คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 81 : บทที่ 66 ฤดูอะไรเอ่ย ? ร้อนแสนร้อน คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบ ?


     อัพเดท 21 เม.ย. 58
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 2,448 Overall : 679,178
15,910 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7628 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 81 : บทที่ 66 ฤดูอะไรเอ่ย ? ร้อนแสนร้อน คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบ ? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 13800 , โพส : 258 , Rating : 21% / 185 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



บทที่  66
 

ฤดูอะไรเอ่ย ? ร้อนแสนร้อน  คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบ ?


 

 

 


วูบ

 

ร่างของวอดก้าที่ถูกเปลวเพลิงกลืนกินค่อย ๆ ปรากฏตัวในอีกสถานที่หนึ่ง  ซึ่งคงเป็นใจกลางภูเขาไฟที่ถูกล้อมรอบด้วยหินสีดำ  ใจกลางถ้ำเล็ก ๆ มีหินสีแดง ณ ใจกลางที่ส่องแสงสว่างพร้อมแผ่ความร้อนมหาศาลไว้ทั่ว

 

แต่แสงสีแดงจากตำแหน่งหัวใจซึ่งเป็นที่สถิตของกุญแจก็แผ่พลังปกป้องวอดก้าจากความร้อนมหาศาลนี้

 

“  นายหญิง... เสียงใสเสียงหนึ่งร้องเรียกวอดก้า  ก่อนประกายแสงสีส้มแดงจะรวมเป็นรูปร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง  วอดก้ายิ้มบางที่มุมปาก  พูดเปรย ๆ ว่า

 

“  ในนี้ค่อนข้างร้อนนะ ” 

 

“  ขออภัย...”  เพียงพริบตาเดียวคลื่นความร้อนก็หายไปมากกว่าครึ่ง  วอดก้าชมเปลาะ

 

“  น่ารักมาก   ฉันรู้มาจากท่านแม่ว่าเธอชื่อไฟเออร์...เป็นชื่อที่ท่านแม่ตั้งให้สินะ ” 

 

“  เจ้าค่ะ ”  ร่างสีแดงเพลิงเปลี่ยนตนเองเป็นหญิงสาวรูปร่างบอบบางซึ่งมีเส้นผมดุจเปลวไฟอันแดงฉาน  อีกฝ่ายส่งยิ้มให้ก่อนโบกสะบัด  ชุดน้ำชาที่สร้างขึ้นจากไฟก็ก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างทำให้นักฆ่าสาวอดผิวปากหวือไม่ได้

 

“  ขอบคุณ ”   เธอบอกเมื่อไฟเออร์รินน้ำชาให้ 

 

“  ที่นี่เป็นมิติพิเศษหรือเปล่า ? ” 

 

“  เปล่าเจ้าค่ะ  เป็นใจกลางภูเขาไฟลูกนี้เท่านั้น   ภูเขาไฟลูกนี้...กำเนิดมานานถึงพันปีทว่าไร้แก่นภายใน   เมื่อพลังทั้งสี่ฤดูกาลถูกกระจายไป  ข้าได้เข้ามาสิงสถิตภายในภูเขาไฟลูกนี้เพื่อเป็นพลังชีวิตให้สรรพสิ่งรอบกาย ”  ไฟเออร์อธิบายอย่างเชื่องช้า

 

วอดก้าขมวดคิ้ว

 

“  เดี๋ยว  แล้วถ้าดึงพลังไปมันจะ...”   เธอเอ่ยปากถาม  ถ้าพลังของภูเขาไฟลูกนี้มาจากพลังของสร้อย  ถ้าหากเธอนำไปภูเขาไฟลูกนี้จะไม่ดับไปเลยเหรอ   และดูว่าดวงวิญญาณสาวจะเข้าใจ  จึงตีหน้าลำบากเล็ก ๆ ขณะเอ่ย

 

“  อย่างที่ท่านซีเวียร์น่าคิด  ข้าต้องขออภัยจริง ๆ แต่...หากภูเขาไฟนี้ดับลง  หลายชีวิตคง...”   เมื่อตอนเธอย้ายมาสิงสถิตที่นี่  เธอพบว่าภูเขาไฟลูกนี้กำลังมอดดับเธอจึงได้ย้ายมาอยู่ที่นี่และรักษาจุดกึ่งกลางพลังนี้ไว้  ทุกชีวิตล้วนต้องการความร้อนและพลังในการกระตุ้น  หากไร้ความร้อนก็ไร้ซึ่งชีวิต

 

“  ไม่เป็นไร ๆ ขอแค่ถึงคราวสำคัญฉันขอให้สามารถเอาพลังมันมาใช้ได้ก็พอ ” 

 

“  ถ้าเรื่องนั้นไม่เป็นปัญหาเจ้าค่ะ  แต่ก่อนอื่น...ท่านซีเวียร์น่าต้องตอบคำถามของข้าน้อยให้ได้ก่อนเจ้าค่ะ ”   ไฟเออร์ทำสีหน้าเคร่งขรึม  ทำให้วอดก้าต้องหรี่ตามอง  เอนกายพิงเก้าอี้   ด้วยแสงไฟที่สลัว ๆ ยิ่งสร้างแรงกดดันให้มากขึ้นไปอีก

 

แต่เธอก็ไม่แปลกใจเพราะตอนสร้อยข้อมือคิมหันต์เธอก็ได้รับคำถามที่ค่อนข้างยากมาเหมือนกัน  ครั้งนี้ก็คงจะ...

 

“  ฤดูอะไรเอ่ย  ร้อนแสนร้อน  คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบ ? ” 

 

“  .......” 

 

“  ^^  ” 

 

“  .....หา ?  ”  หญิงสาวในร่างชายหนุ่มทำหน้าเหวอเต็มพิกัดเมื่อได้ยินคำถาม  ไฟเออร์จึงทวนคำถามให้อีกครั้งด้วยแววตาที่ฉายความแปลกใจ

 

“  หืม ? ข้าน้อยขอถามว่า ฤดูอะไรเอ่ย  ร้อนแสนร้อน  คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบ ?  ” 

 

“  ...ฤดูร้อน  หรือเปล่า ? ”  วอดก้าลังเล  ก่อนจะผงะเมื่อหญิงสาวเรือนผมสีเปลวเพลิงกระโดดวูบพลางส่งเสียงร้องด้วยความดีใจ

 

“  ถูกต้องเจ้าค่ะ !!! ข้าน้อยก็นึกว่าคำถามจะยากเกินไปเสียแล้ว ” 

 

“  ยาก ?...นั่นสิ ”  วอดก้าหัวเราะแห้ง ๆ ขณะมองบอลเพลิงลูกเล็กพุ่งมาทางเธอก่อนกระจายตัวเป็นละอองแสงสีแดงประกอบกันขึ้นเป็นสร้อยที่ฝังด้วยเม็ดทับทิมสีแดงฉาน  ตอบรับสร้อยข้อมือบุษราคัมที่ทอแสงสว่างคล้ายทักทายสหาย 

 

“  อีกเดี๋ยวจิตวิญญาณของข้าน้อยจะถูกปลดปล่อยจากการเฝ้าสร้อยแห่งสราท  แต่ว่า...ข้าน้อยขอเตือนถึงเครื่องประดับชิ้นถัดไป  นางจะมีอารมณ์ที่ค่อนข้างรุนแรงเล็กน้อย  ขอให้นายหญิงโปรดระวังตัว ” 

 

“  เครื่องประดับชิ้นถัดไป ? เข้าใจล่ะ ”  นักฆ่าสาวหรี่ตาลงก่อนยิ้มบาง ๆ รับไฟเออร์ที่ค่อย ๆ สลายตัวไปเพื่อรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสร้อย

 

“  นายหญิงช่างเหมือนท่านนานีย่ายิ่งนัก ”  ไฟเออร์เอ่ยส่งลา “  อย่างที่ข้ากล่าว  นายหญิงสามารถดึงพลังจากภูเขาไฟลูกนี้ไปได้ทุกเมื่อทั้งการเก็บพลังไว้ภายในภูเขาไฟลูกนี้คงจะทำให้นายหญิงหายทรมาณกับความร้อนได้ส่วนคุณสมบัติของพลังแห่งฤดูร้อน  นายหญิงต้องทดลองด้วยตัวเอง ” 

 

คราวนี้จิตวิญญาณสาวเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากจาง ๆ จนสลายไปทั้งตัวทิ้งความสงสัยและงุนงงไว้ให้วอดก้า

 

“  อ้าว  แล้วเราจะกลับยังไงล่ะนี่ ”  ยังไม่ทันได้ครุ่นคิดต่อ  เปลวเพลิงก็ผุดวาบที่ใต้เท้าเธออีกครั้งพร้อมพวยพุ่งขึ้นครอบคลุมร่างของวอดก้าดั่งตอนมาเพื่อย้อนกลับไปส่งหญิงสาวในร่างชายหนุ่ม ณ ที่เดิม  โดยไม่รู้เลยว่าสร้อยทับทิมนั้นเปล่งพลังแวววาวราวล่อหลอกอะไรบางอย่าง 

 

ไฟเออร์ที่รวมเป็นหนึ่งกับสร้อยเอ่ยเบา ๆ กับตัวด้วยใบหน้ามีรอยยิ้มว่า

 

“  การทดสอบยังไม่จบนะเจ้าค่ะ นายหญิง ” 

 

 

ส่วนทางด้านวอดก้าก็หางคิ้วกระตุกอีกแล้ว   ร่างของตัวเธอปรากฏเหนือพื้นราว ๆ 4-5 เมตร  ทว่ายังไม่ทันเตรียมจะผ่อนแรงเพื่อลงพื้น  ใครบางคนก็หายตัวมารอรับเธอซะก่อนทำให้วอดก้าต้องหยุดความคิดที่จะใช้เวทย์

 

ตุบ

 

ร่างของเธอที่ยังอยู่ในคราบนักบวชหล่นปุ๊กอยู่ในอ้อมแขนของรูมเมทหนุ่ม  ที่ตั้งรอก่อนอยู่แล้วอย่างนิ่มนวล   จนเมื่อพาราไดซ์วางเธอลง  เธอจึงกระแอมไอแก้เก้อ   ปรับมาดให้กลับเป็นนักบวชผู้สุภาพและอ่อนโยนตามเดิม

 

“  ขอบใจที่รับ ไดซ์ ” 

 

“  ไม่เป็นไร ”  ร่างสูงขานรับเสียงเรียบ  ก่อนพยุงวอดก้าที่ดูเซ ๆ ให้มั่นคง  ตาสบที่สร้อยทับทิมสีแดงสด  ก่อนเอื้อมมือไปแตะแผ่วเบา

 

“  สร้อยแห่งสราท ? ”  พร้อมส่งสายตาเป็นคำถามไปให้ 

 

“  อือ ”  วอดก้าขานรับบ้างก่อนจะหันซ้ายหันขวา

 

“  หาใคร ? ” 

 

“  กีเร่น่ะ ”  เขาตอบกลับไปตามตรงก่อนลูบผ่านสร้อยให้มันล่องหนชั่วขณะโดยไม่ทันสังเกตอากัปกิริยาของเจ้าชายหนุ่มที่รอยยินดีในแววตาหายไปพลันเมื่อได้ยินชื่อบุรุษอื่น  ยิ่งวอดก้าถลาไปหาอัศวินหนุ่มจากนาโวลล์แทบจะทันที  ความหงุดหงิดก็พุ่งพรวด

 

“  คุณกีเร่ครับ ”  กลุ่มของมาคัสหันไปมองผู้เรียกเป็นตาเดียวหลังพยายามกลบเกลื่อนเมื่อเห็นตอนเจ้าชายแห่งทริสทอร์โอบอุ้มนักบวชหนุ่มในท่าเจ้าหญิง

 

“  ค...ครับ ! ”  กีเร่รีบรับคำ

 

“  ผมขอผ้าพันคอของผมคืนได้ไหมครับ ? ”  ร่างโปร่งส่งยิ้มอ่อนโยนให้

 

“  ด ด ด ได้ครับ ” 

 

ที่วอดก้าถามหากีเร่เพราะฝากผ้าพันคอไปที่อีกฝ่ายเท่านั้นล่ะ  เขารับมาพันที่คอตัวเอง  เพราะตอนนี้ความร้อนที่กระจายตัวอยู่ทั่วร่างนั้นหายไปแล้ว  เขาเลยอยากได้ผ้าพันคอพันปิดสร้อยที่คอเพราะหากใช้เวทย์เข้านาน ๆ เจ้าชายมาคัสอาจสงสัยว่าเขาปกปิดอะไรไว้  ซึ่งจากสายตาที่มองมาไม่หลบและจดจ้องตรง ๆ ก็พอบอกได้แล้วว่าอีกฝ่ายสงสัยหลายอย่างแล้ว

 

“  วอด-...รา  จะแยกกันเลยไหม ? ”  วิสกี้ส่งเสียงถามด้วยใบหน้ากระเหี้ยนกระหือไม่ต่างจากผู้เป็นเพื่อนอีกสามคนที่สบตากันด้วยความตื่นเต้น  เพราะไฮไลท์ของงานนี้ยังไม่เริ่มเสียด้วยซ้ำ

 

“  จะรออะไรอยู่ล่ะเพื่อน ”  วอดก้ากระตุกยิ้ม  ก่อนใช้นิ้วชี้เคาะหัวตัวเองเบา ๆ เป็นสัญญาณ  แต่ก่อนทั้งหมดจะได้เริ่มงานก็ถูกหนุ่ม ๆ ลากตัวไปเสียก่อน

 

“  เดี๋ยว  จะทำอะไรกัน ”  บราวน์หรี่ตา  เค้นถามเสียงเข้มเมื่อเห็นว่าสาว ๆ ดูจะมีแผนบางอย่างที่ไม่ได้บอกเขา

 

ทั้งห้าชะงัก  มองหน้ากันเมื่อดันลืมซะงั้นว่าจะบอกหนุ่ม ๆ ยังไง

 

“  เอาไงดีวอด ”  รัมถามพลางขมวดคิ้ว 

 

“  อืม ...บอกไปเถอะ ” ตามจริงวอดก้าก็อยากจะอุบเงียบหรอก  แต่พอเห็นสายตาของพาราไดซ์ที่เริ่มหรี่มองราวบอกว่าถ้าปิดบังเขา  ได้เจอดีแน่  ก็เลยรีบพูดออกมาก่อนตัวเองจะงานเข้า 

 

“  นั่นพวกนั้นทำอะไรกันน่ะ ”  วีน่าที่ยังไม่เลิกสงสัยอดถามลอย ๆ ไม่ได้เมื่อทันทีที่นักบวชหนุ่มที่หายไปได้กลับมา  คนที่ชื่อราตรี  ไนท์  วิสกี้  รัมและโครก็ดูจะมีแผนการบางอย่างที่พวกเธอไม่รู้  และตอนนี้ต่างก็เดินไปกระซิบข้างหูของกลุ่มของเจ้าชายพาราไดซ์ต่อ

 

“  พวกเธอนี่มัน...”  วิมเลทพูดไม่ออกในทันทีเมื่อได้ยินแผนการและจุดประสงค์อีกอย่างที่สาว ๆ พากันเข้ามา

 

“  เอาน่า ๆ อุตส่าห์ลำบาก  ใครจะออกไปมือเปล่ากัน ”  วิสกี้ฉีกยิ้มทะเล้นให้

 

“  จะดีหรือครับจิน ”  ชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีมรกตอดลังเลไม่ได้

 

“  มันช่วยไม่ได้น่ะเคียร์   อีกอย่างถ้าไม่ทำเดี๋ยวมันก็ตกเป็นของขุนนางชั่วพวกนั้นแทน ”  พ่อค้ามืดตีหน้าเศร้าเหมือนช่วยไม่ได้เสียเต็มประดาท่ามกลางอาการเบ้ของผู้เป็นเพื่อน   เพราะเจ้าคนทำหน้าเศร้าน่ะ  ตอนคุยกันยังฉีกยิ้มกว้าง  หวังได้ของดี ๆ ไปทอดขายตลาดมืดอยู่เลย

 

 

สงสารแต่เคียร์นี่ล่ะที่ยังถูกหลอกต่อ

 

แต่มันก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ ล่ะนะ หุ ๆๆ

 

 

พวกเธอหัวเราะในลำคอ

 

“  จริงสิ  แล้วสองคนที่จับได้ล่ะ ”  วอดก้าที่เพิ่งโผล่มาทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้

 

“  เราปล่อยไปแล้ว ”  บลัดดี้เป็นคนตอบคำถามให้

 

“  ปล่อย ? แล้วได้อะไรมาบ้าง ? ” 

 

“  สองคนนั้นเป็นคนของใครสักคนที่มีอำนาจอยู่ในวังนั่นล่ะ  จุดประสงค์ที่ถูกส่งมาคือกำจัดคนของขุนนางที่ส่งมาฆ่าผู้เข้าร่วมประลอง ส่วนอีกจุดประสงค์หนึ่ง ...”   บราวน์ตอบให้ต่อ “  คุ้มครองพวกเธอน่ะ ” 

 

“  พวกฉัน ? ”  วอดก้าทำหน้าพิศวงเพราะไม่เข้าใจในทันที

 

“  เท่าที่ถามได้คือฉัน  นาย  จิน  รัมแล้วก็เติร์กนั่นล่ะ ” วิสกี้อธิบาย  ตอนแรกนักพนันสาวในคราบพ่อค้าก็มึนงงเช่นกันหลังได้ยินคำตอบเพราะพวกเธอมันใจว่าไม่น่ามีใครที่คิดจะยื่นมือช่วยพวกเธอที่ดีไม่ดีคงไม่รู้จักกันเสียด้วยซ้ำหรอก  เพราะงั้นความเป็นไปได้คือคนที่สั่งให้คนชุดดำทั้งสองลอบติดตามพวกเธอต้องเป็นหนึ่งในคนรู้จักของพวกเธอแน่  แต่ไม่ว่าเตกีล่าคาดคั้นยังไง  อีกฝ่ายก็ไม่ยอมบอกว่าใครเป็นคนสั่ง  พอไม่ได้อะไรพาราไดซ์ถึงสั่งให้ปล่อยคนทั้งสองไปและบอกว่าไม่จำเป็นต้องให้มาติดตามและไล่ไปด้วยไอเย็นให้ไปทำงานอื่นเช่นลอบฆ่าคนของอดีตแม่ทัพแทน

 

“  เข้าใจล่ะ ”  นักบวชหนุ่มแสดงสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนขบวนของพวกเขาจะเคลื่อนไปทางกลุ่มของเจ้าชายมาคัส

 

“  มีอะไรหรือ ? ”  มาคัสเอ่ยปากถามเมื่อเห็นท่าทางของกลุ่มวอดก้า  พวกวอดก้ามองหน้ากันสุดท้ายก็ตกเป็นหน้าที่ของนักบวชหนุ่มเช่นเคยในการพูด

 

“  ทางเราจะขอแยกทางน่ะ  เพราะพวกเรามีธุระบางอย่างที่ต้องทำต่อ ” 

 

“  ธุระอะไรกัน ”  วีน่าอดสอดปากพูดไม่ได้  เตกีล่าพูดตอกกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา

 

“  ไม่ใช่เรื่องของเธอ ”  ทำเอาสาวเจ้าหน้าเสียไปในทันที

 

“  ก็อย่างที่ว่านั่นล่ะเพราะยังไงจุดประสงค์แรกของเราก็ไม่ใช่เพื่อหาดอกไม้สีทองสำหรับเข้าเป็นหนึ่งในแปดผู้ประลองอยู่แล้ว ”  วอดก้าพูดเฉื่อย ๆ ก่อนฉีกยิ้มให้ “  เพราะงั้น  ลาก่อนนะ ”  ก่อนพวกเขาทั้งสิบจะหมุนตัวเตรียมจากไปทว่าแขนวอดก้าก็ถูกดึงรั้งไว้จากเจ้าชายรัชทายาทแห่งนาโวลล์

 

“  หืม  มีอะไรหรือครับ ? ”  นักฆ่าสาวไม่ได้สะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมเพราะคำว่าเจ้าชายแห่งนาโวลล์ยังวิ่งพล่านในหัวอยู่  ขืนทำร้ายคนในราชวงศ์ได้มีโทษประหารกันพอดี ( ถึงเธอจะทำไปหลายอย่างแล้วก็ตามเถอะ )

 

“  พวกเราไปด้วย ” 

 

เท่านั้นห้าสาวที่มองหน้ากันก็ส่ายหน้าพรืด  ปฏิเสธเป็นเสียงเดียวทันที

 

“  ไม่เอา !!! ”  ขืนหิ้วไปด้วยพวกเขาได้ปวดหัวตายกันพอดี  ที่สำคัญที่สุด กลัวส่วนแบ่งลด (ไอ้พวกขี้งก !)

 

“  ทำไม ? ”  มาคัสแผ่รังสีเย็นชาในการถามทันที

 

“  ก็ไม่ทำไม  พวกนายต้องการเข้าร่วมประลองไม่ใช่หรือไง   มันก็ต้องแยกกันอยู่แล้ว  เพราะพวกฉันก็มีธุระอื่น ” พูดถึงตอนนี้ก็เอียงคอไปฟังบางสิ่งจากผู้เป็นเพื่อน  “  เพราะงั้น  ลาอีกรอบ ” 

 

ว่าแล้วก็ดึงมือออก  แล้วหมุนตัววูบทั้งสิบก็หายตัวไปทันที

 

“ ชิ ”  เจ้าชายหนุ่มแค่นเสียงในลำคอเมื่อทั้งหมดนั้นแยกย้ายกันไปคนละทางพร้อมลบจิตสัมผัสของตนไปทำให้เขาไม่สามารถตามไปได้  ทั้งยังไม่รู้ว่าใครเป็นใครอีก

 

“  จะทำเช่นไรต่อพะยะค่ะ ”  โคโลถามผู้เป็นเจ้านาย นัยน์ตาสีทับทิมตวัดมองเส้นทางมากมายที่แยกออกก่อนจะสั่ง

 

“  จับคู่ไปสำรวจเส้นทาง  หากเจอเบาะแสเกี่ยวกับทหารที่หายตัวไปก็ให้รีบกลับมา  หรือถ้าเจอกลุ่มอื่นที่หวังฆ่าอย่าต่อสู้  หาทางหลบออกมาให้ได้  แล้วมาเจอกันในอีกสองชั่วโมง ”  เขาสั่ง 

 

ทั้งหมดรับคำก่อนแยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว

 

มาคัสที่เดินกับโคโลและคลินไนท์ในอีกเส้นทางหนึ่งแผ่จิตขยายหาสิ่งมีชีวิตรอบ ๆ แต่ยังไม่พบอะไร  เป้าหมายในครั้งนี้ของเขาคือการมาตรวจสอบการหายไปของทหารและเรื่องข่าวลือที่มีปีศาจอาศัยอยู่ ณ ที่นี่  ในขณะเดียวกัน  อีกเรื่องที่สำคัญคือระลอกคลื่นในพระราชวังลูอิซซาร์  ข่าวเรื่องขุนนางชราอดีตแม่ทัพแห่งโพซิเด้นกำลังคิดก่อกบฏพร้อมขุนนางอื่น ๆ ทำให้มาคัสต้องมาดูและประเมินสถานการณ์ว่าจะส่งผลกระทบต่อนาโวลล์หรือไม่

 

แต่สำหรับเขา...เขาไม่คิดว่าคู่ต่อสู้ของอดีตแม่ทัพจะพ่ายแพ้ง่าย ๆ แน่

 

“  องค์ชาย ”  คลินไนท์ส่งเสียงเรียกผู้เป็นนายก่อนพาเดินนำมาที่ทางแยกหนึ่งซึ่งมีกลิ่นคาวเลือดรุนแรงเป็นพิเศษ  เขาถึงได้พบศพของคนเจ็ดถึงแปดคนในสภาพถูกปาดคอทิ้งแล้วจับศพพิงกำแพงเรียงไปราวข่มขู่ผู้เข้าร่วมคนอื่น

 

“  .......  ”  มาคัสมองภาพนั้นนิ่ง ๆ ก่อนสั่งเสียงเรียบ

 

“  เดินทางต่อ ” 

 

 

 

 

“ โอ้...ทอง  ทองนี่นา ”  วิสกี้ตาเป็นประกาย  ตาสะท้อนภาพเงินและทองซึ่งกองรวมกับหีบสมบัติมากมายในสุดปลายเส้นทางที่เขาเดินตามแผนที่ในหัวที่จดจำไว้อย่างแม่นยำเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

 

“ แผนของวอดก้าใช่ไหมนี่ ? ”  วิมเลทอดถามไม่ได้ขณะมองภาพรูมเมทหนุ่มโกยสมบัติเข้ากระเป๋าใบหนึ่งซึ่งเขียนอักขระเวทย์ขยายมิติไว้เพื่อให้ใส่ของได้ไม่จำกัดทั้งยังใช้เวทย์ลดน้ำหนักสิ่งของในกระเป๋าด้วย

 

“  อ่าหะ  ไม่มีใครฉลาดเท่าลูกพี่แล้ว  คิดทุกเรื่องเป็นได้เงิน ”  นักพนันสาวหันขวับมาพูดทันใด  ถ้าเรื่องหาเงินในทุกสถานการณ์นี่ต้องยกให้วอดก้า

 

“  ส่วนนาย  มาช่วยฉันเลย ”  ว่าแล้ววิสกี้ก็กวักมือเรียก  ส่วนองครักษ์หนุ่มก็ทำได้เพียงถอนหายใจเพราะยังไงตอนนี้ก็เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดไปแล้ว 

 

ซึ่งคู่ที่เหลือก็ไม่ต่างกันเว้นแต่คู่ของวอดก้าที่ทั้งคู่ต่างใช้เวทย์ดูดสมบัติเข้ากระเป๋าในทันทีทำให้มีเวลาสำรวจเส้นทางอื่นต่อ

 

“  นิสัยไม่ดี ”  พาราไดซ์พูดเรียบ ๆ เป็นเชิงแกล้งหญิงสาวในคราบชายหนุ่มส่วนคนถูกต่อว่าก็หันมายิ้มกว้างให้

 

“  ออกจะดี  ตอนนี้ฉันก็รวยเวอร์แล้ว  มีเงินไปสู่ขอแล้วก็เลี้ยงนายแล้วนะไดซ์ ” 

 

คนฟังชะงักกึก  มองคนเดินนำที่ผิวปากหวือสบายอารมณ์เหมือนไม่คิดอะไรก่อนจะส่ายหน้าระอากับคำหยอกเย้านั้น  มุมปากผุดรอยยิ้มนิด ๆ ขึ้น

 

“  ยัยบ้า...อย่ามาทำเป็นพูดเล่นเชียว ” เพราะเขาต้องหาทางบีบคั้นให้อีกฝ่ายกลายเป็นของเขาเพียงคนเดียวแน่  ยิ่งนึกถึงคำยั่วยุของเพื่อนทั้งสี่ที่สนับสนุนให้เขาหาทางกุมหัวใจของวอดก้าไว้แต่เพียงผู้เดียวก็ต้องพยายามปรับใหน้าให้เป็นปกติ

 

 

วอดก้า...กลับไปฉันจะบุกล่ะนะ

 

 

เจ้าชายน้ำแข็งเอ่ยในใจยิ้ม ๆ

 

ส่วนคนเดินนำที่มีท่าทางเหมือนไม่คิดอะไรกลับผุดรอยยิ้มมีเล่ห์นัยที่มุมปาก  ตาสีส้มเข้มปรายมองเจ้าชายหนุ่มที่ก้าวยาวมาเดินเคียงคู่

 

....... ”  พาราไดซ์เลิกคิ้วมองอย่างสงสัยเมื่อวอดก้าหันมาจ้องเขา  จึงส่งสายตาเป็นคำถามไปให้

 

“  เปล่า  ไม่มีอะไรหรอก ”  ว่าสั้น ๆ ทว่ารอยยิ้มกลับยังไม่เลือนหายจากริมฝีปาก 

 

วอดก้าเอ่ยกับตัว

 

 

ใครว่าฉันพูดเล่นกัน...

 

แต่ตอนนี้จะปล่อยนายไปก่อน

 

 

พอคิดถึงแผนแกล้งเจ้าชายหนุ่มก็อดหัวเราะในลำคอไม่ได้   ใครจะปล่อยให้เจ้าชายของเธอหลุดมือไปกัน  

 

ดูเหมือนว่าเมื่อกลับไปจะไม่ใช่มีแค่พาราไดซ์ที่คิดรุกวอดก้าซะแล้ว...

 

วอดก้าและพาราไดซ์เดินไปเรื่อย ๆ โดยมีวอดก้าเดินนำจนกระทั่งพวกเขาพบอะไรบางอย่าง

 

ติ๋ง  ติ๋ง

 

แอ่งเลือดสีแดงฉานกระจายเต็มพื้นภูเขาไฟ  พร้อมซากร่างหลายร่างที่นอนทอดกายเป็นศพ   ร่างกายเหวอะหวะ  มีแต่รอยคมเขี้ยวและรอยเล็บไม่เว้นแม้แต่ที่กำแพง  กลิ่นไอเวทย์กรุ่น ๆ บ่งบอกว่าการต่อสู้ที่ดุเดือดนี้เพิ่งผ่านไป  

 

ทั้งสองมองสบกันก่อนย่างก้าวระมัดระวังต่อไป

 

“  หืม ? ”  วอดก้าเริ่มขมวดคิ้ว  หูแว่วได้ยินเสียงขู่คำรามของตัวอะไรสักอย่าง  คราวนี้พวกเขาระวังตัวมากยิ่งขึ้นตอนก้าวเข้าไป จนกระทั่งวอดก้าเอี้ยวตัวหลบกรงเล็บแหลมคมที่จู่ ๆ ก็พุ่งใส่จากด้านข้าง  แต่กลายเป็นว่ามีอีกตัวที่กระโจนมาหาพาราไดซ์จึงกระชากชายหนุ่มให้หลบ

 

“  นี่มัน...ตัวสเลเยอร์ ”  วอดก้าพึมพำเบาๆ เมื่อเห็นรูปร่างของมันชัดเจน  สิ่งที่โจมตีทั้งสองคือปีศาจรูปร่างคล้ายสุนัขป่าแต่มีขนสีดำสนิท  นัยน์ตาสีแดงก่ำ  กรงเล็บแหลมคมที่สำคัญคือสามารถโจมตีด้วยบอลเพลิงได้

 

กรร

 

วอดก้าเรียกดาบเล่มหนาออกมาโดยหยิบเผื่อเจ้าชายหนุ่มด้วย  โดยพวกเขาเลือกที่จะใช้ดาบธรรมดาแทนคาซานเดรียและกลาเดียโต้ที่ทรงพลังอำนาจเกินไป  นักบวชหนุ่มหลบวูบการโจมตีของสเลเยอร์ตัวหนึ่งก่อนใช้ดาบสะบั้นคอมัน  ส่วนพาราไดซ์นั้นควงดาบปักเข้าที่ขั้วหัวใจของสเลเยอร์

 

เมื่อพวกเขาเดินต่อไปก็พบสเยเลอร์อีกสองสามตัวกำลังรุมทึ้งศพของผู้เข้าร่วมคนหนึ่ง  หลังจากจัดการพวกมัน  วอดก้าก็ไม่ลังเลที่จะเรียกรวมพลคนทั้งหมดแล้วพาพาราไดซ์ออกสู่ข้างนอกซึ่งเป็นจุดนัดหมายที่ตกลงไว้แล้ว

 

“ พวกนายเจอสเลเยอร์ ? ”  บลัดดี้เลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ

 

“  หลายตัวเลยด้วย ”  วอดก้าพูดเสริมและนั่นหมายถึงทุกคนจะรู้ดี  สเลเยอร์มักเกาะกลุ่มเป็นฝูง  ฝูงเล็กมากกว่าห้าสิบตัว  ฝูงใหญ่ก็นับร้อย  ชอบอยู่ในสถานที่ร้อน ๆ ตามธรรมชาติ  ที่สำคัญคือชอบกินเนื้อสด ๆ 

 

“  นี่คงเป็นคำตอบของทหารและชาวบ้านที่หายตัวไป  รวมถึงฝูงสัตว์ที่อพยพสินะ ”  วิมเลทกล่าวสรุปด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด  การที่มีสเลเยอร์อยู่ที่นี่แสดงว่าจำนวนต้องมากพอดู  ทุกอย่างล้วนมีผลกระทบเป็นลูกโซ่  หากถึงเวลาที่อาหารของพวกมันไม่พอ  มันก็จะเริ่มออกนอกถิ่นและล่าสิ่งมีชีวิตอื่นเข้าไป  จำนวนคงไม่ต่ำกว่าหลักร้อยทั้งยังอาศัยอยู่ภายในภูเขาไฟที่สลับซับซ้อน  หากปล่อยไว้คงมีอีกหลายชีวิตต้องสังเวยแน่

 

“  กรี๊ด !/อ้าก ! ”  เสียงกรีดร้องที่ล่องลอยมาแต่ไกลทำให้ทั้งหมดเปลี่ยนสีหน้า  หันขวับไปทางเดียวก่อนเริ่มออกวิ่ง  มุ่งหน้าไปตามเสียงให้รวดเร็วที่สุดจนทำให้เห็นคนทั้งสิบกลายเป็นร่างเงาเลือนลางสายหนึ่ง  พวกเขาหยุดที่เชิงเนินเล็ก ๆ ที่สูงพอเห็นสภาพโดยรวมของพื้นที่ข้างล่าง  สเลเยอร์มากกว่าร้อยตัวกำลังรุมล้อมกลุ่มผู้เข้าร่วมทดสอบสิบกว่าคนที่ด้านหลังโดยมีบาเรียสีขาวสว่างปกป้อง  แต่คงอยู่ได้ไม่นาน

 

“  เอาไง ? ”  ทั้งหมดหันมาถามความเห็น  วอดก้ากวาดตามอง  เมื่อไม่พบใครที่คุ้นเคยก็พยักหน้ารับเป็นเชิงให้ช่วยได้ 

 

“  พวกเราไปเอง ”  บลัดดี้และเคียร์ขออาสา   ส่วนวิมเลทและบราวน์จะคอยระวังให้สาว ๆ เตกีล่าเรียกธนูออกมา  ก่อนร่ายเวทย์เบาๆ ยิงศรเวทดอกหนึ่งขึ้นสู่ฟ้า  ก่อนที่ศรนั้นจะกระจายตัวเป็นร้อยดอก  โจมตีเปิดทางให้ทั้งสอง

 

บลัดดี้ควงดาบไปมาอย่างรวดเร็วก่อนประสานงานกับเคียร์  ฟาดฟันสเลเยอร์เป็นเส้นทางสายหนึ่งพอดีกับที่บาเรียของผู้เคราะห์ร้ายแตก  วิสกี้และจินที่ได้รับสัญญาณวิ่งลงเนินไปช่วยบ้างจนทำให้พวกมันลดจำนวนลงไปอย่างรวดเร็ว

 

“  พร้อมนะไดซ์  รัม  บราวน์ ”  วอดก้าที่มองสภาพโดยรวมแล้วหันไปถามคนทั้งสามซึ่งทั้งหมดก็ส่งเสียงขานรับ  วอดก้าหลับตาก่อนจะลืมขึ้นพร้อมแผ่จิตสังหารอันรุนแรงใส่ผสานกับจิตสังหารของพาราไดซ์  รัมและบราวน์ซึ่งจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ทำเพื่อขับไล่ฝูงสเลเยอร์ 

 

เหตุผลน่ะเหรอ ? เพราะสะดวก  และรวดเร็วสุดไง

 

หลังปฏิบัติการช่วยเหลือกลุ่มนั้นเสร็จแล้ว  พวกวอดก้าก็รับคำขอบคุณก่อนเตรียมตัวเดินทางออกจากภูเขาไฟอีกครั้งทว่าก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น

 

“  เดี๋ยว  รู้สึกอะไรหรือเปล่า ? ” 

 

รัมที่ความรู้ไวกว่าคนอื่นชะงักปลายเท้าที่ก้าวเดินพร้อมถาม  ทำให้ทุกครั้งหยุดตามเพื่อจับสัมผัสสิ่งรอบข้าง

 

กึก กึก กึก

 

เสียงเศษหินก้อนเล็กขยับตัวไปมากพร้อมพื้นที่เพิ่มแรงสั่นสะเทือนขึ้นเรื่อย ๆ พาราไดซ์  วิมเลท  เคียร์  บราวน์และบลัดดี้รีบคว้าเอวคนข้างกายไว้ไม่ให้ล้มเพราะการสั่นสะเทือน  เตกีล่าหน้าเปลี่ยนสีขณะเอ่ย

 

“  แผ่นดินไหว ?! ” 

 

พรึ่บ  พรึ่บ  พรึ่บ

 

ฝูงนกที่เกาะต้นไม้ในตอนแรกกระพือปีกขึ้นโผบินในทันที 

 

ครืน

 

คราวนี้แผ่นดินบางส่วนปริร้าวทีละนิดก่อนเริ่มแยกจากกัน   คราวนี้วอดก้าต้องกอดพาราไดซ์แน่นเลยทีเดียวเพราะหวิดเซหลายรอบ 

 

“  เฮ้ย ! ”  วอดก้าร้องเสียงหลงเมื่อแผ่นดินที่ยืนอยู่ทรุดลงกระทันหัน  แต่เจ้าชายหนุ่มก็คว้าเอวบางไว้ก่อน  พาราไดซ์ที่เห็นว่าถ้าขืนอยู่ต่อไปอาจแย่  จึงตัดสินใจยกร่างนักบวชหนุ่มขึ้นพาดบ่าราวร่างนั้นไร้น้ำหนัก  บอกผู้เป็นเพื่อนเสียงเรียบ

 

“  ออกไปจากบริเวณนี้ ”  หนุ่ม ๆ เห็นเข้าก็ทำตามก่อนกระโจนตัวตามผู้เป็นหัวหน้าไปอย่างรวดเร็ว  สาว ๆ ในร่างหนุ่ม ๆ ที่ตอนแรกเหวอตอนที่เพื่อนคนแรกถูกอุ้มก็โวยวายด้วยใบหน้าแดงก่ำเพราะต่างไม่เคยตกอยู่ในสภาพนี้มาก่อน

 

“  เดี๋ยวไดซ์ ! ...างฉันลง  ฉันวิ่งเองได้ ! ”  วอดก้าตะโกนบอก  ทว่าคนอุ้มกลับไม่ตอบกลับทั้งเพราะถูกอุ้มพาดบ่าทำให้ไม่เห็นว่าเจ้าชายหนุ่มแอบอมยิ้มที่ได้แกล้งรูมเมทหนุ่ม  จนกระทั่งพ้นบริเวณตีนภูเขาไฟปีศาจ  การสั่นสะเทือนจึงค่อยเบาลงตามลำดับทว่าพวกเขากลับพบกลุ่มที่ไม่คาดหมายซะได้ 

 

นั่นคือกลุ่มของมาคัสที่ออกมาจากภูเขาไฟปีศาจและหลบแรงสั่นสะเทือนมาเช่นกัน  

 

“  ........  ” 

 

“  ........ ” 

 

เจ้าชายรัชทายาททั้งสองพระองค์มองหน้ากันราวทักทาย  แต่เพราะยังไม่มีใครพูดอะไร  รัมที่ทนไม่ไหวก็โวยขึ้น

 

“  วางพวกเราลงได้แล้ว ! ” 

 

“  คิดว่าอยากอุ้มนักรึไง ”  บราวน์แกล้งยั่ว  ก่อนจะต้องร้องซี้ดเมื่อถูกมือบางตบพลั่กเข้าที่หลังเต็มแรง  แต่ละคนจึงได้วางสาว ๆ ลงอย่างนิ่มนวล

 

จินทำหน้าคลื่นไส้  ทำให้เคียร์ต้องเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วงเพราะตอนวิ่งมาค่อนข้างโลดโผนไม่น้อยเพราะต้องวิ่งหลบสิ่งกีดขวาง

 

“  ไม่เป็นอะไรนะครับ  จิน ” 

 

“  อ่า  ยังไหวอยู่  ขอพักสักนิดละกัน ”  พ่อค้าแห่งตลาดมืดเอนกายพิงองครักษ์หนุ่มนิ่ง ๆ โดยคนเป็นหลักก็แสดงความเต็มใจอย่างเห็นได้ชัด

 

“  อ้าก  ไดซ์  เลือดฉันลงหัวแล้ว ”  วอดก้าเริ่มดิ้นเพราะเริ่มมึนจากการที่เลือดไหลลงหัวและอยู่สภาพดิ่งพสุธานาน ๆ พาราไดซ์จึงค่อย ๆ วางร่างนักบวชหนุ่มที่ไร้แว่นตาลง  แน่นอนว่าวอดก้าโซซัดโซเซไปมาแต่ก็ยกมือห้ามไม่ให้ใครเข้ามาช่วย

 

“  นายเกือบจะฆ่าฉันแล้วนะไดซ์  เป็นไงล่ะ  ฉันออกจะตัวหนัก  หิ้วขึ้นบ่ามาได้ ” 

 

วอดก้าแกล้งค้อนให้

 

“  ไม่เห็นจะตัวหนัก ”  พาราไดซ์แย้ง  นักบวชหนุ่มก็เงียบเนื่องจากไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับ  บรรยากาศที่ชวนให้คนนอกเข้าไม่ถึงจึงบังเกิดขึ้นอีกครั้ง

 

“  อย่ามาหวานแหววกันแถวนี้นะ ! ”  วีน่าหลุดวีนเมื่อทั้งหมดพากันไม่เห็นหัวเธออีกครั้ง  ชายหนุ่มทั้งสองจึงทวนด้วยความสงสัย

 

“  หวาน ? ”   

 

“  ช่างเรื่องนั้นเถอะ  เอาไงต่อดีวอด ”  วิสกี้ที่มีวิมเลทโอบเอวประคองข้าง ๆ ถาม

 

“  อืม  กลับเลยแล้วกัน  ไหน ๆ ก็ไม่มีอะไรแล้วนี่ ”  ก่อนหันมาบอกมาคัสเสียงเรียบ “  ส่วนพวกนาย  ถ้าจะอยู่ก็ระวังตัวสเลเยอร์หน่อยล่ะกัน  รู้สึกว่าแถวนี้จะเป็นถิ่นพวกมันซะด้วย ” 

 

“  รู้แล้ว ”  มาคัสขานรับเพราะตอนเดินทางออกมา  พวกเขาก็เจอตัวสเลเยอร์นับสิบเช่นกัน 

 

มาคัสมองไปที่วอดก้าและพาราไดซ์นิ่ง

 

“  มีอะไรหรือเปล่า ? ”  คนถูกจ้องย้อนถาม

 

“  พวกนาย...”   

 

แต่ยังไม่ทันให้เจ้าชายหนุ่มได้เอ่ย  ผืนดินแตกระแหงที่พวกเขายืนอยู่ก็เริ่มสั่นอีกครั้ง   ทำให้แต่ละคนต่างหาที่จับยึด 

 

เดี๋ยว  มันมีอะไรแปลก ๆ

 

วอดก้าขมวดคิ้ว  แต่ดูจะไม่ใช่แค่เขาเพราะคนอื่น ๆ ต่างมองไปที่ทิศทางหนึ่งเป็นตาเดียว 

 

“  สเลเยอร์...”  แซ็คและกีเร่พึมพำเมื่อเห็นร่างนับสิบวิ่งกรูออกจากบริเวณภูเขาไฟออกมาอย่างรวดเร็ว  ด้วยความแรงในการวิ่งและจำนวนที่มากมายพอทำให้เกิดความสั่นสะเทือนได้   และที่วอดก้ารู้สึกว่าซวยสุด ๆ คือพวกมันมุ่งหน้ามาทางพวกเขา

 

“  เราปล่อยพวกมันหลุดไปไม่ได้ ”  บลัดดี้เอ่ยขึ้น

 

“  หมายความว่าไง  ปล่อยให้หลุดไปไม่ได้ ”  วีน่าถามอย่างสงสัย

 

“  แม่คุณ  ดูด้านหลังเราหน่อยเถอะ  มันจะเป็นพื้นที่ชนบทและตัวเมือง  ถ้ามันหลุดไปได้ได้มีคนตายแน่ ” 

 

“  แต่ก็มีกำแพงนี่ ? ”  มาแตร์พูดบ้าง

 

“  ปราการข้างนอกแข็งแกร่ง  ไม่ได้แปลว่าข้างในจะแข็งแกร่งตาม ”  มาคัสเป็นฝ่ายอธิบายเพิ่มเติม  แต่นี่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ  ที่น่ากังวลคือพวกเขาที่จะต้องรับมือกับตัวสเลเยอร์นับร้อยกว่าตัวต่างหาก

 
 

 

 

   

ต่อ

 

 

“  พูดง่าย ๆ กำแพงนั่นถูกสร้างเพื่อป้องกันผู้บุกรุกจากภายนอก  ไม่ใช่การโจมตีจากภายใน  เพราะฉะนั้นมีความเป็นไปได้ที่กำแพงนี้...จะแตก ”  วอดก้าพูดเสียงเรียบ  ก่อนจะพยักหน้าให้พาราไดซ์ซึ่งยืนมองอยู่นิ่ง ๆ เป็นคนสั่งการ

 

“  กลุ่มฉันจะเป็นกลุ่มนำในการฆ่าสเลเยอร์   ฝากกลุ่มนายจัดการตัวที่หลุดรอดหน่อย ” 

 

 มาคัสพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย  ถ้าเป็นฝีมือของอีกฝ่ายและหญิงสาวในคราบชายหนุ่มล่ะก็  คงจัดการได้ไม่ยาก  ตามจริงเขาก็อยากจะเข้าเป็นหนึ่งในแนวหน้าแต่คงจะไม่ได้เพราะยังมีอัศวินในปกครองที่คงรับมือสเลเยอร์จำนวนมากไม่ไหว

 

อย่างที่ราตรี...ไม่สิ  วอดก้าพูด  บางครั้งเขาทำงานคนเดียวคงสะดวกกว่า

 

“  ไม่ต้องห่วง  จะพยายามให้หลุดไปหานายน้อย ๆ ”  ห้วงความคิดถูกดึงกลับเมื่อเสียงของวอดก้ากล่าวขึ้นเหมือนอ่านความคิดเขาออก   วอดก้ายิ้มกว้างส่งให้  ยังไม่ทันที่มาคัสจะถาม  เจ้าตัวก็ชิงตอบก่อน

 

“  ฉันไม่ได้อ่านใจนายได้หรอก  แค่พอเดาสิ่งที่นายคิดได้ตอนมองตา  นายก็รู้ว่าไดซ์เป็นพวกพูดน้อย  ฉันเลยพัฒนาสกิลจนเกือบจะอ่านใจออกน่ะ  หุ ๆๆ ” 

 

นักบวชหนุ่มเผลอหัวเราะ   ขณะเล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเขาและรูมเมทหนุ่มข้าง ๆ ที่หรี่ตามองกับคำนินทาระยะเผาขึ้น  แต่ก็อดยิ้มเอ็นดูไม่ได้  มาคัสที่มองนิ่ง ๆ หรี่ลงอย่างจับผิด 

 

“  พวกนายสนิทกันขนาดนั้นเลยเหรอ ? ”  เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงไม่น่าจะทำให้คนทั้งคู่สนิทกันได้ขนาดนี้ทั้งที่อยู่ต่างโรงเรียน  เขาชักสงสัยแล้วว่านักเรียนโรงเรียนหญิงล้วนมารู้จักเจ้าชายรัชทายาทพาราไดซ์ได้อย่างไร  ทั้งยังดูสนิทสนมมากเกินกว่าแค่คนรู้จัก

 

“  แหะ...”  วอดก้าสะอึกในทันที  “  เหอ ๆ ก็นะ  เรามาเตรียมพร้อมกันดีกว่า ” 

 

แถเสร็จก็หมุนตัวไปหาผู้เป็นเพื่อนทันที  ถึงจะแอบระแวงก็เหอะ  เพราะมาคัสรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงทั้งยังอยู่โรงเรียนหญิงล้วน  มารู้จักกับพาราไดซ์ได้ยังไงนี่คงกำลังคิดอยู่

 

“ แล้วเอาไงวอดก้า ”  วิสกี้ถามผู้เป็นเพื่อนด้วยความกระตือรือร้น   คนวางแผนกรอกตาไปมาเล็กน้อยก่อนฉีกยิ้มกว้าง

 

“  เติร์ก  อยากลุยหรือเปล่า ? ”  หันไปถามฝ่ายสนับสนุนซึ่งใช้ธนูเป็นอาวุธ  เตกีล่าที่ลองคิดส่ายหน้าท่ามกลางอาการแปลกใจของคนอื่นที่ไม่เข้าใจว่าสาวแว่นเหตุใดไม่อยากลุย 

 

เตกีล่าจึงอธิบายความคิดตนเองให้ฟัง

 

“ ฉันยิงสนับสนุนดีกว่า  ถึงจะอยากลุยด้วยแต่ถ้าพวกนายเป็นอะไรไป  มันก็ไม่มีประโยชน์หรอก ” 

 

บ่งบอกความคิดว่าไม่อยากให้เพื่อนที่เหลือเป็นอะไรไปจึงเลือกทำหน้าที่สนับสนุนคอบระวังภัยให้คนอื่นดีกว่า

 

“  เติร์ก ”   สาว ๆ ยิ้มหวานฉ่ำ  ทำท่าจะโผกอดจนคนถูกกอดหัวเราะร่า  วิสกี้เอากำปั้นทุบมืออย่างคนคิดอะไรได้

 

“  ดีล่ะ  งั้นฉันจะอยู่ช่วยสนับสนุนด้วยละกัน  'อรันคา' เองก็ไม่ได้ออกโรงมานานแล้ว”  เจ้าตัวอมยิ้มอย่างแสนคิดถึง

 

“  เอางั้นเหรอ ? ”  วอดก้า  จิน และรัมถามเป็นเสียงเดียว   ซึ่งนักพนันสาวในคราบชายหนุ่มก็ตบไหล่พวกเขาป้าบ ๆ

 

“  ไม่ต้องห่วงไม่ต้องห่วง ” 

 

วอดก้าจึงกระดิกนิ้วเรียกวิมเลทและบลัดดี้ให้เดินมาหา

 

“  เติร์กกับวิสจะสนับสนุนพวกฉัน  ดังนั้น  พวกนายต้องปกป้องสองคนนี้นะ ” 

 

สองหนุ่มที่ได้ฟังมองหน้ากันกับคำสั่งที่ได้รับ  พร้อมยิ้มกริ่ม

 

“  ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ” 

 

“  แล้วตกลงเธอ  จินแล้วก็รัมจะเป็นแนวหน้า ? ”  วิมเลทเริ่มถามเพื่อความมั่นใจ

 

“  ใช่  ” 

 

“  งั้นก็ตามนี้ ” 

 

เมื่อพูดถึงตอนนี้   แผ่นดินที่พวกเขายืนอยู่ก็เริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้งพร้อมร่างคล้ายสุนัขป่าซึ่งมีขนสีดำสนิท  ดวงตาแดงก่ำต่างร้องคำรามพร้อมวิ่งมาทางพวกเขานับร้อย

 

“ อย่างนี้ก็สนุกล่ะ ”  เตกีล่าและวิสกี้แยกไปด้านข้างซ้ายขวาโดยมีบลัดดี้และวิมเลทตามไปคุ้มครอง   ทิ้งแนวหน้าไว้ให้พาราไดซ์  วอดก้า  จิน  เคียร์   รัมและบราวน์ที่ยืนกระจายตัว  เรียงหน้ากระดานเพื่อเตรียมรับมือกับฝูงปีศาจที่ดูจะบ้าคลั่งด้วยอะไรบางอย่าง

 

มาคัสและโคโลสั่งการให้ห้าอัศวินถอยไปตั้งทัพ  และเตรียมรับมือกับตัวสเลเยอร์ที่อาจหลุดรอดออกมา   มาแตร์และวีน่าถูกคุ้มครองโดยคลินไนท์  แซ็คและกีเร่   เพราะสองสาวล้วนถนัดการใช้เวทย์ไม่เหมือนพวกเขาที่ถนัดการต่อสู้ประชิดตัว

 

และเพียงไม่กี่วินาที   จำนวนดวงตาสีแดงก่ำก็เพิ่มจำนวนขึ้นจนกลายเป็นนับไม่ถ้วน  จนเหล่าอัศวินฝึกหัดอดรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนไม่ได้  ผิดกับโคโลที่เรียกอาวุธคู่กายออกมา   เช่นเดียวกับมาคัส  ทว่าเจ้าชายหนุ่มไม่ได้เรียกใช้ดาบคู่ใจ 'อัลฟ่า' ออกมา ( ปรากฏในบทที่ 43  กิจกรรมป่วนหรรษา  เกมส์ภารกิจ )

 

เพราะเขา...คาดหวังการฆ่าฟันครั้งนี้ให้สาแก่ใจ

 

และไม่ใช่เพียงเขา  ร่างที่อยู่ด้านหน้าลิบ ๆ ในรูปลักษณ์บุรุษเจ้าของเรือนผมสีเงินสว่างไสว  ยาวสลวยเองก็ดูท่า...จะต้องการปลดปล่อยความอดกลั้นที่มีมานานออกมาไม่แพ้กัน

 

“ ไดซ์  จะใช้ 'กลาเดียโต้' ไหม ? ”  วอดก้าถามเสียงเอื่อยเฉื่อยแม้ระยะห่างระหว่างพวกเขาและฝูงปีศาจจะเริ่มลดน้อยลงทุกที

 

“  .......... ”  พาราไดซ์ส่ายหน้าไปมาอย่างเชื่องช้า  ก่อนจะโยนดาบเล่มหนาเล่มหนึ่งส่งให้  เพราะเขารู้ว่าเมื่อเขาไม่คิดจะใช้ 'กลาเดียโต้'  วอดก้าเองก็คงไม่คิดที่จะใช้ 'คาซานเดรีย' เช่นกีน

 

“ เอางั้นก็ได้ ”  นักบวชหนุ่มเปรยเสียงเรียบ  พลิกดาบในมือไปมาเพื่อสร้างความคุ้นมือก่อนหันไปไล่สบตาผู้เป็นเพื่อนตั้งแต่เตกีล่าที่เรียกคันธนูแกร่งสีฟ้าออกมา  มันคือ 'อรุณทิวา' คันธนูที่ใช้ศรเพียงหนึ่งดอกในการแตกตัวออกเป็นศรอีกนับร้อย  อาวุธที่เตกีล่าถนัดที่สุด

 

บลัดดี้เลือกใช้ดาบสีดำสนิทไร้แสงสะท้อนเล่มเพรียว  ที่ด้ามจับถูกสลักเป็นรูปจิ้งจอกสีเงินเอาไว้  กลิ่งคาวเลือดจาง ๆ อันน่าคุ้นชินทำให้ชายหนุ่มผมสีคาราเมลอดสูดลมหายใจลึกไม่ได้  รับรู้ถึงหัวใจที่เต้นถี่ด้วยความตื่นเต้นที่ห่างหายไปนาน

 

ต่อมาคือเคียร์ซึ่งถือดาบใหญ่ด้ามจับสีทอง   สลักลายประจำตระกูลเช่นเดียวกับวิมเลท  ผิดแต่ของชายหนุ่มตาสีฟ้าเป็นด้ามจับสีเงินสว่าง   จินที่มีเผ่าพันธุ์คือปีศาจ  แต่มีงานบางอย่างเกี่ยวกับวิญญาณ  อาวุธที่ใช้บ่อยครั้งคือเคียวเล่มหนาสีดำ  ออร่าสีแดงเลือดที่ยังคงความลี้ลับดั่งเช่นทุกครั้ง  มันคือ  'กลืนรัตติกาลส่วนอาวุธของรัมคือ 'เลลาซ'  มีดสั้นเล่มเพรียวที่สามารถร้อยเส้นด้ายที่ตัดเหล็กขาด  ทั้งยังสามารถควบคุมให้แข็งและอ่อนได้ดั่งใจนึก 

 

สุดท้ายคือบราวน์  ในตอนแรกแพทย์หนุ่มคิดจะใช้ปืนบาเร็ตต้า  แต่คิดว่าคงไม่เหมาะกับสถานการณ์เช่นนี้  ชายหนุ่มจึงเลือกดาบเล่มบาง  แต่นั่นก็ไม่ได้สำคัญเท่าพิษร้ายที่ถูกฉาบไว้ที่คมดาบหรอก  มาทางขวาสุดคือวิสกี้ที่ถูกวิมเลทประกบอยู่ด้านข้าง  เจ้าตัวเรียก 'อรันคา' ขลุ่ยหยกสีเขียวน้ำทะเลสวย  ที่ห้อยด้วยพู่แดงเอาไว้  วิสกี้ไม่ลืมเตือนผู้เป็นเพื่อนให้ใช้เวทย์ที่ทำให้ไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง  โดยไม่เตือนถึงกลุ่มของเจ้าชายมาคัส  เพราะสิ่งที่นักพนันหนุ่มจะใช้  คือบทเพลง  แต่รัศมีของมันไม่ได้กินไปด้านหลังมาก  ฉะนั้นกลุ่มของมาคัสจึงไม่เป็นอะไรแน่

 

ส่วนวอดก้ากับพาราไดซ์ก็ใช้เพียงดาบธรรมดา  แต่เท่านั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับคนทั้งคู่

 

ครืน  ครืน  ครืน

 

กรรรร

 

เสียงคำรามของตัวสเลเยอร์ต่างดังลั่น   เหลือระยะห่างไม่ถึงห้าร้อยเมตร  ซึ่งวอดก้าก็วาดดาบลงพื้น  ก่อนจะชี้ไปข้างหน้าเป็นสัญญาณเพราะตอนนี้พวกเขาต่างไม่ได้ยินเสียงอะไรนั่นเอง

 

“  เอาล่ะนะ ”  วิสกี้และเตกีล่าต่างสบตากัน  ก่อนมือเรียวที่ถือขลุ่ยหยกจะบรรจงนาบบนริมฝีปากพร้อมบรรเลงบทเพียงโหยหวนและชวนเสียดแทง  มีตัวสเลเยอร์จำนวนไม่น้อยที่ถึงกลับเสียการทรงตัวจนลื่นไถลไปกับพื้น 

 

เตกีล่ายิงศรดอกหนึ่งขึ้นฟ้าก่อนร่ายเวทแผ่วเบา  ศรหนึ่งดอกก็แตกตัวนับร้อย  ก่อนจะร่วงโจมตีเหล่าปีศาจที่เบื้องล่างพร้อมพวกวอดก้าที่กระโจนตัวลงสู่สนามอย่างรวดเร็ว

 

 

ฉึก ! ฉึก ! ฉึก ! ฉึก !

 

ฉัวะ ! ฉัวะ ! ฉัวะ ! ฉัวะ !

 

 

เสียงอาวุธฟาดฟันเข้าที่ร่างของตัวสเลเยอร์นับไม่ถ้วน  แต่พวกวอดก้าไม่ได้บุกมั่ว ๆ พวกเขาแบ่งออกเป็นสองกลุ่มอีกทีโดยกลุ่มแรกจัดการสเลเยอร์ให้มากที่สุดโดยมีอีกกลุ่มคอยหนุนหลังและฆ่าปีศาจไม่ให้หลดรอดไปได้  แต่ถึงอย่างงั้น  ด้วยปริมาณที่มากและพื้นที่ที่กว้างทำให้ตัวสเลเยอร์นับสิบหลุดไปหาพวกมาคัสได้

 

“  ครีเอ   เวโลเต้ ”  สองสาวชี้คทาเวทย์ไปยังฝูงสเลเยอร์  วงเวทย์สีฟ้าปรากฏใต้พื้นที่ตัวสเลเยอร์กำลังวิ่งมา ก่อนจะมีแท่งน้ำแข็งเล่มหนาพุ่งปักร่างของพวกมันไว้   มาแตร์ก็ไม่น้อยหน้า  เสาดินผุดขึ้นกักร่างของนักล่าเอาไว้พร้อมร่ายเวทย์อีกมากโจมตี

 

เพียงผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง  กีเร่  มาแตร์  แซ็ค  คลินไนท์และวีน่าก็เริ่มมีอาการหอบเหนื่อย  สาว ๆ เกิดจากการเสียพลังเวทย์มาก   ส่วนหนุ่ม ๆ เกิดจากเสียพลังกายไป 

 

“ พวกนั้นไม่เหนื่อยกันเลยหรือไง ”  วีน่าอดพูดไม่ได้เมื่อกลุ่มคนเบื้องหน้ายังพยายามเข่นฆ่าเบื้องหน้าต่อไปจนร่างกายอาบชุ่มไปด้วยโลหิต  ทว่ายังคืบคลานต่อไปได้เรื่อย ๆ ด้วยความเร็วโดยเวลาในการฆ่าฟันไม่ได้เชื่องช้าลงเลยแม้แต่น้อย   เช่นเดียวกับคนด้านข้างที่สนับสนุนผู้เป็นเพื่อนอย่างเต็มที่  นับกว่าห้าร้อยตัวแล้วที่ตายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง  ตอนนี้เหลือตัวสเลเยอร์เพียงแค่สามร้อยตัวเท่านั้น  

 

ตอนนี้ตัวสเลเยอร์ที่เหลือรับรู้แล้วว่ากลุ่มคนเบื้องหน้าร้ายกาจเกินกว่าที่พวกมันจะต้านทานได้  จึงพยายามหลบหลีกกลุ่มของวอดก้า  ทว่าก็ถูกขัดขวางเพราะพวกเขาล้วนขยับกายเข้าฆ่าฟันอย่างไม่ปราณี  ความเร็วในการฆ่ายิ่งมายิ่งรวดเร็ว  สำหรับพวกวอดก้าแล้ว  การสู้แค่นี้ยังเทียบอะไรไม่ได้กับตอนที่ติดอยู่ในมิติปิด   ในตอนที่โรงเรียนถูกบุกรุกแม้แต่น้อย  ความร้ายกาจของนักล่าตัวร้ายกลายเป็นเพียงเด็กน้อยเมื่อเจอพวกเขาทั้งหมด  จนในที่สุด  ครึ่งชั่วโมงต่อมา ตัวสเลเยอร์ที่เหลือเพียงไม่ถึงร้อยตัวก็ต้องหลบหนีเข้าไปที่ภูเขาไฟตามเดิม  ทิ้งซากร่างเพื่อนพ้องเอาไว้

 

“  อี๊...เหม็นกลิ่นเลือดจัง ”  วีน่าเบ้หน้าเมื่อพวกวอดก้าเดินย้อนกลับมาหา   วิสกี้ทำหน้าเซ็งจัดขณะย้อน

 

“  ขอโทษล่ะกันแม่คุณที่ตัวเหม็นน่ะ ” 

 

“  เชอะ ”  สาวเจ้าเชิดหน้ากับคำโต้กลับก่อนโคโลจะสั่งให้มาแตร์และวีน่าร่ายเวทย์สายน้ำเพื่อช่วยชำระคราบเลือดของพวกเขาทั้งหมดออก   หนึ่งคนเต็มใจส่วนอีกคนแม้ไม่เต็มใจก็ขัดอะไรไม่ได้  จนกระทั่งพวกเขาต่างจัดการกับตัวเองเสร็จเรียบร้อย  จินก็พยักเพยิดไปทางซากร่างของตัวสเลเยอร์ที่ตายแล้วเบื้องหลัง

 

“  แล้วพวกนั้นเอายังไงดีล่ะวอดก้า ” 

 

“  ไม่ต้องห่วง ”  วอดก้าเพียงยิ้ม   ลูบสร้อยทับทิมที่บัดนี้ล่องหนก่อนสะบัดมือไปด้านหน้า   เพียงพริบตาเปลวเพลิงร้อนแรงก็คล้ายกำเนิดจากฝ่ามือนักบวชหนุ่ม  พุ่งทะยาน  เผาผลาญซากศพตัวสเลเยอร์ได้อย่างว่องไว

 

พวกวีน่าได้แต่อ้าปากค้างเมื่ออีกฝ่ายไม่เพียงแต่ไม่ต้องร่ายเวท  แต่ยังสามารถควบคุมเพลิงให้กระจายไปเผาร่างสเลเยอร์ได้อย่างใจนึกจนแทบไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมโดยรอบ  ทั้งเปลวเพลิงนั้นยังรุนแรงและมากมายเหลือคณานับ  พอคิดว่าหากเธอไปกวนใจอีกฝ่ายมาก ๆ คงถูกย่างสดก็อดหน้าซีดไม่ได้

 

มาคัสไม่ได้แปลกใจอะไรนักเพราะรู้อยู่แล้วว่าวอดก้านั้นไม่ธรรมดา  แต่เขาเองก็ต้องเพิ่มการประเมินความสามารถของอีกฝ่ายให้สูงขึ้น

 

ส่วนพวกวอดก้าต่างรู้อยู่แล้วว่าเป็นพลังจากสร้อยแห่งสราทเพราะยังไงพลังเวทของพวกเธอก็ผนึกเอาไว้ในผลึกธาตุแล้ว 

 

“  ไปหาข้าวเย็นทานก่อนไหม  แล้วค่อยกลับกัน ”  บราวน์เสนอด้วยรอยยิ้ม  เมื่อเห็นท่าทางเหนื่อยอ่อนของทั้งหมด

 

“  ไปพักก่อน ”  พาราไดซ์ไม่รอให้ใครค้าน  ลากวอดก้าออกเดินในทันที  แต่แล้วต้องขมวดคิ้วเมื่อนักบวชหนุ่มยืนนิ่ง   ก่อนร่างของอีกฝ่ายจะคล้ายวูบไหวไปมา  ราวกับภาพที่ซ้อนทับ  และนั่นทำให้วิสกี้  จิน  รัมและเตกีล่านิ่งไปบ้าง 

 

เพล้ง ! พรึ่บ !

 

“ เฮ้ย ! ” 

 

และสุดท้าย  สาว ๆ ก็ต้องร้องลั่นเมื่ออุปกรณ์ปลอมตัวแตกสลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยหลังคล้ายมีการอาการติดขัดอยู่ครู่หนึ่ง  จินถึงกับอ้าปากค้าง

 

“  สิบล้านของฉัน !!! ” 

 

“  เกิดอะไรขึ้น ! ”  สาว ๆ ชื่อเป็นแอลกอฮอล์ตะลึงลาน  เพราะความไม่ทันตั้งตัว  นิ่งค้างจนลืมกลุ่มของมาคัสไปเสียสนิท  ซึ่งเจ้าชายแห่งนาโวลล์กลับผุดยิ้มที่มุมปากน้อย ๆ ยามเห็นใบหน้าคมคายงดงามของหญิงสาวซึ่งแม้เคยพบเพียงครั้งเดียว  แต่กลับยังตราตรึงใจไว้อยู่  ไม่ลืมเลือน

 

“  เฮ้ย ! จิน ! ”  วอดก้าร้องลั่นเมื่อแม่ค้าสาวถึงกับล้มพับ  ถ้าไม่ติดที่เคียร์รีบคว้าไว้เจ้าตัวคงฟุบพื้นไปแล้ว   ด้วยอาการช็อคสุดขีด  จินเลยหลับยาวไปเลย

 

“  จิน  จินครับ ”  รัมรีบวิ่งไปดูผู้เป็นเพื่อน  พอรู้ว่าแค่ช็อคชั่วขณะก็พ่นล่มหายใจพรู่ด้วยความโล่งอก  หยิบยาหอบให้เคียร์ที่ประคองร่างของจินไว้  ให้จ่อที่จมูกโด่งขาวเนียน  ซึ่งกลับมาเป็นผิวสีเดิมหลังเจ้าตัวปลอมเป็นชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งเสียนาน

 

“ โอย...เห็นแล้วจะเป็นลมตาม ”  วิสกี้ถึงกับปวดหัวจี๊ด  สิบกว่าล้านไม่ใช่จะหาได้ง่าย ๆ  คนรักเงินอย่างนักพนันสาวจึงอยากเป็นลมตาม

 

“  ไหวหรือเปล่า ? ”  วิมเลทถามด้วยความเป็นห่วงกับร่างจริงของหญิงสาวที่ไม่ได้เห็นเสียนาน  ทว่าทุกครั้งที่ปรากฏตัวยังคงความงดงามและเสน่ห์อันดึงดูดผู้คนดั่งเช่นทุกครั้ง

 

“ อ......อะไร  นี่มันอะไรกัน ? ”   วีน่าได้แต่อ้าปากค้างเมื่อชายหนุ่มหน้าตาบ้าน ๆ ห้าคนกลายเป็นใครก็ไม่รู้แทน  และห้าคนนั้นก็มีใบหน้างดงามดุจดั่งเทวดาสร้าง 

 

วอดก้าหัวแล่น  เตรียมจะเปลี่ยนเรื่องไม่ก็หาทางแถ  แต่มาคัสก็รู้ตัว  รีบเอ่ยดักเสียงนิ่ง

 

“  เธอบอกว่าถ้าพบกันอีก  จะยอมแนะนำตัว ” 

 

กึก !

 

“  เฮ่อ...งั้นก็ช่วยไม่ได้   แต่ไปคุยที่ร้านเดิมล่ะกัน  ตอนนี้พวกฉันหิวกันไส้กิ่วแล้ว ”  วอดก้ายอมยกมือยอมแพ้เมื่อได้รับสายตาคาดคั้นจากอีกฝ่าย  เอาเถอะ  ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว  

 

“  ใส่เสื้อคลุมซะ ”  แต่พาราไดซ์ก็ไม่ได้ประมาท  จัดการสวมเสื้อคลุมหนังสีน้ำตาลเข้มพร้อมยกฮู้ดปิดเส้นผมสีน้ำตาลแดงนุ่มสลวยให้เรียบร้อย  ก่อนโอบอุ้มร่างโปร่งไว้ในอ้อมแขน  ไม่ฟังเสียงคัดค้าน  เลียนแบบเคียร์ซึ่งอุ้มจินที่สลบไว้   อ้างว่าไม่ให้พวกสาว ๆ เหนื่อย 

 

วอดก้า  วิสกี้  รัมและเตกีล่าจึงจำต้องยอมอีกฝ่ายไป

 

“  ตกลงเล่ามาเดี๋ยวนี้นะ  พวกเจ้าเป็นใคร ล...แล้วทำไมหน้าตาจึง...” 

 

“  ถ้าเป็นเรื่องนั้นล่ะก็  เราใช้อุปกรณ์เวทย์มนตร์ปลอมตัวน่ะ  จะได้ไม่ถูกจับได้ว่าใช้เวทย์ปลอมตัว   ส่วนใช้ทำไม...ขอเป็นความลับล่ะกัน ”  จินเป็นคนอธิบายแทนพวกวอดก้าที่รีบกินอาหารอย่างรวดเร็วเพราะความหิว  ตอนขากลับถึงหนุ่ม ๆ จะหยิบของประเคนให้ถึงปากแต่ดูจะไม่เพียงพอ  พอมาถึงที่พัก  พวกวอดก้าก็ร่ายชื่ออาหารยาวเหยียดทันที  ดีที่ตอนนี้เป็นเวลาบ่าย ๆ แล้วทำให้ไม่ค่อยมีลูกค้าอยู่

 

“  งั้นชื่อก็ปลอมด้วยน่ะสิ ”  แซ็คเริ่มถาม

 

“  ประมาณนั้น ”  เตกีล่ายกมือกระแอมไอน้อย ๆ แต่เรียกทุกสายตาให้จับจ้องในทันที  กับภาพลักษณ์ของทั้งห้าที่ราวคนแปลกหน้า  ทั้งยัง...ชวนให้ไม่กล้าสบตาเพราะเสน่ห์อันล้นเหลือของคนทั้งหมด

 

คนแรก   ชายหนุ่มผมเงิน ผู้ที่มีใบหน้าหล่อเหลาอย่างไร้ข้อกังขา    ใบหน้าได้รูปกับจมูกโด่งคมและริมฝีปากบางสวยรับกับนัยน์ตาสีน้ำเงินคมกริบดุจเหยี่ยว  แม้ถูกซ่อนอยู่หลังเลนส์ทว่าทำให้เขาดูเจ้าเล่ห์และฉลาดโดยที่ไม่มีใครกล้าบอกตัวเองเป็นที่หนึ่งแน่  หากตัวเขาบอกว่าความฉลาดของตัวเองนั้นเป็นที่สอง  …แต่เพียงส่งยิ้มลบเลือนใบหน้าอันเย็นชา   ทุกคนก็พร้อมจะทุ่มเทหัวใจให้กับเขาอย่างไม่ลังเล   แม้จะกลายเป็นนักโทษของเขาชั่วนิรันดร์

 

คนที่สอง   ชายหนุ่มผมสีทองมีรอยยิ้มอ่อนหวานละมุนอยู่บนใบหน้าราวกับขนมสายไหม   ดูคล้ายเจ้าชายผู้อ่อนโยนครอบครองใจสาวน้อยสาวใหญ่ที่หลงใหลไปกับความอ่อนหวานและอบอุ่นนั้น นัยน์ตาฟ้าราวเทพบุตรมองพลางโปรยรอยยิ้มหวานจัดให้คนมอง   เรียกอาการสั่นไหวของหัวใจ  และให้ความรู้สึกที่อยากจะมองรอยยิ้มนั้นตลอดไป  โดยหารู้ไม่ว่ามันคือหลุมพรางสู่ความหลงใหลคลั้งไคล้ที่เป็นยิ่งกว่าสารเสพ

 

คนที่สาม  ชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงงดงาม   ที่ฉีกยิ้มกว้างราวดอกทานตะวันที่สดใส    ความร่าเริงและความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังดวงตาสีแดงระยิบระยับคู่นั้น   ทำให้คนที่มองเผลอก้าวตามจังหวะที่เขาขีดเขียนขึ้นโดยไม่รู้ตัว   เพียงเสี้ยววินาทีที่ความลับเล็กน้อยเผยออกมาและถูกนำเก็บเข้าไปใหม่ก็ยิ่งทำให้พวกเธอก้าวเข้าไป   เพื่อค้นหาความในใจของเขาผู้นั้น   โดยแทบไม่รู้ว่าตัวเองได้กลายเป็นคนใสซื่อที่ไม่เอะใจกับอันตรายและกับดักที่ซ่อนไว้หลังดวงตาที่อยู่ในรอยยิ้มสนุกสนานของหนุ่มหล่อผู้อารมณ์ดีและสดใสคนนี้แม้แต่นิดเดียว   และไม่สามารถปกปิดความต้องการใดต่อหน้าเขาผู้นี้ได้

 

 คนที่สี่   ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อน   ใบหน้าที่ไร้รอยยิ้มมีแต่ความเย็นชาปรากฏอยู่   นัยน์ตาสีเขียวมรกตมีแต่ความเยือกเย็นและสงบนิ่งชวนให้ผู้มองหลงใหล   ความเย็นชาและเฉยเมยจนดูเหมือนไร้หัวใจของเขาเปรียบเสมือนปราการเหล็กสูงเสียดฟ้าที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถพังทลายได้โดยง่าย   แต่เมื่อรอยยิ้มได้ประดับอยู่ที่ริมฝีปากเขาเมื่อใดก็ไม่มีใครที่อาจหาญจะปฏิเสธเขาได้อีก   แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าเมื่อก้าวเท้าเข้าไปแล้วจะไม่สามารถถอยหลังกลับจากกรงขังที่มืดมิดของเขาได้  ทว่าเจ้าตัวก็ยังคงภาพลักษณ์เริงร่าเจ้าเสน่ห์เอาไว้   รอยยิ้มถูกโปรยราวใช้ล่อลวงคนรอบข้าง

 

สุดท้าย     ร่างสูงโปร่งผู้มีเสน่ห์มหาศาล   เจ้าของรอยยิ้มบาง ๆ แต่ทรงอนุภาพสูงราวกับเทพเจ้าตัวจริงจุติลงมาเกิด    เขาคือคนที่เป็นเจ้าของความเพอร์เฟ็กทุกอย่างยากจะหาใครเปรียบ   ดวงตาสีม่วงแดงคมมีความเจ้าเล่ห์ที่น่าหลงใหลราวกับนักมายากลที่เหลือนักมายากลด้วยกันทั้งปวง    เมื่อใดที่เขาได้ร่ายมนตร์สะกดใจ  ต่อให้ใจแข็งและเก่งกล้ามาจากไหนก็กลายเป็นกระต่ายน้อยเชื่อง ๆ ได้ในโอวาทของเขาแต่เพียงผู้เดียว   มือเรียวสวยยกขึ้นเสยผมสีน้ำตาลอมแดงที่ตกลงมาปรกหน้าเล็กน้อย   และราวกับจะแกล้งกันเพราะท่วงท่านั้นดูดีอย่างร้ายกาจ   ยิ่งได้มองยิ่งลุ่มหลง   ยิ่งได้เห็นยิ่งคลั่งไคล้   ยิ่งเข้าใกล้ตัวเองก็ยิ่งสูญเสียการควบคุมอย่างไม่รู้ตัว   จนกลายมาเป็นคนที่ถูกเขาชักใย    สมกับความลุ่มหลงที่มอบ  ต่อให้ต้องตาย  เพียงได้ยลและสัมผัสอีกฝ่าย  ต่อให้ต้องแลกทุกอย่างก็ยินยอม

 

“  ช...แล้ว...ชื่อของพ...พวกนายคือ ? ”  วีน่าอดถามไม่ได้  แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อดวงตาห้าสี  ต่างคู่จับจ้องมาทางตน  วอดก้าขยิบตาให้อย่างขี้เล่น  ยกนิ้วชี้ทาบริมฝีปากตนเบา ๆ ขณะเอ่ย

 

“  ความ-ลับ ” 

 

เมื่อเห็นสาวเจ้าหน้าแดงก่ำ  คนที่เหลือก็หัวเราะในลำคอน้อย ๆ อย่างพึงพอใจ  หารู้ไม่ว่าเหล่าอัศวินฝึกหัดทั้งหมดนั่นล่ะที่หน้าขึ้นสีเลือดฝาด  แม้แต่โคโลยังต้องกระแอมไอน้อย ๆ

 

“  อ่อ  จริงสิไดซ์  พวกฉันจะไปเที่ยวกันนะ  ตอนนี้เพิ่งสามโมงเย็น  ค่อยเจอกันตอนห้าโมงได้ไหม ? ”  วอดก้าหันไปขออนุญาตร่างสูงที่นั่งข้าง ๆ

 

“  ได้ ”  เพราะเขาเองก็มีธุระ...ที่ต้องจัดการเช่นกัน

 

เมื่อได้รับคำอนุญาต  พวกวิสกี้ก็หันไปถามชายหนุ่มทั้งหลายว่าต้องการอะไรหรือไม่จะได้ซื้อมาฝาก  ทว่าหนุ่ม ๆ ก็ส่ายหน้าปฏิเสธ  สาว ๆ ( ที่ถูกเข้าใจว่าเป็นหนุ่ม ) ก็หยัดยืนขึ้นทว่าพวกเขาก็ไม่ลืมที่จะตีตราอีกฝ่ายที่กำลังจากไป

 

หมับ ...

 

“  ? ”  เตกีล่าเลิกคิ้ว  มองมือของบลัดดี้ที่คว้ามือของเธอไว้ด้วยสายตาสงสัย  ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีแดงชมพูยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก  พลิกมือของเตกีล่าแล้วยกจุมพิตหลังมือหญิงสาวเบา ๆ

 

“  ห้ามไปยิ้มหวานให้ใครนะครับ ”  เขาอดเรียกร้องไม่ได้

 

เตกีล่าลอบหลบสายตาเพราะรู้สึกแปลก ๆ กับนัยน์ตาคู่สวยที่ทอความหมายบางอย่าง  ใบหน้าขึ้นสีแดงจางขณะขานรับงึมงัมในลำคอ

 

“  อือ...”  เท่านั้นก็เพียงพอให้บลัดดี้ฉีกยิ้มกว้างแล้ว

 

“  โอ๊ย ! ๆๆ อย่าดึงแก้มดิ  มันเจ็บนะ ! ”  รัมทำหน้าเจ็บปวดเมื่อถูกร่างสูงดึงแก้มจนย้วยหลังเธอแกล้งเหยียบเท้าชายหนุ่ม  เลยโดนแกล้งคืนกลับ

 

“  ให้รู้ซะบ้างว่าเล่นกับใคร ”  บราวน์แสยะยิ้ม  เลยได้รับค้อนส่งให้

 

“  นิสัยเสีย ”  รัมบ่นอุบ  ก่อนจะยื่นหน้าไปหาอีกฝ่าย   ซึ่งมือหนาก็ทอแสงสีฟ้าสว่างวาบ  รักษารอยแดงช้ำให้หายไป  

 

“  แล้วไหงฉันต้องรักษาให้เธออีก ”  แพทย์หนุ่มที่เผลอรักษาอีกฝ่ายไป  ยีหัวตัวเองอย่างหงุดหงิดหลังเห็นรอยยิ้มของอีกฝ่าย  แต่แล้วความหมั่นไส้ที่มีก็หายไปอย่างรวดเร็วเมื่อร่างเล็กแอบก้มลงหอมแก้มเขาเบา ๆ ไม่ให้ใครเห็น  พลางกระซิบริมหูว่า

 

“  ปากร้ายใจดีนะเรา ” 

 

ทำเอาคนถูกขโมยแก้มต้องส่ายหัวอย่างอ่อนใจ  ถึงจะลอบอมยิ้มที่ได้กำไรเหนาะ ๆ ก็เถอะ

 

“  จินครับ  ไหวแน่หรือครับ ”  เคียร์อดเป็นห่วงร่างโปร่งเจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิงยาวไม่ได้

 

“  สบายบรื้อ ”  จินยกยิ้มกว้างสดใสให้อีกฝ่ายคลายใจ  จริง ๆ ถึงจะช็อคแต่เธอก็ฟื้นตั้งแต่ครึ่งทางแล้ว  เพียงแต่อยากให้ชายหนุ่มอุ้มก็เลยแกล้งทำตัวปวกเปียกไปงั้นล่ะ

 

ก็เวลาอีกฝ่ายห่วงเธอมันน่ารักน่าแกล้งซะเหลือเกินนี่

 

“  โธ่เอ๊ย  เคียร์  อย่าไปห่วงมันมากเลย  จินมันถึกไม่ตายง่าย ๆ หรอก ”  วิสกี้ที่โผล่ไปขวางทั้งสองเป็นอันต้องหงายหลังเมื่อถูกวิมเลทคว้าคอเสื้อด้านหลังไว้

 

“  ไม่ต้องไปยุ่งกับเขาเลย  เอาคืนมานี่ ”  ว่าพลางแบมือด้วยสีหน้าบูดบึ้ง

 

วิสกี้แสร้งทำท่าไม่เข้าใจ

 

“ อะไร ? คืนอะไร ? ” 

 

องครักษ์หนุ่มผมเงินถอนหายใจ  หรี่ตามอง

 

“  กระเป๋าเงินของฉัน...ส่งมา ” 

 

นักพนันสาวทำปากยื่นในทันทีที่ถูกอีกฝ่ายจับได้  เรียกรอยยิ้มเอ็นดูได้จากวิมเลท  แม้หัวจะต้องเริ่มคิดระวังเรื่องมือไวของอีกฝ่ายแล้วก็ตาม

 

“  เพราะงั้น  ลาก่อน  ”  วอดก้าหลังดึงตัวผู้เป็นเพื่อนทั้งสี่ออกมาแล้ว  ก็กระตุกยิ้มมีเสน่ห์ก่อนจะหายวับไปอย่างรวดเร็ว

 

พาราไดซ์ลุกขึ้นยืนก่อนหันไปพูดกับเพื่อนด้วยสีหน้าเรียบเฉยบ้าง

 

“  พวกเราก็ควรจะไปได้แล้ว ” 

 

อีกสี่หนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะหายวับตามไป  ทิ้งเหล่าอัศวินให้ยังนิ่งอึ้งกับใบหน้าที่แท้จริงของคนที่บอกว่าเป็นคนธรรมดาทั้งห้า

 

“  เราก็ต้องไปแล้วโคโล ” 

 

“  พะยะค่ะ ”  โคโลน้อมรับก่อนสั่งให้คลินไนท์   วีน่า  มาแตร์  แซ็คและกีเร่อยู่ที่นี่  แม้สาวผมสีฟ้าจะคัดค้านแต่พอสบดวงตาเหยียบเย็นของผู้เป็นนาย   ก็ต้องปิดปากเงียบ

 

มาคัสสวมเสื้อคลุมพร้อมยกฮู้ดคลุมศีรษะให้เรียบร้อย  ก่อนพวกเขาจะมุ่งหน้าไปยังพระราชวังลูอิซซาร์ 

 

 

ทางด้านพวกวอดก้า

 

“  แยกกันไปคนละทาง  ทำให้เรียบร้อยและเร็วที่สุดนะ  ตกลงไหม ? ”  วอดก้าแจกแจงแผนการทันทีก่อนแยกกันไปคนละสาย  สวมเสื้อคลุมมิดชิดปกปิดตั้งแต่หัวจรดเท้า  และแล้วปฏิบัติการที่สำคัญไม่แพ้กันในครั้งนี้จึงเริ่มขึ้น

 

“ แม่  ท่านได้ยินเสียงอะไรหรือเปล่า ”  เด็กหนุ่มคนหนึ่งขมวดคิ้วขณะมองไปยังหน้าต่าง  แต่เสียงมารดาก็ดังตอบปฏิเสธ

 

“  ไม่นะ  ลูกคงหูฝ...”  เสียงของมารดาที่ขาดหายทำให้เด็กหนุ่มรีบวิ่งไปหาก่อนจะเบิ่งตามองเมื่อพบทองคำหนึ่งแท่งพร้อมสร้อยอัญมณีหรูหราอยู่บนโต๊ะกลางบ้าน  สองแม่ลูกมองหน้ากัน

 

ไม่ใช่เพียงบ้านเดียว  แต่แทบทุกบ้านล้วนสังเกตุเห็นเงาวูบไหวที่วางของมีค่าทิ้งไว้ตามบ้านก่อนจะเลือนลับหายไป  พร้อมอักษรเวทย์ที่ปรากฏคำ 'คืนสู่ประชาชนไม่เว้นแม้แต่บ้านเดียว   ข่าวเรื่องคนแจกเงินทองล้วนเริ่มฮือฮา  บ้างว่าเป็นคนกลุ่มหวังดีที่มอบให้  บ้างว่าเป็นขโมยที่ต้องการเอาของมากระจายไม่ให้ถูกจับได้ 

 

ทว่าที่ทั้งหมดรู้สึกเหมือนกันคือ รู้สึกขอบคุณผู้มอบให้ลึก ๆ

 

 

 

ทางด้านพระราชวังลูอิซซาร์   มาคัสกำลังนั่งสนทนากับบุคคลหนึ่งในห้องทรงอักษรกว้างใหญ่ซึ่งถูกเชื้อเชิญโดยกษัตริย์องค์ปัจจุบันของโพซิเด้น  คาซิรัส  เวลออง  ดิ  โพซิเด้น

 

“  พระองค์ยังคงแสดงละครได้แนบเนียนดังเดิม ”  เจ้าชายรัชทายาทแห่งนาโวลล์เริ่มบทสนทนาด้วยคำพูดคล้ายกล่าวกระทบ  ทว่าเจ้าชายหนุ่มหมายถึงตามนั้นจริงๆ

 

“  เจ้าก็กล่าวเกินไป  ตอนอยู่ต่อหน้าเด็กพวกนั้น...ข้าไม่ได้หลอกลวงความรู้สึกแม้แต่น้อย ”  ร่างสูงใหญ่ในชุดทรงงานเรียบง่ายพิงพนักเก้าอี้หรูขณะตอบ  พระองค์รู้ว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้านั้นหมายถึงเรื่องใด

 

.......... ”  มาคัสก็ไม่ได้ค้าน

 

“  ดูเหมือนว่าสายที่ข้าส่งไปให้คุ้มครองเด็กพวกนั้นจะไม่จำเป็นแม้แต่น้อย ”  คาซิรัส  หรือ  ไคซัส  เจ้าของบาร์ที่พวกวอดก้าไปทำงานซึ่งเพียงแวบเห็นแม้อีกฝ่ายจะปลอมตัวด้วยเวทย์ปลอมแปลงทว่ามาคัสก็สามารถรู้ได้ง่ายดายว่าอีกฝ่ายคือใคร  ด้วยแหวนทับทิมเม็ดงามที่หัวแหวนถูกหมุนเข้าด้านในทำให้มองเผิน ๆ เหมือนไคซัสเพียงสวมแหวนเงินธรรมดา ๆ เท่านั้น  แหวนทับทิมคือแหวนประจำตัวกษัตริย์ทุกพระองค์ของโพซิเด้น  คือแหวนที่สามารถสั่งการป้อมปราการมนตราได้ดั่งใจนึก   หากคิดว่ากำแพงทั้งสามเพียงแค่ป้องกันการโจมตีจากข้างนอกได้เท่านั้น  บอกเลยว่าคิดผิด  เพราะมัน...มีชีวิตที่จะปกป้องเมืองแห่งนี้  เพราะฉะนั้น  โพซิเด้นซึ่งมีป้อมปราการที่ไม่ว่าสิ่งใดก็ไม่สามารถตีแตกได้

 

“ พวกเขาฝีมือไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ”  เขารับคำสั้น ๆ  ก่อนเริ่มเข้าเรื่อง “  พระองค์คิดจะยอมเป็นลูกไก่ไปนานเท่าไหร่ ? ” 

 

มาคัสรู้ว่าชายเบื้องหน้าไม่มีทางอยู่เฉยกับการคิดก่อกบฏของอดีจแม่ทัพอย่าง เทลอัส  ที่ในตอนนี้ยังครองตำแหน่งเสนาบดีฝ่ายขวา  ข่าวคราวที่เขาได้รับคือกษัตริย์คาซิรัส  กลายเป็นหมากและถูกเหล่าขุนนางควบคุมไว้   แม้เหตุการณ์ยังสงบแต่ไม่นานสงครามการเมืองคงเริ่ม

 

“  ก็จนกว่า...จะได้เวลาล่ะนะ  ขุนนางพวกนี้ชักเอาใหญ่   ความสามารถก็มีแค่ในอดีต   ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว  รวบหัวรวบหางไปเลยคงจะดีกว่า ”  ความหมายของพระองค์คือต้องการตัวการที่คิดคดทรยศทั้งหมด  ไม่ว่าจะมากจะน้อย  ขอเพียงเวลาที่จะได้คนเข้าร่วมทั้งหมด  พระองค์ก็จะจัดการขั้นเด็ดขาด  อีกทั้ง...ลูกไก่ในกำมืออย่างตัวปลอมน่ะ  พระองค์ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรอยู่แล้ว   จะบอกว่าเลือดเย็นก็เป็นได้ 

 

“  จะทำอะไรพระองค์ควรระวัง  ไม่ต้อนสุนัขให้จนตรอก ”  มาคัสถอนหายใจ  ยกแก้วชาขึ้นจิบ

 

คาซิรัสหัวเราะเบา ๆ ในลำคอขณะเอ่ยต่อ

 

“  เพราะจะถูกมันแว้งกัด  เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง ”  นัยน์ตาสีเข้มทอประกายแผนการและความโหดเหี้ยมอำมหิต “  เมื่อถึงตอนนั้น...พวกมันจะได้รู้สึกว่าการคิดคดทรยศนั้น  โทษของพวกมัน...ยิ้มกว่าตายทั้งเป็น ” 

 

....... ” 

 

“  อย่างไรก็เถอะ  ข้าฝากคำทักทายถึงบิดาของเจ้าด้วย  เราอาจได้พบกันที่งานโรงเรียนอีกหลายแห่งที่ข้าจะถูกเชื้อเชิญ  คงมีสักทีที่เราได้เจอกัน ”  คาซิรัสปรับใบหน้าเป็นแย้มยิ้ม  ซึ่งเจ้าชายหนุ่มก็โค้งหัวรับเป็นเชิงเข้าใจ

 

ก็อก  ก็อก  ก็อก

 

เสียงเคาะประตูห้องทรงอักษรดังขึ้นแผ่วเบา  พร้อมเสียงรายงานเบื้องนอกว่าเป็นเจ้ากรมคลังขอเข้าพบ  ทว่าคาซิรัสไม่ได้ส่งเสียงอนุญาตให้อีกฝ่ายเข้ามา  เพราะร่างในชุดคลุมสีดำปรากฏขึ้นข้างกายกษัตริย์แห่งโพซิเด้นราวภาพลวงตาพร้อมคำรายงานกระซิบริมหูผู้เป็นนาย

 

พระองค์ถึงกับต้องเลิกคิ้วสูง

 

“  เข้ามาได้  ”  พร้อมที่เงาหายลับไป  เจ้ากรมคลังมีสีหน้าแตกตื่นปนตกตะลึงยามรายงาน

 

“  ย...อยู่ ๆ ก็มีสมบัติเข้ามาเติมเต็มห้องคลังเก็บสมบัติพะยะค่ะ  ฝ่าบาท  โดยทหารไม่มีใครรู้เลยแม้สักน้อยว่ามีผู้ขนย้ายทรัพย์สมบัติเข้าไป ” 

 

คาซิรัสและมาคัสนิ่งงันไป  ก่อนเจ้าชายหนุ่มจะผุดยิ้มเมื่อนึกถึงอะไรบางอย่างได้  และรอยยิ้มนั้นก็สะกิดใจพระองค์  พอผนวกกับคำรายงานคนของพระองค์   สมองพลันย้อนคำนึงถึงบทสนทนาของตนกับเด็กกลุ่มหนึ่ง

 

 

“  ไป ๆ กันได้แล้ว  เดี๋ยวสายพอดี  ข้าเองก็ต้องรีบกลับแล้ว ” 

 

“  คร้าบ ๆ ไหน ๆ ลุงก็เป็นห่วงพวกเรา  อยากได้ของฝากอะไรติดไม้ติดมือไหม ? ” 

 

“  ทองสักโหลก็ยังดี ” 

 

“  โหย  ขนทองแจกทุกบ้านก็ยังไหวน่า  เชื่อเปล่า ? ” 

 

“  เออ ๆ ข้าจะรอดูล่ะกัน หึ ๆๆ ” 

 

 

บทสนทนานั้นราวตอบทุกคำถาม   หลังพระองค์ได้รับรายงานว่าชาวบ้านต่างตกอกตกใจเมื่อในบ้านปรากฏทองคำและสมบัติมีค่าวางไว้ทุกบ้าน  จากหลังกำแพงใหญ่  ก็มาที่กำแพงชั้นที่สอง  จนสุดท้ายภายในพระราชวัง 

 

คาซิรัสหัวเราะลั่นโดยไม่ห่วงภาพลักษณ์  ปาดน้ำที่หางตาเพราะการหัวเราะออกก่อนจะพูดกับเจ้าชายหนุ่มที่ยกยิ้มเบื้องหน้า

 

“ ช่างเป็นเด็กที่น่าสนใจจริง ๆ ” 

 

“  ........ ”  มาคัสวางแก้วน้ำชา  ก่อนหายตัวจากไปด้วยความเงียบงัน เพื่อมุ่งหน้ากลับสู่ที่พัก  พอดีเจอะเจอกับพวกวอดก้าและพาราไดซ์ที่ยืนคุยกัน  เตรียมบอกลาพวกเขาอยู่

 

“ นึกว่าจะไม่กลับมาซะแล้ว  พวกเรากำลังจะไปแล้ว  ถ้าไม่รีบกลับเดี๋ยวจะแย่เอา ”  วอดก้าฉีกยิ้มกว้างขณะกล่าว 

 

............. ”  มาคัสเพียงกอดอกยืนมองนิ่ง ๆ เมื่อพวกวอดก้าในชุดคลุมหันไปหยอกล้อกับสองสาวและอัศวินหนุ่มที่หน้าแดงก่ำเพราะถูกกลั่นแกล้ง  เมื่อถึงเวลาที่คิดว่าสมควร  พวกวอดก้าก็เริ่มร่ายเวทย์เตรียมเคลื่อนย้ายกลับโรงเรียน

 

ทว่าเจ้าชายแห่งนาโวลล์ไม่รีรอที่จะถามบางอย่างที่คาใจตนมาเนิ่นนาน

 

“  เดี๋ยว...”  วอดก้าและพาราไดซ์ชะงัก  เพราะถูกส่งเสียงเรียก  “ พวกนายสองคน...มีความสัมพันธ์กันยังไง ” 

 

ทั้งสองมองหน้ากันทันใด  หนึ่งงุนงงไม่เข้าใจคำถาม  ขณะที่อีกหนึ่งหรี่ดวงตาเมื่อคาดเดาความคิดอีกฝ่ายออก

 

“  ความสัมพันธ์เหรอ ? ”  วอดก้าทวน   “  ไดซ์  ความสัมพันธ์เรานี่ยังไงนะ ” 

 

นักฆ่าสาวสับสนนิด ๆ เพราะสถานะของพวกเธอดูจะเยอะเกินไปหน่อย  เพื่อน  เจ้านาย  เจ้าหนี้  หัวหน้าหรือแม้แต่ศัตรู  ในอีกหลาย ๆ ความหมาย

 

วงเวทย์ใต้เท้าเริ่มส่องแสง  บ่งบอกเวลาที่ลดน้อยลงทุกขณะ

 

พาราไดซ์ทำสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย  ก่อนจะย้อนถามคนข้างกาย

 

“  จะให้ฉันตอบ ? ” 

 

“  อ่าหะ ”  วอดก้าพยักหน้าหงึกหงักเพราะไม่รู้จะตอบอะไร   เท่านั้นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ผุดที่ริมฝีปากของชายหนุ่ม 

 

นัยน์ตาสีม่วงคมวาววับด้วยความคิดจะตีตราอีกฝ่าย  มือหนาดึงร่างโปร่งในชุดเสื้อคลุมหนังสีน้ำตาลให้เข้ามาใกล้ชิด  เบือนสบนัยน์ตาสีทับทิมที่จ้องมองไม่ละสายตาเช่นเดียวกับอัศวินที่เบื้องหลัง

 

น้ำเสียงทุ้มพูดเปรย

 

“  ความสัมพันธ์ของพวกเรา...”  เว้นชั่วอึดใจก่อนจะนาบริมฝีปากประทับกลีบปากบางของคนในอ้อมแขนที่ตาเบิกกว้างไม่ต่างกัน  สองสาวด้านหลังเจ้าชายแห่งนาโวลล์ส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ   ทว่าสำหรับวอดก้า  ริมฝีปากที่นาบลงมาไม่มีการล่วงเกินใด ๆ เพียงแตะสัมผัสเบา ๆ คล้ายตีตราและหยอกเย้า  นี่จึงนับเป็นครั้งที่สองที่เธอและเขาคล้ายจูบกัน

 

เมื่อพาราไดซ์ผละริมฝีปากออก  ก็พอดีกับที่วงเวทย์เคลื่อนย้ายทำงาน  ร่างของพวกเขาจึงหายวับไป   ทิ้งให้มาคัสยืนหรี่นัยน์ตาลงด้วยความครุ่นคิด  ณ  ที่เดิม  ส่วนมาแตร์นั้น...เป็นลมไปแล้ว

 

อ๊ายยยยยยยย ฟินค่ะ !!!

 

 

 

 

อีกด้านหนึ่ง

 

ณ  โลกต่างมิติ   อียิปต์กำลังตกอยู่ในภาวะระส่ำระส่าย  เมื่อปรากฏปีศาจเข่นฆ่าผู้คนไปอย่างไม่ปราณี   ดาบและอาวุธแทบไม่สามารถฟันแทงพวกมันเข้า  ทำให้ฟาโรห์แห่งอียิปต์ตกอยู่ในความกลัดกลุ้ม  เพราะแม้จะเพิ่งสามารถขับไล่พวกมันไปได้  ทว่าความเสียหายกูมากมายไม่น้อย

 

อีกทั้งไอสีดำประหลาดจากปีศาจเหล่านั้น  เมื่อสัมผัสสิ่งของ  แม้แต่บ้านเรือนก็คล้ายมืดมนปนเปื้อนด้วยความสกปรกราวสัมผัสของสิ่งชั่วร้าย

 

“  ฝ่าบาท  อย่าได้ทรงเป็นกังวลไปเลย ” 

 

หนึ่งในเหล่าขุนนางร่ำร้องบอก

 

ทว่าฟาโรห์หนุ่มกลับกวาดทุกอย่างบนโต๊ะประชุมออกด้วยความกราดเกรี้ยว

 

“  เจ้าจะไม่ให้ข้ากังวลกับปีศาจที่อาจมาเข่นฆ่าพวกเราได้ทุกเมื่อรึ ! ” 

 

“  ฝ่าบาท  โปรดทรงเย็นพระทัยก่อน  ทุกปัญหาล้วนมีทางออก ”  ผู้ที่กล่าวคือ โฟรรีส  หัวหน้าโหรหลวงแห่งอียิปต์ที่มีความสามารถในการทำนายอนาคต  เมื่ออีกฝ่ายกล่าวขึ้นย่อมมีน้ำหนักมากกว่าขุนนางธรรมดาทั่วไปเป็นมาก

 

“  เจ้าหมายความว่าปีศาจเหล่านี้  เราอาจสามารถกำจัดได้ ”  ฟาโรห์อเมนโนฟิสตรัสขึ้นด้วยความวางพระทัยส่วนหนึ่ง  ทว่าโหรหลวงชรากลับส่ายหน้า  เอ่ยคำหนักแน่น

 

“  มิใช่พวกเรา  ฝ่าบาท  แต่เป็นทวยเทพต่างหากที่จักลงมากำจัดสิ่งชั่วร้ายให้หมดไป ” 

 

“  ทวยเทพ ?! ” 

 

“  หรือเทพีไอซิสจะประทานทวยเทพมาเพื่อรบกับปีศาจ ?! ” 

 

“  โอ้  พวกเรามีหวังแล้ว” 

 

“  โปรดเงียบด้วย ”  คิริอัส  หัวหน้าเหล่านักปราชญ์รีบควบคุมสถานการณ์เพื่อฟังสิ่งที่โฟรรีส  อดีตคู่ปรับเก่าได้เอ่ย

 

“  แม้อียิปต์จะต้องเผชิญกับวิกฤต  ทว่าเทพีไอซิสและเทพราจักส่งเทพสององค์ลงมาช่วย  และหนึ่งนั้นคือเทพที่เคยมาเยือนอียิปต์ของเราเมื่อสิบปีก่อน ”  โฟรรีสเงียบไปชั่วอึดใจก่อนเผยรอยยิ้มขึ้น “  เทพเจ้าบาสต์  เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ ” 

 

!!! ” 

 

ฟาโรห์อเมนโนฟิสเบิ่งตากว้างอย่างคาดไม่ถึงกับสิ่งที่ได้ยินเช่นเดียวกับใครอีกคนที่นัยน์ตาทอประกายระยับด้วยความดีใจ

 

“ เจ้ามั่นใจรึ ? ”  พระองค์รีบตรัสถาม  ใบหน้างดงามขององค์เทพที่ได้มาเยือนยังตราตรึงพระทัยของพระองค์ไว้อย่างแม่นยำ

 

“  พะยะค่ะ ”  โฟรรีสโค้งตัวกล่าวรับ  เสียงหนักแน่น “  ในอีก 60 ราตรี   เทพเจ้าบาสต์และอีกหนึ่งทวยเทพ  จะมาปราบสิ่งชั่วร้ายที่อียิปต์พะยะค่ะ ” 

 

“  ดี ! ดีมาก ! ”  ฟาโรห์อเมนโนฟิสพระทัยชื้นขึ้นมาก  พระองค์รับสั่งให้วางเวรยามให้แน่นหนาและสั่งให้ชาวเมืองห้ามออกมาตอนกลางคืนพร้อมปล่อยข่าวที่ทวยเทพจะมาเยือนในอีก 60 ราตรีเพื่อปลอบใจชาวเมือง  

 

ในขณะเดียวกันหลังการประชุมจบลง  วิหารขนาดใหญ่สีขาวซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำไนล์  ถูกสร้างขึ้นเมื่อสิบปีก่อน  เป็นวิหารที่ใช้บูชาเทพเจ้าบาสต์  เทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่ได้แสดงอำนาจโดยการดึงพระอาทิตย์ที่มืดมิดให้กลับมาสว่างดังเดิม   ทั้งยังอวยพรให้อียิปต์กลายเป็นแดนที่ทำมาค้าขายขึ้น  แม่น้ำไนล์ไม่เคยแห้งขอดแม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนานถึงสิบปีทำให้มีหลายคนต่างบูชาเทพเจ้าบาสต์  หากมีเวลาอย่างน้อย  ในเจ็ดวันต้องมีการมาสวดมนตร์ที่วิหาร  โดยวิหารหลังนี้มีนักบวชคอยดูแลตลอดเวลาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่จะมาสักการะเทพเจ้าบาสต์

 

ร่าง ๆ หนึ่งกำลังนั่งคุกเข่าสวดมนต์อยู่ภายใน   จนกระทั่งจบบทสวด  ชายหนุ่มร่างสูงสง่าจึงลืมตาและเงยหน้ามองรูปปั้นอันงดงามของเทพเจ้าบาสต์  เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์และเป็นเทพแห่งการเฉลิมฉลอง  แม้รูปสลักจะถูกสร้างมาให้ประณีตเพียงใด  แต่เทียบเทียมความงดงามของเทพผู้นั้นในจิตใจของชายหนุ่มไม่ได้แม้สักน้อย

 

ร่างสูงหยัดกายลุกขึ้น  ร่างที่เคยเป็นเพียงเด็กหนุ่มบัดนี้เติบโตสมชายชาตรี  ก่อนมือหนาจะยกจุมพิตแหวนที่ประดับด้วยมรกตเม็ดงามที่ไม่เคยมีสีหมองหม่น  มันคือแหวนที่ช่วยคุมครองตนมาเนิ่นนาน  ทั้งยังเป็นของสำคัญ...ที่คนผู้นั้นมอบให้

 

“ เด็กน้อยผู้นี้จะรอคอยพระองค์อย่างใจจดใจจ่อ ”  รอยยิ้มปรากฏที่ริมฝีปากบางเฉียบ  นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนคมกริบทอความคาดหวังและสุขใจเมื่อจะพบกับใครคนนั้นที่อยู่ในใจของเขามาเนิ่นนานนับสิบปี

 

 

 

 

 

แอร๊ยยยยยยย 1 !!! ไดซ์จูบวอดก้าาาาาา !

แอร๊ยยยยยยย 2 !!! หนูน้อยซีอัสตรากำลังกลับมาพร้อมความหล่อเหลาที่จะมาสั่นไหวเหล่าแม่ยก

และแอร๊ยยยยยยย 3 !!! จะบอกแม่ยกโคนันกับพอล AND ตุลารอไปก่อนเน้อ  แต่งไรไม่ออกเลยอ่า  ขอเอาวอดก้าก่อนนะเพราะอยากแต่งซีอัสตราเหลือเกินนนนนนนนนนน

 

อย่าลืมเม้นน้าาาาาาาา ~~~~

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 81 : บทที่ 66 ฤดูอะไรเอ่ย ? ร้อนแสนร้อน คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบ ? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 13800 , โพส : 258 , Rating : 21% / 185 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11
# 258 : ความคิดเห็นที่ 14526
มาร์แตรลูกกกกกก เก็บอาการหน่อยยยย ><
Name : ⓒЯAẕY DO_G < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ⓒЯAẕY DO_G [ IP : 2.71.69.242 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 สิงหาคม 2560 / 00:41
# 257 : ความคิดเห็นที่ 12392
มาแตร์น่ารัก เอาเข้าสมาคมเลย 5555
Name : มายเมจิ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มายเมจิ [ IP : 223.204.205.99 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 กันยายน 2559 / 09:56
# 256 : ความคิดเห็นที่ 7683
กรี้ดหนัก น้องหนูจะโผล่แล้วววววว><
PS.  ใครก็ได้แนะนำฟิคเรทไม่เรทขอหมด15+-20+ ขอบคุณครับ
Name : wawing7สี < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ wawing7สี [ IP : 27.55.160.172 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 สิงหาคม 2558 / 11:36
# 255 : ความคิดเห็นที่ 6954
กรี้ดดดดดดดให้ลั่นโลก! ในที่สุด!!มาอัปสักทีนะคิดถึงที่สุด
Name : Mbk Mbk < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mbk Mbk [ IP : 49.230.102.183 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 พฤษภาคม 2558 / 22:22
# 254 : ความคิดเห็นที่ 6953
กรี้ดดดดให้ลั่นโลกในที่สุด!!มาอัปสักทีนะ!คิดถึงจะแย่
Name : Mbk Mbk < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mbk Mbk [ IP : 49.230.102.183 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 พฤษภาคม 2558 / 22:22
# 253 : ความคิดเห็นที่ 6809
ตอนต่อไป ตอนต่อไป *-*
PS.  ทุกเวลา ทุกนาที ทุกวันเดือนปีนั้นมีค่า อย่าปล่อยเลยไปทั้งๆที่ยังไม่ทำอะไรกับมัน
Name : bigbowka < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bigbowka [ IP : 110.171.121.183 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 เมษายน 2558 / 07:45
# 252 : ความคิดเห็นที่ 6717
อ๊ายยยยย ฟินนนนนนนนนนนน
จุ๊บกันแล้วๆ มาต่อไวไวนะไรท์ชอบมากกกกกกกกก สู้ๆ ✌
Name : Fai [ IP : 49.230.213.33 ]

วันที่: 23 เมษายน 2558 / 22:15
# 251 : ความคิดเห็นที่ 6715
ขอบคุณมากค่าาาา อยากบอกว่าฟินมากมายไดซ์ได้จูบวอดก้าด้วยหละ อร๊ายยย~
Name : Eternal Night < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Eternal Night [ IP : 118.173.170.53 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 เมษายน 2558 / 21:00
# 250 : ความคิดเห็นที่ 6707
อ๊ายยยย ฟินอ่ะ รีบมาต่อนะค่ะ ไม่ว่าเรื่องไหนเราก็อ่านทั้งนั้นอ่ะ

Name : พลอยไพลิน ชำนาญเวช < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ พลอยไพลิน ชำนาญเวช [ IP : 171.99.46.232 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 เมษายน 2558 / 10:19
# 249 : ความคิดเห็นที่ 6705
กรี้ดดดด!!!!!!ฟินนนนน~~อร้ายยยยยย--เขิลลลลลลล
Name : cheetah's < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cheetah's [ IP : 27.130.78.94 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 เมษายน 2558 / 00:15
# 248 : ความคิดเห็นที่ 6704
จะรอคอยอย่างใจจดใจจ่อค้าาา รีบมาอัพเร็วๆนะค่ะคอยอยู่
จะคอยเชียร์ซีอัสตราในตอนต่อไปค้าาาา
หนุ่มน้อยในอดีต ตอนนี้กลายเป็นหนุ่มหล่อแล้วค้าาาา
ตอนต่อไปมาอัพเร็วๆนะค่ะ จะเข้ามาดูทุกวันเลยว่าไรต์อัพแล้วหรือยัง
Name : MANNIE [ IP : 171.4.22.236 ]

วันที่: 22 เมษายน 2558 / 21:50
# 247 : ความคิดเห็นที่ 6703
คิดถึงซีอัสตรา มว๊ากกกก
Name : ไอบ้าคนนึง [ IP : 171.6.148.129 ]

วันที่: 22 เมษายน 2558 / 21:31
# 246 : ความคิดเห็นที่ 6702
'น่าร๊าก' มีให้แค่นี้ คึึคึคึคึคึ รอตอนต่อไป ไรท์สู้ๆ
Name : ¥ʊuReɨ Hմn†єʀ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ¥ʊuReɨ Hմn†єʀ [ IP : 27.145.57.155 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 เมษายน 2558 / 21:23
# 245 : ความคิดเห็นที่ 6701
ตอนนี้พี่ฟินมากบอกเลยยยย >\\<
PS.  ล้านถ้อยคำรักที่ฉันพร่ำบอก ก็อาจเป็นเพียงแค่ลมเท่านั้น
Name : Zixga < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Zixga [ IP : 1.10.213.152 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 เมษายน 2558 / 20:34
# 244 : ความคิดเห็นที่ 6700
หนูน้อยกลายเป็นหนุ่มหล่อซะแล้วว
Name : neaumn_sm < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ neaumn_sm [ IP : 171.100.102.129 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 เมษายน 2558 / 16:35
# 243 : ความคิดเห็นที่ 6699
ไรต์มาอัพต่อด่วนอยากอ่านต่อมากกก
Name : เนย [ IP : 125.27.170.247 ]

วันที่: 22 เมษายน 2558 / 16:19
# 242 : ความคิดเห็นที่ 6697
หนุ่มน้อยของเราโตพร้อมเคี้ยวแล้ววว
PS.  สง่างามอย่างสูงส่ง-จอมมารขาวลูลุช งดงามอย่างอันตราย-ฮิบาริ เคียวยะ
Name : Jerina < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Jerina [ IP : 171.101.220.105 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 เมษายน 2558 / 15:05
# 241 : ความคิดเห็นที่ 6696
อร๊ายยยยยยยยยยย  ยิ่งอ่านยิ่งติด ไรท์มาอัพไวๆน้าค้าาาาาาาา รออยู่ กรี๊สสสสสสสสสสสสส 


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 22 เมษายน 2558 / 14:09
Name : Inscrutable < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Inscrutable [ IP : 171.96.172.238 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 เมษายน 2558 / 14:08
# 240 : ความคิดเห็นที่ 6695
เย้ๆ ซีอัสตรากลับมาแว้วว ดีใจจาง สู้ๆ ต่อไวไวค่ะไรต์ :)
PS.  บางที...การมี "คนเข้าใจ"...ก็ดีกว่าการมี "คนรู้ใจ"
Name : Momo < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Momo [ IP : 68.104.64.145 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 เมษายน 2558 / 13:55
# 239 : ความคิดเห็นที่ 6694
Want ตอนต่อไปอย่างถึงที่สุดดดด มาต่อไว ๆ น้าาาา
Name : fairy_devil < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fairy_devil [ IP : 125.27.90.174 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 เมษายน 2558 / 13:17
# 238 : ความคิดเห็นที่ 6693
อร้ายยยยยย><' ซีอัสตราาาาา ไรท์รอยุน๊าาาาา มาอัพไวๆนะ

Name : N'gun Zaza Eiei < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ N'gun Zaza Eiei [ IP : 1.4.217.76 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 เมษายน 2558 / 13:14
# 237 : ความคิดเห็นที่ 6692
อร้ายยยยยยยย~~~ไรท์จะรู้ไหมว่าดีใจมากกกอ่ะ
ในตอนนี้มีหลายอารมณ์มาก มันส์ เพราะพวกวอดก้าฆ่ากวาดล้าง
ฟิน เพราะความหวานของกลุ่มวอดก้ากับไดร์ ดีใจ เพราะต่อไปจะมีซีอัสตรา
และสะใจ เพราะกลุ่มอัศวินอย่างวีน่าเหวอเลยค่ะเมื่อเห็นใบหน้าที่แท้จริงแถมโดนวอดก้าแกล้งอีก
ไรท์รีบๆมาอัพต่อน้าาาา รออ่านอยู่ค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะสู้ๆ

Name : Tamil-fighters < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Tamil-fighters [ IP : 182.52.49.122 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 เมษายน 2558 / 12:47
# 236 : ความคิดเห็นที่ 6691
ซีอัตรา ครองใจแม่ยกนับล้านนนน 555 แบบไดซ์อยู่นิ่งๆไปก่อนนะ ตอนนี้อยากอ่านหนูน้อยงะ เค้าขอโทษจริงๆ
PS.  -+-+-+-+-+คนเราก็ต้องไร้สาระบ้างเป็นสีสันของชีวิต+-+-+-+-+-
Name : The_YingNuiiZ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ The_YingNuiiZ [ IP : 183.89.218.44 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 เมษายน 2558 / 10:45
# 235 : ความคิดเห็นที่ 6690
อ๊ากกกก ฟินมากฟินโคตรๆ////7////. แถมซีอัสตราจะกลับอีกล้าววววว~ อยากอ่านตอนหน้าแล้วค่ะ ไรต์โปรดกลับมาลงตอนใหม่ไวๆ ด้วยนะคะก่อนที่คนแถวนี้จะลงแดง?
Name : Eayaya < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Eayaya [ IP : 125.24.152.77 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 เมษายน 2558 / 09:35
# 234 : ความคิดเห็นที่ 6689
จะกลับมาแล้วววว วอดก้าจะกลับไปอียิปต์แล้วววว
Name : bpins < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bpins [ IP : 171.96.158.84 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 เมษายน 2558 / 09:19
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android