดทั้งวัน

 

“ ไม่ใช่เรื่องฉันหรอก  เรื่องวอดก้าน่ะ ”  พาราไดซ์ตวัดปากกาเซ็นเอกสาร  หัวยังครุ่นคิดเรื่องเด็กหนุ่มต่อ

 

“ เขาไม่ดีขึ้นหรือครับ ” 

 

“ ใช่  ไข้สูงกว่าเดิมนิดหน่อย  ท่าทางเหมือนยังไม่ได้นอน ”   

 

  เขาอาจจะนอนไม่หลับก็ได้ครับ ”  วิมเลทเสนอความคิดเห็น  พาราไดซ์ร้องอืม  แต่อีกสาเหตุที่เขาสงสัยคือความรู้สึกที่ว่าวอดก้าพยายามไล่ให้เขาออกไปหลังจากกินยาต่างหาก

 

บางทีเย็นนี้เขาอาจรู้คำตอบ

 

เขาวัดไข้  ให้ทานข้าวทานยาตามปกติแล้วไปส่งวอดก้าที่ห้องนอน  เขาไม่ได้สำรวจมากนักเพราะกลัวจะทำให้วอดก้าอึดอัด  เด็กหนุ่มนอนห่มผ้า  มองมาที่เขาตาปริบ ๆ

 

พาราไดซ์แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นสายตาอีกฝ่าย  เพียงยืนยิ้มอยู่ข้างเตียง

 

“ ไม่กลับ...เหรอ? ”  วอดก้าถามด้วยเสียงที่แหบกว่าเดิมเล็กน้อย  ชายหนุ่มมองคนบนเตียง  ความรู้สึกที่วอดก้าอยากให้เขากลับไปเร็ว ๆ แจ่มชัดขึ้น  ทั้งที่ความจริงวอดก้าน่าจะอยากให้เขาอยู่นาน ๆ เพราะเด็กหนุ่มบอกเองว่าอยู่ใกล้ ๆ เขาแล้วทำให้หลับได้

 

เขาต้องรู้ให้ได้ว่าอีกฝ่ายฝืนตัวเรื่องอะไรอยู่

 

“ ได้  ฉันจะกลับแล้ว  วันหลังล็อกประตูบ้านด้วยนะ  อย่าลืมอีก ”  

 

เด็กหนุ่มพยักหน้ารับ   พาราไดซ์มองขอบตาดำคล้ำเพราะอดนอนแล้วย้ำอีกเรื่อง

 

“ สัญญากับฉันว่าจะนอนพักผ่อน ” 

 

ดวงตาวอดก้าสั่นไหวในฉับพลันทำให้พาราไดซ์เกิดใจอ่อน  แต่เขาก็อยากให้อีกฝ่ายหายดีเร็ว ๆ มากกว่าต้องปวดหัวและเจ็บคอแบบนี้  เขาครุ่นคิด  หรือจะลองพูดเกริ่นให้เขานอนที่นี่  เพราะยังไงพาราไดซ์ก็ไม่เดือดร้อนถ้าจะต้องตื่นเช้ากลับไปเปลี่ยนชุดที่บ้าน

 

เด็กนี่ไม่สบาย  จะให้เขาเดินออกไปอย่างสบายใจไม่ได้หรอก

 

“ สัญญา ”  ยังไม่ทันจะได้พูดเรื่องที่คิด  วอดก้าก็เอ่ยปากออกมา  มือกำผ้าห่มแน่นยามสบตากับพาราไดซ์  เป็นการให้มั่นใจว่าเขาจะพักผ่อน

 

“ ดีแล้วล่ะ ”  พาราไดซ์ลังเลเล็กน้อย  เขาค่อย ๆ ขยับมือวางบนหัวอีกฝ่าย   วอดก้าไม่ได้หลบดังนั้นเขาจึงขยี้หัวเด็กหนุ่มเบา ๆ สองที

 

“ แล้วฉันจะมาหาพรุ่งนี้อีก ” 

 

 

 

 

วอดก้าฟังเสียงประตูที่ปิดสนิทดีแล้ว  เขาลุกจากที่นอน   ห้อยขาลงข้างเตียงและเปิดลิ้นชักข้างเตียงออกมา  ขวดยามากมายนอนเรียงรายอยู่ในนั้น 

 

วอดก้าหยิบออกมาเฉพาะยานอนหลับ  มือของเขาสั่นจนรู้สึกได้ 

 

ตั้งแต่ได้นอนที่บริษัทของพาราไดซ์  วอดก้าก็แทบไม่ต้องกินยานอนหลับให้ตัวเองได้พักอีก  แต่ครั้งนี้...เขาสัญญากับพาราไดซ์ว่าจะนอนหลับ  ดังนั้นเขาจำเป็นต้องใช้พวกมัน

 

ดวงตาสีดำฉายความพะอืดพะอมยามมองเม็ดยาหลายสีในมือ  เขารู้ว่าถึงล้มตัวลงนอน  เขาก็จะสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกที  เหมือนในทุก ๆ ครั้ง...แต่ขอให้แค่ได้นอน

 

ขอให้เขาได้ทำตามสัญญา

 

วอดก้าแหงนหน้ากินยานอนหลับเข้าไป   เขาล้มตัวลงนอนบนเตียง  เงยหน้ามองเพดานสีอ่อน

 

หายใจเข้า

 

หายใจออก

 

มือของวอดก้ากำผ้าห่มแน่นแทบอยากจะฉีกเป็นชิ้น ๆ

 

เขากลัว...ที่จะหลับ

 

กลัวที่จะฝันถึงเรื่องเมื่อครั้งนั้น  สุดท้ายสติของวอดก้าก็ดำดิ่งลงไปในความมืดที่เขาหวาดกลัว

 

 

 

 

พาราไดซ์ที่ควรอยู่นอกห้อง  แท้จริงเขาเพียงแค่ปิดประตูเสียงดังและเข้ามานั่งรอในห้องทำงานของวอดก้าเท่านั้น  เขาไม่ได้เปิดไฟ  เพียงทรุดนั่งที่เก้าอี้ทำงาน  เห็นดินสอ  กระดาษแบบร่างและรูปแบบเครื่องประดับอื่น ๆ จากฝีมือของเด็กหนุ่ม

 

ห้องไม่ได้มืดขนาดจะมองไม่เห็น  เขาแตะขอบกระดาษ  เห็นได้ชัดว่าทุกคอลเล็กชั่นของบริษัทเป็นฝีมือของวอดก้า  เครื่องประดับที่วอดก้าออกแบบมักจะได้รับการประมูลสูงสุดทุกครั้งและเป็นที่นิยมเสมอ  ดันบริษัทเครื่องประดับของลุงคาลอสให้ไต่ขึ้นสู่อันดับโลกทุกขณะ

 

เขาภูมิใจในตัวเด็กคนนั้นมาก

 

แต่ภูมิใจกับสิ่งที่ต้องดุก็อีกเรื่องหนึ่ง  เขาตั้งใจจะอยู่ที่นี่สักชั่วโมงสองชั่วโมงเผื่อเด็กหนุ่มแอบมาทำงานหรือฝันร้าย  เขาอาจจะ---

 

  ไม่ !!! ” 

 

เสียงกรีดร้องที่ดังแว่วมาทำให้พาราไดซ์หน้าเปลี่ยนสี  เขาพุ่งออกจากห้องทำงานของวอดก้าแล้วเปิดประตูห้องนอนอีกฝ่ายในทันที

 

“ ไม่...ไม่เอา  อย่า ! อย่าทำผม !    วอดก้านอนอยู่บนเตียง  ดิ้นทุรนทุราย  ใบหน้าโชกไปด้วยเหงื่อขณะที่สองมือปัดป่ายไปมาอย่างบ้าคลั่ง 

 

“ วอดก้า !    พาราไดซ์คว้าตัวอีกฝ่าย  ถูกเล็บอีกคนข่วนไปไม่น้อยเพราะยิ่งถูกจับ  วอดก้าก็ยิ่งดิ้น  เปลือกตาปิดสนิทแต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

 

“ ไม่ ๆ ! ผมขอโทษ ! ขอโทษ ! ขอโทษ !  ได้โปรด อย่า...อย่าทำผม  อย่า  ไม่...ไม่เอา ! ”  วอดก้ายันตัวเองออกจากพาราไดซ์   ชายหนุ่มกัดฟันกรอดเพื่อพยายามรั้งตัววอดก้าไว้  เขาพยายามกอดเด็กหนุ่มให้แน่นขณะพูดเสียงดัง

 

“ วอดก้า ! ตื่น ! ตื่นเดี๋ยวนี้ ! ” 

 

“ อ่อก...ค่อก ”  เด็กหนุ่มสำลักอากาศ  นิ้วมือเรียวขาวพยายามข่วนลำคอตัวเองเหมือนกำลังขาดอากาศหายใจ   พาราไดซ์ตกใจถึงที่สุดเมื่อเด็กหนุ่มเลิกส่งเสียงกรีดร้องแต่พยายามจับลำคอตัวเองและข่วนไปมา  ท่าทางนั้นเหมือนคนจมน้ำ  พยายามตะเกียกตะกายหาอากาศหายใจ

 

พาราไดซ์จับไหล่วอดก้าแล้วเขย่าตัวเด็กหนุ่มแรง ๆ   ส่งเสียงเรียกชื่ออีกฝ่ายจนแทบตะโกน

 

  วอดก้า ! ” 

 

“ เฮือก ! ฮ่าห์ ?! ฮ่า ! ”  วอดก้าเบิกตาโพล่ง  หน้าอกขยับขึ้นลงอย่างรุนแรงยามอ้าปากหอบหายใจ  เด็กหนุ่มไอค่อกแค่ก  น้ำตาเอ่อคลอ  กุมลำคอตัวเองแน่น “ แค่ก ๆ !...แฮ่ก ! ฮึ ! ฮือ ! ” 

 

“ วอดก้า ...นี่ฉันเอง...นี่ฉันเอง ” 

 

เขาจับเด็กหนุ่มที่ยังตั้งสติไม่ทัน  พอพบว่ามีคนจับตัวเองอยู่ก็เริ่มดิ้นหนีอีกครั้งจนพาราไดซ์ต้องรีบบอก  เขาพูดเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ขณะลูบแผ่นหลังชื้นเหงื่อของวอดก้าไว้

 

“ ด...ไดซ์...ไดซ์ ? ”

 

 วอดก้ายังหายใจติดขัด  เขาจับลำคอตัวเอง  ให้แน่ใจว่าไม่มีมือคู่นั้นในความฝันตามติดมาด้วย  มือที่เย็นยะเยือกและบีบลำคอเขาแน่นเจนเขาขาดอากาศหายใจ

 

วอดก้าตัวอ่อนยวบเมื่อพบว่าตัวเองอยู่ในโลกความจริงอีกครั้ง  เขาหายใจอย่างยากลำบาก  หน้าอกเจ็บแปลบจนต้องยกมือกุมมันไว้  น้ำตายังไหลออกมาไม่หยุดรวมถึงสองมือที่ยังสั่นระริก

 

พาราไดซ์เม้มปากกับท่าทางที่น่าสงสาร  เขาประคองอีกฝ่ายไว้หลวม ๆ  

 

“ ข...ขอโทษ...ขอโทษไดซ์  ผมขอโทษ...   

 

“ เธอไม่ต้องขอโทษฉันหรอก  เธอไม่ได้ทำอะไรผิด ” 

 

“ ........ ”  วอดก้าหลับตา  เขาคิดว่าการที่พาราไดซ์อยู่ที่นี่ก็เพื่อดูว่าเขาจะรักษาสัญญาจริงหรือเปล่า  เพราะฉะนั้นเขาต้องรีบหลับ   รีบหลับให้พาราไดซ์สบายใจและออกไปจากที่นี่

 

เขาไม่อยากให้พี่ชายของเขาเห็นท่าทางน่าเกลียดยามตกอยู่ในห้วงฝันของเขาเลย

 

“ วอดก้า ? ” 

 

เด็กหนุ่มไม่ได้โต้ตอบกับเขา  เพียงหลับไปอีกครั้งจนท่านประธานสงสัยว่าเมื่อครู่วอดก้าอาจกำลังละเมอ  แต่ถึงอย่างไรท่าทางฝันร้ายของวอดก้าทำให้เขาเจ็บในหัวใจแปลก ๆ ...มันอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก  เพราะเขาเหมือนไม่สามารถช่วยอะไรเด็กหนุ่มได้เลย

 

พาราไดซ์นั่งอยู่ข้างเตียงเงียบ ๆ ดูใบหน้าที่กำลังหลับของอีกฝ่าย

 

ไม่นานคิ้วของเด็กหนุ่มก็เริ่มขมวดพร้อมท่าทางทรมาณอีกครั้ง

 

“ เจ็บ...เจ็บ อย่า...อย่าทำผม...อย่าทำผม ”  เด็กหนุ่มร้องบอกเป็นคำพูดเดิม ๆ พร้อมดิ้นรนหนีบางสิ่งอีกครั้ง 

 

“ วอดก้า  ตื่นเถอะ...อย่านอนอีกเลย  ตื่นขึ้นมาเถอะ ”  พาราไดซ์บอกเสียงทุ้มต่ำ  เขาเขย่าปลุกตัวเด็กหนุ่มอีกครั้งแต่ไม่ได้ผล  วอดก้าตะเกียกตะกายเหมือนคนขาดอากาศหายใจอีกรอบ  ก่อนจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาเองด้วยน้ำตานองหน้า

 

“ ขอโทษ...ผมขอโทษ...ไดซ์ ” 

 

พาราไดซ์ปลอบโยนอีกฝ่ายอีกครั้ง

 

“ ไม่...เธอไม่ได้ทำอะไรผิดวอดก้า  เธอไม่ต้องขอโทษ ” 

 

วอดก้านอนหมดแรงในอ้อมแขนเขา  มือข้างหนึ่งกำเสื้อของเขาไว้แน่นขณะพึมพำ

 

“ ผมนอนไม่หลับ....ผม...หลับตามที่สัญญาไม่...ไม่ได้  ...ผมขอโทษ...ผมขอโทษ ” 

 

เขากระจ่างในทันที  เด็กหนุ่มกำลังพยายามฝืนตัวเองให้หลับตามที่สัญญากับเขา  พยายามที่จะพักผ่อนแม้มันจะทำให้ทรมาณก็ตามที  มันยิ่งทำให้พาราไดซ์รู้สึกเจ็บภายในอก

 

เขาคิดว่ามันอาจเป็นความรู้สึกผิด

 

เขากอดไหล่เด็กหนุ่มเอาไว้  กระซิบเสียงเบา

 

“ ไม่ต้องแล้ว  เธอไม่ต้องหลับแล้ว...ฉันไม่อยากให้เธอหลับแล้ว ” 

 

ถ้าหากการที่เขาบังคับให้วอดก้าหลับ  มันทำให้เด็กหนุ่มต้องเจ็บปวดถึงขนาดนี้แล้ว  เขาก็ไม่ต้องการให้อีกฝ่ายกลับไปยังโลกความฝันนั้นอีก

 

เขากระซิบซ้ำ ๆ

 

“ เธอไม่ต้องนอนแล้ว  อยู่กับฉันตอนนี้ก็พอ  คุยกับฉันไปเรื่อย ๆ ก็พอ  ฉันจะ...ปกป้องเธอเอง ” 

 

 อืม... ” 

 

“ ฉันจะดูแลเธอเอง  ฉันยังอยู่ตรงนี้...กับเธอนะ ” 

 

 อือ...” 

 

“ คืนนี้ฉันจะอยู่กับเธอ...ปกป้องเธอจากฝันร้ายเอง ” 

 

วอดก้าเม้มปาก  หลับตาแน่น

 

พาราไดซ์นั่งบนเตียง  มีเด็กหนุ่มนอนหนุนตักเขาและกอดเอวเขาเอาไว้   อีกฝ่ายยังฝันร้ายอยู่ตลอดการนอนหลับ  หลับ ๆ ตื่น ๆ โดยมีเขาคอยปลุกเมื่ออีกฝ่ายอยู่ในห้วงฝันร้าย   เขามองขวดยานอนหลับที่ยังเก็บไม่เข้าที่ด้วยสายตาเคร่งเครียด  ในลิ้นชักยังมียาลดอาการซึมเศร้าและยาระงับความวิตกกังวลอยู่  มันเหลือไม่ค่อยมากเท่าไหร่ผิดกับยานอนหลับหลายขวดที่ยังเหลืออยู่อีกเยอะ  มันทำให้พาราไดซ์โล่งใจ  ถ้าหากวอดก้ากินยานอนหลับทุกวันด้วยปริมาณขนาดนี้  เขาจะรีบส่งวอดก้าไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

 

ตลอดคืนวอดก้ายังละเมอขอไม่ให้ใครบางคนทำร้ายเขา  อีกทั้งยังทำท่าหายใจไม่ออกอยู่ตลอดเวลาถึงอย่างนั้นความถี่ของการฝันร้ายก็ค่อยๆ  ลดลง  ยิ่งใกล้เช้าเด็กหนุ่มก็ยิ่งหลับสนิทขึ้น

 

ฝันร้าย...มันคงเชื่อมโยงกับอดีตของวอดก้า

 

เช้าวันต่อมา  พาราไดซ์โทรบอกวิมเลทเรื่องที่เขาจะไม่เข้าบริษัทและฝากเรียบเรียงเอกสารสำคัญให้เขา  บอกว่าถ้ามีเรื่องเร่งด่วนอะไรให้ติดต่อมา  ส่วนเขาก็อยู่กับวอดก้าจนกระทั่งเด็กหนุ่มตื่น

 

ตอนแรกที่วอดก้าตื่น  เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนอะไรอุ่น ๆ  มือของเขาก็กอดบางอย่างอยู่  ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าที่วอดก้าจะรู้สึกตัวว่าเตียงนอนเขาของไม่มีหมอนข้างและสิ่งที่เขากอดนั้นก็หายใจอยู่ด้วย

 

“ ด...ไดซ์ ? ”  วอดก้าปากคอสั่นเรียกชื่อคนที่เขานอนกอดเมื่อครู่  อีกฝ่ายยังหลับอยู่จนกระทั่งวอดก้าพยายามลงจากเตียง  แรงสั่นสะเทือนทำให้พาราไดซ์ที่งีบหลับรู้สึกตัวขึ้นมา

 

“ ตื่นแล้วเหรอ ? อยากกินอะไรไหม  จะได้โทรสั่งอาหารขึ้นมา ”  เขาถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย  แต่ถึงอย่างนั้นมือที่ยื่นมาปัดผมที่ปรกหน้าวอดก้าก็อ่อนโยนยิ่งกว่าเดิม  เด็กหนุ่มยืนเอ๋อ  ไม่เข้าใจจนกระทั่งเริ่มนึกออกถึงอ้อมกอดและเสียงที่คอยปลุกเขายามฝันร้ายตลอดคืน

 

ใบหน้าวอดก้าซีดเผือด  เขาก้มหน้าต่ำ  มือจับชายเสื้อตัวเองไว้

 

“ ข...ขอโทษ ” 

 

“ ถ้าหมายถึงเรื่องที่ฉันอยู่ค้างที่นี่  ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษเธอที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ” มือลูบหัวคนที่ก้มต่ำเบา ๆ  “ เธอไม่ผิดเลย ” 

 

“ แล้วตกลงกินอะไรดี  ฉันจะสั่งอาหารแล้ว ” 

 

หลังจากนั้นวอดก้าก็นั่งกินข้าวกับอีกฝ่ายอย่างงง ๆ ตามด้วยน้ำและยา  จากนั้นก็นั่งดูทีวี  กินข้าวเที่ยงเหมือนตอนอยู่บริษัทไม่มีผิด

 

“ เธอกินยานอนหลับบ่อยหรือเปล่า ? ” 

 

“ ?! ” 

 

ระหว่างที่พวกเขากำลังนั่งทานข้าวเที่ยง  อยู่ ๆ พาราไดซ์ก็ถาม  บางทีมันกลายเป็นเรื่องปกติของพวกเขาแล้วที่ทานข้าวไปด้วยคุยกันไปด้วย

 

วอดก้าเงียบ  คิดว่าพาราไดซ์คงเห็นยาในลิ้นชักของเขาแล้ว  ดวงตาสีฟ้านั้นไม่มีความต้องการที่จะตำหนิ  เพียงมองมาอย่างอ่อนโยนเท่านั้น  ทำให้วอดก้าคลายความเครียดไปได้ไม่น้อย

 

เขาตอบอย่างระมัดระวัง

 

 “ ไม่...ไม่บ่อย  ตั้ง...ตั้งแต่ได้นอนที่บริษัทก็...ก็ไม่กินอีก ” 

 

“ แล้วเมื่อวานได้กินหรือเปล่า ? ” 

 

วอดก้าพยักหน้าหงึกหนึ่งครึ่ง  พาราไดซ์ลังเลเล็กน้อย

 

“ เพราะฉันให้เธอสัญญาว่าจะนอน เธอเลยกินยานอนหลับเพื่อให้ตัวเองหลับได้ใช่หรือเปล่า ? ” 

 

วอดก้าพยักหน้าอีกครั้งอย่างซื่อตรง

 

“ อืม  กินข้าวต่อเถอะ ” 

 

พาราไดซ์มองวอดก้าที่ตักข้าวเข้าปาก  กินอย่างว่าง่าย  ดวงตาของเขาหลุบต่ำลง

 

วอดก้าไม่อยากให้เขาอยู่ตอนนอนเพราะตนเองนอนฝันร้าย  ลุงคาลอสบอกเขาแล้วว่าวอดก้าแต่ก่อนก็ฝันร้ายเหมือนกัน  แต่กลับไม่ยอมให้ใครเข้าไป  จิตแพทย์บอกว่าเป็นการป้องกันตัวเองจากจิตใจสำนึก  เด็กหนุ่มไม่อยากให้ใครเห็นสภาพนั้นของตนเอง  และไม่อยากให้ใครอยู่ใกล้จนเกินไปเพราะโรคกลัวการถูกสัมผัส   ถ้าไม่สนิทกันจริง ๆ วอดก้าจะไม่ยอมให้ถูกตัวเด็ดขาด

 

เขามองมือตัวเอง  วอดก้ายอมให้เขาลูบหัวและกอด  ถือว่าพวกเขาสนิทกันได้บ้างสินะ ? ถ้าจะให้พูด  พวกเขาก็รู้จักกัน 10 เดือนแล้ว  อีกไม่กี่เดือนก็ครบปีพอดี

 

อีกเรื่องคือเรื่องยานอนหลับ  พาราไดซ์พอเข้าใจท่าทางอดนอนของวอดก้าแล้ว  ต่อให้กินยานอนหลับ  สุดท้ายก็จะสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้ายอยู่ดี  ทำให้สุดท้ายก็ไม่ได้นอน  เขาไม่อยากคิดว่าถ้าตอนนั้นเขายังปฏิเสธไม่ให้วอดก้ามานอนที่บริษัทอีก  ถึงตอนนั้น...วอดก้าจะยังกินยานอนหลับพวกนั้นต่อไปเรื่อย ๆ ใช่ไหม  แล้วเด็กหนุ่มจะเป็นยังไงบ้าง

 

แค่จินตนาการถึงตอนนั้น  พาราไดซ์ก็ใจสั่นขึ้นมา

 

“ หือ ? ”  พาราไดซ์ก้มลงมองสัมผัสที่หลังมือ  เป็นวอดก้าที่กำลังติดพลาสเตอร์ให้เขา  เป็นแผลที่ได้มาจากตอนที่พยายามคว้าตัววอดก้าไม่ให้ทำร้ายตัวเอง

 

เด็กหนุ่มก้มหน้าก้มตาทำให้เขา  หลังจากติดพลาสเตอร์แล้วอีกฝ่ายก็ทำสิ่งที่เขาคาดไม่ถึง  ด้วยการจูบที่พลาสเตอร์หลังมือเขาเบา ๆ

 

“ เป็นการขอโทษ... ”  วอดก้าตอบสั้น ๆ ก่อนหลบตาเขา  พาราไดซ์ยิ้ม  ขณะลูบหัวอีกฝ่ายเบา ๆ

 

“ ติดมาจากลุงคาลอสสินะ ?   

 

วอดก้าพยักหน้ารับ  ลุงคาลอสมีนิสัยชอบทำแบบนี้เวลาวอดก้าเคยเป็นแผล  ดังนั้นวอดก้าเลยทำตาม  เขาไม่ได้พูดขอโทษเพราะพาราไดซ์บอกว่าเขาขอโทษมาพอแล้ว

 

พาราไดซ์นั่งสำรวจต้นไม้ภายในห้องวอดก้าด้วยความสนใจ  ขณะเด็กหนุ่มกำลังทำงานของตนเอง  ระหว่างนั้นเขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าวอดก้าใส่แว่นตาด้วย

 

เป็นแว่นตากรอบบางทรงรี  วอดก้าเล่าว่าสายตาสั้นนิด ๆ เลยใส่แว่นบางครั้งตอนทำงาน  เจ้าตัวยังรวบผมที่ประบ่าของตัวเองด้วยทำให้เขาได้เห็นภาพลักษณ์ใหม่ของเด็กหนุ่ม

 

 พาราไดซ์ไม่ได้กวนอะไรวอดก้าจนเห็นเด็กหนุ่มวางมือจากดินสอ  เขาสั่งขนมมาเป็นของว่างและได้รู้เพิ่มเติมอีกอย่างว่าวอดก้าชอบกินเค้กช็อกโกแลตคู่กับนม

 

กินเหมือนเด็ก 

 

ถึงจะคิดแบบนั้นเขาก็คอยนั่งดูวอดก้านั่งทานขนมอย่างมีความสุข  สังเกตได้จากดวงตาสีดำที่ดูเป็นประกายจาง ๆ นั่น  ส่วนเขาก็ตั้งใจจะหาเวลางีบหลับสักครู่หนึ่งก่อนจะกลับบ้าน

 

“เธอปลูกต้นไม้เยอะนะ  ชอบต้นไม้เหรอ ? ”   ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่พาราไดซ์มักเป็นฝ่ายชวนคุย  เขาค้นพบว่าตัวเองมักเริ่มถามเรื่อยเปื่อยเสมอ  เห็นอะไรก็ดึงมาใช้พูดกับวอดก้า  จนกลายเป็นนิสัยอย่างหนึ่ง

 

วอดก้าดึงส้อมออกจากปาก  ตักเค้กคำเล็ก ๆ ขึ้นแต่ยังไม่กินเพราะต้องเอ่ยตอบพาราไดซ์ก่อน

 

“ ชอบ...สีเขียวทำให้สดชื่น ” 

 

“ อืม  แต่ฉันชอบดอกไม้สีฟ้าน่ะ ”  พาราไดซ์ลูบคางตัวเองเล็กน้อยขณะนึกถึงสมัยก่อน “ แม่ของฉันเคยเล่าเรื่องตำนานดอกไฮยาซินให้ฟัง  ฉันจำเรื่องไม่ค่อยได้แล้ว  แต่เห็นว่าเกี่ยวกับความรัก ” 

 

“ ดอกไม้ส่วน...ส่วนใหญ่เกี่ยวกับความรัก ”  วอดก้าเสนอความคิดเห็นของตัวเองบ้าง

 

พาราไดซ์หัวเราะเบา ๆ

 

“ ใช่แล้วล่ะ  เพราะแบบนี้ผู้ชายถึงได้ให้ดอกไม้ผู้หญิงล่ะมั้ง  ที่ฉันจำชื่อดอกไฮยาซินได้น่าจะเพราะว่ามันเป็นดอกไม้ที่แม่บอกว่าเหมือนสีตาของฉัน ” 

 

“ สีฟ้า ? ” 

 

“ ใช่  แล้ววอดก้าล่ะ  มีดอกไม้อะไรที่ชอบหรือเปล่า ? ” 

 

วอดก้านิ่งคิดไปเล็กน้อยก่อนจะตอบช้า ๆ

 

“ ดอกกุหลาบ...สีชมพู ” 

 

ประธานหนุ่มกระพริบตาด้วยความประหลาดใจก่อนจะนิ่งไปเมื่อวอดก้าเอ่ยต่อด้วยสีหน้าหม่นลง

 

“ คุณแม่ชอบ... ”  เขานึกถึงเรื่องที่วิมเลทบอก  เด็กหนุ่มเสียพ่อแม่ไปในเหตุไฟไหม้เมื่อหลายปีก่อน  พาราไดซ์สบถเบา ๆ ในใจที่ทำให้อีกฝ่ายต้องคิดถึงเรื่องเศร้าอีกแล้ว

 

แต่วอดก้าทำให้เขาประหลาดใจด้วยการสบตากับเขา

 

“ ไม่เป็นไร...ผมโอเค ” 

 

พาราไดซ์ยิ้มบาง ๆ ลูบผมสีดำหนานุ่มนั่นอีกครั้งด้วยความชื่นชมและภูมิใจ

 

“ อืม...เธอเก่งมาก ” 

 

 


 

“ วันเกิด ? ”  วอดก้าทวนคำอย่างประหลาดใจ  เขามองวิมเลทที่กำลังจัดแฟ้มเอกสารอยู่

 

“ ครับ  เผื่อคุณวอดก้าอยากรู้ ”  วิมเลทยิ้มน้อย ๆ “ อีก 3 เดือนจะเป็นวันเกิดท่านประธานน่ะครับ ” 

 

วอดก้ามีดวงตาที่แวววาว  เขาสบตาของอีกฝ่ายแล้วขอบคุณด้วยรอยยิ้มจาง ๆ

 

“ ขอบคุณครับ  วิมเลท ” 

 

“ ด้วยความยินดีครับ ”  วิมเลทยิ้ม  เขามองผ่านหลังของวอดก้าที่เดินเข้าไปในห้องท่านประธาน  เด็กหนุ่มเปลี่ยนที่นอนแล้วเป็นนอนข้างใน  เพราะเตียงเดี่ยวขนาดไม่ใหญ่มากที่ท่านประธานสั่งมาให้วอดก้า  เพื่อที่เจ้าตัวจะได้เลิกนอนโซฟาแล้วมานอนที่เตียงดี ๆ สักที

 

วิมเลทถอนหายใจ

 

ดูเหมือนท่านประธานที่เคยบอกว่าการมีคนมานอนในบริษัทเป็นเรื่องที่เสียภาพลักษณ์  ดังนั้นท่านประธานก็เลยให้คนคนนั้นมานอนในห้องทำงานท่านประธานเองสินะ

 

อืมมม...เวลาเปลี่ยน  คนก็เปลี่ยนจริง ๆ ด้วย

 

สำหรับวิมเลทคิดว่าตอนนี้ท่านประธานยังไม่รู้ตัวหรอกว่ากำลังขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งแทนที่ลิเดียเรื่องการประคบประหงมคุณวอดก้าน่ะ  เอกสารอะไรก็ไม่ให้ช่วย  ให้นอนนิ่ง ๆ เล่นเกมอ่านหนังสือไปเฉย ๆ ทั้งยังให้เขาไปสรรหาร้านอาหารอร่อย ๆ มาอีกด้วย

 

อืมมม-รอบที่สอง  ท่านประธานไม่ได้เป็นซิสค่อนแต่เป็นบราค่อนหรือเนี่ย ?

 

“ วิมเลท  ถ้านายยังนินทาฉันอีก  ฉันจะหักเงินเดือนนายแล้วนะ ” 

 

วิมเลทสะดุ้งกับสายตาเย็นยะเยือกของท่านประธาน  เขาก้มหน้าก้มตาหลบเจ้านาย   ดีที่เจ้านายไม่มีวิชาอ่านใจ  ไม่อย่างนั้นเขาคงถูกเตะโด่งออกจากบริษัทแน่

 

 

 

 

พาราไดซ์เริ่มไปขลุกที่ห้องวอดก้าบ่อยขึ้น  ส่วนใหญ่หลังทานมื้อเย็นที่บริษัทเสร็จก็มาส่งวอดก้า  บางครั้งเขาก็นอนที่โซฟารับแขกด้วย  คอยสังเกตฝันร้ายของวอดก้าเป็นระยะ ๆ

 

อาจจะเป็นการคิดไปเอง  แต่พาราไดซ์รู้สึกว่าวันไหนที่เขาพักกับวอดก้าด้วย  อีกฝ่ายจะหลับได้สนิทขึ้น  อาจมีสะดุ้งตื่นบ้าง  แต่ก็ดีกว่าวันนั้น น่าจะเป็นผลกระทบเหมือนที่บริษัทที่วอดก้าไม่เคยฝันร้ายเลย

 

เพื่อรักษาโรคกลัวการเข้าสังคมกับวอดก้า  พาราไดซ์จึงเริ่มชวนอีกฝ่ายออกมาเดินเล่นในวันหยุด  แต่เขาไม่คิดว่าแค่วันแรก  เขาจะสร้างบาดแผลทางใจให้กับเด็กหนุ่มเสียแล้ว

 

สวนสาธารณะตอนเย็นคนไม่เยอะมาก  แต่อาจจะยังน่ากลัวสำหรับวอดก้าที่มักเดินมาที่บริษัทโดยหลบหลีกผู้คนเสียส่วนใหญ่   วอดก้าจับแขนเสื้อพาราไดซ์ไว้  เจ้าตัวยังสวมเสื้อแขนยาว  หลังจากพาราไดซ์เอาไอศกรีมเข้าหลอกล่อ  วอดก้าก็ดูลดความกลัวลงไปได้มากและคอยสังเกตต้นไม้ในสวนด้วยความสนใจ

 

“ หิวน้ำไหม ? คอแห้งหรือเปล่า ? ”  วอดก้าพยักหน้าน้อย ๆ  ร้านสะดวกซื้ออยู่ค่อนข้างไกลและต้องฝ่าคนไปไม่ใช่น้อยดังนั้นพาราไดซ์จึงตัดสินใจให้วอดก้ารออยู่ในสวนตรงที่ไม่ค่อยมีคนจะดีกว่า

 

“ เธออยู่คนเดียวได้ไหม ? ” 

 

วอดก้ากวาดตาสำรวจเส้นทางที่ไม่ค่อยมีคนผ่านพลางพยักหน้ารับ  ชายหนุ่มบอกจะรีบไปรีบกลับ  ดังนั้นวอดก้าจึงนั่งรอตรงนั้นและคอยสำรวจต้นไม้ที่สนใจต่ออย่างว่าง่าย

 

แต่พาราไดซ์ไม่กลับมา

 

วอดก้าเริ่มรู้สึกกลัว  ท้องฟ้ามืดลง  คนในสวนสาธารณะก็น้อยลงไปด้วย  ส่วนหนึ่งของวอดก้ากลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุกับพาราไดซ์   อีกส่วนก็คิดในแง่ลบว่าชายหนุ่มทิ้งเขาไปแล้วหรือเปล่า

 

ลืมเขาไว้ที่นี่

 

อากาศเริ่มเย็นลงแต่วอดก้าไม่รู้สึกหนาวเลย  อาจเพราะในใจของเขารู้สึกหนาวยิ่งกว่าอากาศภายนอก  เขาดูโทรศัพท์  ไม่มีข้อความหรือการโทรเข้า

 

ความเงียบเข้าครอบงำเขา  ทำให้วอดก้าแน่นหน้าอก  เขาเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตัวเอง  ลองกดโทรอออกแต่ไม่มีคนรับสาย

 

วอดก้าหายใจติดขัดและส่งข้อความไปหาอีกฝ่าย

 

 

                                                                                                    ‘ไดซ์ ?

                                                                                              20.19 น.

                                                                           ‘ผมทำอะไรผิดหรือเปล่า ?

                                                                                              20.20 น.

 

 

วอดก้านั่งรอต่อไป  เขาปลอบตัวเองว่าเดี๋ยวพาราไดซ์ก็จะมารับเขา

 

พาราไดซ์ไม่ทิ้งเขาหรอก...

 

ไม่ทิ้งเขา  ไม่เหมือนพ่อกับแม่...

 

วอดก้าก้มหน้าลง  ฟุบที่เข่าของตนเอง  เขายังจ้องหน้าจอมือถืออย่างโง่ ๆ หวังว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับมา

 

“ เฮ้ สวนสาธารณะจะปิดแล้วนะ  กลับบ้านได้แล้ว ”  ยามถือไฟฉายส่องหน้าเขา  วอดก้าดูนาฬิกา  สี่ทุ่มแล้วแต่พาราไดซ์ก็ยังไม่มา

 

เขายิ้มอย่างขมขื่น  เขาไม่รู้ว่าเขาทำอะไรผิดแต่เขาก็ตัดสินใจส่งข้อความที่ 3 ไปหาพาราไดซ์

 

                                                                      ‘ผมขอโทษครับ พี่

                                                                                         22.12 น.

 

อาจเพราะเคยชิน  อาจเพราะยิ่งอยู่ใกล้ก็ยิ่งมีความสุข  เพราะแบบนั้นถึงยิ่งคาดหวังมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

พาราไดซ์ใจดี  ทำให้เขาหลับได้   กินข้าวเป็นเพื่อนเขา  หาของอร่อย ๆให้เขา  ปลุกเขาจากฝันร้าย  เขาจึงชอบพาราไดซ์มาก

 

เขาดีใจที่มีครอบครัวอีกครั้ง

 

แต่ว่า...ไม่มีอะไรที่อยู่ตลอดไป

 

วอดก้าเกือบลืมความรู้สึกนี้ไปแล้ว

 

ความรู้สึกตอนที่อยู่ในห้องสกปรกนั่น  เฝ้ารอให้พ่อกับแม่เปิดประตูมารับเขา

 

มาช่วยเขาจากนรกนั่น

 

แต่ไม่...เป็นเขาที่เกือบตายเพื่อหนีออกมาจากที่นั่น

 

ลำคอร้อนผ่าวเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นบีบรัดไว้

 

วอดก้าหายใจเขาลึก ๆ

 

จากนั้นก็เป็นการเฝ้ารอหลังจากไฟไหม้  รอพ่อกับแม่เปิดประตูเข้ามา  บอกว่ากลับมาแล้วและจะไม่ทิ้งเขาไว้คนเดียวอีก

 

หายใจออกช้า ๆ

 

แต่ไม่...ไม่เคยเป็นอย่างที่เขาหวัง  ดังนั้นวอดก้าจึงเลิกหวัง  เพราะความผิดหวังมันเจ็บปวดแบบนี้  ความรู้สึกที่เหมือนอยู่ตัวคนเดียวบนโลกนี้มันเหมือนจะฉีกกระชากหัวใจเขาออกจากกัน  ทำให้ร่างกายของเขาอ่อนล้าหมดแรงและอยากจะทรุดตัวลงนั่งเงียบ ๆ อย่างนั้น

 

บนโลกใบนี้ไม่มีใครต้องการเขา...

 

น้ำตาหลั่งรินออกมาเงียบ ๆ พร้อมกับความปวดหนึบที่อกที่ไม่อาจจางหายไปได้ง่าย ๆ 

 

เขาไม่โทษพาราไดซ์  ถ้าเขาเข้มแข็งมากกว่านี้เขาคงเดินกลับห้องพักของตัวเองแล้วทำเป็นลืมมันซะเรื่องที่เขาถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว  แต่ไม่...วอดก้ารู้ว่าตนเองนั้นอ่อนแอเหลือเกิน  และบางทีนี่อาจจะเป็นฝันร้ายใหม่ของเขา

 

โลกที่ไม่มีพาราไดซ์อีกต่อไป

 

บางทีคงถึงเวลาแล้วจริง ๆ ที่จะอยู่ด้วยตัวคนเดียว...เหมือนที่เป็นเสมอมา

 

 

 

 

 

 

TALK

อะแฮ่มทุกคน  อย่าได้ตกใจไปเลย  ตอนพิเศษนี้จบแฮปปี้แน่นอน  แถมตอนหน้าฟินจิกหมอนขาดแบบสุด ๆ ไรท์จะกลับต่างจังหวัดวันนี้และกลับมาอีกทีวันจันทร์  ดังนั้นไรท์จะมาอัพวันจันทร์พร้อมกับหนูพอลนะจ้ะ  อัพเดทชีวิตเล็กน้อย  ไรท์เป็นนิสิตม.เกษตรศาสตร์แล้วจ้า  ไม่ขอบอกคณะนะเพราะเพื่อนในคณะอ่านนิยายเยอะมาก  กลัวจะป๊ะกันตรง ๆ 555555


เรื่องอื่น ๆ ก็จะทยอยอัพครบทุกเรื่องแน่นอนน้า  เป็นของขวัญปีใหม่  จะมีวอดก้าที่เยอะกว่าคนอื่นนิดหน่อยยยย



อิมเมจวอดก้า 



อิมเมจพาราไดซ์จ้า  แต่ไม่ใส่แว่นเน้อ

 



 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 103 : ตอนพิเศษ Yaoi : โลกของฉันและเธอ (พาราไดซ์ x วอดก้า) 1 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4931 , โพส : 140 , Rating : 1% / 461 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6
# 140 : ความคิดเห็นที่ 15904
ทำไมรู้สึกชอบบบ​
Name : molyarat < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ molyarat [ IP : 1.46.207.111 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:28
# 139 : ความคิดเห็นที่ 15887
ยินดีด้วยค่าไรท์ ที่สอบติด
แล้วก็ไรม์กลับมาแล้วววว เย้!!!

ตอนพิเศษนี้สงสารวอดก้ามากเลยอ่าา อ่านไปร้องไป(เวอร์ไปมั้ยแต่ร้องจริง) จะรออ่านน้าาา
Name : sukhita3667 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sukhita3667 [ IP : 180.180.222.165 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 มกราคม 2562 / 23:59
# 138 : ความคิดเห็นที่ 15885
สงสารน้องงง ทำไมไดซ์ทำงี้ ;-; คนรอก็รอไปสิ
Name : neaumn_sm < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ neaumn_sm [ IP : 110.168.61.124 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 มกราคม 2562 / 01:08
# 137 : ความคิดเห็นที่ 15863
คือดีมากกกก พล็อตน่าสนใจมากเลยไรท์ สนุกมากๆค่ะ นี่อินจนร้องไปกับน้องง สงสารร มากอดนะลูกก
Name : ni_ky < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ni_ky [ IP : 223.24.164.109 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 มกราคม 2562 / 21:36
# 136 : ความคิดเห็นที่ 15833
ปลื้มปิไรต์กลับมาแล้ววววว
Name : Black - Rabbit < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Black - Rabbit [ IP : 49.49.61.85 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 มกราคม 2562 / 22:02
# 135 : ความคิดเห็นที่ 15762
ฮีโดนดักทำร้ายรึเปล่า รึฮีเกิดอุบัติเหตุเปล่า อย่าเพิ่งท้อสิลูกกกกกก
PS.  รักในนิยายของทุกๆคนค่าา
Name : The Kingz < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ The Kingz [ IP : 118.173.211.242 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ธันวาคม 2561 / 11:06
# 134 : ความคิดเห็นที่ 15753
welcome back
Name : ~เทพา~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ~เทพา~ [ IP : 223.24.166.158 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ธันวาคม 2561 / 10:29
# 133 : ความคิดเห็นที่ 15733
ยินดีต้อนรับกับน้า 55555 ดีใจมาก แล้วก็ยินดีด้วยที่สอบติดจ้า
PS.  ชีวิตก็เหมือนกระดาษเปล่า คุณสามรถวาดได้ด้วยตัวเอง มันจะดีจะเลวขึ้นอยู่กับตัวคุณ
Name : muay'ko < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ muay'ko [ IP : 49.237.135.245 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ธันวาคม 2561 / 02:38
# 132 : ความคิดเห็นที่ 15732
รออ่านตอนต่อไปคะ สงสารวอดก้าจังเลยแอดอัพเร็วๆๆเถอะคะ
Name : 826356 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 826356 [ IP : 118.173.53.185 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2561 / 22:57
# 131 : ความคิดเห็นที่ 15731
โง๊ยยยยย!! ดีใจ ไรท์กลับมาแล้ว welcome นะคะไรท์ มาต่อจนจบเลยนะคะ คิดถึงมากๆเลยค่ะ
Name : Benzpig < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Benzpig [ IP : 223.24.170.99 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2561 / 21:55
# 130 : ความคิดเห็นที่ 15730
กรี๊ดดดด ฟินเฟ่อร์ ยินดีต้อนรับกลับค่าาา
PS.  ความรู้สึกที่อยู่ข้างในนะ... อยากจะบอกให้เธอรู้จริงๆ
Name : Funikami Hane < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Funikami Hane [ IP : 124.122.4.30 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2561 / 17:50
# 129 : ความคิดเห็นที่ 15729
ไรท์กลับมาแล้ววววว
Welcome Back ยินดีต้อนรับกลับมาค่าาาา รอหนูรี่อ่ะ หวังว่าจะไม่หายไปนานๆอีกน้าาาา
PS.  ชีวิตของเรา ทางเดินของเรา เราต้องเลือกเอง และห้ามเสียใจในสิ่งที่เราเลือก ปล.18เจ้าหญิง บันไซ!!!!
Name : Yamabuki no Ryoki < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Yamabuki no Ryoki [ IP : 49.229.99.79 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2561 / 17:01
# 128 : ความคิดเห็นที่ 15728
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด ตอนแรกนึกว่าตาฝาด ไรท์กลับมาแล้ววว เย้ๆๆๆ
Name : Menight * < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Menight * [ IP : 184.22.212.220 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2561 / 16:06
# 127 : ความคิดเห็นที่ 15727
ในที่สุด!!! เราดีใจมากที่ไรท์กลับมาแล้ว ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆให้อ่านนะคะ ติดตามทุกเรื่องเลยยย💓
Name : ffonn45 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ffonn45 [ IP : 223.206.241.88 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2561 / 15:22
# 126 : ความคิดเห็นที่ 15726
กราบลงแทบเท้า ได้โปรดมาอัพต่อเถอะเจ้าค่ะ
Name : enthalia < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ enthalia [ IP : 223.205.25.33 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2561 / 11:23
# 125 : ความคิดเห็นที่ 15725
เย้ๆไรท์อัพต่ออออ​

ดีใจที่สุดดด​ วนอ่านมา3รอบไแ้กว่าไรท์จะอัพต่อ​ ไรท์อัพเนื้อหาหลักน้าาค้างสุดดอ่ะ​ ทั้งวิสกี้​ จิน​ มีปริศนา​โผ่ลมาอีกแล้วว(ตอนก่อนหน้าอ่ะน่ะ)​

รอออๆๆติดตามอยู่น้าา​ เป็นกำลังใจให้
Name : m-mew-miew < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ m-mew-miew [ IP : 1.0.179.219 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2561 / 09:01
# 124 : ความคิดเห็นที่ 15724
ไรท์เนื้อหาหลักช่วยลงให้อ่านหน่อยนะ
Name : pink_pw < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pink_pw [ IP : 223.24.157.102 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2561 / 01:20
  • ความคิดเห็นที่ 15724-1 (จากตอนที่ 103)
    ลงให้แล้วน้าาาา
    PS.  อา.....คุณพ่อเคยพูดเอาไว้ สีขาวกับสีดำแตกต่างกันยังไงไม่สำคัญ สำคัญแค่จำไว้ว่า...ชีวิตนี้คนที่สามารถไว้วางใจได้ก็มีแค่ตัวเราเองเท่านั้น หนู ๆ ทั้งหลาย ...^^...จำและเชื่อฟังคำของคุณพ่อให้ดีนะ
    Name : แฟนพันธุ์แท้นิยาย < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ แฟนพันธุ์แท้นิยาย [ IP : 58.11.1.44 ]
    ส่งข้อความลับ
    วันที่:31 ธันวาคม 2561 / 09:37
# 123 : ความคิดเห็นที่ 15723
กลับมาแล้วฮื่ออออออ
Name : Sojuuu < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Sojuuu [ IP : 184.22.112.118 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2561 / 00:33
# 122 : ความคิดเห็นที่ 15722
come back แล้วววววว
Name : SUNYADA < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SUNYADA [ IP : 49.230.226.159 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2561 / 00:20
# 121 : ความคิดเห็นที่ 15721
ดีใจมากเรยค่ะ ที่กลับมาอัพ ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่ที่ดีมากเรยค่ะ คิดถึงนิยายเรื่องนี้มากอ่านวนหลายรอบเรยค่ะ
Name : Saiman < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Saiman [ IP : 49.229.145.120 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2561 / 00:12
# 120 : ความคิดเห็นที่ 15720
มาแล้วคิดถึงจังเลย
PS.  สู้ต่อไปอย่างยอมแพ้
Name : Blue_myeyes < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Blue_myeyes [ IP : 180.183.239.227 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2561 / 00:00
# 119 : ความคิดเห็นที่ 15719
ดีใจจจในที่สุดก็กลับมาแล้ว เรารอตลอดเลย ไม่เคยถอนเฟบออกเลยกลัวกลับมาต่อแล้วเราไม่รู้ ดีใจจังเลยค่ะ
Name : Nview2000 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Nview2000 [ IP : 115.87.48.123 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 ธันวาคม 2561 / 23:54
# 118 : ความคิดเห็นที่ 15718
เห็นแจ้งเตือน ต้องดูอีกทีแหนะ กลับมาแล้ววว
Name : oโรวเนลo < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ oโรวเนลo [ IP : 124.120.137.56 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 ธันวาคม 2561 / 23:36
# 117 : ความคิดเห็นที่ 15717
ในที่สุดไรท์ก็กลับมาแล้วว ดีใจจ มาต่อเร็วๆน้า อยากอ่านมากกกกก
Name : TM0345 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ TM0345 [ IP : 223.204.242.111 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 ธันวาคม 2561 / 23:20
# 116 : ความคิดเห็นที่ 15715
กลับมาแล้ววว คิดถึงมากกกกเลย มาอัพบ่อยๆนะ รอเสมอ
Name : MookMokarin < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MookMokarin [ IP : 49.230.214.151 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 ธันวาคม 2561 / 22:43
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android