คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 74 : บทที่ 64 กำแพงชั้นที่ 3 กับสร้อยแห่งสราท


     อัพเดท 11 ม.ค. 58
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 2,542 Overall : 679,272
15,910 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7628 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 74 : บทที่ 64 กำแพงชั้นที่ 3 กับสร้อยแห่งสราท , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 14984 , โพส : 146 , Rating : 19% / 178 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


      

 

 

 บทที่  64  กำแพงชั้นที่ 3

กับสร้อยแห่งสราท  

 

 

“  ชิ  มีแค่ 100 คนเท่านั้นงั้นหรือที่ผ่านกำแพงชั้นที่สองมาได้  ทั้งที่คิดว่าทดสอบเพียงไม่กี่ธาตุจะมีผู้ที่ผ่านเยอะกว่านี้เสียอีก ” 

 

“  ช่วยไม่ได้   หากไม่ทำเช่นนี้  คนที่เหลือก็เข้าไปตายเปล่า  ฝูงปีศาจพวกนั้นยิ่งมายิ่งมาก  มันปิดทางเข้าซึ่งเก็บสมบัติไว้เสียหมด ”   อีกร่างเอ่ยอย่างไม่พอใจไม่ต่างกันนัก  พวกเขาทั้ง 7 ต่างนั่งคุยล้อมโต๊ะกลมซึ่งมีเพียงเทียนไขเล่มเดียวที่ตั้งกึ่งกล่งโต๊ะเพียงพอต่อการเห็นใบหน้าคู่สนทนาลาง ๆ 

 

“  ช่างเถอะ  เจ้าจะส่งคนแฝงเข้าไปกี่คน ”  คนที่สามเอ่ยปากถาม

 

“  20 คน  นี่เป็นใบหน้าและรายชื่อของพวกที่ข้าจ้าง ”

 

ทั้งหมดต่างแยกกันหยิบไปเปิดดู   ก่อนจะขมวดคิ้วเมื่ออ่านรายละเอียดทั้งหมด  หนึ่งในเจ็ดคนตบโต๊ะด้วยความไม่พอใจ

 

ปัง !

 

“  นี่อะไร ! มีแต่ทหารรับจ้าง  กลุ่มโจรที่กลิ้งกลอกและนักฆ่า    พอดีกับการที่พวกมันเจอสมบัติก็ช่วงชิงไปจนหมดแน่ ” 

 

“  ข้าเห็นด้วย  พวกนี้ล้วนไว้ใจไม่ได้ ” 

 

“  ใช่แล้ว ”

 

ทั้งหมดต่างสนับสนุนทว่าผู้แจกแจงรายชื่อและแทบเป็นผู้ที่ใหญ่ที่สุดกับหรี่นัยน์ตาสีฟางเพราะความชรามอง 

 

“  หึ แล้วจะใช้ทหารกับคนของเราให้ความลับล่วงรู้ไปถึงหูองค์กษัติร์ยหรือไง ” 

 

“  องค์กษัตริย์ก็แค่หุ่นเชิดของพวกเราเท่านั้น  อุปสรรคอย่างเจ้าหญิงลีนส์นัวส์ก็หาอยู่ไม่   ทางเราปิดข่าวไว้อย่างดี ”  อีกหนึ่งเสียงเอ่ยด้วยท่าทางกระหยิ่มย่อง  แต่ผู้ใหญ่สุดกลับเพียงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

 

“  ระวังปากเจ้าหน่อย   ไม่ว่ายังไงก็เตรียมแผนต่อไปได้แล้ว   แผนที่ภายในภูเขาไฟคงยังอยู่ดีกระมั้ง ” 

 

“  อยู่ดี ”  หกเสียงตอบประสานทว่าผู้ถามกลับตวัดสายตาไปมองทางหนึ่งอย่างว่องไว  เสียงทุ้มแหบพร่าตวาดลั่น

 

“  นั่นใคร ! ” 

 

ท่ามกลางความเงียบ  ทุกสายตาหันไปยังมุมมืดนั้น  แต่แล้วเสียงกริ๊งที่ฝั่งตรงข้ามก็พลิกสายตาทั้งหมดให้หันไปมอง  นัยน์ตาสีเหลืองเขียวสะท้อนแสงไฟ  มันคือแมวดำตัวหนึ่งที่ทำท่าตกใจ   กระโจนออกห่างจากพวกเข้า  หายลับไปในเงามืด

 

“  ก็แค่แมว ”  มีคนถอดถอนหายใจอย่างโล่งอก 

 

“  อย่าประมาท  กลับไปจงเช็กแผนที่ทั้งหกส่วนว่ายังอยู่ดีหรือไม่ ”  เสียงทรงอำนาจเอ่ยสั่งการทำให้ทั้งหมดไม่กล้าขัด  ทำได้เพียงขานรับและรีบแยกย้ายกันไปโดยไวก่อนจะมีผู้ใดผิดสังเกตุ  นัยน์ตาสีฟางเหลือบมองจุดที่ตนให้ความสนใจเมื่อครู่อย่างครุ่นคิด  ก้าวยาว ๆ พลางใช้ฝ่ามือที่เคยจับดาบมาเกือบทั้งชีวิตสัมผัสมันอย่างแผ่วเบา

 

กำแพงหินอ่อนยังส่งความเย็บเยียบไร้ชีวิตตอบกลับมาบ่งบอกว่าไร้สิ่งใดเมื่อครู่  ชายชราในชุดขุนนางประจำราชสำนักเอ่ยพึมพำ

 

“  หวังว่าจะเป็นเพียงเราที่คิดไปเอง ” 

 

แล้วสะบัดกายเดินจากไป  เสียงฝีเท้าดังกึกก้องไปตามทางเดินจนเริ่มเลือนหายไปตามระยะทางที่ห่างไกล  ทั้งห้องยังตกอยู่ในความเงียบจนพักหนึ่ง  ร่างในเงามืดก็ย่างกรายออกมาจากเพดานสูง

 

ฟุบ

 

ฝีเท้าแผ่ว ๆ สัมผัสพื้นเบา ๆ เจ้าของร่างนั้นพึมพำอย่างสมใจ

 

“  สมบัติงั้นหรือ ? รู้อะไรดี ๆ แล้ว ”  ก่อนทำท่าจะเดินออกไปทางประตูที่ชายชราคนสุดท้ายเดินออก  ทว่ายังไม่ทันที่จะได้ก้าวขาออกจากห้อง  แสงสีเงินสว่างวาบชั่วครู่  นัยน์ตาของผู้สอดแนมเบิกกว้างยามเห็นลำตัวของตนที่อยู่ห่างไป...  เขาไม่เข้าใจอะไรจนกระทั่งศีรษะตกพื้น  จึงเห็นชายเสื้อคลุมสีขาวซึ่งเป็นชุดของขุนนางราชสำนัก 

 

เจ้าของนัยน์ตาสีฟางที่เดินจากไปเมื่อไม่กี่นาที  บัดนี้กำลังฉีกยิ้มเหี้ยมที่มุมปาก   มือขวาถือดาบเพรียวบางในท่วงท่าฟัน

 

ร่างไร้หัวล้มลงดังตุบ ! ขุนนางชรามองอย่างเฉยชา การเป็นแม่ทัพจัดเจนศึกไม่ทำให้การฆ่าคนเช่นนี้ทำให้เขาเปลี่ยนสีหน้าได้

 

“  จัดการให้เรียบร้อย  พรุ่งนี้หากใครมีท่าทางน่าสงสัยหรือคิดฮุบสมบัติก็จงฆ่าทิ้งซะ ”  เอ่ยเป็นคำสั่งลอย ๆ แล้วโยนดาบลงพื้นข้างศพก่อนจะเดินจากไปอีกครั้งอย่างเชื่องช้า  คราวนี้ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้าโดยสิ้นเชิงบ่งบอกเป็นอย่างดีถึงความระมัดระวังตัวของอดีตแม่ทัพ 

 

เพียงพริบตาเดียว  ร่างในชุดสีดำสนิท   สวมหน้ากากสีขาวราวปีศาจถึงสามร่างก็ปรากฏ  หนึ่งดีดนิ้วใช้เปลวเพลิงสีขาวเผาไหม้ศพอย่างรวดเร็วไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน  หนึ่งใช้สายน้ำชำระคราบโลหิตที่พื้นหินก่อนเปิดโหลใสกักเก็บเลือดไว้  และสุดท้ายอีกหนึ่งแผ่กลิ่นสายลมจาง ๆ ตรวจสอบบริเวณรอบ ๆ ว่าจะมีสิ่งมีชีวิตใดอีกหรือไม่

 

“  ไม่มีใคร ”   อีกสองร่างพยักหน้ารับก่อนจะให้เวทย์เคลื่อนย้ายออกไปจากห้องแห่งนี้ไป

 

ทว่าหากพวกเขายังตรวจสอบต่อด้วยความละเอียดละออมากยิ่งขึ้นคงจะพบร่างสองร่างที่แฝงตัวอยู่ภายในห้องเล็ก  คนละมุมห้องโดยไร้ซึ่งลมหายใจ  กลิ่นอายความมีชีวิต  และถูกความมืดโอบอุ้มไว้

 

เปลือกตาสีขาวเปิดอย่างเชื่องช้าเผยนัยน์ตาสีส้มใสและสีอำพันสว่างของหนึ่งนักฆ่าและหนึ่งพ่อค้าผู้เชี่ยวชาญแม้การขายดวงวิญญาณ

 

เหนือพระราชวังหรู  อีกสามร่าง  หนึ่งนั่งยอง ๆ บนหลังคา  อีกสองกอดอกพิงยอดหอคอย   ทุกคำพูดและทุกการกระทำของคนในห้องนั้นล้วนไม่หลุดรอดสายตาคนทั้งห้าไปได้  สามร่างนั้นรีบพุ่งตามขุนนางทั้งหกที่ออกไปก่อนทันใด   เช่นเดียวกับคนทั้งสองภายในห้องที่เหยียดยิ้ม  พยักหน้าให้แก่กันแล้วตามเป้าหมายไป

 

ชายแก่ร่างท้วมซึ่งเป็นหนึ่งในคนทั้งเจ็ดซึ่งนั่งประชุมเมื่อครู่  ก้าวยาว ๆ ไปยังห้องทำงานตน   ห้องกว้างขวางและถูกตกแต่งอย่างหรูหรา  พรมขนสัตว์อย่างดีถูกปูพรมทุกตารางนิ้ว  ของภายในห้องล้วนบ่งบอกฐานะที่มีอันจะกินเกินกว่าขุนนางธรรมดา ๆ

 

เขาไม่วายหันซ้ายขวาอย่างระแวง  แม้จะรู้ว่าดึกดื่นค่อนคืนขนาดนี้ย่อมไม่มีผู้ใด ตู้หนังสือด้านหลังซึ่งมีเอกสารและหนังสือเล่มหนามากมายวางเรียงอย่างไร้ระเบียบ   นิ้มอวบอูมจัดวางหนังสือใหม่อย่างคล่องแคล่วจนกระทั่งหนังสือเล่มสุดท้ายถูกเสียบเข้าที่  เสียงของกลไกก็เริ่มทำงาน   เปิดช่องซึ่งใส่ของสำคัญเอาไว้ข้างตู้

 

ขุนนางแก่สอดมือเข้าไปก่อนดึงกระดาษแผ่นเก่า ๆ ออกมา  ถอนหายใจแผ่วเบา  ความกังวลที่มีล้วนเลือนหาย

 

“  เขา ระแวงไปจริง ๆ จะมีผู้ใดร่วงรู้ถึงที่ซ่อนแผนที่ทั้งหลายของเรากัน  นอกจากนี้หากได้ไม่ครบย่อมไม่รู้เส้นทางอื่นภายในภูเขาไฟแน่ ” 

 

โคลิก  กระหยิ่มยิ้มย่อง  เขาคนนั้นฉลาดและรู้วิธีที่ทำให้พวกเขาลอบโกงกันไม่ได้ด้วยการแบ่งแผนที่ซึ่งมีมานานโดยกลุ่มสำรวจเส้นทางขนพระศพของกษัตริย์องค์ก่อน ๆ ซึ่งถูกทำให้สูญหายด้วยการเผาห้องเก็บเอกสาร  การแบ่งแผนที่นั้นง่ายยิ่ง  แบ่งทั้งหมดเป็นหกส่วนแล้วต่างแบ่งให้พวกเขาที่ร่วมมือกันเก็บไว้  

 

ทว่าความจริงแล้วแผนที่มีอยู่สองส่วน  เป็นส่วนเส้นทางธรรมดาที่เข้าไปลึกเพียงแค่ 1 ใน 2 ของภูเขาไฟโดยเป็นเส้นทางโดยรอบ   ส่วนอีกหนึ่งส่วนเป็นแผนที่ละเอียดที่ต่อจากแผนที่ของพวกเขา  ถูกเก็บไว้กับเขาคนนั้นเพื่อความเท่าเทียม  ทำให้ไม่มีใครสามารถเข้าไปได้หากไม่มีการลงความเห็นที่ต้องพ้อง

 

“  เฮ่อ...ช่างเถอะ  ไปนอนดีกว่า  พรุ่งนี้ยังมีพิธีเปิดแต่...”  เอ่ยไม่ทันจบประโยค  ความชาก็แล่นทั่วร่างทำให้ร่างกายแข็งทื่อในชั่วพริบตา   เปลือกตาปิดสนิทแต่ร่างไม่โอนเอนล้มลงแม้แต่น้อยเหมือนหุ่นเชิด  

 

ร่างในชุดคลุมเดินออกมาจากที่ซ่อนในมุมมืดอย่างเชื่องช้า   มองกระดาษแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเท่ากระดาษสมุดหนึ่งแผ่นอย่างจดจ้อง  นานกว่าห้านาทีที่ร่างนั้นจะจดจำทั้งหมดได้อย่างแม่นยำ

 

กวาดนัยน์ตาสีรัตติกาลไปรอบ ๆ ก่อนแค่นเสียงเล็กน้อย

 

“  หึ  พวกฉ้อโกงเอาเปรียบประชาชน  อย่างนี้มันน่าเอายาพิษยัดปากจริง ๆ  ” ไม่ใช่ใครนอกเสียจากแพทย์เถื่อนฝีมือเลื่องชื่อในโลกมืดใต้ดิน  หลังรัมมั่นใจแล้วว่าจำได้เรียบร้อยก็ดึงเข็มเล่มเพรียวยาวเกือบสามนิ้วออกมาจากต้นคอหลังของโคลิก  มันคือเข็มเคลือบยาชาที่จะทำให้ร่างกายแข็งทื่อราวศพ  คงอยู่ในสภาพนั้นจนกว่าจะดึงเข็มออก  เหมาะกับการจดจำแบบสะดวก ๆ อย่างยิ่ง  เมื่อถอนเข็มคนโดนพิษจะเพียงรู้สึกเหมือนตัวเองหน้ามืดไปแวบหนึ่ง  แต่จะไม่รู้สึกถึงอะไรอื่นนอกจากนั้น

 

รัมที่ถอนเข็มเสร็จโดดไปอยู่มุมเดิมอีกครั้ง  มองดูขุนนางร่างอวบที่ทำหน้ามึนงง  มองแผนที่ในมือตนก่อนเก็บเข้าที่ตามเดิมด้วยอาการไม่ติดใจสงสัยอะไร     

 

หญิงสาวในคราบชายหนุ่มเหยียดยิ้มเล็กน้อยเมื่อนึกถึงคำพูดของอีกฝ่ายที่เคยเอ่ย

 

“  กษัตริย์เป็นแค่หุ่นเชิดงั้นเหรอ ? หึ...ชักน่าสนุกแล้วสิ ” 

 

คนที่เก็บแผนที่มีหกคน  พวกเขาทั้งห้าต่างแยกย้ายกันไปจดจำแผนที่โดยเตกีล่าส่งวิญญาณของตนไปเฝ้าสถานที่เก็บเพื่อที่พวกเขาจะได้มีเวลามาตามดูทีหลัง

 

นอกจากนี้ยังเสียเวลาแทบทั้งคืนกับการหาข่าวและล่อลวงคนในบาร์ให้เผยข่าวต่าง ๆ ออกมา   แน่นอนว่าพวกเขาต้องสวมบทคนอัธยาศัยดีแม้เป็นคนต่างเมือง   ตีสนิทตีซี้ทั้งเด็ก  คนแก่  คนชรา  จน  รวย  นายทหาร  นักเดินทางมาจนหมด   งานในบาร์นั้นวิสกี้และรัมทำหน้าที่ชงเหล้า  จินคอยวนเวียนเสิร์ฟเครื่องดื่ม  วอดก้าและเตกีล่าคอยป้องกันคนก่อเรื่องวุ่นวาย   แน่นอนว่าต้องมีการต่อสู้เกิดขึ้น  หลังพวกเขาทั้งสองแสดงฝีมือ  ความสนิทสนมกับกลุ่มคนในบาร์ก็ยิ่งเพิ่มอย่างรวดเร็ว

 

แน่นอนว่าหลังเที่ยงคืนที่บาร์ปิด  พวกเขาต่างสร้างภาพมายาว่านอนหลับอยู่ที่ห้องรับแขกของบาร์  อาจลืมบอกไป  ภายในกำแพงชั้นที่สองสามารถใช้เวทย์ได้แต่ต้องไม่ใช่เวทย์ชั้นกลางและสูง  ดังนั้นการแกล้งวีน่าจึงใช้เพียงภาพมายาและการเคลื่อนย้ายสิ่งของจากมิติออกมาเท่านั้น

 

“  เริ่มวาดเลยไหม  ใครในนี้มีฝีมือดีสุด ”  พ่อค้าหนุ่มถาม

 

“  ฉัน ”  เตกีล่ายกมือเสนอ  “  เรื่องวาดแผนที่ฉันทำเอง ” 

 

“  ฝากหน่อยล่ะ ”  วอดก้าพยักหน้ารับก่อนเริ่มถามเรื่องถัดไป “  จิน  นายพอมีเส้นสายในนี้ไหม ? ” 

 

“  มี  อยากได้อะไร ? ”  มีหรือที่เขาจะเดาใจผู้เป็นเพื่อนไม่ออก  เพียงเห็นประกายตาแวววับก็เดาได้ทันที  พยักหน้ารับเป็นเชิงเข้าใจ

 

“  แล้วเราล่ะวอดก้า ”   วิสกี้เลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ  หรือพวกเขาจะว่างงาน ?   

 

“  ฮะ ๆ ไม่ว่างงานหรอก ”  นักบวชหนุ่มกระตุกยิ้ม “  เราเองก็มีงานเหมือนกัน ” 

 

 เมื่อวางแผนเรียบร้อย  แน่นอนว่าเรื่องการหาข่าวและการวาดแผนที่เป็นของเจ้าแม่วงการข่าวสารที่ชำนาญอย่างถึงที่สุด   พวกเขาต่างอยู่คุยรายละเอียดให้ตรงกับความทรงจำที่ผ่านมาให้มากที่สุด  ในตอนแรกเพียงเป็นเส้นร่าง  ผลัดกันบอกเล่า  พอเรียบร้อยเตกีล่าจึงทำการลงปากกาให้เข้มขึ้น  ส่วนอีกสี่คนปล่อยผู้เป็นเพื่อนทำงานไปแต่พวกเขาไปลอบสำรวจเส้นทางก่อนถึงภูเขาไฟอีกทีเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือทุกสถานการณ์

 

อย่าคิดว่าพวกเธอเก่งกาจกว่าใคร  ถึงจะมีฝีมือแต่หากไร้แผนการที่ดีย่อมเอาตัวไม่รอดเช่นกัน

 

จนถึงเวลาห้าโมงเช้า  พวกเขาก็กลับมาจดจำเส้นทางต่าง ๆ ภายในให้ขึ้นใจ  แล้วเผาแผนที่ฉบับนั้นทิ้งเพื่อไม่ให้เหลือร่องรอย  นำรายชื่อคนทั้งยี่สิบไปจดจำทั้งหน้าตาและอาชีพเพื่อความรอบคอบ    พูดคุยรายละเอียดส่วนที่เหลือ  ปรึกษางานและแยกย้ายไปซื้อของจำเป็นอีกเล็กน้อยก็ถึงเวลาที่นัดหมายพอดี

 

เท่านี้  ทุกอย่างก็เรียบร้อย

 

 

  

65%

 

“  อรุณสวัสดิ์ ”  นักบวชหนุ่มแห่งนาโวลล์กล่าวทักทายคนทั้ง 12 ซึ่งอยู่กันอย่างพร้อมหน้าแทนผู้เป็นเพื่อนที่ยังออกอาการง่วงหงาวหาวนอนเล็กน้อยจากการอดนอน

 

“  ทานข้าวหรือยังเนี่ย ”  วิสกี้ชะโงกหน้าไปถามเสียงใส  เคียร์จึงตอบกลับยิ้ม ๆ

 

“  ยัง   เราว่าจะรอกินพร้อมพวกนายน่ะ ” 

 

“  ดี ๆ สั่งอาหารเลยดีกว่า ”  จินและวิสกี้จึงออกอาการครื้นเครงทันใด  พวกเขาพากันโขยงขึ้นชั้นสองโดยลำดับการนั่งยังเป็นเหมือนเดิม  แต่กลุ่มขององค์ชายมาคัสนั้นได้นั่งแยกไปเป็นโต๊ะข้าง ๆ แทน

 

“  ค่อยรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวหน่อย ”   รัมขอดแคะเล็กน้อย  เมื่อไม่มีอัศวินสาวผมฟ้ามานั่งให้หมั่นไส้เล่น

 

“  นั่นสิ  นิสัยเสีย ”  เตกีล่าพูดตอบรับเสียงนิ่ง  ใบหน้าปรากฏความไม่ชอบใจไม่ต่างจากผู้เป็นเพื่อน

 

“  เอาน่า ๆ อย่างอารมณ์เสียไปเลย  ว่าแต่ฝีมือใครล่ะนั่น  ทั้งหนอนทั้งแมลง ”  บราวน์ปรามเล็ก ๆ ทว่านัยน์ตาพราวระยับด้วยความชอบใจไม่ต่างจากคนอื่นๆ  อาจยกเว้นเพียงพาราไดซ์ที่ไม่สนใจใครนอกจากคนข้างกาย

 

“  ฉันหนอน ”  แพทย์หนุ่มฝึกหัดรับคำเสียงเรียบเฉย  มุมปากเหยียดแสยะรอยยิ้มร้ายไม่ปิดบัง  เธอนี่สะใจสุด ๆ ตอนเดินผ่านกลุ่มหญิงสาวแล้วอีกฝ่ายก็สะดุ้งเฮือก  หน้าซีดเสียจนน่ากลัวว่าจะเป็นลมไปเสียก่อน  คงจะเข็ดไปอีกนาน

 

“  ก็...นั่นแหละนะ  อืม...ว่าแต่นายจะให้ฉันสั่งอาหารให้นายหรือเปล่าไดซ์ ”  วอดก้ารับคำ  ก่อนหันไปถามเจ้าชายหนุ่มที่นั่งข้าง ๆ เขาพยักหน้ารับเนื่องจากไม่ค่อยรู้เรื่องอาหารของโพซิเด้นมากนัก  นักบวชหนุ่มจึงชะโงกหน้าไปดูเมนูพร้อมหันไปหาแล้วจึงเริ่มชี้อธิบาย

 

“  อันนี้รามอสน่า  คล้าย ๆ ไก่อบน้ำผึ้งแต่จะราดด้วยซอสเผ็ดอีกที  น่าจะอร่อย  ส่วนจานนี้ฉันก็อยากให้นายลองน่ะแต่นายแพ้ถั่ว  อีกอย่างมื้อเช้านายไม่ค่อยทานอะไรมาก  งั้นเป็นข้าวต้มทรงเครื่องเหมือนฉันล่ะกัน  แต่ข้าวต้มไม่เอาถั่วกับซอสใช่ไหม ? ”  เธอจำได้อย่างแม่นยำว่ารูมเมทหนุ่มไม่ชอบอะไรบ้าง   เขาอาจจะไม่รู้แต่เรื่องของเขาถูกเธอตามสืบมาหมด  เพื่อที่จะเอาใจอีกฝ่ายในตอนที่ต้องไปตามง้อ  ด้วยเหตุนี้บางทีเธออาจจะรู้เรื่องของเขาดีกว่าตัวเขาเองด้วยซ้ำ

 

พาราไดซ์พยักหน้า  นักฆ่าสาวจึงหันไปสั่งอาหารกับพนักงานเป็นคนแรก  เจ้าชายหนุ่มถึงเพิ่งนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ 

 

“  นาย...จำได้ฉันไม่ชอบถั่ว ? ”  เจ้าชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ  เพราะเขาเคยบอกอีกฝ่ายตั้งนานแล้วตอนที่วอดก้าจะทำอาหารให้ทานทั้งตอนนั้นเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง   แต่ที่ทำให้เขาหัวใจพองโตคงไม่พ้นคนที่ถูกถามซึ่งหันมายิ้มหวานให้

 

“  หืม  แน่นอนอยู่แล้ว  เรื่องของนายที่เคยบอกฉันจำได้หมดนั่นล่ะ  นายชอบไม่ชอบอะไร  แพ้อะไร ” เพราะต้องผลัดกันทำอาหารกันกินเอง  คงไม่แปลกที่วอดก้าจะจำได้  แต่มันก็ถือเป็นการเอาใจใส่อีกฝ่ายในรูปแบบหนึ่ง 

 

“  จริงหรือ ? ”  เขาคล้ายเด็กเล็ก  ๆที่พบว่ามีใครบางคนคอยเอาใจใส่เขาทุกฝีก้าว  รู้ทุกอย่างที่เป็นตัวเขา  จนอดไม่ได้ที่จะเผลอยิ้มกว้างยามเห็นคน ๆ นั้นพยักหน้ารับหนักแน่น

 

วอดก้าอึ้งเมื่อเห็นรอยยิ้มกว้างราวเด็ก ๆ ของพาราไดซ์  นัยน์ตาสีม่วงคมทอความสุขใจและอ่อนโยน  มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขพานทำให้บรรยากาศรอบข้างสดใสทันตา....รอยยิ้มที่มากกว่าการกระตุกยิ้มที่มุมปาก  หรือระบายรอยยิ้มจาง ๆ แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้น...มันทำให้หน้าของเธอในร่างผู้ชายรู้สึกร้อนไปทั้งหน้าเลยทีเดียว

 

วิมเลท  เคียร์  บลัดดี้และบราวน์ก็อึ้งไม่ต่างกัน  แต่พอระลึกได้  ความอิจฉาก็พวยพุ่งในอก  หันมามองคนข้างกายที่ปรึกษากับเพื่อนสาวอย่างอารมณ์ดีว่าจะทานอะไรดี  โดยไม่คิดแยแสสนใจพวกเขาแม้แต่น้อย

 

น่าอิจฉา...อยากมีแบบไดซ์บ้างจัง

 

“  วิม ! เหม่ออะไรของนายเนี่ย ”  วิสกี้ถางข้อศอกใส่เอวองครักษ์หนุ่มผมเงินที่ดูท่าว่ากำลังจะตกอยู่ในห้วงความคิดของตนจนลืมสั่งอาหาร 

 

ชายหนุ่มผมเงินกระพริบตาปริบ ๆ นัยน์ตาสีฟ้าเลื่อนลงมาสบนัยน์ตาสีม่วงสดใสในรูปลักษณ์ปลอมแปลง  ขณะปฏิเสธนิ่ง ๆ

 

“  เปล่า ” 

 

นักพนันสาวเอียงคอมองเล็กน้อยก่อนไหวไหล่  สั่งอาหารต่อและไม่ลืมตบท้ายขนมเพื่อที่จะไม่ให้เสียเวลาในการสั่งให้

 

“  ขอพายแอปเปิ้ลกับพายสัปปะรสอย่างละที่ด้วยครับ ” 

 

วิมเลทเลิกคิ้ว  จริง ๆ คนข้างกายเขาก็สั่งอาหารไปเยอะพอสมควรแล้วยังสั่งของหวานถึงสองอย่างอีก  คิ้วเรียวจึงขมวดอย่างไม่ชอบใจนักเนื่องเกรงว่าคนข้างกายจะกินไม่หมด

 

“  พายสองชิ้นเลยเหรอ ? เดี๋ยวก็เหลือหรอก ” 

 

“  อ้อ...เปล่า ๆ พายของฉันน่ะมีชิ้นเดียวคือพายแอปเปิ้ล  ส่วนพายสัปปะรสนายชอบกินตอนเช้า ๆ ไม่ใช่เหรอ  เห็นนายไม่สั่งฉันเลยสั่งแทนให้ ” 

 

เพียงเท่านั้น  อาการขุ่นเคืองและคิดตำหนิหญิงสาวก็หายไปจากหัวทันตา  เขาทวนถามช้า ๆ อีกครั้ง

 

“  พายสัปปะรส...ของฉัน ? ” 

 

“  ใช่ ”  นักพนันสาวขมวดคิ้ว  รูมเมทเธอเป็นอะไรมากหรือเปล่าเนี่ย  “  ก็นายชอบ...หรือไม่ใช่ ? ” 

 

“  เปล่า ๆ ฉันชอบ...ชอบมาก ” 

 

“  งั้นก็ดีแล้ว ”  เท่านั้นชายหนุ่มก็ยิ้มกว้างไม่หุบ  รู้สึกอารมณ์มันดีขึ้นอย่างง่าย ๆ เพียงได้รับคำตอบนี้เท่านั้น

 

จะทำให้หลงไปถึงไหนกัน...ยัยตัวแสบ

 

“  น่าอิจฉาจัง ”  บลัดดี้มองเพื่อนทั้งสองตาละห้อย  รีบหันไปอ้อนร่างสูงโปร่งข้าง ๆ บ้าง

 

“  ไนท์ครับ  สั่งให้ผมบ้างสิ  นะ ๆๆ ”  เขารีบอ้อน  เพื่อนทั้งสองของเขาได้รับการเอาใจใส่จากสาว ๆ ไปแล้ว  เขาก็อยากมีบ้างนะ

 

“  ฉันไม่รู้จะสั่งอะไรให้นี่ ”  เตกีล่าตอบไปตามตรง  ก็เธอสั่งอาหารไปสามอย่างแล้วนี่  จะให้เธอสั่งอะไรเพิ่มอีก

 

บลัดดี้คอตก  นัยน์ตาสีแดงอมชมพูคู่สวย  ทอประกายหม่นหมองอย่างที่ทำให้หญิงสาวในคราบชายหนุ่มรู้สึกไม่ค่อยดีนัก  ความเงียบดำเนินไปครู่ใหญ่  เตกีล่าจึงเริ่มพูดลอย ๆ ขึ้น

 

“  รามอสน่าที่นายชอบวอดก้าก็สั่งให้แล้ว  ฉันก็สั่งเนื้อแกะรมควันให้นายด้วย  แล้วจะให้ฉันสั่งอะไรให้นายกินอีก ” 

 

บลัดดี้นิ่ง   กรอกตาทบทวนรายชื่ออาหารที่เตกีล่าสั่ง   เท่านั้นนัยน์ตาคู่คมของชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีคาราเมลก็ลุกวาบ  เนื้อแกะรมควันเป็นอาหารที่เขาชอบไม่น้อยเช่นกัน  ทั้งรู้ว่าเขาชอบรามอสน่าแถมหญิงสาวยังสั่งขนมหวานที่เขาชอบไม่ต่างกันมาให้อีก...ที่บอกว่าไม่รู้จะสั่งอะไรให้เขาก็หลงนึกไปว่าอีกฝ่ายไม่ใส่ใจเขาเลยสักนิด  แต่ที่จริงแล้ว...

 

“  น...น่ารักที่สุด ”  ชายหนุ่มมาดเจ้าเล่ห์ร้ายกาจพุ่งกอดแขนคนข้างกายแน่น   เอาใบหน้าซุกไซ้ลำแขนเหมือนออดอ้อนจนเตกีล่าอดลูบหัวและหลุดยิ้มออกมาไม่ได้แม้ปากจะเอ่ยดุ

 

“  ทำอะไรเป็นเด็ก ๆ ”  แต่ก็ไม่ได้ดึงแขนข้างนั้นออก  นับว่าคุ้มที่ลองสืบไว้ว่าอีกฝ่ายชอบกินอะไร

 

บราวน์เหลือบตามองรัม ที่ทำเป็นไม่สนใจเขานิด ๆ  พอแพทย์สาวหันมาก็เบือนหน้าหนี  จนในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหว  ถามว่า

 

“  เป็นอะไร ” 

 

แน่นอนว่าคนอย่างชายหนุ่มต้องปากแข็ง  ตอบกลับไปว่าเปล่า  รัมจึงบอกอีกฝ่ายอีกครั้ง

 

“  แล้วนายจะกินอะไรก็สั่งซะที  คนอื่นเขาสั่งกันเกือบหมดแล้ว ” เอ่ยจบก็ส่งเมนูให้

 

ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีเขียวจางราวเสือดาวก้มลงมองนิ่ง ๆ ความน้อยใจและหดหู่อย่างไม่ทราบที่มาเข้าโอบล้อมจนรัมดูเหมือนจะทนไม่ไหว  ต้องกระชากเมนูมาแล้วหันไปสั่งให้แทน

 

“  ก็ได้ ๆ สั่งให้ก็ได้  เอาข้าวต้มทรงเครื่อง  เผ็ด ๆ ใส่เครื่องเยอะ ๆ มาอีกหนึ่งที่นะ” 

 

บราวน์หันขวับไปมองอย่างงุนงงและได้รับคำตอบที่ทำให้ตนอดยิ้มไม่ได้เหมือนกัน

 

“  รู้หรอกว่านายชอบแต่ปากแข็ง ” 

 

รอยยิ้มจาง ๆ เกิดขึ้นที่ริมฝีปากหยักของชายหนุ่มร่างเล็กแม้จะแอบแขวะอีกฝ่ายในใจว่าพวกซึนก็เถอะ

 

แต่ก็นะ...เธอเองก็ทนไม่ไหวเหมือนกันที่คนชอบฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์  ชอบแกล้งคนอื่นมาทำหน้าเหมือนลูกหมาแบบนี้

 

แต่ดูท่ารัมจะคิดผิดไปหน่อย  เพราะคนที่ทำหน้าเหมือนลูกหมาเมื่อกี้  บัดนี้กลับฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์  ก้มหน้ากระซิบข้างหูเธออย่างรวดเร็วและไม่ทันให้ตั้งตัว

 

“  ขอบใจ ”  พร้อมพ่นลมหายใจใส่เบาๆ  เรียกอาการสะดุ้งเฮือกจากรัมได้ทันที

 

ผลัวะ

 

เธอจึงซัดเข้าให้ที่แขนแต่ดูคนเจ็บจะไม่จำ  กลับหัวเราะร่วนอย่างสนุกเมื่อแกล้งเธอได้

 

ส่วนอีกคู่ไม่ต้องบอกก็รู้กันอยู่แล้วเพราะแทบไม่เคยห่างกันนานเกินหนึ่งวันสักที

 

“  โต๊ะนั้นมัน...อะไรกัน ”  ส่วนคนอีกกลุ่มกำลังมองบรรยากาศของคนโต๊ะใกล้อย่างมึนงงเมื่อบรรยากาศที่เคยปกติของโต๊ะอีกฝ่ายกลายเป็นทอความละมุนละไมและแผ่ออร่าสีหวานออกมา  นี่ก็ไม่รู้ว่าพวกเขาเมาอะไรหรือเปล่า  แม้มาคัสจะหรี่ตามองภาพความสนิทสนมของราตรีกับองค์ชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์ด้วยความสงบแต่ในนัยน์ตาสีชาดทอความสงสัยหลายประการหลบซ่อนอยู่ โดยไม่มีใครรู้ว่าเกี่ยวกับเรื่องใด...นักบวชหนุ่มผู้ลึกลับคนนั้น  เจ้าชายพาราไดซ์  หรือทั้งสองคนกันแน่......

 

แต่ดูท่าว่าความสงบของหลุ่มวอดก้าจะไม่เคยอยู่ได้นานเลย 

 

ใครคนหนึ่งสาวเท้าเข้ามาใกล้ก่อนหยุดอยู่ที่ด้านหลังรัมซึ่งกำลังทานอาหาร  ก่อนคว้าหมับเข้าที่มือหนาเพราะการแปลงรูปลักษณ์  รัมในตอนแรกสะบัดออกแทบไม่ทันแต่พอพบว่าเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาซื่อ ๆ คุ้นตาคนหนึ่งที่ส่งรอยยิ้มสดใสมาให้ก็ต้องเอ่ยขึ้นด้วยความไม่แน่ใจ

 

“  เจ้า...เด็กเมื่อวานนี้ ? ” 

 

เด็กหนุ่มฝ่ายตรงข้ามฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิมด้วยความดีใจ   พยักหน้ารับแรง ๆ ขณะเอ่ย

 

“  ขอรับ  ดีใจจังที่ท่านจำข้าได้ ” 

 

“  รัม...นี่ใคร ? ”  นายแพทย์หนุ่มหุบยิ้มบนใบหน้า  มือเลื่อนมามองเด็กหนุ่มหน้าใสอายุอานามราว ๆ 16 ที่ยังกุมมือคนข้างกายเขาไม่ปล่อย  และดูเหมือนคนข้างกายเขาจะลืมชักมือหนีจากการเกาะกุม

 

“  อ้อ...เด็กคนนี้ข้าเจอที่บาร์  เขามาปรับทุกข์ว่าแม่ของเขาไม่สบาย  หายารักษาไม่ได้  ข้าเลยให้เขาเล่าอาการให้ฟังแล้วก็ให้ยาไปแขนงหนึ่ง ” 

 

“  ใช่ขอรับ ! ”  เด็กหนุ่มรับคำเสียงดังทำเอาพวกวอดก้าที่นิ่งฟังไปด้วยเริ่มหันมาสบตากันอย่างขำ ๆ กับอาการเป็นปลื้มเกินเหตุของเด็กหนุ่ม  “  เพราะท่าน  ท่านแม่ของข้าเลยหายป่วยทันทีที่ทานยาเข้าไปได้ไม่กี่ชั่วโมง  ทั้งที่ตามหมอมารักษาหลายคนแต่ไม่เคยรักษาหายสักที  ขอบพระคุณมากขอรับ ” 

 

“  อ่า...แม่เจ้าหายดีข้าก็ยินดีด้วย ”  แต่เสียงนี้ไม่ได้มาจากรัมทว่ามาจากบราวน์ที่เริ่มแงะมืออีกฝ่ายออกอย่างง่ายดายด้วยแรงที่มี  ใบหน้ายิ้มจาง ๆ ให้ดั่งผู้ใหญ่ใจดีแต่ตาคมเริ่มฉายความดุออกมา ขณะเอ่ยเสียงเข้ม  “  เพราะงั้นไปได้แล้ว ” 

 

“  แต่...”  เด็กหนุ่มทำท่าจะค้านแต่พอนัยน์ตาสีเขียวจางหรี่ลงเป็นสัญญาณก็ได้แต่ถอยห่างออกไป

 

ยังไม่ทันจะได้กินอาหารต่อ  ก็มีคนแปลกหน้าอีกหนึ่งที่เดินมาหา

 

“  เอ่อ...ขอโทษนะครับ ”  เสียงเรียกอย่างเกรงอกเกรงใจทำให้ทั้งสิบต้องเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง  คราวนี้อีกฝ่ายยืนหลังวิสกี้แต่มองตรงไปที่จิน 

 

รอยยิ้มปรากฏที่ใบหน้าชายหนุ่มวูบหนึ่งเมื่อสบกับเจ้าของนัยน์ตาสีอำพัน 

 

“  เอ่อ...นี่ใช่ของคุณหรือเปล่าครับ ”  กระเป๋าใบเล็กสีแดงที่ถูกบรรจุด้วยกลิ่นดอกไม้หอม ๆ ทำให้พ่อค้าหนุ่มเลิกคิ้วมอง  ผุดรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้า

 

“  ใช่ครับ  คุณเจอมันที่ไหน ”  มันคือถุงหอมที่จินชอบพกเพราะมีกลิ่นที่ทำให้รู้สึกปลอดโปร่งอยู่  แต่เมื่อคืนเขาทำมันหาย  และเพราะคนเยอะบวกกับไม่มีเวลา  เขาจึงไม่ใส่ใจมันมากนัก

 

“  ผมเผอิญชนคุณน่ะครับ  เลยพอรู้มาจากเจ้าของร้านว่าคุณอาจอยู่ที่นี่เลยเอามาคืน ”  พร้อมส่งมอบให้คืน

 

“  ขอบคุณครับ ”  จินฉีกยิ้มกว้างให้จนอีกฝ่ายตาพร่าไปชั่วครู่เพราะความสดใสนั้น  ใบหน้าชายหนุ่มค่อย ๆ แดงก่ำทีละน้อยขณะถามเสียงตะกุกตะกัก

 

“  แล้วเอ่อ...ไม่ทราบว่าเย็นนี้คุณว่างหรือป...” 

 

“  ไม่ว่าง !   เคียร์ตอบเสียงเฉียบขาดตอกกลับไปทันทีเมื่อรู้จุดประสงค์ของอีกฝ่ายได้อย่างว่องไว  นัยน์ตาสีเขียวมรกตขยายเล็กน้อยขณะจ้องเขม็ง

 

ชายหนุ่มหน้าจืดเจื่อนลง  รีบขอตัวออกมาอย่างรวดเร็วเมื่อรับรู้ได้ถึงความไม่เป็นมิตรของอีกฝ่าย

 

“  เป็นอะไรหรือเปล่าเคียร์ ”  จินขมวดคิ้วน้อย ๆ ขณะถามเมื่อเห็นใบหน้าราวกับจะฆ่าคนของคนข้างกาย  ชายหนุ่มรีบปรับใบหน้าให้เกิดรอยยิ้มอ่อนโยนแสนสุภาพขึ้นมาตามเดิม

 

“  เปล่าครับ  มาทานอาหารกันต่อ...”  ยังพูดไม่ทันจบก็มีเสียงแปลกหน้าอีกเสียงดังขึ้นขัดอีก

 

“  ขอโทษนะครับ ”  ชายหนุ่มอีกคนที่มีสีหน้ากังวล  คราวนี้เขามองมาทางวิสกี้

 

“  คือ  ผมลืมของไว้ที่บาร์  ผมเห็นคุณเป็นพนักงาน  ไม่ทราบว่าจะไปเอาของคืนได้ที่ไหนครับ ” 

 

วิสกี้ทำหน้านึก  ก่อนจะร้องอ้อ  เพราะอีกฝ่ายมานั่งคุยกับเขาถึงครึ่งชั่วโมงก่อนจะลุกไป

 

“  ถ้าเป็นอย่างนั้นคงต้องไปขอคืนที่เจ้าของบาร์นะครับ  เพราะเขาจะเป็นคนเก็บไว้ทั้งหมด ”   

 

อีกฝ่ายมีสีหน้าโล่งใจขึ้น  วิมเลทคิดว่าจะจบแล้วเสียอีกแต่อีกฝ่ายดันเอ่ยสนทนาต่อด้วยคำถามที่ทำให้เขาหางคิ้วกระตุก

 

“  แล้วคุณจะไปทำงานที่นั่นอีกไหมครับ ” 

 

นักพนันหนุ่มขมวดคิ้ว  การที่เขาไปทำหรือไม่ทำเกี่ยวอะไรกับอีกฝ่ายแต่ก็ยังตอบกลับไปอย่างสุภาพ

 

“  ไม่แล้วครับ ” 

 

“  ทำไมล่ะครับ ? ”  อีกฝ่ายยังร้องถามต่อ  แต่ยังไม่ทันที่วิสกี้จะได้เอ่ยต่อ  เสียงฉึกของส้อมที่ปักเข้าที่เนื้อไม้ดังสนั่นก็ทำให้ทั้งหมดสะดุ้งเฮือกโดยเฉพาะชายแปลกหน้า  วิมเลทเงยหน้าอย่างเชื่องช้า  หรี่ตาถาม

 

“  หมดเรื่องแล้วใช่ไหม ” 

 

พลางดึงส้อมที่ปักบนพื้นโต๊ะออกมาด้วยความเร็ว  อีกฝ่ายกลืนน้ำลายเอือก  พยักหน้าถี่ ๆ และต้องรีบเปิดแนบไปอย่างรวดเร็วเมื่อชายหนุ่มออกปากเป็นเชิงไล่

 

“  งั้นก็ไปสักที  ไม่เห็นหรือไงว่ากินข้าวกันอยู่ ” 

 

“  ข...ขอโทษค...ครับ ” 

 

คราวนี้เตกีล่าไม่สนใจอะไรอีกแล้วเพียงยกมือขึ้นเพื่อสั่งของหวานเพิ่มเพราะรู้ว่าอาหารแค่นี้ไม่พอยาไส้จากการทำงานทั้งคืนแน่ ๆ  ใครจะไปคิดว่าแค่ยกมือก็ถูกใครที่ไหนไม่รู้คว้าไปอีก

 

หมับ

 

คนในโต๊ะเริ่มแสดงอาหารหงุดหงิดเพราะถูกขัดจังหวะการรับประทานอาหารทุกช่วงเวลา  ยกเว้นวอดก้าและพาราไดซ์ที่ยังมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนไม่ใส่ใจอะไร ( เพราะไม่ใช่เรื่องของพวกเขา ) เพียงดูเล็กน้อยว่าอีกฝ่ายมาหาเรื่องกันหรือเปล่าแล้วก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่อ

 

“  ข้าจำได้...”  ร่างหนาที่คว้ามือของเตกีล่าไว้ดึงมือนั้นมาแนบหน้า  ชายหนุ่มสวมแว่นมาดนิ่งปรายตามองคนข้างกายก่อนจะรู้สึกได้ทันทีว่าเส้นขนทั่วทั้งตัวนั้นลุกพรึ่บอย่างไม่ได้นัดหมาย  ยามเห็นสายตาที่ทอแววโหดเหี้ยมเรื่อย ๆ ของบลัดดี้

 

“  ฝ่ามือหยาบกร้านแต่ทรงพลังที่ต่อยที่ใบหน้าข้าอย่างหนักหน่วง ”  อีกฝ่ายเริ่มพร่ำเพ้อในขณะที่เตกีล่าหาทางดึงมือออกมาทุกวิถีทาง  แต่พอมือจะเลื่อนหลุดจากมืออีกฝ่าย  ชายร่างยักษ์ก็รีบคว้าไว้กุมแน่น

 

“  เอ่อ...เจ้าพูดเรื่องอะไร  เราไม่รู้จักกันนะ ” เธอชักขนลุกซู่กับรังสีอำมหิตข้างกายแล้ว 

 

“  ใช่  แต่เมื่อวานท่านอัดข้าซึ่งกำลังเมาที่บาร์ ”  เขาขยายความ  สีหน้าเคลิบเคลิ้มหลงใหลเต็มที่ “  ท่านทำให้ข้ารับรู้รสชาติที่ไม่ได้เจอมานานแล้ว  มันช่างเป็นอะไรที่เกินบรรยาย  ไม่มีใครล้มข้าด้วยหมัดเดียวมานานแล้ว พูดไปแล้วข้าก็อยากทดลองรับความรู้สึกนั้นอีกครั้งหนึ่ง ” 

 

คนฟังคิดโดยพร้อมเพรียง

 

อ้าว...มาโซนี่หว่า

 

“  อุ๊บ ”  วอดก้าแสร้งส่งเสียงเหมือนผู้เป็นเพื่อนงานเข้า  เอียงใบหน้าไปกระซิบชิดหูพาราไดซ์อย่างที่ทำประจำเพื่ออธิบายถึงหน้าที่ในบาร์ของแต่ละคนเมื่อคืนนี้  โดยเจ้าชายหนุ่มก็เอียงใบหน้าเข้าหาอย่างเคยชิน   มุมปากระบายรอยยิ้มจางๆ เมื่อแวบหนึ่งหันไปสบตากับมาคัส  โคโล  และอีกหนึ่งอัศวินข้างกายองค์ชายแห่งนาโวลล์ที่ต่างลอบสังเกตุพวกเขาทั้งคู่อยู่เป็นพิเศษ

 

มาคัสหรี่นัยน์ตาลง  เขารู้สึกว่าทั้งสองคนสนิทสนมกันเป็นพิเศษ

 

แล้วพาราไดซ์รู้หรือไม่ว่าราตรีเป็นหญิง ?

 

 “  จริงหรือครับ ไนท์ ”  บลัดดี้ถามเรียบ ๆ เตกีล่าสะดุ้งเฮือก  รีบบอกปัด

 

“  อัดคนน่ะฉันไม่เถียง  แต่หมอนี้ฉันไม่รู้จักหรอก ” 

 

“  ไม่รู้จัก ? ”  บลัดดี้ทวนเสียงแปลกใจ หยิบผ้าเช็ดมือมาทำความสะอาด

 

“  ไม่รู้จักเด็ดขาด ”  เตกีล่าตอบเสียงหนักแน่น  ชักมือออกจากอีกฝ่ายทันที 

 

ชายหนุ่มผมสีคาราเมลเรียกบริกรมาและสั่งให้มาเพิ่มอีกคน  พร้อมสั่งแอลกอฮอล์ล้างเชื้อมาด้วยท่ามกลางอาการงุนงงของคนอื่นรอบโต๊ะยกเว้นสาว ๆ ในร่างหนุ่ม ๆ ที่อ่านรูมเมทของผู้เป็นเพื่อนได้ทันทีว่าคิดจะทำอะไร

 

“  งั้นก็ดีครับ  ผมว่าคุณอาจยังไม่สร่างเมานะครับ ”  บุตรชายเจ้ากรมข่าวสารฉีกยิ้มน้อย ๆ ให้

 

“  หมายความ...” 

 

ผลั๊วะ !

 

ถามไม่ทันจบเป็นอันกระเด็นไปสามเมตรเพื่อเข้าเฝ้าองค์เทพ  หมัดหนัก ๆ จากบุตรชายเจ้ากรมข่าวสารบ่งบอกพลังอันเหลือเฟือเป็นอย่างดี  บลัดดี้พยักหน้าให้พนักงานลากไปทิ้งข้างนอกแล้วสั่งให้เตกีล่าล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อ  ตบท้ายด้วยคำพูดเจ้าเล่ห์ว่า

 

“  ไปจับของสกปรกแบบนั้นต้องรีบล้างมือนะครับ ” 

 

“  เป็นไงไดซ์  นี่ล่ะเพื่อนนาย ”  วอดก้ากลั้นขำแทบไม่มิดเมื่อเห็นการกระทำของคนร่วมโต๊ะ  ไม่ต่างจากคนอื่นที่อ้าปากค้าง  พระเจ้า...ต่อยอีกฝ่ายสลบดื้อ ๆ เลยวุ้ย

 

แต่กลับกลายว่าคนบนโต๊ะหันมามองคนขำเป็นตาเดียว

 

“  รัม  ไนท์  วิสแล้วก็โครแล้ว เหลือแต่...”  วิมเลทเอ่ยลอย ๆ ทำให้นักบวชหนุ่มแห่งนาโวลล์ต้องกลั้นขำสุดฤทธิ์โบกไม้โบกมือปฏิเสธเสียงใส

 

“  อย่าหวังเลย  เมื่อคืนฉันไม่ได้ให้ยาไปรักษาใคร  ไม่ได้อัดใครให้รู้ตัวสักคน  ไม่ได้เก็บอะไรหรืออยู่คุยกับใครเป็นพิเศษด้วย  เพราะงั้นเสน่ห์ฉันไม่มีวันทำพิษใครหรอก ” 

 

เคียร์  บลัดดี้  บราวน์และวิมเลทมองตากัน ขนาดข้างกายพวกเขามีหน้าตาธรรมดาเสน่ห์ยังเหลือเฟือขนาดนี้  แล้วคนที่เสน่ห์แรงที่สุดในกลุ่มมีหรือจะไม่โดน

 

แต่จะเอ่ยแซวก็กลัวผู้เป็นนายจะแผ่รังสีเยือกแข็งออกมา  เพราะงั้นพวกเขานั่งเงียบ ๆ รอดูไปดีกว่า

 

และดูจะจริงอย่างที่วอดก้าว่า  ตลอดการทานอาหารมีคนที่จำสาว ๆ ในร่างหนุ่ม ๆ ทั้งห้าได้ไม่น้อย  ต่างเข้ามาทักทายสนิทสนมแต่ไม่มีอะไรเกินกว่านั้น  ดูเหมือนพวกเขาจะเข้าใจจุดประสงค์ของทั้งห้าที่เข้าไปทำงานที่บาร์แล้ว

 

ตีสนิทและการหาข่าวสารทั้งจากทหาร  นักเดินทาง  คนพื้นที่และอื่น ๆ เพื่อกรองข้อมูลที่จะได้มีความแม่นยำสูง

 

“  ว้า  นึกว่าจะมีของวอดก้าด้วยซะอีก ”  วิสกี้อดร้องครางเสียดาย

 

“  นั่นสิ ”  เตกีล่าที่ต้องง้อคนข้างกายที่งอนตุ๊บป่องไปแล้วอดเห็นด้วยไม่ได้  ไหงมีแต่พวกเธอล่ะที่ซวย

 

“  แต่เมื่อคืนวอด...ราตรีก็เล่นแซกโซโฟนปิดท้ายก่อนปิดบาร์นี่  น่าจะมีคนที่แอบชอบนายโผล่มาสักหน่อยนะ ” รัมหยอกผู้เป็นเพื่อนเล่น   ตอนนี้พวกเขาทานอาหารเสร็จแล้ว  เหลือเพียงจ่ายเงินเท่านั้น  จินจึงเสริมขึ้นด้วยท่าทางนึกสนุก

 

“  อาจจะประมาณแบบว่า   มีคนถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่มาให้นาย...” 

 

“  น่าจะเป็นดอกกุหลาบแดงด้วยนะ  ”  แม่ค้าข่าวสารสนับสนุน

 

“  อ่า...แล้วก็เดินมาหาด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ” พ่อค้าหนุ่มยังไม่เลิกเล่น  แสร้งทำน้ำเสียงเพ้อฝันต่อ  “  คุกเข่าตรงหน้ารา  ขอเรียกรานะ  สั้นกว่าเยอะ ”  ไม่วายหันไปถามเจ้าของชื่อที่ยิ้มขำอย่างอดไม่ได้เมื่อเจอการหยอกล้อเล่นของผู้เป็นเพื่อน  เขาโบกมือให้เป็นเชิงบอกว่าตามใจแล้วรอฟังสิ่งที่จินจะเอ่ยต่ออย่างขบขัน

 

“  พร้อมกับบอกว่า...ผมรักคุณเข้าแล้ว  ตั้งแต่ได้ยินบทเพลงอันอ่อนหวานนั้น   มันช่างเปี่ยมล้นไปด้วยพลังและเวทมนตร์  ผมไม่เคยนึกฝันเลยว่าเพียงคืนวันนั้น  คืนที่ไปพักผ่อนหย่อนใจ  จะได้พบคุณที่เปรียบดั่งนางฟ้าแห่งฝันของผม ” 

 

“  ฮ่า ๆๆ ”  วอดก้าหัวเราะลั่นทันทีกับท่าทางโอเวอร์ของผู้เป็นเพื่อน  รัมจึงขยายความให้ว่าหลังเป่าแซกโซโฟนเสร็จวอดก้าก็อวยพรไปตามมารยาทว่าขอให้ทุกคนหลับฝันดี  จินเลยเอามาเล่นได้

 

“  แล้วราก็จะบอกขอบคุณพร้อมรอยยิ้มแสนหวาน รับดอกกุหลาบช่อนั้นมา... ”  รัมพูดต่อจากจินบ้าง

 

บราวน์จึงไม่รอช้าที่จะขัด

 

“  แล้วไดซ์ก็จะแย่งดอกกุหลาบช่อนั้นมาเผาทิ้งทันที  เรียกกลาเดียโต้ออกมาฟันหัวใครคนนั้นทิ้งอย่างโหดเหี้ยม ” 

 

“  ก่อนจะให้พวกเราช่วยอำพรางศพน่ะเหรอ ”  บลัดดี้พูดอย่างแทรก  เรียกเสียงหัวเราะได้จากคนรอบวงไม่เว้นแม้แต่พาราไดซ์ที่อดส่ายหน้าระอากับผู้เป็นเพื่อนที่นับวันชักลัลล้าผิดกับเมื่อก่อนอย่างลิบลับ

 

คราวนี้กลุ่มของมาคัสต่างลุกขึ้นมาต่อโต๊ะนั่งกับกลุ่มวอดก้าด้วยเพื่อหารือเรื่องการแบ่งกลุ่ม  พวกเขาตัดสินใจที่จะเกาะเป็นกลุ่มใหญ่ไว้ก่อนแล้วค่อยแยกย้ายกันหาดอกไม้ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ใช้คัดคนรอบ 8 คนสุดท้าย

 

“  ก็ตามนี้ล่ะนะ  อีกครึ่งยี่สิบนาทีก็จะถึงเวลาที่เขานัดหน้ากำแพงชั้นที่สามแล้ว ”  โคโลสรุปในฐานะที่อาวุโสที่สุดในกลุ่ม  แต่แล้วกีเร่ก็สะดุดใจถึงอะไรบางอย่างได้

 

“  เดี๋ยว...แล้วเรื่องเสบียงล่ะ   การเข้าไปในภูเขาไฟไม่ได้มีเวลากำหนดนี่  หากดอกไม้สีทองทั้ง 8 ดอกยังไม่มีใครหาเจอ  อย่างนี้คงใช้เวลานานแน่กว่าจะได้ ” 

 

ท่ามกลางอาการฉุกใจคิดได้ของคนที่เหลือ  การจะหาเสบียงและอุปกรณ์ในเวลายี่สิบนาทีคงเป็นไปไม่ได้แน่  แต่ชายหนุ่มผมเงินผู้เปรียบดั่งหัวหน้ากลุ่มอีกคนก็เอ่ยขึ้นมาเสียงราบเรียบก่อน

 

“  ถ้าเรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง  ฉันให้โครหาไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อคืน  เดี๋ยวเขาจะเอาไปส่งให้ที่หน้ากำแพงเมืองชั้นที่สามเอง ” 

 

ทุกสายตามองคนพูดเป็นตาเดียว  ลอบทึ่งกับการคาดการณ์และรอบคอบของวอดก้าที่ทำราววางแผนมาเรียบร้อยแล้ว  เมื่อเอ่ยจบยังไม่ทันจะได้ลุกขึ้นเพื่อมุ่งหน้าไปยังประตูกำแพงเมือง  วิสกี้ที่สะกิดจินให้หันไปดูชายคนหนึ่งซึ่งเพิ่งขึ้นมา  ในมือโอบอุ้มดอกกุหลาบแดงช่อใหญ่ไว้  กวาดสายตาไปรอบ ๆ ราวหาคน 

 

วิสกี้รีบหยอกวอดก้าเล่นทันทีแม้จะคิดว่าอีกฝ่ายคงเอามาให้คนอื่นนั่นล่ะ

 

“  รา  ดอกไม้ของนายมาแล้ว ”  สิ้นคำทุกสายตาก็เงยมองคนพูด

 

“  เล่นอะไรของนายอีกล่ะ ”  วอดก้าเพียงเลิกคิ้วสูง  ก่อนจะนิ่งไปเมื่ออีกฝ่ายยามหันมาสบตากับเขากลับฉีกยิ้มกว้างสว่างไสว  เดินมุ่งมาหาเขาอย่างไม่ลังเล  ลางสังหรณ์ก็ชักร่ำ ๆ ร้องเตือน

 

วิสกี้เองก็อ้าปากค้างเช่นกันเมื่อคน ๆ นั้นย่อกายลง  นั่งชันเข่าอีกข้างราวจะขอเพื่อนของเขาแต่งงาน  มือค่อย ๆ ยื่นช่อดอกกุหลาบแดงช่อนั้นขึ้น

 

“  เฮ่ย...ไม่ใช่ฝีมือฉันนะ ”  จินและวิสกี้ปฏิเสธพัลวัลว่าไม่รู้เรื่อง  ทำให้ทุกสายตาจับจ้องไปที่วอดก้าอีกครั้ง

 

กีเร่  แซค  มาแตร์และวีน่าลอบประหลาดใจไม่น้อยว่านี่มันเรื่องอะไรกัน  แต่บทเรียนที่ได้รู้เมื่อวานว่าอีกฝ่ายเป็นคนแค้นลึกไม่น้อยจึงทำได้เพียงปิดปากฉับ  รอฟังบทสนทนาของผู้มาใหม่

 

“  ในที่สุด  ผมก็เจอคุณแล้ว ” คนที่นั่งคุกเข่ายิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้  วอดก้าขนลุกเกรียวในทันที เพราะตอนนี้เขาก็อยู่ในร่างผู้ชาย  ที่สำคัญเขาไม่รู้จักอีกฝ่ายสักนิดเดียว 

 

“  ผมรักคุณเข้าแล้ว  ตั้งแต่ได้ยินบทเพลงอันอ่อนหวานนั้น   มันช่างเปี่ยมล้นไปด้วยพลังและเวทมนตร์  ผมไม่เคยนึกฝันเลยว่าเพียงคืนวันนั้น  คืนที่ไปพักผ่อนหย่อนใจ  จะได้พบคุณที่เปรียบดั่งนางฟ้าแห่งฝันของผม ” 

 

คำพูดที่ราวก็อบมาจากจินเล่นเอาคนถูกก็อบปี้อึ้งไปเช่นกัน  อีกฝ่ายยังพร่ำเพ้อต่อไปโดยไม่สนสีหน้ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออกของวอดก้าแม้แต่น้อย 

 

“  เสียงแซคโซโฟนนุ่มนวลอ่อนหวาน  ทำให้คนที่ได้ยินเปรียบดั่งขึ้นสวรรค์  รอยยิ้มของคุณ  น้ำเสียงของคุณ  ทุก ๆ อย่างที่เป็นคุณ  ผมตกหลุมรักคุณสุดหัวใจ  โปรดรับช่อดอกไม้นี้ไว้ด้วย ” 

 

วอดก้าทำได้เพียงรับดอกไม้ที่อีกฝ่ายยัดเยียดมาด้วยรอยยิ้มฝืน ๆ บอกเสียงแหบแห้งว่า

 

“  เอ่อ...ขอบคุณ  แต่วันหลังไม่ต้องหรอก ” 

 

ผู้ชายคนนั้นลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วแล้วคว้ามือของวอดก้าไปกุมไว้  ณ  บัดนี้มีบุรุษถึงสองคนแล้วที่เริ่มคิ้วกระตุกกับการกระทำนั้น  นักบวชหนุ่มมองสบดวงตาหวานฉ่ำของอีกฝ่ายแล้วชักอยากอ้วก  ดึงมืออกมาช้า ๆ โดยให้เสียน้ำใจน้อยที่สุด

 

“  ดังนั้น  นางฟ้าของผม...ในเมื่อคุณรับดอกกุหลาบของผมแล้วก็แต่งงานกับผมเถอะ ! ” 

 

“  ห้ะ ! ”  วอดก้าทำหน้าเหวอ  ร่ำ ๆ ชักอยากจะเป็นลม  มาบอกว่าชอบเขาก็เกินทนแล้ว  นี่ยังมาโมเมเขาที่รับดอกไม้ที่อีกฝ่ายยัดเยียดมาให้ว่ารับคำขอแต่งงานซะงั้นอีก  ไหงกลายเป็นเขาซวยหนักสุดล่ะเนี่ย

 

เพียงเท่านั้น  พาราไดซ์ก็หมดความอดทน

 

มือหนากระชากช่อดอกกุหลาบช่อสวยนั้นมาถือไว้ในมือท่ามกลางความงุนงงของคนอื่น  ทันใดเปลวไฟสีแดงฉานก็ลุกพรึ่บ  เผาช่อดอกไม้สวยให้เหลือเพียงเถ้าถ่าน  ไอความร้อนยังม้วนเถ้าถ่านนั้นให้สลายไปอย่างรวดเร็วไม่ให้เหลือแม้แต่ซาก  นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์อย่างที่ผู้พบเห็นต้องหวั่นเกรง   เท่านั้นไม่พอ  ริมฝีปากหยักยังหัวเราะน้อย ๆ อย่างเย็นเยือกราวมัจจุราชขณะกล่าว

 

“  อยากตายก็ไม่บอก...จงออกมา  กลาเดียโต้  ” 

 

“  ว้าก !    เท่านั้นคนที่เหลือก็ตาเหลือกทันที  วิมเลท และเคียร์พุ่งไปจับร่างผู้เป็นนายที่ดูจะฟิวส์ขาดแล้วเอาไว้  บราวน์กับบลัดดี้รีบสับสันคอใส่คนไม่เจียมตัวแล้วลากไปทิ้งอย่างว่องไว ก่อนที่จะต้องช่วยรัชทายาทแห่งทริสทอร์อำพรางศพดั่งผู้เป็นเพื่อนบอกจริง ๆ 

 

ความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านทั่วทั้งชั้นทำให้หลายคนต้องตัวสั่น เมื่อรู้สึกได้ถึงความตายที่อยู่ใกล้ชิด  ความกดดันกดทับจนแทบทำให้ทั้งร้านสั่นสะเทือน  น่ากลัวไม่แพ้นักบวชหนุ่มผมเงินคนเมื่อวานสักนิด

 

วิสกี้และจินมองตากัน  คว้ามือวอดก้าที่ยังงงอยู่ไปกอดพาราไดซ์จากด้านหลัง  และดูจะได้ผลเร็วเกินคาด  พายุที่กำลังเกิดหายวับไปไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย  เจ้าชายหนุ่มหันมามองคนที่กอดเขาจากด้านหลังนิ่ง ๆ ก่อนจะลากเจ้าตัวออกไปทันที   จิน   รัม  วิสกี้และเตกีล่าจึงรีบตามไปติด  ๆ มืออดปาดเหงื่อ  ถอนหายใจดั่งฟู่ไม่ได้

 

“  เกือบไป  ใครจะคิดว่าไดซ์ถึงกับเรียกกลาเดียโต้ออกมา ” 

 

“  ไอ้หมอนั่นเกือบดวงจู๋แล้วไหมล่ะ  มาขอแต่งงานใครไม่แต่ง  มาขอราตรี  ไดซ์ไม่ถึงกับเผาร่างหมอนั่นทิ้งก็บุญแล้ว ” 

 

“  เผาช่อดอกกุหลาบนั่นทิ้งจริง ๆ ด้วย...” 

 

“  โหดสุด ๆ  ถ้าไม่มีใครลากร่างหมอนั่นไปมีหวังถูกฟันเป็นสองส่วนแน่ ” 

 

สี่สาวในร่างหนุ่ม ๆ พึมพำกับตัว  ใครจะคิดว่าเรื่องที่คุยกันเล่น ๆ จะกลายเป็นจริงไปซะได้ 

 

“  ไดซ์กับราล่ะ ”  บราวน์และบลัดดี้ที่หอบร่างตัวประกอบผู้เกือบดวงจู๋ไปทิ้งไกล ๆ ไม่ให้เกะกะสายตาผู้เป็นเพื่อนถามเสียงกระหืดกระหอบเพราะพยายามไปกลับให้เร็วที่สุด

 

“  อยู่นู่น ”  ชี้ไปทางคนสองคนที่ยืนคุยกัน  ในตอนแรกวอดก้าทำหน้าเหมือนไม่เข้าใจก่อนจะคลี่ยิ้ม  หยิกแก้มพาราไดซ์เล่นน้อย ๆ จนทำให้อารมณ์เจ้าชายหนุ่มเย็นลงอย่างรวดเร็ว  คุยอีกสองสามประโยคคนทั้งคู่ก็กลับมาเข้ากลุ่มอีกครั้ง

 

“  รีบออกเดินทางเถอะ ”  พาราไดซ์พูดเสียงเรียบ  ออกเดินนำโดยมือไม่วายลากรูมเมทตัวเองไปด้วย   ท่ามกลางความไม่เข้าใจของพวกเขาที่ทำไมท่าทีอยากฆ่าคนของเจ้าชายหนุ่มถึงหายวับไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  แต่ที่ดูจะชัดเจนขึ้นคือมือหนาที่กุมมือนักบวชหนุ่มไม่ปล่อย

 

“  โอย...น่าปวดหัวจริง ”  พวกเขาทั้งแปดได้แต่พึมพำอย่างเลื่อนลอยกับอารมณ์ของคนคู่นี้ 

 

ไม่ต้องพูดถึงคนอีกกลุ่มที่งงตาแตกเป็นราย ๆ

 

“  นี่ ๆ ทำไมเจ้าชายพาราไดซ์ถึงต้องเผาดอกกุหลาบช่อนั้นทิ้งด้วยล่ะ  ไหนจะท่าทาง...เหมือนหึงหวงผู้ชายคนนั้นอีก ” 

 

วีน่าส่งเสียงถามอย่างสงสัย  เรียกสายตาทั้งจากโคโล  มาคัส  มาแตร์  กีเร่  แซคและชายหนุ่มอีกคนให้หันไปมอง

 

“  ม...ไม่รู้สิจ้ะ ”  มาแตร์ได้แต่ตอบเสียงจืดเจื่อนเพราะไม่อยากเอ่ยว่าสิ่งที่เพื่อนสาวพูดมันตรงกับสิ่งที่อยู่ในใจเธอเช่นกัน

 

อุ้ย  หรือว่า......

 

...ฟินแป็บ  มีฟิคให้แต่งแล้ว

 

อัศวินสาวผู้แสนเรียบร้อยแอบคิดในใจอย่างเพ้อ ๆ

 

 

 65%

 
 

ตอนนี้พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปยังหน้ากำแพงเมืองชั้นที่ 3 สำหรับกลุ่มของเจ้าชายรัชทายาทแห่งนาโวลล์ยังเกาะเป็นกลุ่มใหญ่  ผิดกับพวกวอดก้าที่เดินเป็นคู่ ๆ หยอกล้อกับคนข้างกายอย่างผ่อนคลาย  แน่นอนว่าห้าสาวต้องสวมฮู้ดคลุม  โดยเฉพาะวอดก้าที่คาดผ้าสีน้ำตาลเข้มปิดใบหน้าครึ่งล่างและถอดแว่นตาเก็บไว้  ส่วนพาราไดซ์เพียงสวมหมวกสีเทาคลุมเส้นผมให้เรียบร้อยเท่านั้น 

 

แต่ถึงห้าสาวแอลกอฮอล์จะปกปิดตัวอย่างไร  เสียงของคนมากมายก็ยังทักพวกเขาไปตลอดทางอยู่ดี

 

“  อ้าว  ไอ้หนุ่มที่ไปทำงานที่บาร์เมื่อวานนี่หว่า ”  เสียงของคนขายอาหารสดคนหนึ่งร้องทัก  ชาวบ้านชาวเมืองรวมถึงนักเดินทางหลายคนจึงเริ่มหลั่งไหลเข้ามาทัก

 

“  ไง  เมื่อวานเล่นเพลงเพราะมาก  เก่งสุด ๆ ” 

 

“  ยาเอ็งเจ๋งดีนี่หว่า  อีแก่ที่บ้านข้าหายทันทีเลย ” 

 

“  ใช่ ๆ ของข้าก็เหมือนกัน  ยาไอ้หนุ่มนี่แค่ทานก็หายแล้ว ” 

 

“  นี่จะไปกำแพงที่สามใช่ไหม ? ขอให้พวกเจ้าปลอดภัยล่ะกัน ” 

 

“  พยายามเข้าล่ะ ! ถ้าเข้ารอบอย่าลืมมาบอกข้านะ ” 

 

และอีกสารพัดเสียงและของที่ถูกตอบแทนให้ทั้งจากเตกีล่าและวอดก้าที่ช่วยอัดนักเลงเมาให้ไม่ทำร้ายคนอื่น  รัมที่แจกยาให้ฟรี ๆ วิสกี้และจินซึ่งปากหวาน  ผูกสัมพันธ์กับทุกคนไปทั่ว

 

“  อ้าว  ไงไอ้แสบ  นี่จะไปแข่งแล้วใช่ไหมเนี่ย ”  ไคซัส  ชายร่างยักษ์เผ่าออร์คสูงเกือบสองเมตรซึ่งเป็นเจ้าของบาร์ที่พวกวอดก้าไปทำงานเอ่ยทักเสียงลั่นตลาดเรียกความสนใจได้จากพวกวอดก้าเป็นอย่างดี

 

“  อ้าวลุง  มาซื้อของเรอะ  ไหนว่าจะนอนกลิ้งแล้วใช้เมียมาแทนไง ”  รัมหยอกกลับเล่นอย่างสนิทสนมไม่ต่างจากคนที่เหลือ

 

“  ไม่ใช่ว่าพูดไปงั้น  แต่จริง ๆ แค่เมียไล่ก็มาแล้วใช่มะ ”  วิสกี้สนับสนุนด้วยรอยยิ้มทะเล้นจึงเกือบโดนโบกไปหนึ่งที

 

“  บ๊ะ ! ไอ้พวกนี้  สู่รู้จริง ๆ อย่างข้าไม่มีกลัวเมียโว๊ย  มีแต่เกรงอกเกรงใจถึงได้ยอมตากแดดมาซื้อของเนี่ย ”   ไคซัสยืดอกพูดท่ามกลางห้าเสียงที่ย้อนถามเสียงสูงอย่างรู้เท่าทัน

 

“  เหรอ ??? ” 

 

“  เออสิวะ !  ”  เจ้าของบาร์รับคำเสียงดัง  แอบยิ้มน้อย ๆ เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าอดีตพนักงานชั่วคราว  แล้วก้มหน้าถามต่อ  “  แล้วนี่พวกเอ็งแน่ใจเรอะว่าจะเข้ารอบ  ไม่ใช่เอาชีวิตไปทิ้งที่นั่น ”  เพราะอยู่กันมาเกือบทั้งคืน  รู้นิสัยใจคอไอ้ห้าคนนี้ดีพอควรว่าทะเล้น  กวน ๆ แต่นิสัยก็เป็นคนดีคนหนึ่ง  จึงอดกังวลไม่ได้ว่าทั้งห้าจะเอาชีวิตไปทิ้งหรือแขวนไว้บนเส้นด้าย

 

นักบวชหนุ่มและเตกีล่าที่อยู่ในมาดขรึมล้อเลียนเสียงใส

 

“  กิ๊ว ๆ เป็นห่วงพวกเขาล่ะสิ ” 

 

“  ไอ้เด็กพวกนี้ ! ”  เขาสบถเบา ๆ แต่เมื่อเห็นตาใสแจ๋วจ้องสบ  เจ้าของนัยน์ตาคู่คมดุก็อดพูดไม่ได้ “ เออ ๆ ก็เป็นห่วงสิวะ  คนคุ้นหน้า ” 

 

“  ถ้างั้นไม่ต้องห่วงหรอกลุง  พวกผมมันเก่ง  เพื่อนผมมันก็เก่งทุกคน  รับรองไม่มีทิ้งชีวิตแน่ ”  จินพูดเสียงเริงร่า  สรรพนามที่ใช้บ่งบอกความสนิทใจเป็นพิเศษ

 

“  เออ ! พวกเอ็งมันเก่ง ! ”  เขาตอบรับด้วยใบหน้าแสดงความหมั่นไส้ “  นี่ถ้าพวกเอ็งรอดมาได้  ข้าปิดบาร์ฉลองให้พวกเอ็งเลย เอ้า ! ” 

 

“  จริงดิ ”  สายตาห้าคู่ลุกวาว

 

“  ไม่ต้องหรอกครับลุง  ไอ้พวกนี้มันคอทองแดง  อีกอย่างเดี๋ยวพวกผมก็ต้องไปเรียนอีก ”  วิมเลทรีบพูดขัดขึ้นมาก่อน  เพราะยังจำสภาพสาว ๆ ที่แฮงค์และดื่มหนักมากได้ดี 

 

“  อ้าว  อย่างงั้นเรอะ ไม่เป็นไร ๆ ”  ชายร่างยักษ์ผิวสีทองแดงทำหน้าเสียดาย  เอาตรง ๆ เขาถูกใจนิสัยไอ้เด็กแสบห้าตัวนี้มาก  เมื่อเช้าก็ตื่นขึ้นมาทำอาหารให้เขากินบอกตอบแทนที่อุตส่าห์ให้ที่ซุกหัวนอน  แถมยังช่วยทำความสะอาด  ปัดกวาดเช็ดถูร้านจนเอี่ยมอ่องอย่างไม่หวังอะไรเลย   เพราะอย่างนี้เขาถึงเอ็นดูพวกมันเหมือนลูกเหมือนหลานอีกคน

 

“  ขอบคุณครับลุงที่เมื่อวานช่วยดูเพื่อนพวกผมให้ ”  เคียร์โค้งตัวให้อย่างสุภาพ

 

ไคซัสพยักหน้าน้อย ๆ รับแล้วโบกมือไล่

 

“  ไป ๆ กันได้แล้ว  เดี๋ยวสายพอดี   ข้าเองก็ต้องรีบกลับแล้ว ” 

 

“  หึ ๆ คร้าบ ๆ แต่ไหน  ๆ ลุงก็เป็นห่วงเรา  อยากได้ของฝากอะไรติดไม้ติดมือไหม ? ”  นักพนันสาวถามทีเล่นทีจริง

 

เจ้าของบาร์ร่างยักษ์ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนตอบ

 

“  ทองสักโหลก็ยังดี ”  ก่อนพูดเสริมด้วยรอยยิ้มเยาะ “  ถ้าเอามาได้นะ ” 

 

“  โหย  ขนทองแจกทุกบ้านก็ยังไหวน่า ”  วิสกี้โบกมือไปมา

 

“  ลุงคร้าบ  จุ๊บ ๆ ที ” รัมแสร้งทำท่าจะวิ่งไปกอด   

 

“  พอเลย ๆ เดี๋ยวข้าก็ยันให้ ”  พอรัมทำ  คนอื่นก็คิดทำตามจึงโดนถีบออกมาเรียงคนทันที

 

“  โธ่  เดี๋ยวอะไรล่ะลุง  นี่ลุงยันแล้วเนี่ย ”  เตกีล่าบ่นอุบอิบแต่มุมปากกลับฉีกยิ้มน้อย ๆ

 

“  เออน่ะ ไอ้พวกนี้ ”  ใบหน้าดุหยอกล้อกลับ

 

“  งั้นไปล่ะครับลุง  ขอบคุณมากที่ให้พักเมื่อวาน ”  วอดก้ากล่าวเป็นคนสุดท้าย

 

“  ไม่เป็นไร  ระวังตัวหน่อยล่ะ  ขอให้โชคดี  ”  ไคซัสอวยพรเป็นการปิดท้าย  พวกวอดก้าจึงได้ออกเดินทางต่อ 

 

“  ดูเป็นที่รู้จักดีจังนะ ”  กีเร่ที่เดินเร่งขึ้นมาเพื่อหาเรื่องคุยกับวิสกี้ซึ่งเดินแทบรั้งท้ายเพราะมัวแต่รับของจากคนอื่น  เจ้าตัวคนถูกทักยืดอกขึ้นทั้งที่ปากยังคาบคุกกี้ชิ้นหนึ่งไว้

 

“  อ็อะ  อนอันอนุดย์อัมอันธ์อี ( ก็นะ คนมันมนุษย์สัมพันธ์ดี ) ” 

 

แต่ยังไม่ทันที่กีเร่จะได้พูดคุยทำความคุ้นเคยต่อ  องครักษ์หนุ่มผมเงินที่เดินนำในตอนแรกก็จงใจผ่อนฝีเท้าลงมาเดินคู่กับรูมเมทหนุ่ม  พร้อมแย่งของมากมายในมืออีกฝ่ายไปถือเอง  ปากก็ดุเมื่อคนข้างกายเดินไปกินไปทั้งยังพูดไปอีก

 

“  อย่าเดินไปกินไปพูดไปสิ  เดี๋ยวก็สำลักหรอก ”  เมื่อตวัดสายตามองอัศวินหลวงจากนาโวลล์ที่กำลังมองคนข้างกายเขาตาแป๋วก็ลอบไม่พอใจเล็กน้อย  ฉวยโอกาศที่วิสกี้ไม่ทันระวังตัวยื่นหน้าไปงับ  กัดคุกกี้อีกครึ่งชิ้นซึ่งถูกคาบไว้มากินเอง

 

“  ..... ”  วิสกี้อึ้งเล็กน้อยก่อนไหวไหล่ไม่คิดมากผิดกับกีเร่ที่อ้าปากค้างกับฉาก ( เกือบ )  สยิวกิ้วที่เห็นเมื่อครู่  แต่คนอื่นในกลุ่มเขาไม่มีใครเห็นเพราะกำลังคุยกันอยู่

 

“  ไปเถอะ ” วิมเลทวาดแขนซ้ายโอบบ่าวิสกี้ก่อนสาวเท้าให้เร็วเพื่อไม่ให้คนข้าง ๆ ไปยุ่งกับอีกฝ่าย

 

กีเร่ที่ได้สติ  จะเดินตามไปคุยก็ไม่กล้าเพราะตอนนี้หัวนั้นเริ่มมึนไปแล้ว  รัมที่เห็นเหตุการณ์หัวเราะน้อย ๆ แสร้งเดินย้อนกลับไปหาอีกฝ่ายแล้วถามด้วยสีหน้า (เหมือนจะ) เป็นห่วงว่า

 

“  เป็นอะไรหรือเปล่า  ? ” 

 

อัศวินผมทองสะดุ้งส่ายหน้าปฏิเสธ

 

“  เปล่า  เอ่อ...ว่าแต่...เพื่อนนายสองคนนั้นเป็นอย่างงี้กันบ่อยเหรอ ”  ว่าแล้วก็พยักเพยิกไปทางวิสกี้ที่โวยวายใส่วิมเลทที่แย่งคุกกี้ในถุงของตนกินด้วยชายหนุ่มผมเงินที่เคยเคร่งขรึมแต่ตอนนี้มีแต่รอยยิ้มทะเล้นและแอบสุขใจที่ได้แกล้งอีกฝ่ายบนใบหน้า

 

“  ก็นะ  เดี๋ยวทะเลาะเดี๋ยวเข้ากันได้ดีจนผมเองก็ยังงงเหมือนกัน ”  รัมตอบกลับยิ้ม ๆ อย่างเป็นมิตร

 

“  แล้ว...”  แต่อีกเช่นเคย   ยังไม่ทันที่กีเร่จะได้พูดคุยเพื่อสร้างมิตรภาพต่อ  บราวน์ที่สังเกตเห็นอาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ของรัมก็ชักจะไม่พอใจขึ้นมาบ้าง

 

“  มาเดินอะไรอยู่ตรงนี้  โครเรียกตรงนู้นแน่ะ ”  บราวน์แสร้งเอ่ย  พยักเพยิกไปทางจินซึ่งอยู่ด้านหน้า

 

“  อ้าวเหรอ ? ”  รัมทำหน้าแปลกใจ  ก่อนโดนมือใหญ่ดันหลังให้เดินไปข้างหน้า

 

“  อืม  อย่าเดินแถวนี้เลย   ไปอยู่หน้า ๆ ดีกว่า ”   พออัศวินหนุ่มอ้าปากจะค้านก็ถูกสายตาคมกริบสีเขียวจางราวเสือดาวตวัดมองอย่างมุ่งร้ายจนทำได้เพียงค้างแข็ง

 

“  เป็นอะไรหรือเปล่า ? ”  แซ็คถามผู้เป็นเพื่อนอย่างมึนงง  กีเร่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ขณะหันมาตอบ

 

“  แซ็ค...ข้าเป็นตัวเชื้อโรคเหรอ  กลุ่มโน้นถึงพากันหนี  ไม่คุยกับข้าหมด ” 

 

“  คิดไปเองทั้งนั้นน่า  ถ้าเขาไม่คุยก็คุยกับข้าก็ได้  ไม่เป็นไรหรอก ”  ว่าแล้วก็โอบคอผู้เป็นเพื่อนแล้วชวนคุยให้ลืมอารมณ์อันอ่อนไหวเมื่อครู่

 

โดยไม่รู้เลยว่า...

 

“  มาแตร์...มาแตร์ ! ” 

 

“  อ...อะไรหรือจ้ะ ”  อัศวินสาวสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อตนดังลั่นจากเพื่อนสาวที่กอดแขนเธอไม่ห่าง

 

“  เจ้านั่นล่ะมัวเหม่ออะไร  ข้าเรียกหลายครั้งแล้วนะ ”  วีน่าทำหน้ามุ่ยไม่พอใจ

 

“  ขอโทษจ้ะ ”  มาแตร์ยิ้มแหย ๆ ให้  สายตาก็คอยวนเวียนเหล่เพื่อนอัศวินทั้งสองที่ยังคุยหยอกล้อกันไปมา

 

อุบ...หน้าใกล้กันจัง  ชักจะเขินแล้วนะ

 

เธอได้แต่กลั้นอาการอยากหน้าแดงไว้ แล้วหันไปสนใจเพื่อนสาวข้าง ๆ บ้าง

 

และทันทีที่มาถึงวีน่า  แซ็ค  กีเร่  โคโลและมาแตร์ก็ต้องอึ้งยามเห็นกลุ่มคนที่ตั้งแถวรออยู่ด้านข้างกำแพง  ห่างจากผู้เข้าร่วมการทดสอบเล็กน้อยโดยมีนักรบในชุดเกราะหนักนับสิบยืนเฝ้าด้วยใบหน้าทมึงทึงยามเห็นท่าทางละโมบเมื่อมองกระเป๋าเสบียงที่เตรียมไว้พร้อมข้างพวกเขา  กลุ่มพ่อค้าที่กำลังยืนคุยกันเมื่อเห็นกลุ่มของวอดก้าซึ่งเด่นมาแต่ไกลก็รีบเข้าแถวเรียงหนึ่งทันที

 

“  เคารพท่านหัวหน้า ! ”  ก่อนโค้งให้ 45 องศาโดยพร้อมเพรียง  ท่ามกลางอาการเหวอของคนอื่น ๆ อาจยกเว้นวอดก้าไว้คนเดียวที่หัวเราะน้อย ๆ เอียงคอมองเหล่าพ่อค้าที่มีการแบ่งลำดับยศชั้นด้วยสายตาพึงพอใจ

 

“  อ่า ๆ ดี ๆ ของที่สั่งไว้เรียบร้อยใช่ไหม ”  จินถามสั้น ๆ

 

“  ครับท่านหัวหน้า ”  พ่อค้าที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้าของพ่อค้าที่เหลือผายมือไปทางกระเป๋าสัมภาระทั้งหลาย  “  พวกเราทำตามที่ท่านหัวหน้าสั่งทุกอย่าง  ขอบพระคุณมากครับที่เรียกใช้พวกเรา ” 

 

“  อืม ๆ ช่วงนี้สินค้ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ” คนเป็นหัวหน้าเดินเข้าไปหา  รับเอกสารจากลูกน้องที่ส่งให้มาเช็คดูคร่าว ๆ สายตากวาดมองขึ้นลงอย่างพึงพอใจพอเห็น

 

“  ไม่มีปัญหาเลยครับ ! ”  อีกฝ่ายตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม   บลัดดี้และบราวน์จึงแจกจ่ายของให้คนอีกกลุ่ม  แน่นอนว่าสาวเจ้าตัวปัญหาก็รับไปแบบไม่มีแม้แต่คำขอบคุณซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้ถือสาอะไร

 

“  ทุกท่านขอรับ  ได้เวลาแล้วโปรดตามมาด้วย ”  นายทหารหลายนายโค้งให้พวกเขาก่อนพยักหน้าให้เปิดประตูเวทย์บานที่ 3 ซึ่งมีอักขระมากมายเขียนไว้ทุกส่วน  วอดก้า  วิสกี้  จิน  รัมและเตกีล่ากวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างเชื่องช้าจนพบเป้าหมายทั้งยี่สิบคนที่กระจายเป็นกลุ่มเล็ก ๆ เหมือนไม่รู้จักกันเท่านั้นสิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวก็เข้าใจได้ทันที

 

พวกนี้ไม่รู้จักกัน  แต่ถูกจ้างมาให้กำจัดคนที่ผ่านการทดสอบโดยตัวเองก็อาจถูกฆ่าจากคนอีกกลุ่มได้...นับว่าขุนนางคนนั้นวางแผนได้เฉียบแหลมจริง ๆ นอกจากจะไม่ต้องกลัวว่าคนที่จ้างมาอาจขโมยสมบัติแล้ว  คนพวกนั้นยังอาจถูกฆ่าปิดปากได้ในภายหลังอีกด้วย  เท่านี้ก็จะไม่มีหนามยอกอก แถมดีไม่ดีในกลุ่มคนทั้งหนึ่งร้อยอาจจะมีคนของขุนนางชรานั่นแฝงตัวอยู่เพื่อคอยฆ่าคนทั้งยี่สิบอีกที

 

“  หึ ” วอดก้าแค่นเสียงหัวเราะในลำคอหนึ่งครั้งเรียกสายตาสงสัยได้จากพาราไดซ์ที่ยืนข้าง ๆ

 

“  ไม่มีอะไรครับ ”  วอดก้าส่ายหน้าแล้วย่างก้าวเข้าสู่พระราชวังลูอิซซาร์  พระราชวังหรูหราที่อยู่ใต้ป้อมปราการมนตราทั้งสามชั้น  และเป็นพระราชวังที่พวกเขาเพิ่งจะวิ่งเล่นไปมาเสียทั่วซะด้วย

 

โครงสร้างของพระราชวังมีความงดงามแข็งแกร่งสมเป็นวังของเมืองแห่งการต่อสู้  ก่อสร้างด้วยอิฐหนาสีแดงที่ผ่านการสร้างและหลอมให้มีความแข็งแกร่งและมีสีงดงาม   พื้นเป็นพื้นหินอ่อนลวดลายงดงาม  โคมไฟระย้า  เกราะอัศวินและอัญมณีประดับบ่งบอกความยิ่งใหญ่ของพระราชวังแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

 

เดินเกือบ 15 นาที  ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงห้องโถงกลางขนาดใหญ่ที่มีกลุ่มคนในชุดขุนนางสีขาวสะอาดยืนรอต้อนรับอยู่  แน่นอนว่าแทบทั้งหมดล้วนเป็นคนที่ห้าสาวแอลกอฮอล์คุ้นหน้าคุ้นตาดี

 

“  ยินดีต้อนรับนักสู้ทั้งหลาย  ข้ามีนามว่า เทลอัสเป็นเสนาบดีฝ่ายขวา  ”  ชายชราร่างสูงซึ่งมีรอยยิ้มอ่อนโยนอารมณ์ดีบนใบหน้าช่างแตกต่างจากใบหน้าเย็นชาที่สังหารใครคนหนึ่งทิ้งอย่างไม่ลังเลนัก

 

นี่สินะ  ที่คนเราว่ารู้หน้าไม่รู้ใจ 

 

“  เป็นเสนาบดีฝ่ายขวานี่เอง ” เตกีล่าพึมพำ  ดูท่าว่าเธอจะได้งานใหม่แล้ว

 

“  ข้า โคลิกซ์  หนึ่งในเจ้าหน้าที่ดูแลกรมคลัง ”  อีกร่างที่นะนำตัวทำให้รัมกระตุกยิ้มที่มุมปากน้อย ๆ โดยที่ไม่มีใครรู้ความหมายของรอยยิ้มนั้น  เหล่าขุนนางในชุดขาวค่อย ๆ ทยอยแนะนำตัวจนเมื่อครบแล้ว  เทลอัสก็เริ่มเอ่ยต่อ

 

“  ทางเราต้องขอแสดงความเสียใจต่อทุกท่านที่ไม่อาจรับรองได้ดีกว่านี้  องค์ราชาของพวกเรากำลังประชวรด้วยโรคร้ายทำให้ไม่สามารถออกมาเปิดงานได้  ด้วยเหตุนี้ข้าจึงมาเปิดงานแทนองค์ราชา ” 

 

เทลอัสอธิบายด้วยใบหน้าแฝงความเศร้า  จนพวกวอดก้าต้องยกนิ้วให้อดีตแม่ทัพคนนี้อย่างอดไม่ได้จริง ๆ กับการแสดงนี้และเท่าที่ดู  แม้หลายคนจะเฉย ๆ แต่ส่วนใหญ่ออกแนวจะเชื่อขุนนางชราผู้นี้มากกว่า 

 

ขุนนางชราเอ่ยอีกเล็กน้อยพอเป็นพิธีก่อนกล่าวเปิดงานและสั่งให้คนตระเตรียมวงเวทย์เคลื่อนย้ายที่ถูกสร้างไว้ถึงยี่สิบทางทางเพื่อกระจายผู้เข้าร่วมการทดสอบให้แยกย้ายกันเดินทางสู่ภูเขาไฟปีศาจ

 

แน่นอนว่าต้องมีการแบ่งกลุ่มและนั่นทำให้วอดก้าต้องทำหน้าเอือมระอาอีกครั้ง   วอดก้าฟุบใบหน้าตัวเองเข้ากับไหล่พาราไดซ์เป็นการระบาย  พึมพำกับตัวซ้ำไปซ้ำมา

 

“  ฉันอยากตาย ไดซ์...ฉันอยากตาย ” 

 

เจ้าชายหนุ่มจึงทำได้เพียงลูบเส้นผมสีเงินยวงของนักบวชหนุ่มอย่างขบขันกับท่าทางอยากจะตายของอีกฝ่ายหลังรู้ว่าจะมีอีกกลุ่มหนึ่งตามติดมาด้วย

 

“  หนิ ! พวกข้าไม่ใช่ตัวเชื้อโรคนะไม่ต้องทำท่ารังเกียจขนาดนั้นก็ได้ ! ”  วีน่ากระแทกเสียงเอ่ยเมื่อทันทีที่กลุ่มตนเดินเข้าไปใกล้  คนที่จำได้ว่าเป็นแพทย์ฝึกหัดชื่อรัม  คนสวมแว่นชื่อไนท์  คนผมส้มที่ชื่อวิสแล้วก็คนที่กอดตุ๊กตาไม่ยอมปล่อยที่ชื่อโครกลับผวาถอยกรูดราวพวกเธอเป็นตัวน่ารังเกียจยังไงยังงั้น

 

พวกวอดก้ามองหน้ากัน

 

“  นั่นสิ ”  วิสกี้เกาหัว  ไม่รู้ทำไมอยู่ ๆ พวกเธอถึงถอยกรูดกันได้  หรือจะเป็นคนเอือมระอานะ  แต่คิดแล้วก็ไหวไหล่อย่างไม่สนใจ  โยนของให้หนุ่ม ๆ ถือด้วยใบหน้าชิว ๆ แล้วก้าวเข้าไปในวงเวทย์

 

เนื่องจากแม้วงเวทย์จะใหญ่แต่บีบคนสิบเจ็ดคนให้ไปพร้อมกันทำให้ต้องเบียดไม่น้อยและไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดวอดก้า  พาราไดซ์และมาคัสถึงได้ถูกเบียดให้มาอยู่ตรงกลางซะได้

 

“  ขอประทานอภัย ”  นักบวชหนุ่มแสร้งเอ่ยด้วยความระมัดระวังก่อนจะชะงักกึกเมื่ออีกฝ่ายสวนกลับ

 

“  ใช้คำพูดธรรมดาพอ  ตอนนี้เราไม่ใช่เจ้าชาย ” 

 

“  แต่กระหม่อมเกรงว่า...” 

 

ชิ้ง

 

วอดก้าเอียงหน้าไปกระซิบกับพาราไดซ์ทันที

 

“  เห็นไหม ? หมอนี่เหมือนนายขนาดไหน  ทำเหมือนนายตอนเจอกันหน้าร้านหนังสือเปี๊ยบ  นี่ถ้าไม่ติดว่าถูกเบียดคงเอาดาบมาพาดคอฉันแล้ว ” 

 

นัยน์ตาคู่คมสีม่วงเข้มปรายมอง

 

“  ก็เพราะปากนายมันเป็นงี้ไงล่ะ ”  เขาว่าเสียงเฉยชา  ความสุภาพของหญิงสาวในร่างชายหนุ่มเริ่มกลับคืนสู่นิสัยเดิมแล้ว  กวนประสาท  ขี้เล่น  ขี้หยอกเย้าอารมณ์คนอื่นไปทั่ว

 

“  ก็ฉันเป็นแบบนี้นี่ล่ะ ”  วอดก้าหัวเราะน้อย ๆ ก่อนเห็นวงเวทย์ใต้เท้าส่องประกายเจิดจ้า  รอบวงเวทย์ถูกล้อมด้วยนักเวทที่เอ่ยคำร่ายแต่กระนั้นก็เห็นเทลอัสซึ่งยืนมองส่งยิ้มราวอวยพรให้อยู่ไม่ไกล  และก่อนวงเวทย์จะเคลื่อนย้ายพวกเขาไปสู่จุดหมาย 

 

เมื่อสายตาสองคู่สบกัน   วอดก้าพลันก้มหัวให้   ริมฝีปากหยักปรากฏรอยยิ้มลึกลับไร้ที่มาพร้อมท่าทางเหมือนจะหัวเราะในลำคอโดยไร้เสียง  สร้างอาการสะกิดใจให้อดีตแม่ทัพแห่งโพซิเด้นไม่น้อย

 

วงเวทย์ทั้ง 20 ส่องประกายจ้า เกิดเป็นลำแสงหนึ่งเคลื่อนย้ายคนทั้งหนึ่งร้อยไป

 

“  มีอะไรหรือขอรับท่านเทลอัส ”  โคลิกส่งเสียงถามผู้เป็นหัวหน้าและอาวุโสที่สุดที่หรี่นัยน์ตาลงเหมือนครุ่นคิด

 

“  ...เปล่า...องค์ราชาล่ะ ”  ไพล่ถามถึงอีกบุคคลหนึ่ง

 

ขุนนางร่างอวบอ้วนแสยะยิ้ม 

 

“  ด้วยยาที่ให้ไปคงหลับไปอีกสักพักขอรับ ” 

 

“  ดีแล้ว ” นัยน์ตาสีฟางไม่ปรากฏความรู้สึกใด  แวบหนึ่งมีความเคลือบแคลงบางอย่างแฝงอยู่แต่แล้วชายชราผู้มีอำนาจก็ปัดมันทิ้งไป  สั่งการสั้น ๆ สะบัดชายผ้าคลุมเพื่อเตรียมตัวกลับห้องทำงาน 

 

 

 

 

ในอีกด้านหนึ่ง  ร่างหนากำลังมองผ่านหน้าต่างบานหนึ่ง  มือทั้งสองไขว้หลังยืนนิ่งอย่างใช้ความคิดเงียบ ๆ  เสียงเคาะประตูห้องดังเบา ๆ ก่อนเปิดออกพร้อมร่างในชุดคลุมห้าร่างซึ่งเพียงเดินมาถึงก็ทรุดเข่าข้างหนึ่งลงเป็นการทำความเคาระ  ใบหน้าก้มหลุบมองพื้นอย่างบ่าวที่ได้รับการอบรม

 

“  เป็นยังไงบ้าง ”  ชายที่ยืนเงียบอยู่เอ่ยถามสั้น ๆ

 

“  พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวแล้วขอรับ  ทั้งยังส่งคนแฝงเข้าไปในกลุ่มผู้เข้าร่วมทดสอบเพียงแต่เรายังไม่รู้จำนวนแน่ชัด ” 

 

“  ไม่เป็นไร ”  หยุดไปชั่วอึดใจก่อนถามต่อ “  แล้วเรื่ององค์ราชาล่ะ ” 

 

“  ยังไม่มีใครสงสัยเหมือนเดิมขอรับ  แม้เทลอัสจะแสดงอาการสะกิดใจเล็กน้อยก็ตามแต่คาดว่าคงไม่ได้ใส่ใจมากนัก  เรื่องหลักฐาน...”  หยุดคิดทบทวนเล็กน้อย “  ก็ได้เกือบครบแล้วขอรับ  เหลือแต่สาวหาตัวการใหญ่สุดที่เทลอัสทำงานให้ก็จะรู้ตัวทันที ” 

 

“  มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก ”  ชายปริศนาพูดเสียงเอื่อยเฉื่อย  สาวเท้าเดินไปที่เก้าอี้ตัวหนึ่งที่ยังหันหน้าเข้าหาหน้าต่าง  ทรุดนั่งด้วยท่าทางเกียจคร้านขณะนัยน์ตาจับจ้องไปยังที่ ๆ หนึ่ง  “ เทลอัสเป็นคนฉลาดและเด็ดขาด  แต่หยิ่งทระนงเกินไปซึ่งสิ่งนั้นจะทำให้เขาพลาด  แล้วเรื่องภูเขาไฟ ? ” 

 

“  คนของเรา...ตายหมดขอรับ  ดูเหมือนว่าอาจจะมีปีศาจอยู่ภายใน  แต่ไม่รู้จำนวนว่ามีเท่าไหร่ ฝีมือระดับไหน แต่คงไม่ใช่ธรรมดา ”  ขณะกล่าว  น้ำเสียงเจือความกังวลบางประการแต่แล้วโทนเสียงก็กลับมาราบเรียบตามเดิม

 

“  อืม...งั้นหรือ  จริงสิ ” 

 

“  ขอรับ ? ” 

 

“  ลอบส่งคนตามเข้าไปในนั้นด้วย  ถ้าให้ดีก็กำจัดคนของเทลอัสทิ้งซะและที่สำคัญ...” 

 

“  ........ ” 

 

“  ...คุ้มครองเด็กกลุ่มหนึ่งให้ข้าที ” ประโยคนี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนไม่น้อย  ร่างในชุดสีดำทั้งห้าไม่ได้เงยหน้าขึ้นแต่รู้ว่าคนกลุ่มนี้คงมีความสำคัญต่อผู้เป็นนายอย่างยิ่งยวดแล้วจึงรับคำสั่งก่อนแยกย้ายไปอย่างเงียบเฉียบ

 

ร่างบนเก้าอี้ทอดสายตามองดูพระราชวังหลังงามซึ่งกว่าครึ่งถูกบดบังด้วยปราการมนตรา  ด้านหลังเห็นภูเขาไฟลูกใหญ่สีดำที่มีไอร้อนลอยกรุ่มเหมือนทุกครั้ง  สายตาดุคมพลันอ่อนโยน  มุมปากกระตุกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะน้อย ๆ ขณะเอ่ยกับตัวเอง

 

“  เจ้าพวกเด็กแสบ  หวังว่าคงจะเก่งแล้วรอดมาได้จริงนะ...” 

 

 

 

เรือสำราญล่ม !!! เลยต้องใช้เวลาหลายวันในการพายเรือกลับฝั่ง

 

บ๊ะ  มาแล้วจ้า  อาจมีคนทายถูกว่าคนข้างบนคือผู้ใด๋  และหลายคนคงเริ่มคิดนอกกรอบไปคู่แซ็ค & กีเร่ไปอีกสักเล็กน้อย ( หรือเปล่า ) ตอนหน้าก็จะเจอสร้อยและตอนถัดไปก็จะเจอหนูน้อยซีอัสตรา ( หรือเปล่า )  เรารู้ว่าคุณมีความอดทนไม่มาก  แต่จงสู้ต่อไป  ทาเคชิ ! (มึงเมาแล้วไรท์ : รีดเดอร์ส่ายหัว)

 

โอม...จงอย่าลืมเม้น เม้น  เม้น เน้อ ไรท์รีบจุดธูปก่อนดีกว่า -/|\-

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 74 : บทที่ 64 กำแพงชั้นที่ 3 กับสร้อยแห่งสราท , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 14984 , โพส : 146 , Rating : 19% / 178 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6
# 146 : ความคิดเห็นที่ 15192
เอาว่าคนพูดตอนท้ายน่าจะเป็นเจ้าของบาร์...
Name : KazekaYuki < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KazekaYuki [ IP : 223.207.244.237 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 เมษายน 2561 / 13:34
# 145 : ความคิดเห็นที่ 14525
แหม่ ตาลุงกลัวเมียนี่ไม่ธัมดำเลยน่ะ
Name : ⓒЯAẕY DO_G < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ⓒЯAẕY DO_G [ IP : 2.71.69.242 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 สิงหาคม 2560 / 23:22
# 144 : ความคิดเห็นที่ 11562
ไคซัสแน่เบยยย
PS.   —★Potter ϟ
Name : —★Seruszar ϟ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ —★Seruszar ϟ [ IP : 171.96.184.248 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 พฤษภาคม 2559 / 18:41
# 143 : ความคิดเห็นที่ 8931
อืมๆๆ เจ้าของบาร์สินะ
Name : Tonpalm_palmae < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Tonpalm_palmae [ IP : 171.6.224.129 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 มกราคม 2559 / 11:27
# 142 : ความคิดเห็นที่ 7582
ยิ้มจนคนที่บ้านจะพาไปหาหมอเเล้วเนี่ย



Name : ก็แค่คนๆหนึ่งที่แอบชอบเธอ เเม้จะไม่เคยอยู่ในสายตาเ [ IP : 58.8.151.233 ]

วันที่: 16 สิงหาคม 2558 / 12:13
# 141 : ความคิดเห็นที่ 7491
สนุกมากค่ะ ฟินจนบางทีก็ยิ้มเลยค่ะ(บางทีคนทางบ้านก็ถามว่า"บ้ารึเปล่ายิ้มคนเดียว" T-T)
Name : นักบุญสีเงิน [ IP : 171.7.28.106 ]

วันที่: 27 กรกฎาคม 2558 / 20:11
# 140 : ความคิดเห็นที่ 7490
คงไม่เอาทองมาให้ลุงเจ้าของบาร์จริงๆนะ -_- ( ล้อเล่นคงจะไม่ให้จริงๆหรอก?)
ป.ล. รีบมาอัพเร็วๆนะ เป็นกำลังใจให้^_^
Name : อัศวินสีทอง [ IP : 171.7.28.106 ]

วันที่: 27 กรกฎาคม 2558 / 20:02
# 139 : ความคิดเห็นที่ 6733
ใช่คุณลุงเจ้าของบาร์หรือเปล่าอ่า แต่ดูท่าทางแล้วน่าจะใช่น้า
Name : lovelykik < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lovelykik [ IP : 27.55.162.34 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 เมษายน 2558 / 12:25
# 138 : ความคิดเห็นที่ 6509
ไคซัสหรือเปล่าอ่ะ
Name : fairy_devil < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fairy_devil [ IP : 125.27.75.136 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 เมษายน 2558 / 15:25
# 137 : ความคิดเห็นที่ 6184
สนุกมากเลยค่าาาไรเตอร์ คุ้มค่ากับการติดตามมากกกกก สู้ๆเข้าน้าค่าาา
Name : LiNa-LucKY < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LiNa-LucKY [ IP : 171.99.253.147 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มีนาคม 2558 / 13:02
# 136 : ความคิดเห็นที่ 5569
อยากอ่านต่อ สนุกมากค่ะ รออ่านอยู่นะ เป็นกำลังใจให้นะ
Name : ขอโทษที่ แฟนหนูหวง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ขอโทษที่ แฟนหนูหวง [ IP : 49.230.132.153 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 มกราคม 2558 / 09:16
# 135 : ความคิดเห็นที่ 5565
มาต่อไวไว น่ะค่ะไรท์เรื่องนี้ชอบมากกกก สนุกสุดๆ อ่านบางตอนแล้วฟินสุดๆๆ จะรอตอนต่อไปน่ะค่ะ-3-
Name : matchima_bebby [ IP : 171.96.170.132 ]

วันที่: 17 มกราคม 2558 / 17:03
# 134 : ความคิดเห็นที่ 5563
เริดค่ะะะะะะะะะะ
Name : un un [ IP : 49.230.122.225 ]

วันที่: 16 มกราคม 2558 / 22:56
# 133 : ความคิดเห็นที่ 5562
อัพด่วนๆเลยไรท์ อยากอ่านฉากบู้มันส์ๆบ้างอ่ะหลังจากที่ไม่ได้สัมผัสความรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจมานานแล้ว รู้สึกว่าชีวิตมีอะไรขาดหายไปยังไงไม่รู้อ่ะไรท์ เร็วๆน้า T
Name : Ai'Corn Ufo < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ai'Corn Ufo [ IP : 1.2.240.140 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 มกราคม 2558 / 22:49
# 132 : ความคิดเห็นที่ 5558
รอออออออัพพพพพพพน่าาาาาาาาาา
Name : Peaw_may < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Peaw_may [ IP : 171.4.102.199 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 มกราคม 2558 / 14:16
# 131 : ความคิดเห็นที่ 5557
จุดธูปเชิญอัพด่วนนนนน
Name : ภินันท์พร เขียววิชัย < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ภินันท์พร เขียววิชัย [ IP : 110.77.160.134 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 มกราคม 2558 / 11:00
# 130 : ความคิดเห็นที่ 5555
สนุกมากค่ะ อมยิ้มทุกครั้งที่อ่านเลย รีบๆมาต่อนะ
Name : เคโระหน้าปลวก < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เคโระหน้าปลวก [ IP : 49.230.117.235 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 มกราคม 2558 / 22:33
# 129 : ความคิดเห็นที่ 5550
อยากเจอหนูซีอัสตราเร็วๆ//ติดจาย 555
Name : Hiho_Hiho! < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Hiho_Hiho! [ IP : 180.183.99.220 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 มกราคม 2558 / 07:42
# 128 : ความคิดเห็นที่ 5549
หนุกมากไรต์ ช้าอยู่ใย รีบอัพตอนใหม่ๆเร็วเด้ออ
Name : che kerate < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ che kerate [ IP : 171.96.244.74 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มกราคม 2558 / 21:39
# 127 : ความคิดเห็นที่ 5547
จะรอนะค่ะ สนุกมากๆเลยค่ะ
Name : จี้จอย คนนี่แหละ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จี้จอย คนนี่แหละ [ IP : 27.55.94.202 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มกราคม 2558 / 01:29
# 126 : ความคิดเห็นที่ 5546
จะรอนะค่ะ สนุกมากๆเลยค่ะ
Name : จี้จอย คนนี่แหละ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จี้จอย คนนี่แหละ [ IP : 27.55.94.202 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มกราคม 2558 / 01:29
# 125 : ความคิดเห็นที่ 5544
สนุกมากเลยอ่ะไรท์ ฟินมากอ่ะ>
Name : tei-chang [ IP : 49.49.43.17 ]

วันที่: 13 มกราคม 2558 / 22:47
# 124 : ความคิดเห็นที่ 5543
อยากจะบอกไรเตอร์ว่า มาอัพเร็วๆหน่อยนะคะ เราติดตามมานานมากกก เปิดมาทุกวัน เราจะรอไรเตอร์อัพถึง 100% ก่อนแล้วค่อยอ่านทีเดียว รออยู่นะคะ รักไรเตอร์ค่ะ จุฟ 😚😗😙💜💓💕💖😘💬
Name : nana จร้าา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nana จร้าา [ IP : 182.53.103.75 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มกราคม 2558 / 22:29
# 123 : ความคิดเห็นที่ 5541
เม้น เม้น เม้น เม้น
Name : คิคุโญะจัง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คิคุโญะจัง [ IP : 114.109.120.108 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มกราคม 2558 / 18:46
# 122 : ความคิดเห็นที่ 5540
แบร่~ โผล่ออกมาแล้วสินะไรท์เตอร์ ปล่อยให้รอตั้งนาน หึหึ//เอาดาบพาดคอไรท์ 555 เป็นกำลังใจให้ สู้ๆค่ะ ><
PS.  สวัสดีนะเราเอง มายด์แกะน้อยย~
Name : Hydrangae21 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Hydrangae21 [ IP : 1.46.76.255 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มกราคม 2558 / 12:26
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android