คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 73 : บทที่ 63 กำแพงชั้นที่สอง และความน่าปวดหัวที่คูณ 2 ???


     อัพเดท 27 ธ.ค. 57
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 2,685 Overall : 679,415
15,917 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7630 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 73 : บทที่ 63 กำแพงชั้นที่สอง และความน่าปวดหัวที่คูณ 2 ??? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 11833 , โพส : 151 , Rating : 19% / 150 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


บทที่  63  กำแพงชั้นที่สอง  และความน่าปวดหัวที่คูณ 2

 

 

 

 

“  เฮ่อ...ไหงกลายเป็นอย่างนี้ไปได้เนี่ย ”  เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลแดงยุ่งปรกใบหน้าที่ถูกสวมใส่ด้วยแว่นตาขนาดใหญ่อีกทีราวหนอนหนังสือตัวยงปิดนัยน์ตาสีอัญมณีน้ำงามไว้เบื้องหลังกำลังนั่งหงอยเหงาไม่ต่างจากอีกสี่ร่างที่นั่งถอนหายใจเฮือก

 

“  เจ้าชาย เจ้าชาย เจ้าชายอีกแล้ว ”  วิสกี้ที่เอาคางฟุบโต๊ะพึมพำซ้ำไปซ้ำมา

 

“  จากตอนแรกของฉันกับวิสกี้ก็กลายมาเป็นของวอดก้าเหรอเนี่ย ” 

 

รัมเอามือกุมหัวอย่างปวดขมับ

 

“  พระเจ้าเล่นตลกชัด ๆ ”  จินเสริมเสียงห่อเหี่ยว

 

“  หวังว่าคงไม่มีอะไรเหนือความคาดหมายอีกนะ ” เตกีล่าพูดเปรย  ทั้งห้ามองหน้ากันก่อนเหลียวไปมองอีกโต๊ะซึ่งมีเจ้าชายรัชทายาทองค์สำคัญถึงสองพระองค์กำลังคุยกันเงียบ ๆ พร้อมเหล่าองครักษ์เจ้าชายแห่งทริสทอร์สี่และองค์รักษ์เจ้าชายแห่งนาโวลล์อีกหก 

 

 

ย้อนเวลาไปเล็กน้อยก่อนที่ทั้งหมดจะมาถึงร้านนักเดินทางอันเป็นจุดนัดหมาย กลุ่มวอดก้าเมื่อผ่านกำแพงแรกแล้วก็ต่างมุ่งหน้าไปยังกำแพงที่สองทันทีอย่างรวดเร็วทว่าด้วยความใหญ่โตของเมืองและการกำจัดห้ามใช้เวททำให้พวกเขาเสียเวลาไม่น้อย  นอกจากนี้กว่าจะหาประตูทางเข้าและประตูทดสอบก็ถึงเกือบสี่โมงเย็น

 

การทดสอบรอบนี้ไม่มีอะไรยาก  เพียงใช้หินเวทมนต์วัดค่าพลังเวทย์ในแต่ละธาตุโดยมีกติกาคือต้องมีเวทย์ธาตุไฟ  ธาตุน้ำและธาตุแสงจึงจะผ่านการทดสอบรอบสองไปได้

 

“  แค่นี้เองหรือพี่ชาย ”  วอดก้าอดเลิกคิ้วอย่างแปลกใจไม่ได้เมื่อการทดสอบที่น่าจะยากลำบากกลับกลายเป็นง่ายดายเพียงแค่วัดพลังของผู้ที่จะเข้าทดสอบเท่านั้น

 

“  อ...อืม  ก็จะให้ยากอะไรนักหนาล่ะเจ้าหนุ่ม   คนผ่านเข้ามาประลองฝีมือเยอะ ๆ ก็ดีอยู่แล้ว ”  นายทหารหนุ่มแสดงสีหน้าผิดปรกติเล็กน้อยขณะหัวเราะเจืออาการปกปิด   วอดก้า  พาราไดซ์  เตกีล่าและบลัดดี้จึงทำการหารายชื่อของตัวเองเพื่อลงลายเซ็นยืนยัน   แต่ก่อนจะเข้าไปเตกีล่าไม่ลืมถามนายทหารผู้ทดสอบว่า

 

“  พี่ชาย  มีใครที่เข้าไปก่อนหน้านี้หรือเปล่า ” 

 

“  หมายถึงคนที่ผ่านการทดสอบน่ะเหรอ ? ” 

 

“  ใช่ ” หญิงสาวในชุดคลุมพยักหน้ารับ   อีกฝ่ายเริ่มทำท่านึกแม้จะใช้เวลานานพอสมควรก็ตาม

 

“  อ้อ  มีสิ  เป็นคนกลุ่มหนึ่ง  มีสามคนแถมรีบเข้าไปในกำแพงมากเลย  พวกนั้นทดสอบเสร็จก่อนพวกเจ้าจะมาแค่แป็บเดียว ” 

 

“  ....ซวยแล้ว ”  นักฆ่าสาวและเจ้าแม่วงการข่าวสารอุทานเบา ๆ

 

“  เดี๋ยว ๆ นี่จะรีบไปไหนเนี่ย ! เฮ้ย  ต...ไนท์ ! ราตรี ! ช้า ๆ หน่อย คนเยอะขนาดนี้เดี๋ยวก็หลงหรอก ! ”  บลัดดี้ตะโกนแทรกขณะเบียดเสียดกับกลุ่มคนในตลาดภายในกำแพงชั้นที่สอง  เนื่องจากไม่รู้สาว ๆ คึกอะไรถึงได้รีบหาทางไปยังร้านจุดหมายให้ไวที่สุดหลังผ่านการทดสอบจนพวกเขาวิ่งตามแทบไม่ทัน  พาราไดซ์สอดส่ายสายตาไปมาก่อนจะหยุดวิ่งสร้างอาการชะงักให้บุตรชายเจ้ากรมข่าวสารไปด้วย  เหลียวมองผู้เป็นเพื่อนพลางถามอย่างแปลกใจ

 

“  หยุดทำไมไดซ์  เดี๋ยวก็ตามพวกนั้นไม่ทันหรอก ” 

 

“  ...... ” พาราไดซ์ถอนหายใจช้า ๆ อดยกมือกุมขมับไม่ได้ขณะเอ่ยเสียงเรียบ

 

“  สองคนนั้น...หายไปแล้ว ” 

 

ขวับ 

 

เจ้าของเรือนผมสีคาราเมลใต้เสื้อคลุมรีบหันมองก่อนจะพบว่า...ร่างในเสื้อคลุมสีเข้มทั้งสองที่ยังเห็นหลังอยู่ไว ๆ เมื่อสักครู่นั้นได้หายลับไปแล้ว

 

“  โธ่...”   บลัดดี้ครางเบา ๆ นี่จะหยุดป่วนกันไม่ได้เลยใช่ไหมเนี่ย

 

“  เห็นทีครั้งหน้าคงต้องจับให้แน่นไม่ให้หลุดสายตาไปไหนได้ซะแล้ว ” 

 

“ นั่นสิ... ”  เจ้าชายรัชทายาทพึมพำรับเบา ๆ โดยไม่รู้เลยว่าพอพบรูมเมทตัวแสบของพระองค์แล้วนั้นจะต้องพบกับความปวดหัวและอาการเคืองหลังได้ว่าคู่อริของนักฆ่าสาวผู้มีดีกรีเป็นถึงเจ้าชายนั้นเป็นใคร

 

 

 

“  อึ๋ย...หลงกับเติร์กแล้วก็ไดซ์ซะได้   งานนี้โดนดุแหง ”  แม้เจ้าตัวจะพึมพำเหมือนกลัว ๆ แต่กลับปรากฏรอยยิ้มจาง ๆ ที่ริมฝีปากบนใบหน้า  นัยน์ตาสีสวยกวาดมองไปทั่วก่อนจะสะดุดตาเข้ากับ...ร้านขายของซึ่งมีเพียงหญิงชราเท่านั้นที่นั่งขายโดยไม่มีใครเหลียวแล 

 

“  ท่านยาย  ทำไมท่านถึงขายของเพียงคนเดียว ? ”  วอดก้าไม่ลังเลที่จะเดินไปหาพลางโน้มกายลงไปถาม   หญิงชราเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่เดินเข้ามาก่อนอมยิ้มน้อย ๆ

 

“  ยายอยู่ตัวคนเดียวน่ะสิ  แล้วพ่อหนุ่มล่ะ  มาแข่งขันงานประจำปีสินะ ” 

 

“  ครับ ”  หญิงสาวรับสมอ้าง  ดัดเสียงตนให้ทุ้มกว่าเดิมอีกเล็กน้อยเนื่องจากปกติเสียงของเธอก็ออกห้าวและทุ้มนุ่มอยู่แล้ว  ทั้งการใส่เสื้อคลุมปิดบังตัวมิดชิด  เมื่อได้ยินเสียงคงไม่ผิดที่หญิงชราจะเข้าใจเช่นนั้น

 

เจ้าของร้านเล็ก ๆ ขานรับในลำคอน้อย ๆ ก่อนเริ่มชักชวนเด็ก (ที่เข้าใจว่าเป็น) หนุ่มพูดคุย  ด้วยความที่ต้องอยู่ตัวคนเดียวและแทบไม่มีใครสนใจร้านขายของของนางเลย  นางจึงแทบไร้คนพูดคุย 

 

วอดก้าเองก็เข้าใจจึงอยู่คุยด้วยเช่นกันจนกระทั่งสะดุดใจกับเนื้อหาหนึ่งที่หญิงชราพูดก็ตาม

 

“  เฮ่อ...ไม่รู้ทางวังหลวงคิดอะไรถึงได้เปิดให้ผู้เข้าทดสอบเข้าไปในภูเขาไฟนั่น ” 

 

“ ปกติทางวังหลวงไม่ได้เปิดให้เข้าหรือท่านยาย ”  วอดก้าแกล้งถามทั้งที่รู้มาจากเพื่อนสาวแล้วว่าปีนี้เป็นปีแรกที่เปิดให้ผู้เข้าทดสอบไปทดสอบในภูเขาไฟปีศาจทั้งที่มีธรรมเนียมในการเก็บพระศพและสมบัติขององค์กษัตริย์เมื่อร้อยปีที่แล้ว

 

“  ไม่ได้เปิดหรอกพ่อหนุ่ม ” นางส่ายศีรษะ “  แต่มีข่าวว่าภายในภูเขาไฟนั้นมีอะไรบางอย่างอยู่ข้างใน ...อะไรบางอย่างที่ทำให้ผู้ที่เข้าไปนั้นไม่ได้ตายดี ” 

 

“  หมายความว่าไงหรือครับ ” 

 

“  มีทหารเล่ากันว่า  ทหารกลุ่มหนึ่งได้รับคำสั่งให้เข้าไปในภูเขาไฟเพื่อตรวจสอบเส้นทางคร่าว ๆ ให้กับผู้เข้าร่วมการทดสอบ  แต่ทว่า...ทหารเหล่านั้นล้วนไม่ได้ออกมาอีกเลย ” 

 

“  ไม่เลยหรือครับ ? ”  วอดก้าหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด   รู้สึกว่าเริ่มจะมีเรื่องแปลก ๆ เสียแล้ว

 

หญิงชราเริ่มหยิบของมาปัดเช็ด “  จ้ะ  หลังจากนั้นท่านเสนาฯก็ส่งทหารไปอีกหลายกลุ่มแต่ไม่มีกลุ่มไหนรอดกลับมาได้เลยทำให้พวกทหารลือกันว่าภายในภูเขาไฟปีศาจอาจจะมีฝูงปีศาจอยู่จริงๆ แถมชาวบ้านเขาคุยกันว่าสัตว์น้อยใหญ่พากันอพยพออกจากป่า...เหมือนกลัวอะไรแถวนั้น ” 

 

“  งั้นหรือครับ...”  วอดก้าขานรับ  อยู่คุยต่ออีกสองสามคำก่อนจะเหมาซื้อลูกดอกเหล็กซึ่งเอาไว้สำหรับปาเป้าเล่นไปนับห้าสิบดอก  และซื้อเข็มแท่งยาวเพรียวไปอีกนับสิบเช่นกัน

 

เมื่อพบว่าเสียเวลามามากแล้ว  เธอจึงได้ฤกษ์มุ่งหน้าไปยังจุดหมาย  ร้าน 'นักเดินร้าง' ถือเป็นทั้งโรงแรมและบาร์เหล้าสำหรับหาข่าวที่มีชื่อเสียง  เพียงถามก็รู้ทันทีว่าอยู่ที่ไหน  วอดก้าจึงไม่รอช้าที่จะไปเนื่องเพราะทราบว่าคนที่เหลือคงกำลังมุ่งหน้าไปเช่นกัน

 

พลั่ก !

 

“  ขออภะ...”  วอดก้าที่ก้าวยาว ๆ ไปอย่างรวดเร็วรีบเอ่ยเมื่อชนเข้ากับคนอีกกลุ่มหนึ่งเข้า  ทว่ายังพูดไม่ทันจบประโยคเสียงใสของเจ้าของร่างที่เธอชนก็แว้ดเสียงแหลมขึ้นมาทันที

 

“  เจ้าเดินยังไงถึงมองไม่เห็นข้า หา เดินดูตาม้าตาเรือบ้างสิ  แล้วนี่ไม่คิดจะขอโทษข้าเลยหรือไง !? ” 

 

วอดก้าที่กำลังอึ้งกับคำเสียงวีนที่พรั่งพรูมาจากสาวน้อยร่างบางในชุดเกราะกระพริบตาน้อย ๆ แต่ในใจก็อดขำไม่ได้เพราะนานแล้วที่เธอไม่ได้เจอผู้หญิงเหวี่ยงใส่แบบนี้ (ปกติคือกระโจนใส่และหาทางไล่ตามเป็นแฟน)

 

“  ใจเย็นสิวีน่า  เจ้าไปพูดใส่เขาแบบนั้นเขาคงจะพูดทันหรอก ”  ชายฉกรรจ์ร่างสูงสองเมตรผิวสีดำแดงแตะที่บ่าน้อยเบา ๆ ใบหน้ารูปเหลี่ยมเข้มนั้นมีรอยแผลยาวบนใบหน้าจนทำให้กลายเป็นรอยบาก  เรียกอาการหวาดกลัวจากเด็ก ๆ ไม่น้อย

 

“  จะให้ข้าใจเย็นได้ไงแซ็ค  มันเดินชนข้า ! ”  หญิงสาวฟ้องแต่กลับเริ่มเรียกอาการหางคิ้วกระตุกได้จากวอดก้านิด ๆ

 

“  เฮ่ ๆๆ พูดอย่างนั้นมันเสียมารยาทนะยัยจิ๋ว  ข้าต้องขอโทษแทนเพื่อนของข้าด้วยนะ ”  ชายร่างผอมผมสีทองชี้โด่เด่ไม่เป็นทรงโค้งตัวให้น้อย ๆ เป็นการขอโทษ 

 

“  ไม่เป็นไร  ข้าผิดเองที่ชนนาง ” 

 

หญิงสาวตอบเสียงทุ้มอย่งไม่ถือสา

 

“  เห็นมั้ย  มันเป็นคนชนข้าก่อน ! ”  แต่ดูสาวน้อยผมสีฟ้าจะไม่คิดเลิกราโดยง่าย  หันมาจ้องเขม็งเธอแล้วต่อว่าความผิดให้จนหญิงสาวอีกคนในกลุ่มต้องเป็นคนดึงไว้

 

“  เดี๋ยวเถอะวีน่า  ไม่น่ารักเอาซะเลย ”  วีน่าทำแก้มป่องก่อนจะปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้มเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าอีกสามคู่ตามมาพร้อมน้ำเสียงเรียบเฉยอันคุ้นเคยว่า

 

“  มีอะไร ? ” 

 

และแล้ว...ลางสังหรณ์อันเฉียบคมของวอดก้าก็เริ่มบอกว่าลางซวยกำลังมาหา  ร่างสามร่างที่ตามมา  สองนั้นมีเรือนผมสีดำสนิทและนัยน์ตาสีนิลเข้มกับสีน้ำตาล   ส่วนคนสุดท้ายนั้นวอดก้ายังมองได้ไม่ชัดเพราะกลุ่มคนข้างหน้าเธอบัง

 

“  องค์...ท่านมาคัส  เพียงแค่สามัญชนไม่มีตาเดินชนพวกเราเท่านั้นเองคะ ”  หญิงสาวตอบเสียงนุ่มราวคนละคนก่อนจะยิ้มหวานให้บุรุษที่กำลังก้าวเข้ามา   แซ็ค  ชายหนุ่มผมทองและหญิงสาวผมสีข้าวฟ่างหลีกทางให้ทั้งสามเผยใบหน้าคมคายคุ้นตาที่ทำให้วอดก้าต้องสะดุ้งเฮือก

 

นัยน์ตาเนตรสีทับทิม  เรือนผมสีน้ำตาลเข้ม...และใบหน้าคมคายของชายหนุ่มที่ได้เค้ามาจากพระมารดาและพระบิดาผู้เป็นถึงราชาและราชินีแห่งรัฐ !

 

“  อ......องค์ชายมา......คัส ” เสียงแผ่วเบาดุจกระซิบหลุดจากริมฝีปากใต้ผ้าคลุม  เสียงทุ้มทว่านุ่มนวลและตราตรึงใจทำให้เจ้าชายหนุ่มชะงัก  หรี่ตาลงพิจารณาร่างในชุดคลุมอันคุ้นตา ...คนที่เคยต่อสู้กับพระองค์ได้อย่างสูสี  สตรีผู้มีใบหน้างดงามน่าหลงใหล...

 

“  ...ราตรี ”  มาคัสเพียงเอ่ยลอย ๆ เหมือนหยั่งเชิง  แต่ทว่าคำอุทานที่หลุดมานั้นก็สร้างความมั่นใจได้ในทันที  เพราะหญิงสาวที่ทำตัวไม่เหมือนสตรีนั้นมีเพียงคนเดียว

 

“  ชิบ...

 

แล้ววอดก้าจะอยู่เพื่ออะไรเมื่ออีกฝ่ายจับได้ว่าเธอคือใคร  หัวสมองแล่นอย่างฉับไวคาดได้เลยว่างานนี้เจ้าชายหนุ่มคงมาเพื่อตรวจสอบภูเขาไฟปีศาจไม่ก็มาลงทดสอบต่อสู้เฉย ๆ ทว่าอีกฝ่ายต้องเจอกับพวกพาราไดซ์เข้าสักทางแน่  และหลังจากนั้นความก็จะแตกว่านักเรียนหญิงล้วนจากสาธิตเซนต์ปิแยร์มารู้จักสนิทสนมชิดเชื้อกับองค์ชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์ได้อย่างไรและความลับของเธอก็จะกลายเป็นมีคนรู้มากขึ้นอีก

 

เพราะงั้น...อย่าหวัง

 

ปลายเท้าหมุนตัวหนีอย่างว่องไว  พุ่งเข้าไปในฝูงชนแล้วกลืนตัวเองให้หายไปโดยไม่รู้ว่าเจ้าชายหนุ่มนั้นมองแผ่นหลังของอีกฝ่ายไม่คลาดสายตาขณะสั่ง 

 

“  ตามไป ! ”  ร่างหนาพุ่งตามไปติด ๆ โดยที่มีสายตาแสดงความไม่เข้าใจจากบุคคลทั้งหก  โดยที่เจ้าชายหนุ่มก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมตนต้องทำเช่นนั้น

 

 

 

 

 

 

“  ตามมาทำไมเนี่ย ”  วอดก้าส่ายหน้าเอือม ๆ นี่ก็เกือบสิบห้านาทีแล้วแต่เธออย่างถูกตามมาติด ๆ จนหญิงสาวตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางการวิ่งจาก 'ถนน' มาเป็น 'หลังคาบ้านยุทธการวิ่งไล่จับจึงเริ่มขึ้น

 

“  ค...คนหรือลิงวะ ”  กีเร่หรืออัศวินผมทองอดเอ่ยด้วยท่าทางตกตะลึงไม่ได้เช่นเดียวกับหญิงสาวอีกคน มาแตร์ที่แม้จะวิ่งเต็มฝีเท้าแต่ก็ไม่อาจตามร่างนั้นทันเลย  และภาพที่พวกเธอกำลังเห็นคือร่างในชุดคลุมที่กระโดดเหยียบลังไม้จนตัวลอยแล้วใช้มือดีดตัวเองจากหลังคาบ้านชั้นที่หนึ่งขึ้นไปที่หลังคาชั้นที่สองได้อย่างสวยงามแล้วจึงเริ่มออกวิ่ง

 

สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครตามร่างในเสื้อคลุมนั้นทันเลยยกเว้นบุรุษผู้มีนัยน์เนตรสีทับทิมและราชองครักษ์อีกสองคนที่กำลังใช้อีกเส้นทางหนึ่งดักหน้าร่างสูงบนหลังคา

 

“  หึๆๆ  คิดจะจับนักฆ่าคนนี้ยังเร็วไปสิบ...เฮ้ย ! ”  ยังไม่ทันเยาะเย้ยได้จบประโยคดี  ร่างที่อยู่ ๆ ก็กระโดดพรวดขึ้นมาบนหลังคาดักหน้าทำเอาวอดก้าต้องเบรคตัวเอี๊ยด   หลุดทำหน้าเหวอไปใต้ผ้าคลุมเรียบร้อยแล้วแต่เมื่อตั้งสติได้ก็เริ่มแสร้งเซ่อตีหน้าซื่อถามทันที

 

“  เอ่อ  ไม่ทราบว่าพวกคุณมีธุระอะไรกับผมหรือเปล่า  เห็นวิ่งไล่ตามมาสนุกเชียว ”  เธอแกล้งพูดติดตลก  เจ้าชายหนุ่มมองหน้าเธอนิ่ง ๆ ก่อนพยักหน้าให้องครักษ์ข้างกายทั้งสองลงไปก่อน

 

“  ไม่นึกเลยว่านักเรียนโรงเรียนหญิงล้วนจะสนใจงานแบบนี้ด้วย...หรือคิดมาทำอะไรกันแน่  ราตรี ” เสียงเย็นที่ย้ำชื่อปลอมครั้งไปวังนาโวลล์ชัดเจนทำให้วอดก้ารู้ว่าคงไม่มีอะไรสามารถผิดชายหนุ่มตรงหน้าได้  ร่างเพรียวจึงโค้งทำความเคารพเชื้อพระวงศ์ตามแบบมารยาทและตำราเป๊ะก่อนจะเอ่ยทักด้วยคำราชาศัพท์ชัดถ้อยชัดคำ 

 

“  พระองค์ยังทรงปรีชา  ส่วนการที่กระหม่อมมายังทีนี่...คงต้องขอเป็นความลับ  ต้องขอประทานอภัยอย่างยิ่งพะยะค่ะ ” 

 

มาคัสขมวดคิ้ว  หนึ่งมาจากคำลงท้ายซึ่งไม่เหมาะกับสตรีแม้แต่น้อย  อีกอย่างคือคำราชาศัพท์อันห่างเหินและเป็นพิธีการที่ตัวเขาไม่ชอบเลยแม้แต่น้อยทว่าความอยากรู้ว่าอีกฝ่ายมีจุดประสงค์เช่นเดียวกันหรือไม่ทำให้เจ้าชายหนุ่มเอ่ยถามต่ออย่างเยือกเย็น

 

“  เจ้ามาด้วยเรื่องของภูเขาไฟปีศาจใช่หรือเปล่า ? ”  วอดก้าที่ได้ยินหรี่ตาคิดทันที

 

ดูท่าจะมีอะไรจริง ๆ สินะ  ไอ้เรื่องภูเขาไฟนั่น

 

และเพื่อหยั่งเชิงรอยยิ้มจึงผุดที่ริมฝีปากหยัดจาง ๆ

 

“  หากเป็นเรื่องที่มีบางสิ่งอยู่ภายในภูเขาไฟลูกนั้น ...ทหารที่หายไป และฝูงสัตว์ป่าที่อพยพ...เรื่องที่พระองค์พูดอาจเป็นเรื่องเดียวกับที่กระหม่อมมาก็เป็นได้ ”  คำตอบที่เหมือนล่อหลอกไปในทีโดยไม่เผยว่านั่นใช่จุดประสงค์จริง ๆ หรือเปล่าก็ทำให้องค์ชายหนุ่มอดกระตุกยิ้มที่มุมปากน้อย ๆ ไม่ได้

 

ยังคงเฉียบขาดและชาญฉลาดในการเอ่ยวาจาเช่นเดิม 

 

“ จะมารวมกลุ่มกับฉันหรือเปล่า ?  ”  คำสรรพนามถูกเปลี่ยนเสมือนว่าชายหนุ่มต้องการกลับไปคุยตามปกติทว่าวอดก้าไม่คิดอย่างนั้น  อย่างที่เธอเคยบอก  กับไดซ์เธอหยอกล้อ  เล่นหัวได้เพราะสนิทสนมกันแล้วแต่กับบุคคลอื่นที่มีศักดิ์ฐานะสูงส่ง   หญิงสาวรู้ดีว่าควรทำอย่างไรไม่ให้เกินขอบเขตและความเหมาะสม

 

“  กระหม่อมต้องขอประทานอภัยทว่ากระหม่อมมีสมาชิกกลุ่มของกระหม่อมอยู่แล้วพะยะค่ะ แล้วก็...”  วอดก้าก้มดูนาฬิกาก่อนฉีกยิ้มน้อย ๆ “ เห็นทีคงได้เวลากระหม่อมต้องกลับไปหากลุ่มแล้วพะยะค่ะ  คงต้องขอลาพระองค์แต่เพียงเท่านั้น  โปรดทรงรักษาพระวรกายด้วย  ”   

 

ร่างสูงโปร่งโค้งให้อย่างเชื่องช้าก่อนจะชะงักไปเมื่อเสียงทุ้มถามอีกครั้งเหมือนเอ่ยลอย ๆ กับตัวแต่นักฆ่าสาวก็ใช่ไม่รู้ว่าต้องตอบอย่างไรกับคำถามที่ว่า เธอ...ต้องการอะไรกันแน่

 

“  เรื่องนั้น...หากพบกันอีกครั้ง  กระหม่อมอาจจะยอมบอกก็ได้ ”  รอยยิ้มลึกลับปรากฏบนใบหน้าหญิงสาวเช่นเดียวกับคำที่แฝงแววหยอกเล่นนิด ๆ  ตามนิสัย    ด้วยสัญชาตญาณที่สัมผัสได้ว่าด้านหลังนั้นมีบุคคลอีกสี่คนซึ่งเป็นองครักษ์เจ้าชายที่ได้ตามมาจนเจอเธอแล้ว  เธอโน้มตัวเป็นการทำความเคารพครั้งสุดท้ายก่อนพูดยิ้ม ๆ  ด้วยเสียงกระซิบว่า

 

“  อย่าทรงบอกใครเลยพะยะค่ะว่ากระหม่อมเป็นหญิง ” 

 

ก่อนร่างเพรียวจะหายวับไปดุจดั่งสายลมเป็นการบอกว่าการวิ่งหนีในตอนแรกนั้นเจ้าตัวไม่ได้ใช้ความเร็วที่แท้จริงเลยแม้แต่น้อย...

 

แน่นอนว่าวอดก้าที่ไปถึงท้ายสุดโดนต่อว่าไปตามระเบียบและยังโดนซักถามถึงเรื่องที่มาช้า  เจ้าตัวจึงตอบเบี่ยง ๆ ไปว่าเจอเรื่องยุ่งยากนิดหน่อยแต่จัดการได้แล้ว

 

ณ  ที่ร้าน 'นักเดินทางร้าง' เวลาเกือบหกโมงเย็นร้านนี้เปรียบได้กับโรงแรมและร้านอาหาร  ชั้นหนึ่งจะเป็นส่วนรับแขกและสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ  ชั้นสองเป็นร้านอาหารและชั้นสาม  สี่และห้าเป็นห้องพัก  ถือได้ว่าเป็นร้านที่ใหญ่พอสมควรแต่ที่สำคัญคือส่วนด้านหลังจะมีบาร์ขนาดใหญ่ของร้านอยู่ติด ๆ ซึ่งเปรียบได้กับแหล่งหาข่าวสารชั้นยอดและบัดนี้  พวกเขากำลังอยู่ที่ชั้นหนึ่งเพื่อคุยเรื่องห้องพักก่อนแยกย้ายกันไป

 

“  แล้วจะนอนกันแบบไหน  ห้องหนึ่งอยู่ได้แค่สองคน  นอนตามเดิมไหม ? ”  รัมเอียงคอถามเมื่อพวกเขาได้อยู่กันพร้อมหน้าแล้ว  ดีที่บลัดดี้ได้จัดการเรื่องการจองห้องพักตั้งแต่สองวันก่อนที่จะมาทำให้พวกเขามีที่ซุกหัวนอนเนื่องจากรู้อยู่ว่าในช่วงงงานเทศกาลทั้งผู้เข้าชมและที่มาก่อนและผู้เข้าทดสอบต้องเยอะแน่ 

 

“  ไหน ๆ ตอนนี้ก็อยู่ในร่างผู้ชายแล้วนอนไงก็ได้มั้ง ”

 

วอดก้าไหวไหล่  ผู้เป็นเพื่อนหลิ่วตาแซวขำ ๆ   

 

“  พูดอย่างนี้คืออยากนอนกับไดซ์ว่างั้น ? ”   เจ้าชายหนุ่มที่ถูกพาดพิงสะดุ้งน้อย ๆ ก่อนใบหน้าจะขึ้นริ้วสีแดงจาง ๆ ยามได้ยินรูมเมทหนุ่มตอบ

 

“  แน่นอน   บอกตรง ๆ ว่าชักรู้สึกขาดไดซ์ไม่ได้แล้ว ”  นักฆ่าสาวในสภาพผู้ชายเพราะต่างหูคู่สีชมพูอ่อนหรือก็คือเครื่องมือเปลี่ยนรูปร่างของจินฉีกยิ้ม  ตอบเต็มปากเต็มคำไร้อาการขัดเขิน  ส่วนคนที่มีใครบางคนขาดไม่ได้ได้แต่กระแอมไอในลำคอ  เขกหัวคนพูดพลางขึงตาดุน้อย ๆ แม้มันจะไม่ได้ให้ความน่ากลัวเลยก็เถอะ

 

“  งั้นฉันนอนกับจินล่ะกัน ”  วิสกี้พูดง่าย ๆ แต่เรียกอาการชะงักกึกได้จากองครักษ์ผมเงิน  หันขวับไปมองอีกฝ่ายทันทีก่อนจะรู้ว่าถูกแกล้งเมื่อเห็นสายตาพราวระยับของนักพนันสาว

 

“  ล้อเล่น  นอนกับวิมเหมือนเดิมนั่นล่ะ   พอขืนฉันนอนกับจินใครบางคนคงได้งอนตายชัก ”  กระทบสองคนในเวลาเดียวกัน  หนึ่งเจ้าของเรือนผมสีเงินสว่าง  นัยน์ตาสีฟ้าคมกับอีกหนึ่งเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลและมีนัยน์ตาสีเขียวมรกต

 

“  เธอ...นายว่าใครจะงอน ? ”  วิมเลทถามเสียงแข็ง  หรี่ตาน้อย ๆ เหมือนจะคาดคั้น  วิสกี้หัวเราะร่า  โถมตัวไปกอดไหล่อีกฝ่าย  แกล้งลงไปกระซิบริมหูให้วิมเลทหน้าแดง

 

“  ไม่รู้สิ  แต่ถึงไม่มีใครงอน ฉันก็จะนอนกับนายอยู่ดี ”

 

“  เดี๋ยวเถอะ ”   

 

“  เคียร์...”   ชายหนุ่มอีกคนที่กำลังโล่งอกที่วิสกี้ไม่ได้เบนมาแกล้งเขาหันไปขานรับเจ้าของนัยน์ตาสีแดงใสที่ช้อนมองพร้อมคำถามและตุ๊กตาหมีในอ้อมแขน “  ฉันขอนอนด้วยได้ไหม ? ” 

 

“  เอ๋.........จะดีหรือครับจิน ”  เคียร์ส่งเสียงถามตะกุกตะกัก  ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นร่างนั้นทำหน้าเศร้า

 

“  หรือว่าเคียร์ไม่อยากให้ฉันนอนด้วย ” 

 

“  ป...เปล่านะครับแต่...พอจะบอกได้หรือเปล่าครับว่าทำไมถึงอยากนอนกับผม ” 

 

“  ก็แค่...อยู่กับเคียร์แล้วรู้สึกปลอดภัย...ไม่ได้เหรอ ? ”  เสียงที่ติดสั่นนิด ๆ ยามเอ่ยทำให้เขาเข้าใจ  ตอนถูกโรนินจับตัวไปจินคงกลัวไม่น้อย  เขาจึงอดไม่ได้ที่จะยกมือลูบเส้นผมนิ่มสีสดเบา ๆ เป็นการปลอบโยน  ก้มลงเอาหน้าผากชนหน้าผากอีกฝ่ายโดยไม่สนใจว่าใครจะมองยังไงเพราะตอนนี้...เขาแค่อยากให้ร่างเล็กรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นเท่านั้น  อยากให้จินนั้นรู้ว่าเขาพร้อมจะปกป้องเสมอ

 

“  ได้ครับ...ได้เสมอ ”  รอยยิ้มหวานผุดที่ริมฝีปากเล็กทันทีจนบลัดดี้และบราวน์ต้องกระแอมเตือนด้วยความอิจฉา

 

“  พอได้แล้ว ๆ จะหวานก็เกรงใจคนรอบข้างบ้าง ” 

 

ส่วนสาว ๆ ในร่างหนุ่ม ๆ ที่รู้ตับไตไส้พุงผู้เป็นเพื่อนดีอดแอบมองเคียร์อย่างสงสารไม่ได้

 

ไอ้ตอแหล  ละครคราวนั้นตัวเองเป็นคนวางแผนเองจะไปกลัวได้ไง  ที่อยากอยู่ห้องเดียวกับเคียร์คงหวังแกล้งเล่นน่ะสิ

 

สี่สายตาส่งคำถามไปหาคนที่ซุกหน้ากับอกของเคียร์เหมือนขวยเขิน  สิ่งที่ได้รับมาคือนิ้วหัวแม่มือพร้อมอาการขยิบตาให้เป็นการคอนเฟิร์มสิ่งที่คิดได้เป็นอย่างดี   พอดีกับที่มีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งเพิ่งเข้ามาเดินไปยังเคาท์เตอร์ร้านแต่พวกเขาไม่ได้สนใจ

 

“  งั้นเติร์กครับ ผมขอ...”  บลัดดี้เริ่มทำตามีความหวังทว่ามันก็พังทลายอย่างรวดเร็วเมื่อหนุ่ม (สาว) แว่นส่งคำปฏิเสธมาให้แบบไม่ต้องคิด

 

“  ขอปฏิเสธ  ฉันจะนอนกับรัม ” 

 

“  เติร์กอ่า ......”  พอเห็นรัมยักคิ้วส่งเหมือนกวนอารมณ์  ด้วยความไม่ยอมแพ้  บลัดดี้เดินไปลากบราวน์มายืนข้าง ๆ แล้วกอดคอเพื่อนหนุ่มลากมาซุบซิบทันที

 

“  บราวน์  นายไม่อยากให้รัมไปนอนด้วยหรือไง ” 

 

แพทย์หนุ่มเลิกคิ้ว  นัยน์ตาสีเขียวจางฉายความครุ่นคิดน้อย ๆ ขณะแกล้งย้อนถามผู้เป็นเพื่อน “  ทำไมฉันต้องอยากให้รัมมานอนด้วยกัน ? ” 

 

“  อย่าคิดเชียวว่าฉันไม่รู้ว่านายเอารัมมากอดทุกคืนแถมนอนเตียงติดกันอีกต่างหาก ”  สมเป็นบุตรชายเจ้ากรมข่าวสารที่รู้ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ  บราวน์แยกเขี้ยวใส่ผู้เป็นเพื่อนกับสิ่งที่ไม่น่าจะรู้ได้แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าเขาอยากได้ร่างเล็กไปนอนกอด  แต่ทิฐิมันค้ำคอ  จะไปขอให้อีกฝ่ายมานอนด้วยก็ยังไงอยู่ (ไอ้ปากแข็ง ; ไรท์เตอร์)  ( เงียบน่า : บราวน์ -^- )

 

“  แกนี่รู้แต่เรื่องที่ไม่น่ารู้ทั้งนั้น ” 

 

“  ก็ฉันมันลูกชายเจ้ากรมข่าวสารนี่หว่า ”   เจ้าของเรือนผมสีคาราเมลยืดอก  ยักคิ้วให้ขณะเอ่ยหลอกล่อต่อ

 

“  น่า  เชื่อฉัน  แค่นายลองไปขอรัมเดี๋ยวรัมก็ยอมพักด้วยเอง  อ้างอะไรก็อ้างไปเถอะ  เท่านี้ก็วินวินทุกฝ่ายแล้ว ” 

 

“  ถ้าแลกกับการที่แกต้องติดหนี้ฉันหนึ่งอย่างก็ได้ ”  แต่เอลฟ์หนุ่มไม่วายมีข้อต่อรองอย่างเจ้าเล่ห์ทำให้บลัดดี้ที่ช่างน้ำหนักในใจอยู่เป็นนานตัดสินใจตกลง

 

เอาก็เอาว่ะ

 

เมื่อตกลงได้แล้วบราวน์จึงเดินไปหารัมแล้วลากมาคุยด้วยทันที

 

“  เติร์ก...นอนกับบลัดไปก่อนนะคืนหนึ่ง  คืนนี้ฉันขอนอนกับบราวน์ ” 

 

เติร์กขมวดคิ้วน้อย ๆ อย่างไม่เข้าใจแต่เมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของผู้เป็นเพื่อนก็คงทำได้อย่างเดียวคือรอเฉลย  เมื่อทุกอย่างลงตัวทั้งหมดจึงลุกขึ้นยืนและเตรียมตัวที่จะขึ้นไปยังห้องพัก

 

“  นี่ของนาย ”  วิมเลทโยนกุญแจห้องให้ผู้ชายก่อนเก็บหนังสือเพื่อขึ้นไปเก็บของชั้นสองเช่นเดียวกับที่เหลือที่เตรียมยกโขยงขึ้น  แน่นอนว่าตอนนี้พวกเขายังใส่เสื้อคลุมกันอยู่เพราะกลัวจะเป็นจุดสนใจเรื่องหน้าตา

 

แต่ขณะจะขึ้นพวกวอดก้ากลับได้ยินเสียงใสเสียงหนึ่งที่แว้ดขึ้นจากเคาท์เตอร์ติดบันไดทางขึ้น

 

“  ไม่มีห้องพัก ! แล้วยังนี้พวกข้าจะไปนอนที่ไหนเนี่ย ! ”  สาวเจ้าทำหน้าตาหงุดหงิดเช่นเดียวกับพนักงานที่เริ่มหมดความอดทนกับการอธิบายอย่าประนีประนอม  เริ่มขึ้นเสียงใส่บ้าง

 

“  อ้าว คุณลูกค้า  นี่มันช่วงท่องเที่ยวแถมมีงานประจำปี  ถ้าคุณไม่จองเราจะเตรียมไว้ให้ได้ไงกัน ” 

 

“  ไม่รู้แหละ  หาคนออกมาสิ  พวกข้ามากันตั้งหลายคนจะให้นอนข้าถนนหรือไงกัน ! ” 

 

วอดก้าเริ่มหนาวเยือก  ค่อยๆ  หันไปชำเลืองมองอย่างเชื่องช้าและก็ต้องอ้าปากค้างกับคนที่เห็น  สาวน้อยผมสีฟ้าและหญิงสาวผมสีข้าวฟ่างในชุดอัศวิน  คนผมฟ้าน่ะพอรู้ว่าชื่อวีน่าแต่อีกคนถึงจะไม่รู้จักแต่คงไม่ใช่ลางดี

 

“  เป็นอะไรไปวอดก้า ”  จินเลิกคิ้วถามผู้เป็นเพื่อนที่หยุดเดินอย่างสงสัย  นักฆ่าสาวหยิบแว่นขึ้นมาสวมพลางสูดลมหายใจเข้าลึก  บอกเสียงเรียบอย่างไร้พิรุธ

 

“  ฉันว่าจะออกไปหาข่าวข้างนอกหน่อยน่ะ ” 

 

“  ตอนนี้เนี่ยนะ ” ไอ้แสบเบอร์สองอย่างวิสกี้กระพริบตาปริบ ๆ

 

วอดก้าไม่พูดอะไรมาก  รีบทำท่าจะเดินไปแต่ถูกพาราไดซ์คว้าไหล่ไว้ 

 

......ระวังตัวด้วย ”   พาราไดซ์เอ่ยสั้น ๆ แต่ทำให้ชายหนุ่มอดหรี่ตาไม่ได้

 

“  มีปัญหาจริง ๆ ด้วยสินะ ”  เสียงนิ่งที่ถามสั้น ๆ บ่งบอกไหวพริบและหูตาของวอดก้าได้เป็นอย่างดี

 

ตอนแรกก็มาคัส  นี่ยังพาราไดซ์แสดงว่าภูเขาไฟนั่นคงมีเรื่องอะไรไม่ธรรมดาสินะ  แต่คงไม่แปลก  มันเก็บพลังอันยิ่งใหญ่ของฤดูร้อนไว้...บททดสอบที่มีคงหนักหน่วงไม่แพ้กัน

 

“  ก็ไม่ถึงขนาดนั้น ”  ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบบ้าง  ทว่าดวงตาสื่อความหมายออกมาให้ร่างสูงของหญิงสาวในคราบชายหนุ่มตรงหน้า

 

แค่อยากให้ระวังตัวไว้

 

นัยน์ตาสีม่วงอมแดงทอประกายอ่อนลงขณะพยักหน้ารับ

 

“ อืม...นายก็เหมือนกัน ”  แล้วเสริมต่อยิ้ม ๆ เมื่อเห็นดวงตาคู่สวยก้มลงมองมา “  แล้วจะรีบกลับมา ” 

 

เจ้าชายหนุ่มยิ้มจางจนแทบมองไม่เห็น  ตอบรับสั้น ๆ

 

“  ฉันจะรอ ” 

 

เพียงแค่สายตาก็สื่อคำพูดได้...หนึ่งคนบอกจะรีบกลับมา  อีกหนึ่งบอกว่าจะรอ...

 

“  หวานจนน่าอิจฉาเกินไปแล้วคู่นี้ ”   อีกแปดเสียงอดพึมพำไม่ได้

 

“  แล้วเจอกัน ” 

 

วอดก้าที่เดินไปทางประตูอดเหลียวมองพาราไดซ์ไม่ได้เมื่อร่างสูงยังไม่มีท่าทางจะละสายตาจากเขาเลยแม้แต่น้อยแต่กลับกลายเป็นว่าเพราะไม่ทันมอง  ตนเองจึงชนเข้ากับใครคนหนึ่งเข้า

 

พลั่ก !

 

“  อุบ / .....”  สองเสียงอุทานเบา ๆ เมื่อร่างกระทบกัน  ส่งผลให้ฮู้ดคลุมของนักฆ่าสาวที่มาในฐานะนักบวชหนุ่มเลิกไปด้านหลังเลิกน้อยแต่มือวอดก้าก็ไวพอที่จะดึงกลับมาในทันที  เขาเงยหน้าขึ้นกะจะขอโทษแต่พอเห็นใบหน้านั้นชัดๆ  ขาก็หมุนตัวหันหลังแทบจะทันที

 

เห็นไกลๆ  ว่าพาราไดซ์ดูท่าจะสงสัยถึงได้ทำท่าจะเดินมา  ในใจวอดก้าเฝ้าภาวนาขอให้ชีวิตตัวเองสงบสุขปลอดภัยไร้ความซวยทว่าดูจะได้ผลตรงกันข้ามเมื่อมือหนาได้คว้าไหลเข้าไว้แน่นพร้อมเสียงทุ้มที่พูดอย่างเฉยชา

 

“  มีเรื่องจะคุยด้วยหน่อย  ราตรี...” 

 

วอดก้าเบ้หน้า   อยากสาปส่งเทพทั้งหลายนักที่ส่งเขามาเกี่ยวกับพวกเจ้าชายอีกแล้ว   นี่สินะที่ว่า...เกลียดอะไรมักได้อย่างนั้น

 

 

 

“  อยากที่บอกไป ”   มาคัสยกชาขึ้นจิบน้อย ๆ โดยฝ่ายที่นั่งตรงข้ามคือพาราไดซ์ที่ทำหน้านิ่งสนิทไม่ต่างกันนั่นเอง  นัยน์ตาคู่คมฉายความครุ่นคิดน้อย ๆ

 

“  มันน่าแปลกจริง ๆ นั่นล่ะ ”  เจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์ขานรับเสียงเย็นขณะคิด  ทั้งเรื่องที่ชาวบ้านแจ้งมา   ท่าทางเหมือนได้รู้อะไรบางอย่างของวอดก้า  กลุ่มเสนาฯที่ทำลับ ๆ ล่อ ๆ เหมือนปกปิดอะไรไว้  ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็สงสัยอยู่แล้วที่ภูเขาไฟของพระราชวังซึ่งเก็บพระศพและทรัพย์สมบัติเก่าแก่จะถูกเปิดให้ทดสอบหาแปดคนสุดท้ายมาต่อสู้เนี่ย...ยังไง  ฟังดูไม่น่าไว้ใจแม้แต่น้อย

 

“  นายมาทำอะไรที่นี่ ”  มาคัสเปลี่ยนเรื่อง   ตามจริงแล้วเขากับพาราไดซ์ก็ถือได้ว่ารู้จักกันพอสมควร   ในตอนแรกพวกเขาฝึกวิชาดาบและเรียนด้วยกันบ่อย ๆ ทว่าไม่นานก็ต่างแตกย้ายกันไปที่อาณาจักรตัวเองทำไมพบเจอเพียงงานเลี้ยงหรืองานสำคัญเท่านั้น  นัยน์ตาคมยังไม่วายวนเวียนกับหนึ่งในห้าของคนที่ใส่เสื้อคลุมซึ่งหันหลังให้พวกเขาอยู่ตลอดเวลาจนอดสงสัยไม่ไก้

 

“  ธุระ ”    เขาตอบสั้น ๆ ก่อนจะหรี่ตามองเมื่อเห็นท่าทางยุ่งยากใจบางประการในนัยน์ตาสีทับทิม  “  มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ? ” 

 

“  เราไม่มีห้องพัก ”  เสียงทุ้มตอบสั้นตามนิสัยโดยองครักษ์ทั้งหกที่ด้านหลังยังปิดปากเงียบ  ทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดีแม้วีน่าจะเริ่มทำสีหน้าหงุดหงิดและหมดความอดทนกับการต้องยืนนาน  แต่เพราะถูกสายตาผู้เป็นเพื่อนปรามจึงยังอยู่เฉย ๆ ได้ 

 

“  ห้องพักทุกแห่งเต็มหมดแล้ว ”  บลัดดี้  วิมเลท  เคียร์และบราวน์ที่ออกไปหาห้องว่างให้ส่ายหัวปฏิเสธจึงลำบากพวกพาราไดซ์ที่ต้องหาทางรับแขกเข้าไปอีกเพราะหากไม่ช่วยก็คงดูเสียมารยาท  หลังจากนั้นพวกเขาก็คุยงานเรื่องพระราชวังลูอิซซาร์และข่าวสารที่บุตรชายเจ้ากรมข่าวสารลองสืบมาแต่ดูเหมือนว่าจะนานไปหน่อย   วอดก้า  วิสกี้  จิน  รัมและเตกีล่าที่เริ่มเบื่อจากการอยู่เฉย ๆ ตั้งแต่เย็นเริ่มหิวจึงเดินไปถามหนุ่ม ๆ ที่คุยกันอย่างเคร่งเครียด

 

“  ใกล้เสร็จหรือยัง  พวกฉันว่าจะไปหาอะไรกินกันแล้ว ”  บราวน์ชะงักน้อย ๆ เมื่อรัมเอ่ย  ก่อนก้มดูเวลาที่เกือบจะทุ่มหนึ่งแล้ว   ให้ตาย  พวกเขามัวแต่คุยกันจนลืมอาหารเย็นไปเสียสนิท 

 

เมื่อทั้งห้าที่มาใหม่กลายเป็นจุดสนใจแม้จะยังไม่ปลดฮู้ด  วอดก้าที่รู้ตัวว่าเข้ามาขัดจังหวะโค้งตัวให้น้อย ๆ อย่างสุภาพและทำความเคารพเชื้อพระวงศ์อย่างองค์ชายมาคัสแล้วก็เริ่มแนะนำตัวยิ้ม ๆ พลางเลิกฮู้ดออก

 

“  ต้องขออภัยที่เสียมารยาทด้วย  ผม...ราตรี  เป็นนักบวชพเนจรครับ และต้องขอประทานอภัยองค์ชายมาคัสด้วยที่ได้เสียมารยาทไปในตอนแรกพะยะค่ะ ” 

 

แน่นอนว่าภาพลักษณ์ของเขาคือนักบวชหนุ่มผมเงินหน้าตาจืดชืดสวมแว่นทรงรีตามเดิมไม่ต่างจากผู้เป็นเพื่อนทั้งสี่ที่คงรูปลักษณ์ยามอยู่โรงเรียนไม่มีผิดเพี้ยนเรียกอาการแปลกใจได้จากหนุ่ม ๆ ไม่น้อย  แต่ไม่นานก็เข้าใจเนื่องจากอัศวินขององค์ชายรัชทายาทแห่งนาโวลล์ที่จ้องมองมาตาเขม็ง

 

“  ไม่เป็นไร ”  มาคัสตอบรับนิ่ง ๆ ทว่าดวงตาคู่คมเริ่มฉายชัดถึงความไม่พอใจที่อีกฝ่ายทักทายเขาอย่างห่างเหินและให้เกียรติ...จนเกินไป   ผิดกับครั้งก่อนที่หยอกล้อเขาเล่นในเวลาทำงาน

 

“  ผมชื่อรัม   เป็นแพทย์ฝึกหัดครับ  ”  รัมทักทายบ้าง  กลุ่มเส้นผมสีรัตติกาลพร้อมกระถางดอกทิวลิปในอ้อมแขนสร้างบรรยากาศไม่น่าเข้าใกล้ได้อย่างดีเยี่ยม  เรียกอาการหวาดผวาได้จากมาแตร์และวีน่ารวมถึงกีเร่ (อัศวินหัวทอง) เป็นอย่างดี

 

“  อ่า   ผมโครครับ ”  เจ้าของเรือนผมสีเขียวขี้ม้ายาวสลวยมัดรวบไว้อย่างเรียบร้อยเหมือนคนปกติ  นัยน์ตาสีอำพันสดใสและเปล่งประกายด้วยรอยยิ้มจนชวนให้คนมองยิ้มตามหากไม่ติด...ตุ๊กตาหมีสีขาวขนปุยในอ้อมแขน

 

“  ไนท์ ”  เจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิงตัดกับนัยน์ตาสีฟ้าใสอย่างแรงตอบสั้น ๆ ใช้นิ้วขยับแว่นตาให้เข้าที่ด้วยท่าทีนิ่ง ๆ ไม่สนใจใคร  แต่มือก็แกะห่อลูกอมโยนเข้าปากเรื่อย ๆ ไม่หยุดจนดูเหมือนกำลังกวนหน้าตายไม่ต่างจากวิสกี้ที่โยนเหรียญเล่นไปมาเลยสักนิด

 

“  วิส เป็นนักพนัน ”  วิสกี้อธิบายสั้น ๆ  เพราะรู้สึกเซ็งเต็มที่กับการต้องรอ  พาราไดซ์  วิมเลท เคียร์  บลัดดี้และบราวน์จึงไม่รอช้าที่จะลุกขึ้นจากทีเตรียมดันหลังเพื่อนหนุ่นขึ้นไปทานอาหาร

 

“  เดี๋ยวก่อน  แล้วเรื่องห้องพักพวกเราล่ะ ”  วีน่ารีบเอ่ยขัดขึ้นก่อน 

 

“  วีน่า ! ”  มาแตร์ดุแต่สาวเจ้าก็พูดเอาแต่ใจ

 

“  ก็ทำไมล่ะ  เรายังไม่รู้เลยว่าจะได้นอนไหม  พวกเขาเป็นผู้ชายหมดก็ต้องเสียสละให้เราหน่อยสิ ” 

 

“  ห้องพัก ? ”  วอดก้าเลิกคิ้วเป็นเชิงถามอย่างแปลกใจ  แม้จะพอคาดเดาได้ลาง ๆ จากที่อีกฝ่ายมาโวยวายเมื่อตอนเย็น  ก่อนเริ่มนับจำนวนหัวของแต่ละคน 

 

“ ห้องพักเหลือแค่ห้าห้อง  แต่คน 17 คนนี่คงแบ่งไม่ไหว ” 

 

“  ก็ใช่น่ะสิ  เพราะงั้นเสียสละให้พวกข้ารวมถึงองค์ชายเสียดี ๆ  พวกเจ้าที่เป็นแค่คนธรรมดาคงรู้นะว่าใครมียศสูงกว่ากัน ” 

 

เสียงใสเอ่ยอย่างเอาแต่ใจโดยไม่สนใจเลยสักนิดว่าถึงพวกเขาเป็นผู้ชายก็เป็นคนเหมือนกัน  และคำกล่าวนั้นทำให้หลายคนขมวดคิ้วกับคำพูดที่ใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูก  คราวนี้ชายวัยกลางคนที่เป็นมือขวาคนสนิทของมาคัสยกมือบีบไหล่เล็กเป็นเชิงปรามแรง ๆ

 

“  อ้าว ๆ พูดอย่างนี้ก็สวยสิ  เราก็ผู้หญิงไม่ใช่รึไง ”  วิสกี้เอียงคอไปกระซิบกับจิน

 

“  แต่ตอนนี้อยู่ในร่างผู้ชายนี่หว่า  คงช่วยไม่ได้อ่ะนะ ”   ชายหนุ่มตอบกลับสั้น ๆ

 

“  เฮ่อ...คิดอะไรมากมาย  ไดซ์นอนกับวิมห้องหนึ่ง  สองสาวห้องหนึ่ง  เคียร์ บลัด  บราวน์  องค์ชายมาคัสกับอัศวินอีกหนึ่ง  ห้องสุดท้ายก็อัศวินชายอีกสามก็เท่านั้น  ”  วอดก้าถอนหายใจ  แต่คนฟังกลับขมวดคิ้ว

 

“  แล้วพวกนายล่ะไปนอนไหน ”  แซ็คขมวดคิ้ว  ส่งเสียงถามด้วยความเกรงใจ  นักบวชหนุ่มตวัดสายตามองแวบหนึ่งก่อนเอ่ยนิ่ง ๆ สวนกลับคำพูดของวีน่าได้อย่างเจ็บแสบไม่น้อย

 

“  นอนที่ไหนก็ได้อยู่แล้ว  บนต้นไม้  ข้างถนนก็ไม่เกี่ยง  ยังไงพวกเราก็เป็นผู้ชายแถมเป็นคนพเนจรธรรมดา  พวกท่านเป็นถึงเจ้าชายและอัศวินที่มีศักดิ์และยศมากกว่าพวกเรามากมาย  พักผ่อนให้สบายใจไปเถอะ ” 

 

ว่าแล้วก็ตวัดผ้าคลุมเดินขึ้นไปชั้นสองโดยไม่สนใจใครตามด้วยสี่สาวที่แม้ไม่เข้าใจว่าเพื่อนรักวางแผนอะไรแต่ก็อดเหยียดยิ้มเย็นไม่ได้เมื่อเห็นความกระดากอายและอาการอ้ำอึ้งของเหล่าอัศวินทั้งหลาย

 

 

 

 

 

อีก  35%

 

 

“ อย่างนี้นี่เอง ”  วิมเลทลูบคางนิด ๆ ขณะนี้พวกเขาอยู่ที่ชั้นสองซึ่งเป็นส่วนร้านอาหารหลังวอดก้าอธิบายให้ฟังว่าพวกเขาทั้งห้าจะออกไปสืบข่าวที่บาร์ด้านหลังโดยอาศัยไปเป็นพนักงานชั่วคราวตามใบประกาศที่เจอตอนหนุ่ม ๆ นั่งวางแผนกันอยู่เพราะแถมที่พักให้หนึ่งคืน  ด้วย

 

โต๊ะขนาดใหญ่สี่เหลี่ยมผืนผ้ามีวอดก้าและพาราไดซ์นั่งคู่หัวโต๊ะ  ถัดมาด้านขวามือคือคู่ของวิมเลทและวิสกี้กับเติร์กและบลัดดี้  ทางซ้ายมือเจ้าชายหนุ่มคือเคียร์กับพ่อค้าหนุ่มและรัมกับบราวน์  ทำให้สภาพโต๊ะตอนนี้ราวกับกำลังจะจัดประชุมยังไงยังงั้น

 

“  อีกอย่าง  อยู่ใกล้องค์ชายมาคัสมาก ๆ คงไม่ดีเท่าไหร่  เพราะองค์ชายเคยเจอวอดก้าในฐานะนักเรียนหญิงแล้ว  ตอนนี้คงต้องหาทางปลีกตัวไม่ให้มีช่วงให้องค์ชายถามเรื่องนี้ได้เด็ดขาด ” รัมพูดอธิบายต่อ   มือลูบไล้กลีบดอกไม้บางไปมาเล่น   

 

“  ก็อย่างที่ว่าล่ะ  ส่วนเรื่องเกี่ยวกับภูเขาไฟนั่น...คงไม่พ้นเพราะสร้อยเจ้าปัญหานั่นล่ะ ”  จินพูดเสริมทำให้ทั้งโต๊ะกลายเป็นตกอยู่ในความเงียบ

 

ปึง !

 

วอดก้าทุบโต๊ะเบา ๆ ใบหน้าฉาบด้วยรอยยิ้มเรียกอาการสนใจได้จากทั้งหมด  เจ้าตัวไม่วายปรบมือแปะ ๆ สองสามครั้งขณะเอ่ย

 

“  ทิ้งเรื่องพวกนั้นก่อนดีกว่า  มาสั่งอาหารกันดีกว่า  จินกับเติร์ก ไม่สิ  โครกับไนท์เคยมาที่นี่หนิ  ไหนลองเสนอของอร่อย ๆ มาซิ ” 

 

รัมหัวเราะหึ  เปิดเมนูยิ้ม ๆ

 

“  ไม่มีปัญหาครับ คุณราตรี ” 

 

“  ส่วนของหวานก็ต้องครีมโซดา ”  เติร์กเสริมด้วยรอยยิ้มมีความสุข  ดูท่าของหวานร้านนี้จะเป็นที่ติดอกติดใจชายหนุ่มไม่น้อยเริ่มเรียกอาการสนใจจากสาว ๆ ในร่างหนุ่ม ๆ

 

“  ฉันก็เคยได้ยินนะเห็นว่าของขึ้นชื่อของที่นี่ทีเดียว ”  เจ้าของดวงตาสีเขียวมรกตพูดสนับสนุนนิด ๆ

 

“  เห...ไดซ์จะเอาบ้างไหม ”  วอดก้าหันไปถามความสมัครใจคนข้างกาย  พาราไดซ์ลดหนังสือในมือลงแล้วพยักหน้ารับ  แต่เพราะมัวเอาแต่คุยจ้อเรื่องของหวานเคียร์จึงต้องเอ่ยเตือนด้วยความระอาว่า

 

“  อย่ามัวแต่คุยเรื่องของหวานสิครับ  สั่งอาหารกันก่อน ”

 

“  ลืมไปเลยแฮะ ”  วอดก้าเกาหัวแกรก  ก่อนหยิบเมนูขึ้นมาดู  เนื่องจากถึงจะเป็นโต๊ะใหญ่แต่ก็มีสมุดเมนูเพียงห้าเล่ม  สาว ๆ จึงต้องหันไปนั่งดูกับคนข้างกาย...ซึ่งไม่พ้นหนุ่ม ๆ ชื่อของหวานทั้งหลายนั่นแหละ  การคุยปรึกษาและแนะเสนออาหารน่าทานโดยรัมโดยมีบราวน์คอยแขวะจึงเป็นไปอย่างเริงรื่นทว่าเพียงไม่นานคนอีกกลุ่มก็เดินขึ้นมาเรียกอาการสนใจได้จากคนทั้งชั้น

 

ชั้นนี้มีโต๊ะราว ๆ เกือบยี่สิบตัว  คนจึงปาไปสี่สิบคน  เมื่อมีคนกลุ่มใหญ่ขึ้นมาแน่นอนว่าย่อมต้องเป็นจุดสนใจ  หนึ่งคือภาพลักษณ์น่าเกรงขามของผู้นำซึ่งอยู่ในชุดคลุมทว่ากลับถูกล้อมรอบด้วยอัศวินถึง 6 คนด้วยกัน  แถมแต่ละคนยศดูไม่ใช่น้อย ๆ เสียงพูดคุยซุบซิบจึงดังกระหึ่ม  ตอนแรกพวกวอดก้าก็เป็นจุดเด่นเนื่องจากความหน้าตาของเจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์ที่ไม่เป็นที่รู้จัก  สององครักษ์น่าตาดีเข้าขั้น  หนึ่งแพทย์หนุ่มและหนึ่งนักข่าวสารแต่เพราะการทำตัวกลมกลืนไม่ได้ทำตัวเป็นจุดสนใจเหมือนอีกฝ่าย  พวกวอดก้าจึงไร้การถูกเพ่งเล็ง

 

และเพียงคนในกลุ่มกวาดสายตาไปรอบ ๆ จนสะดุดเข้ากับกลุ่มของวอดก้า  ทั้งหมดก็สาวเท้าอาด ๆ ราวประกาศศักดิ์ดาไม่กลัวเจ้าถิ่นมาทันที

 

“  เฮ่อ...ยังตามจองเวรไม่เลิกอีก ”   เสียงนี้ไม่ได้มาจากใครนอกเสียจากนักบวชหนุ่มแห่งนาโวลล์ที่กลับมาปั้นหน้าสุภาพตามเดิมผิดประโยคที่เอ่ยไปอย่างลิบลับเรียกอาการกลั้นหัวเราะได้จากคนทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่พาราไดซ์

 

“  ขอร่วมตัวด้วยคนสิ ”  สาวเจ้าวีน่าไม่รอใครอนุญาติ  เอ่ยจบก็บอกให้เพื่อนหนุ่มไปลากโต๊ะใหญ่มาต่อที่ท้ายโต๊ะแล้งทรุดนั่งลงอย่างไร้ความเกรงใจใด ๆ ทั้งสิ้นโดยเจ้าตัวนั้นนั่งข้างรัม  ซึ่งพยายามตีหน้านิ่งไม่สนใจอีกฝ่ายอยู่  และเริ่มไล่เรียงมาอีกหนึ่งสาวอย่างมาแตร์  ตรงข้ามสองสาวคือแซคกับกีเร่  กับสององครักษ์ประจำตัวมาคัสอย่างโคโล (ปรากฏตัวในตอนเกือบล่าสุด  บทที่ 61  ค่า) และอีกหนึ่งหนุ่มที่พวกวอดก้ายังไม่ได้ยินเสียงใด ๆ หลุดออกมาจากปากอีกฝ่ายแม้แต่น้อย

 

และท้ายโต๊ะคือมาคัสซึ่งนั่งมองพาราไดซ์และวอดก้านิ่ง ๆ

 

“  ไดซ์...องค์ชายมาคัสนี่พี่น้องทางนิสัยของนายใช่หรือเปล่า  ” ชายหนุ่มเอียงหน้าไปกระซิบถามคนข้างกายเรียกสีหน้าสนใจได้จากจินและวิสกี้ไม่น้อย 

 

“  ทำไม ? ” ย้อนถามสั้น ๆ ด้วยแววตาจับผิด  เขารู้สึกเหมือนกำลังจะโดนอีกฝ่ายกวนยังไงยังงั้นล่ะ 

 

“  ก็แบบ...ไอ้นิสัยขี้เก๊ก  ตีหน้านิ่ง  แผ่ไอเย็นตลอดเวลาแล้วก็กวนหน้าตายนี่มันก็อบมาจากนายชัด ๆ ”  วอดก้ายังพูดเรื่อย ๆ โดยเสียงเริ่มทวีความดังทีละน้อยจนจิน  วิสกี้ได้ยินชัดแทบหลุดก๊าก  เท่านั้นยังไม่พอ  เจ้าตัวรีบทำท่าสงสัยหน้าตายบ้าง “  เอ๊ะ หรือว่านายลอกเขามา ?  ” 

 

เพียะ !

 

สิ้นคำนิ้วหนาก็ดีดเพี๊ยะเข้าหน้าผากชายหนุ่มเรือนผมสีเงินยวงทันทีเรียกสายตาได้จากคนทั้งโต๊ะ  เนื่องจากความแรงของมันไม่ใช่น้อย ๆ   (หนูวอด...ซาดิสต์หรือลูก...; โดนวอดก้าโบก)

 

“  อ๊าก ! โหดร้าย ”  วอดก้าแสร้งเอามือทั้งคู่กุมหน้าผากแล้วโอดครวญราวเจ็บหนักหนา  ดาบเพียวบางของเจ้าชายหนุ่มที่เหน็บไว้ข้างกายจึงถูกชักมาทาบคอนักบวชหนุ่มเสมือนรำลึกถึงช่วงเวลาสมัยก่อนที่พวกเขาเล่นหัวกันแบบไม่สนใจใคร

 

“  แหม.....”  คนเริ่มก่อนชักเหงื่อตก  ยกมือเหนือหัวเป็นเชิงยกธงขาวแต่ปากไม่วายเอ่ยต่อ “  ใจร่ม ๆ หน่อยสิจ้ะ  โหดร้ายอย่างนี้เดี๋ยวสาวไม่แลหรอก ” 

 

โป๊ก !

 

เลยโดนสันดาบเข้าไปอีกดอกเต็ม ๆ

 

“  พรืด .... วะฮ่ะ ๆๆๆ  แกมันจี้เส้นจริง ๆ ”  วิสกี้หลุดหัวเราะ   ทุบโต๊ะปัง ๆ ไม่สนใจใครด้วยความขำกับอาการหยอกล้อกวน ๆ ของผู้เป็นเพื่อนที่ทำให้บรรยากาศที่อึมครึมเมื่อครู่กลายเป็นผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็วหลังมีแขกไม่ได้รับเชิญ  จินปาดน้ำใส ๆ ที่หางตา  อดสบถไม่ได้

 

“  ให้ตายเถอะคู่นี้  เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจนเดาใจไม่ถูกแล้ว ” 

 

“  ทำไมเหรอ ? ”  สองหนุ่มข้างกายถามด้วยความสงสัย  นักพนันหนุ่มและพ่อค้าจอมป่วนจึงโยกตัวไปกระซิบใกล้ ๆ และเพียงเอ่ยจบ  เคียร์และวิมเลทที่มองหน้ากันก็ขำต่อทันที

 

นเพื่อนหนุ่มข้าง ๆ ต้องสะกิดต่อ  ลูกโซ่การกระซิบและอาการขำจึงมาแบบไม่หยุดตั้งแต่หัวโต๊ะยันคนสุดท้าย

 

“  ฮะๆๆๆ  ลอกเขามางั้นเหรอ ? อย่างนี้มันอยู่ที่นิสัยแต่ถ้าให้เดาฉันว่าไดซ์ลอกเขามานะ ” บราวน์หัวเราะลั่น  ขณะพูดโดยมีสายตาแสดงความไม่เข้าใจจากมาแตร์  วีน่า  แซค  กีเร่  โคโล  และอีกหนึ่งองครักษ์ผู้เงียบขรึมซึ่งไม่รู้เรื่องราว

 

“  แต่ฉันว่าไดซ์โดนก็อบอ่ะ  นิสัยอย่างไดซ์มันเป็นมาแต่เกิด  ไปลอกเขามาไม่ได้หรอก หึ ๆๆ ”  ลูกชายเจ้ากรมข่าวสารแย้งอย่างไม่เกรงกลัวสายตาเยือกแข็งจากผู้เป็นเพื่อน  เพราะพอวอดก้าบอกว่าหนาวปุ๊บ  ไอเย็นก็ละลายหายไปปั๊บ  มีวอดก้าก็ไม่ต้องกลัวใครแล้วจ้า ฮ่า ๆๆๆ 

 

พอดีกับที่อาหารมา  หนุ่ม ๆ ก็ยังไม่หยุดคุยโดยไม่สนใจสายตาพิศวงจากอีกกลุ่มแม้แต่น้อยก็กลายเป็นสาว ๆ ที่รำคาญ  เตกีล่าเขกหัวบลัดดี้ไปหนึ่งทีเพราะเอาแต่ทุบโต๊ะไปขำไปจนเขาไม่เป็นอันกินเช่นเดียวกับรัมที่หาอะไรยัดใส่ปากคนข้างกาย

 

ลูกชายแพทย์หลวงไอแค่ก ๆ เมื่อขนมปังเกือบติดคอ  เจ้าตัวรีบเคี้ยว ๆ แล้วกลืนลงอย่างรวดเร็วเพื่อเอ่ยปากโวยใส่คนข้าง ๆ

 

“  เล่นอะไรเนี่ยรัม  เกิดขนมปังติดคอฉันตายขึ้นมาจะทำยังไง ” 

 

“  ถ้าตายง่ายขนาดนั้นก็ดีสิ ”  รัมพึมพำเบา ๆ บราวน์ที่ได้ยินถึงกับหางคิ้วกระตุก

 

“  นี่นายหาว่าฉันตายยากงั้นเหรอ ? ”

 

“  เปล่าซะน้อย  แค่บอกว่าถ้านายตายง่าย ๆ ก็คงดี ”  รัมฉีกยิ้มหวานอาบยาพิษให้  พอเห็นอีกฝ่ายอ้าปากจะพูดต่อก็คว้าขนมปังอีกชิ้นยัดเข้าปากอีกฝ่ายไปจนเกิดอาการสำลักอีกรอบ

 

“  หึ ๆๆ ถือว่าเอาคืนเรื่องยาพิษครั้งนั้นก็แล้วกัน ”  ชายหนุ่มผมสีดำร่างเล็กหัวเราะในลำคออย่างสะใจ

 

“  บู้  ไนท์ใจร้าย ”  บลัดดี้ทำปากยื่นราว ๆ เด็ก ๆ ผิดท่าทางจอมเจ้าเล่ห์ในเวลาปกติอย่างยิ่ง  ส่วนคนโดนงอนเพราะใจร้ายจึงทำเป็นไม่ใส่ใจจึงกลายเป็นฝ่ายลูกง้อแทน

 

“  ไอ้แก่  ว่าแต่หยุดกินไปอ่านไปซักทีได้ไหม ?  แล้วก็มองจานที่กินหน่อยเถอะ ”  วิมเลทเขกหัววิสกี้ไปหนึ่งทีฐานว่าหนุ่มหล่อรูปงามอย่างเขาว่าไอ้แก่  ก่อนจะเหลือบมองซุปที่ตักกินเมื่อครู่

 

“  อ้าว  โทษที ”   ชายหนุ่มผมเงินขอโทษขอโพยนิ่ง ๆ เมื่อรู้ตัวแล้วว่าดันไปตักซุปของอีกฝ่ายกิน  เพราะเผลอก้มหน้าอ่านประวัติของภูเขาไฟปีศาจโดยละเอียดเพื่อเตรียมพร้อมรับมือในวันพรุ่งนี้

 

ปึก

 

นักพนันหนุ่มในรูปลักษณ์ชายเจ้าของเรือนผมสีเขียวขี้ม้าและนัยน์ตาสีอำพันดั่งทองคำส่ายหน้าระอา  ใช้มือหนึ่งดันปิดปกหนังสือ  พอเห็นชายหนุ่มผมเงินจะโวยก็ใช้ช้อนตักป้อนอีกฝ่ายซะงั้นเลย

 

ส่วนคนโดนป้อนก็เปลี่ยนเป็นอยู่นิ่ง ๆ จนถึงคำที่สาม  วิสกี้ก็เปลี่ยนเป็นตักกินเป็นปกติ  รูมเมทหนุ่มจึงอดไม่ได้ที่จะทำสายตาเสียดาย

 

“  หืม  มองอย่างนี้อยากให้ป้อนต่อหรือไง ”  วิสกี้แซววิมเลทยิ้ม ๆ

 

“  บ...บ้ารึไง ! ใครจะมาอยากให้นายป้อน ”  ใบหน้าคมขึ้นสีแดงก่ำน้อย ๆ ก่อนจะลามไปถึงใบหูเมื่ออีกฝ่ายยื่นหน้ามากระซิบใกล้...ใกล้จนเกินไปเสียด้วยซ้ำจนเขาทำได้เพียงกลั้นหายใจ

 

“  แหม...เห็นอย่างนี้เพิ่งรู้ว่าเป็นสายซึนนะเรา ” 

 

โป๊ก !

 

วิมเลททำหน้าบึ้ง  มือหนาเขกเข้าที่ศีรษะอีกฝ่ายทันทีอย่างไม่ออมแรงเพื่อปกปิดอาการเก้อเขินของตน

 

“  กินเงียบ ๆ ไปเลย ” 

 

“  ใจร้าย ”  ชายหนุ่มผมยาวบ่นอุบเบา ๆ แต่ใบหน้ายังเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มล้อเลียนคนข้างกาย

 

“  หืม  เคียร์กินเลอะแนะ ”  จินทักชายหนุ่มข้างกายเบา ๆ เคียร์กระพริบตาปริบ ๆ ก่อนเอามือป้ายสะเปะสะปะเนื่องจากไม่รู้ที่  จนจินต้องบอกให้อยู่เฉย ๆ ปาดคราบซอสที่เลอะบริเวณมุมปากแล้วเอาเข้าปากโดยไม่รู้เลยว่าคนถูกเช็ดให้นั้นช็อคไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

 

“  หืม  มีอะไรหรือเปล่าเคียร์ ”  จินแสร้งทำหน้าตาใสซื่อปนแปลกใจยามเห็นอีกฝ่ายนิ่งค้างไปราวรูปปั้น

 

“  ป...เปล่าครับ ”  เคียร์สูดลมหายใจลึก  เอื้อมมือมาจับไหล่จินไว้แน่น เอ่ยจริงจัง “  แต่จ...โครต้องสัญญากับผมอย่างหนึ่งก่อน ” 

 

เขาที่เกือบหลุดชื่อจริงของจินรีบกลับชื่อทันที

 

“  สัญญา ? สัญญาอะไร ? ” 

 

“  ห้ามไปทำอย่างนี้กับใครนะครับ ” 

 

“  อื้อ  แน่นอน ^^  ฉันไม่ทำแบบนี้กับใครนอกจากเคียร์หรอก ” 

 

“  ง...งั้นหรือครับ .///////. ”  แน่นอนว่าเขาต้องหน้าแดงไปตามระเบียบซึ่งปฏิกิริยาของคนทั้งแปดไม่รอดพ้นสายตาคนอีกกลุ่มที่ได้แต่มองทั้งแปดอย่างอึ้ง ๆ แล้วเริ่มเลื่อนสายตาคนที่หัวโต๊ะซึ่งนั่งทานกันไปเงียบ ๆ เหมือนเคยชินโดยไม่มีท่าทางตอบสนองใด ๆ ทั้งสิ้น

 

แต่อยู่ ๆ วอดก้าก็พูดขึ้นเมื่อหันไปสบตากับพาราไดซ์แวบหนึ่ง

 

“  มีอะไร ? ”  เพียงคำขึ้นต้นก็ทำให้คนที่เหลือชะงัก  กลุ่มวอดก้าที่เงยหน้าขึ้นมองคนที่เปรียบดั่งหัวหน้าพูดกับตนเองก็รู้ได้ทันทีว่าไดซ์กับวอดก้าคงคุยกันผ่านสายตา (ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่มีวันเข้าใจ)  จึงพูดคุยกับคนข้างกายตามเดิม  แต่หูก็เงี่ยฟังไว้เผื่อผู้เป็นเพื่อนใบ้อะไรมา

 

ความจริงพาราไดซ์ก็ไม่ใช่คนพูดอะไรมากมายอยู่แล้วถ้าไม่จำเป็นหรือต้องเอ่ยเรื่องงาน  หากอยู่กันอย่างส่วนตัวเจ้าชายหนุ่มคงเอ่ยพูดคุยมากกว่าปกติ (เล็กน้อย)  แต่พอมีคนนอกมาด้วยจึงกลับคืนสู่โหมดเจ้าชายน้ำแข็งที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเข้าใกล้ได้หากเขาไม่ยอมเปิดรับเอง

 

ด้วยเหตุนี้  จึงมีเพียงวอดก้าคนเดียวเท่านั้นที่สามารถรู้แทบทุกสิ่งที่นัยน์ตาสีม่วงคู่คมเข้มสื่อออกมาได้

 

“  ก็นะ  เพราะไม่ได้นอนห้องเดียวกันน่ะแหละถึงออกอาการงอแงแบบนี้ ” 

 

“  ........... ” 

 

“  ก็ประมาณว่าเรียกร้องความสนใจล่ะมั้ง ” 

 

“  ........... ” 

 

“  อืม  ไม่เปลี่ยนใจหรอก  ไหน ๆ แล้วนี่ปล่อยพวกนายปรึกษากันก่อนก็ได้  ยังไงพวกฉันก็ไม่เดือดร้อนอะไรอยู่แล้ว ” 

 

“  ........ ” 

 

“  ฮะๆๆ คิดอย่างนั้นเหรอ ”  วอดก้าหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยยิ้ม ๆ “  แต่ฉันจะถือว่าเป็นคำชมล่ะกัน ” 

 

เจ้าชายหนุ่มยิ้มบางบ้างก่อนตักเนื้อปลาสีขาวราวหิมะใส่จานให้คนข้าง ๆ  ในตอนแรกเขาส่งสายตาเป็นเชิงถามว่าคนอื่น ๆ เป็นอะไรถึงทำตัวออดอ้อนเพื่อนของเขา

 

“  ขอบใจ ”  นักบวชหนุ่มผมเงินขอบคุณไปตามมารยาท

 

“  บ้าหรือเปล่า  พูดคนเดียวก็เป็น ”  วีน่าบ่นออกมาอย่างไม่แม้แต่จะเก็บเสียงตน   เนื่องจากไม่พอใจที่ตนเองถูกมองข้ามไปอย่างไม่ใยดี  วิสกี้  จิน  รัม  และเตกีล่าหันมามองอัศวินสาวเป็นตาเดียว  ก่อนจะหันกลับไปกินอาหารต่อเงียบ ๆ ยามได้ยินเสียงดีดนิ้วจากวอดก้าเป็นเชิงเตือนว่าอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม  หนุ่ม ๆ เองก็เริ่มรับรู้ถึงอารมณ์ของเหล่าสาว ๆ ในคราบชายหนุ่มแล้วว่าค่อนข้างจะติดลบจึงทำได้เพียงเอาใจน้อย ๆ ให้อีกฝ่ายอารมณ์ดี

 

และการกระทำนี้ก็เปรียบเสมือนการมองข้ามวีน่าไปอีกครั้ง  สาวเจ้าจึงออกอาการวีน

 

“  นี่ ! อย่ามาเมินพวกข้านะ ! เป็นแค่สามัญชนคนธรรมดาแท้ ๆ  กล้าดียังไงมามองข้ามพวกข้าที่เป็นชั้นสูงกว่า ! ” 

 

สิ้นคำ  เสียงพูดคุยในชั้นอาหารก็เงียบลงในทันที  ต่างหันมามองผู้พูดเป็นตาเดียวยามได้ยินคำวางอำนาจและน้ำเสียงเหยียดหยาม  ความไม่พอใจและความหงุดหงิดเริ่มลอยปะปนกันในอากาศจนแทบไม่รู้ว่าเป็นของใครบ้าง 

 

วอดก้ายกแก้วน้ำขึ้นจิบ  กวักมือเรียกบริกรมาเก็บจานอาหารสั่งของหวานราวไม่เห็นหญิงสาวอยู่ในสายตา

 

“ เอาครีมโซดาอีกห้าที ” 

 

“  ครับ ” 

 

“  นี่ ! ” 

 

“  เลิกโวยวายได้แล้วท่านหญิงผู้สูงส่ง ”  ยังไม่ทันที่วีน่าจะได้เอ่ยต่อ  วอดก้าก็เอ่ยขัดขึ้นมาเสียงนิ่ง

 

“  ก็แล้วจะทำไม ” หญิงสาวเชิดหน้า   สะบัดมือที่บีบไหล่ปรามของมาแตร์ออกเพื่อเอ่ยต่อ   “  ทั้งที่เป็นแค่สามัญชนแท้ ๆ กล้าดียังไงมาทำเหมือนเราเป็นคนชั้นเดียวกัน   เหอะ  อันที่จริงพวกเจ้าก็แค่คนไร้ฝีมือที่ผ่านเข้ามาเพราะโชคช่วยหรอก  แล้วควรจะสำนึกตัวหน่อยว่าดีแค่ไหนแล้วที่พวกข้าลงมาพูดคุยด้วย ” 

 

“  วีน่า ! ”  แซคตวาดเรียกสติหญิงสาว  โคโลหันไปถามความเห็นจากผู้เป็นนาย ทว่ามาคัสเพียงยังมองเหตุการณ์เบื้องหน้านิ่ง ๆ โดยจับจ้องที่บุคคลหัวโต๊ะทั้งสองเป็นพิเศษ

 

กลุ่มชายฉกรรจ์ที่ทนสายตาเหยียดหยามของอัศวินสาวไม่ไหวย่างก้าวเข้ามาหาแต่ต้องชะงักเช่นเดียวกับอีกหลายกลุ่มที่หยุดมือที่จะสั่งสอนเด็กสาวปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนี้เนื่องเพราะ....ไอสังหารที่พวยพุ่งจากร่างห้าร่างที่ดูธรรมดาสามัญที่สุดของกลุ่ม

 

หนึ่งเจ้าของรังสีอำมหิตที่นั่งใกล้คนปากดีที่สุดยังใช้ส้อมเขี่ยอาหารในจานเล่นทว่าแวบหนึ่งกลับเจือจางด้วยรังสีฆ่าฟันที่โจมตีใส่คนข้าง ๆ นัยน์ตาสีรัตติกาลเริ่มเบือน

 

อีกหนึ่งคนซึ่งนั่งฝั่งตรงข้าม   ยกแก้วน้ำขึ้นจิบช้า ๆ ทุกหยาดหยดน้ำที่กลืนลงไปทว่าความรุนแรงของความอาฆาตแค้นกลับมีมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

อีกหนึ่งเจ้าของเรือนผมสีเขียวขี้ม้า   นั่งก้มหน้าต่ำ  มือหยิบยกตุ๊กตาตัวโปรดขึ้นมาเล่นด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ทว่าไอความมืดและความน่าหวาดหวั่นราวมัจจุราชนั้นเด่นชัดจนน่ากลัว

 

อีกเจ้าของเรือนผมสีส้มสดใสและรอยยิ้มเจิดจ้า  นั่งเท้าคาง ใช้นิ้ววนขอบแก้วเล่นไปมา  เสียงผิวปากเบา ๆ นั้นราวกับบาดลึกลงไป  ความอึมครึมและความรู้สึกราวถูกจ่อมีดไว้ที่คอมีมากพอไม่แพ้คนอื่นแม้แต่น้อย

 

และสุดท้ายร่างหัวโต๊ะในอิริยาบทธรรมดาทว่ารอยยิ้มบาง ๆ กับแสงสีขาวที่กระทบเลนส์แว่นจนมองไม่เห็นนัยน์ตาสีส้มใสดั่งเดิมสร้างความลึกลับให้อย่างไม่รู้จบ  เพียงแค่รังสีอำมหิตของคนสี่คนก็เพียงพอที่จะทำให้คนขวัญอ่อนนั้นหมดสติได้อย่างง่ายดาย  ในตอนแรกดูเหมือนวอดก้าจะไม่ร่วมวงเพราะเจ้าตัวเพียงเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า

 

“  ต้องขอขอบคุณท่านหญิงที่ลดเกียรติลงมาพูดคุยกับพวกข้า  ...แต่บางที...ท่านหญิงควรดูสถานที่และกาลเทศะซะบ้างก่อนจะพูดอะไรออกมา ”  เจ้าตัวยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นสีหน้าซีดเซียวของวีน่าที่ปากคอสั่น   ไม่กล้าพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียวอย่างพอใจเล็ก ๆ ดีดนิ้วเปาะ  รังสีอำมหิตเหล่านั้นก็หายไปอย่างรวดเร็ว  วิสกี้  จิน  รัมและเตกีล่านั่งคุยกันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

ส่วนหนุ่ม ๆ นั้น...ได้แต่นั่งเงียบเพราะยามจะเอ่ยขัดกลับถูกคนข้างกายตวัดมองอย่างดุ ๆ ใจนั้นก็ได้แต่ยินยอม...ทำไงได้ล่ะ   ในเมื่ออีกฝ่ายใหญ่กว่านี่ (เห็นแววกลัวเมียมาแต่ไกลลลล)  แม้แต่พาราไดซ์ยังถูกวอดก้ากุมมือขวาไว้และบีบเบา ๆ ...ไม่ใช่ออดอ้อนแต่เตือนว่าอยู่เฉย ๆ ซะ...

 

ชักจะโหดขึ้นทุกทีแล้วนะ...วอดก้าเนี่ย

 

คิดในใจ  แต่อดที่จะหลุดยิ้มไม่ได้

 

วอดก้าที่เห็นจึงขึงตาดุนิด ๆ ก่อนมองสบตาวีน่า  มาแตร์  กีเร่  แซค  โคโลและมาคัสที่มองเขาเป็นตาเดียวหลังเขาเอ่ยปากพูด

 

“  แต่ถ้าจะให้พูดคงต้องโทษผู้เป็นนายที่สั่งสอนลูกน้องไม่ดี...ไม่สิ  อาจจะสั่งเพียงแต่ลูกน้องไม่ฟัง ”  หัวเราะเบา ๆ กับคำพูดของตนที่ทำให้ทุกฝ่ายนิ่งค้าง  วอดก้าหันเหไปทางวีน่าบ้าง “ และบางทีท่านหญิงควรรู้ไว้  โพซิเด้นเราไม่ได้วัดที่ความสูงส่งของสายเลือด...แต่เรา...วัดกันที่ฝีมือ ” 

 

รอยยิ้มเชิงถูกอกถูกใจในคำพูดของวอดก้าเกิดขึ้นที่ริมฝีปากของหลายคน

 

“  หากจะพูดตรง ๆ ...พวกข้าสามารถปลิดชีพท่านได้ด้วยเวลาเพียงเสี้ยววินาทีเสียด้วยซ้ำแต่ก็นะ  พอดีไม่อยากให้มือเปื้อนเลือดคนชั้นสูง ”  พูดถึงตอนนี้  วิสกี้  จิน  รัมและเตกีล่าพลันหัวเราะเบาๆ  ออกมาในทันที

 

ลอบสะใจไม่น้อยกับอาการอ้าปากพะงาบ ๆ ของหญิงสาวก่อนความรู้สึกนั้น  จะกลายเป็นอาการสะดุ้งเพราะรังสีอำมหิตอันมหาศาลของวอดก้าที่พวยพุ่งออกมาจากร่างราวน้ำป่าไหลหลากที่ทำให้บรรยากาศภายในชั้นสั่นสะเทือนรุนแรง   คนที่ทนไม่ได้ล้วนหมดสติ  ไม่ก็ช็อค หลายกลุ่มที่ตั้งท่าจะเดินมาตอนแรกได้แต่ถอนกรูด   ส่วนเจ้าของความกดดันเพียงเอ่ยจบประโยคสุดท้ายด้วยรอยยิ้มตามเดิม

 

“  และสุดท้าย...แม้พวกข้าจะเป็นสามัญชนแต่ก็มีฝีมือที่พอจะฆ่าองค์ชายของท่านได้  อำนาจหรือ ? เราก็มี...ความร่ำรวย ? ก็ไม่ต่างจากท่าน  อย่าตอแยความยุ่งยากใส่ตัว  เราคือเงาที่อยู่ในความมืดซึ่งลึกกว่าสิ่งใด  หาใช่แสงสว่างอย่างท่าน   พวกเราต่างมือเปื้อนเลือดไม่ต่างกันเพียงแต่ขึ้นอยู่ว่ามากน้อย  และที่สำคัญ...พวกเราไม่ใช่ชนชั้นสูงที่เสวยสุขในโลกของตัวเอง   ดังนั้นท่านหญิง...อย่างที่บอก ต่อให้องค์ชายและพรรคพวกของท่านช่วยเหลือ  พวกข้าก็สามารถฆ่าพวกท่านได้หมดอยู่ดี ” 

 

รอยยิ้มอันเย็นชาผุดขึ้นที่เรียวปากสีแดงสด

 

“  ราตรี...”  มาคัสเอ่ยเบา ๆ วอดก้าเพียงลุกขึ้นยืนเช่นเดียวกับอีกสี่ร่าง  เอ่ยคำนัดหมายเสียงราบเรียบ  ใส่เสื้อคลุมแล้วหมุนตัวเดินออกจากโต๊ะ 

 

“  แล้วเจอกันที่ข้างล่างเจ็ดโมง ” 

 

เพียงเอ่ยจบประกายตาห้าสีเบือนมองร่างข้างหลังเล็กน้อย  ชายเสื้อคลุมสะบัดพริ้วไหว  ร่างเลือนหายไปพร้อมรังสีอำมหิตอันน่ากลัว  หลายสิบคนหอบหายใจสั่น  หัวใจเต้นถี่ยิ่งกว่ายามเฉียดตาย

 

กว่าสิบนาทีที่มาแตร์ต้องปลอบขวัญเพื่อนสาวที่เปรียบดั่งน้องคนเล็กของกลุ่ม   แม้เธอเองจะรู้สึกหวาดกลัวร่างทั้งห้าร่างนั้นไม่ต่างกันก็ตาม  ส่วนพวกพาราไดซ์ทำเพียงกินของหวานที่วอดก้าสั่งมาให้เพื่อไม่ให้เสียของเท่านั้น

 

พวกเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมวอดก้าถึงสั่งมาห้าที่...เพราะเจ้าตัวรู้ว่าคงไม่อยู่ทานจนกินของหวานหมดแน่นั่นเอง

 

ไม่นานความปากกล้าของวีน่าก็กลับมาอีกครั้ง

 

“  เชอะ กล้าพูดมาได้ว่าสามารถสังหารข้าที่เป็นองครักษ์แห่งนาโวลล์ได้  ไหนจะองค์ชายมาคัสและอาจารย์อีก ”  เธอเริ่มบ่น  หันไปถามบุคคลหัวโต๊ะ “ พวกนั้นไม่เจียมตนเลยใช่ไหมเพคะ  องค์ชาย ” 

 

มาคัสหรี่นัยน์ตามองหญิงสาวด้วยแววตาคมกริบจนอีกฝ่ายได้แต่สะอึก   เสียงทุ้มเริ่มเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างเชื่องช้า

 

“  ผิดแล้ว...”  ท่ามกลางความเงียบ  มาคัสได้เอ่ยสิ่งที่หลายคนไม่อยากเชื่อหูตนเองออกมา ! “  เพียงคนเดียว...เพียงราตรีเท่านั้น  ก็สามารถสังหารข้าได้แล้ว ” 

 

“  อ...องค์ชาย ” 

 

ใช่  มาคัสรู้ตัวดี  ในตอนประมือกันครั้งนั้น  เขาก็คิดเพียงว่าอีกฝ่ายมีฝีมือสูสีกับเขาแต่เมื่อลองทบทวนดี ๆ แล้ว...อาการเหนื่อยหอบของหญิงสาวไม่เคยปรากฏ  แรงดาบที่หนักหน่วงทุกครั้งที่ลง  ทว่าไม่เคยเอาถึงตายแม้มีท่าทีเล็งหลายครั้ง  การเปิดช่องว่างให้ตนได้ตีโต้กลับอย่างเฉียบขาด  บอกได้อย่างเดียวว่าหญิงสาวมีฝีมือเหนือกว่าเขา

 

“  และวีน่า... ” 

 

“  พ...เพคะ ” 

 

“  เจ้าควรดูด้วยว่านี่ไม่ใช่สถานที่ที่จะอวดอำนาจของเจ้าได้  และการพูดอะไรไม่คิดของเจ้าเกือบทำให้พวกเราต้องประสบปัญหา ”

 

ถ้อยคำตำหนิราบเรียบแต่รุนแรงทำให้วีน่าได้แต่หน้าเสีย  โคโลพูดเสริม 

 

“  และอย่าได้ทำกิริยาเช่นนี้อีกวีน่า  เจ้าได้ยินที่เขา...คนผู้นั้นกล่าวหรือไม่ ? มันทำให้องค์ชายมาคัสเสื่อมเสียเพราะไม่ได้สั่งสอนเจ้าให้ดี ” 

 

“  ข...ข้าทราบแล้วอาจารย์ ”  หญิงสาวสงบปากคำพลันเมื่อรับรู้ได้ถึงความกดดันจากบุคคลกลุ่มอื่นที่ไม่พอใจในตัวเธอเช่นเดียวกัน

 

วีน่าก้มลงตักอาหารเข้าปาก  ก่อนนัยน์ตาสีฟ้าจะเบิกกว้าง  ช้อนในมือร่วงหล่นเมื่อเห็นอะไรบางอย่าง  เท่านั้นสาวเจ้าก็กรี๊ดลั่น

 

“  กรี๊ดดดดดด ”   ทั้งหมดหันไปมองก่อนจะพบว่าเธอนั้นกระโจนออกจากที่  ตัวสั่นระริก  สีหน้าซีดเซียวพะอืดอะอม  มาแตร์ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ 

 

“  ห......หนอน  มีหนอนในจานอาหารข้า ! ”  วีน่าพูดเสียงสั่น

 

มาแตร์ก้มลงไปดูแต่ก็ไม่พบอะไรแม้แต่น้อย

 

“  ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่วีน่า ” 

 

“  มีสิ ! ข้าเห็นหนอนอยู่ในนั้น ! ”  อัศวินสาวยังยืนยันค้านหัวชนฝา  ไม่มีท่าที่จะเดินมาใกล้ที่นั่งตนแม้แต่น้อย

 

“  ไม่มีอะไรจริง ๆ วีน่า  เจ้าตาฝาดหรือเปล่า ”  กีเร่เอ่ยเสริมเมื่อลองตรวจแล้วก็ยังไม่พบอะไร

 

“  จ...จริงนะ ” 

 

“  อือ ”

 

วีน่าจึงยอมกลับมานั่งที่ตามเดิมด้วยท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ แสงสีขาวสว่างวาบครู่หนึ่งก่อนคราวนี้จะมีอะไรตกลงมาที่ศีรษะของหญิงสาว

 

สีดำมะเมื่อมเงางาม  สัตว์เลื้อนคลานไม่มีพิษ  นอกจากนี้ยังมีสัตว์ตัวเล็ก ๆ ไต่ยุบยับ ๆ ไปตามตัวอัศวินสาว

 

เท่านั้นหล่อนก็กรี๊ดลั่นแล้วน็อคกลางอากาศไปเลยท่ามกลางความสะใจของคนหลายกลุ่ม

 

 

 

 

วอดก้าซึ่งอยู่หลังโรงแรมกระตุกยิ้ม  ยามได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ลือลั่น   แท็คมือกับคนจัดภาพมายาอย่างจินและผู้สรรหาสัตว์เลี้ยงตัวน้อยตัวนิดอย่างรัมและวิสกี้ 

 

“  หึ...กรี๊ดลั่นเชียว ”   วอดก้าหัวเราะในลำคอด้วยใบหน้าชั่วร้ายผิดมาดสุภาพบุรุษอ่อนโยนที่ปั้นหน้าไปเมื่อครู่อย่างยิ่ง  เตกีล่ามีสีหน้าสงสารสาวเจ้าไม่น้อย  แถม  ก็สัตว์ตัวเล็กตัวน้อยพวกเขาไปเก็บมาหลังจัดการ 'รุ่นพี่ตัวแสบ' ซึ่งเป็นถึงนักเรียนแลกเปลี่ยนชื่อดังแล้วมา  ด้วยเหตุนี้มันจึงพร้อมใช้งานอย่างยิ่งได้แก่งูเห่า  กิ้งกือ  ไส้เดือน  ตะขาบ  แมงป่อง สารพัดหนอนอย่างที่เขาเองยังแหยงไม่ต่างกัน

 

“  เล่นแรงไปไหม  ยังไงอีกฝ่ายก็ผู้หญิง ”  เพียงเอ่ยจบทั้งหมดก็ชะงัก  หันไปมองคนพูดเป็นตาเดียว  เตกีล่าจึงเพ่งนึกได้ว่าตัวเองก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน  ยิ่งพอนึกถึงสารพัดคำพูดของหญิงสาวที่ถากถางดูถูก  ใบหน้าเห็นใจก็เลือนหายกลายเป็นใบหน้าเหยียดแสยะร้ายกาจขณะอุทานสั้น ๆ “ แต่เราก็เป็นผู้หญิงนี่...งั้นช่างมัน  ” 

 

“  ฮ่าๆๆ  นี่สิถึงจะเรียกว่าเพื่อนซี้ ”   วิสกี้คว้าคอผู้เป็นเพื่อนมากอดอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับวอดก้าที่คว้าอีกสองหน่อมาไว้ในอ้อมแขน    เท้าย่างกรายเข้าอีกหนึ่งสถานที่อันเคยคุ้น  เสียงพูดคุยซึ่งดังกระหึ่ม  กลิ่นเหล้าเบียร์ที่แรงจนฉุนแสบจมูกและจะเป็นที่พักในคืนนี้ของพวกเขา

 

สายตาห้าคู่สบกันยิ้ม ๆ

 

ได้เวลาทำงานถนัดแล้ว

 

 

สุขสันต์วันปีใหม่ (ล่วงหน้า)

 

ว่ะฮะ ๆๆ ไรท์คิดแล้วเชียวว่าแต่ละคนต้องไม่ชอบวีน่า  แต่มันก็ต้องมีผู้หญิงเจ้าอารมณ์บ้างนะคะมันถึงจะมีสีสัน (เอาไว้ให้เราสะใจโดยเฉพาะ) แต่ยังรู้สึกไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่   ตอนนี้ไรท์ติดอ่านเรื่อง  This time...Lucky in Game Lucky in Love (BL  นิยายแปลจีน)  ของพี่เจิ้นอยู่ เขินหยูหยูน้อยกับเฮียมู่เวอร์  ชอบอ่ะ !!! แนะนำรีดเดอร์ทุกท่านไปอ่านเลย

อีกแค่สองตอนซีอัสตรารอก่อนเน้อ  หนุ่มน้อยวัยเอ๊าะจะกลับมาสั่นใจคุณแล้ววววววววว  (เพ้อแล้วไรท์)  อ่อ  อาทิตย์หน้าไรท์กลับอยุธยาสามวันนะคะ  ตอนปีใหม่เลยอาจไม่ได้อัพนิยายให้เป็นของขวัญ  แต่จะพกพาโน๊ตบุ๊คซ์กลับไปแต่งต่อที่อยุธยา    

ขอบคุณที่ติดตามค่า  ตอนนี้เพื่อนไรท์มันขอให้แต่งนิยายเรื่องเรื่องหนึ่งให้   แบบสนอง need มันงี้เพราะมันบอกไม่มีพรสวรรค์ในการแต่ง  ไรท์เลยจัดให้แนวนายเอกเราวิญญาณออกจากร่าง  จากเด็กเรียนสุดเพอร์เฟ็กยกเว้นหน้าตา  จบโทบริหารอายุ 27 ถูกรถชนไปอยู่ในร่างหนุ่มน้อยวัย 19 ผู้หล่อเหลาและงดงาม (?)  (แนว yaoi นะค้า)  เจ้าตัวเลยหาโอกาศใช้ชีวิตใหม่ให้คุ้มจนไปเจอะเจอกับพระเอก 55555 เรื่องนี้เพื่อนไรท์บอกอยากอ่านมากกกกกกกก เลยแต่งให้มันเล่น ๆ เป็นของขวัญปีใหม่   ขอให้ปีใหม่นี้ทุกคนพบเจอแต่ความสุขความเจริญ   พบเจอแต่เรื่องโชคดี  สุขภาพร่างกายแข็งแรงนะค้า  แล้วพบกันใหม่ค่า

 

 

 

 “  เฮ้ย  เป็นใบ้หรือไงว่ะ ! ”  หลังพล่ามมานาน  เอกรินทร์ที่เห็นคู่กรณียังคงแต่เงียบ  นั่งอ่านหนังสือเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุก็ชักฉุนชัด  กระชากคอเสื้ออีกฝ่ายขึ้นมาโดยชายหนุ่มผมยาวเพียงเหลือบตาน้อย ๆ อย่างเฉยชา ขณะปัดมือนั้นออก

“  เปล่าครับ ”  ผมพูดตอบสั้น ๆ จัดเสื้อใหม่ให้เข้าที่แต่ไม่วายยังถูกหาเรื่องต่อ

“  แล้วทำไมแกถึงไม่พูดอะไรเลย ห้ะ ” 

“  ก็ไม่รู้จะพูดอะไรนี่ครับ  จะให้ผมลุกขึ้นมาโวยวาย  ร้อนตัวขึ้นมาแล้วจะได้อะไร ? ให้คุณสมใจ แล้วผมขายขี้หน้า ? หึ ...ผมไม่ทำอะไรเด็ก ๆ อย่างนั้นหรอกครับ ”  มือขวาถูกยกขึ้นมาปรามเพื่อนรักทั้งสี่ที่ทำท่าจะพุ่งเข้ามาหาตอนถูกกระชากคอเสื้อ  แน่นอนว่าเหตุการณ์นี้ย่อมเป็นจุดสนใจของเหล่าเพื่อนร่วมคลาสโดยรอบที่ยืนนิ่งราวชมละคร

“  นี่แก...”  ไม่ใช่แค่เอกรินทร์ที่อึ้ง  คนฟังรอบ ๆ ยังอึ้งตามไม่ต่างจากตอง  เมฆ  เติร์กและเทสที่หันมาสบตากัน  แววตาเริ่มฉายชัดถึงความประหลาดใจกับการกระทำนั้น

คนที่เปรียบดั่งน้องเล็กสุดของกลุ่ม  คนที่ขี้โวยวาย  เอาแต่ใจและนิสัยเสียมาตลอดไม่ต่างกับความใจร้อนที่มี  ทำไมถึงได้เยือกเย็นจนเกือบจะกลายเป็นความเย็นชาได้ขนาดนี้

ที่สำคัญ  การตอกกลับคำพูดนั้นช่างแสบทรวงและแสดงถึงความฉลาดลึกทั้งการพูดและการกระทำเสียจริง

“  ครับ ? ”  ผมเสยเส้นผมตัวเองที่ปรกหน้าขึ้นขณะยกยิ้มจาง ๆ ให้  เมื่อก้มมองนาฬิกาก็ต้องอุทานเบา ๆ ผมเกือบจะพลาดแล้วสิเนี่ย

“  จริงสิครับ  ผมคงต้องเตือนอะไรคุณก่อนสินะครับ ”  ใบหน้าเรียวเอียงเล็กน้อยเหมือนทบทวนความจำ  ขณะนัยน์ตาสีนิลเริ่มฉายความลึกลับบางประการ

“  เตือน...เตือนอะไร ? ”  เอกรินทร์เผลอก้าวถอยห่างเมื่อคนที่เขาปรามาสว่าอ่อนแอสาวเท้าเข้ามาใกล้จนห่างเพียงแค่เอื้อม  ก่อนเขาจะสะดุ้งเฮือกเมื่อคนตรงหน้าถอดแว่นตาออกแล้วเหน็บไว้ที่คอเสื้อเผยนัยน์ตาคมกริบสีเข้มชัดเจน

“  เตือนว่า...ถ้าจะทำอะไรคุณควรคิดให้รอบคอบก่อนน่ะครับ ” 

ยกยิ้มจาง ๆ ให้

“  ? ” 

“  ใช่ว่าครั้งที่แล้วผมจะไม่โกรธคุณนะครับ ”  ผมเริ่มสาธยาถึงเรื่องหนหลังที่เขาแกล้งผม  ถ้าไม่เอาคืนก็ไม่ใช่นายตะวันคนนี้แล้วครับ  “  เพียงแต่ผมเพิ่งพอจะสามารถใช้ประโยชน์ของตัวเองได้เมื่อไม่นานมานี้เอง  เลยต้องทำให้คุณรอคอยนาน ” 

“  หมายความ...”  เอกรินทร์หุบปากฉับเมื่อนิ้วเรียวยกมาทาบปากห่างเพียงไม่กี่เซนราวจะบอกให้เงียบ  เสียงทุ้มเริ่มนับถอยหลังอย่างเชื่องช้า

“   5..4..3..2..1 ” 

“  ประกาศขอให้นายเอกรินทร์ พิทักษ์สมุทรมาพบรองอธิบดีที่ตึก 1 ด่วนค่ะ  ย้ำขอให้นายเอกรินทร์ พิทักษ์สมุทรมาพบรองอธิบดีที่ตึก 1 ด่วนค่ะ”   

เสียงประกาศประชาสัมพันธ์ที่ดังขึ้นแทบจะทันทีทำเอาหลายคนสะดุ้งเฮือกและมองไปยังผู้เอ่ยอย่างกังขา  รอยยิ้มลึกลับพลันปรากฏบนใบหน้าสร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้กับเอกรินทร์ยิ่งกว่าที่เคยรู้สึก

“  เรื่องที่จะเตือน...คงเป็นเรื่องอารมณ์ของผม ”   ร่างสูงวกกลับเข้าเรื่องขณะลดมือลง  แผ่กลิ่นอายอันตรายออกมาเจือจางราวข่มขวัญเหยื่อ  มือยกขึ้นรวบผมให้เรียบร้อยช้า ๆ ทุกกิริยาดูนุ่มนวลทว่าทำให้หลายคนไม่กล้าหายใจ

“  คุณไม่ควรจะทำให้ผมอารมณ์เสียหรือโกรธแค้นคุณไม่ว่าทางใดก็ตาม......  ไม่อย่างนั้นจุดจบมันคงไม่ดี ”  น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยยังดังเนิบนาบขับขาน “  เตือนอีกครั้ง  อย่าทำให้ 'เดชาติรานนท์' โมโห  คุณคงรู้ดีว่าอำนาจพวกผมทำอะไรได้บ้าง  ...และยิ่งยามเจ็บแค้น  ยิ่งอำมหิต   เพราะกรรมพันธุ์ของพวกเรา...”  นัยน์ตาคมหรี่ลงเป็นสัญญาณยามเอื่อนเอ่ยคำสุดท้าย  “  ....มันร้ายลึก ” 

สิ้นเสียง  แม้จะยังมีรอยยิ้มสุภาพออ่นโยนบนใบหน้าทว่ากลิ่นอายความกดดันและอันตรายเจือจางราวไม่ใช่คน ๆ เดิมย้ำเตือนเอกรินทร์อีกครั้งว่าอย่าทำให้ 'เดชาติรานนท์' โกรธแค้นเป็นอันขาด  หากยังอยากตายโดยไม่ทรมาณ !

และเรื่องที่ถูกเรียกตัวไปพบคงไม่พ้นการทำให้ตะวัน  เดชาติรานนท์ผู้นี้โกรธเมื่อยามครั้งที่แล้วเป็นแน่

ผมกระตุกยิ้มที่มุมปากน้อย ๆ ขณะหมุนตัวเตรียมไปเรียนคลาสต่อไป  หึ  บอกตามตรงว่าผมเซ็งเหมือนกันที่ไปที่ไหนก็โดนคนหาเรื่องเพราะอารมณ์ของเจ้าของเก่าที่ไปก่อเรื่องเสียมากมาย   จะกลับร่างตัวเองก็ไม่ได้เพราะร่างนั้นตายไปแล้ว  ที่น่าปวดหัวที่สุดคือการที่คนอายุ 27 อย่างผมต้องมาอยู่ในร่างเด็กวัยมหาลัยวัยเอ๊าะอายุ 19  ทั้งที่จบโทบริหารมาแล้ว

ความอดทนของเราก็มีจำกัดนะครับคุณ

ตอง  เมฆ  เติร์กและเทสได้แต่ตามเจ้าของร่างเพรียวนั้นไปเงียบ ๆ ตอนนี้พวกเขารู้สึกว่าแผ่นหลังกว้างนั้นดูแตกต่างจากแผ่นหลังเมื่อครั้งก่อนเหลือเกิน   ตะวันคนนี้ไม่มีการโวยวายไร้เหตุผล  ไม่มีการหาเรื่องป่วน ๆ มาให้พวกเขา  จัดการทุกอย่างได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องร้องขอความช่วยเหลือใคร

ตองหยุดปลายเท้าเมื่ออยู่ ๆ คนที่ก้าวฉับ ๆ นำตอนแรกชะลอตัวลง  หมุนตัวมาหาพวกเขาด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ เหมือนเพิ่งรู้สึกตัว  ปากเอ่ยถามติดเจื่อน

“  เอ่อ  โรงอาหารไปทางไหนนะ ” 

“  ไอ้ซันเอ๋ย...แกนี่มันเอ๋อจริง ๆ ”   เติร์กเดินไปขยี้หัวทุย ๆ  นั้นอย่างหมั่นเขี้ยวเมื่อเห็นใบหน้าแดง ๆ ของอีกฝ่าย  รอยยิ้มจึงปรากฏที่ใบหน้าของเทสและเมฆบ้างขณะส่ายหัวอย่างระอาใจ

“  ไม่รู้แต่ดันเสร่อเดินฉับ ๆ มาเลยเนี่ยนะ ” 

“  ก็ตอนนั้นมันลืมตัวนี่  ตกลงจะไปหาอะไรกินไหม ? ” 

“  ไปสิ  ไหน ๆ แกก็เพิ่งฟื้นจากการเป็นเจ้าชายนิทรามาตั้งครึ่งปี  เดี๋ยวไอ้เทสมันจะเลี้ยงฉลองให้ ” 

“  ...ฉันว่าฉันยังไม่ได้พูดอะไรสักคำนะ ” 

“  ฮ่า ๆๆ เอาเหอะน่า  ไปหาไรกินกัน ” 

พวกเขายกยิ้มกว้างขณะยกขโยงเดินขบวนไปยังจุดหมายโดยไม่รู้ว่าเพื่อนหนุ่มของเขานั้นหันไปมองมุมเสาที่ห่างออกไปไม่ไกลเล็กน้อยอยู่อึดใจหนึ่ง   ก่อนจะ...เหยียดยิ้มเย็นให้ราวมัจจุราช  และนั่นไม่ต่างกับเอาน้ำเย็นสาดหน้าร่างของคนที่แอบหลบอยู่

“  สมเป็นคนตระกูลเดชาติรานนท์...น่ากลัวจริง ๆ  ”  ร่างสูงพึมพำเมื่อถูกคนเป็นเป้าหมายนั้นจับได้   มือกดโทรศัพท์หาผู้เป็นนายเพื่อรายงาน

“  บอกตามตรงว่าชักหวั่นใจแทนเจ้านายแล้วที่มาสนใจ 'สัตว์ร้าย' แบบนี้ ”   

เขาทำหน้าเครียดแทนคนเป็นนาย

ให้ตายเถอะ  สนใจใครไม่สน  สนผู้ชายก็แย่เกินแล้วทั้งที่เป็นผู้ชายเหมือนกันแถมยังดันสนคนอันตรายแบบนี้อีก  เลขาคนนี้อยากผูกคอตายเสียจริง !

แต่ที่ไม่เข้าใจสุดคงเป็นเพราะเหตุใด  นิสัยที่สืบทราบมาถึงได้ต่างจากนิสัยเจ้าตัวหลังตื่นจากการเป็นเจ้าชายนิทราถึงครึ่งปีขนาดนี้กัน  ???



 

ต่อแค่นี้ก่อนนะมึง   กูล่ะปวดหัวกับเรื่องที่มึงอยากให้เขียนจริง ๆ นิยายกูก็แทบไม่มีเวลาลงแล้วดันอยากให้กูแต่งนิยายให้อ่านเล่นอีก   ชานแบคมึงก็ค้างต่อไปเถอะ  บอกตามตรงว่ากูเห็นลูกแท้ ๆ อย่างไดซ์วอดมากกว่าชานแบคแล้วก็โรซันว่ะ (ถึงกูจะแต่งเองหมดเลยก็เถอะ)

ส่วนแนวออนไลน์ที่กูเปรย ๆ ไว้เดี๋ยวส่งตอนต้นไปให้  แต่คงไม่ลงเด็กดีเพราะสายลมก็ยังบ่ออัพ  สับรางอย่างเดียวเลยตอนนี้  นางเอกนี้กูชอบอิมเมจเวอร์  อยากอัพนะแต่ยังตัดตอนไม่ถูก 

อ่านแล้วเป็นไงบอกกูด้วย  จะได้เอาไปแก้ไข  แนวออนไลน์นางเอกกูชื่อคริสติน  อย่าสับสนกับชื่อครีมล่ะมึง  ถ้ามึงชอบนิสัยวอดก้า  หนูคริสลูกรักกูจะเพิ่มความเป็นผู้ใหญ่  ความนิ่ง  ความขี้เล่น  ซุกซน  ความมีเสน่ห์แบบเลเวลอัพไปอีก 

พูดไปแล้วก็อยากเอาลงให้รีดอ่านว่ะ  แต่กลัวโดนรีดดุ เรื่องเก่ายังไม่ทันอัพจะอัพเรื่องใหม่  แล้วอย่าลืมตอบกูกลับด้วย  ไม่งั้นมีงอน !!!

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 73 : บทที่ 63 กำแพงชั้นที่สอง และความน่าปวดหัวที่คูณ 2 ??? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 11833 , โพส : 151 , Rating : 19% / 150 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7
# 151 : ความคิดเห็นที่ 15913
อยากอ่านอ่ะเอามาลงเถอะค่ะนะๆ😣😣😣
Name : Saifon_ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Saifon_ [ IP : 223.24.150.183 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:19
# 150 : ความคิดเห็นที่ 13918
เอาลงเถอะค่ะ ไรท์ชอบมากอยากอ่านนี่ติดตามทุกเรื่องที่ไรท์เขียนสนุกมากชอบสุดๆ ขอบคุณที่เขียนนิยายสนุกๆให้อ่านนะคะ
Name : Aim_patcharaporn < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aim_patcharaporn [ IP : 171.7.233.95 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 มีนาคม 2560 / 17:24
# 149 : ความคิดเห็นที่ 12919
เพิ่งมาเห็น. อยากอ่านเหมือนกันค่ะไรท์ ไรท์ยิ่งลงเรายิ่งตามทุกเรื่องอะ หนุกมากกก น่าอ่านๆ ชอบบุคลิกตัวละครของไรท์มากกก รักทุกเรื่องค่า สู้ๆค่ะไรท์
Name : lost-death < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lost-death [ IP : 115.87.66.122 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 พฤศจิกายน 2559 / 22:52
# 148 : ความคิดเห็นที่ 12719
อยากจิอ่านมากๆเลยไรท์ ว้อนท์สุดๆ
Name : pick-17 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pick-17 [ IP : 202.28.95.226 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2559 / 15:59
# 147 : ความคิดเห็นที่ 12315
ถถถถถถถเอาลงก็ได้นะคะไรท์รีดอยากจะอ่านนนนนนอยากเเดดิ้นด้วยความอยากอ่านอ่านเเล้วววววว-อันที่ไรท์เเต่งเเต่ไม่ได้ลงอ่าาาาา
PS.  ขอเเค่ใครซักคน...แค่คนเดียวก็ได้ ได้โปรดอย่าหนีหายไปเมื่อรู้ถึงตัวตนหลังหน้ากาก เบื่อกลับการที่ต้องใส่หน้ากากแล้ว..ได้โปรดช่วยปรากฏตัวออกมาซักที
Name : มหาเทพเเห่งการจองจำ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มหาเทพเเห่งการจองจำ [ IP : 49.237.148.251 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 สิงหาคม 2559 / 23:20
# 146 : ความคิดเห็นที่ 10868
เราก็อ่านนะไรท์ พี่มู่กับหยูหยูน้อยอ่ะ! อ่านแล้วอ่านอีก กรี๊ดมากค่ะตอนรู้ว่าไรท์อ่านเหมือนกันสนุกกกกก
Name : lalinyada < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lalinyada [ IP : 1.46.38.21 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 เมษายน 2559 / 22:55
# 145 : ความคิดเห็นที่ 9425
เรื่องท้ายตอนจะลงมั้ยอะ น่าสนุก ถ้าลงช่วยปล่าวประกาศด้วย
PS.  กำลังใจมีให้เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนจะเป็นกำลังและแรงใจให้ทุกที่
Name : เงามายา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เงามายา [ IP : 171.100.236.110 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 มีนาคม 2559 / 18:13
# 144 : ความคิดเห็นที่ 7844
เรื่องตอนท้ายบท ชอบมากเลยน่าจะลง เด็กดีด้วยนะ จะรอจร้าาาาาาาาาาาา
Name : พระจันทร์สีม่วง [ IP : 118.173.213.14 ]

วันที่: 21 กันยายน 2558 / 18:40
# 143 : ความคิดเห็นที่ 6508
สนุกง่าาา วอดก้าา
Name : fairy_devil < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fairy_devil [ IP : 125.27.75.136 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 เมษายน 2558 / 14:23
# 142 : ความคิดเห็นที่ 6285
ไรต์หายไปไหนคร๊าฟฟฟฟทิ้งเราไปนานเหลือเกินคิดถึงไรต์มากๆเลยคิดถึงวอดก้าคิดถึงง่ะ กลับมาเร็วนะค่ะไรต์
Name : _White_ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ _White_ [ IP : 1.47.43.101 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 เมษายน 2558 / 19:31
# 141 : ความคิดเห็นที่ 6181
สนุกมากเลยค่าาา 5สาวของเราชั้งเเสบได้ใจจริงๆค่ะ สู้ๆเข้านะค่าา จะรออ่านค่ะ
Name : LiNa-LucKY < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LiNa-LucKY [ IP : 171.99.253.147 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มีนาคม 2558 / 11:56
# 140 : ความคิดเห็นที่ 5552
ไรท์อะอยากอ่านต่อเรื่องนี้มากๆๆ เลย
Name : วัน [ IP : 124.120.181.220 ]

วันที่: 15 มกราคม 2558 / 14:31
# 139 : ความคิดเห็นที่ 5479
ไรต์อยากอ่านเรื่องที่ไรต์แต่งให้เพื่อนอ่ะ
Name : bpins < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bpins [ IP : 180.180.64.93 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 มกราคม 2558 / 22:18
# 138 : ความคิดเห็นที่ 5348
ไรเตอร์ใจร้าย มาสปอยกันแบบนี้ได้ไง ไม่รักไรเตอร์แล้ว ถ้าไรเตอร์ จะลงเรื่องใหม่ รีด แนะนำให้ลงของเก่าให้จบก่อน แล้วสายลมอ่ะ อัพด้วยค่ะ รีดค้าง วอดก้าด้วยนะ ติดตามค่ะ แล้วก็ สวัสดีก่อนปีใหม่หนึ่งวันค่ะ ปีใหม่แล้วขอให้ไรเตอร์เจอแต่สิ่งดีๆ สุขภาพแข็งแรง อัพนิยายให้อ่านบ่อยๆ(แหะๆ)รีดเดอร์คนนี้(ข้าน้อยเป็นนักอ่านเงาค่ะ:3แต่ก็ตามแสดงความคิดเห็นให้หลายครั้งเพราะจะสรุปรวบยอดเลย;3 ยังไงก็ สู้ๆสวัสดีปีใหม่ค่ะ
Name : เทพทาโยะ [ IP : 1.47.202.218 ]

วันที่: 31 ธันวาคม 2557 / 21:37
# 137 : ความคิดเห็นที่ 5329
ไรท์ก็เก็บต้นฉบับไว้สิ ทั้งตะวันแล้วก็แนวออนไลน์ที่ไรท์แต่งให้เพื่อน ลงเรื่องไหนจบแล้วค่อยเปิด ปล.อัพทั้งวอดก้าทั้งสายลมเลยนะรออยู่นะค่ะ
Name : ชิโรน่า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ชิโรน่า [ IP : 114.109.7.227 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2557 / 21:04
# 136 : ความคิดเห็นที่ 5320
เปิดเรื่องน่าสนุกมากเลยค่าา ลุ้นว่าจะเป็นไงต่อเพราะว่าดูเเล้วไรต์น่าจะติดค้างนิยายเยอะ(เเยะ)น่าดูเลย พยายามเข้านะคะ สู้ๆ
Name : nejan12 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nejan12 [ IP : 27.55.151.107 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2557 / 18:58
# 135 : ความคิดเห็นที่ 5303
ลงต่อเร็วๆเน้อสักครึ่งตอนยังดีปิดท้ายปีใหม่น้าาาา แล้วก็ สวัสดีปีใหม่ค้าาาาาา
Name : Supissara Suwanchana < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Supissara Suwanchana [ IP : 1.10.223.10 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2557 / 08:56
# 134 : ความคิดเห็นที่ 5302
อยากเห็นวอดก้าตอนร้อนมากๆอีกจัง
Name : Supissara Suwanchana < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Supissara Suwanchana [ IP : 1.10.223.10 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2557 / 08:53
# 133 : ความคิดเห็นที่ 5300
ไรท์แต่งดีทุกเรื่องเลยค่ะ(แต่ยังไมก็วอดก้าก่อน เนอะ^^)สายลมก็สนุก
ยังไงก็รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ(ถึงจะไม่หนาวแล้วก็เถอะ)
สุขสันต์วันปีใหม่เช่นเดียวกันค่ะ
PS.  ป.ล.ผู้รอคอยเองนะ^^
Name : เส้นทางสู่ความตาย < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เส้นทางสู่ความตาย [ IP : 182.53.126.195 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 ธันวาคม 2557 / 21:02
# 132 : ความคิดเห็นที่ 5298
เย่ มาแล้ววววว สนุกมากค่ะ แล้วมาอัพอีกนะค่ะ
PS.  ทุกอย่างมี 2 ด้าน เช่นเดียวกับ ราตรีที่มืดมิดแต่กลับสวยงามอย่างประหลาด ซึ่งมันแล้วแต่ว่าใครจะมองด้านไหนเท่านั้นของมันเท่านั้น เช่นเดียวกับความรัก ที่มีทั้ง ความทุกข์และความสุข
Name : ธิดาหิมะ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ธิดาหิมะ [ IP : 125.26.194.106 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 ธันวาคม 2557 / 18:34
# 131 : ความคิดเห็นที่ 5297
สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าเช่นกันครับยบบ
ขอบคุนที่อัพนะคับ
Name : taem_emm < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ taem_emm [ IP : 125.24.76.51 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 ธันวาคม 2557 / 17:31
# 130 : ความคิดเห็นที่ 5296
แต่งต่อเลยค่ะ สนุกมากๆๆๆ
Name : วัน [ IP : 124.120.74.35 ]

วันที่: 29 ธันวาคม 2557 / 10:22
# 129 : ความคิดเห็นที่ 5294
อ่านค่ะ ลงเลยค่ะ อัพไปเลยค่่าาาาาาาา
Name : Mammy Sentereza < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mammy Sentereza [ IP : 223.204.249.22 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 ธันวาคม 2557 / 01:37
# 128 : ความคิดเห็นที่ 5293
สนุกมาก+สะใจ สุดๆเลยมาต่อเร็วๆนะคร้
Name : _White_ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ _White_ [ IP : 223.204.249.14 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 ธันวาคม 2557 / 00:05
# 127 : ความคิดเห็นที่ 5292
กรี้ดดดด เค้าชอบวายที่จะเเต่งอะ มันเจ๋งอะ กลัยเข้ามาในร่างเด้ก กรี้ดดด ชอบบบ ><
Name : Blueyu < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Blueyu [ IP : 171.96.176.40 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 ธันวาคม 2557 / 23:41
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android