คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 32 : บทที่ 31 วิชาการต่อสู้ 2 100 % แว้วววว มาอ่านเร็ว


     อัพเดท 21 ก.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 2,412 Overall : 679,142
15,910 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7629 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 32 : บทที่ 31 วิชาการต่อสู้ 2 100 % แว้วววว มาอ่านเร็ว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 19925 , โพส : 80 , Rating : 12% / 240 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

บทที่  31 วิชาการต่อสู้   


 

“ กติกาไม่ถึงตาย…..แต่ต้องสู้ให้ถึงที่สุด  ใครที่ทำอาวุธคู่ต่อสู้ตกถึงพื้น หรือทำให้คู่ต่อสู้เอ่ยยอมแพ้ก่อนจะถือว่าชนะ   …..เข้าใจนะ ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าเสียหายเดี๋ยวฉันจัดการเอง  

 

อาจารย์หนุ่มรูปหล่อย้ำกับวอดก้าและพาราไดซ์ที่ยืนหันหน้าเข้าหากัน  เอ่ยด้วยน้ำเสียงแฝงความตื่นเต้นเอาไว้โดยที่ไม่เห็นสายตาสงสารแปดคู่ที่มองมา

 

พวกวิสกี้และวิมเลทคิดในใจ……อาจารย์จะกลายเป็นเจ้าชายยาจกเพราะต้องจ่ายค่าเสียหายของสองคนนี้แหละ

 

  ดาบในมือของทั้งคู่เรืองแสงและมีไอเวทย์ปรากฏขึ้นเสมือนหมอกพรางร่าง  โมเซสและคนที่เหลือพากันทยอยเดินออกห่างเพื่อให้อาจารย์หนุ่มร่ายเวทป้องกันพวกเขาได้ถนัดแต่วิสกี้ที่กำลังเดินไปก็เดินย้อนกลับมาที่เพื่อนของเขาอีกครั้งพลางกระซิบเสียงข้างหูอย่างเป็นกังวล

 

“ ระวังอย่าให้เลือดไหลนะ  พวกเรา…….เป็นห่วง ” สิ่งที่ชายหนุ่มผมส้มพูดวอดก้าย่อมเข้าใจ  นักบวชหนุ่มหันไปยิ้มให้ผู้เป็นเพื่อนเพื่อปลอบใจเล็กน้อย  กล่าวเสียงแผ่ว

 

“ ฉันจะระวัง….

 

“ อืม ” วิสกี้รับคำแล้วเดินไปหาพวกจินและคนอื่น ๆ ที่ยืนรออยู่   แน่นอนว่านอกจากจิน  วิสกี้  รัมและเตกีล่าจะกังวลแล้ว  คนที่เหลือก็ไม่ต่างกัน

 

“ นี่…..วิสกี้  คุณวอดก้าจะไม่เป็นอะไรหรือคะ ? ….อีกฝ่ายคือเจ้าชายรัชทายาทของทริสทอร์เลยนะ……. ” เจน  สาวผมฟ้ายังไม่ทันจะพูดจบ  สี่เสียงจากกลุ่มเพื่อนสนิทของวอดก้าก็ประสานเสียงดังขึ้นในทันที

 

“ ไม่ต้องห่วงหรอก…….อย่างวอดก้าน่ะสู้ได้สบาย !

 

“ งะ...งั้นหรือคะ ” เจนทวนคำเล็กน้อยโดยไม่เห็นแววตาวิตกที่หลบซ่อนอยู่ในนัยน์ตาของทั้งสี่  การต่อสู้ครั้งนี้ย่อมมีการบาดเจ็บอยู่แล้วเพราะมันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ  อีกทั้งคู่ต่อสู้ยังเป็นถึงเจ้าชายผู้ถูกขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะในทุก ๆ ด้าน  มันจึงต้องมีการบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่แล้ว 

                                                                                      

แต่สิ่งที่พวกเขากังวลคือเลือดของวอดก้าอาจจะทำให้ คนที่อยู่ในเงามืด สามารถหาตัววอดก้าพบจนเพื่อนของเขาต้องตกอยู่ในอันตรายอีกครั้งโดยที่พวกเขาไม่สามารถช่วยอะไรได้……นั่นคือสิ่งที่หนึ่งนักพนัน  หนึ่งนักค้าสินค้า  หนึ่งแพทย์  และหนึ่งเจ้าแม่วงการข่าวสารยอมรับไม่ได้จริง ๆ

 

ทั้งสี่ภาวนาในใจแม้สีหน้าจะเรียบนิ่ง 

 

ท่าทางยังปกติเช่นเดิมคือวิสกี้ก็พูดคุยกับจินตามปกติแต่มือยังไม่หยุดหมุนกำไลหยกที่ข้อมือราวกับจะใช้มันสร้างความอุ่นใจให้ตนเอง

 

  จินเองก็กระชับตุ๊กตาหมีสีขาวในอ้อมแขนแน่น  คางเกยกับหัวตุ๊กตาราวกับจะให้มันบรรเทาความอัดอั้นและความกังวลทั้งหมด 

 

รัมกอดกระถางต้นทิวลิปไว้หลวม ๆ นัยน์ตาสีรัตติกาลหลังเส้นผมเหม่อมองดอกทิวลิปที่เปล่งแสงวูบวาบนิ่ง

 

 และสุดท้ายตือเตกีล่าที่แม้จะเปิดโน๊ตบุคซ์  มือข้างหนึ่งถือรองฐานโน้ตบุคซ์ส่วนอีกมือหนึ่งก็รัวแป้นตามปกติแต่นัยน์ตาหลังแว่นของชายหนุ่มไม่คิดแม้แต่จะเหลียวมองหน้าจอ  โดยไม่รู้ว่ามีอีกสายตามองพวกเขาอยู่

 

วิมเลทที่ลอบสังเกตสีหน้าของเพื่อนร่วมห้องที่เขาบอกตามตรงว่าไม่ชอบขี้หน้าอย่างแรงแต่……เขาก็ไม่สามารถละสายตาจากคนที่กำลังมองนิ่งไปยังใครอีกคนได้เลย   ความนิ่งเงียบไร้ซึ่งแววขี้เล่นและกวนประสาทอย่างเคยยิ่งทำให้เขาจับจ้องความไม่ปกตินั้น

 

เคียร์มองคนที่บัดนี้แม้จะยังมีรอยยิ้มอยู่ที่ริมฝีปากตามปกติแต่นัยน์ตาสีอำพัน  บัดนี้มันไร้ซึ่งรอยยิ้มอย่างเช่นเคย  ภาพนัยน์ตาที่มีแต่ความสุขและรอยยิ้มยังติดตาเขาไม่จางหาย

 

บลัดดี้มองคนผมแดงและนัยน์ตาสีฟ้าใสที่เรียบเย็นซึ่งเขาที่เคยยมองมันผ่าน ๆ ลงความเห็นคล้ายกับนัยน์ตาของเพื่อนเขาผู้เป็นเจ้าชาย  แต่หลังการฝึกเต้นรำเขาจึงได้รู้ว่านัยน์ตาสีฟ้านั้นไม่ได้ไร้ความรู้สึก  มันยังมีความกังวลและตื่นเต้นเมื่อตนเองสามารถทำตามที่คิดได้

 

บราวน์มองคนที่เขาเคยทักว่าชอบยิ้มเสแสร้งซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบที่สุด  แต่บัดนี้ริมฝีปากบางสีชมพูอ่อนที่ไร้รอยยิ้มกลับยิ่งทำให้เขาไม่ชอบใจมากกว่าเดิม

 

ด้านคู่แข่งอีกสองคนที่บัดนี้ยืนนิ่งอยู่    กลางสนามฝึกซ้อม  วอดก้ากวาดตามองร่างกายและตัวดาบของชายหนุ่มตรงข้ามเขาเช่นเดียวกับพาราไดซ์ที่มองวอดก้าอย่างประเมินกำลังในแต่ละส่วน

 

แน่นอนว่าจิตสังหารเริ่มปกคลุมพื้นที่บริเวณนี้ในทันที  ซึ่งมันเป็นของเจ้าชายหนุ่มแต่เพียงผู้เดียว  วอดก้าหรี่สายตาลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสถึงอากาศที่เย็นลง  พลางสรุปในใจ

 

สมกับที่เป็นเจ้าชายน้ำแข็งจริง ๆ แค่จิตสังหารก็สร้างความกดดันได้เป็นวงกว้างรวมทั้งการเปลี่ยนบรรยากาศรอบตัวเพื่อกดดันคู่ต่อสู้…..ไม่ธรรมดาจริง ๆ เจ้าชายองค์นี้

 

วอดก้าคิด  เมื่อสัมผัสและแปรคลื่นจิตสังหารเป็นอารมณ์ซึ่งพบว่ามันราบเรียบ…….เหมือนแผ่นน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น

 

ตามปกติแล้วจิตสังหารเป็นการปลดปล่อยอารมณ์ด้านลบต่าง ๆ ตั้งแต่ความโกรธ  ความโมโห  ความคิดและความเคียดแค้นออกมาในรูปของความคิดที่สามารถสื่อออกมาเป็นความรู้สึกหรือรูปธรรมได้   การควบคุมและการปลดปล่อยความคิดย่อมต่างกันเพราะสมอง  ความคิด  อารมณ์   ความรู้สึกร่วมทั้งจิตใต้สำนึกนั้นมีความแตกต่างกัน  บางคนที่มีอารมณ์ร้อน  ใจร้อนหรือโมโหง่ายก็จะระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างไร้ความคิด  เรียกว่าเป็นอารมณ์ชั่ววูบเพราะขาดสติ  แต่อารมณ์ที่พาราไดซ์ปลดปล่อยออกมาคือความรู้สึกฆ่าฟันอย่างรุนแรงที่ไม่ถือเป็นการขาดสติเพราะเจ้าตัวสามารถควบคุมความรู้สึกและสติของตนเองได้อย่างมั่นคง  จิตสังหารดูเผิน ๆ แล้วเหมือนแค่การกำหนดจิตแล้วปลดปล่อยความคิดให้สมองว่างแต่หากสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการต่อสู้  ควบคุมอารมณ์และความนึกคิด  จิตสังหารก็จะสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมายนอกจากการขู่ศัตรูเพราะจิตสังหารและความคิดจะเปรียบเสมือนเป็นคลื่นบาง ๆ ที่ถูกปลดปล่อยออกมาโดยมีเราเป็นศูนย์กลางจนสามารถรับรู้สิ่งที่เข้าใกล้ในระยะจิตสังหารได้เฉียบคมมากยิ่งขึ้น

 

คนที่ใช้จิตสังหารระดับนี้ได้เปรียบเสมือนมีเรดาร์หรือสัญญาณเตือนภัยติดตัวเลยทีเดียว

 

วอดก้ายิ้มบาง ๆ

 

“ กำหนดอาณาเขตการต่อสู้และการใช้พลังหน่อยนะครับ เอาเป็นไม่มีลูกหลงไปนอกสนามก็พอ ” ขนาดของสนามสำหรับซ้อมดาบกว้างประมาณ  800  เมตร  ยาว  700  เมตรก็ถือว่าไม่กว้างหรือยาวเกินไป

 

………… ” เจ้าชายหนุ่มพยักหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง  วอดก้าเอียงคอคิดเล็กน้อยแล้วถามด้วยน้ำเสียงที่แสร้งไม่มั่นใจ

 

“ เอ่อจะไม่ออมมือให้ผมหน่อยหรือครับ  ผมก็แค่….นักบวชธรรมดา ๆ แถมเป็นคนพเนจรเองนะครับ ” รอยยิ้มบาง ๆ ประดับที่ริมฝีปากของคนพูดส่วนคนที่ได้ฟังเผลอขมวดคิ้วไปวูบหนึ่ง   รู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดก็แค่การเริ่มเจรจาแต่ก็อดโต้ไม่ได้

 

“ ถ้าธรรมดาขนาดร่างจิตของผู้พิทักษ์หอแย่งชิง  อาเรีย ( ชื่อประเทศที่ใหญ่ที่สุด….คือเมืองของแต่ละเมืองแหละค้า อ่านได้ตอนที่ 17 วันแรกที่เปิดเรียน )  ก็ไม่มีคนไม่ธรรมดาแล้วล่ะ ” อึก…..วอดก้ายอมรับจริง ๆ ว่าคำพูดแบบขวานผ่าซากและน้ำเสียงเรียบ ๆ มันแทงใจเล็ก ๆ ( ? ) แต่สิ่งที่สำคัญคือการเริ่มสู้ต่างหาก

 

“ จะเริ่มรึยังครับ ” วอดก้าถามทั้งที่เริ่มควงคาซานเดรียแล้วเดินวนเป็นวงกลมเช่นเดียวกับเจ้าชายหนุ่มที่เดินวนเพื่อหาช่องว่าง    แม้มือจะเพียงถือกลาเดียโต้ไว้ข้างกาย  จับไว้อย่างหลวม ๆ แต่ทุกย่างก้างก็รัดกุมไปทุกจุด

 

” พาราไดซ์ไม่ตอบแต่เปลี่ยนเป็นกระชับดาบสีน้ำเงินเข้มแน่น  เสียงทุ้มเอ่ยเรียบเย็นเป็นสัญญาณ

 

“ เริ่มได้ ”

 

สิ้นเสียง  ร่างสูงของเจ้าชายหนุ่มก็หายไปในทันที

 

วอดก้าไม่แสดงอาการตกใจ  สัมผัสแผ่วเบาเกิดขึ้นจากทางด้านหลังพร้อมกับเงาเล็กน้อยที่ทาบทับหากแต่ยักบวชหนามก็อมยิ้มเล็กน้อย    หมุนตัวไปด้านข้างแล้วตั้งดาบขวางแรงกระแทกจากกลาเดียโต้แทนด้านหลัง 

 

เคร้ง !

 

เสียงดาบสองเล่มกระทบกัน  คราวนี้กลายเป็นวอดก้าที่หายตัวไปบ้าง  แต่แทบไม่มีเวลาให้เจ้าชายหนุ่มคิด   ร่างของคนที่หายไปก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งจากด้านหลังพร้อมกับคาซานเดรียที่ฟันลงอย่างแม่นยำ 

 

เคร้ง ! วูบ !             

 

แม้ในตอนแรกจะถูกดาบของพาราไดซ์กันไว้ได้ทัน  วอดก้าก็ไม่รอช้าที่จะฟันดาบในช่องว่างที่โผล่ขึ้น    ที่เอว  

 

ร่างของคนที่เป็นเป้าหมายก็ก้าวถอยเสียก่อนและพริบตาต่อมา  ร่างสูงของเจ้าชายหนุ่มก็พุ่งเข้ามาประชิดตัววอดก้าอีกครั้ง  เสียงดาบกระทบกันก้องกังวานไปทั่ว  คนเย็นชายังเป็นฝ่ายรุกอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง  ในขณะที่วอดก้ามองหาทางโต้กลับ

 

“ รุนแรง  ไร้ช่องว่าง….แต่ใช่ว่าจะไร้จุดอ่อน ” วอดก้าพึมพำที่ข้างหูของอีกฝ่ายเบา ๆ พร้อมจังหวะที่พาราไดซ์ยกดาบขึ้นสูงเพื่อฟันนักบวชหนุ่มจากทางด้านบน   มันเป็นการยกที่สูงมากเกินไปสำหรับวอดก้าเพราะความยาวของตัวดาบ  แต่ก็เพียงน้อยนิด  หากเป็นคนทั่วไปไม่สามารถมองมันเป็นช่องว่างได้เลยแต่สำหรับเขาแล้ว  นี่เป็นโอกาส

 

วอดก้าอาศัยช่องว่างนั้นเคลื่อนร่างหายไปทำให้คนที่บุกเกือบตลอดหยุดการโจมตี  เขาหันกลับไปทางด้านหลังแต่มันว่างเปล่า  คิ้วของชายหนุ่มขมวดเล็กน้อยก่อนเขาจะสังเกตเห็นเงาบนพื้นที่แตกต่างไปจากทุกที  นัยน์ตาสีม่วงเข้มตวัดมองด้านบนทันทีอย่างรวดเร็ว !

 

“ หึ ” เจ้าของเงาที่หายไปส่งเสียงในลำคอพร้อมรอยยิ้ม

 

ชายหนุ่มผมเงินทิ้งตัวลงมาจากด้านบนพร้อมกับฟาดคาซานเดรียลงมาเต็มแรง  คนโดนสวนกลับตั้งดาบของตนขึ้นมารับอย่างหวุดหวิด  หากแต่แรงของคนที่ทิ้งตัวลงมาจากด้านบนปะทะกับแรงต้านของเจ้าชายหนุ่มทำให้พื้นดินบริเวณที่เขายืนอยู่ถึงกับทรุดตัวลงกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่พร้อมกับฝุ่นที่ปรากฏฟุ้งกระจาย  พาราไดซ์ย่อขาโดยอัตโนมัติเพราะแรงกระแทก

 

เคร้ง ! ครืน !

 

พาราไดซ์พลิกตัวออกจากจุดที่ยืนอยู่พร้อมกับเป็นฝ่ายตั้งรับดาบสีเหล็กที่ระดมฟันอย่างหนักและเป็นเพราะแรงกระแทกเมื่อครู่ทำให้เจ้าชายหนุ่มต้องถอยร่นเพื่อตั้งหลัก    เมื่อได้ทีโต้ตอบ  กลาเดียโต้ในมือหนาก็ฟันฉับ ! ลงมาอย่างรุนแรงที่ศีรษะของอีกฝ่ายหากแต่วอดก้าก็เบี่ยงตัวหลบได้  

 

ร่างสูงของเจ้าชายหนุ่มกระโดดขึ้นเหนือศีรษะคู่ต่อสู้พร้อมกับดาบในมือของเจ้าชายหนุ่มถูกยกสูงแล้วแทงลงมายังร่างเป้าหมาย  หากแต่สิ่งที่ได้รับเป็นเพียงอากาศและพื้นดินเปล่า ๆ เพราะร่างของนักบวชหนุ่มเคลื่อนตัวหลบไปอีกทางด้วยความเร็ว   ดวงตาสีม่วงเข้มทอประกายวูบหนึ่งก่อนที่ดาบจะถูกกระชากกลับเข้าหาตัวแล้วแทงไปที่ด้านข้างของชายหนุ่ม  วอดก้ากระโดดขึ้นสูงเพื่อหลบวิธีการแทงเพราะมันแฝงความแหลมคมของใบดาบมาด้วย

 

เมื่ออีกฝ่ายอยู่สูงกว่าทำให้เจ้าชายหนุ่มต้องรีบชักอาวุธตนเองกลับมาเพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายเหยียบมันได้  หากแต่ในจังหวะเดียวกันมือบางของวอดก้าก็ตวัดใบดาบแทงใส่ร่างสูงแต่เจ้าชายหนุ่มก็คาดเดาทัน  ดึงดาบตั้งขวางไว้เรียกเสียงเสียดสีและประกายไฟจากใบดาบทั้งสอง

 

เคร้ง ! กี๊ด !

 

ทันทีที่ปลายเท้าของวอดก้าสัมผัสพื้น   ขาเรียวข้างหนึ่งก็กวาดเท้าไปยังข้อเท้าของพาราไดซ์อย่างรุนแรงทำให้เจ้าชายหนุ่มกระโดดวูบเผยช่องว่างที่ลำคอ ( เอาถึงตายเลยเรอะ ! ) มือเรียวไม่รอช้า  ฟันเฉียงขึ้นอย่างรุนแรงเสมือนต้องการบั้นศีรษะอีกฝ่ายให้ได้   แน่นอนว่าเจ้าชายหนุ่มไม่ใช่หมูในอวย   ดาบในมือขวาของพาราไดซ์ปล่อยลงในจังหวะที่แม่นยำทำให้ดาบที่ตวัดขึ้นเบี่ยงวิถีเล็กน้อย  เพียงพอกับการเอี่ยวหัวหลบของเจ้าชายหนุ่ม   และเพราะแรงกระแทกกันทำให้กลาเดียโต้ถูกกระแทกขึ้นและร่วงลงมาใหม่  มือซ้ายของเจ้าชายหนุ่มคว้าหมับแล้วตวัดแทงเข้าที่อกของวอดก้าบ้าง

 

คราวนี้ทั้งสองเริ่มประชันดาบกันด้วยความเร็วที่มากขึ้น  วอดก้าที่ตั้งรับดาบที่ฟาดใส่ออกแรงงัดกลาเดียโต้ในมือเจ้าชายหนุ่มให้เกิดแรงสะท้อนการโจมตีของตนเอง  พาราไดซ์ดีดตัวออกห่างเล็กน้อยก่อนจะพุ่งตัวกลับมาใหม่ด้วยความเร็วโดยไม่เว้นจังหวะหายใจ  วอดก้าก้าวถอยหลัง    ควงคาซานเดรียด้วยความเร็ว  พุ่งตัวเข้าหาเจ้าชายหนุ่มเช่นเดียวกัน

 

ซึ่งนั่นทำให้พาราไดซ์ต้องชะลอตัวลงแล้วจับดาบด้วยมือทั้งสองข้างให้ขนานกับพื้น  ตัวดาบปะทะกับปลายเท้าของอีกฝ่าย  ส่งผลให้แต่ละคนต่างกระเด็นออกจากกัน   จังหวะที่กระเด็นออกมา  วอดก้าก็ชักดาบของตนเองเข้าหาตัวแล้วลงสู่พื้นอย่างงดงาม  อยู่ในท่าเตรียมพร้อม  ปลายเท้าข้างหนึ่งฉีกออกจากเท้าอีกข้างเล็กน้อย  ส่วนเจ้าชายหนุ่มที่ถอยหลังไปก็หยุดตัวเองกับพื้นได้อย่างพอดิบพอดี   ดาบในมือของทั้งสองควงเข้าหากันอย่างรวดเร็ว

 

เคร้ง !                   

 

เสียงดาบต่อดาบปะทะกันเป็นเสียงแหลม  ทั้งสองต่างขมวดคิ้วด้วยกันทั้งคู่เมื่อรับรู้ถึงแรงสั่นจากการปะทะกัน   เพราะแรงควงดาบของพวกเขาเมื่อมาปะทะกันจึงเกิดแรงดีดออกมา

 

เมื่อไม่สามารถเข้าหาและคาดเดาทิศทางไม่ได้  วอดก้าจึงต่อต้านการโจมตีของพาราไดซ์ก่อนที่จะเข้าถึงตัวเขาเอง  ดาบในมือกระชับแน่นยิ่งขึ้นก่อนจะแทงไปยังร่างที่ควงดาบอยู่ไม่ยั้ง   ด้วยทิศทางและความเร็วอันมหาศาลทำให้เหมือนดาบแยกร่างได้ก็ไม่ปาน

 

ร่างสูงของคนเย็นชาต้องชะงักอีกครั้งเมื่อตกอยู่ท่ามกลางการโจมตีของอีกฝ่าย  แต่เจ้าชายหนุ่มก็ไม่คิดยี่หระกับการโจมตีนี้   ร่างสูงเคลื่อนที่อย่างคล่องแคล่วเพื่อเคลื่อนตัวหลบทุก ๆ การโจมตีของอีกฝ่ายด้วยจังหวะเท้าสม่ำเสมอ   ผสานกับการใช้ดาบในมือของเจ้าชายหนุ่ม  การโจมตีของวอดก้าจึงไม่ได้สะกิดให้คนเย็นชาใบหน้าเปลี่ยนสี

 

แน่นอนว่าวอดก้าก็ยังมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า  ร่างของทั้งสองแยกออกจากกันพร้อมกับเสียงวอดก้าที่พูดขึ้นเปรย ๆ เมื่อดาบในมือเรืองแสงขึ้น

 

“ ดูเหมือนจะเก็บไว้ไม่ได้แล้วนะครับ ”               

 

พาราไดซ์มองมือของตนเองที่บัดนี้  กลาเดียโต้กำลังสั่นอย่างหนักและเรืองแสงสว่างขึ้นเพราะตลอดการต่อสู้  พวกเขาไม่ได้ใช้พลังจากดาบแม้แต่น้อย  ใช้เพียงความสามารถพื้นฐานและการพลิกแพลงเท่านั้นทำให้ทั้งกลาเดียโต้และคาซานเดรียที่เห็นนายมันต่างตั้งหลักก็รีบพากันประท้วง

 

เจ้าชายหนุ่มกระตุกยิ้มเล็กน้อยเช่นเดียวกับนักบวชผมเงินที่ฉีกยิ้มกว้าง  คราวนี้ไม่มีการออมแรงและอุ่นเครื่องแบบเมื่อกี้อีกต่อไป  ร่างของนักบวชหนุ่มเริ่มปลดปล่อยและแผ่รังสีฆ่าฟันจากประสบการณ์ต่าง ๆ นา ๆ ออกมาอย่างเชื่องช้า   แม้เจ้าชายหนุ่นจะตกใจกับความรุนแรงราวกับน้ำป่าไหลหลากของอีกฝ่าย  แต่รังสีฆ่าฟันอันเย็นเยือกและจิตสังหารอันน่ากลัวก็เริ่มปรากฏขึ้นต่อต้านจากเจ้าชายหนุ่ม

 

ครืน………..   

 

เสียงแผ่นดินเริ่มสั่นสะเทือน  เศษเม็ดดินเศษหินเล็ก ๆ น้อย ๆ เริ่มขยับและกลิ้งไปมา  และไม่ต้องรอช้า  ประกายแสงสีแดงอบอุ่นจากกลาเดียโต้และพลังสีฟ้าใสจากคาซานเดรียก็แผ่พุ่งปะทะเป็นรูปธรรม…..ซึ่งมันก็คือ  มังกรและสิงโต  พื้นดินที่ทั้งสองอยู่ไม่สามารถรองรับพลังจากดาบทั้งสองได้จนระเบิดเป็นหลุมกว้างกว่าสองเมตรโดยแต่ละหลุมต่างมีพาราไดซ์และวอดก้าเป็นจุดศูนย์กลาง

 

ตู้ม !  เปรี๊ยะ !

 

พื้นดินเริ่มปริแตกพร้อมกับเศษดินที่ลอยขึ้นเล็กน้อย  และไร้การกักเก็บฝีมือต่อไป  ร่างทั้งสองทยานเข้าหากันยิ่งกว่าพยัฆค์หลุดออกจากกรง

 

เคร้ง ! ตู้ม !  เคร้ง ! ตู้ม !

 

ทุกคราที่ปลายดาบทั้งสองปะทะกันจะเกิดคลื่นอากาศที่กระจายตัวไปรอบ ๆ เหมือนโยนหินลงธารน้ำ   เกิดเป็นคลื่นกว้าง  กรณีนี้ก็เช่นกัน  อากาศรอบตัวทั้งสองระเบิดตัวออกทุกครั้งที่ปะทะอย่างน่ากลัว  ความเร็วและความแรงอยู่ในขั้นที่เร็วมากจนคนวงนอกมองไม่เห็นแม้แต่ท่าทางการเคลื่อนไหวของทั้งสอง   อย่าว่าแต่นักเรียนเลย  ขนาดโมเซสยังต้องอ้าปากค้างกับพลังรุนแรงที่มีอยู่ในกลาเดียโต้และคาซานเดรียที่เหมือนไม่มีวันหมด

 

ตู้ม !

 

ร่างของวอดก้าพลิกตัวไปด้านข้างแล้วทิ้งร่างจากอากาศกลายเป็นศีรษะนักบวชหนุ่มกำลังดิ่งพสุธา  หากแต่ดาบในมือก็ใช่ว่าจะหยุดนิ่ง  มันกระชากแล้ววกกลับเข้าฟันที่เอวของอีกฝ่ายในเสี้ยววินาทีแต่เขาก็พบว่ามันเป็นเพียงเงาเลือนลางจากการเคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูงและไม่ต้องมีใครบอก   ร่างสูงของเจ้าชายหนุ่มที่ปรากฏขึ้นสูงกว่าก็ทำให้วอดก้าพลิกตัวกลางอากาศ  ตั้งคาซานเดรียขึ้นขวางรับแรงปะทะของพาราไดซ์

 

เคร้ง  !                   

 

ร่างของทั้งสองดิ่งลงอย่างรวดเร็ว  เหลือเพียงอีกไม่ถึงแปดเมตรก็จะได้สัมผัสพื้นทำให้เจ้าชายหนุ่มดีดตัวออกไปอย่างว่องไวเช่นเดียวกับวอดก้าที่พลิกเท้าลงอย่างนิ่มนวล  เสียงราบเรียบจากคนที่มีรอยยิ้มบาง ๆ ที่ริมฝีปากพร้อมปลายดาบที่ชี้ลงสู่ดินดังขึ้นอย่างแช่มชื้น

 

ซานาส….. ” ตู้ม ! พื้นดินรอบนอกที่วอดก้ายืนอยู่กลายเป็นหลุมลึกพร้อมกับร่างของราชสีห์สีฟ้าใสสูงเกือบสองเมตรที่ปรากฏร่างขึ้น 

 

ถูกแล้วมันคือจิตของดาบในตัวคาซานเดรียที่วอดก้าเรียกมันออกมา   จะเรียกก็เหมือนกับเป็นภูตประจำตัวที่เราได้ผูกพันธะสัญญาเอาไว้แล้ว  สามารถเรียกมันออกจากจิตใดก็ได้   …..แน่นอนว่ามีหรือภูตของวอดก้าซะอย่างจะกระจอก   ไอเย็นรอบตัวถูกปลดปล่อยออกจากร่างราชสีห์ที่คำรามออกมาพร้อมกับแท่งน้ำแข็งแหลมเฟี้ยวที่ปักดินดังฉึกอย่างน่าหวาดหวั่น  ซึ่งนั่นไม่ใช่การขู่สำหรับวอดก้าแต่เป็นการเชิญชวนต่างหาก……

 

ประกายตาสดใสในนัยน์ตาสีส้มเข้มของอีกฝ่ายทำให้พาราไดซ์เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการสื่อได้ไม่ยาก    เพราะเขารู้แล้วว่าควรจะเรียกอะไรออกมาเพื่อให้เป็นคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อกับอีกฝ่าย  ปลายกลาเดียโต้ถูกชักขึ้นกรีดที่ฝ่ามือเรียกโลหิตสีสดให้ไหลรินลงสู่ดิน  เสียงเรียบเย็นของคนเย็นชาดังขึ้นตามปกติแต่สิ่งที่ออกมานั้นไม่ปกติตามไปด้วย…..

 

ออกมา …..ซู

 

โฮก !

 

มังกรสีแดงผุดขึ้นจากดินราวกับภาพมายา   มันขยับกายวนรอบตัวผู้เป็นนายของมันอย่างดีใจที่ในที่สุดก็ได้ออกมาก่อนนัยน์ตาสีแดงเพลิงเฉกเช่นเดียวกับผิวร่างจะหันมามองทางฝั่งศัตรูซึ่งยืนจังก้าอยู่เบื้องหน้า    และเท่านั้นไม่พอ……ราวกับจะทวงสิทธิ์ที่ไม่ได้เลือกสัตว์ภูตในคราแรก  ครั้งนี้เจ้าชายหนุ่มจึงเรียกออกมาอีกตัวโดยที่นัยน์ตาสีม่วงเข้มมองไปยังนักบวชหนุ่มนิ่ง

 

วอร์ริโอ…..

 

กี๊ซ  !               

 

กลุ่มเมฆาบนท้องฟ้าเริ่มหมุนวนเหนือศีรษะของเจ้าชายหนุ่มอย่างรวดเร็วจนคล้ายพายุย่อม ๆ แสงสว่างเจิดจ้าปรากฏขึ้นพร้อมร่างของพญาปักษาสีขาวที่มีร่างกายดุจผนึกคริสตัน   มันกู่ร้อง  บินโฉบเฉี่ยวไปมาอย่างร่าเริงก่อนจะทิ้งตัวลงหาผู้เป็นนาย  ขนาดของมันเกือบ ๆ เมตรกว่าเลยทีเดียวและแสงสว่างเรืองรองกับนัยน์ตาสีทองของมันก็ทำให้วอดก้ารับรู้ได้ทันทีว่าสัตว์ภูตตนนี้เป็นภูตแสง

 

วอดก้ากระตุกยิ้มขึ้นบ้างเมื่อครั้งนี้ตนต้องเป็นฝ่ายดึงภูตอีกตนออกมา  มือเรียวลูบใบดาบของคาซานเดรียเบา ๆ แล้วให้ความคมของดาบบาดที่ฝ่ามือและด้วยความรอบคอบ  วอดก้าจึงใช้เลือดป้ายไปที่ใบดาบแทนที่จะให้หยดลงสู่ดิน  เสียงของนักบวชหนุ่มเอ่ยขึ้นบ้าง

 

ออกมาที…..นาเวซซ่า……. สิ้นเสียงพูด   กลุ่มหมอกทมิฬก็เข้าครอบคลุมบริเวณที่วอดก้ายืนอยู่ในทันที  จากที่ตอนแรกปรากฏเพียงเจือจางก็กลายเป็นหนาทึบ  จากเป็นอิสระก็เริ่มรวมตัวกันเป็นรูปร่างจนเห็นเป็นจิ้งจอกขนเงิน   นัยน์ตาสีรัตติกาลแทน  นอกจากความประหลาดของมันแล้ว  หางสีเงินยวงที่ขยับไปมาอย่างรวดเร็วมีถึงเก้าหาง  ที่หน้าผากของมันมีทับทิมรูปหยดน้ำติดอยู่   มันเลียมือวอดก้าข้างที่ถูกกรีดพร้อมกับบาดแผลที่ค่อย ๆ สมานและหายไป  ราชสีห์สีฟ้าใสเหลือบมองนายของมันเล็กน้อยด้วยนัยน์ตาที่แฝงความเป็นห่วงอยู่ลึก ๆ   และใช่ว่าผู้เป็นเจ้าของจะไม่รู้  สัมผัสอันอบอุ่นจากฝ่ามือก็ลูบไล้เส้นขนที่หัวของราชสีห์อย่างอ่อนโยนเป็นเชิงปลอบใจ

 

เท่ากับว่าตอนนี้สัตว์ภูตที่วอดก้าเรียกคือ ซานาส  ราชสีห์สีฟ้าซึ่งเป็นภูตธาตุน้ำ กับ นาเวซซ่า  จิ้งจอกรัตติกาล ซึ่งเป็นภูตสายความมืด 

 

ทางด้านพาราไดซ์คือ ซู มังกรแดงซึ่งเป็นภูตธาตุไฟ และ วอร์ริเออร์  พญาปักษา ซึ่งเป็นธาตุแสง  เรียกได้ว่าตอนนี้  คู่ต่อสู้สามคู่ซึ่งเป็นธาตุข่มกันบังเกิดขึ้น

 

     ไม่ต้องมีคำพูดใด ๆ ซานาสพุ่งเข้าต่อสู้กับซู    ผืนฟ้าในทันทีเช่นเดียวกับร่างของจิ้งจอกรัตติกาลที่ลอยขึ้นบ่งบอกว่ามันก็บินได้เข้าต่อสู้กับพญาปักษาด้วยพลังรัตติกาลที่พุ่งเขาปะทะ

 

ตู้ม ! ตู้ม ! โฮก  !                     

 

เสียงคำรามและการปะทะที่เกิดขึ้นของสัตว์ภูตเปรียบดั่งสัญญาณต่อสู้ต่อของพวกเขา  วอดก้าหายแวบเข้าไปที่หลังของเจ้าชายหนุ่มพร้อมกับดาบที่ทวีความแรงขึ้นเป็นเท่าตัว  พาราไดซ์ก็ไม่น้อยหน้า  ตั้งรับดาบแล้วตวัดดาบเกิดเป็นคลื่นตัดอากาศที่พุ่งไปคล้ายใบมีดลม  

 

แต่นักบวชหนุ่มก็ไม่หลบหนี  สะบัดคลื่นดาบให้เกิดคลื่นอากาศเช่นเดียวกับของพาราไดซ์จนเกิดการปะทะของคลื่นอากาศ  เป็นเสียงระเบิดตู้มดังขึ้นอย่างถี่ยิบ

 

ใบหน้าของทั้งคู่ปรากฏรอยยิ้มขึ้นแวบหนึ่ง  ไม่ต้องมีคำพูด  ร่างของคนสองคนก็ดีดตัวขึ้นสูงในพริบตา

 

เคร้ง  !

 

คมดาบทั้งสองเล่มกระแทกแทงเข้าหากันแล้วเบนออกไป

 

“ ดูเหมือนจะได้เวลาตัดสินแล้วนะครับ ” วอดก้าว่าเสียงใสขณะที่ร่างยังลอยขึ้นเช่นเดียวกับพาราไดซ์ที่สบนัยน์ตาสีม่วงเข้มกับนัยน์ตาสีส้มของคนตรงหน้า 

 

“ อืม ” แน่นอนว่าพวกเขาไม่ผิดกฎแม้แต่น้อยเพราะการกระโดดของพวกเขาใช้แรงล้วน ๆ ไม่ได้ใช้เวทวาโยในการลอยตัว   แล้วทั้งคู่กระโดดสูงได้แค่ไหนน่ะเหรอ

 

“ กะ….กระโดดขึ้นไปแบบไม่ใช้วาโยธาตุช่วย  ถะ….แถมสูงเกือบ….เอิ่กบอกฉันทีซิซีลีว่าฉันไม่ได้ฝันไป ” ซาเซนมองร่างของคนที่ยังลอยตัวสูงขึ้นไปกว่ายี่สิบเมตรแล้ว  ซิซีลีตอบโดยที่น้ำเสียงแฝงความตื่นตะลึงเอาไว้

 

“ ฉันก็เห็นพร้อม ๆ กับพี่นั่นแหละ….พระเจ้า….สองคนนี้ไม่ใช่คนแล้ว ” เพราะร่างสูงของคนที่เริ่มกลายเป็นจุดลาง ๆ อยู่ที่ความสูงกว่าสี่สิบเมตร  ก่อนคู่แฝดคาเมลเทียร์  คาเมสเทียร์และคนอื่น ๆ แม้แต่อาจารย์โมเซสก็ต้องอ้าปากค้างเพราะร่างของทั้งคู่ต่างพลิกตัวให้ร่างดิ่งลงพร้อมกับการปะทะกันกลางอากาศ  ใช้กระบวนท่าทั้งหมดอย่างไร้ซึ่งความลังเลเสมือนจะต้องบั่นศีรษะของอีกฝ่ายให้ได้  ซึ่งทั้งสองเลือกที่จะตวัดอาวุธใส่กันในช่วงเวลาก่อนที่จะตกถึงพื้นดิน

 

เคร้ง ! เคร้ง ! เคร้ง !

 

เสียงดาบปะทะกันดังสนั่นจนดูคล้ายเกิดเป็นวงแหวนเป็นชั้น ๆ เพราะแรงอัดของอากาศจากการต่อสู้ทำให้กลุ่มก้อนเมฆกระจายตัวออกไป 

 

การต่อสู้ยังเป็นไปอย่างดุเดือดจนแทบลืมหายใจ   จากที่เห็นการต่อสู้จากจุดไกล ๆ ก็เห็นชัดขึ้นเพราะระยะห่างระหว่างพื้นดินกับร่างของคนทั้งสองนั้นน้อยลงทุกขณะ  ที่น่าทึ่งคือพลังและฝีมือของทั้งคู่ต่างหาก  การเรียกภูตคล้ายกับการแบ่งจิตอีกส่วนออกมาต่อสู้  หากควบคุมไม่ดี   จิตจำแลงภูตนั้นก็เลือนหายไปหากแต่ดูจากการต่อสู้ของหนึ่งราชสีห์  หนึ่งมังกร  หนึ่งจิ้งจอกและหนึ่งพญาปักษาที่ยังต่อสู้ได้อย่างดุเดือดก็บ่งบอกความสามารถที่ยอดเยี่ยมได้เป็นอย่างดี

 

ความเร็วในการรุกและรับ  การออกกระบวนท่าที่ไร้ซึ่งความ ลังเล รวมถึงสีหน้าที่แทบไม่เปลี่ยนไปของทั้งสองทำให้หลาย ๆ คนต้องทึ่งอีกครั้ง

 

โฮก ! ฟู่ ! ฉึก ! ฉึก ! ฉึก !

 

ซานาสพ่นแท่งน้ำแข็งแหลมเฟี้ยวออกจากปากมีเป้าหมายคือร่างของมังกรเพลิงที่บัดนี้  นัยน์ตาทอประกายเรืองรองก่อนที่ซูจะอ้าปากพ่นเปลวไฟสวนบ้าง

 

ตู้ม !

 

เสียงป่าฝึกซ้อมกระจุยเมื่อการปะทะกันของพลังสายมืดและสว่างเบี่ยงวิถีออกจากกัน

 

ร่างของวอดก้าและพาราไดซ์แยกออกห่างกลางอากาศ  อีกยี่สิบเมตรก็จะตกถึงพื้น   ดาบในมือของทั้งสองเรืองแสงอย่างเข้าใจว่านี่จะเป็นดาบสุดท้ายที่จะตัดสิน   มันเรืองรองพร้อมกับนัยน์ตาของทั้งสองที่สบกัน    …..เพียงเสี้ยววินาทีกลาเดียโต้และคาซานเดรียก็ถูกตวัดเข้าหากันด้วยความแรงทั้งหมดที่มี

 

เปรี้ยง ! ตู้ม !

 

เกิดเป็นเสียงดังเหมือนแผ่นดินถล่ม  พื้นดินที่ทั้งโมเซสและคนอื่น ๆ ยืนอยู่เอียงวูบ  พื้นดินรอบสนามแตกเป็นทางยาวแล้วแยกตัวออกไปอย่างน่ากลัว  ผืนฟ้าที่เกาะกลุ่มกันแตกกระจายพร้อมกับคลื่นมหาศาลที่พุ่งผ่านทุกคนไป  แรงกดดันจากดาบทั้งสองปะทะกันอย่างไม่มีใครยอมใครเผยให้เห็นร่างของคนสองคนที่อยู่ในท่าตั้งดาบในแนวขวางกันและกัน  ดาบในมือของวอดก้าทอแสงสีฟ้าต่างกับของพาราไดซ์ที่ทอแสงสีแดงเป็นประกาย

 

ในขณะนี้เสื้อคลุมของทั้งสองตีโต้ไปมากับแรงลม  เส้นผมสีเงินยวงของนักบวชหนุ่มที่ริบบิ้นได้หลุดไปแล้วทำให้เส้นผมสีเงินยาวสยายปล่อยไปตามแรงลม  สายตาสองคู่สบกันนิ่งนาน  หนึ่งยิ้มแย้มหนึ่งเย็นชาแต่แรงกดดาบที่ส่งผ่านต่อมาเผลอทำให้เจ้าชายหนุ่มยิ้มแวบหนึ่ง  ขณะนี้ร่างของทั้งสองเปรียบดั่งเทพแห่งการทำลายอันน่ากลัว……แต่ท่วงท่าและความงามสง่าของทั้งสองก็ทำให้ใครที่ได้มองขยับกายไม่ได้

 

ครืน ! ครืน !     

 

พลังของทั้งสองปะทะกันแรงยิ่งขึ้น  ราชสีห์และจิ้งจอกรัตติกาลเดินอ้อมมายืนด้านหลังของวอดก้าเช่นเดียวกับมังกรและพญาปักษาที่ลอยอยู่เบื้องหลังของเจ้าชายหนุ่ม  สายตาหกคู่ประสานกันก่อนร่างของจิตจำแลงภูตจะพุ่งเข้าไปในตัวดาบเกิดเป็นคลื่นพลังที่รุนแรงกว่าเดิม

 

เปรี้ยง ! วาบ !

 

แสงสีฟ้าและสีแดงสว่างวาบในพริบตาเกิดเป็นลำแสงขึ้นสู่ท้องฟ้า  ความสว่างของมันทำให้ทั้งหมดต้องเบือนตาหลบ  ฝุ่นควันฟุ้งกระจายท่ามกลางความตกใจของนักเรียนปีอื่นรวมถึงนักเรียนหออื่นที่กำลังเตรียมตัวไปเรียนวิชาใหม่

 

กว่าพักใหญ่ที่กว่าแสงจะหายไป  ก่อนจะปรากฏเงาดำ ๆ ของคนสองคนที่ยืนอยู่แต่บัดนี้ดาบของทั้งคู่หายไปแล้ว  ครั้งนี้ไม่ปิดบังอีกต่อไป  รอยยิ้มของเจ้าชายหนุ่มเปิดกว้างบ่งบอกความสนใจจากตัวของอีกฝ่ายอย่างชัดเจนเช่นเดียวกับวอดก้าที่มองพาราไดซ์ด้วยสายตาถูกใจ  สนามรอบ ๆ เรียกได้ว่าน่ากลัวเหมือนผ่านนรกมาหยก ๆ   ป่าจำลอง  เป้าฝึกซ้อมพังไปเป็นแถบ ๆ  พื้นดินปริแตกและเกิดรอยแยกคล้ายเกิดแผ่นดินไหว  คลื่นพลังเวทอัดแน่นอยู่บริเวณที่ทั้งสองอยู่จนแทบเข้าใกล้ไม่ได้  แต่ที่น่าแปลกคือส่วนอื่นที่เลยสนามฝึกซ้อมวิชาการต่อสู้ไม่มีส่วนไหนเสียหายบ่งบอกถึงฝีมือที่แม่นยำและการกะพลังได้อย่างยอดเยี่ยมของทั้งสอง 

 

วอดก้าและพาราไดซ์มองกันอีกครั้งหนึ่งด้วยสายตาที่แสดงความเป็นคู่แข่งแต่เพื่อไม่ให้เสียมารยาท  วอดก้าจึงเป็นฝ่ายริ่มพูดก่อนเพราะต่อให้รอไปเป็นชาติ  คนเย็นชาก็ไม่มีทางเปิดปากก่อนเป็นแน่

 

“ การต่อสู้ครั้งนี้สนุกมากครับ….หวังว่าผมคงมาขอคำชี้แนะจากคุณได้อีก ” วอดก้ากล่าวด้วยรอยยิ้มเจือจาง  พาราไดซ์มองนิ่งแล้วตอบสั้น ๆ ตามฉบับของตนเอง

 

“ เช่นกัน ” พลางร่ายเวทรักษาตัวเองซึ่งเกิดจากพลังที่ปะทะกันเมื่อครู่  ดูจากฝีมือแล้ววอดก้ามีเพียงบาดแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นไม่ต่างจากเจ้าชายหนุ่ม

 

“ งั้น….ถ้าผลเป็นแบบนี้เอาเป็นผมชนะแล้วคุณแพ้ไหมครับ ? ” วอดก้แกล้งถามและแทบจะทันทีกับจิตสังหารและไอเย็นยะเยือกที่พุ่งเข้ามาหาเขา  ชายหนุ่มผมเงินรีบยกมือยอมแพ้แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มดังเดิม

 

“ โอเคครับ…..ผมกับคุณเสมอกัน หึ ๆ ” เจ้าตัวว่าพลางหัวเราะเล็กน้อยในลำคอ  เป็นฝ่ายหมุนตัวไปก่อนหากแต่เสียงเรียบเย็นที่ดังขึ้นก็ทำให้ปลายเท้าของนักบวชหนุ่มชะงัก  หมุนตัวกลับไปหาผู้พูดใหม่

 

“ ฉันก็หวังว่านายจะเลิกออมฝีมือของนายได้แล้ว  ….อย่ามีความลับให้มากจะดีกว่า โดยเฉพาะดาบนั่น……..” นี่นับเป็นประโยคที่ยาวที่สุดที่เจ้าชายหนุ่มเคยพูดเช่นเดียวกับคนที่ฟัง  คราวนี้เจ้าของนัยน์ตาสีส้มหรี่ลงพลางพูดเสียงเรียบที่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม

 

“ คนเราก็ต้องมีความลับกันบ้างสิครับ…..แล้วแต่จะมากจะน้อย ”  

 

“ แต่สำหรับนายดูเหมือนจะมากเกินไปสำหรับนักบวช…..ธรรมดา

 

หากแต่วอดก้าก็เพียงไหวไหล่เล็กน้อย  สวนกลับด้วยรอยยิ้ม

 

“ ก็เหมือนกับคุณที่ดูจะมีความลับและรู้อะไรมากเกินกว่าเจ้าชาย…..ทั่วไป หรือแม้แต่กับ กษัตริย์ บางองค์เหมือนกันนะครับ ”

 

เจ้าชายหนุ่มเพียงมองด้วยสายตาราบเรียบพร้อมกับยืนเคียงข้างนักบวชหนุ่ม  เริ่มก้าวเท้าพร้อมกันสู่กลุ่มเพื่อน

 

 

อีกด้านหนึ่ง

 

“ มีอะไรวะ….เห็นได้ยินเสียงเหมือนฟ้าถล่ม  แล้วสภาพสนามที่เละสุด ๆ นี่อีก ” รุ่นพี่ปีสามหอวสันต์ถามคนรุ่นเดียวกันจากหอคิมหันต์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยสายตาสงสัย  รุ่นพี่จากหอคิมหันต์หันมามองก่อนจะบอกเสียงแห้ง

 

“ เด็กปีหนึ่งหอสราทบะบอกว่าแค่การซ้อมต่อสู้จำลองในวิชาการต่อสู้….ของเอ่อ….หัวหน้าชั้นปีกะกับรองชั้นปีแค่นั้นเอง ”  คนฟังอื่น ๆ พากันกลืนน้ำลาย  หันไปมองสนามที่ราวกับถูกพายุถล่ม  ไม่สิ…..ต้องบอกว่าเหมือนพลิกแผ่นดินลงไปอยู่ในนรกเลยมากกว่า  คนจากหอคิมหันต์อีกคนส่งเสียงถามด้วยความสงสัย

 

“ แล้วปีอะไรว่ะที่ซ้อมต่อสู้ ” คราวนี้คนถูกถามยิ้มแห้งกว่าเดิม  ก่อนจะตอบเสียงสั่น ๆ

 

“ ดะ…..เด็กปีนะ…..หนึ่ง

 

“ ห๊ะ ! คนรอบ ๆ พากันประสานเสียงอุทานด้วยความตกใจ  เบือนกลับไปมองคนสองคนที่ตอนแรกยืนคุยกันอยู่ซึ่งตอนนี้กำลังเดินมาทางพวกเขา 

 

ชุดและเสื้อสีดำแดงกับตัวอักษรสีทองที่อกบ่งบอกชั้นปีที่หนึ่งทำเอาหลาย ๆ คนอ้าปากค้าง   มองดูใบหน้าไร้หยาดเหงื่อหรือแม้แต่ความเหน็ดเหนื่อยที่คนหนึ่งยิ้มกว้างให้เพื่อนฝูง  อีกคนมีสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนไม่ได้ออกกำลังกายหรือสู้มาเกือบสองชั่วโมง   แถมกลิ่นไอเวทย์ที่สัมผัสไม่ได้บ่งบอกว่าเจ้าตัวไม่ได้ใช้เวทแม้แต่น้อยในการต่อสู้   เรียกอาการอ้าปากค้างเป็นวงกว้างจากรุ่นพี่ปีอื่น ๆ จากต่างหอ 

 

พอพวกวอดก้าทำท่าจะโยกย้ายเพื่อเตรียมตัวเรียนวิชาต่อไป  รุ่นพี่ปีสามหออื่นคนหนึ่งใจกล้า  ลองเข้าไปถามเด็กหนุ่มผมสีชมพูดคนหนึ่งซึ่งมีเด็กที่มีหน้าตาเหมือนฝาแฝดอีกคนอยู่ข้าง ๆ

 

“ เอ่อน้องพี่ขอถามอะไรหร่อยได้ไหม ? ” คู่แฝดคาเมลเทียร์และคาเมสเทียร์มองดูรุ่นพี่หนุ่มจากหอคิมหันต์เล็กน้อย  ผลัดกันถามต่อคำ

 

“ มีอะไร ”                               

 

“ ให้ผมช่วย ”

 

“ ก็บอกมาได้ ”

 

“ หรือจะถาม ”

 

“ อะไรครับ ”

 

“ ถ้าพอ ”

 

“ ตอบได้ ”            

 

“ พวกผม ”

 

“ ก็จะตอบ ! รุ่นพี่หนุ่มมองดูซ้ายขวาสลับกันด้วยใบหน้ามึน ๆ แต่เมื่อตั้งสติได้ก็ถาม

 

“ อาจารย์เขาให้หัวหน้าชั้นปีกับรองสู้กันใช่ไหม ” สองแฝดพยักหน้าในขณะที่คนอื่น ๆ เริ่มมุงบ้าง

 

“ แล้วอาจารย์เขาให้สู้แบบไหนเหรอน้อง ….ใช้พลังเวทอย่างเดียวหรือสู้ด้วย……” ยังไม่ทันที่รุ่นพี่หนุ่มคนนั้นจะพูดจบ ไรออนก็พูดแทรก

 

“ อ้อเปล่าหรอกครับ  อาจารย์โมเซสไม่ให้สองคนนั้นผสานเวทกับดาบแต่ให้สู้กันแบบไร้เวทครับ  ไอ้ที่เห็นก็มาจากแรงปะทะและพลังของดาบ….อ้อลืมไป  สองคนนั้นเสกภูตออกมาสู้กันอย่างละสองตนด้วยเลยทำให้มันกินวงกว้างพอสมควร ” ไรออนอธิบายยาวเหยียดด้วยรอยยิ้มท่ามกลางอาการแข็งค้างของเหล่ารุ่นพี่ก่อนซาเซนจะมาลากทั้งสามไปเพื่อเตรียมเรียนวิชาต่อไป

 

“ สู้กันแบบ….ไม่ใช้เวท รุ่นพี่คนหนึ่งพูดทวนด้วยน้ำเสียงตกใจไม่หาย

 

“ ยังรุนแรงเหมือนสู้ทั้งกองทัพ ”  อีกคนว่าลอย ๆ ก่อนคนทั้งหมดจะหันไปมองกลุ่มคนที่กำลังจะเดินจากไปโดยคนเรือนผมสีเงินและผมสีรัตติกาลยืนอยู่กลางวงด้วยความกลัวนิด

 

เอือก…….

 

แต่ละคนกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบากก่อนความคิดหนึ่งจะดังขึ้นในหัวอย่างพร้อมเพรียง….

 

“ น่ากลัว………เด็กปีหนึ่งปีนี้……เป็นเด็กที่น่ากลัวจริง ๆ ”

 

.

.

.

.

.
 

เลิกพักกอง !!!  มาถ่ายฉากที่เหลือต่อ  !!!

 
 

ย้อนเวลากลับไปเล็กน้อยสำหรับวอดก้าและพาราไดซ์ที่เดินเข้ามาหาคนอื่น ๆ

 

วอดก้าที่เดินมาซึ่งนึกว่าคนอื่น ๆ จะเข้ามาแสดงความยินดีกับเขาแต่แต่ละคนกลับอ้าปากค้างแม้แต่อาจารย์โมเซส   แน่นอนว่าเจ้าชายหนุ่มไม่คิดจะสนใจ  เพียงเดินเข้าไปหาวิมเลท  บราวน์  เคียร์และบลัดดี้ที่ซึ่งอ้าปากค้างไม่ต่างจากคนอื่น ๆ

 

“ มีอะไรหรือเปล่าครับ ? ” วอดก้าเอ่ยถามด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นสายตาที่มองมาทางเขา  นอกจากนี้ยังมีรุ่นพี่จากต่างหอจากชั้นปีอื่นอีกมากที่มองมา 

 

ซาเซนและคนอื่น ๆ ที่เริ่มตั้งสติได้เริ่มพากันชี้นิ้วมาที่นักบวชผมเงินด้วยสายตาประหลาดก่อนไรออนและสองแฝดคาเมลเทียร์และคาเมสเทียร์จะประสานเสียงลั่นว่า

 

“ นายวอดก้านายมันปีศาจจำแลงมาชัด ๆ ! ” วอดก้าขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย  วิสกี้จึงหัวเราะลั่น  ตบไหล่ของวอดก้าด้วยสีหน้าดีใจเช่นเดียวกับรัม  เตกีล่า  และจินที่เข้ามาแสดงความยินดี

 

“ ก็นายอยากเก่งแล้วก็มีฝีมือสูสีกับเจ้าชายอัจฉริยะทำไมล่ะ  ใคร ๆ ก็ต้องตกใจทั้งนั้นแหละในเมื่อนายบอกว่าเป็นแค่คนพเนจร ” ไรออนว่าด้วยสีหน้าโล่งใจที่เพื่อนร่วมชั้นของเพื่อนเขาไม่ได้เป็นอะไร  หากแต่คนที่เป็น นักบวชพเนจรธรรมดา ออกอาการสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมกับเหล่าสาว ๆ ที่เข้ามาแสดงความยินดีและชื่นชมในฝีมือการต่อสู้ของเขาซึ่งชายหนุ่มผมเงินก็แถไปว่าได้รับการฝึกจากอาจารย์ฝีมือดี

 

“ รอดตัวไปทีนะ  คุณนักบวช ” จินหยอกวอดก้าเล็กน้อยด้วยใบหน้าติดขำ ๆ แม้จะยังตกใจกับฝีมือและพลังอันมากมายจากเพื่อนของเขา  พวกเขารู้เพียงว่าวอดก้าเป็นคนที่ทำงานรับจ้างฆ่า  แถมเจ้าตัวก็บอกด้วยว่าเป็นแค่นักฆ่าสมัครเล่น  ไร้ซึ่งชื่อเสียงทำให้พวกเขาไม่ติดใจ

 
 

แต่เห็นที…….จากที่เห็นในวันนี้  พวกเขาคงต้องไปสอบสวนวอดก้าเสียแล้ว

 
 

“ จากที่ดู…..วอดก้าเยี่ยมมากเลยนะที่สามารถต่อสู้กับคุณพาราไดซ์ได้อย่างสูสี ” รัมเอ่ยชมด้วยสีหน้าโล่งใจเป็นอย่างมากที่เพื่อนของเขาไม่ได้เป็นอะไรไป  วอดก้ายิ้มรับแล้วลูบหัวคนพูดเบา ๆ

 

“ อืม……สนุกพอสมควรเลยล่ะ  แถมคลายเครียดไปในตัวอีก ” เจ้าตัวว่าแล้วบิดขี้เกียจอย่างเมื่อยขบแต่อีกสี่คนกลับชะงัก  คิดในใจอย่างพร้อมเพรียงพร้อมกับสายตาที่กวาดดูสภาพของผู้เป็นเพื่อน

 

วอดก้าจัดคอปกตัวเองให้เรียบร้อยพลางขยับมือปัดฝุ่นตามร่างกายอย่างจงใจเมื่อรับรู้สายตาเยือกเย็นและจิตสังหารที่พุ่งมาทางตน  ซึ่งท่าทางของนักบวชหนุ่มดูขัดตาอย่างน่าประหลาดสำหรับคนที่มองอยู่    แน่นอนว่าเจ้าชายหนุ่มก็ไม่น้อยหน้า  เปิดหนังสืออ่านด้วยสีหน้าราบเรียบราวกับการต่อสู้เมื่อครู่ไม่ได้สะกิดความรู้สึกเอาจริงแม้แต่น้อย    ยังมีการมองหน้าเป็นเชิงถามอีกว่า เหนื่อยหรือ ?   เท่านั้นก็เพียงพอที่จะทำให้นักบวชหนุ่มหางคิ้วกระตุก

 

ยิ่งนัยน์ตาสีม่วงคมกริบเงยหน้าขึ้นจากหนังสือขึ้นสบอย่างจงใจทำให้นัยน์ตาสีส้มเริ่มจางรอยยิ้มไปทีละน้อย  กลายเป็นสงครามประสาทระหว่างคนสองคนอย่างสมบูรณ์

 

สู้กับเจ้าชายหนุ่มผู้เป็นอัจฉริยะโดยที่ไร้หยาดเหงื่อหรือแม้แต่ท่าทางเหน็ดเหนื่อย  ทั้งยังกล้าหยอกมังกรเพลิงที่กำลังมองมา  แม้เพื่อนเขาเองก็เป็นถึงราชสีห์เจ้าแห่งสายน้ำก็ตาม

 

เปรี๊ยะ !  เปรี๊ยะ !

 

สายตามองสบกันประกาศความเป็นศัตรูอย่างชัดเจนก่อนต่างคนจะสะบัดหน้าจากไป  ขาดเพียงเสียง เชอะ เป็นเอฟเฟ็คประกอบเท่านั้นทำให้อีกแปดคนต้องส่ายหน้า

 
 

ไอ้ฝีมือยอดเยี่ยมก็จริงอยู่หรอก  แต่นิสัยทำไมมันเด็กจังว้า……

 
 

ทั้งแปดคิดอย่างอ่อนใจแล้วเตรียมตัวไปเรียนวิชาต่อไป 

 

วิชาเวทมนตร์  สอนโดยศาตราจารย์เอ็กเซลนั่นเอง ( อ่านได้จากตอนวันปฐมนิเทศนะคะ   อาจารย์แกเป็นรองผู้อำนวยการ ) ห้องเรียนเวทมนตร์เป็นห้องกว้างสีขาวสะอาดตาที่รอบห้องมีตำราเวทมนตร์หลากหลายเล่มวางเรียงราย   ดูเก่าแก่พอสมควรพร้อมโต๊ะเรียนหรูวางไว้อย่างเป็นระเบียบ   พื้นปูด้วยพรมสีน้ำเงินเข้มสบายตา  ที่มุมห้องมีประตูบานใหญ่อยู่บานหนึ่งมีอักษรแขวนไว้ว่า

 

“ ห้องซ้อมเวทมนตร์  กรุณาขออนุญาตก่อนเข้าใช้ ” 

 

หน้าห้องเรียนเป็นโต๊ะสีน้ำตาลเข้มอย่างดีพร้อมกระดานไวท์บอร์ดที่ตอนนี้แปลงลบกระดานกำลังทำความสะอาดกระดานอย่างขมะมักขะเม้น

 

พรึ่บ

 

 ลูกไฟขนาดปานกลางสีฟ้าสดปรากฏขึ้นที่ฝ่ามือของวอดก้า  ใบหน้าของคนเสกไร้ซึ่งรอยยิ้ม  มีเพียงหยาดเหงื่อผุดพรายไม่ต่างจากวิสกี้  จิน  รัมและเตกีล่าที่หน้าเคร่งกับการพยายามเค้นพลังเวทย์ออกมา

 

เอ็กเซลมองลูกไฟขนาดประมาณลูกฟุตบอลตาค้าง  ด้วยสายตาอึ้ง ๆ  ปากอ้าค้างแล้วเริ่มพูดตะกุกตะกัก

 

“ พะ…..พลังมหาศาล….อะไรอย่างนี้…. ” คนที่เหลือเหลือบมองศาตราจารย์ชราด้วยใบหน้าสัยเพราะการเรียกลูกไฟเวทย์เป็นพื้นฐานง่าย ๆ อยู่แล้วในการร่ายเวทย์มนตร์  แค่การที่พวกวอดก้าสามารถเสกลูกไฟได้ก็ไม่น่ามีอะไรตื่นตกใจ

 

“ เอ่อ…..อาจารย์ครับ…..พะ..พวกผมดับเวทย์ได้หรือยังครับ ” วิสกี้ที่สามารถเสกบอลดินได้แล้วแม้จะมีขนาดเล็กกว่าของวอดก้าเล็กน้อย  ด้านจินนั้นเสกบอลไฟสีส้มอมน้ำเงินเช่นเดียวกับของวอดก้า  ส่วนของรัมเป็นบอลเวทย์รัตติกาล  สุดท้ายของเตกีล่าเป็นบอลธาตุน้ำ  แต่ที่แน่ ๆ สภาพของทั้งห้าเรียกได้ว่าโทรมสุด ๆ

 

ย้อนเวลากลับไปเล็กน้อย

 

“ สวัสดีนักเรียนทุกคน   อย่างที่เห็น  ฉันจะเป็นอาจารย์สอนเวทมนตร์ในปีหนึ่งของพวกเธอ  ทุกคนคงรู้จักฉันแล้วในงานปฐมนิเทศสินะ ” ชายชราในชุดเสื้อผ้าทรงยศ  ดูน่าเคารพแต่ยังไม่ใช่กับอีกห้าคนที่ถามขึ้น

 

“ ไม่เห็นรู้จักเลยแฮะ…… ” วอดก้าว่าพลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัย  คอเอียงนิด ๆ ด้วยท่าคิดเช่นเดียวกับอีกสี่คนที่เริ่มซุบซิบกัน ( ไม่ ) เบา

 

“ ใครอ่ะ  ไม่เห็นรู้จักเลย ” จินขมวดคิ้วไม่ต่างจากวอดก้า  รัมทวนคำพูดของเอ็กเซลช้า ๆ

 

“ งานปฐมนิเทศ ”

 

“ ไม่ใช่ ๆ รู้สึกว่าเราจะเคยได้ยินใครพูดถึงอาจารย์คนนี้อยู่ใช่ไหม ? ” วิสกี้พูดขึ้นทำให้ที่เหลือเริ่มฉุกใจคิด  เตกีล่าคลายคิ้วที่ขมวดแล้วว่าสั้น ๆ

 

“ ที่ห้องผอ.                 

 

“ เออใช่….ที่ห้องราฟาเอล / ห้องผอ. นี่เอง ” วอดก้าพูดชื่อเจ้าของสถาบันตรง ๆ ประสานกับคนที่เหลือที่พูดเหมือนเตกีล่า  ทำเอารองผอ.สะดุ้งโหยง   เนื่องจากไม่มีใครเคยเห็นตัวหรือรู้ชื่อที่แท้จริงของผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตเซนท์ปิแอร์เลยสักคน  แต่……เด็กห้าคนนี้กลับรู้แถมได้ไปที่ห้องทำงานของผู้อำนวยการมาแล้วด้วย

 

พวกซาเซนและเจ้าชายหนุ่มพากันขมวดคิ้วตาม  มอ.หน้ากันด้วยความสงสัยพลางกระซิบถามกัน

 

“ ผอ.ชื่อราฟาเอลเหรอว่ะ ” ไรออนที่กลายมาเป็นเพื่อนสนิทของซาเซนถามขึ้นเบา ๆ ด้วยสีหน้าสงสัยไม่ต่างจากคนอื่น ๆ

 

ซาเซนยิ้มแห้งพลางกระซิบตอบ

 

“ ก็เพิ่งรู้นี่แหละ ”

 

วอดก้ายิ้มกว้างแล้วเริ่มพูดทวนความจำ

 

“ เห็นราฟาเอลบอกว่า…..มีรองผู้อำนวยการแก่ ๆ คนหนึ่ง ” ( คนเป็นรองแก่ ๆ สะดุ้ง )  วิสกี้พูดทวนคำที่ท่านผู้อำนวยการว่าบ้าง

 

“ เห็นบอกว่ารองคนนั้นออกจะขี้จุกจิก  วัน ๆ ให้ทำแต่งาน ” จินพูดเสริม

 

“ จนหน้าแก่เกินอายุจริงไปสองเท่า ”

 

 ^ - O - <<<<< คนหน้าแก่เกินอายุจริง

 

“ ชอบบังคับให้ทำงานยี่สิบสี่ชั่วโมงจนท่านผอ.ต้องหนีไปเที่ยวบ้าง ” รัมพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มพลางหัวเราะคิกคัก 

 

-_- " ( เดี๋ยวมีเคลียร์ครับ  ท่านผอ. ) ” เอ็กเซลคิดในใจเงียบ ๆ

 

“ แต่พี่แกก็ตามจิกไปซะทุกหนทุกแห่งเหมือนมีเรดาห์ติดตัว ” เตกีล่าตวัดสายตามองคนที่ยืนอ้าปากค้างแวบหนึ่งแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น  และวอดก้าไม่รอช้าที่จะกระหน่ำซ้ำให้ใครบางคนได้ยิน

 

“ แถมยังบอกอีกว่า ชอบเอาขนมหวาน ๆ มาให้กินเป็นพะ….

 

“ อ๊าก !  ” เสียงของคนบางคนดังขึ้นพร้อมกับร่างในชุดคลุมสีดำทั้งตัวพุ่งเข้ามาปิดปากคนที่กำลังพูดซึ่งวอดก้าก็ไม่หลบ  มองดูนัยน์ตาสีทองที่เหลือกขึ้นพร้อมมองไปยังร่างของผู้เป็นรองสั่น ๆ

 

“ ง่า…..เซลเอ๊ย !…เอ็กเซล  อย่าไปฟังที่ไอ้ห้าแอลกอฮอล์นี้พูดเลย ฮะ ๆๆๆ …..มันก็แค่หยอกเล่นไปงั้นแหละ ” ยิ่งพูดแม้ใบหน้าใต้ผ้าปิดปากคาดครึ่งหน้าจะบอกอย่างนั้นแต่ก็เห็นร่องรอยซีดขาวจากใบหน้าเป็นอย่างดี

 

“ ท่านผอ. ….” เอ็กเซลเริ่มหรี่สายตาลง  พลางถามอะไรที่แทงใจคนถูกถามดังฉึก !

 

“ อย่าบอกนะว่าหนีงานมาอีกแล้ว….. ” คนหนีงานนิ่งอึ้ง  หันไปมองไอ้ห้าแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นสาเหตุให้ตนต้องกระโจนออกมาปิดปากหลังอุตส่าห์หลบในเงามืดตั้งนานเพื่อที่จะได้หนีไปเที่ยวได้ง่าย  แต่ดันกลายเป็นเผลอตัวปรากฏกายออกมา

 

ทางด้านพาราไดซ์และคนอื่น ๆ พากันหรี่นัยน์ตาลง  มองทั้งห้าใหม่ด้วยสายตาประเมินเพราะความจริงพวกเขาก็จับจิตได้ว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญอยู่ใกล้ ๆ แต่ไม่สามารถบ่งบอกทิศทางได้  แต่ดูจากการที่นักบวชหนุ่มและคนที่เหลือกล่าว  แสดงว่าพวกเขาสามารถจับสัมผัสอีกฝ่ายได้อย่างแม่นยำ…..รวมถึงมีความสามารถอีกมากที่ซ่อนอยู่

 
 

พวกนายนี่….ความลับเยอะเหลือเกินนะ

 
 

วิมเลท  เคียร์ พาราไดซ์  บลัดดี้และบราวน์คิดในใจเงียบ ๆ

 

และดูเหมือนรองศาตราจารย์จะรู้เช่นกันจึงไม่ได้โกรธเคืองอะไรเหล่านักเรียนเพียงมองไปที่ราฟาเอลด้วยสายตาน่ากลัว  ตอกย้ำความคิดของราฟาเอล

 

“ กลับไปทำงานซะ ! และต้องถูกกักบริเวณด้วยเพิ่มด้วยท่านผอ. เอ็กเซลกล่าวเสียงเฉียบขาด   ยกมือกอดอก   คราวนี้คนฟังที่ไม่ใช่พวกวอดก้าซึ่งรู้นิสัยของราฟาเอลอยู่แล้วพากันมองหน้ากันอย่างสงสัย  คิดในใจ

 
 

นี่มันเด็กเหรอเนี่ยที่ต้องมีการกักบริเวณ

 
 

ราฟาเอลทำหน้าเศร้า  แสร้งหันไปโวยใส่วอดก้าด้วยน้ำตาคลอเบ้า

 

“ วอดก้า เพราะเธอแท้ ๆ ฉันเลยอดไปเที่ยวเลย  อุตส่าห์นัดน้องเกรซไว้แล้วด้วย ”

 

“ น้องเกรซไหนหรือครับ ? ” วอดก้าแสร้งถามกลับด้วยรอยยิ้มใสซื่อ  คนฟังก็เผลอตอบไปแบบไม่รู้ตัว

 

“ น้องเกรซอาบ  อบ  นวดไงเฮ้ย ! ” คนตอบร้องเฮ้ยเมื่อรู้ตัวว่าหลงกลคนถามเรียกรอยยิ้มจากห้าแอลกอฮอล์รอบวง   

 

คราวนี้บอลไฟขนาดใหญ่ปรากฏที่มือของเอ็กเซลพร้อมรอยยิ้มเหี้ยม

 

“ กลับไปทำงานได้แล้วครับ ” ลูกไฟสีแดงสดกว่าสิบลูกถูกยกสูงขึ้น  เตรียมใส่ไม่ยั้งให้คนเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน  ทำเอาราฟาเอลหน้าซีด  ยกมือขึ้นยอมแพ้แล้วเริ่มก้าวถอยหลังช้า ๆ

 

“ จ้า ๆ ….กลับไปทำงานก็ทำ…..” ราฟาเอลว่า  หากแต่เพียงพริบตาเดียว  หลาย ๆ คนก็ต้องอ้าปากค้าง  หน้าแดงก่ำไม่ต่างจากเอ็กเซลที่อ้าปากค้างยิ่งกว่าใครเมื่อก่อนที่ผู้เป็นผอ.ในชุดเสื้อคลุมจะหายตัวไป  ร่างของราฟาเอลก็พุ่งไปทางวอดก้าด้วยความเร็วเพียงชั่วพริบตาจนคนที่ไม่ทันตั้งตัวผงะเล็กน้อย  ก่อนจะรู้สึกถึงแรงสัมผัสสาก ๆ ที่ริมฝีปากเพราะผ้าที่ประทับลงมา

 

“ ขอกำลังใจก่อน ” ราฟาเอลฉีกยิ้มขี้เล่นใต้ผ้าคลุม  รับรู้ถึงแรงสังหารที่พุ่งพรวดมาทางตนด้วยความรุนแรง  แต่เจ้าตัวก็เพียงยิ้มอย่างไม่ยี่หระ  หายตัวกลับไปทำงานต่อ

 

คนอื่น ๆ ไม่เว้นแม้แต่พวกวิสกี้พากันหน้าแดง   เสียงในใจตะโกนลั่น

 

เมื่อกี้มันจูบทางอ้อมใช่ไหม ???

 

ทางด้านเอ็กเซลก็ขบเคี้ยวฟันในใจ  นึกหมายมาดว่าต้องไปจัดการกับผอ.ตัวดีให้ได้เลย  โทษฐานที่หนีงานหากแต่เสียงคุ้นเคยก็ดังลอยมาตามสายลมทำให้ศาตราจารย์ชราขมวดคิ้ว

 

มีธุระจะคุยด้วย

 

“ นักเรียน  เดี๋ยวครูมานะ ” เอ็กเซลหันไปบอกเด็กนักเรียนคนอื่น ๆ ก่อนจะหายแวบไปที่ห้องผอ.

 

แต่ละคนพากันจินตนาการไปไกลพร้อมกับหน้าแดงมีเพียงคนเดียวที่มองนักบวชหนุ่มซึ่งลูบริมฝีปากตนเองอยู่ด้วยสีหน้าสงสัย

 
 

เมื่อกี้…..ราฟาเอลบอกว่ามีเรื่องจะคุยงั้นหรือ ??     

 
 

วอดก้าคิดในใจเพราะแวบเดียวก่อนที่ราฟาเอลจะหายไปก็มีเสียงดังขึ้นที่ข้างหู

 

คืนนี้มาหาที่ห้องทำงานที….คนที่เหลือด้วย

 

เจ้าชายหนุ่มก้าวยาว ๆ ไปหาคนเป็นนักบวชแล้วสั่งเสียงเรียบ

 

“ ไปล้างหน้าซะ ”  

 

“ ครับ ? ” วอดก้าออกอาการงงเมื่ออยู่ดี ๆ เจ้าชายหนุ่มก็สั่งให้เขาไปล้างหน้าหากแต่ใบหน้าเย็นชาที่มองมาดั่งบอกว่าจะไม่พูดซ้ำทำให้วอดก้าต้องเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างงง ๆ  ก่อนวอดก้าจะยิ้มแห้ง  ออกเดินในทันทีเมื่อกลาเดียโต้ปรากฏในมือของเจ้าชายหนุ่มพร้อมกับวางพาดไว้ที่ลำคอ  เป็นเชิงขู่เล็ก ๆ ( ? )

 

หากแต่การเดินก็ต้องกลายเป็นวิ่งเมื่อเจ้าชายหนุ่มกล่าว

 

“ มาให้ทันภายในห้านาที ”

 

เฮ้ย !                        

 

วอดก้าอุทาน  ออกแรงวิ่งในทันที   ก็ห้องน้ำชายมันอยู่ที่หอเขาเลยนี่นา  อีกอย่างตอนนี้เขาก็ใช้เวทออกมาไม่ได้มาก  เมื่อคิดได้ดังนั้นนักบวชหนุ่มก็ออกแรงวิ่งในบันดล

 

 

4 นาที  50 วินาทีต่อมา

 

พาราไดซ์ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ  ก่อนจะปรากฏร่างคนที่เขาเพิ่งสั่งให้ไปล้างหน้าวิ่งตามระเบียงอย่างกระหืดกระหอบ

 

“ มาแล้วครับ ” วอดก้าที่หน้าเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำ   แต่ไร้ซึ่งอาการเหนื่อยบอกเจ้าชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ หากแต่เขาก็ต้องชะงักเมื่ออีกฝ่ายก้าวเข้าประชิดตัว  มือหนาที่เพิ่งจับดาบเข้าฟาดฟันลูบไล้รอบริมฝีปากแดง  บางเฉียบอย่างแผ่วเบาทำให้ผู้เป็นเจ้าของริมฝีปากนิ่งค้างอย่างคาดไม่ถึง  เช่นเดียวกับหลาย ๆ คนที่มองทั้งคู่ด้วยสายตาปริบ ๆ อย่างแปลกใจ

 

พาราไดซ์ชักมือกลับ

 

“ ค่อยสะอาดขึ้นมาหน่อย ….” นอกจากคำพูดแล้ว  นัยน์ตาสีม่วงเข้มก็บังเกิดความพึงพอใจลึก ๆ อีกด้วยก่อนเจ้าตัวจะกล่าวทิ้งท้าย  เดินไปรวมกับกลุ่มเพื่อน

 

“ สภาพนาย…..ดูไม่ได้เลยนะ 

 

วอดก้าเอียงคอคิด  ทวนคำที่เจ้าชายหนุ่มกล่าว  ลืมไปซะสนิทว่าคนเย็นชาอ้าปากพูดเกินห้าพยางค์  ลืมไปอีกเรื่องว่าทำไมเจ้าชายหนุ่มต้องลูบริมฝีปากเขา ( ก็ไดซ์จังเราหึง …..แบบไม่รู้ตัวงาย ~ )

 
 

ค่อยสะอาดขึ้นมาหน่อย   ?  ค่อยสะอาดขึ้นมา….หน่อย ?

 

สภาพดูไม่ได้ ???

 

 

“ นี่แก…..หาว่าฉันสกปรกเรอะ ” วอดก้ากัดฟันกรอดในลำคอพร้อมรังสีอาฆาตที่พุ่งไปยังเป้าหมายยังเจาะจง  แน่นอนว่าไอเย็นและจิตสังหารของอีกฝ่ายก็ไม่มียอมแพ้   ส่งเข้าฟาดฟันจนคนที่อยู่รอบ ๆ ต้องกระจายตัวหนี  ซาเซนและไรออนมองหน้ากันหวาด ๆ

 
 

ไอ้คนเย็นชา  ปกติก็น่ากลัวอยู่แล้ว……แต่ไอ้คนที่สุภาพ  เวลาโกรธนี่น่ากลัวชะมัด
 

ทั้งสองคิด  ก่อนซาเซนจะเอ่ยเบา ๆ

 

“ คิดเหมือนกันไหมวะ  บีหนึ่ง ( ยังไม่เลิก ) ” ไรออนหันมามองตาปริบ ๆ แต่เมื่อเห็นซิกซ์ที่ซาเซนส่งไปทางอีกสี่คนที่ทำหน้าหวาด ๆ ไม่ต่างกันก็ปิ๊งตามทันที

 

“ คิดว่าเหมือนกันนะบีสอง ” ทั้งสองมองหน้ากัน  เดินไปหาวิสกี้  จิน  รัมและเตกีล่าที่ทำหน้าหวั่น ๆ เพราะไม่กล้าเข้าใกล้ผู้เป็นเพื่อนที่ขมุบขมิบปากราวกับสาปแช่งใครอยู่

 

“ งานนี้ต้องส่งน้ำไปดับไฟ ! ” สองหนุ่มประสานเสียง  ส่งฝ่าเท้าประเคนใส่อีกสี่คนชื่อเป็นแอลกอฮอล์ไปหาหัวโจกกลุ่มทันที  ( หรือส่งแอลกอฮอล์ไปราดน้ำมันใส่ในกองเพลิง ??? )

 

วิสกี้และจินหน้าเหวอเพราะถูกถีบมาเป็นคู่แรกตามด้วยรัมและเตกีล่าที่ชนตามมาติด ๆ

 

ขวับ

 

วอดก้าหันมามองวิสกี้ด้วยสายตาโหด ๆ เรียกรอยยิ้มเจื่อนจากทั้งหมด  อีกสามคนตัดสินใจส่งคนที่เปรียบดั่งน้องเล็กสุดไปทันที  ซึ่งนั่นก็คือหนุ่มแว่น  เตกีล่านั่นเอง

 

เตกีล่ายิ้มเจื่อนไม่ต่างจากที่เหลือ  พยายามพูดด้วยความยากลำบาก

 

“ เอ่อวะ..วอดก้า  ตอนนี้นาย….ปะเป็นนักบวชนะ ….ถ้า..เอ่อ..ทำท่าไม่เหมือนนักบวช….คนอื่น..จะจะสงสัยกัน ” เท่านั้นรังสีอำมหิตของคนเป็นนักบวชก็ดับวูบไปในทันที  หากแต่เจ้าตัวก็ตอบเสียงลอดไรฟัน

 

“ แต่จริง ๆ ฉันเป็นนักฆ่านะ ”

 

“ ก็….แบบไว้ค่อยสู้ทีหลังก็ได้  วอดก้าแค่สู้หรือชนะพาราไดซ์ก็พอแล้วนี่ ” เตกีล่ากล่าวต่อด้วยความโล่งใจที่รังสีอันเย็นเยือกหายไปทำให้อีกสามคนเดินเข้ามาล้อม

 

 “ นั่นสินะครับ ” มาดสุภาพกลับเข้ามาสิงวอดก้าอีกรอบ  แต่เพื่อเตรียมเผื่อไว้   ปากกาที่เหน็บไว้ที่กระเป๋าเสื้อรวมถึงกระดาษสำหรับเขียนจดหมายก็ถูกนำออกมาใช้ในทันที

 

 

ถึงคุณลุงครับ                    

 

ผมของานที่รับจ้างฆ่าเจ้าชายพาราไดซ์  เซไลโล  ดิทริสทอร์หน่อยนะครับ  จะถูกจะแพงส่งรายละเอียดมาให้ผมตัดสินใจที  เพราะผมรู้สึกไม่ค่อยถูกใจ….กับเจ้าชายองค์นี้สักหน่อย  หวังว่าคงสบายดีนะครับคุณลุง  ขอให้โชคดี

 

                                                      
วอดก้า      เอลนาโวลล์โรลล์

 

 

วิสกี้  จิน  รัมและเตกีล่าชะโงกหัวเข้ามาอ่านจดหมาย  สบตากันวูบหนึ่งแล้วหัวเราะลั่น

 

“ ดี ๆ จะจัดการทั้งทีก็ต้องรวบยอดไปด้วย  ทำไปจะได้ไม่ขาดทุน ”  วิสกี้ผู้กระหายเงินพูดไปหัวเราะไป  ไม่ต่างจากจินที่ร้องขอส่วนแบ่ง

 

“ งั้นฉันขอเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดด้วยนะ  ขอส่วนแบ่งด้วย ”

 

“ งั้นผมช่วยอำพรางละกันครับ ” รัมพูดขึ้นอย่างกระตือรือร้นเช่นเดียวกับเตกีล่าที่เปิดหาประวัติของพาราไดซ์ส่งให้วอดก้าชม  เป็นเชิงบอกว่าเข้าร่วมด้วย

 

ทั้งห้าระเบิดเสียงหัวเราะลั่นอย่างไม่คิดปิดบัง  ส่วนซาเซนและไรออนหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นรอยยิ้มที่ชวนให้หนาว ๆ ร้อน ๆ ของวอดก้า  วิสกี้  จิน  รัมและเตกีล่า  เริ่มย้อนคิดว่าคิดผิดหรือเปล่าว่าส่งไอ้พวกนั้นไปดับไฟเพราะดูเหมือนว่าไฟมันจะโหมแรงขึ้นต่างหาก

 

 

หลังจากนั้นผ่าไปยี่สิบนาที   ร่างของเอ็กเซลจึงปรากฏขึ้น

 

ใบหน้าของศาตราจารย์หนุ่มนั้นมีแต่ความเหลือเชื่อเมื่อรับฟังถึงสิ่งที่ผอ.ราฟาเอลเล่า  เขาไม่รอช้าที่จะลากทั้งห้าไปถาม

 

“ จริง ๆ หรือที่พวกเธอผนึกเวทย์ไว้ในผลึกธาตุน่ะ ” พวกวอดก้าสบตากัน   รู้ได้ในทันทีว่าคงเป็นผอ.หนุ่มที่เล่าให้ฟังเพื่อให้พวกเขาสามารถเรียนวิชานี้ได้สะดวกยิ่งขึ้น  วอดก้าไม่รอช้า  โชว์ผลึกธาตุสีขาวใสทั้งแปดอันที่ผ้าพันคอให้ดูเพราะวอดก้านั้นผนึกธาตุทุกธาตุเพราะเขารู้ตัวดีว่าพลังทั้งหกอันได้แก่  ดิน  น้ำ  ลม  ไฟที่เป็นธาตุหลัก  ตามด้วยธาตุสมดุลคือธาตุแสงและความมืด

 

ของวิสกี้คือผลึกธาตุดิน  ไฟ  น้ำและแสง

 

ของจินคือผลึกธาตุไฟ  ดิน  และความมืด

 

ของรัมคือผลึกธาตุความมืด  ดิน ( เพราะเป็นเอลฟ์ ) ลมและไฟ

 

สุดท้ายของเตกีล่าคือผลึกธาตุแสง ลม  และน้ำ  2 ผลึก ( เพราะเตกีล่าเป็นภูตสายน้ำทำให้พลังเวทย์ธาตุน้ำมาก )

 

แน่นอนว่าเอ็กเซลแทบจะลมจับเมื่อได้เห็นเพราะการที่เด็กทั้งห้าเติมเวทย์เพื่อผนึกลงไปแล้วยังเหลือพลังเวทย์ไว้แสดงว่าพลังของทั้งห้ามหาศาลมาก  เนื่องจากผลึกธาตุนั้นเป็นผลึกหายาก  ใช้กักเก็บสิ่งชั่วร้ายในสมัยโบราณแต่ก็ใช้เก็บอำนาจและพลังของเทพเอาไว้ทำให้มันมีความจุมหาศาล

 

“ ช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วยนะครับ ” นักบวชหนุ่มว่าอย่างสุภาพหากแต่สายตาที่จ้องมองมาบ่งบอกว่า…. “ ต่อให้คุณยิ่งใหญ่มาจากไหนแต่ผมก็ฆ่าคุณได้ ”   ทำเอาผู้เป็นศาตราจารย์ชราหนาวเยือก

 

หลังจากทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ  เอ็กเซลจึงเริ่มสอนนักเรียนเกี่ยวกับการใช้เวทเพื่อเป็นพื้นฐาน  เข้าสู่บทเรียนที่เรียนยากขึ้นตามลำดับจนถึงความสามารถและความถนัดในการใช้เวทย์

 

“ ถนัดเวทย์ธาตุน้ำครับ ” วอดก้าตอบสั้น  ความจริงเจ้าตัวสามารถใช้เวทได้ทุกธาตุและถนัดทุกธาตุเลยด้วยซ้ำเพียงแต่เงียบไว้จะได้ไม่เป็นจุดเด่นจะดีกว่า  เช่นเดียวกับอีกสี่คน

 

กลับมาที่ปัจจุบัน

 

 

แต่ละคนออกอาการเหงื่อตกเพราะความเหนื่อย  เนื่องจากอย่างที่บอกไปว่าพวกเขาได้ใช้ผลึกธาตุในการกักเก็บเวทย์ไม่ให้เป็นจุดเด่นเช่นเดียวกับของวอดก้าและรัมที่ต้องกักเก็บเพื่อป้องกันการตามรอยของผู้บุกรุกที่อาจจะบุกมา

 

  “ โอเค ๆ พอแล้ว ” เอ็กเซลว่าซึ่งทั้งห้าก็ทำให้พลังธาตุสลายไปจนหมดด้วยใบหน้าที่เหงื่อแตกพลั่ก ๆ

 

เอ็กเซลมองเด็กทั้งห้าอย่างทึ่ง ๆ อีกครั้ง  แอบนักเรียนคนอื่นเขียนกรอกคะแนนลงในใบรายชื่อของทั้งห้าว่า  A+

 

หลังจากนั้นศาตราจารย์ชราจึงกล่าวถึงบทเรียนที่จะเรียนกันทั้งเทอมอันได้แก่

 

-       เวทย์พื้นฐาน

-       การประสานเวทย์เข้ากับอาวุธ

-       กลยุทธ์การใช้เวทย์

-       การประยุกต์เวทย์เข้ากับการต่อสู้

 

จากนั้นเสียงออดหมดเวลาจึงดังขึ้น  เด็กปีหนึ่งหอสราทพากันเก็บหนังสือเพื่อไปเรียนวิชาสุดท้าย

 

 

 

วิชาการ         

 

เนื่องจากวันนี้มีอาจารย์ที่ติดธุระไม่สามารถสอนนักเรียนหอที่ผู้คนขนานนามว่าอัจฉริยะอย่างเด็กหอคิมหันต์ได้ทำให้ศาตราจารย์มาม่อน  เล็กเท็นเซ็นต้องรับผิดชอบดูนักเรียนชั้นปีสี่ที่ต้องเรียนร่วมกับเด็กปีหนึ่งหอสราท

 

“ เอาล่ะนักเรียน   ครูชื่อ  มาม่อน….มาม่อนเล็กเท็นเซ็น ” อาจารย์หนุ่มว่าเสียงดังเรียกความสนใจจากนักเรียนทั้งหมดให้หันไปมอง  มาม่อนมองอย่างพอใจ

 

“ วิชานี้ ก็อย่างชื่อที่บอก มันเป็นวิชาการ  เรื่องที่เราจะเรียนก็จะเป็นเรื่องการคำนวณต่าง ๆ ทั้งเงินตรารวมถึงสูตรการคำนวณทั้งหมด ” ชายหนุ่มว่าพร้อมกับปากกาไวท์บอร์ดที่พุ่งไปเขียนตามคำที่อาจารย์หนุ่มว่า  ก่อนมาม่อนจะผายมือไปยังรุ่นพี่ปีสี่ในชุดขาวดำตามสัตว์วิเศษประจำหอซึ่งจากที่กะ  มีราว ๆ ประมาณยี่สิบห้าคนเท่ากับพวกเขาพอดี

 

“ วันนี้ครูจะยังไม่สอนเพราะมีรุ่นพี่ปีสี่  หอคิมหันต์มาอยู่ด้วย  สอนไปสอนมาคงไม่รู้เรื่อง  ดังนั้น…..” อาจารย์มาม่อนยิ้มบาง ๆ “ ครูจะลองทดสอบความสามารถของพวกเธอเรื่องการคำนวณหน่อย ”  เด็กปีหนึ่งมองหน้ากันเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะการคำนวณคงเป็นเรื่องหมู ๆ สำหรับพวกเขาซึ่งต่างเป็นลูกหลานของทั้งกษัตริย์ บุคคลที่มีชื่อเสียง  พ่อค้า  ขุนนางหรือแม้แต่นายทหารขั้นสูง  หากแต่…..สิ่งที่อาจารย์หนุ่มพูดต่อก็ทำเอาทั้งปีสี่เบิกตากว้าง

 

“ โดยครูจะให้เด็กปีสี่เป็นคนตั้งโจทย์แล้วให้พวกเธอตอบ ”

 

“ แต่อาจารย์ครับ” เด็กปีสี่คนหนึ่งทำท่าจะค้าน  เขาพูดต่อโดยปรายตาพวกวอดก้าด้วยสายตาดูถูก “ พวกเขายังอยู่แค่ปีหนึ่งเอง  แถมยังเป็นเด็กหอสราท  ถามไปก็เปลืองคำเปล่า ๆ นะครับอาจารย์” คำพูดนั้นทำเอาพวกวอดก้า  จิน  วิสกี้  รัม  เตกีล่า  วิมเลท  เคียร์  บลัดดี้และบราวน์  รวมถึงเด็กสาวทั้งห้ากับคนอื่น ๆ ตาเบิกกว้าง  ระเบิดเสียงหัวเราะทันทีที่ได้ยิน  แม้แต่พาราไดซ์ยังลอบยิ้มเย็น

 

“ หัวเราะอะไร ! ” รุ่นพี่สาวคนหนึ่งตวาดใส่เด็กที่หัวเราะอยู่  วิสกี้ยิ่งกวนประสาทกลับด้วยการถึงกับลงไปนอนเกลือกกลิ้งกับพื้นเรียกเสียงหัวเราะให้ระบาดหนักไปอีกจนแม้แต่สาวเงียบ ๆ อย่างแครอไลน์ต้องปิดปากหัวเราะ

 

“ หัวเราะอะไร….” วอดก้าทวนคำ แล้วตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ หัวเราะพวกคุณยังไงครับ ”

 

“ หมายความว่าไง ” รุ่นพี่สาวที่นั่งข้างหญิงสาวที่ตะโกนถามพวกเขาว่าหัวเราะอะไรลุกขึ้นถามบ้าง

 

“ ก็หมายความว่ารุ่นพี่ดูถูกพวกเรามากเกินไปไงครับ ” วิมเลทกล่าวเสียงราบเรียบทั้งที่มุมปากยังมีรอยยิ้ม

 

“ ก็จริงนี่นา  พวกนายก็แค่เด็กปีหนึ่งคิดว่าจะตอบโจทย์ของพวกเราได้รึไง ” รุ่นพี่ชายคนแรกถามอย่างดูถูกโดยมีรุ่นพี่ที่เหลือมองอย่างเหยียดหยาม  คราวนี้พวกวอดก้าและคนอื่น ๆ มองหน้ากันด้วยรอยยิ้มกว้าง  ตอบพร้อมกันเป๊ะด้วยโทนเสียงมั่นใจ

 

“ แน่นอน ! ” คำตอบที่แสดงความหยิ่งผยองและมั่นใจในตัวเองทำให้เหล่ารุ่นพี่ปีสี่มองอย่างหมั่นไส้ 

 

มาม่อนเหยียดยิ้มกว้าง  พร้อมพึมพำแผ่วเบา ๆ

 

“ แล้วจะพูดไม่ออก  เด็กปีสี่เอ๋ย…….” ในเมื่อหอสราทนั้นมีเจ้าชายผู้ถูกกล่าวขานเป็นอัจฉริยะ  พร้อมสององครักษ์ที่เป็นอัจฉริยะไม่ต่างกันอยู่ด้วย  นอกจากนี้ยังมีเจ้าชายอีกสองพระองค์จากรัฐแห่งการค้า  ลูกชายของขุนนางและนายทหารชื่อดังมากมาย  แล้วจะรู้ว่าคิดผิด…..มาม่อนคิดในใจ

 

“ เกมส์ก็จะเป็นให้นักเรียนปีสี่ตั้งโจทย์การคำนวณยังไงก็ได้โดยให้เป็นการตอบตัวต่อตัว  คือเมื่อรุ่นพี่ถามแล้ว  แล้วรุ่นน้องตอบได้ก็จะต้องไปนั่งที่เดิมเช่นเดียกับรุ่นน้องเพื่อให้คนอื่นถามหรือตอยต่อ  โดยจะถามหรือตอบซ้ำไม่ได้ ”

 

“ แล้วถ้าน้องตอบไม่ได้ล่ะคะ ” รุ่นพี่ปีสี่คนหนึ่งยกมือถาม

 

“ ก็ให้เด็กคนอื่นมาตอบต่อด้วยโจทย์เดิม  ถ้ายังไม่มีใครตอบได้พวกเธอก็จะชนะ ”

 

“ ถ้าพวกเราชนะจะได้อะไรครับ ” คราวนี้โจเซฟยกมือถามบ้าง

 

มาม่อนทำสีหน้าครุ่นคิด

 

“ อ้อ……เอาเป็นคะแนนหอละกัน  แล้วครูจะบวกคะนนเพิ่มให้ทุกคน  คนละห้าคะแนนด้วย ”

 

“ แล้วฝั่งเราล่ะคะ ” รุ่นพี่สาวคนเดิมถาม

 

“ เอาอย่างนี้  ถ้าเกิดใครตั้งโจทย์ที่รุ่นน้องไม่สามารถตอบได้  หนึ่งคนบวกหนึ่งคะแนน  สองคนบวกสองคะแนนไปเลย ” เด็กปีสี่พากันฮือฮาเพราะวิชานี้ให้คะแนนยากมากเพราะส่วนใหญ่จะตัดสินที่คะแนนสอบระหว่างภาคและสอบกลางภาคหรือปลายภาคไปเลย  การที่พวกเขาจะได้คะแนนมาง่าย ๆ อย่างนี้มันโชคสองชั้นชัด ๆ

 

ทั้งหมดคิดด้วยสีหน้ากระหยิ่มยิ้ม  หารู้ไม่ว่าทุกสิ่งที่คาดหวัง  พวกเขาจะไม่ได้สักอย่าง

 

“ รูท    32.144158   ครับ ”  รีฟเงยหน้าจากกระดาษทดแล้วตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ มองสีหน้าซีด ๆ ของรุ่นพี่สาวแล้วหันไปบอกอาจารย์ประจำวิชา

 

“ ผม…..รีฟ  ไกอัสครับ ” มาม่อนพยักหน้าเขียนบวกคะแนนในช่องชื่อของเด็กหนุ่มแล้วหันไปยังสีหน้าซีด ๆ ของรุ่นพี่สาว

 

“ ลาเชีย    เดอร์วองค่ะ ” รุ่นพี่สาวตอบเสียงแผ่ว   มองปลายปากกาของอาจารย์หนุ่มที่เขียนในใบคะแนนของปีสี่ว่า -1

 
 

ถูกต้อง….หากเด็กปีหนึ่งสามารถตอบได้  รุ่นพี่ผู้ตั้งโจทย์จะต้องถูกหักคะแนน

 
 

รุ่นพี่สาวเดินคอตกกลับไปที่ที่นั่ง  มองเพื่อนชายที่ถือใบโจทย์ด้วยสีหน้าซีดเผือดหลังเห็นผมคนสีเงินยวงกับนัยน์ตาสีฟ้าครามฉายความฉลาด

 

รีฟลุกจากที่นั่งแล้วให้วิมเลทนั่งต่อ

 

“ ขอโจทย์ด้วยครับ ” วิมเลทยิ้มสว่างไสวพลางทวงถามโจทย์  รุ่นพี่ชายตรงข้ามทำหน้าเหมือนจะร้องไห้  พูดเสียงสั่น ๆ ตะกุกตะกัก

 

“ ตะโจทย์คือถ้านาย ก ที่หนัก 67 กิโลกรัมผะผลักกล่องไม้ขะ..ขนาด  13 x 20  นิ้ว  หนักปะ…80  กิโลกรัม  ขะ..เขาจะต้องใช้แรงและเวลาเท่าไหร่  ถะถ้าลากกล่อง 1 นาทีต่อ 5.783 เมตร จนครบ 3 กิโลเมตร ” รุ่นพี่ชายเริ่มกล่าวเสียงมั่นใจขึ้นเมื่อเห็นคิ้วของรุ่นน้องตรงข้ามที่เริ่มขมวดก่อนจะกลายเป็นแข็งค้างเมื่อนัยน์ตาสีฟ้ากรอกไปมาเล็กน้อยแล้วตอบเสียงมั่นใจ

 

  ใช้แรง ( 67 x 80 / 2 = ) 2680 นิวตัน  และใช้เวลา   ( 3000 / 5.783 ) 518.761888 นาที หรือ (518.761888 / 60 ) 8 ชั่วโมงกว่า ๆ จึงจะลากกล่องไม้ครบสามกิโลเมตร ”

 

” เอ๋อ….รุ่นพี่ปีสี่พากันนิ่ง  มองวิมเลทที่หันไปบอกชื่อกับอาจารย์ด้วยใบหน้ารื่นเริง  พลางทำสีหน้าจะร้องไห้เมื่อเห็นแล้วว่า  สิ่งที่พวกเขาดูถูกนั้นกำลังย้อนกลับมาทำร้ายพวกเขาอย่างแสนสาหัส

 

วิสกี้ที่เป็นคนต่อไปที่ต้องตอบคำถามเอ่นกวนประสาทใครบางคนด้วยน้ำเสียงลอย ๆ

 

“ เก๊กจริง ๆ ” วิมเลทชะงัก  หันมามองวิสกี้พลางกัดฟันในใจ  คิดอย่างหมายมาด

 
 

จะเป็นฆาตกรฆ่าเพื่อนร่วมห้องก็เพราะปากมันนี่แหละ

 
 

วิมเลทคิดเงียบ ๆ

 

“ แง ๆๆ คะแนนฉัน ” หลังจากเหล่ารุ่นพี่รู้ความสามารถของเด็กที่พวกเขาดูถูกไว้แล้วก็พากันโอดครวญไม่ขาดเพราะในตอนแรก  พวกเขาเอาโจทย์ง่าย ๆ เพื่อให้รุ่นน้องดีใจ  แต่กลายเป็นอาจารย์เปลี่ยนกฏใหม่ทำให้พวกเขาออกแบบโจทย์ยากขึ้น  แต่…..เด็กปีหนึ่งหอสราทที่พวกเขาดูถูกไว้ก็ตอบได้ทุกคำถาม  ซึ่งมันไม่น่าเจ็บใจเท่าบางโจทย์ที่พวกเขาคิดค้นหลาย ๆ สูตร มีความยุ่งยากซับซ้อนที่จะคำนวณผิดไปไม่ได้แม้แต่ตัวเดียวแต่บางคนขยับมือเขียนเล็กน้อยก็ได้คำตอบ  บางคนไม่ต้องทดก็ตอบได้เลยด้วยซ้ำ !…

 

นั่นทำให้พวกเขาเหมือนตื่นขึ้นจากความฝันอันสุขสันต์ที่ว่าตนเป็นอัจฉริยะ

 

“ เอาล่ะ….ครบแล้วใช่ไหม  ดูเหมือนเด็กปีหนึ่งหอสราทจะตอบได้ทุกคำถามของรุ่นพี่เลยนี่  ยอดเยี่ยมมาก ” มาม่อนกล่าวชมเด็ก ๆ ด้วยน้ำเสียงชื่นชม  ก่อนจะหมุนตัวมาทางรุ่นพี่ที่นั่งคอตกอยู่  กล่าวเสียงเย็นเยียบ

 

“ ส่วนพวกเธอ  เห็นทีคงต้องเริ่มสอนพื้นฐานให้พวกเธอใหม่ซะแล้ว  รวมถึงคะแนนที่ฉํนหักลบไปด้วย ” เหล่ารุ่นพี่ยิ่งก้มหน้าลงไปอีก  เพราะกลัวจะเงยหน้าขึ้นเห็นแววตาเยาะเย้ยจากรุ่นน้องและคราวี้ก็กลายเป็นหน้าที่ของวอดก้าและพาราไดซ์

 

“ อาจารย์มาม่อนครับ…. ” วอดก้าส่งเสียงเรียกอาจารย์หนุ่ม  ก่อนจะพยักหน้าให้กับพาราไดซ์

 

“ พวกเราตัดสินใจที่จะเอาคะแนนของพวกเราให้รุ่นพี่  แทนส่วนที่ถูกหักลบไป ” เจ้าชายหนุ่มกล่าวเสียงเย็นชาดั่งเดิมแต่กลับทำให้เหล่ารุ่นพี่ต้องเงยหน้ามอง

 

“ หมายความว่าเธอจะให้ฉันลบคะแนนที่พวกเธฮได้จากการตอบคำถามไปให้พวกรุ่นพี่งั้นเหรอ ” มาม่อนถามด้วยสีหน้าเรียบเฉยทั้งที่ภายในมีความพึงพอใจแฝงอยู่

 

“ ครับ…..เพราะจะยังไง  นี่ก็เป็นเพียงเกมส์ทดสอบความสามารถของพวกเราเท่านั้น  ดังนั้นก็ไม่มีความจำเป็นที่เราต้องนำคะแนนที่ยังไม่ได้จากการเรียนรู้ไปใช้  ผิดกับพวกรุ่นที่ที่ได้นำความรู้ที่เรียนมาประยุกต์ซึ่งเรียกเป็นการนำความรู้มาใช้อย่างแท้จริง ” อดก้ากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนให้คนฟังร่วมถึงเหล่ารุ่นพี่อดซึ้งใจไม่ได้  ยิ่งหันไปเห็นแววตาไร้ซึ่งอาการเยาะเย้ย  มีแต่ความเห็นใจและความเป็นมิตรที่ไม่ใช่ความสงสารหรือความเวทนาก็ยิ่งละอายสิ่งที่พวกเขาได้มองเด็กพวกนี้อย่างดูถูก

 

“ แต่…..ไม่เป็นไรหรอกน้อง  ยังไงพวกพี่ก็สมควรที่ต้องถูกหักคะแนนเพราะไม่มีความสามารถพออยู่แล้ว  มันไม่จำเป็นที่น้องต้องมาเสียสละให้พวกพี่หรอก ” รุ่นพี่ชายคนหนึ่งกล่าวขึ้นเรียกเสียงสนับสนุนจากรุ่นพี่คนอื่น  เพราะนอกจากรุ่นน้องจะไม่โกรธวพกเขาแล้วยังมีแต่ความเสียสละและเข้าใจพวกเขา

 

“ ใช่ ๆ น้องไม่ต้องเอาคะแนนให้พวกเราหรอก ”

 

“ นั่นสิ  ไม่เป็นหรอก ถูกหักคะแนนก็หาใหม่ได้ ”

 

“ นั่นแหละน้องน้องไม่ต้องช่วยพวกพี่หรอก ”

 

“ ตกลงพวกเธอจะยังให้คะแนนกับพวกพี่เขาอีกไหม ? ” มาม่อนหันไปถามเด็กปีหนึ่ง  ซึ่งทุกคนต่างพยักหน้าหนักแน่น  ตอบเสียงดังฟังชัด

 

“ ให้ค่ะ ! / ครับ ! ” เมื่อคราวนี้มีรุ่นพี่จะค้านอีก  เตกีล่าจึงบอกรุ่นพี่เหล่านั้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความอบอุ่นเอาไว้

 

“ ถือว่าพวกเรามอบเป็นของขวัญที่ได้รู้จักกันก็ได้ ”     

 

“ นั่นสิ…..รู้จักรุ่นพี่ต่างหอ  โก้จะตาย ” ไรออนพูดขึ้นเรียกเสียงหัวเราะครื้นเครงจากทั้งหมด  วอดก้าโน้มต้วเล็กน้อยแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มอุ่นใจ

 

“ ก็อย่างที่ว่านะครับ  ถือเสียว่าพวกเราตั้งใจและอยากจะให้ของขวัญชิ้นนี้จริง ๆ  ช่วยรับไว้ทีเถอะครับ ” วอดก้าทำให้เหล่ารุ่นพี่ต่างน้ำตาซึม  กรูเข้าไปทำความรู้รุ่นน้องทั้งหลายด้วยรอยยิ้มกว้างซึ่งเด็กปีหนึ่งก็ทักทายรับอย่างหน้าตาชื่นบาน

 

“ แผนสูงจังนะคุณหัวหน้าชั้นปี ” มาม่อนกล่าวพลางเดินมายืนข้าง ๆ พาราไดซ์ที่มองภาพเบื้องหน้าด้ยแววตาไร้ความรู้สึกก่อนเสียงเรียบเย็นจะเป็นฝ่ายตอบ

“ ถ้าจะพูดก็ต้องคนนั้น ” มาม่อนเหลือบมองตามสายตาของเจ้าชายหนุ่มไปยังเด็กหนุ่มผมเงินปนขาวที่หัวเราะเริงร่ากับเหล่ารุ่นพี่อยู่  ใบหน้านั้นเป็นใบหน้าของคนธรรมดาแต่ยามยิ้มจะเหมือนดวงตะวันอันอบอุ่น  ทำให้มาม่อนหันไปเลิกคิ้วใส่คนข้าง ๆ

“ ดูดี ๆ ” พาราไดซ์ว่าแล้วมองนิ่งไปที่วอดก้าอีกครั้งและครั้งนี้จึงทำให้อาจารย์หนุ่มมองเห็นอะไรบางอย่าง

แวบหนึ่ง…..รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏที่ริมฝีปากบางของคนที่อยู่กลางวงรุ่นพี่   รอยยิ้มจริงใจนั้นยังคงมีอยู่ไม่รู้จบและนั่น….เผลอทำให้มาม่อนคิดว่าชายหนุ่มที่เหมือนดวงตะวันนั้นเป็นปีศาจที่จะหลอกล่อให้มนุษย์อยู่ในกำมือ

“ เด็กคนนั้นเป็นคนเสนอสินะ ” มาม่อนคาดการณ์  และได้รับคำตอบเป็นการพยักหน้าช้า ๆ เป็นคำตอบ   ทำให้อาจารย์หนุ่มต้องมองเด็กที่เหมือนคนธรรมดาใหม่อีกครั้ง

 

ทำให้รุ่นพี่ที่หัวแข็งยอมรับ………ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นหนี้บุญคุณ………หลอกล่อและสร้างความไว้ใจเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ………

 

“ ฉลาดจริง ๆ ” มาม่อนพูดเปรย ๆ เมื่อเห็นวอดก้าเล่นหัวรุ่นพี่อย่างสนุกสนานยิ่งสร้างความไว้วางใจมากขึ้นไปอีก   โดยวอดก้าก็รับรู้สายตาของคนที่จ้องมองมาพลางต่ออีกประโยคในใจด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ที่ริมฝีปาก

 
 

……… พอหมดประโยชน์ก็ต้องกำจัดทิ้ง        

 

เพราะนี่คือ………วิถีนักฆ่า

 

  

อัพแว้วววววว  อยู่ที่โน้นไม่มีเน็ตจริง ๆ ด้วย  แถมรถก็ติด  พอจะมาก็ดันเกิดอุบัติเหตุอีก  เค้าเพิ่งกลับมาเองน้า  พอถึงบ้านปุ๊บก็เปิดคอม ฯ ต่อเน็ตกันเลย  อย่าโกรธกันน้า

 

คอมเม้นให้กำลังใจด้วยยยยยยย ~



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 32 : บทที่ 31 วิชาการต่อสู้ 2 100 % แว้วววว มาอ่านเร็ว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 19925 , โพส : 80 , Rating : 12% / 240 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4
# 80 : ความคิดเห็นที่ 15892
วอดก้า......หนูรักเขา~~~~~~
Name : Saifon_ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Saifon_ [ IP : 223.24.145.85 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มกราคม 2562 / 19:56
# 79 : ความคิดเห็นที่ 15328
อรั้ยยยยย ไดซ์เค้าหึงด้วยแหละ -////-
Name : β❤ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ β❤ [ IP : 223.24.128.46 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 มิถุนายน 2561 / 18:25
# 78 : ความคิดเห็นที่ 9362
มีหึงด้วย
Name : Chandra and Clover < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Chandra and Clover [ IP : 119.76.69.152 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มีนาคม 2559 / 11:01
# 77 : ความคิดเห็นที่ 8600
แอบหึงเล็กน้อย
PS.  "การบอกรักเป็นสิ่งสุดท้ายของการแอบรัก แต่เป็นสิ่งแรกของการอกหักก็เท่านั้นเอง"
Name : ganako < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ganako [ IP : 49.229.100.123 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 ธันวาคม 2558 / 11:44
# 76 : ความคิดเห็นที่ 7866
เป็นนางเอกที่ดี(?)คนนึง
Name : fenr < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fenr [ IP : 118.172.238.244 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กันยายน 2558 / 22:34
# 75 : ความคิดเห็นที่ 7097
ความคิดตรงกันนะวอดก้า หมดประโยชน์เมื่อไหร่ก้อไม่จำเปนต่อเราอีก
Name : Ponpun Sayngam < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ponpun Sayngam [ IP : 223.204.249.57 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 พฤษภาคม 2558 / 03:29
# 74 : ความคิดเห็นที่ 6470
สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
Name : fairy_devil < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fairy_devil [ IP : 125.27.83.18 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 เมษายน 2558 / 09:22
# 73 : ความคิดเห็นที่ 5482
อยากรู้จังว่าถ้าสองคนนี้เอาจริงแล้วใครจะเก่งกว่ากัน
Name : mamon [ IP : 1.47.129.214 ]

วันที่: 7 มกราคม 2558 / 16:17
# 72 : ความคิดเห็นที่ 5426
ชอบวอดก้าอ่ะ >,.< เพิ่งมาอ่าน
PS.  Forever..
Name : Kemo < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Kemo [ IP : 58.9.230.244 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 มกราคม 2558 / 20:09
# 71 : ความคิดเห็นที่ 5363
ชอบมากค่ะ ตั้งแต่อ่านตอนแรกถึงตอนปัจจุบันยังหยุดหัวเราะ ไม่ได้เลยอ่า.. ไรท์เก่งมากค่ะ
Name : Kesi Kesi < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Kesi Kesi [ IP : 49.237.133.37 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 มกราคม 2558 / 22:44
# 70 : ความคิดเห็นที่ 5059
สนุกมากก วอดก้าเจ๋งมากๆ เจ้าชายมีแอบหึงด้วย 5555
PS.  Never Give up
Name : Kai-Writer < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Kai-Writer [ IP : 27.130.222.170 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 พฤศจิกายน 2557 / 19:58
# 69 : ความคิดเห็นที่ 4822
สนุกมากเลยค๊าาาาาา
วอดก้านี่เจ๋งอ่ะ เจ้าเลห์สุดๆ 555
PS.  ทุกอย่างมี 2 ด้าน เช่นเดียวกับ ราตรีที่มืดมิดแต่กลับสวยงามอย่างประหลาด ซึ่งมันแล้วแต่ว่าใครจะมองด้านไหนเท่านั้นของมันเท่านั้น เช่นเดียวกับความรัก ที่มีทั้ง ความทุกข์และความสุข
Name : Hydrangea < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Hydrangea [ IP : 101.109.90.170 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 ตุลาคม 2557 / 17:41
# 68 : ความคิดเห็นที่ 4412
ต่อไวๆนร้าาาาามีคนรออ่านอยู่เสมอ
Name : Blood First < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Blood First [ IP : 113.53.68.76 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 สิงหาคม 2557 / 09:59
# 67 : ความคิดเห็นที่ 3936
สนุกมากค่ะ ชอบเรื่องนี้สุดๆเลยค่ะ
Name : Wolf Black < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Wolf Black [ IP : 27.145.43.126 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 มิถุนายน 2557 / 03:49
# 66 : ความคิดเห็นที่ 3915
แหม๋ แข่งกันจะเป็นจะตายสุดท้ายก็มานอนกอดกันสินะ
PS.  One Piece สมบัติในตำนานโดยเชื่อว่าซ่อนอยู่ในส่วนที่ลึกสุดของแกรนด์ไลน์โดยจ้าวแห่งโจรสลัด โกลด์ โรเจอร์ โดยวันพีซไม่มีใครรู้ว่าหน้าตาและรูปร่างเป็นอย่างไร [สมบัติอันล้ำค่าในตำนานนั้นคือ G-BOM ]
Name : —•’HeAvN‘•— < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ —•’HeAvN‘•— [ IP : 1.47.70.78 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 มิถุนายน 2557 / 01:15
# 65 : ความคิดเห็นที่ 2892
สนุกมากกกกก โครตชอบเลยยยยยยยค่ะ 

ออ แอบเขินตอนไดท์ให้วอดก้าไปล้างปาก กรี๊ดกร๊าดดดดด >//<


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 เมษายน 2557 / 23:47

PS.  ภรรยาชายหวัง
Name : เมนชายหวัง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เมนชายหวัง [ IP : 171.5.11.121 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 เมษายน 2557 / 23:46
# 64 : ความคิดเห็นที่ 2160
นางเอกอย่างเจ๋งอ่ะ 
PS.  รักนะ แต่ไม่แสดงออก ^^
Name : SKK~hoUse < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SKK~hoUse [ IP : 125.24.166.176 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 ธันวาคม 2556 / 22:47
# 63 : ความคิดเห็นที่ 1585
ตอนนี้ยาวสะใจจริง ๆ ค่ะ
PS.  ฉันมาเพื่อล่า ,,, ล่าสวาท นิยาย (<< นังนี่น่ากลัว T^T )
Name : M.T.Miracle < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ M.T.Miracle [ IP : 27.55.146.38 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 ตุลาคม 2556 / 23:47
# 62 : ความคิดเห็นที่ 1109
สนกมากค่ะ อยากอ่านอีก
Name : ืืnam [ IP : 223.204.105.76 ]

วันที่: 24 สิงหาคม 2556 / 12:38
# 61 : ความคิดเห็นที่ 1048
อ่านกี่ทีกี่ที ก็ชอบ แบบว่าชอบ ญ เก่ง แอบคิดว่าถ้าพวกพาราไดซ์ รู้ ว่าเป็น ผู้หญิงกลุ่มนั้น จะรู้สึกทึ่ง หรือประหลาดใจขนาดไหนนะ ลุ้นๆๆๆ รอๆๆๆ
Name : แพนโต๊โต < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ แพนโต๊โต [ IP : 1.2.254.46 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 สิงหาคม 2556 / 14:21
# 60 : ความคิดเห็นที่ 845
ไม่ไหวแล้ว บี1 บี2 รักเรื่องนี้เลย รออ่านอยู่นะคะ
Name : annazear < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ annazear [ IP : 110.168.53.83 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 กรกฎาคม 2556 / 23:33
# 59 : ความคิดเห็นที่ 830
สนุกมากจ้า

อัพต่อเร็วๆนะ
Name : ฝนธารา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฝนธารา [ IP : 171.99.115.41 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 กรกฎาคม 2556 / 13:58
# 58 : ความคิดเห็นที่ 829
สนุกเว้ยยยยยยยยยยยยยยยยย

อัพเยอะๆเลยไรเตอร์ ลงทีแล้วอยากไห้ลงติดต่อกันเลยอ่าาาา
Name : ลุเคียส < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ลุเคียส [ IP : 182.52.174.249 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 กรกฎาคม 2556 / 12:00
# 57 : ความคิดเห็นที่ 826
วิถีนักฆ่า
อร้ายยยยยยยยยย

อาจารย์รู้ว่านางเองเป็นนักฆ่าแล้วเหรอ
PS.  http://youtu.be/ePVJdev77Gw my favorite song
Name : สาคูปากหม้อ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สาคูปากหม้อ [ IP : 171.99.85.14 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 กรกฎาคม 2556 / 20:11
# 56 : ความคิดเห็นที่ 823
สนุกอ่ะ  มาอัพวาย ๆ น้า
Name : น้องสาวมาม่อน [ IP : 110.168.250.137 ]

วันที่: 22 กรกฎาคม 2556 / 19:52
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android