คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 89 : บทที่ 73 ปิดเทอมที่เริ่มสนุก ? 100% อ่านให้จุใจไปเล้ยยย


     อัพเดท 31 ม.ค. 59
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 2,685 Overall : 679,415
15,917 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7630 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 89 : บทที่ 73 ปิดเทอมที่เริ่มสนุก ? 100% อ่านให้จุใจไปเล้ยยย , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 14837 , โพส : 267 , Rating : 18% / 172 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

      

บทที่  73  ปิดเทอมที่เริ่มสนุก ? 

 

 

 

เงาร่างของกลุ่มคนในชุดคลุมสีดำปรากฏขึ้นมากกว่าสองร้อยคนกลางอากาศขณะร่างร่วงหล่นเหนือหุบเขา  ณ  สถานที่ฝึกของม่านทิวา   ผ้าคลุมสีดำสะบัดไปตามแรงลม  คนทั้งหมดกางแขนขาดิ่งพสุธาอย่างไม่เกรงกลัว  ซึ่งมีหญิงสาวเพียงสี่คนเท่านั้นที่เปิดเผยใบหน้าของตนเองที่กำลังยิ้มแย้มชอบใจ

 

เหล่าศิษย์ของม่านทิวาที่กำลังฝึกฝนอยู่เงยหน้าขึ้นทันที   ทั้งหมดคว้าอาวุธไว้ในมือมั่นเตรียมพร้อมจะจู่โจมผู้บุกรุกทุกเวลา   แต่แล้วแรงกดดันมหาศาลของสี่ร่างที่พุ่งลงพื้นอย่างนิ่มนวลก็ทำให้ทั้งหมดใจสั่นสะท้าน  กลิ่นอายความตายรุนแรงพอ ๆ กับพวกเขาแต่อัดแน่นมากกว่าเป็นเท่าตัวเริ่มทำให้หลายคนคิดว่าอาจจะเอาไม่อยู่หากอีกฝ่ายประสงค์ร้าย

 

“  เรียกอาจารย์เร็ว ”  หลายคนตะโกนสั่งแต่ยังไม่ทันเคลื่อนไหว   ห้าร่างของผู้เป็นอาจารย์ก็ปรากฏพร้อมสี่ร่างของหญิงสาวที่เปิดเผยใบหน้าพุ่งเข้าใส่อาจารย์ฉายาเทพบุตรนักฆ่าที่ยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน

 

ใจทั้งหมดล้วนเครียดเขม็ง  ดูเหตุการณ์เบื้องหน้าตาไม่กระพริบเมื่อสี่สาวหยุดในสองก้าวพอดิบพอดี  แม้พวกเธอจะยังมีรอยยิ้มที่มุมปาก   แต่ใบหน้าเคร่งขรึมของอาจารย์เอลที่อยู่ ๆ ก็กลายเป็นยิ้มไม่ทำให้พวกเขางงเป็นไก่ตาแตกเท่าสี่สาวถลากอดอีกฝ่าย

 

“  ท่านพี่ !!! ” 

 

…..? ” 

 

“  อ๊ายยยย  คิดถึงจังเลย  คิดถึงมาก ” 

 

“  จ้า   ไหนหอมแก้มหน่อยยยย ” 

 

ฟอด  ฟอด  ฟอด  ฟอด

 

“ อ๊ายยยย  คิดถึงงงงง ” 

 

“  หา ! เดี๋ยว  ! สต็อป ! ”  เหล่าศิษย์ที่ยังตั้งตัวไม่ทันเริ่มยกมือกุมขมับ  “  จารย์ ! หมู่นี่เป็นไผกัน (พวกนี้เป็นใครกัน) ” 

 

“  อ้าว  คนบ้านเดียวกันนี่หว่า ”  คนใกล้ ๆ เบิกตาโต

 

“  จริงอะ ? คนบ้านไหนล่ะบ่นี่ ” 

 

“  บ้าน-- ” 

 

“ เดี๋ยว ๆ อย่านอกเรื่องเด้ ! ”  ใครคนหนึ่งว้ากขึ้นมาหลังหลายคนเริ่มพาออกนอกเรื่อง  วอดก้ายกมือกุมท้อง  หัวเราะจนตัวสั่นเมื่อศิษย์ทั้งหลายพร้อมใจกันทำท่าเป็นลม  คนว้ากเริ่มถามเอาจริงเอาจัง “  ตกลงพวกเขาเป็นใครกันครับเนี่ยอาจารย์ ” 

 

“  ไม่เห็นต้องถาม ”  วอดก้ายกยิ้มมุมปากน้อย ๆ ผายมือไปยังกลุ่มคนในชุดคลุมสีดำด้านหลังราวต้องการแนะนำ

 

“  พวกเขาคือกรรมการคุมสอบในวันนี้ยังไงล่ะ ” 

 

 

 

 

เวลา 6 โมงครึ่ง  อีกครึ่งชั่วโมงก่อนการทดสอบ   คนทั้งหมด รวม 1,950 คนต่างเข้าแถวพร้อมเป็นระเบียบและมีผ้าหลากสีรัดที่แขนขวาบอกสายที่อยู่รวมถึงหมายเลข   โดยสายนักฆ่าจะเป็นสีดำ   สายนักเสี่ยงโชคสีเขียวเข้ม   สายพ่อค้าเป็นสีแดง   สายแพทย์สีขาว   และสายหาข้อมูลสีน้ำเงินเพื่อให้แยกแยะออกง่าย  

 

วอดก้า   วิสกี้   จิน  รัมและเตกีล่ายืนบนแท่นสูงซึ่งเป็นจุดรวมพลเหล่าสานุศิษย์  ด้านหลังเป็นสี่สาวมฤตยู  ยูล  ลัคกี้  แอร์  และลิเวีย  ขนาบข้างด้วยโร   เรย์และสามผู้อาวุโสคาออส  ดีโอ  ทีอุสซึ่งคอยดูแลวอดก้ามานาน

 

“  การทดสอบจะแบ่งเป็นช่วงเช้ากับช่วงบ่ายอย่างที่บอก  ยกเว้นสายนักฆ่าที่ประลองฝีมืออย่างเดียวเท่านั้น   สายที่จับฉลากไปจะเป็นไปตามนี้ ” 

 

วิสกี้พยักหน้าให้เตกีล่า  เจ้าแม่วงการข่าวสารดีดนิ้วเปาะ  ภาพมายาซึ่งเป็นหมายเลขลำดับการต่อสู้ปรากฏขึ้น  โดยพวกเขาให้เวลาทั้งหมดจดจำประมาณ 15 นาที  รวมถึงตารางการทดสอบของทุก ๆ สายด้วย

 

 

สายนักฆ่า

 

7 : 00  - ประลองฝีมือกับสายเดียวกัน

00 : 00 – ประลองฝีมือกับคู่ต่างสาย

 

สายนักเสี่ยงโชค

 

7 : 00 – 10 : 00 – สอบข้อกา 500 ข้อ

10 : 00 – 11 : 00 – พักผ่อน

11 : 00 – 14 : 00 – สอบข้อเขียน 100 ข้อ

14 : 00 – 15 : 00 – พักผ่อน

15 : 00 – ประลองฝีมือกับคู่ต่างสายตามตาราง

 

สายพ่อค้า

 

7 : 00 – 10 : 00 – สอบข้อกา 500 ข้อ

10 : 00 – 11 : 00 – พักผ่อน

11 : 00 – 14 : 00 – สอบข้อเขียน 250 ข้อ

14 : 00 – 15 : 00 – พักผ่อน

15 : 00 – ประลองฝีมือกับคู่ต่างสายตามตาราง

 

สายแพทย์

 

7 : 00 – 10 : 00 – สอบข้อกาและข้อเขียน 750 ข้อ

10 : 00 – 11 : 00 – พักผ่อน

11 : 00 – 16 : 00 – ทดสอบปรุงยา

16 : 00 – 16 : 30 – พักผ่อน

16 : 30 – ประลองฝีมือกับคู่ต่างสายตามตาราง

 

สายหาข้อมูล

 

7 : 00 – 10 : 00 – สอบข้อเขียน 300 ข้อ

10 : 00 – 11 : 00 – พักผ่อน

11 : 00 – 14 : 00 – ทดสอบการเขียนโปรแกรม

14 : 00 – 15 : 00 – พักผ่อน

15 : 00 – ประลองฝีมือกับคู่ต่างสายตามตาราง

 

สิ้นสุดการทดสอบเวลา 7; 00 วันถัดไป

 

 

“  เอาล่ะ  ต่อไปก็เป็นการแนะนำผู้คุมสอบของแต่ละสนาม  เริ่มจากสนามของสายนักฆ่า   จะมีกรรมการคุมสอบ 45 คน  ทุกสนามประลองจะมีกรรมการ 2 คนคอยจับตาดูและให้คะแนนในการต่อสู้   และมีคนคอยประกาศเรียกหมายเลขต่าง ๆ หัวหน้าผู้คุมคือ ท่านคาออส   โรและเรย์  ” 

 

คาออส  โร  และเรย์ที่อยู่ในสภาพปกปิดตัวเอง  แต่มีปลอกแขนสีดำขอบสีทองที่แขนขวาก้าวออกมา  โค้งกายให้เล็กน้อยก่อนถอยกลับไปที่เดิม

 

วอดก้าผายมือต่อ

 

“  สายพ่อค้า  หัวหน้าผู้คุมสอบคือ ลิเวีย

 

สายนักเสี่ยงโชค  หัวหน้าผู้คุมสอบคือ ยูล

 

สายแพทย์  หัวหน้าผู้คุมสอบคือ ลัคกี้

 

และสายหาข้อมูล  หัวหน้าผู้คุมสอบคือ  แอร์

 

จำหน้าพวกเธอเอาไว้  เมื่อมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นให้ไปแจ้งที่หัวหน้าผู้คุมสอบทั้งสี่เข้าใจนะ ” 

 

“  และอย่าคิดลองดีเล่นไม่ซื่อกับคู่แข่งอื่น ๆ เพราะตลอดการทดสอบจะมีหัวหน้าผู้คุมกฏสองคนได้แก่ ท่านทีอุส และ  ท่านดีโอ คอยตรวจตลอดเวลา   ท่านทั้งสองมีสิทธิ์ในการลงโทษและปรับตกได้ในทันที  เข้าใจนะ ” 

 

“  ครับ ! / ค่ะ ! ” 

 

 “  เตรียมตัวพร้อมหรือยัง ? ”  จินส่งเสียงถาม 

 

“  พร้อมแล้วครับ !/ ค่ะ ! ”  ฝ่ายถูกถามส่งเสียงตอบดังกระหึ่ม 

 

“  ก่อนจะเริ่มการทดสอบ  พวกเราขอพูดอะไรหน่อยละกัน ”  รัมกล่าวขึ้น  ผายมือให้วอดก้าเป็นคนกล่าวเปิด  ซึ่งนักฆ่าสาวก็ไหวไหล่น้อย ๆ  ยกมือกระแอมไอ  ก่อนเริ่มพูด

 

“  การทดสอบนี้จะแสดงผลการฝึกของพวกคุณตลอดมา  พยายามให้เต็มที่และให้ดีที่สุด  แต่ถึงจะแพ้ก็อย่าเสียใจ  เพราะการทดสอบยังมีอีกหลายครั้ง ” 

 

วอดก้าสาวเท้าถอยไปให้วิสกี้เดินล้ำหน้ามากล่าวต่อ

 

“  สายนักเสี่ยงโชคแม้จะดูเหมือนไร้ประโยชน์  แต่พวกคุณรู้ว่าพวกคุณได้มากกกว่านั้น   แสดงให้สายอื่นดูว่าสายเราก็ไม่แพ้ใคร ” 

 

“  ถึงจะเป็นพ่อค้าที่ดูแล้วอ่อนแอ   ความสามารถทางด้านร่างกายและการต่อสู้อ่อนด้อยกว่าสายอื่น  แต่ก็อย่ายอมแพ้เพราะเรามีสมองอันชาญฉลาดในการคิดคำนวณอยู่ ” จินยิ้มน้อย ๆ   

 

“  อย่างที่บอกไป   สายแพทย์ของเราเป็นได้ทั้งผู้รักษาและผู้ทำลาย   เราไม่ได้เก่งกาจแทบทุกด้านแต่เราอยู่จักใช้สิ่งที่เรารู้ให้เกิดประโยชน์  พยายามให้เต็มที่จะได้ไม่เสียใจภายหลัง ” 

 

รัมกอดอก  กวาดดวงตามองเหล่าลูกศิษย์ตน

 

“  สุดท้ายสายหาข้อมูล”  เตกีล่านิ่งไปอึดใจ  ก่อนพูดสั้น ๆ ตามนิสัย  “  พยายามเข้าล่ะ ” 

 

“  เยสเซอร์ ! / โอ๊ส ! / เฮ้ !

 

วอดก้าพยักหน้าอย่างพึงพอใจ  เดินเข้าไปยังกระโจมพักหลังใหญ่  เวลาผ่านไปสักพักจึงเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง  อาจารย์หนุ่มทุกสายกวาดตามองรอบ ๆ คล้ายสำรวจอีกครั้ง   ก่อนวอดก้าจะกล่าวขึ้นเมื่อได้เวลา

 

“  ขอเริ่มการทดสอบแรกของม่านทิวา  ณ  บัดนี้ !!! ” 

 

“  เฮ้ !!! ” 

 

 

 

 

 

 

“ ทำงี้จะดีเหรอเนี่ยวอดก้า  ทิ้งพวกนั้นมาอ่ะ ”  ร่างห้าร่างซึ่งกำลังวิ่งไปตามกิ่งไม้อย่างรวดเร็วจนแทบไม่เห็นเงา   หนึ่งในกลุ่มคนทั้งห้าพลันถามขึ้น

 

ชายหนุ่มผมสีเงินยวง  นัยน์ตาสีส้มหลังเลนส์แว่นตาในชุดเสื้อคลุมสีน้ำตาลแก่ราวนักเดินทางกระตุกยิ้มน้อย ๆ

 

“  เอาน่า  ก็เรามีธุระต้องทำจริง ๆ นี่  ถึงพวกนั้นจะกลับพรุ่งนี้  แต่เดี๋ยวก็คงมาอีกนั่นล่ะ ” 

 

“  นั่นสิ  ยังไง ธุระ นี้ก็สำคัญเหมือนกัน ”  รัมในสภาพชายหนุ่มผมสีรัตติกาล  ดวงตาสีเดียวกันเอ่ยสนับสนุนเต็มที่   รอยยิ้มผุดกว้างอย่างชอบใจที่จะได้ทำอะไรสนุก ๆ บางอย่าง

 

“  ดีนะที่ท่านคาออสพาคนมาเยอะ ”  เตกีล่าพึมพำ  ดวงตาสีแดงเพลิงเป็นประกายฉายความครุ่นคิด  เส้นผมสีน้ำเงินเข้มมัดรวบเรียบร้อยลู่ไปตามแรงลม   ตอนแรกพวกเธอวางแพลนว่าจะจัดการกลุ่มคนที่แฝงตัวเข้ามาในม่านทิวากว่าสามร้อยคนกันเองในเวลาที่ให้พักสองวัน  แต่ท่านคาออส  ท่านทีอุส  ท่านดีโอก็เสนอตัวเข้าช่วย  เห็นบอกอยากให้ศิษย์ตัวเองได้ลงมือบ้างอะไรบ้าง  พวกเธอเลยสบายแฮ  เพราะอีกสองสัปดาห์นี้ก่อนเปิดภาคเรียน  พวกเธอมีภารกิจบางอย่างที่ต้องทำ

 

ส่วนเรื่องสั่งสอนศิษย์ต่อก็ไม่มีอะไรให้เป็นห่วงเพราะคราวนี้ผู้อาวุโสทั้งสามจะคอยดูแลต่อจากพวกเธอเอง

 

“ อ่ะ  คงต้องแยกย้ายกันไปพึ่งตัวเองแล้วล่ะ  ระวังอย่าให้มีพิรุธล่ะ ”  วิสกี้เอ่ยเตือนเมื่อพวกเธอเริ่มเข้าสู่ย่านเขตเข้าเมือง  เส้นผมสีส้มตัดสั้นไม่ให้รุงรัง  ดวงตาสีม่วงสวยกวาดสำรวจรอบ ๆ ป้องกันคนอื่นเห็น

 

“  เออใช่  นี่ของแถมนะ ”  เจ้าของดวงตาสีอำพันโยนของสี่สิ่งให้ผู้เป็นเพื่อนอย่างแม่นยำ   วอดก้า   วิสกี้  รัมและเตกีล่าชะลอฝีเท้าลง  ปลายเท้าแตะกิ่งไม้หนาแผ่วเบาขณะเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย

 

“  นี่คือ ? ” 

 

จินยิ้มเจ้าเล่ห์น้อย ๆ ที่มุมปาก  เสยเส้นผมสีเขียวแก่ที่ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงไปด้านหลัง  ใช้นิ้วชี้ทำท่าจุ๊ปาก

 

“  ไอเท็มวิเศษเสริมทำให้ผู้ใหญ่เอ็นดูไง ” 

 

“  โฮ่   ร้ายนี่หว่า ”  วอดก้ากระตุกยิ้มชอบใจ   ดึงสายเชือกสีแดงสวยประดับด้วยไข่มุกสีเดียวกันเข้าที่ข้อมือขวาเช่นเดียวกับเพื่อนที่เหลือที่แอบชูนิ้วหัวแม่มือให้แม่ค้าแห่งตลาดมืดอาเรียว่าเจ๋งจริง

 

วอดก้าวางมือไว้ด้านหน้า  ให้เพื่อนที่เหลือวางประสาน  ดวงตาห้าคู่มองสบกันยามเอ่ย

 

“  ขอให้โชคดีในการทำความรู้จัก ว่าที่พ่อตานะ ” 

 

“  โชคดี !!! ” 

 

แล้วร่างสี่ร่างก็สลายตัวไปเหลือเพียงชายหนุ่มผมสีเงินที่ถือกระดาษใบเล็ก ๆ เขียนตำแหน่งที่ตั้งของโบสถ์และหมู่บ้านแห่งหนึ่งใกล้ชายแดนรัฐทริสทอร์ 

 

มุมปากกระตุกน้อย ๆ ก่อนร่างจะเลือนลับหายไปอย่างรวดเร็วเพื่อทำภารกิจ ดูหน้า (ว่าที่) พ่อตา ’ + ภารกิจ ทำความรู้จัก (ว่าที่) พ่อตา ซึ่งเคยหมายมาดเอาไว้

 

วอดก้าพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

 

“  บางครั้งเราก็ต้องรุกบ้างอะไรบ้างเพื่อรักษาตำแหน่ง  ล่ะนะ หึ ๆๆๆ ” 

 

 

 

ทางด้านสนามสอบ  ร่างของอาจารย์เอลหรือวอดก้านั่งนิ่งอยู่ในกระโจมพัก  ดวงตาสีม่วงแดงยังคงเรียบเฉยจนกระทั่งอีกสี่ร่างเดินเข้ามา  ใบหน้าที่ถูกปกปิดซึ่งมีเค้าเดียวกับนักฆ่าสาวที่ทิ้งงานไปทำภารกิจบางอย่างก็กลายเป็นใบหน้าของเจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์ที่ไม่บ่งบอกอารมณ์ใด ๆ 

 

ร่างจำแลงของวิสกี้   จิน  รัมและเตกีล่าก็กลายเป็นหนุ่ม ๆ หน้าคุ้นตาที่กำลังทำหน้าหงุดหงิด

 

“  บ้าจริง  อุตส่าห์รีบเคลียร์งานมาหา  สุดท้ายได้เจอกันแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง ”  บราวน์บ่นอุบ  เขาทรุดนั่งข้างเคียร์ที่ยีผมตัวเองให้คลายความร้อนจากหมวกสานซึ่งมีผ้าแพรห้อยลงมาปิดหน้า

 

“  เห็นบอกว่ามีภารกิจสำคัญต้องทำ  ใช้เวลาจนถึงเปิดเทอมเลยด้วย ”  เขาทำหน้าหงอย   คิดว่าพอมาถึงจะได้คุยหลาย ๆ เรื่องด้วยกันเพราะถึงจะเขียนจดหมายบ่อยแค่ไหนแต่มันก็ไม่สู้เท่าได้เห็นหน้า  เห็นตัวเป็น ๆ ที่คิดถึงมานานแสนนาน

 

“  เติร์กใจร้ายยย บู่ ”  บลัดดี้ทำหน้าบึ้ง  ข้าง ๆ ยังเป็นเค้กและขนมหวานที่หามาฝาก  หวังรางวัลบางอย่างให้ชื่นใจสักน้อย  ผลคือถูกยัดเยียดให้ปลอมตัวไปช่วยคุมสอบให้แทนเท่านั้น

 

“  ทำอะไรไม่ได้แล้ว  ป่านนี้คงไปไกลแล้วมั้ง ”  วิมเลทยังคงนั่งอ่านหนังสือของตัวเองนิ่ง ๆ แต่แววตาปรากฏความไม่ชอบใจและอารมณ์เสียเช่นกันที่ถูกทิ้งไว้  เนื่องเพราะพวกเขามีเวลาเพียงวันเดียวเท่านั้นก็ต้องกลับไปทำงานต่อแล้ว

 

“  ไดซ์  นายไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ ? ”  บลัดดี้ที่นั่งเท้าคางถามผู้เป็นเพื่อนที่ยกชาขึ้นจิบด้วยท่าทางไม่บ่งบอกอารมณ์ไม่พอใจใด ๆ

 

พาราไดซ์วางแก้วชาลงบนถาดรองเบา ๆ  ก่อนเอ่ยเสียงนิ่ง

 

“  แล้วพวกนายคิดว่าพวกเธอไม่อยากอยู่กับพวกเราหรือไง ? ” 

 

คำถามนั้นทำให้บรรยากาศทั้งหมดกลายเป็นนิ่งเงียบ  วิมเลทถอนหายใจเล็กน้อย  เสยผมตัวเองขึ้นขณะพึมพำ

 

“  นั่นสิ  ฉันลืมนึกถึงความรู้สึกยัยนั่นไป ”  ทั้ง ๆ ที่วิสกี้อุตส่าห์ส่งข้อความมาหา  บอกว่าคิดถึง  อยากเจอไม่แพ้กัน  แต่พอเขาไม่เจอเธอก็พาลโกรธโดยลืมนึกถึงความรู้สึกของเธอไปด้วย   และถึงขนาดอยู่กับพวกเขาสักวันไม่ได้  ภารกิจนั่นคงสำคัญไม่น้อย

 

“  เฮ่อช่วยไม่ได้แฮะ ”  บราวน์ยีหัวตัวเองบ้างเพื่อสงบสติอารมณ์ตนเอง  ลูบใบหน้าตัวเองครังหนึ่งก็กลายเป็น อาจารย์ออร์เรย์อาจารย์หนุ่มสายแพทย์

 

“  สงสัยฉันคงต้องแอบไปหาเติร์กเองแล้วมั้งเนี่ย ”  บลัดดี้ปิดเปลือกตา  เมื่อลืมขึ้นดวงตาสีแดงอมชมพูก็กลายเป็นสีน้ำเงินเข้มทันที

 

“  แต่สมกับที่เป็นไดซ์เลยนะครับเนี่ย ”  เคียร์พึมพำเบา ๆ คนที่เข้าใจในตัววอดก้าที่สุดคงไม่พ้นเพื่อนหนุ่มของเขาแน่  เพราะอย่างนี้เขาถึงได้รู้สึกว่าสองคนนี้เกิดมาคู่กัน

 

พาราไดซ์กระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย  กลับคืนสู่รูปลักษณ์จำแลงเป็นวอดก้าซึ่งปกปิดใบหน้า  เขาก็ไม่อยากทำให้เพื่อนรู้สึกอิจฉาหรอกนะ  หากก่อนไป  วอดก้าไม่บอกลาเขาด้วยวิธีน่ารักขนาดนั้น

 

 

ย้อนกลับไปเล็กน้อยก่อนพวกวอดก้าจะไป   ในตอนนั้นเขาก็รั้งวอดก้าด้วยคำถามเช่นกัน

 

 

 

“  จำเป็น ? ”  เขาถามสั้น ๆ ว่าจำเป็นต้องรีบถึงขนาดอยู่กับพวกเขานานกว่านี้ไม่ได้เลยหรือ ? ซึ่งวอดก้าก็เพียงยิ้มอับจนปัญญา 

 

“  มันเร่งด่วนจริง ๆ ”  ร่างสูงของหญิงสาวที่กลายเป็นนักบวชหนุ่มเอ่ยย้ำ  ทำไมพาราไดซ์ทำได้เพียงนิ่งเหมือนไม่รู้สึกรู้สาทั้งที่ภายในค่อนข้างเศร้าและโหยหาอีกฝ่ายไม่น้อย

 

วอดก้าเองก็ใช่จะดูไม่ออก  ถึงได้เผลอยกมือขึ้นกุมขมับอย่างคนไปต่อไม่ถูก  แต่แล้วดวงตาคู่สวยก็นึกถึงการกระทำเพื่อปลอบใจอีกฝ่ายออก  มือเรียวเชยคางคนที่นั่งอยู่ขึ้น  ก้มลงจุมพิตปลายมุมริมฝีปากหยักร้อนผ่าวของคนที่นิ่งค้างไปแผ่วเบา  คล้ายกึ่งจูบกึ่งหอมแก้ม

 

ใบหน้าเรียวของคนเริ่มกระทำขึ้นสีเลือดฝาดน้อย ๆ ก่อนจะกล่าว

 

“  ไม่ต้องห่วง  ถึงนายกลับทริสทอร์ไป  คราวนี้ฉันจะเป็นฝ่ายไปหานายเอง ”  ว่าแล้วหมุนตัวจากไป  เนื่องจากกลัวพาราไดซ์จะได้สติจากการกระทำของเขาซะก่อน   แต่วอดก้าดูเหมือนคิดว่าอาจจะปลอบใจอีกฝ่ายยังไม่พอถึงหมุนตัวกลับมาใหม่  หอมแก้มร่างสูงดังฟอด  กระซิบเสียงพร่า

 

“  คิดถึงนะ  คิดถึงมาก ๆ ดีใจที่ได้เจอหน้านาย ” 

 

สบดวงตาสีม่วงสวยดั่งอัญมณีน้ำงามที่ยังตะลึงงันด้วยใบหน้าเขินอาย   ก่อนจะจากไปจริง ๆ ทิ้งเจ้าชายหนุ่มให้นิ่งคิดระคนเอ็นดูการกระทำของหญิงสาวที่เปิดเผยความรู้สึกตนในตอนท้ายออกมาโดยไม่ปิดบัง

 

 

ดังนั้นช่วยไม่ได้ที่เขาไม่คิดจะโวยวายอะไรเพราะยังไงเขาก็ได้กำไรมาเต็ม ๆ แล้ว J

 

หากวิมเลท  เคียร์   บลัดดี้  และบราวน์รู้อีกฝ่ายคงได้มาโวยวายกับเขาแน่

 

เจ้าชายหนุ่มเพียงยิ้มน้อย ๆ ก้าวเดินออกไปในฐานะอาจารย์เอลเพื่อทำหน้าที่ที่ได้รับการร้องขอจากหญิงสาว

 

 

 

 

 

3 วันถัดมา  พระราชวังทริสทอร์  ตั้งแต่เช้ามืด องค์กษัตริย์เซฟีรัสตื่นบรรทมพร้อมแต่งฉลององค์ด้วยชุดสามัญธรรมดาดั่งคล้ายเป็นเรื่องธรรมดา  ด้านขวามือคือคนสนิท  หัวหน้าองครักษ์รักษาพระองค์และองครักษ์อันดับหนึ่งของพระราชวัง  คริสโตเฟอร์ซึ่งอยู่ในชุดนักเดินทางธรรมดาเช่นเดียวกัน

 

องค์เซฟีรัสตรัสถามเบา ๆ

 

“  คราวนี้ข้าต้องไปที่ไหนนะคริสโตเฟอร์ ? ” 

 

คริสโตเฟอร์โค้งกายเป็นเชิงทำความเคารพน้อย ๆ

 

“  หมู่บ้านซาเยียร์  แถบชายแดนพะยะค่ะ ” 

 

“  ดี   พอใกล้ถึงหมู่บ้านแล้วแยกย้ายเหมือนเดิมล่ะ  ข้าคงจะไป ๆ มา ๆ หมู่บ้านนี้สักสัปดาห์หนึ่ง ” 

 

“  ทางนี้พะยะค่ะ  นักเวทย์เตรียมวงเวทเคลื่อนย้ายเรียบร้อยแล้ว ” 

 

“  ขอบใจมาก ”  พระองค์แย้มสรวลอย่างพึงพอพระทัย   การเดินทางตระเวนเพื่อสำรวจความลำบากยากแค้นของราษฏรคล้ายเป็นกรณียกิจอย่างหนึ่งของพระองค์  ทุกสองสัปดาห์ในหนึ่งเดือนสลับกัน  พระองค์จะแวะเวียนไปสำรวจดูหมู่บ้านที่ยื่นคำร้องขอให้ทางราชการแก้ไขปัญหามา  โดยพระองค์นั้นจะไปสำรวจว่าขุนนางได้จัดการแล้วหรือยัง ?  ประชาชนพอใจหรือไม่ ? และมีการโกงกินหรือทางราชการ  ทหาร  ขุนนาง  เจ้าหน้าที่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนหรือเปล่า ?

 

ซึ่งบางครั้งองค์เซฟีรัสอาจเสด็จไปกับสหายคนใดคนหนึ่งแล้วแต่ปัญหาของหมู่บ้านนั้น  เช่นถ้าหมู่บ้านนั้นเกิดโรคระบาด  พระองค์ก็จะพาแพทย์หลวงอย่างเซอร์ไลไป   ถ้าหมู่บ้านไหนมีข่าวลือหลายเรื่องปะปนกันไปจนแยกไม่ออกก็จะกลายเป็นเบรูส   หรือถ้าที่ไหนมีเจ้าหน้าที่โกงกินก็จะพามาทีรัสไปจัดการ  เพราะพระองค์ไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้   ส่วนถ้าไม่มีเรื่องใดผิดปกติ  เพียงไปตรวจดูความเป็นอยู่และความเรียบร้อย  คริสโตเฟอร์ก็จะเป็นคนไปคอยอารักขาตามปกติแบบห่าง ๆ

 

กรณียกิจนี้มีเพียงขุนนางคนสำคัญไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้  แต่ไม่ส่งผลกระทบมากนักเพราะยังไงถึงจะไปเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์  แต่ก็แค่วันละไม่เกิน 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น

 

และครั้งนี้เป้าหมายคือ หมู่บ้านซาเยียร์  หมู่บ้านเล็ก ๆ ติดชายแดนที่มีปัญหาเรื่องความแห้งแล้งของพื้นดินและสัตว์ดุร้ายที่คอยทำร้ายชาวบ้าน  ซึ่งพระองค์เพิ่งส่งคนไปจัดการเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเท่านั้น

 

วงเวทย์เคลื่อนย้ายขนาดใหญ่ซึ่งวาดลวดลายสลับซับซ้อนเปล่งแสงเจิดจ้า   พาราไดซ์ที่กลับมาจากการคุมการทดสอบของม่านทิวาตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนยืนส่งผู้เป็นบิดาที่ร่างกำลังเลือนหายไปตามวงเวทย์เคลื่อนย้าย  นัยน์ตาสีม่วงยังคงความเรียบเฉยเอาไว้แต่ภายในกลับพราวระยับเมื่อตอนเช้าได้รับจุมพิตที่หน้าผากจากใครบางคนที่แอบแวะเวียนมาหาเป็นจูบอรุณสวัสดิ์ตอนเช้าดั่งที่เขาเคยทำตอนตื่นมาทุกครั้งกับวอดก้า

 

แม้จะได้คุยกันไม่นาน  เพียงถามไถ่ทุกข์สุขดิบธรรมดา  แต่ก็ชื่นใจเจ้าชายหนุ่มให้อารมณ์ดีไปได้ตลอดทั้งวันแล้ว   เขาเพียงแค่ต้องเฝ้ารอเท่านั้นเพราะอีกไม่นาน คนบางคนก็จะแวะมาหาอีกหลังเว้นว่างจากการทำภารกิจลับบางอย่าง

 

เอาเถอะ  เดี๋ยววอดก้าก็คงจะบอกให้เขารู้เองว่าไปทำอะไรมาบ้าง

 

 ต่อจ้าาาาา ~~~

 

 

 

หมู่บ้านซาเยียร์  แถบชายแดน

 

ร่างของหญิงชราพร้อมชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินประคับประคองกันเข้าไปในหมู่บ้านซาเยียร์ บนบ่ามีกระเป๋าห่อผ้าเอาไว้สำหรับเดินทางอยู่   ขณะที่เดินเข้ามาแขกแปลกหน้าก็เริ่มทำท่าทางสงสัยเมื่อบ้านหลังน้อย ๆ แต่ละหลังนั้นเงียบสงบจนเหมือนไม่มีคนอาศัยอยู่  ไม่เห็นคนแม้สักคนเดียวเดินผ่านไปผ่านมาอย่างที่ควรจะเป็น   ยังไม่ตื่นนอนหรือ ? คงเป็นไปไม่ได้เมื่อนี่เกือบ 10 โมงเช้าแล้ว 

 

“ เกิดอะไรขึ้นกัน ”  องค์เซฟีรัสในสภาพหญิงชราหรี่ตาลงน้อย ๆ เพราะกวาดดูคร่าว ๆ หากไม่พบคนเลยอีกเรื่องที่เป็นไปได้คือการอพยพ  แต่ข้าวของของแต่ละบ้านก็ยังวางเรียบร้อย 

 

คริสโตเฟอร์ยังคงท่วงท่าระแวดระวังเพราะไม่รู้ว่าจะมีศัตรูโผล่มาหรือไม่   ก่อนพวกเขาจะชะงักเมื่อได้ยินเสียงขลุกขลุกจากบ้านใกล้ ๆ

 

“ เร็วหน่อยสิจ้ะ ลูเมีย   เดี๋ยวท่านนักบวชจะเริ่มสวดมนตร์แล้วนา ” 

 

“  แป็ปนึงจ้า  ฉันกำลังจัดแซนวิสให้ท่านนักบวชอยู่  อ่าเสร็จแล้ว  อุ้มลูกออกไปก่อนเลย ”

 

ชายวัยกลางคนคนหนึ่งอุ้มเด็กผู้หญิงตัวน้อยในอ้อมแขนออกมา  ก่อนอีกฝ่ายจะทำหน้าแปลกใจเมื่อเห็นพวกเขา  องค์เซฟีรัสจึงไม่รีรอจะสวมคราบหญิงชราผู้เดินทางไกลมาพักผ่อน

 

ขอโทษนะพ่อหนุ่มยายเดินทางมาพักผ่อนที่นี่  เกิดอะไรขึ้นกันหรือเปล่า ” 

 

ชายวัยกลางคนกวาดมองบ้านรอบ ๆ ที่เงียบจนคล้ายรกร้างไร้ผู้คนก่อนจะหัวเราะออกมา

 

“ อ้อ  พวกท่านคงสงสัยว่าทำไมถึงดูไม่มีใครเลย    ที่หมู่บ้านเรามีนักบวชฝึกหัดมาทำภารกิจประจำโบสถ์เมื่อสามวันก่อนน่ะ   ท่านมักจะสวดมนตร์ให้พวกเราตอนประมาณสิบโมงเช้า  พวกเราทั้งหมู่บ้านเลยแห่กันไปฟัง ” 

 

“ ไปฟังหมดทั้งหมู่บ้านเลยหรือ ?! ”  องค์เซฟีรัสอดอุทานไม่ได้

 

“  ใช่  แล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะมีใครมาบุกหมู่บ้านด้วย  เพราะท่านนักบวชสร้างเขตอาคมป้องกันการบุกรุกรอบหมู่บ้านให้แล้ว  พวกเราลองทดสอบดูก็พบว่าแข็งแกร่งมากเลยทีเดียว  ขนาดที่สัตว์ร้ายที่พยายามบุกเข้ามายังสร้างไม่ได้แม้แต่รอยขีดข่วน ”  ร่องรอยคำพูดมีความภาคภูมิใจและยินดีแฝงอยู่เนื่องเพราะหมู่บ้านพวกเขามีปัญหาเรื่องสัตว์ร้ายบุกเข้ามาในหมู่บ้านหลายครั้ง   แม้จะมีทหารมาช่วยปราบแต่ก็เป็นเพียงการช่วยเหลือที่ปลายเหตุเท่านั้น  การสร้างอักขระเวทถาวรสำหรับป้องกันการบุกรุกทั้งยังแข็งแกร่งมาก จึงเป็นเรื่องน่ายินดีของคนในหมู่บ้าน

 

“  งั้นรึ ”  คริสโตเฟอร์กวาดตามองรอบ ๆ อีกครั้งและเห็นจริงดังว่า  หน้าปากทางเข้าหมู่บ้านตอนแรกเขาก็เห็นอักขระที่พื้นซึ่งปรากฏเพียงแวบเดียวยามพวกเขาก้าวเท้าผ่าน  ลวดลายที่ดูคุ้นตาคงเพราะเป็นอักขระเดียวกับมนตร์สร้างเขตแดน  กันผู้บุกรุกที่พระราชวัง

 

“  ลูเมีย ! ”  ชายวัยกลางคนหันไปตะโกนเรียกภรรยาในบ้านอีกครั้ง   ภรรยาสาวที่ถือตระกร้าสานใบใหญ่เดินออกมาส่งให้สามีถือก่อนจะโค้งกายทักทายหญิงชราอย่างสุภาพ   เอ่ยชักชวนด้วยรอยยิ้ม

 

“  คุณยายท่านนี้ก็ลองไปฟังด้วยกันดีไหมคะ  เดี๋ยวหลังจากฟังการสวดมนตร์ที่โบสถ์จบเดี๋ยวข้าจะแนะนำหมู่บ้านให้  ” 

 

“  ข้าขอเอาของไปเก็บที่บ้านพักก่อนดีกว่า ”  คริสโตเฟอร์โค้งกายขอบคุณกับคำชวน  เอ่ยปากแยกตัวไปก่อนซึ่งเขาสำรวจมาแล้วว่าหมู่บ้านนี้มีที่พักสำหรับแขกที่แวะมาพักผ่อนแล้วจากไปอยู่ท้ายหมู่บ้าน   หญิงชราพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มเจือจาง  รู้ว่าคริสโตเฟอร์คงไปสำรวจลาดเลาของหมู่บ้านและค้นหาสัตว์ร้ายรอบ ๆ เพื่อมารายงาน  ส่วนองค์เซฟีรัสนั้นก็คิดจะไปกับครอบครัวนี้เพราะยังไงพระองค์ก็ต้องดูสภาพความเป็นไปของชาวบ้านอยู่แล้ว

 

“  งั้นข้าก็ขอรบกวนด้วยนะ ” 

 

“  เชิญทางนี้ค่ะท่านยาย  ข้าลูเมีย  นี่สามีข้าโพซิส  และลูกสาวข้า พูเซีย ” 

 

องค์เซฟีรัสในคราบหญิงชรายิ้มแย้มน้อย ๆ ขณะทักทายตอบอย่างนุ่มนวล

 

“  ยินดีที่ได้รู้จัก  ข้าชื่อ เฟรี่” 

 

 

 

 

 

ข้าแด่พระผู้เป็นเจ้า  ผู้ประทานแสงสว่างและทำให้เราก่อกำเนิดมา

 

ร่างสูงโปร่งในชุดนักบวชสีขาวสะอาดตาปลอกแขนแถบสีขาวขลิบสีเงินบ่งบอกว่าเป็นนักบวชฝึกหัดกำลังหลุบตาต่ำ  เอ่ยบทสวดในคัมภีร์เบื้องหน้าแผ่วเบา  แต่กระนั้นเสียงทุ้มนุ่มนวลก็ยังดังก้องกังวานทั่วโบสถ์เก่าอยู่ดี   โดยมีผู้ฟังประสานมือกุมไว้ที่อก  ขณะก้มหัวน้อมรับฟังเสียงนั้นอย่างเคลิบเคลิ้มงมงาย

 

จนกระทั่งการสวดมนต์จบลง  เหล่าชาวบ้านกว่าร้อยคนที่นั่งอยู่ก็สะดุ้งจากภวังค์ความคิด  ก่อนมือจะหอบหิ้วของที่ถือมามุ่งไปหานักบวชหนุ่มที่ยิ้มแย้มอ่อนโยน  ขณะใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางจรดหน้าผากผู้มาขอรับคำอวยพรแผ่ว ๆ กล่าวเสียงนุ่มหวานชวนฟังว่า

 

“  ขอให้พระองค์เจ้าจงสถิตอยู่กับท่าน ”  แม้ใบหน้าของนักบวชหนุ่มจะไม่ได้จัดว่ารูปงามแต่อย่างใด  แต่ทุกสัดส่วนองค์ประกอบบนใบหน้าทำให้ผู้มองรู้สึกอบอุ่น  อิ่มเอมและคล้ายสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนอันชวนน่าเข้าใกล้  นัยน์ตาสีส้มสดใสดั่งดวงตะวันจะมองตอบกลับมาทุกครั้งอย่างปรารถนาดีโดยไร้ซึ่งสิ่งที่ต้องการให้ตอบแทน 

 

ยามสวดมนต์และอวยพร  เสียงทุ้มนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์จะทำให้ผู้ฟังรู้สึกชื่นใจเหมือนได้สายน้ำดับความร้อน  ทั้งยังชวนให้หลงใหลถึงขนาดนี้  จึงไม่แปลกที่ถึงแม้นักบวชฝึกหัดซึ่งมาเผยแพร่บทสวดของศาสนาคนนี้จะมาได้เพียง 3 วัน  แต่ก็เป็นที่ชื่นชอบในความอัธยาศัยดีทั้งไม่ถือตัว   ทุกช่วงเวลาประมาณ 10 โมงเช้า  คนส่วนใหญ่กว่าร้อยคนในหมู่บ้านซาเยียร์จึงเลือกจะมาฟังบทสวดของนักบวชหนุ่มทุกครั้ง

 

“ ท่านนักบวชคะ  วันนี้อิฉันทำขนมปังทาเนยมา  ได้โปรดรับไว้ด้วยเถอะคะ ” 

 

“  ท่านนักบวชขอรับ  นี่เป็นของตอบแทนที่ท่านช่วยรักษาลูกชายข้าเมื่อวันก่อน  ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง  โปรดรับของนี่ไว้ด้วย ” 

 

“  พี่นักบวชขา  ขอบคุณที่เมื่อวานช่วยลูลู่เก็บลูกบอลที่ตกน้ำ  หนูเก็บดอกไม้สวย ๆ มาฝาก ” 

 

“  สวัสดีเจ้าค่ะท่านนักบวช  นี่เป็นอาหารมื้อเที่ยงที่ทางบ้านของข้าทำไว้  โปรดทานให้อร่อยนะคะ ” 

 

“ ได้ยังไงกัน  ข้าก็ทำอาหารมาให้ท่านนักบวชนะ  ” 

 

“  เดี๋ยวเถอะ  อย่าเบียดเสียดกันสิ ” 

 

“  ท่านนักบวชวันนี้ช่วยแวะไปดูท่านยายของข้าทีนะครับ ” 

 

“  แวะไปดูเมียข้าด้วย  นางเพิ่งป่วยไข้เพราะออกไปเก็บสมุนไพรเมื่อวาน ” 

 

“  พี่นักบวชคร้าบ  ผมคัดอักษรเสร็จแล้ว   ท่านแม่ชมด้วยว่าสวย ” 

 

“  พี่นักบวช  วันนี้จะเล่าเรื่องอะไรให้ฟังหรือคะ  อยากฟังเรื่องเจ้าหญิงนิทราอีกจังค่ะ ” 

 

“  ใจเย็น ๆ ก่อนครับ  ขอบคุณสำหรับอาหารอีกครั้งนะครับ  ข้าจะทานให้หมดเลย   ท่านมิวริค  ท่านเทนิค เดี๋ยวยามบ่ายหน่อย ๆ ข้าจะไปดูท่านยายและภรรยาท่านให้นะครับ  ส่วนเด็ก ๆ ”  ย่อกายเล็กน้อย  มองตอบเด็ก ๆ ตัวน้อยที่มีสีหน้าตื่นเต้นอยู่  “  วันนี้เราจะเรียนกันที่ข้างโบสถ์เหมือนเดิม  แล้วเอานิทานติดตัวมาคนละเล่มนะครับทุกคน ” 

 

“  ค่าาา / คร้าบบบ”  เด็กขานรับเสียงใสแจ๋ว   วิ่งไปหาบิดามารดาอย่างตื่นเต้น 

 

นักบวชหนุ่มยังกวาดสายตาไปมองรอบ ๆ ขณะถามไถ่

 

“  ท่านยายครับ   เมล็ดดอกไม้ที่ผมให้ไปคงเริ่มโตบ้างแล้วสินะครับ ” 

 

“  โตแล้วเจ้าค่ะ   สีเขียวอ่อนน่ารักเชียว ”  หญิงชราตอบกลับด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม   ไม่หยุดเพียงแค่นั้น  นักบวชหนุ่มเริ่มกวานมือหาของที่โต๊ะข้างตัว  ส่งขวดยาขวดน้อยให้หลายคนที่หมายมาดเอาไว้ว่าจะให้

 

“ นี่เป็นสมุนไพรที่ขอเอาไว้นะครับท่านเอจิส  ข้าหามาได้เมื่อเช้านี้  ” 

 

“  โอ้  รบกวนเจ้าอีกแล้ว  แต่ขอบใจมาก  เดี๋ยวข้าจะหาต้นไม้ดี ๆ ไปฝากนะ ” 

 

“  ขอบคุณครับ  นี่ของท่านหมอ  นี่ของท่านลูน่า  ส่วนนี่ของ”  การแจกจ่ายของยังมีต่อไป  หลายสิบคนทยอยเอาของที่นำมาให้ท่านนักบวชวางเอาไว้แล้วโบกมือลาด้วยรอยยิ้ม    เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงที่ชาวบ้านยังเอ่ยปากคุยกับนักบวชหนุ่ม  จนแม้แต่คริสโตเฟอร์ก็วนมาหาองค์เซฟีรัสแล้วก็ยังแปลกใจกับการสนทนาที่ดูจะยาวนานเหลือเกิน

 

“ มีอะไรรึ  คริส ”  องค์เซฟีรัสถามน้อย ๆ

 

“  ดูเหมือนบ้านพักสำหรับนักเดินทางจะเต็มซะแล้ว  พวกเขาเป็นกลุ่มคนที่มาทำภารกิจกำจัดสัตว์ร้ายรอบ ๆ ดูเหมือนว่าหลังจากทหารที่พระองค์ทรงส่งมากำจัดสัตว์ร้ายและแก้ปัญหาการแห้งแล้งแต่ดูจะยังไม่เพียงพอ  แถบนี้เป็นที่อยู่ของสัตว์ร้ายมากมายที่ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว  พวกมันจึงยังไม่หมดสักที  จึงมีนักเดินทาง 10 กว่าคนที่มาทำภารกิจนี่ ” 

 

“  แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ ”  ตามสายตาของชาวบ้าน  คนมาทำภารกิจกำจัดสัตว์ร้ายย่อมมีประโยชน์และควรให้ความเกรงใจมากกว่าหนึ่งหญิงชราและหนึ่งชายวัยกลางคนซึ่งเดินทางมาพักผ่อนเท่านั้น 

 

คริสโตเฟอร์ตอบไปตามจริง

 

“  ชาวบ้านบอกว่าให้ขอลองพักอาศัยกับท่านนักบวชที่โบสถ์นี่ดู  เพราะที่นี่ก็ไม่ได้เก่ามากและมีห้องพักอยู่ ” 

 

“  งั้นเราคงต้องรอให้ชาวบ้านคุยกับนักบวชให้เสร็จก่อน ”  องค์เซฟีรัสสรุป  แต่อดเหลือบมองนักบวชหนุ่มในชุดสีขาวที่ดูโดดเด่นมากที่สุดท่ามกลางเช้าบ้านอย่างทึ่ง ๆ ไม่ได้  กับการสนทนาแทบกับชาวบ้านทุกคนราวอยู่มานานแรมปี  ทั้งที่ความจริงมาได้เพียง 3 วันเท่านั้น

 

เวลาผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง   เหล่าชาวบ้านจึงได้โบกมือลานักบวชหนุ่มซึ่งยังคงรอยยิ้มอ่อนโยนเจิดจ้าเอาไว้   คริสโตเฟอร์ประคับประคององค์กษัตริย์ในภาพลักษณ์หญิงชราเดินไปหาอีกฝ่ายช้า ๆ

 

“  มีอะไรให้ข้าช่วยเหลือหรือครับ ”  อีกฝ่ายถามด้วยรอยยิ้มนิด ๆ

 

“  พวกข้าเดินทางมาพักผ่อนที่นี่น่ะ  แต่บ้านพักของนักเดินทางนั้นเต็มแล้ว   พวกข้าเลยจะมาขออาศัยอยู่ที่โบสถ์แห่งนี้ ”  คริสโตเฟอร์พูดเสียงนิ่ง  หากเป็นคนอื่นคงชักสีหน้ากับเสียงเรียบ ๆ ฟังดูห้วนสั้นไม่มีความเกรงใจจนบางทีองค์เซฟีรัสก็รู้สึกกลุ้มกับองครักษ์คนสนิทคนนี้  แต่ถึงจะเป็นคนอย่างนั้นที่คนปกติจะไม่ชอบใจแต่ไม่ใช่กับนักบวชหนุ่มคนนี้แน่

 

“ งั้นหรือครับ  เชิญทางนี้ครับ  เดี๋ยวข้าจะพาไปห้องพักของพวกท่าน ”  มือเรียวขาวอย่างคนสุขภาพดีผายเป็นการเชื้อเชิญ   หญิงชราเริ่มกล่าวแนะนำตัวตน

 

“  ข้าชื่อ เฟรี่  เฟรี่   ดีพัส  ส่วนนี้ลูกชายข้า  คริส ” 

 

“  ยินดีที่ได้รู้จักครับ ”   ศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีเงินพริ้วไหวน้อย ๆ ตามการโค้งของศีรษะ  ริมฝีปากสีอ่อนเผยรอยยิ้มกว้างน่าประทับใจ

 

“  ผม วอดก้า  เอลนาโวลล์โรลล์ครับ ” 

 

 

 

 

 

ด้านหนึ่ง  ในบ้านพักของนักเดินทางที่มาทำภารกิจปราบสัตว์ร้าย   จินกำลังนั่งเล่นการพนันกับเพื่อนใหม่อย่างเฮฮาและสนุกสนาน   เรือนผมสีเขียวขี้ม้าและนัยน์ตาสีอำพันเป็นประกายสดใส   ด้วยนิสัยเรื่อย ๆ แต่เข้ากับทั้งหมดได้ดีทำให้จินซึ่งทำภารกิจกำจัดสัตว์ร้ายพร้อมเพื่อนใหม่ร่วมกลุ่มอีกสี่คนสนิทกันได้ไม่ยาก

 

“  ว้า  นายชนะอีกแล้ว  แอบโกงรึเปล่าเนี่ยจิน ”  เพื่อนสาวคนหนึ่งส่งเสียงว้าด้วยความเสียดาย

 

“  ฮ่า ๆๆ ของอย่างนี้มันอยู่กันที่ฝีมือ  เอ้า  เงินพวกนาย   เราเล่นกันสนุก ๆ เฉย ๆ ฉันไม่เอาเงินเพื่อนหรอก ” 

 

“  มันต้องอย่างนี่สิเพื่อนรัก ” 

 

“  ทีอย่างนี้ล่ะทำเป็นเรียกเพื่อนรัก  เมื่อกี้ยังทำท่างอนฉันอยู่เลย ” 

 

“ มันเป็นฟิวลิ่งน่ะ  แพ้ตลอดก็ต้องมีงอนบ้างอะไรบ้าง ” 

 

“  นายกากเองมากกว่าม้างงง ” 

 

“  เดี๋ยวเถอะจิน ! ” 

 

“  ฮ่า ๆๆๆ ” 

 

“  ว่าแต่ตกลงพวกเราจะไม่รวมกลุ่มล่ากันจริงๆ นะเหรอ ”  ใครคนหนึ่งเอ่ยถาม  เมื่อพวกเขาส่วนใหญ่ตกลงว่าจะไปล่ากันแค่  5 คนซึ่งค่อนข้างอันตรายมาก   แต่เหล่าหญิงสาวที่เป็นนักบวชและมือธนูก็รีบพูดขึ้น

 

“  อืม  พวกเราไม่อยากรวมกับพวกที่มองพวกเราด้วยสายตาโลมเลียน่ะ  แถมถ้าไปอยู่กลุ่มนั้นพวกเราคงตกเป็นขี้ข้า  ถูกใช้งานแล้วได้ผลตอบแทนน้อยนิดแน่ ”  พลางปรายตาไปมองคนกลุ่มใหญ่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักล่าภารกิจชั่งคราว  ไม่ได้ยึดถือเป็นอาชีพหลักซึ่งมักไม่ค่อยมีมารยาทและป่าเถื่อนกับคนที่เป็นอริด้วย   คนถามจึงได้แต่โคลงหัวรับ  เพราะชายคนหนึ่งซึ่งเดินทางมาขอพักผ่อนด้วยก็ถูกไล่ออกไป  ทั้งที่เดินทางมากับหญิงชราแท้ ๆ หลังจากนั้นพวกเขาก็พากันนั่งเล่นไพ่ต่ออย่างสนุกสนาน

 

นัยน์ตาสีอำพันปรากฏแฝงความนัยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น   ดวงตาลุ่มลึกยามมองไพ่ในมือที่แสดงหมายเลข 9 ความหมายของมันคือ หมายเลข ลัคกี้

 

“  ต้องหาทางมัดใจให้อยู่หมัดซะแล้ว ” 

 

พึมพำกับตัวเองเบา ๆ ด้วยรอยยิ้ม   ในเมื่อเห็นเป้าหมายแล้ว  ต่อไปก็ลุยดะซะ 

 

สายเชือกสีแดงสวดสดประดับมุกสีเดียวกันสะท้อนแสงอาทิตย์ยามบ่ายระยิบระยับขณะอีกด้านหนึ่งที่แสงตกไม่ถึงกลับทะมึนดำ  แววตาหลังเส้นผมสีเขียวขี้ม้ายังเริงร่าแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยปริศนาทุกประการ

 

 

 

 

 

 

บาร์เหล้าแห่งหนึ่งในเมือง

 

“  ไอ้หนู  ขอเหล้าอีก 3 ที่ ด่วน !” 

 

“  สักครู่คร้าบบบบ ”  เสียงเด็กหนุ่มผมสีส้มสดใสยุ่งเหยิงขานรับดังลั่น  เนื่องเพราะร้านนี้เป็นบาร์เหล้าทั้งยังเป็นร้านอาหาร  ไม่แปลกที่จะมีเสียงดังโหวกเหวกอยู่ตลอดเวลา

 

“  น้อง ๆ เมนูหน่อย ! ” 

 

“  นี่ครับผม ! ” 

 

“  ไอ้เด็กแสบ  เอาเหล้ามาด่วน ๆ เดี๋ยวโดนฐานชักช้า ” 

 

“  โหลุง  ทำเป็นวัยสะรุ่นใจร้อนไปได้  หน้าตาก็ใกล้ลงโลงแล้วทั้งที ” 

 

“  บ๊ะ  ไอ้นี่  หาเรื่องรึไงวะ ”

 

“  แฮ่ ~ เก๊า  ล้อเล่นหรอก  กินเหล้ามาก ๆ เดี๋ยวไม่มีเวลาดูใจหลานนาลุง ” 

 

“  ดูใจบ้านแกสิ  แค่ลูก  ข้ายังไม่มีเลย ! ” 

 

“  ไร้น้ำยานี่หว่า กิ๊ว ๆๆ”  

 

“  วิสโว๊ยยยย   เอาอาหารไปเสิร์ฟโต๊ะ 1,10,15 แล้วก็ 8 เดี๋ยวนี้ ! ” 

 

“  รับแซ่บ !!! ”  มือคว้าจานอาหารวางเรียงรายบนแขนก่อนรักษาสมดุล  เดินตัวปลิววางอาหารอย่างชิล ๆ เสียงทักทายเด็กหนุ่มที่แม้จะเพิ่งมาทำงานได้เพียง 3 วันแต่กลับเป็นที่น่าเอ็นดูของผู้ใหญ่รอบ ๆ ทั้งหมดด้วยความขี้เล่น   ทะเล้นและกระเซ้าเย้าแหย่คนรุ่นปู่ที่หน้าตาเหี้ยมอย่างมหาโจรอย่างไม่เกรงกลัว  

 

อีกฝ่ายเป็นเด็กหนุ่มนัยน์ตาสีม่วง   เส้นผมสีส้มมีชื่ออันเป็นเอกลักษณ์ว่า  วิสกี้  จึงเป็นที่ถูกใจเหล่าคนรุ่นใหญ่นักแลเพราะความปากหมา  และกวนบาทา  กล้า  ซ่าห์  ไม่เกรงใจใคร  แถมยังขยันขันแข็งทำงานอีกด้วย

 

กริ๊ง ๆ

 

เสียงกระดิ่งหน้าร้านบอกว่ามีลูกค้าเข้า   วิสกี้หันขวับ  ยิ้มแฉ่ง  เอ่ยเสียงดังลั่น

 

“  ยินดีต้อนรับคร้าบบบ !!! ” 

 

“  ไอ้วิสกัส ! เลิกตะโกนไล่ลูกค้าข้าซะที ! ”  เสียงเจ้าของร้านตะโกนขึ้นหลังฟังเสียงแสบแก้วหูจนแทบน็อค  จานเจินที่กำลังล้างอยู่ตกแตกไป 3 ใบ   คนในร้านที่รู้จักกับมาสเตอร์ร้านนี้ดีหัวเราะครืน  ยิ่งได้ฟังไอ้ตัวแสบมันตอกกลับยิ่งรู้สึกอยากขำซะให้ได้

 

“  ไล่บ้านลุงอ่ะดิ   นี่ผมเป็นนางกวักเรียกลูกค้าให้เข้ามาอยู่นะรู้เปล่า ! ” 

 

“  อย่างเอ็งนี่นะเรียกนางกวัก  ! ”  ย้อนถามเสียงสูง 

 

วิสกี้พยักหน้าหงึกหงัก

 

“  แหงแซะ  ลุงนั่งเงียบ ๆ ล้างจานไปเหอะ  อย่าลืมหักเงินตัวเองค่าทำจานแตกไป 3 ใบด้วยล่ะลุง ” 

 

“  หนอย  ข้าจะหักเงินเอ็งนี่ล่ะ ” 

 

“  ไม่รู้ไม่ชี้ โอ๊ะ  ลูกค้าเข้าอีกแล้ว  ยินดีต้อนรับคร้าบบบ !!! ” 

 

คราวนี้ร่างที่ก้าวเข้ามาถึงกับทำให้นัยน์ตาสีม่วงซึ่งเป็นประกายระยิบระยับอยู่แล้วกลายเป็นพราวระยับกว่าเดิม  ฉายแผนการหลากหลายอย่างในสมอง  ยามถลาไปรับหน้า  ผายมือนำลูกค้าให้ตามไปนั่งที่เคาท์เตอร์

 

“  เชิญทางนี้เลยคร้าบ ” 

 

มาทีรัส  องครักษ์ฝ่ายซ้ายคุมทัพองครักษ์เลิกคิ้วมองเด็กหนุ่มเล็กน้อย  เดินตามไปนั่งก่อนส่งเสียงทักเจ้าของร้านที่อยู่หลังเคาท์เตอร์

 

“  สวัสดีฟาวน์มิค  ร้านยังคึกคักเหมือนเดิมเลยนะ ” 

 

“  แน่นอนอยู่แล้ว ”   อีกฝ่ายหรี่ตาเล็กน้อย  ก่อนยิ้มกว้าง  “ ร้านข้าซะอย่าง ” 

 

“  แล้วอัลโตหายไปไหนล่ะ ”  ว่าพลางกวาดตาซ้ายขวาหาพนักงานประจำซึ่งทำงานที่นี่มานาน  มาทีรัสซึ่งปลอมตัวเป็นคนธรรมดาเวลาคิดถึงฟาวน์มิคซึ่งเป็นเพื่อนเก่าหรือเวลาหิว  อยากหาเหล้าหาอาหารนี้ก็จะมาที่นี่ซึ่งเป็นร้านประจำ   อย่างน้อยหนึ่งวันในหนึ่งสัปดาห์ก็จะมาเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ  ซึ่งเขามาบ่อยจนเกือบปีได้แล้วทำให้รู้จักพนักงานเพียงคนเดียวของร้านอย่างอัลโตซึ่งเป็นหลานชายของฟาวน์มิคดี  เมื่อครั้งนี้ไม่เจอเด็กหนุ่มแต่เจอเด็กใหม่อีกคนเป็นเรื่องปกติที่เขาจะสงสัย

 

ฟาวน์มิคเป็นชายวัย 60 กลาง ๆ เคราขาวยาวเลยคางเล็กน้อย   มือเช็ดแก้วเหล้าอย่างรวดเร็วและสะอาดวับ  ขณะตอบกลับไปด้วย

 

“  ก็เมื่อสัปดาห์ก่อนน่ะสิ  ดันเซ่อซ่าร่วงตกบันไดจนแขนหักขาหักซะได้  เกือบเดือนนู้นกว่าจะหาย  ข้าก็เลยต้องหาพนักงานชั่วคราวมาแทน  แล้วก็”  ชี้แก้วเหล้าไปทางเด็กหนุ่มที่วิ่งวุ่นเก็บเงินอยู่ “ ได้เจ้าหนูนั่นมา  เห็นตัวผอม ๆ อ้อนแอ้นแบบนั้นอย่าได้ดูถูกเชียว  พลังมันนี่มาเต็ม  ข้าใช้งานขนาดไหนก็ไม่เคยบ่น  เหมาะที่สุดที่จะเป็นทาส เอ๊ย  พนักงานชั่วคราวของร้าน  เสียแต่ปากมันกวนไปหน่อย” 

 

มาทีรัสแอบส่ายหัวน้อย ๆ ยิ้มนิด ๆ อย่างขบขันกับคำที่สหายเก่าหลุดพูดออกมาอย่างไม่ปิดบัง  ดวงตามองวิสกี้ที่วิ่งฝ่ากลุ่มคนถือของและทรงตัวเดินไปเดินมาอย่างรวดเร็วด้วยความสนใจ  ก่อนจะสังเกตเห็นอากัปกิริยาที่คนรอบข้างทักทายเอ่ยแซวเด็กหนุ่มกันมั่วไปหมดแล้วถามต่อ

 

“  มาทำงานได้กี่วันแล้วล่ะนั่น ” 

 

“  3 วัน  แปลกใจเหมือนกันที่ลูกค้าประจำข้าติดใจไอ้หนูนี่นัก ” ตอบยาวเหยียดสมเป็นเพื่อนเก่ากันมานาน  ก่อนฟาวน์มิคจะตะโกนเรียกวิสกี้เสียงดังลั่น 

 

“  วิสกัสโว๊ยยยย ! ได้เวลาทานอาหารแล้ว ! ” 

 

วิสกี้หันขวับ  สาวเท้าไปหาพร้อมทำหน้างอง่ำ

 

“  โห่ลุงงงง  เรียกซะผมเป็นอาหารหมาไปเลย  ผมวิสกี้  ไม่ใช่วิสกัส  ลุงมั่วแล้ว ” 

 

“  มันก็เครือ ๆ กันนั่นแหละวะ  ข้าจะแนะนำคนรู้จักข้าให้ฟัง ” 

 

วิสกี้เดินไปหามาทีรัสและฟาวน์มิคที่เคาท์เตอร์  โค้งตัวเล็กน้อยให้ผู้อาวุโสกว่า  ขณะกล่าวด้วยรอยยิ้มทะเล้นอันเป็นเอกลักษณ์

 

“  ผม  วิสกี้  อีฟราโทโร่ครับ  เป็นพนักงานประจำที่นี่ ” 

 

“  นี่เพื่อนข้า  มารัส รู้จักกันไว้ล่ะ ” 

 

“  ชื่อเป็นแอลกอฮอล์งั้นหรือเนี่ย  เท่ไม่หยอกนี่นาเจ้าหนู ”   มาทีรัสยกยิ้มเอ็นดูเด็กหนุ่มตรงหน้า  รู้สึกถูกชะตาด้วยแปลก ๆ

 

วิสกี้ยิ้มยิงฟัน  ชมเปลาะบ้าง

 

“  ชื่อลุงก็เท่เหมือนกัน  มารัสภาษาทริสทอร์ที่แปลว่า เกียรติยศ  สุดยอดดด ”  ว่าแล้วลากเสียงยาว  ยิ้มแฉ่ง  ยิ่งทำให้มาทีรัสเอ็นดูขึ้นไปอีกถึงขนาดกล้ายกมือขยี้เส้นผมอีกฝ่าย

 

“  เก่งจริงนะเราน่ะ  รู้ภาษาถิ่นทริสทอร์ด้วย ” 

 

“  ผมซะอย่าง  นี่ใครกันครับ ?  ผมคือ---” 

 

“  ไอ้ลูกหมาวิสกัสไง ”  ฟาวน์มิคแทรกคำตอบ  ก่อนจะหัวเราะร่วนเมื่อไอ้ลูกหมาที่ว่าค้อนตาใส่

 

“  โธ่ลุงอ่ะ  ผมนี่วิสกี้ครับ  เลิกเรียกผมว่าวิสกัสสักทีเถอะ  ฟังแล้วหัวใจดวงน้อย ๆ ของผมมันเหี่ยวเฉาทุกที ” 

 

“  เออ ๆๆ ก็ให้มันเฉาไปสิว่ะ ” 

 

“  เฮ้ยลุง ! ระวัง ! ”  วิสกี้ตะโกนก้อง  ชี้นิ้วไปทางด้านหลังชายวัยชราที่ชะงักกึก  เผลอปล่อยแก้วหลุดมือตกทิ้งพื้นหันขวับมอง

 

เพล้ง !

 

“  อะไรวะ อะไร ?! ”  กวาดสายตามองรอบ ๆ แต่เมื่อเจอรอยยิ้มกว้างของไอ้ตัวแสบก็รู้ทันทีว่าโดนเด็กมันเอาคืน

 

“  ไอ้เวรนี่  ข้าจะหักเงินเดือนเอ็งทั้งค่าแก้วค่าจาน ” 

 

“  โห่  ไรอ่ะ  ลุงทำเองนี่หว่า  เฮ้ย ๆ อย่าเล่นของมีคม  มันอันตรายนะ ” 

 

มาทีรัสได้แต่มองภาพเบื้องหน้ายิ้ม ๆ เขาไม่ได้เห็นเพื่อนเก่าสดใสขนาดนี้มานานแล้ว  ซึ่งนั่นคงไม่พ้นพนักงานใหม่หน้าใสที่หยอกล้อคนรอบตัวอย่างสนุกสนาน  ก่อนเขาจะถอนหายใจ  นี่ถ้าเขามีลูกชายร่าเริงแบบนี้บ้างก็คงดีไม่ใช่ออกอาการหยิ่งยะโสจนบางทีเขายังแอบหมั่นไส้ตามทหารบางคนเลย

 

เอาเถอะ  สงสัยคงได้มาร้านนี้บ่อยขึ้นแล้วมั้งเนี่ย

 

 

 

 

เบรูสกำลังถูกใจเด็กหนุ่มคนหนึ่ง

 

เดี๋ยว ๆ ไม่ได้หมายถึงเขามีรสนิยมอะไรแบบนั้นหรอกนะ   เขาเพียงแค่บังเอิญไปเดินเล่นในวันหยุดที่สวนสาธารณะ  นั่งใกล้เด็กหนุ่มรุ่นคราวลูกของเขาคนหนึ่ง  อีกฝ่ายรัวคีย์บอร์ดถี่ ๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยกว่าชั่วโมงจนเขาอดสงสัยไม่ได้   เขาที่ขากลับกำลังเดินผ่านได้เหลือบมองหน้าจอนั้นแวบหนึ่ง  แม้จะไม่กี่วินาที  ทว่าเขาเห็นความสามารถในการเจาะระบบบางอย่างเข้าอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าระดับมือโปร

 

เขาจึงไม่พ้นสนใจชักชวนเด็กหนุ่มที่มีความสามารถคนนี้มาลองให้เข้าเป็นพนักงานฝึกหัดของกรมข่าวสาร  เพราะยิ่งมีคนมีฝีมือเท่าไหร่การป้องกันข้อมูลการรั่วไหลก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น

 

เริ่มแรกด้วยการตีสนิท  เขาลองเข้ามาคุยกับเด็กหนุ่มคนนี้  แต่ผลลัพธ์ที่ได้ชวนท้อใจมาก

 

“  สวัสดี  ฉันชื่อ เบรูส  เห็นเธอนั่งอยู่แถวนี้หลายวันแล้ว  เป็นคนที่นี่เหรอ ? ” 

 

“  …… ” 

 

“  …… ” 

 

เวลาผ่านไปสักพัก  กว่าเบราจะได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของเด็กหนุ่มเอ่ยตอบ

 

“  เปล่าครับ ” 

 

“  อ้อ  แสดงว่าแค่มาพักผ่อนเฉย ๆ สินะ ?” 

 

“  …… ”   ยังคงไร้คำตอบ  เขาคอยดูเด็กหนุ่มนั่งแก้รหัสหรือบางครั้งก็คล้ายเหมือนตรวจงานบางอย่างด้วยความสนใจ  ถึงเด็กหนุ่มจะเป็นคนพูดน้อยมาก  แต่ก็มีมารยาท  การบางคำถามตอบได้ก็จะตอบ  ซึ่งไม่แปลกสำหรับคนที่เพิ่งพบกัน   หากอยู่ ๆ เจอคนเข้ามาพูดคุยทั้งที่ไม่รู้จักกันย่อมระแวงเป็นธรรมดา

 

หลายวันต่อมาจนเกือบสองสัปดาห์  เบรูสยังคงไล่ไปไล่มาหาเด็กหนุ่มซึ่งเขายังไม่รู้แม้แต่ชื่อเพื่อชักชวนให้ลองเข้ามาทำงานในกรมข่าวสาร   แต่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธซะอย่างนั้นทั้งที่ไม่ใช่คำชวนง่าย ๆ เด็กหนุ่มตอบกลับมาหลังเขาถามหาเหตุผลว่า

 

“  มีงานประจำอยู่แล้วครับ ” 

 

แต่ชายวัยกลางคนก็ยังไม่คิดท้อ  เพราะฝีมือ  จากที่ดูมา  ทั้งประสบการณ์อันโชกโชน  เจาะได้แทบทุกระบบ  และสร้างระบบใหม่ขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์ราวเป็นเรื่องเคยชิน  เขาคงเสียดายแทบตายแน่หากปล่อยคนแบบนี้ให้หลุดมือไป

 

สุดท้ายเมื่อตื้อเข้ามาก ๆ เด็กหนุ่มก็ยอมตกลงจะทดสอบระบบรักษาข้อมูลให้  โดยจะชี้แจงข้อบกพร่องและจะช่วยแก้ไขจนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์  โดยไม่ขอค่าตอบแทนใด ๆ นอกเสียจากให้เลี้ยงขนมหวานทุกวัน

 

เบรูสตกลง  แน่นอนฝีมือระดับเทพคนนี้หาได้ยาก  และเขายิ่งพอใจขึ้นไปอีกเมื่อระบบเก่าถูกเจาะได้ง่ายดาย  และถูกอัพความยากถึงขั้นแอดวานซ์ตามการเสนอให้วางระบบซับซ้อนกว่าเดิมจนคนในกรมที่รวบรวมเหล่าอัจฉริยะไว้ยังไม่สามารถเจาะเข้าได้แม้รวมพลังกันกว่า 125 คน

 

แต่การปรับปรุงระบบนี้ถูกดำเนินเป็นการลับที่แม้แต่เบรูสซึ่งเป็นคนคอยคุมถึงกับปิดกรม  ยกงานให้ลูกชายทำและดึงตัวคนฝีมือดีที่รวบรวมมากวางระบบทับซ้อนอีกครั้ง   เรื่องนี้ดำเนินเป็นการลับสูงสุดที่แม้แต่ลูกชายของเขาเองก็ไม่รู้เรื่องด้วย

 

และในสัปดาห์ที่ 3 การวางระบบก็สมบูรณ์  เมื่อทดลองจนไร้ข้อผิดพลาดใด ๆ แล้วทั้งหมดถึงกับเฮลั่นด้วยความภาคภูมิใจ   แต่กว่าจะได้หันไปขอบคุณเด็กหนุ่มที่ฝีมือเหนือกว่าคนทั้งหมดก็พบว่าเบรานั้นถูกลากไปร้านของหวานแล้ว  ทุกคนที่นี่จึงรู้กันหมดว่าเด็กหนุ่มปริศนาที่ให้เรียกตนว่า เอสนั้นรักของหวานเป็นชีวิตจิตใจ  มีเพียงนาทีที่กินของหวานและประสบความสำเร็จเท่านั้นที่จะเผยรอยยิ้ม

 

หลังสิ้นสุดงานเบรูสก็จะนัดเด็กหนุ่มไปที่ร้านของหวานร้านประจำเสมอ   อยู่คุยแลกเปลี่ยนเรื่องต่าง ๆ มากมาย  บางครั้งอาจนั่งเล่นหมากรุกด้วยกัน   บางครั้งแข่งกันเจาะเข้าระบบอีกฝ่ายเอง   จนกระทั่งวันหนึ่งที่เบรูสได้รับกระดาษใบน้อยจากพนักงานเสิร์ฟซึ่งบอกว่าเด็กหนุ่มผมแดง  นัยน์ตาสีฟ้าสวมแว่นได้ฝากเอาไว้ให้

 

ในนั้นมีลายมือที่ตวัดเขียนไว้อย่างสวยงามว่า

 

 

สนุกมาก  แล้วพบกันใหม่   ขอบคุณที่เลี้ยงของหวาน

                                          S.

 

 

เบรูสได้แต่อมยิ้ม  ส่ายหัวอย่างระอาใจขณะพึมพำกับตัว

 

“  สุดท้ายเธอก็ไม่ยอมบอกชื่อฉันซะที ” 

 

ก่อนจะขมวดคิ้ว

 

เอ๊ะ  หรือว่าเขาดูไม่น่าไว้วางใจสักนิดกัน ?

 

 

 

 

 

ณ   โรงหมอในชนบทอันห่างไกล 

 

เด็กหนุ่มเรือนผมสีรัตติกาลและนัยน์ตาสีเดียวกัน  ดูไม่ค่อยน่าเข้าใกล้  สวมใส่เสื้อกาวด์สีขาวสะอาด  ด้านหลังปักลวดลายแพทย์อาสาประจำชายแดน   แขนข้างหนึ่งหิ้วตระกร้าสานใบใหญ่ที่จัดเรียงสมุนไพรสีเข้มไว้เรียงราย  มือเด็ดหญ้าที่ละต้นขึ้นมาดมกลิ่นก่อนจะวางในตระกร้าอย่างทะนุถนอม  

 

เขายิ้มทักแพทย์อาสาคนอื่น ๆ ที่เดินผ่านมานิด ๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท   ก่อนจะก้มหน้าก้มตาควานหาของที่ต้องการต่อ  โดยหางตาปรายเห็นชายวัยกลางคนในชุดสีขาวดิ้นทองซึ่งแสดงถึงฐานะทางแพทย์ที่สูงกว่ากำลังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือไปด้วยท่าทางเคร่งเครียด

 

รอยยิ้มผุดนิด ๆ ที่มุมปาก  หมอปีศาจยังแสร้งง่วนกับการหาสมุนไพรต่อไป   แล้วก็ชนกับอีกฝ่ายดังพลั่ก ! ตามคาด

 

“  ขอโทษครับ/ขอโทษ ”  สองเสียงดังประสาน  สมุนไพรที่รัมเก็บมาหล่นกระจาย  เขารีบย่อกายลงก้มเก็บหนังสือส่งให้อีกฝ่ายก่อน  ตามด้วยเก็บสมุนไพรของตัวเอง

 

เซอร์ไล  หมอเทวดารีบช่วยตามเพราะมันเป็นความผิดเขาด้วยที่เอาแต่เดินไปอ่านหนังสือไป

 

“ ขอโทษจริง ๆ ที่มัวแต่ก้มอ่านหนังสือ  ” 

 

เด็กหนุ่มส่ายหน้าน้อย ๆ “  ไม่หรอกครับ  ทางผมเองก็มัวแต่ก้มไม่ดูทางเหมือนกัน ”  ถึงจะเหมือนรีบร้อนแต่ข้อมือก็พลิกจับสมุนไพรที่ละต้นอย่างรวดเร็ว  แต่กลับจับได้ถูกวิธีได้ทุกต้นโดยที่สมุนไพรแต่ละชนิดไม่มีถูกทำให้เสียหายแม้แต่น้อย  และนั่นตรึงสายตาของเซอร์ไลได้ไม่น้อยกับฝีมือเด็กหนุ่มตรงหน้า

 

เมื่อเก็บเสร็จแล้ว  ฝ่ายคนอายุน้อยกว่าก็โค้งตัวขอโทษอีกครั้งพร้อมยิ้มนิด ๆ เป็นเชิงขออภัยอีกครั้ง

 

“  ขอโทษจริง ๆ ครับท่าน ” 

 

“  ไม่เป็นไร ๆ ”  ยังไม่ทันที่เซอร์ไลจะได้ถามว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้านั้นเขาอยู่หน่อยไหนในหน่วยแพทย์อาสาสมัคร  อีกฝ่ายก็สาวเท้ายาว ๆ หายลับไปอย่างรวดเร็วและลึกลับไม่น้อย

 

หมอเทวดาจึงทำได้เพียงยกมือที่จะเรียกเด็กหนุ่มค้างไว้  ก่อนเปลี่ยนมาลูบคางตนเองอย่างครุ่นคิด

 

หญ้าแสงจันทร์   ต้นเออร์ต้า   สกุลหิมะขอบทองอีก 3 ชนิด  เข็มแดง 3 สี  บุบผาสีชาด  หยาดน้ำค้างกลางหาว  ต้นไร้น้ำตา  

 

รวมทั้งหมด  9 อย่าง  พืชแต่ละอย่างดูเหมือนมีสรรพคุณแค่ช่วยในการรักษาอาการเจ็บไข้เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่น้อยคนนักที่จะรู้หากนำพวกมันมาหลอมกันอย่างถูกวิธี   จะเป็นยาชั้นดีในการช่วยฟื้นฟูแต่วิธีการสกัดและการทำนั้นยากมาก  หากไม่มีฝีมือจริง ๆ คงเหลวแน่

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองตามไล่หลังไป  ทางสภาแพทย์เพิ่งจะบ่นเรื่องที่เขาไม่หาลูกศิษย์เพื่องานแข่งขันแพทย์รุ่นใหม่สักที  หากเด็กคนเมื่อกี้เป็นเพชรเม็ดงาม  เขาคงไม่ปล่อยไปง่าย ๆ

 

เอาเถอะ  จะหมู่หรือจ่า  ยังมีเวลาอีกหลายวันในการพิสูจน์

 

หมอเทวดาไหวไหล่นิด ๆ แล้วก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือโดยไม่รู้ว่าท่าทางครุ่นคิดนั้นตกอยู่ในสายตาของคนที่เพ่งจากไป

 

 

 

 ต่อ

 

 

ในพระราชวังหลังงาม   เจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์กำลังจัดการงานเอกสารเบื้องหน้าด้วยความเงียบงัน  จนคิดว่าได้เวลาที่จะพักแล้วจึงวางปากกาขนนกลง   ก้าวเดินออกจากห้องทำงานมุ่งตรงไปยังสวนดอกไม้ขนาดเล็กของตนซึ่งสั่งคนให้ปลูกไว้เมื่อนานมาแล้ว

 

ดอกไม้สีขาวแซมสีอื่น ๆ หลากสีสันพากันส่องแสงสีสวยงดงามบนผืนดิน  เมล็ดดอกไม้ถูกโปรยอีกครั้งเมื่อชายหนุ่มนั้นใช้สายลมตัดดอกไม้มาช่อหนึ่ง  เป็นดอกไม้ดอกเล็กแซมสีแดงส้ม  สีฟ้าและสีน้ำเงินที่มัดรวบด้วยริบบิ้นสีม่วงสวย  ซึ่งตัวเขานั้นรู้ดีว่าหญิงสาวในคราบชายหนุ่มไม่มีทางรู้จักความหมายลึก ๆ ของตัวดอกไม้นี้

 

รอยยิ้มจากผู้ได้ฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผุดน้อย ๆ ที่ริมฝีปากหลังใครบางคนส่งจดหมายมาหาบ่อยครั้งตอบจดหมายเขาทุกวัน   สารภาพว่าต้องทำภารกิจของโรงเรียนสาธิตเซนท์ปิแยร์ที่ได้รับมอบหมายจากผอ.สาวที่บีบบังคับพวกเธอทุกคนและให้เก็บเป็นความลับ

 

วอดก้าไม่ได้บอกรายละเอียดมากนักว่าทำงานที่ไหน  แต่มักบอกเล่าเรื่องราวประจำวันสั้น ๆ ให้เขารู้ว่าตัวเองไปเป็นนักบวชเพื่อดูแลหมู่บ้านหมู่บ้านหนึ่ง  และจากจดหมายไม่กี่วันก่อนบอกว่ามีหญิงชราและบุตรชายที่เป็นนักเดินทางมาขอพักที่โบสถ์ด้วย  ดูเหมือนวอดก้าจะชอบใจนิสัยของหญิงชราจริง ๆ ถึงบอกเล่ามาแทบทุกจดหมาย

 

และเขาก็ค่อนข้างพอใจเมื่อรู้ว่า ท่านเฟรี่นั้นหมั่นเตือนไม่ให้วอดก้าไปไหนก็ไหนกับผู้ชายคนใดบ่อยนัก  และคล้ายจะเอ็นดูวอดก้าเป็นอย่างมาก  

 

หญิงสาวนั้นเป็นคนนิสัยดี  แม้จะอยู่ในภาพลักษณ์ชายก็มักดึงดูดผู้คนรอบข้างเสมอ  เพราะฉะนั้นเขาถึงคิดที่จะเริ่ม รุกใส่หญิงสาวตามที่ผู้เป็นเพื่อนทั้งหลายขะยั้นขะยอ

 

“  ไง ไดซ์  มาตัดดอกราฟิเดียอีกแล้วเหรอ  ” 

 

……. ”   พาราไดซ์พยักหน้ารับคำของวิมเลทน้อย ๆ ร่ายมนตร์ส่งของในมือพร้อมจดหมายไปหาใครบางคน  ก่อนจะเดินตีคู่ไปพร้อมผู้เป็นเพื่อนที่เริ่มบ่นถึงใครบางคนอีกครั้ง

 

“  วิสกี้นะวิส  แกล้งส่งดอกไม้แถมกลอนจีบมาให้ทุกวันจนทหารเขาลือกันไปทั่วแล้วว่าลูกชายหัวหน้าองครักษ์มาทีรัสโดนผู้ชายจีบ ” 

 

“  ไม่ชอบ ? ”  แสร้งเลิกคิ้วถาม  ก่อนจะหัวเราะในลำคอน้อยๆ กับท่าทางหัวฟัดหัวเหวี่ยงของผู้เป็นเพื่อน

 

“  แหงซิฟะ ” 

 

พลั่ก !

 

“  ทำเป็นพูดดี  จริง ๆ ถ้าโยนทิ้งไปซะก็สิ้นเรื่อง  แต่แกดันเก็บดอกไม้ทุกอย่างไว้ในห้องอย่างดี   รวมถึงการ์ดกับจดหมาย เขาจะลือทั่ววังก็ไม่แปลกหรอก ”  บราวน์ที่กำลังเก็บสมุนไพรจากเรือนเพาะชำใกล้ ๆ ที่บังเอิญได้ยินกระโดดฟาดไหล่ผู้เป็นเพื่อนดังสนั่น  

 

วิมเลทเบ้หน้า   งึมงำพูด

 

“  ก็มันมาจากยัยนั่นนี่หว่า ” 

 

“  เฮอะ  แกนี่มันอ่อนจริง ๆ ”   วิมเลททำหน้าบึ้งเมื่อโดนเพื่อนสบประมาท  แต่ยังไม่ทันอ้าปากแย้ง  เสียงของลูกชายกรมข่าวสารก็ดังขึ้นลอย ๆ

 

“  ว่าแต่เขา  ใครกันวะแอบเก็บสมุนไพรมีค่าส่งไปให้ใครบางคนตามที่สั่งตลอด   เอาของหลวงไปให้คนอื่นแบบนี้มันผิดกฏนะเฟ้ย ” 

 

บลัดดี้แสยะยิ้มมุมปาก  ทำลอยหน้าลอยตาเมื่อเห็นลูกชายแพทย์หลววงทำหน้าซีดสลับกับกัดฟันกรอด   เคียร์ที่เดินตามาหลังเพราะได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็ส่ายหัวน้อย ๆ

 

“  เลิกแกล้งบราวน์ได้แล้ว  นายก็เถอะ  บ่นกับฉันทุกทีว่าไม่ชอบของหวาน  ฉันก็บอกให้ส่งจดหมายบอกเติร์กว่าไม่ต้องส่งขนมมาแล้วก็ไม่เอา   แล้วก็ต้องมานั่งกินเค้กทุกวันจนนายอ้วนแล้วนะบลัด ” 

 

“  เฮ้ย  ไม่จริงน่า  หุ่นฉันยังโออยู่  ไม่ถึงกับอ้วนซะหน่อย ”  ประโยคท้ายพึมพำกับตัวอย่างไม่มั่นใจ  บราวน์ได้ทีขี่แพะไล่ผู้เป็นเพื่อน

 

“  ยอมรับเถอะ  แกอ้วนแล้วเพื่อนเอ๋ย ” 

 

“  บ้าจริง  ต้องไปลดน้ำหนักหน่อยแล้ว  อ่อ เคียร์  ไอ้ชุดเย็บปักถักร้อยที่นายกะจะทำผ้าพันคอให้จินน่ะ  หลบ ๆ หน่อยก็ดีนะ  สาว ๆ เขาหัวเราะคิกคักเรื่องนายยิ้มไปถักผ้าพันคอไปให้คนที่ชอบน่ะ ” 

 

เคียร์หน้าแดงวาบเมื่อถูกเพื่อนทัก  ขานรับเขา ๆ

 

“  อ่า  เข้าใจแล้ว ”  เขายกมือเกาแก้มแก้เก้อ  เห็นจินบอกว่าพอเปิดเทอมก็จะเข้าหน้าหนาวพอดีเลยกะชวนเขาไปซื้อผ้าพันคอ  แต่เขาห้ามไว้ก่อนเพราะอยากถักผ้าพันคอให้อีกฝ่ายใช้น่ะสิ

 

“  เหอะ  เบื่อจริงคนมีคู่ ”  วิมเลทว่าอย่างหงุดหงิด  พาราไดซ์เหล่ตามองเล็กน้อย  ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าอาการหงุดหงิดมากกว่าปกติของอีกฝ่ายเป็นเพราะวันนี้ตนถึงช่วงบ่ายยังไม่ได้ช่อดอกไม้กับจดหมายจีบเลย

 

บราวน์   บลัดดี้   เคียร์เหล่สบตากันบ้าง

 

“  ท่านวิมเลทขอรับ  ดอกไม้มาล”   นายทหารที่คอยแจ้งข่าวซึ่งกระหืดกระหอบวิ่งมายังไม่ทันกล่าวจบ   เจ้าตัวคนรับก็หายไปซะแล้ว

 

“  ทำเป็นพูดงั้นงี้   จริง ๆ น่ะรออยู่ทุกวันไม่ใช่รึไง ” 

 

“  นั่นสิ ฮ่า ๆๆๆ ” 

 

 

 

 

ทางด้านหนึ่ง  หลายวันต่อ ๆ มาที่หมู่บ้านซาเยียร์   ที่โบสถ์เก่าของหมู่บ้านซึ่งมีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาอีก 2 คนไม่ทำให้นักบวชหนุ่มรู้สึกลำบากใจแม้แต่น้อย   กิจวัตรประจำวันของเขาเพิ่มมาหลายอย่าง  คือตื่นมาทำอาหารเช้าเผื่อคนทั้งสอง   และเตรียมรถเข็นเพื่อพาหญิงชราเดินชมรอบหมู่บ้าน  การได้พูดคุยกับอีกฝ่ายในช่วงเวลาที่ผ่านมาสร้างสีสันการมาประจำชั่วคราวที่นี่ได้ไม่น้อย

 

ทางด้านองค์เซฟีรัสซึ่งควรจะมาวันต่อวันหรือแค่วันล่ะ 3-4 ชั่วโมงเพื่อกลับไปจัดการเอกสารก็กลายเป็นอยู่ยาว  หนึ่งเพราะรายงานของคริสโตเฟอร์ที่พบแหล่งกำเนิดดำมืดบางอย่างซึ่งทำให้เหล่าสัตว์ร้ายอาละวาด   ซึ่งพวกเขาต้องสืบเสาะและหาข้อมูลให้ได้มากกว่านี้  อีกอย่างหนึ่งอาจเป็นเพราะ

 

“ ท่านยาย  วันนี้ดอกราฟิเดียของท่านบานแล้วนะครับ ”  ร่างนักบวชหนุ่มผลุนผลันเข้ามาด้วยความตื่นเต้น  ใบหน้าธรรมดาฉายความยินดีและคงรอยยิ้มนุ่มนวลดั่งทุกครั้ง

 

องค์เซฟีรัสในคราบหญิงชราเฟรี่เลิกคิ้วสูง  ทวนถามอีกครั้งด้วยความฉงนปนแปลกใจเมื่อได้ฟัง

 

“  โตแล้วรึ ” 

 

นักบวชหนุ่มยิ้มกว้าง  พยักหน้าหงึกหงักขณะประคองหญิงชราเดินออกไปด้านนอกโบสถ์ซึ่งเพียงเห็น   อีกฝ่ายก็ต้องเบิกตากว้างทันที

 

ดอกไม้สีขาวนวลลออแซมสีชมพูและสีม่วงอ่อนเป็นจุด ๆ จากใจกลางเติบโตตัดกัน   พวกมันแข่งกันเปล่งละอองแสงระยิบระยับท่ามกลางผืนหญ้าสีเขียวสวย  แม้จะเป็นดอกไม้เล็ก ๆ แต่กลับดูน่ารักน่าชังอย่างยิ่งแต่การจะปลูกมันให้โตช่างยากกว่าการปลูกดอกไม้ปกติสามสี่เท่าได้เลย

 

ผู้ที่คิดจะปลูกราฟิเดียต้องมีความเอาใจใส่ในการปลูกอย่างยิ่งยวด  เพราะดอกไม้ชนิดนี้เติบโตยากหากไม่มีความรักให้  ต้องระมัดระวังในการให้น้ำและแสงแดด  ที่พิเศษกว่านั้นคือสามารถเติบโตได้ด้วยเวทมนตร์  ส่วนธาตุแล้วแต่ผู้ที่ต้องการปลูก  ซึ่งวอดก้าใช้ธาตุแสงและธาตุน้ำในการเลี้ยงดู   เขาได้รับเมล็ดดอกราฟิเดียมาจากท่านยายเฟรี่ซึ่งให้เป็นของตอบแทนที่เขาทำอาหารให้ทานทุกมื้อและเพราะต้องการให้ตอบแทนใครบางคนซึ่งส่งช่อดอกราฟิเดียพร้อมจดหมายมาให้ประจำ  

 

หลังจากช่วงเช้าเป็นการสวดมนตร์และเผยแพร่ศาสนา  ช่วงบ่ายวอดก้าก็จะช่วยสอนหนังสือเด็กและตรวจตราคนเจ็บป่วย   จนกระทั่งเย็น ๆ ก็จะมาอยู่เป็นเพื่อนคุยหญิงชราจนตอนนี้เฟรี่รู้หลายอย่างเกี่ยวกับวอดก้าเป็นอย่างดี 

 

ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างโบสถ์ซึ่งวอดก้ามักเข็นหญิงชรามานั่งข้างใต้และชวนคุยจนพระอาทิตย์ตกเกือบทุกครั้ง   ครั้งนี้แปลกอยู่อย่างเมื่อมีจดหมายบางอย่างปรากฏเบื้องหน้าของนักบวชหนุ่มเพราะปกติมักจะมายามสาย ๆ ของแต่ละวัน

 

เฟรี่ไม่ได้ส่งเสียงทัก  เพียงเฝ้ามองใบหน้าของเด็กหนุ่มคราวลูกเปลี่ยนไปมา   ตั้งแต่อมยิ้ม  หัวเราะขบขัน แสดงความละมุนละไมในสายตาและอ่อนโยนยิ่งกว่ายามมองใคร ๆ หลายครั้งที่จดหมายถูกส่งมา    ซึ่งทุกครั้งวอดก้าก็จะตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม  เป็นเช่นนี้นับตั้งแต่เฟรี่มาอาศัยอยู่ด้วย

 

และครั้งนี้มันก็มาพร้อมช่อดอกไม้  ดั่งทุกครั้ง

 

“  หึ ๆๆ เพื่อนเจ้าช่างแปลกเสียจริงนะ ”  เฟรี่พูดยิ้ม ๆ หลังนางรู้ว่าเพื่อนที่ส่งจดหมายให้เขาทุกวันรวมถึงช่อดอกราฟิเดียให้นั้นเป็นผู้ชาย  แม้จะเป็นเพื่อนสนิทกันก็ตาม

 

วอดก้าที่ได้ในครั้งแรกเองก็ทำหน้าพิศวงอย่างไม่เข้าใจเช่นกันว่าเจ้าชายหนุ่มคิดจะทำอะไร  จึงส่งจดหมายที่เขียนข้อความสั้น ๆ ให้เฟรี่อ่านว่ามาจากเพื่อนสนิท

 

 

ราฟิเดีย

ขอให้ทำภารกิจสำเร็จไว ๆ อย่าลืมเขียนจดหมายตอบมาบ้าง

P.s.T.

 

 

ทางด้านองค์เซฟีรัสถึงจะหน้าเปลี่ยนสีไปวูบตอนเห็นดอกราฟิเดียแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากนัก  เพียงกล่าวหยอกล้อว่าคงเป็นเพื่อนที่สนิทสนมมากซึ่งวอดก้าก็เล่าโดยไม่ปิดบังว่าสนิทกันจริงเนื่องเพราะเป็นรูมเมทกันและทำงานด้วยกันตลอดเวลา  แถมอยู่ชมรมเดียวกันอีก    ดังนั้นเวลาอยู่โรงเรียนจึงแทบตัวติดกัน 24 ชั่วโมง

 

วอดก้าจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับตนเองเว้นสถานที่เจาะจงเช่นเรียนอยู่ที่ไหนและชื่อของเพื่อนสนิทคนนี้ที่ปิดบังไว้   นั่นไม่แปลกสำหรับองค์เซฟีรัสเพราะทุกผู้คนล้วนมีเส้นแบ่งขีดความสนิทสนมเอาไว้  และการบอกเรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับตนกับคนแปลกหน้าทุกอย่างก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก

 

แต่เด็กคนนี้ทำให้พระองค์ทึ่งหลายอย่างจริง ๆ ไม่ว่าจะท่วงท่า  กิริยามารยาทอย่างคนได้รับการอบรมอย่างดี  ความรู้  สติปัญญาและความสามารถรอบด้านที่ครบถ้วนทุกประการจนอดชื่นชมไม่ได้  ความงดงามด้านจิตใจ   รู้แบ่งปัน  เปี่ยมด้วยเมตตา  เต็มไปด้วยเหตุผลและน้ำใจช่างหาได้ยากจริง ๆ ดังนั้นพระองค์จึงชอบเด็กคนนี้ได้อย่างง่ายดายนักและใช้เวลาไม่นานเด็กคนนั้นก็สนิทกับพระองค์อย่างง่ายดายจนพระองค์มองเหมือนเป็นลูกเป็นหลานคนหนึ่ง

 

“ หือ ? ครั้งนี้เจ้าจะส่งดอกราฟิเดียไปให้ด้วยหรือ ? ”  นางถามอย่างสงสัยเมื่อวอดก้าแนบดอกราฟิเดียสามสี่ดอกใส่ไปในจดหมาย

 

วอดก้าเลิกคิ้วสูง

 

“  ท่านยายบอกเองไม่ใช่หรือครับว่าดอกราฟิเดียมันหมายถึงซาบซึ้งในมิตรภาพ  ผมก็น่าจะส่งตอบกลับไปนี่ครับ  ไหน ๆ ก็อุตส่าห์ปลูกดอกราฟิเดียได้สวยขนาดนี้แล้ว ”  ว่ายิ้ม ๆ ขณะใส่ดอกราฟิเดียวดอกเล็กลงในซองจดหมายอย่างทะนุถนอม

 

องค์เซฟีรัสขานรับ

 

“  นั่นมันก็จริง ” 

 

แต่ความในใจของพระองค์กลับเริ่มตงิดบางอย่างกับความรู้สึกของเพื่อนสนิทของเด็กหนุ่มคนนี้   ดอกราฟิเดียมี 2 ความหมายเป็นดอกไม้ของคนชั้นสูงในทริสทอร์  มักสื่อในการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างมิตรสหายซึ่งแทบไม่มีใครรู้ความหมายบางคนยังสับสนกับดอกเดซี่  ดังนั้นดอกราฟิเดียจึงถือเป็นดอกไม้มงคลเพราะปลูกยาก  มีคนรู้จักน้อยและราคาแพง   สมัยนี้แทบจะไม่มีใครรู้จักเพราะจัดได้เป็นดอกไม้โบราณ  คนที่มีฐานะมากพอจะซื้อมันมาเลี้ยงได้ถึงจะมีไม่น้อยแต่ก็ไม่มาก  ดูจากสีของดอกราฟิเดียที่ส่งมาบอกว่าคนปลูกมันใช้ธาตุน้ำแข็งและธาตุไฟในการเพาะเลี้ยง  มันจึงแผ่ไอเย็นบริสุทธิ์และอยู่มาได้เนิ่นนานขนาดนี้

 

ความหมายของการเพาะเลี้ยงดอกราฟิเดียด้วยเวทย์มนตร์แบ่งได้เป็นหลายความหมาย

 

 

ธาตุดิน  ดอกราฟิเดียแซมสีน้ำตาลเหลืองทอง หมายถึง ความสัมพันธ์ที่ขอให้ยั่งยืน

 

ธาตุไฟ  ดอกราฟิเดียแซมสีแดงส้ม  หมายถึง ขอให้มิตรประสบความสำเร็จและขอให้ความรักยั่งยืน

 

ธาตุน้ำ ดอกราฟิเดียวแซมสีน้ำเงินหรือม่วง หมายถึง ขอให้ความเป็นอยู่ในชีวิตเพื่อนคนนี้ราบรื่น

 

ธาตุลม  ดอกราฟิเดียแซมสีเหลืองอ่อน  หมายถึง ขอให้ประสบพบความเจริญรุ่งเรือง

 

ธาตุมืด ดอกราฟิเดียแซมสีเทาหรือสีดำ หมายถึง ขอให้ภยันอันตรายใด ๆ ไม่สามารถกร้ำกรายสหายสนิทได้

 

ธาตุแสง ดอกราฟิเดียแซมสีชมพูอ่อน  หมายถึง  ขอให้เพื่อนสนิทหรือเพื่อนคนนี้สมหวังในสิ่งที่คิดไว้

 

และธาตุน้ำแข็ง  ดอกราฟิเดียแซมสีฟ้าอ่อน  หมายถึง ขอให้ความสัมพันธ์นี้มั่นคงนิรันดร์ตลอดไป

 

และอีกความหมายหนึ่งของดอกราฟิเดียเมื่อนำดอกราฟิเดียสีแซมแดงส้ม  สีฟ้า  และสีน้ำเงินรวมกันหมายถึง การบอกรักและบอกหมายมาดจับจองไว้

 

พระองค์คงจะไม่กลุ้มพระทัยหากวอดก้าไม่ส่งดอกราฟิเดียสีชมพูอ่อนและสีฟ้าตอบกลับซึ่งรวมความหมายคล้ายว่า หวังอะไรขอให้ได้สิ่งนั้นและให้ความสัมพันธ์ยั่งยืนนิรันดร์ตลอดไป

 

อย่างนี้หากเพื่อนสนิทคนนั้นคิดกับเด็กหนุ่มในเชิงนั้นจริงๆ  ความซื่อตรงที่คิดส่งดอกไม้ขอบคุณกลับจะไม่เหมือนตอบรับคำขอนั้นหรอกหรือ ?!

 

แต่อะไรก็ไม่แน่ไม่นอน   คนส่งดอกไม้มาอาจจะไม่รู้ความหมายจริง ๆ ของดอกราฟิเดียก็ได้เพราะขนาดคนมีความรู้กว้างขวางอย่างเด็กหนุ่มนักบวชยังไม่รู้  อีกฝ่ายก็คงไม่รู้เช่นเดียวกันล่ะมั้ง

 

แต่ยังไงเตือน ๆ ไว้ก่อนคงไม่เสียหาย

 

องค์เซฟีรัสหรี่นัยน์ตาครุ่นคิด  แต่ยังไม่ทันได้อ้าปากพูด  คนห้าหกคนซึ่งเป็นชายหนุ่มล้วนที่สาวเท้าตรงมาหาวอดก้าก็ทำให้พระองค์ต้องปิดปากเงียบ  เพราะคนกลุ่มนี้เหมือนมีธุระกับนักบวชข้างกายพระองค์

 

“ ท่านวอดก้า  เพื่อนข้าคนนี้บาดเจ็บจากการออกไปล่าสัตว์ร้าย  ท่านช่วยรักษาให้หน่อยได้หรือไม่ ? ” 

 

คนที่หิ้วปีกเพื่อนหนุ่มคนหนึ่งมากล่าวด้วยท่าทางเป็นกังวลใจ   วอดก้าอุทาน

 

“ โอ้  เช่นนั้นต้องรีบรักษาแล้ว  เขาบาดเจ็บตรงไหนกัน ” 

 

“ ที่หลังขอรับ  มีรอยถูกกรงเล็บฟัน ” 

 

วอดก้าทาบมือเหนือบาดแผลที่หลังอีกฝ่าย  วงเวทสีขาวใต้เท้าเริ่มส่องแสงเจิดจ้า  สายลมในวงเวทพัดไปมาจนทำให้ริบบิ้นสีม่วงสวยที่ผูกเส้นผมไว้หลวม ๆ ปลิวหลุดหากแต่หนึ่งในกลุ่มนักทำภารกิจก็คว้ามันไว้ได้ก่อน  และบัดนี้พวกเขากำลังเหม่อมองเส้นผมสีเงินพิสุทธิ์ที่ปลิวสยายไปตามแรงลม  เสียงทุ้มนุ่มนวลก้องกังวานที่เคยได้ฟังเพียงยามสวดมนตร์บัดนี้กำลังร่ายเวทรักษาขั้นสูงด้วยความรวดเร็ว   เพียงความไพเราะของถ้อยคำและน้ำเสียงก็เพียงพอให้ผู้ได้ยินหลงคลิบเคลิ้มงมงายแล้ว 

 

“  พาทีโน  ไลธ์  ไพคาซานัส  ฮีลล์  ! ” 

 

บาดแผลที่หลังของคนบาดเจ็บค่อย ๆ สมานกันเป็นเนื้อเดียว  ลมหายใจที่แผ่วในตอนแรกเริ่มหนักแน่นขึ้นพอทำให้คนทั้งหมดโล่งใจ  คนที่เป็นเหมือนหัวหน้ากลุ่มของนักทำภารกิจซึ่งเป็นผู้คว้าริบบิ้นสีสวยได้กล่าวอย่างจริงใจ

 

“  พวกข้าขอบคุณท่านวอดก้ามากที่ช่วยคนของเราไว้  หากมีเรื่องใดอยากให้ช่วยเหลือโปรดบอกเรา ” 

 

วอดก้าเผยรอยยิ้มเจือจาง

 

“ ไม่เป็นไร  ถือเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้วท่านไอแซค อีกอย่างอย่าเรียกข้าว่าท่านเลย  ยังไงท่านก็อายุมากกว่า ” 

 

ดวงตาคมของนักทำภารกิจหนุ่มเบิกกว้างเล็กน้อยยามทวนถาม  ซึ่งแปรเปลี่ยนสรรพนามให้ใกล้ชิดสนิทสนมกันยิ่งขึ้น

 

“ เจ้ารู้จักชื่อข้าด้วย ? ” 

 

วอดก้าพยักหน้าหงึก  ยิ้มกว้างสดใสนุ่มนวล

 

“  ข้าได้ยินท่านหัวหน้าหมู่บ้านเรียกท่านน่ะ  เรื่องขอให้ช่วยหากเป็นไปได้ข้าอยากได้คนซ่อมหลังคาโบสถ์ซะหน่อยจะเป็นการรบกวนหรือไม่ ”  ประโยคท้ายกล่าวด้วยท่าทางเกรงใจชัดเจน   ไอแซคส่ายศีรษะ  ยิ้มน้อย ๆ ยามพูด

 

“ ย่อมได้  อย่างไรสหายเราก็ต้องพักฟื้น  พรุ่งนี้ตอนเช้า ๆ ข้าจะมาดูให้ว่าควรซ่อมยังไง ” 

 

“  ขอบคุณท่านไอแซคมาก ”  สองหนุ่มยิ้มให้กันไปมา  ไอแซคที่เหมือนเริ่มได้สติกับสิ่งในมือยื่นคืนให้นักบวชหนุ่มด้วยท่าทางเก้อเขิน  ขณะเพื่อนร่วมกลุ่มพาคนบาดเจ็บกลับ  ชายหนุ่มกลับยืนคุยอยู่กับนักบวชหนุ่มสักพักก่อนจะขอตัวจากไปด้วยรอยยิ้ม

 

วอดก้าที่รวบผมด้วยริบบิ้นเรียบร้อยแล้วหันมาทำหน้าฉงนสงสัยกับคิ้วที่ขมวดและริมฝีปากที่เม้มแน่นของหญิงชรา  เขารีบถาม

 

“  มีอะไรหรือเปล่าครับท่านยาย ” 

 

“  วอดก้า” 

 

“  ครับ ? ”  วอดก้าขานรับอย่างไม่เข้าใจเมื่อได้ยินเสียงแหบพร่าของเฟรี่เข้มข้นขึ้นและฉายความเอาจริงเอาใจ

 

“  ยายขอสั่งห้ามไปไหนสองต่อสองกับผู้ชายคนไหนก็ตามเด็ดขาด  โดยเฉพาะเจ้าหนุ่มคนเมื่อกี้นั่น ” 

 

“  เอ๊ะ ? เดี๋ยวก่อนสิครับท่านยาย  อธิบายให้ผมฟังก่อนว่าหมายความว่ายังไง  ท่านยาย !? ” 

 

วอดก้าได้แต่เกาหัวแกรก ๆ หลังอีกฝ่ายเดินเข้าไปในตัวโบสถ์อย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

 

“  เอ่อ  ไม่พอพระทัยอะไรหรือเปล่าพะยะค่ะ ”  คริสโตเฟอร์กระซิบถามนายเหนือหัวด้วยความสงสัยหลังหลายวันถัดมาหญิงชรามีแต่ท่วงท่าไม่พอใจบางอย่างชัดเจน   องค์เซฟีรัสเอี้ยวใบหน้าไปกระซิบถามทั้งที่ยังมองไปทางหนึ่งเขม็งไม่ละสายตา

 

เป็นภาพสองหนุ่มที่ชายหนุ่มอายุมากกว่าในชุดแขนสั้นทะมัดทะแมงกำลังปีนลงมาจากบันไดโดยมีนักบวชหนุ่มรอรับกล่องเครื่องมือและถือน้ำกับผ้าเย็น ๆ รอ

 

“  คริสโตเฟอร์  ข้าอยากให้เจ้าช่วยไปอัดใครบางคนให้มันนอนหยอดน้ำข้าวต้มที เจ้าทำได้ไหม ? ” 

 

คริสโตเฟอร์สวนกลับ

 

“  ท่านพูดเล่นเรอะ ? ! ”  อยู่ดี ๆ ก็พูดเหมือนจะสั่งให้ไปอัดชาวบ้านเขาแบบนั้น  ใครจะไปทำกัน  ก่อนเขาจะมองตามทิศทางสายตาของหญิงชราบ้าง

 

“  มีอะไรกับเด็กคนนั้นหรือเปล่า  เฟรี่ ”  เอ่ยขานนามปลอมๆ  ของนายเหนือหัวด้วยความสงสัย  เพราะสังหรณ์ใจว่าอารมณ์ที่ไม่ดีหลายวันที่ผ่านมาของอีกฝ่ายอาจเป็นเพราะนักบวชหนุ่มคนนี้

 

“  มีน่ะมีแน่วอดก้าน่ะ ข้าเอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลาน  ถึงจะฉลาดเฉลียวกลับไม่ทันคนรอบตัวแม้สักน้อย  เหอะ ! กะอีแค่ซ่อมหลังคาโบสถ์  เสนอหน้ามาได้อยู่ทุกวัน  หวังจะงาบลูกข้าเรอะ  ฝันไปเถอะ ! ”  พระองค์สบถอย่างดุดัน

 

เฮอะ  เด็กนิสัยดีแบบนี้เขาย่อมเอ็นดูและไม่อยากให้ใครมาทำอะไรเสีย ๆ หาย ๆ ใส่  ตอนแรกเขาคิดว่าวอดก้าที่ฉลาด  หลังผ่านไปน่าจะเดาจุดประสงค์หลายอย่างของไอ้หนุ่มนี่ออก  ที่ไหนได้เด็กหนุ่มดันซื่อกว่าที่เขาคิด  ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขาเลยแม้สักน้อย  และพระองค์ก็เพิ่งรู้จากเพื่อนของเด็กคนนี้ที่ชื่อจิน  ว่าเจ้าตัวนั้นซื่อบื้อถึงที่สุดในเรื่องความรู้สึกคนรอบตัว   เห็นบอกว่าตัวเองหน้าตาธรรมดา  ๆแค่ผู้หญิงมาสนใจก็ยากแล้วไม่ต้องพูดถึงผู้ชาย 

 

ปัดโธ่  ถ้าไม่มีผู้ชายมาสนใจ  แล้วทั้งขนมนมเนย  อาหาร  ของหวาน  พวกดอกไม้ล่ะ  ตัวผู้ที่ไหนให้มาจนเต็มโบสถ์กัน

 

ขนาดเด็กที่ชื่อจินยังเอือมระอาในความซื่อบื้อของวอดก้าเลย

 

และหางคิ้วของหญิงชราก็ต้องกระตุกเมื่อเห็นร่างในชุดสีขาวสะดุดพื้นดิน  ทำท่าจะเซถลาไปด้านหน้าแต่ก็ถูกมือหนาของไอแซ็คคว้าโอบรอบเอว  ดึงรั้งให้ตั้งตัวทันแต่ด้วยความจงใจจึงทำเผลอดึงแรงจนนักบวชหนุ่มถลาเข้าไปหาในอ้อมแขน

 

คราวนี้เป็นคริสโตเฟอร์ที่เริ่มหางคิ้วกระตุก

 

ถึงเวลาส่วนใหญ่ของเขาจะหมดไปกับการรวมกลุ่มนักทำภารกิจเพื่อล่าสัตว์ร้าย  แต่เขาเองก็เอ็นดูเด็กหนุ่มอย่างวอดก้าเช่นกันที่มีน้ำใจทำอาหารเผื่อเขา   คอยรักษาบาดแผลให้ตลอดเวลา  พอมาเห็นการกระทำที่เหมือนจะลวนลามเด็กซื่อ ๆ คนหนึ่งเขาย่อมไม่พอใจ

 

“ วอดก้า  ท่านเฟรี่มีเรื่องจะคุยด้วย ! ”  คริสโตเฟอร์ตะโกนดังลั่นทำให้สองร่างสะดุ้ง   วอดก้าส่งแก้วน้ำในมือให้อีกฝ่าย  ยิ้มขอบคุณก่อนก้าวเดินมาหาพวกเขา   ไอแซ็คสะดุ้งนิด ๆ ตอนเห็นสายตาจับผิดของอีกฝ่าย  แสร้งทำปีนขึ้นไปซ่อมหลังคาต่อ

 

“  มีอะไรหรือครับท่านเฟรี่ ” 

 

เฟรี่พยักเพยินไปทางหลังคา  ถามเสียงอ่อนโยน

 

“  เขาใกล้ซ่อมหลังคาเสร็จหรือยัง ” 

 

วอดก้ายกมือเกาศีรษะ  ส่ายหัวปฏิเสธ

 

“  ท่านไอแซ็คบอกว่าต้องหาวัสดุที่ทนกว่านี้เพราะไม้อาจจะเอาไม่อยู่  เขาบอกขอเวลาอีกสองสามวันในการทำแล้วก็สำรวจข้างในโบสถ์ด้วยนะครับ ” 

 

“  แล้วเขาขอให้เจ้าช่วยอะไรบ้างหรือเปล่า ? ” 

 

นักบวชหนุ่มพยักหน้ารับ

 

“  ครับ  เขาขอให้ข้าพาเดินชมเผื่อจะได้ช่วยซ่อมของในโบสถ์อื่น ๆ แล้วก็ขอรบกวนเรื่องมื้ออาหารบางวันน่ะครับ ”

 

เฮอะ !

 

องค์เซฟีรัสแค่นเสียงหัวเราะในลำคอแต่ไม่หลุดภาพลักษณ์หญิงชราอ่อนแอ  และอ่อนโยนแม้แต่น้อย

 

“  ถ้ารบกวนเขามากข้าจะให้คริสขึ้นไปช่วยนะ  บอกเขาด้วยล่ะ  แล้ววันนี้มีไปตรวจคนที่ไหนหรือเปล่า ? ” 

 

“  ไม่มีครับ ” 

 

“  ดี ๆ งั้นมาคุยกับยายแล้วกัน ” 

 

วอดก้ายิ้มกว้าง  คริสโตเฟอร์ขอตัวไปทำธุระต่อเพราะช่วงนี้เขากำลังสอนเพื่อนของวอดก้าที่ชื่อจินในการฝึกดาบ  ส่วนวอดก้าก็เข็นรถเข็นของหญิงชราพาไปนั่งใต้ต้นไม้ต้นเดิมซึ่งเขาปลูกดอกราฟิเดียเพิ่มจนหลากสีสัน  ซึ่งหญิงชรานั้นชื่นชมไม่น้อย

 

 เขาทรุดนั่งพื้นหญ้าให้เสมอตนกับหญิงชรา  พร้อมหยิบจดหมายที่ได้จากใครบางคนขึ้นมาอ่านรับลมเงียบ ๆ เพราะเมื่อเช้าจดหมายมาตอนเขากำลังทำอาหารจึงต้องเก็บไปก่อน  ซึ่งองค์เซฟีรัสที่แสร้งหลับตาดื่มดำธรรมชาติก็เหล่มองเนื้อหาในจดหมายไม่ให้เด็กหนุ่มรู้ตัว

 

 

ถึงวอดก้า

 

ที่ชายแดนอากาศเริ่มเย็น  รักษาร่างกายตัวเองด้วย   ถ้ามีผู้ชายให้ของมาก็ฝากให้ท่านเฟรี่ดูให้ก่อน   และอยู่ห่าง ๆ ไอแซ็คหากไม่อยากฉันให้โกรธ  และไม่ต้องพูดถึงเขาอีก

 

ขอบใจสำหรับดอกราฟิเดีย คิดถึงนะ

 

P.s.T

 

 

“  เอทำไมการที่คุยกับไอแซ็คแล้วต้องโกรธฉันด้วยกัน ”  วอดก้าเกาหัวด้วยความสงสัยซึ่งท่าทางนั้นสร้างความเอ็นดูให้กับนายเหนือหัวแผ่นดินทริสทอร์อย่างยิ่งปน ๆ กับความกังขาเพื่อนสนิทของวอดก้าที่มักเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากการแอบอ่านจดหมายเด็กหนุ่มบ่อย ๆ

 

รู้ว่าไม่ควรแต่พระองค์ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าจะโดนคนรอบตัวหลอกเอา

 

เด็กหนุ่มอาจจะคิดว่าตนเองหน้าตาธรรมดา  ไม่ได้อยู่ในขั้นดีเลิศอะไร   หากแต่บางมุมก็จะมีเสน่ห์อย่างล้นหลาม  ทุกท่วงท่าทุกการกระทำแฝงเสน่ห์และน่าจับจ้องตลอดเวลา  ไม่ต้องรวมนิสัยพูดสุภาพ  ให้เกียรติทุกผู้คน  มีรอยยิ้มงดงามจริงใจแต้มที่ริมฝีปากสม่ำเสมอ  ยังไม่รวมความรอบรู้  ฝีมือการแพทย์และความเอาใจใส่ผู้คนรอบตัวทุกครั้ง  ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นที่พึ่งพิงทางใจให้หลาย ๆ คนอย่างยิ่ง  ไม่แปลกที่ชายหนุ่มมากมายจะหวังชิดใกล้เด็กหนุ่มซึ่งไม่รู้อะไรเลย

 

แล้วเจ้าเพื่อนสนิท P.s.T เนี่ย   ฝากทั้งดอกไม้มาให้  ไม่ต้องพูดถึงดอกราฟิเดียที่คล้ายคำสารภาพรัก   จากถ้อยคำในจดหมายบวกกับวอดก้าที่เล่านิสัยบางอย่างของอีกฝ่ายให้ฟัง   องค์เซฟีรัสจึงสรุปตัวตนว่าเด็กอีกคนต้องดูดีไม่น้อย

 

เป็นหัวหน้าชั้นปีที่ 1 ทำงานให้กับโรงเรียนหรือสภานักเรียน   มีสาว ๆ มากมายหลงมาชอบด้วยบุคลิกพูดน้อย  เย็นชาและเอาจริงเอาจังในการทำงาน  ยังไม่รวมถึงรูปโฉมที่วอดก้าเล่าด้วยสีหน้ายิ้ม ๆ ว่าหน้าตาดีจนตัวเด็กหนุ่มเองยังอิจฉา  กระนั้นอีกฝ่ายก็ปฏิเสธทุกคนที่มาสารภาพรักหมด  จนได้ฉายา เจ้าชายน้ำแข็ง

 

พระองค์เคยถามมุมมองของวอดก้าต่อเพื่อนสนิทคนนี้  ซึ่งถ้อยคำที่หลุดออกมาทำให้หลายครั้งพระองค์ต้องขมวดคิ้ว

 

“ เขาดูเหมือนเป็นคนพูดน้อย  แต่ถ้าสังเกตตาเขาดี ๆ จะรู้ว่าเขากำลังพูดอะไรอยู่หรือคิดอะไรในหัว ” 

 

“  ท่าทางเย็นชาเหมือนไม่แยแสใคร  จริงๆ เอาใจใส่คนรอบตัวเป็นอย่างดี ” 

 

“  ฮะ ๆๆ ของที่ไม่ชอบมากที่สุดคือถั่วทุกชนิด  คงเพราะแพ้ของประเภทนี้   ผมต้องระวังมากตอนทำอาหารให้เขาทาน ” 

 

“  หืมเราผลัดกันทำอาหารนะครับ  บางทีผมก็ทำให้เขาทาน  บางทีเขาก็ทำให้ผมทาน  เพราะงานเราค่อนข้างยุ่งบางทีต้องนอนดึก  หรืออยู่ประชุมจนโรงอาหารปิด ” 

 

“  ฮ่า ๆๆ ถึงเขาจะดูเป็นผู้ชายอกสามศอก  แต่เรื่องงานเรือนก็พอ ๆ กับผมเลยครับ  ทำเป็นหมดทั้งปัดกวาดเช็ดถู  ทำอาหาร ” 

 

“  อืม  ไม่รู้สิครับ  แต่บางทีเขาก็ชอบแกล้งผมนะ  ตีหน้านิ่ง ๆ เนียน ๆ ทุกที ” 

 

“ อ้อ  ริบบิ้นนี่เขาซื้อให้ผมตอนผมบ่น ๆ ว่าริบบิ้นหายน่ะครับ  แต่สีผมเลือกเอง  สีม่วงเข้มแปลกตาไปหน่อยแต่ผมชอบเพราะค่อนข้างคล้ายสีตาเขา  อย่าบอกเขานะครับว่าผมหวงริบบิ้นเส้นนี้มาก ” 

 

“  เห็นมาดลุย ๆ ขรึม ๆ แบบนี้  จริง ๆ เขาเป็นประเภทดื่มแอลกอฮอลล์แล้วจะหยุดไม่ได้น่ะครับ  แถมแพ้ทางของมึนเมาแบบนี้ซะด้วย  ส่วนเวลาเมาฮ่า ๆๆ เหมือนเด็กเลยครับ ” 

 

“  ถึงเขาจะดูนิ่ง ๆ แต่นิสัยเขาสำหรับผม  น่ารักที่สุดแล้วครับ ” 

 

อะไรคือเหตุผลและการที่คนซึ่งได้ฉายาว่า เจ้าชายน้ำแข็ง ถึงได้ทำตัวอบอุ่นและเปิดเผยตัวตนของตัวเองกับใครบางคนถึงขนาดนี้ถ้าไม่ใช่ว่าคนคนนั้นคือคนพิเศษ

 

 

ระวังสุขภาพ

 

อย่าฝืนตัวทำงานจนเกินไป

 

อย่าลืมทานอาหาร

 

พักผ่อนให้เพียงพอล่ะ

 

ฉันจะโกรธมากถ้านายบาดเจ็บ

 

คิดถึงมาก

 

อย่าใจดีกับคนอื่นไปทั่วมากนัก…’

 

เป็นห่วงนะ

 

 

“ วอดก้ายายขอถามอะไรหน่อย  เพื่อนสนิทเจ้าเจ้าคิดว่าเขาสำคัญกับเจ้ามากไหม ? ” 

 

วอดก้านิ่งคิดไปเล็กน้อย  ก่อนจะเผยรอยยิ้มมั่นคงหนักแน่นยามกล่าว

 

“ ครับ  เขาสำคัญกับผมมากถึงบางทีจะชอบทำอะไรแปลก ๆ ที่ผมไม่เข้าใจก็เถอะ ”   ประโยคท้ายแสร้งพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

 

“  ฮะ !?  อะไรคือทำแปลก ๆ ! บอกยายมาให้หมดเดี๋ยวนี้นะวอดก้า ! ” 

 

“ เหวอ  ใจเย็น ๆ ครับคุณยาย ! ” 

 

คราวนี้องค์เซฟีรัสทำการเค้นเด็กหนุ่มทุกอย่างถึงการกระทำของอีกฝ่ายทันที  พร้อมร่ายยาวคำเตือนต่าง ๆ นา ๆ ห้ามให้ใครแตะต้องตัวง่าย ๆ ห้ามใครใกล้ชิดสนิทสนมเกินไปโดยเฉพาะผู้ชาย  อย่าดื่มของมึนเมาเพียงคนเดียว   ใครให้อะไรมาต้องบอกเพื่อนก่อนและ อย่า-เข้า-ใกล้-เพื่อน-สนิท (พาราไดซ์) จนเกินไปด้วย !

 

“ ทราบแล้วคร้าบ ”  วอดก้าจึงได้รับคำแบบมึน ๆ งง ๆ ท่ามกลางสายตาไม่ไว้วางใจของหญิงชรา

 

เฮอะ  ใครที่คิดงาบลูกแกะน้อยฝันไปก่อนเถอะ !

 

ต่อให้นิสัยคล้ายลูกชายของพระองค์มากแค่ไหน  และถึงจะเป็นจริง ๆ (แค่คิดเล่น ๆ  ไม่จริงจัง) ก็อย่าหวังว่าพระองค์จะยกให้ง่าย ๆ ถ้าไม่ผ่านด่าน

 

(คริสโตเฟอร์กุมขมับ  แอบกระซิบ)

 

“  พระองค์ได้ลูกชายไม่ใช่ลูกสาวนะพะยะค่ะ ” 

 

“  มันก็เหมือน ๆ กันนั่นล่ะ !!! ” 

 

 

 

 

 

อีกด้านหนึ่ง

 

สาว ๆ หอสราทกำลังเคร่งเครียดจริงจังกับเข็มเย็บผ้าและกองผ้าหลากสีในมือ  ในห้องทำงานของสภาของหอสราทเต็มไปด้วยกระดาษที่ออกแบบชุดและลงสีเรียบร้อย   อีกส่วนหนึ่งกำลังเรียบเรียงเอกสารสำหรับงานจัดร้านในงานเปิดโรงเรียนซึ่งจะให้คนนอกเข้ามาเยี่ยมชมโรงเรียนได้ถึง 5 วันเต็ม  รวมถึงตั้งร้านขายของ  เพราะมีงานมากมาย  ทั้งงานประลองฝีมือ  งานประลองสัตว์เลี้ยงและการแข่งขันต่าง ๆ เรียกว่าเป็นงานหลักของทุกปี  นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังได้รับเกียรติต้อนรับกษัตริย์ถึง 5 พระองค์จากห้ารัฐที่เดินทางมา  เรียกได้ว่ามากที่สุดในรอบ 10 ปี  แม้กระทั่งกษัตริย์แห่งทริสทอร์ที่ไม่เคยเผยโฉมหน้าเข้าร่วมงานถึง 5 ปีและกษัตริย์แห่งนาโวลล์ก็ยังตอบรับคำเชิญ

 

นอกจากนี้  ปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ 5 ปีที่จะร่วมงานสานสัมพันธ์กับโรงเรียนชื่อดังอีก 2 แห่งจากรัฐอลาเรย์  เมืองแห่งท่าน้ำและวาเนซซ่า  เมืองแห่งปัญญาที่จะส่งนักเรียนมาเรียนร่วมด้วยเป็นเวลา 2 เดือน ต่างจากพวกเรย์ที่มาเป็นพัก ๆ

 

เท่ากับงานเทศกาลในปีนี้ยิ่งใหญ่กว่าทุก ๆ ปี

 

ปีหนึ่งของทุกหอจะได้รับมอบหมายจัดการแสดงต่อหน้าพระที่นั่งในพิธีเปิดงาน

 

ปีสองและปีสามจัดงานเป็นร้านค้าแล้วแต่ความต้องการคล้ายให้หากำไรเข้าหอ

 

ปีสี่วางแผนการของงานแต่ละวันให้น้องๆ  อีก 3 ปี รวมถึงจัดการพื้นที่แสดงโชว์ของวิชาเลือกพิเศษต่าง ๆ

 

ปีห้าดูแลความสงบภายในงานรวมถึงวางกำลังในโรงเรียนให้รัดกุม

 

ปีหกคุมงานทุกอย่างรวมถึงเป็นผู้จัดงานทุกประการรวมถึงพิธีเปิดไปจนถึงพิธีปิด  ที่ตั้งร้านขายของหรือรายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ

 

โดยปกติที่จะมีแค่การแสดงของปี 1 ก็จะมีการแสดงพิเศษอีก   ชุดจากสภากลางของแต่ละหอที่ต้องเตรียมการเป็นการลับให้มากที่สุดเพราะปีนี้ยิ่งใหญ่และคนจะมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว

 

เหล่าคณาจารย์ก็ต้องเตรียมฝึกซ้อมให้เด็กปี 4-6 ในการเข้าเฝ้าและการรับเสด็จ  รวมถึงการร่ายเวทย์ขยายพื้นที่โรงเรียนให้ใหญ่กว่าเดิมรองรับผู้คน   สร้างมิติจำลองโคลอสเซียมสำหรับการประชันเวทย์และการต่อสู้ต่าง ๆ เพราะมีการเก็บเงินค่าเข้าทุกครั้ง  นอกจากนี้ยังได้ข่าวว่าองค์ชายหลายพระองค์จะตามเสด็จกษัตริย์แต่ละพระองค์มาด้วย   ความระมัดระวังและรอบคอบจึงเพิ่มถึงขีดสุด

 

หมับ !

่่

“ จะหนีไปไหนอีก ”  เอ็กเซลที่มีเส้นเลือดปูนนูนที่หน้าปากคว้าขอเสื้อใครบางคนที่กำลังย่องหนีจากโต๊ะเอกสาร  ถามเสียงนิ่งแต่เย็นเฉียบราวเอาน้ำเย็นราดใส่

 

เพราะฉะนั้นจึงหมายถึงงานของผอ.อย่างราฟาเอลที่เพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่าจนบัดนี้เป็นครั้งที่ 104 ตลอดการปิดเทอมที่เจ้าตัวพยายามหนีจากรองผอ.ที่จับกลับมาทำงานได้ทุกครั้ง  และครั้งที่ 105 ก็เช่นเดียวกัน

 

“ ปไปกินข้าวเย็นจ้า ” 

 

ชายชราปรายตามองกองเอกสารกองใหญ่  ชี้ไปพลางพูดเสียงนิ่ง

 

“ ทำให้เสร็จก่อน ” 

 

“  แต่ว่า” 

 

“  หุบปากแล้วทำกองนั้นให้เสร็จ ! หากท่านไม่หนีแล้วแอบเอาเอกสารไปซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า  ข้าคงเมตตาท่านมากกว่านี้ ” 

 

คิดแล้วเอ็กเซลก็ยังไม่หายเดือด  งานมากกว่าครึ่งถูกยัดซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า  หากเขาไม่บังเอิญเห็นกระดาษที่พับเป็นมุมเล็ก ๆ จากร่องประตูเขาคงไม่รู้ว่างานถูกอีกฝ่ายที่หนีเป็นว่าเล่นหมักหมมจนเยอะได้ขนาดนี้

 

มันน่าฆ่าทิ้งซะจริง  !

 

“ ทำ-ให้-เสร็จ-ซะ ” 

 

“  จจ้า ”  ราฟาเอลได้แต่คอตกเมื่อรองผอ.ชราพูดเสียงเหี้ยมเด็ดขาดกว่าเดิม  ได้แต่มองข่ายเวทกักขังจากฝีมือศาสตราจารย์ด้านเวทย์ศาสตร์  แค่ชั้นเดียวก็ยากต่อการพังออกไปแล้ว  ไม่ต้องพูดถึงข่ายอาคม 12 ชั้น

 

ฮือ ๆๆ

 

วอดก้า  ฉันคิดถึงเธอออออ ~ โฮฮฮฮฮ~~~

 

 

 

 

ด้านจีจี้  เนล  ดาลัน  ซาซ่านั้นกำลังคร่ำเคร่งกับบทที่พวกเธอบรรจงเขียนขึ้นรวมถึงการแสดงของปีหนึ่งที่วางแพลนเอาไว้ว่าจะให้การแสดงของหอพวกเธอต่อหน้าพระพักตร์เป็นรำผสานอาวุธ  แน่นอนว่าหากรำแบบนั้นธรรมดาย่อมน่าตื่นตาตื่นใจเพียงตอนแรก  แต่ด้วยฝีมือของคนที่เธอเล็งไว้แล้วให้เป็นนักแสดงหลัก  มันคงลุ้นระทึกมากแน่

 

และคงจะลุ้นมากกว่านี้หากผู้ชมรู้ว่าคนแสดงที่ใส่ชุดผู้หญิงจะเป็นผู้ชายหึ ๆๆ แค่คิดก็แทบอดทนรอไม่ไหวแล้ว

 

“  โทษทีนะน้องเอ๋ย ”  เทรนที่กำลังนั่งหน้าเบื่อกับการลองชุดพึมพำกับตัวเองเบา ๆ เช่นเดียวกับเซราส  พวกเขาเป็นชุดหลักของการแสดงพิเศษของชุดสภานักเรียนประจำหอ  แต่จะให้ตัวเองซวยคนเดียวก็กระไรอยู่

 

“  ว้าย ๆ ชุดนี้ต้องเหมาะกับน้องวอดก้าสุด ๆ แน่ ” 

 

“  ชุดนี้ด้วย ๆ แค่คิดว่าชุดที่ฉันเย็บตัดเองอยู่บนตัวน้องไดซ์  แค่นี้ก็สุขใจแล้ว ” 

 

“  โฮะ ๆๆ อดใจรอไม่ไหวแล้ว ” 

 

เพราะงั้นมาซวยด้วยกันเถอะ ฮ่า ๆๆๆ !!!

 

 


 

เมื่อเทรนไม่เคยทิ้งความแสบสัน  สมที่วอดก้าแอบเรียกเทพความซวยผู้ชอบเรียกเรื่องซวยๆ ให้ผู้อื่น

 

ฮั่นแน่  อยากเห็นพวกวอดก้าโชว์เทพอะดี้ ~

 

รอแพรบบบบ  เพราะมันยังขาด

 
 

 
 

 
 

 
 

“ อาจารย์เอลครับ  ผมขอรางวัลจูบคุณล่ะกัน ” 

 

ไม่ได้ ” 

 

“  คุณเกี่ยวอะไรด้วย” 

 

“  ไม่เกี่ยว ? ” 

 

หมับ !

 

“  เฮ้ย ด---อุ้บ ” 

 

!!! ” 

 

“  ชัดหรือยังว่าฉันเกี่ยวอะไรด้วย ?...หรือต้องให้ทำมากกว่านี้ครับคุณลูกศิษย์ ? ” 

 

อ๊ายยยยย รู้แล้วใช่ไหมว่าฉากต่อไปคืออารายยยยยย

 

 

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 89 : บทที่ 73 ปิดเทอมที่เริ่มสนุก ? 100% อ่านให้จุใจไปเล้ยยย , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 14837 , โพส : 267 , Rating : 18% / 172 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11
# 267 : ความคิดเห็นที่ 14831
ทำไมแอบจิ้นรองผอ.เอ็กเซลกับท่านผอ. // เกรงใจหน้าท่านรองด้วย 5555
Name : statice46 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ statice46 [ IP : 223.24.175.60 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:13
# 266 : ความคิดเห็นที่ 10802
อ้าวๆๆ ไดซ์เอ๋ย แทนที่จะไปสู่ขอวอดง่ายๆ(อาจจะเจอด่านเดียว) ดั้นนนต้องผ่านด่านพ่อตัวเอง ถถถถถ
PS.  เกิดแล้วก็ตายไป ชีวิตคนเราก็มีอยู่แค่นี้แหละ
Name : เซริน่า เทอร์ริเซีย < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เซริน่า เทอร์ริเซีย [ IP : 119.76.71.162 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 เมษายน 2559 / 20:56
# 265 : ความคิดเห็นที่ 10333
ท่านพ่อตาน่ารักมากกกกกกก >\\\\
Name : Munechikaak < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Munechikaak [ IP : 101.51.136.94 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 เมษายน 2559 / 19:50
# 264 : ความคิดเห็นที่ 9683
มาแล้วยิ่งอ่านยิ่งฟินอะ
PS.  สู้ต่อไปอย่างยอมแพ้
Name : Blue_myeyes < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Blue_myeyes [ IP : 27.55.208.99 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มีนาคม 2559 / 17:02
# 263 : ความคิดเห็นที่ 9607
รอมาลงอยู่น้าาาา T^T
Name : ราชันแห่งลม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ราชันแห่งลม [ IP : 61.90.85.10 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มีนาคม 2559 / 14:48
# 262 : ความคิดเห็นที่ 9463
รอมาตั้งแต่ 2 ม.ค แล้วนะคะไรท์~~~~~~
Name : piyakarn4 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ piyakarn4 [ IP : 49.237.240.210 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มีนาคม 2559 / 13:22
# 261 : ความคิดเห็นที่ 9461
มาต่อเถอะนะะะะคะะะะ ????????????????????????
Name : piyakarn4 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ piyakarn4 [ IP : 49.237.240.210 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มีนาคม 2559 / 13:20
# 260 : ความคิดเห็นที่ 9438
ไรท์จ๋าาาาาา  คราวนี้ช่วยมาต่อให้ถึงงานโรงเรียนเลยน้าาาาาาาาาาาาา 
Name : hinahimeeee < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ hinahimeeee [ IP : 171.5.242.58 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มีนาคม 2559 / 00:05
# 259 : ความคิดเห็นที่ 9423
ไรต์ค่ะะะะ._.come back now!!! พลีสสสสส
Name : Pjwp Weenus Pluemjai < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Pjwp Weenus Pluemjai [ IP : 27.55.237.49 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 มีนาคม 2559 / 14:49
# 258 : ความคิดเห็นที่ 9421
อ๊ากกกกก ไรท์จ๋าาาาค้างงงมาเรยยยนะขอบอกก
Name : อิอิ....กลัวนะเนีย [ IP : 27.55.158.118 ]

วันที่: 18 มีนาคม 2559 / 23:58
# 257 : ความคิดเห็นที่ 9420
ไรท์คร้าาาาาาาาาาาาาาา ไรท์หายไปนั้ย รู้มั้ยมีคนคิดถึง ได้โปรดกลับมาเถอะนะ
PS.  "การบอกรักเป็นสิ่งสุดท้ายของการแอบรัก แต่เป็นสิ่งแรกของการอกหักก็เท่านั้นเอง"
Name : ganako < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ganako [ IP : 223.24.4.247 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 มีนาคม 2559 / 19:51
# 256 : ความคิดเห็นที่ 9414
ไรท์ค่าาาาาาาาาาา  จะลงแดงแล้วววววววว
มาอัพเถอะน้าาาาาาาาาาาาาาาา
PS.  เมื่อถึงเวลา....ก็จะรู้เอง :)
Name : BluE_Wing < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ BluE_Wing [ IP : 183.89.142.239 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 มีนาคม 2559 / 02:26
# 255 : ความคิดเห็นที่ 9412
ไรท์คร้าบบบบบบ~~~~~~~~
เค้ารออ่นวอดก้าอยู่นร้าาาาาาาา
เมื่อไหร่จะอัพพพสักทีล่ะคร้าบบบ
รอนานแล้วนะครับไรท์
Name : นายด์ [ IP : 223.207.168.174 ]

วันที่: 17 มีนาคม 2559 / 23:15
# 254 : ความคิดเห็นที่ 9411
ไรท์คร้าบบบบบบ~~~~~~~~
เค้ารออ่นวอดก้าอยู่นร้าาาาาาาา
เมื่อไหร่จะอัพพพสักทีล่ะคร้าบบบ
รอนานแล้วนะครับไรท์
Name : นายด์ [ IP : 223.207.168.174 ]

วันที่: 17 มีนาคม 2559 / 23:15
# 253 : ความคิดเห็นที่ 9406
ไรต์ขาาาาาาาอยากอ่านนนนนนนนนนนนมากกกกอัพรวด2ตอนเลยยนะขอร้องงง
Name : seasar2 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ seasar2 [ IP : 27.55.6.60 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มีนาคม 2559 / 00:20
# 252 : ความคิดเห็นที่ 9402

PS.  
Name : sasi_fossy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sasi_fossy [ IP : 1.47.128.136 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 มีนาคม 2559 / 09:56
# 251 : ความคิดเห็นที่ 9401
ไรต์จ๋า มาอัพด่วยคะ ค้างอ่ะ อยากรุ๊ๆๆๆ
Name : So Queen < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ So Queen [ IP : 134.196.109.231 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 มีนาคม 2559 / 22:38
# 250 : ความคิดเห็นที่ 9396
สนุกมากกกกกก
ไรท์รีบๆๆๆมาต่เร็วนะค่ะ(หายจ๋อมเลย)
Name : chtipn203@gmail.com [ IP : 82.145.208.237 ]

วันที่: 15 มีนาคม 2559 / 14:33
# 249 : ความคิดเห็นที่ 9391
มาต่อเถอะค่าาา หายไปนานขนาดนี้ ขออัพ 2 ตอนเลยน้าาา55
Name : Gate_NVW < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Gate_NVW [ IP : 223.205.247.167 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มีนาคม 2559 / 20:40
# 248 : ความคิดเห็นที่ 9383
ฉันรอมาเนิ่นนานนนนนนนนนนนนนนนนน
PS.  ไม่จำเป็นต้องพูด แค่ก " การกระทำ" ก็ฟ้องคำตอบอยู่แล้ว
Name : Casper_jinjin < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Casper_jinjin [ IP : 223.207.27.5 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มีนาคม 2559 / 21:22
# 247 : ความคิดเห็นที่ 9337
ไรท์ปิดเทอมแล้วไม่ใช่เหรอ น่าจะว่างแล้วนาาามาต่อให้หน่อยสิ plsssssss.
Name : Hiho_Hiho! < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Hiho_Hiho! [ IP : 14.207.14.254 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 มีนาคม 2559 / 15:49
# 246 : ความคิดเห็นที่ 9335
ไรท์ต่อออออออ ด่วนนนนนนน ทุกเรื่องเลยยยยยยยยย

Name : 13th blood < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 13th blood [ IP : 203.146.146.236 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 มีนาคม 2559 / 13:40
# 245 : ความคิดเห็นที่ 9321
รอนานแล้วน้าาาา....คิดถึงสาวแสบแล้วอ่ะ
Name : un un [ IP : 49.230.225.95 ]

วันที่: 11 มีนาคม 2559 / 11:49
# 244 : ความคิดเห็นที่ 9318
รออยู่นะ
PS.  สวัสดีจ้า เราขอแจมโพสด้วยคนนะ
Name : แมวอ้วนตุ๊ต๊ะ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ แมวอ้วนตุ๊ต๊ะ [ IP : 223.24.38.245 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มีนาคม 2559 / 21:48
# 243 : ความคิดเห็นที่ 9294
แง~ หนูฝังรากงอกออกดอกออกผลอยู่หน้าโทรศัพท์จนจะเฉาตายอยู่แล้วน้า~
Name : Rfflessia < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Rfflessia [ IP : 171.4.248.143 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มีนาคม 2559 / 13:36
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android