คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 83 : บทที่ 68 สอบปลายภาคสุดอลวล 2


     อัพเดท 21 มิ.ย. 58
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 2,999 Overall : 679,729
15,918 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7631 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 83 : บทที่ 68 สอบปลายภาคสุดอลวล 2 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 14686 , โพส : 191 , Rating : 29% / 184 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 
 

บทที่  68  สอบปลายภาคสุดอลวล 2








                     






 

“  เคยมา ? ”  พาราไดซ์ถามเสียงนิ่งปกติ  แม้ตาคู่คมเรียบเฉยจะทอความแปลกใจ   เมื่อเห็นคนนับพันนับหมื่นคนที่ยังโห่ร้องอยู่เบื้องล่าง

 

วอดก้าพยักหน้ารับ  พลางถอดแว่นตาที่ใส่อยู่ออก “  ตอนสอบกลางภาคน่ะ ”  ก่อนร่างของพวกเขาจะหยุดอยู่กลางอากาศ   ม้วนภารกิจสีทองสว่างพลันปรากฏขึ้นในมือเบื้องหน้าทั้งคู่

 

ต่างคนต่างเปิดออกดู  โดยละความสนใจจากกลุ่มคนข้างล่างไปก่อน

 

“  นั่นท่านเทพกำลังทำสิ่งใดอยู่น่ะ ” 

 

“  ท่านถือสิ่งใดไว้ในมือกัน  ใช่ทองคำหรือเปล่า  ? ” 

 

“  มันสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นประกายเลย ” 

 

“  โอ้  ท่านเทพสามารถหยุดยืนอยู่บนอากาศได้ ” 

 

“  เห็นตอนท่านเทพลงมาหรือเปล่า  น่าศรัทธาจริง ๆ ” 

 

ชาวอียิปต์ที่คลายจากความตกตะลึง  มองบุคคลทั้งสองตามคำทำนายของโหรหลวงซึ่งทำนายว่าเทพีไอซิสจะประทานทวยเทพสององค์ลงมาช่วยพวกเขา   หนึ่งคือเทพเจ้าบาสต์  เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์และงานเฉลิมฉลอง  ผู้จะลงมาชำระไอความมืด  ส่วนอีกหนึ่งคือ  เทพเจ้าเซส  เทพสงครามผู้จะลงมาขจัดปีศาจและเภทภัยของอียิปต์ในครั้งนี้

 

“  ไม่น่าเชื่อ / เป็นไปไม่ได้ ”  คณะทูตจากฮิตไทต์พากันร้องครางด้วยความตกตะลึง   ผิดกับฟาโรห์อเมนโนฟิส  และเหล่าขุนนางที่มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม  เพราะอย่างไร  เทพเจ้าบาสต์เองก็เคยมาเยือนและแสดงอิทธิฤทธิ์ของทวยเทพมาแล้ว  

 

คิริอัส  หัวหน้าเหล่านักปราชญ์กระหยิ่มยิ้มเมื่อมองท่าทางของคณะทูตเจริญสัมพันธไมตรีจากฮิตไทต์  ที่แม้ปากจะกล่าวว่ามาเจริญสัมพันธ์เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์  แต่ยังไงในสาสน์  อียิปต์ก็เสียเปรียบมิใช่น้อย  หากเจ้าชายชามัล แห่งฮิตไทต์คิดเอาเปรียบและเห็นว่าอียิปต์อ่อนแอเพราะภัยนี้ก็ต้องคิดใหม่แล้ว

 

เจ้าชายชามัลแห่งอาณาจักรฮิตไทต์มองร่างในเสื้อคลุมของคนทั้งคู่ที่เริ่มลอยลงเหยียบผืนน้ำลำนำไนล์  ทั้งยังสามารถยืนได้ดั่งยืนบนพื้น  ปลายเท้าคนทั้งคู่ก้าวเข้าหาฝั่งอย่างเชื่องช้า  มือถือม้วนกระดาษสีทองคำที่เปล่งแสงสีทองเรืองรองออกมา  นั่นยิ่งทำให้ชาวอียิปต์รอบด้านต่างพากันโห่ร้องอีกครั้ง 

 

พวกเขาเป็นคณะทูตจากฮิตไทต์ที่มายื่นข้อเสนอเจริญสัมพันธไมตรี   ด้วยการยื่นเรื่องแลกเปลี่ยนทองคำของอียิปต์กับการส่งทหารจากฮิตไทต์มาช่วย  และนำน้ำสะอาดมาให้  คาดหวังให้สถานการณ์เช่นนี้สามารถตักตวงผลประโยชน์ได้จากอียิปต์  เพราะข่าวที่อียิปต์ถูกฝูงปีศาจที่ดาบและคมอาวุธทำอันตรายใดไม่ได้บุกจู่โจม   สูญเสียทหารไปมากจนอียิปต์ตกอยู่ภายใต้ความหวาดกลัวและกำลังอ่อนแอลง  ทั้งลำน้ำไนล์ยังไม่สามารถใช้ดื่มกิน  หรือชำระกายได้เพราะหลังปีศาจเหล่านั้นบุก  แม้มีจำนวนน้อยนิดแต่เพียงมันสัมผัสสายน้ำ  ก็ทำให้แม่น้ำทั้งหลายกลายเป็นสีดำทมิฬเพราะไอชั่วร้ายได้

 

คณะของพวกเขาเพิ่งมาถึงเมื่อสามวันก่อน  ในตอนแรกที่ยื่นเรื่องเจรจาสัมพันธไมตรี  พวกเขาทั้งขู่ทั้งปลอบ  แต่ฟาโรห์อเมนโนฟิสกลับยื่นคำขาดบอกว่าจะรออีกสามวัน  หากบางเรื่องไม่เป็นไปตามคำทำนายจะยินยอมลงนาม  ทำให้พวกตนสงสัยยิ่งเกี่ยวกับคำทำนาย  จึงได้หลอกถามเหล่านางกำนัลและองครักษ์ว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นในอีกสามวัน  ซึ่งทั้งหมดต่างตอบเป็นเสียงเดียวว่า  โหรหลวงโฟรรีสได้ทำนายว่าเทพีไอซิสจะส่งเทพเจ้าบาสต์และเทพเจ้าเซสลงมาจัดการกับเหล่าปีศาจร้ายในอีกสามวันข้างหน้า  ทำให้ชาวอียิปต์ล้วนไปที่วิหารเทพเจ้าบาสต์เพื่อถวายเครื่องคาวหวานและรออย่างเปี่ยมความหวัง

 

และเพราะพวกตนไม่เชื่อว่าเทพีจะส่งทวยเทพใดลงมาทำให้วันนี้พวกเขาล้วนมายืนเป็นแขกขององค์ฟาโรห์อเมนโนฟิสเพื่อดูให้เห็นกับตา  พร้อม ๆ กับชาวอียิปต์นับพันนับหมื่นที่พร้อมใจมารอคอยอยู่ริมแม่น้ำไนล์  ทอดเป็นทางยาว   แม้จะต้องตากแดดหลายชั่วโมงแต่ก็ไม่มีใครบ่น  ล้วนพากันสวดมนตร์ภาวนาทั้งสิ้น  จนเวลานี้ก็ยามเย็นแล้ว  และเทพทั้งสององค์ก็ปรากฏ

 

ก่อนทันใด  หนึ่งในร่างชุดคลุมจะหยุดเดิรขณะอีกผู้หนึ่งกลับก้าวเข้าหาฝั่งเรื่อย ๆ แม้เจ้าชายชามัล  และเลนอส  ราชองครักษ์ส่วนพระองค์เจ้าชายชามัลจะพยายามจับผิด  แต่ก็ไม่สามารถสังเกตอะไรที่ผิดปกติได้  เพราะมีเพียงสิ่งเดียวที่ผิดปกตินั่นคือการที่บุคคลทั้งสองสามารถยืนบนผืนน้ำได้ !

 

“  พระองค์...”  ฟาโรฟ์อเมนโนฟิสและทุกผู้คนต่างล้วนคำนับให้แก่ร่างในเสื้อคลุมแรกที่เดินมาถึงท่าน้ำ  ทว่ายังไม่ทันได้พูดอะไร  อีกฝ่ายก็ยกมือห้าม  หยุดทุกสรรพเสียงและทุกการกระทำด้วยท่วงท่าสง่างามทรงอำนาจ  แม้ปกปิดใบหน้าก็ตาม  ก่อนหนึ่งในสองทวยเทพจะหันไปหาเทพอีกตนหนึ่งซึ่งชูมือขวาขึ้น 

 

วูบ...

 

ละอองสีทองเปล่งประกายเจิดจ้าแตกตัวออกจากร่างนั้น   ก่อนจะซึมซับลงไปในผืนน้ำเป็นจำนวนมหาศาล   แม่น้ำไนล์ที่มีละอองสีดำประกายแดง  จากจุดที่อีกฝ่ายยืนก็เริ่มแตกตัวสลายเหลือเพียงสายน้ำสีฟ้าใสงดงาม  ที่แผ่ขยายเป็นวงกว้างโดยมีร่างสูงโปร่งในเสื้อคลุมเป็นจุดศูนย์กลาง

 

แม่น้ำไนล์สีน้ำเงินปนฟ้างดงาม  ส่องแสงประกายระยิบระยับคล้ายมีผงทองคำลอยตัวอยู่  ก่อนมันจะเลือนหายไปพร้อมสุรเสียงอ่อนโยนแต่เข้มแข็งและดึงดูดใจผู้ฟังจะขานก้องทั่วอียิปต์

 

“  จงดื่มน้ำเสีย  แล้วร่างกายที่เจ็บปวดเพราะถูกปีศาจทำร้ายจักหายไป  ข้าได้ชำระไอชั่วร้ายแล้ว ” 

 

“  เฮ้ ! ขอบพระคุณเทพีไอซิส  ขอบพระคุณเทพเจ้าบาสต์ !!! ”  ทุกเสียงโห่ร้องดังกระหึ่ม   สะท้านสะเทือนอากาศ  ก่อนร่างที่ใจกลางลำน้ำจะก้าวเข้ามาหาฝั่งด้วยอีกหนึ่งคน

 

“  ไม่ได้พบกันเพียงพักเดียว  เจ้าดูเติบโตขึ้นมากเลยนะ  ฟาโรห์อเมนโนฟิส  ”  ร่างที่ก้าวตามหลังมาเอ่ยทักฟาโรห์แห่งอียิปต์ด้วยน้ำเสียงขี้เล่นอันคุ้นหู  ทั้งยังอ่อนโยนตามเดิม  สร้างความปลาบปลื้มให้อเมนโนฟิสไม่น้อย  เมื่อเสียงอันน่าหลงใหลและสะกดใจในห้วงความทรงจำยังดังเดิม  แต่เพื่อรักษากริยา  เนื่องด้วยเวลาที่ผ่านมาทำให้พระองค์รู้ว่าอะไรควรไม่ควร  ทำให้ฟาโรห์หนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อมว่า

 

“  สิบปีมาแล้วพะยะค่ะ  เมื่อครั้งที่พระองค์มาเยือน ” 

 

พวกเขาได้ยินเสียงร่างในชุดคลุมถอดถอนหายใจ

 

“  เวลาของพวกเจ้าช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน ทั้งที่ภายในห้วงเวลาของพวกข้าช่างผ่านไปเชื่องช้านัก ” 

 

“  นั่นเป็นเพราะเหล่ามนุษย์ล้วนมีวันเกิดและดับพะยะค่ะ ”  โฟรรีสที่อยู่ด้านข้าง  กล่าวขึ้น  โดยร่างในชุดคลุมก็เพ่งพิศอีกฝ่ายเล็กน้อย

 

“  ท่านโหรหลวงโฟรรีสนี่เอง  ถูกอย่างที่เจ้าว่า  แต่แม้เวลาจะผ่านไป  เจ้าก็ยังดูแข็งแรงดังเดิมนะ ”  ถ้อยคำจากเสียงทุ้มนุ่มมีแววหยอกล้อ

 

“  หามิได้พะยะค่ะ ”  ชายชราพูดอย่างปลื้มจิตปลื้มใจสร้างความอิจฉาให้แก่ผู้คนรอบข้างยิ่งที่ทวยเทพนั้นตรัสด้วย

 

และนั่นคล้ายเป็นการยืนยันความเชื่อของเหล่าผู้คนว่าทวยเทพนั้นมีอายุยืนยาวยิ่ง

 

“  มาเถอะ  ข้าตรวจแล้ว  ภายในเมืองมิมีปีศาจ  กลับวังเจ้าเสียหน่อยอเมนโนฟิส   ข้าอยากรู้ว่าจะแตกต่างจากเดิมหรือไม่ ” 

 

วอดก้าเก๊กเสียงเทพผู้อ่อนโยนและมีเมตตาอย่างยิ่งแบบสุด ๆ ถ้าเป็นปกติไม่มีคนนับพันล้อมรอบ  เขาคงพูดชิล ๆ ไปแล้ว

 

เก๊กครับ  เก๊ก  เดี๋ยวภาพลักษณ์เทพเจ้าจะแตกสลายกลายเป็นฝุ่นซะก่อน 

 

“  พะยะค่ะ ”  ฟาโรห์หนุ่มและผู้ติดตามต่างพากันลุกยืน และนำทางร่างในชุดคลุมทั้งสองกลับไปยังพระราชวังของพระองค์  โดยชั่วแวบหนึ่ง  นัยน์ตาสีผืนทรายเข้มที่แปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงแดงเหลียวมองบุคคลหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่บนหลังคาบ้านหลังหนึ่งด้วยความแปลกใจ  แต่ไม่นานก็รู้ได้ว่าเป็นใคร  ก่อนเจ้าของนัยน์ตาคู่สวยจะโบกมือให้อีกฝ่ายแล้วก้าวเดินต่อ

 

และเพียงแค่นั้น  คนที่ได้รับการโบกมือให้ก็ผุดยิ้มกว้างสุขใจภายใต้เสื้อคลุมสีเข้ม 

 

“  นั่นพระองค์โบกมือให้เจ้าใช่หรือไม่ ? ”  ร่างอีกร่างที่ยืนอยู่ห่าง ๆ เดินมาใกล้พร้อมถาม   นัยน์ตาสีนิลของชายหนุ่มร่างสูงที่ยังมองตามแผ่นหลังนั้นไปโดยไม่ละสายตา  พยักหน้ารับน้อย ๆ

 

ดูอิตส่ายหัวด้วยความอ่อนใจกับอาการที่หนักของผู้เป็นสหายที่รูปงามไม่แพ้ชายใด  แต่กลับปฏิเสธทุกหญิงงามที่เข้าใกล้  บอกเหตุผลว่ามีคนในดวงใจที่กุมพระทัยตนเองแล้ว  และทั้งที่เป็นถึงพระอนุชาขององค์ฟาโรห์  ทั้งยังเป็นถึงหัวหน้าราชองครักษ์ผู้เก่งกาจ  กลับปฏิเสธทั้งการหมั้นหมายกับการแต่งงานกับเจ้าหญิงจากต่างเมืองทุกพระองค์ตลอด 10 ปีมานี้

 

“  ข้าชักอยากเห็นแล้วสิ  ว่าเทพเจ้าบาสต์จะงดงามเพียงใด ” 

 

ซีอัสตรา  เด็กหนุ่มวัย 15  ที่เจริญเติบโตกลายเป็นชายฉกรรจ์วัย  20 กว่า ผู้มีรูปร่างสูงใหญ่  ดั่งนักรบทะเลทราย  ผิวสีน้ำผึ้งเรียบเนียน  เส้นผมสีน้ำตาลเข้มหยักศก  ยิ่งรวมกับนัยน์ตาสีนิลึกคมกริบและหน้าผากกว้าง   คางเหลี่ยมขับใบหน้าได้รูปให้หล่อเหล่าสมชาย   ริมฝีปากหยักที่มักเรียบตึงเสมอเพื่อให้ดูดุดันและสามารถควบคุม   ฝึกทหารได้  บัดนี้...กำลังยิ้มหวานอย่างคนตกอยู่ในห้วงรัก 

 

“  ถ้าเจ้าเห็น...เจ้าจะเป็นดั่งข้าและเสด็จพี่ ”  ชายหนุ่มหมายถึงพี่ชาย  ที่มักรับหญิงสาวที่มักมีท่าทางหรือส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายคล้ายดั่งเทพเจ้าบาสต์ผู้กุมหัวใจของพวกเขาสองพี่น้อง  ไว้เป็นหนึ่งในสนม  ยิ่งคล้ายมากก็ยิ่งได้รับความโปรดปรานมาก  ซีอัสตราอมยิ้ม  มองแหวนมรกตเม็ดงามที่นิ้วมือข้างขวาด้วยสายตาอบอุ่นใจ

 

 ก่อนร่างแกร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเพราะการฝึกฝนจะหมุนตัว  กระโดดลงจากหลังคาบ้านเพื่อมุ่งหน้ากลับพระราชวัง

 

“  เฮ่อ  ข้าจะรอดูแล้วกัน ”  ดูอิตที่เป็นทั้งสหายและราชองครักษ์ส่วนพระองค์ของซีอัสตราโดดตามไปติด ๆ เพื่ออารักขาอีกฝ่าย

 

 

 

ขบวนองค์ฟาโรห์และทวยเทพเคลื่อนขบวนเข้าสู่พระราชวังหลังใหญ่  วอดก้ากวาดสายตามองไปรอบ ๆ พระราชวังหลังใหญ่ยังคงงดงามสมฐานะกษัตริย์ของแผ่นดินเช่นเดิม  ทว่าความโอ่อ่าใหญ่โตบัดนี้มีร่องรอยการต่อสู้และเสียหายไม่ใช่น้อย  ทำให้พระราชวังหลังงามดูหม่นเศร้าและมีไอชั่วร้ายสิงสถิตในสิ่งของ 

 

“  งานเข้าอีกแล้ว ”  นักบวชหนุ่มถอนหายใจ  ร่ายเวทพึมพำยาวเหยียดไปตลอดทาง  แต่พึมพำของเขาก็ยังดังก้องในหมู่คณะอยู่ดี  อย่างที่กล่าวไป  สายเลือดเทพและปีศาจมักมีอำนาจดึงดูดใจผู้คนทั้งหน้าตา  รูปร่างและน้ำเสียง

 

“ โซเอตตา  มิวทันลา ”  ทุกย่างก้าวของวอดก้า  จะมีแสงสีทองลามไปตามพื้นกระจายตัวชำระสิ่งของทั้งหลายที่ชำรุดและมืดมนเพราะไอปีศาจ   ท่ามกลางความทึ่งระคนตะลึงของผู้คนรอบข้าง  พระราชวังสีขาวทองสวยงาม  ประดับอัญมณีก็กลับมาอีกครั้ง

 

“ ไม่น่าเชื่อ ”  เจ้าชายชามัลอุทานออกมาแผ่วเบา 

 

“  พระองค์...ข้าต้องขออภัยที่ไม่สามารถรักษาต้นไม้วิเศษของท่านได้ ”  ฟาโรห์อเมนโนฟิสกล่าวด้วยความเสียใจ  ยามก้าวนำเข้าไปในห้องโถงใหญ่ซึ่งเทพเจ้าบาสต์เคยมายืนแล้วสร้างสิ่งหนึ่งไว้ 

 

นักบวชหนุ่มเลิกคิ้วใต้ผ้าคลุมเมื่อเห็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ไร้ใบ้  ทั้งยังแตกแห้งเหี่ยวเฉาราวต้นไม้ที่ตายแล้ว  ตั้งอยู่ใจกลางห้องโถง  กิ่งก้านของมันแผ่ขยายจนแทบแตะเสาทั้งสองด้าน   ผู้ที่สร้างมันรู้ได้ในทันทีว่ามันตายเพราะสาเหตุใด  รอยกรงเล็บสามรอยขนาดใหญ่ที่กลางลำตัวต้นไม้บ่งบอกได้เป็นอย่างดีถึงฤทธิ์ของปีศาจที่บุกมา

 

“  พวกเราพยายามปกป้องมันจนสุดกำลังแล้ว  แต่เพราะต้นไม้ต้นนี้เปรียบดั่งสิ่งที่คุ้มครองพระราชวัง  ทำให้ตกเป็นที่หมายปองของเหล่าสิ่งชั่วร้าย  ข้าพระองค์ต้องขออภัยอย่างยิ่ง ”  อเมนโนฟิสกัดฟันพูด  ต้นไม้ต้นนี้ตายเมื่อราว ๆ สามเดือนก่อน  แม้จะมีรายงานว่านักเดินทางถูกปีศาจทำร้ายรวมถึงชาวเมืองบางคน  ทว่าอยู่ ๆ เรื่องของพวกมันก็เงียบหายไป  แล้วปรากฏตัวอีกครั้งในพระราชวังโดยมีเป้าหมายคือ  ต้นไม้ใหญ่ที่ถึงเวลาจะผ่านมานับสิบปีก็ไม่เคยผลัดใบ  ทั้งยังเป็นต้นไม้วิเศษที่รักษาอาการเจ็บปวดของผู้ถูกปีศาจพวกนั้นทำร้ายได้ด้วย   ในการปกป้องต้นไม้ใหญ่  อเมนโนฟิสเสียทหารไปมากแต่ก็ปกป้องไว้ไม่ได้  พระองค์และพระอนุชาต่างถูกปีศาจอีกกลุ่มพัวพัน  ทำให้ตามไปขวางไม่ทัน  ซึ่งยังคงสร้างความเศร้าเสียใจให้แก่พวกเขาในขณะนี้

 

“  ไม่เป็นไร... ”  เจ้าของเสียงนุ่มย่างก้าวเข้าไปหาต้นไม้ไร้ใบ  นาบฝ่ามือลงไปอย่างเชื่องช้า “  ต้นไม้ก็ยังเป็นแค่ต้นไม้   แม้จะเป็นต้นไม้วิเศษอย่างไร  ก็เทียบกับชีวิตของพวกเจ้าทุกคนไม่ได้หรอก ” 

 

พลันมือเรียวขาวที่ทาบรอยกรงเล็บเรืองแสงสีเขียวอ่อนช้า ๆ  เสียงกระดิ่งไร้ที่มาดังกรุ๊งกริ๊งแผ่วเบาพร้อมสายลมเย็นสดชื่นจะพัดเข้ามา   ลำต้นหน้าค่อย ๆ ขยับบิดตัวดังเปรี๊ยะ  เปรี๊ยะ  ก่อนสีน้ำตาลซีดของเปลือกไม้จะแปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม   ลามตั้งแต่ลำต้นไปจนถึงทุกกิ่งโดยมีแสงสีทองลูบไล้ไปมาช้า ๆ ราวสายน้ำ  

 

กิ่งไร้ใบค่อย ๆ ขยับราวโน้มเข้าหาร่างใต้ร่างผู้กำลังคืนชีพให้แก่มัน  ใบไม้เล็ก ๆ ค่อย ๆ ผุดทีละใบทว่ารวดเร็วสม่ำเสมอ   แม้จะยังเป็นใบเล็ก ๆ แต่ค่อย ๆ เจริญเติบโตขึ้น   สีสันของต้นไม้เริ่มถูกแต่งแต้ม   ด้านหนึ่งของต้นไม้ปรากฏใบไม้สีเขียวสด   สอดแทรกดอกไม้ดอกเล็กสีชมพูอ่อน  สีม่วง  สีแดง  สีเหลืองและสีส้มหลากสีสัน   เสียงนกเริ่มขานร้องเป็นบทเพลง  ยิ่งผนวกกับทองฟ้าที่เคยมืดครึ้มเริ่มแผ่แสงอาทิตย์ถามเย็น  ส่องลงมาจากด้านข้างทำให้ต้นไม้ทั้งต้นส่องแสงระยิบระยิบ  พื้นรากไม้ปรากฏดอกไม้ดอกใหญ่ที่มีดอกไม้แตกเป็นก้านคล้ายรวงระฆังสีม่วงสดใส

 

เสื้อคลุมสีเข้มโบกสะบัด  แม้ใบหน้าและรูปร่างจะถูกซ่อนอยู่ในผ้าคลุม  มือเรียวเด็ดดอกระฆังฟ้ามาหนึ่งต้นก่อนพลิกมือลง  ดอกไม้สีสวยก็กลายเป็นละอองสีสวย  เจ้าของนัยน์ตาสีม่วงแดงงดงามหันมาสบก่อนจะพูดเสียงทุ้มนุ่มว่า

 

“  มาเถอะ  เราต้องคุยเรื่องปีศาจพวกนั้นก่อน ” 

 

ทว่าทุกผู้คนก็ยังนิ่งงันจนเทพเจ้าบาสต์ ( ตัวปลอม ) ต้องเอียงคอมองอย่างสงสัย  พาราไดซ์ก้าวไปใกล้ทำให้คนที่เหลือเริ่มได้สติ  ฟาโรห์อเมนโนฟิสพยักหน้าให้คิริอัสส่งแขกและสั่งให้เรียกหัวหน้าทหารรวมถึงหัวหน้าราชองครักษ์ให้เตรียมเข้าประชุม

 

“  ข้าต้องขอเชิญพระองค์  ณ ที่พักรับรองก่อนพะยะค่ะ  แล้วเย็นนี้จะมีงานเลี้ยงขึ้น  เชิญเถิด ”  ชายชราหัวหน้าเหล่านักปราชญ์โค้งกาย  ผายมือให้คณะทูตจากฮิตไทต์ติดตามมา 

 

เจ้าชายชามัลดูร่างในชุดคลุมเอ่ยบางอย่างแก่กัน  สลับกับต้นไม้ใหญ่สวยงามที่ราวภาพวาดที่ไม่มีวันเป็นจริง  แต่บัดนี้กำลังปรากฏอยู่เบื้องหน้าพระองค์    เลนอส  ราชองครักษ์ส่วนพระองค์ทั้งยังเป็นเพื่อนสนิทสมัยเด็กถามราวกระซิบเมื่อเจ้าชายชามัลเงียบไป

 

“ คิดอะไรอยู่หรือพะยะค่ะ  หรือเรื่องเทพทั้งสองพระองค์นั่น ” 

 

“  ไม่ผิด ”  ชามัลตอบกลับ  ในตอนแรกที่มาเยือนอียิปต์  เมื่อเข้าห้องโถงเพื่อเข้าเฝ้า  เขาก็ยังสงสัยว่าทำไมถึงมีต้นไม้ใหญ่ที่เติบโตภายในพระราชวังได้  ทั้งยังเป็นต้นไม้ที่ตายแล้ว  ทว่าพอลองถามว่าจะไม่ตัดทิ้งหรือไร  เหล่าคนถูกถามก็มองตาขวางทั้งสิ้น  ตอบว่าตัดไม่ได้  ไม่ว่าจะลองซักถามอย่างไร  ก็ดูเหมือนมีแค่โฟรรีสที่ไขข้อข้องใจ ว่าเป็นต้นไม้ที่เทพเจ้าบาสต์สร้างขึ้นเมื่อนานมาแล้ว  ทว่าถูกไอชั่วร้ายของปีศาจที่บุกมาทำลายทำให้ต้นไม้นี้ตาย  เพราะงั้นพวกเขาจึงรอเทพเจ้าบาสต์มาฟื้นฟูมัน

 

ในตอนแรกพระองค์ก็อดพูดไม่ได้ว่าเหลวไหล  แต่เมื่อลองให้เลนอสไปสืบข่าวจึงรู้เรื่องเมื่อสิบปีก่อน  ทั้งสุริยะที่ถูกกลืนกิน  ผืนทรายที่สั่นไหวและโทสะพิโรธขององค์เทพ  ทุกผู้คนในอียิปต์ต่างประสบมาแล้วทั้งยังกล่าวเป็นเสียงเดียวว่าเทพเจ้าบาสต์ยังสามารถทำให้น้ำกลายเป็นของที่เย็นจัดจนน้ำแหลมคมได้อีกด้วย

 

“  พระองค์มีอะไรที่สงสัยหรือพะยะค่ะ  หรือสงสัยว่า...เทพทั้งสองจะเป็นตัวปลอม ”  เลนอสกล่าวไปหวั่นวิตกไปว่าจะถูกลงโทษ

 

“  หึ  มีพลังขนาดนี้ไม่ใช่มนุษย์สามัญหรอก  เป็นองค์เทพเจ้าบาสต์ไม่ผิดแน่  แต่ข้าสงสัยอยู่อย่าง...”   ชามัลลูบคางครุ่นคิด

 

“ ? ” 

 

เจ้าชายจากแดนฮิตไทต์ขมวดคิ้ว  “  เหตุใดทั้งสองพระองค์ยังต้องใส่ผ้าคลุมตัวอยู่กัน ? ” 

 

“  ถ้าเป็นเรื่องนี้กระหม่อมก็ไม่ทราบหรอกพะยะค่ะ ”  ราชองครักษ์หนุ่มยิ้มแห้ง

 

“  ช่างเถอะ  ท่านเสนาคีโล ”  ชามัลเรียกเสนาบดีผู้ร่างสัญญาและเป็นตัวแทนมากับพระองค์

 

“  พะยะค่ะ ” 

 

“  เจ้าไปร่างสัญญาใหม่  อย่าให้เอาเปรียบอียิปต์จนอีกฝ่ายไม่ยอมรับ  เพราะบัดนี้สิ่งที่พวกเขาเคยขาดก็มีแล้ว  เราไม่สามารถนำมาข่มได้ ” 

 

“  ข้าพระองค์รับทราบแล้วพะยะค่ะ ”  คีโลโค้งกายรับคำสั่งก่อนกลับที่พักเพื่อไปร่างสัญญาใหม่ให้ทัน

 

คิริอัสสั่งให้ทหารและนางกำนัลทั้งหมดให้รีบตกแต่งสถานที่และเตรียมงานเลี้ยงฉลองในอีกไม่กี่ชั่วโมงที่จะเริ่มขึ้น  รวมถึงการแสดงทั้งหลายอีกด้วย

 

“  จะไปไหนหรือคิริอัส ”  ชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อคลุมปกปิดใบหน้าถามชายชราพร้อมชูแหวนมรกตที่มือขวาด้วย  เพียงเท่านั้นนักปราชญ์หลวงก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นใคร  โค้งกายทำความเคารพเนื่องจากตอนนี้ไม่สะดวกเพราะมีคณะทูตอยู่ด้านหลัง

 

“  จะไปส่งแขกที่ที่พักพะยะค่ะ  ตอนนี้องค์ฟาโรห์เรียกประชุมหัวหน้าราชองครักษ์และหัวหน้าทหารที่ห้องประชุมใหญ่แล้วพะยะค่ะ ”  คิริอัสทั้งตอบคำถามทั้งแจ้งเรื่องราวให้พระอนุชาขององค์ฟาโรห์ด้วย

 

“  เข้าใจแล้ว  แล้ว...”   เสียงทุ้มขรึมเงียบไปชั่วอึดใจ “  ท่านเทพเล่า ? ” 

 

“  ท่านเทพเข้าประชุมด้วยพะยะค่ะ  เพราะงั้นจึงมีการแจ้งที่เร่งด่วนนัก ” 

 

“  เข้าใจแล้ว  ขอบใจเจ้ามาก ”  ร่างสูงเคลื่อนกายไปอย่างรวดเร็วพร้อมอีกร่างในชุดคลุมที่ตามไม่ห่างเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องประชุม

 

 

 

“  เอาล่ะ  ครบแล้วใช่หรือไม่  ”  วอดก้าที่ทรุดนั่ง ณ เก้าอี้หัวโต๊ะโดยมีพาราไดซ์นั่งข้าง ๆ ถามสั้น ๆ

 

“  เหลืออีกหนึ่งคนพะยะค่ะ ”  มาอัต  หัวหน้าฝึกทหารหน่วยที่หนึ่งตอบ 

 

“  หืม...งั้นเหรอ ? ”  ร่างในชุดคลุมลูบคาง  ก่อนประตูบานใหญ่ของห้องประชุมจะเปิดออกอีกครั้งพร้อมสองร่างที่ก้าวเข้ามาพร้อมขานชื่อตน  ที่ทำให้วอดก้าต้องเลิกคิ้วสูงด้วยความคาดไม่ถึง

 

“  ข้าน้อย  ซีอัสตรา  หัวหน้าราชองครักษ์มารายงานตัวแล้วพะยะค่ะ ” 

 

“  มาแล้วรึ ซีอัสตรา ”  ฟาโรห์อเมนโนฟิสตรัสด้วยความยินดี  ก่อนผายมือให้ผู้เป็นน้องนั่งข้างกายตน  แม้อีกฝ่ายจะยังสวมเสื้อคลุมปกปิดตัวดั่งเดิมก็ตาม

 

“  ถ้าครบแล้วก็เริ่มกันเถอะ  ก่อนอื่น  ปีศาจที่ทำร้ายพวกเจ้าไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะสามารถทำอันตรายใดได้ง่าย ๆ ด้วยคมอาวุธ ”  ร่างที่หัวโต๊ะประสานมือขณะพูด  โดยหันไปสบกับร่างสูงที่นั่งข้าง ๆ แวบหนึ่ง 

 

 

 

 

“  หือ...นี่มัน ? ”  ในตอนที่พวกเขาเปิดม้วนภารกิจนั้น  ม้วนภารกิจทั้งสองกลับรวมกันหลายเป็นแผ่นเดียวก่อนจะปรากฏอักษรซึ่งเป็นลายมือของเอ็กเซลขึ้นทันที  เขียนไว้ว่า

 

 

ภารกิจของเจ้าคือกำจัดปีศาจ 'อสรพิษมายา' โดยเป็นหน้าที่ของเจ้าชายพาราไดซ์  เซไลโด  ดิ  ทริสทอร์ที่ต้องกำจัดปีศาจทั้ง 100 ตัวนี้  และปกป้องให้มนุษย์เหล่านี้ปลอดภัยในระหว่างภารกิจ 

อีกหนึ่งภารกิจคือภารกิจลบล้างและชำระไอชั่วร้ายที่เกิดขึ้นจากน้ำมือปีศาจ  คืนสภาพให้สถานที่ที่เสียหายของคนต่างมิติ  เนื่องจากในการสอบครั้งก่อน  เจ้าสามารถปรับตัวเข้าสถานการณ์ได้ดีทำให้สามารถใช้เวทมนตร์ได้โดยไม่ต้องปกปิด 

 

 

“  คืนสภาพความเสียหายทุกอย่างงั้นเหรอ ? ”  วอดก้าขมวดคิ้ว  เนื่องจากไม่น่าถึงกับต้องให้ใช้เวทย์ย้อนเวลาวัตถุ  ให้คืนสภาพสิ่งของดังเดิมเลยเพราะมันต้องใช้ปริมาณพลังเวทย์มหาศาลเลยทีเดียว  ราวกับปีศาจพวกนี้มาจากอาเรีย

 

แม้แต่พาราไดซ์ก็ยังต้องขมวดคิ้วเช่นกัน   เพราะตนก็ต้องสร้างอักขระเกราะล้อมทั้งเมืองไว้ในระหว่างที่ต้องกำจัดปีศาจซึ่งอาศัยอยู่ภายในทะเลทรายอีกด้วย

 

และราวกับรู้ถึงข้อสงสัย  ข้อความอีกประโยคพลันปรากฏขึ้นแทนข้อความเก่าที่สลายไป

 

 

--- ข้ารู้ว่าพวกเจ้าสงสัย  แต่ภารกิจนี้อันตรายมาก  ทำเป็นเล่นไม่ได้  พวกข้าไว้ใจในฝีมือของพวกเจ้า  ขออวยชัยให้ทำภารกิจสำเร็จ ---

 

 

“  ดูเหมือนการสอบครั้งนี้จะมีปัญหาซะแล้ว ” 

 

วอดก้าพูดเสียงเครียด ก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้

 

“  จริงสิไดซ์  ตอนเข้าฝั่งแล้วอย่าเพิ่งเรียกชื่อฉันนะ  ถ้างานนี้เป็นอย่างที่ฉันคิด  เราจะสะดวกในการสั่งการมากขึ้น  ” 

 

เจ้าชายหนุ่มจึงพยักหน้ารับเป็นเชิงเข้าใจและก็ดีที่ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย  ดูเหมือนการสอบกลางภาคเมื่อครั้งที่แล้ว  วอดก้าจะมาในฐานะเทพเจ้าบาสต์  เทพแห่งความสมบูรณ์และการเฉลิมฉลอง  ส่วนเขาในครั้งนี้ดูเหมือนจะถูกเรียกเทพเจ้าเซส  โดยรูมเมทหนุ่มก็กระซิบบอกมาว่าดูเหมือนจะเป็นเทพแห่งสงครามของอียิปต์ประมาณนั้น  ทำให้พวกเขาสามารถเข้าพระราชวังได้ง่ายดาย ทั้งยังสามารถสั่งการณ์ทุกอย่างได้

 

“ ก่อนอื่น  ปีศาจพวกนี้เราเรียกมันว่า 'อสรพิษมายา' ซึ่งชอบอาศัยอยู่บริเวณที่แห้งแล้ง  เป็นทะเลทราย  ร่างจริงมีลักษณะเป็นงู  แต่ตัวใหญ่กว่าหลายเท่า  แต่เพราะมันไวมากทำให้มองได้ไม่ชัด  เขี้ยวมีพิษ  เกล็ดแข็งแรง  ดาบและของมีคมทำอันตรายไม่ได้  ไวต่อสัมผัสรอบด้านเป็นพิเศษ ทั้งยังสามารถทำให้คนถูกพิษเห็นภาพหลอน ”    

 

“  แต่...ตัวที่บุก... ”  ดูอิตทำท่าจะค้าน  เพราะสิ่งที่บุกเข้ามานั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่คล้ายเสือดำ  แต่มีดวงตาแดงฉาน  เขี้ยวยาวลากพื้นทั้งยังมีกำลังมหาศาล

 

“  ใช่  แต่พวกนั้นจะสามารถลอกคราบได้  ” 

 

“  ลอกคราบ ”  ทุกเสียงอุทาน  ก่อนมือของวอดก้าวางจะนาบโต๊ะ  หมอกสีขาวก็ก่อตัวเป็นเสือดำตัวหนึ่งที่มีดวงตาแดงฉานดุจปีศาจ  คมเขี้ยวยาวลากพื้น  กรงเล็บแหลมคมและไอสีดำที่เอ่อล้นรอบตัวตลอดเวลา   มันส่งเสียงกรรและด้วยขนาดที่ใหญ่พอจะให้ทุกคนเห็นชัด  ถึงจะไม่เท่าตัวจริงก็ทำหลายคนสะดุ้งได้

 

วอดก้าถาม  “  ตัวนี้ใช่ไหม ? ” 

 

ทุกคนพยักหน้า

 

เจ้าตัวดีดนิ้วเป๊าะ ครั้งหนึ่ง

 

พยัคฆ์สีทมิฬเริ่มสะบัดหัวไปมา  อสรพิษตัวหนึ่งเลื้อยออกจากปากมันช้า ๆ พร้อมกัดกินซากร่างที่เคยมีชีวิต  ส่งเสียงฟ่อขู่ในลำคอ  นัยน์ตาสีแดงฉานไม่ต่างกัน  ผิดแต่งูตัวนี้มีอัญมณีสีดำประดับที่หัว   

 

“  มักจะเข้าใจว่ามันคือเสือดำนัยน์ตาแดงฉาน  แต่จริงๆ  แล้วมันมีอีกร่างคือร่างอสรพิษที่จะอยู่หายใน  และจะไม่ออกมาจนกว่าจะจวนตัว  พวกมันฉลาดเป็นกรดดังนั้นจะหลบหลีกอันตรายได้ดี  แต่เมื่อร่างนี้ถูกทำร้ายหรือถูกทำลาย  มันจะออกมา  กลืนกินความรู้สึกด้านลบของผู้คนเพื่อเสริมพลังอำนาจ ” 

 

“  เช่นอะไรบ้าง ”  ซีอัสตราส่งเสียงถาม

 

“  ความรู้สึกหวาดกลัว  หวั่นวิตก  ความโกรธแค้น  ชิงชัง จะเป็นพลังงานที่ทำให้มันแข็งแกร่งขึ้น  หน้าที่ของข้าคือชำระล้างไอชั่วร้ายและคืนสภาพสิ่งของที่ถูกทำลาย  ทว่าเรื่องของชีวิตและดวงวิญญาณข้าไม่สามารถก้าวก่ายได้ ”  วอดก้าปรับสรรพนามการพูด  “  ส่วนเรื่องกำจัดพวกมัน  จะเป็นหน้าที่ของสหายข้า 'เซส'” 

 

ทุกสายตามองอีกคนเป็นตาเดียวเพราะเทพองค์นี้  นับตั้งแต่เหยียบย่างลงมากลับยังไม่ได้เปิดปากพูดแม้แต่คำเดียว

 

“  อเมนโนฟิส ” เขาหันไปเรียกฟาโรห์หนุ่ม  ซึ่งยืนนิ่งฟังอย่างครุ่นคิด   “  จงสั่งให้ทหารกระจายข่าวว่าห้ามออกมานอกบ้านในเวลากลางคืนและอย่าเพิ่งจัดงานเลี้ยงฉลองด้านนอก  ให้คำนึงถึงความปลอดภัยไว้ก่อน   อีกอย่าง  จุดอ่อนของมันคือ น้ำ  หากสัมผัสน้ำในปริมาณมากจะเผยร่างจริง  ซึ่งร่างจริงจะแพ้ไฟ  เซสจะปกป้องชาวเมืองเอง ” 

 

“  ข้าเข้าใจแล้ว ”  ฟาโรห์หนุ่มรับคำ  พร้อมปรายตาบอกใบ้หัวหน้าทหารอย่างมาอัต

 

“  พวกข้าต้องไปจัดการร่ายเกราะป้องกันให้พวกเจ้าก่อน  อาจต้องใช้เวลามากหน่อยเพราะเมืองเจ้าก็ใหญ่ไม่ใช่น้อย  ข้าได้ยินว่าจะมีงานเลี้ยง  พวกเราจะพยายามกลับมาให้ทันแล้วกัน ”  นักบวชหนุ่มพูดไม่ให้เสียน้ำใจอีกฝ่าย

 

“  แล้วเจอกัน ”  ก่อนร่างในชุดคลุมทั้งสองจะหมุนตัวหายไปในอากาศธาตุ

 

“  ส่งคนไปกระจายข่าวทุกบ้านเรือน  ให้เก็บตัวในเวลาดึกจนกว่าจะฟ้าสาง  ทหารที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งอยู่ในโรงพยาบาลให้ตักน้ำในแม่น้ำไนล์ให้ดื่มและอาบน้ำะระตัวเสีย ” 

 

“  เสด็จพี่  ข้าว่าน่าจะให้วางเวรยามในพระราชวังให้แน่นหนาขึ้นด้วยพะยะค่ะ ”  ซีอัสตราเสนอ  

 

“  งั้นก็ได้  เพิ่มเวรยามให้มากขึ้นด้วยนะมาอัต  เลิกประชุมได้ ” 

 

“  ขอบพระทัยฝ่าบาท ”  ก่อนทั้งหมดจะแยกย้ายไปจัดการงานที่ได้รับมอบหมายให้เรียบร้อย  โดยเมื่อซีอัสตราสั่งการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว  เงาร่างในเสื้อคลุมไหว ๆ ที่เดินไปยังเส้นทางหนึ่งก็ทำให้เขาต้องชะงักเพราะแผ่นหลังกว้างนั้น

 

ชายหนุ่มจึงเร่งร้อนตามไปพร้อมส่งเสียงเรียกไปด้วย

 

“ ท่านเทพ ! ช้าก่อน ! ” ทำให้เจ้าของเสื้อคลุมต้องหยุดปลายเท้าลงพร้อมหันมา 

 

“  ซีอัสตรา ? ”  เสียงทุ้มนุ่มเรียกชื่อชายหนุ่มที่อยู่ในชุดเปลือยอกแบบชาวอียิปต์ทั่วไปอย่างแปลกใจ  รอยยิ้มกว้างจึงปรากฏที่ใบหน้าของชายหนุ่ม

 

“  พะยะค่ะ  กระหม่อมเอง ” 

 

“  หึ ๆ เด็กน้อย พูดกับข้าเหมือนเมื่อครั้งก่อนก็ได้  ข้าไม่ถือเจ้าหรอก ” 

 

“  มิได้หรอกพะยะค่ะ  แล้วจะไปที่ไหนหรือพะยะค่ะ ”  ซีอัสตราโค้งตัวให้  ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกับเต้นถี่รัวด้วยความดีใจมากมายเมื่ออีกฝ่ายเรียกขานเขาเหมือนเมื่อ 10 ปีที่แล้วทั้งยังคงความสนิทสนมดังเดิม

 

“  ไม่รู้สิ  เดินเล่นมั้ง  ส่วนสหายเรานั้นไปวางอาณาเขตรอบ ๆ เมือง ” 

 

“  อาณาเขต ? ” 

 

“  ไว้ป้องกันไม่ให้ชาวเมืองได้รับบาดเจ็บและคอยดักปีศาจด้วยน่ะ ”  ร่างสูงสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายกำลังยิ้ม

 

“  มาเถอะ  แนะนำสถานที่พักผ่อนหย่อนใจก่อนงานเลี้ยงเริ่มให้ข้าหน่อย   เด็กน้อย  เพราะกว่าสหายข้าจะจัดการเสร็จคงอีกนาน ” 

 

“  พะยะค่ะ ”  ซีอัสตราออกก้าวเดินโดยพยายามรักษาฝีเท้าให้ได้เดินเคียงข้างร่างสูงโปร่งที่เตี้ยกว่าตัวเขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  ปากก็คอยตอบคำถามเรื่องช่วงเวลากว่า 10 ปีมานี้ที่ผู้เป็นเทพเจ้าถาม  จนกระทั่งในที่สุด  พวกเขาก็ถึงสวนกว้างแห่งหนึ่งที่เพาะปลูกดอกไม้นานาพันธุ์ที่หาได้ยากยิ่ง  ต้นไม้สูงใหญ่ที่เขียวชะอุ่มสร้างความร่มรื่นให้พื้นที่โดยรอบ  โดยร่างของคนทั้งสองได้หยุดอยู่ที่เนินหญ้าซึ่งล้อมรอบด้วยดอกไม้หลากสีสัน

 

“  นั่งสิ ”  วอดก้าที่ทรุดนั่งแล้วตบพื้นข้าง ๆ ตัวให้ชายหนุ่มด้านข้างนั่งตาม  เมื่อมาถึงแล้วอีกฝ่ายเอาแต่ยืน

 

“  พ...พะยะค่ะ ”  ซีอัสตรารับคำลนลาน  พยายามควบคุมสีหน้าไม่ให้ขึ้นสีแดงระเรื่อและหัวใจที่ยังเต้นตึกตักถี่ ๆ จนถูกจับได้ 

 

“  เจ้านี่โตขึ้นมากเลย  ผิดกับพวกข้า ”  วอดก้าถอนหายใจก่อนค่อย ๆ แตะเสื้อคลุมที่ตัวให้มันสลายกลายเป็นละอองสีทองเพราะผ้าคลุมเหล่านี้สร้างด้วยเวทมนตร์   รวมถึงเส้นผมสีเงินยวงที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง  สะท้อนสีทองปลาย ๆ ยาวประมาณบ่า  ซึ่งผู้เป็นเทพก็ยกรวบด้วยริบบิ้นสีม่วงสวยอย่างง่าย ๆ

 

“  ท่าน...ผมยาวขึ้น ”  ซีอัสตราหลุดพูดเสียงแผ่วเบา  ภาพใบหน้างดงามของคนตรงหน้าแทบไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อ 10 ปีสักน้อย  มีเพียงเส้นผมนิ่มที่ยาวขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น  และเพราะความคาดไม่ถึงกับความเปลี่ยนแปลงที่เล็กน้อยของผู้เป็นเทพ  ซีอัสตราจึงหลุดพูดโดยไม่ได้ใช้คำราชาศัพท์อย่างนอบน้อม

 

“  ใช่  ผมข้ายาวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น   เจ้าก็เติบโตได้เป็นบุรุษที่หล่อเหลาสมชายชาตรี  คงมีสาว ๆ ไม่น้อยใจระทวยเพราะเจ้า ” 

 

พระอนุชาองค์ฟาโรห์เหม่อมองใบหน้างดงามหัวเราะในลำคอน้อย ๆ อย่างอารมณ์ดี  

 

“  ท่าน...เทพ ...” 

 

“  เรียกข้าว่าบาสต์ก็ได้   ไหนเล่าสิ  สิบปีที่ผ่านมาเจ้าทำอะไรมาบ้าง ”  วอดก้าเริ่มซักไซ้เด็กหนุ่มน่ารักที่เคยพบด้วยความสนใจ  ทำให้ซีอัสตราได้สติ  เริ่มเล่าเรื่องของตนให้ฟังด้วยความกระตือรือร้น   ยามได้รับคำชมหรือได้เห็นรอยยิ้มของคนข้าง ๆ เขาก็จะเผลอหน้าแดงระเรื่อ  พร้อมพยายามยิ้มแก้อาการขัดเขิน  ท่านเทพยังคงเป็นท่านเทพ  ขี้เล่น  ขี้หยอกล้อและอ่อนโยนดุจเดิม 

 

เวลาแห่งความสุขของชายหนุ่มช่างผ่านไปเร็วนัก  ในความรู้สึกคล้ายผ่านไปพริบตาเดียว  พระอาทิตย์ก็เริ่มตกเสียแล้ว  และเมื่อท่านเทพเบื้องหน้าเอ่ยทักก็ถึงทำให้เขาเพิ่งรู้สึกตัว

 

“  หืม...พระอาทิตย์ตกแล้วนี่  อีกสักพักงานเลี้ยงก็คงจะเริ่มแล้ว ”  นัยน์ตาสีม่วงอมแดงกวาดมองไปรอบ ๆ

 

“  คงเป็นเช่นนั้นขอรับ ”  การนั่งคุยเล่นอย่างผ่อนคลายทำให้ชายหนุ่มคลายอาการเกร็งและระมัดระวังในคำพูดลง 

 

“  แต่ก่อนไป  ข้ามีอะไรจะให้เจ้าดู ”  คำถามของร่างที่ยิ้มแย้มอย่างเป็นปริศนาชวนให้หัวใจสั่นไหว  ทำให้ซีอัสตราที่คิดลุกขึ้นยืนกลับมานั่งลงใหม่  ยามเห็นร่างสูงโปร่งของผู้เป็นเทพหยัดยืนพร้อมเด็ดดอกกุหลาบสีเขียวซึ่งเป็นดอกไม้ที่ค่อนข้างไม่เป็นที่น่าสนใจสำหรับใครหลายคนเพราะมันเป็นเพียงดอกไม้ธรรมดา  ทว่าเมื่ออยู่ในมือของเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์  มันก็ค่อย ๆ กลายเป็นสายหนังรัดข้อมือสีเขียวเข้ม  ถักลวดลายดอกกุหลาบพร้อมเถาสวยงาม 

 

เมื่อซีอัสตรารับไป  สิ่งที่สัมผัสได้อย่างแรกคือความอบอุ่นที่อยู่ใจกลางฝ่ามือ  ร่างสูงถามเสียงทุ้มต่ำ

 

“  ห...ให้ข้าหรือขอรับ ” 

 

“  ถ้าไม่ให้เจ้าแล้วจะให้ใครกัน ”  วอดก้ายิ้มขำกับถ้อยคำซื่อ ๆ ของอีกฝ่าย

 

“  ขอบคุณ...ขอบคุณขอรับ ”  นัยน์ตาคมสีนิลมองสายรัดข้อมือด้วยดวงตาพราวระยับ  แฝงความรู้สึกลึกซึ้งบางอย่าง  เขารีบเงยหน้าขึ้นหวังจะพูดบางอย่างกับร่างสูงโปร่งเบื้องหน้า   ทว่ายังไม่ทันได้พูดอะไร  เสียงฝีเท้าที่วิ่งมาหาก็ทำให้ชยหนุ่มต้องหยุดปากที่กำลังพูด  เมื่อกวาดตามองจึงพบว่าเป็นองครักษ์ของตนอย่างดูอิตนั่น

 

“  เจอเสียที  กระหม่อมตามหาพระองค์เสีย...”  เสียงในลำคอของดูอิตเลือนหายยามสบตาสีอัญมณีของบุคคลอีกคนที่กำลังแย้มยิ้มขำขันกับท่าทางกระหืดกระหอบของตัวเขาอยู่  และเพียงเท่านั้น  สติของราชองครักษ์ส่วนพระองค์ก็คล้ายเลือนหายไป

 

ร่างของผู้อยู่ด้านข้างพระอนุชาขององค์ฟาโรห์คือชายผู้มีใบหน้างดงามยิ่งกว่ามนุษย์ผู้ใดที่เขาเคยเห็น  เส้นผมสีน้ำตาลแดงสวยแปลกตา  เมื่อโดนแสงจะเหลือบสี ทองสว่างจาง ๆ ดุจดั่งภูต  นัยน์ตาสีม่วงแดงสวยคล้ายสีอัญมณีน้ำงามที่แม้จะคมกริบเรียบนิ่งแต่ก็อ่อนโยนราวมองดูเด็ก ๆ

 

ผิวสีขาวอมชมพูแตกต่างจากชาวอียิปต์   จมูกโด่งได้รูป  ริมฝีปากหยักสีแดงเรื่อที่เมื่อยิ้ม  คิ้วหนาและดวงตาจะโค้งสวยราวพระจันทร์เสี้ยว  ยิ่งผนวกกับฟันขาวสะอาดที่มีเขี้ยวซี่เล็ก ๆ ที่มุมปากยิ่งเสริมเสน่ห์ให้ร่างสูงโปร่งดูทั้งหล่อเหลาและงดงามในเวลาเดียวกัน  อย่างชวนให้ดูอิตนั้นลืมหายใจ  ราศีสูงศักดิ์และทรงอำนาจบ่งบอกได้ชัดว่าผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ

 

นอกจากนี้  เทพเบื้องหน้ายังสวมชุดประหลาดสีดำแดงที่คลุมแทบทั้งตัว ทั้งลวดลาย  ทั้งเครื่องแต่งกายไม่มีทางเป็นผู้ที่อยู่โลกเดียวกับพวกเขาแน่

 

วอดก้าที่เห็นว่าอีกฝ่ายมองเขาแปลก ๆ จึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังใส่ชุดนักเรียนประจำหออยู่จึงพูดยิ้ม ๆ ว่า

 

“  จริงสิ  เข้าไปชุดนี้คงจะแปลก ”  วอดก้าผุดยิ้มที่มุมปาก  ลูบต่างหูเล็กน้อยเพื่อปรับสภาพร่างกายตัวเองให้เป็นผู้ชายโดยคงรูปลักษณ์ใบหน้าตามเดิมไว้  พลางส่งเสียงถามดูอิต

 

“  แล้วพอจะมีชุดให้ข้าเปลี่ยนหรือไม่ ? ”

 

เท่านั้น  ความวุ่นวายก็เริ่มขึ้น

 

 

 

“  ไดซ์  เสร็จหรือยัง ? ”  เจ้าชายหนุ่มที่วาดอักขระอยู่นอกเมืองอียิปต์ชะงักเล็กน้อย  แต่ปากยังคงร่ายเวทสลับกับมือที่เขียนอักษรสีทองเรืองรองที่ค่อย ๆ เลือนหายไป  เสียงทุ้มแหบคุ้นหูส่งถ้อยคำมาหาเรียกรอยยิ้มเจือจางที่ริมฝีปากหยักที่มักเรียบตึงเสมอ

 

“  ฉันคิดถึงนายแล้วอ่า  งานเลี้ยงก็ใกล้เริ่มแล้ว  นายมาหาฉันก่อนนะ   มีอะไรจะให้ดูแน่ะ อิๆ ” 

 

“  เนคี  เซรีเน...  สิ้นคำ  แสงสีทองก็พุ่งขึ้นจากพื้นรอบเมืองอียิปต์ครอบคลุมทั้งเมืองคล้ายโดมแสงสร้างความตื่นตะลึงและความศรัทธาให้กับชาวเมืองที่แม้จะอยู่ภายในบ้าน  ทว่าความเจิดจ้าของแสงสีทองอบอุ่นก็ทำหลายคนรู้สึกอุ่นใจและสวดมนตร์ขอบคุณเทพีไอซิสและองค์สุริยันที่ส่งทวยเทพทั้งสองลงมา

 

พาราไดซ์แผ่จิตหาวอดก้าก่อนจะเคลื่อนย้ายตัวเองไปอยู่ในห้องแห่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว  และเมื่อเห็นแผ่นหลังคุ้นตาหันมา  เขาก็ต้องเลิกคิ้วสูงกับรูปร่างของหญิงสาวที่เปลี่ยนเป็นชายหนุ่มอย่างสมบูรณ์   ด้วยหน้าอกแบนราบและกล้ามเนื้อสวยงามทุกสัดส่วน  พอสบดวงตาคู่สวยที่ทอความขี้เล่น  เขาก็ต้องส่ายหัวระอาก่อนสังเกตการแต่งกายของหญิงสาวที่กลายเป็นชายหนุ่มเบื้องหน้า

 

วอดก้าอยู่ในผ้าเนื้อดีสีเขียวอ่อนที่พันกายช่วงล่างไว้  ก่อนจะม้วนปลายผ้าแล้วพาดไหล่ซ้าย  ข้อมือและข้อเท้าสวมปลอกเหล็กทองคำสลักลวดลายงดงาม  และเพราะผ้าที่เปลือยอกทำให้เห็นกระดูกไหปลาร้าและกล้อมท้องได้รูปสวย  ทั้งไม่มากเกินไป  ไม่น้อยเกินไปเสริมให้อีกฝ่ายคล้ายรูปสลักจากเทพเจ้าในจินตนาการ  กิ่งไม้สีทองที่ขดรอบศีรษะบ่งบอกถึงหน้าที่เทพซึ่งคือสร้างความอุดมสมบูรณ์

 

“  ก็แหม...เล่นเป็นผู้ชายมันสะดวกกว่านี่  นายก็เปลี่ยนชุดเถอะ ”  วอดก้าหัวเราะเปลาะ  จนพาราไดซ์ต้องยกมือขยี้เส้นผมนิ่งแรง ๆ นักบวชหนุ่มทำหน้ามุ่ย   แกล้งปากจู๋แก้มป่องใส่  ซึ่งเมื่อชายหนุ่มผู้มีใบหน้างดงามผู้นี้ทำแล้ว  หากเป็นคนอื่นเขาคงไม่คิดแม้แต่จะมอง  แต่เมื่อเป็นรูมเมทหนุ่ม...เป็นหญิงสาวที่สะกิดความสนใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ   พาราไดซ์จึงมองท่าทางนั้นและบันทึกไว้ในสมอง  และสำหรับร่างสูงและคนเบื้องหน้าจะดูหล่อเหลาและสูงส่งเพียงใด  ทว่าสำหรับเขา  อีกฝ่ายก็ยังเป็นวอดก้าคนเดิมที่ทั้งน่ารักและขี้เล่นเสมอ

 

“  ง่า...นายอย่ามองอย่างนั้นสิไดซ์  มองอย่างนี้ฉันก็เขินเป็นนะ ”  วอดก้าทำหน้าเจื่อนเมื่อใบหน้าคมคายมองมาที่เธอตาไม่กระพริบ  ใบหน้าใสปรากฏสีแดงเรื่อของเลือดฝาด  ยามเบือนหน้าหนีชายหนุ่ม

 

พาราไดซ์แตะที่เสื้อคลุมของตน  ละอองสีทองค่อย ๆ สลายเสื้อและชุดนักเรียนของหอสราทออก  เผยเครื่องแต่งกายแบบเทพเจ้าสมัยนี้ตามวอดก้า  ทว่าเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำเงินเข้มเท่านั้น   และนั่นทำให้ร่างของเจ้าชายหนุ่มดุจดั่งเทพสงครามผู้มีทั้งความงาม  ความองอาจและความทรงอำนาจอย่างที่ไม่มีมนุษย์คนไหนเสมอเหมือนได้ 

 

เสียงดนตรีเริ่มบรรเลง  ทำให้มีนางกำนัลและทหารมากมายยืนออรอเทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่ขอสถานที่แต่งกายให้เหมาะสมสักครู่   แม้งานจะเริ่มแล้วแต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปเรียกเทพทั้งสองเพราะเสียงพูดคุยด้วยภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจ  ทำให้พวกเขาคาดเดาได้ว่าเทพเจ้าอีกพระองค์เสร็จสิ้นภารกิจนอกเมืองแล้ว

 

 “  มาเถอะ   ได้เวลาสนุกแล้ว ”  ประตูตำหนักรับรองแขกที่หรูหราที่สุดเปิดออกอย่างเชื่องช้า   เรียกสายตาทุกผู้คนหน้าตำหนักให้เผลอมองอย่างไม่รู้ตัว  และเพียงสบตาหนึ่งเทพงดงามผู้แย้มยิ้มและอีกหนึ่งเทพผู้มีใบหน้าคมคายเย็นชา   หัวสมองก็พลันว่างเปล่าทันใด  ยิ่งได้พบว่าเจ้าของนัยน์ตาคู่สีม่วงแดงสวยกวาดมอง  เช่นเดียวกับนัยน์ตาสีม่วงคมลึกลับ   พวกเขาก็ต้องลืมหายใจอีกครั้ง  ยืนนิ่งค้างอย่างไม่ได้สติจนทวยเทพทั้งสองนั้นได้เดินจากไป

 

วอดก้าหัวเราะในลำคอน้อย ๆ กล่าวเป็นภาษาอาเรียกับเจ้าชายหนุ่มอย่างอารมณ์ดีว่า

 

“  พระเอกต้องมาทีหลังนี่ล่ะ  ถึงจะเด่น ” 

 

ซึ่งความซุกซนของอีกฝ่ายก็ทำให้พาราไดซ์ต้องเผลอกุมขมับเมื่อสาวเจ้าดูจะแสบได้ทุกสถานที่  แต่แล้วมุมปากก็ต้องกระตุกยิ้มบ้างยามเห็นผู้คนรอบข้างทำของที่ถือร่วงเป็นทิวแถว  ยามมองพวกเขาทั้งคู่  หากไม่ปากอ้าตาค้าง  ก็ต้องทำตาเลื่อนลอยราวคนไม่สมประกอบ  ยิ่งเขาเผลอยิ้ม  ผู้คนรอบข้างก็ทำตัวราวเป็นรูปสลักหินทันที

 

เขาชักเข้าใจความรู้วอดก้าแล้วสิ  ว่าการแกล้งให้คนอื่นทำอะไรไม่ถูกนี่มันก็น่าสนุกไม่น้อย

 

( เมื่อเจ้าชายหนุ่มติดนิสัยวอดก้า  ขอไว้อาลัยล่วงหน้า  อาเมน... )

 

 

 

40 %

 

ซ่อกแซ่ก

 

เสียงพูดคุยดังทั่วห้องโถงใหญ่ซึ่งมีต้นไม้ที่มีใบและดอกหลากสีสันเจริญเติบโตอยู่ใจกลาง  บางคนพูดคุยกับคนข้างกาย  บางคนก็จับจ้องที่ต้นไม้ด้วยความหลงใหล  เนื่องจากฟาโรห์อเมนโนฟิสได้จำกัดบริเวณที่จะเข้าใกล้ต้นไม้วิเศษที่เทพเจ้าบาสต์สร้างขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย

 

“ ช่างงดงามจริง ๆ สมกับเป็นต้นไม้ที่เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์สร้างขึ้น  ” 

 

“  มิผิด  ในโลกใบนี้คงหาต้นไม้เช่นนี้ไม่ได้อีกแล้ว ” 

 

“ เป็นบุญของอียิปต์นักที่เทพีไอซิสและองค์เทพสุริยราทรงโปรด ” 

 

“ องค์ฟาโรห์เสด็จ... ”  เสียงประกาศก้องถึงผู้มาทำให้ขุนนางทั้งหลายต่างลุกขึ้นยืนและอยู่ประจำที่ก่อนโค้งคำนับให้ผู้เป็นนายเหนือหัวซึ่งตรงมายังบัลลังค์สีทอง  ฟาโรห์อเมนโนฟิสยกมือโบกให้ทั้งหมดนั่งได้   บรรยากาศจึงกลับมาเงียบสงบ   เสียงบรรเลงดนตรีดังเอื่อย ๆ ให้พอเหมาะกับบรรยากาศ

 

“ เจ้าชายซีอัสตราเสด็จ ” 

 

ซีอัสตราในชุดชาวอียิปต์สีเขียวเข้มรับกับสายหนังลายกุหลาบที่ข้อมือขวา  ชายหนุ่มทรุดนั่งข้างองค์ราชาก่อนยิ้มรับให้ผู้เป็นพี่

 

“  มาช้าก่อนข้าได้ยังไงกันน้องรัก  ไม่รู้หรือไงว่ามันเสียมารยาท ”  อเมนโนฟิสหยอกเย้าซีอัสตราอย่างอารมณ์ดี  รับถ้วยน้ำองุ่นขึ้นมาจิบนิด ๆ เบื้องหน้าคือขนม  ผลไม้และอาหารคาวหวานมากมายที่เตรียมพร้อมให้สำหรับเทพผู้มาเยือน  เช่นเดียวกับที่นั่งข้างกายฟาโรห์ซึ่งเทียบเท่าพระองค์เอง   จนเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก   เหล่าขุนนางก็เริ่มส่งเสียงดังเพราะงานเลี้ยงเริ่มไม่ได้หากแขกผู้มีเกียรติยังมิมา  

 

“  เจ้ารู้หรือไม่ว่าท่านเทพอยู่ที่ใด ? ”  อเมนโนฟิสหันไปถามผู้เป็นน้องซึ่งยังคงก้มลงมองสายรัดหนังสีเขียวสดใสที่ข้อมืออย่างปลาบปลื้มใจ  ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับยิ้ม ๆ

 

“  ท่านเทพได้ขอเวลาเปลี่ยนชุดให้เข้ากับงานเลี้ยงและขอสถานที่รอสหายหรือเทพเจ้าเซสจากการทำภารกิจครู่หนึ่งพะยะค่ะ ” 

 

“  งั้นหรือ  แล้วนั่นเครื่องประดับใหม่ของเจ้ารึ  ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่เสียนาน ”  ฟาโรห์หนุ่มอดสงสัยไม่ได้

 

“  เป็นของที่...เทพเจ้าบาสต์ประทานให้ข้าพะยะค่ะ  ท่านสร้างจากดอกกุหลาบสีเขียวในสวน ” 

 

“  ช่างน่าอิจฉาเสียจริง ”  อเมนโนฟิสว่าพลางทำหน้าเสียดาย  ก่อนจะลูบคลำแหวนทับทิมเม็ดงามที่นิ้วขวาซึ่งตัวพระองค์เองก็จำได้ว่าเทพผู้งดงามองค์นั้นได้มอบให้   และพระองค์ก็ไม่เคยถอดมันเลยสักครั้งเพราะทุกครั้งที่ตกอยู่ในอันตรายก็จะได้อิทธิฤทธิ์ของมันช่วยไว้

 

เคร้ง เคร้ง เคร้ง

 

เสียงของตกกระทบพื้นดังก้องแว่วมาแต่ไกล  อีกทั้งเสียงของมันยังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้เสียงคุยเซ้งแซ่ในตอนแรกเงียบลง   ยามทั้งหมดพร้อมใจกันมองไปยังโถงทางเดินมายังห้องโถงใหญ่อย่างพร้อมเพรียง  ไม้เว้นแม้แต่คณะทูตจากฮิตไทต์

 

“  เกิดอันใดขึ้นกัน ?  ”  เจ้าชายชามัลเลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัย  เลนอสกุมกระชับดาบไว้เตรียมพร้อมเพื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นเดียวกับทหารที่เริ่มยืนรอหน้าประตูห้องโถง  ก่อนเสียงถาดหรือสิ่งที่ของที่ตกกระทบพื้นจะเงียบไปพร้อมประตูที่เปิดออก   เท่านั้นทหารอียิปต์สิบกว่านายก็ยืนนิ่งค้างยามมองเห็นผู้มาใหม่ชัดตา

 

“ ชักเริ่มรู้สึกแปลก ๆ แล้วแฮะ  เดินไปทางไหนก็มีแต่คนทำของตก  ถามทางไปห้องโถงก็ไม่ตอบกันอีก  ”  เสียงทุ้มนุ่มแฝงแววขี้เล่น  เจือความอ่อนโยนเอ่ยกับคนข้างกายเบา ๆ ความไพเราะในน้ำเสียงและความก้องทั้งที่พูดในระดับเสียงปกติทำให้หลายคนเริ่มเคลิบเคลิ้ม

 

“  นั่นเพราะนายทำตัวนายเอง ”  เสียงทุ้มเย็นเฉียบอีกเสียงหนึ่งเอ่ยตอบ  ทำให้ทั้งหมดสะดุ้งเฮือกกับความทรงอำนาจและทรงพลังในน้ำเสียง   ใจหลายคนเริ่มสั่นสะท้านเมื่อพอคาดการณ์เหตุที่เหล่าทหารยืนนิ่งงันและนางกำนัลพากันทำของตกระนาวได้

 

ซึ่งคงไม่พ้นใบหน้าของเทพทั้งสองเป็นแน่

 

จนกระทั่งเสียงฝีเท้าเบา ๆ เริ่มดังใกล้  พร้อมเสียงกำไลข้อเท้าดังกรุ๊งกริ๊งแผ่วเบา เหล่าทหารที่ได้สติพากันเปิดทางให้สองร่างที่ก้าวเข้ามา   เพียงเท่านั้นเสียงดนตรีและทุกสรรพเสียงก็นิ่งงัน  การกระทำทุกอย่างล้วนชะงักราวถูกหยุดเวลาไว้

 

“  หืม...ตกแต่งได้ไม่เลวเลย ”  นัยน์ตาสีม่วงแดงเข้มกวาดมองโดยรอบโดยไม่ใส่ใจกับสายตาที่มองตนอย่างนิ่งค้าง  เทพผู้มีใบหน้างดงามอย่างที่แยกหญิงชายไม่ออกสร้างความพิศวงและตื่นตะลึงให้กับผู้คนเสมอ

 

ผิวกายขาวสะอาดผิดกับชาวอียิปต์  หนึ่งเทพเจ้าบาสต์  ผู้สวมเครื่องนุ่งห่มกายด้วยแพรไหมสีเขียวอ่อนดูนุ่มลื่น   เผยกล้ามเนื้อสัดส่วนที่สมบูรณ์ราวเทพเจ้าปั้นอย่างน่าอิจฉา   แขนที่ไม่ถึงกับกำยำแต่แข็งแรงคล้ายสามารถโอบกอดและปลอมปละโลมทุกสิ่งได้อย่างง่ายดายสร้างความหวั่นไหวให้ทุกผู้คน  แต่นั่นไม่เท่าใบหน้าคมคายได้รูป  ที่มีนัยน์เนตรสีม่วงแดงราวอัญมณีประดับอยู่  จมูกโด่งเป็นสันงดงาม  ริมฝีปากบางหยักสีแดงอ่อนน่าสัมผัสยิ่งประกอบกับรอยยิ้มเจือจางที่มุมปากก็เพียงพอกับทำให้ทุกผู้คนตกหลุมรัก   แม้จะรู้ว่าถึงจะมอบให้ทั้งกาย  ใจและจิตวิญญาณแต่ก็ไม่อาจครอบครองอีกฝ่ายได้   เพราะรัศมีที่สูงส่งผิดมนุษย์ที่ไม่มีทางมีผู้ใดเอื้อมถึง

 

และอีกหนึ่งเทพเจ้าเซส  เทพแห่งสงครามที่ไม่เคยเปิดเผยใบหน้าและปริสุรเสียงพูดคุยกับใคร  หลายคนคาดการณ์ว่าเทพองค์นี้อาจมีหน้าตาอัปลักษณ์  ร่างกายกำยำดั่งยักษ์ด้วยตำแหน่งเทพสงครามผู้โหดเหี้ยมทว่าภาพลักษณ์จริงกลับแตกต่างยิ่ง  ผิวกายขาวเนียนไม่ต่างจากเทพองค์แรก   ใบหน้าทุกสัดส่วนลงตัวและหล่อเหลาเกินมนุษย์มนา   เพียงพอทำให้หญิงสาวทั้งหลายลืมหายใจ  แม้แต่เจ้าชายชามัลและเจ้าชายซีอัสตราก็ไม่อาจเทียบเทียมได้   คิ้วหนาโค้งเข้ม   เปลือกตาบางสองชั้น นัยน์เนตรสีม่วงเข้มลึกเปี่ยมด้วยอำนาจและความลึกลับที่ไม่อาจเดาใจได้   ประกอบกับจมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากหยักเรียบตึงที่ขับเน้นความทรงพลังที่ฉายชัด  เทพเจ้าเซสผู้สวมด้วยเนื้อผ้ามันเงาเนื้อดีสีน้ำเงินเข้ม   เผยรูปร่างกำยำมีกล้ามเนื้อแข็งแรงน่าสัมผัสไม่ต่างกัน 

 

แม้ทั้งคู่จะสวมเครื่องประดับน้อยชิ้นด้วยหนึ่งมงกุฏทองคำที่ทอเป็นลวดลายใบไม้กับกำไลข้อเท้า   และกำไลข้อมือทองคำสลักลายงดงาม    ทว่าความงาม  ความองอาจและความสูงส่งของคนทั้งคู่ก็กินขาดทุกสิ่ง  

 

วอดก้าย่างเท้าไปยังบัลลังค์ที่น่าจะเป็นที่นั่งของตนซึ่งนั่งอยู่ทางซ้ายมือของอเมนโนฟิส (ซีอัสตราอยู่ทางขวามือ)  ส่วนคณะทูตจากฮิตไทต์ที่เขาจำไม่ผิดนั้นนั่งถัดต่ำจากพวกเขาไปอีกนิดนึง  

 

พาราไดซ์นั่งถัดต่อจากวอดก้า  เขามองต้นไม้ที่ทอประกายระยิบระยับสวยงามด้วยแววตาเรียบเฉย  ทอความสนใจ (อยู่ลึก ๆ) จนเวลาผ่านไป  วอดก้าก็พูดขึ้นเมื่อทุกคนยังมองมาที่พวกเขาเป็นตาเดียว

 

“  แล้ว...จะไม่เริ่มงานเลี้ยงรึ ?  ” 

 

ทุกคนสะดุ้งโหยง  ฟาโรห์อเมนโนฟิสกระแอมไอแก้เก้อก่อนชูจอกเหล้าขึ้นกล่าวว่า

 

“  เมื่อแขกผู้มีเกียรติของเรามาถึงแล้ว  ...ก็ขอเริ่มงานเลี้ยงเลยล่ะกัน ” 

 

ดนตรีเริ่มบรรเลงขึ้นพร้อมนางรำในชุดวาบหวิวต่างสีสวยงามเริ่มเยื้องกายมาระบำหน้าบัลลังค์ฟาโรห์ซึ่งนางกำนัลที่ยืนด้านหลังวอดก้าที่ต้องคอยปรนนิบัติเริ่มยกอาหารให้เทพหนุ่มที่มองการแสดงเบื้องหน้าด้วยแววตาสนใจ

 

“  อือฮื้อ...ไม่ปิดบังกันเลยแฮะ ”  วอดก้าครางอื้อเมื่อหญิงงามที่ได้รับการคัดเลือกส่งสายตาเชิญชวนและยั่วยวนให้เทพทั้งสองอย่างไม่ปิดบัง  หวังอาจเอื้อมสูง  ซึ่งเจ้าชายหนุ่มก็หรี่ตาใส่อย่างเย็นเยียบ  ขานพูดเป็นภาษาอาเรียเพื่อเตือนไม่ให้หญิงสาวคิดทำอะไรพิเรนทร์

 

“  อย่าได้คิดเชียว ” 

 

คนโดนห้ามหัวเราะในลำคอนิด ๆ หยิบพวงองุ่นขึ้นมาก่อนอ้าปากงับสองสามลูกทำให้หยาดน้ำองุ่นหลั่งรินจากมุมปากไปยังคางผู้ที่พูดทั้งที่ยังกินไม่หมด  หลุดมาดมารยาทและท่วงท่าที่เคยรักษาที่โรงเรียน   อย่างไม่เป็นชิ้นดีเพราะอัดอั้นมาเสียนาน

 

“  รู้หรอกน่า  แต่องุ่นนี่หวานชะมัด ”  ว่าพลางแลบลิ้นเลียรอบริมฝีปากเพื่อสัมผัสรสชาติหวาน ๆ นั้น  ก่อนจะกัดไปอีกคำใหญ่   พลางยกนิ้วเรียวขึ้นดูดน้ำองุ่นเหนียว ๆ ที่มือ   โดยไม่รู้เลยว่าท่าทางเป็นธรรมชาตินั้นสั่นคลอนจิตใจคนแอบเฝ้ามองเกือบทุกคนในท้องพระโรง

 

การสดงการแสดงอะไรไม่ดูกันหรอก   มองเทพเจ้าบาสต์เพียงผู้เดียวเท่านั้นก็คุ้มแล้ว

 

“  สามแสนคีเทร์  แลกที่กันเถิด ” 

 

“  ไม่  ต่อให้สามล้านข้าก็ไม่แลก ” 

 

“  ท่านๆๆๆ ท่านนั้นล่ะ  ข้าขอแลกที่นั่งได้หรือไม่ ? ข้าทุ่มสุดตัวห้าล้านคีเทร์เลยเอ้า ” 

 

“  เสียใจ  ไม่มีทางหรอก ! ” 

 

“  ข้ายกลูกสาวให้เลยเอ้า  เจ้าอยากได้ลูกสาวข้าแต่งเข้าบ้านเจ้าไม่ใช่เรอะ  แลกที่กัน ” 

 

“  จะบ้าเรอะ  ถึงข้าจะอยากรับข้อเสนอของเจ้า  แต่ท่านเทพคงอยู่ไม่นาน   เรื่องของท่านเทพสำคัญกว่า ” 

 

“  ว้ากกกก  ใครมันนั่งบังข้าฟะ ” 

 

“  ด้วยตำแหน่งของข้าที่สูงกว่าเจ้า  จงก้มหัวหลบซะ ! ” 

 

“  ท่านหญิง...หากท่านไม่ว่าอะไรช่วยเบี่ยงตัวหลบสักนิดได้หรือไม่ ? ” 

 

....คงไม่ได้  เพราะมุมนี้ข้าเห็นท่านเทพชัดสุด ” 

 

“  ได้โปรด  ที่นั่งข้าอยู่ห่างมาก   แลกที่กันเถอะ ” 

 

“  อา  เป็นบุญจริง ๆ ที่ข้าได้นั่งใกล้องค์ฟาโรห์และท่านเทพทั้งสอง ” 

 

ความวุ่นวายดำเนินไปเงียบ ๆ เพราะเสียงดนตรีที่ดังกลบเมื่อผู้ที่นั่งห่างไกลพยายามยื่นข้อเสนอเพื่อขอแลกที่ที่สามารถนั่งมองเทพเจ้าบาสต์ได้ใกล้ ๆ และชัดเจน  แต่แน่นอนว่าผู้ที่นั่งใกล้ก็ไม่ขอแลกเพราะตนก็ต้องการมองหน้าท่านเทพให้ชัด ๆ เช่นกัน   

 

ผู้ที่นั่งใกล้บัลลังค์ก็เก็บท่าทางไชโยโห่ฮิ้วและลั่นล้าไว้ในใจ   ด้วยท่าทางสุขุมสมกับตำแหน่งขุนนางและนักปราชน์  ส่วนผู้ที่อยู่ไกลก็น้ำตาตกใน  นั่งคอตกไปเงียบ ๆ แต่สายตาก็ไม่ละจากร่างบนบัลลังค์ข้างองค์ฟาโรห์แม้สักนิดด้วยกลัวจะพลาดนาทีสำคัญที่ต้องการเก็บไว้ในความทรงจำ

 

โฟรรีสและคิริอัสที่ได้รับตำแหน่งสำคัญก็เหลือบ ๆ มองใบหน้างดงามบ้างให้กระชุ่มกระชวยหัวใจ   แต่ก็ไม่ถึงกับจ้องตรง ๆ ด้วยความละอาย  อีกทั้งเพราะอายุมากแล้วจึงเพียงพอให้สามารถยับยั้งจิตใจได้

 

ว่าไปแล้วก็เหลือบมองอีกชะแว้บหนึ่ง...

 

ขออีกครั้งละกัน  ท่าใช้นิ้วหัวแม่มือนั้นปาดคราบผลไม้ที่มุมปากนั้นช่างน่าดูอะไรเช่นนี้

 

ทั้งคู่ล้วนทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ไม่ต่างจากคนอื่น  

 

การแสดงหลายชุดผ่านไปก็ถึงอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างการแสดงรำอาวุธและแสดงการต่อสู้  แต่ถึงการต่อสู้จะดูน่าตื่นตาอย่างไรแต่สำหรับวอดก้าและพาราไดซ์ก็ยังรู้สึกเฉย ๆ เพราะดูจากท่าทางก็พอรู้แล้วว่าผ่านการซักซ้อมทำให้ไม่ค่อยดุเดือดและเร้าใจพอ   เทพหนุ่มผู้เบื่อง่ายจึงเอาหลังมือเท้าพนักดู   สร้างความน่ากังวลให้หลายคนที่สังเกตท่าทางนั้นออก

 

จนเมื่อการแสดงจบลง  ซีอัสตราก็ผุดลุกขึ้น   ลงจากที่นั่งแล้วคุกเข่าข้างหนึ่งหน้าสองเทพ

 

“  อันตัวข้าอ่อนด้อย  ต้องการทดสอบฝีมือของตนและประมือกับผู้มือฝีมือ   แม้ตายก็ไม่เสียดายชีวิต  ขอท่านเทพโปรดเมตตาด้วยเถิดพะย่ะค่ะ ” 

 

วอดก้าและพาราไดซ์สบตากัน  ก่อนเจ้าชายหนุ่มจะลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า  สง่างาม  ก้าวลงจากบัลลังค์ด้วยใบหน้าราบเรียบ  แต่ทำให้เทพหนุ่มอีกคนถึงกับผุดลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทางสนใจ  ท่าทางติดเบื่อหน่ายนิด ๆ เมื่อครู่หายไปแทบจะทันที

 

“  ไม่เป็นไรใช่หรือไม่  อเมนโนฟิส ”  แต่เขาก็ไม่วายหันไปถามความคิดของฟาโรห์อเมนโนฟิสซึ่งนั่งข้าง ๆ ซีอัสตราจึงหันไปสบตาผู้เป็นพี่

 

“  ข้าอนุญาต ”  ว่าพลางพยักหน้ารับน้อย ๆ แต่นัยน์ตาสีเข้มปรากฏความกังวลใจไม่น้อยด้วยความเกรงกลัวในพลังของเทพเจ้าแห่งสงคราม  มิจำเป็นต้องให้พูดก็รู้ว่าผู้ใดจะชนะ  มนุษย์หรือจะเทียบเทียมเทพแห่งการต่อสู้ได้

 

“  ไม่ต้องเป็นกังวล  เซสรู้จักระวังและออมมือ  ไม่ถึงตายหรอก ”  วอดก้ากล่าวออกมาอย่างรู้ใจฟาโรห์หนุ่ม  ก่อนพูดยิ้ม ๆ ให้อีกฝ่ายคลายกังวล “  คอยดูการต่อสู้เถิด  ถึงไม่นานจะรู้ผลแต่การแพ้มักให้บทเรียนเสมอ ” 

 

“  ท่านคิดเช่นนั้นรึ ”  ฟาโรห์หนุ่มที่เปี่ยมด้วยบารมีต่างจากเมื่อสิบปีก่อนเลิกคิ้วถามน้อย ๆ ริมฝีปากบางของวอดก้าเหยียดเป็นรอยยิ้มหวานนุ่มนวลปลอบใจ

 

“  เจ้าเองก็เรียนรู้จากความพ่ายแพ้มิใช่รึ ” 

 

“  ท่านสมกับที่เป็นเทพจริง ”  พระองค์ได้แต่ถอดถอนหายใจ  มองใบหน้างดงามที่แทบไม่ต่างไปจากเมื่อสิบปีก่อนเลยแม้แต่น้อย  นอกจากเส้นผมนุ่มสลวยสีแปลกตาที่ยาวขึ้นมาอีกนิด  พระองค์สงสัยถึงช่วงเวลาโลกของพระองค์และโลกของท่านเทพเหลือเกินว่าแตกต่างกันสักเพียงไหน ?

 

มือหนาหยาบกร้านเล็ก ๆ ของเทพหนุ่มเอื้อมมาจับแนบพระพักตร์องค์ฟาโรห์ที่เบิกตาโตเบา ๆ  ราวรับรู้ทุกห้วงความคิดของพระองค์

 

“  อเมนโนฟิสเอ๋ย  บางเรื่องเจ้าก็ไม่ควรยึดติดกับมันมากเกินไป  เพราะมันจะทำให้เจ้าทุกข์เสียเปล่า ๆ และเพื่อการนั้น...ข้าอยากให้เจ้าทำตัวอยู่ในช่วงเวลานี้  ตอนนี้  และเดี๋ยวนี้กับข้าได้หรือไม่ ” 

 

“  ...ย่อมได้ ”  ฟาโรห์อเมนโนฟิสปรือตาปรอยกับรอยยิ้มนุ่มนวลดุจสายไหมของเทพเจ้าบาสต์  ขานรับแทบไม่รู้ตัว  หัวใจฟูฟองและเต้นถี่อย่างเมื่อสิบปีก่อนไม่มีผิด  พระองค์แอบเสียดายเบา ๆ เมื่อมือคู่นั้นปล่อยจากพระพักตร์

 

ฉึก !

 

ดาบเล่มหนึ่งพุ่งตวัดผ่ากลางหนึ่งองค์เหนือหัวแห่งอียิปต์และอีกหนึ่งทวยเทพ  วอดก้าถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นนัยน์ตาคมดุชัดเจนของร่างสูงที่ส่อความไม่พอใจ   เธอจึงต้องยกมือขอโทษขอโพยและถอยห่างออกจากฟาโรห์หนุ่ม  และเพราะว่ามัวแต่มองร่างสูงทำให้ไม่เห็นสายตาของซีอัสตราที่ปรากฏแววอิจฉาและน้อยใจครู่หนึ่ง  ก่อนมันจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว

 

น่าอิจฉา...น่าอิจฉาอะไรอย่างนี้

 

เหล่าขุนนางมองฟาโรห์อเมนโนฟิสที่กระแอมไอ  ใบหน้าแดงระเรื่อน้อย ๆ ด้วยความรู้สึกอิจฉาอย่างยิ่ง  ก่อนจะหันไปสนใจการต่อสู้ที่กึ่งกลางห้องโถงที่กว้างพอที่จะใช้ต่อสู้ได้  บรรยากาศกดดันที่แผ่ออกมาเริ่มสร้างความสนใจให้กับคนทั้งหมด  เมื่อหลายคนกำลังจะได้เห็น 'ราชสีห์ทะเลทราย' ซึ่งเป็นฉายาของพระอนุชาต่างมารดาขององค์ฟาโรห์  เจ้าชายซีอัสตราได้แสดงฝีมือการต่อสู้

 

พาราไดซ์สะบัดมือวูบหนึ่ง  ดาบของนายทหารนายหนึ่งก็ลอยเข้ามือ  ใบดาบหนาหนัก  สะท้อนแสงตามแบบฉบับชาวอียิปต์หรือชาวทะเลทราย  เพียงไม่นานเขาก็เริ่มสร้างความคุ้นเคยกับอาวุธในมือได้

 

“  ขอรบกวนด้วยพะยะค่ะ ”  ซีอัสตราโค้งน้อย ๆ ก่อนเริ่มตั้งท่าดาบในแนวขวางที่สามารถรับดาบจากด้านหน้าได้  ปิดป้องทุกช่องว่าง

 

เจ้าชายหนุ่มพยักหน้ารับน้อย ๆ ก่อนยืนนิ่ง  ตั้งท่วงท่าดาบสบาย ๆ ทว่าสร้างแรงกดดันให้ชายหนุ่มอย่างหนักหน่วงเมื่อไม่สามารถหาช่องทางใดพอที่จะโจมตีเทพแห่งสงครามได้

 

เวลาผ่านไปเพียงอึดใจแต่คล้ายผ่านไปนานหลายนาที  ความเงียบยังเข้าครอบคลุมทั้งห้องโถงเมื่อทั้งหมดรู้ว่าทั้งองต้องการสมาธิ 

 

วอดก้าหัวเราะในใจ

 

แข่งอะไรแข่งได้  ยกเว้นแข่งความอดทนกับไดซ์  ใครทำให้ชายหนุ่มยอมแพ้ได้เธอนี่จะไหว้เลย

 

และก็อย่างที่เธอคิด  ซีอัสตราเป็นฝ่ายบุกก่อนเพื่อหาทางให้ร่างสูงเปิดช่องว่าง   พาราไดซ์ยกดาบตั้งรับดาบที่ถูกฟาดลงมาด้วยความเร็วและความแรงที่ไม่น่าเชื่อ  ลอบชมเชยคู่ต่อสู้ในใจเพราะความสามารถเช่นนี้จะได้มาจากการฝึกฝนและประสบการณ์  ลงมือรวดเร็วและดุดัน   แต่พร้อมที่จะตั้งรับได้เสมอ

 

ทว่าก็ยังถืออ่อนด้อย

 

เคร้ง !

 

มือหนาจับดาบตวัดสวนกลับ  แม้จะทำเหมือนไม่ออกแรงมาก  แต่ซีอัสตราถึงกับต้องถอยห่างไปก้าวใหญ่  ประกายไฟแลบแปลบ  ส่งเสียงบาดหู

 

ขวับ ! ขวับ ! ขวับ !

 

ร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นเทพควงดาบไปมาอย่างคล่องแคล่ว  เสียงอาวุธฝ่าอากาศรอบ ๆ ทำให้ซีอัสตราต้องเริ่มหรี่นัยน์ตาลง  ก่อนจะพุ่งเข้าหาท่านเทพ   ตวัดดาบฟันในแง่มุมที่พาราไดซ์คาดไม่ถึง  แต่เขาก็สามารถป้องกันได้ง่าย ๆ แม้การโจมตีแต่ละอย่างคล้ายโจมตีจุดตาย   จนเวลาผ่านไปสักพัก  ซีอัสตราก็เริ่มออกอาการหอบจากการออกแรง  ผิดกับคู่ต่อสู้ที่ยืนนิ่งด้วยใบหน้าเรียบเฉย  ไร้หยาดเหงื่อ  ก่อนแรงกดดันจะพุ่งโจมตีชายหนุ่มครู่หนึ่ง  ทำให้ซีอัสตราชะงัก  มองดาบในมือของอีกฝ่ายที่ชี้มาทางเขาราวเป็นสัญญาณว่าจะเริ่มการโจมตีและนั่นทำให้เขาตระหนักบางอย่างได้

 

ตั้งแต่แรก   เทพแห่งสงครามไม่ได้ก้าวหรือขยับออกจากที่เดิมเลยแม้แต่น้อย

 

เคร้ง ! เคร้ง !

 

และแล้วการประดาบที่ดุเดือดก็เริ่มขึ้น   ซีอัสตรากัดฟันกรอด  การจะรับดาบของท่านเทพนั้นยากมากเพราะสามารถเปลี่ยนจุดโจมตีได้อย่างที่คาดไม่ถึง  อย่างเมื่อครู่ดาบเล่มหนานั้นมุ่งโจมตีที่อกเขา  เมื่อเขายกปัดป้อง  มันก็ไถลขึ้นสามารถฟันหัวเขาได้  ดีที่เขาไหวตัวทันทำให้มีผมเพียงไม่กี่เส้นที่ไม่ถูกตัด

 

เคร้ง !

 

พาราไดซ์ที่เริ่มเครื่องร้อนตวัดดาบปัดการโจมตีของซีอัสตราออกด้วยความแรงที่มากกว่าเดิมส่วนหนึ่ง  แต่นั่นถึงกับทำให้ดาบในมือของชายหนุ่มกระเด็นหลุดไปไกล  เป็นสัญญาณสิ้นสุดการต่อสู้

 

“  ขอบพระทัยท่านเทพที่เมตตา ” 

 

ซีอัสตราปาดเหงื่อบนใบหน้าก่อนโค้งกายคำนับให้ท่านเทพ  พาราไดซ์พยักหน้ารับน้อย ๆ ก่อนเดินกลับไปนั่งที่

 

“  ตอนสุดท้ายหลุดเพิ่มแรงไปหน่อยนึงนะเซส ”  วอดก้ากล่าวยิ้ม ๆ ถึงการลงมือครั้งสุดท้ายของรูมเมทหนุ่ม

 

“  เขาฝีมือดี ”  เจ้าของเสียงทุ้มที่เอ่ยพูดก้องเกือบทั่วท้องพระโรง   เรียกสายตาคนทั้งหมดให้หันมองเมื่อเทพเจ้าเซสได้เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มน่าฟัง   นัยน์ตาสีม่วงก้มลงมองซีอัสตราที่กำลังเดินมานั่งที่ด้วยแววตาเรียบนิ่ง  ก่อนเอ่ยแนะนำ

 

“  จงหมั่นฝึกฝนและเรียนรู้จากประสบการณ์  แล้วเจ้าจะประสบความสำเร็จ ” 

 

“ ขอบพระทัยพะยะค่ะท่านเทพ ”  ซีอัสตราน้อมรับคำแนะนำนั้นด้วยความยินดี

 

ฟาโรห์อเมนโนฟิสอมยิ้มน้อย ๆ ขณะนึกถึงคำของเทพเจ้าบาสต์ที่เอ่ยราวจะรู้ผลของการต่อสู้ในครั้งนี้

 

“  คอยดูการต่อสู้เถิด  ถึงไม่นานจะรู้ผลแต่การแพ้มักให้บทเรียนเสมอ ” 

 

สมกับที่เป็นท่านจริง ๆ ท่านเทพ

 

การแสดงชุดต่อไปเริ่มขึ้น  คราวนี้เป็นการแสดงโชว์สิงโตขาวหรือโชว์สัตว์ที่สร้างความบรรเทิงให้นักบวชหนุ่มไม่น้อยจนกระทั่ง

 

ฟุบ

 

ศีรษะของคนข้าง ๆ เอนเอียงมาซบที่ไหล่เขาทำเอาวอดก้าชะงักกึก  ค่อย ๆ หันไปดูก่อนพบว่าเจ้าชายหนุ่มตอนนี้กำลังทำตาปรือ ๆ ใส่  ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่อเจือจาง  สร้างความแปลกใจให้ไม่น้อย

 

“  เป็นอะไรไปไดซ์ ? ” 

 

“  ........ ” 

 

“  ไดซ์...? ” 

 

“  ...มึน ”  เจ้าตัวตอบสั้น ๆ ทว่ากลับยืดยาวกว่าปกติเล็กน้อย  วอดก้าที่มองนางกำนัลด้านหลังซึ่งถือเหยือกน้ำองุ่นหมักที่หมดไปเกือบทั้งเหยือกด้วยแววตาครุ่นคิด   ก่อนโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าเจ้าชายหนุ่มที่สติสตังคล้ายหลุดลอย

 

ระยะห่างใบหน้าของคนทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงเซน  นางกำนัลที่รับใช้ท่านเทพมองอากัปกิริยานั้นด้วยนัยน์ตาเบิกกว้าง  จนอีกเพียงนิด  ริมฝีปากของทั้งสองพระองค์ก็อาจสัมผัสกัน  ผู้เป็นเทพแห่งงานเฉลิมฉลองก็เอียงใบหน้านิด ๆ กดใบหน้าต่ำ ๆ เพื่อสูดดมกลิ่นน้ำผลไม้หมักหอมๆ ที่ยังคงเหลืออยู่บริเวณปากเจ้าชายหนุ่ม

 

“  นี่เจ้า...”  เนื่องจากต้องปรับการใช้คำพูดวอดก้าจึงออกอาการสะดุดเล็กน้อย  แล้วเริ่มถามสิ่งที่ตนสงสัย “  แพ้น้ำผลไม้หมักรึ ? ” 

 

คนถูกถามนิ่งเงียบไปนานก่อนตอบงึมงำ “  นิด...หน่อย ” 

 

“  ถ้ารู้ว่าแพ้น้ำผลไม้หมักก็ไม่น่าจะดื่มไปเยอะขนาดนั้นนี่ แล้ว...? ” 

 

เว้นไว้ให้ตอบ  เจ้าชายหนุ่มฝังใบหน้าไหล่กว้างมากขึ้น  ตอบเสียงอู้อี้ทว่าใบหูขาวกลับเริ่มขึ้นสีชมพูอ่อน

 

“  ก็...มันลืม ” 

 

“  อะไรนะ ”  วอดก้ารู้สึกเหมือนหูฝาด  เอียงตัวเข้าใกล้อีกฝ่ายมากขึ้นโดยไม่รับรู้เลยว่าทุกสายตาแทบจับจ้องมองพวกเขาเป็นตาเดียว

 

“  ก็มันลืม...ว่าเมาง่าย  รู้สึกอยากกินเรื่อย ๆ ก็เลย...” 

 

ร่างสูงตอบเอื่อย ๆ ยืดยาวผิดปกติ  

 

“  นาย...จะบอกว่าลืมว่าตัวเองแพ้น้ำผลไม้หมักง่าย ?  ” 

 

หงึกหงัก ผงกหัวรับนิดๆ “  ........ ” 

 

“  แล้วก็เป็นประเภทที่ถ้าเผลอกินก็จะกินจนติดลมบนจนหยุดไม่ได้ ? ” 

 

“  ...... ”  หงึก ๆ

 

 ...... ”  วอดก้าเงียบไปแปบ

 

“  ...... ”  เจ้าชายหนุ่มฝังใบหน้าตนเข้ากับไหล่ของรูมเมทหนุ่มมากขึ้น  ร่างของนักบวชหนุ่มสั่นน้อย ๆ ก่อนจะกลายเป็นระเบิดเสียงหัวเราะลั่นอย่างคาดไม่ถึง

 

“  ฮะๆๆๆ ไม่น่าเชื่อ ! ให้ตายเถอะ  ใครจะรู้ว่านายจะมีมุมแบบนี้ด้วย  ฮ่าๆๆ !  ” 

 

“  หุบ...ปาก ” 

 

เจ้าชายหนุ่มพูดเสียงเย็น  แต่เมื่อใบหน้ายังแดงก่ำเพราะฤทธิ์ของมึนเมาบวกกับอาการเขินอายทำให้เกิดอาการลิ้นไก่สั้นนิด ๆ พอคนโดนซบได้ยินก็หัวเราะลั่นขึ้นมาอีกรอบ

 

“  มีอะไรงั้นรึ ” 

 

ฟาโรห์อเมนโนฟิสถามคนที่ส่งเสียงหัวเราะกังวาลราวขบขันกับอะไรบางอย่าง  ทั้งยังยกมือปาดน้ำใส ๆ ที่หางตาบ่งบอกอาการรื่นเริงสร้างความสงสัยให้ฟาโรห์หนุ่มไม่น้อย

 

วอดก้าโบกมือไปมา

 

“  เปล่า ๆ แต่พวกข้าคงต้องพักผ่อนกันแล้ว  เซสเองก็เสียพลังไปมากกับการใช้พลังป้องกันเมือง  คงต้องขอตัวเสียหน่อย ” 

 

“  เช่นนั้นหรือ  ถ้าเช่นนั้นพักผ่อนที่ตำหนักข้าพระองค์ก็ได้ ” 

 

อเมนโนฟิสรีบเสนอ

 

“  เอาเช่นนั้นหรือ ? งั้นก็ได้  แต่ขอเพียงห้องเดียวก็พอ  ข้าต้องคอยระวังภัยให้เซสอีกที ” 

 

คนฟังพยักหน้ารับอย่างไม่ติดใจสงสัยอะไร  ขณะที่เจ้าชายหนุ่มกลับหรี่นัยน์ตาน้อย ๆ อย่างรู้ทัน   ว่ารูมเมทหนุ่มกลายเป็นประเภทที่นอนหลับไม่ค่อยสบาย  ถ้าไม่ได้นอนในอ้อมกอดเขา

 

รอยยิ้มของเจ้าชายน้ำแข็งผุดขึ้นนิด ๆ ยามกลายเป็นวอดก้าที่หน้าแดงระเรื่อเพราะรู้สึกได้ถึงสายตารู้ทัน

 

แต่เขาเองก็ไม่อยากจะบอกเหมือนกันว่าถ้าไม่มีรูมเมทหนุ่มนอนข้าง ๆ ...เขาก็รู้สึกหลับได้ลำบากมากขึ้น

 

“  ถ้าเช่นนั้นพวกข้าขอตัว ”  เทพเจ้าบาสต์พยุงไหล่สหายขึ้นก่อนหายตัวไปยังอีกตำหนักหนึ่งซึ่งเป็นตำหนักเดียวกับที่เจ้าตัวใช้เปลี่ยนชุด   งานเลี้ยงทั้งหมดจึงเลิกรา  ทว่าหลายคนกลับยังมีภาพใบหน้าที่แทบแนบชิดของเทพเจ้าทั้งสองวนเวียนอยู่ในหัว  แม้จะไม่มีอะไรเกินเลยก็ตาม

 

 

อ่า...ทำไมพวกเขารู้สึกได้ถึงความเหมาะสมของเทพทั้งสองพระองค์ยิ่งนัก ทั้งที่พระองค์ต่างก็เป็นบุรุษ ?

 

เอ...

 

 




 

เมื่อสมาคม ϒ ได้ขยายสาขามาต่างโลก  ?!?!

อ่านติ๊ดนึงงงงง

แฮะ ๆ จะโผล่มาบอกว่าจะพยายามกลับมาแต่งต่อนะคะ  โคนันก็อีกอึดใจนึงน้า  ก็เค้าแต่งสึบารุกับอาการเกี่ยวกับที่โรงพยาบาลไม่เก่งนี่ -3- ( ที่ค้างเพราะโคนันคุงล้วน ๆ )  เพราะงั้นเดี๋ยวหาตอนพิเศษให้เน้อ

อ่อ...มีนิยาย yaoi สองเรื่องที่หวังแต่งอ่ะ  จะบอกว่าเค้าเห็นแก่ตัวก็ได้นะเออ  แต่เค้าอยากอ่ะ ! เดี๋ยวว่าง ๆ ตอนอัพวอดก้าครั้งหน้าจะลองเอาลงมาให้โหวตว่าอยากให้แต่งเรื่องไหนต่อ

ส่วนสายลมจ้าวหัวใจก็แต่งอยู่น้า  เพียงแต่กะจะแต่งให้ได้สัก 15 ตอนค่อยเริ่มลง  นักอ่านจะได้ไม่ค้าง

แวะมาบอกข่าวแค่นี้แหละ จุ๊บๆ

 

 


 
 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 83 : บทที่ 68 สอบปลายภาคสุดอลวล 2 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 14686 , โพส : 191 , Rating : 29% / 184 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8
# 191 : ความคิดเห็นที่ 15362
ฟินนนนนนน
Name : Nlirat < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Nlirat [ IP : 124.121.36.30 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 กรกฎาคม 2561 / 13:02
# 190 : ความคิดเห็นที่ 14825
อ้าว คออ่อนเหรอเราน่ะ ไดซ์ // หลบกลาเดียโต้แบบเดอะ แฟลช 5555
Name : statice46 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ statice46 [ IP : 27.55.103.39 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:44
# 189 : ความคิดเห็นที่ 13948
คำเดียว "ฟิน"
Name : onepiecetheconan < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ onepiecetheconan [ IP : 49.48.245.64 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 เมษายน 2560 / 19:02
# 188 : ความคิดเห็นที่ 7736
โอ้ย ฟินมากค่าาา ท่านเทพเสน่ห์แรงมากกกก
คิดถึงวอดก้ามากๆเลยค่ะ ดีใจที่ไรเตอร์มาอัพอีก
แล้วก็คิดถึงตุลา เมฆา นุ้งพอลด้วยค่ะ
อ่านซ้ำหลายรอบมาก อยากให้ไรเตอร์มาอัพเรื่องที่เหลือด้วย
ได้โปรดเถิดค่ะ พลีสสสสสส //กราบเบญจางฯ
PS.  Drama CD , Otome Games , BL , Manga , Anime , Seiyuu คือที่สุด!!! //หลงรักฮาเร็มยาโอยขนาดหนัก ((แฮ่กๆๆๆๆๆๆ))
Name : :: Mosifer :: < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ :: Mosifer :: [ IP : 1.47.131.31 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 กันยายน 2558 / 04:09
# 187 : ความคิดเห็นที่ 7493
ฟินมากกกกกก>.< แต่ขอค้านนิดนิงนะไรต์ รู้สึกแปลกๆมาตั้งนานแล้ว รู้สึกตอนที่บรรยายความหล่อ(มาก)ของวอดก้า
มันจะเป็นคนละแบบกันนะ เขียนอย่างงี้อาจจะไม่เข้าใจ อธิบายให้แล้วกัน คือตอนแรกๆเนี่ยจะบรรยายว่าวอดก้าหล่ออย่างนู้หล่ออย่างนี้
แต่ตอนท้ายๆเนี่ยมันจะออกแนวแบบ วอดก้ามีความหล่อที่แยะไม่ออกว่าเป็นหญิงหรือชายอะ มันต่างกันใช่ปะ~~ (เพิ่งเอามาเปรียบเทียบตอนอ่านซ้ำแต่) สรุปคือ มัน+ฟิน
Name : อัศวินสีทอง [ IP : 171.6.236.121 ]

วันที่: 28 กรกฎาคม 2558 / 20:19
# 186 : ความคิดเห็นที่ 7432
เฮือก!!! รูปตรงท้ายตอนมันช่าง.... -////-

ไดซ์วอดก็ฟินลืมมมมมม โอยยยนั่งอ่านไปจิกเท้าไป ไดซ์ก็มีมุมน่ารักแบบนี้เหมือนกันเนอะ
Name : Menight * < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Menight * [ IP : 182.52.56.44 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 กรกฎาคม 2558 / 19:10
# 185 : ความคิดเห็นที่ 7366
ฟินนนนนนน เต็มอิ่มเลยอ๊าาา =w= 
#ไม่ได้เม้น โทดจ๊าา อ่านเพลิน ฮุๆๆ มาเม้นให้เเย้ววววว เเล้ววขอจองที่นั่งเเฟนคลับที่หนึ่งนะคะ ชอบมากกก ฉากวาย เค้าชอบจิ้นเว้อออ๊าาา ยิ่ง ของรุ่นพี่เทรนนี้ โอว้ !! ฟินนนนมากคะ 
PS.  ทักทาย คอมเม้นคุยกันบ้างก็ได้น้ะ (เราไม่กัดหรอกไปไม่ถึง ฮิๆๆ
Name : Nongnan (อะโอะ) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Nongnan (อะโอะ) [ IP : 182.53.49.118 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 กรกฎาคม 2558 / 15:22
# 184 : ความคิดเห็นที่ 7364
คิดถึงนะ มาอัพเถอะนะค่ะ ค้างอ่ะ
Name : NoName < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ NoName [ IP : 223.204.248.12 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กรกฎาคม 2558 / 21:00
# 183 : ความคิดเห็นที่ 7361
คิดถึงนะ รีบมาล่ะ
Name : พลอยไพลิน ชำนาญเวช < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ พลอยไพลิน ชำนาญเวช [ IP : 183.88.79.219 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 กรกฎาคม 2558 / 18:40
# 182 : ความคิดเห็นที่ 7359
คิดถึงไรท์มากมายปานจะขาดใจ ฮือฮือ ปล.(เวอร์มากกกกกกกกกกก)
Name : trunknam < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ trunknam [ IP : 223.207.138.100 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 กรกฎาคม 2558 / 16:44
# 181 : ความคิดเห็นที่ 7354
อัพเถอะน้าาาาา รอมาตั้ง1123200วินาทีแล้วน้าาาาา(เยอะป่ะล้าา//ว่าไปนั้น)
PS.  He is a gift for me =^///^=
Name : summer >o< < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ summer >o< [ IP : 124.121.85.100 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 กรกฎาคม 2558 / 23:01
# 180 : ความคิดเห็นที่ 7338
ไรต์จ๋าาาาTTOTTเค้าคิดถึงเฮียวอดแล้วน้าาาา
Name : จิรัชพร [ IP : 27.55.73.93 ]

วันที่: 29 มิถุนายน 2558 / 15:15
# 179 : ความคิดเห็นที่ 7333
ไรท์หายไปนานนนนนนนนนนนมากกกกกกกกกกกกกกก แต่ก็สมกับการรอคอยย ฟินมากกก
Name : fairy_devil < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fairy_devil [ IP : 49.230.210.253 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 มิถุนายน 2558 / 19:18
# 178 : ความคิดเห็นที่ 7332
-///0///-
Name : 321nick < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 321nick [ IP : 27.55.158.147 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 มิถุนายน 2558 / 12:30
# 177 : ความคิดเห็นที่ 7328
ในที่สุดไรท์ก้อกลับมาแล้ว ดีใจมากๆๆๆ หนุกมากคะ
PS.  ล้านถ้อยคำรักที่ฉันพร่ำบอก ก็อาจเป็นเพียงแค่ลมเท่านั้น
Name : Zixga < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Zixga [ IP : 1.10.213.9 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มิถุนายน 2558 / 19:14
# 176 : ความคิดเห็นที่ 7326
เย้ๆๆ ไรต์กลับมาแล้วรีบๆแต่งต่อเลยนะTWTรอนานแล้วเนี่ย อ่านไป5-6รอบล่ะ-_-
Name : จิรัชพร [ IP : 27.55.110.23 ]

วันที่: 25 มิถุนายน 2558 / 22:35
# 175 : ความคิดเห็นที่ 7325
ไดซ์แพ้น้ำผลไม้หมัก! ความรู้ใหม่ค่ะไรท์!!!
Name : vigils < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ vigils [ IP : 182.52.219.244 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 มิถุนายน 2558 / 21:40
# 174 : ความคิดเห็นที่ 7324
ไรต์กลับมาแล้วดีใจจังเลยยย มาต่อเร็วๆนะคะ
ตอนหน้าจะเป็นยั่งไงต่อน้าอยากรู้จังเลย
Name : เนย [ IP : 125.27.182.93 ]

วันที่: 25 มิถุนายน 2558 / 20:23
# 173 : ความคิดเห็นที่ 7323
ไรต์กลับมาแล้วดีใจจังเลยยย มาต่อเร็วๆนะคะ
ตอนหน้าจะเป็นยั่งไงต่อน้าอยากรู้จังเลย
Name : เนย [ IP : 125.27.182.93 ]

วันที่: 25 มิถุนายน 2558 / 20:23
# 172 : ความคิดเห็นที่ 7322
มาอัพต่อเถอะนะไรท์ อยากอ่านตอนต่อไปแล้วอ่ะ คิดถึงพวกวอดก้ามากเลยอ่ะตอนนี้ อัพเหอะนะไรท์ รออยู่น้าาาาาา
Name : panda [ IP : 182.53.93.34 ]

วันที่: 25 มิถุนายน 2558 / 20:06
# 171 : ความคิดเห็นที่ 7321
ชอบอ่ะ

ดีจังกลับมาอัพแล้ว
PS.  ทุกเวลา ทุกนาที ทุกวันเดือนปีนั้นมีค่า อย่าปล่อยเลยไปทั้งๆที่ยังไม่ทำอะไรกับมัน
Name : bigbowka < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bigbowka [ IP : 223.206.244.72 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 มิถุนายน 2558 / 16:31
# 170 : ความคิดเห็นที่ 7313
ฮาไดซ์จังอะ 5555555555555 เฮือก!//โดนไดซ์จ่อดาบมาที่คอ ป.ล.ฟินโฮกกกกกกกกกกกกกกก
PS.  เราคือราชินีแห่งโลกมืดและสวรรค์เราจะสังหารคนที่หยามเราให้หมดสิ้นไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม....
Name : [<~&Angel~Devilza maki&~>] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [<~&Angel~Devilza maki&~>] [ IP : 171.99.169.172 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 มิถุนายน 2558 / 21:21
# 169 : ความคิดเห็นที่ 7311
ลงต่อเถอะนะอยากอ่านใจจะขาดดด
Name : Salinthip Khaokaeo < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Salinthip Khaokaeo [ IP : 49.230.129.179 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 มิถุนายน 2558 / 20:02
# 168 : ความคิดเห็นที่ 7301
ยังไงก้อรอคร๊าาา รออ่านยุน๊าา^^
Name : จี้จอย คนนี่แหละ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จี้จอย คนนี่แหละ [ IP : 171.5.20.108 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 มิถุนายน 2558 / 09:31
# 167 : ความคิดเห็นที่ 7300
ต่อๆๆ อยากอ่านแย้วววว >//<
PS.  ไม่รู้ดิแต่มาเป็นเพื่อนกันได้น๊าา
Name : SiriwatZAAAA < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SiriwatZAAAA [ IP : 118.172.97.243 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 มิถุนายน 2558 / 21:57
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android