คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 86 : บทที่ 70 สิ้นสุด (หรือเปล่า ?) 100%


     อัพเดท 7 ต.ค. 58
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 2,999 Overall : 679,729
15,918 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7631 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 86 : บทที่ 70 สิ้นสุด (หรือเปล่า ?) 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 11791 , โพส : 127 , Rating : 15% / 145 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


บทที่  70 สิ้นสุด (หรือเปล่า ?)  

 

 

ครืน

 

เสียงท้องฟ้าพากันส่งเสียงร้อง  เมฆดำทมิฬลอยวนปกคลุมอียิปต์ราวพายุจะเข้า  ซึ่งเป็นเช่นนี้มาเกือบสองวันแล้วหลังท่านเทพได้ลงมาเยือน  ทว่าชาวอียิปต์ก็ยังอุ่นใจยามเห็นประกายแสงสีทองสว่างที่ปรากฏในบางครั้งซึ่งคอยปกคลุมและกันเมฆสีดำเหล่านั้นไว้

 

ครืน ~ เปรี้ยง !

 

สายฟ้าสายหนึ่งฟาดลงมาดังสนั่นหวั่นไหว   สองร่างที่นอนอยู่บนเตียงผุดลุกขึ้น  ก่อนหันมาสบตากัน   วอดก้าพูดเสียงนิ่งขณะเปลี่ยนชุดแต่งกายกลายเป็นชุดนักเรียนหอสราท 

 

“  มันมาแล้ว ”  จิตของปีศาจนับร้อยตัวอยู่ห่างจากเมืองไปหลายกิโล  พวกมันกำลังรวมตัวกันซึ่งคงเป็นเพราะม่านบาเรียที่พาราไดซ์สร้างขึ้นซึ่งไม่สามารถทำให้อสรพิษมายาทั้งหลายเข้ามาสร้างความหวาดกลัวและดูดกลืนพลังนั้นเข้าไปได้  ตลอดสองวันมานี้พวกมันพยายามเข้ามาในเมืองแต่ไม่สำเร็จซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้รีบร้อนออกไปจัดการเนื่องจากไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัดและต้องการให้พวกมันรวมตัวกันเพื่อทำลายบาเรีย

 

แน่นอนว่าระดับพลังของเจ้าชายหนุ่มไม่มีทางที่พวกมันแค่ร้อยกว่าตัวจะทำอะไรได้

 

“  จะไปด้วย ? ”  ชายหนุ่มเลิกคิ้วเป็นเชิงถามเมื่ออีกฝ่ายเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย

 

“  แค่ไปดูน่ะ ”  ว่าพลางยิ้มให้นิด ๆ เพราะเมื่อพาราไดซ์จัดการเสร็จ  ก็ถือว่าภารกิจของพวกเขานั้นจบแล้ว

 

แอ็ด...

 

เสียงประตูตำหนักเปิดออกช้า ๆ พร้อมเสียงขออนุญาตอันคุ้นหูของซีอัสตราที่เรียกสายตาของทั้งคู่ให้หันมอง

 

วอดก้าเลิกคิ้วสูง  ยกยิ้มให้นิด ๆ ตามนิสัย  ผิดกับพาราไดซ์ที่เพิ่มความเย็นเยียบในแววตายามมองใบหน้าอีกฝ่าย

 

“  มีอะไรรึ  ซีอัสตรา ” 

 

ชายหนุ่มร่างสูงยิ้มตอบเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์  นัยน์ตาจับจ้องเพียงบุคคลเดียวเท่านั้น  แม้แต่ถ้อยคำก็อ่อนหวาน

 

“  กระหม่อมมาถามว่าท่านต้องการสิ่งใดเพิ่มเติมหรือไม่ ” 

 

“  ฮ่า ๆ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว  เจ้าอย่ากังวลมากไปเลย ”  ว่าพลางยีหัวอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู  คงเป็นเพราะนักบวชหนุ่มนั้นค่อนข้างชื่นชอบนิสัยอันแสนซื่อและอ่อนโยนของซีอัสตราในการสอบครั้งแรกก็เป็นได้

 

ชายหนุ่มผิวสีเข้มคว้ามือนั้นไว้กอบกุมด้วยแววตาฉายความคิดบางอย่างที่วอดก้าได้แต่เอียงคอมองอย่างสงสัย  ทว่ามือของเขาถูกจับได้ไม่กี่วินาที   เจ้าชายหนุ่มก็คว้ามือเขากลับมาพร้อมพูดเสียงเรียบ  แต่กลับเริ่มแผ่แรงกดดันออกมา

 

“ ได้เวลาแล้ว ” 

 

“  อืม ” 

 

ก่อนทั้งสองจะหมุนกายหายไปในอากาศเพื่อทำภารกิจ  ทิ้งเพียงซีอัสตราที่ก้มลงมองมือตนเองอย่างเจ็บปวดนิด ๆ ยามที่เทพแห่งสงครามได้ฉวยมืออันอบอุ่นของเทพเจ้าบาสต์ไป  หากตนรู้สึกไม่ผิดคล้ายเห็นแววตาวาวโรจน์ของท่านเทพยามฉวยมือเทพในดวงใจเขาไป  สมองสะท้อนภาพในงานเลี้ยงเมื่อวานซืน  ความสนิทสนมของสองเทพที่เขานั้นอิจฉาเริ่มสร้างตะกอนบางอย่างในจิตใจซีอัสตรา

 

“  ท่านเทพ...”  กระซิบเสียงแผ่ว  ขณะก้มมองสายรัดหนังสีเขียวลายเถากุหลาบที่ข้อมือ  สัมผัสอบอุ่นของมือที่ยีศีรษะตนยังสัมผัสได้ชัดเจน

 

“ เพียงแค่ท่านเอ็นดูข้า...เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ” 

 

นัยน์ตาสีนิลฉายความปวดร้าวลึกๆ

 

 

 

 

 

ณ  ใจกลางทะเลทราย  ร่างสองร่างในชุดแปลกตายืนเผชิญหน้ากับฝูงพยัคฆ์สีดำที่มีมากเกินร้อยกว่าตัว  นัยน์ตาของพวกมันแดงฉาน  สว่างเรืองรองท่ามกลางพายุ

 

“  ไดซ์...”  วอดก้าส่งเสียงเรียกแผ่วเบา  คิ้วขมวดมุ่นเมื่อจับจิตสัมผัสได้ถึงกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลและคล้ายว่าจะกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ 

 

“  เธอไปเถอะ...ฉันจัดการที่นี่เอง ”  พาราไดซ์พูดเสียงเรียบ  กลาเดียโต้ปรากฏวูบในมือพร้อมกระแสความกดดันของหนึ่งในอาวุธในตำนานที่ทำให้ปีศาจในร่างจำแลงเริ่มย่นระยอกำลังพลังอำนาจทั้งของผู้ถือครองและจากอาวุธที่มีวิญญาณภูตแฝงสถิตย์

 

วอดก้าพยักหน้ารับ  ผ้าคลุมสีดำสำหรับคนเดินทางในทะเลาทรายปกคลุมชุดนักเรียน  เช่นเดียวกับเส้นผมสีแปลกตา  เหลือเพียงนัยน์ตาสีสวยที่ผิดแผกจากชาวทะเลทรายเท่านั้น  แต่เธอก็ไม่อนาทรร้อนใจเพราะอีกไม่นานก็กลับ  แต่ที่เธอกังวลคืออีกคนต่างหาก  แม้จะรู้ว่าเจ้าชายหนุ่มนั้นไม่มีทางพลาดพลั้งกับปีศาจแค่นี้ได้  แต่เธอก็ไม่ลืมพูดทิ้งท้าย

 

“  ระวังตัวด้วย  อย่าทำให้ฉันห่วงนายจนเป็นบ้าล่ะ ” 

 

ก่อนหายตัวไป  ทิ้งรอยยิ้มขบขันไว้กับร่างสูง  ทว่าไม่นานเจ้าของดวงตาสีม่วงอัญมณีก็เริ่มครุ่นคิด

 

หรือว่าเขาจะลองบาดเจ็บหนัก ๆ สักที ?

 

น่าสนใจไม่น้อย  ถ้าจะได้เห็นความเป็นห่วงของอีกฝ่าย

 

“  มาทำให้ฉันเป็นแผลที ”  คนเย็นชาที่ชักเริ่มหัวใส  หาแผนสร้างความหวั่นไหวให้ใครบ้างคนพูดพึมพำเสียงเบา  ดวงหน้าไร้รอยยิ้มเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อกำจัดเป้าหมายตามภารกิจทว่า  สมองก็ยังไม่เลิกครุ่นคิดกับตรรกกะและอะไรบางอย่างที่ได้รับรู้มา

 

บาดเจ็บ...หรือไม่บาดเจ็บดี ?

 

ช่างเถอะ  เขารีบจัดการพวกมันให้เสร็จแล้วกลับไปหาใครบางคนดีกว่า

 

 

 

 

 

 

“ เราต้องหาที่พัก ! ”  ใครคนหนึ่งตะโกนขึ้น

 

“  ข้ารู้ ! แต่แถวนี้ไม่มีโอเอซิสเลย ! ”  ผู้ที่เปรียบดั่งผู้นำขบวนตะโกนตอบ  กลุ่มคนราว ๆ แปดคนซึ่งมีหญิงสาวอีกสองคน  พวกเขาอยู่ในชุดแบบชาวทะเลทรายที่ต้องป้องกันไอแดด  ความร้อนและเม็ดทรายซึ่งคลุมตัวแน่น  เหลือเพียงดวงตาที่แถมลืมไม่ขึ้นเพราะลมแรงและพายุที่อยู่ไม่ใกล้  อูฐก็ไม่สามารถเดินทางได้เช่นกัน  พวกเขาจึงต้องเดินเท้าและจูงพวกมันแทน

 

ทว่าเดินไปได้ไม่นาน  พวกเขาก็ต้องหยุดเท้าเพราะร่างของใครคนหนึ่งในชุดเสื้อคลุมสีดำที่ปิดทั้งตัว  เหลือเพียงนัยน์ตาที่คล้ายเรืองรองท่ามกลางพายุทะเลทราย

 

เช้ง !!!

 

ชายฉกรรจ์ทั้งหกพากันดึงดาบโค้งออกจากฝักเพื่อป้องกันตัว  อีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้โดยไม่หวาดหวั่น  พูดเสียงนิ่งว่า

 

“  พวกเจ้าไม่ควรเดินทางในยามที่พายุทะเลทรายเกิด ” 

 

“  เจ้าเป็นใคร ! ”  พวกเขาตวาดถามทว่าอีกฝ่ายก็ไม่ตอบ  หมุนตัวไปอีกทาง

 

“  ตามมา  ข้าจะพาไปที่หลบภัยที่ใกล้ที่สุด ” 

 

คณะเดินทางทั้งกลุ่มก็ยังไม่มีใครเคลื่อนไหว  ผู้มาใหม่ถอนหายใจก่อนเริ่มก้าวเดิน

 

“  อยากโดนเนินทรายทับก็ตามใจ ” 

 

“  ทำเช่นไรดีขอรับท่าน 'คาโร'”  ชายคนหนึ่งถามผู้นำขบวนซึ่งหรี่ตามองคนที่เดินไปอย่างครุ่นคิด

 

“  ตามไปก่อนเถอะ ยังไงเราก็ไม่มีตัวเลือกมากนัก ”  พลางเหลือบตามองเด็กสาวคนหนึ่งในกลุ่มซึ่งเป็นน้องสาวของเขาเอง  และท่าทางอิดโรยกับสภาพของเด็กสาวซึ่งกำลังป่วยทำให้คาโรนั้นเลือกที่จะตามไป 

 

และเพียงเดินไปไม่ชั่วโมงพวกเขาก็พบโอเอซิสขนาดย่อมโดยมีร่างสูงโปร่งนำอย่างไร้ท่าทางวิตกกังวลกับเศษทรายที่ปลิวว่อนเบื้องหลัง    เพราะยังไงตัวเธอนั้นก็มีเวทมนตร์ใช้กับตัวอยู่แล้ว  ซึ่งระหว่างเดินวอดก้าก็ใช้อุปกรณ์ของจินปรับร่างกายเป็นผู้ชายเพื่อไม่ให้มีปัญหาอะไรมากมาย  อีกอย่างเธอคิดว่าขืนร่างจริงเธอที่เป็นหญิงไปป่วนคนอื่นมากนักอาจโดนพาราไดซ์ทำโทษก็ได้ 

 

ใครบอกว่าเธอไม่สนใจคนอื่น  ที่ยอมอยู่ในร่างผู้ชายบ่อย ๆ ก็เพราะไม่อยากโปรยเสน่ห์พร่ำเพรื่อจนเจ้าชายหนุ่มเสียใจต่างหาก

 

ถึงได้บอกไงว่ากลับมาแล้วจะรุกแล้วน่ะ

 

คนเจ้าเล่ห์อมยิ้มกับตัวเองนิด ๆ

 

 

 

 

จนกระทั่งคณะเดินทางได้จับจูงอูฐไปผูกต้นไม้เรียบร้อยและเริ่มก่อกองไฟ  คาโรจึงเป็นคนมาขอบคุณพร้อมคนสนิทอีกสองคน  

 

“  ข้าต้องขอขอบคุณท่านมากที่ช่วยเหลือ ”  วอดก้าเอียงคอมองใบหน้าคมคายของหนุ่มทะเลทรายด้วยแววตาแปลกใจนิด ๆ ไม่รู้เขาคิดไปเองหรือเปล่าว่าทำไมคนส่วนใหญ่ที่เขาเจอโดยเฉพาะผู้ชายถึงมีแต่คนหน้าตาดี ๆ ทั้งนั้น  ทั้งซีอัสตรา  ฟาโรห์อเมนโนฟิส   ดูอิต หรือแม้แต่เจ้าชายชามัลก็ตามที

 

“  ไม่เป็นไร  มันเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของข้า ”  วอดก้าตอบสั้น  ปัดความคิดในหัวตัวเองทิ้งไปขณะเอนหายพิงต้นไม้  ซึ่งคนทั้งแปดนั้นพากันถอดผ้าคลุมตัวและผ้าคาดปิดหน้ากันทรายเข้าเรียบร้อยแล้ว  เหลือก็แต่วอดก้าที่ไม่สนใจใครทั้งนั้น

 

“  หน้าที่รึ ? ”  คาโรทวนคำ

 

“ แค่ก ๆ ”  คารี  เด็กสาวในกลุ่มส่งเสียงไอในลำคออย่างทรมาณโดยมีหญิงวัยกลางคนอีกคนคอยลูบหลังให้  นักบวชหนุ่มขมวดคิ้วนิด ๆ ยามเหลือบตามองเห็นรอยฉกกัดที่ข้อมือของเด็กสาว  ไอสีดำเจือจางที่ไม่มีใครมองเห็นยกเว้นเขาทำให้รู้ไดทันทีว่าเด็กสาวโดนอสรพิษมายาในร่างจริงกัดเข้าเสียแล้ว

 

“  พวกเจ้าได้เจอฝูงเสือดำที่มีนัยน์ตาสีแดงฉานและมีอัญมณีที่ศีรษะใช่หรือไม่ ? ” 

 

ชายหนุ่มร่างสูงนิ่งงันเล็กน้อยกับคำถาม  ก่อนตอบไปตามความจริงเพราะไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องเสียหายอันใด

 

“  ถูกแล้ว   มันมีราว ๆ 5 ตัวได้  พละกำลังมหาศาลจนคณะเราก็ตายไปหลายคน ”  ผู้นำขบวนเอ่ยด้วยท่วงท่าที่กักเก็บความเศร้าโศกเอาไว้

 

“ เจ้า...พาตัวนางมาหาข้า  เจ้านั่นก็พามาด้วยแล้วก็คนที่นอนอยู่นั่น  ปลุกขึ้นมาให้ข้า  ” 

 

“  เจ้าจะทำอะไร ”  คนสนิทคาโรถาม  มือเลื่อนจับดาบซึ่งวอดก้าก็แค่ปรายตามองนิด ๆ ก่อนตอบอย่างไม่ใส่ใจว่า

 

“  ข้าจะรักษานางให้ ” 

 

“  เจ้าเป็นหมอรึ ? ” 

 

“  ....... ”  พยักหน้ารับนิด ๆ เพราะเขาเริ่มขี้เกียจจะพูดแล้ว  คนทั้งสามที่วอดก้าชี้ถูกพยุงมานั่งด้านหน้า  โดยมีคนที่เหลือคอยยืนคุมกันร่างสูงตุกติก

 

นิ้วเรียวขาวสะอาดผิดแผกจากชาวทะเลทรายที่มักมีสีผิวคล้ำยื่นมาด้านหน้า   สร้างความงุนงงให้กับหลายคนไม่น้อย  เว้นแต่คาโรที่ขมวดคิ้วนิด ๆ ยามมองการกระทำของอีกฝ่ายตลอดเวลา

 

“ ซีนาโร  วาโยโรเมต้า  ฮีล...  เวทมนตร์รักษาดังแผ่วเบา  แต่เป็นอีกครั้งที่เสียงทุ้มแหบพร่ามีเสน่ห์คล้ายดังก้องในหมู่คนฟัง  แม้จะเป็นถ้อยคำที่แปลกหูแต่กลับมีความไพเราะอยู่ในตัว  คารีที่สัมผัสถึงความมุ่งร้ายไม่ได้พริ้มตาหลับรับสัมผัสความอบอุ่นของนิ้วมือที่แตะที่หน้าผากของนาง  เช่นเดียวกับอีกสองคนที่ป่วยหลังผจญกับสัตว์ร้ายในทะเลทราย 

 

ร่างกายคล้ายเย็นโล่งอย่างน่าประหลาดเหมือนมีสายน้ำผ่านทั่วร่าง  แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นและอ่อนโยน  ความเจ็บปวดและทรมาณในตอนแรกเลือนหายไปคล้ายเป็นเพียงความฝัน  ความอ่อนแอในตอนแรกกลับมาแข็งแรงตามเดิมอย่างรวดเร็ว

 

ใบหน้าซีดคล้ำของเด็กสาวกลับกลายมาเป็นปกติดั่งเดิม  ออกจะอิ่มเอิบไร้แววผู้ป่วยอย่างสิ้นเชิง  อีกสองคนอุทาน

 

“  ช่างน่าอัศจรรย์นัก ” 

 

“  ความอบอุ่นนั่นมาจากที่ใดกัน ” 

 

“  ขอบคุณท่านหมอมากเจ้าค่ะ  ข้ามีชื่อว่า คารี ”  คารีโค้งตัวให้  ร่างกายราวคนปกติซึ่งทำให้คนที่เหลือประหลาดใจและทึ่งไม่น้อยเพราะคนรักษาไม่ได้ใช้ยาตัวใด  แต่กลับได้ผลเร็วยิ่ง

 

“  ไม่เป็นไร  มันเป็นหน้าที่ข้า ”  วอดก้าตอบ  รักษาคนเป็นหนึ่งในภารกิจของเขาจริง ๆ นั่นล่ะ

 

หน้าที่อีกแล้ว

 

คาโรหรี่ตามองขณะคิดในใจหลังได้ยินคำตอบอีกฝ่าย  แต่แล้วร่างนั้นก็เคลื่อนมาประชิดเด็กสาวอย่างว่องไวพร้อมโอบกอดไว้  ทั้งดึงรั้งหญิงวัยกลางคนอีกคนเข้ามาใกล้ 

 

หนึ่งในคณะเดินทางขยับตามพร้อมตวาด

 

“  ทำอะไร  ปล่อยนางนะ ! ” 

 

“  หาที่กำบังและที่ยึดเกาะซะ ! ”  เขาตวาดกลับสร้างความมึนงงให้คนอื่น  เสียงทุ้มมีมนตร์ขลังทำให้ทั้งหมดขยับตาม  ไม่กี่วินาทีต่อมา  ลมหอบหนึ่งก็กรรโชกผ่าน  ความแรงของมันคล้ายอยู่ใกล้พายุลูกหนึ่งเสียด้วยซ้ำ  เสียงระเบิดดังซ้ำ ๆ พร้อมส่งแรงอัดอากาศตามมา

 

ตู้ม ! ตู้ม ! ตู้ม ! ตู้ม !

 

เด็กสาวในอ้อมกอดหลับตาแน่น  จนกระทั่งแรงลมเบาลง  นางจึงลืมตานิด ๆ และต้องเบิกตากว้างยามเห้นแสงสว่างสีทองเรืองรองจากตัวนางคล้ายเกราะกำบังจากเศษทรายและแรงลมที่อาจบาดตัวนางได้  พอมองไปยังหญิงวัยกลางคนซึ่งคอยดูตนมาตลอดก็พบว่าอีกฝ่ายคล้ายมีเกราะสีทองปกคลุมอยู่เช่นกัน

 

จนกระทั่งทุกอย่างสงบลง  วอดก้าจึงปล่อยผู้หญิงไปพร้อมเหลียวมองไปยังทิศทางของแรงระเบิดซึ่งเป็นจุดที่พาราไดซ์อยู่

 

“  ระดับพลังนี่...กลาเดียโต้งั้นเหรอ ? ”  ดูเหมือนวอดก้าอาจจะประเมินพลังที่อสรมิษมายาดูดกลืนต่ำเกินไป  จิตใจจึงเริ่มเป็นกังวลกับใครบางคนซะแล้ว

 

“  ไม่เป็นอันใดนะคารี  ท่านป้านารี ” 

 

“  ข้าไม่เป็นอันใด ”  หญิงวัยกลางคนตอบ  พลางมองร่างกายตนอย่างแปลกใจ  เพราะไม่มีแม้แต่รอยเปื้อนหรือรอยบาดแผลจากเศษทรายผิดกับชายหนุ่มอีกหกคนที่เละเทะกันทั่วหน้า  เพราะทั้งล้มกลิ้งไปคลุกฝุ่น  ยึดจับสัมพาระ  ทั้งต้องปัดทรายที่เข้าไปในเสื้อออก 

 

ชายหนุ่มมองสภาพหญิงสาวทั้งสองที่ไม่มีแม้แต่รอยขาดวิ่นเพราะแรงลมด้วยความแปลกใจ  และคงมีสาเหตุเดียวเท่านั้นคือร่างสูงที่ใช้กายตนปกป้องน้องสาวของเขาไว้

 

“  ขอบคุณท่านที่เตือนเรา ” 

 

และเป็นอีกครั้งที่วอดก้าปฏิเสธ

 

“  ไม่จำเป็น   มันเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว ” 

 

“  แล้วหน้าที่ของท่านคืออะไรกันเล่า ? ” 

 

วอดก้ามองหน้าคนถามนิด ๆ ด้วยดวงตาสีสวยที่ทำให้คาโรชะงักเล็กน้อยเพราะเพิ่งสังเกตุเห็นชัด ๆ ว่านัยน์ตาคู่นั้นและผิวที่อยู่ใต้ร่มผ้าไม่น่าใช้ชาวทะเลทรายแน่ ๆ

 

งั้นเป็นสิ่งใดกัน ?

 

“  หน้าที่ข้า...ปกป้องมนุษย์อย่างไรเล่า ”  ผุดยิ้มนิด ๆ ก่อนเบือนหน้าไปมองอีกทาง  ไม่สนใจสายตากังขายามได้ยินคำตอบ  ปกป้องมนุษย์...แล้วท่านไม่ใช่มนุษย์หรือไร ?

 

กว่าครึ่งชั่วโมงที่คณะเดินทางไร้ซึ่งเสียงพูดคุย  หลังเก็บน้ำจากโอเอซิสเรียบร้อย  ทั้งหมดจึงพากันผลัดกันเดินไปอาบน้ำชำระกาย   พร้อมเริ่มนำปลาที่จับมาเพื่อเผาเป็นอาหาร  แน่นอนว่าคาโรต้องคิดเผื่อร่างสูงที่นั่งหลับตานิ่งด้วยทว่าก็ราวจะรู้  เสียงของอีกฝ่ายจึงดังมาก่อนว่า

 

“  ไม่ต้องทำเผื่อข้าหรอก ” 

 

วอดก้าเพียงมองภาพรอยยิ้มของคนทั้งหมดที่กินอาหารอย่างสุขใจยิ้ม ๆ แล้วไม่ทันไร  นัยน์ตาคู่สีสวยก็ต้องคมกริบลงเพราะจิตที่สัมผัสได้ถึงผู้ล่าที่ดูจะหลุดรอดออกจากพาราไดซ์มา

 

“  สิบ...หรือสิบห้าตัวสินะ ” 

 

พึมพำเบา ๆ ก่อนหยัดกายลุกขึ้น  เรียกความสนใจคนทั้งหมด

 

“  ดูเหมือนเราจะมีแขกมาเยือน  พวกเจ้าอยู่กันที่นี่  ห้ามขยับไปไหน  ข้าจะออกไปจัดการ ” 

 

สั่งอย่างรวบรัดแล้วก้าวยาว ๆ ออกไป  ซึ่งนักฆ่าสาวในร่างนักบวชหนุ่มก็อดเกาหัวไม่ได้

 

ขนาดอยู่เฉย ๆ เรื่องยังวิ่งมาหาเลย  ให้ตายเถอะ

 

 

 

ด้านพาราไดซ์

 

“  หนีไปแล้วงั้นเหรอ ? ”  ร่องรอยความหงุดหงิดเริ่มปรากฏเจือจางยามหลังเขาจัดการพวกมันไปได้ราวยี่สิบกว่าตัว  ก็คล้ายว่าตัวที่เหลือจะรู้สึกได้ถึงความห่างชั้น  พวกมันจึงพากันแยกย้ายหนีไปในทะเลทราย  ทำให้พาราไดซ์ต้องเริ่มแผ่จิตสัมผัสเพื่อคนหาและกำจัดพวกมัน  ทว่าก็ยากไม่น้อยเพราะอสรพิษมายาสามารถใช้มนตร์ลวงตาและมนตร์ประเภทคำสาปได้  เพราะฉะนั้นร่างของเขาจึงโดนมนตร์ของมันไปมากจนร่างกายปกคลุมด้วยหมอกและโซ่ตรวนสีดำทมิฬที่พวกมันทิ้งท้ายไว้เพื่อถ่วงเวลาเขา

 

“  นายท่าน  พวกมันแยกย้ายกันหนีไปในทุกทางเลยเจ้าค่ะ ”  วอร์ริโอ  ปักษาแสง  หนึ่งในสัตว์ภูตที่สิงสถิตย์ในดาบแห่งตำนานขานบอกผู้เป็นนาย  ซึ่งร่างสูงก็พยักหน้ารับ  ก้มลงมองคำสาปที่ผูกอยู่กับตัวก่อนบิดกายเล็กน้อย  คำสาปทั้งหมดก็สลายไปอย่างง่ายดาย

 

“  ซู ”   ร่างวิญญาณของมังกรสีแดงเพลิงปรากฏตัวเหนือร่างผู้เป็นนาย

 

“  ขอรับนายท่าน ”   

 

“  ตามไปกำจัดพวกมันซะ ” 

 

“  ขอรับ ”  มังกรหนุ่มรับคำพลางแสยะยิ้มกว้าง  ส่งเสียงกู่ร้องคำรามประกาศศักดิ์ดาพร้อมเคลื่อนกายหายไปในทิศหนึ่ง  พาราไดซ์ปิดเปลือกตา  จับจิตของอสรพิษมายาที่เหลือแล้วเริ่มทำหน้าที่ตนต่อในทันที

 

วอดก้าหรี่นัยน์ตาลง  มองอสรพิษมายาในร่างจำแลงสิบห้าตัวที่ขู่คำรามอยู่เบื้องหน้า  รู้ว่านี่มันหน้าที่ของพาราไดซ์  แต่ทำไงได้ในเมื่อเรื่องมันวิ่งเข้ามาหาเอง

 

“  ให้พวกช้าช่วยด้วยเถิด ”  คาโรพร้อมชายฉกรรจ์อีกสองคนร้องพูด   มือกุมกระชับดาบใหญ่มั่นซึ่งเขาก็พยักหน้ารับสั้น ๆ พูดเสียงเนิบนาบ

 

“  ถ้าคิดว่ากำจัดมันได้ก็เชิญ ” 

 

ในตอนแรกคาโรคิดว่าอีกฝ่ายคงปรามาศหมายถึงฝีมือพวกตนอาจไม่สามารถกำจัดสัตว์ร้ายพวกนี้ได้  แต่ไม่ใช่เลย...มันหมายถึงเช่นนี้ต่างหาก

 

ฉึก ! ฉัวะ ! ฉัวะ ! ฉัวะ !

 

เสียงฟันแทบจะถี่ยิบยามร่างสูงโปร่งขยับกายเข้าหาพวกมันพร้อมเอาดาบจากไหนไม่ทราบควงฟันฉับ ๆ ตัดพวกมันเป็นส่วน ๆ ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว  การเคลื่อนไหวนั้นทรงพลังและเต็มเปี่ยมไปด้วยการวางแผน  ยามเคลื่อนที่ไปตำแหน่งหนึ่งและมีสัตว์ร้ายอีกตัวหนึ่งพุ่งโจมตีจากด้านหลังก็จะถูกป้องกันอย่างง่ายดายพร้อมดาบในมือที่สวนกลับ  ฆ่าพวกมันง่ายดายราวแมวหยอกหนู  ทำให้พวกเขาได้แต่ยืนมองนิ่งเพียงเท่านั้น

 

“  เรียบร้อย ...” 

 

วอดก้าถอนหายใจ  นวดขมับตัวเองเบา ๆ พร้อมรู้สาเหตุที่พาราไดซ์นั้นมาช้าได้แล้ว  พวกมันค่อนข้างแข็งแกร่งกว่าที่อาเรีย  เคลื่อนไหวเร็วกว่า  และฉลาดกว่าถึงจะยังไม่คณามือก็เถอะ  และถ้าพวกมันฉลาดและคิดหนีในตอนท้ายเหมือนตอนวอดก้าเริ่มกำจัดพวกมันละก็  แสดงว่าพาราไดซ์คงกำลังตามล่าพวกมันที่แยกย้ายกันหนีอยู่

 

มือหนาเลื่อนดึงผ้าโพกหัวและผ้าปิดปากออก  หันไปถามด้วยสีหน้านิ่ง ๆ ว่า

 

“  หากข้าขอล้างตัวหน่อยคงไม่ว่ากันกระมัง ? ” 

 

แน่นอนว่าใบหน้าของเขาทำให้อีกฝ่ายลืมหายใจได้ไม่ยาก

 

 

 

เวลาผ่านไปอีกหลายชั่วโมงแต่ก็ยังมีคนหลายคนเลื่อนสายตามองคนแปลกหน้าซึ่งอยู่ ๆ ก็โผล่มาช่วยพวกเขาอย่างคนตีหน้าไม่ถูก  ไม่ใช่เพราะอะไร  มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือใบหน้าหล่อเหลาและงดงามของอีกฝ่ายที่แม้แต่ชื่อเสียงเรียงนามก็ไม่บอก

 

“  ท่านหมอ... ” 

 

วอดก้าเงยหน้ามองเด็กสาวที่ตนรักษาให้ซึ่งส่งถุงหนังใส่น้ำมาให้อย่างคนมีจิตใจดีซึ่งเขาก็รับไปดื่มไม่ให้เสียน้ำใจ  ทว่ารสชาติหวาน ๆ ของมันก็ทำให้เขาอดถามไม่ได้

 

“  นี่น้ำอินทผลัมรึ ? ” 

 

“  เจ้าค่ะ ”  คารีพยักหน้ารับ  ก่อนจะตะลึงไปยามร่างสูงนั้นผุดรอยยิ้มที่มุมปากเบาบาง  นัยน์ตาสีแปลกทว่าสวยงามปรากฏความพึงพอใจที่น่าลุ่มหลง

 

คนผู้นี้เป็นใครกัน

 

หลายคนร้องก้องตะโกนถามทั้งที่ยังไม่สามารถละสายตาออกไปจากอีกฝ่ายได้

 

“ อะแฮ่ม...ดูเหมือนพายุทรายจะหยุดแล้ว ”  ผู้นำขบวนเป็นฝ่ายกระแอมไอเรียกสติทั้งของตนและคณะเดินทางที่เหลือซึ่งตะลึงไปกับรอยยิ้มของอีกฝ่าย  เขาลอบชำเลืองมองร่างสูงนั้นหลายครั้ง  อาจเป็นเพราะสะกิดใจในใบหน้างดงามนั้นก็เป็นได้

 

“  ใช่ ”  วอดก้าเงียบไปเล็กน้อยก่อนลุกขึ้นยืน  “  เช่นนั้นก็คงหมดหน้าที่ข้าแล้ว ” 

 

คาโรคล้ายใจวูบโหวงไปวูบหนึ่งยามถาม

 

“  ท่านจะไปแล้ว ? ” 

 

“  ..... ”  วอดก้าพยักหน้าหงึก  ปัดเศษฝุ่นเศษดินตามตัว  ดูเหมือนว่าเขาน่าจะไปสมทบกับเพื่อนร่วมห้องของเขาได้แล้วเพราะคณะเดินทางนี้ไม่น่าจะประสบปัญหาใดอีก  พลังที่สัมผัสได้จากหนึ่งในวิญญาณสัตว์ภูตที่สถิตย์ในกลาเดียโต้กำลังไล่ล่าอย่างสนุกสนานทำให้เขาคลายใจ

 

“  พวกเรากำลังมุ่งหน้าไปอียิปต์  แล้วท่านจะมุ่งหน้าไปที่ใด ”  คาโรบอกจุดหมายปลายทางของคณะตน  พวกเขานั้นเป็นพ่อค้าที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากฮิตไทต์หลังไปค้าขายเมื่อเกือบห้าเดือนก่อน  และยามนี้เขากำลังอยากรู้ที่หมายของอีกฝ่าย 

 

และความหวังที่ได้เดินทางไปกับร่างสูงนั้นก็ผุดวาบยามอีกฝ่ายตอบ

 

“  ข้าก็จะไปอียิปต์ ” 

 

“  งั้นทำไมไม่เดินทางไปกับเราเล่า  ท่านก็เดินทางคนเดียวไม่ใช่รึ ”  คารีรีบถามบ้าง  แต่แล้วก็ต้องชะงักยามวอดก้าเลิกคิ้วถาม

 

“  ใครบอกเจ้าว่าข้าเดินทางคนเดียว ”

 

“  แต่ท่าน...อยู่คนเดียว ”

 

“  เพราะเดี๋ยวคนของข้าก็มาหรอก ”  ยิ้มขบขันนิด ๆ และเพียงสิ้นสุดคำพูด  แขนแกร่งคู่หนึ่งก็โอบกอดเขาจากด้านหลังในทันทีพร้อมเสียงทุ้มที่กระซิบริมหู

 

“  ใครเป็นคนของเธอกัน ” 

 

วอดก้าหัวเราะร่วน  ยิ้มกว้างขณะหันไปตอบโดยไม่ใส่ใจระยะห่างที่น้อยนิดและความใกล้ชิดของตนกับร่างสูงแม้แต่น้อย  ซึ่งเขาเป็นอันต้องสะดุดใจกับบาดแผลรอยบาดบนใบหน้าเจ้าชายหนุ่ม  แต่ร่างสูงก็ทำท่าไม่ทุกข์ร้อน

 

“  นายไงล่ะ  หรือจะไม่ยอมเป็น ” 

 

พาราไดซ์ยิ้มบาง ๆ ปิดเปลือกตายามก้มลงจูบกระหม่อมของร่างโปร่งในอ้อมแขน

 

“  ใครว่าล่ะ  แต่เธอก็ต้องเป็นคนของฉันด้วยนะ ” 

 

“  ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ” 

 

บรรยากาศอันอบอุ่นและอ่อนหวานทำให้คาโรมองอย่างไม่ชอบใจนิด ๆ ทว่าความสังสัยกลับมีมากกว่าเมื่ออีกฝ่ายนั้นอยู่ ๆ ก็โผล่มาจากที่ใดไม่ทราบ  กลุ่มคนที่เหลือยังจับฝักดาบไว้  ไม่กล้าชักออกเพราะผู้มาใหม่ดูจะเป็นคนรู้จักของผู้มีพระคุณของพวกเขา

 

“  เจ้าเป็นใคร...”  คาโรถาม  ตาคู่คเลื่อนมองแขนแกร่งที่โอบกอดท่านหมอ (?) หนุ่มเอาไว้ด้วยสายตาประหลาด  ซึ่งพาราไดซ์ก็หรี่ตาน้อย ๆ ดึงผ้าโพกหัวและผ้าปิดปากออกเผยเค้าใบหน้าคมคายและหล่อเหลาราวเทวทูตสวรรค์ซึ่งทำให้นักเดินทางทั้งกลุ่มได้ตกตะลึงอีกครั้ง

 

“ พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้  ”   น้ำเสียงทุ้มแฝงพลังอำนาจเอ่ยราวเป็นประกาศิต  นัยน์ตาสีม่วงเข้มเปล่งประกายของผู้ที่อยู่เหนือกว่า  ข่มขวัญและสร้างความน่าหวาดหวั่นให้มากยิ่งกว่าสัตว์ร้ายที่เคยเผชิญเสียอีก

 

“  พอแล้วน่าไดซ์  ไปแกล้งเขาอยู่ได้ ”  วอดก้าตีไหล่หนาของคนที่โอบเขาไว้เบา ๆ ซึ่งอีกฝ่ายก็เลิกคิ้วสูง  สลายแรงกดดันทั้งหมดไปอย่างง่ายดายพร้อมใช้ริมฝีปากซุกไซ้ใบหูเล็กเป็นการกลั่นแกล้งเล่นบ้างจนวอดก้าหัวเราะลั่นด้วยความจั๊กจี๊

 

“  ฮะ ๆๆ เอาเถอะ เมื่อคนของข้ามาถึงแล้ว  พวกข้าก็ต้องขอตัวเพราะไม่ว่าอย่างไร  ภารกิจเราก็เสร็จสิ้นแล้ว ”  อมยิ้มนิด ๆ ก่อนบอกลา “  แล้วพบกันใหม่หากเรามีวาสนาต่อกัน ” 

 

แล้วร่างของคนทั้งสองก็เลือนหายไปราวภาพลวงตา  ทิ้งความตกตะลึงไว้ให้กับคนที่เหลือ

 

 60%

 

 

 

 

“ มานี่เลย ”  เพียงภาพรอบกายเป็นห้องในตำหนักอันคุ้นตา  วอดก้าก็ไม่รีรอที่จะลากพาราไดซ์ไปนั่ง  สำรวจทั่วทั้งตัวชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง  มือเรียวทอแสงสีขาวยามไล้แตะแก้มซึ่งมีรอยบาดอยู่อย่างอ่อนโยน

 

พาราไดซ์อมยิ้มนิด ๆ เอียงใบหน้าให้รับกับมือเรียวนั้น  เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ชะงักเล็กน้อยก่อนยิ้มบ้าง  เมื่อใบหน้าคมคายไร้รอยแผลดังเดิม  เวทย์รักษาขั้นสูงคงถูกร่ายไปแล้วหากเขาไม่รวบร่างโปร่งของรูมเมทหนุ่มให้ทรุดนั่งที่ตักพลางเอ่ยเสียงนิ่ง

 

“  ไม่ต้องแล้ว ฉันไม่ได้บาดเจ็บมาก ” 

 

วอดก้าที่ฟังเสียงนิ่ง   แต่แฝงแววปลอบโยนอันอบอุ่นไว้ถอนหายใจยาว  เปิดปากพูดบ้าง

 

“ ก็ลองบาดเจ็บมากสิ  ฉันได้ไปฆ่าล้างพวกมันแน่ ” 

 

“ หึ ” 

 

“ หัวเราะอะไรไดซ์ ”  ถามเสียงห้วนนิด ๆ ยามได้ยินเสียงหัวเราะจากอีกฝ่าย  พาราไดซ์เกยคางวางที่ไหล่กว้างแต่ยังเล็กกว่าเขาด้วยความรู้สึกสั่นไหวในใจ  ...เขาน่าจะบาดเจ็บมากกว่านี้นะ  แต่เอาเถอะ  แค่อีกฝ่ายหลุดท่าทางเป็นห่วงเขาก็เพียงพอแล้ว

 

ฟอด

 

!  เจ้าชายหนุ่มเป็นอันหลุดมาดบ้าง  เมื่อคนที่อยู่บนตักเอี้ยวตัวมาหอมแก้มข้างที่เคยเป็นแผลดังฟอดก่อนดีดตัวลุก   ยกยิ้มยียวนให้

 

“ ถือว่าทดสอบไงว่าแผลหายดีหรือยัง ? ”  ไม่ว่าเปล่า  ยักคิ้วให้อย่างขี้เล่นก่อนจะหนีไปโดยทิ้งข้อความบอกว่าจะไปลาเจ้าบ้านไม่ให้เป็นการเสียมารยาท

 

พาราไดซ์ยกมือลูบแก้มข้างที่ถูกขโมยไปด้วยใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อเจือจาง  หมายมาดว่าต้องเอาคืนให้ได้  ก่อนจะหันมามองเตียงกว้างที่ยังเป็นปริศนาสำหรับเขาว่าคืนที่เมานั้นเขาได้ทำอะไรไปบ้าง

 

เปลือกตาสีงาช้างปิดลงเพื่อทบทวนความทรงจำ  ก่อนความคิดจะกระจ่างวูบเมื่อภาพหลายต่อหลายภาพแล่นเข้ามา

 

ย้อนไปวันที่เขาเมาและถูกลากเข้าห้องหลังวอดก้าบอกปัดเหล่านางกำนัลว่าไม่ต้องการสิ่งใดแล้ว   เจ้าชายหนุ่มนั้นเริ่มจำได้ว่าตนที่เอาแต่กอดอีกฝ่ายไว้ไม่ยอมปล่อยมัวแต่ซุกหน้ากลั่นแกล้งวอดก้าด้วยความย่ามใจและค่อนข้างขาดความยับยั้งชั่งใจเล็ก ๆ

 

 

“  โธ่...ไดซ์  โดนน้ำซัดขนาดนั้นนายยังไม่สร่างอีกหรือไง ? ”  เทพเจ้าบาสต์ถามเสียงเข้มอย่างเอือมระอาเมื่อมือหนากกกอดเขาแน่นโดยไม่สนใจสภาพเปียกปอนทั้งของเขาและของตัวเอง  

 

เจ้าชายหนุ่มที่เริ่มทำตัวเหมือนเด็กยกยิ้มกว้างอย่างที่หาได้ยากจนวอดก้าตะลึงไปพักนึง  ก่อนจะใช้จมูกไซ้ลำคอและไหล่กว้างลาดขาวไปมา  ราวกับกำลังเล่นกับตุ๊กตา  เพียงแต่ตุ๊กตาตัวนี้ค่อนข้างจะมีชีวิตอยู่จึงถูกปัดป้อง

 

“  เดี๋ยวสิไดซ์ เฮ้ย ! ” 

 

วอดก้าอุทานเมื่อร่วงไปอยู่ที่เตียงโดยที่มีร่างสูงคร่อมทับอีกที

 

“  หิว... ” 

 

พาราไดซ์พึมพำเสียงแผ่ว  ก้มหน้ากดริมฝีปากที่ผิวกายอุ่นซึ่งเขาใช้มือนาบ  และกกกอดแน่นไม่ปล่อย

 

“  หิวก็ปล่อยฉันสิ ”  คนตกอยู่เบื้องล่างบอกเสียงนิ่ง  ก่อนเลิกคิ้วสูงเมื่อคนเมาเริ่มใช้ริมฝีปากหยักทาบลงมาบริเวณกระดูกไหปลาร้า  ก่อนดูดเบาๆ แต่ก็ทำให้ผิวเนียนขึ้นรอยเจือจาง   ซึ่งแทนที่นักบวชหนุ่มจะเดือดร้อนกลับหัวเราะในลำคอกับอาการเมาไม่รู้ตัวของอีกฝ่ายที่ตื่นมาคงตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกแน่

 

“   สรุปนายจะกินฉันใช่ไหม ?  ” 

 

ถามเป็นการยืนยันอีกครั้ง  คำตอบคือริมฝีปากที่ยังซุกไซ้ทั่วตัวเขาไม่เลิกเช่นเดียวกับมือหนาที่เริ่มเคลื่อนไหวบ่งบอกว่าบางครั้งผู้ชายนิ่ง ๆ เย็นชาก็มีความอันตรายอยู่เหมือนกัน

 

ขวับ

 

ร่างสูงโปร่งของเทพหนุ่มพลิกเอาอีกฝ่ายลงใต้ล่าง  ก่อนแนบริมฝีปากลงไปอย่างรวดเร็ว  ทว่าสิ่งที่ถ่ายทอดให้ไม่ใช่รสหวานล้ำแต่เป็นพลังที่ขับความมึนเมาและฤทธิ์ของสุราออกไป  ทิ้งไว้ให้เหลือเพียงอาการปวดหัวที่จะมีในตอนเช้าเท่านั้น

 

และตลอดทั้งคืนวอดก้าก็ต้องดูแลพาราไดซ์ที่ออกอาการดิ้นและอยู่ไม่สุขเพราะอาการมึน ๆ ของตนเอง  อีกทั้งยังไร้สติ  ละเมอทำท่าจะลุกไปทำงานเหมือนอยู่อาเรียอีกต่างหาก  เล่นเอาวอดก้าฮาก๊ากไม่หยุดกับความบ้างานของเจ้าชายหนุ่ม

 

“  ไดซ์ ๆ ไหนพูดตามฉันซิ 'พาราไดซ์ซื่อบื้อที่สุด'” 

 

“  อ่า...พาราไดซ์...ซื่อ...บื้อ ” 

 

“  นั่นล่ะ ๆ เก่งมาก  ไหนขอมือหน่อย  ”  ไอ้ตอนนั้นเขาก็ส่งให้ด้วยความมึนเบลอ  อย่างไม่รู้สภาพของตัวเองแม้สักน้อย

 

“  ไหนพูดตามซิ 'พาราไดซ์น่ารัก'” 

 

“  พา...ไดซ์...น่า...รัก...” 

 

“  หึ ๆๆ น่ารักจริง ๆ ”   วอดก้าก้มลงหอมแก้มชายหนุ่มดังฟอดก่อนยินยอมปล่อยให้อีกฝ่ายหลับแต่โดยดีโดยดูแลตลอดทั้งคืนหากอีกฝ่ายมีท่าทีปวดหัว  วอดก้าก็จะลุกขึ้นมานวดคลึงขมับให้ดั่งที่เขาเคยทำให้อีกฝ่ายครั้งนั้น

 

 

เปลือกตาเปิดขึ้นพร้อมรอยยิ้มหยักที่ผุดขึ้นนิด ๆ พาราไดซ์ยกมือคลึงขมับบ้างก่อนจะกระซิบเสียงแผ่ว

 

“  ปั่นหัวกันแบบนี้  ไม่เอาคืนไม่ได้หรอกนะวอดก้า ” 

 

ดวงตาสีม่วงฉายความคิดเจ้าเล่ห์บางอย่าง

 

 

 

 

“ ฮัดชิ้ว ! ” 

 

“  ไม่สบายหรือพะยะค่ะ ? ”  ซีอัสตรารีบถามเมื่อเทพหนุ่มจามดังลั่น  เจ้าตัวยกนิ้วขยี้จมูกก่อนส่ายหัวพูด

 

“ อ่า  ไม่เป็นไรหรอก  เจอเจ้าพอดีเลย  พวกข้าทำภารกิจเสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะ ” 

 

กึก

 

ซีอัสตราชะงักเท้าของตัวเองที่กำลังจะก้าวเดินทันที

 

“ หมายความว่า...พระองค์จะไปแล้ว ”  เสียงแหบพร่าที่เอ่ยถามทำให้วอดก้าเลิกคิ้วนิด ๆ เป็นเชิงสงสัยก่อนจะขานรับ

 

“  อืม  ภารกิจทั้งสองอย่างสำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว  ก็ไม่มีประโยชน์ที่เราจะอยู่ต่อ ” 

 

“  ต...แต่ว่า  อาจจะมีพวกมันหลงเหลืออยู่ก็ได้พะยะค่ะ ” 

 

“  ไม่เหลือหรอก  พวกข้าตรวจสอบอย่างดีแล้ว ” 

 

ซีอัสตราใจหายวูบ  รีบถามต่อทันที

 

“  แล้วพระองค์จะไปเลยหรือพะยะค่ะ ? ” 

 

“  ยังหรอก ”   ประโยคที่ตอบกลับทำให้ดวงตาสีนิลฉายความโล่งอกนิด ๆ แต่พอได้ฟังต่อมา  สีหน้าของเจ้าชายหนุ่มก็ซีดเผือด “  แต่คงจะไปตอนเย็น ๆ นี้ล่ะ ” 

 

ชายหนุ่มเงียบไปในทันทีทันใด  ก่อนจะเริ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังนิด ๆ

 

“  ท่านเทพ...กระหม่อมมีเรื่องจะกล่าวกับพระองค์พะยะค่ะ ” 

 

“  หืม  ได้สิ  เพราะเราคงไม่ได้มาที่นี่อีกนานเป็นแน่ ”  วอดก้าตอบรับอย่างว่าง่าย  การที่เขาได้มาอียิปต์เป็นครั้งที่ 2 ต้องเรียกว่าเอ็กเซลคำนึงถึงภารกิจที่สามารถจัดการได้อย่างไม่จำเป็นต้องปิดบังฝีมือ  การสอบเทอมหน้าเธอคงถูกส่งไปทำภารกิจที่อื่นแน่

 

ดวงตาสีนิลคลอน้ำใสเจือจางทันใด  ก่อนย่างก้าวนำผู้เป็นเทพไปยังสวนซึ่งเคยคุยเล่นกัน  โดยไม่รู้เลยว่าเจ้าของร่างสูงของใครคนหนึ่งมองแผ่นหลังนั้นนิ่ง ๆ ก่อนก้าวตามไปอย่างเงียบเฉียบ  จนแม้แต่เทพหนุ่มยังไม่รู้ตัว

 

“  มีอะไรหรือ ? ”   ดวงตาสีม่วงแดงสวยถามอย่างใสซื่อดั่งที่นาน ๆ จะหลุดมากสักครั้ง  ซึ่งอ้อมกอดของอีกฝ่ายที่ถาโถมทั้งตัวมาสวมกอดแน่นทำเอาวอดก้าต้องกระพริบตาปริบ ๆ

 

“  กระหม่อม...กระหม่อม...พระองค์พะยะค่ะ ” 

 

“  อะไรนะ ”  ด้วยความที่ชายหนุ่มพูดเสียงแผ่วในบางท่อนจนฟังแทบไม่ออก  วอดก้าเลยถามซ้ำ  แต่ก็ยังปล่อยให้อีกฝ่ายกอดอยู่เนื่องจากจะผลักออกก็เกรงใจ  ทั้งยังกลัวว่าแรงของตนจะแรงจนหักกระดูกอีกฝ่ายได้ง่าย ๆ ยังไงขึ้นชื่อว่าครึ่งเทพครึ่งปีศาจย่อมมีพลังไม่แพ้อมนุษย์อยู่แล้ว  แม้สำหรับที่อาเรีย  มนุษย์ธรรมดาบางตนก็มีแรงไม่แพ้ปีศาจก็เถอะ

 

คราวนี้ชายหนุ่มประกาศวาจาดังลั่นทันที

 

“  กระหม่อม...รักพระองค์พะยะค่ะ ! ” 

 

เปรี้ยง !

 

เหมือนมีสายฟ้าผ่าหัววอดก้า 

 

“  เดี๋ยวนะ...”  มือเรียว  ดันไหล่กว้างออกเบา ๆ พลางเลิกคิ้วสูง  จ้องสบดวงตาสีนิลที่เจืออารมณ์มากมายแฝงอยู่  ทั้งอ่อนหวาน  เว้าวอนและหวาดหวั่นในสิ่งที่กล่าว “  ซีอัสตรา...เจ้าพูดอะไรผิดไปหรือไม่ ? ” 

 

“  ไม่พะยะค่ะ ”  เสียงทุ้มตอบสวนทันควันแบบไม่ต้องคิด  ใบหน้าคมเข้มขึ้นสีแดงเจือจางเช่นเดียวกับใบหูที่ออกอาการขัดเขินชัดเจนยามพูดย้ำ “  กระหม่อมบอกว่ากระหม่อมหลงรักพระองค์พะยะค่ะ ” 

 

....... ” 

 

วอดก้ากำลังมึนอีกครั้ง  หากเป็นคนอื่นที่อยู่ดี ๆ มาสารภาพรัก  เธอคงคิดเอือมว่าพวกนั้นตาบอดที่มาชอบเธอทั้งที่อยู่ในร่างผู้ชาย  ซึ่งตอนนั้นยังเป็นเพียงนักบวชหนุ่มแห่งแดนนาโวลล์ธรรมดา  แต่นี่ดันกลายเป็นเด็กหนุ่มที่เคยพบซ้ำยังรู้อยู่เต็มอกว่าเธอเป็นเทพ  เธอว่าเธอก็ไม่ได้ไปหว่านเสน่ห์อะไรนะ   ไหงถึงลงเอยแบบนี้ได้กัน ?

 

“ ซีอัสตรา... ”  วอดก้าเริ่มขานชื่อชายหนุ่มอย่างอ่อนโยนขณะย้ำเพศตนให้ชัด ๆ ว่า “   ข้าเป็นชายนะ  มิได้เป็นหญิงถึงหน้าตาข้าจะออก...เอ่อ...เอ่อ...” 

 

“ งดงาม ”  เจ้าชายแห่งอียิปต์เติมให้  แม้จะรู้ว่าเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์และการเฉลิมฉลองต้องการจะสื่อสิ่งใด

 

วอดก้าขมวดคิ้วมุ่น

 

“ เอ่อ...นั่นก็เกินไปนะ ” 

 

“ ไม่พะยะค่ะ ”   เป็นอีกครั้งที่ซีอัสตราปฏิเสธอย่างหนักแน่น  วอดก้าเริ่มเอามือกุมขมับเมื่อชักจะนอกเรื่อง  ก่อนจะเริ่มพูดเสียงจริงจัง

 

“  ซีอัสตรา...ข้าเป็นบุรุษเช่นเดียวกับเจ้า  และเจ้าคงรู้...ว่าข้าไม่สามารถอยู่ที่นี่ไปตลอดได้ ” 

 

“  ...กระหม่อมเข้าใจ  แต่...กระหม่อมเพียงแค่อยากจะพูดให้พระองค์ได้รู้เพียงเท่านั้น ”  ใบหน้าคมคายหล่อเหลาเหงาหงอยลงถนัดตา  ซึ่งชายหนุ่มก็หลุบตามองพร้อมทำดวงตาใสซื่ออย่างที่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นแพ้ทางเช่นนี้  นักฆ่าสาวในรูปลักษณ์ผู้ชายมองท่าทางนั้นด้วยแววตาที่อ่อนลงหลังจากทำท่าเคร่ง ๆ ยิ่งเห็นอีกฝ่ายฉีกยิ้ม  วอดก้ายิ่งต้องเบือนหน้าหนีขณะถาม

 

“ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันหือ ? เด็กน้อย ” 

 

“ ตั้งแต่ครั้งแรกที่สบพระเนตรพระองค์ ” 

 

ตอบกลับมาอย่างรวดเร็วแทบไม่ต้องคิดจนวอดก้าเริ่มปวดหัวขึ้นอีก   ตอนแรกยังพอคิดได้ว่าอาจเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ  แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ในเมื่อเวลามันผ่านไปเกือบ 10 ปีแล้วนี่นา

 

“  เอาล่ะ...ซีอัสตรา  ข้าขอรับความรู้สึกนั้นของเจ้าไว้ก็พอ ” 

 

ดวงตาสีนิลหมองลงทันใด  และโดยไม่ทันคาดคิด  อ้อมแขนอุ่นก็สวมกอดตัวเขาอย่างอ่อนโยน  ดวงตาคมเบิกกว้างเล็กน้อยก่อนจะปิดหลับรับความจริง  มือหนาตอบกลับอีกฝ่ายแน่น  ได้ยินเสียงกระซิบนุ่มนวลข้างหูปลอบโยนอย่างที่ทำให้น้ำตาหลั่งริน

 

“  เด็กเอ๋ย เด็กน้อย  เชื่อข้าเถิด  ไม่นานเจ้าจะพบคนที่เจ้ารักสุดหัวใจและพบคนที่รักเจ้ามากไม่แพ้กัน  เกิดมาชีวิตหนึ่งมีใครบ้างไม่เคยมีรักที่ไม่สมหวัง  จงเปิดใจ  แล้วความสุขจะตามเจ้ามา  เข้าใจหรือไม่ ? ” 

 

“ กระหม่อม...กระหม่อม อึก...เข้าใจ ” 

 

วอดก้ายิ้มจาง ๆ มือยกลูบเส้นผมนิ่มเบา ๆ แกล้งทำเสียงดุ

 

“  เป็นผู้ชายห้ามร้องไห้รู้หรือไม่ ” 

 

“  กระหม่อมมิได้ร้อง อึก... ” 

 

“  ....... ” 

 

“  กระหม่อมมิได้ร้อง...จริง ๆ ...พะยะค่ะ ” 

 

“  ข้ารู้แล้ว  ไม่ได้ร้องก็ไม่ได้ร้อง ”  ยิ้มขบขันนิดๆ  พลางคิดว่าผู้ชายนี่มักปากแข็ง  ไม่ชอบแสดงความอ่อนแอของตนออกมาจริง ๆ ซีอัสตราซึมซับความอบอุ่นนั้นไว้  เข้าใจคำพูดผู้เป็นเทพเด่นชัดว่าเกิดมาสักครั้ง  ไม่มีผู้ใดที่ไม่เคยสมหวังในรัก...อยู่ที่ว่าจะยอมรับและเก็บความรู้สึกนั้นไว้ให้เป็นความทรงจำดี ๆ ว่าครั้งหนึ่งเคยมีรักแรกและรักที่ตราตรึงใจได้หรือไม่

 

“ ข้าขอกอดพระองค์อย่างนี้สักครู่ได้หรือไม่ ?  ”  ถามอย่างไร้หางเสียง  กลับไปเป็นเด็กน้อยที่ครั้งหนึ่งเคยช้อนแววตาใสซื่อมองผู้เป็นเทพ

 

วอดก้าส่งเสียงหัวเราะระรื่น  กระชับอ้อมกอดแน่น

 

“ เอาเท่าที่เจ้าพอใจเลย ” 

 

ริมฝีปากหยักของชายหนุ่มจึงผุดยิ้มบ้าง  พร้อมส่งเสียงหัวเราะตาม

 

 

 

 

 

“ พระองค์จะเสด็จกลับแล้วหรือพะยะค่ะ ”  ภายในห้องโถงซึ่งฟาโรห์อเมนโนฟิสเรียกรวมขุนนางทั้งหมดไว้ กำลังมีหลายเสียงพูดคุยกระซิบแผ่วเบา  หลังผู้เป็นเทพทั้งสองกล่าวว่าต้องกลับไปรับใช้เทพราและเทพีไอซิสต่อ

 

“ อืม...ภารกิจของพวกข้าเสร็จสิ้นแล้ว ”  เทพเจ้าบาสต์ตอบยิ้ม ๆ

 

“  หากเป็นเช่นนั้นข้าพระองค์จักขอเป็นตัวแทนชาวอียิปต์ถวายคำขอบพระคุณท่านเทพเอง ”  ฟาโรห์อเมนโนฟิสกล่าว  ก้าวลงจากบัลลังค์ก่อนนั่งชันเข่าข้างหนึ่งห่างจากวอดก้าและพาราไดซ์ก้าวหนึ่ง  ดวงหน้าคมคายนิ่งสงบ  มีแววเคารพนับถืออยู่ในตัว

 

ขุนนางทุกคนต่างคุกเข่าลง

 

“ ขอประทานอภัย  ”   มือหนาจับมือของสองเทพไว้เหนือหัวอย่างทะนุถนอม   ปล่อยมือเทพแห่งสงคราม  จุมพิตหลังมือเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์เบา ๆ ก่อนปล่อยออกและทำเช่นเดียวกับอีกหนึ่งเทพ

 

เข่าข้างที่ชันขึ้นลดแนบพื้นเป็นท่าคุกเข่า  ก่อนศีรษะของผู้เป็นนายเหนือแห่งอียิปต์จะก้มจรดสัมผัสพื้น  โหรหลงโฟรรีสและปราชญ์ชราคิริอัสไม่รีรอที่จะทำตาม  ก้มศีรษะจรดแบบเดียวกัน  ก่อนเสียงของคนทั้งหมดในห้องโถงจะดังกึกก้องว่า

 

“  ขอบพระคุณท่านเทพที่กำจัดภัยพิบัติ ” 

 

เสียงนั้นลามออกไปนอกห้องโถง  เหล่าทหารและนางกำนัลทรุดตัวทำตามพร้อมประสานเสียงเอ่ยออกไปทอด ๆ

 

จากภายในวังก็ออกไปนอกวัง  จากนอกวังก็ไปถึงชาวบ้านจนถึงสุดเขตอียิปต์  เสียงทุกเสียงดังกระหึ่มจนแม้แต่คนในห้องโถงยังตกใจด้วยความคาดไม่ถึง

 

“ ขอให้พวกเจ้าโชคดี ”  วอดก้ายกยิ้มจาง ๆ ให้  วงเวทย์สีทองขนาดใหญ่ปรากฏใต้เท้าเมื่อพวกเขาฉีกม้วนกระดาษภารกิจซึ่งมีเวทย์ส่งตัวกลับอยู่  ร่างทั้งร่างส่องแสงสีทองก่อนจะสลายกลายไปเป็นละอองเล็ก ๆ ซึ่งนักบวชหนุ่มที่กลับคืนสู่รูปลักษณ์เดิมมองซีอัสตราที่ยืนอีกมุมหนึ่งของห้องโถง  เจ้าชายหนุ่มโค้งกายให้เป็นเชิงส่งลาก่อนเดินจากไป  บ่งบอกว่ายังไม่อาจตัดใจได้อย่างง่ายดายเท่าใดนัก

 

แวบ !

 

บรรยากาศอันคุ้นตาอันคือหอกลางที่ส่งนักเรียนทั้งหลายไปทำภารกิจ  วอดก้ารวบเส้นผมสีเงินให้เรียบร้อย  มองประกายแสงของคนอื่น ๆ ที่กลับมานานแล้วบ้างก็เพิ่งกลับมา   ซึ่งส่วนใหญ่พอกลับมาแล้วก็จะไปเก็บของเตรียมตัวเดินทางกลับบ้านเพราะเพียงสอบเสร็จ  ก็ถือว่าปิดภาคเรียนที่ 1 เรียบร้อยแล้ว

 

“ ไปเถอะ ฉันว่าจะจัดการงานสภาอีกนิด ”  พาราไดซ์เป็นฝ่ายพูดเนื่องเพราะการทิ้งงานไว้ทำให้เจ้าชายหนุ่มรู้สึกเหมือนเป็นคนขาดความรับผิดชอบ  อีกทั้งเขาและเพื่อนสนิทอีกสี่คนก็ต้องกลับวังเหมือนกันอยู่แล้วไม่เหมือนพวกวอดก้าที่คุยกันก่อนสอบแล้วว่าหลังสอบเสร็จจะแยกย้ายกันไปทำธุระโดยไม่ต้องรอกันเลย  

 

“ โชคดี ”  วอดก้าว่าสั้น ๆ แต่ตอนกำลังจะก้าวเท้ามุ่งกลับหอ  ก็ถูกมือหนาคว้าต้นแขนไว้  ดวงตาสีส้มเข้มย้อนมองอย่างสงสัยเล็กน้อย  ก่อนจะพบว่าร่างสูงของเจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์โน้มหน้ามาพูดกระซิบริมหู

 

“ ปิดเทอมห้ามลืมเขียนจดหมายมาให้ฉันล่ะ  แล้วก็... ” 

 

ฟอด !

 

ริมฝีปากหยักฉกวูบขโมยหอมแก้มนิ่มของรูมเมทหนุ่มอย่างไม่สนใจสายตาใคร  ร่างสูงโปร่งในชุดไปรเวทธรรมดาเหวอทันทีอย่างไม่คาดคิด  ยิ่งสบดวงตาสีม่วงเข้มพราวระยับที่พูดกำชับก็ยิ่งรู้สึกไปไม่ถูก

 

“  ตอนที่ฉันไม่อยู่ห้ามให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้เหมือนฉันเด็ดขาด  เข้าใจนะ ” 

 

“ อ่า...เอ่อ... ” 

 

คนที่มึนเบลอเรียบเรียงคำพูดไม่ถูก  พอใบหน้าคมคายโน้มมาอีกครั้ง  เขาเลยเผ่นแผล็วไปอีกก้าวใหญ่  ขานรับแทบไม่ทัน

 

“ เข้าใจแล้ว ! ” 

 

“ หึ ๆๆ ”  เจ้าชายหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างน้อย ๆ อย่างอารมณ์ดี  นัยน์ตาคู่คมประกาศกร้าวถึงชายหนุ่มทั้งหลายที่แอบเมียงมองร่างสูงโปร่ง

 

ว่าคนนี้...เป็นของเขา !!!

 

แต่ละคนหลบตาวูบแทบไม่ทัน  ส่วนสาว ๆ น่ะหรือ ? เป็นลมไปตั้งแต่เห็นช็อตเด็ดฉากเจ้าชายหนุ่มแอบหอมแก้มนักบวชหนุ่มดังฟอดแล้ว

 

ส่วนสาว ๆ ที่ไม่ได้เห็นก็ได้แต่กรีดร้องและคิดในใจว่าสมควรไปทำบุญ  รอบหน้าจะได้ไม่พลาดอีก

 

 

เวลาปิดเทอมภาคเรียนที่ 1 ราว ๆ หนึ่งเดือนเศษ ๆ ดังนั้น  พวกวอดก้าที่ต่างรับศิษย์หรือสมาชิกที่จะสั่งสอน   ซึ่งตั้งแต่ประกาศในวงการมืดแน่นอนว่ามีทั้งคนที่ตั้งใจอยากให้บุคคลขึ้นค่าหัวทั้งห้าช่วยสอน  ทั้งต้องการลองดีหรือเป็นนักล่าค่าหัวที่ฝันหวาน  หรืออาจอยากลองหาประสบการณ์ต่อสู้กับผู้ที่ได้ฉายา 'เทพบุตรนักฆ่า' นักฆ่าที่หน้าตางดงามราวเทพบนสรวงสวรรค์  ทว่ามีฝีมือที่เก่งกาจยิ่งกว่าปีศาจ  ไม่เคยพลาดเหยื่อสักคนซ้ำยังทำได้เสียหมดจด

 

แน่นอนว่าวอดก้าต้องคัดแล้วคัดอีก  จาก 500 คนจึงเหลือเพียง 300 คนซึ่งมีผู้หญิงมากกว่าที่วอดก้าคิดซะอีกนั่นคือราว ๆ เกือบ 90 คน  ส่วนนี้วอดก้าเห็นว่ามีฝีมือพอตัว  และต้องการเรียนรู้ประสบการณ์ในการสั่งสมฝีมือจริง ๆ  ถึงแม้จะมีบางคนแอบแฝงอยากจะลอบฆ่าเธอหรือคิดจะล่าฆ่าหัวก็ตาม  แต่วอดก้าไม่จำเป็นต้องเดือดร้อนหรือเป็นกังวลในเมื่อเพื่อนสาวทั้ง 4 ต่างก็คอยหนุนหลังอยู่

 

วิสกี้รวบรวมเหล่านักพนันมากฝีมือได้ราว 500 กว่าคนโดยจะสอนทั้งวิธีการพนันให้ชนะและการป้องกันตัวเองเพื่อระวังการถูกปล้นชิง  500 คนนี้ได้รับการคัดฝีมือมาเรียบร้อย  ส่วนใหญ่เป็นคนที่มีเจ้าของฉายา 'เทพสงครามแห่งโชค' เป็นไอดอล  เนื่องเพราะความสามารถในการเสี่ยงโชคราวไม่ต้องใช้สิ่งใดก็ชนะได้  ทั้งยังมีฝีมือร้ายกาจในการฆ่าคนที่คิดมาแย่งชิง  หลายคนจึงฝันว่าจะได้สักครึ่งของเทพคนนี้บ้าง

 

ส่วนจินนั้น เนื่องเพราะมีสมาคมพ่อค้าอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องปิดบังวุ่นวาย  เพียงแต่เรียกคนในสมาคมพ่อค้าของตนเฉพาะคนที่ไว้ใจได้มาบอกความจริงเรื่องฉายา 'พ่อค้าหน้าเลือดแห่งตลาดมืดอาเรีย' หรือในฉายา 'พ่อค้ามืดโครซานอส'เท่านั้น ( จินเล่าให้ฟังว่าคนที่ได้ยินช็อคน้ำลายฟูมปากแทบจะทันทีจนต้องประคับประคองเกือบชั่วโมงให้ได้สติ ) จินจึงเตรียมตัวหาสินค้ามาเสริมให้สมาคมพ่อค้าเกรเซียร์มีชื่อเสียงมากขึ้น  ซึ่งตอนนี้คนเข้าร่วมสมาคมก็เยอะพอที่จะขยายสาขาเหมือนดั่งตอนอยู่ที่โพซิเด้น  แต่เจ้าตัวก็ประกาศหาพ่อค้าที่มีฝีมือและอยากหาประสบการณ์ในการค้าขายในฉายาวงการมืดเพื่อแบ่งระหว่างสมาคมซึ่งอยู่ในที่แจ้งและลูกศิษย์ใหม่ในการรับ

 

รัม  รับทั้งแพทย์เถื่อน  แพทย์ฝึกหัด  และแพทย์เกือบทุกประเภทมาหลังผ่านกระบวนการคัดเลือกซึ่งค่อนข้างจะ...เอ่อ...สยดสยองนิด ๆ ดังนั้นที่เหลือส่วนใหญ่จึงเป็นหมอเถื่อนที่ทนทานกับนิสัยโหดร้ายเฉื่อยชาและบททดสอบความสามารถรักษาและเอาชีวิตรอดของผู้ได้รับฉายาที่ตรงข้ามกับหมอเทวดา 'หมอปีศาจ'

 

สุดท้ายเตกีล่า  ที่ไม่มีเกณฑ์ยากมากมายเพียงแค่ฝีมือพอใช้ได้และทำตามกฎอันยาวเหยียดของเจ้าตัวได้ก็พออันได้แก่ขนมเซ่นไหว้ทั้งหลายที่ต้องเตรียมมาทุกครั้ง ซึ่งทุกอย่างต้องเป็นของลือชื่อ  ยิ่งราคาแพงและหายากมากเท่าไหร่  อันดับความเอ็นดูของผู้เป็น 'เจ้าพ่อวงการข่าวสาร' ซึ่งมีความสามารถหยั่งรู้แทบทุกเรื่องหากเจ้าตัวต้องการก็จะสูงขึ้น

 

แน่นอนว่าสถานที่ฝึกเป็นหุบเขาหุบเขาหนึ่งที่เตกีล่าและจินเป็นคนหา  ไม่มีคนเข้าออก  ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่  หรือเดินผ่าน  รอบ ๆ รัศมีใน 3 กิโลเมตร  เนื่องจากตะวันออกเป็นภูเขาและหน้าผา  ตะวันตกเป็นป่า  เหนือเป็นทางปิดในหุบเขา  และใต้มีแม่น้ำสายใหญ่ขวางกั้น  อันเรียกขานว่าแม่น้ำมรณะเพราะไม่เคยมีใครสามารถเดินเรือข้ามผ่านเนื่องจากสัตว์ร้ายมากมายที่อาศัยอยู่ในน้ำ

 

แจ่มจรัสสุด ๆ

 

ตอนแรกเตกีล่ารู้ว่ามีคนเคยกวาดซื้อที่ดินผืนนี้เอาไว้แล้ว  แต่เพราะไม่สามารถทำอะไรได้เลยปล่อยทิ้งรกร้าง  ดังนั้นสองสาวเลยไปตามขอซื้อถึงผู้ถือครอง  เสนอเงินให้มากมายแต่ดูท่าเจ้าของจะเล่นตัวเรียกร้องเงินเพิ่มมากไปหน่อย  คนไปเจรจาทั้งสองเลยยั๊วะจัด  หลุดไปคนละนิดละหน่อย  วอดก้าเลยได้รับโฉนดที่ดินจากเพื่อนทั้งสองมาแบบเปื้อนเลือดนิด ๆ

 

และด้วยพลังของหนึ่งสร้อยข้อมือคิมหันต์และหนึ่งสร้อยแห่งสราท  การสร้างสถานที่ฝึกและที่อยู่อาศัยให้คนเกือบ ๆ สองพันคนจึงไม่ใช่เรื่องยากโดยพวกวอดก้ากะที่จะฝึกศิษย์ชุดแรกให้เรียบร้อยในช่วงปิดเทอมด้วยคอร์สสุดโหดแบบพัฒนาก้าวกระโดด  แล้วพอเปิดเทอมก็ให้ศิษย์ชุดแรกรับศิษย์ใหม่มาสั่งสอนต่อเป็นทอด ๆ

 

ด้วยเหตุนี้หลังวันปิดเทอมได้ 3 วันซึ่งพวกเธอต่างเตรียมพร้อมในเรื่องต่าง ๆ แล้ว  ใบนัดหมายให้ทุกคนมาพร้อมกัน ณ เวลา 9 นาฬิกาตรงที่แม่น้ำมรณะหน้าหุบเขาจึงถูกส่งให้ทุกคนอย่างครบถ้วน

 

ร่างห้าร่างในชุดคลุมสีดำที่ปิดบังใบหน้าให้เห็นเพียงนัยน์ตาต่างสีห้าคู่ปรากฏตัวเหนือพื้น 3 เมตร  คล้ายยืนอยู่บนพื้นดินเท่านั้น  ซึ่งนั่นทำให้ทุกเสียงเงียบลงอย่างรวดเร็ว

 

ร่างที่อยู่นำเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่เจืออำนาจล้นเหลืออย่างที่เพียงได้ฟังก็ทำให้เคารพได้ไม่ยาก  ซึ่งเสียงนั้นดังพอที่จะให้ทั้งหมดได้ยิน

 

“ อย่างที่ประกาศไว้แล้ว  พวกเรารับลูกศิษย์เพื่อสั่งสอนให้มีประสบการณ์และเพิ่มความรู้ใหม่ ๆ แน่นอนว่าการฝึกจะโหดมากเพียงพอที่จะทำให้ทั้งหมดสามารถพัฒนาฝีมือได้ภายในเดือนเดียว  ”  หลายคนฮือฮาแต่ยังพยายามควบคุมเสียงตนเองให้เบาหน่อย  “  ดังนั้น  ใครที่ไม่มั่นใจว่าจะรอดได้ให้ออกไปซะ  หรือคิดขลาดเขลาว่าภายในหนึ่งเดือนนี้ทนไม่ไหวก็ตัดสินใจใหม่   อีกทั้งไม่ใช่เพียงได้เรียนรู้อย่างเดียวเท่านั้น  พวกเจ้าต้องทำงานให้เราอีกหลายอย่างทีเดียว  แต่พวกเรามั่นใจว่าสิ่งที่พวกเจ้าจะได้ไม่ใช่เพียงวิชาความรู้  แต่รวมถึงมิตรสหายใหม่ที่สามารถตายแทนกันได้  เพราะเมื่อเข้าสู่ 'ม่านทิวา' เราจะเป็นหนึ่งเดียวกัน ” 

 

ดวงตาสีม่วงแดงกวาดมองด้วยสายตาคมกริบ   ก่อนเจ้าของดวงตาสีเขียวมรกตจะถามย้ำอีกครั้ง

 

“ พวกเจ้ามั่นใจนะว่าจะเข้าสู่ 'ม่านทิวา' ” 

 

....... ”   ไม่มีใครตอบ  แต่ก็ไม่มีใครขยับหนี  ดวงตาสีแดงเข้มกวาดมองบ้างก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจขณะกล่าวเสียงดัง

 

“  ส่วนคนที่คิดแฝงตัวมาล่าค่าหัวพวกเรา  ต้องบอกว่าใจกล้าดี ! สามารถมาลอบฆ่าได้ทุกเมื่อ ”  ริมฝีปากใต้ผ้าคาดปิดสีดำแสยะยิ้มพร้อมรังสีสังหารที่ถึงกับทำให้พื้นดินสะเทือน  หลายคนอดตกใจไม่ได้และคิดว่าอีกฝ่ายอาจเป็นเทพบุตรนักฆ่าเพราะความอันตรายนี้  แต่อีกไม่นานพวกเขาก็จะได้รู้ว่าแค่นี้...ยังจิ๊บ ๆ “  แต่นั่นต้องทำตามกฎ  ซึ่งเราจะบอกทีหลัง  และบอกไว้ก่อนว่าไม่ว่าพวกเจ้าจะยิ่งใหญ่มาจากไหน  แต่เมื่อเป็นศิษย์ที่นี่แล้ว  ผิดกฎต้องตายสถานเดียวเท่านั้น !!! ” 

 

เจ้าของดวงตาสีฟ้าใสตวัดมองมุมหนึ่งพร้อมเข็มห้าสิบเล่มที่กระจายใส่คนเบื้องล่าง  หลายคนต้องตะลึงเมื่ออาวุธที่กำลังทำการลอบสังหารเป้าหมายที่มาสมัครเป็นศิษย์ของม่านทิวาถูกหยุดด้วยเข็มเล็ก ๆ สีทองแต่พลังที่แฝงมาถึงกับทำให้กระดูกแขนหักในทันที

 

เสียงกรีดร้องดังแว่ว ๆ แต่พวกเขาทั้งห้าก็เพียงมองอย่างเฉยชา  เจ้าของเข็มพูดเสียงเหี้ยม

 

“  และกฎข้อแรกและข้อสำคัญที่สุดคือ ห้ามฆ่าคนซึ่งถือว่าเป็นคนของม่านทิวาแล้ว  เว้นแต่จะฆ่าพวกเราเท่านั้น ! ” 

 

“ พวกเจ้าทุกคนจะมีอาหารการกินและที่พักตลอดหนึ่งเดือนเศษ ๆ จะมีการแจกแจงที่พักให้และแจ้งตารางเวลาคร่าว ๆ แต่ทันทีที่เหยียบย่างเข้าสู่ม่านทิวา  หากมีความจำเป็นใดจริง ๆ ที่จะออกไปนอกหุบเขาต้องมาขอหนึ่งในพวกเรา  มิฉะนั้นก้าวเดียวที่ข้ามแม่น้ำ  เจ้าก็จะตายในทันที ”  ดวงตาสีน้ำเงินเข้มหลังเลนส์ยังคงความเฉื่อยชาเต็มที่  พูดราวไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไร

 

หลังกวาดตาดูทั่วว่าไม่มีใครถอนตัว   ร่างสูงโปร่งก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนเอ่ยก้องแทบทำให้แก้วหูของผู้ได้ยินฉีกขาด 

 

“ ในเมื่อตัดสินใจแล้วก็จงกลายเป็นส่วนหนึ่งของม่านทิวาซะ !!!  ” 

 

และแล้วการถือกำเนิดของสมาคมลึกลับที่มีฝีมือร้ายกาจในแทบทุกด้านก็เริ่มขึ้น

 

 

 

 

 

ในที่สุดก็จบไปอีกตอน  คือแบบรู้เลยว่าทุกคนรอฉากคุณพ่อเจอว่าที่ลูกเขย เอ๊ย ลูกสะใภ้อยู่ในงานโรงเรียนสินะ  อยากแต่งเหมือนกัน  ใจจวนเจียนจะขาดอยู่แล้วแต่แหม...มันต้องไปทีละขั้นนนนนนน

ถามว่าตุลาอยู่ไหน ?

หลบวูบแปบ

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 86 : บทที่ 70 สิ้นสุด (หรือเปล่า ?) 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 11791 , โพส : 127 , Rating : 15% / 145 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6
# 127 : ความคิดเห็นที่ 14521
ชอบอ่ะ กลับมาอ่านแล้วอ่านอีกซ้ำๆ อยากรู้แล้วว่าเทอมหน้าที่จะสอบ วอดก้าจะถูกส่งไปที่ไหน 5555
#มาทำให้ไดซ์หึงกันเถอะ
#สายหึงโหด เถื่อน
PS.  5555 สวัสดี เราเป็นคนที่ไม่คิดมากนะ -แค่นี้แหละ- 555 เราชอบอ่านนิยายมาก แนะนำได้เนอะ หิหิ
Name : Fktay < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fktay [ IP : 1.47.234.216 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 สิงหาคม 2560 / 20:28
# 126 : ความคิดเห็นที่ 8197
วรั๊ยยยยยยยยยยยยยย >< เค้าเปิดตัวออกสื่อกันแล้วอ่ะ
Name : Menight * < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Menight * [ IP : 115.31.183.5 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 ตุลาคม 2558 / 22:27
# 125 : ความคิดเห็นที่ 8001
ไรท์จ๋าาาาา เราค้างอ่าาา รีบๆมาต่อน้าาา~~~~~~~~
Name : geezana@123 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ geezana@123 [ IP : 171.7.84.203 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 ตุลาคม 2558 / 16:26
# 124 : ความคิดเห็นที่ 7996
มาอัพไวๆนะค่ะ รอ...แล้วก็รอต่อไป
Name : NoName < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ NoName [ IP : 223.204.240.157 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 ตุลาคม 2558 / 21:56
# 123 : ความคิดเห็นที่ 7993
รอออออออออออ
Name : purimas tuekchaikum < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ purimas tuekchaikum [ IP : 118.172.216.85 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 ตุลาคม 2558 / 09:26
# 122 : ความคิดเห็นที่ 7992
ไรท์มาอัพเรื่องนี้ต่อไวๆนะ. รอ ร้อ รอ
PS.  การที่คนอิ่นจะทำอะไรลับหลังเราได้นั้น แสดงว่า... เราได้เดินผ่านมันมาแล้ว (ก้อฉันก้าวหน้ากว่าแก่นิ ฮุฮุ)
Name : นัยlงาจัunร์ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นัยlงาจัunร์ [ IP : 171.96.245.87 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 ตุลาคม 2558 / 08:27
# 121 : ความคิดเห็นที่ 7991
กรีด~~~~~อยากอ่านต่อเร็วเร็วจัง
Name : Kanyavee < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Kanyavee [ IP : 118.174.74.198 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 ตุลาคม 2558 / 07:06
# 120 : ความคิดเห็นที่ 7990
เหว่ยยย ฟินจิกหมอนไปเบาๆ..
#รอคุณพ่อเจอว่าที่ลูกสะใภ้..
Name : ~ :[กs: จก]: ~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ~ :[กs: จก]: ~ [ IP : 1.46.5.178 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 ตุลาคม 2558 / 00:59
# 119 : ความคิดเห็นที่ 7988
()ไรท์คะ...ช่วยกลับมาอัพต่อด้วยเถอะค่ะ เรื่องอื่นเรา(ฉัน)รอได้นะแต่เรื่องนี้น่ะมันค้างสุดแล้วอ่ะค่ะTOT
Name : 0919978761 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 0919978761 [ IP : 171.5.147.200 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 ตุลาคม 2558 / 20:22
# 118 : ความคิดเห็นที่ 7985
กริ๊ด~~~~~~~~~~{เครื่องหมาย ~?1000ตัว}
มาต่อเร็วๆนะคะพรุ่งนี้เลยยิ่งดีนะคะไรท์ขาาาาาา~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~ขอขอบพระคุณมาล่วงหน้า
Name : gammyada < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ gammyada [ IP : 110.168.230.81 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 ตุลาคม 2558 / 18:58
# 117 : ความคิดเห็นที่ 7983
ไรท์ๆๆๆ รีบมาอัพต่อน้าาาาา>~< อยากให้พวกพ่อๆมาเจอลูกขะ..เขย(?)แล้ววววว>0<
Name : blueBLUE5588 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ blueBLUE5588 [ IP : 182.53.110.68 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 ตุลาคม 2558 / 13:53
# 116 : ความคิดเห็นที่ 7981
ฟินนนน. โหดไปมั้ย5สาว(?)
Name : ราตรีสีกุหลาบ [ IP : 180.183.70.59 ]

วันที่: 11 ตุลาคม 2558 / 13:10
# 115 : ความคิดเห็นที่ 7978
โอ้ยยยย ค้าง! มาต่อไวๆนะคะ (จะได้ถึงตอนงานโรงเรียนซะที)
PS.  มิตรภาพไม่สำคัญที่ว่าใครมาก่อน มันอยู่ที่ว่าใครเดินเข้ามาแล้ว..ไม่เคย“เดินจากไปต่างหาก”
Name : Fujiwara rie < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fujiwara rie [ IP : 183.88.112.203 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 ตุลาคม 2558 / 00:39
# 114 : ความคิดเห็นที่ 7977
รอน๊าค้าาา . มาอัพต่อน่ะ
Name : Nartrudee Muhammad < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Nartrudee Muhammad [ IP : 171.7.250.131 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2558 / 21:01
# 113 : ความคิดเห็นที่ 7976
ต่ออีกน้าาาาาา สู้ๆ
รออ่านตอนต่อไปค่าาาาาา
Name : จันทิรารัตน์ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จันทิรารัตน์ [ IP : 49.48.218.220 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2558 / 19:02
# 112 : ความคิดเห็นที่ 7973
คิดถึงค่าาา ไรท์มาต่อเร็วๆน้าาาา
PS.  บางที...การมี "คนเข้าใจ"...ก็ดีกว่าการมี "คนรู้ใจ"
Name : Momo < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Momo [ IP : 171.98.211.192 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2558 / 14:44
# 111 : ความคิดเห็นที่ 7971
ฟินเฟอร์..สามนิ้วเลยคะ(=//////=)
PS.  ถ้าหากเราเป็นราชินีของโลกใบนี้ เราจะมีคนที่ต้องการเราอยู่ไหม? เพราะตอนนี้เราไม่เหลือใครแล้ว.....
Name : [<~&Angel~Devilza maki&~>] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [<~&Angel~Devilza maki&~>] [ IP : 49.230.68.0 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2558 / 00:02
# 110 : ความคิดเห็นที่ 7970
เข้ามาอ่านครั้งแรกค่ะ
ชอบมากเลย
มาอัพต่อเร็วๆน่ะค่ะ
Name : L_mark_wang < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ L_mark_wang [ IP : 49.230.118.197 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ตุลาคม 2558 / 21:26
# 109 : ความคิดเห็นที่ 7969
เข้ามาอ่านเป็นครั้งแรกชอบมากเลยค่ะ
อัพต่อเร็วๆน่ะค่ะ
Name : L_mark_wang < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ L_mark_wang [ IP : 49.230.65.6 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ตุลาคม 2558 / 21:21
# 108 : ความคิดเห็นที่ 7968
ว้าวๆๆๆๆเจ๋งมากเลยไรท์
ว่าแต่ตอนที่คุณพ่อจะเจอว่าที่ลูกเขย
เฮ้ย! ไม่ใช่ๆ ลูกสะใภ้เนี่ยอีกนานป่ะไรท์
อยากอ่านแล้วคร้าบบบ
รอลุ้นมาตั้งนานแล้วครับ
Name : ต้น [ IP : 49.230.74.81 ]

วันที่: 9 ตุลาคม 2558 / 20:04
# 107 : ความคิดเห็นที่ 7967
ว้าววว กลับมาแล้ววววว อยากอ่านตอนงานโรงเรียนเทอม 2 เร็วๆจัง มาต่อเร็วๆน่ะ
Name : พระจันทร์สีม่วง [ IP : 118.173.200.84 ]

วันที่: 9 ตุลาคม 2558 / 17:01
# 106 : ความคิดเห็นที่ 7965
มาต่อเลยค่ะๆ อย่าเปิดตัวสะใภ้อ่ะ หวานต่อหน้าพ่อเลย5555
PS.  โลลิแห่งเสียงเพลง
Name : Minara IA < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Minara IA [ IP : 1.46.133.61 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ตุลาคม 2558 / 15:27
# 105 : ความคิดเห็นที่ 7964
อยากเห็นพ่อตาเจอลูกสะใภ้อ่ะ อยากรุว่าจะอึ้งมั๊ยที่เหนลูกสะใภ้มนร่างผุชาย อัพๆๆๆๆๆ
Name : janejane-za < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ janejane-za [ IP : 202.29.179.206 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ตุลาคม 2558 / 14:54
# 104 : ความคิดเห็นที่ 7963
ในที่สุดก็อัพต่อสักทีT^T อยากอ่านตอนต่อไปไวๆแล้วอะ นักเขียนรีบมาอัพต่อไวๆนะคะ~
PS.  < E.L.F = SUJU SUJU = E.L.E > พวกเราคือสมการที่เป็นจริง!!! ^^
Name : Monalisa < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Monalisa [ IP : 125.25.11.140 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ตุลาคม 2558 / 14:46
# 103 : ความคิดเห็นที่ 7962
รอดููพ่อตาเจอลูกสะใภ้อยู่นะครับ รอใจจะขาด เพราะฉะนั้น สู้ๆน้า (ว่าแต่เรื่องของตุลายู่ไหน?)

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 ตุลาคม 2558 / 14:05

PS.  "ความรักนะเหมือนมีดจริงๆนั่นแหละนะ..เพราะ มันพร้อมที่จะกรีดหัวใจของเราทุกเมื่อ"
Name : Duistern < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Duistern [ IP : 223.204.24.25 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ตุลาคม 2558 / 14:04
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android