คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 63 : สายลมจ้าวหัวใจ ตอนแนะนำ 2 (ไม่อิงประวัติศาสตร์แต่มั่นศัพท์พอสมควรเน้อ)


     อัพเดท 25 พ.ค. 57
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 3,104 Overall : 679,834
15,919 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7627 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 63 : สายลมจ้าวหัวใจ ตอนแนะนำ 2 (ไม่อิงประวัติศาสตร์แต่มั่นศัพท์พอสมควรเน้อ) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 9738 , โพส : 50 , Rating : 14% / 50 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

บทที่ 2

ชนเผ่านอกกำแพงใหญ่

 

  ผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไงบ้าง ”  เสียงทุ้มของชายหนุ่มในรถคันหรูเอ่ยถามโดยที่สายตายังไม่ละจากแฟ้มเอกสารแม้แต่น้อย   คนเป็นลูกน้องคนสนิทของเขาทั้งสองที่หนึ่งขับรถ  อีกหนึ่งนั่งข้างคนขับเพราะไม่คิดตีตนเสมอนาย

  ตอนนี้ถือว่าอยู่ในระยะปลอดภัยแล้วครับนาย ”  หนึ่งในสองเสียงเอ่ยราบเรียบ   ขานรับเสียงวิทยุของลูกน้องในเครือที่รายงานสถานการณ์รอบด้าน  หลังถูกปองร้ายเมื่อไม่กี่วันก่อน  พวกเขาต่างเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม 

  เธอจะฟื้นเมื่อไหร่ ? ”  สิ้นเสียงความเงียบก็ตกไปครู่ใหญ่  อีกเสียงของคนขับเอ่ยอย่างลำบากใจเล็กน้อย

  เอ่อ...มีปัญหานิดหน่อยครับนาย ”  ไอเย็น ๆ ที่ส่งมาเป็นคำถามทำให้เขากลืนน้ำลายเฮือกแม้ดวงตายังไม่ละจากพื้นถนน 

  คือว่า... 

  .........  

  แพทย์บอกว่าเด็กคนนั้นอาจเป็นเจ้าหญิง...นิทราครับนาย ”  ชายหนุ่มตอบเสียงดังฟังชัดเจน    

  งั้นหรือ...  ผู้เป็นนายรับคำสั้น ๆ ปิดแฟ้มในมือดังฉับแล้วหันไปให้ความสนใจกับวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองกรุงแทน  ใบหน้าราวรูปสลักไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกมีอาการครุ่นคิดจาง ๆ ดวงตาสีฟ้าน้ำแข็งไอซ์บลูสีสวยดูดุดันและเย็นชา  มันเป็นภาพลักษณ์ที่ผู้เป็นมือขวาและมือซ้ายต้องมองอย่างย้ำเกรง 

ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มแซมดำสั้นระต้นคอ  ผิวขาวแม้ไม่ถึงกับขาวเนียนแต่รับกับไหล่กว้าง  แขนและลำคอเรียวยาวแข็งแรง  แม้สวมชุดสูทก็ทำให้ผู้เฝ้ามองหลงใหลไปกับกล้ามเนื้อที่พอดิบพอดีไม่มีส่วนเกิน  ร่างสูงแกร่งกำยำนั่งไขว้ห้างกอดอกสบาย ๆ  สร้างแรงกดดันให้ผู้เฝ้ามองเหมือนกำลังพบองค์จักรพรรดิที่สามารถพิพากษาชีวิตตนอย่างง่ายดาย  ใบหน้าหล่อเหลานิ่งราวรูปสลักที่เทพเจ้าสรรสร้างผิดแต่ไร้ซึ่งหัวใจอันอบอุ่น 

 

เจ้าของฉายา...ราชาแห่งวงการธุรกิจ

 

 

  $%B//tb^7@  ภาษาที่เธอไม่เข้าใจดังก้องไปมารอบกายจนวายุลักษณ์ที่หลับตาอยู่ต้องขมวดคิ้ว   นานนับนาทีที่เธอพยายามเรียกรั้งสติตนให้กลับคืนมา   เปิดเปลือกตาด้วยความลำบากเพื่อบอกไล่เสียงเหล่านั้น

สิ่งที่เห็นอย่างแรกคือผ้าเนื้อหนาสีหม่น ๆ รอบตัวที่ลอยสูงเกือบสองเมตร  มันน่าแปลกแทนที่เธอจะลืมตาตื่นว่าพบตัวเองอยู่ในโรงพยาบาลกลับเป็นสถานที่ที่หนึ่งที่ไม่คุ้นตาแม้แต่น้อย 

ยิ่งกวาดตามองไปรอบตัวก็ยิ่งประหลาดใจ  ที่ ๆ เด็กสาวร่างท้วมอายุ 18 อยู่กลับคล้ายกระโจมเก่า ๆ ที่มีท่อนไม้ขนาดใหญ่สร้างเป็นจุดศูนย์กลางตั้งผืนผ้ายาวที่มีร่องรอยเย็บปะให้เป็นเนื้อเดียวกัน  พื้นที่เธอนอนอยู่ก็ไม่ใช่เตียงแต่เป็นเหมือนพรมขนสัตว์นุ่มแทน

  ...ที่นี่ ? แค่ก ๆ ”  เพราะลำคอที่แห้งผากทำให้วายุลักษณ์ออกอาการไอจนแสบคอ  รู้สึกร่างกายปวดร้าวไปทั่วจนต้องเบ้หน้า  ผ้าพันแผลสีขาวหม่นที่ไม่ค่อยสะอาดนักพันร่างเธอบางส่วนไว้พร้อมกลิ่นฉุนจัดแรง ๆ เหมือนกลิ่นสมุนไพรขม ๆ สำหรับรักษาแผล    

“ ๑/**7&^%$#@    

  นางฟ้า...” เราตายแล้วหรือนี่  เธอคิดอย่างสงสัยเมื่อเห็นเด็กสาวผู้มาใหม่ชัดตา  สาวน้อยร่างบางสูงราว ๆ 150 ผิวพรรณขาวนวล  ใบหน้าจิ้มลิ้มขึ้นสีเลือดฝาด  ดวงตากลมโตวาววับสีน้ำตาลอ่อนและมีเส้นยาวสลวยนุ่มยาวถึงสะโพกมัดรวบไว้กึ่งกลางหลัง  อีกฝ่ายใส่ชุดเนื้อบางสีแดงยาวกรอมเท้าคล้ายชุดเดรส  แต่เนื้อผ้าดูหยาบกว่าเล็กน้อย  ขลิบด้วยด้ายสีทอง  ลวดลายก็...เรื่องนั้นช่างมันเถอะ แต่วายุลักษณ์กำลังงงเมื่อสาวน้อยนั้นเข้ามากดบ่าเธอให้เอนนอนลงพร้อมพ่นคำพูดที่เธอฟังไม่รู้เรื่องใส่

  เดี๋ยว ๆ ...ที่นี่...ที่ไหน ”  เธอถามเป็นภาษาสากลกระท่อนกระแท่น  เพราะไม่แน่ใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง  คราวนี้กลายเป็นอีกฝ่ายที่งงบ้างกับภาษาที่ฟังไม่รู้เรื่อง  เทน้ำบางอย่างลงไปในชามเล็กแล้วคะยั้นคะยอให้ดื่ม

วายุลักษณ์ดื่มมันแต่โดยดี  อย่างน้อยช่วยดับความกระหายในปากแม้จะนิ่วหน้ากับกลิ่นสาปและรสชาติเหมือนนมวัวก็ตาม 

  *7&^%2@   เด็กสาวพูดช้า ๆ ด้วยภาษาที่คล้ายคนจีนให้เธอเอียงคอมองอีกรอบ  เมื่อต่างคนต่างภาษา  สาวน้อยจึงทำภาษามือเหมือนจะบอกว่าให้อยู่นิ่ง ๆ อย่าไปไหน  สายลมจึงพยักหน้ารับเป็นเชิงเข้าใจ 

นางฟ้าร่างบางมองอย่างวิตกเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากกระโจมไป  ทิ้งเพียงคนป่วยที่กวาดตามองรอบ ๆ อย่างไม่คุ้นชิน  นอกผืนพรมที่เธอนอนเป็นหญ้าสีเขียวชะอุ่มที่มีร่องรอยการตัดบ้าง  คล้ายจะเป็นที่พักของคน  สิ่งที่เธอจำได้คือช่วยเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังถูกรถชนไว้...แล้ว...

  ดันโดนรถชนเสียเอง ”  เด็กสาวร่างท้วมยกมือข้างหนึ่งเกาหัวแกรก ๆ ร้องอูยเพราะความเจ็บแปลบ ๆ ที่สีข้างและข้อมือซ้ายเหมือนกระดูกแตก  หลังสำรวจแผลแล้วว่าไม่สาหัสถึงตายก็อดเขกหัวตัวเองไม่ได้

  ไอ้ลมเอ๋ย  อยู่ดีไม่ว่าดีหาเรื่องซะได้ ”  แม้จะต่อว่าตัวเองเช่นนั้นแต่ดวงตาสีนิลเข้มไม่มีร่องรอยการเสียใจกับสิ่งที่กระทำ  ถามกับตัวเองลอย ๆ ว่าแม่หนูนั่นจะเป็นยังไงบ้างนะ ? คนเป็นพ่อเป็นแม่คงกลัวแทบแย่ที่เกือบเสียลูกตัวเองไป

ชายผ้าคลุมเลิกขึ้นอีกครั้งตามมาด้วยร่างสูงกว่าสองเมตรของชายฉกรรจ์วันสามสิบปลาย ๆ ผิวทองแดง  ตัวสูงใหญ่จนวายุลักษณ์ต้องเงยหน้ามอง  สำรวจผู้มาใหม่โดยให้เสียมารยาทน้อยที่สุด

อีกฝ่ายเป็นชายร่างหนา  กล้ามเป็นมัด ๆ อย่างคนออกกำลังกายบ่อย  ผิวสีเข้ม  หน้าตาดุดันคล้ายชาวจีนที่ลอบทำเด็กสาววิตก  สวมเสื้อด้วยขนสัตว์หนาที่เหมือนเจาะรูใส่หัวและตัดด้านข้างจนสามารถขยับแขนได้สบาย ๆ กางเกงเองก็เป็นผ้าฝ้ายสีเข้มประมาณหน้าแข้ง  ข้อมือและข้อเท้ามีเสียงกรุ๊งกริ๊งของกำไลไม่ต่างจากเด็กสาวที่เข้ามาอีกครั้ง

  ที่นี่...ที่ไหน ”  สำเนียงภาษาอังกฤษชัดถ้อยชัดคำไม่ทำให้อีกฝ่ายแสดงสีหน้าเข้าใจ  เขาเอ่ยตอบโต้กลับเป็นการบอกว่าไม่เข้าใจที่เด็กสาวเอ่ยเช่นกัน 

  *7&^%2@

  แล้ววันนี้มันจะคุยรู้เรื่องไหมนี่ ”  วายุลักษณ์กุมขมับ  รู้สึกปวดหัวตุบ ๆ เหมือนไมเกรนจะขึ้นเมื่อพบว่าตัวเองหลุดมาจากไหนไม่รู้  และอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้อีก  พอเธอทำท่าจะขยับ  เด็กสาวก็ถลามาปรามพลางส่ายหน้า  กดบ่าให้เธอนอนอีกครั้งแล้วส่งบางอย่างให้

  ? ”  สายลมกระพริบตาปริบ ๆ มองน้ำสีเข้มในชามเล็กที่ยื่นมาจ่อปาก  อ้ารับน้อย ๆ และแทบต้องบ้วนทิ้งเพียงน้ำนั้นแตะลิ้น  ความขมปร่าก็พุ่งจากลำคอทันที  เธอรีบกลืนมันลงไปด้วยใบหน้าแหยง ๆ ทำท่าจะอ้วกจนผู้ดูแลอายุน้อยกว่ากระวีกระวาดหาน้ำมาล้างคอให้  ทำสีหน้าเป็นเชิงเข้าใจความรู้สึกคนป่วย

  ยาอะไรขมเป็นบ้า ”  เธอพึมพำแทบเป็นสบถกับตัวเองเลยทีเดียว  แม้จะยังไม่รู้ว่าที่นี่เป็นที่ไหน  แต่หลังจากนั้นเธอก็นิ่ง ๆ นอน ๆ ภายในกระโจมนี่เกือบเดือนเพื่อรักษาแผลบอบช้ำจากการถูกรถชน  ไม่ได้ออกไปไหนหรือทำอะไรแม้แต่น้อย  สิ่งเดียวที่พอคลายเหงาได้บ้างคงเป็นเด็กสาวที่เธอรู้เพียงว่าชื่อ 'ฟางเซียน'  ที่น่าจะแปลว่านางฟ้าเท่านั้น

  ฟางเซียน ”  เด็กสาวเอ่ยเรียกอีกฝ่ายที่กำลังเอื่อนเอ่ยคำพูดที่เธอไม่เข้าใจตาเป็นประกาย  ฟางเซียนมองตามแล้วเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม  วายุลักษณ์เอ่ยช้า ๆ  ด้วยคำที่เพิ่งเรียนมาว่า

  ออก...ข้างนอก ”  เด็กสาวกระพริบตาเล็กน้อยแล้วอมยิ้มเป็นเชิงเข้าใจ  ประคับประคองคนป่วยที่อยู่แต่ภายในกระโจมเสียนานเพื่อพาออกไปสูดอากาศข้างนอก

  พระเจ้า...  ดวงตาสีนิลตาเบิกโพล่งกับภาพเบื้องหน้า  เนินเขาสูง  เผลออุทานออกมาเป็นภาษาบ้านเกิด  หญ้าเขียวชะอุ่มมากมาย  กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาพร้อมเนินและภูเขาสูงใหญ่  กระโจมหลากสีเหมือนที่พักของชนเผ่าจีนตามประวัติศาสตร์ที่เคยเรียน  หญิงสาวและชายหนุ่มในชุดพื้นเมืองเดินกันควักไขว่  ที่ยิ่งไปกว่านั้นถ้าวายุลักษณ์ดูไม่ผิด  ยังพบฝูงแกะและฝูงแพะนับร้อยอีกด้วย 

  เจ้าเป็นอะไรหรือไม่ !   ฟางเซียนเขย่าแขนผู้ป่วยของตนอย่างวิตกเมื่อเห็นสีหน้าซีดเซียวของอีกฝ่าย  เด็กสาวร่างท้วมสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินคำถามอันคุ้นเคย  ส่ายหน้าแล้วตอบช้า ๆ เพราะสำเนียงภาษาของเธอยังไม่ดีนัก

  ไม่เป็นไร...  รอยยิ้มสบาย ๆ ส่งปลอบใจอีกฝ่ายแม้ในใจจะไม่คิดเช่นนั้นก็ตาม  เธอเบือนหน้าไปมองผืนหญ้านั่นอีกครั้งพลางฉุกคิดถึงบางสิ่งที่ปะติดปะต่อ

ถูกรถชน...กลับมาทั้งตัว...อยู่ในที่ ๆ ไม่ใช่กรุงเทพ...ภาษาจีนโบราณ

  เฮ้ย !   วายุลักษณ์ร้องเสียงหลงเมื่อคำตอบที่ไม่น่าเป็นไปได้ผุดขึ้นมาในหัว  เธอย้อนอดีตมาเมืองจีนเนี่ยนะ  แถมเท่าที่เคยเรียนตอนมัธยมต้น  ถ้าเดาสถานที่ที่เธออยู่อาจเป็นชนเผ่าพื้นเมืองนอกกำแพงใหญ่หรือนอกเมืองจีนนั่นล่ะ  สิ่งที่กางกั้นคนจีนกับชนชาติสี ( ชื่อชนชาติสมัยโบราณ  เป็นอีกชาติพันธุ์หนึ่งของพวกซงหนู ) คงเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก  กำแพงเมืองจีน !

  ที่นี่คือ...ชนเผ่าซูไช่ ” ฟางเซียนผายมือไปรอบ ๆ พูดคำง่าย ๆ ให้เด็กสาวที่อายุมากกว่าเธอเข้าใจ  ตอนนั่ง ๆ นอน ๆ ฟางเซียนคอยสอนคำง่าย ๆ ให้กับเธอประกอบท่าทางเพื่อให้สามารถสื่อสารกันรู้เรื่อง 

  ฟางเซียน &^%2@    เสียงเรียกชื่อเด็กสาวพร้อมคำพูดที่ยาวเหยียดเรียกความสนใจจากสายลมไม่น้อยและพบหญิงสาวใบหน้าคุ้นตา 秀信  ซิ่วซิ่น  ( แปลว่า ความศรัทธาที่งดงาม  ) อีกฝ่ายอยู่ในชุดยาวกรอมเท้าสีน้ำตาลจากหนังสัตว์  มือถือชามใบใหญ่ที่ใส่น้ำนมแพะไว้  คาดว่าคงขนไปให้สามีของนาง  阄士  จิวซื่อ ( แปลว่า โชคชะตา และ นักปราชญ์ )  ชายฉกรรจ์ที่เธอพบในวันแรกที่ตื่นนั่นเอง  ฟางเซียนอธิบายหลังจากนั้นสองสามวันว่าซิ่วซินหรือแม่ของเธอได้เป็นคนช่วยเธอไว้จากสถานที่หนึ่งไม่ห่างไกลจากชนเผ่า  ดังนั้นวายุลักษณ์จึงนับถืออีกฝ่ายเป็นผู้มีพระคุณ

แม้จะดูอายุ 30 เศษแต่มีบุตรอายุ 15 ทำให้เธอต้องรับความจริงข้อหนึ่งคือสมัยก่อนการแต่งงานหรือหมั้นหมายตั้งแต่อายุยังน้อย ๆ นั้นไม่ใช่เรื่องแปลกเลย  แต่สำหรับเธอที่อายุแค่ 18 นั้นคงปรับตัวได้ยากไม่น้อย

  $%B//tb ” ท่าทางที่เหมือนต่อว่าเด็กสาวทำให้เธอขยับกายไปใกล้  กุมมือนางไว้แล้วส่ายหน้าช้า ๆ

  ข้า...อยาก...ออกมา   อย่า...ลงโทษ...ฟางเซียน ”  แม้ภาษาจะกระท่อนกระแท่นแต่เรียกสีหน้าดีใจและขอบคุณอย่างสุขซึ้งได้จากฟางเซียน  เด็กสาวโผเข้ามาสวมกอดเธอทันทีเมื่อได้ฟัง   และอากัปกิริยานั้นทำให้เธอหัวเราะในลำคอ  ลูบหัวอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยนเหมือนถือเป็นน้องสาว 

ซิ่วซิ่นมองท่าทางนั้นพลางยิ้มบาง ๆ พยักหน้ารับแล้วกล่าวกับฟางเซียน

  ดูแลนางให้ดีนะ ฟางเซียน ”    

  ข้าทราบแล้วท่านแม่ ” เด็กสาวตอบทั้งที่ยังกอดเอวผู้ป่วยอยู่  บทสนทนานี้ทำให้เด็กสาวร่างท้วมต้องเกาหัวแกรกเนื่องจากฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง  เพียงฟางเซียนส่งยิ้มให้เธอก็ส่งยิ้มตามก่อนจะจับจูงเธอกลับเข้าไปภายในกระโจมที่พักอีกครั้ง

เด็กสาวชนเผ่าซูไช่ทรุดนั่งลงบนพรมอย่างเรียบร้อย  ส่งยิ้มกว้างที่ราวดอกไม้แรกแย้มมาให้  เนื่องเพราะสมัยโบราณ  ไม่มีของเสียอย่างควันรถหรือการเผาไหม้ขยะ  ทำให้ผิวพรรณของคนที่นี่ล้วนเปล่งประกายสดใส  มีเลือดฝาด  อาหารการกินส่วนใหญ่ก็จะเป็นผักและเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์จึงทำให้ร่างกายผอมเพรียวและสวยงาม

  ข้าจะสอนภาษาให้ท่าน ”  คำพูดช้า ๆ ของฟางเซียนทำให้วายุลักษณ์ยิ้มรับ  มองท่าทางกระตือรือร้นนั้นแล้วพานสดใสตาม 

'เอาเถอะ...ถือว่ามาเที่ยว  แม้จะห่างไกลถึงเกือบพันปีก็ตาม'

มันคือความคิดของเด็กสาวประหลาดที่จะกลายมาเป็นแม่ทัพในตำนานและเป็นผู้ครอบครองดวงหทัยขององค์เหนือหัวแห่งแผ่นดินจีน...

 

 

 

แปดเดือนผ่านไป  ลมหนาวพัดผ่าน  หิมะโปรยปรายไม่หยุดยั้งทำให้ทุ่งหญ้าที่เคยเขียวชะอุ่มกลายเป็นขาวโพลนและมีสามร่างบนหลังม้าที่กำลังควบเอื่อยเฉื่อย  จนพบกับเป้าหมาย  หนึ่งในนั้นก็ง้างธนูแกร่งพร้อมศรเหล็กที่หม่น  ดวงตาสีนิลเข้มมองเหยื่ออย่างเยือกเย็น 

ท่ามกลางความเงียบ  กวางป่าที่กำลังหาหญ้ากินโดยไม่รู้ตัวว่าความตายกำลังมาเยือนยังไร้ท่าทีระแวดระวังรอบข้าง

  อโหสิให้กันด้วย ” เอ่ยอย่างแผ่วเบา  นิ้วที่จับลูกธนูถูกปล่อยจากสาย 

รวดเร็ว  แม่นยำ  ไร้ซึ่งเสียง  เพียงดอกเดียวปักเข้ากึ่งกลางอกของกวางผู้โชคร้าย  ร่างของมันโอนเอนล้มลงก่อนอีกหนึ่งร่างจะกระโดดลงจากม้าเพื่อไปลากกวางกลับมาก่อนที่จะถูกแย่งโดยฝูงสัตว์ร้าย 

ร่างของเด็กสาวอายุประมาณ 15 มองคนข้างกายอย่างชื่นชมไม่ใช่ใครนอกจากฟางเซียนที่อยู่ในชุดขนสัตว์ป้องกันความหนาว  รองเท้าเซวียจื่อ (รองเท้าบู๊ท) ที่ทำจากหนังหนาทุ้มข้อเท้าบอบบางไม่ให้ชาด้าน  หมวกขนสัตว์ปิดเส้นผมสีรัตติกาลเงางามผิดกับอีกสองคนซึ่งสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบแม้จะมีผ้าคลุมขนสัตว์คลุมอีกชั้นก็ตาม   และมีเพียงผ้าคลุมโพกผมยาวไม่ให้เกะกะเวลาล่าเท่านั้น

  ท่านพี่หลิ่งอี้เก่งจัง ”  เสียงใสที่ชื่นชมทำให้เจ้าของชื่อระบายยิ้มขบขัน  ยีเส้นผมใต้หมวกนั้นอย่างหมั่นเขี้ยว 

“ ข้าล่าสัตว์ได้ไม่ได้  เจ้าก็ชมข้าทุกครั้งนั่นแหละ  จะให้ข้าตัวลอยหรืออย่างไร ? ”  ใบหน้าของเด็กสาวแดงระเรื่อขณะค้อนน้อย ๆ ให้ 

 ก็ท่านพี่เก่งจริง ๆ นี่นา  ฝีมือการยิงธนูของท่านล้วนเก่งกาจเทียบเท่ากับท่านพ่อแล้ว ” 

 ข้ายังมีฝีมือน้อยนิดนักหากเทียบกับจิวสู (ท่านอาจิว) เจ้าเก็บสมุนไพรเรียบร้อยแล้วหรือไม่ ? ”  岭毅 หลิ่งอี้ หรือวายุลักษณ์  เด็กสาวอายุ 18 ที่หลงเข้ามาผิดยุคผิดสมัยถามเด็กที่นับเหมือนเป็นน้องสาวเสียงอ่อนโยน   พวกเธอต่างออกมาล่าสัตว์และพืชสมุนไพรกลับไปที่ชนเผ่าเช่นเดียวกับกลุ่มอื่น ๆ เพื่อหาเนื้อและอาหารให้กับเด็กเล็กและผู้อาวุโสทั้งหลาย

“ หลิ่งอี้  เราได้กวางแล้วกลับเลยหรือไม่ ” เด็กหนุ่มอายุพอ ๆ กับเธอซึ่งลงจากม้าไปลากกวางถามหลังผูกตัวกวางไว้กับลากเลื่อนซึ่งผูกติดกับม้าอีกทีแล้ว  อีกฝ่ายเป็นเด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่  ร่างกายแข็งแกร่งตามเชื้อสายของชนเผ่าซูไช่  ชนเผ่าที่เคยถูกขนานนามเป็นชนเผ่านักรบ 

จิ้นเค่อ ! อย่ามาขวางยามข้ากับท่านพี่อยู่ด้วยกันนะ ” ฟางเซียนตวาดเสียงเจี๊ยวแจ๊วแต่ถูกวายุลักษณ์พูดขัด

  ขวางอะไรกัน  กลับกันเลยดีกว่า  เดี๋ยวจิวสู (ท่านอาจิว) กับ ซิ่วเสิ่น (อาหญิงซิ่ว) จะเป็นห่วงเอา ”  จิ่วซื่อหรือบิดาของฟางเซียน  หลังเธอสามารถฝึกพูดภาษาชนเผ่าได้สำเร็จก็ได้รับการซักไซ้ว่าเป็นใคร  มาจากที่ใด  แต่จะสามารถบอกได้ยังไงว่ามาจากอนาคตเมื่ออีกพันปีข้างหน้า

 วายุลักษณ์จึงสร้างเรื่องกึ่งจริงกึ่งเท็จว่าประสบโชคร้าย  เดินทางออกนอกกำแพงใหญ่ในฐานะคนรับใช้ของขบวนพ่อค้าแล้วถูกกลุ่มโจรดักปล้น  หลบหนีมาได้โดยใช้ม้าแต่ได้รับบาดเจ็บสาหัส  รู้สึกเหมือนตกน้ำแล้วก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย  สอดคล้องกับการที่เธอลอยมาตามทางน้ำ  โดยระหว่างนั้นซิ่วซิ่นที่ไปซักผ้าและฟางเซียนได้พบเข้าจึงนำตัวกลับชนเผ่าเพื่อรักษา

หลังจากนั้นด้วยความสงสาร  จิวซื่อจึงรับเธอเป็นลูกสาวบุญธรรมเพื่อเป็นพี่ให้ฟางเซียน  ความจริงวายุลักษณ์ก็เอ็นดูเด็กสาวไม่น้อยแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่คิดเรียกจิวซื่อและซิ่วซิ่นว่าบิดามารดา  หนึ่งนั้นเพราะเธอรู้ตัวดีว่าเป็นคนนอกและสำนึกว่าอีกฝ่ายเป็นผู้มีพระคุณ  จึงคอยดูแลฟางเซียนและเรื่องที่กระทำได้ภายในชนเผ่าเพื่อช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระของบุคคลทั้งสองอีกแรง

“ ท่านพี่หลิ่งอี้... ” เสียงใสที่เอ่ยเรียกร้องความสนใจทำให้เด็กสาวที่บัดนี้ร่างกายสมส่วนไม่อ้วนท้วมหรือผอมบางอีกต่อไปขานรับ

“ หืม...มีอะไรหรือเซียนน้อย (นางฟ้าน้อย) ของพี่ ”  รอยยิ้มน้อย ๆ ที่ริมฝีปากของคนพูดทำให้ฟางเซียนยิ้มกว้างตาม  ส่ายหัวนิด ๆ แล้วบังคับม้าให้เคียงคู่ผู้เป็นพี่ของนาง   ดวงตากลมโตน้ำตาลเข้มเหลือบมองด้านหลังซึ่งมี  荩刻 จิ้นเค่อ เด็กหนุ่มอายุคราวเดียวกับท่านพี่ของนางแต่กลับอ่อนแอและขลาดเขลานักอย่างไม่ค่อยชอบใจ

หลิ่งอี้ที่เห็นสายตานั้นก็กระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาไม่ชอบใจของเด็กสาวและใบหน้าที่หลุบต่ำของเด็กหนุ่มผู้เป็นเพื่อน  จิ้นเค่อแอบชอบฟางเซียนตั้งแต่วัยเยาว์ทว่าไม่กล้าบอกเนื่องเพราะตอนนี้ฟางเซียนเป็นถึงบุตรสาวของหัวหน้าชนเผ่าซูไช่ หรือก็คือจิวซื่อนั่นเอง  ทำให้ตนไม่กล้าตีตัวใกล้ชิดและทำได้เพียงเฝ้ามองห่าง ๆ เท่านั้น 

ส่วนทางด้านฟางเซียนนั้น  จากการดูท่าทางแล้ว  วายุลักษณ์คิดว่าอีกฝ่ายเองก็น่าจะแอบชอบเด็กหนุ่มร่วมรุ่นของเธอเพียงแต่ไม่กล้าเอ่ยปากบอก  พอรับรู้ได้บ้างว่าจิ้นเค่อก็ชอบนางแต่ไม่ยอมแสดงท่าทีอะไรทำให้เด็กสาวไม่พอใจ  ทั้งที่มีคนพยายามขอนางแต่งงานมากมายทว่าคนที่นางรักกลับไม่กล้าเข้าใกล้  จึงกลายเป็นกิริยาต่อต้านและไม่ยอมรับขึ้นมา  เลยยิ่งทำให้จิ้นเค่อคิดว่าหญิงที่รักเกลียดตน  กลายเป็นห่างเหินยิ่งกว่าเดิมอีก

วายุลักษณ์เหม่อมองท้องฟ้าสีเทาที่โปรยปรายหิมะขาวพลางยกยิ้มจาง ๆ ถ้าเป็นที่เมืองไทยบอกได้คำเดียวว่าไม่มีทางที่หิมะจะตก  อากาศก็ร้อนแต่มันช่างชวนให้เธอคิดถึงเสียนี่กระไร

ดวงตาสีนิลก้มลงมองที่ข้อมือขวาที่ไร้เครื่องประดับ  ตั้งแต่ตื่นเธอก็รู้ในทันทีว่ากำไลหยกสีครามเหลือบม่วงนั้นหายไป  และดีไม่ดีมันจะเป็นตัวนำพาเธอมาที่นี่เสียด้วยซ้ำ  พอเธอถามฟางเซียนและซิ่วซินว่าเห็นกำไลนั้นหรือไม่ก็ได้รับเป็นอาการปฏิเสธ  แม้จะฟังดูไม่น่าเชื่อแต่เธอก็ย้อนเวลามาจริง ๆ ราวปาฏิหาร์ย  ไม่ได้ย้อนมาเป็นสาวน้อยอัจฉริยะที่เกิดใหม่ในตระกูลขุนนาง  หรือหน้าตางดงามซึ่งมันก็ไม่ใช่สิ่งที่เด็กสาวสนใจหรอก   สิ่งที่เธอคิดเพียงอย่างเดียวก็คือต้องลองหากำไลนั่นให้เจอก่อนเสีย

  เฮ่อ...” วายุลักษณ์ถอนหายใจยาว  พระอาทิตย์ใกล้ลาลับบอกเวลาที่พวกเธอสมควรกลับได้แล้ว   เก้าเดือนแล้วที่เธอจากบ้านอยู่ ณ  ชนเผ่าแห่งนี้  เพราะความอยากรู้ภาษาและความกระตือรือร้นทำให้เธอสามารถพูดคล่องอ่านเขียนภาษาถูเจี๋ย (เติร์ก) ได้ชำนาญราวคนท้องถิ่น  เพราะหมั่นสนทนากับคนในชนเผ่าบ่อย ๆ

ยามนี้แคว้นต่าง ๆ นอกกำแพงใหญ่นับถูเจี๋ย (เติร์ก) กล้าแข็งที่สุด  ชนเผ่าอื่นล้วนยอมอ่อนน้อม  ดังนั้นภาษาถูเจี๋ยเป็นภาษาที่แพร่หลายที่สุดในดินแดนไซ่ไหว้ (ดินแดนทางเหนือนอกกำแพงใหญ่) เหล่าพ่อค้าที่เข้าออกนอกกำแพงใหญ่ฉางเฉิง (กำแพงเมืองจีนในปัจจุบัน) อาจพอพูดได้บ้างสองสามคำ 

ชนเผ่าซูไช่เป็นชนเผ่ารักสงบ  อยู่อย่างเรียบง่ายและไม่กระหายสงครามดั่งชนเผ่าถูเจี๋ย  มีคำกล่าวว่าบุรุษถูเจี๋ยดังโจรผู้ร้าย  ปรากฏตัวคราใดล้วนฆ่าฟันอย่างไม่ปรานี  ชนเผ่าที่ผนวกเข้าชนเผ่าถูเจี๋ยจะถูกกลืนกิน  ภรรยาผู้ใดหากบุรุษที่มีตำแหน่งสูงกว่าพึงพอใจก็สามารถฉุดคร่าได้  ด้วยเหตุนี้ชนเผ่าซูไช่จึงอยู่อย่างสงบและไม่คิดรวมกับชนเผ่าป่าเถื่อนเช่นนั้น

มีบ้างที่ชาวจงหยวน (ภาคกลางของประเทศ) จากกำแพงใหญ่เดินทางมาค้าขายแลกเปลี่ยนกับชนเผ่าพวกเขา  ชนเผ่าซูไช่เพาะพันธุ์แกะแพะและม้าศึกมากมายเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนแพรพับหรือเครื่องมืออาวุธเพื่อใช้ในการป้องกันตน   จึงไม่แปลกที่เด็กสาวจะพอสามารถพูดภาษาภาคกลางได้  พูดง่าย ๆ คือภาษาจีนโบราณนั่นเอง 

โดยแซ่ของชนเผ่านอกกำแพงใหญ่จะใช้แซ่ตามชื่อชนเผ่า เช่น จิวซื่อ ก็ใช้แซ่ ซูไช่จิวซื่อ  หรือ ซิ่วซินหรือคนทั้งหมดก็ใช้ ซูไช่นำ  บ่งบอกความสัมพันธ์ของครอบครัวใหญ่

เท่าที่เธอฟังอาจิวซื่อเล่า  ปีนี้เป็นรัชกาลที่แปด (ราว ๆ พ..1688) ปกครองโดยจักรพรรดิต้าฉี (ฉีที่ยิ่งใหญ่) ซึ่งครองราชย์ตั้งแต่อายุ 18 จนถึงบัดนี้ 26 ชันษา  แผ่นดินสงบสุขและได้รับการขนานนามเป็นองค์จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่  มีบุคคลผู้มีความสามารถรอบกายทั้งบุ๋นและบู๊ทั้งยังไม่เคยพ่ายแพ้ศึกใด  แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับเธอ   เพียงแต่เธอพยายามรับข่าวสารรอบด้านเพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ

 

จากประวัติศาสตร์ที่ร่ำเรียน  ชนเผ่านอกกำแพงใหญ่หากไม่ถูกผนวกรวมกับชนเผ่าใหญ่อื่นจะถูกฆ่าล้าง  ดังนั้นบุรุษในชนเผ่าล้วนจับดาบฝึกสู้  กลายเป็นนักรบชนเผ่า  ส่วนเด็กสาว  หากต้องการก็ควรฝึกธนูไว้อย่างน้อยหนึ่งถึงสองสือ (คำเรียกใช้ธนูสมัยโบราณ)

 

ธนูยาวเรียกตามความแข็งแกร่งของคันและปีกธนูเป็นสือ  หนึ่งสือยาว  20-22  นิ้วเหมาะสำหรับเด็กสาวที่แรงน้อย  สามารถยิงได้ไกล  30-50 ก้าว  สองสือยาว  22-26 นิ้ว เหมาะสำหรับหญิงสาวหรือชายหนุ่ม  ยิงได้ไกลได้มากสุดเกิน 100 ก้าว  สามสือยาว 28-31 นิ้ว เป็นคันธนูแกร่งที่นิยมใช้มากที่สุดในการรบและของแต่ละชนเผ่า  ยิงได้ไกลตั้งแต่  300-500  ก้าวและสุดท้ายธนูสี่สือ 32-35 นิ้ว ซึ่งเป็นธนูที่ทอด้วยไม้เนื้อแข็งผสานเหล็ก  ยิงได้ไกล 800-1,000 ก้าว  ทว่าหาผู้ใช้ได้น้อยมาก  แค่คันธนูก็หนักมากแล้ว  สายธนูทำจากใยหนังวัวที่มีความเหนียวและทนทานเป็นพิเศษ  ต้องใช้แรงอย่างมากในการเหนี่ยวสายทำให้แทบไม่มีผู้ใดใช้ได้ ลูกธนูหนึ่งและสองสือใช้ไม้เนื้อแข็ง ปลายหัวเหล็กแต่สำหรับอีกสามสือและสี่สือใช้ลูกดอกเหล็กหนักถึง 2 ชั่ง (1 ชั่ง เท่ากับ 500 กรัม)

ทว่าวายุลักษณ์ตกอยู่ในภวังค์ไม่นาน  สัญชาตญาณที่ถูกลับให้แหลมคมเพราะอันตรายรอบด้านทำให้เธอหันขวับมองอย่างรวดเร็วและพบดวงตาสีฟ้าน้ำแข็งสี่ขู่  หมาป่าขนาดเขื่องตัวใหญ่หลังพุ่มไม้ย่างก้าวช้า ๆ มาตามกลิ่นสาปเลือดกวางที่พวกมันสูดดม 

ม้าของคนทั้งสามส่งเสียงร้องอย่างตกใจเมื่อพบผู้ล่า  สายลม  ฟางเซียนและจิ้นเค่อรีบลูบคอม้าเป็นการปลอบโยน  พร้อมชักอาวุธเตรียมพร้อมอย่างระมัดระวัง  ขนสีเทาหม่นไร้แสงสะท้อนดูกลืนไปกับพื้นหิมะหากไม่สบกับดวงตาหิวโหยที่มองเหยื่อของพวกมัน

  จิ้นเค่อ ”  วายุลักษณ์เรียกเพื่อนร่างใหญ่เสียงแผ่ว  ดวงตามองไปรอบ ๆ เผื่อเจอพรรคพวกของพวกมันเพิ่มและเป็นดั่งคาด  หมาป่ามักออกล่าเป็นฝูงเสมอ  

เมื่อเผชิญสุนัขป่าห้ามหมุนตัววิ่งหนี   เธอและจิ่นเค่อรู้หลักข้อนี้เป็นอย่างดี  รีบน้าวคันธนูพาดศร เพื่อเตรียมพร้อมสถานการณ์แต่สำหรับกับฟางเซียนนับเป็นความน่ากลัว  แม้จะออกจากชนเผ่าเพื่อล่าสัตว์กับท่านพี่ของเธอเสมอแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เผชิญสุนัขป่าถึงสิบตัวทั้งยังถูกร่ายล้อม  อารามตกใจ  ระงับสติแทบไม่ได้ทำให้กลายเป็นเป้าหมายของจ่าฝูง

จ่าฝูงแยกเขี้ยวคำราม  ตะกุยขาหน้ากับพื้นหิมะ พุ่งกระโจนขึ้นมา  จู่โจมใส่ลำคอฟางเซียน

เด็กสาวหวีดร้องพอดีกับที่หลิ่งอี้และจิ้นเค่อปล่อยลูกธนู  ความรวดเร็วของมันทำให้พวกเขามองไม่ชัดนักว่าโดนตัวสุนัขป่าหรือไม่  แต่เพราะการกระโจนนั้นทำให้ม้าป่าเตลิดไป  สะบัดเด็กสาวลงจากตัวแล้ววิ่งหนี  หมาป่าส่วนหนึ่งจึงกระโจนออกตามไปเพื่อล่าเหยื่อที่หาได้ยากในฤดูหนาว 

  ...ท่านพี่ ” วายุลักษณ์เหนี่ยวศรอีกครั้งขณะที่เด็กหนุ่มกระโจนลงไปอุ้มฟางเซียนขึ้นม้าตน  นางน้ำตาคลอด้วยความหวาดกลัว  สุนัขป่าอีกตัวกระโจนเข้าหาหมายดึงร่างเล็กลงมา

  อ้าก !   จิ้นเค่อร้องอย่างเจ็บปวด  แขนข้างหนึ่งถูกกัดจนเลือดชุ่ม  คราวนี้วายุลักษณ์ปล่อยศรเจาะกระโหลกมันในทันที  กระโดดลงจากม้าแล้วประคองร่างของเด็กหนุ่มให้ขึ้นม้าของเธอแทน  เพราะม้าป่าไม่ใช่ม้าศึก  ไม่สามารถรองรับคนได้ถึงสองคนไหนจะลากเลื่อนและตระกร้าสมุนไพรอีก    

  จิ้นเค่อ...  ฟางเซียนร้องอุทานเมื่ออีกฝ่ายสละตัวใช้แขนกำบังตัวนางไม่ให้ถูกสัตว์ป่าทำร้าย   วายุลักษณ์มีสีหน้าเครียดขึ้ง  เก็บธนูของตนแล้วชักดาบโค้งอย่างชาวทุ่งหญ้าออกมา  มันเป็นดาบใหญ่ที่เป็นอีกหนึ่งอาวุธที่เธอฝึก  เป็นอาวุธที่ชาวทุ่งหญ้านอกกำแพงใหญ่ต่างใช้ได้น้อยมาก

  ท่านพี่...จิ้นเค่อ จิ้นเค่อเขา...” วายุลักษณ์หันไปมองพบว่าผู้เป็นเพื่อนนั้นหมดสติไปแล้วเพราะเสียเลือดมาก  แผลดูสาหัสพอควรแต่ไม่น่าถึงกับแขนขาด 

สมองแล่นวางแผนอย่างรวดเร็ว  เอ่ยปากสั่งเสียงเฉียบขาด 

  ฟางเซียน  พี่จะหลอกล่อพวกมันไว้  เจ้าลากกวางและพาจิ้นเค่อกลับชนเผ่า  ถ้ามั่นใจว่าไกลจากฝูงหมาป่าก่อนอื่นห้ามเลือดให้เขาก่อนที่จะตาย  เข้าใจหรือไม่ ? ” 

  แต่...  เด็กสาวทำท่าจะเอ่ยแย้งทั้งน้ำตา  แต่วายุลักษณ์ไม่คิดยอมให้ลูกสาวผู้มีพระคุณมาเสี่ยงอันตราย  อีกอย่างเธอพอมีแผนการรอดไปจากฝูงหมาป่าเหล่านี้  จึงตบสะโพกม้าทั้งสองตัวเต็มแรง

ฮี่ !

ม้าป่าทั้งสองแสดงอาการตกใจ  กระโจนข้ามฝูงหมาป่าไปไกลเพื่อกลับไปยังชนเผ่า 

ฉัวะ !

เอ๋ง !

ดาบโค้งฟันที่ลำคอสุนัขป่าตัวหนึ่งที่ตั้งท่าจะกระโจนตามไปเรียกสายตาโกรธแค้นได้จากตัวที่เหลือ หยาดเลือดซ่านกระเซ็น  พวกมันหันมาให้ความสนใจกับเหยื่อเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ 

เด็กสาวตั้งรับอย่างเยือกเย็น ดวงตากวาดมองรอบ ๆ อย่างระมัดระวังและสังเกต 

  เจ็ดตัว ”  เสียงแหบกระซิบแผ่ว ๆ ลมหายใจพ่นออกมาเป็นควันขาวเพราะอากาศที่หนาวเย็นแต่ถึงจะตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤต  เธอก็ยังฉีกยิ้มบางที่ริมฝีปาก  ท่ามกลางเสียงขู่คำรามในลำคอ หลิ่งอี้ ( ต่อไปขอใช้ชื่อหลิ่งอี้นะคะ  อาจมีวายุลักษณ์โผล่มาบ้าง ) เอี่ยวตัวหลบสุนัขป่าตัวหนึ่งแล้วฟาดดาบใส่กลางหลัง 

สุนัขป่าเป็นสัตว์ที่ยึดถือศักดิ์ศรี  หากมีเพื่อนร่วมฝูงกระโจนใส่เหยื่อ ระหว่างนั้นพวกมันจะอยู่นิ่งไม่ได้รุมแต่อย่างใด  เพียงล้อมไว้เท่านั้น  และนั่นถือเป็นโอกาศดีของเด็กสาว  เธอโยกกายหลบพวกมันหลายครั้ง  ได้แผลเฉี่ยว ๆ เพราะกรงเล็บนั้นบ้างแต่ไม่มากนัก  ดวงตาจับจ้องไปยังต้นไม้ขนาดใหญ่ไม่ไกลเกินยี่สิบก้าว

  เอาล่ะไอ้หนู...  หลิ่งอี้เอ่ยก่อนจะจับถุงที่ข้างเอว  เมื่อได้จังหวะเหมาะ ๆ ก็เหวี่ยงมันไปกระแทกกับต้นไม้ต้นหนึ่งเต็มแรง  ถุงผ้าบาง ๆ แตกออกพร้อมกลิ่นคาวเลือดฉุนจัดดึงความสนใจของพวกมันทั้งหมดไว้  นอกจากน้ำเลือดแล้วยังมีเศษเนื้อชิ้นใหญ่กระจายไปทั่วทำให้พวกมันละความสนใจ   กระโจนไปยังจุดที่กลิ่นคาวแรงสุดทันที 

เท่านั้นหลิ่งอี้ก็หมุนตัววิ่งเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว  มองยังจุดที่หมายตาไว้  กระโดดขึ้นหินใหญ่แล้วคว้ากิ่งลำต้นที่แข็งแรงเพื่อปีนป่ายไปยังที่สูง

กรร

เสียงหมาป่าที่รู้ตัวว่าหลงกลวิ่งตามไปติด ๆ หากแต่ในเวลานั้นหลิ่งอี้ก็ปีนขึ้นต้นไม้สูงเรียบร้อยแล้ว  สุนัขป่าเป็นสัตว์มีสัญชาตญาณเฉียบคมและปราดเปียวก็จริงอยู่  หากแต่ก็ไม่สามารถบินได้  พวกมันจึงทำได้เพียงวนเวียนและตะกุยรอบต้นไม้ใหญ่ที่ไร้ใบเพื่อรอเหยื่ออันโอชะลงมา

  เท่านี้ก็วางใจไปได้เปลาะหนึ่ง ”  วายุลักษณ์พ่นลมหายใจฟู่ออกมาเป็นไอ   เพราะมั่นใจว่าอีกไม่นานเด็กสาวและคนเจ็บคงไปถึงหมู่บ้านหากฟางเซียนทำตามที่เธอบอก

ถุงหนังสะพายหลังมีอุปกรณ์ที่เธอเตรียมพร้อมทุกครั้งที่ต้องออกมาล่าสัตว์อันได้แก่เชือก  กระบอกไผ่เก็บน้ำห้ากระบอก  น้ำนมวัวผสมน้ำผึ้งสามกระบอกและเนื้อตากแห้งพอประทังได้ถึงสี่วันหากกินอย่างประหยัด  และสมุนไพรหลายชนิดที่กะเก็บไปให้ซิ่วซิ่นแต่เห็นทีเธอคงต้องนำมาใช้ห้ามเลือดแทนก่อนเสียแล้ว

 

 

เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง   เด็กสาวที่ผูกขาตนเองกับกิ่งไม้ใหญ่ไม่ให้ตกลงไป  หลังจากที่ยิ้มระรื่นเสียนานก็เริ่มคิดแล้วว่าโชคอาจไม่เข้าข้างเธอ  เนื่องเพราะฝูงหมาป่าที่ยังเฝ้าด้านล่างอีกห้าตัวและ...

ฟิ้ว...

“ ซวยเป็นบ้า... ” หลิ่งอี้งึมงำกับตัวเอง  ปาดน้ำแข็งเย็นบนใบหน้าออกหลังเผชิญกับพายุหิมะที่แม้ไม่แรงมากแต่ปิดทัศนวิสัยโดยรอบพอควร  พอก้มมองสุนัขป่าด้านล่างก็ต้องส่ายหัวเมื่อยังเห็นพวกมันอยู่กันครบครอบครัว  จะตื้อเกินไปไหมนี่

ตอนนี้สิ่งที่เธอคิดได้คือถ้าพายุหิมะแรงขึ้น  หากเธอไม่หาที่หลบคงได้เป็นปฏิมากรรมน้ำแข็งบนต้นไม้นี้แหละ  ไม่ไกลจากนี่มีถ้ำเล็ก ๆ ที่คงพอหลบพายุหากเธอลงไปได้อ่านะ  หรือถ้าพายุแรงกว่านี้ฝูงหมาป่าอาจต้องไปหาที่หลบบ้างก่อนที่จะกลายเป็นอาหารสัตว์อื่น  และนั่นจะเป็นโอกาศของเธอ

  หนาววุ้ย...  คนที่กำลังถูมือที่เย็นเฉียบของตัวเองเพราะไม่ได้ใส่ถุงมือกันหนาวมาด้วย  เพราะจะไม่สามารถน้าวคันธนูและจับลูกศรในการล่าสัตว์ให้แม่น  ด้วยการฝึกของจิวซื่อที่ฝึกให้ร่างกายเธอแข็งแรงและมีความอดทนเพราะต้องคอยดูแลฟางเซียนจึงทำให้การอยู่กลางอากาศหนาว ๆ ไม่เป็นอะไรมากนัก  แต่ถ้าขนาดพายุขนาดใหญ่ก็อีกเรื่องหนึ่ง  ต่อให้ยอดมนุษย์มาเองก็เถอะ  ไม่มีเหลือ และเธอรู้ด้วยว่าเธอไม่ใช่ยอดมนุษย์   

  หืม...  คอเอียงมองสิ่งหนึ่งบนต้นไม้ใกล้ ๆ ขนสีน้ำตาลแซมสีขาวและสีดำกลืนไปกับสีของต้นไม้  ถ้าเธอไม่รู้สึกไปเองล่ะก็เหมือนมันกำลังจ้องมองมายังเธอ 

นก...ไม่สิ เหยี่ยว !

เด็กสาวทำตาโตพลันด้วยสีหน้าสนใจ  เธอเพ่งตามองอีกนิด   เหยี่ยวลำตัวขนสีดำน้ำตาล  แผงคอสีเข้ม  ปีกที่หุบชิดตัวทำให้เธอเห็นเพียงด้านหน้าที่เป็นขนสีขาวสะอาดแซมสีเทา  ปลายขนสีดำอย่างไม่เหมือนเหยี่ยวทั่วไปที่เธอเคยเห็นในหนังสือ 

  ...... ” เธอและมันต่างจ้องกันไม่ล่ะสายตา  มือข้างหนึ่งค่อย ๆ หยิบชื้นเนื้อตากแห้งออกมา  ก่อนชั่ววินาทีเธอจะโยนให้มันอย่างรวดเร็ว 

พรึ่บ ! พรึ่บ !

กี๊ซ !

เหยี่ยวที่ดูยังโตไม่เต็มวัยนักสยายปีกกว้างเผยริมขนบนชิดลำตัวเป็นสีน้ำตาลทอง  ไล้มาด้วยสีขาวแซมดำและปลายสีดำสนิท  เพียงชั่วแวบเดียว  กรงเล็บสีเหลืองทองกางคว้าเนื้อชิ้นนั้นไว้  โผบินสูง  เหวี่ยงเนื้อให้ลอยล่องแล้วใช้ปากงับ  จากนั้นร่อนถลาลงจอดสู่กิ่งเดิม

  สุดยอด ”  รอยยิ้มซุกซนปรากฏที่ริมฝีปากซีดเมื่อพบอะไรสนุก ๆ ระหว่างการรอให้ฝูงหมาป่าจากไป   ท่วงท่าการโฉบเหยื่ออันงดงามสร้างความตื่นเต้นให้เด็กสาวไม่น้อย  เธอฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีในลำคอ  หยิบเนื้ออีกชิ้นขณะจ้องตามัน

  เอ้า...รับ ! 

กี๊ซ !

โธ่...แม่คุณช่างทำตัวไม่สมสถานการณ์จริง ๆ

 

 

  ท่านพ่อ...ท่านพี่...” จิวซื่อต้องตกใจเป็นอย่างมากเมื่อบุตรสาวของเขากลับมาพร้อมร่างอาบเลือดของเด็กหนุ่มหน้าตาคุ้นเคย   ตนที่กำลังเจรจาการค้ากับคณะพ่อค้าชาวจงหยวน (ภาคกลางของประเทศ) อยู่จำต้องผละจากมา

  เกิดอะไรขึ้นฟางเซียน ! ” ซิ่วซื่อยกมือนวลปิดปากตนเอง  สั่งให้คนไปอุ้มร่างของจิ้นเค่อลงมาเพื่อรักษาบาดแผล 

ฟางเซียนน้ำตานองหน้า  ร่างกายเต็มไปด้วยหิมะเพราะพายุน้อย ๆ  ใจพะวักพะวนทั้งถึงเด็กหนุ่มที่แอบรักและพี่สาวของนางเองที่บัดนี้ไม่รู้เป็นตายร้ายดีเช่นไร   

“ ตอนที่พวกข้ากำลังจะกลับจากการล่ากวาง  ฝูง...ฝูงสุนัขป่าโผล่มาขวางพวกเรา  ละ...แล้วจิ้นเค่อก็ช่วยไม่ให้ข้าถูกกัด  ม้าของข้าเตลิดหนี  ท่านพี่เลยให้จิ้นเค่อขึ้นม้าท่านแทน...แต่...แต่ท่านพี่บอกว่าจะล่อพวกมันไว้ ฮือ ๆ อาแหย (คำเรียกบิดา) ช่วยพี่หลิ่งอี้ด้วย ” 

ฟางเซียนร่ำร้อง  ถลากอดแขนผู้เป็นบิดาแน่นด้วยความเสียใจที่ช่วยอะไรผู้เป็นพี่ไม่ได้  นางทำตามที่พี่สาวบอก  เมื่อออกมาจากทุ่งหญ้าแล้ว  นางก็รีบโรยสมุนไพรห้ามเลือดที่แขนจิ้นเค่อทันที  รับรู้แล้วว่าอีกฝ่ายไม่ได้ขี้ขลาด  บุรุษที่เธอหลงรักเสียสละเอาตัวปกป้องเธอไว้แล้วควบม้าหนีเพื่อกลับชนเผ่าให้เร็วที่สุดแต่ถึงกระนั้นก็มีพายุหิมะเสียได้  เลยล่าช้ากว่าเดิมนัก

  ฟางเซียน ใจเย็น ๆ บอกพ่อสิว่าสุนัขป่ามีกี่ตัว ”  จิวซื่อพยายามเรียกสติบุตรี  ถามอย่างเยือกเย็นแม้จะร้อนใจถึงเด็กสาวอีกคนก็ตามที 

  สิบ...สิบสองตัว  ...เป็นหมาป่าตัวเขื่องขนาดเท่าลูกม้า ”  ผู้ที่ได้ฟังอุทานดังอา  แค่สุนัขป่าสองตัวก็น่าหวาดหวั่นแล้ว  แต่นี่มีถึงสิบสองทั้งขนาดเกือบเท่าลูกม้า  พ่อค้าชาวจงหยวนทั้งหลายมองหน้ากัน  คาดว่าผู้โชคร้ายผู้นั้นคงมิมีชีวิตรอดแล้ว 

  ท่านพ่อ ! ไปช่วยท่านพี่หลิ่งอี้ที ” 

  ใจเย็น ๆ ฟางเซียน  เบื้องนอกมีพายุหิมะอยู่  เราออกไปก็หาหลิ่งจื่อ (ลูกหลิ่ง) ไม่เจอหรอก ” ซิ่วซิ่นกอดปลอบปละโลมบุตรสาวที่ยังร่ำไห้   

  แต่ท่านพี่... 

  หลิ่งอี้เก่งอยู่แล้ว  เจ้าต้องเชื่อมั่นในตัวท่านพี่ของเจ้าสิ ” เมื่อผู้เป็นมารดาเอ่ยคำหนักแน่น  ฟางเซียนจึงระงับอาการโศกเศร้า  ปาดน้ำตาที่นองหน้าแล้วเอ่ย 

  ข้าเชื่อว่าท่านพี่จะรอด  ข้าจะรอท่านพี่ ” จิวซื่อ โอบภรรยาและบุตรไว้แน่น  มองฟ้าสีโปรยปรายหิมะพลางภาวนา

  หลิ่งอี้...เจ้าเป็นสายลมอันแข็งแกร่ง  เจ้าต้องรอดมาได้ ใช่หรือไม่ ? ”

พวกเขาตั้งชื่อลูกสาวบุญธรรมว่าหลิ่งอี้  แปลว่าสายลมอันแข็งแกร่งและนางไม่เคยทำให้เขาผิดหวัง  พวกเขาเชื่อว่านางต้องรอดมาได้ 

“ หากพายุสงบ  พวกเราจะช่วยออกค้นหาอีกแรง ”  เฮ่าเหอควง  ตัวแทนพ่อค้าตระกูลเฮ่าที่มักแลกเปลี่ยนสินค้ากับชนเผ่าซูไช่ให้คำสัญญากับไอจิน (หัวหน้าชนเผ่า)

หลาย ๆ คนในเผ่ามีสีหน้าเป็นห่วงและวิตกแทนหลิ่งอี้ที่อยู่ท่ามกลางหิมะเนื่องเพราะเก้าเดือนจากคนแปลกหน้า  เด็กสาวได้มาเป็นส่วนหนึ่งของชนเผ่าอย่างรวดเร็ว  เพราะความอัทธยาศัยดี  นิสัยจริงใจและความรอบรู้ในหลาย ๆ เรื่องที่แบ่งปันไม่หวงแหนทำให้ทุกผู้คนล้วนรู้จักบุตรสาวบุญธรรมของไอจิน (หัวหน้าชนเผ่า)

แม้จะมีคำครหาที่นางยังไม่ได้แต่งงานก็ตาม  แต่พวกตนก็ไม่ได้หัวโบราณขนาดกีดกันเด็กสาวผู้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวออกจากชนเผ่า 

หลิ่งอี้เก่งทั้งบู๊และบุ๋น  แม้ไม่รูปงามแต่นางสามารถแก้ปัญหาบางเรื่องในชนเผ่าได้อย่างง่ายดาย  หัวไว  เรียนรู้วิชาดาบโค้งชาวทุ่งหญ้า  การยิงธนูและปามีดสั้นได้อย่างรวดเร็ว  ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือความมีน้ำใจของนาง  ทุกครั้งนางจะอาสาออกไปล่าสัตว์ให้คนในชนเผ่าทั้งที่รู้ว่าอันตราย  ขยันขันแข็งช่วยงานไอจิน (หัวหน้าเผ่า) เสมอทำให้มีแต่คนชื่นชมนาง 

และนี่...ยอมเสียสละม้าให้คนในชนเผ่าของตนกลับมาอย่างปลอดภัย  ยอมเป็นตัวล่อทั้งยังมิยินยอมเสียเนื้อกวางให้เหล่าเดรัจฉาน  ฝากฝังให้ฟางเซียนลากกวางกลับมาให้พวกตนอิ่มหนำ

“ นางเป็นคนดี ”  ผู้อาวุโสหญิงคนหนึ่งปาดน้ำที่หางตา  อีกผู้หนึ่งเอ่ยพึมพำ 

“ คนดีฟ้าคุ้มครอง ” 

( ถึงจริง ๆ วายุลักษณ์แค่ไม่ต้องการอะไรถ่วงก็เถอะ )

 




       อันนี้เป็นเหยี่ยวที่หลิ่งอี้เจอนะคะ

 

 

เอาไปให้จุใจ  แม้ไม่อิงประวัติศาตร์แต่ศัพท์แม่นนะเออ  ต่อไปคงเป็นโคนันล่ะเน้อ (คือแบบ...สับรางรถไฟกับคิวแทบไม่ทัน)



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 63 : สายลมจ้าวหัวใจ ตอนแนะนำ 2 (ไม่อิงประวัติศาสตร์แต่มั่นศัพท์พอสมควรเน้อ) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 9738 , โพส : 50 , Rating : 14% / 50 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2
# 50 : ความคิดเห็นที่ 11792
ดีอะ เราหลงรักเรื่องนี้เลย
เห็นถึงความทุ่มเทของคนเขียน
รายละเอียดแน่นมากคะ อ่านแบบ
เพลินๆ ไม่เบื่อเลยสักนิด
เราชอบนิยายแบบนี้ ดูมีเรื่องราว
ความเป็นจริงในชีวิต แล้วตัวละครนางเอก
เป็นแบบที่ชอบเลยคะ ไม่เลิศเลอ สมบูรณ์พร้อม
ทุกสิ่งได้มาด้วยความสามารถ ความพยายาม
ของตนเอง เข้มแข็ง นึกถึงนางเอก
เรื่องคิวบิกเลย คนธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา(อย่านึกถึง
ละครนะคะ ให้นึกถึงนิยาย อ่านฟินกว่าเยอะ)

ขอบคุณสำหรับนิยายน่าประทับใจเรื่องนี้ แค่สามตอนก็สร้างความประทับใจอย่างมาก



PS.  เกลียดเศร้า ชอบตลก แต่เค้าก็อ่านหมด เพียงแค่คนเขียนแต่งมา
Name : มากิริจัง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มากิริจัง [ IP : 103.26.22.220 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มิถุนายน 2559 / 01:44
# 49 : ความคิดเห็นที่ 7302
พระเอกนี่มีตัวตนทั้งสองฝั่งเลยสินะ อีกฝั่งเป็นราชาแห่งธุรกิจส่วนฝั่งนี้เป็นฮ่องเต้???
Name : Menight * < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Menight * [ IP : 1.20.159.105 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 มิถุนายน 2558 / 11:15
# 48 : ความคิดเห็นที่ 6130
ชอบมาก ชอบสายลม เปิดเรื่องเลยก็ได้ไรท์เตอร์ อ่านกี่ทีกี่ทีก็ชอบเหมือนเดิม
Name : oum [ IP : 1.46.80.121 ]

วันที่: 12 มีนาคม 2558 / 14:28
# 46 : ความคิดเห็นที่ 5122
สนุกมากคะ น่าตื่นเต้นสุดๆ จะติดตามเรื่อยๆนะคะ><
Name : ฟันวี < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฟันวี [ IP : 223.206.189.109 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 ธันวาคม 2557 / 16:24
# 47 : ความคิดเห็นที่ 5112
สนุกมากกกก ชอบค่ะ>3
Name : พีช [ IP : 49.230.142.129 ]

วันที่: 14 ธันวาคม 2557 / 12:48
# 45 : ความคิดเห็นที่ 4918
สนุกมากกกกก เปิดเรื่องใหม่เลยค่ะ เปิดเลยๆ
PS.  ทุกอย่างมี 2 ด้าน เช่นเดียวกับ ราตรีที่มืดมิดแต่กลับสวยงามอย่างประหลาด ซึ่งมันแล้วแต่ว่าใครจะมองด้านไหนเท่านั้นของมันเท่านั้น เช่นเดียวกับความรัก ที่มีทั้ง ความทุกข์และความสุข
Name : ธิดาหิมะ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ธิดาหิมะ [ IP : 125.25.69.169 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 ตุลาคม 2557 / 16:08
# 44 : ความคิดเห็นที่ 3774
สนุกมากกกก
เปิดเป็นเรื่องใหม่ แต่งเป็นเรื่องยาวไปเลยยิ่งดีค่ะ
อยากอ่านแบบยาวๆ ไปเลย
Name : natsuyuki < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ natsuyuki [ IP : 27.55.143.209 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มิถุนายน 2557 / 16:11
# 43 : ความคิดเห็นที่ 3687
สนุกมากกกกกกกกกกกก เปิดเป็นเรื่องใหม่เลยค่ะ-..- รออัพอยู่เน้อออ~
Name : CatJ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ CatJ [ IP : 1.46.64.91 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 พฤษภาคม 2557 / 22:52
# 42 : ความคิดเห็นที่ 3676
ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยค่า ^_^
สู้ๆนะคะรออยู่นะคะ ^^
Name : Fai [ IP : 124.121.163.169 ]

วันที่: 31 พฤษภาคม 2557 / 12:28
# 41 : ความคิดเห็นที่ 3661
ชอบมากกกกกกก

อัพเป็นตัวเป็นตนเลยนะไรท์ ^v^ ฮูเร่ ฮูเร่
PS.  ทุกเวลา ทุกนาที ทุกวันเดือนปีนั้นมีค่า อย่าปล่อยเลยไปทั้งๆที่ยังไม่ทำอะไรกับมัน
Name : bigbowka < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bigbowka [ IP : 110.171.121.13 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 พฤษภาคม 2557 / 20:20
# 40 : ความคิดเห็นที่ 3654
แต่ง สายลมเจ้าหัวใจ ต่อน๊า าาา สนุก มว๊ากกกกกก
Name : mysername < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mysername [ IP : 101.51.37.105 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 พฤษภาคม 2557 / 15:37
# 39 : ความคิดเห็นที่ 3609
สนุกมากกกกกกกกกกกกก ก ล้านตัว จะดีกว่านี้ถ้าม่เอาวอดก้า กะ ลม มารวมกัน มันม่ต่อเนื่อง แต่งแยกเลย เค้าจะตามไปอ่าน สู้ๆๆ
Name : win5555 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ win5555 [ IP : 82.145.216.248 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 พฤษภาคม 2557 / 19:24
# 38 : ความคิดเห็นที่ 3606
ตามหานิยายเเนวนี้มานาน อ่าาาา ฟิน>~
Name : เรื่องใหม่สนุกมาก [ IP : 1.4.133.206 ]

วันที่: 28 พฤษภาคม 2557 / 14:08
# 37 : ความคิดเห็นที่ 3604
สนุกมากอะเรื่องนี้

แต่ขอวอดก้าด้วยนะ อยากรู้แล้วเป็นไง
Name : วิลเลต < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ วิลเลต [ IP : 58.9.197.240 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 พฤษภาคม 2557 / 15:36
# 36 : ความคิดเห็นที่ 3603
สนุกกก เปิดบทความใหม่เลยค่ะไรท์ ^^bb
ว่าแต่อยากอ่านหนูวอดต่ออ้าาา ตุลาก้อยาก พอลจังนี่หายเข้ากลีบเมฆ TT ช่างเถอะ ไรก้ได้ค่ะ ขอแค่เป็นนิยายของไรท์จะเรื่องไหนก้อ่านค่ะ!!
Name : AranYz < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ AranYz [ IP : 171.6.197.121 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 พฤษภาคม 2557 / 12:36
# 35 : ความคิดเห็นที่ 3601
สนุกมากกกกก จะรอตอนต่อไปนะ ไรเตอร์สู้ๆ
PS.  Boss of BlackCat!! meawwww~
Name : BlackCat [Disappear!!] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ BlackCat [Disappear!!] [ IP : 1.2.185.119 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 พฤษภาคม 2557 / 22:35
# 34 : ความคิดเห็นที่ 3600
รออ่านเรื่องนี้ค่า
Name : เงานิสัยเสีย [ IP : 110.168.93.65 ]

วันที่: 26 พฤษภาคม 2557 / 22:20
# 33 : ความคิดเห็นที่ 3597
สนับสนุนเรื่องนี้ค่ะ!!!  น่าอ่านน่าติดตามมากๆ  เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ
Name : annazear < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ annazear [ IP : 27.104.215.68 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 พฤษภาคม 2557 / 20:56
# 32 : ความคิดเห็นที่ 3593
หนุกเวอร์ อัพเร็วๆนะ
Name : mod [ IP : 118.174.89.2 ]

วันที่: 26 พฤษภาคม 2557 / 19:43
# 31 : ความคิดเห็นที่ 3592
จะรออ่านนะ ทั้งลม และวอดก้า
Name : pang_kanokwan < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pang_kanokwan [ IP : 171.99.202.23 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 พฤษภาคม 2557 / 19:36
# 30 : ความคิดเห็นที่ 3591
ศัพท์เยอะสุดๆอ่ะ มึน คง สับสน ที่สุดถึงที่สุด
PS.  วายคือชีวิต ^-^++++*-*
Name : ผู้เกลียดชังต่อพระเจ้า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ผู้เกลียดชังต่อพระเจ้า [ IP : 27.130.58.162 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 พฤษภาคม 2557 / 19:33
# 29 : ความคิดเห็นที่ 3590
สนุกมากกกก นางเอกเก่งชอบๆ5555

น่าจะได้เหยี่ยวเป็นสัตว์เลี้ยงแน่เลย555

รอตอนต่อไปน้าวอดก้าด้วยย
Name : Sappire [ IP : 124.120.246.23 ]

วันที่: 26 พฤษภาคม 2557 / 19:05
# 28 : ความคิดเห็นที่ 3589
หนุกมากๆๆๆๆ ชอบบบ
PS.  ล้านถ้อยคำรักที่ฉันพร่ำบอก ก็อาจเป็นเพียงแค่ลมเท่านั้น
Name : Zixga < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Zixga [ IP : 1.10.213.116 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 พฤษภาคม 2557 / 19:02
# 27 : ความคิดเห็นที่ 3588
สนุกดีค่ะ เปิดเปนเรื่องใหม่เลยสิ เดี๋ยวจะตามไป :)
PS.  สนใจเข้าไปชมนิยายของเราที่เเต่งเอง เรื่อง zefela อภิมหาโรงเรียนเวทมนต์
Name : พวกว่างจัด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ พวกว่างจัด [ IP : 171.100.134.163 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 พฤษภาคม 2557 / 18:58
# 26 : ความคิดเห็นที่ 3586
สนุกอะ สนับสนุนให้เปิดบทความใหม่เลยค้าาาา
PS.  ถึงจะทำไม่สำเร็จ... แต่ก็ดีใจที่ได้พยายามทำมันแล้ว
Name : rinray < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ rinray [ IP : 101.51.236.142 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 พฤษภาคม 2557 / 17:54
หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android