คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 60 : บทที่ 55 การสอบกลางภาค 3 100%


     อัพเดท 23 พ.ค. 57
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 2,801 Overall : 679,531
15,917 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7629 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 60 : บทที่ 55 การสอบกลางภาค 3 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 13376 , โพส : 37 , Rating : 7% / 173 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

บทที่  55  การสอบกลางภาค  3
 

 

  สิ่งที่สำคัญที่สุด  ห้ามเปิดเผยเรื่องราวของโลกอาเรียให้มิติฝั่งนั้นรู้เด็ดขาด ”  เสียงของเอ็กเซลกระซิบเบา ๆ ย้ำเตือน  วอดก้าขยับยิ้ม   รวบเส้นผมสีเงินให้แน่นด้วยริบบิ้นสีน้ำเงิน  ดวงตาสีส้มทอประกายแวววาวแม้จะยืนอยู่ท่ามกลางเนินทรายที่หาจุดสิ้นสุดไม่พบ

 

“ ก่อนอื่น... ” เขาทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะยกกำปั้นทุบมือ  “ หาทางไปยังเมืองใกล้ ๆ แล้วหาข่าวไปด้วยสินะ เป้าหมายคือพระราชวังในอียิปต์ ”

 

และแล้วการสอบเวทมนตร์ก็เริ่มขึ้น  วอดก้าพริ้มตาหลับ   หากจะควานหาทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ไหนคงหมดเวลาก่อนพอดี  เวทย์ผืนดินถูกดึงมาใช้เพื่อหาแผ่นดินที่ถูกสิ่งปลูกสร้างตั้งทับ  มือเรียวทาบผืนทราย  แม้หลาย ๆ คนจะบอกว่าไม่ใช่ดินทว่ามันก็คือเศษซากของดินและเป็นส่วนหนึ่งของดินอยู่ดีและด้วยเหตุนี้  สร้อยข้อมือบุษราคัมจึงได้ฤกษ์ทำงานแบบเนียน ๆ

 

ไหน ๆ ก็เป็นของหนูชั่วคราว  งั้นเจ้าของชั่วคราวใช้บ้างคงไม่ผิด

 

ถ้าเอ็กเซลรู้คงเครียดตายเมื่อเจ้าของพลังเวทย์ที่มากมายมหาศาลที่เกือบวัดค่าไม่ได้กลับแอบโกง

 

ก็แหม...ตอนนี้พวกเขาใช้เวทได้เล็ก ๆ น้อย ๆ นี่นา  อีกคำสั่งหนึ่งที่เขาพบหลังข้อความคืออนุญาตให้ใช้เพียงเวทย์บทต่ำและกลางเท่านั้น   ดังนั้นอะไรที่เป็นเวทย์บทสูงก็พับเก็บไปเลย  แต่ข้อความนี่ก็ลงวงเวทอาคมหนาแน่นมิใช่น้อย  แต่ละชั้นปีจะได้คำสั่งแตกต่างกัน  อย่างปี 2  สั่งให้ใช้เพียงเวทบทกลาง  ส่วนปี 3 ให้ใช้แต่เวทย์บทสูงทั้งนั้น  ภารกิจก็ยากไปด้วย 

 

  ทางใต้ฝั่งนั้นเองสินะ ” วอดก้าหมุนตัวไปยังทิศทางที่จับได้ว่าเป็นเมืองที่ใกล้ที่สุด  รอยยิ้มน้อย ๆ ผุดที่ริมฝีปาก  สายลมหอบหนึ่งพาร่างเขาลอยไปยังทิศทางนั้นอย่างรวดเร็ว

 

เวลาสอบมีเพียง 12 ชั่วโมงเท่านั้น  ดังนั้นหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันมีหวังเขาคงได้สอบตก

 

ยิ่งไปท้าไอ้เจ้านั่นด้วย

 

เมื่อพูดถึงรูมเมทหนุ่ม  วอดก้ายิ่งเหยียดยิ้มกว้างชอบใจ  พอจบการสอบเวทมนตร์ก็การสอบอาวุธสินะ  แค่คิดก็สนุกแล้ว 

 

และเพียงลอยตัวมาได้ไม่นานวอดก้าก็จำต้องยอมลงผืนทรายริมแม่น้ำไนล์เพราะผู้คนที่ปรากฏประปราย  หากให้ทั้งหมดรู้ว่าเวทมนตร์มีอยู่จริงคงไม่ดีนัก  เรือไม้ลำน้อยที่ถูกสร้างโดยเวทย์ไม้ขั้นต่ำและนำมากระกอบกันเป็นเรือสร้างควาสะดวกสะบายให้เท่าตัว  ดีกว่าเดินงก ๆ เงิ่น ๆ และเพราะนักบวชหนุ่มได้ใช้ผ้าพันพอพันปิดใบหน้าครึ่งล่างเอาไว้  เท้าคางนอนขณะปล่อยให้เรือลำเล็กแล่นไปด้านหน้าเรื่อย ๆ ทว่ายิ่งมีคนพลุกพล่าน  วอดก้าก็ยิ่งรับรู้ถึงสายตาผู้คนในชุดประหลาดที่มองมาด้วยสายตาตื่นตระหนกตกใจ  เขาเอะใจจึงลุกขึ้นแล้วเอามือจุ่มแม้น้ำและรู้แล้วว่าทำไมถึงตกเป็นเป้าสายตาคนอื่น

 

  ง่า...มันไหลทวนกระแสน้ำนี่เอง ”  วอดก้าเอามือเกาหัวแกรก ๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อเป้าหมายของเขาอยู่ในเมือง   เรือของเขามันทวนกระแสน้ำทั้ง ๆ ที่ไม่มีคนพายจึงสร้างความตื่นตกใจให้ผู้เฝ้ามอง  พากันชี้ชวนดูเรือลำน้อยอย่างไม่อยากเชื่อสายตาจนกระทั่งวอดก้าสะดุดใจกับกลุ่มคนผิวสีคล้ำแดดในสภาพโทรม ๆ ที่กำลังช่วยกันยกหินก้อนใหญ่ไปยังสิ่งปลูกสร้างแห่งหนึ่ง   เท่านั้นเองเรือลำเล็กก็จอดริมแม่น้ำเพราะสายลมที่ช่วยผลักดัน  ก่อนเจ้าตัวที่พันปิดหน้าช่วงล่างของตนจะกระโดดออกจากเรือ  มุ่งไปหาร่างบนหลังม้าที่หวดแส้ใส่ทาศคนหนึ่งอย่างโหดร้าย

 

  เดิน ! เดินไปสิเจ้าทาศ ! ” เสียงตวาดอย่างไม่แยแสสนใจหนึ่งชีวิตแม้แต่น้อยทำให้วอดก้าดวงตาวาวโรจน์ชั่วขณะ   ผู้คนที่นี่มีผิวสีคล้ำ  เส้นผมและดวงตาหากไม่ใช่สีนิลก็อาจเป็นสีน้ำตาลอ่อน  ผิดกับที่อาเรียซึ่งมีสีผมและสีตาหลากหลายเผ่าพันธุ์

 

ทว่าจากการมองของวอดก้า  มิติแห่งนี้มีเพียงแค่เหล่าเผ่าพันธุ์ที่แสนอ่อนแอทว่าสมดุลที่สุดอย่างมนุษย์เท่านั้น

 

เฮือก !

 

ผู้คุมที่หวดแส้ใส่ทาศทั้งหลายสะดุ้งเมื่อรับรู้ถึงแววตาเย็นเยียบจับจิตที่มองมาเสมือนเหยื่อ  แต่เมื่อหันมองเพียงพบบุคคลหนึ่งในชุดสีดำแดงแปลกประหลาดตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า  เส้นผมยาวสลวยสีรัตติกาลและดวงตาสีเดียวกันทำให้ใบหน้าขาวธรรมดา ๆ เปล่งรัศมีทออำนาจ  ไหล่กว้าง  ท่วงท่าเดินสง่างามและดวงตาคมกริบกลับทำให้ผู้เฝ้ามองคล้ายประสบพบองค์ฟาโรห์เสียอย่างนั้น

 

วอดก้าย่างสามขุมเอื่อย ๆ เข้าไปหาอีกฝ่าย   ดวงตาสีส้มที่เปลี่ยนเป็นสีรัตติกาลจับจ้องไปยังสิ่งก่อสร้างเบื้องหลังดวยแววตาสนใจ

 

“ พี่ชาย  พี่กำลังทำอะไรอยู่หรือ ? ”  ไม่ว่าเปล่า  นิ้วเรียวขาวชี้ไปยังด้านหลังอีกฝ่าย  ผู้คุมหน้าเหี้ยมสะดุ้ง กระแอมเล็กน้อยก่อนจะตอบเสียงสุภาพเนื่องหวั่นเกรงท่าทางองอาจของอีกฝ่าย

 

  เอ่อ...นี่เป็นสิ่งก่อสร้างขององค์ฟาโรห์เพื่อแสดงถึงอำนาจของพระองค์   พีระมิดอย่างไรเล่า ” 

 

วอดก้าพึมพำเป็นเชิงร้องอ้อ  ประติมากรรมและสถาปัตยกรรมของที่นี่แตกต่างจากที่อาเรียมาก  แม้เครื่องมือไม่ทันสมัยและแม้ต้องใช้แรงกายล้วน ๆ ก็ยังมีความสวยงามและประณีตอย่างน่าทึ่ง ...เดี๋ยว ๆ กลับเข้าเรื่องก่อน

 

  แล้วเจ้าทำไมถึงแต่งกายประหลาดนัก  ดูมิเหมือนชาวอียิปต์แม้แต่น้อย ”  คำพูดที่โบราณไม่ใช่น้อยจากผู้คุมย้อนถาม  วอดก้ายิ้มขำ  การที่เขาแต่งกายมิดชิดทั้งยังใช้ผ้าพันคอปิดหน้าแตกต่างจากอีกฝ่ายที่มีเพียงผ้านุ่งเท่านั้น  ผู้ชายจะเปลือยอก  ส่วนผู้หญิงสวมเสื้อคลุมโบราณ  ดังนั้นจึงไม่มีใครดูวอดก้าออกว่าเป็นหญิงหรือชาย 

 

  อ้อ...ข้าเป็นนักเดินทางน่ะ  พี่ชายพอจะบอกทางเข้าเมืองได้หรือเปล่า ? แล้วอีกไกลหรือไม่ ”  เมื่อโบราณมาเขาก็โบราณตอบ  อีกฝ่ายบอกไม่ไกลนัก  เดินเลียบแม่น้ำไปเรื่อย ๆ ก็จะพบเอง   

 

  Thank  you พี่ชาย ” คนฟังกระพริบตาปริบ ๆ

 

แต้งก...กิ้ว ???

 

  มันคืออะไร ? ”  ผู้คุมหน้าเหี้ยมส่งเสียงถามแต่เขาเพียงหัวเราะร่า   กระโดดลงเรือลำน้อย  เพียงปลายเท้าแตะพื้นเรือ   เรือไม้ก็แล่นฉิวทวนกระแสน้ำไปอย่างรวดเร็วทันที  เสียงเล่าลือว่ามีบุคคลสามารถนั่งเรือวิเศษที่สามารถทวนกระแสแม่น้ำไนล์ได้และข่าวลือนี้ก็เล่าต่อเสริมแต่งเกินจริงจนถึงสายข่าวขององค์ฟาโรห์ 

 

  จริงรึที่มีคนนั่งเรือทวนกระแสแม่น้ำแห่งไนล์ได้ ” องค์ฟาโรห์อเมนโนฟิสตรัสอย่างกลัดกลุ้ม  รอบข้างเต็มไปด้วยนักปราชญ์และโหรหลวงที่คุกเข่าก้มหน้าต่ำ  แต่หูเงียฟังคำพูดของผู้คุมทาศ

 

  พะยะค่ะ  ...กระหม่อมเห็นคนผู้นั้นกระโดดขึ้นเรือไม้ลำเล็ก   แล้วเรือนั่นก็แล่นทวนกระแสน้ำไวมากพะยะค่ะ ”  ผู้คุมทาศเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก และต้องหน้าซีดเข้าไปอีกเมื่อพระองค์ตรัสถาม

 

  คนผู้นั้นแต่งตัวเช่นไร ” 

 

  ...เอ่อ...  เขาได้แต่อ้ำอึ้งเนื่องจากไม่รู้จะบรรยายชุดอันแปลกประหลาดของคนผู้นั้นอย่างไรจนทหารคนสนิทพระองค์ต้องตวาด 

 

“ ตอบมา ! 

 

“ ก......กระหม่อมไม่ทราบพะยะค่ะ ! ...คนผู้นั้นแต่งตัว......ไม่เหมือนผู้ใด  สวมเสื้อผ้าตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าและ...และนำผ้าปิดหน้าครึ่งล่างพะยะค่ะ ”  โอย...เมียจ้า   เห็นทีเจ้าคงได้เป็นม่ายแล้ว  ผู้คุมทาศที่ทำท่าจะเป็นลมคิดในใจ

 

โฟรรีสหรือหัวหน้าโหรหลวงของวังเอ่ยถามเสียงนุ่ม 

 

“ ใจเย็น ๆ พวกข้าเพียงอยากรู้ลักษณะของบุคคลผู้นั้น  เจ้าจำได้หรือไม่ ? ”  เสียงอ่อนโยนชวนให้ใจชื้นขึ้นมาหน่อย  อเมนโนฟิสมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่ทำท่าครุ่นคิด 

 

  ...จำได้พะยะค่ะ  คนผู้นั้นมีเส้นผมสีดำยาวจรดเอว  ดวงตาสีนิลลึกลับ ท่าทางยามเดิน......สง่างามน่าเกรงขาม ”  ผู้คุมทาศสะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงสายตาของผู้ที่อยู่บนบัลลังค์และเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนพูดสิ่งใดไป  แต่อเมนโนฟิสโบกพระหัตน์  ตรัสให้เอ่ยต่อไป 

 

  มีดวงตาคมกริบประดุจเหยี่ยว  ผิวขาวแตกต่างจากเรา  น้ำเสียงทุ้มต่ำฟัง...ฟังดูคล้ายบุรุษ  และก้องกังวาลจนเหมือนสะกดใจได้ แต่...แต่” พอพูดถึงตรงนี้ผู้คุมทาศชักลังเล  แต่พอเห็นว่าทั้งหมดมองมาทางเขาเป็นตาเดียวก็จำใจต้องเอ่ย 

 

  ...ข้าและทาศหลายคนห...เห็นว่าพอเขาขึ้นเรือ  เส้นผมคนผู้นั้นเปลี่ยนเป็นสีดวงจันทร์ล...และมีดวงตาสีดั่งผืนทรายพะยะค่ะ ” 

 

....... 

 

  เจ้าออกไปได้แล้ว ”  โฟรรีสเอ่ยเสียงอ่อนโยน  เพียงผู้คุมทาศเดินลับไป  เสียงเอ่ยจอกแจ้กก็ดังจากเหล่านักปราชญ์และโหรหลวงในทันที 

 

  หรือคำทำนายของท่าน 'อูรา' เป็นจริง ” 

 

  ที่เอ่ยว่าจะมีผู้ยิ่งใหญ่มานำของสิ่งหนึ่งไปน่ะรึ ? ” 

 

  หากเป็นจริง  ท่านเทพต้องการสิ่งใดกัน ? ” 

 

  แต่ท่านอูราเสียไปแล้วจะทำเช่นไรเล่า ? ” 

 

  เงียบก่อนทุกท่าน ” โหรหลวงโฟรรีฟเอ่ยปรามทุกสรรพเสียงแล้วให้นายเหนือหัวที่จมดิ่งในภวังค์ได้ครุ่นคิด  ดวงตาสีนิลคมเข้มประกาศเอ่ย

 

“ เรียกโหรหลวงทั้งหมดมาทำนายให้แก่ข้าเดี๋ยวนี้ ! 

 

 

ส่วนทางด้านตัวคนจะมานำของสิ่งหนึ่งกำลังเดินเอื่อย ๆ อย่างเริงร่าภายในเมืองกับเครื่องประดับและเครื่องมือมากมายที่นำมาวางขาย  ซึ่งดูแปลกตาคนต่างมิติเช่นเธอ  ตามนิสัยสาว ๆ มีของสวย ๆ ต้องซื้อ  วอดก้าจึงซื้อของหลายอย่างไปฝากผู้เป็นเพื่อนและรุ่นพี่ทั้งหมด

 

แล้วถามว่าเอาเงินมาจากไหน...หึ ๆ เพราะมันคือการสอบเวทมนตร์  ดังนั้นจะใช้เงินก็ต้องเสก

 

30 คีเทร์...พ่อหนุ่ม ” 

 

  แม่ค้า  โปรดรีบนำเงินนี่ไปแลกพ่อค้า 'ซูรี' เชื่อข้าเถิด ”  ทองคำแท่งหนึ่งถูกยัดใสมือหญิงชรา  ขณะที่วอดก้ากระซิบเบา ๆ 

 

  โอ้...ท่านผู้ใจบุญ ”  หญิงชรามองอย่างซาบซึ้งใจกับลูกค้าผู้สวมเสื้อคลุมทั้งตัว  ดวงตาสีส้มแปลกตาดูน่าหลงใหล  แม้เพียงซื้อของไม่กี่ชิ้นแต่กลับให้ทองคำมา  ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยชักชวนผู้มีพระคุณไปบ้าน  เพียงพริบตาเดียวร่างในผ้าคลุมก็สะบัดกายจากไป

 

พ่อค้า ซูรี  คือพ่อค้าเฒ่าหน้าเลือดที่รับให้คนยืมเงินและเก็บดอกเบี้ยมหาแพง  ผู้มีทองคำสามารถนำไปแลกเงินได้  หากใครไม่สามารถหาเงินมาจ่ายจะต้องเซ็นสัญญาเป็นทาศ  แต่เพราะเศรษฐกินไม่ดีทำให้มีผู้จำใจต้องไปหยิบยืมเงินจากพ่อค้าผู้นี้ไม่น้อย  คนที่วอดก้าเลือกให้ทองคำที่ใช้พลังในการสร้างจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่ไม่สามารถหาเลี้ยงตัวคนเดียวได้  และพลังนี้จะอยู่ได้เพียงสองชั่วโมงเท่านั้นก็จะสลายไป  ดังนั้นแนะนำให้รีบนำทองไปแลกเงินเพื่อให้ไอ้พ่อค้านั่นล่มจมไปเสีย

 

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว  ทำบุญล้างซวยบ้างคงไม่เป็นไร

 

วอดก้าที่อยู่ในนชุดคลุมสีน้ำตาลเข้ม  เนื้อผ้าหยาบปิดชุดนักเรียนที่สวมมาแทบทั้งตัว  แต่ผ้าคลุมสีส้มยังคงพันปิดใบหน้าครึ่งล่าง  เส้นผมกลับมาเป็นสีเงินดั่งเดิมเนื่องจากมันเปลืองพลังเวทย์หากใช้นาน ๆ

 

  ร้อนจริง ๆ ” วอดก้าบ่นในใจ   แต่ลอบใช้เวทย์น้ำแข็งสร้างความเย็นในเสื้อคลุม เดินโฉบไปโฉบมาซื้อของ  แม้จะเห็นคนที่เหมือนเป็นทหารวิ่งวุ่นไม่ต่างกันก็ตาม  เขาเข้าไปหาอะไรทานบ้างและได้ยินข่าวน่าสนใจหลายอย่าง 

 

  ทหารในวังเขาวิ่งกันวุ่นล่ะ  เห็นหาตัวคนผู้หนึ่งตามคำทำนายอยู่ ” 

 

  ทำนาย ? ทำนายอะไร ? ” 

 

  ทำนายว่าจะมีผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งมานำของสิ่งหนึ่งไปจากองค์ฟาโรห์น่ะสิ ”  เสียงกระซิบคุยกันของลูกค้าในร้านที่นั่งไม่ห่างวอดก้าทำเอาเจ้าตัวสำลักน้ำชา พยายามกลบเกลื่อนเมื่อมีหลายคนเมียงมองเขาที่ใส่ผ้าคลุมทั้งตัวอยู่ในร้าน 

 

  หมอดูที่ไหนวะ ”  วอดก้าพึมพำกับตัวเองขณะเงี่ยหูฟังต่อ  และต้องแทบหน้าทิ่มเพราะเสียงที่เอ่ยเล่า 

 

  เห็นบอกว่าคนผู้นั้นเป็นเทพผู้มาเยี่ยมเยือนเพื่อดูความเป็นไปของอียิปต์และนำของสำคัญกลับคืนสู่ที่เดิมและหากไม่ให้แต่โดยดี  อียิปต์จะพินาศ ”  เสียงฮือฮาจากคนฟังใกล้ ๆ ก่อนคนทีได้ยินจะมาร่วมวงเล่าด้วย 

 

“ คนผู้นั้นสามารถนั่งเรือที่ไม่มีผู้พายเคลื่อนทวนกระแสแม่น้ำไนล์ด้วย  นางกีชาที่ไปซักผ้าก็เห็นกับตาล่ะ ” 

 

  ข้าได้ยินมาว่ามีคนผู้หนึ่งที่สวมเสื้อคลุมยาวเกือบถึงเท่า  ทว่ามีดวงตาสีส้ม  เห็นลางเหมือน ๆ มีเส้นผมสีเงินซื้อของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าแล้วให้ทองคำแท่ง  ที่สังเกตชัดคือมีผ้าพันคอสีส้มปิดครึ่งหน้าล่ะ ” 

 

  ท่านคงเป็นเทพรูปงามเป็นแน่ ”

 

ขณะที่เสียงพูดคุยยังพูด  วอดก้าที่กุมขมับนั่งโต๊ะไม่ห่างกลับยันตัวลุกขึ้น  สายลมอันสดชื่นพัดพาเข้ามา ( เพราะมันร้อน )  ดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาภายในแจกันเบ่งบานอีกครั้งเพราะพลังจากสร้อยข้อมือโดยที่นักบวชหนุ่มไม่ได้ไปทำอะไรเลยสักนิด   แอบปลอมเหรียญเงินแล้ววางที่โต๊ะ  แต่พอก้าวออกจากร้านค้าปุ๊บ  เสียงนกมากมายส่งเสียงกู่ร้อง  โผบินขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยเมื่อไล่ตามองกลับเรียกเสียงกรีดร้องจากผู้คน

 

ความมืดกำลังกลืนกินพระอาทิตย์ !

 

ขณะที่วอดก้ายกมือบังแสงเพื่อมองสุริยุประราคาชัด ๆ เพิ่งเคยเห็นแต่ในหนังสือ  เห็นของจริงสวยมาก ๆ จนอยากหลุดกรี๊ด  แต่ตอนนี้ทำได้แค่ดู  ในอาเรียสักสี่ร้อยห้าร้อยปีจึงเกิด  โอ้...ผลบุญตามทันเร็วอะไรแบบนี้ ( ไม่รู้ว่ากำลังซวย ) 

 

  โอ้...ท่านเทพแห่งสุริยะพิโรธแล้ว  ผู้คนต้องล้มตายเป็นแน่ ”

 

  ทำเช่นไรดี องค์เทพพิโรธแล้ว ” 

 

  ท่านจะไม่คืนดวงตะวันสู่อียิปต์แล้ว ” 

 

  ท่านเทพ ! ” ขณะผู้คนหมอบกราบไปทั่ว  กลับกลายเป็นวอดก้ายืนเด่น  กอดอกชมปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างตื่นตาตื่นใจเนื่องจากรู้ว่ามันจะปรากฏเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น  วงแหวนสีขาวสว่างล้อมรอบดวงจันทร์เต็มดวง  กลายเป็นเสี้ยวสวยงาม  เสียงกรีดร้องของผู้คนทำให้วอดก้าชักรำคาญตะหงิด ๆ จนเผลอตวาด 

 

  เงียบน่า ! คนจะดูเงียบ ๆ ขัดจังหวะซะจริง ”  อากาศนี่มันจะร้อนไปไหนวะเฮ้ย   ร้อนกว่าฤดูสราทที่นู่นอีก

 

ฟู่ ! เปรี๊ยะ !

 

ด้วยเพราะความที่เริ่มอารมณ์เสีย  ไอเย็นจากเวทย์น้ำแข็งพัดพาสายลมเย็นให้สบายตัว  แต่ไม่รู้ว่าเพราะปรับความแรงไปนิดหรือยังไง   พื้นที่วอดก้าเหยียบถึงกลายเป็นน้ำแข็งรอบตัวไปตัวเลย ( ใจเย็น ๆ ) 

 

  อย่างนี้ค่อยสบายหน่อย ”  เขาหมายถึงทั้งเสียงที่เงียบลงและแอร์ส่วนตัว  โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าคนรอบ ๆ ที่พากันคร่ำครวญว่าจะตายมองเขาเป็นตาเดียว   มือเรียวโบกไปมาเหนือหัวเพื่อสั่งการลมขั้นต่ำให้พัดแรงกว่าเดิม   พร้อม ๆ กับที่พระอาทิตย์กลับคืนสู่ความสว่าง

 

  เดี๋ยวไปเล่าให้พวกตัวแสบฟังดีกว่า ”  วอดก้าหัวเราะคิกคักเมื่อนึกถึงหน้าตาแสดงความอิจฉาของผู้เป็นเพื่อน  ดวงอาทิตย์กลับมาสว่างไสวดุจเดิม  เป็นปรากฏการณ์ปกติ  ทว่าผู้เฝ้ามองที่ได้ยินเสียงทุ้ม ๆ ของครึ่งเทพครึ่งมารตนนี้กลับทำสีหน้าเคลิบเคลิ้มเหม่อลอย  แน่ล่ะเพราะเสียงของเทพและปีศาจทุกตนล้วนมีอำนาจที่น่าเกรงขามยามเอื่อนเอ่ย  ทั้งก้องกังวาล  สะกดใจและชวนให้น่าหลงใหล  พวกเขาคุยกันปกติไม่มีปัญหาแต่สำหรับมนุษย์ที่ได้ฟังจะคล้ายสติหลุดลอยไปชั่วขณะ  ผนวกกับการที่วอดก้าทำท่าเหมือนสะบัดมือไล่ความมืดที่กลืนกินดวงอาทิตย์  พอเจ้าตัวสะบัดผ้าคลุมหายไป  ข่าวลือเรื่ององค์เทพดับแสงอาทิตย์ก็ลือไปทั่ว

 

  โหรหลวง ! รู้หรือยังว่าเทพผู้ลงมาประทับคือองค์ใด ”  ฟาโรห์อเมนโนฟิสเอ่ยอย่างประหวั่นเมื่อแสงอาทิตย์ที่หายลับกลับกลืนสู่อียิปต์อีกครั้ง  หลังที่เขาเอ่ยอย่างเกรี้ยวกราดปฏิเสธคำทำนายของโหรหลวงที่เอ่ยเป็นเสียงเดียวว่าจะมีเทพมาเยือนอียิปต์เพื่อนำสิ่งหนึ่งกลับไป   หากเป็นชีวิตเขาเล่า ?

 

  ข้าไม่เชื่อ ! ไม่มีทางที่องค์เทพจะเยือนโลกมนุษย์ !   และเบื้องนอกก็เกิดความวุ่นวายพลันเมื่อความมืดได้กลืนกินแสงอาทิตย์  อียิปต์ถือเทพสุริยาในการบูชา  เมื่อพระอาทิตย์ถูกกลืนหายแสดงว่าองค์เทพพิโรธ  ไม่นานนายทหารผู้สืบข่าวก็ทำการวิ่งมารายงานเสียงเลิ่กลั่ก

 

  ท่าน...ท่านผู้นั้นคืนดวงอาทิตย์ให้เราได้พะ...พะยะค่ะ ก...กระหม่อมเห็นกับตา ” 

 

  จริงหรือนี่...งั้นที่ท่านโฟรรีสบอกก็เป็นจริง ”  เสียงเหล่านักปราชญ์ฮือฮายามเอ่ยถึงผู้เป็นเทพที่มาเยือน 

 

  เทพผู้มาเยือนคือเทพ.....

 

สิ้นเสียง  เหล่าคนภายในวังก็วิ่งวุ่นทันทีเพื่อเตรียมเครื่องบรรณาการแด่เทพที่กำลังมา 

 

  ก่อเรื่องอีกแล้ว ”  และเอ็กเซลที่มาเปิดบันทึกเวทย์ดูเพื่อให้คะแนนทีหลังก็ต้องกุมขมับเพราะตัวแสบที่ถือโอกาศโกย 'เครื่องบรรณาการ' กลับบ้านไปด้วย 

 

  โอ้...ใหญ่โตไม่เบาเลยแฮะ ” วอดก้าที่นั่งห้อยขาอยู่บนหลังคาบ้านหลังนี้ยกมือบังแดด  มองไปทางวังหรูของฟาโรห์ในอียิปต์  เป้าหมายของเขา   สถาปัตยกรรมที่แตกต่างเรียกความสนใจได้ไม่น้อยจนชายหนุ่มต้องกระโดดผ่านหลังคาบ้านต่าง ๆ อย่างว่องไวโดยพยายามไม่ให้เหล่าทหารด้านล่างมองเห็น  พระราชวังทองคำที่สร้างจากทั้งหินอ่อนและทองดูแปลกตาไม่น้อยและวอดก้าก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นเหล่าคนในวังวิ่งวุ่น  หอบของมีค่าสารพัดอย่างไปมาจนเขาชักเริ่มออกอาการโลภแล้วสิ

 

เงินจ๋าเงิน...

 

  เอ๊ย ! ไม่ได้ ๆ เราสอบอยู่ ”  เทวดาคนดีเอ่ยขึงขัง  ก่อนปีศาจร้ายจะแย้ง     แล้วทำไม ?  เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ นี่สำคัญยิ่งชีพนะเฟ้ย  ภารกิจบอกให้ขโมยสร้อยแต่ไม่ได้บอกว่าห้ามขโมยอย่างอื่นนี่ ”  ปีศาจร้ายตัวสีดำแสยะยิ้มเริ่มทำให้ค่าความดีความชั่วของวอดก้าเอนเอียงไปกว่าเดิมทว่าก็ถูกดึงไว้โดยเทวดาสีขาว 

 

  การขโมยมันไม่ดีนะ ” 

 

  หรือแกจะให้เจ้านี่ฆ่าเจ้าของก่อนแล้วค่อยขโมย ”  อีกฝ่ายแย้ง 

 

  ...... ” เงียบกริบ  ก่อนตัวเทวดาจะบ่นเสียงอุบ “  ก็ได้...แต่ไหน ๆ ก็จะขโมยแล้ว...50 : 50 นะ ”  ไม่วายมีต่อรอง...ไอ้นี่ไม่ใช่เทวดาคนดีแล้ว

 

  ไม่มีปัญหา ”  ตัวร้ายยิ้มร่าขณะจับมือกับตัวดี  ส่วนวอดก้ากลับเริ่มคิด 

 

นี่ตูบ้าหรือเปล่า  พูดคนเดียว

 

ว่าแล้วก็ส่ายหัวแต่เป็นอันสรุป

 

  ขนอะไรกลับไปได้เอาไปหมด คิก ๆ ”  ดูมัน...

 

หากแต่วอดก้ายังไม่ทันได้เดินไปอย่างสง่าผ่าเผยเสียงเรียกทุ้ม ๆ จากด้านล่างก็ดังขึ้นเสียก่อน  เขาขยับผ้าพันคอให้มิดชิดมากขึ้นแล้วก้มลงมองเจ้าของเสียงอย่างแปลกใจ 

 

  เจ้า ! เจ้าที่อยู่บนหลังคานั่นแหละ !   ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อผ้าหรูหราบ่งบอกฐานะอันไม่ธรรมดา  ผิวสีคล้ำ  ใบหน้าหล่อเหลาเอาการยกมือบังแดดที่ส่องเหนือหัวเมื่อเขาต้องมองย้อนแสงเพื่อสบดวงตาสีส้มสดใส 

 

  หืม...เรียกข้างั้นหรือ ”  วอดก้าแสร้งเหลียวมองซ้ายขวาทั้งที่มั่นใจว่าอีกฝ่ายเรียกเขานี่แหละแต่เพราะใบหน้าชวนหมั่นไส้ทำให้เธออดกวนไม่ได้ 

 

  ใช่น่ะสิ ! ถ้าไม่ใช่เจ้าจะเป็นใคร  เจ้าปีศาจ !

 

โครม ! 

 

 

 

ต่ออีก  55%  ตอนหน้าความแตกแล้วจ้า

 

 

  เฮ้ย !   สองเสียงร้องอุทาน  หนึ่งในนั้นคือเสียงของคนที่อยู่สูงกว่าที่เกิดอาการสะดุดฝุ่นจนเกือบร่วงจากหลังคา  ใบหน้าใต้ผ้าพันคอเหวอเล็กน้อยเมื่อถูกเรียกด้วยสรรพนามที่เป็นจริงอยู่หลายส่วน  แต่ก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว  วอดก้าเอ่ยย้อนอย่างกวน ๆ

 

  คงเข้าใจผิดแล้วล่ะ  ข้าไม่ใช่ปีศาจทว่าก็เป็นคนปกติเช่นเจ้า ” ที่อาจมีเวทมนตร์นิดหน่อย ...นักบวชหนุ่มตอบเสริมให้ตัวเองฟังในใจ 

 

  ไม่จริง  ข้าเห็นเจ้าทำให้พระอาทิตย์ที่ถูกกลืนกินกลับคืนมา...ทั้ง...ทั้งยังทำให้ผืนทรายกลายเป็นน้ำที่แข็งได้ ”  ชายหนุ่ม ไม่สิ...เด็กหนุ่มแปลกหน้าเอ่ยด้วยสีหน้าหวาดหวั่นนิด ๆ แต่พยายามสยบมันไว้ไม่ให้ร่างสูงที่ทรุดนั่งห้อยขามองเห็น  แต่วอดก้ากลับเลิกคิ้ว

 

พวกนี้ไม่รู้จักน้ำแข็งหรือนี่...

 

ก่อนเขาจะนึกขึ้นได้บ้าง

 

ที่นี่มันมีแต่ทรายทั้งยังร้อนกว่าในอาเรียหลายเท่า  เครื่องมือก็ไม่ทันสมัยเลยผลิตน้ำแข็งไม่ได้  เลยนึกว่าเขาเป็นปีศาจสินะ  พอคิดได้ดังนั้น  วอดก้าก็หัวเราะร่วนทเอาชายหนุ่มถอยกรูด  มองด้วยสายตาหวาดระแวง 

 

  ผิดแล้ว ๆ ข้าไม่ใช่ปีศาจจริง ๆ แต่ข้ามาที่นี่เพื่อกระทำบางสิ่งบางอย่างตามบัญชาสวรรค์ต่างหาก ”  ด้วยความนึกถึงสนุก  เสียงใสที่หัวเราะเมื่อครู่แม้ดูว่าเด็กหนุ่มในชุดคลุมไม่ได้ออกเสียงพูดดังทว่ากลับดังก้อง และทุ้มกังวานฟังน่าหลงใหล

 

'ซีอัสตรา' หรือเด็กหนุ่มชาวอียิปต์ชะงัก  เขาเองก็ใช่ว่าจะไม่ได้ยินคำทำนายที่ถูกใส่สีตีไข่ว่าจะมีองค์เทพที่ได้รับบัญชาจากเทพอนูบิสและเทพไอซิสลงมาทำภารกิจบางประการในแผ่นดินสีทองของพวกเขา  แต่เขายังนึกหวาดระแวงอีกฝ่าย  แม้ใจจะเริ่มเชื่อไปเกินครึ่งแล้วก็ตาม

 

  ...หากเจ้าไม่ใช่ปีศาจจริง ...เจ้าก็ต้องเปิดหน้าให้ข้าดูสิ ” 

 

  เรื่องอะไรล่ะ  ไม่ใช่กงการของเจ้านี่ ” วอดก้าสวนกลับทันควัน  ก่อนเริ่มลุกขึ้นยืนบ้าง  ทำท่าจะหมุนตัวจากไปแต่คราวนี้ซีอัสตรากลับเป็นฝ่ายอ้อนวอน

 

  ได้โปรด...ข้าแค่อยากมั่นใจว่าเจ้าไม่ใชปีศาจที่จะมาหลอกลวงเสด็จพี่ของเราเท่านั้น ” 

 

  หืม...เจ้าเป็นน้องชายองค์ฟาโรห์หรือ ”  ซีอัสตราพยักหน้ารับ   ยังคงทำสายตาอ้อนวอนเช่นเดิมจนนักฆ่าสาวชักอยากกุมขมับ  เพราะเขาแพ้คนมีลูกอ้อนคนตาใส ๆ ทุกที 

 

  เจ้าไม่คิดบ้างหรือว่าข้าอาจเป็นเทพแปลงกายลงมา  เด็กน้อย ”  วอดก้าเปลี่ยนคำสรรพนามเรียกอีกฝ่ายอย่างนึกเอ็นดู  เพราะดูยังไงอีกฝ่ายก็น่าจะอายุน้อยกว่าเขาสักปีสองปี ( วอดก้าอายุ 18 เน้อ  เดี๋ยวจะไปตามแก้อายุกับความสูง She ทีหลัง แหะ ๆ ) 

 

  ข้า...” เด็กหนุ่มออกอาการอึกอัก  เนื่องจากไม่รู้จะตอบอย่างไรก่อนจะต้องตาค้างเมื่ออีกฝ่ายเลื่อนมือเปิดเสื้อคลุมที่คลุมหัวอยู่เผยเส้นผมสีเงินยวงดุจแสนจันทร์ที่สะท้อนแสงอาทิตย์และสีของผืนทรายเป็นประกายเงางาม  ดวงตาสีส้มสดใสที่มองสบตั้งแต่แรกค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นดวงตาสีม่วงอมแดง 

 

เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนบนทองและใบหน้าธรรมดาแปลกตาก็กลายเป็นใบหน้าที่งดงามยิ่งกว่าเทพธิดาหรือเทพองค์ใด  ประกายละอองสีทองอ่อนโปรยปรายพร้อมสายลมสดชื่นผิดกับสายลมร้อนดั่งปกติ  วอดก้าเสยเส้นผมเล็กน้อยแล้วทิ้งตัวลงจากหลังคาทว่ามีลมเบาบางคอยรับเขาไว้อย่างอ่อนโยนทำให้ร่างของเขาลอยได้  มือเรียวขาวยื่นมาใกล้ใบหน้าเด็กหนุ่มที่เสมือนจะหยุดลมหายใจกับความงามของคนเบื้องหน้าที่ดูไม่ออกว่าเป็นหญิงหรือชาย

 

หรือเทพจะเป็นเช่นนี้กันทุกองค์ ???

 

  ...ท่าน...” ยังไม่ทันที่ซีอัสตราจะเอือนเอ่ยพูด  นิ้วเรียวร้อนเอื้อมเลื่อนมาทาบริมฝีปากแดงของอีกฝ่าย  รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏที่ริมฝีปากของเทพเบื้องหน้าที่แม้สวมใส่อาภรณ์หยาบ ๆ สามัญแต่ปิดซึ่งความสูงศักดิ์ไม่ได้แม้แต่น้อย  ให้ความรู้สึกเฉกเช่นอยู่คนละโลก ( ก็คนละโลกจริง ๆ )  จนเขาต้องเงียบงันเมื่อเจ้าของเสียงก้องกังวานแหงนหน้ามองดวงอาทิตย์ขณะเอ่ย   

 

  เห็นทีได้เวลาที่ข้าต้องไปทำภารกิจของข้าแล้ว  แล้วพบกันใหม่  เด็กน้อยผู้สัตย์ซื่อ ”  วอดก้ายิ้มให้เด็กหนุ่มที่แม้จะตัวสูงไม่น้อยแต่อายุ ๆ จริง ๆ ก็ยังถือว่าเป็นเด็ก  จุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผากอีกฝ่ายเพื่อเป็นการแกล้งซีอัสตราและผู้คุมสอบที่จะมาเปิดบันทึกดูย้อนหลัง   สายลมแรงพัดอีกคราทำให้เขาต้องหลับตาลงแต่เมื่อลืมตาก็พบเพียงความว่างเปล่า...พร้อมดอกไม้ดอกงามสีขาวบริสุทธิ์ที่ฝังอยู่ในผืนทราย  ณ จุดที่เทพองค์งามเคยประทับอยู่

 

  ท่าน...ช่างเป็นเทพที่งดงามและทำให้หัวใจข้า...ผิดแผกจากเดิมจริง ๆ ”  ซีอัสตราเอ่ยอย่างเลื่อนลอย  เอื้อมมือกุมที่ตำแหน่งหัวใจที่บัดนี้เต้นถี่จนน่ากลัว  ก่อนจะทำสีหน้านึกขึ้นได้เมื่อได้ฟังประโยคสุดท้ายของเทพผู้มาเยือน

 

  พระราชวัง...  เขาพึมพำ  หันไปสั่งบางอย่างกับนายทหารอียิปต์ผู้หนึ่งที่วิ่งตามเขามาแล้วสาวเท้าเพื่อไปยังพระราชวังบ้าง...ไปยังสถานที่เทพองค์นั้นจะปรากฏตัวอีกครั้ง

 

 

  โอ้...สวยจริง ๆ แฮะ ” เสียงปลาบปลื้มดังจากวอดก้าที่มองสถาปัตยกรรมเบื้องหน้าอย่างชื่นชม  ในอ้อมแขนมีร่างสิงโตขนสีฟ้าอ่อนตัวน้อยกับแมวตัวน้อยขนสีรัตติกาล  ดวงตาเหลือบฟ้าส่งเสียงหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นใบหน้ายู่ ๆ ของภูตร่วมเจ้านาย

 

  นั่นสิเจ้าค่ะนายหญิง  ไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์ที่ไร้เวทมนตร์จะสามารถสร้างพระราชวังที่ดูสวยงามเช่นนี้ได้แม้จะเทียบพระราชวังที่อาเรียไม่ได้ก็ตาม ” นาเวซซ่าพูดเสียงใส  คลอเคลียวอดก้าที่อุ้มไว้ไม่ห่าง  นักฆ่าสาวในคราบนักบวชที่คืนรูปลักษณ์หญิงสาวเอ่ยเสียงระรื่นสนับสนุนตาม 

 

  นั่นสิ  แถมสร้างจากดิน หิน และทรายทั้งนั้น  ประดับด้วยอัญมณีที่แม้น้ำไม่งามเพราะยังไม่ได้เจียระไนแต่ก็สวยไปอีก ” 

 

  แต่ข้าไม่เห็นว่าไอ้ก้อนกรวดนั่นจะมีค่าตรงไหน ”  ซานาส  ราชสีห์ธาตุน้ำ  หนึ่งในภูตของสาวเจ้าพูดอุบหลังต้องฟังเสียงหนึ่งนายหนึ่งน้องสาวเอ่ยคุยกันตลอดทาง  วอดก้าและนาเวซซ่าหันขวับ

 

  ซานาสจ้ะ... รอยยิ้มหวานเจี๊ยบจากผู้เป็นนายเริ่มทำเอาภูตหนุ่มหนาวเยือก

 

  ...ขอรับ น...นายหญิง ” 

 

  รู้ไหมว่าเงินที่พวกข้าใช้น่ะ...ทั้งซื้อขนมให้เจ้าก็มาจากก้อนกรวดนั้นแหละ  ดังนั้นเวลาเห็นต้องโกยนะจ้ะ ”  ราชสีห์ตัวน้อยตาโต  แม้สัตว์ภูตเช่นพวกเขาบางครั้งไม่จำเป็นต้องกิน  แต่ของอร่อยที่วอดก้าเอามาล่อมันช่างยั่วใจจนเขารู้สึกเหมือนเด็กไม่ดี   ยิ่งฟังเสียงจิ้งจอกน้อยผู้เป็นเหมือนน้องสาวเอ่ยยั่วเย้าก็ต้องหันขวับไปพินิจอัญมณีที่เขาเรียกว่าก้อนกรวดนั้นบ้าง 

 

  นั่นเป็นของที่สามารถจับจ่ายให้ท่านพี่ซื้อของที่อยากได้ได้มากมายเชียวนะ  ทั้งขนมลาเรียเต้และขนมอื่น ๆ นอกจากนี้หากมีมันนายหญิงก็สามารถซื้อส่วนประกอบทำขนมที่ท่านพี่ชอบทานได้มากมาย ” 

 

  จริงรึ ? ” ซานาสถามอย่างไม่อยากเชื่อสายตาเนื่องจากสัตว์ภูตเช่นเขามองมันเหมือนก้อนหินมีสีเท่านั้น  แต่เห็นเช่นนี้แล้ว...เขาหันไปถามวอดก้าและนาเวซซ่าด้วยดวงตาใสแจ๋วสีทองเรืองรอง 

 

  ข้าควรทำอย่างไรดีขอรับ ” 

 

สองนายบ่าวแสยะยิ้ม

 

  หากมีโอกาศ...ก็โกยเข้ามิติซะ ! หุ ๆๆ” 

 

  เข้าใจแล้วขอรับ ”  อีกฝ่ายก็รับคำเสียงขันแข็ง  หันไปสำรวจบ้างว่าอัญมณีเหล่านั้นมีตรงอยู่ตรงไหน  โอ้...เด็กน้อยผู้แสนดีไปเสียแล้ว

 

  ว่าแต่สร้อยนั่นทำไมถึงต้องเอากลับไปหรือเจ้าคะ ? ”  จิ้งจอกรัตติกาลเอียงคอถามอย่างสงสัย   ตอนนี้พวกเขาหยุดยืนอยู่หน้าพระราชวังพอดิบพอดี  มือเรียววางสัตว์ภูตทั้งสองตัวลงแล้วจับคางครุ่นคิด    

 

  รู้สึกเหมือนว่าสร้อยนี้จะเป็นของโลกเราแต่มีรุ่นพี่คนหนึ่งที่มาสอบดันถังแตกเพราะเล่นพนันเลยต้องเอาสร้อยไปจำนำน่ะ ”  วอดก้าทำท่าทบทวนแล้วอธิบายต่อ “  สิ่งของที่ติดตัวจากอาเรีย  หากเป็นวัตถุจะมีไอเวทมนตร์ไม่มากก็น้อย  ทำให้มนุษย์ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่บอบบางทั้งยังอยู่ต่างมิติจะแทบแตะต้องไม่ได้  และวัตถุนั้นจะมีปฏิกิริยากับผู้ที่มีพลังเวทมนตร์แฝงเร้นอยู่  หากเป็นมนุษย์จะแตะต้องมันไม่ได้เลย  เราเลยต้องเอากลับไปน่ะ ” 

 

  งั้นนายหญิงจะเข้าไปเอาตอนไหนหรือขอรับ ? ”  ซานาสถาม  วอดก้าเงยหน้ามองดูพระอาทิตย์เล็กน้อยแล้วเกาหัว  สงสัยเธอจะช็อปเพลินไปหน่อย  เลยเหลือเวลาสอบอีกแค่ 6 ชั่วโมงเท่านั้น    

 

  คงอาจเข้าไปเงียบ ๆ น่ะ  แต่อยากสำรวจรอบ ๆ ดูหน่อย  เผื่ออาจได้ของติดไม้ติดมือ ” นักฆ่าสาวที่เริ่มผันเปลี่ยนอาชีพสำรองของตนไปเป็นโจรยกยิ้มขำ  ลูบคางอีกครั้ง  ใต้ผ้าคลุมกระชับผ้าพันคอที่ทำท่าจะหลุดแหล่มิหลุดแหล่  โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าทหารที่เฝ้าประตูมีสีหน้าสงสัย  ก่อนหนึ่งในสองจะวิ่งเข้าไปด้านในเพื่อรายงานบางอย่าง 

 

 ก่อนอื่นคงต้องสำรวจไอเวทมนตร์ก่อน ”  ยังไม่ทันจะได้ค้นหา  อยู่ ๆ อยู่คนในพระราชวังก็กรูกันออกมามองอย่างห่าง ๆ มีทั้งสาวใช้ในชุดนางกำนัล  ทหาร  โหรหลวงไม่เว้นแม้แต่หญิงสาวที่แต่งตัวเบาบางเหมือนนางสนม 

 

สายตาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นถึงผู้มาเยือนในชุดเสื้อคลุม  ทั้งยังมีสายตาไม่อยากเชื่อสายตาเมื่อเห็นลูกแมวขนสีดำ  ดวงตาสีฟ้าสว่างกับราชสีห์ตัวน้อยขนสีฟ้าอ่อนเหลือบทองและดวงตาสีอำพันสว่างที่วนเวียนรอบกายผู้เป็นนายอย่างมิหวั่นเกรงสิ่งใด  ดวงตาสีฟ้าและทองผลัดกันเหลือบรอบตัวอย่างทรงอำนาจ  ข่มมิให้คนที่คิดมิชอบระวังตัวเสีย    

 

  ท่าน...ท่านเป็นผู้ใด  ต้องการสิ่งใดกัน ? ” โฟรรีส  โหรหลวงชราเดินออกมานำ  เอ่ยถามอย่างนอบน้อมปนกลัวเกรง  วอดก้าเลิกคิ้วใต้ผ้าคลุมเล็กน้อย  ดวงตาสีม่วงอมแดงมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ 

 

ถามมาตรง...งั้นตอบตรง ๆ คงไม่ผิด

 

  ข้ามานำของสิ่งหนึ่งกลับไปตามคำบัญชา ( ผู้คุมสอบ ) ”  เสียงทุ้มก้องกังวานเอ่ยเนิบนาบแต่ทำให้หลายคนสั่นสะท้าน   หนึ่งในปราชญ์หลวงมองวอดก้าอย่างคลางแคลงใจ  ถามติดตะคอก 

 

  เจ้าจะบอกรึว่าเจ้าเป็นท่านเทพบาสต์  เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์และรื่นเริงผู้เป็นถึงหนึ่งในข้าพระบาทองค์สุริยันและเทพีไอซิส ”   

 

   หากข้าตอบว่าใช่เล่า ? ” วอดก้าถามเรียบ ๆ ขณะเริ่มเรียบเรียงเนื้อความที่อีกฝ่ายบอก  อ้อ...สรุปว่าเขาต้องรับบทเป็นเทพบาสต์ตามคำทำนายสินะ  ด้วยความลืมตัว  มือเรียวที่กำยกทุบบนฝ่ามืออีกข้างแต่กลับดูเหมือนอีกฝ่ายกำลังหยอกล้อพวกเขาเล่น  ทำให้ 'คิริอัส' หัวหน้าปราชญ์หลวงของวังผู้มีอำนาจเทียบเท่าหัวหน้าโหรหลวงโฟรรีสกัดฟันกรอดที่อีกฝ่ายทำเหมือนพวกเขาและทหารทรงแสนยาอยู่ในสายตา 

 

“ เจ้า ! 

 

“ ใจเย็น ๆ ท่านคิริอัส ”  เสียงทุ้มอีกเสียงหนึ่งดังขัดพร้อมร่างของทหารที่หมอบกราบเมื่อผู้ทรงเป็นนายเหนือหัวหรือองค์ฟาโรห์อเมนโนฟิสเดินอย่างสง่างาม  ร่ายล้อมสาวงามซึ่งเป็นนางสนมของตนออกมาเพื่อดูผู้ที่ 'คาด' ว่าจะเป็นเทพผู้เสด็จลงมาเยือนผืนแผ่นดินอียิปต์

 

ทั้งหมดร้องอุทาน  ทรุดตัวลงหมอบกราบแทบไม่ทัน

 

  องค์ฟาโรห์... 

 

  ท่านเป็นใคร...ต้องการสิ่งใด...  สิ้นคำถามจากองค์ฟาโรห์  วอดก้านิ่งไปเล็กน้อยเพื่อเตรียมสุนทรพจน์  ยกยิ้มขำใต้ผ้าคลุมทั้งที่เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ  ใสกังวานเป็นบริเวณกว้าง  ทั้งยังมีเธอเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่

 

  ข้าได้รับพระบัญชาจากองค์มหาเทพให้มานำสิ่งหนึ่งที่จะสร้างสงครามให้กับผืนแผ่นดินที่พระองค์ทรงโปรดปราน   นั่นคือภารกิจของข้า ” 

 

เสียงฮือฮาเกิดขึ้นโดยพลัน  แต่องค์ฟาโรห์หนุ่มกลับเหยียดยิ้ม  แม้อีกฝ่ายจะเป็นเทพจริงแต่มันยังไม่แน่นอน   ต้องมีการพิสูจน์อีกยาว  แต่พระองค์เองก็ผายมือเชื้อเชิญ

 

  งั้นเชิญท่านเทพเข้าไปภายใน   ยืนคุยตรงนี้คงมิเหมาะสม สมฐานะท่าน ”  วอดก้าเริ่มขมวดคิ้วกรุ่น ๆ คำพูดที่เหมือนจะให้เกียรติแต่บอกใบ้ว่าตนนั้นมีศักดิ์สูงกว่าจึงเริ่มทำเอาเทพ ( ปลอม ๆ ) ชักหมั่นไส้   แต่ก้าวเดินต่อไปแต่โดนดีโดยไม่ได้พูดอะไร  ส่วนสองสัตว์ภูตยังรักษาความสงบเสงี่ยม  ตามผู้เป็นนายเข้าไปแม้ดวงตาจะทอความโกรธบ้างแล้วก็ตาม 

 

มีศักดิ์อันใด...กล่าวว่านายหญิงผู้สูงศักดิ์ของพวกเขามียศต่ำกว่า !

 

 ออกแบบดีจริง ๆ ”  วอดก้าพูดพึมพำเมื่อเดินตามขบวนยาวยืดนี่เข้าไปภายใน  อัญมณีส่องประกายแวววาว  หัวตีราคาเพชรที่หมายมาดเอาไว้ไปตลอดทางจนในสุดก็ถึงท้องพระโรงขนาดใหญ่ที่รอบข้างมีเพียงเสายันเพดาน  เพื่อเปิดเผยทิวทัศน์อันสวยงามรอบด้าน  คล้ายตัววิหารกรีกอย่างไรอย่างนั้น  ซึ่งหญิงสาวก็ไม่ได้ให้ความสนใจนักเพราะความสนใจถูกดึงไว้ที่เหล่าผู้คนในห้องโถงที่นั่งประจำที่  ทั้งนางสนม  โหรหลวง  นักปราชน์นับห้าร้อยกว่าคนที่นั่งทั้งสองข้างฝาก  เว่นทางเดินขององค์ฟาโรห์ซึ่งปูด้วยขนสัตว์หนานุ่มหายาก  แต่ที่ทำให้หญิงสาวต้องกระตุกยิ้มคือ...มันไร้ซึ่งที่นั่งสำหรับตัวเธอ 

 

  ข้าต้องขออภัยด้วยท่านเทพ  เนื่องจากที่นั่งภายในห้องโถงแห่งนี้มิเพียงพอ ” องค์ฟาโรห์ตอบยิ้ม ๆ นั่งลงบนแท่นบันลังค์สีทองโดยมีหญิงสาวสองนางในชุดนุ่งน้อยห่มน้อยนั่งขนาบข้าง   โหรหลวงโฟรรีสทำสีหน้าหวาดหวั่นเล็กน้อย  ขยับกายจะสละที่ให้แต่ถูกคิริอัสปราม  รวมถึงคนอื่น ๆ เนื่องเพราะนี่เป็นพระบัญชาจากองค์ฟาโรห์ 

 

  จริงหรือ ? ” เสียงทุ้มถามเนิบ ๆ เป็นการหยั่งเชิง   ฟาโรห์อเมนโนฟิสพยักหน้า  ขณะที่วอดก้าเอ่ยอีกครั้ง    แล้วที่นั่งท่านเล่า...จะลุกให้ข้าได้หรือไม่ ? ” 

 

  บังอาจ !   คิริอัสและอีกหลายคนตะโกนก้องเมื่อผู้แปลกหน้าบอกให้องค์ฟาโรห์ของพวกเขาลุกขึ้น  รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายของฟาโรห์อเมนโนฟิสผิดไปวูบหนึ่งแต่เพราะเป็นกษัตริย์จึงตรัสยิ้ม ๆ 

 

  คงมิได้  นี่เป็นที่นั่งของข้า  ต้องขออภัยท่านเทพจริง ๆ ”

 

โฮก ! กรร ! 

 

  บังอาจ !   อีกสองเสียงประสานดังก้องแทบฉีกเยื่อหูของคนทั้งหมด  สองสัตว์ภูตตัวน้อยตวาดลั่น   ขบกรามสะกดกลั้นความกรุ่นโกรธ  ทุกสายตามองที่ราชสีห์ตัวน้อยกับแมวขนปุยสีดำที่ทำท่าขู่ฟ่ออย่างขบขัน  หาได้หวาดกลัวเสียงคำรามของสัตว์ทั้งสองไม่เนื่องเพราะไม่สามารถฟังสิ่งที่ซานาสและนาเวซซ่าพูดออก

 

วอดก้าโบกมือปรามเล็กน้อย  สบตาสีนิลลึกของอีกฝ่าย  ฟาโรห์หนุ่มหัวใจสะดุดไปชั่วขณะเมื่อสบกับดวงตาสีม่วงอมแดงสวย  มันดูลึกลับและน่าดึงดูดใจแม้จะเห็นเพียงแวบเดียวก็ตาม  

 

เธอกระตุกยิ้มเย็น  เอ่ยเสียงก้อง

 

  ไม่เป็นไร...ข้ามีที่นั่งของข้า ”

 

ครื้น ~

 

เสียงครืดคราดดังเบา ๆ ก่อนทั้งหมดจะต้องตะลึงเมื่อสายน้ำสายหนึ่งจากโถเหยือกมุมห้องมากมายคืบคลานสู่พื้นท้องพระโรง  ผ่านที่นั่งของผู้คนมากมายรวมตัวกันหลังร่างวอดก้าเล็กน้อย  ประกอบเป็นบัลลังค์น้ำแข็งงดงามที่ไร้ซึ่งอักษรสลักทว่าดูทรงอำนาจ  และเนื่องเพราะที่นั่งขององค์ฟาโรห์อยู่สูงกว่าที่นั่งของเหล่าข้ารับใช้  บันไดน้ำแข็งถูกสร้างต่อเป็นขั้น ๆ ถึงบัลลังค์ที่สูงราว ๆ เกือบสองเมตร   หญิงสาวในชุดคลุมหมุนตัวรอบหนึ่ง  ทรุดนั่งไขว้ห้างอย่างผ่อนคลาย  ไม่วายกระดิกเท้าอย่างสบายอารมณ์   ผายมือออกทางด้านข้าง 

 

  ข้าเองก็มีที่นั่งของข้าแล้ว ”  ผู้คนแทบลืมหายใจ  แม้แต่ฟาโรห์หนุ่มก็เผลอละงัก  เริ่มหวั่นเกรงอำนาจของอีกฝ่ายที่อาจจะเป็นเทพจริง  ๆ แต่เพราะพวกเขารู้ว่าผู้มาเยือนเป็นเพียงเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์  หาใช้เทพไอซิตและองค์เทพสุริยันผู้ยิ่งใหญ่ไม่จึงไร้ซึ่งความกลัวเกรง  เพราะนึกว่าบุคคลตรงหน้าคงมีพลังเพียงน้อยนิด  นอกจากนี้หากอีกฝ่ายเป็นปีศาจ  พวกเขาก็ถือว่าขจัดภัยในอียิปต์ไป

 

  ท่าน...ยอดเยี่ยมยิ่ง ”  พระองค์ตรัสพูดเปรย ๆ เป็นการเรียกสติของข้ารับใช้รอบตัว  ที่ขยับมองวอดก้าอย่างหวาดหวั่นปนกลัวเกรง

 

  ข้ามาที่นี่เพียงต้องการของสิ่งหนึ่ง ”  มือเรียวขาวประสานไว้ที่ตัก ขณะเอนกายเอ่ยเสียงเรียบ “ และจะกลับไปยังสวรรค์  เนื่องเพราะสิ่งนี้จะทำให้อียิปต์เกิดเภทภัย ” 

 

  งั้นรึ ”  องค์ฟาโรห์รับคำอย่างไม่ใส่ใจนัก  เสวยน้ำองุ่นที่นางกำนัลคอยป้อนให้อย่างไม่อนาทรร้อนใจ    

 

  มันคือสร้อยเส้นหนึ่ง...เพราะเช่นนั้นข้าคงต้องขอรับมันไป ” 

 

  เห็นทีจะไม่ได้ ”  คิริอัสสวนกลับทันควัน  จนนาเวซซ่าต้องขึงตามองอีกฝ่ายอย่างไม่ชอบใจ  พูดคุยกับราชสีห์หนุ่มที่ข่มกลั้นอารมณ์ 

 

  เป็นบ่าวแท้ ๆ กล้าเอ่ยแทรกยามผู้เป็นนายคุยกัน ”  ซานาสปรายตามองหัวหน้าปราชญ์หลวงเล็กน้อยอย่างเหยียดหยาม 

 

  ช่างโง่เขลานักที่กล้าสะกิดเพลิงพิโรธของนายหญิง ” 

 

  ข้าไม่ใช่คนอารมณ์เดือดง่ายเช่นนั้น  ซานาส ”  วอดก้าพูดเบา ๆ พอให้สัตว์ทั้งสองได้ยิน  แต่อดเริ่มรู้สึกถึงความสนุกที่ไม่ได้สัมผัสมานานจากโลกต่างมิติ 

 

  งั้นข้าต้องทำเช่นไรถึงจะได้มันไป ” 

 

  เจ้าอาจจะไม่ใช่เทพเจ้าบาสต์  แต่เป็นปีศาจปลอมตัวมาก็เป็นได้ ”  คิริอัสเอ่ยเสียงเข้ม  ทั้งที่ใจจริงเพียงแค่ไม่ต้องการให้เครื่องบรรณาการ  หรือของมีค่าภายในวังไปให้อีกฝ่าย  เขาเป็นถึงหัวหน้านักปราชญ์หลวง  รับเงินและของมีค่ามากมาย  แต่นี่เพียงเพราะเจ้า 'อูรา'  โหรหลวงเฒ่าที่ตายไปแล้วเคยทำนายไว้ว่าเทพที่มาจะต้องการของมีค่ากลับไป  เขาไม่ยอมให้ทรัพย์สินที่สั่งสมมานานให้ใครหน้าไหนแน่ !

 

  แล้ว...” วอดก้าถามเสียงเฉยชาและต้องเลิกคิ้วสูงเมื่อได้ฟังอีกฝ่ายพูด

 

  เจ้าต้องพิสูจน์ตนว่าเป็นเทพจริง ” 

 

  ว่ามาสิ  

 

  ทำให้ต้นไม้บานเพียงเท่านั้น  คงไม่เกินความสามารถท่านเทพแห่งความอุดม...” ยังไม่ทันี่อีกหนึ่งนักปราชญ์จะกล่าวจบ  ด้านหลังวอดก้าก็เกิดต้นไม้ต้นสูงใหญ่กว่าหกเมตร  แผ่กิ่งก้านสาขามากกว่าแปดเมตร  ใบไม้สีเขียวสดทอแสงสว่างอ่อน ๆ ยิ่งบอกกับแสงสีทองของพระอาทิตย์ยิ่งทำให้มันดูงดงาม  น่าชื่นชม 

 

  เรียบร้อยแล้วหรือไม่ ”  เธอถามขำ ๆ เมื่อเห็นปากอ้า ๆ หุบ ๆ ของคิริอัส  สายตาหลายคู่เริ่มเปลี่ยนเป็นเลื่อมใสและย้ำเกรง  แต่คิริอัสมิยอมโดยง่าย  กล่าวอย่างดื้อดึง 

 

  ปีศาจก็สามารถทำเช่นนี้ได้   ยิ่งการที่เจ้าดึงดวงอาทิตย์กลับมายิ่งบ่งบอกว่าเจ้าอาจเป็นยิ่งกว่าปีศาจร้ายที่จะมาฆ่าลูกหลานอียิปต์ ” 

 

  คิดไปเองทั้งนั้น ”  โฟรรีสที่เงียบมานานเอ่ยโพล่ง   เรียกตาคู่โปนของนักปราชญ์หลวงคู่ปรับ  ตอนนี้กลุ่มคนแบ่งเป็นสองส่วนที่เชื่อแล้วว่าวอดก้าเป็นเทพกับอีกส่วนหนึ่งที่คิดว่าหญิงสาวเป็นปีศาจเนื่องจากไม่อยากเสียทรัพย์สินมีค่าไป  องค์ฟาโรห์อเมนโนฟิสทำสีหน้าครุ่นคิด  ยามแต่ละฝ่ายพากันเอ่ยกล่อมให้พระองค์คล้อยตาม

 

  คนผู้คนนั้นสวมเสื้อคลุมปิดบังตัวแสดงว่ามีกายอัปลักษณ์เป็นแน่พะยะค่ะ ! ” คำว่าอัปลักษณ์ที่หลุดออกมาทำเอานักฆ่าสาวที่ดูผู้คนตีกันอย่างสนุกสนานหายใจสะดุด

 

  เอ่อ...นายหญิง ”  ซานาสเรียกผู้เป็นนายอย่างหวั่น ๆ เพราะเห็นหางคิ้วที่กระตุกลาง ๆ ยิ่งเสียงของฝั่งคิริอัสพากันตะโกนเสริมก็ยิ่งหน้าหดเหลือสองนิ้ว

 

  ปิดบังตัวเช่นนั้นต้องเป็นปีศาจอัปลักษณ์แน่ ! 

 

  ต้องหน้าเกลียดน่ากลัวมาก !  

 

  คิดจะมาหลอกลวงองค์ฟาโรห์เรารึ เจ้าปีศาจหน้าเกลียด ! 

 

  เจ้าปีศาจอัปลักษณ์ !

 

หากอยู่ในร่างผู้ชายวอดก้าอาจไม่โกรธขนาดนี้แต่เพราะใบหน้าอันภาคภูมิใจที่ได้มาจากผู้เป็นพ่อเต็ม ๆ ทั้งกลับมาเป็นหญิงดังเดิม  ใครไม่โกรธก็ผิดปกติแล้ว  นอกจากนี้เนื่องเพราะฝั่งโฟรรีสแม้พยายามเถียงแต่เพราะมีจำนวนน้อยกว่าจึงถูกเสียงอีกฝ่ายกลบ  องค์ฟาโรห์เองก็คล้อยตามฝั่งนักปราชญ์แล้วเสียด้วยสิจึงเอ่ยเยาะเย้ย 

 

  เจ้าปีศาจอัปลักษณ์  เผยตัวได้แล้วก่อนที่ข้าจะสั่งลงโทษเจ้า !   นิ้วที่ชี้มาพร้อมหญิงสาวมากมายที่หัวเราะคิกคัก  นอกจากนี้มีถาดทองเหลืองใบหนึ่งลอยมาทางวอดก้าโดยผู้ไม่ประสงค์ดี  แต่นั่นคือที่สุดของความอดทน  มือเรียวคว้าหมับแล้วขยี้มันเป็นผุยผงด้วยกำลังของเผ่าพันธุ์ครึ่งเทพและปีศาจ 

 

สองสัตว์ภูตผุดลุก  กลับคืนรูปลักษณ์กว่าเกือบสองเมตร  สร้างเสียงหวีดร้องจากคนทั้งหมด  แต่ยังไม่ทันถอยหนี  พลังอำนาจอันแกร่งกล้าที่มองไม่เห็นก็เหมือนคว้าตัวพวกเขาไว้ให้แข็งทื่อ   หญิงสาวผุดลุกขึ้นเพราะความโกรธที่ปะทุ  สายลมแรงพัดหมุนรอบตัวพวกเขาจนข้าวของล้มระเนระนาด  หนึ่งราชสีห์หนึ่งจิ้งจอกเก้าหางขนเงิน  ดวงตาสีรัตติกาลคำรามลั่นแทบสั่นสะเทือนฟ้าดิน  ทุกผู้คนในอียิปต์ล้วนได้ยินถึงเสียงแห่งความพิโรธขององค์เทพแห่งฤดูกาลทั้งสี่

 

  บังอาจ ! เราอุตส่าห์ให้เกียรติและไว้ใจพวกเจ้าเนื่องเพราะต่างเป็นบุตรที่องค์เทพีไอซิสและองค์สุริยันโปรดปราน  กลับกล้าล่วงเกินเราผู้เป็นเทพเจ้าบาสต์ เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ทั้งมวล ! ข้าไม่ทนต่อความไร้มารยาทและบังอาจยิ่งของพวกเจ้าแล้ว ! วันนี้อียิปต์จักต้องพินาศ !!!   ผืนดินทรายสั่นไหวอย่างรุนแรง  เสียงกรีดร้องดังก้องไปทั่วเมืองแห่งผืนทราย  สร้อยบุษราคัมส่องประกายแวววาว  ผนึกธาตุในผ้าพันคอเปล่งแสงวูบวาบปลดปล่อยพลังของเจ้าของซึ่งกักเก็บไว้เสียนาน  เนื่องเพราะความโกรธ ( จากการถูกด่าว่าอัปลักษณ์ )  อารมณ์เลยหลุดชั่วคราว (?)  ผ้าคลุมเนื้อหยาบฉีกกระชากเผยร่างในชุดแปลกประหลาดและใบหน้าที่งดงามเกินกว่ามนุษย์คนใดจะมีได้  ดวงตาสีม่วงอมแดงวาวโรจน์  มีแต่ความคมกริบ  เส้นผมสีน้ำตาลทองอมแดงนุ่มสลวยประบ่าพัดไสวเพราะแรงลม   พร้อมเสียงหวานแหบห้าวที่เอ่ยเยาะ

 

  อยากเห็นหน้าเทพอัปลักษณ์เช่นข้าใช่หรือไม่ ! อยากให้ข้าเป็นปีศาจใช่หรือไม่ !  

 

  กรี๊ด ~ / อ้าก ! ” แผ่นดินไหวเพิ่มความแรงทุกขณะ  ผู้คนต่างสิ้นหวัง  ได้ยินเสียงแห่งความโกรธขององค์เทพชัดเจน  แต่ละคนต่างล้มลุกคลุกคลานเพราะพื้นดินที่ขยับไม่หยุดนิ่งแม้แต่ฟาโรห์อเมนโนฟิส จนมีร่างหนึ่งวิ่งเข้ามาทรุดหมอบหน้าวอดก้าที่ยืนตระหง่านหน้าบัลลังค์น้ำแข็ง  สัตว์ทั้งสองแยกเขี้ยว  กู่ร้องคำรามหลากหลายครั้ง พลังอำนาจที่แผ่ออกมาถึงกับทำให้พื้นท้องพระโรงยุบ

 

  ท่านเทพ ! โปรดอภัยให้กับความโง่เขลาของพวกข้าด้วย ! ” ซีอัสตรานั่นเองที่วิ่งเข้ามา   กล่าวด้วยเสียงที่แทบเป็นตะโกนเพราะเสียงรอบข้างที่กลบจนเกือบมิด  วอดก้าหรี่ตาลงมองอย่างไม่ค่อยพอใจนัก  โบกมือเล็กน้อยทำให้แผ่นดินไหวที่สั่นสะท้านค่อย ๆ หยุดลงแล้วทรุดนั่งลงไขว้ห้างดั่งเดิม  ทว่ารัศมีเทพผู้สูงศักดิ์กลับฉายออกมาอย่างชัดเจน  แทบกลบรัศมีขององค์ฟาโรห์ที่อวดเบ่งเมื่อครู่   มองคนที่เพิ่งเจอเมื่อไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก่อนด้วยสายตาเรียบเฉยแต่น้ำเสียงบันดาลโทสะเต็มที่

 

  พวกเจ้าเพิ่งรู้ตัวรึ ! ข้าทำตามพระบัญชาองค์เทพีไอซิส  มิแสดงอำนาจใด ๆ เพื่อมิให้พวกเจ้ามองพวกเราอย่างหวั่นเกรง  ...แต่สิ่งที่เจ้าทำกับตัวเราคือกล้าเอ่ยว่าข้าอัปลักษณ์ ! ใช้คำว่า เจ้า ! เหมือนข้าเป็นปุถุชนชั้นต่ำ ! เจ้ารู้ดีว่าข้าเป็นเทพแห่งความสมบูรณ์...งั้นคงมิผิดใช่หรือไม่หากจ้าทำให้สายน้ำหยุดหลั่งริน  ผืนดินแห้งขอดและสาปส่งพวกเจ้า !   วอดก้าเสยเส้นผม  ดวงตาคมกริบมองเด็กน้อยที่ถูกใจในนิสัยซื่อตรงและดีงาม  เอ่ยขู่อย่างโมโหด้วยเพียงชื่อเพียงเทพสององค์  แอบรับสมอ้างว่าเป็นเทพนิด ๆ ถึงเธอจะเป็นเทพจริง ๆ ก็เถอะ 

 

  โอ้...องค์เทพบาสต์  พวกเราสำนึกผิดแล้ว ”  กลุ่มของโฟรรีสหมอบกราบตามเหลือองค์ฟาโรห์และกลุ่มของคิริอัสที่ยืนสั่นสะท้านในพลังอำนาจนั้น  ริมฝีปากหยักบางเฉียบสีแดงสดเหยียดเมื่อปรายตามอง 

 

  หึ...พวกเจ้าบอกสำนึกผิดแต่ผู้ด่าเราอัปลักษณ์กลับยืนนิ่งงัน  เด็กน้อย...พวกเจ้า...ดูข้าสิว่าข้ามันอัปลักษณ์ ! หญิงสาวแค่นเสียงเน้นคำว่าอัปลักษณ์หลายครั้ง  ผนวกกับซานาสและนาเวซซ่าที่ขู่คำรามในลำคอแทบทำให้มนุษย์ธรรมดาลืมสิ้นการหายใจ  รัศมีแห่งทวยเทพฉายชัดเจน  โฟรรีสตัวสั่นระริก  เงยหน้ามองแล้วกล่าว

 

  หา...หาใช่ไม่...ท่านเป็น...เป็นเทพที่ไร้ซึ่งคำว่าอัปลักษณ์  ...พวกข้าล้วนตาบอดยิ่งนัก ” อย่างที่เอ่ย  คิริอัสและฟาโรห์อเมนโนฟิสหนึ่งนั้นหวาดหวั่นกับพลังที่สะเทือนฟ้าดินก็จริง  แต่อีกหนึ่งก็ตะลึงกับใบหน้างดงามที่แยกหญิงหรือชายไม่ออก   ความงดงามอันสูงค่าทำให้พวกเขาซึ่งไม่เคยประสบพบรู้สึกเหมือนพรากดวงวิญญาณไป

 

  ได้โปรดท่านเทพ...อย่าได้สาป...อย่าได้สาปเมืองของพวกข้า ”  ซีอัสตราอ้อนวอน  มองผู้ที่นั่งบนบัลลังค์น้ำแข็งนั้นอย่างหวาดกลัว  แม้ใบหน้างดงามที่ทำให้หัวใจเขาเต้นระรัวจะเหมือนเช่นเดิมแต่ความเย็นชาและความสูงส่งทำให้เขาไม่กล้าเข้าใกล้จนเกินไปเนื่องจากกลัวว่าจะกลายเป็นการหมิ่นเบื้องสูง

 

วอดก้ามองฟาโรห์อเมนโนฟิสนิ่ง  พระองค์จึงทรุดลง  เอ่ยเสียงแฝงการขออภัยไว้   เนื่องเพราะสำนึกในการกระทำของตน

 

  ข้าขออภัยต่อพระองค์ที่ได้ทำการดูหมิ่นเบื้องสูงไป  หากลงโทษโปรดลงโทษข้าแทนแผ่นดินอียิปต์เถิด ” 

 

  ข้าพระองค์ขออภัย ”  คิริอัสและกลุ่มนักปราชญ์ทรุดกายลงแทบไม่ทันด้วยความหวาดหวั่นพลังอำนาจแห่งเทพ  ใบหน้าของวอดก้าลดทอความโกรธลงแต่ยังไม่เลือนหายง่าย ๆ   

 

  อย่าได้คิดว่าพวกเจ้าสูงส่งเกินใครและจะสามารถใช้อำนาจตามใจชอบ  ภารกิจเพียงวันนี้ข้าเพียงต้องการของเพียงสิ่งเดียว...แต่นี่คือการต้อนรับของพวกเจ้ารึ !   น้ำเสียงที่ลดความเกรี้ยดกราด  กลายเป็นนิ่งสนิทพอให้ทั้งหมดใจชื้น  เสียงของผู้คนนับห้าร้อยประสาน

 

  ข้าพระองค์ขออภัยท่านเทพ !  

 

  เฮ่อ...จงจำไว้เป็นบทเรียนเสีย   หากมีครั้งหน้าหากเป็นเทพองค์อื่น ( หมายถึงนักเรียนที่มาสอบ ) พวกเจ้าคงไม่แคล้วตายโดยไร้ที่กลบฝัง  ครั้งนี้พวกเจ้าโชคดีที่เด็กน้อยคนโปรดของข้ามาห้ามทัน    หลายสายตามองไปที่ซีอัสตราเป็นตาเดียว  เนื่องเพราะมีเพียงเด็กหนุ่มที่อยู่ ๆ ก็วิ่งเข้ามาเอ่ยกับเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่กำลังกราดเกรี้ยว

 

เด็กหนุ่มก้มหมอบอีกครั้งพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายกว่าเดิมแต่ยังแฝงความเคารพอยู่มาก 

 

  ข้าพระองค์ขออภัยท่านเทพจริง ๆ ”  วอดก้าโบกมือไป  เมื่อเจ้าเด็กตรงหน้าช้อนแววตาใส ๆ มอง

 

  เจ้าอย่ามองข้าตาใสได้หรือไม่...เด็กน้อย ? เจ้าทำให้ข้าใจอ่อนทุกที ”  คำพูดที่แม้เหมือนไม่ใส่ใจแต่เรียกรอยยิ้มจากเด็กหนุ่มได้  หัวใจที่อกซ้ายเต้นถี่รัวเมื่อเทพเบื้องหน้าพูดเหมือนเขามีความสำคัญ  เขายิ่งฉีกยิ้มกว้างและมองอ้อน ๆ ไปโดยไม่รู้ตัว  จึงเห็นว่าร่างสูงสง่าเบือนหน้าหนีอย่างอ่อนใจ  ทำท่าเหมือนบ่นพึมพำเบา ๆ แต่ระบายรอยยิ้มอ่อนโยนบาง ๆ ที่ริมฝีปาก  

 

สายลมเย็น ๆ คลายร้อนพัดพาเข้ามาเหมือนเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์กำลังอารมณ์ดีดั่งเดิม  เรียกเสียงถอนหายใจเป็นทิวแถวจากคนทั้งหมด  วอดก้าพยักหน้าให้สัตว์เทพทั้งสองหดตัวลงแล้วอุ้มมาไว้บนตัก  คราวนี้ไม่มีใครมองสิงโตและแมวตัวน้อยอย่างขบขันอีกเลย 

 

 เฮ่อ...แล้วทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ”  นักฆ่าสาวถามเปรย ๆ เวลาที่เขาเดินทางจากจุดที่อยู่ตอนแรกถึงที่นี่เกือบครึ่งชั่วโมงเพราะใช้เวทย์ช่วย  ซึ่งระยะทางมันไกลกว่าสามชั่วโมงแน่ ๆ ซีอัสตรายิ้มเก้อเขินขณะตอบ 

 

  ข้า...ข้ารีบขี่ม้า...มา...มาหาท่านเทพ  เพราะท่านบอกจะมาที่พระราชวังเสด็จพี่ ”  ซานาสและนาเวซซ่าสบตากันวูบหนึ่ง  รู้สึกหนาวเยือกเมื่อคิดถึงอีกคนที่คงสอบ ณ ที่อื่น  เจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์รูปงามผู้เป็นรูมเมทของเจ้านายสาว  ขืนรู้ว่านายหญิงโปรยเสน่ห์ใส่คนอื่นโดยไม่รู้ตัว...มีหวังเด็กน้อย...

 

อึ๋ย...ไม่อยากคิด

 

สัตว์ภูตทั้งสองหนาวเยือก 

 

  อ้อ... วอดก้าร้องรับคำเล็กน้อย  นั่งสบาย ๆ อย่างครุ่นคิด  โบกมือวูบหนึ่งจนหลายคนที่มองสะดุ้งเฮือก  และต้องหวาดหวั่นไปอีกเมื่อเห็นร่างหญิงสาวที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณเสียมากกว่าโค้งตัวเอ่ยเสียงเรียบ

 

  มีอะไรให้ข้าน้อยรับใช้หรือเจ้าคะนายท่าน ” 

 

  ไปหาสร้อยเส้นนั้นเสีย  แล้วกลับมาหาข้า ”  ร่างทั้งสามหายไปในทันที  ระหว่างรอ  วอดก้าจึงลองเสกเวทย์ต่าง ๆ ออกมาให้ซีอัสตราดูเล่น  เด็กหนุ่มที่ตอนแรกกล้า ๆ กลัว ๆ ก็เพลิดเพลินไปด้วย โดยมีเหล่านักปราชญ์และโหรหลวงมองห่าง ๆ เว้นโฟรรีสและองค์ฟาโรห์อเมนโนฟิสที่ถูกกวักมือเรียกให้เข้าไปอยู่ใกล้ ๆ คอยเป็นบริกรให้ชั่วคราว 

 

  หึ ๆๆ พวกเจ้าตอนเด็กซนจริง ๆ ”  วอดก้าหัวเราะในลำคอเมื่อซีอัสตราเล่าเรื่องตอนเด็ก ๆ ให้ฟัง  รอยยิ้มสวยที่ริมฝีปากบางทำเอาฟาโรห์หนุ่มหัวใจกระตุกผิดจังหวะบ้าง  ส่งองุ่นอีกพวงให้ผู้เป็นเทพทาน 

 

  นายท่านเจ้าคะ ”  เสียงของวิญญาณสีขาวตนหนึ่งที่ปรากฏขึ้นทำให้สองหนุ่ม  อีกหนึ่งคนชราสะดุ้ง  หญิงสาวโบกมือแล้วบิดกายลุกขึ้น  ถอดเสื้อคลุมออกแล้วหันไปชักชวนฟาโรห์อเมนโนฟิสและซีอัสตราเรียบ ๆ 

 

  พาเที่ยวหน่อย ” 

 

 

  ตรงนี้เป็นตำหนักศาสตรา  เก็บศาสตราอันหายากไว้มากมายที่สั่งสมไว้กว่าหนึ่งร้อยปี ”  ฟาโรห์หนุ่มออกอาการเริงร่า  ดวงตาแสดงความสนใจเทพบาสต์ผู้ซึ่งดูไม่ออกว่าเป็นหญิงหรือชาย  พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่งโดยตลอดทางจะมีสองหนุ่มพี่น้องคอยแนะนำสถานที่ต่าง ๆ ให้ฟัง 

 

  ที่นี่คือ ? ”  วอดก้าส่งเสียงถามหลังหยุดที่ตำหนักแห่งหนึ่ง  ใบหน้าของสองหนุ่มขรึมลง 

 

  ตำหนักของเสด็จแม่ข้าเอง ”  เธอดูสีหน้ากระอักกระอ่วนของทั้งสองก็รู้ได้ทันที  ขายาวก้าวเข้าไปอย่างไม่เกรงใจเพื่อกวาดหาสิ่งที่ต้องการ  ตำหนักแห่งนี้รกร้างพอสมควรเนื่องเพราะไม่มีคนปัดกวาดเช็ดถู   ข้าวของยังวางอยู่อย่างเป็นระเบียบ   ร่างสูงหยุดใจกลางห้อง  ละอองสีทองน่าตื่นตาตื่นใจเป็นประกายระยิบระยับพวยพุ่งพัดผ่านอย่างรวดเร็ว  ก่อนของสิ่งหนึ่งจะพุ่งเข้าสู่ร่างโปร่ง

 

หมับ !

 

มือเรียวคว้าไว้อย่างง่ายดายแล้วกระตุกยิ้มเพราะสิ่งนี้คือสร้อยทับทิมเม็ดโตที่เปล่งไอเวทย์มนตร์นั่นเองและชื่อที่สลักไว้ด้านหลังทำเอาเธอหางคิ้วกระตุก

 

เทรน ซิลเวีย

 

  ไอ้รุ่นพี่นั่น...  หญิงสาวกุมขมับเพราะรู้แล้วว่าใครที่เล่นพนันแพ้จนต้องเอาสร้อยจำนำ   ฟาโรห์อเมนโนฟิสมองสร้อยทับทิมนั่นแล้วเอ่ยเสียงอย่างสงสัย

 

  ท่านไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ ? ” 

 

  รู้สึกอะไร ? ” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้น  โหรหลวงโฟรรีสเป็นคนอธิบาย 

 

“ สร้อยเส้นนั้น  องค์ราชินีเคยได้รับจากพ่อค้าที่นำบรรณาการมาให้จากต่างแดนไกล  แต่ปรากฏว่าสร้อยเส้นนี้มีอาถรรพย์  ผู้จับต้องหากไม่รู้สึกร้อนเหมือนถูกลวก  ก็หนาวจับขั้วหัวใจ  บางครั้งแม้แต่ผู้ชายร่างใหญ่ยังยกสร้อยเส้นเดียวไม่ขึ้น ”

 

เกือบสิบปีเลยหรือ...

 

วอดก้าคิดก่อนจะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าสองชั่วโมงของอาเรียเทียบเท่าสิบสองชั่วโมงของที่นี่จึงควักม้วนภารกิจขึ้นมาเพื่อทำการยืนยัน  ม้วนสารเปล่งแสงเล็กน้อยก่อนวอดก้าจะเรียกซานาสและนาเวซซ่ากลับเข้าไป  พูดอย่างหน่าย ๆ

 

  ภารกิจของข้าเสร็จสิ้นแล้ว  คงได้เวลาที่ข้าต้อง...” ยังไม่ทันพูดจบ  ซีอัสตราก็โพล่งถาม

 

  ท่านจะกลับแล้วหรือ !   วอดก้าพยักหน้ารับ  กวาดตามองรอบตัวโดยไม่เห็นสายตาแสดงความเสียใจวูบหนึ่งของเด็กหนุ่มที่อ้อนถาม 

 

  ยังไม่กลับไม่ได้หรือ ”  เสียงที่ถามทำให้ฟาโรห์อเมนโนฟิสต้องมองผู้เป็นน้องชายอย่างแปลกใจ  แต่อดรู้สึกอยากให้เทพร่างสูงอยู่ต่อด้วยไม่ได้ 

 

  ข้ามาเยือนที่นี่ได้ไม่นานหนัก   องค์เทพจักมีงานให้ข้าทำอีกมาก ”  เธอกรอกตาวูบเล็กน้อย  ใจจริงก็อยากอยู่ขนสมบัติก่อนแต่ฟาโรห์หนุ่มได้มอบให้แล้วกองใหญ่เพื่อเป็นการขออภัยที่ได้ล่วงเกิน  ดังนั้นที่นี่ก็หมดธุระแล้ว 

 

 

ไปตอนต่อไปกันเบย ~~~

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 60 : บทที่ 55 การสอบกลางภาค 3 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 13376 , โพส : 37 , Rating : 7% / 173 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2
# 37 : ความคิดเห็นที่ 14587
ขอรับการทดสอบ ณบัดนาวววว
Name : Sarawini Kos < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Sarawini Kos [ IP : 184.22.227.199 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 ตุลาคม 2560 / 18:59
# 37 : ความคิดเห็นที่ 7346
ทาส คะ
Name : เด็กนอก [ IP : 171.96.241.41 ]

วันที่: 2 กรกฎาคม 2558 / 00:00
# 35 : ความคิดเห็นที่ 5708
เราว่าตอนนี้หลายๆคนคงเป็นเหมือนเรา
พออ่านจบแล้วเพลิน
ลืมแก้คำให้
ทาศ---> ทาส
PS.  ทุกเวลา ทุกนาที ทุกวันเดือนปีนั้นมีค่า อย่าปล่อยเลยไปทั้งๆที่ยังไม่ทำอะไรกับมัน
Name : bigbowka < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bigbowka [ IP : 171.100.198.201 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:22
# 34 : ความคิดเห็นที่ 4992
ชอบมาก ตอนนี้ชอบมากๆเลยค่ะ ฟินฟุดฟุด 
Name : ยัย~อง๑์ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ยัย~อง๑์ [ IP : 171.99.169.172 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ตุลาคม 2557 / 12:07
# 33 : ความคิดเห็นที่ 4851
ฮาาาาาา ขำวอดก้าอ่ะ 5555
PS.  ทุกอย่างมี 2 ด้าน เช่นเดียวกับ ราตรีที่มืดมิดแต่กลับสวยงามอย่างประหลาด ซึ่งมันแล้วแต่ว่าใครจะมองด้านไหนเท่านั้นของมันเท่านั้น เช่นเดียวกับความรัก ที่มีทั้ง ความทุกข์และความสุข
Name : Hydrangea < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Hydrangea [ IP : 101.109.94.205 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ตุลาคม 2557 / 16:28
# 32 : ความคิดเห็นที่ 3682
ชอบตอนไปต่างถิ่นจังเลย เหมือนเทพมาเยือน
ฮาตรงนั่งเรือทวนกระแส...คงไม่สังเกตสินะวอดก้า
ได้กำไรเยอะเลยล่ะสิ

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 31 พฤษภาคม 2557 / 19:30

PS.  ทุกเวลา ทุกนาที ทุกวันเดือนปีนั้นมีค่า อย่าปล่อยเลยไปทั้งๆที่ยังไม่ทำอะไรกับมัน
Name : bigbowka < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bigbowka [ IP : 110.171.121.13 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 พฤษภาคม 2557 / 18:58
# 31 : ความคิดเห็นที่ 3672
สุดยอดดดดด 555 วอดก้าาาา ทำเรื่องยุ่งอีกล่ะ
PS.  SNSD Yuri & EXO HunHan FOREVER !!
Name : Harm < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Harm [ IP : 1.47.70.87 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 พฤษภาคม 2557 / 12:40
# 30 : ความคิดเห็นที่ 3485
ตอนนี้เอาไดซ์ไปเก็บก่อนตอนนี้เค้าจะเอาซีอัสตรา เค้าจาเอาๆๆๆ
PS.  วายคือชีวิต ^-^++++*-*
Name : ผู้เกลียดชังต่อพระเจ้า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ผู้เกลียดชังต่อพระเจ้า [ IP : 14.207.71.204 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 พฤษภาคม 2557 / 10:41
# 29 : ความคิดเห็นที่ 3483
โปรยเสน่ห์อีกแล้วนะวอดก้า
PS.  ล้านถ้อยคำรักที่ฉันพร่ำบอก ก็อาจเป็นเพียงแค่ลมเท่านั้น
Name : Zixga < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Zixga [ IP : 1.10.213.75 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 พฤษภาคม 2557 / 10:16
# 28 : ความคิดเห็นที่ 3475
โอ้!!!


ฮ่ะๆๆๆๆๆ
Name : - - [ IP : 171.98.237.122 ]

วันที่: 24 พฤษภาคม 2557 / 03:51
# 27 : ความคิดเห็นที่ 3459
โอยยยยยย รู้สึกฟินแปลกๆ 5555+
ชอบซีอัสตราอ่ะ น่ารักกกกกกกกก
จะเอากลับบ้าน!!! (ห๊ะ??)
PS.  いつか見た憧憬(しょうけい)穢(けが)れてく 夢はマガイモ
Name : Lucius Domiticus Cicero < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Lucius Domiticus Cicero [ IP : 110.168.44.82 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 พฤษภาคม 2557 / 21:03
# 26 : ความคิดเห็นที่ 3456
สบประมาทเรื่องอื่นไม่ว่า แต่เรื่องหน้าตาอย่าแตะ! 555555



Name : AranYz < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ AranYz [ IP : 14.207.17.46 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 พฤษภาคม 2557 / 20:28
# 25 : ความคิดเห็นที่ 3450
หนอย ฟาโรห์บ้า บังอาจมากว่าวอดก้าได้ไง กรี๊ดดดดดดดดด จงตายไปซะ!!!!! #$%^$^%#$%^#%$%*&(*&(^*()
PS.  ผู้ใดอ่อนแอ ผู้นั้นจะสูญสิ้นทุกสิ่ง ข้าจึงไม่มีวันอ่อนแอและไม่สิ้นสิ้นความทระนงและศักดิ์ศรี
Name : อิชิมารุ คุมิโกะ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อิชิมารุ คุมิโกะ [ IP : 101.109.117.247 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 พฤษภาคม 2557 / 19:07
# 24 : ความคิดเห็นที่ 3442
กึกเลยไรท์ค้างอ่ะครัช ต่อเถิดน้าาา
Name : footdelicius < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ footdelicius [ IP : 119.76.20.42 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 พฤษภาคม 2557 / 20:53
# 23 : ความคิดเห็นที่ 3438
อยากอ่านต่อ รีบอัพนะไรท์เตอร์ เรื่องพอล เมฆาแล้วก็ตุลย์ด้วยนะ
Name : cystalsky < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cystalsky [ IP : 49.48.78.191 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 พฤษภาคม 2557 / 12:11
# 22 : ความคิดเห็นที่ 3436
รีบอัพน้าาา สนุกมากเลยยยย
Name : TatAR...kEeZ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ TatAR...kEeZ [ IP : 171.6.55.27 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 พฤษภาคม 2557 / 22:59
# 21 : ความคิดเห็นที่ 3420
สนุกกกกกกก
Name : prangpop < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ prangpop [ IP : 182.52.196.221 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 พฤษภาคม 2557 / 23:09
# 20 : ความคิดเห็นที่ 3416
ค้างมาต่อนะแต่หนุกอ่ะมาต่อๆอัพนะหนุกอีกเรื่องหนึ่งเอ่อไรอีกไม่รู้กี่เรื่องยังไม่จบยังจะมีนิยายเรื่องใหม่อีกแล้วหรอ
Name : mild [ IP : 49.230.175.202 ]

วันที่: 19 พฤษภาคม 2557 / 20:59
# 19 : ความคิดเห็นที่ 3413
ค้าง!!!! มาต่อต่อนะ
Name : Itsuru.... [ IP : 118.173.173.59 ]

วันที่: 19 พฤษภาคม 2557 / 19:37
# 18 : ความคิดเห็นที่ 3400
มันค้างมากคร่าาาา
PS.  ล้านถ้อยคำรักที่ฉันพร่ำบอก ก็อาจเป็นเพียงแค่ลมเท่านั้น
Name : Zixga < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Zixga [ IP : 1.10.213.35 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 พฤษภาคม 2557 / 11:35
# 17 : ความคิดเห็นที่ 3399
เฮๆๆๆๆๆ คนอื่รเรียกท่านเทพกันนะ



PS.  Better than yesterday, everyday
Name : ^ จู ^ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ^ จู ^ [ IP : 158.108.112.170 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 พฤษภาคม 2557 / 09:57
# 16 : ความคิดเห็นที่ 3388
ใครกันที่กล้าเรียกท่านวอดก้าว่าปีศาจ  5555 (ถึงจะเป็นเรื่องจริงก็ตามที)
Name : PEepO PoPy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ PEepO PoPy [ IP : 58.11.194.254 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 พฤษภาคม 2557 / 22:52
# 15 : ความคิดเห็นที่ 3373
ปีศาจ!? กล้าพูดนะยะ! วอดก้าน่ะเปนเทวดาผสมซาตานต่างหาก!(ห๊ะ?)
PS.  ตราบใดที่ยูแจซอกยังไม่ตาย...ไม่ได้เห็นตัวจริงของซงจีฮโย...ไม่ได้จับกล้ามของคิมจงกุก...รันนิ่งแมนยังไม่สูญสลาย...คิมดงจุนคนนี้จะไม่ยอมตายเด็ดขาด!!!(คิมดงจุนชื่อเกาหลีของตัวเองน่ะแฮะๆ=..=;)
Name : คิมดงจุน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คิมดงจุน [ IP : 171.6.239.155 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 พฤษภาคม 2557 / 20:58
# 14 : ความคิดเห็นที่ 3372
ทาศ ใช่ ส สะกดนะครับ เป็น ทาส
PS.  ก็อินดี้อ่ะ
Name : LaZyBonEs.. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LaZyBonEs.. [ IP : 110.168.106.201 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 พฤษภาคม 2557 / 20:54
# 13 : ความคิดเห็นที่ 3364
มาต่อเร็วๆนะกำลังอย่างแรง
Name : Proud96 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Proud96 [ IP : 49.230.135.219 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 พฤษภาคม 2557 / 20:17
หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android