คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 43 : บทที่ 42 กิจกรรมป่วนหรรษา เกมส์ภารกิจ ??? 2 ( 100 % )


     อัพเดท 19 ต.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 2,782 Overall : 679,512
15,917 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7629 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 43 : บทที่ 42 กิจกรรมป่วนหรรษา เกมส์ภารกิจ ??? 2 ( 100 % ) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 14021 , โพส : 57 , Rating : 13% / 152 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

 

บทที่  42  กิจกรรมป่วนหรรษา  เกมส์ภารกิจ ???  2 ( 100 % )

 

 

 

ทางด้านวอดก้าซึ่งอยู่ชุดคลุมก้มหัวลงทักทายคนที่เดินผ่านซึ่งมีทั้งเหยื่อเหมือนกันและผู้ล่าจนดูไม่ออกว่าใครอยู่หอไหนและเป็นใครตามมารยาทเพราะตราบใดที่เวลาสองชั่วโมงแรกยังไม่จบก็ไม่มีปัญหาที่จะผูกมิตรแต่ดูท่าวอดก้าจะเจอคนที่ดูจะไม่ชอบหน้าวอดก้าอย่างแรกแม้จะไม่เห็นหน้าก็ตาม  ถ้าจะโทษก็ต้องโทษรัศมีอันเจิดจรัสของเจ้าตัวอ่ะนะ  ตอนนี่เขากำลังเดินตามนางกำนัลคนหนึ่งซึ่งกำลังพาเขาไปหาองค์ชายคาลิดาส  แองบราวน์ เรียกสั้น ๆ ก็ญาติของรองหัวหน้าของเขานั่นแหละ

 

เหอ ๆๆ เรื่องเงินนี่เขาดวงดีก็จริงแต่ทำไมเรื่องอื่นมันดูจะซวยจังฟะ

 

วอดก้าคิดในใจก่อนนางกำนัลคนนั้นจะพาหยุดที่ประตูบานใหญ่บานหนึ่งซึ่งมีนายทหารเฝ้าไว้อีกสองคน  นายทหารคนหนึ่งทำสีหน้าลำบากใจเมื่อกล่าว

 

   ดูเหมือนเจ้าชาย...จะไม่ทรงต้องการให้ใครเข้าห้องน่ะ ”  นางกำนัลคนนั้นมองที่วอดก้าแวบหนึ่งแล้วเคาะประตูแล้วส่งเสียงเรียกเจ้าชายคาลิดาส

 

  องค์ชายเพคะ...วันนี้มีกิจกรรมของโรงเรียนและจะมีนักเรียนมาทำภารกิจที่จะสอนการต่อสู้ให้องค์ชายน่ะเพคะ  โปรดทรงออกมาเถอะเพคะ ”

 

  ไม่...เราไม่ออก !  เสียงใสเสียงหนึ่งตะโกนตอบ  วอดก้าขมวดคิ้วเมื่อเริ่มจับเค้าลางอะไรได้  ดันลืมถามข้อมูงจากเตกีล่าซะได้ว่าองค์ชายมีอายุเท่าไหร่

 

  แต่เขาจะมาสอนการต่อสู้ที่องค์ชายโปรดให้นะเพคะ ”  นางกำนัลสาวยังคงพยายามโน้มน้าว

 

  แต่...ยังไงพวกคนสอนก็ไม่กล้าทำอะไรข้าตรง ๆ อยู่ดี !  การสอนน่าเบื่อพรรค์นั้นข้าไม่เอาด้วยหรอก !  เสียงในห้องตะโกนตอบ  เขาคิดในใจขำ ๆ 

 

   ...แต่องค์ชายเพคะ...

 

   ไม่รู้ !   ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ  องค์ชายในห้องก็ตะโกนแทรก  วอดก้ากางมือห้ามนางกำนัลแล้วกระแอมเล็กน้อย  พร้อมกับเปล่งเสียงเอ่ย

 

  ไม่ต้องเป็นกังวลเพคะองค์ชาย  เขามาทำภารกิจของโรงเรียนซึ่งคือการสอนองค์ชาย  เขาต้องไม่สอนเล่น ๆ หรือเหมือนครูฝึกอื่น ๆ แน่ ๆ เพคะ    เสียงหวานใสของนางกำนัลสาวหลุดจากริมฝีปากใต้ฮู้ด  ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของผู้เป็นทหารและเจ้าของเสียง

 

  จริงเหรอ เฟรเซียร์  ?    อีกฝ่ายถาม  น้ำเสียงเริ่มแสดงความลังเล  วอดก้ายิ้มที่มุมปากแล้วตอบ

 

   จริงแน่นอนเพคพะ  ถ้าหากเขาไม่สอนองค์ชายแบบครูกับลูกศิษย์เขาจะทำภารกิจไม่เสร็จ  นอกจากนี้เขายังบอกกับหม่อมฉันด้วยว่าจะเป็นเพื่อนเล่นกับองค์ชายนะเพคะ ”

 

  แล้ว...แล้วคนที่จะมาเป็นเพื่อน ... มาสอนข้าเป็นใคร ?    น้ำเสียงของอีกฝ่ายเริ่มแสดงความอยากรู้

 

   เป็นหัวหน้าชั้นปี  ทำงานในสภากลางด้วยตำแหน่งผู้คุมกฏฝ่ายขวาและเป็นมือขวาของผู้อำนวยการโรงเรียนด้วยเพคะ ”

 

   งั้น...เรายอมเรียนด้วยก็ได้  เสียงใสที่ตะโกนตอบพร้อมเสียงวิ่งทำเอานายทหารทั้งสองและนางกำนัลนับถือในความฉลาดของผู้ที่จะมาทำภารกิจอย่างวอดก้าจริง ๆ

 

แอ๊ด !

 

เสียงบานประตูขนาดใหญ่เปิดพร้อมร่างของเด็กชายอายุราว 8  ขวบ  มีเส้นผมสีน้ำตาลเข้มและนัยน์ตาสีฟ้าใส  ใบหน้ามีส่วนคล้ายโรมีเซียอยู่พอสมควรเลยทีเดียว

 

คาลิดาสเงยหน้ามองนางกำนัลประจำตัวซึ่งยืนนิ่งพร้อมบุรุษแปลกหน้าในชุดเสื้อคลุมสีดำและมีผ้าคาดครึ่งหน้าให้เห็นเพียงนัยน์ตาสีม่วงแดงทออำนาจและเส้นผมสีน้ำตาลเข้มอมทองปลาย ๆ เท่านั้น

 

   เจ้าหรือที่จะมาสอนข้า ? ”  นัยน์ตาสีฟ้ามองวอดก้าอย่างสำรวจเรียกเสียงกลั้นหัวเราะน้อย ๆ ในลำคอพร้อมกับมารยาทที่ถูกนำมาใช้  แทนที่วอดก้าจะถอนสายบัวตามแบบฉบับหญิงสาวกลับแนบมือขวาที่อกซ้าย  เท้าชิดแล้วโค้งตัวอย่างสง่างาม  เสียงทุ้มที่เมื่อครู่นี้บอกความเจ้าเล่ห์ของเจ้าตัวเปล่องออกอย่างสุภาพ

 

   กระหม่อมเองพะยะค่ะ ”  นางกำนัลนั้นทำท่าจะท้วงแต่วอดก้ายื่นนิ้วเรียวทาบริมฝีปากของนางกำนัลประจำตัวองค์ชายแล้วส่ายหน้า  เป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องพูดว่าเขามาจากโรงเรียนหญิงล้วน เฟรเซียร์ที่ได้เห็นนัยน์ตาคมดั่งบุรุษแม้จะเป็นหญิงก็หน้าแดงระเรื่อ  ยิ่งเห็นแววอ่อนโยนและอบอุ่นของวอดก้าที่ดันเผลอหว่านเสน่ห์ ( โดยไม่รู้ตัว )  ก็ยิ่งหน้าแดงจรดหู

 

   พร้อมหรือยังที่จะเรียนกับกระหม่อม ? ”  วอดก้าถามองค์ชายตัวน้อยที่มองวอดก้าตาแป๋ว  อีกฝ่ายเชิดหน้าขึ้นเสมือนไม่ยอมแพ้แล้วบอกเสียงหนักแน่น

 

   ข้าพร้อมอยู่แล้ว !

 

   ดี    วอดก้าพยักหน้าอย่างพึงพอใจแล้วหันไปบอกนางกำนัลสาว    รบกวนท่านพาข้าไปยังสวนที่สงบ ๆ ที  

 

เฟรเซียร์ทำสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยแต่เพราะคำสั่งขององค์กษัตริย์ซึ่งบอกว่ามันเป็นภารกิจให้อำนวยความสะดวกให้กับนักเรียนของทางสถาบันให้ดีทำให้เธอเดินนำอีกฝ่ายที่เริ่มชวนองค์ชายคุยอย่างสนุกสนาน  เล่าประสบการณ์ตื่นเต้นต่าง ๆ จนนัยน์ตาสีฟ้าเริ่มทอความสนิทสนมแล้วบ้างจนในที่สุดวอดก้าก็มาถึงสวนอันเงียบสงบแห่งหนึ่ง

 

  ขอบคุณคุณเฟรเซียร์มาก  

 

  มันเป็นหน้าที่ของดิชั้นอยู่แล้วคะ  ตั้งใจเรียนนะเพคะองค์ชาย ”  ก่อนนางกำนัลสาวจะย่อกายลงถอนสายบัวแล้วจากไป  วอดก้ายิ้มให้องค์ชายตัวน้อย  ทรุดนั่งลงแล้วเรียกให้องค์ชายนั่งลงตาม

 

   นั่งสิพะยะค่ะองค์ชาย    เจ้าชายคาลิดาสทำหน้ามุ่ยเล็กน้อยเมื่อมีคนสั่งแต่เพราะบิดาที่สอนมาอย่างดีว่าต้องเชื่อฟังผู้เป็นอาจารย์ทำให้เด็กชายตัวน้อยทรุดนั่งลง

 

   วันนี้กระหม่อมจะมาสอนศิลปะการป้องกันตัวพื้นฐานให้องค์ชาย  องค์ชายเคยเรียนมาบ้างหรือไม่ ?    วอดก้าถามเพื่อที่จะได้รู้ว่าควรสอนอะไรเพิ่มตรงไหน

 

  อืม...เราก็เรียนการใช้ร่างกายเป็นอาวุธอะไรประมาณนี้  แต่เวลาซ้อมมือพวกอาจารย์จะแกล้งอ่อนข้อให้ข้า  ข้าก็เลยไม่อยากเรียนกับพวกนั้น  

 

   งั้นหรือ ?  แต่ถ้าองค์ชายเรียนกับกระหม่อม  กระหม่อมจะไม่มีการออมมือ   ขอถามหน่อยว่าองค์ชายต้องการแข็งแกร่งขึ้นหรือไม่ ? ”  องค์ชายคาลิดาสทำท่าครุ่นคิดแล้วพยักหน้าตอบ

 

   อยากสิ ! ข้าอยากเก่งเหมือนเสด็จพี่และเสด็จพ่อ  ใคร ๆ จะได้รังแกข้าไม่ได้    วอดก้าเลิกคิ้วเมื่อเห็นท่าทางนั้นแล้วนั่งชันเข่าข้างหนึ่งขึ้นมา

 

  แค่นั้นหรือ ?  

 

  อืม...  เด็กชายตอบด้วยน้ำเสียงงุนงง

 

  แล้วไม่อยากทรงเก่งขึ้นเพื่อปกป้องคนสำคัญของพระองค์บ้างหรือ ? ”

 

  ปกป้อง...คนสำคัญ ? ”  อีกฝ่ายทวนคำ  วอดก้าพยักหน้าแล้วรอฟังคำตอบเมื่อเห็นลูกศิษย์ของเขาทำท่าคิด

 

  อยากสิ ! ข้าอยากเก่งเพื่อปกป้องเสด็จแม่  เสด็จพ่อ  เสด็จพี่โรมีเซีย  เสด็จพี่มาคัส  แล้วก็...แล้วก็...  พอพูดถึงตรงนี้  ใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายก็กลายเป็นแดงระเรื่อ  พูดตะกุกตะกัก  นักฆ่ารูปหล่อที่จับใจอะไรได้ยิ้มกริ่มแล้วหยอกอีกฝ่ายแม้จะสงสัยชื่อที่ไม่คุ้นหูชื่อหนึ่งก็เถอะ

 

  พระองค์มีคนที่ชอบแล้วหรือพะยะค่ะ  ?  

 

   ปะ...เปล่านะ ! ข้า...ข้ายังไม่มีคนชอบซะหน่อย ! องค์ชายตัวน้อยปฏิเสธ  ใบหน้าเลิกลั่ก  จนวอดก้าต้องหัวเราะคิกคัก

 

   เจ้าหัวเราะอะไร ! เด็กชายตวาดถามด้วยใบหน้าที่ยังไม่หายแดง  แต่วอดก้าก็เปลี่ยนมาดแล้วเริ่มพูดเข้าเรื่อง

 

  ช่างเรื่องนั้นก่อนเถอะ...เรียกกระหม่อมว่าราตรีก็ได้นะพะยะค่ะ  เรามาเริ่มเรียนเกี่ยวกับการต่อสู้ด้วยมือเปล่ากันดีกว่า    เขาเริ่มพูดเกริ่น  มองดูองค์ชายที่เริ่มแสดงความสนใจฟัง

 

   การต่อสู้ด้วยมือเปล่าคือการป้องกันตัวด้วยใช้ศาสตร์ของร่างกายทุกส่วนเป็นอาวุธเมื่อไร้อาวุธและต่อสู้กับผู้ที่มีอาวุธ  เป็นการเรียนเพื่อฝึกทั้งจิตใจและร่างกาย  ป้องกันได้ทุกอย่างโดยการต่อสู้ประเภทนี้จะแบ่งได้เพียงอย่างเดียวคือการต่อสู้ระยะประชิด  แม้ใช้ได้เพียงมือก็สามารถล้มศัตรูได้ ”

 

   แค่มือก็ชนะได้แล้วหรือราตรี ? ”  เด็กชายส่งเสียงถาม

 

   ได้อยู่แล้วกระหม่อม  เพียงนิ้วเดียวองค์ชายก็สามารถทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บได้ ”

 

   สอนต่อสิราตรี ”  องค์ชายตัวน้อยเร่งด้วยความอยากรู้  เรียกรอยยิ้มน้อย ๆ ได้จากเจ้าตัวก่อนวอดก้าจะเริ่มอธิบายถึงการขยับท่าทางและจุดอ่อนของร่างกายมนุษย์และปีศาจ  โดยมีสายตาสองคู่ที่มองมานั่นคือเรย์และเอวาเจลีนนั่นเอง  ทั้งสองได้รับภารกิจคุ้มครององค์ชายคาลิดาส  ตอนที่พวกเขามาก็พบว่ารุ่นน้องคนเก่งกำลังสอนอค์ชายอย่างสนุกสนานจนมองและระวังห่าง ๆ เท่านั้นเพราะยังไงก็มีวอดก้าคอยดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว

 

  ดีจังนะที่ได้วอดก้ามาดูแลองค์ชายใกล้ ๆ   เอวาเจลีนพูดลอย ๆ  กอดอกพิงเสาโดยที่ข้าง ๆ มีร่างสูงของผู้เป็นเพื่อนผมสีดำยืนทำหน้าเย็นชาอยู่

 

  อืม...  เรย์รับคำสั้น ๆ แล้วปรายตามองรุ่นน้องคนโปรดของผู้เป็นเพื่อนเล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจเพราะพวกเขาคอยระวังการป้องกันอยู่ห่าง ๆ และอีกไม่นานก็จะครบเวลาสองชั่วโมงแรกแล้วด้วย

 

พลั่ก !

 

  องค์ชายบิดและจับสลับมือกันทำให้สามารถจับกระหม่อมทุ่มได้และสามารถทำให้กระหม่อมสามารถใช้แรงองค์ชายที่จะทำร้ายกระหม่อมเป็นการย้อนทำร้ายองค์ชายเอง    วอดก้ามองร่างขององค์ชายตัวน้อยซึ่งมอมแมมด้วยเศษดินเพราะการฝึกและกำลังยันกายขึ้นจากพื้น  นัยน์ตาสีฟ้าใสไร้ซึ่งอาการโกรธ  มีเพียงความเชื่อฟังและตั้งใจจนวอดก้าต้องเอ่ยชม

 

  เก่งมากพะยะค่ะองค์ชาย  เดี๋ยวเราจะพักกันสักครู่นึงนะพะยะค่ะ ” วอดก้าบอก  องค์ชายคาลิดาสเงยหน้าแย้ง

 

  แต่เรายังยากฝึกต่อนี่นา  เรากำลังจะทำได้แล้วเชียว ”

 

   แต่พระองค์ก็ทรงเหนื่อย ”  วอดก้ามองยิ้ม ๆ มีเห็นหยาดเหงื่อผุดพรายบนใบหน้าน่ารักนั่น

 

   เรายังไหว ราตรี ”  เด็กชายตอบกลับอย่างดื้อดึง  แต่ก็ถูกวอดก้าที่นั่งลงก่อนฉุดให้นั่งลงบนตักแทน

 

   องค์ชายไม่ควรฝืนนะพะยะค่ะ  การฝึกต้องมีการพักเพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูความเหนื่อยล้า  ถ้าเราฝืนต่อในสถานการณ์ที่ต้องสู้กับศัตรู  เมื่อถึงคราวคับขันและตัวพระองค์ทรงหมดแรงจะกลายเป็นพระองค์ที่แย่นะพะยะค่ะ ”

 

  เข้าใจแล้ว    องค์ชายคาลิดาสพยักหน้ารับอย่างหงอย ๆ เมื่อได้รับฟัง   ทำให้วอดก้าถอนหายใจเบา ๆ ดึงน้ำชาร้อน ๆ และพายหอม ๆ ออกมาจากอากาศราวกับเล่นกล

 

  อีกอย่าง  กระหม่อมอยากให้องค์ชายลองทานน้ำชาและขนมฝีมือกระหม่อมเองด้วยนะพะยะค่ะ ”

 

  หือ ?   องค์ชายอุทานเมื่อมองเห็นการกระทำของวอดก้า     เจ้าทำเองหรือราตรี ?    วอดก้าพยักหน้าช้า ๆ ส่งพายร้อน ๆ หอมกรุ่นให้ผู้เป็นลูกศิษย์แล้วกวักมือเรียกผู้เป็นรุ่นพี่ซึ่งอยู่ในเงามืดอย่างเชิญชวน  เอวาเจลีนและเรย์เดินตามออกมาอย่างง่ายดายแล้วทรุดนั่งล้อมเป็นวงพร้อมกับแนะนำตัวเอง

 

  กระหม่อม เรย์   มิราฟเซฟ จากสาธิตเซนต์ปิแยร์มาทำภารกิจคุ้มครององค์ชายพะยะค่ะ ” น้ำเสียงเรียบเย็นของเรย์ก็ยังคงเย็นจับขั้วหัวใจผิดกับอีกคนที่ยิ้มกว้างอบอุ่น  แม้จะมีผ้าผิดไว้แต่ความอบอุ่นของนัยน์ตาสีทองก็พอทำให้องค์ชายตัวน้อยคลายใจแม้จะสงสัยบ้างว่าเป็นนักเรียนโรงเรียนหญิงล้วนแต่ทำไมพูดคำแบบผู้ชาย

 

   กระหม่อม เอวาเจลีน  เซนิว จากสาธิตเซนต์ปิแยร์มาทำภารกิจคุ้มกันองค์ชายเช่นกันเพคะ ” เด็กชายหันมากระตุดเสื้อคลุมวอดก้า

 

  ราตรี...เจ้ารู้จักพวกเขาไหม ? ”

 

  พะยะค่ะ  พวกเขาเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนของกระหม่อมเอง    วอดก้าตอบยิ้ม ๆ มองดูทั้งสามนั่งทานขนมอย่างสบายอารมณ์หากแต่ทันใด  ผ้าโพกหัวของพวกเขาก็ปรากฏสัญลักษณ์รูปมงกุฏสีทองขึ้นพร้อมเสียงระฆังจากใบภารกิจที่ดังเป็นสัญญาณว่าหมดเวลาช่วงปลอดภัยแล้ว

 

ร่างของรุ่นพี่ที่เป็นผู้ล่าคนหนึ่งปรากฏในทันใด  แม้จะมีผ้าปิดคาดครึ่งหน้าไว้  แต่มือของอีกฝ่ายก็เปิดฮู้ดขึ้นเผยให้เห็นผ้าโพกหัวสีดำ  เรย์และเอวาเจลีนมองทางวอดก้าที่ยิ้มกว้าง  หยัดกายลุกขึ้นแล้วปล่อยให้ผู้เป็นรุ่นพี่ดื่มชาต่อไปขขขณะที่ปลายเท้าก้าวไปหาอีกฝ่าย

 

เรย์พยักหน้าให้วอดก้า  บาเรียสีทองสว่างปรากฏขึ้นครอบคลุมเขา  เอวาเจลีนและองค์ชายตัวน้อยเอาไว้แล้วรอดูการต่อสู้

 

  สวัสดีครับ...จะแบบไหนดีครับ ”  วอดก้าค้อมศีรษะให้ผู้ที่ดูท่าจะเป็นรุ่นพี่จากต่างหอซึ่งมองมาทางวอดก้าด้วยสายตาประเมิน  อีกฝ่ายทักทายกลับแล้วตอบอย่างรู้ดี

 

  มือเปล่า ”

 

  ถ้าพลั้งมือก็ขออภัยด้วยนะครับ ”

 

  อืม...  รุ่นพี่หอตรงข้ามพยกัหน้ารับรู้  ฉีกขาแล้วตั้งการ์ดขึ้น  เช่นเดียวกับวอดก้าที่ส่งเสียงบอกลูกศิษย์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบเพราะอีกฝ่ายดูว่าจะเป็นคนชำนาญการต่อสู้ไม่ต่างกัน

 

  ดูการต่อสู้ง่าย ๆ ที่กระหม่อมสอนพระองค์ให้ดีนะพะยะค่ะ    ทันทีที่กล่าวจบ  อีกฝ่ายก็พุ่งเขามาทันใดพร้อมหน้าแข้งที่ยกสูง  เตรียมฟาดลงที่ก้านคอของเหยื่อแต่มีหรือเหยื่อจะยอมง่าย ๆ การ์ดซ้ายยกขึ้นตั้งอย่างง่ายดายแล้วเอียงหัวหลบหมัดของผู้ล่าไปมา  มีตอบโต้บ้างแต่ก็เล็กน้อยขณะที่ปากก็กล่าวไปเช่นกัน

 

  การต่อสู้สำหรับคนที่มีร่างกายและแรงมากกว่าตนเองต้องรู้จักพลิกแพลงพื้นฐานและหาช่องว่างของศัตรูแต่ในขณะเดียวกันเมื่อเริ่มแรกควรตั้งรับเท่าที่จะทำได้ก่อน ”

 

  เพราะ...  คนส่งเสียงถามไม่ใช่องค์ชายแต่เป็นคู่ต่อสู้ของวอดก้า

 

  มันจะทำให้ศัตรูหมดแรงเร็วขึ้น  แต่ในกรณีที่อีกฝ่ายแรงเยอะและรู้จักการรักษากำลังของตัวเอง  เราต้องหาทางโจมตีที่จุดอ่อนและหลอกล่อศัตรูให้คลายความระวังที่ที่เราต้องการ ”  นักฆ่าสาวว่าด้วยรอยยิ้ม  นัยน์ตาหรี่ลงมุ่งที่ลิ้นปี่พร้อมฝ่าเท้าที่ยกสูงเพื่อเตะได้อย่างถนัดแต่อีกฝ่ายก็เหมือนดูออก  รีบพลิกตัวไปอีกทางแต่นั่นทำให้วอดก้าไถลตัวต่ำแล้วกวาดขาเข้าที่ข้อพับฝ่ายตรงข้ามจนผู้เป็นผู้ล่าลงไปกองกับพื้น  แต่ก็สมกับที่เป็นคนที่ชำนาญ 

 

เขาใช้มือยันแล้วดีดตัวลุกพร้อมเกร็งข้อขา  พลิกเตรียมเตะช่องท้องซึ่งเป็นช่องว่างของวอดก้า  แต่วอดก้าก็กระตุกยิ้ม  ใช้มือทั้งสองข้างตั้งขวางไว้ทำให้ไม่ได้รับแรงเตะอันรุนแรงนั้น  และเพราะอีกฝ่ายหมุนข้อเท้าซ้ายแล้วเอียงไปทางเดียวกันทำให้ช่องว่างที่คออีกฝ่ายปรากฏ  ขาของวอดก้ายกสูงเพื่อให้สามารถตวัดขาลงไปที่ก้านคออีกฝ่ายให้แม่นยำ   แต่ผู้ล่าคว้าขาข้างนั้นไว้แล้วบิดตัวเพื่อที่จะจับขาของวอดก้าเป็นแรงเหวี่ยงและทุ่มคนเป็นเหยื่อลง   แต่วอดก้าก็ใช้วิธีที่สอนลูกศิษย์  มือข้างหนึ่งจับแขนที่จับขาตัวเองไว้  อีกมือจับที่คอเสื้อ  ออกแรงเบา ๆ ร่างของผู้ล่าซึ่งถูกนำมาเป็นการสาธิตฝึกสอนให้องค์ชายก็ลอยละลิ่วไปไกลกว่าสามเมตรเพราะทันทีที่อีกฝ่ายหลุดมือ  วอดก้าหมุนขาที่หลุดจากการเกาะกุมฟาดเปรี้ยงเข้าที่คอรุ่นพี่  ได้ยินเสียงกร็อบดังลั่น 

 

เอวาเจลีนดูอาการของผู้ล่า  เมื่อเห็นแค่สลบก็ออกอาการไม่สนใจใยดีนอกจากดึงผ้าโพกหัวสีดำของอีกฝ่ายออกแล้วใช้มนตร์เคลื่อนย้ายอีกฝ่ายให้ไปไกล ๆ เพราะกติกานำผ้าติด ๆ กันสองผืนจากคนคนเดียวกันเลยไม่ได้  วอดก้าระบายรอยยิ้มบางให้องค์ชายน้อยที่มองอย่างตกตะลึงเพราะใบหน้าของผู้เป็นอาจารย์ไม่มีแม้แต่หยาดเหงื่อ  เจ้าตัวหันไปคุยกับรุ่นพี่ผมสีเขียวอ่อนด้วยท่าทางสบายอารมณ์

 

  ได้มาหนึ่งผืนแล้วสินะ ”

 

   จ้ะ  เดี๋ยวก็มีเหยื่อมาอีกเองล่ะจ้ะ ” เอวาเจลีนว่าพลางส่งเสียงหัวเราะคิกคัก  วอดก้าบอกเสียงกลั้นหัวเราะ

 

   รู้สึกว่าเราจะเป็นเหยื่อนะครับ ”

 

 

ด้านวิสกี้

 

  ผมมาทำภารกิจคัดลอกหนังสือครับ ”  วิสกี้ส่งใบภารกิจให้บรรณารักษ์รูปหล่อตรงหน้าพลางทำหน้าแหย ๆ เมื่อเห็นรอบตัวเขาเองเต็มไปด้วยหนังสือมากมายซึ่งก็ไม่แปลกเพราะที่นี่คือห้องสมุดหลวงของพระราชวังซึ่ง...นักพนันจอมเจ้าเล่ห์ยังเห็นเด็กโรงเรียนเขาเองอีกเกือบสิบคนอยู่ภายในห้องสมุด  อาจรับภารกิจหาหนังสือไปส่งเองก็เป็นได้

 

  งั้นหรือครับ...ผมเป็นบรรณารักษ์ของห้องสมุดหลวง  ชื่อ ไลท์ ...ไลท์  ควาเซ   บรรณารักษ์หนุ่มผมสีรัตติกาล  นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนอบอุ่นเอ่ยแนะนำตัว   วิสกี้ที่เหม่อ ๆ ส่งเสียงห้ะ ?  อย่างงง ๆ เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากชายหนุ่มอีกฝ่ายซึ่งดูอ่อนกว่าวิสกี้สักปีสองปีล่ะมั้ง

 

  ผมบอกว่าผมชื่อ ไลท์  ควาเซครับ ”  ไลท์อมยิ้มเมื่อเห็นนัยน์ตาสีเขียวมรกตใสมองเขาตาปริบ ๆ ก่อนจะร้องอ้อเมื่อเข้าใจ  รีบแนะนำตัวกลับ

 

  อ้อ...ฉันวิสกี้  เป็นนักเรียนมาทำภารกิจของกิจกรรมน่ะ  อยู่ปีหนึ่ง ยินดีที่ได้รู้จัก แต่ตอนนี้ช่วยเรียกฉันว่า ไนท์ ก่อนนะ ”

 

  ครับ...โรงเรียนสาธิตเซนท์ปิแยร์สินะครับ ”  ไลท์ถาม  วิสกี้จึงพยักหน้าหงึกหงักแล้วชะงักเมื่อเห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าสงสัย

 

  มีอะไรหรือเปล่า ? ”  จนในที่สุดวิสกี้ที่คันปากก็ถามไปตรง ๆ ตามคนปากตรงกับใจ  ชายหนุ่มผมสีรัตติกาลพยักหน้าแล้วชี้ไปที่เสื้อคลุมกับผ้าปิดหน้าของวิสกี้

 

  ทำไมถึงต้องใส่เสื้อคลุมล่ะครับ ”

 

  จริง ๆ มันป้องกันเฉย ๆ สำหรับการเล่นเกมส์น่ะ  นายไม่ชอบเหรอ ? ”  อีกฝ่ายหน้าแดงวูบหนึ่งเมื่อได้ยินคำถามแบบตรง ๆ พูดเสียงเก้อเขิน

 

  ก็...ไม่มีอะไรหรอกครับ ”  วิสกี้เลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วเดินตามอีกฝ่ายซึ่งพาเขาไปห้องสำหรับคัดลอกหนังสือและตำราเก่าแก่  การคัดลอกนั้นมีมานานเพื่อรักษาเนื้อหาและตำนานต่าง ๆ ซึ่งมีมาเป็นเวลานาน  แต่ยังไงหนังสือเองก็มีการชำรุดและขาดหายได้เหมือนกันทำให้มีกลุ่มบรรณาลักษณ์เฉพาะสำหรับคัดลอกตำราเก่าแก่ซึ่งต้องนำไปเก็บและศึกษาต่อ  แน่นอนว่าขั้นตอนนั้นต้องละเอียดละออและเต็มไปด้วยความรอบคอบแบบจะเขียนไม่ให้ผิดสักตัวอักษรไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดปัญหาได้  ในตอนแรกก็เคยมีคำค้านว่าไม่ควรส่งนักเรียนมาทำงานสำคัญอย่างกรคัดลอกตำราโบราณแต่เจอวิเวียย่าส่งเด็กมาทำเรียกความทึ่งให้กับทุกคน

 

คิดดูเจอเด็กปีหนึ่งนั่งคัดลอกตำรากว่าสิบเล่มซึ่งตัวอักษรทั้งพล่าเลือนและเป็นภาษาเก่าแก่  ดูแทบไม่รู้เรื่องเสร็จภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงแถมลายมือสวยงามอ่านง่าย  มีการลงมหาเวทย์ไว้ไม่ให้น้ำหมึกหรือหนังสือชำรุดเสียหายไปกว่าร้อยปี  เล่นเอาคนค้านหน้าเงิบและไม่กล้าหาเรื่องวิเวียย่าซึ่งส่งคนตามมาตอกย้ำและหลอกหลอนทุก ๆ ปีจนกลายเป็นกิจกรรมถึงวันนี้

 

  คุณวิสกี้เคยคักลอกตำราหรือเปล่าครับ ? ”  ไลท์เอ่ยถามพลางเดินไปหยิบปึกกระดาษและหนังสือสำหรับคัดลอกมาให้วิสกี้  นักพนันซึ่งแอบทำหน้าเอียนหนังสือปฏิเสธ

 

  ไลท์ไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณก็ได้  เรียกวิสกี้เถอะ  ส่วนที่ถาม...ไม่เคยเลยสักครั้งในชีวิต ”  อีกฝ่ายหันกลับมามองอย่างไม่เชื่อสายตา  เมื่อตั้งสติได้จึงถามใหม่

 

  แล้วคุณ...เอ่อ...แล้วทำไมวิสกี้ถึงมาทำงานนี้ได้ล่ะครับ ”  วิสกี้ยิ้มแหยให้แล้วบอกเสียงแห้ง

 

  คนมันดวงซวย  หยิบม้วนกระดาษภารกิจนี้ได้อ่ะ ”

 

  หึ ๆๆ    ไลท์หัวเราะเบา ๆ กับท่าทางมุ่ย ๆ ของอีกฝ่าย  ที่แม้จะเห็นเพียงนัยน์ตาสีมรกตแต่ก็พอจะดูได้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนร่าเริงและอารมณ์ดีมากเพียงใด  หลังจากนั้นไลท์จึงเริ่มสอนวิสกี้ว่าเขียนยังไง  ตรวจสอบยังไงและลงมนตร์ยังไง  และไม่นานหนึ่งหนุ่มหนึ่งสาวรูปหล่อก็นั่งคัดลอกตำราด้วยกัน  เมื่อวิสกี้สงสัยอะไรก็จะส่งให้บรรณารักษ์ผมสีดำดู  เช่นเดียวกับบางจุดที่ไลท์ดูไม่รู้เรื่อง  จากที่ต้องส่งไปให้หน่วยแปลข้อความก็เปลี่ยนมาให้วิสกี้ดูแทนเพราะเจ้าตัวสามารถบอกได้อย่างแม่นยำเลยที่เดียว

 

  แล้วก็นะ  หอฉันอ่ะบ้าเงินสุด ๆ จนรวมเงินเก็บของคนทั้งหอที่ไปถล่มคาสิโนเขาทุก ๆ วันหยุดก็ปาไปประมาณยี่สิบล้านกว่าล่ะ ”  วิสกี้เล่าเสียงเริงร่า  นัยน์ตาสีน้ำตาลเบิกกว้างด้วยความตกใจแล้วถามเสียงซื่อ

 

  ขนาดนั้นเชียวเหรอครับ ? ”

 

  อ่าหะ...นายเคยเล่นหรือเปล่าไลท์ ? ”  วิสกี้ย้อนถามเสียงเจ้าเล่ห์  เห็นบุรุษผมสีดำส่ายหน้า  รอยยิ้มใต้ผ้าคลุมก็ฉีกกว้างในทันใด  พร้อมกับนัยน์ตาสีมรกตที่ยื่นหน้าไปชิดใกล้พร้อมเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวในนัยน์ตา 

 

  งั้นเดี๋ยวเราทำภารกิจนี้เสร็จเราจะพานายไปเล่นเอง ”

 

  จะ...จะดีหรือครับ ”  ไลท์ถามเสียงตะกุกตะกัก  แต่ไม่รู้เพราะความลังเลหรือเขินเมื่อเห็นใบหน้านั้นขยับเข้ามาใกล้

 

   ดีสิ ”  วิสกี้รีบกล่าวแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์    ที่คาสิโนมีเครื่องเล่นสนุก ๆ เยอะแยะ เสียเงินน้อยแต่รับทรัพย์มากนะ  แถมมีเครื่องดื่มอร่อย ๆ ด้วย  คนหออัคคีก็เลยลชอบไปกัน ”  นัยน์ตาสีเขียวขยิบให้  พร้อมน้ำเสียงล่อลวง “  เดี๋ยวเราพาไปเอง  

 

  งั้น...ก็ได้ครับ ”  วิสกี้ยิ้มอย่างพึงพอใจแล้วบอกเสียงกระตือรือร้น

 

  งั้นรีบทำให้เสร็จกัน  ของใครของมันนะ ”  วิสกี้ว่าแล้วก้มหน้าก้มตาทำต่อเรียกรอยยิ้มบาง ๆ จากคนนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน

 

เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงกว่า  วิสกี้ที่เขียนไปได้ถึง  9 เล่มหักคอจากการเมื่อยขบทั้งที่หนังสือเล่มหนึ่งหนาเกือบราว ๆ 100 หน้ากระดาษ  แต่มือเรียวก็ตวัดเขียนอย่างฉับไวด้วยการเพียงปรายตามองแวบเดียว   แม้เจ้าตัวจะบ่นบ้างว่าเหนื่อยว่าเมื่อยแต่มือก็ไม่ละจากงานแม้แต่น้อยเรียกอารมณ์ขันได้จากคนเป็นบรรณารักษ์

 

  วิสกี้ถอดเสื้อคลุมและฮู้ดออกแล้วโยนออกไปอย่างไม่ใยดี  ใบหน้ามีหยาดเหงื่อผุดพรายเพราะอากาศที่ร้อนจากเสื้อ  ไลท์ที่เงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัยชะงักเมื่อเห็นใบหน้าสวยและเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนยาวระต้นคอถึงบ่าซึ่งเจ้าตัวเสกปิ่นปักผมไม้ออกมาแล้วม้วนขึ้นเผยต้นคอขาวระหง  นัยน์ตาสีเขียวกระพริบปริบ ๆ เมื่อเห็นใบหน้าเหม่อ ๆ ของบรรณารักษ์รูปหล่อจนวิสกี้ต้องเท้าคางแล้วมองท่าทางนั้นยิ้ม ๆ

 

แหม...คนหน้าตาดีรอบตัวเขาใช่ว่าจะทำท่าซื่อ ๆ  เหม่อ ๆ เหมือนเด็ก ๆ ได้น่ารักแบบนี้

 

เวลาผ่านไปสักพัก  ไลท์ที่ดูจะตั้งสติได้หน้าแดงระเรื่อเมื่อเห็นวิสกี้นั่งมองเขาอยู่  แถมส่งเสียงหัวเราะคิก ๆ อย่างมีเสน่ห์เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่อายุอ่อนกว่าทำหน้าเป๋อเหลอ...ได้น่ารักกว่าไอ้รูทเมทขี้เก๊กร่วมห้องนั่นตั้งเยอะ...

 

วิสกี้สะดุ้งกับความคิดตัวเอง

 

แล้วเราจะไปคิดถึงหมอนั่นทำไมกัน ? !

 

  มะ...มีอะไรระ...หรือเปล่าครับ ”  ไลท์ถามเสียงเลิกลั่กแต่วิสกี้ส่ายหน้าปฏิเสธ  ถามเสียงเย้า ๆ

 

  นายนั่นแหละมองหน้าฉันแล้วนิ่ง ”  เจ้าตัวขมวดคิ้วแล้วจับหน้าตัวเองด้วยสีหน้าที่เริ่มไม่มั่นใจ “  หรือว่าหน้าฉันมีอะไรผิดปกติอ่ะ ”

 

  ...  ไลท์ยังนิ่ง  มองหน้าอีกฝ่ายตาไม่กระพริบเล่นเอาวิสกี้ลนลาน  ถามต่อด้วยสีหน้าแปลก ๆ

 

  นี่ไลท์ ! ตกลงหน้าฉันมีอะไรหรือเปล่า !

 

  ก็...เปล่านี่ครับ ”  ไลท์ตอบยิ้ม ๆ เมื่อเห็นใบหน้าสวย ๆ นั้นทำท่าเอ๋อและงุนงงอย่างน่ารัก  แก้มขาว ๆ นั้นเป็นสีแดงเลือดฝาด ริมฝีปากนั้นเริ่มเมมเมื่อเขินเพราะถูกสายตาคนอายุน้อยกว่าจ้อง

 

  มองอะไร...  วิสกี้เริ่มถามเสียงนิ่งเมื่ออ่านสายตาอีกฝ่ายออก  ไลท์ยิ้มบาง ๆ พูดเสียงนุ่ม

 

  แค่รู้สึกว่าคุณน่ารักดีน่ะครับ ”  ยังไม่ทันที่วิสกี้จะได้พูดย้อนเสียงกริ๊งของระฆังดังขึ้นประสานพร้อมเสียงของระฆังอื่น ๆ เมื่อเขาก้มดูเวลาพบว่ามันครบสองชั่วโมงซึ่งเท่ากับว่าตอนนี้...หมดเวลาของช่วงปลอดภัย  คนในห้องสมุดหลวงก็ล้วนเป็นคนคุ้นหน้าเพราะส่วนใหญ่ต่างก็ถอดชุดออก  หากแต่เพราะมารยาทและการตกลงทำให้ทั้งหมดล้วนสนใจที่งานก่อนเสียมากกว่า  แต่ก็ไม่วายกันท่า  ร่ายอาคมป้องกันเอาไว้เช่นเดียวกับวิสกี้  บาเรียสีเขียวส่องปรากฏขึ้นล้อมโต๊ะของเขาไว้ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว  ไร้ซึ่งกลิ่นอาย  ไร้ซึ่งสัมผัส  ขอเพียงแค่มีคนเข้าใกล้ในรัศมีสองเมตรจะถูกดีดด้วยแรงสะท้อนของอาคมเรียกรอยยิ้มพึงใจได้จากจอมเจ้าเล่ห์

 

  ทำงานต่อเถอะ ”  วิสกี้ชวนด้วยรอยยิ้ม  มือเริ่มขยับเพื่อทำงานของตัวเองต่อ  โดยไม่เห็นนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่ทอประกายอ่อนโยน...และมุ่งหวัง

 

เสียงสนทนาของทหารเฝ้ายามหน้าประตูของห้องสมุดกระซิบคุยกัน

 

  รู้สึกว่าองค์ชายจะไปขลุกกับหนังสือแล้วก็ไปเป็นบรรณารักษ์ช่วยคนในห้องสมุดทำงานอีกแล้วนะ ”  นายทหาร A  กระซิบกับนายทหาร B

 

  ก็นะ...องค์ชายทรงโปรดหนังสือมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วนี่นา  นี่ก็ถูกส่งตัวมาเรียนที่นาโวลล์กับทางพระราชวังเพราะทางมามัวร์มีเรื่องของประเพณีที่ต้องส่งเจ้าชายรัชทายาทมาเรียนที่ต่างแดนน่ะ  แถมได้ข่าวว่าจะเข้าเซนท์ปิแอร์ด้วย ”  นายทหาร  B  มองซ้ายขวาแล้วพูดสนุกปาก

 

  เหรอ ?...ข้าเพิ่งมาอยู่ใหม่เลยไม่ค่อยรู้เรื่อง  แล้ว...องค์ชายไลท์ก้าทรงเป็นยังไงหรือ?     เมื่อผู้เป็นเพื่อนถามอีกฝ่ายก็ไม่ขัด

 

  โห...องค์ชายเป็นคนอ่อนโยนแล้วก็เป็นมิตรกับคนทั่วไปสุด ๆ ฉลาดล้ำเลิศและมีฝีมือดาบเทียบเท่ากับองค์ชายมาคัสเชียวนา  เห็นว่าสนิทกันด้วยล่ะ ”

 

  องค์ชายมาคัส !   นายทหาร  A  อุทานด้วยความตกใจกับสิ่งที่ได้ยินแล้วถามต่อด้วยใบหน้าใคร่รู้    องค์ชายปีศาจที่ว่ากันว่ามีฝีมือดาบเทียบเท่ากับองค์ชายรัชทายาทริสทอร์ผู้เป็นอัจฉริยะอ่ะนะ  โม้เปล่าเนี่ย ? ”  คำท้ายถามเสียงสูงอย่างไม่ยากเชื่อ  นายทหาร  B  มุ่ยหน้าเมื่อเห็นผู้เป็นเพื่อไม่เชื่อ

 

  เออ ! นั่นแหละ...เห็นว่าองค์ชายไลท์ก้ากับองค์ชายมาคัสประดาบด้วยกันบ่อย ๆ ก็เลยสนิทสนมกันมาก  การปราบความวุ่นวายที่เขตแดนก็ได้ฝีมือองค์ชายนี่แหละ ”  ผู้เป็นเพื่อนพยักหน้ารับรู้แล้วถามต่อ

 

  แล้วได้ข่าวองค์ชายเสด็จกลับจากการปราบความวุ่นวายแล้ว  จริงหรือเปล่า ? ” 

 

  ไม่แน่ใจนะ    นายทหาร  B  ทำสีหน้าลังเลก่อนจะรู้สึกถึงสายลมหอบใหญ่ที่พัดผ่านพวกเขาไปจนนายทหารทั้งสองต้องจับหมวกและเครื่องแต่งกายตัวเองให้เรียบร้อย

 

  ลมอะไรเนี่ย...โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้  แรงเป็นบ้า ”  นายทหาร  B  บ่นอุบ

 

  เอาน่า...ก็นี่มันช่วงฤดูร้อน  อากาศก็แปรปรวนอย่างนี้แหละ ”  และโดยไม่รู้ตัว  บุรุษนัยน์ตาสีทับทิมที่เพิ่งเดินผ่านไปพร้อมสายลมหอบใหญ่ยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นน้องชายจากต่างแดนกับนั่งคุยกับหญิงสาวคนหนึ่งด้วยท่าทีสนุกสนาน  ทำให้เขาสามารถรู้ได้ทันทีว่าน้องชายของเขากำลังสนใจเธออยู่

 

  เอ...แล้วองค์ชายคาลิดาสล่ะ  ข้ายังไม่เห็นองค์ชายเลยนะวันนี้ ”  นายทหารคนหนึ่งส่งเสียงถามผู้เป็นเพื่อน

 

  เห็นว่าไปฝึกการต่อสู้กับนักเรียนที่มาทำภารกิจน่ะ  ที่สวน ' สวรรค์นาเวียเซ ' แถมว่าพวกเด็กนักเรียนนอกจากทำภารกิจแล้วยังต้องเล่นเกมส์ด้วยล่ะ ”

 

  หือ...เกมส์อะไร ? ”

 

  จากที่ข้าฟังเด็กเขาเล่า  เห็นว่าคนที่โพกผ้าสีดำต้องหาทางสู้แล้วชิงผ้าสีแดงจากคนอื่น  มันเหมือน ๆ เกมส์ผู้ล่ากับเหยื่อ  โดยที่คนที่มีผ้าสีแดงซึ่งเป็นเหยื่อก็สามารถสู้กับผู้ล่าได้เหมือนกันด้วย  

 

  งั้นก็เหมือนการฝึกฝีมือสินะ    อีกคนถามอย่างไม่แน่ใจ

 

  ใช่  เห็นว่าคนที่มาสอนองค์ชายเป็นถึงหัวหน้าชั้นปีถึงจะแค่ปีหนึ่งแต่ก็ทำงานในสภานักเรียนตำแหน่งผู้คุมกฏฝ่ายขวาแล้วก็เป็นมือขวาทำงานให้ผู้อำนวยการโรงเรียนด้วยล่ะ  

 

  งั้นก็เก่งมากเลยสิ !  เสียงของนายทหารอุทาน

 

  ประมาณนั้นแหละ  ว่าแต่เจ้าได้ดูบอลเมื่อคืนไหม ? โธ่...ทีมข้าน่าเสียดายไปนิดเดียว ”

 

 อย่าว่าแต่ทีมเจ้าเลย  ทีมข้าก็ไม่เหลือ....  หลังจากนั้นนายทหารทั้งสองก็พูดเรื่องสัพเพเหระต่อไป  โดยไม่รู้ถึงนัยน์ตาเย็นชาแต่มีความสนใจแฝงอยู่ของดวงตาสีทับทิมเข้ม  เส้นผมสีส้มอ่อน ๆ เหมือนจะขับให้คนตรงหน้าดูเหมือนบุรุษผู้อารมณ์ดีและรักความสนุกสนานแต่ริมฝีปากบางเฉียบนั้นเรียบตึงขัดกับใบหน้านั้นเป็นอย่างยิ่ง  

 

  ผ้าโพกหัวสีแดง...ดำ ”  รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นที่ริมฝีปากพร้อมร่างที่เลือนหายวับไป  ส่วนด้านวอดก้าที่เริ่มออกอาการบ้าบอ  สอนเด็กชายทำอะไรแปลก ๆ ยังหัวเราะอย่างสุขใจ  ไม่รู้ว่าปัญหากำลังลอยไปหาเสียแล้ว

 

 

 

  น่านแหละ...เอาอีกรอบนะ ฮะๆๆๆ ”  วอดก้าหัวเราะลั่นเมื่อสอนองค์ชายคาลิดาสเต้นท่าไก่อย่างถูกเผาเป็นผลสำเร็จ  แม้หน้านั้นจะมีสีแดงด้วยความอายไม่เว้นแม้แต่เอวาเจลีนที่กลั้นขำ  คนเป็นอาจารย์ยุอีกรอบ

 

  อย่าอายสิคาร์ล   นี่น่ะเป็นท่าจีบสาวเฉพาะเลยนะ  เจ้าต้องออกแรงให้มากกว่านี้ ”  วอดก้าว่าแล้วเต้นเป็นตัวอย่าง  เล่นเอาเรย์ต้องหน้าฟุบดิน  พยายามไม่ขำอย่างยากลำบาก  ส่วนลูกศิษย์คนดีหรือ...ก็นั่งมองตาแป๋วยังไงล่ะ

 

  เอ้า ๆ รุ่นพี่ช่วยร้องด้วยนะ  คาร์ล ! มานี่มา พร้อมหรือยัง ?    เสียงเจ้าเล่ห์ถามยิ้ม ๆ กับเด็กชาย  สรรพนามเรียกขานถูกเปลี่ยนไปในทันใดเมื่อเด็กชายเอ่ยปากขอให้วอดก้าที่โม้เรื่องจีบสาวช่วยสอนทักษะ  ผลเป็นยังไงเหรอ  ท่าหลากหลายท่าถูกสอนอย่างต่อเนื่องและชำนาญโดยมีลูกศิษย์ตัวน้อยช่วยฟัง

 

  ไก่ย่างถูกเผา ~ ไก่ย่างถูกเผา ~ มันจะถูกไม้เสียบ จ๊าก !มันจะถูกไม้เสียบ  จ๊าก ! เสียบข้างซ้าย  เสียบข้างขวา  ร้อนจริง ๆ ร้อนจริง ๆ ร้อนจริง ๆ  ~

 

  ฮะ ๆๆ    เอวาเจลีนกลั้นขำ  จนเมื่อซักซ้อมหลายท่า  วอดก้าก็เอ่ยปากว่าในทันที

 

  ทีนี้  คาร์ล  เจ้าต้องพาข้าไปดูคนที่เจ้าชอบ  ข้าจะได้บอกสเต็ปการเข้าหาถูก เอาล่ะ ๆ ไปเลย  ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วพาข้าเดินเที่ยวเลยดีกว่า ”  เรย์และเอวาเจลีนยิ้มอย่างรู้ทัน  เรื่องพาไปหาสาวเป็นแค่ข้ออ้าง  จริง ๆ แล้วอยากเดินไปตามเก็บผู้ล่าแล้วมากกว่าเพราะตอนนี้พวกเขาได้เพียงหกผืนในเวลาสองชั่วโมงที่ผ่านมาหรือสี่ชั่วโมงหลังเริ่มกิจกรรม   ในตอนแรกคาร์ลหรือคาลิดาสกำสีหน้าลังเลแต่พอถูกวอดก้าชักจูงมาก ๆ ก็ยอมพาไปแต่โดยดี  ขบวนของพวกวอดก้าจึงเริ่มออกเดิน

 

  ตรงนี้คือสถานประลองสำหรับประลองเดี่ยว ๆ และสำหรับจัดงานการต่อสู้ประจำปี ”  เสียงเจื้อยแจ้วนั่นพูดเสียง  อธิบายไปโดยไม่รู้เลยว่าลูกทัวร์นั้นกำลังแย่งชิงผ้ากันอย่างดูเดือด  พอองค์ชายน้อยหันมาดูก็พบแต่แววตาสนใจของทั้งสาม  บ่งบอกได้ว่าตั้งใจฟังเป็นอย่างดี  วอดก้าเอ่ยกระตุ้น

 

  เล่าต่อสิ  พวกข้ายังอยากฟังต่อนะ ”

 

  อืม ๆ ”  เด็กชายรับคำอย่างภูมิใจเมื่อได้อวดความสามารถของตน  เดินไปพูดไปต่อช้า ๆ  โดยไม่รู้เลยว่าเรย์จัดการลากร่างสี่ร่างที่สลบไสลออกไปเรียบร้อยแล้ว  ได้มาอีก  8  ผืนเพราะกติกาบอกว่าคน ๆ เดียวเอาไปสองผืนติดกันไม่ได้  พวกวอดก้าก็เลยสลับกันเอาออกไปซะเลย  เหอ ๆๆ

 

  นั่น...นาง ”  องค์ชายตัวน้อยหน้าแดงระเรื่อ  ชี้ไปที่เด็กหญิงคนหนึ่ง มีผมสีทองนัยน์ตาสีเขียวสดใสกำลังอยู่ในชุดกระโปรงบาน  อายุน่าจะเท่ากันและเด็กหญิงคนนั้นก็กำลังก้มลงเก็บดอกไม้ใส่ในตระกร้าอย่างเป็นสุข

 

  โอ้โห...ตาถึงเหมือนกันนี่กระหม่อม ”  วอดก้ากลับมาใช้คำราชาศัพท์เช่นเดิมเมื่อมีทหารและนางกำนัลเดินผ่าน  คาลิดาสยิ้มเก้อเขินแล้วพูดต่อ

 

  นางชื่ออลิซเซียร์  เป็นลูกของขุนนางคนสนิทของท่านพ่อ  ข้ากับนางก็เลยสนิทกันบ้าง...

 

  อ่าหะ...  วอดก้าพยักหน้ารับก่อนจะหรี่ตาลง  ถามเด็กชาย

 

  องค์ชายรู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นหรือไม่พะยะค่ะ ?  

 

  ก็รู้    เด็กชายบอกเสียงงุนงงแล้วถามกับบ้าง    ทำไมหรือราตรี ? ”  วอดก้ายิ้มเจ้าเล่ห์  ชี้นิ้วไปทางอลิซเซียร์แล้วบอกยิ้ม ๆ

 

  เพราะเดี๋ยวองค์ชายจะได้ใช้วิธีนั้นอย่างไรล่ะพะยะค่ะ ”

 

  ว้าย !   เสียงเด็กหญิงอุทานเมื่อถูกรากไม้ขวางจนสะดุดล้ม  คาลิดาสรีบวิ่งไปดูทันใดก่อนจะทำหน้าตกใจเมื่อเห็นเลือดที่ขาขาวเนียนของเด็กหญิงและใบหน้าเปื้อนน้ำตา  ไปไม่ถูก  เพราะไม่เคยปลอบหญิง  รีบหันขวับไปมองผู้เป็นอาจารย์ก่อนจะพบว่าอาจารย์ทำท่าเต้นให้ดู  เด็กชายจึงนึกอะไรได้

 

  ยะ...อย่าร้องนะอลิซ  เจ็บมากหรือเปล่า ? ”  คาลิดาสค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งอย่างระมัดระวัง  ดูแผลที่หัวเข่าของเด็กหญิงแล้วถามด้วยความเป็นห่วง  อลิซเซียร์ปาดน้ำตาออกแล้วพยักหน้าหลาย ๆ ครั้งแต่น้ำตาก็ไม่หยุดไหลเพราะความเจ็บ 

 

  เอางี้...อลิซเดี๋ยวข้าเต้นอะไรให้ดู เจ้าจะได้ไม่เจ็บ ”  เด็กชายเอ่ยขึ้นเรียกความสนใจจากเด็กหญิงให้เงยหน้าขึ้นมอง  ก่อนคาลิดาสจะเต้นตามสเต็ปที่ผู้เป็นอาจารย์สอนในทันที

 

  ไก่ย่างถูกเผา ~ ไก่ย่างถูกเผา ~ มันจะถูกไม้เสียบ จ๊าก !มันจะถูกไม้เสียบ  จ๊าก ! เสียบข้างซ้าย  เสียบข้างขวา  ร้อนจริง ๆ ร้อนจริง ๆ ร้อนจริง ๆ  ~  ดูเหมือนวอดก้าจะสอนลูกศิษย์ดีเกินไป  มันจึงออกมาฮากลิ้งจนวอดก้าต้องกุมท้อง  เอาหัวโขกเสาดังโป๊ก ! เนื่องจากไม่อยากขัดจังหวะลูกศิษย์เพียงคนเดียวของตัวเอง

 

  ...  เด็กหญิงอึ้ง  ริมฝีปากแดงเริ่มหุบก่อนจะกลายเป็นหัวเราะคิกคักกับท่าทางตลกนั้น  คาลิดาสที่เห็นว่าสิ่งที่อาจารย์สอนได้ผลก็เต้นต่อโดยใส่แรงให้มากกว่าเดิมในทันที

 

    ไก่ย่างถูกเผา ~ ไก่ย่างถูกเผา ~ มันจะถูกไม้เสียบ จ๊าก !มันจะถูกไม้เสียบ  จ๊าก ! เสียบข้างซ้าย  เสียบข้างขวา  ร้อนจริง ๆ ร้อนจริง ๆ ร้อนจริง ๆ  ~ แรงสะดีดสะดิ้งและความเมามันส์ในอารมณ์ทำเอาคราวนี้เรย์เองยังหมดมาด  ตัวสั่นกึก ๆ คู่กับวอดก้า  ส่วนเอวาเจลีนนั้นถูกวอดก้าเอื้อมมือปิดปากไว้ทำให้หัวเราะได้ไม่เต็มเสียง

 

  คิก ๆๆ  ท่าน่ารักจังเลยเพคะองค์ชาย ”  อลิซเซียร์ที่หลุดร้องไห้แล้วกลายเป็นขำพูดยิ้ม ๆ ลืมเลือนความเจ็บปวดไปชั่วขณะ  เด็กชายที่เห็นว่าเด็กหญิงหยุดร้องแล้วจึงล้วงผ้ายาวสีดำ ( ผ้าโพกหัว ) ที่ได้ ( จิ๊ก )  มาจากอาจารย์เล่นเอาสายตาสามคู่เบิกโพล่ง  รวมหัวกันนับผ้าสีดำที่ได้มาใหม่และพบว่ามันหายไปผืนหนึ่งจริง ๆ ด้วยแฮะ  

 

  ร้ายจริง ๆ    วอดก้าพึมพำยิ้มๆ  มองดูเด็กชายที่ร่ายเวทสายน้ำมาล้างบาดแผลให้เด็กหญิงอย่างนุ่มนวล  จริง ๆ เวทนั้นวอดก้าสอนไว้ให้องค์ชายควบคุมน้ำเพื่อสร้างรูปปั้นต่าง ๆ จากน้ำไว้จีบสาวต่างหากแต่ก็เอาเถอะ  ยังไงก็แตกแขนงได้เป็นหลายอย่างอยู่แล้ว

 

คาลิดาสค่อย ๆ พันผ้าสีดำไปมาที่แผลอย่างอ่อนโยนและมุ่งมั่นตั้งใจโดยไม่เห็นสายตาของเด็กหญิงที่แดงระเรื่อเมื่อได้มองพระพักตร์ผู้เป็นองค์ชายใกล้ ๆ

 

  เรียบร้อย  แน่นเกินไปหรือเปล่าอลิซ ”  เมื่อเด็กชายตรวจสอบจนพบว่าเรียบร้อยแล้วก็ถามเด็กหญิงที่มองเขาอยู่  อลิซเซียร์ส่ายหน้าแล้วถูกมือเล็กพยุงให้ลุกขึ้น  เสียงใสแต่จริงจังดังขึ้นที่ข้างหูเมื่อประคองเด็กหญิง

 

  ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า ?    ใบหน้าเล็กนั้นส่ายอีกครั้งจนคาลิดาสส่งเสียงหัวเราะในลำคอ  อดหยอกเย้าไม่ได้

 

  เจ้าทำเป็นแค่ส่ายหน้าหรือ  อลิซเซียร์ ”  ก่อนความคิดนึงจะผุด  มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่ที่ริมฝีปาก    เอ๊ะ ! หรือว่าเจ้าจะไม่สบาย ”  ใบหน้าขององค์ชายยื่นให้หน้าผากของตนทาบกับหน้าผากอุ่นๆ ของเด็กหญิงก่อนจะถอยออกมา

 

  เอ...ก็ไม่มีไข้นี่นา ”

 

  ขะ...ขอบพระทัยเพคะองค์ชาย ” เด็กหญิงกล่าวเสียงตะกุกตะกัก  ไม่กล้ามองรอยยิ้มของคนตรงหน้าตรง ๆ  ส่วนวอดก้าส่ายมือกับเรย์และเอวาเจลีนที่มองเขม็ง  บอกไปมาว่าไม่ได้สอนเรื่องนี้นะ

 

  คาร์ล...เรียกเราว่าคาร์ล  เดี๋ยวเราจะพาเจ้าไปหาหมอหลวง ”  ว่าแล้วก็พยุงเด็กหญิงไปหาผู้เป็นอาจารย์ที่กอดอกพิงเสาอยู่แล้วกล่าวเสียงจริงจัง

 

  ราตรี  เราจะพาเธอไปรักษาแผลก่อน ”  วอดก้าเลิกคิ้วแล้วถามเสียงเย้า

 

  ตามพระทัยพระองค์  ว่าแต่แค่จะพาไปรักษาอย่างเดียวหรือพะยะค่ะ ”   หน้าของทั้งเด็กชายและเด็กหญิงแดงระเรื่อ  ยิ่งหันมาสบตากันก็ยิ่งหน้าแดงก่ำ

 

  แต่...ดูเหมือนว่าเธอจะเดินไม่ไหวนะเพคะองค์ชาย  หม่อมฉันว่าทรงอุ้มไปดีกว่าเพคะ ”  เด็กชายหันขวับแล้วถามด้วยความเป็นห่วง

 

  เจ้าเดินไม่ไหวหรือ ”  ยังไม่ทันที่เด็กหญิงจะปฏิเสธ  วอดก้าก็เอ่ยเสนอ

 

  กระหม่อมว่าให้ขึ้นหลังแล้วให้องค์ชายพาไปรับรองไปถึงเร็วกว่านะพะยะค่ะ  ไม่อย่างนั้นท่านหญิงคนนี้คงจะเจ็บหน้าดูเวลาเดิน ”  ไม่ต้องรอวอดก้าที่กล่าวเสียงเจ้าเล่ห์บอกซ้ำ  คาลิดาสก็ย่อขาข้างหนึ่งลงทันทีแล้วบอกอลิซเซียร์ให้ขึ้นหลัง

 

  ขึ้นมาเร็วอลิซ  เราจะได้ไปห้องหมอหลวงกัน ”

 

  ตะ...แต่ องค์ชายเพ... ยังไม่ทันที่เด็กหญิงจะพูดจบ  คาลิดาสก็หรี่นัยน์ตาสีฟ้าลงแล้วบอกเสียงหนักแน่น

 

  เรียกเราว่าคาร์ล ”

 

  แต่...คาร์ล  มันจะดีหรือ ? ”  เด็กหญิงยอมพูดอย่างว่าง่ายเพราะความหัวอ่อน  เมื่อเห็นบุคคลรอบกายพยักหน้า  เด็กหญิงจึงยอมขึ้นหลังของเด็กชายแต่โดยดี

 

  ระวังหน่อยนะพะยะค่ะองค์ชาย    วอดก้ากล่าวยิ้ม ๆ มองใบหน้าของอลิซเซียร์ที่แดงระเรื่อแล้วคิดว่าอนาคตคนเป็นลูกศิษย์ของเขาคงกลายเป็นเจ้าชายรูปงามคารมคมคายเป็นแน่  ก่อนวอดก้าจะชะงักเมื่อเห็นเด็กชายยกชูสองนิ้วให้ตอนที่อลิซเซียร์มองไม่เห็น

 

  ระวังตัวด้วยนะครับรุ่นพี่ ”  วอดก้าหันไปกล่าวกับรุ่นพี่ทั้งสองซึ่งจะตามไปอารักษ์ขาองค์ชายตัวน้อย  ส่วนวอดก้าที่มีเวลาพักน่ะหรือ...เขาคิดจะไปนอนพักที่สวนซึ่งเป็นที่ฝึกซ้อมเมื่อสักครู่กับองค์ชาย  เพราะเมื่อคืนโรเล่นกรอกหูทุก ๆ นาทีว่าต้องชนะให้ได้เท่านั้นเล่นเอาวอดก้าได้นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมง

 

เมื่อไปถึง เขาเดินลึกเข้าไปในสวนเรื่อย ๆ แล้วหาที่สงบ ๆ ใต้ต้นไม้เอนกายนอน  ผ้าปิดหน้ายังคงอยู่ตามปกติเพราะวอดก้าไม่คิดที่จะเปิดออกเพื่อหาเรื่องใส่ตัวเว้นเพียงฮู้ดที่ปล่อยไปด้านหลังเพื่อให้ลมพัดเข้าหัว  ไม่นานลมหายใจของคนเป็นนักฆ่าก็สม่ำเสมออย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ว่าที่เหนือหัวตนก็มีใครบางคนนอนหลับอยู่  และบัดนี้ร่างนั้นก็ลืมตาขึ้นเผยให้เห็นนัยน์ตาสีทับทิมที่ก้มลงมองคนที่พริ้มตานอนหลับอย่างสงบใต้ต้นไม้ที่เขาอยู่

 

  เหยื่อ...นักเรียนอย่างนั้นหรือ ? ”  เสียงทุ้มพึมพำกับตัวเอง  นัยน์ตาสีเข้มยังคงเฉยชา  มองร่างที่หลับบอยู่ด้วยสายตาที่ไม่อาจคาดเดาได้

 

 

 

  คุณลูกค้า...เนื่องจากคุณเป็นลูกค้าที่ดีของเรามาโดยตลอด  ทางผมขอมอบบัตรพิเศษซึ่งหาได้ยากยิ่งอย่างหนึ่งให้...  จินซึ่งเท้าคางในห้องทำงานสุดหรู ( เนื่องจากถูกยัดเยียด )  มองชายชราผมและเคราสีดอกเลาที่นั่งเอนกายอย่างสบายอารมณ์อยู่

 

  คุณหัวหน้าสมาคมจะให้อะไรผมล่ะ...เซอร์วิส หรือสินค้าฟรีหรือไง ”  ชายชราผู้มีนามว่า ' เกรท  ชายอน ' หนึ่งในลูกค้าผู้เป็นบุคคลที่มาซื้อสินค้าของทางสมาคมเกรเซียร์เสมอมา จากที่จินดูก็พอใจกับนิสัยอีกฝ่ายไม่น้อย  ไหนจะฐานะและความเป็นพ่อค้าที่ดีแต่ก็รู้จักที่จะเอาตัวรอด  รู้ว่าควรถอยตอนไหน  รุกตอนไหนบอกตามตรงว่าถูกใจว่าพ่อค้าหน้าเลือดแห่งอาเรียไม่น้อย

 

จินที่ได้ขยับยิ้ม  ตอนนี้เสื้อคงเสื้อคลุมถูกโยนทิ้งไปแล้วอย่างเปิดใจ  เพราะครั้งนี้พ่อค้าในภาพลักษณ์เด็กหนุ่มกำลังหาผู้ร่วมหุ้นคนสำคัญอยู่

 

  ประมาณนั้น...แต่คุณเกรทครับ  ผมไม่ใช่หัวหน้าสมาคมนี่ซะหน่อยนะครับ  แค่มาจัดเปลี่ยนอะไรนิดหน่อย ”

 

  แต่ก็ดูทุกคนจะยอมรับคุณนี่ครับ  คุณพ่อค้ายมทูต ”  ชายชราเย้าคนเป็นเด็กหนุ่ม  ตอนแรกเขาเองก็พอใจกับนิสัยของอีกฝ่ายที่ดูจะฉลาดหลักแหลมและตามทันเล่ห์กลของคนอย่างเขาได้ตลอดอย่างเช่น...

 

  คุณสนใจอยากจะมาบริหารที่สมาคมนี่หน่อยไหมครับ ? ”

 

  หืม...  เกรทเลิกคิ้วมอง  ฟังคำถามที่ดูเหมือนจะหยั่งเชิงเป็นข้อเสนอเสียมากกว่าของคนที่อายุอ่อนกว่าตนเองเกือบเท่าตัว

 

  คุณคิดว่ายังไงล่ะครับ ”

 

  ผมก็แค่...  จินลากเสียงยาว  ขยับยิ้มที่ไม่สามารถคาดเดาความคิดได้บนใบหน้า    คิดว่าคุณน่าจะฉลาดพอมองเห็นอนาคตของสมาคมอันรุ่งโรจน์นี่น่ะ  แม้จะยังเป็นสมาคมเล็ก ๆ แต่มันก็สามารถพอที่จะขยับขยายได้อย่างรวดเร็ว...และดูท่าว่าอนาคตที่เห็นจะดีเสียด้วยครับ ”

 

  ...  ชายชรายังเงียบ

 

  ความสามารถที่ปกปิดของสมาคมนี่มาก...มากเกินไปจนผมทึ่งทั้งกระบวนการคิด  กระบวนการติดต่อหาสินค้า  คนในสมาคมล้วนแล้วแต่เป็นมือโปรแถมยังมีความสามารถที่ซ่อนไว้อีกเยอะ  เรียกได้ว่าเก่งมากที่สามาถปิดได้ถึงขนาดนี้    จินกล่าวลอย และจริงดั่งว่า  จากการที่ดูบันทึกของสมาคม  การซื้อขายกับลูกค้าล้วนแล้วแต่เป็นฝ่ายเข้าหาก่อนจึงทำให้ลูกค้าลองซื้อซึ่งดูจากสถิติ  สามารถนำลูกค้ามาซื้อของได้หลังคุยกันแค่สิบนาทีเท่านั้นยังมี  การหาของและสินค้าในใบรายชื่อล้วนมากพอกัน  แถมมีในปริมาณไม่ใช่น้อยจนจินซึ่งเห็นอนาคตอันรุ่งโรจน์ของตนเองก็เริ่มคิดจะค้าขายกับสมาคมเล็ก ๆ นี้เพราะของบางอย่างเขาก็ยังไม่มี  ดีไม่ดีมีแต่กำไรและคนที่เขาต้องการหามาเป็นพวกก็คือชายชราตรงหน้า...

 

  ก็ถูกของคุณ  แล้วคุณคิดจะให้ผมเป็นหุ้นส่วนคุณหรือไง ”  จินตบมือกับคำถามที่ตรงใจเขา

 

แปะ แปะ

 

  ก็ถูกเผง...จากข่าวลือเรื่องของผมซึ่งเป็นหัวหน้าสมาคมจะทำให้ไม่มีใครกล้าหรือคิดที่จะเอาเปรียบสมาคมเกรเซียร์นี้อีกต่อไป  แม้มันจะเล็กแต่เมื่อมีข่าวของผมคุ้มครอง  พ่อค้าใหญ่น้อยซึ่งไม่สามารถปกป้องตัวเองจากสมาคมพ่อค้าใหญ่ที่เอาเปรียบตนเองได้ก็จะมาเข้าร่วมกับสมาคมผมซึ่ง...มีชื่อเสียงด้านบวกดีทั้งส่งมอบสินค้า  การค้าขาย  มารยาท  และราคาสินค้าที่น่าพอใจ   และยิ่งเวลาผ่านไปชื่อเสียงก็ยิ่งมากขึ้นลูกค้าก็เพิ่มมากขึ้นตาม  ไม่นานมันก็จะต้องกลายเป็นสมาคมพ่อค้าที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่ง ”

 

  ทำไมคุณคิดว่าสมาคมพ่อค้าใหญ่อื่น ๆ จะกลัวคุณล่ะ ” เกรทถามอย่างหยั่งเชิง  แต่ยังไม่ทันที่จินจะตอบ  เสียงประตูห้องก็เปิดผลัวะเข้าให้พร้อมร่างชายผอม ๆ คนหนึ่งซึ่งมีสีหน้าซีดเซียว  ตะโกนบอกจินที่นั่งอย่างสบายอารมณ์ดังลั่น

 

  บอสครับ ! .....สมาคมพ่อค้าลินเดียร์มาหาเรื่องที่หน้าสมาคมเราครับ !   จินเลิกคิ้ว  ชะโงกหัวไปดูทางหน้าต่างก็พบว่าจริงดั่งว่า  มีคนกลุ่มใหญ่กำลังร้องตะโกนด่าทอพร้อมอาวุธอีกมากที่ทำท่าจะหาเรื่องกับเขาซึ่ง...เพิ่งกระทืบใครบางกลุ่มที่ไม่ยอมจ่ายค่าสินค้าไปสักสามสี่กลุ่ม

 

  โธ่...บอกแล้วไงว่าไม่ต้องเรียกผมว่าบอส  ลูท   เขาพูดกับชายคนนั้นด้วยสีหน้าเซ็ง ๆ คว้าเสื้อคลุมมาสวมตามสเต็ป  ลูทยิ้มเก้อเขินก่อนจะผงะเมื่อหญิงสาวสวมแว่นอีกคนโผล่หัวเข้ามาด้วย

 

  แหม...บอสทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นแถมเป็นคนปกป้องพวกเรา  พวกเราก็ต้องเรียกคุณว่าบอสนี่คะ  ใช่ไหม !  ดราเดียร์  หรือ  เดียร์  หญิงสาวอีกคนในสมาคมหันไปถามคนอื่น ๆ ที่ด้านหลังซึ่งประสานเสียงตอบเป็นเสียงเดียว

 

  เยสเซอร์ !!!  บอส  !!!  

 

  ปัดโธ่...มาด้วยกันสิครับคุณเกรท ”  ประโยคท้ายจินบอกโดยที่ไม่หันไปมองชายชรา  ขายาวก้าวออกไปอย่างรวดเร็วเพียงพริบตาเดียวที่ลูท  ดราเดียร์และเกรทเห็นเพียงชายผ้าคลุมที่โบกสะบัดและหายวับไปอย่างรวดเร็ว

 

  ลูท...บิลสิ ”  เมื่อพวกเขาลงไปก็พบจินประจันหน้ากับอีกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว  เจ้าตัวก็ร้องเรียกถึงรายชื่อของคนที่ค้างสินค้าไว้

 

   อะ...เอ่อ...นี่ครับ ”  ชายร่าวผอมส่งบิลให้จินอย่างว่องไว  ดราเดียร์ที่ยกเก้าอี้หรูในสมาคมมาให้คนเป็นบอสอย่างรู้งานเพราะโดนเรียกใช้ทุกครั้งให้เอาเก้าอี้มาให้เมื่อมีคนมาหาเรื่อง

 

  นี่คะเก้าอี้    ดราเดียร์ยิ้มหวานให้ก่อนจะกลายเป็นเขินอายเมื่อได้รับคำชม

 

  แสนรู้ดีนะครับ   จินยิ้มหวานให้หญิงสาว

 

  แหม...บอสก็...ชมแบบนี้เดียร์ก็เขินได้นะคะ   ใบหน้าของหญิงสาวแดงระเรื่อ  ยกมือปิดหน้าพลางบิดไปบิดมา  แต่ละคนที่ได้ฟังทำหน้า...

 

  -[]- !  มันเป็นคำชมตรงไหนเนี่ย !

 

   ก็คุณแสนรู้แถมยังฉลาดอีกต่างหาก เพราะอย่างนี้ผมเลยอยากให้เพื่อนของผมเหมือนคุณบ้าง ”

 

  อ๊าย...บอสก็ ”  ดราเดียร์บิดมือและตัวไปมา  จินหมุนเก้าอี้มาทางกลุ่มคนใหญ่แล้วตะโกนบอกโดยที่ไม่เงยหน้ามอง

 

  มีชื่อใครขานรับทีนะ ! เอ้า ! คนแรก...xxx ” คนกลุ่มใหญ่ยังนิ่งอยู่จนจินต้องตะโกนเรียกชื่ออีกรอบ

 

  ใครชื่อ xxx ขานรับด้วย !  เจ้าของชื่อสะดุ้ง  ยกมือขึ้นอย่างลืมตัวแล้วตะโกนตอบ

 

  อยู่ทางนี้ครับ !

 

  โอ้ว...ดีเลย ๆ แยกมาอีกทางทีนะ  คนต่อไป yyy  

 

  เอ่อ...มาครับ ! อีกเสียงตะโกนตอบ  คราวนี้เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากคนในสมาคมเมื่อเจอบอสของตัวเองปั่นหัวฝ่ายตรงข้ามเสียสนุกสนาน

 

  aaa ล่ะ ” จินเงยหน้าขึ้นถาม  ก่อนจะพบชายร่างยักษ์คนหนึ่งเดินออกมา  เขาคงจะก้มหน้าอ่านรายชื่อต่อถ้าไม่รู้สึกถึงรังสีฆ่าฟันที่แผ่ออกมาจนสามารถหลบค้อนขนาดยักษ์พอ ๆ กันก่อนที่ใครจะร้องเตือน

 

ตู้ม !

 

จินปรายตามองเศษซากเก้าอี้นั้นน้อย ๆ แล้วพลิกใบบิลหน้าต่อไป  พูดด้วยน้ำเสียงแสดงความตกใจทั้งที่ใบหน้านั้น...เฉยสนิท

 

  แพงนะครับนั่น...เก้าอี้ราคาเท่าไหร่ลูท ! ชายร่างผอมทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วตะโกนตอบคน ( ที่คิดว่า ) เป็นหัวหน้าสมาคม

 

  3,800  ฟรังค์ถ้วนครับ  

 

  โอเช...เท่าที่ดูมีสามสิบกว่าคนที่ยังค้างเงินอยู่  จะจ่ายเงินสดไหมครับ ?    จินหันไปถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม  ท่ามกลางเสียงอุทานเขาหมดหมัดและฝ่าเท้ากว่าสิบคู่ที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วโดยง่ายดาย  ดูเหมือนคนที่ค้างเงินสดจะโกรธที่ดูเหมือนหยามน้ำหน้าพวกเขาที่อยู่ในสมาคมใหญ่ซึ่งไม่เคยมีใครกล้าลูบคม  ยิ่งดูท่าทางสบายอารมณ์ของพ่อค้าหนุ่มก็ยิ่งโมโหขึ้นเพราะอีกฝ่ายทำเหมือนไม่เห็นหัวพวกเขา

 

  แก !  ” เมื่ออยู่ ๆ ชายร่างยักษ์ร้องเรียก  จินก็เลยเงยหน้าตามเสียงและพบใบหน้าแดง ๆ ด้วยความโกรธของอีกฝ่าย  จินจึงรีบโยนเสื้อฮู้ดออกด้วยความร้อน  ถลาเข้าไปหาชายร่างยักษ์ซึ่งมีใบหน้าแดงก่ำ ( ด้วยความโมโห ) รีบกระโดดแล้วยื่นมืออังหน้าผากอีกฝ่ายแล้วถามเสียงนุ่ม

 

  คุณลูกค้ารู้สึกไม่สบายหรือครับ ? นั่นสินะตากแดดร้อน ๆ นี่นา  ลูท !  ดราเดียร์ !  สั่งให้คนเตรียมอาหารเที่ยงแล้วก็เตรียมรับแขกที  มา ๆๆ เชิญทางนี้ดีกว่าครับ ”  แต่ละคนทำสีหน้าอึ้งเมื่อเห็นใบหน้าของผู้เป็นหัวหน้าสมาคม  หน้าเรียวได้ไข่  ผิวขาวเนียนมีเสน่ห์  นัยน์ตาและเส้นผมสีแดงสดใส  ทอประกายความจริงใจ  ลักยิ้มที่แก้มยิ่งขับให้อีกฝ่ายดูมีเสน่ห์เหมือนผู้ชายหน้าสวยเสียมากกว่า ( อันที่จริงคือหญิงแท้ ) และโดยไม่ทันตั้งตัว  ผู้ที่มาหาเรื่องก็ถูกลากเข้าไปเสียแล้ว  เมื่อเข้ามาในสมาคมที่แอร์เย็นฉ่ำ ๆ  เพราะจินเพิ่งให้เงินในกระเป๋าสั่งคนมาติดตั้งด้วยเหตุผลว่าในสมาคมันร้อน  ทั้งยังจัดตกแต่งสมาคมที่ดูภายนอกไม่น่าเข้า  ดูภายในน่าวังเวงก็กลายเป็นร้านค้า  สมาคมสุดหรูไปในทันที 

 

  เชิญทานเต็มที่ครับส่วนเรื่องเงิน ๆ ไว้คุยกันทีหลังดีกว่า ” จินว่ายิ้มแย้ม  โปรยยิ้มอย่างเคยชินให้กับเหล่าชายหนุ่มทั้งหลายจนทั้งหมดหน้าแดงไปตาม ๆ กัน  ไม่กล้าปฏิเสธมื้อเที่ยงสุดหรูนี้

 

เวลาผ่านไป  จินพูดด้วยเสียงทุ้มนุ่มบางทีก็หวานใส  ชวนระรื่นหู   พูดคุยเรื่องสัพเพเหระต่าง ๆ นา ๆ จนเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้นตามลำดับและชั่วโมงที่ผ่านไป  ตอนนี้ที่จินรู้นั้นคือคนทั้งหมดล้วนมาจากสี่สมาคมใหญ่  และสมาคมขนาดปานกลางห้าหกสมาคม  สมาคมใหญ่ก็มีลันเดียร์   ฟ็อกเซอร์   การ์เดี้ยน ส่วนสมาคมขนาดปานกลางซึ่งจินเคยไปตื้บไว้ก็คือ...สมาคมไนท์แมร์  เมอเช้น  และโฮล์มควาเซ และเมื่อเจอคำหว่านล้อมและปั้นเรื่องโกหกต่าง ๆ นา ๆ ของจินซึ่งถือเป็นมือโปรแล้วล่ะก็  เกรทที่คอยชมทุกอย่างอดรู้สึกทึ่งในความสามารถของจินไม่ได้  ทั้งกระบวนการคิด  การพูดหว่านล้อม  การหลอกล่อทุกอย่าง  และการตีสนิทถึงขั้นกล่าวให้อีกฝ่ายคล้อยตามง่าย ๆ บ่งบอกว่าจินไม่ใช่หนูแต่เป็นเสือร้ายที่มอบข้อเสนอที่ดูเหมือนยุติธรรมให้กับเหยื่อแล้วหลอกใช้เหยื่อเพื่อให้ได้เหยื่อมากกว่าเดิม  แต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะทำอย่างไรให้สามารถมีสมาคมใหญ่ ๆ มาร่วมด้วยรวมถึงพ่อค้าใหญ่น้อยตามที่เจ้าตัวว่าไว้

 

  สรุปพวกพี่ชายก็จ่ายสินะครับ  แหม...สมกับที่เป็นพ่อค้ามืออาชีพจริง ๆ ”  จินยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อสมาคมใหญ่ลันเซียร์  ฟ็อกเซอร์และสมาคมปานกลางทั้งหมดยอมจ่ายยกเว้นไนท์แมร์และการ์เดี้ยนที่กำลังปรึกษากันอยู่

 

  แล้วคนที่เหลือ...

 

  พวกข้าไม่จ่าย...มีปัญหาอะไร ! ยังไม่ทันที่พ่อค้าหนุ่มจะพูดจบ  ชายร่างยักษ์ตรงหน้าก็พูดแทรกด้วยใบหน้าดุร้ายและยืนกรานอย่างเด็ดขาดว่าจะไม่จ่าย  สุดท้ายจินจึงจนปัญหา  บอกให้สมาคมที่ไม่ยอมออกไปเคลียร์กันข้างนอก...แน่นอนว่าที่บอกว่าเคลียร์ไม่ใช่เชิงพูดจาแน่ๆ

 

  งั้นเชิญออกไปคุยกันข้างนอกแล้วกันนะครับ   จินพูดเรียบ ๆ แล้วผายมือให้อีกฝ่ายเดินนำไปก่อนโดยมีสายตาเป็นกังวลของสมาชิกในสมาคมที่มองมา

 

  จะดีหรือครับบอส... ” ลูทถามเสียงสั่น ๆ ดูจินที่ยังยิ้มอยู่ด้วยความเป็นกังวลแทน  ใช่ว่าเขาไม่เห็นฝีมือของหัวหน้าแต่นี่คนเกือบสิบแปดคน  คนตรงหน้าเขาจะ...  ห้วงความคิดของชายร่างผอมต้องหยุดเมื่อมือคู่หนึ่งตบเข้าที่บ่าพร้อมสวมเสื้อคลุมของตนแล้วบอกเสียงมั่นใจ

 

  เชื่อใจฉันได้เลย    จินพูดเสียงหนักแน่นแล้วผิวปากออกไปอย่างสบายอารมณ์  ดูอุปกรณ์และอาวุธที่เตรียมพร้อมของอีกฝ่าย  จริง ๆ เขาก็รู้อยู่แล้วว่าสมาคมพวกนี้ต้องมีหมาบางตัวที่เลี้ยงไม่เชื่องและโง่เกินกว่าที่จะมองเห็นอนาคตของสมาคมนี่ทำให้คิดอย่างมักง่ายและใช้แต่กำลังว่าจะสามารถจัดการเขาที่มีเพียงคนเดียว   ด้วยความเสียใจที่หนึ่งในนั้นคือสมาคมใหญ่อันดับสามของสมาคมพ่อค้าชื่อดังอย่างการ์เดี้ยนแต่ไม่สามารถผูกมิตรได้  จินจึงถามอีกรอบ

 

  แน่ใจนะครับว่าจะไม่จ่าย ”

 

  ถ้าข้าไม่จ่ายเอ็งจะทำไมวะ ฮ่า ๆๆ ”  ชายร่างยักษ์หัวเราะฮ่าฮ่าด้วยไม่คิดว่าจินเพียงคนเดียวจะสามารถล้มพวกเขาที่มีกันเกือบยี่สิบคนได้   จินก้มหน้าต่ำ  พึมพำกับตัวเองไม่หยุดว่า ' น่าเสียดาย  น่าเสียดาย ' เมฆสีดำทมิฬเริ่มก่อตัวขึ้นเหนือหัวรอบสมาคมพ่อค้าเกรเซียร์โดยยังมีสายตาคนมุงมากกว่าเดิมเมื่ออยากเห็นหัวหน้าสมาคมพ่อค้าเกรเซียร์ฉายา ' พ่อค้ายมทูต ' ต่อสู้  และจากที่จินดูทำให้เขารู้ได้ไม่อยากว่าใครเป็นพ่อค้าบ้าง  ซึ่งนั้นมีจำนวนถึงหนึ่งในสามเลยทีเดียว

 

  คงต้องแสดงฝีมือซะหน่อยแล้ว ”  จินพูดเบา ๆ กับตัวพร้อมเสียงเคร้ง ! เคร้ง ! เคร้ง ! ของโซ่สีโลหิตจากฝีมือ ' กลืนรัตติกาล ' คมเคียวสีมัจจุราชเหลือบแดงอ่อน ๆ อย่างน่าขนลุก  และเพียงพริบตาเดียวใบเคียวก็ขยายขึ้นพร้อมเสียงดีดนิ้วของพ่อค้าหนุ่ม

 

 

เปาะ !

 

ตึง !

 

ตู้ม !  ตู้ม !

 

 

  นะ...นี่มัน...  เหล่าผู้วอนหาเรื่องตาค้างด้วยความตกใจเมื่อนาฬิกาทรายขนาดใหญ่ที่ไร้เม็ดทรายบอกเวลาภายในสูง  5  เมตร  กว้าง  3  ที่เมตรร่วงลงมาจากฟ้า  พร้อมร่างยมทูตขนาดยักษ์ที่สูงระฟ้าสองตน  ตนหนึ่งมีนัยน์ตาสีแดงก่ำดังเลือด  อีกตนมีนัยน์ตาสีฟ้าสุกสว่างราวเปลวเพลิง  เมื่อจินกระแทกด้ามเคียวลงพื้นดังตึงเบา ๆ   หมอกสีแดงก็ผุดจากพื้นดินพร้อมอาณาเขตสีทองกันสมาคมผู้โชคร้ายและคนดู  นอกจากนี้อาณาเขตขนดใหญ่อีกอย่างหนึ่งครอบคลุมตัวสมาคมไม่ให้เกิดความเสียหาย ( เพราะจะเสียดายตังค์ )  เขาควงเคียวไปพาดหลังด้วยท่าทีสบาย ๆ พร้อมพูดอย่างรื่นเริงทว่าความหมายช่างโหดเหี้ยมสำหรับผู้ฟังยิ่งนัก  สมาคมพ่อค้าอื่นๆ  ที่อยู่ในอาคารก็ออกมาดูด้วยเช่นกันว่าพ่อค้าหนุ่มหน้าสวยนี้จะจัดการยังไง

 

  งั้นขอแสดงความเสียใจด้วย  ขอแนะนำนาฬิกาซึ่งจะบรรจุวิญญาณของคุณและขอแสดงความยินดีเช่นเดียวกัน ”  รอยยิ้มฉีกกว้างมากกว่าเก่า “  เพราะพวกคุณจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้ทัวร์นรกของผมโดยมียมทูตทั้งสองตนนี้... ผายมือไปทางโครงกระดูกสีขาวด้านหลังที่ขยับตัวก้มลงมาช้า ๆ เหมือนจะรับคำสั่ง  มือเรียวของทั้งคนและโครงกระดูกที่ปรากฏเคียวขึ้น   ชูสูงแล้วง้างด้วยท่วงท่าสง่างาม     เป็นไกด์ให้พวกคุณเอง !

 

ขวับ !

 

ใบเคียวทั้งสามของหนึ่งคน ( มั้งนะ ? )  และของโครงกระดูกอีกสองตวัดลงมาในทันที  หัวของบุคคลทั้งสิบแปดที่กำลังตกตะลึงก็ถูกตัดออกเรียบเสมอคอในทันทีพร้อมบุปผาสีแดงที่พุ่งกระฉูด  ท่ามกลางสายตาตกตะลึงและหวาดหวั่นของผู้เฝ้ามอง  ยังไม่ทันได้มีใครกรี๊ดร้อง  ร่างของยมทูตทั้งสองตนพร้อมนาฬิกาทรายก็เลือนหายไปพร้อมท้องฟ้าที่ยังคงสดใส  เช่นเดียวกับภาพมายาที่เกิดขึ้นกับคนทั้งสิบแปดที่ยืนนิ่งเมื่อจำภาพติดตาที่เคียวนั้นฟันลงมา  ความรู้สึกที่ถูกอากาศชำแรกผิวหนังพร้อมความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นมันช่างสมจริงและภาพที่แทรกเข้ามาในหัวก่อนตายคือใบหน้าที่หัวเราะอย่างเริงร่าของยมทูตทั้งสองตนและผู้ที่ใหญ่ที่สุด...ร่างในชุดคลุมนั้นเอง

 

ตุบ ตุบ ตุบ

 

เข่าของผู้ที่โดนภาพมายาล้วนอ่อนแรง  รู้สึกดีใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนที่ได้รอดชีวิตแต่พวกเขาก็ต้องตาถลนเมื่อได้ฟังสิ่งที่จินพูด

 

  แหม ๆ อันนั้นแค่เริ่มต้นนิดหน่อย  อย่างที่ผมบอกว่าถ้าไม่จ่ายเงิน  ก็ต้องเป็นอวัยวะหรือชีวิต...ในเมื่อพวกคุณไม่จ่ายเป็นเงิน  ไม่มีทีท่าว่าจะจ่ายเป็นร่างกายงั้นสรุปได้อย่างเดียวว่าเป็นชีวิต...  จินพูดเอื่อย ๆ แกว่งกลืนรัตติกาลไปมาแล้วทำท่าจะดีดนิ้วเหมือนเมื่อครู่ใหม่    งั้น...เรามาเริ่มจริง ๆ จัง ๆ เถอะครับ  

 

  ไม่ ๆ !  ” หลากหลายเสียงรีบตะโกนพร้อมพูดอย่างลนลาน  ตาเหลือกขึ้นอย่างหวาดหวั่นจนฟังแทบไม่ได้ศัพท์ด้วยความกลัวว่าหูของเด็กหนุ่มจะไม่ได้ยิน “  เราจะจ่าย ! / ฉันขอจ่าย ! / เอาเงินไปเลย ! / เฮ้ย ! ฉันจะจ่ายก่อน / ถอยไป ! ฉันจ่ายก่อนโว๊ย !

 

เมื่อจินได้ยินดังนั้นจึงกวักมือเรียกคนในสมาคมให้มาลากผู้จะชำระค่าสินค้าไปส่วนตัวเองยินหน้าสมาคมรอสมาคมอื่นๆ เดินเข้ามาหา  ที่กำลังนึกดีใจที่ไม่หาเรื่องจินและยอมจ่ายแต่โดยดี

 

  ถ้าไม่มีอะไรแล้ว  พวกเราก็ขอกลับนะครับ ”  ชายร่างยักษ์หลากหลายคนเปลี่ยนเป็นพูดสุภาพอย่างฉับพลัน  ทำท่าเอ่ยลาแล้วจะรีบชิ่งไปแต่เพราะเสียงเขาที่เรียกไว้ทำให้หลาย ๆ คนต้องกลั้นใจเพราะไม่รู้จะถูกฟันคอฉับในครั้งเดียวเหมือนกลุ่มเมื่อครู่หรือเปล่า

 

  แหม...ก็อย่างที่ผมกล่าวว่าพวกคุณเป็นสมาคมพ่อค้าผู้ทรงเกียรติ  แถมผมยังได้เสียมารยาทกับคนของคุณในคราแรกด้วย... จินแสร้งทำสีหน้าลำบากใจ  ล้วงเข้าไปในเสื้อคลุมพร้อมบอกสเยงสุภาพ    ขอตัวแทนสมาคมอย่างละคนด้วยครับ    คน 4 คนแทนตัวแทนของสมาคมเบิกตากว้างเมื่อเห็นกระดิ่งสีแดงใสดั่งแก้วเจียระไนที่จินส่งให้  ยิ่งพวกเขาสังเกตเห็นตัวอักษรตัว  C และตัว  M  ก็ต้องอุทานด้วยความตกใจ

 

  กระดิ่งนี่มัน...  จินยิ้มกว้างแล้วบอกเสียงสบาย ๆ

 

  อย่างที่พวกคุณคิด มันคือกระดิ่งแดงของพ่อค้าหน้าเลือดชื่อดังหรือนักค้าสินค้าผิดกฏหมายผู้เลื่องชื่อของตลาดมืด ' ประกาศิตพันธมิตร ' ครับ    ผู้ที่ได้ฟังล้วนอุทานด้วยความตกตะลึง  มองกระดิ่งเล็ก ๆ ซึ่งมีพู่สีทองห้อยไว้อย่างสวยงามโดยเฉพาะเหล่าพ่อค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่มีใครไม่รู้จักบุคคลทรงอำนาจในวงการที่มีฉายาเป็นนักค้าของที่หาได้ทุกอย่างของเพียงเสนอเงินที่มีค่าเทียบเท่าหรือเหนือกว่า ' โครซานอส '  คือชื่อในวงการของเขาที่ไม่ว่าใครที่แม้เป็นพ่อค้าขายหมูยังรู้จัก  เกรทมองมันอย่างตกตะลึง

 

 

 

  นิคใช่ไหม ?  ช่วยจัดการอันนี้ให้ทีสิ ” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งยื่นเอกสารมาให้เตกีล่าหรือจินที่นั่งทำงานในพื้นที่ชั่วคราวของตน  ในคราแรกเมื่อเขาเข้ามาล้วนตกเป็นเป็นสายตาจากทุกคน  แถมยังเจอบททดสอบรวมกันถึง  15  ด่านเพื่อทดสอบว่าเตกีล่าสามารถมาช่วยงานพวกเขาได้หรือไม่  แม้จะชั่วคราวแต่ฝีมือของเจ้าแม่วงการข่าวสารทำให้คนทั้งหลายอึ้งและยอมรับเด็กหนุ่ม ( ในคราบเด็กสาว )  อย่างหมดใจ

 

  ครับ    เตกีล่ารับคำสั้น ๆ แล้วทำงานนั้นตามที่ชายวัยกลางคนหรือ ' อาเธอร์  ' หัวหน้าที่เขานั่งช่วยงานอยู่บอก  เนื่องจากเขานั้นเพียงช่วยอะไรเล็ก ๆ น้อยเพราะส่วนใหญ่ทุกคนต่างมีงานประจำของตนเรียบร้อยอยู่แล้วแต่ที่เตกีล่าเซ็งคือในนี้มีผู้ล่าเพียงสามคนและอีกคนที่เป็นเหยื่อเหมือนเขา  ระหว่างที่อยู่ในช่วงปลอดภัยพวกเขาก็ยังทำงานไปตามปกติและเมื่อเสียงสัญญาณเริ่มขึ้น  นัยน์ตาห้าคู่ของผู้เป็นนักเรียนก็เงยทันใดพร้อมร่างของพวกเขาที่ยืนขึ้นอย่างพร้อมเพรียงท่ามกลางความสงสัยของคนอื่นเมื่อได้ยินเสียงแปลก ๆ และท่าทางประหลาดของทั้งห้า

 

  มีอะไรหรือเปล่า ? ” อาเธอร์ส่งเสียงถามเตกีล่าที่ยืนนิ่งอยู่แต่แม่ค้าข่าวก็ไม่คิดจะสวนตอบ   ตอนนี้เตกีล่ายืนอยู่บนชั้นสามของหน่วยข่าวกรองเช่นเดียวกับอีกสี่คนที่ยืนคนละมุมแต่ที่แน่ๆ  พวกเขาทั้งห้ากำลังยืนอยู่บนชั้นสามพร้อมสายตาที่จ้องสับไปมาราวจะตะครุบเหยื่อ  จากที่เตกีล่าเดาคาดว่าอีกฝ่ายที่เป็นเหยื่อเหมือนเขาคงเป็นรุ่นพี่  ตอนนี้เริ่มมีคนมองพวกเขาบ้างแล้วเพราะเป็นช่วงเวลาพักช่วงเช้าที่จะให้ทานอาหารก่อนเที่ยงเท่ากับตอนนี้เป็นเวลาสี่โมงเช้าเป๊ะ ๆ สายตาห้าคู่ประสานกันก่อนพริบตาเดียวใครคนหนึ่งในกลุ่มที่เป็นผู้ล่าจะตะโกนขึ้น

 

  วิ่งไล่จับ ! ระวังไม่ให้ของเสียหาย ! ห้ามใช้เวทย์แต่การต่อสู้ได้หมด ”

 

ฟุบ !

 

เมื่อฟังจบพวกเขาทั้งห้าก็กระโจนเข้าหากันในทันที  เตกีล่าและคนเป็นรุ่นพี่สบตากันแล้วแยกกันวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว  มีคนหนึ่งตามเตกีล่าอยู่แถมไวไม่ใช่เล่นทำให้บางครั้งคนเป็นเหยื่อก็ต้องต่อสู้สวนไปไม่มากก็น้อยจนโดนดักทั้งสองทาง  บีบให้เตกีล่าต้องออกแรง

 

ผลัวะ !

 

เข่าของรุ่นพี่คนหนึ่งซึ่งฟาดเข้ามาปะทะกับการ์ดที่เตกีล่าตั้งไว้  มือเรียวปัดหมัดอีกข้างหนึ่งที่พุ่งมาอย่างฉับไว  ก่อนจะรัดขาของคนที่เตะแน่นแล้วแทงศอกไปยังข้อพับขาเต็มที่เกิดเสียงดังกร็อบ !  รุ่นพี่สาวทำหน้าเจ็บปวดเล็กน้อยแล้วถอยไปรักษาตัวก่อน  ส่วนเตกีล่าต้องเบี่ยงตัวออกทันใดเมื่อเจอดาบเรเพียวฟันเฉี่ยวแก้ม  แต่เพราะอาวุธของเขาเป็นแบบระยะไกลทำให้เตกีล่าเลือกตัดสินใจสู้ประชิดตัว  มือพุ่งไปยังจุดอ่อนของร่างกายประสานกับขาที่เตะล่างแล้วเตะเสยคางอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว  จนอีกฝ่ายไม่สามารถใช้ดาบได้จนในที่สุดเมื่อเตกีล่าไล่ต้อนมาก ๆ เขา รุ่นพี่สาวก็จำเปลี่ยนอาวุธเป็นลูกตุ้มที่มีหนามแหลมคมเหมือนขนเม่น  เท่านั้นเองก็ต้องกลายเป็นเตกีล่าที่คอยกรูดเพราะเมื่อลูกตุ้มเหล็กนั้นถูกบังคับแล้ว  มันไม่ได้สร้างความเสียหายให้อะไรเลยยกเว้นก็แต่เป้าหมายอย่างเขาที่เอาแต่หนี  แต่เจ้าแม่วงการข่าวสารก็ต้องหันขวับเมื่อได้ยินเสียงใสของรุ่นพี่สาวอีกคนตะโกนเรียก 

 

  คนที่เป็นเหยื่อน่ะ ! เอานี้ไป !    กระบองเหล็กสั้นหรือก็คือท่อนฟาสีเงินสองกระบองถูกโยนให้เขาพร้อมเสียงลมแหวกอากาศที่ทำให้เตกีล่าหันนำท่อนฟาในมือไปตั้งการ์ดแล้วรับแรงปะทะจากลูกตุ้มยักษ์  เกิดเสียงปะทะดังตู้มเมื่อพื้นที่เตกีล่ายืนอยู่กลายเป็นหลุมลึกแต่กระนั้นกลับสร้างความแปลกใจให้กับผู้กระทำเพราะตามแรงที่เขาเหวี่ยงไปมันต้องลึกกว่านี้  เขาจึงรู้ว่าคู่ต่อสู้ที่ใช้ท่อนฟาตรงหน้าอาศัยหลักการผ่อนแรงและเบี่ยงวิธีของอาวุธจนสามารถลดแรงปะทะได้อย่างง่ายดาย  ท่อนฟาในมือของเตกีล่าสวนกระแทกที่ต้นคออีกฝ่ายซึ่งเป็นช่องว่างดังผลัวะ ! แล้วกระโดดลอยตัวเพื่อไปตั้งหลัก  

 

รุ่นพี่สาวสัมผัสถึงความเปียกชื้นได้ที่มุมปากก็กระตุกยิ้มกว้างแล้วกระโดดลอยตัวโดยไม่ใช้เวทย์เพื่อขึ้นไปหาเตกีล่า  และแล้วการต่อสู้ของสองสาวก็ทวีความดุเดือดอย่างรวดเร็ว

 

ชิ้ง !

 

ฉึก !

 

เสียงมีดสั้นเล่มหนึ่งของรุ่นพี่ที่เป็นเหยื่ออีกคน  ที่ปามึดเข้าที่หน้าอกของผู้ล่าอีกคนพร้อมแสยะยิ้มเหี้ยมเพราะพวกเขาเป็นไม้เบื่อไม้เมากันเสียนานย่อมจำอีกฝ่ายได้อย่างติดตา  เสียงใสของคนที่ถูกลอบกัดกัดฟันกรอด

 

  แกนี่มัน...หมาลอบกัดนี่หว่า ”  คนเป็นหมาแสยะยิ้มแล้วบอกเสียงหวาน

 

  ก็ฉันเป็นเหยื่อที่เป็นหมาจนตรอกนี่หว่า...ถ้าไม่กัด  แล้วจะให้ทำยังไงกับผู้ล่าแบบเธอดีล่ะ  เซฟีน

 

  เหอะ...  หญิงสาวที่ชื่อเซฟีนดึงมีดสั้นออกไม่สนใจเลือดที่พุ่งกระฉูดเหมือนก็อกแตกแล้วร่ายเวทรักษาตัวเองอย่างรวดเร็ว  ก่อนเธอจะแสยะยิ้มบ้างเมื่อดาบห้าเล่มที่เธอใช้จิตควบคุมไว้ปักเข้าที่ร่างของหญิงสาวคนเป็นเหยื่อห้าเล่มซ้อนกันอย่างน่าสยดสยองเพราะมีดาบเล่มหนึ่งปักเข้าที่ลูกตาสีสวยของหญิงสาว  แต่เหล่าคนมองหรือหน่วยข่าวกรองก็ต้องเป็นลมเมื่อหญิงสาวที่คาดผ้าโพกหัวสีแดงดึงดาบออกมาช้า ๆ และเพียงพริบตาเดียวดาบทั้งห้าก็ถูกควบคุมไปทางเซฟีนที่ถูกดาบของตัวเองสะบั้นคอ  แต่ไร้สีโลหิตเพราะมันเป็นแค่ภาพลวงตา

 

เซฟีนเดาะลิ้นในลำคอแล้วตะโกนบอกอีกฝ่าย

  เลิกใช้ภาพนั้นได้แล้วย่ะ  น่าเกลียดจริง ๆ โอลีน ! โอลีนหรือเหยื่อหัวเราะในลำคอพร้อมภาพมายาที่สลายไปเผยให้เห็นหญิงสาวในสภาพสมบูรณ์ทุกอย่าง  หญิงสาวทั้งสองถอดเสื้อฮู้ดออกแล้วเหวี่ยงไปไกลเพราะในเมื่อเจอคู่แค้นแล้วก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังตัว

 

  มาต่อกันดีกว่ายัยโรคจิต ”  เซฟีนเรียกหญิงสาวตรงหน้าพร้อมดาบทั้งห้าเล่มที่กลับมาอยู่ในฝัก  เคียวที่มีขนาดใหญ่กว่าเจ้าตัวของโอลีนถูกดึงออกมาจากห้วงอากาศพร้อมการปะทะกันของห้าดาบหนึ่งเคียวยักษ์

 

  ก็เข้ามาสิยัยบ้า ”  โอลีนยิ้มบาง ๆ ให้กลับอย่างอ่อนหวาน  ร่างของทั้งคู่ทะยานเข้าหากันแล้วปะทะกันอย่างดุเดือดไม่แพ้คู่ของเตกีล่าซึ่งกลายเป็นถูกรุมจากเด็กปีหนึ่งเหมือนตนอีกคนซึ่งใช้ธนูเป็นอาวุธแต่ลูกธนูนั้นมีส่วนปลกคือมีขนาดใหญ่กว่าลูกธนูปกติทั้งหนักและยาวมากอย่างที่โดนจัง ๆ คงสาหัสแต่ขณะเดียวกัน 

 

ตู้ม !

 

เตกีล่าที่ถูกลูกตุ้มเหล็กกระแทกเข้าที่ท้องจนกระอักเลือดยิ้มกว้างแล้วตวัดท่อนฟากระแทกเข้าที่หน้าอีกฝ่ายได้พร้อมคูณสองที่บริเวณข้อพับ  ความแรงขนาดนั้นถ้าไม่พิการก็ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน  ขาของรุ่นพี่สาวที่หักผิดรูปร่างจนเธอต้องยืนด้วยขาข้างเดียวยังคงกระตุกยิ้มได้ก่อนเตกีล่าที่ยืนหยั่งเชิงกับอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงลมบาดหู  หัวเอียงไปด้านหลังเล็กน้อยรอดจากการถูกลูกธนูปักศีรษะ  รุ่นพี่สาวที่เห็นลูกธนูของรุ่นน้องพลาดก็ร่ายเวทเกราะป้องกันไม่ให้ลูกธนูนั้นปักที่ผนังของอาคาร

 

  ระวังหน่อยสิไม่งั้นมันจะเปลืองค่าหอนะ !

 

  ค่า !   อีกฝ่ายขานรับแล้วพยายามเล็งให้แม่นขึ้น  คู่เตกีล่าและรุ่นพี่สาวเมื่อไดสบตากันความรู้สึกเดือดระอุก็พุ่งพรวด  ร่างพุ่งเข้าหากันอย่างรวดเร็วดุจสายตาแลบ  เลือดนองพื้นแต่เพราะรุ่นพี่สาวและเตกีล่าได้สร้างบาเรียใสบนพื้นทำให้เลือดเปรอะตรงบาเรียแทนที่จะเป็นพื้น  กลายเป็นการต่อสู้ที่เมามันส์จนมีการตั้งวงพนันขึ้นเลยด้วยซ้ำ

 

  สุดยอด ~ เสียงใครคนหนึ่งอุทาน  มองตาค้างเมื่อคู่ของเซฟีนได้ใช้อาวุธฟันอีกฝ่ายเสมือนต้องการฆ่าให้ตาย  ยิ่งบุปผาโลหิตมาก  ทั้งสองก็ฉีกยิ้มกว้างจนน่าขนลุกทั้งที่ตัวจริงของเซฟีนเป็นหญิงสาวร่างบอบบาง  เส้นผมสีชมพูอ่อนที่บัดนี้ย้อมด้วยโลหิตเมื่อถูกด้ามเคียวฟาดดังเปรี้ยง  ! จนกลายเป็นสีแดงเข้ม  นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลอ่อนโยนแต่ตอนนี้มันกลายเป็นสีเข้มของมหาสมุทร  อีกคนอย่างโอลีนก็เช่นกัน  หญิงสาวผมสีบรอนด์ทองเป็นประกายและนัยน์ตาสีฟ้าเข้มเหมือนเพชรถูกเจียระไนที่ทอประกายความบ้าคลั่ง  ริมฝีปากสีแดงฉีกรอยยิ้มอ่อนหวานแม้ใบหน้าจะเปรอะเปื้อนคราบเลือดของทั้งตนเองและอีกฝ่ายมากมายก็ตาม

 

  หึ ๆๆ  มุกนี้ฉันเจอจนเบื่อแล้วยัยโรคจิต ” คนเป็นโรคจิตแค่นเสียงเหอะ ! เบาๆ  กระโดดตีลังกาไปด้านหลังหลุดรอดจากคมดาบทั้งสี่ที่ปักลงฉึก    ที่เธออยู่พร้อมอีกเล่มที่พุ่งเข้ามาหมายฟันเธอให้กลายเป็นสองท่อนแต่โอลีนก็ใช้เคียวยักษ์เหวี่ยงไปปะทะอย่างรวดเร็ว

 

เคร้ง !

 

ฟึบ !

 

เกิดเสียงโลหะปะทะกันดังแสบแก้วหูจนหลายคนต้องนิ่วหน้า  อาวุธั้งสองสะท้อนเข้าหาเจ้าของอาวุธที่ชูมือสูงเหนือศีรษะแล้วรับด้ามอาวุธของตนอย่างง่ายดาย

 

  เอือก...  หลายคนกลืนน้ำลายดังเมื่อเห็นการต่อสู้สุดระทึกถึงสองคู่  เตกีล่าที่ฟาดท่อนฟาในมือไปมาที่ตามจุดอ่อนของร่างกายรุ่นพี่สาวได้ยินเสียงแหวกอากาศชัดแจ๋ว  จนเขาต้องหันขวับเมื่อรู้ว่ามันไม่ใช่ธนูดั่งปกติ  แต่เป็นหอกที่พุ่งมาเตกีล่าด้วยความแรงและความเร็วสุดยอด  ม่านตาของคนเป็นภูตขยายกว้างในวินาทีเดียวพร้อมสมองที่แล่น   ภาพทุกอย่างในสายตาของเจ้าแม่วงการข่าวสารเสมือนช้าลง  เห็นวิถีของหอกที่พุ่งมาอย่างชัดเจน  ในคราวปกติแล้วมนุษย์ของเราจะมีการคิดของสมองแล้วจึงใช้ร่างกายตอบสนองต่อคำสั่ง  แต่เมื่อถึงคราวกดดันหรืออันตรายถึงชีวิต  ร่างกายจะสามารถตอบสนองและปกป้องตนเองอย่างมนุษย์ก่อนที่สมองจะรู้สึกตัวหรือที่คนเราเรียกว่า ' สัญชาตญาณ '  และเตกีล่ากำลังใช้มันเพื่อปกป้องตนเองโดยไม่ผ่านกระบวนความคิดของสมอง  กระตุ้นร่างกายให้ตอบโต้เอง

 

ร่างกายเอนไปด้านข้างเล็กน้อย  มือข้างหนึ่งแตะที่ส่วนปลายสุดของหอก  แตะเบา ๆ จนมันเอนไปทางซ้ายมือหรือก็คือเบนออกากตัวของเตกีล่านั่นเอง  มือเรียวสองมือแตะไปที่ส่วนต่าง ๆ ของหอกเพื่อผลักให้มันเบี่ยงวิถีจนในที่สุดเมื่อมือครั้งสุดท้ายแตะที่ปลายหอกอย่างสมบูรณ์  มือเรียวก็คว้าหมับเข้าที่หอกก่อนจะใช้เพียงนิ้วชี้และนิ้วกลาง  ยึดมั่นแน่น   ใช้แรงที่ผู้ขว้างใส่มากนะแทกพลังกลับจนในพริบตามันก็ย้อนกลับไปเสียบเข้าที่ร่างกายของผู้ขว้าง

 

ฟึบ !

 

ใบหน้าของผู้เฝ้าดูเต็มไปด้วยความตกตะลึงเมื่อไม่สามารถมองทันว่าเด็กที่โพกผ้าสีแดงใช้วิธีใดปาหอกกลับแต่ที่ต้องน่าตกตะลึงมากกว่าก็คือร่างของเด็กที่ควรถูกหอกเสียบกลับตกอยู่ในอ้อมแขนของเตกีล่าเพราะเขารู้ดีว่าการใช้ท่านั้นมันแรงเกินกว่าที่ร่างกายคนเราจะรับไหวเพราะมันเป็นแรงคูณสองเมื่อเกิดการหมุนและองศาที่เปลี่ยนแปลงทำให้แรงนั้นอาจทำให้คนที่ถูกหอกทำร้ายสามารถตายได้  และบัดนี้  มืออีกข้างที่ไม่ได้โอบหญิงสาวจับด้ามหอกนั้นไว้มั่น  หยุดไว้ได้โดยที่ไม่มีใครสามารถมองเห็นได้เช่นกัน

 

  พักกันก่อนเถอะ  ผมว่าเราไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อที่โรงเรียนแล้วค่อยกลับมาใหม่ดีกว่าครับ ”  เตกีล่าถอนหายใจยาว  บอกอีกสี่คนที่มองพวกเขาก่อนพริบตาเดียวทั้งหมดจะพยักหน้าให้กันแล้วหายไปเพื่อไปล้างเนื้อล้างตัว  ทิ้งความอึ้งทึ่งกับคนที่เหลือ  มองดูสภาพที่เรียบร้อยเหมือนไม่เคยมีการต่อสู้อันดุเดือดมาก่อน

 

  อะโหย...เด็กพวกนี้  เก่งเกินคนไปแล้ว ”  หลาย ๆ คนคิด

 

 

ด้านรัม  หลังจากที่เขาวาร์ปตัวเองมายังหมู่บ้านซาการัส  หมู่บ้านที่อยู่ใกล้หมู่บ้านเฟนเนลที่เป็นหมู่บ้านที่เขาต้องทำภารกิจ  หลังจากรัมเตรียมไปหาซื้อของในหมู่บ้านก็เริ่มเดินหาคนนำทางที่จะนำไปหมู่บ้าน  แต่ไม่ว่าใครที่ไหนก็ปฏิเสธจนรัมได้รับข้อเสนอแนะให้ไปที่บาร์ของหมู่บ้านที่รวมคนเก่ง ๆ เอาไว้แล้วลองไปยื่นข้อเสนอจ้างด้วยเงินดู 

 

กริ๊ง ! กริ๊ง !

 

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเรียกสายตาของคนในบาร์ให้หันมามองก่อนจะพบเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา  ผมสีทองตาสีฟ้าเป็นประกายเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง  มือก็ก้มลงอ่านเอกสารในมือเทียบกับแผนที่จนไปนั่ง ณ บาร์ซึ่งมีเก้าอี้สูงไว้ให้สั่งเครื่องดื่มและพูดคุยกับบาร์เทนเดอร์และนั่นคือสิ่งที่แพทย์สาวต้องจัดการ

 

  รับอะไรดีครับ ?    ชายวัยกลางคนท่าทางสุภาพเอ่ยถามเมื่อรัมนั่งลง  เจ้าตัวตอบกลับอย่างไม่ลังเลเพราะความเคยชินที่ชื่นชอบ

 

  ขอโกโก้ร้อนล่ะกัน    แน่นอนว่าเป็นบาร์ย่อมมีพวกคนชอบหาเรื่องนักเดินทางที่มาใหญ่  ชายร่างยักษ์คนหนึ่งถือแก้วเบียร์เข้ามาหารัมที่นั่งอยู่อย่างสงบแล้วส่งเสียงร้องหาเรื่อง

 

  เฮ้ย ! ไอ้หนู  มาบาร์เหล้าทั้งทีก็ต้องสั่งเครื่องดื่มอย่างเหล้าสิว่ะ  มาสั่งอะไรโกโก้ร้อนกัน ! เสียงที่หาเรื่องไม่ได้ทำให้รัมสนใจนักเพราะเขายังคิดว่าจะหาผู้นำทางอย่างไรดีเพราะถ้าเกิดไม่มีใครรับ  เขาคงต้องเดินทางไปเองแถมไม่รู้มันอยู่ไกลหรือเปล่า  นอกจากนี้ยังอาจมีเรื่องของพวกโจรมาสร้างความวุ่นวายอีก

 

  เฮ้ย...แก ไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือไงว่ะ  ไอ้หนู !    มือหนาที่กำลังคว้าหมับเข้าให้ทำให้รัมเบี่ยงตัวหลบอย่างอัตโนมัติ  เสียงทุ้มถามอย่างสุภาพเพราะไม่ต้องการจะหาเรื่องเล่นเอาฝ่ายที่มาหาเรื่องเหวอ

 

  มีธุระอะไรกับผมหรือครับ ? ”

 

  ก็...แค่อยากจะบอกว่าแกมานี่ก็ควรจะกินเหล้าสิ  มากินอะไรโกโก้ว่ะ   ชายร่างยักษ์พูดอย่างอึกอัก  รัมเลิกผ้าคลุมหน้าออกแล้วยิ้มบาง ๆ ให้ตามสเต็ปมารยาตัวร้าย

 

  คงไม่ได้หรอกครับ  ผมต้องไปทำภารกิจที่หมู่บ้านเฟนเนลและต้องออกเดินทาง  คงไม่ดีที่จะดื่มแอลกอฮอล์ ”  หลายเสียงฮือฮาเมื่อได้ยินและส่วนหนึ่งเพราะเห็นใบหน้าสมส่วน  งดงามของชายหนุ่มนักเดินทาง  หมู่บ้านเฟนเนลช่วงนี้มีข่าวคนติดโรคจากทั้งไข้ป่าและยุง  ทั้งยังเพราะฤดูที่ร้อนแต่ที่หมู่บ้านเฟนเนลจะแล้งทำให้ไม่ค่อยมีพื้นผลนักแต่ก็ไม่มีปัญหามากเพราะคนของหมู่บ้านจะเก็บเสบียงไว้เตรียมพร้อมอยู่แล้ว  แต่เพราะเสบียงที่มากทำให้เหล่าโจรหวังครอบครองหมู่บ้านอยู่จนหมู่บ้านเฟนเนลไร้ซึ่งคนเข้าและออก  ชายร่างยักษ์คนนั้นทรุดตัวนั่งข้าง ๆ แล้วเลิกคิ้ว

 

  จะไปทำไมวะเจ้าหนุ่ม  ที่นั่นมันมีโรคระบาดนี่นาแถมพวกโจรมันก็ชุกอีก  ไม่กลัวอันตรายหรือไง ”

 

  ก็กลัวนะครับ...แต่ว่าผมเป็นหมอและกำลังจะไปรักษาคน  ไม่ไปไม่ได้หรอกครับ  อ่อ...ผมชื่อรัม  เป็นนักเรียนที่กำลังทำภารกิจส่วนชื่อโรงเรียนคงต้องปิดไว้นะครับ ”  รัมในตอนแรกตีสีหน้าลำบากใจ  ก่อนจะกลายเป็นรอยยิ้มละมุนละไมแบบที่ผู้ชายด้วยกันเห็นแล้วรู้สึกหน้าร้อนวาบ ๆ  ไม่เว้นแม้แต่ชายที่นั่งตรงกันข้ามซึ่งเริ่มทำเสียงอึกอัก  หน้าแดงระเรื่อแล้วบอกตะกุกตะกัก

 

  เอ่อ...ฉันชื่อ บีไน  เป็นคนของหมู่บ้านเฟนเนลแต่มาหางานทำที่นี่ ”  รัมตาโต  ถลาไปจับแขนอีกฝ่าย  พูดด้วยน้ำเสียงดีใจไม่นึกว่าโชคจะยังเข้าข้าง  ดีที่ไม่ปาดคออีกฝ่ายทิ้งไปเสียก่อน

 

  งั้นคุณก็รู้จักทางไปหมู่บ้านเฟนเนลใช่ไหมครับ ? ”

 

  กะ...ก็ใช่อยู่ -///-  รัมยิ้มกว้าง  นัยน์ตาหยีเป็นประกายถามด้วยสีหน้าแสร้งมีความหวัง

 

  งั้นคุณพอจะมีแผนที่หรือพอบอกเส้นทางไปหมู่บ้านเฟนเนลได้ไหมครับ  มันเป็นภารกิจด่วนที่ต้องรีบไปรักษาคนไข้เสียด้วย  เอ...แผนที่ แผนที่ ~ เขาดึงแผนที่ของพื้นที่แถบนี้แล้วเขยิบเข้าไปใกล้บีไนมากกว่าเดิมท่ามกลางสายตาอิจฉาตาร้อนของหลาย ๆ คนเพราะในหมูบ้านนี้หาอาหารตาสวย ๆ งาม ๆ ยาก  นัยน์ตาสีฟ้ามองนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนของอีกฝ่ายแล้วก้มลงมองแผนที่

 

  ช่วยบอกทางทีนะครับ  

 

  ...    แต่อีกฝ่ายก็ยังเงียบ  ทำให้รัมต้องเงยหน้ามองชายหนุ่มแต่เขาก็ยื่นมือมาผลักแผนที่ออกแล้วบอกเสียงหนักแน่น

 

  งั้นฉันจะพานายไปที่หมู่บ้านเอง  ยังไงที่นั่นก็บ้านเกิดฉัน  ฉันไม่ปล่อยให้คนรู้จักตายหรอก ”

 

  จริงหรือครับ ? ”  รัมถามและได้รับการตอบรับเป็นการพยักหน้าช้า ๆ  เรียกรอยยิ้มหวานละมุนละไมบนใบหน้านั้นในทันใดจนคนมองถึงกับตาพร่า  ไม่คิดว่าจะได้เห็นรอยยิ้มที่งดงามยิ่งกว่าเทพธิดา  รัมกอดอีกฝ่ายทันทีเพราะความลืมตัวก่อนจะบอกเสียงรัวเร็ว

 

  งั้นผมขอไปเตรียมของก่อนนะครับ  แล้วเจอกันที่หน้าทางเข้าหมู่บ้านในอีกสองชั่วโมง ”  แล้วรัมก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว  ทิ้งชายหนุ่มผมยาวที่หน้าแดงระเรื่อก่อนจะกลายเป็นแดงก่ำเมื่อจำความรู้สึกและกลิ่นหอมของรัมได้  หลาย ๆ คนในบาร์ที่เห็นผู้เป็นเพื่อนหน้าแดงก็พากันแซวอย่างสนุกสนาน

 

  โว๊ย ! บีไนยอดนักสู้หน้าแดงแฮะ ~ ฮ่า ๆๆ    เสียงหัวเราะยิ่งมายิ่งดังแต่เสียงหนึ่งของใครคนหนึ่งในบาร์ก็ดังขึ้น

 

  น่าอิจฉาจังแฮะ ~ นานทำให้ความเงียบครอบคลุมไปทั่ว  มองบีไนที่ยังไม่หายหน้าแดงด้วยสายตาอิจฉาตาร้อน  ยิ่งนึกถึงผู้เป็นเพื่อนที่ได้รับกอดกับรอยยิ้มหวานอ่อนโยนของแพทย์หนุ่มที่จะไปรักษาคนไข้ก็มองบีไนด้วยสายตาประสงค์ร้าย

 

  มองอะไรว่ะ !   บีไนโวยกลับแก้อาการเก้อเขิน  ก่อนจะไปเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางบ้าง  โดยไม่รู้เลยว่ารัมฉีกยิ้มกว้าง  หัวเราะดังลั่นในใจพร้อมความคิดของเจ้าตัวเมื่อเดินออกห่าง

 

  แค่นี้ก็ไม่เสียเงินจ้างคนนำทางแล้ว ฮ่า ! ๆๆ ”

 

 

 

 

มาแล้ว  ตอนแรกกะจะให้ตอนนี้ไปรวมกับ ตอน กิจกรรมป่วนหรรษา  เกมส์ภารกิจ ??? 1 แต่ว่าจากการนับดูของไรท์เตอร์มันปาไปกว่าเจ็ดสิบหน้าก็เลยเปลี่ยนเป็นตอนใหม่ 100 %  เลย  คราวนี้ความชั่วร้ายและนิสัยลึก ๆ ( ? )  ลับ ๆ ( ? )  ของห้าสาวจะปรากฏยังที่ทุกท่านได้อ่าน  ไม่ว่าจะความเกรียน ?  มารยา ? สาไถ ? ซาดิสซ์นิด ๆ ? โรคจิตหน่อย ๆ ? และความบ้าฮารั่ว ? จัดเต็มค่ะ

 

โอ๊ะ...ใบ้นิด ๆ ว่าสามในห้าจะมีหนุ่มระดับเจ้าชายมาเกี่ยวข้องและตกหลุมเสน่ห์ที่สามสาวขุดไว้ ( โดยไม่รู้ตัว )  สามพระเอกแย่แล้วสิ !

 

เหอ ๆๆๆ มีความสุข

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 43 : บทที่ 42 กิจกรรมป่วนหรรษา เกมส์ภารกิจ ??? 2 ( 100 % ) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 14021 , โพส : 57 , Rating : 13% / 152 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3
# 57 : ความคิดเห็นที่ 14502
ร้ายมากกกกกรัม ลูกเเม่ 555
Name : jsanghud < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jsanghud [ IP : 182.232.190.186 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 สิงหาคม 2560 / 16:08
# 56 : ความคิดเห็นที่ 13708
มันต้องเป็นเด็กสาวในคราบเด็กหนุ่มไม่ใช่เหรอคะ
Name : TangmoNatchaya < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ TangmoNatchaya [ IP : 49.49.249.163 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 มีนาคม 2560 / 10:18
# 55 : ความคิดเห็นที่ 12738
ทุกคนในโรงเรียนสาธิตเซนท์ปิแยร์นี่เป็นผู้หญิงหมดเลยใช่ไหมค่ะ? เห็นอย่างรุ่นพี่โรแล้วคิดว่าเป็นผู้ชายนะค่ะ
Name : ͶΔRͶIΣR < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ͶΔRͶIΣR [ IP : 110.77.202.136 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ตุลาคม 2559 / 11:14
# 54 : ความคิดเห็นที่ 9372
ต่อไวๆนะคะไรต์
Name : Chandra and Clover < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Chandra and Clover [ IP : 119.76.69.152 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มีนาคม 2559 / 11:06
# 53 : ความคิดเห็นที่ 9371
สนุกมากค่ะ
Name : Chandra and Clover < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Chandra and Clover [ IP : 119.76.69.152 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มีนาคม 2559 / 11:05
# 52 : ความคิดเห็นที่ 6786
สนุกมากๆค่าา แอบเชียร์เจ้าชายบรรนารักษ์ที่อยู่กับวิสกี้ อิอิ
PS.  รักนะ แต่ไม่แสดงออก ^^
Name : SKK~hoUse < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SKK~hoUse [ IP : 125.24.170.160 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 เมษายน 2558 / 16:27
# 51 : ความคิดเห็นที่ 6492
ถ้าเป็นอย่างที่ไรต์บอก สองในสามสาวคงไม่พ้นวอดก้ากับวิสกี้ใช่ไหมคะ
Name : ~WINDY~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ~WINDY~ [ IP : 27.145.134.25 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 เมษายน 2558 / 18:52
# 50 : ความคิดเห็นที่ 6482
สมกับเป็นเพื่อนกันจริง ๆ เนอะ
Name : fairy_devil < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fairy_devil [ IP : 125.27.105.52 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 เมษายน 2558 / 14:42
# 49 : ความคิดเห็นที่ 4835
สนุกสุดๆ
PS.  ทุกอย่างมี 2 ด้าน เช่นเดียวกับ ราตรีที่มืดมิดแต่กลับสวยงามอย่างประหลาด ซึ่งมันแล้วแต่ว่าใครจะมองด้านไหนเท่านั้นของมันเท่านั้น เช่นเดียวกับความรัก ที่มีทั้ง ความทุกข์และความสุข
Name : Hydrangea < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Hydrangea [ IP : 101.109.94.205 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ตุลาคม 2557 / 13:20
# 48 : ความคิดเห็นที่ 4118
สู้ๆนะคะ
PS.  ทางตัน ใช่ว่าไม่มีทางออก มันก็แค่ต้องออกแรงทลายกำแพงมากกว่าเดิมแค่นั้น เดี๋ยวก็พบทางที่ซ่อนอยู่เอง
Name : Jitsupa_milk < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Jitsupa_milk [ IP : 125.27.200.186 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กรกฎาคม 2557 / 18:16
# 47 : ความคิดเห็นที่ 2619
ร้ายจรืงๆ.....
PS.  ทุกเวลา ทุกนาที ทุกวันเดือนปีนั้นมีค่า อย่าปล่อยเลยไปทั้งๆที่ยังไม่ทำอะไรกับมัน
Name : bigbowka < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bigbowka [ IP : 171.99.228.151 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 มีนาคม 2557 / 20:19
# 46 : ความคิดเห็นที่ 1861
หนุกมากกกกๆๆ
Name : Ananda Yabanpang < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ananda Yabanpang [ IP : 223.205.85.153 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 ตุลาคม 2556 / 18:13
# 45 : ความคิดเห็นที่ 1834
ไรเตอร์ กลับมาเถอะ T T หายไปนานแล้วนะ

มาอัพทีๆ คิดถึงหนูวอกก้าแล้วอ่ะ

พลีส กลับมาๆๆ
Name : saru_ken [ IP : 180.183.176.203 ]

วันที่: 27 ตุลาคม 2556 / 18:00
# 44 : ความคิดเห็นที่ 1831
โอ่ว..รัมจัง เราช่างมีอะไรที่เหมือนกันมากเลยนะ โดยเฉพาะหน้าตา อะโฮะๆ// โดนรัมจังเตะก้านคอ เอาหละๆ เข้าเรื่องๆ
สนุกมากค่ะตอนนี้ โดนเฉพาะตอนของรัมอะเคอะๆ แต่วาไรเตอร์มีคำถาม น๊า คืออยากรู้ว่า เหล่าองค์ชายนี้หน้าตาเป็นไงอ่า รวมถึง บีไนด้วย หล่ออะป่าว เอ๋ยยยย !!!
PS.  เหนเย็นแบบนี้ ก้อมีความรู้สึกนะ
Name : Contract < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Contract [ IP : 118.173.226.32 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 ตุลาคม 2556 / 09:29
# 43 : ความคิดเห็นที่ 1822
ไรเตอร์มาอัพเร็วๆๆน่าาาาาา
ค้างมากเลยยย
กำลังสนุก อยากรู้ตอนต่อไปแล้ววว
แง่ๆๆๆๆๆ ใจจะขาดดด อิอิ
Name : unicorn654 [ IP : 124.120.225.9 ]

วันที่: 24 ตุลาคม 2556 / 13:55
# 42 : ความคิดเห็นที่ 1820
มาขอกำลังใจจากไรเตอร์ก่อนสอบจร้า

อัพหนูวอกก้าให้อ่านหน่อยจิ ตัวเอง

อยากอ่านแล้ว มาปูเสื่อรอครับป๋ม

(ปล.เอาไดซ์โผล่มาเรียกคะแนนคืนความหวานสู่มวลชนสักนิดนะจร๊ะ)
Name : saru_ken [ IP : 180.183.176.203 ]

วันที่: 23 ตุลาคม 2556 / 19:52
# 41 : ความคิดเห็นที่ 1814
นุก นุก มาอัพตอนใหม่เร็วๆนะค่ะ พี่ไรท์สุดสวย ^^
ส่วน 3 คนที่ยุ่งกับเจ้าชายนะหนูคิดว่าคงเป็น 1.วอดก้า(เจ้าชายมาคัส) 2.วิสกี้(เจ้าชายไลท์ก้า) 3.รัม(ไม่รู้อ่ะ T^T)
วอดก้ากับวิสกี้คงพอเข้าใจ แต่รัมบางคนคงไม่เข้าใจ ใน 3 คนที่เหลือนะรัมมีโอกาสเจอจ้าชายมากที่สุดเพราะเจ้าชายอาจต้องไปปราบความวุ่นวายที่เขตทับซ้อนแล้วยังไม่กลับก็ได้ เตกีล่าคงมุ่งมั่นกับการล่าเหยือ(ผู้ล่า)กับช่วยงาน(และจิ๊กข้อมูล)ของกรมข่าวสารมากกว่า ส่วนจินคงมุ่งมั่นในการส่งเสริมสมาคมพ่อค้า ถ้าไม่ใช่พ่อค้าที่มาติดต่อค้าขายหรือลูกค้า(ที่เป็นหนี้)คงไม่สนหรอก เฮ้อๆ -_-;
Name : เจนนี่ [ IP : 114.109.6.97 ]

วันที่: 21 ตุลาคม 2556 / 23:16
# 40 : ความคิดเห็นที่ 1813
มาอัพเร็วๆๆน่ะไรเตอร์ ติดตามแต่เรื่องนี้จร้า เป็นกำลังใจให้น่ะไรเตอร์
Name : pasta [ IP : 118.173.221.228 ]

วันที่: 21 ตุลาคม 2556 / 22:16
# 39 : ความคิดเห็นที่ 1811
ฟันธง !!!! เราว่า วอดก้า วิสกี้และรัม แน่นอน /// 5555+ หัวเราะอย่างชั่วร้าย
Name : kalasin [ IP : 223.206.216.152 ]

วันที่: 21 ตุลาคม 2556 / 19:09
# 38 : ความคิดเห็นที่ 1809
สนุกจังเลยมาต่อเร็วๆนะ

#รอคิดกับโคนันต่อ อิๆ
#แล้วตุลาด้วย หุหุ
Name : lucifer&tak < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lucifer&tak [ IP : 49.230.142.3 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 ตุลาคม 2556 / 14:33
# 37 : ความคิดเห็นที่ 1808
อยากอ่านต่ออ่าาา
สู้ๆนะคะไรเตอร์ เรื่องนี่สนุกมว๊ากกกก
แต่งเรื่องได้น่าติตามค่ะ หนูจะรอนะคะ
Name : yunikung < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ yunikung [ IP : 171.100.17.1 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 ตุลาคม 2556 / 14:31
# 36 : ความคิดเห็นที่ 1805
อุกรี๊ดดดดดดดด
อยากอ่านต่ออ๊าาาาาาาาาาา
จะรออ่านนะค่ะ ไรท์เตอร์
Fight!!! ค่าาาาาาาาา อิอิ ^^
หนุกมากกกกกกกก
Name : joojyza [ IP : 180.183.57.75 ]

วันที่: 21 ตุลาคม 2556 / 11:27
# 35 : ความคิดเห็นที่ 1803
ไดซ์ วิมเลท บราวน์ นายสามคนมาด่วนๆเลยนะเดี๋ยวโดนงาบนะ
Name : GRaCE [ IP : 115.67.164.119 ]

วันที่: 20 ตุลาคม 2556 / 22:00
# 34 : ความคิดเห็นที่ 1802
อัพด่วนๆๆๆๆๆ ค้างอย่างแรงส์
PS.  วายคือชีวิต จิ้นวันละนิดจิตแจ่มใส //ปอปาลอลิง : Yaoi บันซายยยย
Name : Le-Noir < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Le-Noir [ IP : 124.120.154.216 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 ตุลาคม 2556 / 21:54
# 33 : ความคิดเห็นที่ 1801
งานนี้พวกพระเอกแย่แล้ว ไม่น้าาาา
มาอัพต่อไวๆนะค่ะ
PS.  อ่านแล้วเม้น เป็นนิสัยของเพื่อนชาวเด็กดีจ้า
Name : ในนามแห่งนักฆ่า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ในนามแห่งนักฆ่า [ IP : 125.27.177.64 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 ตุลาคม 2556 / 12:34
หน้าที่ 1 | 2 | 3
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android