คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 76 : บทที่ 65 ฤดูอะไรเอ่ย ? ร้อนแสนร้อน คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบ ?


     อัพเดท 8 ก.พ. 58
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 3,997 Overall : 684,222
15,950 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7663 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 76 : บทที่ 65 ฤดูอะไรเอ่ย ? ร้อนแสนร้อน คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบ ? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 14017 , โพส : 150 , Rating : 20% / 204 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

 

บทที่  65 ฤดูอะไรเอ่ย ? ร้อนแสนร้อน  คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบ ?

 

 

 

 

วิ๊ง !

 

วงเวทย์สีทองที่ผืนดินสีแดงดำปรากฏวูบพร้อมกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่ยังอยู่ครบสามสิบสองทุกประการ

 

หากแต่ยังไม่ทันที่จะได้ออกจากวงเวทย์  เสียงปริแตกของอะไรบางอย่างก็ดังขึ้นเบา ๆ เรียกอาการสงสัยได้จากทั้งหมดที่หันขวับมองกันทันใด  แต่ไม่ต้องรอนานก็รู้ได้ทันทีว่าเสียงอะไร

 

เปรี๊ยะ ! ครืน !

 

“  เฮ้ย !/ว๊าย !/อ้าก !   เสียงร้องหลากหลายเสียงประสานทันทีเมื่อพื้นดินครึ่งวงเวทย์ปริร้าวและทรุดตัวลงไปอย่างรวดเร็วทำให้พวกเขาที่ไม่ทันตั้งตัวรู้สึกร่างกายเอียงวูบ คว้าได้เพียงอากาศ   และ 1 ใน 8 ผู้เคราะร้ายที่ร่วงหล่นก็มีวอดก้าอยู่ด้วย

 

โครม !

 

ฝุ่นควันตลบอบอวล  ดีที่พวกเขาตกจากที่สูงไม่ถึงสามเมตรไม่อย่างนั้นกระดูกกระเดี้ยวคงได้มีหัก  

 

แต่ที่แน่ ๆ นักบวชหนุ่มแห่งนาโวลล์รู้สึกจุกสุด ๆ เพราะไม่รู้ตกอีท่าไหนเขาถึงได้ร่วงมาอยู่ล่างสุดเป็นเบาะให้ใครบางคนนอนทับและเพราะอาการระเคืองจากฝุ่นดินทำให้วอดก้าปิดเปลือกตาแน่น  กว่าจะลืมได้ก็นานเอาการแต่พอลืมตาขึ้น  ใบหน้าของนักบวชหนุ่มก็กลายเป็นเหวอจัด ยามเห็นใบหน้าคมคายที่กำลังสะบัดหัวไล่ความมึนงงไม่ต่างจากกันชัดตา

 

“  แค่ก ๆ ”  เสียงสำลักฝุ่นทำให้พวกเขาทั้งคู่เผลอละสายตาไปมองคนรอบข้างชั่วขณะ   มองจากคร่าว ๆ คนที่ตกมามีจินกับเคียร์ที่ดูท่าจินคงจะตก  องครักษ์หนุ่มจึงรีบคว้าไว้เป็นเหตุให้ตกลงมาพร้อมกัน  สาว ๆ อย่างมาแตร์  วีน่า  และโคโลก็เป็นหนึ่งในคนดวงซวยเพราะอยู่ติดกับผู้เป็นนาย  คนสุดท้ายคือบลัดดี้ที่พยายามยืนขึ้นและใช้มือตบฝุ่นตามตัวออกไป

 

“ อ...องค์...มาคัส...ลุกไปที ”  วอดก้าเปลี่ยนคำเรียกขานร่างสูงที่ยังไม่ลุกไปไหนพร้อมพูดเสียงกระท่อนกระแท่นเพราะอาการจุกที่อกและท้องเนื่องจากรับน้ำหนักที่ร่วงลงมาโดยไม่ได้เตรียมใจ  ไหนจะกระเป๋าเป้ที่หลังเจ้าตัวอีก  แค่นี้เธอก็จะตายอยู่แล้ว

 

นัยน์ตาคู่คมสีแดงชาดเปล่งประกายวูบหนึ่งยามได้ยินชื่อของตนก่อนค่อย ๆ ขยับกายลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า  ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าภาพอีกฝ่ายที่มีเส้นผมสีเงินสยายไปบนพื้นหญ้าสีเขียวอ่อนนั้นน่ามองเพียงใด  ไหนจะนัยน์ตาสีส้มอ่อนที่คลอน้ำใสเพราะอาการจุกขับให้ใบหน้าธรรมดานั้นดูสวยขึ้นและมีเสน่ห์น่าหลงใหลไม่ต่างไปจากร่างจริงของเจ้าตัวแม้แต่น้อย

 

เขาใช้มือหนึ่งดึงร่างอีกฝ่ายขึ้นแต่ดูนักบวชหนุ่มจะยังไม่ทันตั้งตัวจึงเซถลาเข้าหาอ้อมแขนเขา

 

“  โอย...”  มาคัสได้ยินเสียงกัดฟันดังเบา ๆ จากริมหู  ก่อนจะเข้าใจเพราะร่วงลงมาโดยไม่ทันตั้งตัว  ศอกเขาจึงเอาลงก่อนและคงเข้าเต็มรักที่กลางอกอีกฝ่าย  แต่ยังไม่ทันลองตรวจดูอาการหญิงสาวในร่างชายหนุ่ม  ร่างในอ้อมแขนของเขาก็ถูกใครบางคนดึงไปไว้ในอ้อมแขนแทนอย่างรวดเร็ว

 

นัยน์ตาคมตวัดมองก่อนชะงักไปเมื่อสบกับนัยน์เนตรสีม่วงเข้มที่ฉายความความรู้สึกบางอย่างที่คาดเดาไม่ได้เพียงครู่หนึ่งก่อนเลือนหายไปขณะถามคนที่ยังก้มหน้าก้มตาอยู่ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งดังปกติ

 

“  เป็นอะไรหรือเปล่า ? ” 

 

“  ...จุก ”  นานพอควรกว่าวอดก้าจะเค้นเสียงออกมาได้  มือหนึ่งถูกดึงไปเกาะไหล่อีกข้างของพาราไดซ์ไว้เพื่อพยุงขึ้นจากเนินดิน 

 

“  ดูอาการราตรีให้ที ”  ชายหนุ่มเรือนผมสีรัตติกาลเข้มบอกกับรัมสั้น ๆ รัมที่ได้ยินก็พอจะเดาได้ว่าผู้เป็นเพื่อนต้องเจ็บแน่จึงปลดผ้าคลุมตัวของวอดก้าออก  แล้วเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของคนเจ็บออก

 

“  หืม...ช้ำพอสมควรเลยนะเนี่ย กระดูกคงมีร้าวบาง ”  หมอปีศาจพึมพำเบา ๆ ร่ายมนตร์สั้น ๆ ละอองแสงสีทองก็ซึมเข้าไปยังผิวหนังของวอดก้า  รอยช้ำนั้นก็หายเป็นปกติเหลือเพียงผิวขาวเนียนสะอาดสะอ้านใต้เสื้อเชิ้ตเท่านั้น

 

“  ขอบใจรัม ”  วอดก้าถอนหายใจเบา ๆ ก่อนหยัดตัวลุกขึ้นเพื่อเช็คสภาพอีกทีว่ามีตรงไหนเจ็บอีกหรือไม่

 

“  ไม่เป็นไร ” 

 

มือเรียวช่วยผู้เป็นเพื่อนปัดฝุ่นตามตัวทิ้งแล้วจึงเดินไปดูจินต่อ  นักบวชหนุ่มกวาดสายตาไปรอบ ๆ ก่อนชะงักเมื่อสบกับนัยน์ตาคู่มคมสีแดงชาดที่มองมา

 

พวกเขาจ้องกันอยู่พักหนึ่ง  ก่อนมาคัสจะมีใบหน้าขึ้นสีระเรื่อแล้วรีบเบือนหน้าหนีทำเอาเขาเหวอ

 

องค์ชายมาคัสหน้าแดงแถมเบือนหน้าหนีเธอเนี่ยนะ !?

 

คราวนี้เจ้าของนัยน์ตาสีชาดหันมามองนิ่งอีกรอบ  วอดก้าที่กระพริบตาปริบ ๆ นึกถึงสภาพที่ร่วงตกเนินเมื่อครู่และถูกทับ...ซึ่งมันสะกิดความทรงจำตอนเธอกับไดซ์...ในหอประชุมกลางเหลือเกิน !

 

คิดถึงจูบแรกตัวเองปุ๊บ  หน้าก็แดงเถือกปั๊บ 

 

“ แฮ่ม ”  วอดก้ากระแอมไอแก้เก้อ  เบือนหน้าหนีไปทางอื่นบ้างแม้จะรับรู้ว่าสายตาคมกริบคู่นั้นยังมองมาแต่เธอไม่ได้ใส่ใจอะไรมากเพราะหัวมันวนเวียนอยู่กับภาพความทรงจำกับรูมเมทร่วมห้อง  บ้าจริง ! ความรู้สึกที่ถูกริมฝีปากร้อน ๆ นั้นทาบทับ  รสคาวเลือดและความหวานที่ไร้ที่มาตอนนั้นทำไมมันถึงได้ติดหัวเธอแน่นขนาดนี้ !

 

“  บ้าเอ๊ย ! ”  หญิงสาวในร่างชายหนุ่มสบถเบา ๆ อย่างอดไม่ได้  สูดลมหายใจลึก  ปรับใบหน้าตนให้กลับเป็นปกติโดยเร็วแต่พอหมุนตัวมาก็สบกับนัยน์ตาคู่สีม่วงแทนซะงั้น

 

วอดก้ารู้สึกเหมือนลืมหายใจ  ร่างเซวูบโดยกระทันหันแต่ถูกคว้าไว้ก่อนซึ่งผู้ที่ยื่นมือช่วยคือเตกีล่าที่กำลังมองใบหน้าที่หลับตาของผู้เป็นเพื่อนอยู่ด้วยท่าทางกังวล

 

“  เป็นอะไรหรือเปล่าวอดก้า ? รู้สึกปวดหัวเหรอ ? ” 

 

“  เปล่า ๆ แค่...มันหัวนิดหน่อยน่ะ ”    

 

“  เป็นอะไรไป ”  เสียงทุ้มคุ้นหูที่ได้ยินในระยะประชิดทำเอาวอดก้าเซอีกรอบจึงถูกดึงข้อศอกไปปะทะกับอกอีกฝ่าย  ทำให้ร่างโปร่งคล้ายถูกอ้อมแขนแกร่งโอบรอบตัวซะอย่างนั้น  ในตอนแรกนักฆ่าสาวทำท่าจะรีบดิ้นแต่เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้จึงเอนพิงร่างสูงไว้   หัวกดลงบนไหล่หนาขณะพูดเบา ๆ

 

“  ขออยู่แบบนี้...สักพักนะ ”  พาราไดซ์ทำได้เพียงเงียบและหมุนตัวใช้แผ่นหลังบังร่างในอ้อมแขนกับสายตาของอีกกลุ่มที่มองมา  มือหนึ่งก็ลูบเส้นผมนิ่มช้า ๆ  ความเป็นไปได้ที่คิดได้อย่างเดียวคืออาการของคนในอ้อมแขนอาจกำเริบ  จึงถามเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

 

“  ...ความร้อนปะทุเหรอ ? ” 

 

“  ......ประมาณนั้น ”  วอดก้าเงียบไปชั่วอึดใจก่อนตอบเสียงแผ่ว  ร่างกายได้รับลมเย็น ๆ ที่ทำให้ผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น  ใจจริงเขาค่อนข้างรู้สึกมึนนิด ๆ  ที่ทำอะไรไม่สมกับที่เป็นตัวเองออกไป  แต่ไม่นานความรู้สึกทั้งหมดก็กลับมาเรียบนิ่งอีกครั้ง

 

นักบวชหนุ่มผละศีรษะออกมาอย่างเชื่องช้าก่อนยิ้มจาง ๆ ให้

 

“  ไม่เป็นไรแล้ว  เริ่มออกเดินทางเถอะ ”  พาราไดซ์มองสำรวจรูมเมทหนุ่มจนเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วจึงเดินไปคุยกับมาคัสต่อ  เช่นเดียวกับวอดก้าที่หันไปกระซิบบางอย่างกับผู้เป็นเพื่อนด้วยใบหน้าครุ่นคิด  ทิ้งให้วีน่า  มาแตร์  แซ็คและกีเร่อ้าปากค้างกับการกระทำเมื่อครู่และการผละจากกันเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น 

 

...พวกเขาต้องเป็นโรคประสาทหรือโรคหัวใจเข้าสักรอบแน่กับการกระทำที่เหมือนไม่คิดอะไรมากของคนกลุ่มนี้ !!!

 

“ เราจะออกเดินทางกันแล้ว ”  ห้านาทีผ่านไป  นักบวชหนุ่มก็ประกาศเสียงเรียบเฉย  แล้วเริ่มสาวเท้าออกนำไปยังจุดหมาย...ภูเขาไฟปีศาจ   การเดินทางในครั้งนี้มีแต่ความเงียบงัน  วัดจากระยะทางที่พวกเขาได้สำรวจนอกภูเขาไฟเมื่อคืนพบว่าไม่มีสัตว์ร้ายใด ๆ อยู่เลย  หากใช้เวลาเดินเท้าก็จะถึงภายหนึ่งชั่วโมงครึ่ง  ถ้ารีบหน่อยก็ถึงเร็วซึ่งดูจากการเคลื่อนตัวของอัศวินกลุ่มหลังคงจะต้องใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง  ดีไม่ดีอาจสองชั่วโมงเลยด้วยซ้ำหากวัดฝีเท้า

 

แต่เดินมาได้เพียงครึ่งทาง  เสียงโอดครวญของหญิงสาวเจ้าปัญหาก็ดังขึ้น

 

“  โอ๊ย ! จะให้เดินไปถึงไหนกัน  ไม่คิดพักกันบ้างเลยหรือไง ! ”  เสียงบ่นโอดครวญจากหญิงสาวทำให้กลุ่มผู้นำชะลอฝีเท้าลง  วอดก้าถอนหายใจ  เหลือบมองวิสกี้แวบหนึ่ง  นักพนันหนุ่มก็เข้าใจในทันที  พูดเสียงสบายอารมณ์ดังเดิมว่า

 

“  พัก 15 นาทีก็แล้วกัน ” 

 

“  วอดก้า  ไม่เกินห้าร้อยเมตรมีคนอีกกลุ่มอยู่ใกล้ ๆ ”  เตกีล่าเดินมากระซิบริมหูหลังให้ข้ารับใช้ซึ่งเป็นดวงวิญญาณกระจายตัวเพื่อสำรวจกลุ่มคนอื่นรอบ ๆ  

 

วอดก้ากับพาราไดซ์มองหน้ากัน

 

“  พวกนั้นมุ่งหน้ามาหาเราหรือเปล่า ? ” 

 

“  คิดว่าใช่   มีราว ๆ  8 คนเห็นจะได้ ” 

 

“  เอาไงดีไดซ์ ”  หันไปถามความเห็นคนข้าง ๆ

 

“  ปล่อยเข้ามา  แต่ให้ฝั่งเราระวังตัวหน่อยก็ดี ”  เจ้าชายหนุ่มตอบเสียงราบเรียบ  แล้วใช้สายตาเรียกให้วิมเลทและเคียร์เข้ามาหา  เอ่ยสั่งองครักษ์คนสนิทเบา ๆ จึงทำให้ไม่เห็นตอนที่นักบวชหนุ่มและเจ้าแม่วงการข่าวสารสบตากัน

 

เจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิง นัยน์ตาสีฟ้าสุกใสหลังกรอบแว่นพยักหน้ารับหนักแน่นเป็นเชิงบอกว่ากลุ่มเหล่านั้นเป็นหนึ่งในยี่สิบคนของอดีตแม่ทัพชราที่ส่งมา  รอยยิ้มเย็นของคนทั้งคู่ถูกกระตุกที่มุมปาก  วอดก้าชูนิ้วหัวแม่มือให้เพื่อนอีกสามคนที่หันมามองตามเสียงผิวปากเบา ๆ

 

และรอยยิ้มจากริมฝีปากของคนทั้งสามก็ผุดเช่นกันเมื่อเจ้าของนั้นคว่ำมือลงกดต่ำนิ้วหัวแม่มือเป็นสัญญาณให้

 

อ้อยเข้าปากช้างอย่างนี้ก็ง่ายล่ะสิ

 

ทั้งห้าคนยิ้มกว้าง  รู้แน่ชัดว่าฝ่ายตรงข้ามคงไม่มีจุดประสงค์ดีแน่...และพอพบคนกลุ่มใหญ่ขนาดนี้คงขอร่วมกลุ่มด้วยและว่าจะช่วยเรื่องจัดการพวกอันตรายเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ แต่พอพวกเขาเผลอ...ก็คงจะลอบกัดตามประสาโจรมิชฉาชีพและนักฆ่านั่นล่ะ

 

“  นี่  พวกเจ้าน่ะ ! ”  เสียงใสที่อยู่ ๆ ตวาดแว้ดขึ้นมาอีกรอบ ทำเอาพวกเขาต้องกรอกตาขึ้นฟ้า  หันไปส่งเสียงถามอย่างเหนื่อยใจ  “  มีอะไรอีกล่ะคุณอัศวิน ” 

 

หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีฟี้สีหน้าบูดบึ้งขณะวางกระเป๋าเป้ที่ใส่เสบียงลงพื้นดังโครมพลางชี้มาที่พวกเขาทั้งห้าเรียงคนแล้วถามอย่างไม่พอใจว่า

 

“  ทำไมพวกเจ้าไม่มีกระเป๋าหนัก ๆ แบบพวกข้าบ้างล่ะ  ทำไมถึงมีแค่พวกข้าที่ต้องแบกของพวกนี้ ”  คำพูดข้า ๆ เจ้า ๆ ไม่ทำให้พวกเขารู้สึกสะกิดอะไรเท่าคำบ่น  แต่ก็จริงอย่างที่อัศวินสาวพูด  วอดก้า  วิสกี้  จิน  รัมและเตกีล่าไม่มีกระเป๋าเสบียงสักคน  เพราะคนที่แบกคือพาราไดซ์  วิมเลท  เคียร์  บราวน์และบลัดดี้และกลุ่มของมาคัสเท่านั้นเพราะพวกเขามั่นใจว่าสามารถหาสร้อยทับทิมนั้นได้ภายในเวลาหนึ่งวัน  ส่วนที่ให้รูมเมทของตัวเองแบกมานั้นก็แค่อาหาร  น้ำดื่มแล้วก็อุปกรณ์การแพทย์เท่านั้น  แต่ก็เบากว่าของอีกกลุ่มเยอะด้วยความลำเอียงและอยากแก้แค้นส่วนตัว

 

หึ ๆๆ บอกแล้วว่าอย่าโกรธกันเลย

 

วอดก้าแสร้งเอ่ยด้วยความสุภาพและราบเรียบดังเดิม

 

“  ก็นั่นคืออาหาร  ยา  น้ำดื่มและของจำเป็นที่พวกท่านต้องแบกกันเองของใครของมันนี่   องค์ชายของท่านก็ไม่ได้ปริปากเอ่ยอะไรนี่ ” 

 

วีน่าได้แต่กัดฟันกรอดเพราะเถียงอะไรไม่ได้และเป็นอย่างที่อีกฝ่ายบอก

 

“  แล้วพวกเจ้าล่ะ ! ข้าไม่เชื่อหรอกว่าพวกเจ้าจะไม่กินอะไรเลยตลอดทั้งวันได้ ” 

 

“  เรื่องนั้นก็ไม่มีปัญหา  อดน้ำอดอาหารแค่วันสองวันไม่ตายหรอก  อีกอย่างเราขอพวกนั้นกินก็ได้ ”   วิสกี้ไหวไหล่  ชี้ไปทางกลุ่มวิมเลทที่ยืนฟังนิ่ง ๆ เพียงอย่างเดียว  เว้นบราวน์และบลัดดี้ที่กระซิบกระซาบกันสองคนด้วยรอยยิ้ม

 

“  คิดว่าใครจะชนะ ? ”  บราวน์ที่ถามยิ้ม ๆ เริ่มหาอะไรเล่นสนุกซึ่งคงไม่พ้นการพนัน

 

“  ก็ต้องวอดก้าอยู่แล้ว ”  บลัดดี้ตอบกลับอย่างมั่นใจ    

 

“  อ้าว...ความเห็นตรงกัน  การพนันก็ไม่เกิด ”  แพทย์หนุ่มได้แต่โคลงหัวเมื่อเขาและเพื่อนมีความเห็นตรงกันว่าสาว ๆ ต้องชนะแน่  จึงหันไปฟังบทสนทนากับคู่กรณีต่อ

 

“  เอาเปรียบกันนี่ ! ”  หญิงสาวเอ่ยด้วยใบหน้าบึ้งตึงแล้วหันไปถามพวกพาราไดซ์ที่ยังยืนอยู่เฉย ๆ ไม่คิดมีส่วนร่วมแต่อย่างใด “  พวกท่านก็เห็นด้วยกับข้าใช่ไหม ที่พวกนั้นไม่ต้องทำอะไรเลย  แต่มาขอของที่เราแบกกินได้แบบนี้ ” 

 

เอ่อ...มาเกี่ยวอะไรกับพวกเขาล่ะ

 

หนุ่ม ๆ พากันคิดในใจและต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเหล่าสาว ๆ ทั้งห้าหันขวับมองาด้วยแววตาคมกริบลงขณะถามเสียงทอด  อ่อนโยนแต่มันทำให้พวกเขาขนลุกได้ยิ่งกว่าคำขู่ไหน ๆ ไม่เว้นแม้แต่พาราไดซ์ที่เผลอก้าวถอยน้อย ๆ เมื่อเห็นรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปากหญิงสาวในร่างรูมเมทหนุ่มเพื่อนของเขา

 

“  จริงเหรอ บราวน์ ?  พวกฉันเอาเปรียบพวกนายเหรอ ? ”  เริ่มจากรัมที่ถามด้วยน้ำเสียงซื่อ ๆ ใส ๆ แต่นัยน์ตาสีนิลหลุบต่ำมองพื้นทำเอาคนถูกถามสะอึก

 

“  เคียร์ครับ...ผมทำให้คุณลำบาก...ใช่ไหม ? ”  จินทำหน้าหงอย

 

“  บลัด...ไม่ต้องแบ่งอะไรให้พวกเรากินก็ได้นะ ”  ถึงจะพูดแบบนั้นแต่แววตาสีฟ้ามีแววละห้อยเมื่อคิดว่าต้องถูกงดขนมทำเอาคนสบตาไปไม่ถูก

 

“  ส่งกระเป๋าแบ่งมาให้ฉันถือก็ได้นะ ”  วิสกี้เอ่ยอย่างใจกว้าง  เดินเข้าไปจะแย่งกระเป๋ามาทำเอาวิมเลทต้องเบี่ยงตัวหลบให้วุ่น  บอกปฏิเสธทันใดแบบไม่ต้องคิด

 

“  ไดซ์  ถ้าเหนื่อย...ก็บอกผมนะครับ ”  รอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาทำเอาเจ้าชายหนุ่มตัวแข็งทื่อ  เป็นคนแรกที่เอ่ยออกมาอย่างเชื่องช้า  แต่หนักแน่นแม้เจือความหวาด ๆ และร้อนรน

 

“  ไม่จำเป็น  พวกนายไม่ต้องเหนื่อยอะไรทั้งนั้น ” 

 

“  ใช่  นายไม่ต้องมาแย่งพวกฉันถือหรอก  ของแค่นี้สบายอยู่แล้ว ”  ชายหนุ่มผมสีเงินสนับสนุนด้วยสีหน้าจริงจัง

 

“  จะดีเหรอ ? ”  จินถามอย่างลังเล  ทำให้เคียร์เป็นฝ่ายเสนอตัวบ้าง

 

“  ครับ  เรื่องอาหารพวกผมกะไม่ทานกันอยู่แล้ว  พวกผมจะเก็บไว้ให้จินกินอิ่ม ๆ นะครับ ”  คำตอบที่ไม่มีแม้แต่คิดและรอยยิ้มเอาอกเอาใจที่ส่งให้บุรุษนัยน์ตาสีอำพันทำเอาวีน่าอ้าปากค้าง

 

“ อยู่เฉย ๆ สบาย ๆ น่ะดีแล้วนะครับ  ส่วนเรื่องขนมเจอของโปรดไนท์ตั้งเยอะ  ผมให้ทุกอย่างเลยครับ ”  บลัดดี้ฉีกยิ้มออดอ้อนให้ราวลูกสุนัขตัวน้อย ๆ อาการยิ่งกว่าเคียร์ด้วยซ้ำ

 

“  .......”  ส่วนรัมเอียงคอรอคำตอบจากบราวน์เฉย ๆ แต่ยิ่งกว่าเป็นน้ำร้อนสาดใส่ซะอีก 

 

“  นายไม่ได้เอาเปรียบฉันเลย  อุปกรณ์แพทย์สำหรับคนเป็นแพทย์ต้องถือเองอยู่แล้วแต่ถ้ารู้สึกไม่สบายให้รีบมาหาฉันนะ ”  ตบท้ายด้วยความเป็นห่วงแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายดูแลตัวเองได้

 

พอได้ฟัง  ทั้งห้าจึงผุดรอยยิ้มจาง ๆ ขณะหมุนตัวไปหาวีน่า  รอยยิ้มนั้นไม่ต่างจากมีดบาดลึกพร้อม ๆ กับสิ่งที่ย้อนตอบ

 

“  เห็นไหมครับ  พวกเขาไม่เห็นจะรู้สึกว่าพวกผมเอาเปรียบอะไรเลย  คงหมดปัญหาแล้วสินะครับ ”  จินที่กอดตุ๊กตายิ้มจนตาหยีให้แต่ประโยคหลังถามย้ำชัดเจน  พอวีน่าอ้าปากจะพูดอะไรต่อ  รัมก็ยกมือชี้หน้าทันใด

 

“  อ่ะ ๆๆ จะพูดอะไรก็ระวังหน่อย  พวกเธอยังติดค้างหนี้พวกฉันอยู่นั่นคือค่าใช้จ่ายและค่าเสียเวลาที่ต้องหาเสบียงพวกนั้นมาอย่างเร่งด่วน  ถ้าไม่อยากแบกก็ตามใจ  โยนทิ้งไปเลยก็ไม่มีใครว่า...แต่ถ้าอดตายขึ้นมาอย่ามาขอใครกินก็แล้วกัน ”  เจ้าของฉายาหมอปีศาจฉีกยิ้มแสยะ

 

หญิงสาวจึงทำได้เพียงทำท่าฟึดฟัด  พุ่งไปโวยวายกับเพื่อนสาวต่อ

 

ตบท้ายด้วยวอดก้าที่ฉีกยิ้มเจิดจ้าให้มาคัส

 

“  องค์ชาย...ไม่สิ มาคัส  วันหลังคัดผู้ติดตามหรืออัศวินให้มันดีกว่านี้หน่อยก็ดีนะ  จะได้ไม่ต้องทำบาปส่งใครมาตายหรือส่งมาเป็นตัวถ่วงใครเขา ” 

 

เชือดเฉือน...เฉือนจิตเฉือนใจสุด ๆ

 

อัศวินหน้าตาย  โคโล แซ็คและกีเร่ได้แต่คิดในใจ  คนสุภาพถึงจะทำอะไรก็สุภาพแต่บทจะด่าขึ้นมานี่มันซี้ดไปถึงทรวงเลยทีเดียว 

 

ทว่าคนถูกสั่งทำเพียงรับคำสั้น ๆ ด้วยท่าทางเฉยเมย ไม่สนคำพูดที่ไร้คำราชาศัพท์เพราะเขาสนเพียงชื่อของเขาเท่านั้น

 

“  อืม  จะคัดใหม่ให้ดีกว่านี้ ” 

 

วีน่าที่ได้ยินได้แต่หน้าเสียและหุบปากตนให้เงียบ  แต่อดไม่ได้ที่จะส่งสายตาอาฆาตไปทางพวกวอดก้าที่ผิวปากหวือสบายอารมณ์

 

และในที่สุด แขกไม่ได้รับเชิญที่พวกเขาต้องการให้มาก็ปรากฏตัวจนได้

 

“  เดี๋ยวครับเดี๋ยว ๆ  ใจเย็นก่อนครับ ”  หนึ่งในคนทั้งแปดทำท่าตื่นตระหนกเมื่อโคโล  คลินไนท์ (อัศวินหน้านิ่ง)  แซ็คและกีเร่หันขวับมาด้วยท่าทางระแวดระวัง  มือข้างหนึ่งกำด้ามดาบแน่น  

 

“  รัม  ขอมีดสามเล่ม ”  วอดก้าเอียงตัวไปกระซิบกับผู้เป็นเพื่อนสั้น ๆ เจ้าของมีดที่มีไว้เป็นกองกระพริบตาปริบ ๆ เล็กน้อยแต่ส่งมีดสั้นเล่มเพรียวทั้งสามให้ตามคำขอโดยไม่มีใครเห็น

 

แต่พออัศวินหนุ่มทั้งสามเห็นผู้หญิงทำท่าตื่นกลัวถึงสามคนในกลุ่มอยู่ด้วยก็เผลอคลายความระวังลง  เรียกอาการแสยะและยิ้มเยาะภายในใจได้จากกลุ่มคนมาใหม่ไม่น้อย  ทำท่าว่าจะเดินก้าวเข้ามาแต่แล้วมีดสั้นเล่มเพรียวบางสามเล่มก็ปักฉึกห่างปลายเท้าคนเดินนำทั้งสามไม่ถึงหนึ่งเซนทำเอารอยยิ้มและท่าทางเกรงใจที่มีผนึกค้าง  โคโลหันไปตำหนิอัศวินฝึกหัดทั้งสาม

 

“  ถึงอีกฝ่ายจะมีผู้หญิงอยู่ในกลุ่มด้วยแต่ก็ไม่ควรวางใจจนลดการป้องกันแบบนี้  ”  ใบหน้าของหัวหน้าอัศวินมีความครุ่นคิด  “ กลับไปจะต้องฝึกให้หนักกว่านี้นะ ” 

 

“  ทราบแล้วขอรับ/ค่ะ ”  ทั้งหมดประสานเสียงรับอ่อย ๆ

 

“  ใจเย็น ๆ ท่านโคโล ”  วอดก้าเดินไปก้มเก็บมีดสั้นทังสามแล้วส่งให้วิมเลทที่ยืนงงเมื่อมีดสั้นซึ่งไม่ใช่ของเขาถูกยื่นมาให้

 

“  นายก็เหมือนกัน  ขู่ผู้หญิงเขากลัวหมด เอ้านี่...ของนาย ” 

 

คำกล่าวพร้อมสิ่งที่ถูกยื่นมาให้ทำให้เขาเข้าใจ  วิมเลทรับมีดสั้นไปเก็บไว้กับตัวด้วยท่าทางนิ่ง ๆ ราวไม่รู้สึกรู้สากับคำต่อว่าและการปามีดสั้นเฉียดตัวคนอีกกลุ่มไป ทั้งที่ความจริงเขาไม่ได้ทำเลยแม้แต่น้อย...ซึ่งคงเป็นหนึ่งในกลุ่มสาว ๆ แอลกอฮอล์นั่นล่ะที่ปามีดใส่เป็นเชิงขู่

 

บราวน์ที่จำลวดลายมีดของรัมได้อย่างแม่นยำถามเบา ๆ เมื่อเดินมายืนข้างเจ้าของมีดตัวจริง

 

“  มีดนั่น...ของเธอ ? ” 

 

“  ใช่  แต่ฉันไม่ได้เป็นคนปาหรอก ”  ชายหนุ่มร่างเล็กซึ่งมีนัยน์ตาสีรัตติกาลกระตุกยิ้มลึกลับที่มุมปาก  ใจก็อดชื่นชมผู้เป็นทั้งเพื่อนไม่ได้ในฝีมือการปามีดที่แม้จะด้อยกว่าเขาเล็กน้อยแต่กลับรวดเร็วจนมองไม่เห็นแม้แต่การขยับมือ  และการดึงมีดมาใช้  นอกจากนี้ยังทำได้โดยที่แม้แต่เจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์ไม่รู้สึกตัว

 

สมเป็นนักฆ่าที่ขึ้นชื่อเป็นบุคคลอันตรายระดับ S ซะจริง

 

แต่จะว่าไปพวกเขาทั้งห้าก็เป็นบุคคลอันตรายระดับ S ทั้งนั้นนี่นะ

 

พอคิดได้ดังนั้นก็เผลอยิ้มออกมาอย่างเริงร่าไม่ได้

 

ไม่รู้เพราะโชคชะตาหรืออะไรหรอกนะที่ทำให้พวกเธอได้พบกัน  แต่แค่นี้...เธอก็มีความสุขมากแล้ว

 

บราวน์มองรอยยิ้มนั้นนิ่ง ๆ รู้ว่าอีกฝ่ายกำลงนึกถึงคนเป็นเพื่อนที่หันมาขยิบตาให้แวบหนึ่งอย่างขี้เล่น  เขาอดรู้สึกอิจฉาวอดก้าไม่ได้ที่เป็นคนเดียวที่สามารถทำให้รัมยิ้มได้โดยไม่ต้องทำอะไร...ไม่สิ  กับทุกคนเลยก็ว่าได้เพียงแค่คิดถึงอีกฝ่ายเท่านั้น

 

เฮ่อ...ศัตรูตัวฉกาจเห็นจะไม่ใช่ใครนอกจากวอดก้าเสียแล้ว

 

เอาเถอะ  เดี๋ยวไปยุเจ้าชายให้ลงมือหนักหน่อยดีกว่า

 

พอคิดได้ดังนั้น  รอยยิ้มและแผนการก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที  โดยหารู้ไม่ว่าความปั่นป่วนจะตามมาโดยที่คราวนี้บิดาเพื่อนของเขานั้นแทบจะลงไปแดดิ้นด้วยอาการช็อก !

 

“  ยินดีที่ได้พบครับ  เพื่อนของผมมันบ้าระห่ำไปหน่อย  ต้องขอโทษด้วย ” วอดก้าฉีกยิ้มให้อย่างเป็นมิตร   แล้วเริ่มแนะนำเพื่อนทีละคนโดยไม่สร้างจุดสนใจให้ใครแต่ดูท่าว่าจะยากหน่อยในเมื่อ...เพื่อนร่วมทางของเขาหน้าตาดีระดับดาราชิดซ้ายขนาดนี้

 

แต่เพียงคนกลุ่มนั้นเห็นใบหน้าของพาราไดซ์และมาคัสมีอันเป็นต้องผงะก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติได้ในทันที  แสร้งรับรู้ชื่อ 'ไดซ์' และ 'มาคัส' ไปเหมือนไม่คิดอะไรและทำเหมือนไม่รู้ว่าคนทั้งสอง หนึ่งคือเจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์และอีกหนึ่งคือเจ้าชายรัชทายาทแห่งนาโวลล์ผู้มีค่าหัวรวมกันไม่ต่ำกว่า 20  ล้าน

 

บุคคลทั้งแปดสบตากันวูบหนึ่งแล้วแนะนำตัวกลับไปบ้างซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้ใส่ใจฟังอะไรนัก  เว้นแต่สาว ๆ ที่รู้ชื่อ  อาชีพและความสามารถของอีกฝ่ายอย่างแน่ชัด 

 

สายลมเบาบางพัดคำพูดแฝงมนตร์กระซิบริมหูใครหลายคน

 

วิมเลท  เคียร์   บลัดดี้และบราวน์ใบหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย   แต่ยังฉีกยิ้มเป็นมิตรให้อีกฝ่ายเช่นเดียวกับโคโล  คลินไนท์  แซ็ค  และกีเร่ที่ไม่ทำอะไรให้ผิดสังเกตุแต่ต่างเอาแตะศีรษะเบา ๆ ยามได้ฟัง

 

“  ฟังให้ดี  กลุ่มที่มาใหม่เป็นนักล่าค่าหัว  โจร  และนักฆ่าซึ่งอยู่ในวงการมืด  ทำตัวให้เป็นปกติแต่เพิ่มความระมัดระวังไว้ตลอดเวลา  ทุ่มเทกำลังปกป้องเจ้าชายมาคัสให้ดี  อย่าประมาทแม้เสี้ยววิ  ทางฝั่งนี้รับทราบแล้วเช่นกัน  ถ้าเข้าใจเอามือแตะหัว ” 

 

พวกเขาทำตามและสังเกตได้ว่าองครักษ์คนสนิทประจำตัวเจ้าชายแห่งทริสทอร์นั้นขยับเข้าไปใกล้ผู้เป็นนายเรียบร้อยแล้ว  อีกสองคนแม้จะยังมีท่าทีผ่อนคลายแต่ถูกส่วนของร่างกายล้วนปกปิดจุดอ่อนและพร้อมจะปกป้องผู้เป็นนายเสมอ

 

แต่ที่พวกเขาประหลาดใจคือท่าทางของคนเอ่ยซึ่งคือนักบวชหนุ่มแห่งนาโวลล์ที่ไร้ท่าทางผิดสังเกตยิ่งกว่าทั้งที่เป็นคนเอ่ยกับเขา  นอกจากนี้...ชายหนุ่มอีกสี่คนที่สละห้องนอนให้เมื่อคืนกลับหันมาสบตากับพวกเขาพลางยกนิ้วชี้จรดริมฝีปาก

 

“  จะว่าอะไรไหมครับถ้าพวกเราขอเดินทางไปด้วย  จริง ๆ พวกเราแค่ต้องการจะมาหาสมุนไพรสำคัญ ๆ ในเขตนี้เท่านั้น ” บัลข่าน ที่ดูราวเป็นหัวหน้ากบุ่มเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางเกรงอกเกรงใจขณะเล่าว่าเขาและเพื่อนกับน้องสาวรวมห้าคนต้องการมาหาสมุนไพรหายากมาขายซึ่งอยู่บริเวณตีนเขาภูเขาไฟปีศาจจึงขอเข้าร่วมการทดสอบ  ถ้าไม่ได้ก็แล้วไปแต่บังเอิญพวกเขาผ่านได้ทุกคนจึงจ้างนักรบสามคนมาช่วยปกป้องสัตว์ร้ายจากการหาสมุนไพรและเดินมาเรื่อย ๆ จนมาเจอกับพวกเขา  จึงขออยู่ด้วย

 

“  ผมคิดว่าเราเกาะเป็นกลุ่มใหญ่น่าจะดีกว่าน่ะครับ ”  บัลข่านเอ่ย

 

“  ไม่มีปัญหาครับ  คนกลุ่มนู้นเขาก็บอกเหมือนกันว่าอยู่หลาย ๆ คนน่าจะปลอดภัยกว่า  จริง ๆ พวกผมไม่ได้มาร่วมการแข่งขันหรอกครับ  แต่มาทำภารกิจ ”  วอดก้าเอ่ยยิ้ม ๆ ทำให้กลุ่มคนแปลกหน้าและกลุ่มคนไม่แปลกหน้าต้องขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

 

“  ภารกิจ ? ” 

 

“  ครับ  เก็บ 'ดอกลาเลีย' ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์  แล้วก็มาตรวจสอบเรื่องทหารที่หายไปแค่นี้ล่ะครับ ” 

 

“  คงลำบากแย่สินะครับ ”  บัลข่านทำสีหน้าเห็นใจทั้งที่ภายในใจลอบยินดีที่หมดคู่แข่งแต่ก็ประมาทไม่ได้เด็ดขาด

 

“  ไม่หรอกครับ ”  นักบวชหนุ่มยิ้มอ่อนโยน  การเดินทางจึงเริ่มเดินอีกครั้ง  ครางนี้วอดก้า  พาราไดซ์และมาคัสเดินนำโดยมีคนที่เหลือตามหลังโดยคนประกบหลังคือวิสกี้  เตกีล่า  บลัดดี้และบราวน์เพื่อระวังกลุ่มนักล่าค่าหัวผู้มาในมาดพ่อค้าเล่นไม่ซื่อ

 

ระหว่างที่เดิน  รัมดีดขวดแก้วเล็ก ๆ ใส่มือโคโลแล้วใช้มนตร์กระซิบข้อความข้างหูชายวัยกลางคน

 

“  ยาป้องกันพิษระดับสูง  กินซะ อย่าให้พวกนั้นรู้ตัว ” 

 

โคโลก้มลงมองขวดยาในมือเล็กน้อยทั้งที่เท้ายังไม่หยุดเดิน  ก่อนหยิบยาเม็ดสีขาวขึ้นมาแล้วทำท่าเหมือนไอก่อนเอาเข้าปาก  ความเย็นซึบซัมเข้าร่างกายตัวเขาอย่างรวดเร็วบ่งบอกว่าไม่ใช่ยาต้านพิษธรรมดา  เขาจึงแอบส่งให้อัศวินอีกสามนายอย่างไม่ผิดสังเกต

 

การเดินทางยังเดินไปเรื่อย ๆ มีหยุดพัดบ้างตามคำเรียกร้องของสาว ๆ แน่นอนว่านักฆ่าสาวในคราบนักบวชหนุ่มได้ดึงผ้าพันคอสีส้มสดใสมาพันรอบคอหลวม ๆ เช่นเดียวกับคนอื่น 

 

วิสกี้ลูบกำไลหยกไปมา   จินหิ้วตุ๊กตาไว้ไม่ห่างตัว   รัมกอดกระถามต้นทิวลิปไว้อย่างระมัดระวัง  แม้แต่เตกีล่าก็ดึงโน๊ตบุคซ์มาถือเพราะสังหรณ์ใจได้ว่า...งานนี้ได้มีเหนื่อยก่อนหาสร้อยแน่ !

 

ในอีกมุมหนึ่งแทบใจกลางปล่องภูเขาไฟซึ่งอยู่ใต้ดินลึกลงไปอีกหลายเมตร  ลูกแก้วสีแดงเพลิงส่องประกายระยิบระยับ  เสียงใสหนึ่งก้องไปมา  ทวนสิ่งที่ต้องการถามด้วยเสียงคิกคักเริงร่าหลังรู้ว่านายหญิงผู้เป็นนายคนใหม่ได้เข้ามาแล้ว

 

“  เอ...นายหญิงจะรู้ไหมหนอ  ฤดูอะไรเอ่ย  ร้อนแสนร้อน  คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบ รู้ไหมหนอ ? รู้ไหมหนอ ? คิก ๆ ” 

 

  

อีก 60%

 

วอดก้าชะลอฝีเท้าที่ก้าวเดินเล็กน้อยเมื่อรับรู้ถึงความผิดแปลกที่ตำแหน่งหัวใจ ...ซึ่งเต้นถี่กว่าเดิมก่อนจะร้อนวูบแล้วจึงกลับกลายเป็นปกติ  คนแรกที่สังเกตเห็นไม่ใช่ใครนอกจากพาราไดซ์

 

“  มีอะไรหรือเปล่า ? ” 

 

“  แค่รู้สึกว่ามันร้อนกว่าเดิมน่ะ ”  ตอบด้วยคำพูดธรรมดาแต่บอกใบ้กับเจ้าชายหนุ่มว่ายิ่งเข้าใกล้ร่างกายก็ยิ่งร้อนขึ้น  ซึ่งยังไม่แน่ใจว่ายาที่จินให้จะไหวหรือเปล่า

 

“  อยากได้อะไรเย็น ๆหน่อยไหม ? ”   

 

“  ฉันยังไหว ”   วอดก้าตอบสั้น ๆ ก่อนก้าวเดินต่อ  จนในที่สุดคณะกลุ่มใหญ่ก็มาถึงใต้ภูเขาไฟลูกใหญ่ที่ยังแผ่ไอร้อนระอุออกมาจนแต่ละคนเหงื่อซกไปตาม ๆ กัน 

 

“  ดีจริง ๆ ที่ระหว่างทางไม่พบอะไรเลย ”  บัลข่านมีสีหน้าโล่งใจ  แม้จะสมจริงเพียงใดแต่เรื่องจับผิดสีหน้าผู้อื่น...วอดก้า  จิน  รัม  วิสกี้และเตกีล่าถือว่าเป็นโปรเลยทีเดียว

 

“  นั่นสินะครับ แล้วจะเดินทางเข้าไปกับพวกเราต่อไหมครับ  พอถึงทางที่จะต่างคนต่างไปค่อยแยกย้ายกัน ”  วอดก้าเอ่ยปากชวนอย่างไม่รีรอ  มือข้างหนึ่งขยับคลายผ้าพันคอผืนสวยออกเล็กน้อย  ก่อนยกปาดเหงื่อบนใบหน้า

 

“  ก็ได้ครับ ”  บัลข่านเองก็รับคำไม่รีรอก่อนขอตัวไปบอกสมาชิกในกลุ่มตนด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มอ่อน ๆ ตามเดิม

 

“  เป็นยังไงบ้าง ? ”  ชายร่างสูงหนึ่งในกลุ่มของบัลข่านส่งเสียงถามแผ่ว ๆ เมื่อคนที่เปรียบดั่งหัวหน้ามาถึง 

 

“  พวกนั้นเสนอให้เดินทางด้วยกันเพื่อความปลอดภัย  นักบวชกับคนที่เหลือก็ดูฝีมือไม่เท่าไหร่  อาจยกเว้นเจ้าชายมาคัสกับเจ้าชายพาราไดซ์ที่ต้องระวัง...อย่างมาก ”   บัลข่านพูดด้วยสีหน้าปกติแต่น้ำเสียงกลับแผ่วเบาและฉายความยินดียามเอ่ยชื่อของเจ้าชายรัชทายาททั้งสอง

 

“  หึ ๆ เงินล้านอยู่ไม่ไกลแล้ว ”  หลายคนในกลุ่มถูมือไปมาก่อนทั้ง 8 จะต้องชะงักเมื่อพบสายตาห้าคู่มองตนอยู่  มันไม่ได้มาจากเจ้าชายหรืออัศวินที่ไหนแต่มาจากคนทั้งห้าที่ดูธรรมดาที่สุด

 

พวกวอดก้าส่งยิ้มบาง ๆ ให้เป็นการทักทาย  ก่อนจะเบือนหน้าไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

“  ห้าคนนั้น...ระวังหน่อยก็ดีมั้ง ”  ชายคนหนึ่งพูดขึ้น ซึ่งคนที่เหลือก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก  บอกปัด ๆ ว่าห้าคนนั้นก็แค่คนที่มีฝีมือนิดหน่อยที่ติดมาเท่านั้น  โดยคิดว่ากลุ่มของเจ้าชายมาคัสและเจ้าชายพาราไดซ์นั้นแยกออกเป็นสองโดยสามกลุ่มนี้บังเอิญร่วมทางกันเท่านั้น ไม่รู้เลยว่ากลุ่มนี้แท้จริงมีอยู่เพียงสองกลุ่มเท่านั้น

 

“  แต่ว่านักบวชคนนั้นดูสนิทกับเจ้าชายทั้งสองอยู่นะ  ระวังไว้หน่อยก็ดี ” 

 

“  สนิท  ? ”  คนที่เหลือขมวดคิ้วก่อนมองตามแต่ก็ไม่เห็นว่าคนทั้งสามจะดูสนิทใกล้ชิดกันตรงไหน 

 

“  ช่างเถอะ ”  คนที่เอ่ยอ้ำอึ้งก่อนจะตัดสินใจบอกปัด

 

“  แต่ว่ากลุ่มนั้นคนหล่อเยอะดีจริง  น่าเสียดายที่ต้องฆ่าทิ้ง ” 

 

“  นั่นสิ  หน้าตาดีทุกคนเลย  น่าเสียดายจริง ”  หญิงสาวทั้งสามคุยด้วยท่าทางเสียอกเสียใจ  แต่คนหนึ่งกลับจ้องมองไปที่อัศวินสาวผมสีฟ้าในกลุ่มอย่างหมายมาด

 

“  ส่วนฉันขอยัยหัวฟ้านะ  เมื่อเช้ายัยนั่นเดินชนฉันแล้วยังมีหน้ามาว่าฉันอีก  งานนี้แม่จะกรีดหน้าให้ยับ ”  เธอเอ่ยอย่างเข่นเขี้ยว หมดท่าทางสาวน้อยอ่อนแอบอบบางไปในทันที

 

“  ตามใจ ”  คนอื่นไหวไหล่แล้วเตรียมตัวเดินทางต่อโดยคุยเรื่องแผนการคร่าว ๆ ว่าจะรอดูสถานการณ์  ถ้ากลุ่มเหยื่อของพวกเขาเจอดอกไม้แล้วจึงค่อยฆ่าทิ้งหรือถ้าอยู่ในช่วงชุลมุนก็อาจแอบลอบฆ่าแทน

 

“  ....... ”  วอดก้าพยักหน้าให้จินซึ่งเป็นคนเตือนให้วอดก้าถอยห่างออกมาจากเจ้าชายทั้งสองเพื่อป้องกันพิรุธและดูเหมือนทั้งสองจะเข้าใจสถานการณ์ถึงยังไม่ได้เดินมาถาม

 

พอใกล้ออกเดินทางวอดก้าจึงเดินเข้าไปแสร้งบอกให้เตรียมตัวเดินทางโดยรวมคนทั้งหมดไว้ด้วยกันเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต

 

“  เตรียมตัวออกเดินทางได้แล้ว  แล้วก็ไดซ์...” เจ้าของชื่อชะงักเล็กน้อยขณะรอฟังเช่นเดียวกับกีเร่  แซ็ค  มาแตร์และวีน่าที่เงี่ยหูฟังเป็นพิเศษ  ไม่เว้นแม้แต่เจ้าชายมาคัสและองครักษ์คนสนิททั้งสอง

 

“  ห่างกันสักพักนะ ”

 

สิ้นคำ  วงสนทนาก็เงียบกริบเป็นป่าช้า  และถึงคราวคนนอกที่ไม่ใช่เหล่าเพื่อนของวอดก้าและเจ้าชายหนุ่มต้องคิดไปไกล  ยิ่งยามเห็นเจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์ผู้ถูกกล่าวขานว่าเป็นอัจฉริยะและเย็นชาดั่งน้ำแข็ง  บัดนี้กำลังทำนัยน์ตาสั่นไหว  แม้ใบหน้าเรียบเฉยแต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับบีบคั้นพวกเขาเป็นพิเศษ

 

“  นาย...จะทิ้งฉันเหรอ ? ” 

 

Oh  my  god !!!

 

นี่ที่พวกเขาคิดเป็นจริงหรือเนี่ย ?!

 

เหล่าอัศวินทั้งหลายอ้าปากค้างลากถึงพื้น  วอดก้าก็ดูเหมือนจะเพิ่งรู้สึกตัวว่าสิ่งที่พูดออกไปมันดูแปลก ๆ พอเห็นรูมเมทหนุ่มทำท่าเหมือนตัดพ้อก็ต้องรีบเอ่ยแก้

 

“  ไม่ใช่ ๆ ฉันหมายถึงตอนเริ่มเดินทางน่ะ  ให้แยกเดินออกเป็นสามกลุ่ม  พวกฉัน  พวกนายแล้วก็มาคัส  เพราะเดี๋ยวพวกนั้นจะสะกิดใจอะไรขึ้นมาก่อน แล้วกลุ่มพวกฉันจะรั้งท้ายกันพวกนั้นตุกติกให้ ” 

 

“  ....... ” 

 

“  .......

 

เมื่อยังมีแต่ความเงียบตอบรับ  บรรยากาศภายในกลุ่มก็ชักจะอึดอัด  ความหนาวเย็นยังแผ่วูบต่อเนื่อง ทำให้ทุกสายตาหันไปบังคับตัวต้นเหตุ (?) ที่ยังยืนเอ๋ออยู่

 

“  ไดซ์คร้าบ ~ ได้โปรดอย่าเมินผมมมม ~ ”  ท่าทางของนักบวชหนุ่มผู้มีมาดสุภาพเลือนหายไปกลายเป็นชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มขี้เล่นดังเดิมเรียกอาการหายใจสะดุดได้จากคนอื่นเมื่อมองท่าทางโอดครวญอย่างแกล้งทำกับนัยน์ตาพราวระยับสีส้มคู่นั้น

 

“  ....... ”  เบือนหน้าหนีเล็กน้อยแต่ตายังปรายมองอยู่  เมื่อไม่ได้ผล  วอดก้าจึงถอนหายใจ

 

“  กลับไปฉันยอมให้นายทำอะไรกับฉันก็ได้หนึ่งอย่างเลยเอ้า ”  กีเร่  แซ็ค  มาแตร์และวีน่า  ไม่เว้นแม้แต่คลินไนท์ที่ยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรต่างหันขวับไปยังคนพูดเพราะสะดุดกับคำว่า 'อะไรก็ได้' ก่อนจะหันมองเจ้าชายหนุ่มที่ผุดรอยยิ้ม  เดินไปกระซิบบางอย่างริมหูนักบวชหนุ่ม  เท่านั้นใบหน้าใสก็ลบรอยยิ้มอย่างฉับพลันขณะพึมพำ

 

“  ซวยแล้ว ” 

 

“  หึ ๆๆ ”  ส่วนทางด้านเจ้าชายหนุ่มเรา...อย่าพูดเลย

 

การเดินทางเริ่มอีกครั้งโดยครั้งนี้กลุ่มผู้มาใหม่ไม่สามารถจับผิดอะไรพวกวอดก้าได้เลย  ขบวนถูกเดินนำโดยกลุ่มมาคัสตามด้วยพาราไดซ์  กลุ่มเป้าหมายและกลุ่มวอดก้า  พวกเขาได้เริ่มเดินตามทางในปล่องภูเขาไฟซึ่งดูจะมีมานานแล้วจากสภาพที่เก่าและไม่มีใครเข้ามา  หินสีดำวาวที่ผนังทำให้พวกเขาที่ไม่เคยเจอต้องเมียงมองด้วยความสนใจซึ่งภายในนี้ร้อนยิ่งกว่าข้างนอกเสียอีกทำเอาเวทย์น้ำแข็งลอยอยู่แทบทุกช่วงเวลาแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนัก  

 

ดีที่ตอนเดินนั้นพวกเขายังไม่เจอทางแยกแม้เวลาจะผ่านไปถึง 30 นาทีและพวกเขาต่างก็แยกย้ายกันไปนั่งพักที่บริเวณหนึ่งซึ่งดูเหมือนเป็นลานเล็ก ๆ ที่พอให้นั่งพักได้  เหล่าอัศวินล้วนหยิบขวดน้ำกรอกเข้าปากไม่ก็ล้างหน้าล้างเหงื่อเช่นเดียวกับเจ้าชายทั้งสอง   แต่คนธรรมดาทั้งห้าซึ่งขี้ร้อนยิ่งกว่าใครโดยเฉพาะวอดก้าพากันเดินแยกไปมุมหนึ่งและกลับมาด้วยสภาพที่หลายคนต้องอ้าปากค้าง

 

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิงตัดกับผิวกายขาวขัดและนัยน์ตาคู่สีฟ้าใสหลังกรอบแว่นนั้น  ชุดเสื้อคลุมหายไปแล้ว  โดยเจ้าตัวอยู่ในสภาพเสื้อกล้ามสีขาวที่เปียกชุ่มเผยรอยสักที่ต้นแขนขวาเป็นรูปมังกร ( ซึ่งเจ้าตัวเคยบอกพวกวอดก้าว่าอยากมีมานานแล้วแต่กลัวเจ็บ ) เส้นผมสีเพลิงปล่อยยาวสยาย  นิ้วเรียวยาวหนีบบุหรี่ที่จุดไฟแล้วขณะยกขึ้นมาดูดแล้วพ่นควันสีขาวออกมา  กางเกงสามส่วนสีน้ำตาลทำให้เจ้าตัวคล้ายมาเที่ยวริมทะเลอย่างไรอย่างนั้น

 

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำ  หัวถูกม้วนด้วยกิ๊บติดผมสุดคิกขุสีชมพูจ๋าหลายชิ้น  เพื่อทำให้เส้นผมสีรัตติกาลไม่ตกระต้นคอให้เหนียวและเปียกเหงื่อเผย  จึงทำให้เห็นใบหน้านั้นชัดกว่าปกติ  เจ้าตัวใส่เสื้อยืดสีดำบาง ๆ ที่แนบไปตามร่างกายเพราะเหงื่อและน้ำขณะกางเกง...ใส่กางเกงเลสีขาวราวคนไปเที่ยวเช่นกัน  ใบหน้านั้นยังคงมีรอยยิ้มน้อย ๆ อยู่ที่ริมฝีปากขับให้เจ้าตัวดูหน้าเข้าใกล้ขึ้นอีกนิด...ละมั้ง ?

 

อีกคนที่ตอนแรกดูเป็นเด็กเล็ก ๆ ใส่เสื้อยืดสีขาวเหมือนผู้เป็นเพื่อนแต่หนากว่าเล็กน้อย   ทั่วทั้งหัวเปียกด้วยน้ำเพราะล้างเหงื่อออก  ใส่กางเกงสามส่วนปล่อยสบาย  นอกจากตุ๊กตาหมีในอ้อมแขนแล้วยังมีพักกระดาษขนาดใหญ่ในอีกมือหนึ่ง  ที่โบกไปมาช่วยคลายความร้อนอีกทางให้เจ้าตัว  รองเท้าบูทเองก็หายไป  คาดว่าคงไปโยนทิ้งที่ไหนสักแห่งแล้ว  เหลือเพียงรองเท้าเก่า ๆ ขาด ๆ แต่ดูจะคลายร้อนได้ดีกว่าเดิมอีกคู่

 

อีกคนยิ่งแล้วใหญ่  เส้นผมสีส้มยุ่งไม่เป็นทรงเพราะพัดลมขนาดเล็กในมือ  ที่ไม่รู้เจ้าตัวเอามาจากไหนไม่ทราบ  แต่ดูแล้วน่าอิจฉาซะเหลือเกินเพราะความสบาย  นั่น...ดวงตาอีกฝ่ายเริ่มปรือ ๆ แล้ว  คนนี้มาในเสื้อติดกระดุมแบบไร้แขนสีดำ   ผ้าเนื้อบางทำให้เห็นผิวขาวจัดวับ ๆ แวม ๆ กางเกงลายดอกสีสดใสขัดกับสถานการณ์ในตอนนี้เหลือเกินยิ่งทำให้พวกเขาพูดไม่ออก  ที่สำคัญ...คุณเมิงเดินเท้าเปล่าบนพื้นร้อนได้เรอะ ?

 

อยากจะตะโกนกู่ร้อง...นี่ไม่ได้มาพักผ่อนหย่อนใจนะเฟ้ย !!!

 

“  มีอะไรเหรอ ? x4 ”  

 

ยังมีหน้ามาถามอีก

 

แต่ที่ทำให้พวกเขาตกตะลึงที่สุดคงไม่พ้นคนสุดท้ายที่เดินตามมา

 

ร่างสูงโปร่งของนักบวชหนุ่มดูไร้รอยยิ้มคุ้นตา  คิ้วเรียวหนาขมวดแน่น  ปากเผยอน้อย ๆ คลายความร้อนในร่าง   ใบหน้าแดงหน่อยๆ ราวคนเมา  ยิ่งสภาพเจ้าตัว...เสื้อแขนยาวสุภาพราวบาทหลวงถูกพับจนถึงศอก  กระดุมเสื้อปลดยาวตั้งแต่เม็ดแรกยันเม็ดสุดท้าย  ดีที่ยังใส่เสื้อกล้ามอยู่แต่ก็ดูช่วยอะไรไม่ได้นักเนื่องเพราะเสื้อบาง ๆ นั้นแนบผิวกายอีกฝ่ายเพราะสายน้ำที่เทรดตัวอีกครั้งตั้งแต่หัว  ปล่อยให้สายน้ำเย็นไหลจากบนลงล่าง   จนน้ำหมดขวด  ขวดนั้นจึงถูกโยนทิ้งไปอย่างไม่ใยดี  กางเกงขายาวสีดำก็พับขึ้นถึงเข่า  ชายเสื้อดึงออกมาไว้ด้านนอกยิ่งแนบร่างนั้นให้เห็นชัดขึ้น

 

นิ้วเรียวสางผมสียุ่งเหยิงออกจากกันแล้วสะบัดหัวน้อย ๆ ริมฝีปากแดงจัดสบถกับตัวเองเบา ๆ โดยที่ไม่มีใครฟังออก  ก่อนนัยน์ตาสีส้มเข้มจะหันมามองพวกเขาอย่างเชื่องช้า  แพขนตาหนาและใบหน้าเรียวที่มีหยาดน้ำเกาะทำเอาพวกเขาลืมหายใจไปครู่หนึ่ง

 

“  มองอะไร ”  วอดก้าถามสั้น ๆ ห้วน ๆ เพราะตอนนี้ขีดจำกัดของเขาชักจะเริ่มเกือบถึงครึ่งหลอดแล้วจากการที่หนึ่ง  กุญแจในร่างส่งไอร้อนตอบรับกับพลังในภูเขาไฟ  และสอง...บรรยากาศร้อน ๆ ของไอ้ภูเขาไฟนี่ซึ่งคงไม่แปลกเพราะมันคือภูเขาไฟ

 

และเสียงนั้นทำให้ชายหนุ่มรวมถึงหญิงสาวทั้งหลายต้องสะดุ้ง

 

“  เอ่อ......ขอโทษด้วย ”  พวกเขาได้แต่กระแอมไอ  แต่ไม่รู้ทำไมคนที่ธรรมดาที่สุดทั้งห้าถึงได้มีแรงดึงดูดให้พวกเขาไม่อาจละสายตาได้นัก

 

นั่น...เผลอเป็นต้องแอบเหลือบมองอีกแล้ว

 

ซึ่งพวกพาราไดซ์ที่ทำอะไรไม่ได้เพราะถูกสั่งให้แยกกันเดินทางทำได้เพียงมองคนอื่นด้วยสายตาไม่พอใจลึก ๆ เท่านั้น

 

บ้าจริง  ขนาดอยู่ในร่างผู้ชายทั้งยังหน้าตาธรรมดาแล้วนะ  แต่กลับคลาดสายตาแวบเดียวก็เจอหมาป่าทั้งฝูงที่หวังจะงาบคนของพวกเขาแล้ว

 

“  เอ่อ......นี่ครับน้ำ ” กีเร่ส่งน้ำอีกสามขวดให้พวกวอดก้าที่หันซ้ายแลขวาเหมือนหาอะไรบางอย่าง

 

“  อ่า  ขอบใจ ”  จินรับมา

 

“  คุณ...กีเร่สินะ  จะว่าอะไรไหมถ้าผมขอฝากผ้าพันคอผมหน่อย ”  วอดก้าฉวยผ้าพันคอสีส้มของตนส่งให้อีกฝ่าย  อัศวินหนุ่มกระพริบตาปริบ ๆ ก่อนรับมาด้วยสีหน้างุนงงและแล้วเขาก็ต้องแทบลืมหายใจเมื่อนักบวชหนุ่มแห่งนาโวลล์ส่งรอยยิ้มหวานให้ทั้งปากและตามาให้

 

“ อ่า  ขอบคุณมากครับ ”  เจ้าตัวคนแผ่ประกายแสงออกมายังไม่รู้เรื่อง  ลำบากผู้เป็นเพื่อนต้องลากออกมาก่อนที่อีกฝ่ายจะเป็นลม...และถูกรังสีสังหารฆ่าตาย

 

วีน่าที่ได้สติสะกิดเพื่อนสาวก่อนจะมองความกดดันจากหลายคนอย่างมึนงง  มาจากเจ้าชายพาราไดซ์พวกเธอว่าพวกเธอก็อึนพอแล้วนะ...แต่นี่ยังมาจาก...

 

“  แซ็ค...คลินไนท์  เจ้าชายเพคะ ท...ท่านโคโล ” มาแตร์เรียกคนในกลุ่มทั้งสี่ที่บัดนี้มีใบหน้าเครียดขึ้งและฉายความไม่พอใจบางอย่างกับอัศวินผมทองที่เป็นทั้งเพื่อน  ลูกศิษย์และลูกน้อง และเสียงนั้นก็ทำให้ทั้งหมดได้สติ

 

“  โทษที ๆ ”  แซ็คเอ่ยเบา ๆ ตาเผลอเลื่อนมองคนห้าคนที่ดูจะอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อยจากการได้สายน้ำเย็นดับร้อน

 

ทำไมคนธรรมดาแบบบทั้งห้านี้ถึงได้มีเสน่ห์เกินจะต้านทานได้ขนาดนี้ 

 

บ้าจริง  อีกฝ่ายเป็นบุรุษนะ  ซ้ำยังเป็นคนธรรมดาสามัญ

 

พวกเขาเอาแต่สะบัดหัวไปมาเพื่อเรียกสติตนเองไม่ให้เลยเถิดอะไรไปมากกว่านี้

 

เหล่านักลาและนักฆ่าทั้งหลายก็ไม่วายเว้นรู้สึกหลงใหลไปกับบรรยากาศและรอยยิ้มมีเสน่ห์จากพวกนั้น

 

“  อุก...ดาเมจกระแทกตัว ”  เหล่าหนุ่ม ๆ ทั้งหลายพึมพำ

 

ยิ่งเดินทาง  ทางเดินก็กว้างขึ้นที่ละน้อยจนพอเดินเบียดกันเป็นกลุ่ม ๆ ได้จนกระทั่งในที่สุด  พวกเขาก็หลุดมายังที่หนึ่งซึ่งกลายเป็นทางแยกดำมืดหลายเส้นทาง 

 

“  จะแยกกันเลยไหม ? ”   หลายเสียงถามอย่างขอความเห็นในขณะที่วิสกี้  จิน  รัมและเตกีล่าที่ต่างขยับไปชิดหนุ่ม ๆ เอ่ยกระซิบด้วยรอยยิ้มหยอกเย้าบางอย่าง

 

“  ได้เวลาแล้ว ”   อยู่ ๆ นักบวชหนุ่มที่เดินเตาะแตะ  มือหนึ่งโบกพัดไปมาก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยสร้างความฉงนใจให้กับผู้คนโดยรอบ  “  ผมว่าคุณควรจะเปิดเผยจุดประสงค์ที่แท้จริงของพวกคุณได้แล้ว ” 

 

กวาดตามองอย่างเฉยชา  ขณะกระตุกยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปาก

 

“  คุณนักล่าค่าหัวผู้ขึ้นชื่อทั้งหลาย ”  เพียงเอ่ยจบใบหน้าของคนทั้ง 8 พลันเปลี่ยนสี  ไม่ใช่แค่นั้น  เหล่าอัศวินที่เหลือที่ไม่ได้รับการเตรียมตัวที่จะเปิดเผยศัตรูและเตรียมการต่อสู้ก็ได้แต่เบิกตากว้าง

 

2 ใน 8 ซัดมีดใส่วอดก้าในทันทีแต่ถูกใครสองคนเอาดาบป้องกันเอาไว้

 

เท่านั้น  การต่อสู้ก็เริ่มขึ้นในทันที  ส่วนนักบวชที่มีดีกรีสองเจ้าชายปกป้องยังทำตัวธรรมดา  ถดถอยตัวนั่งที่หินหนาขณะมองภาพการต่อสู้ด้วยแววตาสนใจ

 

“  ไม่เลว ”  หญิงสาวในคราบฉายหนุ่มพึมพำเบา ๆ เมื่อดูฝีมือของเหล่าอัศวินทั้งหลายที่ยังมีฝีมืออยู่บ้าง  ถึงขนาดต่อสู้กับเหล่านักฆ่าและนักล่าฆ่าหัวได้อย่างเจนสนาม

 

แต่ดูจะยังอ่อนประสบการณ์อีกนิด  และคิดไม่ทันจบ  คลินไนท์ก็ต้องผงะถอยเมื่อผงบางอย่างถูกสาดใส่ตา  

 

คู่ต่อสู้แสยะยิ้มเหี้ยมเมื่อเห็นดังนั้น  เตรียมใช้ดาบปลิดชีพอัศวินหนุ่มแต่มีหรือวอดก้าจะยอมง่าย ๆ

 

เข็มเล่มเพรียวบางที่ซื้อมาจากคุณยายถูกซัดเข้าจุดตายอีกฝ่ายในทันทีและไร้สิ้นเสียง  ร่างอีกฝ่ายล้มโครมพร้อมหมดลมหายไปลงไปอย่างรวดเร็วราวมัจจุราชในขณะที่อัศวินหนุ่มยังทำหน้ามึนด้วยความไม่เข้าใจอยู่ 

 

พวกวอดก้ากระตุกยิ้มเช่นเดียวกับโคโลเมื่อฝ่ายตรงข้ามแสยะยิ้ม ปาขวดบางอย่างลงพื้นจนเกิดควันสีเทาหม่นกระจายตัวออกเป็นวงกว้างในขณะที่บัลข่านหัวเราะเสียงลั่น

 

“  ฮ่า ๆๆ นี่เป็นพิษแมงมุม   แค่สัมผัสควันโดยไม่ได้ทานยาแก้พิษก็จะกลายเป็นเศษซาก  ถึงจะเสียดายที่ไม่ได้หัวเจ้าชายพาราไดซ์กับเจ้าชายมาคัสก็เถอะ  แต่ไม่เป็นไร ฮ่า ๆๆๆ ” 

 

นานหลายนาทีก็ควันจะสลายไปหมด   วอดก้าที่ยังนั่งอยู่กับที่ปัดอากาศบริเวณตนไปมาด้วยความรับไม่ได้กับกลิ่นอย่างแรง  ปากก็พูดด้วยท่าทางไม่เข้าใจ

 

“  พล่ามอะไรของคุณอยู่ได้  แล้วบอกตามตรง...พิษนี่กลิ่นแย่ชะมัด ” 

 

“  เห็นด้วยว่ะ  รา  กลิ่น...สุด ๆ ” วิสกี้ทำหน้าพะอืดพะอม

 

“  รัม......ขอยาดม ”  จินนี่จะทรุดแล้ว  เมื่อขอมามีหรือจะไม่จัดให้  แพทย์เถื่อนผู้เลื่องชื่อยื่นแขนออกมาด้านหน้า  ควันสีขาวจากแขนเสื้อก็พุ่งออกมาพร้อมกระจายตัวออกอย่างรวดเร็ว

 

กลิ่นหอมสดชื่นของใบมิ้นและกลิ่นสมุนไพรอื่น ๆ ทำให้หลายคนรู้สึกโล่งใจ  นอกจากนี้กลิ่นนี้ยังช่วยทำให้อาการเหนื่อยล้าของพวกเขาหายไปด้วย

 

“  ท...ทำไมกัน ”  บัลข่านเอ่ยด้วยสีหน้ามึนงง  ก่อนคนทั้งกลุ่มจะต้องขนลุกซู่เมื่อเห็นท่าทางเสยผมของนักบวชหนุ่มที่บัดนี้มีรอยยิ้มแสยะราวมัจจุราช

 

“  ทุกคนครับ...จัดการ ”  สิ้นเสียงสั่ง  แม้เหล่าอัศวินทั้งหลายจะแลดูงง ๆ ไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์แต่เพียงได้ยินเสียงนั้นสั่ง  ร่างกายก็ขยับเคลื่อนตัวมุ่งไปหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วจนแทบไม่รู้ตัว  

 

เพราะเมื่อรู้ตัวอีกที...ร่างแปดร่างก็สลบเหมือนเรียบร้อยแล้ว

 

“  ยอดมากครับ ”  วอดก้าตบมือแปะ ๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ  “ ส่วนพวกคุณอีกสองคน  จะออกมาได้หรือยังครับ ? หรือต้องให้เชื้อเชิญ ” 

 

คนที่รู้อยู่แล้วก็นิ่งรอ ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ปรากฏตัวออกมา  เขาไหวไหล่ก่อนเอ่ยแจกแจง “  ได้เวลาแยกย้ายแล้ว  จะไปทางไหนก็ได้แต่ในกลุ่มที่จะไปต้องมีรัม  โคร  ไนท์แล้วก็วิสอยู่ด้วย ”  ก่อนเจ้าตัวคนเอ่ยจะหันไปบอกกับบลัดดี้ บราวน์  วิมเลทและเคียร์ว่า

 

“  ฝากดูเพื่อนฉันด้วย  เกิดเพื่อนฉันมีรอยแผลขึ้นมา ”  นัยน์ตาสีส้มหรี่ลงคมกริบเป็นสัญญาณอันตรายขณะกระตุกยิ้มที่มุมปาก

 

อีกมือยกขึ้นเชื่องช้าค้างไว้ที่คอก่อนทำท่าปาดเป็นความหมายว่า...

 

พวกนายตาย !!!

 

เล่นเอาสี่หนุ่มพยักหน้าคอแทบหัก

 

“  รา ”  เสียงใสสี่เสียงเอ่ยอย่างซาบซึ้งกับความเป็นห่วงผู้เป็นเพื่อนก่อนจะพุ่งเข้ากอดสี่เสียงผลัดกันพูดอย่างไม่มีใครยอมใคร

 

“  นายก็เหมือนกัน  ห้ามทำอะไรเกินตัวนะ ” 

 

“  ใช่ ๆ ถ้านายเป็นอะไรขึ้นมา  พวกฉันมีหวังเป็นบ้าแน่ ” 

 

“  นายต้องระวังตัวให้มากนะ ” 

 

“  ระวังตัว....” 

 

“  อย่าให้มีบาดแผลกลับมานะ ” 

 

“  ต้องเล่าให้ฟังทุกอย่างที่เจอด้วย ” 

 

“  กลับมาเร็ว ๆ ” 

 

“  ถ้าเจ็บตัวกลับมาฉันจะโกรธนะ ”   และสารพัดเสียงเหล่านั้นทำเอาวอดก้าอดหัวเราะไม่ได้

 

“  รู้แล้ว รู้แล้ว ” 

 

จุ๊บ

 

./////. ”  ก่อนประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากผู้เป็นเพื่อนอย่างไม่แคร์ใคร  ส่วนเคียร์  วิมเลท  บราวน์และบลัดดี้ที่เห็นสาว ๆ ในร่างหนุ่ม ๆ หน้าแดง  หลุบตาต่ำด้วยความเขินก็อดไม่ได้จะมองหน้ากันอย่างเจ็บใจ

 

นี่พวกเขาจะแพ้ผู้หญิงเหรอเนี่ย ?

 

ที่สำคัญ  ชัดเลย...ศัตรูตัวฉกาจของพวกเขาไม่ใช่หนุ่มหล่อหรือเจ้าชายที่ไหนแต่เป็นวอดก้านี่แหละ !

 

“  บีหนึ่ง  เห็นที...เราจะปล่อยเจ้าชายที่แสนเฉยชาของเราต่อไปไม่ได้แล้ว ”  บราวน์เริ่มกระซิบยุผู้เป็นเพื่อน

 

“  นั่นสิ ”  บีหนึ่งหรือบลัดดี้เองก็ชักหางคิ้วกระตุกเมื่อเห็นชายหนุ่มผมแดงก้มหน้างุด ๆ ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อเมื่อมองรอยยิ้มมีเสน่ห์ของผู้เป็นเพื่อน

 

“  ว่าไง จะเข้าร่วมหรือเปล่า บีสาม ”  พลางหันไปถามองครักษ์หนุ่มผมเงินที่มองท่าทางซบไหล่วอดก้าเพื่อปิดบังอาการอายของตัวเอง

 

“  อา...”   วิมเลทมองท่าทางนั้นนิ่ง ๆ ก่อนจะขมวดคิ้วเย็นชา “  ครั้งนี้คงต้องเข้าร่วมหน่อยแล้ว ” 

 

“  นั่น...สินะครับ ”  ส่วนเคียร์นั้น  ยิ้มเย็นเยือก...จับจ้องใบหูแดง ๆ ของคนที่โอบอุ้มตุ๊กตาหมีแน่นไม่วางตา

 

“  หึ ๆๆๆ เดี๋ยวกลับไปคงต้องวางแผนให้ไดซ์รุกวอดก้าหนักกว่านี้ซะแล้ว ”   คนเริ่มหัวเราะในลำคอ  เขาต้องรีบกำจัดศัตรูหัวใจโดยด่วน  และคนที่ทำได้มีเพียงคนเดียวคือพาราไดซ์ !

ส่วนเหล่าคนนอกทำได้เพียงสลับมองกลุ่มสองกลุ่มที่กลุ่มแรก...ออกจะสดใสดุจตะวัน  ในขณะที่อีกกลุ่มดูมีประกายความชั่วร้ายบางอย่างโผล่ประปราย  แต่ดูกลุ่มแรกแล้ว  พวกเขาได้แต่เกาหัวกับความสัมพันธ์อันน่าซับซ้อนของคนห้าคนนั้น

 

และคำถามเดิมก็วนมา

 

“  กลุ่มนั้นมัน...อะไรกัน ”  (น่าสงสารซะจริง)

 

“  แล้วอย่าลืมกวาดมาให้หมดนะ ”   วอดก้าเอ่ยกระซิบผู้เป็นเพื่อนก่อนได้รับรอยยิ้มแสยะตอบรับกลับ

 

“  รับรองไม่มีเหลือ ” 

 

“  เดี๋ยว...จะไปไหน ? ”  วอดก้าที่ก้าวถอยออกจากผู้เป็นเพื่อนทำท่างงเมื่อพบว่าเจ้าชายแห่งนาโวลล์นั้น  มือหนึ่งได้กำแขนของเขาแน่น  และเมื่อใครคนหนึ่งขยับ  อีกคนก็ขยับตาม

 

หมับ

 

พาราไดซ์จับมือของมาคัสไว้  ก่อนดึงให้วอดก้าหลุดจากการเกาะกุม  นัยน์ตาคู่คมสีม่วงที่ดุจดังอัญมณีเปล่งประกายแวววาว ราวจะถามว่าคิดจะทำอะไร

 

“  เธอ...นายยังไม่ได้ตอบฉันว่านายมาที่นี่เพื่ออะไร ” 

 

คำสรรพนามแรกทำให้พาราไดซ์เผลอหันกลับไปมองวอดก้า

 

“  โอ๊ะ จริงสิ ”  วอดก้าทุบกำปั้นลงบนฝ่ามือตัวเองอย่างเพิ่งนึกได้  ในตอนที่ถูกอีกฝ่ายเจอครั้งแรก  นักฆ่าสาวในคราบนักบวชหนุ่มตอบว่าถ้าพบเจออีกครั้งจะบอกว่ามีจุดประสงค์อะไร  เธอจึงกระตุกยิ้มน้อย ๆ  ร่างกายเริ่มรับรู้ถึงอะไรบางอย่างที่กำลังเรียกหาเธอ

 

“  ฉันบอกสินะว่าถ้าเจอนายอีกครั้งจะบอกน่ะ ” 

 

ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างเงียบงัน

 

“  จุดประสงค์ทั้งหมดที่มาที่นี่...ทั้งการสืบข่าวทุกอย่าง  ทั้งการปกปิดตัวแล้วก็...การเข้ามาที่ภูเขาไฟนี่...”  ทุกคนต่างเงียบรอฟังสิ่งที่ชายหนุ่มผมเงินพูด

 

แผ่นดินใต้เท้าเริ่มสั่นไหวน้อย ๆ สร้างความพิศวงให้กับคนที่เหลือ  ก่อนเปลวเพลิงสีแดงอมส้มจะพุ่งขึ้นจากใต้เท้าที่วอดก้ายืนอยู่จนแทบลุกท่วมหัวชายหนุ่ม  ความร้อนของมันถึงกับทำให้มาคัสและพาราไดซ์ต้องผงะถอย  เจ้าชายแห่งนาโวลล์ทำท่าจะพุ่งไปกระชากอีกฝ่ายออกมาจากวงล้มของกองเพลิงแต่ถูกเพื่อนหนุ่มคว้าไหล่ไว้

 

 “  ว้าย !/เฮ้ย ! ” มาแตร์  กีเร่  แซ็ค  คลินไนท์และวีน่ายังอดตกใจไปด้วยไม่ได้  โคโลก็เช่นกันแต่เมื่อเขาเห็นท่าทางนิ่งเฉยของบุคคลอื่นก็ทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายคงมีแผนบางอย่าง

 

และเป็นไปตามคาด  ร่างสองร่างพุ่งมาจากมุมมืดอย่างไม่ทันตั้งตัวเพียงเพื่อคว้าร่างของคนที่อยู่ในกองเพลิงออกมา  ทว่าวิสกี้กับรัมที่รออยู่แล้วก็ตะครุบตัวอีกฝ่ายไว้ได้ก่อน

 

นักบวชหนุ่มยังมีรอยยิ้มระบายบนใบหน้าราวความร้อนนี้ไม่สามารถกระเทือนตัวเขาได้ก่อนจะสบตาเจ้าชายหนุ่มเพื่อตอบคำถาม

 

“  ก็แค่เพื่อหาของเท่านั้น ฮ่า ๆๆ ”  ก่อนจะหัวเราะร่วนเมื่อเห็นท่าทางเหมือนจะหน้าทิ่มของเจ้าชายแห่งนาโวลล์ที่ดูหลุดมาดชั่วขณะ  ในขณะที่อีกคนกลับกระตุกยิ้มกับท่าทางขี้เล่นของวอดก้า 

 

เปลวเพลิงนั้นแผ่ขยายกว้างกลายเป็นกองเพลิงที่มีรัศมีเกือบหนึ่งเมตร  ทำให้หลายคนต้องถอยห่างต่อ

 

“  ช่วยเขาเร็ว ! ”  เสียงทุ้มขอหนึ่งในสองคนที่ถูกตะครุบตัวตะโกนก้องเหมือนจะเรียกสติคนอื่น  แต่จินกลับเอ่ยปรามเหล่าอัศวินเสียงเรียบอย่างเฉียบขาด  หยุดปลายเท้าคนที่กำลังกระโจนไปไว้เสียก่อน

 

“ ไม่ต้อง ” 

 

ทางด้านนัยน์ตาคู่คมสองคู่ที่กำลังสบกันนั้น  หนึ่งแม้ยังคงความเย็นชาไว้  แต่ถ้าสังเกตดี ๆ จะพบความห่วงใยที่ถูกส่งมา   ส่วนนัยน์ตาอีกคู่แม้จะรื่นรมย์และคงความขี้เล่น  แต่กลับทอประกายอบอุ่นตอบรับสายตานั้น  มือเรียวค่อย ๆ เลื่อนมาปิดตาตัวเองขณะมุมปากยังยกยิ้มและเอ่ยเสียงแผ่ว

 

“  แล้วฉัน...จะรีบกลับมา ” 

 

“  ...ฉันจะรอ  ...อย่าช้าล่ะ  วอดก้า ”   

 

ชื่อที่ดูจะคล้ายเป็นชื่อจริงของร่างที่อยู่ท่ามกลางเพลิงร้อนระอุทำให้มาคัสอดเลื่อนสายตามองบุคคลทั้งสองไม่ได้  รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นที่ริมฝีปากหยักอันคุ้นตาก่อนเปลวเพลิงนั้นจะทวีความรุนแรงขึ้น  พวยพุ่งสูงจรดเพดานหินก่อนจะม้วนตัวหายไปพร้อมร่างโปร่งนั้น

 

“  ต่อไป...ก็สองคนนี้สินะ ”  ก่อนเจ้าชายหนุ่มจะกลับมาทำสีหน้าเย็นชาใส่ร่างอีกสองคนที่ถูกวิสกี้และรัมตะครุบตัวไว้  รัศมีอันคุ้นตาเพื่อนหนุ่มผู้มีชื่อเป็นของหวานทั้งสี่ไม่ทำให้พวกเขารู้สึกอะไรเท่าคนนอกที่สัมผัสได้ถึงความสูงส่ง   กำแพงหนาและความเย็นชาที่ทอดมองทุกสิ่งด้วยความเฉยชาและทำให้ทุกคนเหมือนไร้ค่าในสายตาตนทำให้เหล่าอัศวินหนาวเยือก

 

เจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์ที่ดูอบอุ่นยามอยู่กับใครบางคนดูจะเลือนหายไปเสียแล้ว  เหลือเพียงเจ้าชายน้ำแข็งผู้ร่ำลือในเรื่องความไร้ใจและมีกำแพงหนาที่ไม่ว่าใครก็เข้าไม่ถึง

 

“  เดี๋ยวพวกฉันจะไปดูลาดเลาแป็บหนึ่งนะแล้วจะรีบกลับมา ”  วิสกี้  จิน  รัมและเตกีล่าที่ปรึกษาว่าจะลองดูว่าแผนที่ในหัวจะเหมือนกับเส้นทางหรือไม่ตัดสินใจที่จะแยกกันไปสำรวจสักแป็บแล้วมานำทางคนกลุ่มนี้ต่อ

 

วิมเลทรีบถามทันที

 

“  จะไปคนเดียวหรือ ” 

 

“  ใช่ ” 

 

“  ฉันให้เวลาไม่เกินห้านาที  ต้องรีบกลับมานะ ”  เขาสั่งรูมเมทตัวเองที่พยักหน้ารับอย่างว่าง่ายด้วยความไม่ไว้วางใจในความปลอดภัยสาว ๆ ในร่างหนุ่ม ๆ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นสามารถดูแลตัวเองได้ก็ตาม

 

“  เดี๋ยวจะรีบกลับ ”  พวกเธอทั้งสี่รับคำ  ส่งตัวสองคนที่จับได้ให้อัศวินหนุ่มทั้งหลายก่อนแยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว   บรรยากาศรอบด้านจึงกลับกลายเป็นเงียบงันอีกครั้งพร้อม ๆ กับท่าทางที่เปลี่ยนไปของอีกสี่หนุ่ม

 

องครักษ์หนุ่มผมเงินอยู่ประชิดตัวคนเป็นเจ้านาย  เจ้าตัวกางหนังสืออ่านอย่างไม่สนใจใครและพร้อมระวังภัยให้ผู้เป็นนายเช่นเดียวกับเคียร์ซึ่งเปรียบดั่งมือซ้าย   เจ้าตัวยืนหันข้างห่างจากพาราไดซ์ไม่มากแต่ปิดบังทุกจุดอ่อน  ตาก็เหม่อไปเรื่อย ๆ หากยังไร้รอยยิ้มสุภาพดั่งปกติ

 

ส่วนอีกหนุ่ม  เจ้าของนัยน์ตาสีเขียวจางดั่งเสือร้ายกวาดมองไปรอบ ๆ อย่างคนไม่มีอะไรจะทำ  ก่อนรอยยิ้มร้ายกาจจะผุดขึ้นราวนึกอะไรสนุก ๆ ได้  ซึ่งผู้เป็นเพื่อนอย่างบุตรชายเจ้ากรมข่าวสารก็ดูจะรู้ความหมายถึงได้กระตุกยิ้มเหี้ยมตอบรับ

 

บรรยากาศอันน่าอึดอัดทำให้ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากพูดอะไรแม้แต่สาว ๆ ทั้งสอง  ชายหนุ่มทั้งหลายที่ในตอนแรกยังดูขี้เล่น  สุภาพ  ใจดี  เป็นกันเองและอบอุ่น  บัดนี้เปรียบดั่งกำแพงหินที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเข้าถึงได้  แม้แต่กีเร่  แซ็คและคลินไนท์ยังไม่เข้าใจกันท่าทางนั้น

 

เกิดอะไรขึ้น ?

 

พวกเขาได้แต่สงสัย  ทว่าทันทีที่เสียงใสสี่เสียงดังประสานพร้อมเดินออกมาจากเส้นทางต่าง ๆ ก็ทำให้อากัปกิริยาของชายหนุ่มสี่คนเปลี่ยนไปอีกครั้ง

 

“  กลับมาแล้วจ้า ” 

 

“  ดีที่ทำตามที่ฉันบอก ”  วิมเลทพยักหน้าอย่างพึงพอใจที่รูมเมทหนุ่มกลับออกมาอย่างรวดเร็วและไร้รอยขีดข่วน

 

“  ไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ ”  เคียร์เดินไปหาจินด้วยท่าทางเป็นกังวล  พ่อค้าหนุ่มจึงฉีกยิ้มกว้างให้  ตอบรับเสียงใส

 

“  อ่าหะ  แค่นี้จิ๊บ ๆ ” 

 

“  คงไม่ได้สะดุดรากหญ้ามาใช่ไหม ? ”   ส่วนบราวน์นั้นถามรัมอย่างกวน ๆ ซึ่งหมอเถื่อนก็แยกเขี้ยวกลับใส่

 

“  ในภูเขาไฟจะมีหญ้าขึ้นได้ไงเล่า ”  ก่อนจะปรับเปลี่ยนท่าทางเป็นกวนกลับ “  ถามแบบนี้เป็นห่วงล่ะสิ  แอบซึนนะเรา ” 

 

“  จ...จะบ้าเรอะ ! ใครจะห่วงนายกัน !” 

 

“  จ้า ๆ ไม่ห่วงก็ไม่ห่วง ” 

 

“  นี่น้ำครับ  เดินทางคงเหนื่อยสินะครับไนท์ ”  บลัดดี้ยื่นขวดน้ำตนให้อีกฝ่าย  เตกีล่ามองนิ่ง ๆ ก่อนตอบกลับ

 

“  เดินไม่ถึงห้านาทีไม่เหนื่อยหรอก ...แต่ก็ขอบใจ”  ซึ่งเรียกรอยยิ้มและอาการกระดี๊กระด๊าได้จากชายหนุ่มผมสีคาราเมลเป็นอย่างดี

 

บรรยากาศที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันอีกครั้งทำเอาคนนอกได้แต่เอาหัวโขกผนัง  ความอึมทึบกลายเป็นมาจากพวกเขาแทนขณะพึมพำด้วยความไม่เข้าใจ

 

“  เจ้าพวกนี้มัน...อะไรกัน ? สิ่งมีชีวิตปริศนาเรอะ ? ” 

 

ให้ตายเถอะ  ทำยังไงพวกเขาก็ไม่เข้าใจจริง ๆ !!!

 

แม้แต่โคโลและร่างในชุดคลุมยังอดสบถด้วยความมึนงงกับสถานการณ์เบื้องหน้าไม่ได้

 

พับผ่าเถอะ !

 
 

 

ฮ่า ๆๆๆ คอมเจ๊งค่า  รอซ่อมห้าวันหลังสอบ o-net เสร็จ  แบบ  กลับบ้านมานี่ช็อคเลยเพราะพ่อทำน้ำหกใส่  ต้องส่งกลับไปเช็คด่วน ๆ นี่ไรท์รีบสุด ๆ แล้วนะเออ  ว่าจะไปแต่งโคนันต่อเพราะรู้ว่าหลายคนค้าง  ใจจริงอยากมีหลายมือหลายหัวนะเพราะจะได้แต่งนิยายได้หลายเรื่อง  แต่เอาเถอะ  มีสองมือก็ไม่เป็นไร

 

แล้วเจอกันตอนต่อไปนะค้า :P

 

 

 

 

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 76 : บทที่ 65 ฤดูอะไรเอ่ย ? ร้อนแสนร้อน คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบ ? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 14017 , โพส : 150 , Rating : 20% / 204 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6
# 150 : ความคิดเห็นที่ 8606
ไม่เข้าจัยนะดีแล้วคุณองครักษ์ทั้งหลาย 555
PS.  "การบอกรักเป็นสิ่งสุดท้ายของการแอบรัก แต่เป็นสิ่งแรกของการอกหักก็เท่านั้นเอง"
Name : ganako < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ganako [ IP : 49.229.90.43 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 ธันวาคม 2558 / 20:28
# 149 : ความคิดเห็นที่ 6510
สนุกอ่าาาาา
Name : fairy_devil < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fairy_devil [ IP : 125.27.75.136 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 เมษายน 2558 / 15:53
# 148 : ความคิดเห็นที่ 6312
ไรต์จ๋าาา ไรต์ของเค้าหายไปไหนนนน

พาวอดก้ากลับมาหาเค้าเลยน้าาาาา
Name : FrontierZ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ FrontierZ [ IP : 124.121.240.23 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 เมษายน 2558 / 17:29
# 147 : ความคิดเห็นที่ 6278
สิ่งมีชีวิตปริศนา555 อ่านหลายรอบเเล้วไม่เบื่อเลยจริงๆ
Name : p_m.mild < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ p_m.mild [ IP : 171.6.180.187 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 เมษายน 2558 / 07:48
# 146 : ความคิดเห็นที่ 6217
ลุ้นมากเลยคะไรต์หนูชอบมากเลยแต่งด้วยนะคะอย่าลืม
Name : ความตาย [ IP : 58.9.88.104 ]

วันที่: 19 มีนาคม 2558 / 21:19
# 145 : ความคิดเห็นที่ 6215
ตอนต่อไปปปปปปปป :3
Name : FC เอวา [ IP : 223.207.175.58 ]

วันที่: 19 มีนาคม 2558 / 19:17
# 144 : ความคิดเห็นที่ 6187
สนุกมากเลยค่ะ พวกนางเอกนี้ก็แสบกันจริงๆทำเอาหนุ่มๆไม่กล้าอยู่ห่างกันเลยที่เดียว
Name : LiNa-LucKY < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LiNa-LucKY [ IP : 171.99.253.147 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มีนาคม 2558 / 14:10
# 143 : ความคิดเห็นที่ 6143
ทำไมอาการของวอดก้ากำเริบบ่อยจัง
Name : Mhew_happy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mhew_happy [ IP : 27.55.151.140 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มีนาคม 2558 / 00:42
# 142 : ความคิดเห็นที่ 5810
ไรท์เเต่งเก่งโคตรๆเลยค่ะ ไม่เคยอ่านอะไรที่สนุกขนาดนี้มาก่อนเลย
รออ่านอยู่นะค่ะ มาอัพเร็วๆนะค่ะ
Name : รัตติกาลสีเลือด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ รัตติกาลสีเลือด [ IP : 171.96.167.119 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2558 / 13:56
# 141 : ความคิดเห็นที่ 5774
รีบๆมาอัพนะคับไรท์ รออ่านอยู่
Name : เดียวดาย [ IP : 49.230.69.6 ]

วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 03:27
# 140 : ความคิดเห็นที่ 5768
เข้ามาเขินวอดก้าอีกคน5555 น่ารักมากค่ะ มาอัพต่อเร็วๆนะคะ สู้ๆค่ะไรท์เตอร์
Name : nerrine [ IP : 49.237.41.15 ]

วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:47
# 139 : ความคิดเห็นที่ 5767
มาเร็วๆน้าาาา ตอนนี้อยากให้ไรต์อัพตุลย์อ่ะToT
Name : nonilovely < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nonilovely [ IP : 1.179.146.42 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:48
# 138 : ความคิดเห็นที่ 5766
น่ารักน่ะไดซ์นี้เดี่ยววอดก้าก็กลับมไม่ต้องห่วงนักหรอก
Name : Reinforce < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Reinforce [ IP : 118.175.84.21 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:51
# 137 : ความคิดเห็นที่ 5763
55555 "สิ่งมีชีวิตปริศนา คึ~คึ~ " >..<

ถึงกับหลอนกันเรย...5555 ปล. ห้าแสบยังแสบเกินพิกัดเหมือนเดิม

มาต่อไวๆนร๊ไรท์ รอ ฉันรอเธออยู่ ฮิ้ว ฮิ๊ว
Name : อสูรน้อย>< [ IP : 49.230.85.123 ]

วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2558 / 01:14
# 136 : ความคิดเห็นที่ 5762
ไรท์...รักไรท์จังเลยยย ในที่สุดก็มาอัพแล้ววววว วอดก้า-ไดซ์น่ารักเว่อร์~ รีบๆมาอัพตอนต่อไปน้า~เป็นกำลังใจให้ค่าาา
Name : DarkSky < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ DarkSky [ IP : 118.92.212.95 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:36
# 135 : ความคิดเห็นที่ 5761
ไรต์สู้ๆๆรีบกลับมาอัพน้า
Name : ภินันท์พร เขียววิชัย < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ภินันท์พร เขียววิชัย [ IP : 49.230.157.229 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:11
# 134 : ความคิดเห็นที่ 5760
ห่างกันสักพัก....ทำจิตใจไดซ์ซะเค้าฟินเลย มาโซนิหว่า รอร้อรอนะไรต์ เมื่อไหร่ไรต์จะตีพิมพ์อ่าเค้าอยากได้เป็นเล่มแล้วอ่า คงฟินน่าดูเลย
Name : love-lee < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ love-lee [ IP : 1.47.8.116 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:35
# 133 : ความคิดเห็นที่ 5759
กรี๊ดดดดดดดด~~~ ฟินเฟ่อค่า~~~~~ ><
PS.  เราเป็นเพื่อนกันนะ
Name : เวนีล่า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เวนีล่า [ IP : 27.55.193.126 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:02
# 132 : ความคิดเห็นที่ 5758
ห่างกันสักพัก.....ไดซ์เข้าใจผิดไปถึงไหนเนี่ย//ไดซ์ยังขนาดนี้แล้วคนอื่นจะขนาดไหนหนอ~~
มาต่อไวๆนะค่ะไรท์สู้ๆ
Name : เส้นทางสู่ความตาย < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เส้นทางสู่ความตาย [ IP : 49.230.108.144 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:02
# 131 : ความคิดเห็นที่ 5755
ขอบคุณคะ สนุกมากๆๆๆี
Name : kaokaew < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ kaokaew [ IP : 49.230.113.193 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:16
# 130 : ความคิดเห็นที่ 5754
มาแล้วว >< อ่านตอนที่วอดแปลงกาย(?)แล้วแอบเขิล >///< อูยย น่ารักขึ้นทุกวัน ความโหดของแม่เจ้าหายหมดแล้วค่ะไรท์ อยากได้แบบโผล่ไปข้างหลังแล้วปาดคอฉึบ! (นี่หล่อนเป็น S เรอะ!?)ดีใจที่มาต่อให้นะคะ รักไรท์ที่สุดเลยยย >3<
PS.  สวัสดีนะเราเอง มายด์แกะน้อยย~
Name : Hani_2109 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Hani_2109 [ IP : 1.47.105.205 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:07
# 129 : ความคิดเห็นที่ 5753
ปูเสื่อรอ555
Name : เอม เอ๊ม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เอม เอ๊ม [ IP : 27.55.160.249 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:44
# 128 : ความคิดเห็นที่ 5752
ห่างกันสักพัก...//จู่ๆเพลงของหวายก็ดังขึ้นมาในหัวทันที ไดซ์คงเหวอมาก 5555
PS.  แฟนเก่าคือหนังสือเล่มเก่าที่อ่านจบไปแล้ว หากคบกันใหม่ยังไงตอนจบก็เหมือนเดิม
Name : เจ้าหญิงในสวนกุหลาบขาว < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้าหญิงในสวนกุหลาบขาว [ IP : 27.145.137.21 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:27
# 127 : ความคิดเห็นที่ 5751
อะไรคือสิ่งที่ไดซ์ จะให้วอดก้าทำนะ 
แต่คำว่า "ห่างกันสักพัก"ชองวอด ก็เล่นทำเอาไดซ์ไปไม่ถูกเลยอิอิ รอต่อนะคะ ไรต์ 
Name : taem_emm < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ taem_emm [ IP : 27.55.83.89 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 06:37
# 126 : ความคิดเห็นที่ 5750
อะไรคือสิ่งที่ไดซ์ จะให้วอดก้าทำนะ 

แต่คำว่า "ห่างกันสักพัก"ชองวอด ก็เล่นทำเอาไดซ์ไปไม่ถูกเลยอิอิ รอต่อนะคะ ไรต์ 
Name : taem_emm < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ taem_emm [ IP : 27.55.83.89 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 06:32
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android