คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 34 : บทที่ 34 งานรับน้องอลเวง 1 ( 100 % แล้วจ้า วอดก้ากับไดซ์เปียกกันอีกแล้ว )


     อัพเดท 10 ส.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 2,431 Overall : 679,161
15,910 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7629 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 34 : บทที่ 34 งานรับน้องอลเวง 1 ( 100 % แล้วจ้า วอดก้ากับไดซ์เปียกกันอีกแล้ว ) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 20678 , โพส : 89 , Rating : 14% / 222 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

 

บทที่  34 งานรับน้องอลเวง 1
 

 

 
 

…….เทพธิดาคิวอัสผู้เป็นมารดาของเทพคิวปิดมีนามเดิมว่าอะไร ?  ” เสียงทุ้มเรียบเย็นอันคุ้นเคยพร้อมกับบรรยากาศอันเหน็บหนาวที่แผ่พุ่งใส่ผู้ประกอบอาชีพนักบวชซึ่งทำหน้านิ่งไม่ต่างจากน้ำเสียงที่ตอบ

 

“ คลอเรนอัส…..ตาผมบ้าง  เทพซีอุสมีเทพร่วมปกครองและร่วมสายเลือดกี่องค์  ได้แก่เทพองค์ใดบ้าง ? ”

 

 ห้าองค์ได้แก่  เทพโพไซดอน  เทพีดิมิเทอร์  เทพีเฮร่า  เทพฮาเดสและเทพีเฮสเตีย ”

 

“ ชิ ” วอดก้าสบถเบา ๆ เมื่อเจ้าชายหนุ่มสามารถตอบกลับได้อย่างรวดเร็ว  นัยน์ตาสีม่วงเข้มของพาราไดซ์ปรากฏความเยาะเย้ยนิด ๆ ( แม้คนอื่นจะไม่เห็น ) ซึ่งนั่นก็ทำเอาวอดก้าเผลอกระตุกยิ้มเหี้ยมแวบหนึ่ง  ครั้งนี้ตาเจ้าชายหนุ่มถามเขาบ้าง

 

“ เทพอะพอลโลมีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์คือต้นลอเรล ( Laurel )  ช่วยบอกลักษณะของต้นลอเรล  อย่างละเอียด…. ” ประโยคท้ายที่เน้นย้ำทำให้วอดก้าหน้าเครียดไปบ้างเพราะเรื่องนี้ต่อให้หาแทบตายก็ไม่มีหนังสือเล่มไหนเขียนบอก  แต่มีหรือที่วอดก้าจะไม่รู้ในเมื่อเขาได้พบผู้เป็นมารดาซึ่งเล่าเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับเทพให้ฟังแล้ว  คำตอบที่ได้จึงเอ่ยออกไปอย่างมั่นใจ

 

“ ต้นลอเรลคือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ มีลักษณะเป็นใบกลีบหยดน้ำเรียงราย  หนึ่งก้านมีทั้งหมดสิบเจ็ดกลีบ  ข้างหนึ่งแปดกลีบ  อีกข้างหนึ่งเก้ากลีบ มีสองก้านโดยที่ปลายก้านพันเอาไว้ด้วยกันมีความหมายของคำว่าผู้ชนะอย่างสมเกียรติ  ยิ่งยามที่ถูกสวมใส่  กลีบแต่ละดอกจะหลั่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีสรรพคุณในการฟื้นฟูความเจ็บปวดและบาดแผล ได้จากหญิงสาวที่รักที่ชื่อ…..ดัฟเน่ ( dafnas ) ส่วนต้นลอเรลมีอีกชื่อคือ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ มาลัยลอเรล ” วอดก้ากระตุกยิ้มเมื่อเห็นพาราไดซ์นิ่งค้างอย่างคาดไม่ถึง  ไม่รอช้าที่จะยิงคำถามใส่

 

“ ทีนี้….เล่าตำนานความรักของต้นลอเรลให้ผมฟังที  คุณเซไลโด ” เจ้าชายหนุ่มหน้าตึงนิด ๆ เมื่อรู้ตัวว่าต้องเล่ายาวเป็นแน่  แถมสายตาของคนตรงข้ามที่ส่งมาท้าทายราวกับจะถามว่าตอบไม่ได้หรือ ???  มันก็ช่างวอนสุด ๆ ……..

 

คำพูดที่ยาวที่สุดในชีวิตเขาจึงต้องเสียทีให้กับนักบวชตรงหน้า

 

“ หึ….” พาราไดซ์กัดฟันเบา ๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงโทนเดิม “ เทพอะพอลโลได้หลงรักดัฟเน่  บุตรของเพเนอัสเทพเจ้าแห่งแม่น้ำลำธาร ซึ่งดัฟเน่เป็นพรานสาว อาศัยอยู่ในป่าอย่างสงบ  นางไม่ต้องการที่จะมีรักกับมนุษย์และไม่ต้องการให้เทพมาหลงรักเช่นกันเพราะจุดจบของการมีเทพมาหลงรักคือการฆ่าตัวตายหรือถูกเหล่าเทพองค์อื่นตามฆ่า  นางจึงขอผู้เป็นบิดาอาศัยอยู่ในป่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเทพหลงรักเนื่องจากนางเองก็เป็นเทพที่มีความงดงามไม่แพ้เทพองค์อื่น

 

หากแต่วันหนึ่ง  เทพอะพอลโลก็พบนางแล้วจึงตกหลุมรักนางในที่สุด  ในคราแรกนางคิดว่าเป็นมนุษย์จึงพยายามหลบหนีหากแต่ยิ่งอะพอลโลบอกว่าตนเป็นเทพ  นางยิ่งพยายามหลบหนีหากแต่เมื่อรู้ว่าหลบหนีเช่นใดก็ไม่เป็นผล  นางได้ร้องเรียกให้บิดาช่วย  เพเนอัสที่รู้ว่าไม่นานลูกของเขาก็ต้องถูกฆ่าจึงควบคุมและเปลี่ยนดัฟเน่ให้เป็นกิ่งต้นลอเรลสองกิ่ง  แล้วให้ลูกของเขาร้องไห้ออกมาเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์

 

แม้อะพอลโลจะเสียใจแต่ก็ยอมเข้าใจแต่โดยดี  เขาจึงนำกิ่งลอเรลสองกิ่งมาผูกกันแล้วจึงสวมที่หัว  ให้กิ่งลอเรลเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ประจำตัว ”

 

“ ต่อไปตาฉันถาม……..” เจ้าชายหนุ่มยังถามเรื่อย ๆ สลับกับตอบคำถามของวอดก้าเช่นเดียวกับเขาที่ตอบได้เรื่อย ๆ อย่างสบาย ๆ  คำถามก็ยิ่งทวีความยากขึ้นเรื่อย  ท่ามกลางปากที่อ้าค้างของคนอื่น ๆ   รวมถึงรุ่นพี่ปีสามที่เรียนร่วมด้วย  ไม่เว้นแม้แต่ เครอัส  ดูเครกัส  อาจาย์ชราประจำวิชาประวัติศาสตร์ที่มองนักเรียนปีหนึ่งทั้งสองถามกันได้เรื่อย ๆ ที่ต้องอึ้งคือบางคำถามเขายังไม่สามารถตอบได้เลยด้วยซ้ำ  แล้วทำไม……..เด็กสองคนนี้ถึงตอบได้กัน

 

“ แหะ ๆๆ ดูเหมือนวอดก้าเขาจะสนุกอยู่  ผมว่า….เรานั่งทำงานของเราดีกว่านะครับ ” รัมเอ่ยด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ พลางเรียกเอกสารในสภาที่เสนอจะช่วยวอดก้าขึ้นมาทำ  พวกวิสกี้มองหน้ากันแล้วทำงานกันบ้าง  ทำเป็นหูทวนลมกับสองเสียงที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบเช่นเดียวกับพวกวิมเลทที่เลิกสนใจแล้วหันมาทำงานของตัวเอง  ถึงจะรู้สึกแปลก ๆ ที่ได้ยินเสียงของคนพูดยากดังขึ้นทุก ๆ หนึ่งนาทีก็เถอะ

   

เรื่องมันก็แค่อาจารย์เครอัสลองให้นักเรียนผลัดกันถามเรื่องเกี่ยวกับเทพเจ้าต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ ผลคือ……..สองคนนี้ที่สู้กันอย่างเมามันส์

 

ส่วนเหล่ารุ่นพี่  ตำนานเทพเจ้ากรีกเข้าฝังหัวจนแทบจะอ้วกออกมาทำหน้าเหยเกเมื่อรุ่นน้องหนุ่มยังถามกันได้เรื่อย ๆ บางคำถามพวกเขายังไม่ทันคิดจะตอบ  อีกคนก็ตอบสวนกลับไปอย่างรวดเร็วทุกทีจนพวกเขาออกอาการมึน  บางคำถามที่มีเรียนในปีสามและเป็นการบ้าน  พวกเขาก็รีบจดคำตอบอย่างเร่งด่วนจนวุ่นไปหมด  พอมานั่งฟังคำถามกับคำตอบใหม่ก็กลายเป็นงงตาแตก

 

 

ต้นอะโพคาลิบตัส…..ใช่ชื่อยี่ห้อน้ำดื่มของโรงเรียนป่ะ ???

 

 

หา…..สุนัขเฝ้านรกอันน่ากลัวเคยเป็นหนูตัวน้อยน่ารัก ???

 
 

เทพเฮฟเฟตัสมีหน้าตาหล่อเหลาแต่ดันชอบปลอมใบหน้าเป็นเทพอัปลักษณ์ไว้ขู่เทพที่คิดจะชักดาบหนีค่าซ่อมของ ???

 

 

เทพซุสชอบทานเนื้อปลาในท้องทะเลตนเองมากที่สุด ???

 

 

เทพไดโอโนซัส….เทพแห่งการทำไวน์เกลียดกลิ่นและไม่ชอบแอลกอฮอล์ประเภทไวน์อย่างแรง ???

 

 

“ อาจารย์  บอกผม/พวกเราทีว่ามันไม่จริง….” เหล่าเด็กปีสามที่ได้ฟังทั้งคำถามและคำตอบหันไปมองเครอัสด้วยสายตาเต็มไปด้วยความหวังว่าไอ้สิ่งที่ได้ยินไม่ใช่ความจริง  หากแต่อาจารย์ประจำวอชาก็ส่ายหน้า  แบมืออย่างยอมรับ

 

“ เสียใจ….ที่สิ่งที่เด็กสองคนนั้นบอกเป็นความจริง ”

 

 

ไม่จริง !!!

 

 

เด็กแต่ละคนทำหน้าเหมือนถูกผีหลอก  กรีดร้องในใจกับสิ่งที่ได้รับรู้   หนึ่งในนักเรียนปีสามโพล่งขึ้นมา

 

“ ตูรู้แล้วว่าทำไมตูตกวิชาประวัติศาตร์  ไอ้คำถามที่เคยสอบที่ถามว่าเทพไดโอโนซัสเกลียดอะไรมากที่สุด  ตูดันตอบว่าสัตว์สี่เท้า….

 

“ เวรข้อที่ถามว่าสุนัขสามหัวผู้เฝ้าประตูนรกคือสัตว์ประเภทใดก็ต้องตอบว่าหนูน่ะสิ ” แต่ละคนทำหน้าเหมือนจะบีบคอตัวเอง  อาการหนักหน่อยก็เอาหัวโขกโต๊ะ  พากันโอดครวญเมื่อบางคำถามของวอดก้าและพาราไดซ์ตรงกับข้อสอบปลายภาคที่พวกเขาเคยสอบ

 

“ อ้าก….ที่ว่าทำไมเทพโพไซดอนไม่เคยล่วงล้ำหรือทำร้ายมนุษย์ก็เป็นเพราะกินปลาในท้องทะเลตัวเอง…..ฮ่า ๆๆๆ มันคือสาเหตุที่ตูตก ”

 

“ แง…..แม่จ้า ยกโทษให้ลูกด้วยที่ไม่ได้ตอบว่าเทพอีรอสกลัวผู้เป็นมารดาที่สุด ”

 

อาการของเด็กแต่ละคนทำเอาเครอัสยิ้มแห้ง  ทางฝั่งเด็กปีหนึ่งก็สงบซะ……ไอ้ฝั่งพวกรุ่นพี่ก็เริ่มจะสติแตกไปทีละคนสองคน  หันมามองทางตัวตนเรื่องก็ยิ่งต้องยิ้มจืดเจื่อนเมื่อไอสังหารของทั้งสองปะทะกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

 

คาบประวัติศาตร์  เสมอ !!!

 

 

วิชาที่สองคือสมุนไพรและยาพิษ  พวกเขาเพิ่งรู้ว่าอาจารย์สาวเชอรีนสอนวิชาแพทย์เบื้องต้นด้วย  พวกเขาจึงเรียนสองคาบติดกันและมันยังเต็มไปด้วยความสนุกสนานสำหรับบราวน์และรัมที่ยิ้มกว้างตลอดทั้งสองชั่วโมง  ส่วนรีฟและโจเซฟดูจะกลัวเลือดอย่างรุนแรง  ถึงกับลงไปชักดิ้นชักงอจนพวกเขาต้องช่วยกันปฐมพยาบาลกันชุลมุน

 

ช่วงพักเที่ยง  ดูเหมือนว่าตั้งแต่ที่มีรุ่นพี่หนุ่มคนหนึ่งเอาขนมหวานอย่างลาเรียเต้มาให้  คนหอสราทก็พร้อมใจหาขนมอื่น ๆ มาให้เหล่าคนทั้งห้าที่ชื่อเป็นแอลกอฮอล์ทานไม่ขาดปาก  แน่นอนว่าพวกเขาก็ไม่ขัดข้องที่จะรับขนมหวาน ไม่ว่ามากหรือน้อยก็ทานกันหมด  ถึงพวกวอดก้าจะแปลกใจอยู่อย่างตรงที่เวลาพวกเขากินขนม  คนทั้งหอจะพร้อมใจกันมองกันเป็นตาเดียว  เสียงซุบซิบเบา ๆ ก็ดังขึ้นไม่ขาดหากแต่ก็ไม่มีใครละสายตาจากพวกเขา

 

“ อา……ดูเด็กผมดำ ตัวเล็ก ๆ ที่ทานคุกกี้สิ  ท่านั้นมันน่ารักอะไรอย่างนี้ ” รุ่นพี่สาวคนหนึ่งมองตาปรอย

 

“ อืม…..สตอร์เบอร์รี่หวาน ๆ อยากกินจัง ” รุ่นพี่หนุ่มคนหนึ่งบอกเสียงหยดย้อย  ดูวอดก้าที่เฮฮา  กัดลูกสตอร์เบอร์รี่ชิ้นโตอย่างมีความสุข  แต่เพื่อนหนุ่มที่นั่งข้าง ๆ ถามเบา ๆ ทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากวิสกี้ที่อมอมยิ้มหวาน ๆ อยู่

 

“ ไหนเอ็งบอกว่าเกลียดสตอร์เบอร์รี่ไงว่ะ ” คนบอกว่าอยากกินสวนกลับทันควัน

 

“ แต่ตอนนี้ตูอยากกิน !

 

สรุปสุดท้าย  ในเวลาพักเที่ยงจึงเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่คนเกือบทั้งหอร่วมใจกันนั่งมองรุ่นน้องทานขนมหวานจนไม่เป็นอันทำอะไรไม่แพ้เด็กปีหนึ่งที่นั่งแช่อยู่ไม่ไปไหนจนวอดก้า  วิสกี้  จิน  รัมและเตกีล่าทานหมดนั่นแหละ  ค่อยพากันแยกย้ายกันไปด้วยความเสียดายในขณะที่พากันคิดอย่างไม่ได้นัดหมาย

 

“ พรุ่งนี้ต้องหาขนมมาให้เพิ่มเป็นสองเท่าซะแล้ว  จะได้ดูน้อง ๆ นั่งทานขนมนาน ๆ อิ ๆ ”

 

คาบวิชาการ  อาจารย์มาม่อนเริ่มสอนพื้นฐานทวนความรู้วิชาการและการคำนวณไว้  ซึ่งก็เป็นไปได้ด้วยดีเพราะพวกเขาต่างมีพื้นฐานกันอยู่  ตบท้ายด้วยการบ้านแบบบฝึกหัดนิด ๆ หน่อย ๆ และคาบสุดท้าย  คาบประชุมหอ

 

เหล่าเด็กปีหนึ่งต่างร่วมตัวกันที่ห้องนั่งเล่นหรือห้องประชุมของหอสารทเพื่อรอประกาศต่าง ๆ บางคนก็เอางานตัวเองมานั่งทำเพื่อฆ่าเวลาจนในที่สุด ร่าง 7 ร่างก็ปรากฏขึ้นอันได้แก่  จีจี้  เนียร์  เฮดิส  เซย์  มาร์ค  เซราสและเทรนก็ปรากฏขึ้น  และทันทีที่ได้เห็นนัยน์ตาสีเงินขี้เล่นของผู้เป็นหัวหน้าหอ  ร่างของวอดก้ากับพาราไดซ์ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงในทันที

 

“ ชะอุ้ย ! ” เทรนที่ตอนแรกยิ้มแย้มออกอาการสะดุ้งนิด ๆ ยืนหลบอยู่หลังเพื่อนอีกหกคนหากแต่สายตาสองคู่ที่มองมาก็ทำให้จีจี้  เนียร์  เฮดิส  เซย์  มาร์ค  และเซราสหลีกเป็นทางให้หนึ่งนักบวช  หนึ่งเจ้าชายเดินเข้าไปหา

 

เทรนยิ้มสู้  พูดช้า ๆ เสียงแห้ง

 

“ เอ่อ….วอดก้าน้องรักเรื่องนั้นพี่ขอโทษ  พี่ชายแสนดีคนนี้ไม่ได้ตั้งใจ  นะนายด้วยพาราไดซ์น้องรัก ” หากแต่คนทั้งสองก็ก้าวเรื่อย ๆ ไปหาเทรนที่ยืนแข็งค้าง  เขาพยายามพูดอย่างลนลาน

 

“ ฉันฉันขอโทษจริง ๆ อันนั้นมันเป็นอุบัติเหตุพี่ไม่ได้ตั้งใจจะให้พวกนายกลายเป็นจู…. บแรกกันเอง

 

!!!  

 

นัยน์ตาสองคู่เบิกค้าง  พุ่งตัวเข้าหาเทรนด้วยความเร็วก่อนที่เทรนจะพูดจบประโยค  เอามือปิดปากไว้หากแต่เพราะความไวที่มากกว่าของวอดก้าจึงปิดปากเทรนได้ถนัดตามด้วยมือของเจ้าชายหนุ่มที่วางทาบหลังมือของวอดก้าไว้เพื่อความชัวร์ว่าจะไม่มีเสียงเทรนเล็ดลอด  สองเสียงจากคนสองคนกระซิบข้างหูเทรนคนละข้างอย่างเหี้ยม ๆ ด้วยน้ำเสียงโทนเดียวกัน

 

“ ถ้าพูดเรื่องนั้น….นายตาย ! ” เทรนหน้าซีด  มาดหัวหน้าที่ไม่ค่อยจะมีอยู่แล้วหายวับไปไม่เหลือชิ้นดี  เจ้าตัวพยักหน้าถี่ยิบสุดแรงเหมือนกลัวว่าสองคนที่เอามือปิดปากบงกทำท่าจะปาดคอเขาอยู่จะไม่รู้ทำให้วอดก้าและพาราไดซ์ค่อย ๆ ถอนมือออกแล้วมองหน้ากัน

 

ส่วนเนียร์ที่เห็นวอดก้าก็กระโดดเกาะเขาทันทีพร้อมกับลากจีจี้ไปร่วมวงน้ำชากับขนมหวาน  ส่วนพวกเฮิดสก็พากันมาเยาะเย้ยเทรน

 

“ ดีนะที่สองคนนั้นไม่เอาเรื่องแถมคนที่เห็นเหตุการณ์ก็ไม่มาก ” มาร์คตบบ่าเทรนที่ทำหน้าแข็งค้างอยู่ด้วยน้ำเสียงกลั้นหัวเราะ

 

“ ช่าย ๆแล้วก็ยังดีที่คนในสภากลางเป็นคนหอสราทหมด  ไม่ได้มีคนหออื่นมาอยู่ด้วย  ไม่งั้น….” เซย์ว่าแล้วเว้นประโยคท้ายไว้  ฉีกยิ้มกว้างอย่างชอบใจ  ประสานเสียงพูดกับเฮดิสและมาร์ค                                        

 

“ เอ็งตายแบบหาศพไม่เจอแน่ ! ” เทรนเขกมะเหงกเพื่อนทั้งสามดังโป๊ก ! ก่อนจะตอบเสียงอ่อย

 

“ ไม่ต้องย้ำหรอกน่า ! ชายหนุ่มว่าก่อนจะเริ่มมีเหล่ารุ่นพี่ปีสามอื่น ๆ ทยอยกันเดินมารวมกันจนครบ รวมคนในห้องก็ราว ๆ เจ็ดสิบห้าคนพอดีเพราะมีพี่ปีสองอีกกว่ายี่สิบห้าคนมาร่วมด้วย

 

“ อะแฮ่ม ! ” เทรนกระแอมเรียกความสนใจจากทั้งหมดพลางเริ่มประกาศเมื่อเห็นสายตาเหล่ารุ่นน้องหันมามอง  “ ตอนนี้ถึงพวกเธอเด็กปีหนึ่งจะมาอยู่ในโรงเรียนนี้และสามารถสอบเข้าได้ด้วย  ความสามารถของตนเอง ( แต่พวกเราใช้เส้น : พวกวอดก้าตอบในใจ ) แต่พวกเธอก็ยังไม่เป็นนักเรียนของที่นี่โดยสมบูรณ์   ดังนั้นมันถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะเริ่มต้นความเสื่อม ! เอ๊ย ! ความสัมพันธ์รุ่นพี่รุ่นน้องหรือที่เรียกว่า………” เทรนยิ้มเจ้าเล่ห์แม้จะมีหลุดความจริงไปบ้าง  พร้อมกับเหล่าปีสองและปีสามที่ประสานเสียงพูดต่อ

 

“ งานรับน้อง !!! เฮ่   !!! ” เสียงประสานลั่นทำเอาพวกเขาสะดุ้งโหยงเล็กน้อย  เพราะพวกเขาทั้งหมดอยู่กลางวงพี่ปีสองและปีสามซึ่งโอบล้อมไว้  ใบหน้าของเหล่ารุ่นพี่หอสราทเต็มไปด้วยรอยยิ้มแสยะ  บ่งบอกความหมาดมาดชัดเจน

 

 

ปีที่ตูรับน้องลำบากสุด ๆ ตูต้องทำให้รุ่นน้องปีนี้โดนหนักกว่าตูให้ได้ !!!

 

 

ความคิดเหล่ารุ่นพี่ปีสองที่เจอการสนองความเสื่อม เอ๊ย ! เจอการรับน้องที่หนักหนามาแล้วพากันคิดอย่างมิได้นัดหมาย  เรียกอาการขนลุกจากหลาย ๆ คนที่มองดู

 

ส่วนเหล่าปีสามไม่ได้อาฆาตแค้นอะไรมาก  ( เพราะลงกับปีสองไปหมดแล้ว ) จึงเหลือเพียงความสนุกที่อยากเห็นเหล่าเด็กปีหนึ่งได้รับความหรรษาที่พวกเขาจัดเตรียมไว้ 

 

ชายหนุ่มผมม่วงกระโดดเหยียบโต๊ะนั่งเล่น  กางมือออกแล้วกว้างแล้วประกาศก้อง

 

“ งานรับน้องจะเริ่มคืนวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันเสาร์  ….ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า  พวกเธอต้องอยู่นอกโรงเรียนให้หมดเพื่อให้พวกเราเตรียมสถานที่  ห้าโมงครึ่งจึงสามารถกลับเข้าโรงเรียนได้และหกโมงคือเวลาเริ่มงานรับน้อง !!!

 

“ เฮ่ !!! ” เสียงเหล่ารุ่นพี่ขานตอบรับ  ส่วนพวกเขามองหน้ากันเมื่อเห็นความหมายในนัยน์ตาของรุ่นพี่แต่ละคนเด่นชัดขึ้น  สายตามองตรงไปยังพี่ปีสามพร้อมคำถามที่ดังขึ้นในใจ

 

 

นี่พี่ปีสามทำอะไรพี่ปีสองบ้างเนี่ย !?  ความกระหายที่อยากจะลงกับพวกเขาถึงเด่นชัดถึงเพียงนี้ !!!

 

 

แน่นอนว่าคำถามนี้ไม่มีใครตอบ  หลังจากนั้นเทรนจึงสั่งให้พวกปีหนึ่งแยกย้ายไป  บอกเพียงว่าเป็นเวลาประชุมแผนรับน้องของพวกเขาซึ่งพวกวอดก้าและคนอื่น ๆ ก็เดินออกไปแต่โดยดี  ไม่มีการทิ้งความป่วย  ไม่มีการแฝงตัว  ไม่มีการสืบหรือสอดแนมแผน…..และเพราะอะไรน่ะเหรอ…..

 

วอดก้า  วิสกี้  จิน  รัม  และเตกีล่าที่ปรึกษากันแล้วฉีกยิ้มให้กัน

 

 

รู้ก่อนก็ไม่สนุกน่ะสิ !!!

 

 

 

ที่ห้องของวอดก้าและพาราไดซ์  นักบวชหนุ่มที่ต้องรวบรวมเอกสารของโรเพื่อฝากไปส่งให้เตกีล่า ( เพราะเขาใช้เวทไม่ได้ ) เอ่ยขอตัวกับพาราไดซ์เพื่อไปเอาของที่ห้องวิสกี้เนื่องจากนักพนันหนุ่มเป็นคนสุดท้ายที่เสนอเก็บงานเอาไว้กับตัว

 

“ หืม…..มีอะไรหรือเปล่าครับ ? ” วอดก้าถามเมื่อพาราไดซ์เดินตามเขาออกมา  อีกฝ่ายมองด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะตอบ

 

“ จะไปเอางานกับวิมเลท ”

 

“ อ้อ….ครับ ” เขาพยักหน้ารับคำแล้วเดินออกจากห้องไปโดยมีเพื่อนร่วมห้องเดินตามไปติด ๆ  ห้องของเพื่อนผมม่วงและผมเงินของพกเขาอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่  เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึง  หากแต่มือของวอดก้าที่กำลังเคาะประตูตามมารยาทก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงโครมครามภายในห้อง  พร้อมกับ……..

 

ฉึก !

 

วอดก้าผงะเล็กน้อยเมื่อปลายมีดคมกริบถูกปักจนคมมีดทะงุมาอีกด้านของประตู   เฉียดใบหน้าของเขาไปนิดเดียวอย่างน่าหวาดเสียว  เสียงภายในห้องเงียบไปแล้ว  และยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไร  เจ้าชายหนุ่มก็เปิดประตูหันที

 

“ เอ่อ….แอ๊ด !

 

ภาพเบื้องหน้าของวอดก้าและพาราไดซ์นำพาให้เกิดอาการชะงัก   สายตาของวอดก้าจากที่ออกอาการตกใจก็กลายเป็นขบขำเช่นเดียวกับเจ้าชายหนุ่มที่มองภาพเบื้องหน้าด้วยสายตาราบเรียบ  แต่นัยน์ตาสีม่วงเข้มเริ่มปรากฏความสนุกนิด ๆ เมื่อเห็นเพื่อนของเขาและเพื่อนคนร่วมห้องกำลังอยู่ในท่าที่….เอิ่ม….

 

สภาพของห้องเรียกว่าเละเทะอย่างน่ากลัว  โซฟาสีขาวเอียงกระเท่เร่  ขาดย่อยยับเพราะของมีคน  ตามผนังมีมีดปักเป็นทางเช่นเดียวกับตู้เสื้อผ้าและตู้หนังสือที่ล้มกระจัดกระจาย  ส่วนเจ้าของห้องทั้งสอง  ตอนนี้กำลังอยู่บนเตียงในสภาพที่หากเป็นสาว  yaoi  คงจะกรี๊ดลั่นด้วยความถูกใจ

 

ชายหนุ่มเรือนผมสีส้มกำลังถูกชายหนุ่มผมสีเงินยวงขึ้นคร่อมเอาไว้พร้อมกับมือข้างหนึ่งที่ตรึงแขนของคนใต้ล่างให้ติดกับเตียงในขณะที่มือหนึ่งก็จับข้อมืออีกฝ่ายไว้สูงเนื่องจากมือของคนผมส้มมีมีดสั้นคมกริบเอาไว้ครอบครอง  เสื้อเชิ้ตสีขาวของวิสกี้ขาดเป็นทางยาวพร้อมกระดุมหลายเม็ดที่หายไป  เช่นเดียวกับวิมเลทที่อยู่ในสภาพไร้เสื้อเผยให้เห็นโครงร่างแกร่งและมัดกล้ามแข็งแรงเพราะการออกกำลังกาย  เล่นเอาวอดก้าที่เพิ่งสังเกตเห็นชะงัก  หน้าแดงจนต้องเบือนหน้าหนี ( ก็ภายในเจ๊แกยังเป็นผู้หญิงนี่คะ เอ้า ! มาบรรยายต่อ )  ใบหน้าขององครักษ์เจ้าชายกำลังกัดที่ลำคอขาวของวิสกี้ที่หน้าแดงก่ำ ( ด้วยความโมโห ) และเพราะเสียงเปิดประตู  คนที่กำลังอยู่ในโลกส่วนตัวจึงหันขวับมามองเช่นเดียวกับวิมเลทที่เริ่มละริมฝีปากจากลำคอของนักพนันหนุ่ม  เส้นสีเงินสะท้อนแสงหรือโซ่เงินถูกมัดให้ตรึงร่างของคนใต้ล่างกับเตียงอีกที  เรียกได้ว่า……..เป็นท่ากำลังเข้าได้เข้าเข็มสุด ๆ ( กรี๊ดดดดดดดดดดด  กรีดร้อง…….ถึงความจริงจะไม่ใช่ก็เถอะ )

 

“ เอ่อ….พวกเราคงมาขัดจังหวะสินะ  ขอโทษทีละกัน ” วอดก้าที่หายอาการหน้าแดงเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบเรียกอาการชะงักจากวิมเลทและวิสกี้

 

“ เฮ้ย ! ไอ้วอดก้า  มันไม่ใช่อย่างที่……

 

“ หยุด ! พวกนาย  มันไม่ใช่อย่างที่……

 

“ ไม่เป็นไร ๆ เพื่อน  ฉันเข้าใจ ขอโทษจริง ๆ ที่มาขัดจังหวะ  เอิ่ม….เชิญสนุกกันต่อเถอะ ” วอดก้ารีบกล่าวแทรกคำพูดของวิสกี้และวิมเลทที่ทำท่าจะประสานเสียงพูด  เจ้าชายหนุ่มแกล้งมองไปยังเพื่อนเขาด้วยสายตาแฝงความเหลือเชื่อแล้วพูดเรียบ ๆ

 

“ เป็นเพื่อนกันมานาน  ไม่นึกว่านายจะ….ชอบแบบนี้ ”  

 

 

ขนาดพาราไดซ์ก็เป็นไปด้วย !!!

 

 

วิมเลทหางคิ้วกระตุก  เตรียมจะอ้าปากด่าผู้เป็นเพื่อนแต่เสียงของนักบวชหนุ่มหน้าห้องก็ดังขึ้นอีกครั้ง

 

“ นั่น….โซ่กับมีดนี่  อ้อมีเลือดด้วยไม่ยักรู้ว่าพวกนายชอบความรุนแรงตั้งแต่เมื่อไหร่  เอ่อ….ไดซ์  ผมว่าเราอย่าไปขัดจังหวะเขาเลย  กลับห้องกันดีกว่าครับ ” วอดก้าหันไปจับมือเจ้าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ซึ่งฝ่ายรับคำด้วยเสียงนิ่ง ๆ แต่นัยน์ตากลับเริ่มวาวระยับ

 

“ นั่นสิ….เดี๋ยววันหลังพวกฉันมาใหม่ ”

 

“ ทำอะไรเกรงใจข้างห้องหน่อยละกัน ” วอดก้ากล่าวทิ้งท้ายได้อย่างน่าตบเช่นเดียวกับพาราไดซ์ที่มองสภาพห้องแล้ววกกลับมามองเจ้าของห้องทั้งสอง

 

“ ชอบความรุนแรงนี่….ซาดิสต์สินะ ”

 

“ ไปเถอะครับไดซ์ ” วอดก้าว่า  ค่อย ๆ ดึงประตูห้องของวิสกี้และวิมเลทปิด  เจ้าชายหนุ่มยังมองเพื่อนเขาแล้วรับคำผู้เป็นเพื่อนร่วมห้อง

 

“ อืม….

 

 

แอ๊ด ! ปึง !

 

 

นัยน์ตาสีม่วงของคนผมส้มกับนัยน์ตาสีฟ้าของคนผมเงินมองหน้ากันพร้อมกับความแค้นที่พักไว้เพื่อเตรียมจัดการผู้เป็นเพื่อน

 

 

ไอ้สองคนนี้ !!!

 

 

วิมเลทและวิสกี้ที่กลับมายืนข้างเตียงมองหน้ากันพร้อมอาวุธที่ในตอนแรกหมายมาดจะฆ่ากันกลายเป็นจะฆ่าผู้เป็นเพื่อนแทน

 

 

พอจะฆ่ากันก็อย่างกับคู่แค้นตั้งแต่ชาติปางก่อน  แต่พอจะเข้าคู่กัน…..มันก็เล่นซะ !!!

 

 

“ วอดก้า/ไดซ์ ” สองเสียงเจ้าของห้องมองหน้ากันแล้วประสานเสียงลั่นด้วยความอาฆาตแค้น

 

“ พรุ่งนี้เอ็งตาย !!!

 

 

 

เวลาเช้าตรู่

 

 

“ เฮ้ย ! ” เสียงหลากหลายเสียงที่ประสานกันเรียกสติของคนที่นอนอยู่ทั้งสอง  วอดก้าลืมตาขึ้นอย่างงัวเงียปนความหงุดหงิดเช่นเดียวกับพาราไดซ์ที่ลืมนัยน์ตาสีม่วงเข้ม  ปลดปล่อยรังสีสังหารและความหงุดหงิดเต็มที่ไม่ต่างกัน

 

ร่างของพวกเขากลับมาอยู่ในท่าเดิมคือกอดซุกไซ้ไออุ่นซึ่งกันและกัน  นักบวชหนุ่มที่ยันกายลุกขึ้นช้า ๆ มองดูนาฬิกาที่หัวเตียงบอกเวลาหกโมงกว่า ๆ พลางพึมพำแล้วมองสบกับเจ้าชายหนุ่ม

 

“ กลับมาอยู่ท่าเดิมอีกแล้วแฮะ” ซึ่งนั่นก็สร้างความแปลกใจให้พวกเขาทั้งสองนิด ๆ เพราะพวกเขาจำได้ว่าถึงแม้เตียงจะติดกันแต่ก็นอนแยกแถมเพราะความง่วงจึงล้มตัวลงนอนแบบหันหลังให้กัน  แต่ดัน…..กลับมาอยู่ในท่าเดิมอีก 

 

 

หรือพวกเขาจะชินกับการนอนกอดเพราะความหนาว

 

 

แต่สิ่งที่เจ้าของห้องทั้งสองกำลังหงุดหงิดคือบรรดาเพื่อนทั้งชั้นปีที่ยืนออกันอยู่ต่างหาก

 

“ มีอาไร ” วอดก้าคว้าแว่นที่หัวเตียงมาใส่พร้อมสาดประกายตาคมกริบพลางพูดเสียงเยียบเย็นเสมือนถอดแบบมาจากคนข้างกายเป๊ะ ๆ ไม่ต้องพูดถึงเจ้าชายหนุ่มที่มองมาด้วยสายตาเรียบเฉยหากแต่เย็นไปจนถึงขั้วหัวใจ  อาการแข็งค้างจึงระบาดใส่ทั้งหมดโดยเฉพาะวิสกี้  จิน  รัม  เตกีล่า  วิมเลท  บราวน์  เคียร์และบลัดดี้ ที่เป็นคนส่งเสียงปลุกทั้งสอง

 

“ พวกนายรู้ไหมว่าพวกฉันต้องนั่งทำงานของสภาทั้งคืน  เพิ่งจะได้นอนราว ๆ ตีห้า  กว่าจะอาบน้ำเสร็จก็ตีห้ากว่า…..” วอดก้าว่าเสียงเอื่อย ๆ แต่ทว่าแฝงความอำมหิตไว้เต็มคำราวจะบอกว่า “ ถ้าพวกเอ็งบอกเหตุผลที่มาปลุกไม่ดี พวกแกตาย !

 

“ และ…..เพิ่งได้นอนไม่ถึงชั่วโมง  อยากตายใช่ไหม ? ” พาราไดซ์หรี่สายตาลง   ครานี้นัยน์ตาแฝงความหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบังอีกต่อไป  เรียกอาการสยองจากผู้ที่มาปลุกเมื่อไปสร้างจุดเดือดของสองคู่แข่งอันตรายขึ้น

 

“ ปะ…..เปล่าจ้ะ  เอ๊ย ! เราจะมาปลุกพวกนายไปนอกโรงเรียนเหมือนที่รุ่นพี่บอกน่ะ ”  จินว่าเสียงอ่อย  รู้สึกหวั่น ๆ ว่าคนบนเตียงทั้งสองจะเรียกดาบมาปาดคอพวกเขาทิ้ง  ซึ่งนั่นทำให้วอดก้าเพิ่งนึกได้

 

“ จริงสิ  พวกรุ่นพี่บอกจะจัดสถานที่รับน้องนี่นา ” วอดก้าพึมพำเบา ๆ

 

“ นายจะเปลี่ยนชุดก่อนไหม ? ” พาราไดซ์ถามเพื่อนร่วมห้องด้วยนัยน์ตาบูดบึ้ง  แสดงความไม่สบอารมณ์ชัดเจน

 

“ ตามใจ ” อีกฝ่ายบอกปัด ๆ แล้วล้มตัวลงนอนอีกรอบแต่ดูเหมือนว่าเจ้าชายหนุ่มจะไม่ยอมให้วอดก้าหลับเพราะมันจะเหมือนเป็นการเอาเปรียบเขาเกินไป   พาราไดซ์จึงลากวอดก้าที่กำลังสะลึมสะลือไปเปลี่ยนชุดเพราะเขารู้ดีว่าคนอย่างเพื่อนร่วมห้องคงรอเวลาเฉียด ๆ แล้วจึงแต่งตัว 

 

ชายหนุ่มเรือนผมสีรัตติกาลไม่รอช้า  แกะกระดุมเสื้อนอนของวอดก้าแล้วกระชากออก ( กรี๊ด ! ) เรียกอาการหน้าแดงจากคนอื่น ๆ

 

อันที่จริงเจ้าชายหนุ่มก็แค่คิดอยากจะให้วอดก้าแต่งตัวเสร็จเร็ว ๆ จะได้ไม่ต้องเสียเวลา  เช่นเดียวกับนักบวชหนุ่ม  เพราะความขี้เกียจเขาจึงปล่อยให้อีกฝ่ายจัดการตามใจชอบ  ด้านวอดก้าที่เริ่มรู้สึกตัวว่ากำลังถูกเจ้าชายหนุ่มถอดเสื้อเพียงปรายตาสีส้มปรอย ๆ มองนิด ๆ แล้วกางแขนให้พาราไดซ์ใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนให้  คอขาวพับลงก่อนจะกลายเป็นสัปหงกทั้งยืน  ปล่อยให้อีกฝ่ายจัดการกับกระดุมเสื้อ  ส่วนกางเกงเป็นเพราะพวกเขาใส่กางเกงขายาวอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน 

 

พาราไดซ์เปลี่ยนเสื้อด้วยความฉับไวเช่นกัน   หันมามองคนที่เหลือซึ่งอ้าปากค้างกับการกระทำที่อุกอาจและสนิทสนมชิดเชื้อกัน ( เกินไป ) ของทั้งสอง  ยังไม่ทันที่พาราไดซ์จะเดินไปหาเพื่อน  วอดก้าก็ดึงชายเสื้อของเจ้าชายหนุ่มไว้แล้วส่งบางอย่างให้ด้วยนัยน์ตาปรือ ๆ เพราะความง่วง

 

 

มันคือหวีกับริบบิ้นผูกผม……..

 

 

ซึ่งพาราไดซ์ก็หรี่ตาด้วยความไม่พอใจนิด ๆ  แต่ก็ยอมลากร่างเพื่อนร่วมห้องที่ยืนเซ ๆ ไปหน้ากระจก  คว้าหวีในมืออีกฝ่ายแล้วหวีเส้นผมสีเงินยาวสลวยที่พันกันนิด ๆ ให้อย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน  จากนั้นจึงเอาริบบิ้นสีน้ำเงินมัดรวบผมให้กับวอดก้า

 

การกระทำนั้นนิ่มนวลและละเอียดลอออย่างไม่น่าเชื่อ  หากแต่ทันทีที่เสร็จภารกิจ  เจ้าชายหนุ่มก็ก้าวนำกลุ่มเพื่อนของเขาไปทันที

 

ด้านวอดก้าก็ถูกพวกวิสกี้ลากไปไหนต่อไหนด้วยความสะลึมสะลือ  เออออไปกับแต่ละคนโดยขบวนของพวกเขามีเหล่าสาวทั้งห้า  รีฟ  ไรออน  ซาเซน  สองแฝดคาเมลเทียร์ทั้งสอง  รู้ตัวอีกทีเขาก็ถูกวางไว้ที่เก้าอี้ในสาธารณะพร้อมข้าวของของเหล่าสาว ๆ ที่วางกองไว้รอบ ๆ

 

 

…..บุปผาเอ๋ย….โปรดหลับใหล  เทพสี่ฤดูผู้น่าเกรงขาม  จักผันปรานเปลี่ยนโลกทั้งใบ  บุตรีสองสายเลือดที่ยิ่งใหญ่  เจ้าจักก้าวไป….ในสงครามสามโลก…..

 

 

เสียงเพลงกังวานดังลอยมาตามลมพร้อมกับแสงอาทิตย์ที่ลับอยู่ในเงาเมฆ  สายลมพัดอย่างรุนแรงแล้วสงบเงียบ  ต้นไม้เอนไหวพร้อมกับสั่นสะท้าน  สายน้ำในน้ำพุหมุนวนไปมาด้วยความเร็ว…..โดยไม่มีใครสังเกตุเห็นถึงความผิดปกตินั้น

 

 

กรุ๊งกริ๊ง…..

 

 

เสียงกระดิ่งที่ใสดั่งแก้วเจียระไนดังขึ้นในสมองของนักบวชหนุ่มและราวกับฉุดสติที่เหลือเพียงน้อยนิดของวอดก้าไป  ทุกอย่างดับวูบไปในทันทีพร้อมร่างของเขาที่เอนหลังพิงเก้าอี้

 

 

……….

 


 

มาแว้วววววววว !!!





 

 

“ มาสิ…..ตามข้ามา ”   เสียงใสดั่งแผ่วเบาในห้วงความคิดของเขา  ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงขายาวลุกขึ้นเซ ๆ พร้อมกับเริ่มก้าวเดินด้วยนัยน์ตาสีส้มเหม่อลอยและหากคนคุ้นเคยของเขาสังเกตุให้ดีจะพบว่านัยน์ตาสีส้มนั้นกำลังจืดจางลง

 

“ มาสิ……ซีเวียร์น่า ” เสียงใสนั่นเหมือนควบคุมร่างกายของวอดก้าไว้  มือในคราแรกที่กำลังเอื้อมจับเพื่อดึงพลังจากผ้าพันคอสีส้มชะงักค้าง  พร้อมกับนัยน์ตาที่กลายเป็นเลื่อนลอย   มือเท้าไม่สามารถขยับได้อย่างที่คิดและหากเป็นปกติเขาคงจะรีบหาทางต่อต้านแต่ตอนนี้  วอดก้า หรือ ซีเวียร์น่า กำลังฝัน…….

 

เขาเห็นตัวเขาเดินผ่านผู้คนมากมายไปเรื่อย ๆ กับสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย  ร่างกายก้าวช้า ๆ ท่ามกลางฝูงคนจนเดินไปลดเลี้ยวไปตามตรอกซอยต่าง ๆ หลังจากนั้นฝีเท้าของเขาก็ได้หยุดลงที่ร้านร้านหนึ่ง 

 

วอดก้าเห็นป้ายเก่ามอซอที่แขวนไว้ว่า  “ ร้านหนังสือเก่า โอลิเวีย ” ในนั้นมีหญิงสาวสูงสง่า  ใบหน้างดงามเสมือนเทพธิดา   เธอกำลังปัดทำความสะอาดชั้นวางหนังสือพร้อมกับหลีกทางให้กับวอดก้า 

 

เธอจูงมือวอดก้าไปที่ตู้หนังสือตู้หนึ่งซึ่งมีสภาพใหม่เอี่ยมเหมือนรอคอยเขาพร้อมกับมือที่ไล่ไปตามสันอักษร  เธอคว้าหนังสือมากมายตามมาแล้วจัดเรียงกันเป็นประโยค ๆ หนึ่งว่า

 

  Mythological    gods  ( ตำนานแห่งเทพ ) ก่อนหนังสือทั้งหมดจะรวมกันกลายเป็นหนังสือเก่าปกสีน้ำตาลเข้มหนา  มีที่คาดเป็นเชือกสีแดงที่ห้อยด้วยพู่สีทอง  มือของวอดก้าเอื้อมไปคว้ามันไว้แล้วก้าวเดินตามหญิงสาวคนนั้นไปต่อ 

 

เธอเดินไปที่กำแพงที่ว่างเปล่าด้านหนัง  ซึ่งมีกรอบรูปของผู้หญิงคนหนึ่งแขวนไว้หากแต่วอดก้ากลับมองมันได้ไม่ชัด  หญิงสาวที่เดินนำเขาก็ใช้สองมือกดลงไปที่กรอบรูป  กำแพงก็เริ่มหมุนเกิดเป็นช่องทางพอให้คนผ่านได้  วอดก้าตามเข้าไปอย่างเชื่องช้า  ก่อนสายตาจะสะดุดเข้ากับหนังสือบาง ๆ สองเล่มที่วางใส่กรอบอย่างประณีตและทะนุทะนอม  หญิงสาวคนนั้นผายมือเป็นเชิงให้วอดก้าหยิบ

 

 

“ ซีเวียร์น่า…..

 

 

เสียงใสส่งเสียงเรียกเขา  เขาค่อย ๆ เอื้อมมือไปหยิบมันอย่างเชื่องช้า   และทันทีที่ปลายนิ้วมือสัมผัสกับมัน  ความรู้สึกต่าง ๆ ก็หลั่งไหลเข้ามา  ทั้งรัก โกรธ  สุข  ทุกข์  เศร้าโศกหากแต่เสียงหนึ่งที่แผ่วเบากลับดังก้องในความคิดของเขา

 

 

“ พ่อกับแม่รักลูกนะ….ซีเวียร์น่า ” น้ำตาค่อย ๆ ไหลออกจากนัยน์ตาสีม่วงอมแดงที่กลับมาเป็นเหมือนเดิม   น้ำตาจากใจปลดปล่อยออกมาโดยไร้เสียงสะอื้นแต่นั่นก็เกินพอที่จะทำให้จิตใจของวอดก้าสั่นไหว  คำสั้น ๆ ที่เพียงพอกับการที่เขาจะทำเพื่อผู้เป็นพ่อและแม่

 

 

วอด…..วอ….ก้ากะ….วอวอดก้า

 

 

เสียงหนึ่งดังขึ้นในห้วงความคิดเขา  ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากตัวอย่างแรง  ดึงสติจากร่างของวอดก้า

 

 

วูบ

 

 

นัยน์ตาของเขากลับมาเป็นสีส้มตามเดิม  เขาค่อย ๆ ขมวดคิ้วเมื่อเห็นใบหน้าของพาราไดซ์ที่กำลังจ้องมองเขม็ง   มือทั้งสองข้างจับไหล่ของเขาไว้แน่น  และไม่รู้ว่าเขาตาฝาดไปเองหรือเปล่าถึงเห็นนัยน์ตาสีม่วงเข้มที่เคยมีแต่ความเย็นชาแฝงความเป็นห่วงไว้

 

“ เอ่อ….มีอะไรหรือเปล่าครับ ” วอดก้าเอ่ยขึ้นอย่างงง ๆ นิด ๆ คิ้วที่ขมวดคลายลงเล็กน้อยหากแต่ปลายนิ้วมือของเจ้าชายหนุ่มก็ค่อย  ๆเลื่อนมาปาดน้ำใส ๆ ที่ข้างแก้มเขาช้า ๆ ก่อนจะรีบชักมือออกเหมือนต้องของร้อน 

 

วอดก้ายกมือขึ้นแตะที่ข้างแก้ม

 

….น้ำตานี่ผมร้องไห้หรือครับ ” ใบหน้าธรรมดา ๆ ถามพาราไดซ์ด้วยความอึ้งไม่ต่างกันเพราะเขาไม่ได้ร้องไห้มาราวสิบกว่าปีแล้ว    มือขาวเนียนยกขึ้นปาดน้ำตาที่ข้างแก้มอย่างรวดเร็วหากแต่ใบหน้ายังไม่คลายความสงสัย  อีกฝ่ายก็มองเขานิ่ง ๆ ไม่ได้ตอบอะไรหากแต่นัยน์ตาสีม่วงแฝงความครุ่นคิดทำให้วอดก้าเริ่มมองดูสถานที่รอบตัว

 

“ ที่นี่มัน….” วอดก้าขมวดคิ้วมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นป้ายร้านที่เขากำลังพาราไดซ์กำลังยืนอยู่เบื้องหน้า เพราะมันเป็นร้านเดียวกับที่เขาเห็นในฝันทุกอย่าง และวอดก้ากไม่รอช้าที่จะทำการพิสูจน์ว่ามนตร์บทดังกล่าวที่ทำให้เขาฝันเห็นร้านและมาถึงที่นี่ใช่ในตร์อย่างที่เขาคิหรือเปล่า

 

“ ฟราราก็อด….มาวิว ดิเอ็มเพอร์รัส ! เปรี๊ยะ ! เปรี๊ยะ ! เปรี๊ยะ ! รอบตัวของคนร่ายเกิดประจุไฟฟ้าสีขาวสะอาดที่ขับไล่กลุ่มควันมืดที่เหลืออยู่น้อยนิดพร้อมปรากฏเส้นด้ายสีทองอร่ามที่พันตามร่างกายอันได้แก่  แขน  ขา  ศีรษะหรือแม้กระทั่งนิ้วมือ  ก่อนมันจะสลายไปช้า ๆ

 

“ เข้าใจล่ะ ” วอดก้าพึมพำเบา ๆ พลางเผยรอยยิ้มโล่งใจขึ้น  สิ่งที่เขาโดนไปคือ มนตร์ ระบุตัวตน ที่ใช้ในการสั่งคำสั่งและตัวบุคคลที่จะให้รับข้อความดั่งกล่าว  กระแสเวทย์บางอย่างที่คุ้นเคยทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าใครเป็นคนร่าย

 

“ ท่านแม่ ” เสียงในใจดังขึ้นแผ่วเบา  เขาหันไปเลิกคิ้วมองใส่เจ้าชายหนุ่ม  ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วถามอีกฝ่ายตามยศถาบรรดาศักดิ์  ไร้ซึ่งการล้อเลียนหรือประชดใด ๆ

 

“ มีสิ่งใดกับกระหม่อมหรือฝ่าบาท ” พาราไดซ์มองวอดก้านิ่ง ๆ แล้วส่งสายตาเป็นเชิงถาม

 

นักบวชหนุ่มที่แปลความหมายนั้นออกหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะค้อมศีรษะลงเล็กน้อย

 

“ อย่างไร  แม้ภายในโรงเรียนมียศถาหรือมีศักดิ์เท่ากัน แต่เมื่อภายนอก ฝ่าบาทก็มีศักดิ์มากกว่าคนพเนจรเช่นกระหม่อมอย่างหาที่เปรียบไม่ได้   จึงถือเป็นการควร…...

 

“ เรียกฉันตามปกติซะ ” สายตาเย็นเยียบพร้อมเสียงราบเรียบที่บอกเป็นเชิงสั่งทำให้วอดก้ากลั้นยิ้มไว้นิด ๆ เริ่มออกอาการกวนประสาท

 

“ แหม….กระหม่อมมิบังอาจเอื้อม  ฝ่าบาทเป็นถึงองค์รัชทา…..

 

 

ชิ้ง ! เฉ้ง !

 

 

กลาเดียโต้  ดาบเล่มงามในตำนานปรากฏขึ้นในมือของเจ้าชายหนุ่มทันที  เรียกอาการเลิกลั่กจากวอดก้านิด ๆ เพราะรู้สึกว่าคราวนี้มีสิทธิ์โดนเชือดหากยังไปกวนปลายส้นของเจ้าชายหนุ่มต่อ 

 

เจ้าตัวยิ้มแห้ง ๆ ยกสองมือขึ้นเป็นการยอมจำนน

 

“ ไม่พูดคำราชาศัพท์ก็ได้ครับ ”

 

………..

 

พาราไดซ์ไม่ได้พูดอะไร  กวาดตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะหยุดมองเข้าไปในร้านตรงหน้า  ไม่รู้ว่าเขาตาฝาดหรือเปล่าที่เห็นแวบหนึ่งนัยน์ตาสีคมมีความสนใจ  วอดก้าเงยหน้าขึ้นมองป้ายร้านเก่า ๆ บ้าง

 

“ ร้านหนังสือเก่าโอลิเวีย ” สองเสียงดังประสานเบา ๆ นัยน์ตาสองคู่มองกันก่อนวอดก้าจะยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นสายตาที่แสดงความสนใจไม่ต่างกันของเจ้าชายหนุ่ม

 

“ เอ่อ…..มีใครอยู่ไหมครับ ? ” วอดก้าตะโกนถามเมื่อเข้าไปในร้านที่ออกจะ….เอ่อ..เก่าและทรุดโทรม  แต่หนังสือยังอยู่ดีทุกเล่ม

 

“ มี….มีจ้า ” เสียงแหบของคนชราดังขึ้นเบา ๆ พร้อมกับร่างของหญิงสูงอายุร่างเล็กที่เดินออกมาช้า ๆ หากแต่หญิงชราคนนั้นก็มีอันสะดุดเพราะหนังสือที่วางเกะกะอยู่ที่พื้น

 

“ ว้าย !

 

วูบ !

 

ร่างสูงสองร่างคว้าร่างของหญิงชราอย่างทะนุทะนอมแล้วค่อย ๆ พยุงขึ้น  หากแต่มีช่วงหนึ่งที่ร่างของหญิงชราเจ้าของร่างสะท้านเฮือก  หันขวับมามองวอดก้า  ซึ่งเขาก็ยิ้มน้อย ๆ พลางแกล้งถามด้วยความเป็นห่วง

 

“ ท่านโอลิเวีย…..คงไม่เป็นไรนะครับ ” โอลิเวียหรือหญิงชราสะดุ้งเล็กน้อย  ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ ปล่อยให้เด็กหนุ่มทั้งสองพยุงขึ้นแล้วหมุนตัวหันมามองใบหน้าของวอดก้า  นัยน์ตาสีดำเป็นประกายแตกต่างจากรูปลักษณืภายนอกพินิจดูเด็กหนุ่มร่างสูง  มือเหี่ยวย่นค่อย ๆ เอื้อมมือขึ้นเหมือนอยากจะสัมผัสใบหน้านั้น 

 

วอดก้าอมยิ้ม  มั่นใจในความคิดตนเองมากขึ้นแล้วจึงย่อกายลง  เกาะกุมมือเหี่ยวย่นของคนชรานั้นให้สัมผัสที่ข้างแก้มตัวเขา  มองดูนัยน์ตาสีรัตติกาลที่เริ่มมีน้ำตาคลอพร้อมเสียงสั่น ๆ ที่พูดขึ้น

 

“ เหมือน…..ดวงตาของท่านเหมือนท่านพ่อของท่านจริง ๆ ”

 

วอดก้ายิ้มกว้างกับคำพูดนั้น  โน้มศีรษะจุมพิษที่หน้าผากของโอลิเวียอย่างอ่อนโยนแล้วบอกเสียงกลั้นหัวเราะ

 

“ ท่านแม่ก็ว่าอย่างนั้นแหละครับ  แถมกระโดดกอดข้าแล้วบอกว่าข้าหน้าตาน่าแกล้งเหมือนท่านพ่ออีกต่างหาก ” หญิงชรายิ้มทั้งน้ำตาแล้วแสร้งดุถึงใครบางคน   ใบหน้าปรากฏความคิดถึง

 

“ ท่านนานีย่าล่ะนะ….ยังขี้แกล้งท่านพ่อของท่านไม่เปลี่ยน  แต่ก็ดีแล้วที่ท่านได้เห็นหน้าท่านนานีย่า ” 

 

“ ครับ  แต่ท่านโอลิเวียเรียกผมว่าวอดก้า  หรือคิดว่าผมเป็นหลานของท่านก็ได้  ” โอลิเวียตาเบิกกว้าง  ใบหน้าเหี่ยวย่นสั่นช้า ๆ พลางบอกเสียงแหบ

 

“ มิได้หรอกเจ้าค่ะ  นั่นเมื่อสมัยก่อนที่ข้ากับท่านนานีย่าเพิ่งรู้จักกัน  ท่านมีศักดิ์สูงกว่าข้านัก ” วอดก้าเอียงคอมองก่อนจะถามกลับอย่างชาญฉลาด

 

“ ที่ข้าแค่อยากเคารพคนที่ท่านแม่เคารพบ้างมันผิดหรือ  ท่านย่า ” วอดก้าเปลี่ยนสรรพนามซึ่งโอลิเวียได้ยินดังนั้นก็พานนึกถึงไปถึงนานีย่า  เห็นนัยน์ตาดื้อรั้นแต่กลับมีแต่รอยยิ้มก็ถอนหายใจพลางอมยิ้มกับนิสัยที่ถอดแบบมาจากนานีย่า

 

“ ตามใจเจ้าเลยล่ะกัน…..แต่มีใครเคยบอกไหมว่าเจ้าน่ะ  นิสัยเหมือนแม่เจ้า ”

 

“ ไม่เคยมีเลยครับ ” วอดก้ายิ้ม  ตอบหน้าตายก่อนจะพยุงโอลิเวียไปที่เก้าอี้ท่ามกลางความสนใจของพาราไดซ์ที่มองหนังสือเก่าแก่มากมายรอบ ๆ  โอลิเวียถอนหายใจก่อนจะบอกเสียงเหนื่อย ๆ

 

“ ก็ล่ะนะ….ก็สมชื่อร้านหนังสือเก่าดี  ย่าก็ต้องทำคนเดียวเลยทำความสะอาดไม่ได้มากเท่าไหร่ ” ก่อนนัยน์ตาสีรัตติกาลจะกลายเป็นยักคิ้ว  หลิ่วตาให้อย่างเจ้าเล่ห์ “ ไม่รู้ว่าแถวนี้จะมีเด็กดีสักสองคนช่วยทำความสะอาดให้บ้างหรือเปล่า ”  

 

พวกเขาทั้งสองมองหน้ากันก่อนคราวนี้พาราไดซ์เป็นคนเอ่ยปากบ้าง

 

“ ถ้าคุณโอลิเวียอนุญาตให้ช่วย….

 

“ แล้วมีของตอบแทน….

 

วอดก้าแทรกพูดต่ออย่างรู้หน้าที่

 

หนึ่งเจ้าชายและหนึ่งนักบวชจึงประสานเสียงพูดด้วยน้ำเสียงแตกต่างกัน

 

“ เด็กดีทั้งสองก็ยินดีช่วย ”

 

“ เฮ่อแล้วเคยมีใครบอกไหมว่าพวกเจ้านิสัยคล้ายกัน ”

 

 

ไม่อยากจะบอก…….ว่าออกจะเยอะแยะ

 

 

วอดก้าคิดพลางยิ้มขำ ๆ รอคอยหญิงชราพูดต่อ

 

“ เอาเถอะ  ถ้าผลงานน่าพึงพอใจ ข้าจะตอบแทนโดยให้เลือกหนังสือในร้านไปได้คนละห้าเล่มละกัน ” โอลิเวียว่าพลางมองรอยยิ้มสดใสของเด็กทั้งสอง ( ถึงแม้คนหนึ่งจะยิ้มที่มุมปากก็เถอะ ) วอดก้าเริ่มพับเสื้อและขากางเกงของตัวเองเพื่อให้สะดวกกับการทำความสะอาดเช่นเดียวกับพาราไดซ์ที่พับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอกทั้งยังเดินไปหาไม้กวาดและไม้ถูพื้นมาแจกจ่ายให้กับเพื่อนร่วมงานชั่วคราว  โดยมีสายตาเอ็นดูของหญิงชราที่คิดว่าพาราไดซ์และวอดก้าคงจะเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก…..

 

 

ถ้าทำความสะอาดไม่ดี  เขาก็ต้องเสียดายหนังสือหลายเล่มที่หมายตาไว้

 

 

 

นี่คือความคิดเงียบ ๆ ของเจ้าชายหนุ่มที่ดังก้อง

 

 

 

เอาเถอะ….เพื่อบันทึกและหนังสือเล่มนั้น  จะยอมร่วมงานหน่อยละกัน

 

 

 

และอีกหนึ่งความคิดของวอดก้า   สองคนที่เป็นคู่แข่งกันจึงจับมือกันชั่วคราวเพราะผลประโยชน์  ชะเอิงเอย……ไหงเป็นงี้หว่า ???

 

และแล้วมหกรรมการทำความสะอาดจึงเริ่มขึ้น  เนื่องจากหนังสือแต่ละอย่างเป็นของเก่าแก่ต้องรักษายิ่งชีพทำให้การทำความสะอาดบางส่วนไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้  ซึ่งสำหรับนักบวชผมเงินแล้วก็ไม่มีปัญหา  แต่ที่ต้องทึ่งคือความสามารถของเจ้าชายหนุ่มที่ทำความสะอาดได้อย่างรวดเร็ว  ละเลียดละออและดูชำนาญอย่างไม่น่าเชื่อ  กว่าจะรู้ตัวอีกที  วอดก้าก็เผลอจ้องมองพาราไดซ์เสียนาน

 

“ มองอะไร ” เจ้าชายหนุ่มถามเสียงเย็นเมื่อเห็นแววตาวาวระยับและพยายามปกปิดอาการขำไว้

 

“ ปะเปล่านี่ครับ  อุ๊บ ! เจ้าตัวพยายามกลั้นเสียงหัวเราะไว้แต่พอเห็นสายตาเย็น ๆ ที่ยังจ้องมาจึงตัดสินใจพูดออกไป

 

“ ก็แค่แปลกใจ….ที่เห็นคุณคล่องเรื่องงานบ้านงานเรือน ” พาราไดซ์รู้สึกหน้าตึงนิด ๆ ไม่ใช่จากความโกรธแต่เป็นความรู้สึกเหมือนเข้าหน้าใครไม่ติด  เอาด้ามไม้กวาดฟาดหัววอดก้าเบา ๆ

 

“ เข้าใจแล้วครับ  ไม่พูดก็ไม่พูด ” อีกฝ่ายว่าด้วยสีหน้ากลั้นหัวเราะ   เลี่ยงไปทำความสะอาดมุมอื่นโดยมีโอลิเวียเป็นคนคอยชี้นิ้วสั่งสั่งอยู่ไม่ห่าง  เสียงโครมครามและเสียงสั่งตะโกนโหวกเหวกไปมาเรียกความสนใจจากคนที่เดินผ่าน

 

“ นี่ ! เจ้าหนูผมดำน่ะ  ไปกวาดหยากไย่ที่ชั้นสองที ”

 

……

 

“ วอดก้า ! ห้ามแอบอู้นะ จะเอาไหมหนังสือ ”

 

“ เอาสิครับท่านย่า !

 

“ ไดซ์ ! นายแอบอู้เรอะ!

 

“ ชิ้ง !

 

“ ล้อเล่นจ้า ”

 

“ นี่….ทั้งสองคนน่ะ  ทำความสะอาดดี ๆ นะ  หนังสือชั้นนั้นมันเก่า ”

 

“ คร้าบ ๆ ไดซ์ ! โยนไม้ปัดขนไก่ขึ้นมาที ”

 

แก็ง ! แก็ง !

 

“ อย่าเอาแต่เล่น….

 

“ เจ้าหนูผมดำ ! ฝากเอาขยะไปทิ้งที  วอดก้า ! สะอาดแล้วไปทำมุมนู้นต่อ ”

 

“ เฮ้ย ! ระวังหนังสือ !

 

โครม !

 

ว้าก  !

 

เฮ้ย !

 

 

 

ความวุ่นวายและความปั่นป่วนยังมีอยู่นานจนเวลาราว ๆ บ่ายสองโมงกว่า ๆ โอลิเวียที่พอใจในผลงานจึงสั่งให้ทั้งสองพักได้

 

 

PARADISE   TALK

 

 

ย้อนกลับช่วงเวลาก่อนที่เขาจะเจอวอดก้า  พาราไดซ์หลังจากที่เลือกแยกมาจากเพื่อนของเขาที่ต่างแยกย้ายกันไปซื้อของ   ระหว่างที่กำลังเลือกซื้อหนังสือ   นัยน์ตาสีม่วงคมก็สะดุดกับร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าที่เขาเป็นคนสวมให้เอง  เพื่อนร่วมห้องของเขากำลังเดินช้า ๆ เหมือนเดินชมของหากแต่สิ่งที่ผิดปกติคือใบหน้าที่ไร้รอยยิ้ม  ดูเหม่อลอยและนัยน์ตาสีส้มที่ซีดจางทำให้พาราไดซ์ตัดสินใจเดินตามไป

 

“ เฮ่ ! ” เจ้าชายหนุ่มร้องเรียกหากแต่คนที่เขาเรียกก็ยังคงเดินต่อไป  จนเกิดอาการไม่สบอารมณ์  ทำให้เขาเผลอปล่อยรังสีหนาวเหน็บประจำกายออกมา  และเป้าหมายก็ไม่ใช่ใครเพราะคือคู่แข่งของเขาเอง  คนรอบข้างโดยเฉพาะสาว ๆ ที่หลีกทางให้ด้วยนัยน์ตาวาวระยับ  พาราไดซ์เดินตามไปอย่างรวดเร็วแต่ก็เหมือนมีอะไรกั้นระหว่างเขาและชายหนุ่มเพื่อนร่วมห้องเอาไว้  เพราะเมื่อเขาเข้าใกล้  ร่างของวอดก้าก็จะวูบไหว  พร้อมกับผู้คนที่เดินสวนจนร่างของอีกฝ่ายขยับกายออกไปแต่พาราไดซ์ก็ไม่ละความพยายามเพราะอะไรบางอย่างในอกมันเต้นแรงกว่า  และสั่งร่างกายก่อนจะไปที่สมอง

 

 

ความรู้สึกอึดอัดและเหมือนมีอะไรมาบีบรัดนี่มันอะไรกัน ???

 

 

“ บ้าจริง ” พาราไดซ์สบถเมื่อร่างของคนผมเงินหายวับไปกับฝูงชน  นัยน์ตาสีม่วงเข้มกวาดมองไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว  เขาก็เห็นวอดก้าเดินเข้าไปในตรอกแล้วหยุดยืนอยู่ที่หน้าร้านหนังสือซึ่งไร้ผู้คนสนใจ 

 

ชายหนุ่มร่างสูงเดินตามไปกระชากแขนของวอดก้าเมื่อสังเกตุเห็นเงาดำแปลก ๆ ที่วนเวียนอยู่ใกล้เพื่อนร่วมห้อง  เงาดำนั้นโอบล้อมพวกเขาทั้งสองหากแต่น้ำเสียงเย็นชาก็เอ่ยมนตร์กังวานใสเพื่อขับไล่

 

“ ฟิววอร์ค…. วูบ ! แวบ !

 

แสงสว่างบาดตาเกิดขึ้นในเงาดำก่อนจะทำให้พวกมันกระจายหายไปอย่างรวดเร็ว  ร่างของนักบวชหนุ่มเริ่มเอนเอียงทั้ง ๆ ที่นัยน์ตาสีส้มยังเปิดค้าง  แถมนัยน์ตาคู่นั้นมันเริ่มซีดจางอย่างน่ากลัวพร้อมกับหัวใจที่เต้นแผ่วลงเรื่อย ๆ

 

เขาพยุงร่างนักบวชหนุ่มให้พิงกับตัว  ศีรษะทุยซุกอยู่ที่ซอกคอของพาราไดซ์หากแต่น้ำตาใส ๆ ที่หลั่งรินออกมาจากนัยน์ตาที่เบิกกว้างสร้างความร้อนใจกว่าเดิมให้กับเขา

 

 “ เฮ่ ! นาย ! นาย ! วอดก้า !!! ” สิ้นเสียงเรียกขานชื่อ  ร่างกายของคนที่อยู่ในอ้อมแขนเขาก็เริ่มขยับยุกยิกเหมือนรู้สึกตัว  เขาจึงเปลี่ยนมาจับไหล่ของคนตรงหน้าแทน

 

“ วอดก้า !

 

 

เฮือก !

 

 

ร่างโปร่งของเพื่อนร่วมห้องสะดุ้งเฮือกราวกับวิญญาณที่เพิ่งกลับเข้าร่าง  เจ้าตัวกระพริบตาปริบ ๆ เมื่อเห็นเขากำลังจ้องหน้านักบวชร่วมห้องเขม็ง

 

“ เอ่อ….มีอะไรหรือเปล่าครับ ” วอดก้าเอ่ยขึ้นอย่างงง ๆ นิด ๆ คิ้วที่ขมวดคลายลงเล็กน้อยหากแต่ปลายนิ้วมือของเจ้าชายหนุ่มก็ค่อย  ๆเลื่อนมาปาดน้ำใส ๆ ที่ข้างแก้มเขาช้า ๆ ก่อนจะรีบชักมือออกเหมือนต้องของร้อน 

 

วอดก้ายกมือขึ้นแตะที่ข้างแก้ม

 

….น้ำตานี่ผมร้องไห้หรือครับ ” ใบหน้าธรรมดา ๆ ถามพาราไดซ์ด้วยความอึ้งไม่ต่างกัน   มือขาวเนียนยกขึ้นปาดน้ำตาที่ข้างแก้มอย่างรวดเร็วหากแต่ใบหน้ายังไม่คลายความสงสัย  พาราไดซ์มองเขานิ่ง ๆ ไม่ได้ตอบอะไรหากแต่นัยน์ตาสีม่วงแฝงความครุ่นคิดบางอย่าง

 

 

กลุ่มควันนั่นมันอะไรกัน…..สัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลแต่….จากใครกัน ???

 

 

พาราไดซ์ทำสีหน้าครุ่นคิดนิด ๆ ก่อนจะเริ่มไปให้ความสนใจกับร้านหนังสือเบื้องหน้า  หลังจากนั้นมหกรรมการทำความสะอาดจึงเริ่มขึ้น  แม้ตามใจจริงแล้วเจ้าชายหนุ่มจะรู้สึกถึงพลังและความสามารถอันยอดเยี่ยมของวอดก้าหลายอย่างหากแต่เขาก็คิดไม่ออกว่านักบวชเพื่อนร่วมห้องของเขาเป็นใครกันแน่  จะว่าเป็นเจ้าชายหรือ…..ก็ไม่น่าจะใช่เพราะดูจากอาวุธและรูปลักษณ์ภายนอกไม่ตรงกับรัชทายาทของรัฐใดเลย  ยิ่งเขาไม่สามารถสัมผัสถึงการใช้จิตเวทในการปลอมแปลงกาย ( ก็ใช้บริการค้าของเถื่อนของจินนี่นา ) เขาก็เริ่มไม่มั่นใจในความคิดของตนเอง  หากแต่พาราไดซ์ก็ต้องรอดูและสืบหาประวัติของวอดก้าต่อไป

 

“ หืม….มา  เจ้าหนูผมดำ  อยากได้เล่มไหนบ้าง  ไปหยิบมาเลย ” โอลิเวียที่กวาดตามองภายในร้านที่ดูสะอาดและเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น  บอกพาราไดซ์ด้วยสีหน้าพอใจซึ่งทางด้านเจ้าชายหนุ่มก็ปลีกตัวไปเลือกหาหนังสือที่หมายตาไว้เช่นเดียวกับวอดก้าที่เริ่มเดินไปรอบ ๆ เลือกหยุดอ่านหนังสือที่หน้าสนใจบ้าง  หยุดทำความสะอาดส่วนที่ยังไม่เสร็จบ้างจนผ่านไปสองกว่าชั่วโมง  จึงเกือบได้เวลาที่เทรนเรียกรวมรุ่นน้องแล้ว

 

“ ได้ครบแล้วหรือครับ ? ” วอดก้าถามขึ้นทั้งที่ก็เห็นอยู่ว่าในมือของเจ้าชายหนุ่มมีหนังสือเก่าแก่เล่มหนายิ่งกว่าพจนารุกรมฉบับราชบัณฑิตครบทั้งห้าเล่ม  ส่วนของวอดก้าที่เลือกได้เพียงสามหมุนตัวไปบอกหญิงชราเจ้าของ

 

“ หืม….นั่นแค่สามนี่ จะเอาแค่นั้นหรือ  ?? ” โอลิเวียถามเมื่อเห็นจำนวนหนังสือในมือของวอดก้า  หากแต่คนผมเงินส่ายหน้าแล้วเริ่มเอ่ยเสียงเลื่อนลอย  นัยน์ตาสีส้มซีดจางอีกครั้งสามนึกถึงภาพตัวอักษรที่เรียงรายในความฝัน  

 

Mythological……..” เพียงแค่ประโยคแรกก็ทำให้ใบหน้าของหญิงชราชะงักค้าง  เงยหน้าสบนัยน์ตาสีส้มที่กลับมาเป็นสีส้มเช่นเดิมแต่มันมีประกายตาความมุ่งมั่นอย่างชัดเจน “  Mythological    gods  ( ตำนานแห่งเทพ ) และบันทึกของท่านแม่ ”

 

นัยน์ตาสีรัตติกาลที่ผ่านความร้อนหนาวมากว่าสิบปีมองสบนัยน์ตาทรงอำนาจหากแต่อ่อนโยนและอบอุ่นเหมือนผู้เป็นมารดาด้วยความคิดถึง  ยิ่งเห็นความต้องการและความเข้มแข็งในนัยน์ตาคู่นั้นเหมือนผู้เป็นบิดา  โอลิเวียจึงยิ้มบาง ๆ บอกทั้งสองเสียงอ่อนโยน

 

“ รออยู่ตรงนี้ก่อนนะ ”

 

…. วอดก้าพยักหน้ารับคำของหญิงชรา  เหลือเพียงพาราไดซ์ที่เดินปลีกตัวไปอีกทาง   เมื่อเข้าใจว่า  “ ย่าและหลาน ”  อาจต้องการเวลาในการคุยกัน

 

ทางด้านหญิงชราที่เดินลดเลี้ยวเข้ามาภายในร้าน  เอื้อมมือหยิบกล่องไม้สีน้ำตาลขนาดใหญ่พอสมควรอย่างทะนุทะนอม  เธอค่อย ๆ เปิดกล่องที่สลักลวดลายอย่างงดงามช้า ๆ เผยให้เห็นหนังสือเล่มหนึ่งปกแข็งสีน้ำตาล  มีความหนาพอสมควรถูกวางโดยมีผ้ากำมะหยี่สีแดงสดรองพื้นและปิดปก  หญิงชราค่อย ๆ เปิดผ้านั้นอย่างช้า ๆ หน้าปกเป็นอักษรสีดำ  ตวัดลายและเขียนอย่างสวยงามบ่งบอกถึงความบรรจงเพียงใดในการเขียน

 

 

  Mythological    gods  ( ตำนานแห่งเทพ )

 

 

โอลิเวียเดินไปอีกทางณกองหนังสือท่างกีดขวางมากมาย  เวทลมถูกใช้ในการพยุงกองหนังสือเก่าเหล่านั้นให้โยกย้ายไป  จนมีแต่ความว่างเปล่าที่กำแพงเก่าแก่  เธอร่ายเวทเสียงแผ่วเบา  กรอบรูปเก่าแก่ล้ำค่าพร้อมกับภาพวาดใบหน้าของนานีย่าก็ปรากฏขึ้น

 

โอลิเวียยิ้มทั้งที่นัยน์ตาที่กระจ่างใสเริ่มรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา

 

“ ข้า….คิดถึงท่านเหลือเกิน  ท่านนานีย่า ” ก่อนมือเหี่ยวย่นจะกดลงไปที่กรอบรูป  ผนังกำแพงสีมอ ๆ ก็ขยับเปิดเจ้าไปข้างในจนพอเป็นเส้นทางที่เข้าไปได้  โอลิเวียเดินอย่างเชื่องช้า  มองดูสิ่งเดียวในห้องกว้างซึ่งใส่ด้วยกระจกใส  สมุดบันทึกของท่านนานีย่าและผู้เป็นบิดาของวอดก้า

 

เธอค่อย ๆ หยิบมันด้วยมือที่สั่นระริกไม่แพ้กัน  น้ำตายังคงไหลอาบแก้มยามนึกถึงวันเก่า ๆ ที่เธอได้เคยใช้ชีวิตกับท่านทั้งสอง

 

“ ไม่ได้โอลิเวีย  เราต้องนำของสิ่งนี้ไปให้ท่านซีเวียร์น่าก่อน ” โอลิเวียควบคุมสติตัวเองพลางยกมือปาดน้ำตาก่อนจะเดินออกไปเพื่อนนำของสองอย่างนี้ไปให้วอดก้า

 

 

ครืด !

 

 

เสียงกำแพงหมุนกลับมาอยู่ตามที่เดิมของมัน  มือเหี่ยวย่นของหญิงชราลูบที่ใบหน้าของหญิงสาวในภาพวาดก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างเป็นสุข

 

“ ลูกสาวท่าน…..งดงาม  และเติบโตขึ้นเหมือนท่านจริง ๆ ”

 

กลับมาทางวอดก้าที่รอจนรากจะงอก  ใบหน้าที่เบื่อหน่ายกลายเป็นสดใสทันควันเมื่อเห็นหนังสือและสมุดบันทึกสองเล่มในมือของโอลิเวีย  วอดก้ารับมันไปอย่างทะนุทะนอมพร้อมริมฝีปากบางที่แย้มยิ้มอ่อนหวานจนนัยน์ตาสีม่วงเข้มที่เพิ่งมองสบชะงัก  หากเพียงแวบเดียวมันก็กลับมาสงบราบเรียบเช่นเดิม

 

“ ขอบคุณครับ ท่านย่า ” วอดก้าบอกเสียงใส   ใบหน้ากลับมามีรอยยิ้มประจำตัวตามปกติซึ่งเธอก็ยิ้มบาง ๆ แล้วบอกเสียงอ่อนโยน

 

“ มันเป็นของเจ้าอยู่แล้วต่างหาก ”

 

“ จริงสิ ” หลังจากได้ของแล้ว  วอดก้าที่เพิ่งนึกขึ้นได้เหลียวมองดูนาฬิกาที่ร้าน  บ่งบอกเวลา 17 ; 45 นาทีแล้ว พวกเขาทั้งสองจึงหันมาลาหญิงชรา

 

“ เห็นทีพวกเราคงต้องไปแล้วล่ะครับท่านย่า ขอบคุณสำหรับหนังสือ ”

 

….. แม้เจ้าชายหนุ่มจะไม่ได้พูดอะไรหากแต่ศีรษะได้รูปก็ค้อมลงเป็นเชิงชอบคุณซึ่งโอลิเวียก็หัวเราะเบา ๆ กับท่าทางนั้น  รู้ดีว่าชายหนุ่มผมดำคนนี้เป็นคนไม่ค่อยพูด  ก่อนเธอจะกล่าวขึ้น

 

“ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว  พวกเจ้าสนใจให้ข้าทำนายอนาคตให้ไหม ? ” สิ้นเสียงของโอลิเวีย  นัยน์ตาสองคู่มองสบกันก่อนจะส่ายหน้า

 

“ ไม่จำเป็น ” นั่นคือเสียงแรกที่กล่าวโดยพาราไดซ์  หญิงชราที่จะทำนายให้เลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจแล้วหันมามองทางวอดก้าที่ตอบต่อติด ๆ กัน

 

“ ผมก็ด้วย  อนาคตของผมรู้ไปก็ไม่มีทางแก้ไขได้  เหลือเพียงแค่ผมทำปัจจุบันให้ดีที่สุด  และถึงแม้อานาคตของผมจะเลวร้ายแต่มีแต่ปัจจุบันเท่านั้นที่จะเปลี่ยนได้ ”

 

“ รู้ไปก็ใช่ว่าจะแก้ไขได้อยู่ดี ”  เจ้าชายหนุ่มกล่าวเสียงเย็นชา  

 

และนั่นทำให้โอลิเวียต้องยิ้มกว้างกับสิ่งที่เด็กหนุ่มทั้งสองพูด  เพียงเท่านี้ก็พอ…..หนักแน่น  มั่นคง  และเรียบง่าย  มันคือตัวตนของพวกเขาที่ต่อให้อนาคตจะเลวร้ายเพียงใดแต่พวกเขาก็จะก้าวไปได้  และแก้ไขมันจากปัจจุบัน….เพียงปัจจุบันเท่านั้น !

 

“ เข้าใจแล้ว ” โอลิเวียหัวเราะคิกคักเบา ๆ พลางเดินนำเด็กทั้งสองไปยังวงเวทสีขาวที่ดูเก่าพอสมควรแล้วผายมือเป็นเชิงแนะนำ

 

“ นี่เป็นวงแหวนเวทเคลื่อนย้ายที่ข้าสร้างมานานแล้ว  สามารถย้ายสิ่งของต่าง ๆ ไปได้ทุกที่  ข้ารู้ว่าพวกเจ้าจะไปร่วมงานรับน้องดังนั้นใช้วงเวทของข้าดีกว่า  เก็บแรงไว้สู้ตอนงานรับน้องเถอะ ” โอลิเวียว่ายืดยาวซึ่งพวกเขาทั้งสองก็เห็นด้วย  ดูจกรอยยิ้มแสยะเมื่อวานของเหล่ารุ่นพี่  เห็นทีพวกเขาทั้งสองควรเก็บแรงไว้สู้กับพวกรุ่นพี่ดีกว่า  เพราะอะไรบางอย่างบอก….ว่างานนี้มีเฮแน่  !!!

 

“ จริงสิ  ข้าไม่ต้องบอกพวกเจ้าก็คงรู้สินะว่าข้าเป็นใคร ” โอลิเวียกล่าวขึ้นลอย ๆ เมื่อเห็นเด็กทั้งสองกำลังศึกษาวงเวทเก่าแก่อย่างสนใจ   เพราะมันถือเป็นกรณีที่น่าศึกษาเป็นอย่างมากเนื่องจากการสร้างวงเวทเคลื่อนย้ายแบบถาวร คือไม่สามารถลบเลือนได้และสามารถใช้ได้ตลอดถือเป็นของดูหายากเนื่องจากการจะหาผู้มีอาคมและพลังเวทย์มหาศาลหรือกล้าแกร่งได้น้อยเต็มที  อีกทั้งดูจากลวดลายที่มีเค้าลางเหมือนอักษรเวทในปัจจุบันหากแต่ก็ดูซับซ้อนกว่าบ่งบอกว่ามันเกือบเป็นภาษาเริ่มแรก ๆ ของการสร้างวเวทเลยทีเดียว

 

“ น่าสนใจจังนะครับ  แต่เสียดายที่ผมไม่มีอะไรมาจด ”

 

“ เป็นวงแหวนเวทที่เก่าแก่ ” เจ้าชายหนุ่มออกความคิดเห็นซึ่งนักบวชหนุ่มก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยเนื่อง ๆ

 

“ น่าจะประมาณห้าสิบถึงหนึ่งร้อยปีที่แล้วล่ะมั้งครับ ” วอดก้าลองเสนอช่วงเวลาในช่วงของอักษรสมัยนี้หากแต่พาราไดซ์ก็เอ่ยขัดเสียงเรียบ

 

“ ประมาณหกสิบถึงร้อยปีมากกว่า ”

 

“ อา…..นั่นสินะครับ  มันเก่าแก่กว่ายุคนั้นมากนิดหน่อยจนแทบไม่ต่างกันเลย ” วอดก้าคล้อยตามความคิดเห็นนั้นเพราะหลังตากเพ่งพิศโดยละเอียดแล้ว  ลายเส้นของอักษรเวทยังมีความซับซ้อนมากกว่า  ต่างกันอยู่นิกหน่อย

 

“ เฮ่อ…..พวกบ้าความรู้ ” โอลิเวียแสร้งถอนหายใจก่อนจะเลิกคิ้วเมื่อวอดก้าสวมกอดเข้าที่เอวของเธอ

 

“ แหม….อย่าพูดเหมือนพวกผมเป็นคนแก่สิครับ  พวกเราก็แค่ใฝ่ศึกษาหาความรู้   พอมาเห็นของจริงก็เลยตื่นเต้นนิดหน่อย ” วอดก้าว่าอย่างออดอ้อน ( ซึ่งมันดูตอแหลนิด ๆ ) กับหญิงชราจนโอลิเวียต้องยิ้มบาง ๆ ด้วยความเอ็นดู  ก่อนจะไล่เด็กทั้งสองให้ไปยืนที่วงเวท

 

“ แต่ท่านย่านี่ก็สมกับที่เป็น อดีตนักพยากรณ์ ของนาโววล์จริงนะครับ ” อยู่ดี ๆ วอดก้าก็กล่าวขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย  ทำให้เจ้าของร้านที่กำลังวุ่นเพื่อเตรียมร่ายเวทชะงัก  เงยหน้ามองคนพูดด้วยแววตากระจ่างใจ  ยิ่งเห็นข้อความที่ส่งมาเหมือนจะบอกว่ารู้แล้วของบุตรของผู้ที่เธอเคารพเทิดทูนก็หมดปัญญาที่จะแกล้งกันอีกต่อไป

 

“ รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ” เจ้าชายหนุ่มสวนกลับเสียงเย็นในทันที

 

“ ตั้งแต่แรกครับ ”

 

“ หืม ??? ” หญิงชราทำสีหน้าอยากรู้  แน่นอนว่ากรรมต้องตกที่วอดก้าเนื่องจากการง้างปากคนอมหินนั้นมันยากเกินไป ( คนอมหินส่งสายตาขวางมาให้ )  เขาจึงอธิบายให้ฟังด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ

 

“ หนังสือบางแห่งมันถูกรื้อออกมาเป็นระเบียบเกินไป  คือแม้บางเล่มจะสลับกัน  แต่หนังสือส่วนใหญ่แล้วจะเรียงตามอักษรไปตามชั้นอยู่แล้ว  นอกจากนี้  ฝุ่นที่ควรเกาะเฉพาะส่วนที่โผล่จากการวางซ่อนทับกันกลับไม่มี  นอกจากนี้สันหนังสือในชั้นเดียวกันทุกเล่มกลับมีความหนาของฝุ่นไม่เท่ากันบ่งบอกว่ามีการ เคลื่อนย้าย มันออกมา ”

 

” เงียบ  เจ้าชายหนุ่มก็ยังคงนิ่งตามปกติผิดกับโอลิเวียที่นิ่งค้างอย่างคาดไม่ถึงนิด ๆ แต่สุดท้ายเธอก็หัวเราะเบา ๆ

 

“ สมกับที่เป็นท่านจริง ๆ และเจ้าหนูผมดำ….ไม่สิ  เจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์เองก็คงรู้ตั้งแต่แรกเหมือนกัน ” เธอเปลี่ยนสรรพนามการพูดแทนตัวของเจ้าชายหนุ่มซะ  ทำให้เด็กทั้งสองต้องเลิกคิ้วมองเล็กน้อย  โอลิเวียยิ้มให้ทั้งสอง  ใบหน้ากลับกลายเป็นสงบนิ่งและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ  เสียงแหบนิด ๆ ของหญิงชรากลายเป็นก้องกังวานเมื่อเอ่ยนำ

 

“ ไม่ว่าพวกเจ้าจะท้อแท้เพียงใด  พวกเจ้าจะยังมีมิตรสหายที่ดีคอยดูแล และห่วงใย  แม้ในอนาคตพวกเจ้าต่างต้องสูญเสียสิ่งสำคัญไป  หากแต่จงพึงกระทำ…..ปัจจุบันนี้ให้ดีที่สุด ” ใบหน้าของอดีตนักพยากรณ์ผู้ยิ่งใหญ่คลายลงก่อนจะกลายเป็นยิ้มเผล่  ดูเจ้าเล่ห์ปนกวนเหมือนรอยยิ้มใครคนหนึ่ง ( ใครหว่า ??? ) หากแต่ถ้าถามเจ้าชายหนุ่ม  พาราไดซ์คงได้สวนตอบกลับมาโดยที่แทบไม่ต้องคิด

 

 

“ คนข้าง ๆ เขาไง ”

 

 

“ ช่างเถอะ ๆ ตอนนี้พวกเจ้าต้องรีบไปแล้วสินะ  เดี๋ยวข้าจะร่ายวงเวทนี่ให้ส่งพวกเจ้าไปที่กลางโรงเรียนของพวกเจ้าเลยแล้วกัน  พวกเจ้าจะไม่เสียเวลา มาสิ ” โอลิเวียกล่าวเร่งเมื่อเห็นเด็กทั้งสองยังนิ่งอยู่

 

“ อ่าครับ ” วอดก้ารับคำ  ก้าวเท้าเข้าไปในวงเวทสีขาวพร้อมกับรับหนังสือในมือของเจ้าชายหนุ่มไปไว้ในห้วงมิติ ( ที่เก็บขนมหวานนั่นแหละ ) ซึ่งเป็นค่าตอบแทนที่พาราไดซ์ทวง ( ด้วยนัยน์ตานิ่ง ๆ ) ที่ชายหนุ่มต้องแต่งตัวให้เขา

 

“ อ้อ….จริงด้วยสิ  มีอีกคำทำนายของพวกเจ้าทั้งสองน่ะ ”

 

“ หือ ? !  ” วอดก้าและพาราไดซ์มองหน้ากันก่อนจะเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจเพื่อฟังสิ่งที่อดีตนักพยากรณ์ที่ยิ่งใหญ่ทำนาย  โอลิเวียยิ้มเจ้าเล่ห์ปนความขบขันเอาไว้ระหว่างมองร่างของเด็กตรงหน้าเธอทั้งสองที่เริ่มเปล่งแสงสีเหลืองนวล  บ่งบอกว่าวงเวทเคลื่อนย้ายกำลังทำงาน

 

“ พวกเจ้าน่ะ……” สิ่งที่หญิงชราเจ้าของร้านหนังสือเก่าบอกทำให้พวกเขาต้องมองหน้ากันด้วยความไม่เข้าใจ  ก่อนแวบเดียวร่างของทั้งสองจะหายไป  สิ่งสุดท้ายที่เห็นคือรอยยิ้มของโอลิเวีย

 

แวบ !

 

“ เฮ้ย ! ” สองเสียงอุทานด้วยความตกใจเมื่อปรากฏตัวเหนือพื้นน้ำไม่ถึงสองเมตร  พวกเขาตกลงสู่ผืนน้ำดังตู้ม ! พร้อมกับร่างที่จมดิ่งเรื่อย ๆ ร่างกายที่สัมผัสกับน้ำหนักอึ้งไปอีกสามสี่เท่าเท่า  และดูท่าว่าจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ นัยน์ตาสองคู่มองสบกันอย่างเข้าใจว่าพวกเขาอาจจะเจอหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโรงเรียนดูจากแก้วแหวนเงินทองต่าง ๆ ที่จมอยู่ใต้ผืนน้ำ  มันคือ  อะดาเลียลำน้ำน้ำพุพิสุทธิ์

 

มันคือลำน้ำที่เชื่อมต่อกับลำธาร  บ่อน้ำ  หรือแม้แต่สายน้ำทั่วทั้งโรงเรียนซึ่งดูแลและให้ความชุ่มชื่นกับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด  ตั้งอยู่กลางลานประชุมที่โล่งแจ้งใต้ตึกกลาง  ความมหัศจรรย์ของมันคือ  ถูกกำเนิดจากสายน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่บริสุทธิ์ที่สุดมากว่าร้อยปี  เล่าขานว่ามันถูกผสมด้วยหยาดน้ำตาเทวาจากสรวงสวรรค์และน้ำตาซาตานจากขุมนรก  เกิดเป็นความร้อนสลับกับความหนาวเย็นที่อาจทำให้ตายได้เพียงลงมาแช่เพียงห้าวินาที  พลังของมันจึงฉุดรั้งผู้ที่อ่อนแอและไร้ซึ่งพลังเวทหากแต่ย่อมไม่ใช่กับทั้งสองซึ่งมีพลังเวทมหาศาล 

 

วอดก้าที่ไม่เคยลืมผ้าพันคอตัวเอง  กระชับผ้าพันคอในมือแน่น  ริมฝีปากที่เริ่มแดงจัดเพราะความหนาวเย็นสลับกับผิวขาวที่เริ่มกลายเป็นแดงขึ้นเมื่อได้รับความร้อน  นักบวชหนุ่มขยับปากโดไร้เสียงพึมพำบทเวทย์  ดึงพลังจากผลึกธาตุเสริมสร้างให้กับตัวเองจนร่างกายทอแสงสีฟ้าเรืองรองในน้ำ  เช่นเดียวกับพาราไดซ์ที่พลังธาตุไฟเริ่มหมุนเวียนทั่วร่าง  มีไอพลังมหาศาลจนร่างของเจ้าชายหนุ่มทอแสงสีแดงเข้ม

 

และโดยไม่รู้ตัว  สร้อยไข่มุกสีรัตติกาลเม็ดงามเส้นหนึ่งพุ่งจากใต้กองสมบัติต่าง ๆ รัดรึงเข้าที่ข้อมือของวอดก้าเช่นเดียวกับพาราไดซ์ที่สร้อยไข่มุกสีนวลพุ่งมัดข้อมือของเขา 

 

หากเป็นปกติพวกเขาคงแกะออกเนื่องด้วยเหตุผลไม่อยากนำของคนอื่นไปเป็นของตนเอง ( แต่สำหรับอริ  ยกบ้านไปเลยยังได้ ) แต่ตอนนี้พวกเขาไม่มีเวลามาก  พลังเวทเริ่มถูกดูดเข้าเป็นส่วนหนึ่งกับสายน้ำเรื่อย ๆ ก่อนเพียงชั่วพริบตา  ร่างของพวกเขาจะพุ่งโผล่พ้นผิวน้ำด้วยอาการที่เหนื่อยหอบ  หนึ่งรักบวชผมเงินและหนึ่งเจ้าชายผมดำตะเกียกตะกายขึ้นเกาะขอบปูนของน้ำพุไว้

 

    “ แฮ่ก ๆๆ ถ้าแฮกถ้านี่..คือสิ่งที่ท่าน แฮก ๆ โอลิเวีย….บอก ” วอดก้าทำหน้าเหยเก  พูดไปหอบไปด้วยความยากลำบาก  ไม่ต่างจากเจ้าชายหนุ่มที่หน้าแดงก่ำเพราะเกือบขาดอากาศหายใจ  พูดสลับปนอาการหอบ

 

“ มัน….คงไม่ใช่.. แฮก ๆๆ ความหมายที่แฮก ดีนัก ”

 

“ พวกเจ้าน่ะ……มีดวงนารีสายน้ำอุปถัมภ์อยู่นะ คิก ๆ ”   เสียงหัวเราะและคำพูดของหญิงชรา  อดีตนักทำนายที่พูดเป็นปริศนาถูกไขกระจ่างทันที  พวกเขาได้รู้คำตอบแล้ว

 

“ ถ้า..อุปอุปถัมภ์แบบนี้แฮก ๆๆ ” เจ้าชายหนุ่มพูดต่อด้วยความยากลำบาก  มือหนาสองข้างเกาะขอบปูนแน่นเช่นเดียวกับวอดก้าที่กำลังซบหน้าลงราวรักมันมากมายเงยหน้าขึ้นพูดประสานกับเจ้าชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

 

“ อย่าเป็นที่รักเลยดีกว่า ! ในขณะที่ทั้งสองกำลังพักหายใจด้วยความยากลำบาก  หนึ่งในคนที่ดูเหตุการณ์ที่เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่ข้อมือของพวกเขาทั้งสองก็ตะโกนลั่นด้วยความดีใจ

 

“ นั่นมัน ! สร้อยไข่มุกนิลกาลกับไข่มุกทิวานี่นา ! ” เมื่อมีคนตะโกนขึ้น  คนที่เหลือจึงเริ่มหันไปมองด้วยอาการตื่นตะลึง  เสียงพูดเซ็งแซ่ดังไปทั่ว

 

“ ไม่จริงน่า ! ก็ไหนรุ่นพี่บอกว่ามันเป็นน้ำพุที่ทำให้ร่างกายหนักขึ้น ”

 

“ ใช่จริง ๆ ด้วย ”

 

“ กรี๊ด ! ดีใจจัง  ไม่งั้นคงหมดสวยพอดี ”

 

“ โอ้เย้ ! อย่างนี้พวกเราก็รอดจากการถูกทำโทษแล้วน่ะสิ ”

 

เสียงเซ็งแซ่ฟังแทบไม่ได้ศัพท์ดังขึ้นจากรอบทิศ  ถึงคราวนี้ ใบหน้าของวอดก้าและพาราไดซ์เริ่มเหยเกขึ้นเรื่อย ๆ เพราะน้ำหนักที่ถ่วงและฉุดรั้งจนมือเริ่มอ่อนแรงลงหากแต่ราวกับจะรู้ความคิด  เซย์  มาร์คและเฮดิสกระโดดเหยียบขอบปูนแล้วเริ่มช่วยดึงตัวพาราไดซ์ขึ้นจากน้ำ  เช่นเดียวกับเทรนและเซราสที่โผล่มาจากไหนไม่ทราบ ( เดาว่าคงโผล่มาจากทางลับแถว ๆ นี้ ) ช่วยดึงวอดก้าไปอีกทาง

 

“ เอ้าอึบ ! ” รุ่นพี่อีกสองคนช่วยเทรนและเซราสดึงนักบวชผมเงินขึ้นจนกลายเป็นฝั่งละห้า  เสียงตะโกนโหวกเหวกดังขึ้นไม่หยุดเพราะน้ำหนักตัวของวอดก้าและพาราไดซ์ที่เพิ่มขึ้นจนหนักราว ๆ สามร้อยกิโลกรัมแล้ว

 

“ เฮ้ย ! ช่วยน้องก่อนโว๊ย ! เดี๋ยวน้องจมน้ำตาย ”

 

“ ไอ้เฮดิส ! จับแน่น ๆ สิว่ะ ”

 

“ เอ็งมาจับแทนข้าไหมล่ะ !

 

“ เฮ้ย ๆ ! มาช่วยกันหน่อยเร็ว !

 

“ เอ้า ! อึบ !

 

“ ว้าก ! จะหลุดมือ !

 

“ จับแน่น ๆ สิ !

 

เวลาผ่านไปราว ๆ สิบนาที  ตอนนี้ร่างของวอดก้าและพาราไดซ์จึงเอนกายพิงเสาน้ำพุอย่างเหนื่อยอ่อนไม่ต่างจากรุ่นพี่อีกราว ๆ สิบคนที่หอบแฮก ลิ้นห้อยไม่ต่างกัน  วอดก้าในตอนนี้กลายเป็นผิวขาวแดงเพราะความร้อนสลับเย็นที่แช่ไว้เสียตั้งนาน  เส้นผมสีเงินลู่ไปตามใบหน้าขาวที่แดงนิด ๆ เพราะหอบหายใจ  กระดุมเสื้อขาดไปหลายเม็ดเนื่องจากต้องถูกเหล่ารุ่นพี่ทั้งลากและดึงขึ้นจากน้ำ  ทำให้เสื้อบางกลายเป็นแนบติดลำตัวของนักบวชหนุ่ม 

 

คอขาว ๆ ที่กลืนน้ำไปหลายอึกแดงก่ำนิด ๆ ดูน่าสร้างรอยแดง ๆ ไว้อย่างน่าประหลาด  เสื้อกล้ามบาง ๆ ที่แม้จะมีผ้าพันคอพันไว้แต่ก็แทบปิดยอดอกสีชมพูไม่มิด  เสื้อเชิ้ตนั้นตกไปอยู่ที่แขนจากตรงไหล่ทำให้เห็นผิวขาววับ ๆ แวบ ๆ  ต่างหูสีชมพูคู่งามก็ส่องประกายเรืองรองจนดูเหมือนใบหน้าด้านข้างของนักบวชหนุ่มดูลี้ลับอย่างไม่น่าไว้ใจ  แต่ก็ชวนให้ดึงดูดและน่าเข้าใกล้  แพขนตายาวกระพริบปริบ ๆ เมื่อเห็นสายตาของคนทั้งหมดจ้องมาที่ตัวเองเป็นตาเดียว  เช่นเดียวกับนัยน์ตาสีส้มเข้มที่มองเลิกลั่กพร้อมกับแก้มที่แดงระเรื่อนิด ๆ ด้วยความอายเพราะถูกมอง  แต่มันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมตามปกติ

 

“ มีอะไรหรือเปล่าครับ ” เสียงทุ้มปนแหบนิด ๆ ฟังแล้วใจสั่นหลุดออกจากริมฝีปากบางหากแต่แดงเฉียบน่าสัมผัสของรุ่นน้องตรงหน้า  วอดก้ายกมือเรียวขึ้นเสยเส้นผมสีเงินที่แนบไปตามร่างกายไม้ให้พันกัน  คิ้วหนาหากแต่โค้งงอนเลิกขึ้นอย่างแปลกใจกับสายตาแปลก ๆ ของทั้งรุ่นพี่ร่วมหอและต่างหอ  ไหนจะไอ้สายตาน่าขนลุกนั่นอีก

 

 

นี่มันอะไรกัน ( ว่ะ ) ครับ

 

 

ไม่ต้องพูดถึงทางด้านเทรน  เฮดิส  เซย์  มาร์คและเซราสที่ไม่เคยเห็นรุ่นน้องหนุ่มในภาพลักษณ์นี้พากันอ้าปากค้างเป็นทิวแถว  และด้วยความปากมอม ( แต่ครั้งนี้ตรงใจ ) ทุกคนของมาร์คทำเอาหลายคนที่แอบได้ยินพยักหน้าอย่างเห็นด้วยโดยไม่รู้

 

“ เอือก….” มาร์คกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก  พลางพูดเสียงสั่นไหวทั้งที่มองภาพเบื้องหน้าตาไม่กระพริบ “ ทำไมรุ่นน้องเรามันเอ็กซ์  and  เซ็กซี่ แล้วก็น่าฟัดจังว่ะ ”

 

 

ติ๊งหน๊อง !!!

 

 

เหมือนมีอะไรบางอย่างมาบอกคำตอบกับพวกเขา  ตอนนี้ทั้งหมดรู้แล้วว่าจะนิยามเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่ร่างเปียกโชคด้วยน้ำว่าอะไร

 

 

โครตเอ็กซ์เลย !!! พี่ให้ 10 ดาว !!!

 

 

หากแต่ทั้งหมดก็ต้องขนลุกวูบเมื่อสบกับนัยน์ตาสีม่วงเข้มที่เริ่มเรืองรองอย่างน่าหวาดผวา  รังสีสังหารแผ่พุ่งใส่ทุกคนราวน้ำป่าไหลหลาก  บางคนที่ใจแข็งหน่อยก็พอยืนได้  บางคนไม่ไหวก็ถึงกับหมดสติ   จนตอนนี้คนที่เหลือรอดได้แต่ภาวนาหามารดา

 

 

แม่จ้า ! ช่วยลูกด้วย !!!

 

( พวกแกตายแน่ หึ ๆๆ : ไรท์เตอร์ )

 

 


อย่าเพิ่งโกรธกัน !!! ไรท์เตอร์พยายามแล้ว   รีบอัพสุดชีวิตเบย

 

 อ่านด้วย…..เพื่อประโยชน์และอนาคตของนิยาย

 

 

ตอนนี้ก็ครบหนึ่งร้อยแล้ว  ถามก่อนว่าถูกใจตอนวอดก้าเซ็กซี่ไหม ???? ถ้าไม่ชอบจะได้เปลี่ยน  ปรับให้มันแรงน้อยลงนิดหนึ่ง ( เดี๋ยวมีคนแจ้งแบน )

 

แต่ขอกล่าวไว้เลยว่าไม่มีฉากเรท ๆ แน่นอน ( เพราะไรท์เตอร์เป็นคนมีสามัญสำนึก ที่ไม่อยากให้นิยายโดนแบน )

 

ตอนต่อไปจะเป็นความสนุกในการถูกเหล่ารุ่นพี่แกล้ง  คอมเม้นกันด้วยน้าาาาาา ~~~ ไรท์เตอร์จะได้มีกำลังใจหน่อย  อย่าลืมทำการบ้านล่ะทุกคน  รักนะ จุ๊บ ! จุ๊บ !

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 34 : บทที่ 34 งานรับน้องอลเวง 1 ( 100 % แล้วจ้า วอดก้ากับไดซ์เปียกกันอีกแล้ว ) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 20678 , โพส : 89 , Rating : 14% / 222 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4
# 89 : ความคิดเห็นที่ 15329
สูญเสียอะไรบางอย่าง ขออย่างเดียวขออย่าให้ใครตายนะ π π
Name : β❤ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ β❤ [ IP : 223.24.128.46 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 มิถุนายน 2561 / 23:20
# 88 : ความคิดเห็นที่ 14788
ที่โอลีเวียพูดถึงการสูญเสียในภายภาคหน้านี่ คงไม่ใช่ว่าจะเสียอะไรไปจริงๆ หรอกใช่มั้ย // โอ้ยย วอดก้าเซ็กซี่~
Name : statice46 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ statice46 [ IP : 118.174.167.165 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:27
# 87 : ความคิดเห็นที่ 14511
ลีดถามบ้างงงง
ระหว่างเฮฟเฟสตุสกับอาเธน่า ใครเกิดก่อนกัน!
Name : ⓒЯAẕY DO_G < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ⓒЯAẕY DO_G [ IP : 182.232.37.67 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 สิงหาคม 2560 / 20:42
# 86 : ความคิดเห็นที่ 13815
รู้สึกว่าวอดก้ามันเป็นผู้ชายอยู่ไม่ใช่เหรอ?แล้วถ้าพาราไดซ์ทำตัวหึงหวงแบบนั้นก็แปลว่าพาราไดซ์ชอบ"ผู้ชาย"อ่ะดิ จริงๆควรบอกว่าเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากดีกว่า แล้วพาราไดซ์รู้ว่าวอดก้าเป็นผู้หญิงแล้วค่อยชอบแบบนั้น ไม่ชอบพาราไดซ์ที่ทำยังกะวอดก้าเป็นของตัวเองแบบนั้นเลยวอดก้าไม่ได้เป็นอะไรด้วยสักหน่อย
Name : 111 [ IP : 58.9.70.127 ]

วันที่: 8 มีนาคม 2560 / 08:46
# 85 : ความคิดเห็นที่ 13069
ตอนที่ไดซ์กับวอดก้าจูบกันตอนไหนอ่ะไรต์?
Name : Nuny Somphouthiene < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Nuny Somphouthiene [ IP : 115.84.116.59 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 ธันวาคม 2559 / 11:14
# 84 : ความคิดเห็นที่ 13068
ตอนที่วอดก้ากับไดซ์จูบกันตอนไหนอ่ะไรต์??
Name : Nuny Somphouthiene < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Nuny Somphouthiene [ IP : 115.84.116.59 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 ธันวาคม 2559 / 11:14
# 83 : ความคิดเห็นที่ 9363
หึงม้ายยยย
Name : Chandra and Clover < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Chandra and Clover [ IP : 119.76.69.152 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มีนาคม 2559 / 11:02
# 82 : ความคิดเห็นที่ 8721
กรี๊ดดดดดด วอดก้าลูกแม่ หนูเซ็กซี่มากลูก
Name : gob126685 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ gob126685 [ IP : 49.230.238.142 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 ธันวาคม 2558 / 21:31
# 81 : ความคิดเห็นที่ 7599
สุโค่ยยยยยยย มันส์มากพ่ะย่ะคะ5555555
Name : Ayumi-III < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ayumi-III [ IP : 180.183.131.38 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 สิงหาคม 2558 / 09:41
# 80 : ความคิดเห็นที่ 7099
วอดก้าโคตรซ็กซี่
Name : Ponpun Sayngam < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ponpun Sayngam [ IP : 223.204.249.57 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 พฤษภาคม 2558 / 04:39
# 79 : ความคิดเห็นที่ 6472
ไดซ์หึงอ่ะเด๊ -.,-
Name : fairy_devil < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fairy_devil [ IP : 125.27.83.18 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 เมษายน 2558 / 10:32
# 78 : ความคิดเห็นที่ 4824
กรี๊ดดดดดดด วอดก้าเปียกน้ำ นึกภาพ กรี๊ดดดดด หล่อจัง -..-
PS.  ทุกอย่างมี 2 ด้าน เช่นเดียวกับ ราตรีที่มืดมิดแต่กลับสวยงามอย่างประหลาด ซึ่งมันแล้วแต่ว่าใครจะมองด้านไหนเท่านั้นของมันเท่านั้น เช่นเดียวกับความรัก ที่มีทั้ง ความทุกข์และความสุข
Name : Hydrangea < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Hydrangea [ IP : 101.109.90.170 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 ตุลาคม 2557 / 19:30
# 77 : ความคิดเห็นที่ 4306
อยากกรี๊ดมากมาย! มันน่ารักมากเลยอ่ะ
อ่านทีหน้าแดงที ฮาที แบบชอบมาก 555 พี่ค่ะถ้าแต่งเสดแล้วทำขายเลย
หนับหนุนๆๆ เด้วซื้อคนแรกเลย!!!
Name : เจ้าหญิงลาฟลอร่า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้าหญิงลาฟลอร่า [ IP : 110.168.229.3 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 กรกฎาคม 2557 / 06:52
# 76 : ความคิดเห็นที่ 3940
พวกน้ำเมานี่โหดเป็นบ้าเลยนะ ยูดาสชอบวอดก้าใช่ไหมเนี่ย
PS.  One Piece สมบัติในตำนานโดยเชื่อว่าซ่อนอยู่ในส่วนที่ลึกสุดของแกรนด์ไลน์โดยจ้าวแห่งโจรสลัด โกลด์ โรเจอร์ โดยวันพีซไม่มีใครรู้ว่าหน้าตาและรูปร่างเป็นอย่างไร [สมบัติอันล้ำค่าในตำนานนั้นคือ G-BOM ]
Name : —•’HeAvN‘•— < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ —•’HeAvN‘•— [ IP : 1.47.70.78 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 มิถุนายน 2557 / 04:39
# 75 : ความคิดเห็นที่ 3938
ไดซ์หึงโหดจังครับ แอบฟินนิดๆ อิอิ
Name : Wolf Black < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Wolf Black [ IP : 27.145.43.126 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 มิถุนายน 2557 / 04:03
# 74 : ความคิดเห็นที่ 3817
กรี๊ดดดดดฟินนนนนน >,.< ไดซ์หึงโหดดดดดด
PS.  เยสสส ว่างแล้ว ๆๆๆๆๆๆ
Name : TheSaiALone < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ TheSaiALone [ IP : 101.51.45.90 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มิถุนายน 2557 / 17:21
# 73 : ความคิดเห็นที่ 3568
โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยย ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลให้ที เลือดจะหมดตัวอยู่แล้วววววววววว
กรี๊ดดดดดดดดดดด ไรต์หนูรักไรต์มากเลยยยยย ขอบพระคุนอย่างสูงที่แต่งนิยายเรี่องนี้
ตอนที่หนูอ่านอ่ะ หนูเขินจนเอามือขูดฝาผนังจนเป็นรอยเล็บเลยอ่ะ ทำไงดีอ่ะ
โดนพ่อกับแม่ทำโทษ ห้ามแตะแท็บเล็ตเป็นเวลา1อาทิตย์ หนูต้องขาดใจตายแน่เลย
แต่ว่าไม่เป็นไรหนูรอได้ แต่ว่าไรต์ต้องมาต่อนะค่ะหนูติดตามอยู่(คือว่าอ่านแล้วอ่านอีกอ่ะนะ^^)
Name : หมินหมิน [ IP : 101.108.84.16 ]

วันที่: 25 พฤษภาคม 2557 / 23:03
# 72 : ความคิดเห็นที่ 3377
สนุกมากๆเลยค่ะไรต์ 
Name : ahn01 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ahn01 [ IP : 49.48.54.249 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 พฤษภาคม 2557 / 21:14
# 71 : ความคิดเห็นที่ 2482
อ้ากกก ชอบๆๆๆๆๆๆๆอัพๆๆๆๆ.

อยากให้ว็อดเก้าเท่ๆ&เซ็กซี่ขึ้นเรื่อยๆ
Name : INDY GIRL < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ INDY GIRL [ IP : 101.108.74.22 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 มีนาคม 2557 / 21:33
# 70 : ความคิดเห็นที่ 2363
สุดยอด O///O วอดก้าบันไซ เอาไป10ดาว ไดซ์ก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ คิดจะแอบไปเก็บไว้คนเดียวล่ะสิ
PS.  SJC 99, wanna be cheerleader Dragotiar ดราโกเธียร์ มหานครแห่งมังกร Fic baramos:The new princess ป่วนทายาทรุ่นสอง
Name : parn ™🍭🎈 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ parn ™🍭🎈 [ IP : 182.52.233.24 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มกราคม 2557 / 17:38
# 69 : ความคิดเห็นที่ 2328
อ้ายยยย วอดก้าน่ารักอ่าาา 
PS.  境界の彼方...栗山未来...神原秋人
Name : sss.doofa < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sss.doofa [ IP : 58.11.229.106 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 มกราคม 2557 / 21:03
# 68 : ความคิดเห็นที่ 2162
นางเอกน่ารักกกกกก ><
PS.  รักนะ แต่ไม่แสดงออก ^^
Name : SKK~hoUse < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SKK~hoUse [ IP : 125.24.166.176 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 ธันวาคม 2556 / 22:51
# 67 : ความคิดเห็นที่ 1926
ชอบมากจ้าา
PS.  ภาระหน้าที่ที่ต้องแบกรับทำให้สิ่งที่ปรารถนาไม่อาจสมหวัง
Name : ♕เดย์♕ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ♕เดย์♕ [ IP : 58.8.21.233 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 พฤศจิกายน 2556 / 06:27
# 66 : ความคิดเห็นที่ 1754
ชอบมากเลย สนุกมากค่ะ
Name : somkrikri < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ somkrikri [ IP : 115.67.135.228 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 ตุลาคม 2556 / 18:31
# 65 : ความคิดเห็นที่ 1753
ชอบมากเลย สนุกมากค่ะ
Name : somkrikri < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ somkrikri [ IP : 115.67.135.228 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 ตุลาคม 2556 / 18:31
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android