คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 70 : บทที่ 60 กุญแจดอกที่ 2 คำใบ้และ...แพ้อากาศร้อน ???


     อัพเดท 24 ต.ค. 57
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 2,207 Overall : 678,937
15,910 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7629 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 70 : บทที่ 60 กุญแจดอกที่ 2 คำใบ้และ...แพ้อากาศร้อน ??? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 14980 , โพส : 70 , Rating : 10% / 150 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

บทที่  60  กุญแจดอกที่ 2 คำใบ้       และ...แพ้อากาศร้อน ??? 100%

 



 

“  อันดับหนึ่ง ...เมื่อพวกวอดก้าไปอยู่ที่ไหน  บังตัวเอาไว้ไม่ให้คนหออื่นเห็น ” 

 

 

“ อุ๊บ...น้องวอดก้า ”  หลายคนอุทาน  หันขวับไปยังนักเรียนหอวสันต์ปีสามที่กำลังเดินมาตามทาง  หนึ่งในนั้นคือ ครอส  แกรนไวท์  เพื่อนหนุ่มจอมกะล่อนของเทรนที่ขึ้นชื่อเรื่องชู้สาวไม่น้อยแม้ไม่ถึงกับเป็นคาสโนว่า

 
 

ตัวอันตราย...ตัวอันตรายสำหรับเทวดาประจำหอแท้ ๆ

 
 

วอดก้าที่หันมาตามเสียงเรียกของรุ่นพี่หอตนเอง  ทำตาลอย  ฉีกยิ้มหวานเชื่อมให้ด้วยเพราะไข้ที่ยังไม่สร่าง  ข้าง ๆ คือพาราไดซ์ที่ถูกเจ้าตัวจับชายเสื้อไว้ไม่ให้หนีไปไหน  (หรือไม่อยากหนีเอง ???)

 

“  อ่ะ...รุ่นพี่  ”   

 

“  หืม... ” ครอสที่รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงของรุ่นน้องหนุ่มต่างหอหันไปมอง  แล้วก็ต้องเอียงคออย่างแปลกใจเมื่อเห็นกลุ่มเด็กหอสราทมุงกำลังยืนเกาะกลุ่มกันเหมือนไม่มีอะไรทำ  บางคนผิวปาก  เหลียวตามองไปเรื่อย  แถมมีการจงใจคุยเสียงดังเหมือนกลบเสียงบางอย่างอีกต่างหาก 

 

“  มีอะไรหรือ ? ”  เพื่อนของครอสถามอย่างสงสัยเมื่อคนที่เป็นทั้งหัวหน้าหอและเพื่อนหยุดมองไปด้านหนึ่ง 

 

“  เมื่อกี้รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงวอดก้าน่ะ ” เพื่อนหนุ่มทวนชื่อที่ผู้เป็นเพื่อนเรียกก่อนจะเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย

 

“  วอดก้า ? อ้อ...เด็กที่นายบอกว่ากำลังสนใจน่ะเหรอ ? ”

 

ครืน...รังสีอำมหิตพวยพุ่งทันใดหลังหูนรกของเด็กหอสราททำงานได้ดีเกินคาด  ครอสและคนอื่น ๆ สะดุ้งโหยงทันทีเมื่อหันไปปะทะเจอกับสายตาอาฆาตแฝงความเกรี้ยวกราดส่งมาให้  แต่ละคนแยกเขี้ยวขู่ (คนหรือหมา ?)  ส่งเสียงฮึ่มฮ่ำในลำคอเหมือนจะถลาไปหาจนเด็กหอวสันต์ต้องรีบเผ่นไปแทบไม่ทัน

 

ส่วนทางด้านคนในวงล้อมเริ่มออกอาการงอแงอีกรอบเมื่อถูกคนมุงรอบทวีให้อุณหภูมิรอบตัวสูงขึ้น  ใบหน้าเรียวเริ่มออกอาการบูดบึ้งก่อนมันจะคลายลงอย่างง่ายดายเมื่อร่างที่แผ่ไอเย็นของใครบางคนสวมกอดเข้าจากด้านหลัง

 

เสียงทุ้มกระซิบเบา ๆ

 

“  ดีขึ้นไหม ? ”

 

ใบหน้าใสยิ้มกว้าง  สติเริ่มกลับเข้ามาอีกครั้ง  หันไปยิ้มลารุ่นพี่และคนรู้จักรอบตัวก่อนจะลากพาราไดซ์ออกจากวงล้อมเพื่อไปเรียนวิชาเวทมนตร์ต่อ 

 

“  ไดซ์ ฉันว่าเราคงต้องรีบหาสร้อยนี่ให้เร็วที่สุดแล้วล่ะก่อนที่ฉํนจะกลายเป็นบ้าเพราะอากาศร้อนไปซะก่อน  ”  พอสมองได้รับความเย็น  ลดความร้อนในร่าง  เจ้าของมือเรียวที่ทาบตำแหน่งหัวใจตนก็เริ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังเมื่อได้สติ  

 

เจ้าชายหนุ่มพยักหน้ารับ  ใช่ว่าเขาจะชอบมากนักที่รูมเมทตัวดีแผ่เสน่ห์ไปทั่ว

 

“  เติร์กกับบลัดบอกว่าน่าจะระบุจุดหมายได้ภายในวันนี้ ” 

 

“  ดีละ...”   วอดก้าอ้าปากจะตอบรับแต่แล้วก็รู้สึกวูบไปในทันใด  ภาพในรัศมีสายตากลายเป็นพล่าเลือน  จิตใจดำดิ่งวูบสู่สวนอนคุ้นเคย  และทันเห็นนัยน์ตาสีม่วงที่ฉายความตกใจของเจ้าชายน้ำแข็ง

 

นักบวชหนุ่มอยากจะเอื้อนเอ่ยบอกไม่ให้อีกฝ่ายเป็นกังวลทว่าไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปาก

 

พลั่ก !

 

“  วอดก้า ! ” 

 

 

 

 

“  วอดก้า...”  เสียงใสกังวานของผู้เป็นมารดาเอ่ยเรียกชื่อเธออย่างเป็นกังวล  เธอสะดุ้งเฮือกจากห้วงความคิด  ก่อนพบปอยผมสีน้ำตาลแดงอมทอง  และมือเรียวสีขาว...เธอกลับคืนร่างเดิมแล้ว

 

“  ท่านแม่...เรื่องของสร้อย ”  เธอไม่รอช้า  พูดเข้าประเด็นทันที 

 

“  แม่รู้ ” นานีย่าพยักหน้ารับคำก่อนทาบมือเรียวที่ตำแหน่งหัวใจของวอดก้า  ตรากุญแจที่ตำแหน่งหัวใจค่อย ๆ ปรากฏขึ้น  เปลวเพลิงร้อนแรงพวยพุ่งขึ้นสู่ฟ้า  เผารอบด้านให้กลายเป็นเถ้าถ่านทันตา  นัยน์ตาสีม่วงอมแดงสบนัยน์ตาสีฟ้าใสก่อนพบว่าร่างกายของตนนั้นเย็นขึ้น

 

นานีย่าค่อย ๆ ถอนมือออก  แล้วเอ่ยยิ้ม ๆ  

 

“  ตอนนี้แม่ช่วยดึงพลังของสร้อยแห่งสราทมาบ้างแล้ว   ถ้าหากปล่อยไว้นานเกินไป  ลูกจะรับพลังภายในนั้นไม่ได้  ต้องมีสร้อยซึ่งเป็นภาชนะในการกักเก็บก่อน ” 

 

“  แสดงว่าเครื่องประดับพวกนี้คล้ายสิ่งที่เก็บพลังไว้ใช่ไหมคะ ? ” วอดก้าถาม  อดีตเทพสวรรค์ยิ้มบางกับความหัวไวของผู้เป็นลูกสาว  สะบัดมือวูบ  สิ่งแวดล้อมรอบด้านก็กลับคืนสภาพสวนสวยตามเดิม 

 

“ จ้ะ  ที่ลูกใช้เวทน้ำแข็งไม่ได้เพราะมันถูกดึงไปใช้ในการสะกดพลังของลูกหมด  จริง ๆ แล้วกุญแจที่ปรากฏจะดึงพลังในเครื่องประดับที่พ่อของลูกสร้างมาไว้กับผู้ถือครองชั่วคราว  ดังนั้นเมื่อลูกได้เครื่องประดับแล้ว  มันจะดึงพลังไปเก็บไว้แทน ” 

 

“  พลังนั้น...มันมากเกินไปที่จะเก็บไว้กับตัว  ดังนั้นจึงต้องมีสิ่งกักเก็บและควบคุมไว้สินะคะ ”  วอดก้าเอ่ยเพื่อเป็นการทบทวน  ขณะทรุดนั่งที่เก้าอี้สีขาวลวดลายงดงามที่ค่อย ๆ ประกอบตัวขึ้นจากละอองสีขาว   นานีย่าเริ่มแสดงสีหน้าเคร่งเครียดขณะถาม 

 

“  ลูกคงเห็นความทรงจำที่แฝงมากับคำกลอนนั่นแล้วสินะ ”

 

วอดก้าหวนนึกไปถึงสงครามของลูกครึ่งเทพและอสูรในดินแดนปีศาจจึงพยักหน้ารับ

 

“  เรื่องมันก็ราว ๆ 1,500 ปีก่อน  ลูกคงพอรู้ประวัติศาสตร์ของชาวอสูรบ้างแล้ว  พวกเขาล้วนถูกฆ่าล้างไปเมื่อ 2,000  ปีที่แล้ว  สงครามนั้นถูกขานนามว่าเป็นสงคราม 'สีเลือดลูกครึ่งอสูรกับเทพนั้นได้โกรธแค้นที่เผ่าอสูรได้ถูกฆ่าล้าง  จึงเริ่มออกอาละวาด  เข่นฆ่าทุกเผ่าพันธุ์ไปเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นเอล์ฟ  เทพ   พราย  มนุษย์  ภูต  เหล่าคนเลือดผสมหรือแม้แต่ชาวปีศาจจนเป็นที่น่ายำเกรงของทุกดินแดน ” 

 

วอดก้าทำสีหน้าครุ่นคิด  เธอไม่ค่อยรู้เรื่องสงครามนี้นักเพราะบันทึกส่วนใหญ่ล้วนสูญหายเพราะมันก็มากกว่าหนึ่งพันปีแล้ว  หรือถ้ามีก็กล่าวเพียงย่อ ๆ หรือนำมาอ้างอิงเท่านั้น  เธอก็เกือบจะลืมไปแล้วเหมือนกันว่าจะเล่าให้พาราไดซ์ฟังแต่เพราะอาการไข้และอากาศที่ร้อนทำให้หัวมันเบลอ ๆ ไปมาก

 

“  จากที่เห็นในความทรงจำ  ดูเหมือนมีการรวมตัวกันของทุกชนเผ่าเพื่อปราบลูกครึ่งเทพและอสูรนั่นสินะคะ ” 

 

“  จ้ะ ”  นานีย่าทำสีหน้าเคร่งเครียด  จริง ๆ เรื่องนี้เธอก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องราวนักเพราะเธอก็เพิ่งเกิดเมื่อพันปีก่อน  เมื่อหนึ่งร้อยปีที่แล้วถึงเพิ่งมาพบรักกับพ่อของวอดก้าและนี่คือเรื่องที่เธอจะพูด  “  แต่จริง ๆ แล้วลูกครึ่งอสูรตนนั้น...เป็นเพื่อนกับพ่อของลูกด้วย ” 

 

“  เพื่อน...”  วอด้กาพึมพำแต่เมื่อนึกถึงบทสนทนาของคนทั้งสองก็ต้องนิ่งไป 

 

 

“  หยุดกระทำเรื่องโง่เขลาเสีย  ในฐานะที่เคยเป็นเพื่อน  เจ้าควรฟังข้า ” 

 

 

“  ใครเพื่อนเจ้า !  

 

 

“  แม้จะมีอาวุธที่ได้รับการอวยพรจากเทพีแห่งการเก็บเกี่ยวแต่อย่างหวังว่าข้าจะกลัว ! ” 

 

 

“  ข้าจะหยุดเจ้า ราคีส ! ” 

 

 

“  ...ราคีส...” 

 

“  ใช่แล้ว  ลูกครึ่งอสูรนั้นได้ฉายาว่า 'จอมอสูรราคีส' ในช่วงแรกของสงคราม  จอมอสูรตนนั้นรวบรวมปีศาจชั้นต่ำมากมายในการรบกับทุกเผ่าพันธุ์  แต่แม้จะสูญเสียสมุนไปมาก  มันกลับสามารถเข่นฆ่าเผ่าพันธุ์อื่นไปไม่แพ้กัน  และในที่สุด...ช่วงสุดท้ายของสงคราม  ทุกเผ่าพันธุ์ก็เกือบจะพ่ายแพ้ไป ” 

 

“  แล้วพวกเทพไม่ได้เข้ามาร่วมเลยหรือคะ ”  วอดก้าคิดไปคิดมา  มหาเทพที่มีพลังมากก็มี  แต่ทำไมถึงไม่ได้ให้การช่วยเหลือทุกเผ่าพันธุ์   ยังไม่รวมถึงราชาปีศาจอีกด้วย 

 

นานีย่าถอนหายใจ  คิดไว้แล้วว่าลูกสาวตนต้องถามแน่

 

“  ก็แค่ตอนแรกนั่นก็เพราะ...เหล่าเทพต่างปฏิเสธที่จะเข้าร่วมสงครามเนื่องเพราะสนธิสัญญาระหว่างแดนซึ่งห้ามบุกรุกดินแดนกันและกัน ”

 

นักฆ่าสาวแสดงสีหน้าเข้าใจในทันที

 

สนธิสัญญาระหว่างแดนเมื่ออดีตเปรียบได้กับสนธิสัญญาห้ามรุกรานแดนของกันและกัน   โลกนี้มีสามแดนหลักคือเทพ  อาเรีย  และปีศาจ   ย้อนไปในอดีตล้วนมีการแบ่งแยกชัดเจนถึงเขตของแต่ละดินแดนเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามและการต่อสู้  เนื่องเพราะโลกทัศน์ที่ยังไม่เปิดออก  บ้างรังเกียจเผ่าปีศาจ  เป็นอริกับเผ่าเทพในสงครามเมื่อหลายพันปีที่แล้วอย่างเช่นเอล์ฟที่ประกาศกร้าวไม่มีทางเป็นมิตรกับเผ่าพันธุ์มนุษย์  แน่นอนว่าสงครามยังมีเรื่อย ๆ จนกระทั่งเมื่อ 2,000 ปีก่อนล่ะที่ 8 เผ่าพันธุ์จับมือล้างเผ่าอสูรที่โหดร้าย    

 

ตอนนี้สนธิสัญญาห้ามรุกรานแดนก็ยังมีอยู่ทว่ามีบางเมืองก็เปิดโอกาศให้คนต่างเผ่าได้ค้าขายกัน  การปกครองของแต่ละดินแดนก็จะแตกต่างกันไป  อย่างอาเรียจะแบ่งเป็นรัฐและมีกษัตริย์หรือจ้าวรัฐเป็นผู้ดูแลแบ่งแยกกันไป  แต่แดนสวรรค์มีเพียงแดนเดียวที่ปกครองโดยมหาเทพ   ส่วนเทพแต่ละองค์ก็มีหน้าที่ดูแลอาเรียที่เปรียบดั่งโลกกลางแตกต่างกันไป  รวมถึงแดนปีศาจด้วย   ส่วนดินแดนปีศาจก็จะแบ่งเป็นเมือง ๆ เช่นกันโดยมีผู้ดูแลแตกต่างกันไป  ล้วนไม่ขึ้นตรงต่อกันเรียกว่าต่างคนต่างอยู่  แดนปีศาจจึงไม่มีกษัตริย์ผู้ดูแลแดนทั้งหมดคนเดียว

 

“  แต่เผ่าอื่นก็...เข้าใจล่ะ  ไล่ต้อนเข้าไปในแดนปีศาจเพื่อให้ให้เผ่าปีศาจยอมเปิดแดนสินะ ” 

 

ในตอนแรกวอดก้าทำท่าจะค้านเพราะสิ่งที่เห็นคือทุกเผ่าร่วมสู้กันในแดนปีศาจ  แต่พอนึกถึงหนทางที่เป็นไปได้  เผ่าเทพไม่มีทางยอมให้เกิดสงครามในแดนเทพ  และมากกว่า 4 เผ่าก็ย่อมไม่ยอมให้เกิดสงครามในอาเรียเช่นกัน  ด้วยเหตุนี้จึงหาทางไล่ต้อนให้เกิดสงครามในแดนปีศาจที่มีชัยภูมิแห้งแล้งและไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตแทน

 

ทางเผ่าปีศาจคงทำอะไรไม่ได้มากเมื่อมีมติของทุกเผ่า   จึงจำยอมต้องสู้รบภายในแดนตนเอง  หากเป็นอย่างที่เธอคาด  ตอนแรกทางสวรรค์คงไม่คิดยุ่งเกี่ยวด้วยเพราะเทพผู้มีอำนาจมากและเป็นผู้ดูแลสิ่งสำคัญบนโลกย่อมไม่อาจเสียพลังในการควบคุมสมดุลไปกับการต่อกรอสูรร้าย  จนถูกจอมอสูรตนนั้นเข่นฆ่าเหล่าเทพไปบ้างจึงค่อยส่งกลุ่มเทพมาช่วยรบด้วย  

 

ดูจากการที่จอมอสูรเป็นบุตรครึ่งเทพและอสูร  เหล่าเทพและชาวปีศาจจึงเป็นตัวชนสู้กับจอมอสูรตนนั้นและพ่อของเธอ...คงเป็นผู้นำในการรบของเผ่าปีศาจพร้อมอาวุธของเทพที่มีพลังมหาศาลในการสู้รบ...ดาบเล่มคุ้นตานั่นสินะ...

 

หรือว่า !

 

นัยน์ตาสีม่วงอมแดงเบิกกว้าง  สะบัดมือวูบก่อนเรียกอาวุธคู่กายของตนออกมา

 

“  คาซานเดรีย...” 

 

“  ถูกแล้ว...คาซานเดรียคืออาวุธเทพที่ถูกตีโดยเฮฟเฟตัส  หล่อหลอมด้วยเหล็กล้ำค่าจากแดนปีศาจ  ใช้เวลากว่า 100 ราตรีในการตี  ฝังด้วยอัญมณีธาตุที่ถูกอวยพรโดยเทพประจำธาตุทั้งสี่และเทพีแห่งการเก็บเกี่ยว ...และมันก็สามารถสยบจอมอสูรราคีสได้...ถูกเรียกเป็นคาซานเดรีย...” 

 

“  ...อันหมายถึงความหวังอันเป็นนิรันดร์...  นานีย่ามองผู้เป็นลูกสาวที่กำลังไล้ดาบเล่มงามอย่างอ่อนโยน  ดาบเล่มนั้นยังคงความทรงอำนาจและสง่างามไว้ไม่เสื่อมคลาย

 

“  อย่างนั้นเองหรือคะ...”   วอดก้าค่อย ๆ ระบายรอยยิ้มบ้าง

 

“  เรื่องสงครามนั้นแม่ก็ไม่ค่อยรู้อะไรมากนะ  เห็นว่าพ่อของลูกน่ะ...สู้กับเขากว่าหนึ่งร้อยราตรีและในที่สุดจอมอสูรราคีสก็ได้พลาดท่า  เพราะคำขอร้องของพ่อลูกที่ไม่อยากให้สหายต้องตายไปจึงร้องขอต่อผู้นำเผ่าทุกเผ่าพันธุ์ให้เพียงริบพลังอำนาจของเขาคืนและผนึกจอมอสูรนั้นไว้ให้หลับไป...ตลอดกาล ” 

 

“  แต่เรื่องมันไม่ง่ายขนาดนั้นสินะคะ ”  หญิงสาวพูดเปรยเรียบ ๆ  อดีตเทพแห่งฤดูกาลทั้งสี่ทำสีหน้าเคร่งเครียด

 

“  จอมอสูรตนนั้นรู้วิธีการปลดผนึกตนที่ทุกเผ่าพันธุ์รวมพลังสร้างไว้แล้วและแม่คิดว่าคงอีกไม่นาน...ที่มันจะตื่นขึ้นมาล้างแค้นทุกเผ่าพันธุ์...เมื่อนั้นมหาสงครามสามโลกได้เกิดขึ้นแน่...” 

 

“ คงต้องภาวนาให้คำใบ้ของเครื่องประดับชิ้นที่เหลือปรากฏให้ไวหน่อยแล้ว ”  วอดก้าพึมพำด้วยสีหน้าครุ่นคิด  ถือว่าความคิดที่จะเปิดรับศิษย์นั้นถูกต้องแล้ว   เพราะตัวพวกเธอห้าคนคงไม่สามารถทำอะไรได้มาก  ต้องไปแบ่งเวลาในการคัดเลือกเหล่าลูกศิษย์ซะแล้ว   พอปิดเทอมก็จัดคอร์สฝึกใหญ่เลย

 

“  จริงสิวอดก้า ”  นานีย่าทำเหมือนคิดอะไรได้ 

 

“  คะ ? ” 

 

“  บันทึกของแม่...กับหนังสือเล่มนั้นยังเก็บไว้หรือเปล่า...” 

 

“  ค่ะ ”  วอดก้ารับคำ  หนังสือที่ได้รับมาจากร้านหนังสือเก่าโอลิเวียที่ครั้งนั้นเธอได้ไปพร้อมเจ้าชายหนุ่มในงานวันรับน้อง  มันยังถูกกักเก็บไว้เป็นอย่างดี  เมื่อเธอสบนัยน์ตาสีฟ้าที่ฉายความกังวลจึงเอื้อมมือไปกุมมือนิ่มไว้พลางส่งยิ้มปลอบโยนไปให้

 

“  ไม่ต้องห่วงค่ะ  หนูเข้าใจว่ายังไม่ถึงเวลา ” 

 

“  ขอบใจจ้ะ  แล้วระวังตัวด้วย  สถานที่ ๆ ถูกเก็บรักษาเครื่องประดับชิ้นต่อไปค่อนข้างอันตราย อย่าประมาทเชียว ”  นานีย่าลุกขึ้นสวมกอดลูกสาวของเธอ   แอบหอมแก้มเนียน ๆ นั้นหลายฟอด  ก่อนจะเอ่ยแซวยิ้ม ๆ

 

“  คงได้เวลาที่ลูกต้องกลับไปแล้วล่ะมั้ง  ก่อนที่ใครบางคนจะเป็นห่วงลูกจนแทบบ้า ” 

 

“  ฮะ ๆๆ ถ้าหมายถึงไดซ์ ห่วงแทบบ้าคงเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ ”   วอดก้าหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเมื่อนึกถึงเจ้าชายน้ำแข็งผู้แสนเย็นชา  ตอนเธอปางตายจากการสู้ในมิติพิเศษยังสั่งให้เธอเคลียร์งานสภาปาว ๆ เลย  แถมพาราไดซ์เดี๋ยวนี้ชักเริ่มจะติดนิสัยปากร้ายจากเธอเข้าแล้ว  ไม่ต้องพูดถึงความกวนที่มักมากขึ้นทุกวันและมาพร้อมกับมาดเย็นชาที่เริ่มลดลง 

 

นานีย่ากระตุกยิ้มที่มุมปากเจ้าเล่ห์  เส้นผมสีเงินสะท้อนแสงพัดพริ้วไหวไปตามสายลมเย็น  เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

 

“  บ้าไม่บ้าเดี๋ยวได้รู้ หึ ๆๆ ” 

 

ร่างของผู้เป็นลูกสาวเธอค่อย ๆ สลายไปกลายเป็นละอองแสงเพื่อฟื้นกลับไปยังโลกความเป็นจริง   ใบหน้าของเทพีสาวที่ยิ้มแย้มเมื่อครู่นิ่งขรึมลง   ปลายนิ้วเกาะไว้ด้วยผีเสื้อสีสวยที่โผบินไปเกาะยังดอกไม้อื่น  

 

 

สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านมาพร้อมคำกลอนที่เหมือนตอกย้ำภาระอันหนักอึ้งของผู้เป็นบุตรสาวของเธอ

 

 

บุป-          ผางาม        แสงส่อง

 

สายเลือด      ทายาท       ต่างพันธุ์

 

ให้กาล           เวลา         หมุนผัน

 

กลับคืน         สู่วัน           ชะตา

 

 

“  ฟิออน...ท่านอยู่ที่ใดกัน ...”  คำถามอันไร้ซึ่งคำตอบล่องลอยไปตามสายลม 

 

 

 

 

ขอถอนคำพูดว่าไดซ์จะไม่ห่วงเขาจนแทบบ้า...

 

สิ่งแรกที่เมื่อวอดก้าลืมตาขึ้นมาเห็นคือนัยน์ตาคู่งามอันคุ้นเคยที่อยู่ชิดจนน่าหวั่นใจ  ใกล้...จนตั้งตัวไม่ทัน พร้อมบรรยากาศอันเยียบเย็นและเต็มไปด้วยเกล็ดหิมะโปรยปราย

 

และทันทีที่ร่างสูงพบว่าคนที่นอนหนุนตักอยู่ฟื้นแล้ว  ก็ดึงร่างอีกฝ่ายมาไว้ในอ้อมแขนและสวมกอดแนบแน่นจนแทบจะบดกระดูกของคนอีกฝ่ายได้

 

“  ด...ไดซ์ ” วอดก้าส่งเสียงเรียกเบา ๆ เมื่อรับรู้ได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจของอีกฝ่ายที่เต้นถี่จนน่ากลัว  ใบหน้าคมฝังที่กลุ่มเส้นผมนิ่ม  ขณะกระซิบแผ่ว ๆ

 

“  เธอกลับมาแล้ว...

 

วอดก้าเพิ่งรู้สึกตัวว่ากลับคืนสู่ร่างเดิมอีกแล้ว  แม้จะไม่รู้สาเหตุแต่เพราะร่างหนาที่ยังตัวสั่นน้อย ๆ เธอจึงเอื้อมมือไปสวมกอดอีกฝ่ายไว้  มือเรียวเลื่อนลูบขึ้นลงเพื่อปลอบโยน

 

“  ฉันอยู่นี่แล้วไดซ์...ฉันกลับมาแล้ว ”  เธอกระซิบตอบช้า ๆ  ใบหน้าเกยที่ไหล่กว้าง  นานหลายนาทีที่ทั้งคู่ต่างซึมซับความอบอุ่นนี้ไว้ก่อนพาราไดซ์จะเริ่มได้สติว่าคนที่กอดอยู่นั้นอยู่ในร่างของสตรีไม่ใช่บุรุษดังเดิมก็รีบผละออกจนแทบเหมือนโดนของร้อน   ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยขณะที่คนถูกกอดกลับหัวเราะเบา ๆ ในลำคออย่างไร้อาการเขินอาย (วอดจัง เธอชักจะแมนขึ้นทุกทีแล้วนะ ~ )

 

“  ว่าแต่ทำไมอากาศมันหนาวเยือกขนาดนี้เนี่ย ฮัดชิ้ว ! ”  พูดจบประโยคไม่ทันไรอาการหวัดก็เริ่มแสดงทันที  พาราไดซ์เลิกคิ้วมองหญิงสาวอย่างแปลกใจ  ย้อนถามสั้น ๆ

 

“  เธอไม่ร้อน ? ” 

 

วอดก้าส่ายหน้าขณะอธิบาย

 

“  ยังร้อนอยู่แต่หายไปครึ่งหนึ่งแล้ว ”  เจ้าชายหนุ่มจึงลดเวทน้ำแข็งลงให้พอเย็นสบายแต่ดูคนขี้ร้อนที่บัดนี้กลายเป็นคนป่วยจะยังไม่พอใจ  แขนเรียวขาวเนียนกางออกจนเขาต้องขมวดคิ้วเนื่องเพราะไม่เข้าใจ 

 

นักบวชหนุ่มฉีกยิ้มแฉ่งขี้เล่นขณะเอ่ยอ้อน ๆ

 

“  กอดหน่อย ” 

 

“  ...... ” พาราไดซ์มองนิ่ง  ใบหน้าแดงขึ้นเรื่อย ๆ จนเจ้าตัวต้องรีบบอกปัดเสียงห้วน   “  ผ้าห่มก็มี  ห่มเอง ”

 

ก่อนจะเดินกระแทกเท้าเข้าไปในครัว  วอดก้าจึงได้ฤกษ์สังเกตรอบตัวพบว่าตอนนี้เขาอยู่ในห้ององเขาเอง   รอบตัวเต็มไปด้วยเกล็ดหิมะจากเวทมนตร์  แถมตอนนี้ก็สองทุ่มแล้ว...

 

“  เฮ้ย ! ”  ชายหนุ่มอุทาน  ก่อนจะขยี้ตาว่าตนฝันไปใช่หรือไม่  

 

“  สองทุ่ม ! ”  พอนึกถึงท่าทางหัวเราะคิกคักกับคำพูดเป็นนัยของผู้เป็นแม่ก็ต้องกัดฟันอย่างเจ็บใจ

 

“  บ้าไม่บ้าเดี๋ยวก็รู้ หึๆๆๆ ” 

 

หน็อย  หลอกกันซะได้

 

วอดก้าเข่นเขี้ยวฟัน  ครั้งที่แล้วตอนถูกดึงไปบอกว่ามิติภายในเร็วกว่าภายนอก  ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา  เธอก็หลงเชื่อ  เข้าไปคุยในห้วงจิตใจประมาณสามสิบนาที  คิดว่าโลกข้างนอกอาจหลับไปแค่สิบยี่สิบนาที  แต่นี่...เล่นตั้งแต่สิบโมงเช้าถึงสองทุ่ม 

 

10  ชั่วโมงเชียวนะ

 

วอดก้าหวนคิดท่าทางของเจ้าชายหนุ่ม  เป็นใครก็ต้องตกใจทั้งนั้น   เล่นวูบหลับไปสิบชั่วโมงไม่มีฟื้น  เรื่องปลุกให้ตื่นก็เป็นไปไม่ได้  เป็นเขาคงคิดว่าตายไปแล้วแน่ 

 

โหย...ท่านแม่นะท่านแม่  สุดท้ายก็ต้องโดดคาบบ่ายจนได้

 

“  วอดก้า !!! ”  สี่เสียงของเพื่อนเกลอดังประสานมาก่อนตัวหลังได้รับคำบอกจากพาราไดซ์ด้วยสายลมว่าเพื่อนรักของเขาฟื้นแล้ว

 

“  โอ๊ย...แกเอ๊ย  ทำเอาคนอื่นใจหายใจคว่ำหมด ”  คำพูดกวนประสาทไม่มีวี่แววห่วงใยของนักพนันหนุ่มในคราบพ่อค้าดังมาก่อนเพื่อนพร้อมอ้อมแขนที่กอดรวบตัววอดก้าไว้ 

 

“  เฮ่อ...ไอ้ฉันก็นึกว่าต้องไปหายาสวรรค์ที่ไหนมาให้ซะแล้ว ”  จินยิ้มจาง ๆ หลังถอนหายใจในตอนแรก  พวกเขาตกใจไม่น้อยที่รูมเมทร่วมห้องบอกว่าอยู่ ๆ วอดก้าก็วูบไปแบบไม่ตื่น  ในเมื่อได้คำใบ้ของกุญแจหรือเครื่องประดับชิ้นที่สองแล้วก็ไม่น่ามีอะไรมาทำให้เพื่อนเขาสลบได้อีก   ก่อนพ่อค้าหน้าเลือดผู้โหดร้ายจะไปนั่งกอดวอดก้าด้วยอีกคน 

 

“  ฟื้นก็ดี  วิส อย่ากอดวอดก้าแน่นสิ  วอดก้าเพิ่งฟื้นนะ ” รัมดุผู้เป็นเพื่อนแต่ไม่วายกระโดดไปกอดอีกคน   วอดก้าแหวกให้ทั้งสามไปเกาะแขนแทนแล้วอ้าแขนรับเตกีล่าซึ่งมองอยู่ด้านนอก 

 

“  แบ่ง ๆ ที่ให้เติร์กบ้าง  เอ้า หลบ ๆ ” เมื่อมีเนื้อที่พอ  หนุ่มแว่นก็ไม่รอช้าที่จะแทรกตัวไปกอดบ้าง  ใบหน้าซุกที่เส้นผมสีน้ำตาลแดงอมทองขณะเอ่ยอู้อี้ 

 

“  เป็นห่วงมากเลยนะ ” 

 

“  รู้แล้ว  ขอโทษจริง ๆ ”  วอดก้าหัวเราะร่า  ลูบหัวผู้เป็นเพื่อนรอบตัวช้า ๆ จนอีกสี่หนุ่มที่เดินตามหลังมาอดอิจฉาไม่ได้ 

 

“  พอ ๆ ๆ ชิดกันเกินไปแล้ว ”  บลัดดี้เป็นคนแรกที่ไปดึงตัวเติร์กออกมาตามด้วยบราวน์ที่ร่ำ ๆ จะแยกรัมออกจากแขนเรียว    

 

“  อะไรเล่า ! อย่ามายุ่งนะ  คนเขาเป็นห่วงเพื่อน  ไม่เหมือนพวกนายหรอกที่ไม่เห็นสนใจเลยสักนิดนะ ” วิสกี้ทำหน้าบูดบึ้ง  สะบัดหน้าพรืดใส่วิมเลทที่ยิ้มแห้งส่งให้  จินรีบรับคำเมื่อเห็นหนทางแกล้งหนุ่ม ๆ  

 

“  นั่นสิ  เคียร์ก็ใจร้าย  ไม่สนใจวอดก้าเลย ” 

 

“  เอ่อ...นั่นมัน...” องครักษ์หนุ่มแสดงอาการอ้ำอึ้ง  ก่อนสบตากับเพื่อนหนุ่มที่เหลือ

 

“  นี่ ๆ...จะกอดก็ไม่ว่าแต่กลับร่างเป็นผู้หญิงได้ไหม  ฉันก็อายเป็นนะที่ต้องถูกผู้ชายสี่คนรุมกอด ” วอดก้าแสร้งทำตัวบิด  กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่มีท่าทางเหมือนคนอายสักนิด

 

วิสกี้  จิน  รัมและเตกีล่าประสานเสียงสูงด้วยความหมั่นไส้ 

 

“  เหรอ ? ” แต่ก็สมกับที่เป็นตัวแสบ  เพียงมองตาก็รู้ใจคนเป็นหัวหน้า  ต่างคนต่างกลับคืนสู่ร่างสาวหน้าหล่อทันใด  แต่สำหรับหนุ่ม ๆ กลับออกอาการตึกตักที่หัวใจเพราะใบหน้าที่ตรึงใจตั้งแต่แรกพบปรากฏขึ้น 

 

สี่สาวถลาไปกอดคนที่อยู่กึ่งกลางอีกรอบ  ริมฝีปากสีสวยยิ้มแย้มสดใส  อ่อนหวาน  มีเสน่ห์ชวนมองจนละสายตาไม่ได้ 

 

เส้นผมสีเงินยาวประบ่าจากการไม่ได้ตัด  สาวแว่นสายเลือดภูตผู้มีนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มยังอดยิ้มบางไม่ได้ขับให้ใบหน้านิ่ง ๆ นั้นดูละมุนขึ้น  ยิ่งยามเจ้าตัวทำใบหน้าเก้อเขินนิด ๆ ยิ่งชวนมอง และเหมือนรู้ตัวว่ากำลังถูกจับจ้อง  เจ้าของใบหน้านั้นหันมาค้อนใส่นิด ๆ ก่อนจะระบายรอยยิ้มกว้างกว่าเดิมเล็กน้อยยามได้ยินเสียงหัวเราะจากกลุ่มเพื่อน  แต่เพียงเท่านี้ก็ขับให้โลกสดใสขึ้นเป็นกอง

 

เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลซอยสั้น  และนัยน์ตาสีเขียวมรกตสดใสหัวเราะร่าเมื่อได้ยีหัวผู้เป็นเพื่อนที่เพิ่งฟื้นจากนิทรา  รอยยิ้มกว้างสดใสจนเห็นฟันขาวที่เรียงสวยเป็นระเบียบชวนให้ผู้มองรู้สึกสดชื่นตาม  ไม่ต้องพูดถึงเสียงหัวเราะใส ๆ ที่หลุดจากริมฝีปากสีชมพูอ่อนที่เปรียบดังเสียงดนตรี

 

ใบหน้าซื่อ ๆ  และรอยยิ้มเป๋อ ๆ ชวนให้เอ็นดูแม้จะขัดกับใบหน้าชวนเจ้าเล่ห์ที่มีทำให้เกิดความแตกต่างอย่างลงตัว  แต่เพียงสบนัยน์ตาสีแดงใสแจ๋วที่มองมาเมื่อถูกผู้เป็นเพื่อนแซวแต่ไม่รู้ตัวก็ยิ่งมีความรู้สึกเกิดขึ้นในใจว่าคน ๆ นี้น่ารัก  รอยยิ้มนิด ๆ และใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอายยิ่งขับให้อีกฝ่ายแม้ไม่น่าทะนุถนอมแต่น่าปกป้องดูแล

 

เส้นผมสีทองเปล่งประกายสะท้อนแสงไฟ  นัยน์ตาสีฟ้าใสงดงามกลมโตแม้จะเต็มไปด้วยเล่ห์มายาแต่ความรู้สึกที่ปรากฏจริง ๆ มีเพียงความจริงใจต่อใครบางคน  ใบหน้าใสที่แกล้งบูดบึ้งไม่ทำให้ดูเสแสร้ง  มันชวนดูเป็นธรรมชาติจนอดยิ้มตามไม่ได้  แต่แววตามีเสน่ห์ที่เหมือนหลอกล่อให้หลงตามนั้นแม้จะรู้ว่าเป็นแผนแต่ไม่อาจปฏิเสธได้

 

“  เนอะ ๆ งอนเคียร์แล้ว ” 

 

“  ห้ะ ?...” เคียร์สะดุ้งตื่นจากความคิดและรอยยิ้มใส ๆ ของหญิงสาวผู้มีดวงเนตรและเส้นผมสีแดง  เช่นเดียวกับอีกสามสาวที่เหลือที่แสดงอาการงอนหนุ่มๆ  อย่างพร้อมเพรียง  แม้พวกเขาจะพอดูออกว่าคงถูกแกล้งแต่จะทำไงได้ในเมื่อใจมันยอมอีกฝ่ายไปแล้ว

 

“  งอนสักสัปดาห์ดีไหมวอดก้า  เอาคืนตอนที่พวกเราต้องตามง้อไง ”  รัมแกล้งถาม  หลบสายตาคาดโทษจากบราวน์ ลอยหน้าลอยตายิ้มเจ้าเล่ห์    

 

“  อ่า...แล้วไม่คิดถามพวกนั้นหน่อยเหรอว่าทำไมถึงไม่ห่วงฉัน ” 

 

“  ก็ได้  ทำไมถึงไม่ห่วงวอดก้า ? ”  เตกีล่ายอมถามแม้จะไม่รู้ว่าเพื่อนสาวจะแกล้งอีกฝ่ายยังไง 

 

หนุ่ม ๆ หลบตาวูบ  เมื่อไม่มีใครตอบวิมเลทจึงเป็นคนพูดเองเพื่อเอาใจรูมเมทร่วมห้องที่ดูท่าจะงอนจริง ๆ

 

“  ก็วอดก้ามีไดซ์ดูแลแล้วนี่  พวกเรามั่นใจไงว่าไดซ์ต้องดูแลวอดก้าดีแน่ ๆ ”

 

“  ฮัดชิ้ว...”  วอดก้าจามเบา ๆ เพราะอาการหวัด สี่สาวจึงค้อนตาเขียวให้ทันที

 

“  จริง ๆ มันมีเหตุผลอื่นอีกนะ  เดี๋ยวฉันตอบแทนพวกนั้นให้ไหม ”  วอดก้าเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่นเรียกความสนใจจากทั้งหมด  สาว ๆ เองก็เช่นกันเพราะไม่รู้ว่าเหตุผลอื่นที่ผู้เป็นเพื่อนว่าคืออะไรอีก

 

ส่วนหนุ่ม ๆ ทั้งสี่  พอเห็นแววตารู้ทันของคนที่เพิ่งตื่นก็อดมองหน้ากันไม่ได้

 
 

นายว่าวอดก้าจะรู้ไหม

 
 

บลัดดี้ส่งสายตาถามเพื่อนหนุ่มทั้งสาม

 
 

ไม่แน่นะครับ  อาจแค่พูดให้เราใจแกว่งเล่นก็ได้

 
 

เคียร์แย้งเนื่องจากรู้สึกหวั่น ๆ เหมือนกันว่าความในใจจะถูกเปิดเผย

 
 

ฉันก็คิดว่างั้น

 
 

บราวน์สนับสนุนคำพูดของเคียร์แต่วิมเลทกลับส่ายหัวแย้ง

 
 

ฉันว่าวอดก้ารู้จริง ๆ ไม่เชื่อดูสายตาของเธอสิ

 
 

พวกเขาหันตามก่อนจะต้องยิ้มแห้ง ๆ ให้หญิงสาวที่มีอีกสี่ร่างแนบชิดอยู่ใกล้  นัยน์ตาคู่สีม่วงอมแดงสวยเปล่งประกายระยิบระยับ  ไม่ต้องพูดถึงรอยยิ้มที่มุมปากซึ่งเหยียดออกเป็นเชิงบอกชักเจนว่า 'ฉันรู้นะ' น่ะ

 

“  เหตุผลอีกอย่างก็คือ...” 

 

“  เดี๋ยว ! วอดก้า ! ” เคียร์และบลัดดี้ร้องปรามในทันที  ขณะที่วิมเลทและบราวน์ได้แต่ส่ายหัวด้วยความปลงเมื่อเห็นสายตาของสาว ๆ ที่เหลือที่เริ่มออกอาการอยากรู้ขึ้นมาทันใด ลอบร้องคำว่า 'เสร็จกัน' ในใจ

 

 

“  อะไรอ่า...วอดก้า ”  สี่สาวชื่อเป็นแอลกอฮอล์เริ่มเขย่าแขนวอดก้าเพื่อเร่งเอาคำตอบ  วอดก้าไล่ดวงตามองใบหน้าอิหลักอิเหลื่อของหนุ่ม ๆ ก่อนจะยิ้มบาง  แสร้งเลิกคิ้วถาม 

 

“  อยากรู้จริงเหรอ ? ”

 

ทั้งหมดพยักหน้ารับ 

 

“  อีกสาเหตุหนึ่งที่พวกนั้นไม่สนใจฉันก็คงเป็นเพราะ...” วอดก้าเงียบไปชั่วอึดใจก่อนเอ่ยเสียงเจ้าเล่ห์  “  มัวแต่สนใจพวกเธอน่ะสิ  ” 

 

....... ” 

 

“  อ่า...รู้สึกว่าคงเป็นเพราะฉันคงไม่ใช่คนสำคัญของเคียร์  วิม บลัด  แล้วก็บราวน์ละมั้ง  พวกนั้นก็เลยมัวแต่สนใจรูมเมทตัวเอง อ่อ แต่คงต้องยกเว้นจินกับรัมอ่ะนะ   รัมก็คงโดนคนที่ได้จูบแรกสนใจไปลูกเดียว  ส่วนคนชอบตุ๊กตาหมีอย่างจินคงโดนคนที่คอยดูแลตอนแฮงค์เหล้าเป็นห่วงในความซื่อเท่านั้น...” 

 

“  ....... ” 

 

“  ...... ”   

 

“  ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อชื่อของขนมกับเหล้ามันก็บอกชัดเจนแล้วล่ะนะว่าต้องคู่กัน   พวกนั้นจะมาสนใจฉันทำไมในเมื่อมีคนสำคัญให้เป็นห่วงอยู่แล้ว

 

สาว ๆ หันไปมองหน้าหนุ่ม ๆ นิ่ง ๆ แน่นอนว่าพวกวิมเลทก็ต้องเบือนหน้าหนีไม่ยอมสบไปตามระเบียบ  เวลาผ่านไปสักพัก  แต่ละคนก็หันขวับมามองแทบไม่ทันเมื่อได้ยินเสียงวอดก้าเอ่ยขึ้นลอย ๆ 

 
 

“  ไม่หันมาดูแล้วจะพลาดของดีนะขอบอก ”

 
 

และของดีที่อีกฝ่ายว่าก็คงต้องบอกว่าดีสมคำพูดจริง ๆ วิสกี้  จิน  รัมและเตกีล่าหน้าแดงระเรื่อเมื่อตีความหมายของคำพูดผู้เป็นเพื่อนออก  พอเห็นพวกเขาหันมาก็ต้องพยายามสงบใจและหาอะไรทำแก้เก้อไปก่อน

 

วิมเลท  เคียร์ บลัดดี้และบราวน์อดคิดในใจไม่ได้

 

ปฏิกิริยาเช่นนี้เป็นไปได้ไหมที่พวกเขาจะใจตรงกัน

 

แม้การกระทำของเหล่าหญิงสาวจะไม่ชัดเจน  แต่ขอแค่มีหวังพวกเขาก็จะพยายามต่อไป     

 

“  วอดก้าบ้า ”  เมื่อหาอะไรทำปิดความเขินไม่ได้  จินที่ยิ่งเห็นรอยยิ้มกว้างของเคียร์ก็ยกหมอนตีไหล่ผู้เป็นเพื่อนเบา ๆ โดยมีคนที่เหลือคอยช่วย  เจ้าตัวร้องอ้าวแสร้งเอ่ยขึงขังต่อว่าคนอื่นว่าอยากรู้กันเองจึงโดนตุบตับอีกคนละที  เสียงหัวเราะดังเบา ๆ ภายในห้อง  ทุกคนล้วนมีรอยยิ้มสุขใจ  ทุกตัวละครมีความสุข

 

 

 

END

 

 

 

 ไม่ใช่แล้ว

 

 



 

 

 

 

“  ลุกไปได้แล้ว  อย่ารุมคนป่วยสิ  วอดก้าเป็นหวัดอยู่นะ ” เสียงทุ้มที่เอ่ยดุเบรกอารมณ์สุขสันต์ดังเอี๊ยดด  สาว ๆ ที่กลับคืนร่างปลอมตามเดิม  กระโดดลงจากเตียงแทบไม่ทันเมื่ออีกหนึ่งเจ้าของห้องที่แผ่รังสีความเย็นชามาให้ดีหน้าขรึมใส่

 

พวกเขาจึงหัวเราะแห้ง ๆ  ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่

 

“  ว่าแต่หาสถานที่ได้แล้วใช่ไหม ”  วอดก้าหันไปถามบลัดดี้และเตกีล่าผู้เป็นเจ้าของข้อมูลมากมาย  พาราไดซ์วางชามข้าวต้มที่เข้าไปทำในครัวไว้ให้ข้างตัวคนป่วยก่อนจะนิ่งฟังชื่อสถานที่ที่ผู้หาข่าวสารทั้งสองเอ่ยประสาน 

 

 

“  มันอยู่ที่...ภูเขาไฟปีศาจ รัฐโพซิเด้น เมืองที่ได้รับสมญานามว่าเป็นเมืองแห่งการต่อสู้ ” 

 

  

อีก  30 %  สั้นหน่อย ๆ

 

“  โพซิเด้น ? คราวนี้ไกลถึงนู่นเชียว ” วอดก้าถึงกับนิ่วหน้า โพซิเด้นคือรัฐที่ได้ฉายาเป็นเมืองที่รวบรวมนักรบและนักสู้ผู้มีฝีมือทุกเผ่าพันธุ์เอาไว้  นับเป็นเมืองที่เหมาะสำหรับผู้กระหายวิชาและบ้าพลังเป็นที่สุด 

 

“  แต่ฉันได้ข่าวว่ามันปิดเมืองเพราะป้องกันไม่ให้ปีศาจบุกเข้ามานี่ ”  วอดก้าขมวดคิ้ว 

 

“  นั่นก็ใช่  แต่เราจะไปเสาร์อาทิตย์นี้เลยใช่ไหมล่ะ เพราะไม่งั้นอาการวอดก้าจะแย่ลง ”  บราวน์ที่ลากเก้าอี้มาเป็นฝ่ายถามซึ่งทุกคนก็พยักหน้ารับ    

 

“  ได้ยินเรื่องงานประลองประจำปีของรัฐหรือเปล่า ”   

 

“  งานประลองประจำรัฐ ”  วิสกี้ทวนคำ 

 

“  ใช่ ” เตกีล่ารับหน้าที่อธิบายต่อ  “  เพราะว่าเป็นเมืองที่มีนักสู้มากฝีมือมารวมกัน  ดังนั้นตั้งแต่เมื่อห้าสิบปีก่อนก็จะมีการจัดงานทุกปี  ให้นักสู้ทุกคนลงทะเบียนที่จะเข้าร่วมเพื่อชิงอันดับนักสู้มากฝีมือของรัฐและรางวัล  เป็นการเปิดรับคนมีความสามารถที่จะได้เข้าไปทำงานในวังหลวงด้วย  ”

 

หยุดเล็กน้อยเพื่อให้ทั้งหมดทำความเข้าใจ 

 

“  แต่เพราะมีทุกเผ่าพันธุ์มาสมัครมากเกินไป  ทุก ๆ ปี จะมีการทดสอบเพื่อคัดเลือก 8 คนสุดท้ายที่จะต่อสู้กันต่อหน้ากษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ทั้งหลาย  รวมถึงต่อหน้าชาวโพซิเด้นด้วย ” 

 

“  แล้ว ? ” 

 

“  ที่สำคัญคือ ภูเขาไฟปีศาจ ”  เตกีล่าทำหน้าขรึมลง  ซึ่งคราวนี้เหล่าสาว ๆ ในคราบหนุ่มเห็นแวบ ๆ ถึงความเซ็งจัดในนัยน์ตาสีฟ้าใส  “  มันเป็นภูเขาไฟที่ถือกำเนิดตั้งแต่เมื่อพันปีก่อน  ว่ากันว่าคือสถานที่ที่ฝังพระศพของพระมหากษัตริย์เมื่อร้อยปีก่อน  แต่ปัจจุบันยกเลิกประเพณีแล้ว  และเพราะการฝังพระศพของกษัตริย์เมื่อสมัยก่อนต้องมีการขนสมบัติส่วนหนึ่งของพระองค์ที่ภูเขาไฟลูกนั้นไปพร้อมพระศพ  นักล่าสมบัติก็แทบจะแห่ไปหา  ดังนั้นทางรัฐจึงออกกฏหมายว่าภูเขาไฟลูกนั้นเป็นของหลวง  ห้ามมีการบุกรุกหรือรุกล้ำอย่างเด็ดขาด ” 

 

“  อ้าว...แล้วอย่างนี้จะเข้าไปได้ไงกัน ”  รัมอุทานบ้าง

 

“  นี่ล่ะ  แต่มันไม่ใช่ปัญหา  ปัญหาคือเราต้องเข้าไปในฐานะนักสู้ของรัฐที่ต้องการจะประลองฝีมือ เพราะ...” 

 

“  เพราะ...” 

 

“  การทดสอบหาแปดคนสุดท้ายจากคนนับร้อยคือให้ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านจากการทดสอบแรกเข้าไปหาดอกไม้สีทองทั้ง  8 ในภูเขาไฟปีศาจ  ปีนี้จึงเรียกได้ว่าเป็นปีแรกที่ทางโพซิเด้นเปิดให้นักสู้เข้าไปภายในเหมือนไม่กลัวพวกหวังสมบัติ ”  ลูกชายเจ้ากรมข่าวสารพูดเรียบ ๆ 

 

“  งั้นสรุปว่าเราต้องแฝงตัวเข้าไปเป็นนักสู้ที่ต้องการทดสอบฝีมือสินะถึงจะเข้าไปในภูเขาไฟปีศาจได้ ”  วอดก้าสรุปสั้น ๆ ได้รับการสะกิดจากพาราไดซ์ที่นั่งเงียบนิ่งเสียนานให้ทานข้าวต้มที่เย็นลงได้แล้ว  วอดก้าลูบต่างหูสีชมพูอ่อนรูปหยดน้ำที่ข้างซ้ายเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนร่างตนให้กลับกลายเป็นผู้ชายดั่งเดิม

 

“  นั่นล่ะ  เปิดรับสมัครวันเสาร์  วันอาทิตย์เข้าไปในภูเขาไฟได้เลย ”  บลัดดี้พูดยิ้ม ๆ

 

“  นายอย่าพูดเหมือนว่ากำลังจะไปซื้อของที่ตลาดวันอาทิตย์นี้ได้ไหมเนี่ย ”  วิมเลทพูดเสียงเนือย ๆ อยากจะบอกให้พวกนี้รำลึกหน่อยเถอะว่ากำลังเข้าไปในรัฐอื่นโดยฉวยอากาศจากงานสำคัญประจำปีเพื่อเข้าไปเอาของสำคัญ

 

แต่พูดไปพวกนี้ก็คงไม่สนใจอยู่ดี

 

มือขวาองครักษ์จึงทำได้เพียงถอนหายใจเฮือก

 

“  งั้นก็มีเวลา 2 ในการเตรียมตัว  ต้องปลอมแปลงเอกสารอะไรเปล่า   ? ” จินที่ลูบคางใช้ความคิดหันไปถามเตกีล่าและบลัดดี้  ทั้งสองส่ายหน้าก่อนอธิบาย 

 

“  ไม่ต้องเพราะการต่อสู้นี้รวมคนไว้มาก  มันจะเสียเวลาได้เขาเลยให้เข้าเมืองได้เลย  แต่ใช่ว่าเข้าเมืองจะเข้าได้ง่าย ๆ อีก ” 

 

“  หมายความว่าไง ? ” วิสกี้ถามอย่างพิศวง 

 

“  อ่า...นายลืมไปแล้วเหรอ  ว่าโพซิเด้นเป็นเมืองที่มีกำแพงสามชั้นกางกั้น  แบ่งเป็นส่วนๆ ดังนั้นการผ่านประตูในแต่ละกำแพงคงมีการทดสอบที่คัดเลือกนักสู้ที่จะเข้าไปในภูเขาไฟอีกที ”  วอดก้าที่อ่านประวัติศาสตร์มาอย่างช่ำชองเป็นคนอธิบาย

 

บลัดดี้พยักหน้ารับ  ดีดนิ้วเปาะ  ภาพมายาสีฟ้าอ่อนที่ถูกจำลองขึ้นให้เหมือนเมืองโพซิเด้นก็ปรากฏ   ลักษณะนอกสุดของเมืองคือรูปสี่เหลี่ยม  กำแพงสีแดงยาวประกบปิดทุกด้านยกเว้นด้านหลังโดยแต่ละด้านของกำแพงจะมีประตูสีเหลืองอยู่  ส่วนนี้จะเป็นส่วนของที่อยู่อาศัยนอกสุด  ตามด้วยกำแพงชั้นที่สองที่มีประตูเพียงสามบานคือด้านข้างซ้ายขวา  ด้านหน้า และกำแพงชั้นสุดท้ายมีประตูบานเดียวคือ  ใจกลางเมืองหรือกำแพงทั้งสามคือเมืองหลวงของโพซิเด้นและเป็นที่ตั้งของพระราชวังขนาดใหญ่

 

พระราชวัง 'ลูอิซชาร์' 

 

และหากที่ตั้งของภูเขาไฟปีศาจเป้าหมายของภารกิจนี้ก็ไม่ได้อยู่ไกลเลยแม้แต่น้อยเพราะภูเขาลูกนั้นแทบจะอยู่ติด ๆ พระราชวังเลยทีเดียว  และวอดก้า  วิสกี้  จิน  รัมที่เพิ่งเห็นเป็นอันต้องดีดตัวลุกจากเก้าอี้ (เตียงนอน) ทันที

 

“  อย่าบอกนะ...ว่าเกี่ยวต้องไปเกี่ยวอะไรกับพระราชวังอีกอ่ะ  ”  อย่างนี้ก็มีพวกเจ้าหญิงเจ้าชายอีกอ่ะดิ

 

“  ก็ไม่แน่ใจนะ  ถ้าไม่ยุ่งคงไม่เกี่ยวด้วยมั้ง ”  วิมเลทตอบสั้น ๆ มองคนทั้งสี่อย่างสงสัย   อาจยกเว้นเตกีล่าไว้ที่จิบน้ำชาสบายใจเพราะรู้ว่าเพื่อนสาวในคราบหนุ่ม ๆ กำลังคิดถึงอะไร  อดยิ้มที่มุมปากไม่ได้ขณะเอ่ยเสียงเรียบเหมือนจะแกล้ง 

 

“  เฮ่อ...ก็งี้ล่ะนะ  คนมีชนักเป็นคนราชวงศ์ติดตัว  พอต้องไปใกล้พวกวังอาจจะได้เจอกันก็ได้ ”

 

สาวหล่อชื่อเป็นแอลกอฮอล์พาแยกเขี้ยวใส่  ไอ้เครื่องประดับนี่พาไปเกี่ยวอะไรไม่เกี่ยว  ดันไปเกี่ยวกับพวกเจ้าหญิงเจ้าชายอีกแล้ว  วอดก้าพึมพำอย่างครุ่นคิด

 

“  งานประลองฝีมือ หวังว่าคุณเจ้าชายที่เคารพรักคงไม่โผล่มาหรอกนะ ”  แน่นอนว่าเธอหมายถึงเจ้าชายรัชทายาทพระองค์โตของนาโวลล์  เจ้าชายรัชทายามมาคัส  แองบราวน์ ดิ นาโวลล์  ( ปรากฏในตอนที่ 43 กิจกรรมป่วน เกมส์หรรษา 3 ค่า หวังว่ายังไม่ลืมเจ้าชายหนุ่มรูปหล่อสุดแสนเย็นชาผู้มีเส้นผมสีส้ม  นัยน์ตาสีทับทิมเรืองอำนาจและเป็นพระรองเบอร์ 2 นะค้า ) ซึ่งได้สู้พิสูจน์ฝีมือในเกมส์ผู้ล่าและผู้ถูกล่า  ที่วอดก้าเพิ่งมารู้ว่าคนที่สู้ด้วยตั้งนานและหมายมาดจะตัดหัวแย่งผ้ามาดันเป็นเจ้าชาย  แถมหลังจากนั้นยังโดนจิกหัวใช้งานเยี่ยงทาสอีกต่างหาก

 

เฮ่อ...ดูว่าเจ้าชายมาคัสจะชอบการต่อสู้เสียด้วย  แต่คนเป็นเจ้าชายคงยุ่ง  เจ้าตัวคงไม่โผล่มาหรอกมั้ง (ประโยคปลอบใจตนเอง)

 

“  อ่า...น้องชายที่น่ารักแต่ไม่น่าเจอคงไม่มามั้งนะ ”  วิสกี้ขมวดคิ้ว  ตอนที่เจอกันครั้งแรกแล้วโดนหลอกว่าเป็นคนธรรมดาก็ไม่คิดอะไรมากถึงจะมารู้ทีหลังว่าอีกฝ่ายคือเจ้าชายไลธ์ก้า  ลีส ดิ วาเนซซ่าเธอก็ไม่สนใจอยู่ดี  แต่ที่ต้องระวังคือเหล่าเพื่อนสาวต่างเตือนว่าอย่าสนิทกับอีกฝ่ายมากเพราะมีความเป็นไปได้ที่'น้องชาย'ผู้มีฐานะเป็นเจ้าชายอาจคิดไม่ซื่อกับผู้เป็นพี่สาวขึ้นมา

 

ตอนแรกเธอก็งง  แต่พอสังเกตอาการเด็กหนุ่มก็เลยพอจะดูออก  ในแผนหาสร้อยข้อมือวสันต์ที่ปลอมตัวไป  ตอนกินข้าวก็ชักสังเกตเห็นอาการชำเลืองบ่อย ๆ เธอจึงปล่อยผ่าน  มั่นใจว่าอีกไม่นานไลธ์ก็จะลืมเธอเพราะเธอจะไม่โผล่ไปให้เห็นหน้าอีกเป็นครั้งที่สอง

 

“  บอกตามตรงว่าเจ้าชายก็นิสัยดีนะ  แต่ฉันไม่ชอบที่มายุ่มย่ามกับฉัน ”  รัมบอกหน้าหน่าย เมื่อคิดถึงเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้า  เรือนผมสีรัตติกาลไม่ต่างจากน้องชาย  เจ้าชายรัชทายาทลาเกอร์  ลีส  ดิ วาเนซซ่า (พบในตอนกิจกรรมป่วน  เกมส์หรรษา 2 ค่ะ)  แต่เธอค่อนข้างไม่พอใจที่อีกฝ่ายคอยเหมือนเอาอกเอาใจเธอ  แต่เธอก็ไม่อยากมีเรื่องกับคนระดับเจ้าชายนัก

 

“  ส่วนฉันมีเรื่องที่ค่อนข้างจะไม่ถูกกับ...วังลูอิซชาร์...สักหน่อย ”  จินเกาหัว  กรอกตาเล็กน้อย  จากคดีล่าสุดที่เธอเคยไปเยี่ยมเยือนพระราชวังลูอิซชาร์และหยิบของเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดตัวไปเป็นที่ระลึกหน่อยดันซุ่มซ่ามเจอทหารยามจนโดนไล่ล่าตั้งแต่ในพระราชวังสามวันสามคืน 

 

หลังจากนั้นฝ่ากำแพงชั้นในสุด  ชั้นกลางและชั้นนอกออกมาโดยไม่วายหยิบของอย่างอื่นในวังไปเป็นของที่ระลึกเนื่องจากโมเมเอาเป็นค่าทำขวัญ  เท่าที่จำได้แม้ทางพระราชวังจะไม่รู้ว่าเธอเป็นใครแต่เล่นตั้งค่าหัวเอาไว้หลายล้านเห็นจะได้  แถมยังมีหมายจับฐานขโมยของหลวง  บุกรุกพื้นที่หวงห้าม   สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นและก่อความเสียหายแก่ทรัพย์สินหลวงอีกนะ  ออกจะแย่กว่าไปพัวพันพวกเจ้าชายอีก

 

“  หึ ๆๆ ”  ดูเหมือนเตกีล่าจะรู้ว่าจินโล่งใจที่ไม่ได้เกี่ยวกับเหล่าเจ้าชาย  แต่อดแหย่ไม่ได้ “ นายลืมท่านรองของเราไปแล้วหรือไงจิน  เธอเป็นเจ้าหญิงที่ไหนนายก็น่าจะรู้ ” 

 

“  ท่านรอง...”  วอดก้า  วิสกี้และรัมที่กำลังเจ็บใจและหวาดระแวงอยู่พอได้ฟังก็ค่อย ๆ เบือนหน้าไปทางพ่อค้าหน้าเลือดผู้มีคู่อริคือเจ้าหญิงจากโพรซิเด้น

 

“  เอ๊ะ ? ”  จินเอียงคอคิด  แล้วร้องเฮ้ยสุดเสียง 

 

“  ลีนส์นัวส์ไปด้วยงั้นเหรอ ?! ”  เจ้าหญิงลีนส์นัวส์   เวลออง  ดิ โพรซิเด้น  สาวเจ้าผู้มีอาวุธสุดรักสุดหวงคือปืนคู่ที่จินไปสร้างวีรกรรมด้วยการทำของเจ้แกร้าว  ผลคือเครื่องเล่นเกมส์ที่เพิ่งได้มาใหม่มีรูพรุนของกระสุนเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน

 

“  ฮ่า ๆๆ แกเอ๋ย...โดนเจ้แกเชือดแน่ ” วิสกี้หัวเราะลั่นด้วยความสะใจ  วอดก้าที่เห็นนัยน์ตาวูบไหวของเตกีล่าก็รู้เลยว่าเพื่อนสาวแค่แกล้งเล่นจึงตบไหล่จินเบา ๆ พลางกระตุกยิ้มเป็นเชิงบอกใบ้และพ่อค้าหน้าเลือดก็ดูจะตามทัน

 

“  เติร์กแกล้งฉันเหรอเนี่ย ”  เจ้าตัวโหยหวนเบา ๆ  

 

“  เดี๋ยว ๆ นี่พูดเรื่องอะไรเนี่ย ”  บลัดดี้เอ่ยแทรกก่อนที่จะไม่รู้เรื่องไปมากกว่านี้ 

 

“  นั่นสิครับ ”  ตามด้วยเคียร์ที่เอ่ยสนับสนุน 

 

“  ก็...ว่าไงดี ”  คราวนี้ห้าสาวเกาหัวแกรก ๆ รัมอธิบายด้วยรอยยิ้มแห้ง  “  พวกเราเป็นประเภทไม่ค่อยถูกกับพวกเจ้าหญิงเจ้าชายสักเท่าไหร่นะ ” 

 

“  ใช่ ๆ ประมาณว่าไม่อยากได้  ไม่อยากรู้จัก  ไม่อยากเจอแต่ดันโผล่มาได้ ”  เสียงวอดก้าดังแว่ว ๆ ก่อนเจ้าตัวจะโดนพาราไดซ์เขกหัวเพราะมัวแต่พูดไม่ยอมกินเสียทีจนข้าวต้มชักเริ่มเย็นชืด   และด้วยความที่รู้ว่าตัวแสบชอบกินอาหารร้อน ๆ จึงร่ายเวทไฟเบา ๆ เพื่ออุ่นข้าวต้มให้

 

“  อ่าหะ  แถมรู้จักคนประเภทนี้ทีไรมักมีเรื่องเข้ามาทุกทีเลยด้วย ”  จินพูดสนับสนุน

 

“ แล้วพวกเธอมีปัญหากับใครบ้างล่ะ  เลี่ยงได้จะได้เลี่ยง ”   วิมเลทถาม  แน่นอนว่าสาว ๆ พากันเงียบกริบ  ออกอาการลังเลทันควัน

 

“ ทำไมเงียบล่ะ ? ”  บราวน์ถามพลางหรี่ตาลงเหมือนสกำลังจับผิดสาว ๆ อาจยกเว้นเตกีล่าที่ยังนั่งจิบชาสบายอกสบายใจ 

 

“  อ่า...เรื่องนั้นช่างมันดีกว่า ” วิสกี้เสพูดเปลี่ยนเรื่อง  วิมเลทเลยเริ่มฉุกใจสงสัยท่ามกลางเสียงสนับสนุน 

 

“  นั่นล่ะ  คุยเรื่องแผนดีกว่า อุ๊บ...ไดซ์ ร้อนอ่ะ”  วอดก้าที่เสนอบ้างชะงักเมื่อข้าวต้มถูกป้อนโดยพาราไดซ์โดยไม่ทันให้ตั้งตัวเพราะมัวแต่คุยไม่ยอมกิน

 

“  ร้อน ? ”  เจ้าชายหนุ่มนิ่งไปสักครู่ก่อนจะนึกขึ้นไดว่าข้าวตุ้มที่กำลังอุ่น ๆ สำหรับคนที่ร้อนภายในร่างก็คงร้อนอยู่ดี  จึงเป่าไอร้อนที่คำต่อไปแล้วป้อนใหม่ 

 

“  โอเคแล้ว ” 

 

สี่หนุ่มปล่อยให้คนคู่นี้หวานกันต่อไปและเริ่มให้ความสนใจกับอีกสี่สาวแทน 

 

“  เติร์กพอรู้อะไรไหม ? ”  ส่วนเจ้าของนัยน์ตาคู่สีแดงอมชมพูเองก็ชักอยากรู้เรื่องที่วิสกี้  จิน  รัมและวอดก้าปิดไว้เพราะความนึกสนุกและนิสัยขี้เล่นของเจ้าตัว   ก็ถามคนที่ยิ้มมาตั้งแต่เมื่อครู่เล่น ๆ

 

“  รู้...”  หนุ่มแว่นพยักหน้าเนิบนาบ  ส่งสายตาเฉียบคมไปยังวิมเลท  บราวน์และเคียร์ไว้ก่อนสั่ง   “  จับพวกนั้นก่อน ” 

 

“  เฮ้ย  ปล่อยนะบราวน์ ”  แพทย์หนุ่มหายตัววูบมาล็อกคอรัมจากด้านหลังทันที  จนรัมที่ทำท่าจะพุ่งไปปิดปากเตกีล่าต้องนิ่งอย่างไม่ชอบใจ 

 

“  ฉันไม่ไปไหนหรอกน่าเคียร์ ”  จินบอกคนที่กุมมือเขาไว้เบา ๆ เคียร์หันมายกยิ้มซื่อ ๆ ให้ก่อนเอี้ยวกายไปกระซิบ 

 

“  แค่เล่น ๆ น่ะครับ ”  ถึงจริง ๆ องครักษ์หนุ่มจะแค่อยากเนียนจับมือชายหนุ่มข้าง ๆ ก็ตามเถอะ

 

“  นายคงไม่เล่นตามที่เติร์กพูดใช่ไหม ”  วิสกี้ถามอย่างระแวงเจ้าของเรือนผมสีเงิน  วิมเลทไหวไหล่  แต่ขยับตัวมาใกล้รูมเมทหนุ่มมากขึ้นอีกเล็กน้อย 

 

“ ตกลงว่าไงครับเติร์ก ”  บลัดดี้เร่งด้วยท่าทางกระเหี้ยนกระหือ 

 

“ ก็ไม่มีอะไรมาก ”  เพียงประโยคแรกที่ถูกเอ่ย  วิมเลท  เคียร์และบราวน์ก็ทำหน้าพิศวงไปตาม ๆ กัน  วอดก้าหัวเราะเบา ๆ เอนตัวไปกระซิบริมหูร่างสูงที่ป้อนข้าวต้มไม่ขาดปาก 

 

“  เดี๋ยวได้เห็นอะไรสนุก ๆ ล่ะ ”    

 

“  ..... ”  นัยน์ตาสีม่วงคมกริบมองคนข้างกายนิ่ง ๆ อีกฝ่ายจะรู้ไหมว่าสิ่งที่เพื่อนสาวกำลังพูดมันมีความเป็นไปได้ที่จะโยงมาถึงตัวเองเพราะเขาก็ค่อนข้างอยากรู้เหมือนกัน 

 

“  แค่...”  นัยน์ตาสีฟ้าตัดกับเรือนผมสีแดงเปล่งประกายระยิบระยับยามแกล้งคน  อย่างที่บลัดดี้ยังออดยิ้มตามไม่ได้

 

เติร์กของเขาช่างขี้แกล้งเสียจริง

 

“  ดูเหมือนเสน่ห์ของวิสกับรัมทำผิด อืม...ทำพิษน่ะ ”  เตกีล่าเอ่ยแก้เมื่อพูดผิดไปนิดหนึ่งแล้วกระตุกยิ้ม

 

“  วิสกี้ก็ไปทำให้เจ้าชายไลธ์ก้าจากมามัวส์หลงเสน่ห์แม้จะให้ฐานะเจ้าชายเหมือนน้องชายแต่ดูเหมือนคนเป็นน้องจะไม่คิดอย่างนั้นนะวิส ” 

 

“  ไอ้หย๋า...”  วอดก้าแสร้งอุทานแทนผู้เป็นเพื่อนที่หันไปแก้ตัวกับผู้พิพากษาลิ้นแทบพันกัน 

 

“  เติร์กพูดมั่ว  คนอย่างเจ้าชายเนี่ยนะจะมาหลงเสน่ห์ฉันเนี่ย ”  คิ้วหนาคลายลงเล็กน้อยก่อนจะกลายเป็นสีหน้าบูดบึ้งทันตาเมื่อคนขี้แกล้งเอ่ยยั่วลอย ๆ ต่อ

 

“  แต่เอ...ทำไมฉันจำได้นะว่าตอนลากัน  เจ้าชายไลธ์ก้ายกมือนายมาจุมพิตล่ะ   แถบทำหน้าเศร้าเหมือนจะไม่ได้เจอกันอีก อย่างนี้มันหมายความว่าไงนะบลัด ” 

 

เจ้าตัวคนถูกถามก็ทำงานเป็นลูกคู่ได้ไม่มีที่ติ

 

“  หมายความว่าเจ้าชายไลธ์ก้าที่วิสกี้ให้เป็นน้องชายแอบชอบวิสกี้น่ะสิ  พูดง่าย ๆ ว่าคิดไม่ซื่อ ” 

 

“  หึ ๆๆ ”  นักบวชหนุ่มหัวเราะในลำคอเบา ๆ กับท่าทางของเพื่อนรักที่ดูท่าว่ารูมเมทเจ้าตัวจะเริ่มติดอาการงอนไปเสียแล้ว

 

ช่วยไม่ได้นะวิส  :p

 

“  ส่วนรัม...”  นัยน์ตาสีฟ้าใสและสีแดงอมชมพูเบือนมาอีกเป้าหมายจนหมาเถื่อน เอ๊ย หมอเถื่อนออกอาการขนลุกซู่  รับรู้ได้ว่ามือหนาที่ล็อกคอเขาเริ่มแน่นขึ้นเรื่อย ๆ 

 

หวา...ตายแน่ ๆ

 

รัมหน้าซีด

 

“  เห็นว่ารัมไปช่วยคนที่หมู่บ้านแถวเขตแดนมามัวส์นี่ ” คนอื่นทำหน้ามึนงงแต่รัมรู้ว่านี่เป็นการเกริ่นเรื่อง  “  แล้วเผอิญไปเจอเจ้าชายรัชทายาทลาเกอร์ของรัฐล่าโจรอยู่  ทีนี้รัมก็เลยเสนอตัวช่วยคนบาดเจ็บ  เจ้าชายก็เลยออกอาการประทับใจรัมจนเรียกว่า 'คุณหมอคนสวย' ตอนไปหาสร้อยที่วังแล้วบังเอิญเจอกัน  เห็นแวบ ๆ ว่ารัมกำลังล้มแล้วเขาก็มาช่วยนี่...แหม  น่าประทับใจจัง ” 

 

“  เดี๋ยว ๆ ตอนนั้นเป็นกิจกรรมที่เซนท์ปิแยร์  เป็นภารกิจไปช่วยคนในหมู่บ้านหนึ่งที่ติดโรคระบาด  ไอ้เจ้าชายนั่นฉันไม่ได้ไปเกี่ยวเลย  เชื่อฉันสิบราวน์ ”  รัมพูดรัวเร็วเมื่อรับรู้ได้ว่าแขนแกร่งเริ่มล็อกแรงขึ้น  พอได้รับคำตอบที่น่าพอใจ  บราวน์จึงหันไปเลิกคิ้วถามเตกีล่าซึ่งเจ้าตัวก็พยักหน้ารับ

 

“  ก็แล้วไป...”  เจ้าตัวพึมพำเบา ๆ  ส่วนรัมก็ได้แต่โวยวายงึมงำ

 

“  โกรธอะไรเนี่ย ” 

 

คราวนี้สายตาที่เหลือจึงหันไปมองอีกสองคน  จินสะดุ้งโหยงกับตาที่ต้องเขม็งจากเคียร์  ชูมือสองข้างขึ้น

 

“  ฉันไม่ได้เกี่ยวกับพวกเจ้าชายเลย  ที่ไม่ถูกกับวังเพราะเผลอไปก่อเรื่องเข้าน่ะ ” ซึ่งเจ้าของนัยน์ตาสีเขียวมรกตก็ฉีกยิ้มบาง ๆ อย่างพึงพอใจ

 

ต่อไปจึงเหลือผู้ต้องสงสัยรายสุดท้าย  แน่นอนว่าบลัดดี้ย่อมไม่อยากพลาดแหย่นักบวชหนุ่มผมเงินที่ในร่างจริงต้องได้ไปร่างเสน่ห์เจ้าชายท่ไหนแน่  แถมตอนนี้ก็ยังมีเพื่อนรักของเขาที่เริ่มหรี่ตามองด้วย 

 

“  แล้ววอดก้าล่ะ ? เธอก็คงมีเจ้าชายที่ไหนมาจีบแน่ใช่ไหม ? ”

 

วอดก้าค่อย ๆ ยิ้ม...แบบที่สี่สาวต้องเริ่มถอยกรูด  ส่วนหนุ่ม ๆ แม้จะไม่สนิทถึงขนาดอ่านใจอีกฝ่ายได้แต่พอรู้ว่ารอยยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างนี้มีแต่จะเข้าตัวพวกเขาเท่านั้น 

 

“  เติร์กจ๋า ~ ”  เจ้าของชื่อเริ่มขนลุกพรึ่บ  ได้แต่มองสบดวงตาคู่สีส้มอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ รีบขานรับเสียงใสผิดกับใบหน้าเรียบนิ่งอย่างที่หลายคนเผลอหลุดขำ

 

“  จ๋า ~ ” 

 

“  ถ้านายพูด  เรื่องขนมหวานฉันว่าคงต้องลดลงหน่อยนะ ส่วนบลัด...” 

 

“  ค...ครับ ”  บุตรชายเจ้ากรมข่าวสารสะดุ้ง  ขานรับด้วยความไวไม่ต่างกัน  ก่อนจะนิ่งอึ้งไปกับคำกล่าวของวอดก้า

 

“  ถึงตอนนี้เติร์กจะไม่มีหนุ่มมาจีบก็จริง...แต่ถ้านายทำให้เติร์กหยุดเล่นไม่ได้และนายเซ้าซี้ต่อ ”  เงียบไปชั่วอึดใจก่อนจะฉีกยิ้มชั่วร้าย “ ฉันจะหาผู้ชายที่เป็นสเป็คของเติร์กมาให้เติร์กจีบ  ว่าไง ? ” 

 

“  หา ? ” คนที่เหลือฟังคำขู่ที่เหมือนน่ากลัวอย่างงง ๆ แต่สำหรับชายหนุ่มผู้สวมแว่นกลับทำตาเป็นประกาย 

 

“  วอดก้าจะหาให้จริงเหรอ ? ” เตกีล่าตาลุกวาว   นัยน์ตาสีฟ้าเต็มด้วยความกระเหี้ยนกระหือและกระตือรือร้นทันควัน  ผิดกับเจ้าของเรือนผมสีคาราเมลที่เริ่มออกอาการร้อนรน

 

“  ทำงั้นไม่ได้นะ ” 

 

“  ได้เลย  ส่วนของวอดก้าเป็นเจ้า...อุ๊บ ”  เตกีล่าไม่ทันได้พูดก็ถูกมือหนาเลื่อนมาปิดปากก่อนตัวเขาจะแย่  แน่นอนว่าเจ้าพ่อวงการข่าวสารต้องพยายามดิ้นเปิดปาก  บลัดดี้จึงจับมบหน้านั้นให้หันมาก่อนสั่งเสียงจริงจัง 

 

“  เติร์ก  มองตาฉัน ”  เจ้าตัวจำยอมต้องมองแต่แล้วความลึกลับที่เผยชั่ววูบในนัยน์ตาสีแดงอมชมพูที่ชวนให้ค้นหาก็ดึงความสนใจจากเธอไปจนหมด 

 

ตาแบบนี้เตกีล่าเคยเห็นตอนสอบกลางภาคในวิชาเต้นรำที่บลัดดี้ตรึงความสนใจเธอไว้ที่ดวงตาเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกตัวว่าถูกจับใส่รองเท้า  ครั้งนั้นเธอแปลความหมายและหาอะไรไม่ได้แต่ครั้งนี้เธอจะต้องรู้ให้ได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ 

 

“  บร๊ะเจ้า...มีคนหยุดเติร์กได้ด้วย ”  วิสกี้พูดด้วยรอยยิ้มกริ่ม ๆ 

 

แต่ยังไม่ทันที่จะได้มีใครส่งเสียงแซวไปมากกว่านี้  ประตูห้องก็เปิดผ่าง  เรียกสายตาคนทั้งห้องให้หันมอง

 

“  วอดก้าน้องร้ากกกกกกกก ”  มีคนเดียวที่เรียกนักบวชหนุ่มเช่นนี้  วอดก้า  พาราไดซ์มองหน้ากันอย่างเอือม ๆ คนป่วยอดพูดไม่ได้เมื่อเห็นหัวหน้าหอตัวแสบหัวม่วงที่ยังคงความสดอย่างคงเส้นคงวา 

 

“  ใครจุดธูปเรียกเนี่ย ” 

 

“  แหม...ทำไมพูดอย่างนั้นล่า  รุ่นพี่แสนดีคนนี้อุตส่าห์เป็นห่วง ”  เทรนยิ้มร่า  กวาดตามองไปรอบห้องพักรุ่นน้องคนโปรดทั้งสองก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าถูกใจ

 

“  อยู่กันพร้อมหน้าอย่างนี้ก็ดี  ฉันมีอะไรมาให้ล่ะวอดก้า ” 

 

“  หืม ? ” วิสกี้ขยับกายเข้าไปดูของในมือของเทรนที่ทอแสงสีน้ำเงินจาง ๆ แผ่ไอเย็นออกมาอย่างสนใจ  ขณะที่รัมถามอย่างสงสัย 

 

“  มันคืออะไรครับ ” 

 

“  นี่คือไข่มุกเหมันต์  ไข่มุกที่ช่วยปรับอุณภูมิในร่างได้  ตามชื่อเลย  มันจะช่วยสร้างความเย็นให้ร่างกายคนที่ทานไป  วอดก้าจะได้หายร้อนไว ๆ แถมช่วยรักษาอาการป่วยได้ด้วย ”  เทรนนำเสนออย่างภูมิใจ  จินเอียงหัวดูแต่ไม่เห็นเพราะรัม  วิสกี้  วิมเลท  บราวน์และพาราไดซ์บังหมด

 

“  ท่าจะหายากนะเนี่ย ” วิมเลทพึมพำเบา ๆ แต่เขากลับรู้สึกคุ้น ๆ กับมันอย่างบอกไม่ถูก    

 

“  แน่นอน  ราคามันปาไปสามล้านแต่ฉันได้มาฟรีจากการพนันน่ะ  เล่นกับไอ้ครอสเสียตั้งนานเพื่อเอาไอ้นี่มาให้วอดก้าเลยนะเนี่ย ” 

 

อ้อ...ก็ว่าอยู่ว่าอย่างหัวหน้าหอคงไม่มีทางรู้จักของดี ๆ แบบนี้หรอก

 

แต่ละคนส่งสายตาที่แทบบอกความคิดมาหมดให้ผู้เป็นรุ่นพี่

 

“  มองงี้หมายความว่าไงกัน ”  เจ้าตัวโวยวาย  นัยน์ตาสีเพชรจับจ้องที่รุ่นน้องหนุ่มที่ดูอาการดีขึ้นกว่าเดิมมากแล้วอย่างสนใจ  ยื่นส่งไปให้ 

 

“  เอ้า  รีบ ๆ ทาน  จะได้หายไว ๆ ” 

 

“  เอ่อ...ให้ทานไปทั้งเม็ดอย่างนี้เลยหรือครับ ”  วอดก้าถามอย่างไม่แน่ใจ    

 

“  ประมาณนั้น  เฮ้ย  มองอย่างนี้ไม่ไว้ใจกันรึไงวอดก้า ”  เทรนเริ่มทำหน้าบึ้งเมื่อเห็นเค้าลางว่ารุ่นน้องคนโปรดอาจโยนมันทิ้ง   

 

วอดก้าพยักหน้ารับ  ไม่ใช่ไม่ไว้ใจธรรมดาแต่มันโครตของโครตจะไม่ไว้ใจ  ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ

 

คราวนี้จินเริ่มแทรกตัวเข้าไปดูบ้างแล้ว

 

“  ถ้ามันดีจริงก็ดีสิ  จะได้หายป่วย (ป่วน) ไว ๆ ”  บราวน์ลูบคางอย่างใช้ความคิด    

 

“  ใช่ไหมล่ะ ” คนเอามาให้ยืดอก  พลิกมือหยิบลูกไข่มุกสีน้ำเงินลูกสวยในมือของวอดก้าแล้วจัดการยัดใส่ปากเข้าให้เลย  จินตาเบิกกว้างเมื่อเห็นประกายสีน้ำเงินแวบ ๆ หัวสมองแล่นอย่างว่องไว  สำหรับนักหาสินค้าเช่นเขาต้องรู้ว่ามันคืออะไร แต่ที่แน่ ๆ ไม่ใช่สิ่งที่เทรนพูดไปเด็ดขาด 

 

“  เฮ้ย  เดี๋ยว  ! วอดก้า  อย่าเพิ่งก...” 

 

“  อึก...”  วอดก้ากลืนมันลงคอไปรวดเร็วก่อนที่จะสำลัก  ก่อนจะหันไปกระพริบตาปริบ ๆ ใส่ผู้เป็นเพื่อนที่อยู่ในอาการนิ่งค้าง 

 

“  อย่าเพิง...กิน...” จินพูดเสียงอ่อย  นัยน์ตาสีอำพันฉายความเครียด 

 

“  อะไรนะ ”  คนกินทวนถาม  เรียกสายตาทุกคนให้ไปจับจ้องจิน 

 

พ่อค้าหนุ่มกุมขมับ  ส่งยิ้มจืดเจื่อนไปให้

 

“  มันไม่ใช่ไข่มุกเหมันต์  แต่เป็น...ไข่มุกเพลิงกัลป์ที่สร้างความร้อนในร่าง ” 

 

“  ........ ” 

 

“  ........ ” 

 

“  อุบส์ ...อ่อก ! ” 

 

“  เฮ้ย !/วอดก้า ! /ไอ้รุ่นพี่บ้า ! /โธ่เอ๊ยยยย ~ ” 

 

“  แงงงงง ขอโทษก๊าบบบบบบบบบ ” 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฮ่าๆๆๆ  เทรนนี่ป่วนงานอีกแล้ว   รู้ว่าทุกคนยังคาดหวังให้วอดก้าในโหมดป่วยออกไปป่วนคน  ด้วยเหตุนี้ไรท์เตอร์จึงจัดให้  ตอนนี้จะยังไม่ค่อยเครียดและเหลืออีก 20%  ตอนหน้าหาของคงจะเครียดกว่านี้ 



ส่วนนี่....(เกาหัว)  เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้นไรท์เลยนำเสนอแผนผังเมืองง่าย ๆ ให้ทุกคนรู้  บอกตามตรงว่าไรท์เฉียดตกวิชาศิลปะอย่างเส้นยาแดงผ่าแปด  ต่อไปไรท์จะแต่งโคนันต่อเน้อ รอด้วย

 

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 70 : บทที่ 60 กุญแจดอกที่ 2 คำใบ้และ...แพ้อากาศร้อน ??? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 14980 , โพส : 70 , Rating : 10% / 150 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3
# 70 : ความคิดเห็นที่ 14817
สงครามเกิดเมื่อ 1500 ปีก่อน ขุ่นพ่อก็นำทัพรบ ส่วนขุ่นแม่เพิ่งเกิดเมื่อพันปีก่อน... 5555
Name : statice46 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ statice46 [ IP : 27.55.103.37 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:46
# 69 : ความคิดเห็นที่ 14816
โดนต้มแล้วเทรน 5555
ตอนสงครามขุ่นแม่เพิ่งจะเกิด? งั้นขุ่นพ่อฟิออนก็กินเด็นงั้นรึ 5555
Name : statice46 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ statice46 [ IP : 27.55.103.37 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:42
# 68 : ความคิดเห็นที่ 12390
อิพี่เทรน เข้าใจนะว่ารักน้อง แต่ว่า... 5555
Name : มายเมจิ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มายเมจิ [ IP : 171.4.231.204 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 กันยายน 2559 / 17:42
# 67 : ความคิดเห็นที่ 6798
เทรนป่วน
Name : kalou [ IP : 115.87.190.43 ]

วันที่: 25 เมษายน 2558 / 20:12
# 66 : ความคิดเห็นที่ 6212
น่าสงสารวอดก้าไอเทรนงวดนี้แกไม่ตายดีแน่
Name : ความตาย [ IP : 58.9.88.104 ]

วันที่: 19 มีนาคม 2558 / 11:07
# 65 : ความคิดเห็นที่ 6211
น่าสงสารวอดก้าไอเทรนงวดนี้แกไม่ตายดีแน่
Name : ความตาย [ IP : 58.9.88.104 ]

วันที่: 19 มีนาคม 2558 / 11:07
# 64 : ความคิดเห็นที่ 4925
เทรนนี่ชอบทำเรื่องยุ่งจัง 5555
PS.  ทุกอย่างมี 2 ด้าน เช่นเดียวกับ ราตรีที่มืดมิดแต่กลับสวยงามอย่างประหลาด ซึ่งมันแล้วแต่ว่าใครจะมองด้านไหนเท่านั้นของมันเท่านั้น เช่นเดียวกับความรัก ที่มีทั้ง ความทุกข์และความสุข
Name : ธิดาหิมะ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ธิดาหิมะ [ IP : 125.25.69.169 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 ตุลาคม 2557 / 18:32
# 63 : ความคิดเห็นที่ 4914
ไรต์คร้ามาเร็วๆนะค่ะ รอเสมอค่ะ สู้ๆ
Name : _White_ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ _White_ [ IP : 223.204.249.128 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 ตุลาคม 2557 / 21:37
# 62 : ความคิดเห็นที่ 4913
แทนที่จะหายดัน(ป่วน)หนักกว่าเดิมอีก เจริญจริงๆ เทรนเอ๋ยเทรน -_-^
Name : Neria [ IP : 171.100.30.250 ]

วันที่: 21 ตุลาคม 2557 / 15:33
# 61 : ความคิดเห็นที่ 4904
รีบๆมาอัพน๊าาา
อย่าลืม หนูตุลา ? กะ หนูพอล ด้วยย
Name : cocolovemaco < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cocolovemaco [ IP : 182.52.139.60 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 ตุลาคม 2557 / 16:22
# 60 : ความคิดเห็นที่ 4903
รอ~~~~~~~~~
วอดก้าจ๋าาาาาาาา   ถึงงานประลองเมื่อไรสนุกแน่  //  คาดคิดว่าจะเกิดศึกชิงวอดก้า 555
PS.  อย่างฉัน เขาไม่เรียกว่า'โกง'หรอกน่ะ ก็แค่ เอาความฉลาดที่มีอยู่มาเอาเปรียบคนที่ด้อยกว่าเท่านั้นเอง!!
Name : Panna_Cotta < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Panna_Cotta [ IP : 223.204.228.145 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 ตุลาคม 2557 / 10:55
# 59 : ความคิดเห็นที่ 4901
งั้นแสดงว่าว่าจากที่ร้อนอยู่แล้วก็ร้อนขึ้นไปอีก จากที่แค่จับมือจะถึงขั้นนอนกอดกันเลยรึปล่าว -,.-
Name : Skyblue < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Skyblue [ IP : 125.26.80.57 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 ตุลาคม 2557 / 15:49
# 58 : ความคิดเห็นที่ 4900
รีบแต่งให้จบสักทีสิ เดี่ยวลืมเนื้อหาหมดแล้วจะซวย
Name : ยินดีที่ไม่รู้จัก เด้อ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ยินดีที่ไม่รู้จัก เด้อ [ IP : 178.83.160.189 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 ตุลาคม 2557 / 03:06
# 57 : ความคิดเห็นที่ 4899
รออยู่น้าาา กำลังหนุกเลย
Name : Peaw_may < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Peaw_may [ IP : 223.207.128.224 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 ตุลาคม 2557 / 15:56
# 56 : ความคิดเห็นที่ 4898
รีบมาอัพนะค่ะ
Name : sirirat555 [ IP : 171.7.31.61 ]

วันที่: 16 ตุลาคม 2557 / 15:10
# 55 : ความคิดเห็นที่ 4897
รอดูความป่วนอยู่นะคะ ^O^
Name : รินเน่ [ IP : 118.173.212.65 ]

วันที่: 16 ตุลาคม 2557 / 11:07
# 54 : ความคิดเห็นที่ 4893
จะหายทันก่อนไปเมืองโพซิเด้นมั้ยนะ

ถ้าหายไม่ทัน เมืองนั้นคงปั่นป่วนน่าดู

ชอบๆ -///-
PS.  ทุกเวลา ทุกนาที ทุกวันเดือนปีนั้นมีค่า อย่าปล่อยเลยไปทั้งๆที่ยังไม่ทำอะไรกับมัน
Name : bigbowka < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bigbowka [ IP : 223.206.249.83 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 ตุลาคม 2557 / 17:24
# 53 : ความคิดเห็นที่ 4890
หนุกมากกกกก เทรนนี่ป่วนจิงๆๆ มาอัพต่อเร็วๆๆนะค่ะ
PS.  ล้านถ้อยคำรักที่ฉันพร่ำบอก ก็อาจเป็นเพียงแค่ลมเท่านั้น
Name : Zixga < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Zixga [ IP : 202.28.78.200 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 ตุลาคม 2557 / 11:30
# 52 : ความคิดเห็นที่ 4889
ไว้อาลัยแด่เทรน
ปล.รออยู่นะ
ปลล.รอหนูตุลย์
ปลลล.รอเมฆาน้อย
PS.  👿💕👼 Y 😇💝😈วายคือชีวิต ^-^++++*-*
Name : ผู้เกลียดชังต่อพระเจ้า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ผู้เกลียดชังต่อพระเจ้า [ IP : 171.7.12.152 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ตุลาคม 2557 / 15:05
# 51 : ความคิดเห็นที่ 4888
งานเข้า~~!! หึหึหึ รอติดตามความป่วนนะ คึคึ


Name : ¥ʊuReɨ Hմn†єʀ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ¥ʊuReɨ Hմn†єʀ [ IP : 115.87.148.202 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ตุลาคม 2557 / 09:51
# 50 : ความคิดเห็นที่ 4887
มาอัพต่อเร็วนะคะไรต์ อย่าให้เค้ารอนาน(รอนานยังไงก็รออยู่ดี-_-) เค้าอยากอ่านแล้ววววววว
Name : dreamloveEXO < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ dreamloveEXO [ IP : 1.46.144.242 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ตุลาคม 2557 / 09:40
# 49 : ความคิดเห็นที่ 4886
หึหึหึเทรนงานนี้นายตายแบบไม่สามารถเข้าร่างได้เลยหึหึหึ
PS.  ความรัก ความแค้น ความตาย เมื่อรวมกันจึงเกิดหลากอารมณ์ คุณเป็นหนึ่งในนั้นหรือไม่
Name : shokishadow < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ shokishadow [ IP : 49.230.80.205 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ตุลาคม 2557 / 08:54
# 48 : ความคิดเห็นที่ 4885
555555555 เทรนแกตายแน่
สนุกมากค่าาาาาาา
Name : Fai [ IP : 171.96.173.218 ]

วันที่: 14 ตุลาคม 2557 / 08:36
# 47 : ความคิดเห็นที่ 4884
อ่านละอยู่ๆก็นึกถึงพีระมิดกับไททั่น555555
สนุกมากเลยไรท์เตอร์ รอตอนต่อไปน้า
Name : nunu14 [ IP : 171.97.28.48 ]

วันที่: 13 ตุลาคม 2557 / 22:39
# 46 : ความคิดเห็นที่ 4882
เป็นรุ่นพี่ที่ควรค่าแก่การเคารพรักเสียจริง -"- เครียดแทนวอดก้าอ่ะ -3- ถือว่าวอดก้าโชคร้ายละกัน มีรุ่นพี่แบบนี้ เหอะเหอะ วอดก้าไม่น่าห้ามเติร์กเลยอ่ะ เกือบมีเฮแล้ว 555 สู้ๆนะคะไรท์ ไรท์แต่งเรื่แงได้น่าฟัด(?)มากอ่ะ กรี้ดดด เป็นกำลังใจให้ค่ะ >3<
Name : Miky cricri21 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Miky cricri21 [ IP : 1.46.12.146 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 ตุลาคม 2557 / 21:03
หน้าที่ 1 | 2 | 3
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android