คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 79 : Special Valentine : ตอนพิเศษ ความรู้สึก ? 3


     อัพเดท 29 ส.ค. 58
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 2,599 Overall : 679,329
15,911 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7628 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 79 : Special Valentine : ตอนพิเศษ ความรู้สึก ? 3 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 10903 , โพส : 91 , Rating : 26% / 118 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

 

SpeciaValentine

ความรู้สึก ?

 

 

 

 

 

 

เปลือกตาบางเปิดอย่างเชื่องช้ารับแสงแดดของวันใหม่  นัยน์ตาสีส้มที่อ่อนล้าวูบไหวไปมาก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีดั่งอัญมณี...สีม่วงแดง  ก่อนร่างโปร่งจะสะดุ้งเฮือกเมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจแผ่ว ๆ ที่ข้างแก้มพร้อมสีของนัยน์ตาที่กลับสู่สีจำแลง

 

“  เฮ้ย !? ” 

 

วอดก้ายันตัวลุกพรวดจากที่นอนในทันทีทันใดจนเกือบจะวูบหงายหลังตกเตียงเพราะรีบร้อนจนเกินเหตุ  เปลือกตาที่ปิดเพื่อเตรียมรับความเจ็บปวด  กลับรู้สึกถึงอ้อมแขนแข็งแรงที่คว้าตัวเขาไว้ก่อนจะตก 

 

“  ไม่เป็นอะไร...ใช่ไหม ? ”  ร่างสูงที่ควรจะหลับสนิทกลับมีปฏิกิริยาว่องไวเกินคาดที่แม้แต่วอดก้ายังตกใจ  เขาขมวดคิ้วกับคำถามนั้น  ร่างถูกดึงสู่อ่อมแขนของพาราไดซ์ที่โอบกอดแผ่นหลังของเขาแน่น

 

“  อ่า  ไม่...ไม่เป็นไร ”  วอดก้าตอบตะกุกตะกัก  ใจลอบมึนงงกับท่าทางที่เปลี่ยนไปโดยกระทันหันของคนที่ตอนแรกหนีและดุด่าว่าเขาปาว ๆ ห้ามไม่ให้เขาเข้าใกล้แต่การกระทำในตอนนี้กลับดูแปลกและแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

 

“  เดี๋ยวฉันจะไปทำข้าวต้มให้นาย  นาย...นอนหลับไปนานมากจนฉันคิดว่านายจะไม่ตื่นซะแล้ว ”  พาราไดซ์พึมพำเบา ๆ ขณะกำชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น  นักบวชหนุ่มผมเงินจึงยกมือทาบหน้าผากอีกฝ่ายด้วยความรวดเร็ว

 

“  ไดซ์...นายเป็นไข้หรือเปล่าเนี่ย  ดูแปลก ๆ ไปนะ ” 

 

แทนที่จะถูกปัดมือออกอย่างรวดเร็วกลับกลายเป็นว่าพาราไดซ์ยังคงสีหน้านิ่งสนิท  แต่กลับจับมือของวอดก้าออกอย่างนิ่มนวลขณะตอบ

 

“  เปล่า  ฉันสบายดี  เดี๋ยวฉันจะไปทำข้าวต้มให้นะ ”  ก่อนจะลุกเดินไปทางห้องครัวด้วยท่าทางเหมือนไม่ได้ทำอะไรผิดปกติ

 

“  ก...เกิดอะไรขึ้น ”  วอดก้ากุมขมับในทันทีทันใด  ใบหน้ากลายเป็นซีดเผือดเมื่อชักจับความรู้สึกแปลก ๆ จากอีกฝ่ายได้

 

 

ไดซ์...เปลี๊ยนไป๋

 

นี่มันเกิดอะไรขึ้น 

 

 

วอดก้ายันตัวลุกจากที่นอน  แต่เพียงปลายเท้าแตะพื้นก็ต้องทรุดฮวบลงไปในทันทีเพราะอาการอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ  ชายหนุ่มกัดฟันกรอด  เกาะขอบเตียงเดินไปโต๊ะทำงาน  เขาถอนหายใจยาวเมื่อเห็นว่างานหลายอย่างถูกร่างสูงจัดการไปแล้ว  เขาจึงเริ่มทำงานต่อในช่วงเวลาที่พาราไดซ์ทำอาหารอยู่

 

แกรก  แกรก  แกรก

 

เสียงปากกาจรดกระดาษอย่างต่อเนื่องแผ่วเบา   ทำให้เจ้าชายหนุ่มที่เดินออกมาจากห้องครัวขมวดคิ้ว  เมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างตั้งตรงกำลังนั่งทำงานอยู่

 

“  นายยังไม่ควรทำงาน ”  เขาพูดเตือน

 

“  วันนี้วันอะไรแล้ว ? ”  นักบวชหนุ่มย้อนถาม

 

“  ...อาทิตย์ ” 

 

กึก

 

“  อาทิตย์เลยงั้นเหรอ ? ”  วอดก้าพึมพำเมื่อพบว่าเขาหลับรวม ๆ แล้วอาทิตย์เศษ ๆ   รวมวันที่ถูกท่านเอเวอร์ลีนส์และซาราเนียทำให้หลับไปด้วย 

 

ก็รู้อยู่หรอกว่าอยากให้เธอพักแต่ดูจะให้เธอหลับชดเชยช่วงที่ไม่ได้นอนไปด้วยเลยนี่ก็เกินไปหน่อยแฮะ

 

“  กินนี่ก่อน ” 

 

“  ขอบใจ ”  เขาเอ่ยรับก่อนใช้มือซ้ายตักข้าวต้มร้อน ๆ เข้าปาก  ส่วนมือขวาก็ยังขีด ๆ เขียน ๆ ต่อไปจนพาราไดซ์ขมวดคิ้ว  ต้องดึงปากกาออกจากมือวอดก้าเพื่อให้อีกฝ่ายหยุดทำงานสักครู่ในขณะกิน

 

“  มีอะไรหรือเปล่าไดซ์ ? ”  ส่วนคนถูกแย่งปากกาก็เพียงเลิกคิ้วสูง  ถามด้วยสีหน้าปกติราวการกินไปทำงานไปเป็นเรื่องธรรมดา

 

“  นายควรกินให้เสร็จก่อน ” 

 

“  ...โทษที ”  วอดก้าขมวดคิ้วบ้าง  ปกติอีกฝ่ายต้องทำเป็นไม่สนใจเขาไม่ใช่หรือ  หรือว่า...ไดซ์จะจำได้แล้ว ?

 

“  ริบบิ้น...” 

 

“  ?  ” 

 

“  เปล่า  ไม่มีอะไร ”  วอดก้าที่ลองพูดถึงสิ่งที่พาราไดซ์ให้ส่ายหน้าเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าสงสัยจากชายหนุ่ม  ยังไง ๆ โดนฤทธิ์ดอกนิทราไปขนาดนั้นคงจำไม่ได้ง่าย ๆ หรอก  แต่รู้สึกผิดหวังจริง ๆ

 

นักฆ่าสาวคิดในใจ  นัยน์ตาเหม่อลอย  ตักข้าวเข้าปากอย่างรวดเร็ว  จนกระทั่งเห็นมือหนาเอื้อมมือแตะเม็ดข้าวที่ติดริมฝีปากเขา  ก่อนจะเอาเข้าปากตัวเองด้วยใบหน้านิ่งๆ  เท่านั้นวอดก้าก็สำลักพรวด ๆ ในทันที

 

“  เป็นอะไรหรือเปล่า ”  ไม่ว่าเปล่า  มือหนายังช่วยลูบแผ่นหลังกว้างให้อย่างอ่อนโยน   คนสำลักไอค่อกแค่ก  มองพาราไดซ์นิ่งเนิ่นนานซึ่งเจ้าชายหนุ่มก็ใช้นัยน์ตาสีม่วงเข้มมองตอบ

 

วอดก้าโน้มใบหน้าเข้าไปหาคนข้าง ๆ ซึ่งดูเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่ยอมหลบเลี่ยง  จนกระทั่งริมฝีปากบางสัมผัสเข้ากับริมฝีปากหยักของคนเย็นชาที่ไม่ได้ผละหนี  เพียงเท่านั้นวอดก้าก็เป็นฝ่ายทะลึ่งพรวดลุกจากเก้าอี้ก่อนเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วโดยที่พาราไดซ์ไม่สามารถรั้งไว้ได้

 

เขาแตะริมฝีปากที่ถูกรูมเมทหนุ่มสัมผัสเล็กน้อย  พึมพำเบา ๆ

 

การถูกผู้ชายจูบ...

 

“  ก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียว ”  ยิ่งเห็นใบหน้าแดงก่ำของคนที่ขโมยจูบเขาที่หุนหันวิ่งออกจากห้อง  มุมปากก็ไม่สามารถหยุดรอยยิ้มได้

 

 

“  จริงหรือคะ  ท่านเอเวอลีนส์ไม่ได้ทำอะไรไดซ์แน่นะ ” 

 

“  จ้า  จะให้พูดกี่สิบครั้งฉันก็ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นล่ะ ” 

 

“  แล้ว...ไหงอยู่ ๆ ถึงได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคนแบบนั้นกัน ” วอดก้าได้แต่กุมขมับด้วยความไม่เข้าใจ  เพราะถ้าพาราไดซ์จำได้คงบอกเธอแล้ว  เธอที่หนีมาซักถามเทพพิทักษ์สาวทั้งสองจึงได้แต่ทำท่ามึน

 

“  ก็ดีไม่ใช่หรือไงที่เป็นอย่างนี้  เจ้าจะได้สนิทกับเขาเหมือนเดิม ”  ซาราเนียถามนิ่ง ๆ ขณะยกชาขึ้นจิบ

 

“  ไอ้ดีมันก็ดีอยู่หรอกค่ะ  แต่... ”  วอดก้าอึกอัก

 

“  เขินล่ะสิ ”  เอเวอลีนส์จึงยิ้มหวาน  แซวลูกสาวเพื่อนอย่างเทพอารมณ์ดี

 

“  ท่านเอเวอลีนส์ล่ะก็ ”  เธอค้อนใส่  ก่อนจะถอนหายใจเฮือก  เอาเถอะ  คงไม่มีอะไรให้ต้องกังวลหรอก...มั้ง

 

 

แต่มันจะเป็นแบบนั้นจริงหรือ ?

 

 

 

 

 

วอดก้ากลับห้อง  เขาก็พยายามทำตัวเป็นปกติแต่ดูจะไร้ค่าเมื่อพาราไดซ์ไม่รีรออะไร  จับวอดก้านั่งเก้าอี้พร้อมเล่นเกมส์จ้องตาเพื่อถามสิ่งที่ต้องการรู้ในตอนนี้

 

“  ฉันอยากรู้...เรื่องนักฆ่าพวกนั้น ” 

 

“  ! ”  นัยน์ตาสีส้มแสดงอาการประหลาดใจวูบหนึ่งกับสิ่งที่ได้ยิน  เนื่องจากเขาคิดว่าอีกฝ่ายจะรู้  สิ่งที่นักบวชหนุ่มตัดสินใจที่จะทำคือปฏิเสธไปเรียบ ๆ

 

“  ฉันไม่รู้  ว่านายพูดถึงอะไร  ” 

 

พร้อมกับเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

 

“  ทำไมนายจะไม่รู้  ในเมื่อนายออกไปดักรอพวกนั้นตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ”   นัยน์ตาสีม่วงคมกริบ “  โดยไม่ให้ฉันรู้และคอยปกป้องฉันตลอด ” 

 

“  รู้สึกว่านายพูดเยอะขึ้นนะ ” วอดก้ายิ้มบาง  เอ่ยคนละเรื่องกับสิ่งที่พาราไดซ์พูด  แต่มือหนากลับคว้าคางของเขาไว้ก่อนบิดกลับมา

 

“  อย่าหลบตาฉัน  ”  เสียงทุ้มสุขุมทอความเย็นเยียบมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งหากเป็นคนอื่นคงกลัวจนตัวสั่นเพราะบุรุษเจ้าของสมญานาม เจ้าชายน้ำแข็ง  แต่ไม่ใช่กับวอดก้าซึ่งเคยชินกับน้ำเสียงนี้มานานแล้ว  ดังนั้นมันจึงไร้ผล

 

เมื่อเห็นว่าการแสดงท่าทางข่มไม่มีประโยชน์  ดูท่าวอดก้าจะหัวแข็งกว่าที่เขาคิด  พาราไดซ์จึงเปลี่ยนเสียงทุ้มที่เอาแต่ใจในตอนแรกให้กลายเป็นอ่อนโยนและอ้อนวอนแทน

 

“  ฉันแค่อยากรู้เรื่องของนาย...ฉันไม่อยากให้นายตกอยู่ในอันตรายโดยที่ฉันไม่สามารถทำอะไรได้...” 

 

วอดก้าถึงกับนิ่งงันราวตกอยู่ในมนตร์สะกดเมื่อสบนัยน์ตาสีม่วงที่เปล่งประกาย  สายเลือดเทพมักมีพลังดึงดูดผู้คนเสมอ...

 

“  ได้ไหม...? ” 

 

“  ........ ” 

 

“  วอดก้า...  นัยน์ตาสีม่วงฉายแววอ่อนไหวมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมพลังเทพที่เริ่มควบคุมนัยน์ตาสีส้ม

 

“  เพราะนายลืม...ฉันถึงอยู่ข้างนายไม่ได้ ”  วอดก้าตอบเสียงเลื่อนลอย  นั่นสิ  เพราะพาราไดซ์ลืมหมดทุกเรื่องเกี่ยวกับเขา  โดยไม่มีวี่แววว่าจะจำได้ ( อันที่จริงพาราไดซ์พอจำได้แต่ไม่ได้บอก )  เขาที่ไม่สามารถเข้าใกล้ได้เพราะชายหนุ่มไม่ยินยอมจึงต้องอยู่ห่าง ๆ แทน “  ดังนั้น...ฉันจึงต้องตามหลังนาย...เฝ้าดูนาย  และปกป้องแผ่นหลังของนายเหมือนที่เคยพูดไว้  ถึงแม้...ฉันทำตามสัญญาของนายข้อ 2 ไม่ได้ก็ตาม ” 

 

“  สัญญา ? สัญญาอะไร ”   พาราไดซ์เลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ

 

“  ข้อ 1 ฉันจะ...ไม่รับงานฆ่าใครในโรงเรียนนี้ ” 

 

เพียงได้ฟัง  ร่างสูงก็ต้องเริ่มหรี่ตาลงน้อย ๆ แล้ว  'งานฆ่าใคร' ดูเหมือนคนที่เขาชอบจะไม่ใช่แค่นักบวชธรรมดาซะแล้ว

 

“  ข้อ 2 ฉันจะไม่อยู่ห่างจากนาย  จะยอมอยู่ในสายตาของนายตลอดเวลา  ซึ่งฉันผิดสัญญา...  ”  น้ำเสียงทุ้มเอื่อยเฉื่อยเริ่มมั่นคงบอกชายหนุ่มว่าใกล้หมดเวลาแล้ว

 

“  แล้วข้อสุดท้ายล่ะ...ข้อสุดท้ายคืออะไร ” 

 

“  ข้อสุดท้าย...ฉันจะ...” 

 

“  ........ ” 

 

นัยน์ตาสีส้มกลายเป็นคมกริบในทันใดพร้อมเสียงนุ่มที่กลายเป็นอ่อนโยน

 

“  ข้อสุดท้าย  ฉันว่าฉันรอนายจำได้เองดีกว่า ”  ก่อนเจ้าตัวจะเลี่ยงพูดเรื่องงานแทนราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น  พาราไดซ์ที่รู้ว่าคงไม่มีอะไรที่จะซักถามต่อได้จึงหมุนตัวกลับไปทำงานบ้างโดยคอยดูแลวอดก้าใกล้ ๆ เมื่อร่างสูงเพรียวทำท่าจะไม่ไหว

 

 

 

“  ไดซ์   ฉันขออาบน้ำก่อนได้ไหม ? ” 

 

“  อืม ”   ชายหนุ่มหันไปขานรับเบา ๆ นักบวชหนุ่มเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเสื้อที่เหลือเพียงไม่กี่ตัวทั้งที่มันควรจะเต็มตู้  เมื่อนึกดี ๆ แล้วเขาก็ชักจะสะกิดใจ

 

“  ไดซ์...ฉันหลับไปกี่วัน หลังมีผู้บุกรุก ” 

 

“  เกือบ 5 วัน ”  เจ้าชายหนุ่มตอบโดยที่ไม่หันมา

 

“  แล้ว...ใครเปลี่ยนเสื้อให้ฉัน ” 

 

“  .......... ” 

 

“  .......... ” 

 

“  .......... ” 

 

“  อา  ช่างเถอะ ”  แต่แล้วตัวคนถามก็ไหวไหล่ไม่สนใจ  เดินอาด ๆ เข้าห้องอาบน้ำไปโดยไม่รู้เลยว่าคนทำบัดนี้กำลังนั่งตัวแข็งเมื่อภาพผิวขาวและแผงอกเนียนได้รูปโผล่ออกมาจากความทรงจำ   พาราไดซ์ฟุบหัวกับโต๊ะ

 

“  วอดก้า...ตัวอันตราย ”  เจ้าตัวสรุปกับตัวเองสั้น ๆ รูมเมทของเขาไม่ว่าจะอยู่ในสภาพไหนก็อันตรายต่อหัวใจเข้าทั้งนั้น

 

แอ๊ด

 

“  จริงสิไดซ์  ฉันว่าฉันลืมผ้าเช็ด...” 

 

ปัง !

 

“  ไม่ต้องออกมา ! ”  เสียงแรกเป็นเสียงเปิดประตูของคนที่อยู่ในห้องน้ำหลังเวลาผ่านไปเพียงเล็กน้อย  ร่างของคนที่กำลังจะออกมาเป็นอันต้องผงะเมื่อเจ้าชายหนุ่มกระแทกประตูห้องน้ำปิดดังปัง ! ใบหน้าเจ้าชายหนุ่มแดงก่ำเมื่อภาพอีกฝ่ายเปลือยท่อนบนพร้อมหยาดน้ำที่เกาะแพรวพราวปรากฏขึ้นในหัว  และมันคงจะปรากฏผ่านสายตาหากเขาไม่กันคนในห้องน้ำไม่ให้ออกมาซะก่อน

 

“  เอ่อ  ไดซ์...งั้นช่วยหยิบผ้าเช็ดผมให้หน่อยสิ ”  เสียงของคนในห้องน้ำดังแว่ว ๆ พาราไดซ์จึงกระวีกระวาดหาผ้าเช็ดผมให้อีกฝ่าย  แต่แล้วเขาก็ต้องตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องน้ำเปิดออกอีกครั้งพร้อมเสียงฝีเท้าแผ่ว ๆ ของคนที่ควรจะอาบน้ำอยู่

 

“  ......นาย...ออกมาทำไม ”  ร่างสูงกลั้นใจถาม  อันที่จริงเขาจะหันไปก็ได้เพราะยังไงก็ผู้ชายเหมือนกัน  แต่เขาที่เริ่มรู้แล้วว่ารู้สึกอย่างไรกับอีกฝ่ายกลับไม่กล้าที่จะมอง 

 

“  หาผ้าเช็ดผมน่ะสิ ”  เสียงทุ้มเรียบ ๆ ตอบกลับพร้อมระยะห่างที่ลดน้อยเรื่อย ๆ ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกยามมือบางแตะเข้าที่แผ่นหลังของเข้าก่อนสวมกอดให้เต็มรัก  ก่อนจะผลักเขาออก

 

เมื่อลืมตาขึ้นจึงเห็นรอยยิ้มทะเล้นของคนที่ออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่แต่งตัวเรียบร้อยดีทุกอย่าง 

 

วอดก้าเท้าเอวยิ้มให้พาราไดซ์ที่ทำท่ามึนงง

 

“  ลนลานแบบนี้  คิดอะไรลามกอยู่ล่ะสิ หึ ๆๆๆ ” 

 

“  แกล้งฉันเหรอ ? ” 

 

ร่างสูงที่ตั้งสติได้แล้วจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวอดก้าขอผ้าเช็ดผมไม่ใช่ผ้าเช็ดตัว  เมื่อคิดได้ดังนั้น  มือหนาจึงยกขยี้เส้นผมนุ่มในทันที

 

“  เฮ้ย ไดซ์  เดี๋ยวหัวยุ่ง ” 

 

“  หึๆ ”  พาราไดซ์หัวเราะบ้างเมื่อเห็นใบหน้ามุ่ย ๆ ของรูมเมทร่วมห้อง  จึงโดนมือเรียวตบที่ไหล่ไปหลายปั้ก 

 

โดยไม่รู้ตัว  ความห่างเหินที่มีมาค่อย ๆ เลือนหายไปช้า ๆ

 

 

 

วันจันทร์  5 ; 30

 

เช้าวันถัดมาวอดก้าก็ต้องงงเต็กเมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองได้อยู่ในอ้อมแขนใครบางคน  เนื่องจากเมื่อวานถึงแม้เขาไม่ได้แยกเตียงแต่ก็นอนชิดอีกฝั่ง  พยายามไม่เฉียดเข้าอาณาเขตของเจ้าชายหนุ่มที่ล้มตัวนอนแทบจะพร้อมกัน

 

“  แล้วมานอนท่านี้ได้ยังไงหว่า  ”  นักบวชหนุ่มได้แต่เกาหัวก่อนลุกไปอาบน้ำ  โดยไม่รู้เลยว่าคนที่คิดว่ายังไม่ตื่นนั้นรู้สึกตัวตั้งแต่คนที่อยู่ในอ้อมแขนลุกขึ้นนั่งแล้ว  แต่ภาพที่แล่นอยู่ในหัวเขากลับคล้ายเป็นภาพความทรงจำของรูมเมทหนุ่มที่เคยลืมไป

 

ภาพแรกเป็นภาพอีกฝ่ายในชุดเครื่องแบบ  ยืนพร้อมดาบเล่มเพรียวที่อาบด้วยเลือด  พร้อมร่างของใครบางคนที่นอนกองอยู่ที่พื้น  ก่อนเขาจะรู้สึกว่าตัวเองกำลังเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายที่ยิ้มจาง ๆ รับราวไม่รู้สึกรู้สากับสิ่งที่ทำ  จนบาดแผลของคนที่บาดเจ็บอยู่หายไป  เขาถึงรู้ว่าแผลของอีกฝ่ายเป็นภาพลวงตาที่นักบวชหนุ่มสร้างขึ้นเท่านั้น

 

 

มือหนายกใกล้ใบหน้าของนักบวชหนุ่มที่ยืนนิ่ง  พวกเขาอยู่ในสวนแห่งหนึ่งท่ามกลางแสงจันทร์และรัตติกาล  เขาหยิบดอกไม้น้ำแข็งเล็ก ๆ ออกจากเส้นผมสีเงิน

 

“  เวทติดตาม  มิน่าเมื่อวานรู้สึกหนักหัวแปลก ๆ ”  เจ้าตัวยกยิ้มเย้าให้เขาที่มองนิ่ง

 

“  ยอมรับแล้วสินะ ” 

 

“  คงงั้นล่ะครับ ” 

 

ก่อนภาพจะเปลี่ยนเป็นเขาและวอดก้ากำลังนั่งอยู่บนพื้นหญ้า  ขณะเขาเอ่ยเสนออะไรบางอย่างกับอีกฝ่าย

 

“  ฉันต้องการข้อตกลงสามข้อเพื่อปิดบังตัวนาย ” 

 

“ ข้อตกลง เพื่อปิดบังตัวผม ? ว่ามาสิครับถ้าไม่เกินความสามารถ ” 

 

“ ข้อ 1 นายต้องอยู่ในสายตาฉันตลอดเวลาเพื่อให้แน่ใจว่านายจะไม่หนีไปฆ่าใคร ” 

 

“  2 นายต้องไม่รับงานฆ่าใครในโรงเรียนนี้เด็ดขาด” 

 

“  ก็ได้ครับ  แล้วข้อ 3 ? ” 

 

“  ยังคิดไม่ออก  ถ้าฉันต้องการอะไรจากนายจะบอกล่ะกัน ” 

 

 

“  นักฆ่า...งั้นเหรอ ? ” เจ้าชายหนุ่มเบือนสายตามองคนอยู่ในห้องน้ำด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก  ก่อนแววตานั้นจะอ่อนลงเมื่อนึกถึงสิ่งที่วันนี้เขาต้องทำ

 

นั่นคือการทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขากลับเป็นดังเดิม

 

เมื่อนึกถึงเรื่องนั้น  รอยยิ้มก็ผุดที่ริมฝีปากของเจ้าชายหนุ่มในทันที

 

 

 

 

“  จะไปไหน ”  มือหนาคว้าคอเสื้อของวอดก้าอย่างไม่ปราณี  หลังเจ้าตัวทำท่าจะเดินไปหาข้าวกินที่อื่น

 

“  หา ? ฉ...ฉันกะจะไปกินข้าวที่สภา ” 

 

“  กินที่นี่แหละ ”  ไม่ว่าเปล่า  กดไหล่กว้างให้ทรุดนั่งท่ามกลางอาการแปลกใจของพวกวิสกี้ที่เดินตามมาเจอพอดี   พาราไดซ์มองวอดก้านิ่ง ๆ ซึ่งเขาก็ใช่จะไม่รู้คำถามจึงตอบเบา ๆ ว่าอะไรก็ได้  เมื่อร่างสูงเดินจากไป  พวกวิสกี้ก็ยิงคำถามในทันที

 

“ เป็นอะไรมากหรือเปล่าวอดก้า  นายหลับซะจนพวกฉันกลัวเลย ”  จินเป็นคนแรกที่ถามด้วยสีหน้าวิตก  คนป่วยจึงยกมือโคลงหัวเล็กพร้อมคลี่ยิ้มเอ็นดู

 

“  ท่านเอเวอลีนส์ร่ายมนตร์ให้หลับไปนานหน่อยน่ะ  แต่หายแล้ว ”

 

“  วอดก้าไม่ยอมบอกว่าฝืนตัวเองมากขนาดไหน  ฉันงอนแล้ว ”  รัมเชิดหน้าใส่วอดก้า

 

“  ฮะ ๆๆ ขอโทษที  งั้นชดเชยช่วงที่หลับไปคราวนี้ฉันจะอยู่กับพวกนายให้เต็มที่ดีไหม ? ......หือ ? มีอะไรหรือเติร์ก ? ”  เลิกคิ้วถามเพื่อนหนุ่มที่จับชายเสื้อของเขาไว้

 

“  ทำขนมให้กินด้วย ” 

 

“  ได้อยู่แล้ว  ”  เขายิ้มกว้างรับโดยถูกวิสกี้โอบกอดจากข้างหลังไม่ปล่อย  ตัวแสบรองจากวอดก้าหลิ่วตาเจ้าเล่ห์

 

“  แล้วทำยังไง  เจ้าชายน้ำแข็งถึงทำท่าเหมือนจะจำอะไรได้เลยล่ะ ” 

 

“  อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน  สงสัยฉันเสน่ห์แรงเกินล่ะมั้ง หึ ๆ ” 

 

“  เดี๋ยวจะซักจนเปื่อยเลย  ต้องตอบทุกคำถามนะ ”  นักพนันหนุ่มว่า

 

“ ไม่มีปัญหา ” 

 

ระหว่างที่สาว ๆ ในร่างหนุ่ม ๆ กำลังเฮฮา  พวกวิมเลทก็ทำหน้าบึ้งเมื่อตัวป่วนหัวใจสาว ๆ มาเป็นอุปสรรคกับพวกเขาอีกแล้ว

 

“  สัปดาห์นี้ไปนอนกับราฟาเอลไหม ? จะได้นอนรวมห้าคนเลย  ” 

 

นั่นไง  คิดในใจปุ๊บอีกฝ่ายก็เริ่มแผลงฤทธิ์ปั๊บ

 

มือขาวกอดเอวเติร์กไว้  ขณะอีกมือก็จับมือจินมาแนบแก้ม  ปล่อยให้วิสกี้เอาคางเกยไหล่กอดเอว  พร้อมยิ้มเย้าให้รัมนั่งตัก  ดู ๆ ไปคล้ายวอดก้าเป็นเจ้าฮาเร็มซะงั้น

 

“  เอาสิ ! / ไม่ให้ ! ”  สี่เสียงตอบเอาด้วยอย่างกระตือรือร้นขณะอีกสี่เสียงค้านอย่างไม่ต้องใช้สมองคิด

 

วิสกี้หรี่มองวิมเลทด้วยสายตาเย็นชา

 

“  มีปัญหาหรือไง ? ” 

 

“  มี  ฉันไม่ยอมให้วอดก้ามาแย่งนายไปจากฉันหรอก ” 

 

“  คิดมากเกินไปหรือเปล่า  อย่างฉันเนี่ยนะจะแย่งวิสกี้ ? ”  วอดก้าเลิกคิ้วอย่างกวน ๆ ขณะเบือนหน้าปาหาคนที่เกยไหล่ทำให้ริมฝีปากหยักประทับข้างแก้มใสของนักพนันหนุ่มเบา ๆ

 

วิมเลทกัดฟันกรอด แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะคดีเก่าก็ยังสะสางไม่เคลียร์

 

เคียร์มองจินตาละห้อยเพราะดูเหมือนเขาจะกลายเป็นคนไม่สำคัญสำหรับอีกฝ่ายซะแล้ว

 

บลัดดี้หลุบตาต่ำเมื่อเห็นรอยยิ้มจางของเตกีล่าที่กอดแขนวอดก้าไว้  เอาหัวไซ้อย่างออดอ้อน

 

บราวน์ทำหน้าบึ้งเมื่อเห็นร่างเล็กนั่งตักผู้ชาย ( ที่เป็นผู้หญิงปลอมตัวมา ) คนอื่น

 

ตอนนี้ที่พวกเขาต้องการสุดคือการให้เพื่อนหนุ่มเจ้าของวอดก้ามากอีกฝ่ายออกที 

 

“  ไปนั่งให้เรียบร้อย ”  พาราไดซ์ที่กลับมาที่โต๊ะแล้วเจอสภาพชุลมุนที่ดูแบ่งออกเป็นสองฝั่งก็เลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนสั่งเสียงเย็นที่ทำให้วิสกี้  จิน  รัมและเตกีล่าขัดไม่ได้เรียกรอยยิ้มได้จากวิมเลท  เคียร์  บลัดดี้และบราวน์ที่ไม่ต้องการให้สี่สาวไปใกล้ชิดกับวอดก้านัก

 

“ วอดก้า ~ ”  เซซิเลียโผกอดเพื่อนหนุ่มจากทางด้านหลังพร้อมเรียกเสียงดัง  ก่อนจะตามด้วยสองแฝดคาเมลเทียร์และคาเมสเทียร์ที่ส่งเสียงซักถามวุ่นวายเรื่องที่วอดก้าหลับเป็นตายไปอาทิตย์กว่า  ซึ่งเจ้าตัวก็พยายามบอกปัด ๆ

 

“  ซาเซน  อย่าไปกวนวอดก้า ”  ไรออนลากซาเซนที่ทำท่าจะพุ่งไปกอดเพื่อนหนุ่มออกมาพลางส่งยิ้มทัก “ หายป่วยแล้วสินะ  พวกเราเป็นห่วงแทบแย่ ” 

 

“  อ่า  โทษที  ตอนหลับไปลำบากพวกนายแย่ ” 

 

“  ไม่เป็นไร ๆ ” 

 

“ อย่าหักโหมทำงานนะคะคุณวอดก้า ”  มาดอนน่าดันแว่นขึ้นก่อนเอ่ยเตือน

 

“  คร้าบผม ” 

 

ผ่านไปสักพักพอเพื่อนร่วมชั้นทักครบหมดทุกคนนั่นแหละความสงบถึงได้มาเยือนโต๊ะคนป่วย

 

วอดก้าถึงกับเงิบเมื่อเห็นว่าเป็นข้าวต้มอีกแล้ว  เจ้าตัวจึงอดโอดครวญไม่ได้ยามมองอาหารของตนสลับกับรูมเมทหนุ่มที่ดูคนละคลาสกันไปเลย

 

“  โห่ ไดซ์  ฉันกินข้าวต้มมา 3 มื้อแล้วนะ ใจคอนายจะทำให้ฉันหน้าเหลวหรือไง ” 

 

ร่างสูงชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นจริงดังว่า  มองจานอาหารของเขาสลับกับวอดก้าก่อนจะเปรยเสียงเรียบ

 

......แลกกันไหม ? ”

 

นักบวชหนุ่มตาลุกวาวในทันที 

 

“  ได้จริงดิ ? ” 

 

“  อืม ”

 

แต่เมื่อวอดก้าดูชามข้าวต้มของตัวเองดี ๆ ก็ต้องส่ายหัว 

 

“  อ่า  ไม่ต้องแล้ว  ฉันกินนี่ก็ได้ ” 

 

“ ? ”

 

พอสัมผัสได้ถึงความสงสัย   นักบวชหนุ่มจึงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม 

 

“  นายแพ้ถั่วนี่  งั้นเดี๋ยวมื้อนี้ฉันจัดการเอง  แต่มื้อต่อไปขออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ข้าวต้มนะ ” 

 

“  ......นายรู้ ? ” 

 

“  ฉันรู้ทุกเรื่องของนายนั่นล่ะ ”  ตอบกลับไปอย่างเป็นธรรมชาติก่อนตักข้าวต้มเข้าปาก  ทิ้งให้เจ้าชายหนุ่มนั่งหน้าร้อนกับสายตาของคนรอบตัว 

 

กึก

 

เขาที่อมยิ้มตักอาหารเช้าเข้าปากต้องชะงักเมื่อร่างสูงของเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งเดินมาหยุดเท้าที่ด้านหลังรูมเมทของเขา  ยูดาส  เวโลเฟน  เพียงเห็นอีกฝ่ายใกล้ชิดวอดก้า  ความรู้สึกไม่พอใจก็ปรากฏในทันที  ราวรู้ว่าชายหนุ่มผมสีเข้ม...อาจเป็นหนึ่งในคู่แข่งของเขา

 

“  ........ ”  ยูดาสก้มลงพูดอะไรบางอย่างข้างหูวอดก้า  ส่วนคนฟังก็นั่งนิ่ง หรี่นัยน์ตาลงเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ  ก่อนรอยยิ้มระอาจะปรากฏที่ริมฝีปากหยักยามหันไปต่อยเบาๆ  ที่ไหล่หนา  ซึ่งเจ้าของก็ยิ้มบางรับแวบหนึ่ง  ก่อนเจ้าตัวจะทำท่าขอลาโดยไร้เสียง  แวบหนึ่งที่นัยน์ตาสีเข้มสบกับเขา...แววตาที่อ่านไม่ออกว่ายูดาสคิดอะไรอยู่

 

“ มีอะไรเหรอ ? ”  ชายหนุ่มผมสีส้มสดใสที่เขาจำได้ว่าอีกฝ่ายชื่อวิสกี้เอ่ยปากถามในสิ่งที่เขาคาใจอยู่

 

“  ฮะ ๆ ”  วอดก้าเพียงแค่หัวเราะเบา ๆ ในลำคอเป็นคำตอบเท่านั้น

 

  

 

40% สุดท้าย ยาวมว๊ากกกกกก

 

 

 “ เอ๊ะ  มีอะไรอีกเหรอ ? ”  วอดก้าชักเอะใจเมื่อคนที่เพิ่งเดินจากไปเดินย้อนกลับมาอีกครั้ง  ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินเข้มไม่ได้พูดอะไรมาก  ยื่นริบบิ้นเส้นยาวสีม่วงสวยให้วอดก้าที่ทำตาโต  ตบกระเป๋ากางเกงและกระเป๋าเสื้อตัวเองยกใหญ่ด้วยความตกใจ

 

“  บ้าจริง  ทำตกไปตอนไหนกัน  ”

 

มือหนาของยูดาสที่ส่ายหัวยกแล้วทุบศีรษะวอดก้าเบา ๆ ดีที่เมื่อกี้เขาสังเกตเห็นโต๊ะข้าง ๆ ว่าเก็บริบบิ้นได้และถ้าเขาจำไม่ผิดมันก็เป็นริบบิ้นผูกผมของนักบวชหนุ่มที่จนถึงบัดนี้ก็บังไม่เคยรวบผมเลยสักครั้ง  ทำให้เขาต้องเดินย้อนกลับมาเพื่อมอบของสิ่งนี้ให้และ...ทดสอบใครบางคนที่มองมาทางเขาด้วยสายตาเย็นชา

 

“  หัดระวังหน่อยสิ ” 

 

“  คร้าบ ๆ แต้งกิ้วจริง ๆ ”  วอดก้าส่งยิ้มกว้างก่อนหัวเราะร่าให้ร่างสูงที่ยิ้มจาง ๆ ก่อนเขาจะกระพริบตาปริบ ๆ เมื่ออีกฝ่ายใช้มือหนึ่งเท้าเก้าอี้เขาทำให้ตอนนี้เหมือนยูดาสโอบเขาอยู่นิด ๆ

 

“  ไดซ์น่ะ...น่าจะจำอะไรได้บ้างแล้วแต่แค่ยังไม่บอกนายเท่านั้น ”  

 

น้ำเสียงกระซิบเรียบนิ่งที่คล้ายใบ้อะไรบางอย่างทำให้วอดก้าต้องหันขวับมองโดยลืมสังเกตไปเลยว่าบัดนี้เจ้าชายหนุ่มกำลังทำตาวาววับ  เมื่อหน้าของคนทั้งสองอยู่ใกล้กันมากเกินไป  ใจเขาอยากจะกระชากวอดก้าให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนและประกาศว่าอีกฝ่ายเป็นคนของเขานัก...แต่ก็ไม่สามารถกระทำได้

 

“  นายคิดงั้นเหรอ ? ”  น้ำเสียงวอดก้าทอความตื่นเต้นปนแปลกใจแวบหนึ่ง

 

“  ......  ”  ยูดาสไม่ได้ตอบเพิ่มเติมแต่เดินนำไปก่อน

 

“  มีอะไรเหรอ ? วอดก้า ”  วิสกี้ถามด้วยท่าทางสนใจและกระตือรือร้นไม่น้อย

 

“  ...ไม่มีอะไร ”  วอดก้านิ่งคิดเล็กน้อย  ก่อนส่ายหัวแล้วอมยิ้ม   แอบขยิบตาให้เพื่อน ๆ โดยไม่ให้ชายหนุ่มข้าง ๆ เห็น  ไหน ๆ ยูดาสก็สร้างเรื่องมาให้แล้ว  เขาจะเล่นหน่อยคงไม่มีปัญหา

 

ยูสนะ ยูส  จะบอกว่าท่านเอ็กเซลเรียกฉันธรรมดาก็ไม่ได้  ต้องมากระซิบข้างหูแกล้งไดซ์อีกแล้ว

 

วอดก้าคิดในใจอย่างระอา  ทำไมเขาจะเดาไม่ออกว่าเหตุใดเพื่อนหนุ่มถึงได้เจาะจง  พูดคุยอย่างสนิทสนมเป็นพิเศษกว่าปกติ  แต่การที่อีกฝ่ายเป็นคนนอกคงทำให้สามารถสังเกตนิสัยที่เปลี่ยนไปของพาราไดซ์ได้ดี  ทำให้วอดก้าค่อนข้างมั่นใจเรื่องที่ชายหนุ่มพูดไม่น้อย

 

คิดได้ดังนั้นรอยยิ้มบาง ๆ ก็ผุดขึ้นทันใดจนคนทั้งโต๊ะสังเกตเห็น

 

“  โหย...อะไรกัน  มีความลับกันสองคนเหรอ ? ”  จินแสร้งพูดทันที  เรียกอาการหางคิ้วกระตุกได้จากพาราไดซ์ไม่น้อย 

 

“  มุมิมุมิกัน ? ”  เตกีล่าเลิกคิ้วถามเหมือนล้อเลียน  แต่สายตาหมายถึงตัววอดก้ากับพาราไดซ์นั่นล่ะ  ทำเอานักบวชหนุ่มหน้าขึ้นสีโดยไม่รู้ตัว  เพราะเขาก็เคยล้อผู้เป็นเพื่อนเอาไว้

 

“  บ้า ! ใช่ที่ไหนเล่า ! ” 

 

“  คิๆๆ  จริง ๆ ด้วย ”  รัมแสร้งพยักหน้าหงึกหงักไปตามเรื่องราว  พอหนุ่ม ๆ ข้างกายจะค้านก็รีบคว้าตัวไว้ 

 

เคียร์แอบยิ้มแหยเมื่อเห็นพาราไดซ์กำช้อนและส้อมแน่นจนขึ้นข้อขาว

 

“  เอ่อ...ฉันต้องรีบไปแล้ว  เดี๋ยวจะสายซะก่อน  แล้วจะรีบกลับมาให้ทันคาบบ่ายนะ ”  ว่าแล้วก็รีบรุดไปอีกทาง  แต่ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือยังไง  ยูดาสจึงหยุดยืนรอวอดก้าอยู่ที่ประตูโรงอาหารของหอสราท  ก่อนคนทั้งสองจะก้าวออกไปพร้อมกัน  ทิ้งบรรยากาศเย็นเฉียบและกดดันที่โต๊ะของหนุ่ม ๆ และสาว ๆ

 

“  มัวแต่ชักช้า  เดี๋ยวก็โดนแย่งไปโดยไม่รู้ตัวหรอก ”  คนพูดน้อยที่นาน ๆ ทีจะพูด  แต่พอพูดล่ะเจ็บไปทั้งทรวงอย่างเตกีล่าแสร้งพูดลอย ๆ ตามจริงใช่ว่าเธอจะไม่โกรธที่เพื่อนรักต้องทนเจ็บกับการที่ถูกอีกฝ่ายไม่ใยดี   เพราะงั้นพอถึงตอนที่พอจะทำให้อีกฝ่ายเจ็บบ้าง  เธอเลยอดพูดตอกย้ำไม่ได้

 

“  ต...เติร์ก ”  บลัดดี้ถึงกับลอบปาดเหงื่อเมื่อเห็นพ่อค้าข่าวสารในมาดโหด   แม้แต่วิสกี้  จินและรัมก็อดยิ้มแห้งให้ไม่ได้

 

“ ก็มันจริงนี่ ”  เตกีล่าพูดเสียงเรียบ  รวบช้อนให้เรียบร้อยก่อนยกน้ำขึ้นจิบแก้กระหาย  ปากก็เอ่ยเสียดสีชายหนุ่มต่อ “  วอดก้าแค่ทนเจ็บได้นานกว่าคนอื่นก็ใช่ว่าจะไม่มีลิมิต   ถ้าทนไม่ไหว...มันก็ต้องถอยให้คนอื่นมาดูแลล่ะนะ ” 

 

คนอื่นที่จะมาดูแลวอดก้า  จะไม่ใช่ใครนอกเสียจาก 'ยูดาส' ที่แลดูมีเลศนัยบางอย่างกับวอดก้า  วิสกี้กระตุกยิ้มบ้างก่อนดึงวิมเลทให้ลุกขึ้นเพื่อปลีกตัวจากไป   เช่นเดียวกับรัมและบราวน์  แต่แพทย์หนุ่มก็อดพูดทิ้งท้ายไม่ได้

 

“  ฉันจะช่วยใบ้ให้   ถ้านายยังไม่สามารถเรียกความทรงจำเกี่ยวกับริบบิ้นของวอดก้าได้  ถึงตอนนั้นพวกฉันก็จนปัญญาแล้วล่ะ ” 

 

ถึงจะพูดไปแบบนั้น  แต่รัมก็มั่นใจว่าเพื่อนสาวไม่มีทางเปลี่ยนใจไปจากเจ้าชายหนุ่มแน่นอน  ส่วนเรื่องของริบบิ้นสีม่วงเส้นนั้น  สงสัยต้องทำอะไรสักหน่อยแล้ว

 

พอคิด  ก็อดกระตุกยิ้มไม่ได้

 

“  โอ๊ย  ทำอะไรน่ะ ”  รัมสะดุ้งโหยงเมื่อถูกคนข้างกายดึงแก้มอย่างหมั่นเขี้ยว  หันไปค้อนควับใส่  แต่บราวน์ก็แกล้งทำผิวปากไม่รู้เรื่อง  แต่มุมปากกลับปรากฏรอยยิ้มขึ้น

 

ใครจะบอกล่ะว่าเจ้าตัวเวลาทำสีหน้าเจ้าเล่ห์เหมือนคนมีแผน  มันน่ารักน่าเอ็นดูจนอดแกล้งไม่ได้น่ะ

 

 

 

 

ทางด้านพาราไดซ์   เรื่องที่เรียนในวันนี้แทบไม่เข้าหัวเขาเลยสักนิดเมื่อสมองยังวนเวียนอยู่กับคำพูดของของเตกีล่า  หนึ่งในชายหนุ่มที่เพื่อนสนิทของเขารักตลอดมา  ภาพความสนิทสนมและอากัปกิริยาที่เขาเคยเห็นจากเจ้าตัว  เขาเห็นวอดก้าแสดงมันอีกครั้งแต่กลับไม่ใช่กับเขา

 

นั่นทำให้เขารู้สึก...วูบโหวง...ปนกับความรู้สึกอิจฉาและโกรธเคืองเพื่อนร่วมห้องของตัวเขาทั้งที่เรื่องที่อีกฝ่ายทำก็ไม่ใช่เรื่องผิด

 

 

ไม่สิ

 

ผิด...ผิดมาก

 

ผิดที่แสดงท่าทางอย่างนั้นกับคนอื่นที่ไม่ใช่เขา...และทำให้เขาว้าวุ่นขนาดนี้

 

 

“  ไดซ์ ”  เสียงทุ้มที่ร้องเรียกทำให้เขาหันขวับไปมองอย่างรวดเร็ว  นัยน์ตาสาดประกายจ้าทำเอาคนเรียกอย่างวอดก้าสะดุ้งโหยง

 

“  นาย...จะกินฉันเหรอ ?  ทำหน้าซะดุเลย ”  พอได้ยินคำพูดที่ดูเหมือนไม่คิดอะไรมากของอีกฝ่ายแล้ว  เจ้าชายหนุ่มถึงกับชะงัก  กวาดตามองสภาพของนักบวชหนุ่มที่อยู่ในเสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมสองเม็ดบน  พาดเสื้อนอกตัวหนาไว้บนบ่า  ร่างกายยังอาบไปด้วยเหงื่อจาง ๆ

 

“  อะแฮ่ม...กลับมาช้า? ”  พาราไดซ์ควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติขณะถาม

 

“  รองผอ.เรียกฉันไปคุยงานน่ะเพราะคนในสภาไม่มีใครว่างสักคน  ว่าแต่นายเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย  เมื่อกี้ก็ทำหน้าซะน่ากลัว ” วอดก้าทำหน้าสงสัยขณะทรุดนั่ง 

 

“  ไม่มีอะไร ”  เจ้าชายหนุ่มเบือนหน้าหนีก่อนจะสะดุ้งน้อย ๆ เมื่ออีกฝ่ายคว้ามือของเขาไปกุมไว้แนบหน้าก่อนถอนหายใจออกมา  ทำให้ความคิดในหัวของพาราไดซ์ที่สับสนเมื่อครู่เลือนหายไป  เปลี่ยนเป็นให้ความสนใจอีกฝ่ายซึ่งคล้ายเหน็ดเหนื่อยจากอะไรบางอย่างแทน

 

“  เป็นอะไรหรือเปล่า ”  น้ำเสียงที่มีแววห่วงใยนิด ๆ ยิ่งทำให้หญิงสาวในคราบชายหนุ่มต้องบีบมือนั้นให้แน่นขึ้นก่อนปล่อยออกด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ

 

“ ไม่ได้เป็นไรหรอก  อ่ะ... อาจารย์มาแล้ว  เรียนกันดีกว่า ” 

 

ตลอดคาบบ่ายแม้คนพูดจะบอกให้ตั้งใจเรียนแต่เขาก็สังเกตุได้ว่าวอดก้าเหม่อลอยแทบจะตลอดเวลา  ดวงตาปรากฏแววครุ่นคิดอย่างคนคิดไม่ตกจนชายหนุ่มเริ่มเป็นกังวล  ซึ่งนั่นคงเป็นเรื่องที่อาจเกี่ยวกับความทรงจำของเขา

 

จริงสินะ

 

“  ฉันจะช่วยใบ้ให้   ถ้านายยังไม่สามารถเรียกความทรงจำเกี่ยวกับริบบิ้นของวอดก้าได้  ถึงตอนนั้นพวกฉันก็จนปัญญาแล้วล่ะ ” 

 

“  ริบบิ้นงั้นเหรอ ? ”  เจ้าชายหนุ่มพึมพำเบา ๆ ก่อนมองเส้นผมยาวสลวยสีเงินที่ไม่เคยมัดรวบแม้สักครั้งตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมานั่นทำให้เขาสงสัยเพราะมันต้องเกี่ยวกับความทรงจำของเขาแน่

 

และถ้าหากเขาหาคำตอบเกี่ยวกับมันไม่ได้  เขาอาจ...จะต้องเสียวอดก้าไป...ตลอดกาล

 

 

 

 

“  หือ  ริบบิ้นสีม่วง ? อ้อ  ที่วอดก้าผูกประจำน่ะเหรอ ? ”  จีจี้เลิกคิ้วสูงเมื่ออยู่ ๆ รุ่นน้องหนุ่มก็เข้ามาถามด้วยสีหน้าจริงจังถึงเรื่องริบบิ้นผูกผมสีม่วงสวยของวอดก้า

 

“  อืม...ฉันก็ไม่รู้อะไรมากหรอกนะ  เธอลองไปถามแชร์ดูสิ  แชร์ออกไปซื้อกับเธอนี่  น่าจะรู้เรื่องมากกว่าฉัน ” 

 

“  ครับ ” 

 

แชร์  อนาสเซลสินะ

 

พาราไดซ์สรุปกับตนเองในใจก่อนเดินมุ่งหน้าไปยังหอคิมหันต์  ที่รุ่นพี่สาวซึ่งน่าจะรู้เรื่องดีที่สุดอยู่ทันที

 

 

 

 

“  มีอะไรจะคุยกับพี่เหรอ ? ”  แชร์กระพริบตาถี่ ๆ มองรอบ ๆ ซึ่งไม่มีใครอยู่ด้วยแม้แต่คนเดียวด้วยสายตาแปลกใจว่ารุ่นน้องหนุ่มสุดหล่อจะพูดเรื่องอะไรกับเธอแต่ดูว่าเธอจะไม่ต้องรอนาน  เพราะชายหนุ่มก็พูดเข้าเรื่องไม่อ้อมค้อมทันที

 

“  ผมอยากจะถามเกี่ยวกับริบบิ้นสีม่วงของวอดก้านะครับ  ว่าทำไมมันถึงสำคัญกับวอดก้า ” 

 

“  หมายความว่าไงจ้ะ ”  แชร์เบิกตากว้างด้วยความสงสัยกับคำถามของอีกฝ่าย  ก่อนเธอจะนิ่งฟังเรื่องเล่าย่อ ๆ จากรุ่นน้องหนุ่มเรื่องที่ถูกผงลบความทรงจำเข้าไปจนลืมเรื่องราวทั้งหมดไป  แต่ตอนนี้เขาต้องการรู้เรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับรูมเมทหนุ่มซึ่งตอนนี้มีเพียงแชร์เท่านั้นที่จะตอบได้

 

“  เฮ่อ...เรื่องมันเป็นอย่างนี้ก็ช่วยไม่ได้ ”  ต่อหน้าแชร์แสร้งถอนหายใจ  แต่ในใจนี่เธอกระโดดตัวลอย  ชกกำปั้นใส่อากาศหลายรอบเมื่อได้ไขข้อข้องใจสาเหตุที่น้องไดซ์เย็นชาและโหดร้ายกับน้องวอดก้าของเธอเสียเหลือเกิน  เพราะลืมไปนี่เองว่าแอบหลงรักน้องวอดก้ามาก่อนโดยไม่ได้ใส่ใจที่ฐานะและความแตกต่างของน้องวอดก้าเลย  อ๊ายยยย  แต่ตอนนี้ถึงความทรงจำจะยังไม่กลับมาแต่ความรู้สึกยังคงอยู่  ถึงต้องการรู้ความจริงชิมิ ชิมิ  แบบนี้ต้องขยายยยยยยย

 

ไม่สิ  นี่ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องแบบนี้

 

จะว่าไป...

 

แชร์หัวเราะแห้ง ๆ เมื่อกวาดตามองรอบ ๆ เพราะสถานที่นี้คือสถานที่ที่เธอมาสารภาพรักกับน้องไดซ์และอกหักดังเปาะ  ถึงจะได้รู้อะไรดี ๆ ก็เถอะ

 

“  น้องไดซ์นี่เลือกถูกที่จริง ๆ ” 

 

“  ? ”

 

“  ตรงนี้น่ะ  เคยเป็นที่ ๆ พี่สารภาพรักกับน้องไดซ์ล่ะ   แต่ก็อกหักดังเปาะ  เพราะว่าน้องไดซ์บอกว่ามีคนที่ชอบอยู่แล้ว ” 

 

“  ! ”  พาราไดซ์เบิกตากว้าง  ก่อนจะควบคุมสติให้กลับมาราบเรียบดังเดิม   แม้นัยน์ตาคู่สีม่วงเข้มนั้นจะเริ่มส่อความอยากรู้แล้วก็ตาม

 

“  ตอนนั้นพี่ก็เคยได้ยินนะว่าน้องไดซ์ปฏิเสธคนที่มาสารภาพรัก  บอกว่ามีคนที่ชอบแล้ว  พี่ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง  จนกระทั่งน้องเล่าถึงคนที่น้องชอบให้พี่ฟังนั่นล่ะ  พี่ถึงเข้าใจ...”  แชร์อมยิ้มก่อนจะทำหน้าฟินเมื่อนึกถึงใบหน้าของรุ่นน้องหนุ่มที่พูดถึงใครคนนั้น ( ซึ่งเมื่อเธอรู้ว่าคือวอดก้า  ความฟินก็ยกกำลังล้านเลยทีเดียว )

 

“  ตอนนั้นล่ะนะพี่ไม่อยากพูดถึงใบหน้าน้องไดซ์เลยว่าอ่อนโยนแล้วก็อ่อนหวานขนาดไหนตอนพูดถึงน้องวอดก้า  พี่ถามว่าใครคนนั้นของเธอเป็นคนยังไง  รู้ไหมเธอตอบว่าอะไรบ้าง ”  พูดถึงตอนนี้รุ่นพี่สาวก็บิดตัวจนจะเป็นเกลียวด้วยความเขินอาย

 

“  เขาคนนั้นของเธอ...” 

 

“  มีเสน่ห์...

 

ภาพบางอย่างแวบเข้ามาในหัวดั่งคำพูดของแชร์เป็นกุญแจปลดล็อคความทรงจำ  ชายหนุ่ม (?)  ร่างสูงซึ่งตราตรึงในใจตั้งแต่พบกันครั้งแรกที่พบในตลาด...มันคือครั้งแรกที่พวกเขาพบกันด้วยเหตุการณ์ที่บังเอิญเหมือนกันอย่างไม่น่าเชื่อ  ใบหน้าสวยคมงดงามราวภาพวาด  สิ่งที่เขาเห็นในดวงตาสีม่วงอมแดงคู่สวยคือความประหลาดใจและขบขันกับโชคชะตาที่ชักนำพาให้มาพบกัน

 

“  เจ้าเล่ห์...

 

ยามรับน้อง   แม้จะไม่รู้ในแผนการอีกฝ่ายแต่กลับเสนอแผนซ้อนอื่นที่ชวนให้ตกใจ  ใบหน้าระบายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และดูสนุกสนานกับการจะได้กลั่นแกล้งรุ่นพี่ทั้งหลายซึ่งเขาปฏิเสธไม่ได้ว่ามันช่างดูมีชีวิตชีวาและเหมือนปีศาจน้อยเริงร่า

 

“  อวดดี...

 

ในตอนแข่งขันในวิชาเรียนกับเขา  เป็นคน ๆ แรกที่บีบบังคับให้เขาต้องเสียคำพูดที่ยาวที่สุดไปด้วยแววตาท้าทายและชวนให้ร้อนรุ่ม

 

“  ลึกลับ...” 

 

ตอนเที่ยงคืนตรงหลังเกมพระราชา  ดวงตาสีสวยที่ที่เหมือนถูกสีอื่นแต่งแต้ม  ริมฝีปากหยักสีแดงสดที่เหยียดยิ้มโค้งให้อย่างเชื่องช้าพร้อมพวกพ้องที่มีที่มาไม่ธรรมดาไม่แพ้กัน

 

ตอนต่อสู้กันนั้นก็แสน...

 

“  องอาจ...  ดาบประทะดาบสื่อแทนคำพูดและฝีมือ  บอกล้นการซ่อนคมและฝีมืออันมากมาย

 

“  และสุดท้ายเขาคนนั้นของน้องเธอ...น่ารัก ”  ภาพรอยยิ้มกว้าง ๆ สดใสของวอดก้าผุดขึ้นมาป็นฉาก ๆ  รอยยิ้มที่กว้างคล้ายมอบให้เขาคนเดียว  ท่าทางออดอ้อนราวเด็ก ๆ ทั้งที่อายุก็ไม่น้อย  และแทนที่เขาจะรำคาญ  เขาเองก็รู้สึกว่า...คำว่าน่ารักก็เหมาะกับอีกฝ่ายเช่นกัน

 

แชร์ที่มองพาราไดซ์สังเกตุเห็นชัดว่าตอนเธอพูดคำสุดท้าย  ใบหน้าคมคายเย็นชาพลันอ่อนโยนลง  รอยยิ้มมุมปากผุดเจือจางโดยไม่รู้ตัว  ท่าทางที่ไม่ต่างจากตอนนั้นแม้แต่น้อยทำให้เธอแอบกรี๊ดดดดดดด

 

“  แล้ว...พี่รู้ได้ยังไงครับว่าคนที่ผมชอบคือวอดก้า ” 

 

ชายหนุ่มอดสงสัยไม่ได้เพราะคนอย่างเขาไม่น่าจะบอกความลับนี้กับใคร  แชร์อมยิ้มนิดๆ

 

“  ตอนแรกพี่ก็ไม่รู้หรอก  ตอนสารภาพรักแล้วโดนน้องปฏิเสธ  น้องวอดก้าก็โผล่มาพอดี  พี่ถึงเริ่มรู้สึกว่าน้องไดซ์กับน้องวอดก้านี่สนิทกันดีเนอะ  มีกอดคอ  มีจับหน้า ”  คนฟังหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย   ภาพในอัลบั้มย้อนกลับมารีเพลย์ทีละภาพ  ตอกย้ำความสนิทสนมที่ดูผิดสังเกตไม่น้อย  “  พี่ก็เฉย ๆ นะ  แล้ววันเสาร์พี่ก็ขอให้น้องไดซ์ให้ไปเป็นเพื่อนพี่ซื้อของขวัญให้จีจี้  ตอนแรกเธอก็กะจะไม่ไปแล้วก็เปลี่ยนใจเพราะบอกอยากซื้อริบบิ้นผูกผมให้ใครคนนั้นของเธอ ” 

 

ริบบิ้น ?

 

“  หรือว่า...”  เจ้าชายหนุ่มที่เข้าใจถึงความสำคัญของมันขึ้นมาลาง ๆ เงียบไปในทันทีทันใด   หรือว่าริบบิ้นที่แสนสำคัญของอีกฝ่าย...จะเป็นของที่เขาซื้อให้ ?

 

“  จ้ะ  น้องไดซ์ไปซื้อริบบิ้นผูกผมให้น้องวอดก้า   พี่เลยแนะนำร้านนึงที่สามารถสั่งสีได้ตามใจชอบ   และก็เป็นความบังเอิญอีกนั่นล่ะที่อยู่ ๆ น้องวอดก้าก็โผล่มา  ตอนนั้นน้องไดซ์ไม่พูดพร่ำทำเพลง   ลากน้องวอดก้าไปสั่งสีริบบิ้นเลย ” 

 

ภาพบางอย่างแวบเข้ามาในหัวพาราไดซ์  ไล่มาตั้งแต่ที่เขาอยู่กับแชร์ที่สถานที่แห่งหนึ่งคล้ายพวกเขากำลังคุยกันแล้ววอดก้าก็โผล่มา  จนถึงภาพที่เขาพาวอดก้าเข้าร้านทำริบบิ้นดั่งที่รุ่นพี่สาวบอก  เสียงสนทนาแล่นวาบในหัว

 

“  เป็นอะไรหรือเปล่าน้องไดซ์ ”  แชร์ถามชายหนุ่มด้วยท่าทางตกใจเมื่ออยู่ ๆ ร่างของอีกฝ่ายก็เซวูบ  ยกมือคลึงขมับพร้อมใบหน้าเคร่งเครียด

 

“  ป...เปล่าครับ  เล่าต่อเลย ”  เจ้าชายหนุ่มสูดลมหายใจลึกเพื่อระงับหัวที่ปวดตุบ ๆ กับความทรงจำที่สอดแทรกเข้ามา

 

“  อ่าจ้ะ ”  แชร์คลายสีหน้ากังวลเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “  พอได้ริบบิ้นแล้วน้องไดซ์ก็ผูกผมให้น้องวอดก้าตรงนั้น   แล้วพวกน้องก็คุยกันเรื่องมื้อเย็นต่อ  น้องวอดก้าก็พูดล้อเล่นประมาณว่ารักน้องไดซ์จัง  แล้วพี่...ก็ได้ยินน้องไดซ์กระซิบว่า  รักนายเหมือนกัน  พี่ถึงได้รู้ว่าคนที่น้องไดซ์แอบชอบคือน้องวอดก้า  ตอนที่พี่มองไล่หลังน้องนะ  พี่เห็นแต่น้องไดซ์ที่อบอุ่น  อ่อนโยนแล้วก็ฟังน้องวอดก้าไปตลอดทางเลยล่ะ ” 

 

เธอยิ้มขวยเขิน  ก่อนขอตัวจากลาโดยไม่วายทิ้งท้ายว่า

 

“  แล้วอย่าลืมหาทางคืนความทรงจำเร็ว ๆ นะ  ไม่งั้นน้องวอดก้าอาจจะเสียใจก็ได้ ” 

 

......... ” 

 

หลังรุ่นพี่สาวจากไป  พาราไดซ์จึงเริ่มก้าวเดินเพื่อหาใครคนนั้น  คนที่ทำให้จิตใจเขาสับสนและทำให้เขารู้สึกบางอย่างในอกมันพองโตยามได้รับคำตอบ  ริบบิ้นที่อีกฝ่ายหวงนักหนาและให้ความสำคัญ  คือสิ่งของที่เขามอบให้  และจากภาพความทรงจำ  ความคุ้นชินจากการรวบผมวอดก้า  การที่ตั้งแต่เขาได้ตื่นมาโดยไร้ความทรงจำ  สาเหตุที่นักบวชคนนั้นไม่ยอมรวบผม

 

เป็นเพราะรอเขาอย่างนั้นใช่ไหม...?

 

พระอาทิตย์เริ่มตกดินทว่าเขาก็ยังหารูมเมทหนุ่มไม่เจอ  จนกระทั่งสังหรณ์บางอย่างนำเขามายังสวนเล็ก ๆ ข้างปราสาท  สถานที่ซึ่งดูคุ้นตาเขาอย่างน่าประหลาด  

 

นัยน์ตาสีม่วงเข้มดั่งอัญมณีกวาดตามองไปเรื่อย ๆ กลิ่นหอมบางอย่างล่องลอยมาตามสายลมพร้อมริบบิ้นสีสวยเส้นหนึ่ง  ร่างสูงยกมือคว้าไว้ก่อนจะสบตาสีส้มสดใสที่ฉายแววแปลกใจบางอย่าง  ก่อนอีกฝ่ายจะแย้มยิ้มทักทายเขา

 

“  ไงไดซ์  มาตามหาฉันเหรอ ? ”  วอดก้าถาม  เขายืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งค่อนข้างร่มรื่นและมีดอกไม้หลายหลายสี  ซึ่งเพียงเห็นต้นไม้นี้เขาก็จำได้ในทันที  ต้นไม้ที่มีใบสีเขียวและดอกสีม่วงสวย  สถานที่ที่เขาเคยทำข้อตกลงกับนักบวชหนุ่ม...และสถานที่นี่คือภาพสุดท้ายในอัลบั้มที่เขาได้ดู  ภาพที่วอดก้านอนหนุนไหล่เขา  พริ้มตาหลับยังฝังอยู่ในความทรงจำ 

 

พาราไดซ์ไม่ได้ตอบ  เพียงเดินเข้าไปใกล้คนที่ทำท่าทางสงสัย   ก่อนจะเริ่มยืนซ้อนหลังอีกฝ่าย  สางเส้นผมสีเงินนุ่มยาวสลวยให้อย่างเบามือ  ณ  ตอนนี้ภาพตั้งแต่ยามได้พบกันครั้งแรกเริ่มไหลย้อนเข้ามาแล้วเมื่อเขานั้นเปิดใจ...ยอมรับ

 

“ ไดซ์ ? ” 

 

“  นายชอบให้ฉันรวบผมให้...ไม่ใช่เหรอ ? ”  เสียงทุ้มต่ำเยือกเย็นที่ถามทำให้หญิงสาวในคราบชายหนุ่มนั้นนิ่งงัน  ยามสัมผัสได้ถึงกระแสบางอย่างเจือจาง  ความคุ้นเคยนี่...ความอ่อนโยนนี่

 

ริบบิ้นเส้นยาวถูกใช้มามัดรวบเส้นผมช้า ๆ และเรียบร้อย  ในวินาทีต่อมาเส้นผมสีเงินก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงยาวสลวย  ที่ยามสะท้อนแสงอาทิตย์จะเป็นประกายสีทองเจือจาง  ร่างนั้นหันหน้ากลับมาหาเขา  ด้วยใบหน้าที่แปรเปลี่ยนไปจากเดิม  งดงาม...น่าหลงใหลด้วยนัยน์ตาสีม่วงแดง

 

“  ไดซ์ นาย...” 

 

แทนคำตอบของคำถามที่กำลังจะเอ่ย  มือหนาใช้นิ้วชี้เลื่อนแตะริมฝีปากหญิงสาวแผ่วเบา  เพื่อหยุดยั้งคำพูด  แล้วโน้มกายเข้าไปหาเพื่อตอบด้วยสัมผัสของเขาเอง

 

ริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกันช้า ๆ สิ่งที่เจ้าชายหนุ่มได้รับคือความอ่อนนุ่มและรสชาติหวานละมุนในปากเล็ก  ลิ้นเซาะเข้าไปข้างในอย่างชำนิชำชาญ  ดูดกลืนทุกความหวานและมอบความอ่อนโยนและอบอุ่นให้ดั่งทุกครั้งที่เคยสัมผัสกัน  

 

คน ๆ นี้ ...คือคนเดียวที่ได้ครอบครองหัวใจของเขา

 

คน ๆ นี้ ...คือคนเดียวที่ทำให้หัวใจเขาว้าวุ้นและหลงใหลได้ถึงขนาดนี้

 

และเป็นคน ๆ เดียวที่เขาอยากจะปกป้องตลอดไป  อย่างไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

 

เมื่อถอนริมฝีปากออกพาราไดซ์ก็จำได้ทุกอย่าง  เขาไล่สัมผัส  ใช้ริมฝีปากจูบที่กระหม่อมหญิงสาว   เลื่อนมายังหน้าผากกว้าง  เปลือกตาบาง  ปลายจมูกโด่งสวยและย้ำสัมผัสหนัก ๆ ที่ริมฝีปากอีกครั้ง

 

“  ฉันกลับมาแล้ว...ซีเวียร์น่า ”  อีกชื่อที่ไม่ได้ถูกกล่าวขานมานานทำให้วอดก้ายิ้มกว้าง

 

น้ำตาที่เคยอดกลั้นกับความหมางเมินเย็นชาของอีกฝ่ายหลั่งออก  ทว่าก็ถูกพาราไดซ์นั้นจูบซับให้อย่างอ่อนโยน

 

“ ยินดี...ต้อนรับกลับ ไดซ์... ” 

 

“  อืม ”  ริมฝีปากหยักผุดรอยยิ้ม  มือหนาโอบกอดกระชับคนในอ้อมแขนแน่น 

 

จะไม่มีอีกแล้ว  การลืมเลือนคน ๆ นี้

 

และจะไม่มี...การทำให้เธอต้องเสียใจอีกต่อไป

 

 

 

 

“ ดูเหมือนว่าจะคืนดีกันได้แล้วนะ  คู่นั้นน่ะ ”  เทรนอมยิ้มให้สองรุ่นน้องหนุ่มนิด ๆ ที่ดูจะปรับความเข้าใจกันได้แล้วหลังเจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์หมางเมินนักบวชหนุ่มมาเสียนาน   ตอนนี้วอดก้ากำลังนอนหนุนตักพาราไดซ์ที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ในสภา  

 

เซราสมองตามก่อนจะหรี่มองเส้นผมสีเงินที่ยามนี้ถูกรวบด้วยริบบิ้นสีม่วงสวยแล้วขยับริมฝีปากหยักเป็นรอยยิ้มนิด ๆ ยามขานรับ

 

“ อืม... ” 

 

“  จริงสิ  ไหน ๆ วันนี้ก็วันศุกร์แล้ว  เย็นนี้ไปเดินซื้อของเข้าห้องบ้างดีไหม ?  ของในตู้เย็นก็หมดแล้วด้วย ”  ชายหนุ่มตาสีเพชรทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้

 

เซราสนิ่งเล็กน้อยก่อนพยักหน้ารับ  ซึ่งเขาก็อาสาเป็นคนจ่ายเงินแทนทำเอารูมเมทของตัวเขาทำตาโตด้วยความดีใจ  ฉีกยิ้มกว้างคุ้นตาให้ซึ่งทำให้ชายหนุ่มเรือนผมสีน้ำเงิน...อดรู้สึกอุ่นวาบนิด ๆ ไม่ได้ยามได้รับรอยยิ้มนั้น

 

“ เจ๋ง ! งั้นฉันว่าไปเก็บของรอก่อนดีกว่า  ”  ยังไม่ทันที่เทรนจะได้พุ่งตัวออกจากห้องสภา  คอเสื้อก็ถูกคว้าไว้ด้วยความแรงทำเอาเขาน็อคกลางอากาศ  ทำหน้าจะร้องไห้ยามได้ยินประกาศิตจากเพื่อนสนิทที่พูดเสียงเฉียบขาด

 

“  นายยังทำงานไม่เสร็จ  เทรน  ไปทำงานซะ ” 

 

“  อ๊ากกกกก โหดร้าย ” 

 

 

 

“  พี่สาวคนสวย  ผมขอชิมแอปเปิ้ลได้ไหมครับ ”  ตอนนี้เทรนกำลังทำตาวาวใส่หญิงสาวที่ร้านขายผลไม้ใตลาด  เขาสนใจอยากได้แอปเปิ้ลเอาไปเป็นของกินเล่นในห้องแต่อดรู้สึกอยากกินไม่ได้  ด้านหลังเป็นเซราสที่ช่วยเขาหิ้วของทั้งหมดคนเดียวด้วยความขี้เกียจของตัวเขา

 

สาวเจ้าทำหน้าเขินอาย  พยักหน้านิด ๆ พลางส่งแอปเปิ้ลทรงกลมป้อม ๆ ที่มีสีเปลือกสีแดงสวย  เทรนอ้าปากกัดคำใหญ่ดังกร๊วบ  ก่อนจะยิ้มอย่างพอใจในรสชาติหวานอมเปรี้ยวของแอปเปิ้ล

 

“ ขอสองถุงใหญ่เลยครับพี่สาว ” 

 

“  ได้จ้ะ ” 

 

“  ลองสักคำไหม ? เซส ” ชื่อย่อ ๆ ของเซราสที่เปรียบดั่งชื่อเล่นและมีเพียงคนเรียกคนเดียวที่เรียกเขาด้วยชื่อนี้เริ่มทำให้แม่ค้าสาวที่กำลังกวาดแอปเปิ้ลใส่ถุงชะงักนิด ๆ เผลอค้างมองหนึ่งหนุ่มหล่อผมสีม่วงอ่อน  นัยน์ตาสีเพชรกับเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินเข้มจนเกือบเป็นสีดำที่ยืนคุยกันอยู่

 

เซราสรับแอปเปิ้ลลูกที่เทรนส่งมาให้ซึ่งมีรอยกัดของเจ้าตัวเป็นหลักฐานด้วยสายตาระอาใจกับนิสัยง่าย ๆ ติดไม่สนใจสายตาคนรอบข้าง  ทว่าเขาก็รับมากัดบ้างก่อนรอยยิ้มที่มุมปากจะผุดเจือจางเมื่อได้รสหวานของแอปเปิ้ลสด ๆ เต็มคำ

 

“  เอ่อ  พี่สาวครับ ”  หัวหน้าหอรูปหล่อกระพริบตาปริบ ๆ มองแม่ค้าสาวที่มองไปทางเซราสคล้ายอึ้งกับอะไรบางอย่าง  ก่อนจะบางอ้อ  นึกว่าตกตะลึงในความหล่อเพื่อนของเขา  เลยยกยิ้มกว้าง  ดึงร่างสูงมาโอบไหล่ก่อนขยิบตาให้

 

“  ถึงพี่สาวจะมองเพื่อนผมอึ้งตะลึงขนาดไหน  แต่บอกไว้ก่อนว่าหมอนี่น่ะ 'ของผม' นะครับพี่ ” 

 

กรี๊ดดดดดดดดดดด

 

“  ยังจะเล่น ”  เซราสดีดมะเหงกใส่อีกฝ่ายเบา ๆ เมื่อเพื่อนหนุ่มพูดอะไรกำกวมให้คนรอบข้างนั้นเข้าใจผิด  เขารู้ความหมายดีว่าอีกฝ่ายแค่อยากแกล้งคนอื่นเท่านั้นเลยชอบเอาเขามาเอี่ยว  และดูจะได้ผลเพราะคนขายทำท่าวิญญาณหลุดลอยออกจากร่างไปเรียบร้อยแล้ว

 

“  โหดร้าย  ทั้งที่เมื่อคืนนายออกจะอ่อนโยนกับฉันมากแท้ ๆ ”  เทรนแกล้งร้องโวยวายเป็นเด็ก  เมื่อคืนเซราสอุตส่าห์ยอมนวดขมับให้เขาเพราะเห็นเริ่มปวดหัวบ่อยมาขึ้นเลยช่วยคลายเครียดให้  ตอนนี้ดันมาดีดมะกอกใส่เขา  อาการเจ็บเลยแล่นจี๊ดๆ เลย

 

“  นั่นมันไม่เกี่ยวกัน... ” 

 

เขาตอบเสียงเฉยชา  ก่อนนัยน์ตาคมจะเลิกคิ้วเมื่อเห็นรูมเมทหนุ่มกุมขมับข้างหนึ่งแล้วเริ่มนวดเบา ๆ  เปลือกตาสีอ่อนกระพริบแรง ๆ คล้ายเรียกสติตนเอง  ทำให้เซราสต้องวางของ  จับไหล่หนามาใกล้พร้อมดูอาการปวดหัวของเทรนที่เริ่มกำเริบ

 

“ ไหวหรือเปล่า ? ”  ถามเสียงนิ่งแต่แฝงความเป็นห่วงเป็นใยเจือจาง  หัวหน้าหอรูปหล่อพยักหน้ารับ  ก่อนจะร้องอ้าวเมื่อแม่ค้าสาวนั้นเลือดกำเดาไหลกลบหน้า

 

“  เฮ้ย ! พี่สาว  ไหวหรือเปล่าเนี่ย ? ” 

 

“  ว......ไหวอยู่แล้วค่า   ต...แต่...ว่าฟินจัง ”  เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ สองหนุ่มจึงเพิ่งรู้สึกได้ว่าสาว ๆ รอบตัวกำลังมองพวกเขาด้ววยสายตาอันน่าขนลุกบางประการ 

 

เทรนได้รับส่วนลดอย่างไม่คาดคิดจากแม่ค้าสาว  และไม่รู้ว่าทำไมเวลาเขาไปซื้อของสด  ตอนถามเซราสว่าวันนี้จะกินอะไร  เจ้าของร้านที่เป็นผู้หญิงก็ให้ของแถมมามากมาย   ตอนเซราสดึงบางอย่างที่ติดผมเขาออกหน้าร้านขายของสดก็ได้ส่วนลดฟรีด้วยซ้ำ  หรือตอนปาดคราบของกินที่เลอะแถวปาก  ผู้หญิงรอบตัวก็ทำท่าเข่าอ่อนไม่ก็ฟุบไปโดยไร้สาเหตุ

 

เทรนขมวดคิ้วนิด ๆ ขณะพึมพำ

 

“  พิลึกแฮะ  ว่าแต่ตกลงวันนี้ทำอะไรกินกันดี ไก่อบน้ำผึ้งดีไหม ? ของโปรดนายนี่ ”  ประโยคท้ายหันไปถามคนข้าง ๆ ซึ่งเจ้าตัวก็พยักหน้ารับ  ก่อนพวกเขาจะหยุดพักการซื้อของที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งซึ่งมีม้านั่งสำหรับพักผ่อนหย่อนใจอยู่  

 

คนที่เริ่มเมื่อยจากการเดินซื้อของ  ไม่รอที่จะวิ่งไปทรุดนั่ง  พร้อมคว้าแอปเปิ้ลลูกใหม่มากินต่อด้วยท่าทางเริงร่า  ตามนิสัยเจ้าตัว  แน่นอนว่าเซราสต้องตามไป  เขาวางของลงแล้วพินิจคนที่ข้าง ๆ ที่นั่งกินผลไม้อยู่ด้วยสายตาที่แฝงความคิดบางอย่าง

 

“  มีอะไรเหรอ ? เซส ”  เทรนเลิกคิ้วสูงกับสายตาที่คล้ายอยากจะถามบางสิ่งกับเขา

 

“  วันนี้...”  เสียงทุ้มเริ่มพูดด้วยถ้อยคำที่คล้ายกำลังเรียบเรียง  ก่อนกล่าวออกมา ขณะดวงตาจับจ้องมองปฏิกิริยาและความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นของเพื่อนร่วมห้องที่มองสบตาเขาอยู่ “ นายดูแปลก ๆ ไปนะ... ” 

 

เทรนชะงักกึก  ก้มลงกัดแอปเปิ้ลคำใหญ่ซึ่งการก้มหน้านั้นทำให้เส้นผมสีม่วงอ่อนร่วงตกปรกตาสีเพชร  มุมปากของคนถูกถามกระตุกนิด ๆ “  สังเกตุเห็นด้วยเหรอ ?  ” 

 

......... ” 

 

“  ก็ไม่มีอ...”  คนเป็นหัวหน้าหอและหัวหน้าชั้นปีคล้ายจะพูดปฏิเสธทว่าเจ้าของเรือนผมสีเข้มก็พูดตัดบททันใด

 

“  ไม่มีทางที่จะไม่มีอะไร  เล่ามา เทรน ”  เซราสพูดเสียงนิ่งแต่แสดงความจริงจังออกมาด้วยการคว้าไหล่หนาของคนข้าง ๆ ให้มาประจันหน้า  เทรนสบตาของเพื่อนสนิทตนนิด ๆ ก่อนถอนหายใจยาว

 

กร๊วบ

 

กัดแอปเปิ้ลอีกคำ  ก่อนมองรอยแหว่งที่ถูกกัดนิ่ง  พูดเปรย ๆ ด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยกับตนเอง  แต่เซราสก็สัมผัสได้ถึงความหวั่นไหวบางประการของเจ้าตัว

 

“  บางทีฉันก็รำคาญตัวเองนะเซส   ที่บางครั้งก็ทำอะไรงี่เง่า  นายรำคาญฉันบางไหม ? ” 

 

คนถูกถามรู้สึกเหมือนตั้งตัวไม่ถูกเมื่อได้ยินคำถามที่ไม่คาดคิด  บัดนี้เขารู้สึกคิดถูกจริง ๆ ที่ตัดสินใจถามคนตรงหน้าไปตามตรง 

 

...ถึงนายจะชอบทำตัวป่วนขนาดไหน  ...นายก็รู้ว่าฉัน...ไม่มีวันทิ้งนาย  ” 

 

พวกเขาต่างรู้จักกันมาเกือบทั้งชีวิต  เทรนเปรียบได้กับนักดาบซึ่งมักประจันหน้ากับศัตรูด้วยความกล้าหาญ เขาจึงเป็นดั่งนักเวทที่คอยระวังหลังอีกฝ่ายให้  เทรนคือเพื่อนสนิท  ...คือคู่แข่ง...คือคนที่เขาไม่มีทางยอมแพ้  แต่ก็จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายอีกฝ่ายได้

 

เซราสรู้ว่าเทรนนั้นยอมตายเพื่อเขาได้ด้วยซ้ำ  เช่นเดียวกับตัวเขาที่ยินยอมตายเพื่อปกป้องอีกฝ่าย  ...มันคือความผูกพันที่มีมานานเกินกว่าที่ใครจะทำลายได้   คนภายนอกมักเข้าใจว่าเพื่อนของเขานั้นเป็นคนลึกลับ  มีฝีมือที่เหนือชั้นและเก่งกาจเกินกว่าใคร  แต่เขารู้ว่าเทรนนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีจุดอ่อนซึ่งบางครั้งเจ้าตัวก็ไม่รู้วิธีจัดการ  เขาจึงต้องคอยปกป้องสิ่งเหล่านั้นไว้

 

เทรนที่ได้ฟังค่อย ๆ ฉีกยิ้มกว้าง  นัยน์ตาสีเพชรที่เคยเรียบนิ่งทอประกายสดใสและกลับมาเป็นหัวหน้าหอจอมขี้แกล้งคนอื่นตามเดิม

 

“ ฮะๆๆ เพราะงี้ไงนายถึงเป็นเพื่อนที่ฉันสนิทมากที่สุด  ” 

 

....... ”  เซราสไม่ได้ตอบอะไรนอกจากมอบรอยยิ้มที่นาน ๆ ครั้งที่เขาจะมีให้  ก่อนพวกเขาจะนั่งมองพระอาทิตย์ตกดินแล้วจึงกลับหอ

 

 

 

 

 อีกด้านหนึ่งของปราสาทยามเย็น  มาร์คที่ผิวปากอารมณ์ดี  ส่งรอยยิ้มหวานขี้เล่นให้สาวน้อยต่างหอข้างกายที่ทำหน้าแดงระเรื่อยามคุยกับเขา  ซึ่งเขาไม่ได้จริงจังเพียงแค่หยอกหญิงสาวเล่นตามประสาหนุ่มอารมณ์ดีเท่านั้น  จนกระทั่งเขาไปสะดุดตากับเพื่อนคนหนึ่งที่กำลังยืนมองอะไรบางอย่างออกไปนอกระเบียงทำเอาเขาอดขมวดคิ้วไม่ได้  เนื่องด้วยความสายตาดีทำให้เห็นร่องรอยความเครียดบางอย่างของอีกฝ่าย

 

เฮดิช  เฮไรซ์  ผู้คุมกฏขวาซึ่งทำหน้าที่เดียวกับเขาซึ่งเป็นผู้คุมกฏซ้าย

 

“  มาร์ค ? ดูอะไรอยู่เหรอ ? ” 

 

มาร์คหันไปสบตากับหญิงสาว  และเพียงหันไปมองทางเดิม  เขาก็ไม่พบร่างเพื่อนตัวเล็กของเขาซะแล้ว

 

“  เปล่า ”  หนุ่มอารมณ์ดีนิ่งเล็กน้อย  ก่อนฉีกยิ้มให้ “ แต่ดูเหมือนฉันจะลืมเอางานไปส่งที่สภาแฮะ  คงต้องขอตัวก่อน  แล้วพบกันใหม่นะ ” 

 

“  จ้ะ ” 

 

หลังบอกลากับหญิงสาวแล้ว  ด้วยความเป็นห่วงผู้เป็นเพื่อน  มาร์คเลยเริ่มปฏิการณ์เดินตามหาอีกฝ่ายซะทั่ว  จนกระทั่งมาเจอะเจอในสถานที่สุดท้ายยามมืดมิด  หลังคาปราสาทของหอตนซึ่งเฮดิชกำลังนอนดูดาวคิดบางอย่างเงียบ ๆ อย่างผิดปกตินิสัยอันค่อนข้างจะล้นของเจ้าตัว

 

เจ้าของเรือนผมสีเขียวหันไปมองผู้มาใหม่ก่อนยิ้มจาง ๆ ให้  ทักเสียงแผ่ว

 

“  ไง มาร์ค ” 

 

“  อืม...ไหงถึงได้ขึ้นมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ ”  มาร์คอดถามอย่างสงสัยไม่ได้  เขาทรุดนั่งข้างเฮดิชก่อนเอนตัวนอนเลียนแบบคนข้าง ๆ ซึ่งคนถูกถามก็ยังเงียบ

 

........... ” 

 

เมื่ออีกฝ่ายยังไม่ตอบ  เขาเลยเปลี่ยนคำถาม

 

“  วันนี้นายเป็นอะไร  ดูไม่ค่อยร่าเริงเลยนะ ” 

 

“  เปล่า...”  คราวนี้เฮดิชตอบ ทว่าเจ้าตัวก็บอกปัด “ ก็แค่ปวดหัวนิดหน่อย ” 

 

“ เล่าให้ฉันฟังสิ  นายก็รู้...ว่าสำหรับฉันนายพูดได้ทุกเรื่อง  เพราะฉันพร้อมฟังเสมอ ” 

 

“  หึ  บางเรื่องก็ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะมาร์ค ”    คนที่ได้ยินจากที่นิ่งงันกลายเป็นแค่นเสียงด้วยความหวาดหวั่นบางอย่างที่ทำให้มาร์คเริ่มเป็นกังวลกับอีกฝ่ายมากขึ้น   พวกเขาสนิทกันตั้งแต่ปีหนึ่งเพราะบังเอิญเจอันระหว่างเดินทางมาสมัครเรียนที่นี่  ทั้งยังได้อยู่หอเดียวกันแม้จะอาศัยต่างห้อง  ทว่าตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมามาก  เขาแทบไม่เคยได้ยินน้ำเสียงแบบนี้ของอีกฝ่ายเลย

 

และเฮดิชก็คงไม่ยอมพูดง่าย ๆ แน่

 

ไวเท่าความคิด  หนุ่มขี้เล่นใช้มือทั้งสองข้างจับใบหน้าอีกฝ่ายให้หันมามองตน  ก่อนก้มใบหน้าเอาหน้าผากชนหน้าผากอีกฝ่ายพร้อมใช้ดวงตาของตนเองมองสบดวงตาคู่ตรงข้ามที่ดูจะตื่นตระหนกนิด ๆ ในสิ่งที่เขาทำ

 

“ นายก็ทำให้มันง่าย...ด้วยการเล่าให้ฉันฟังสิ  แค่เล่าเท่านั้น... ” 

 

........ ” 

 

“  เฮดิช...”  ชายหนุ่มเริ่มพูดชื่อผู้เป็นเพื่อนเสียงเข้ม  เฮดิชถอนหายใจเล็กน้อย  ก่อนขยับใบหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเอียงใบหน้าแฉลบไปกระซิบข้างหูด้วยท่าทางลังเล

 

“ ฉันติดเงินพวกนาเดียน่ะสิ ” 

 

“ ติดเงิน ? ” 

 

“ อืม ”   เฮดิชทำหน้าเครียด “ ตอนนั้นอยู่ ๆ ยัยพวกนั้นก็ลากไปเล่นไพ่  ฉันก็เลยแทบหมดตัว  หมดไปสามล้าน  แต่ตอนนี้ฉันใช้หนี้เกือบครบแล้ว ” 

 

มาร์คขมวดคิ้ว

 

“  ใช้หนี้เกือบครบแล้วนายจะเครียดเรื่องอะไร ” 

 

ว่าแต่เฮดิชเอาเงินสามล้านมาจากไหนในเมื่อเจ้าตัวเพิ่งบอกว่าโดนเล่นไพ่ไปเสียหมดตัว

 

“  ก็เรื่องนี้แหละ ”  คนไม่เต็มเริ่มกลืนน้ำลายเอือก  กระซิบเสียงแผ่วกว่าเดิมจนมาร์ครีบเอนตัวไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะแนบใบหูและสิ่งที่เขาฟัง  เขาก็แทบต้องช็อค

 

“  ห๋า  นายจิ๊กของใช้เซราสเอาไปขายให้แฟนคลับ เอาเงินมาใช้หนี้ ! ” 

 

“  เฮ้ย เบา ๆ ดิ ”  เฮดิชกระโดดตะครุบปิดปากมาร์คแทบไม่ทันเมื่ออีกฝ่ายเล่นโพล่งมาดื้อ ๆ ก็ไอ้เรื่องนี้แหละที่เขากำลังเครียด   เอาเงินมาใช้หนี้ได้ก็ดีอยู่หรอก  แต่เซราสมันเริ่มสงสัยแล้วก็ตงิด ๆ บางอย่างแล้วนี่สิ  ไอ้เขาจะไปจิ๊กของมันมาขายต่อก็ไม่ได้  เลยกลุ้มอยู่เนี่ยว่าจะเอาอะไรไปขายต่อ

 

“  งั้นเหรอ...ของที่หาย  ก็ฝีมือนายสินะ ”  เสียงเย็นเยียบเสียงหนึ่งดังขึ้นทำเอาทั้งสองขนลุกซู่   เบือนหน้าไปมองเจ้าของเสียงและเจ้าของเรื่องที่หรี่ตามองชิ้ง ๆ ใส่ด้วยความหวาดผวา  เฮดิชกระโดดดึ๋งทันที  โบยให้เพื่อนรักทันใดว่า

 

“  เรื่องนี้มาร์คมันเสนอ  ฉันเปล่าเลยนะ ” 

 

“  อ้าวเฮ้ย !!! ” คนโดนโบยอ้าปากค้าง  กลืนน้ำลายดังเอือกยามเห็นสายตาเย็นชาของเซราส

 

อุทานในใจ 

 

ชิบแล้วไง !

 

เฮดิช  ไอ้เพื่อนเวร

 

แล้วมาร์คก็ต้องรีบดึงร่างเพื่อนตัวเล็กหนีเมื่อผู้เป็นเพื่อนทำท่าจะร่ายเวทฆ่าพวกเขา 

 

“ เฮดิช  ไอ้เพื่อนเวร ”  เขาอดสบถไม่ได้ 

 

“  โทษทีว่ะ   ปากมันไปไวกว่าความคิด แหะ ๆ ”  เฮดิชที่เครียดซะนานหัวเราะแห้ง ๆ เบี่ยงตัวหนีลูกบอลไฟของเซราสด้วยใบหน้าผวา  ดูเหมือนเขาจะไม่ต้องเครียดแลวเพราะเจ้าของเรื่องดันมาได้ยินเองเลยนี่หว่า

 

เฮ่อ

 

มาร์คถอนหายใจ  แต่ก็อดยิ้มกว้างไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าของเฮดิชที่ยกยิ้มตื่นเต้น

 

เอาเถอะ  หมอนี่กลับมายิ้มได้ก็พอแล้ว

 

 

 

 

และอีกด้านหนึ่ง   หลายวันต่อ ๆ มา

 

“  เธอ ๆ รู้เรื่องคู่รักปีศาจไหม  ที่เจ้าชายพาราไดซ์โดนผงนิทราเข้าไปทำให้ลืมวอดก้าน่ะ ” 

 

“  รู้สิ ๆ คนที่อยู่ในโรงเรียนบอกว่าเจ้าชายเย็นชากับวอดก้ามากเลย  แทบไม่อยู่ใกล้  แหม  ไอ้ตอนแรกฉันล่ะใจหายจริงตอนมีกระทู้ตั้งว่าคู่นี่ห่างเหินกันน่ะ ” 

 

“  นั่นสิ ๆ แต่มีสายข่าวคนหนึ่งที่เผอิญรู้ว่าเจ้าชายพาราไดซ์โดนผงนิทราเข้าไปเลยลืมวอดก้า  ไอ้พวกฉันก็บางอ้อ  นึกว่าคู่นี้ทะเลาะอะไรกันซะอีก ” 

 

“  เห็นได้ข่าวว่าเจ้าชายพาราไดซ์พยายามฟื้นความทรงจำตัวเองแบบสุด ๆ เลยนะ  เหมือนต้องการจำวอดก้าให้ได้  ถึงตอนแรกจะไม่ยอมรับใจตัวเองก็เถอะ  แต่ตอนนี้สายข่าวบอกแฮปปี้หมดแล้ว  เลยฟินฟินทุกฝ่าย ” 

 

“ ฉันชอบคู่รักคู่นี้จัง  ถึงจะโหด ๆ ดาร์ค ๆ ไปบ้างจากสายข่าว 'แชร์รี่' แต่ฉันก็ชอบบบบบบบบบ ” 

 

“  มีอีกคู่นะ  คู่เซสเทรนน่ะ  เห็นว่าหลายวันก่อนสองคนนี้ไปซื้อของสดทำอาหารเย็นกันล่ะ  พวกแม่ค้าฟินตายเลย  ทั้งกัดแอปเปิ้ลที่คำเดียวกัน  ทั้งเช็ดคราบที่มุมปาก  เอาของที่ติดผมให้ อ๊ายยยยยยย อยากอยู่ในฉากนั้นจัง ” 

 

“  อิ ๆๆ ฉันได้ภาพมาแล้ว  ดูแล้วฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้งมากเลยแก  แถมคู่พิเศษอย่างมาร์คเฮดิชด้วย ” 

 

“  มาร์คเฮดิช ? ” 

 

“  อ้าว  ไม่รู้จักเหรอ  คู่รักรั่ว ๆ ของหอสราทไง  คู่นี้ไม่ได้ดูสนิทกันเกินเพื่อนอะไรหรอกนะ  แต่คู่นี้น่ะสนใจกันมาก  เวลาอยู่ด้วยกันทีไรต้องยืนข้างกัน  ไม่โอบคอก็โอบไหล่ตลอดล่ะ  ไม่งั้นจะได้ฉายา 'คู่หูดูโอ้' ได้ไง ” 

 

“  ว๊าย ! อย่างนี้พลาดไม่ได้แล้ว  ชักช้าไม่ได้  เซสเทรน 'คู่รักอมตะ' นี่ฉันก็ต้องไปติดตามต่อ ” 

 

“  นั่นสิเธอ  เกิดมาไม่เสียดายชาติแล้วค่าาาาา  ” 

 

 

 

 

 

 

 

 

เห็นด้วยค่าาาา  เนื่องจากต้องการแก้ไขสายลมเจ้าหัวใจ  รีไรท์ตอนที่ 1 และแถมตอนที่ 6 ให้เป็นตอนสุดท้าย (สุดท้ายแล้วจริง ๆ นะเออ)  ตอนนี้ไรท์กำลังช็อคเพราะไฟล์ตุลาหาย  WHATTTTTT  แต่จะรีบไปอัพภายในอาทิตย์หน้าเช่นเดียวกับพอลจังที่หายไปเสียเนิ่นนาน   ส่วนเมฆานี่กำลังค้าง  แต่จะรีบจ้า 

แหะ ๆ ตอนสอบปลายภาคเดี๋ยวก็จบแล้ว  จากนั้นจะเป็นเรื่องราวสั้น ๆ ตอนปิดเทอมของนางเอกพระเอกจ้า  พอเปิดเรียนมา  นั่นล่ะเริ่มซ้อมและเตรียมงานโรงเรียน

งานนี้พ่อสามีเตรียมพบกับลูกเขย เอ๊ย ลูกสะใภ้แล้วจ้ะ

 

 

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 79 : Special Valentine : ตอนพิเศษ ความรู้สึก ? 3 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 10903 , โพส : 91 , Rating : 26% / 118 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4
# 91 : ความคิดเห็นที่ 14824
เซสเทรนนี่ไม่ใช่ของจริงใช่มั้ย // ถึงอย่างนั้นเราก็ฟินค่ะ นี่แจวหนักกว่าคู่หลักอีก คู่รักอมตะ 5555
Name : statice46 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ statice46 [ IP : 223.24.57.53 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:15
# 90 : ความคิดเห็นที่ 12109
เซสเทรนบันซายยย
PS.  สนใจเเต่ปัจจุบัน ไม่ต้องเเคร์ใคร ทำตามใจตัวเอง เพราะข้าจะครองโลก 555+
Name : kuroneko2546 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ kuroneko2546 [ IP : 49.237.130.115 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 กรกฎาคม 2559 / 10:00
# 89 : ความคิดเห็นที่ 11564
ขำ555555555
PS.   —★Potter ϟ
Name : —★Seruszar ϟ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ —★Seruszar ϟ [ IP : 171.96.184.223 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 พฤษภาคม 2559 / 06:41
# 88 : ความคิดเห็นที่ 10554
ไม่รู้ทำไมฟินคู่เซสเทรน :)
Name : *namela* < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ *namela* [ IP : 202.28.250.107 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 เมษายน 2559 / 21:31
# 87 : ความคิดเห็นที่ 8946
แอร๊ยยยยย ฟินค่าาาาา เซสเทรน มาร์คเฮดิชก็มา //จิกหมอน
Name : Armytaetae < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Armytaetae [ IP : 49.229.55.17 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 มกราคม 2559 / 18:56
# 86 : ความคิดเห็นที่ 8395
เดี๋ยวนะค่ะจะว่าไป...นาเดีย..นา..เดีย...!!!ชื่อเรานี้หว่า..เเหม่~~~เรานี้รวยขนาดให้คนอื่นยืมเงินเลยหรอเนี้ย?(เค้าไม่ได้หมายถึงเเกโว้ย!!)
Name : รัตติกาลสีเลือด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ รัตติกาลสีเลือด [ IP : 110.168.231.220 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ตุลาคม 2558 / 01:27
# 85 : ความคิดเห็นที่ 7982
รู้สึกเหมือนไม่อยากให้เรื่องนี้จบเลยอะไรท์ อยากให้ไรท์อยู่ด้วยกันไปนานๆ แล้วอย่าลืมเรื่องของตุลาด้วยนะ แต่ตอนนี้มีใครจิ้น เซราสกับเทรนบ้างไหม โคตรฟินเลยคร้าบ คู่ของมาร์คกับเฮดิสด้วย รู้สึกอยากตอนพิเศษของสองคู่นี้ตงิดๆ ขอบคุณมากไรท์ที่มาอัพนะครับ
PS.  "ความรักนะเหมือนมีดจริงๆนั่นแหละนะ..เพราะ มันพร้อมที่จะกรีดหัวใจของเราทุกเมื่อ"
Name : Duistern < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Duistern [ IP : 49.48.155.199 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 ตุลาคม 2558 / 13:17
# 84 : ความคิดเห็นที่ 7919
กริ้ดดดดดดดด เซสเทรนนนนนนนน
Name : ammykjd < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ammykjd [ IP : 223.205.54.21 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 ตุลาคม 2558 / 08:37
# 83 : ความคิดเห็นที่ 7726
ฟินสุดๆค่า ~.,~
Name : มายาอัคคี < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มายาอัคคี [ IP : 49.230.93.64 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 สิงหาคม 2558 / 20:08
# 82 : ความคิดเห็นที่ 7698
ฟินมากมายค่ะ^////^
Name : รัตติกาลสีเลือด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ รัตติกาลสีเลือด [ IP : 110.168.232.65 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 สิงหาคม 2558 / 23:17
# 81 : ความคิดเห็นที่ 7693
เย่ๆไรท์มาอัพให้เต็มแล้ว มีสองคู่ มาเรียกความฟินด้วย ^^ แฮปปี้ ไดซ์จำวอดได้แล้ว
PS.  I\'m ELF Love SJ Forever 13+2 =LOVE ... สาววายมาเจอกันได้นะค่ะ
Name : YaiMooMam_ELF < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ YaiMooMam_ELF [ IP : 49.230.113.109 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 สิงหาคม 2558 / 22:24
# 80 : ความคิดเห็นที่ 7563
ค้างงงงง ขอ%ที่เหลือเถอะนะ T^T
Name : white [ IP : 171.101.30.82 ]

วันที่: 13 สิงหาคม 2558 / 20:14
# 79 : ความคิดเห็นที่ 7503
รออออออ อยู่นะคะ
Name : เขมาพร สินช่วย < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เขมาพร สินช่วย [ IP : 27.55.145.81 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 สิงหาคม 2558 / 01:38
# 78 : ความคิดเห็นที่ 7375
สนุกมากกค่ะ รออีก40 เปอรที่เหลือ รอนานนนมาก
Name : คน_เทพ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คน_เทพ [ IP : 1.10.197.104 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กรกฎาคม 2558 / 13:47
# 77 : ความคิดเห็นที่ 7327
ยังรอคอยอีก 40 % ที่เหลือนะค่ะไรต์ ♥
Name : เมี๊ยวววว [ IP : 49.230.96.181 ]

วันที่: 26 มิถุนายน 2558 / 00:09
# 76 : ความคิดเห็นที่ 7308
แงงงงงงงงงง ขออีก 40% ทีเหลือเถอะค่า เก๊าอยากอ่านไดซ์วอท 
Name : Menight * < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Menight * [ IP : 1.20.159.105 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 มิถุนายน 2558 / 12:20
# 75 : ความคิดเห็นที่ 7298
ไรท์ตอนพิเศษตอนนี้มันค้างมากๆๆๆๆเลยอ่ะไรท์ อีกเเค่40%เองมาต่อเถอะนะค่ะไรท์คร้าาาาา
Name : รัตติกาลสีเลือด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ รัตติกาลสีเลือด [ IP : 171.96.167.213 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 มิถุนายน 2558 / 20:35
# 74 : ความคิดเห็นที่ 7062
40 % ฮืออออ ไรต์ขา อย่าทรมานเค้าเยยย ~
Name : เมี๊ยวววว [ IP : 49.230.112.240 ]

วันที่: 21 พฤษภาคม 2558 / 15:48
# 73 : ความคิดเห็นที่ 6984
สนุกมากค่ะรออีก40%ที่เหลือค่ะ
Name : คน_เทพ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คน_เทพ [ IP : 1.10.197.113 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 พฤษภาคม 2558 / 07:00
# 72 : ความคิดเห็นที่ 6983
สนุกมากค่ะรอ40%ที่เหลือค่ะ

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 พฤษภาคม 2558 / 07:01
Name : คน_เทพ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คน_เทพ [ IP : 49.230.210.215 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 พฤษภาคม 2558 / 21:14
# 71 : ความคิดเห็นที่ 6982
รอ40
Name : คน_เทพ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คน_เทพ [ IP : 49.230.210.215 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 พฤษภาคม 2558 / 21:13
# 70 : ความคิดเห็นที่ 6829
ไรต์ค่ะ มาแต่งตอนพิเศษให้จบเถอะน๊าา
จิลงแดงตายแย้วว รอไดซ์วอดอยู่น๊าาา
Name : เมี๊ยวววว [ IP : 49.230.155.193 ]

วันที่: 27 เมษายน 2558 / 13:13
# 69 : ความคิดเห็นที่ 6402
ไม่เข้าใจ ทำไมไรเตอร์ไม่มาต่อ บทพิเศษให้จบก่อน เค้าอยากอ่านมาก มันค้างนะ
Name : shiro-neko < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ shiro-neko [ IP : 1.47.43.251 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 เมษายน 2558 / 12:26
# 68 : ความคิดเห็นที่ 6335
มาอัพต่อได้แล้ว มันนานแล้วนะ
Name : วัน [ IP : 171.96.184.206 ]

วันที่: 8 เมษายน 2558 / 19:32
# 67 : ความคิดเห็นที่ 6330
ไรต์ข่าาาา อัพเร็วไวเลยย ><
กำลังฟินค้างงง !!
Name : เมี๊ยวววว [ IP : 49.49.34.17 ]

วันที่: 7 เมษายน 2558 / 21:58
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android