คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 94 : บทที่ 78 งานโรงเรียนที่แสนวุ่น (yaoi?) 2


     อัพเดท 6 พ.ค. 59
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 2,782 Overall : 679,512
15,917 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7629 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 94 : บทที่ 78 งานโรงเรียนที่แสนวุ่น (yaoi?) 2 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 11871 , โพส : 295 , Rating : 9% / 205 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

บทที่ 78 งานโรงเรียนที่แสนวุ่น (yaoi?) 2
 

 

 

 

สวัสดีค่ะ ฉันมีชื่อว่า เวนนาเดีย  เดฟคาร์เป็นหญิงสาววัย 22 ปี ชาวไร่ธรรมดาที่ดั้นดนมาจากอลาเรย์เพื่อวันนี้โดยเฉพาะ

 

ฉันยังโสดสนิทค่ะ  ไม่ใช่ว่าฉันหน้าตาไม่ดีนะคะ  ฉันค่อนข้างมั่นใจทีเดียวว่าหน้าตาฉันไม่แย่เพราะมีผู้ชายมาแย่งกันจีบฉัน  แต่ที่ฉันไม่ตกลงปลงใจกับใครเลยสักคน  ก็เพราะว่าฉันจิ้นผู้ชายที่มาจีบฉันเองน่ะสิคะ

 

ฉันชอบจังเลยเวลาพวกเขาอยู่ด้วยกัน ชอบมาทะเลาะและขู่จะฆ่ากันนั่น   ท่าทางนั้นมันช่างดูสนิทสนมและน่ารักจริง ๆ เลยให้ตาย

 

อะไรคือ

 

“ เหอะ  ดอกไม้แป๋วแหววปัญญาอ่อนนั่นมันเหมาะกับนายดีนี่ ” 

 

“  ทำไม  หรืออยากจะไฟท์วะ ! ไอ้หน้ากระเบื้องโมเซส ” 

 

“  แกอยากโดนต่อยสักหมัดไหม ไอ้หน้าลิง ” 

 

“  เอาซี่  มาซัดกันเลยมา หมั่นไส้แกมานานแล้ว ” 

 

“  ถ้าแพ้จนลุกไม่ขึ้นก็อย่ามาร้องไห้แล้วกัน ” 

 

ประมาณนี้แหละค่า

 

และเป้าหมายในครั้งนี้ที่ทำให้ฉันมายังนาโวลล์ด้วยความไม่ย่อท้อคือสิ่งที่ฉันเฝ้ารอมานาน  โรงเรียนสาธิตเซนท์ปิแอร์ที่ถูกขนานนามว่า ฟินแลนด์ แดนสวรรค์ ที่เต็มไปด้วยคู่จิ้นมากมาย  อันเป็นสรวงสวรรค์ที่แสนบริสุทธิ์ผุดผ่องของสาว Yaoi หนุ่ม Yaoi ทั้งหลาย  ที่สำคัญฉันยังพบเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่ตอนนี้กลายเป็นก๊กเดียวกันเรียบร้อยแล้วด้วย  พวกเราทั้งหมดเป็นสมาชิกสมาคม Ƴ ที่กำเนิดได้ไม่ถึงสิบปีทว่ากลับเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนมีสมาชิกทั่วทั้งอาเรียจากทั่วทุกรัฐเชียวล่ะคะ !

 

ฉันรู้ตัวเมื่ออายุประมาณ 18 ปีว่าอาการกรี๊ด ๆ และรู้สึกหัวใจเต้นถี่ ๆ เวลาเห็นผู้ชายสองคนมีท่าทางสนิทสนมและใกล้ชิดกันคืออะไรด้วยเพื่อน ๆ ของตัวฉันเอง  นั่นจึงทำให้ฉันกลายเป็นฉันในตอนนี้  ฉันที่เชิดชูความรักอันเหนือธรรมชาติ (?) รักที่แหวกม่านลิขิตสวรรค์ (?) และทรงพลัง !

 

และเพื่อคู่จิ้นที่ฉันติดตามมานานอย่าง ไดซ์วอด’ ‘เซสเทรนและ มาร์คเฮดิชฉันลงทุนเก็บเงินมากมายรอวันนี้โดยเฉพาะ  วันที่จะเป็นเวลาเปิดงานโรงเรียนที่ฉันเฝ้ารอคอยซึ่งได้ข่าวว่าปีนี้ยิ่งใหญ่อย่างมากเนื่องเพราะมีกษัตริย์ถึง 5 พระองค์ด้วยกันที่เสด็จมาเป็นประธานเปิดงาน

 

และเนื่องเพราะมีการแสดงของปี 1 จากทั้ง 4 หอ  ฉันและเพื่อน ๆ จึงตั้งหน้าตั้งตารอการแสดงของหอสราทซึ่งมีคู่ ไดซ์วอด’ ‘วิมวิส’ ‘เคียร์จิน’ ‘บลัดเติร์ก และ บราวน์รัม อยู่

 

พวกเขาคือคู่จิ้นใหม่ที่เป็นที่น่าติดตามอย่างรวดเร็วและมีแฟนคลับในเวลาไม่กี่เดือน  อาจเพราะคนที่นำรูปถ่ายพวกเขามาลงนั้นจัดบอร์ดในช่วงที่ตลาด Yaoi กำลังซบเซาเนื่องจากไม่มีอะไรใหม่ ๆ

 

ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงกลายเป็นน้องใหม่ไฟแรงที่ทุกคนล้วนติดตามการเคลื่อนไหว  ฉันและคนอื่น ๆ ล้วนกรี๊ดกร๊าดไปกับบรรยากาศของพวกเขาที่ดูไม่ถูกกันในตอนแรกก่อนจะเริ่มใกล้ชิดสนิทสนม  กำแพงที่เริ่มลดลงและระยะห่างที่ใกล้ชิดกันมากขึ้นชวนให้มีความสุขนักล่ะ !

 

และการแสดงของหอสราทก็ช่างเป็นที่น่าตื่นตะลึงทั้งชุดและการแสดงอันงดงามทรงพลัง  เต็มเปี่ยมไปด้วยความเร้าใจและตื่นเต้นอย่างสุดขั้ว  อุ ฉันและเพื่อน ๆ มองออกในทันทีว่าชายหนุ่มนักแสดงหลักนั้นคือ เหล่าชายหนุ่มซึ่งเป็น เมะ  ในคู่จิ้นของพวกฉัน

 

พวกฉันชื่นชมหญิงสาวทั้งห้าที่แสนงดงามนั้นมาก  ทุกการเคลื่อนไหวและทุกท่วงท่าล้วนสง่างามจนยากที่จะละสายตาได้  และเมื่อพวกเธอเปิดเผยใบหน้าตัวเอง  ช่างทำให้พวกฉันรู้สึกเหลือเชื่อจริง ๆ ว่าโลกนี้มีผู้หญิงที่ทั้งงดงามและเก่งกาจเช่นนี้อยู่ด้วยหรือ

 

พวกฉันนี่ช่างอ่อนด้อยจริง ๆ จนกระทั่งได้ฟังคำประกาศที่ดังก้อง

 

 

“  จบไปแล้วกับการแสดงของหอสราทในชื่อชุดการแสดง เต้นรำประลองศาสตรา  ขอเสียงปรบมือให้กับนักแสดง ชายล้วนของหอสราทด้วยค่าาาาาาาาาาา !!! ” 

 

 

สุดยอดเลย  แต่เป็นการแสดงชายล้วนหรือเนี่ย  แต่ก็ยังสุดยอดอยู่ดี

 

เดี๋ยวนะผู้ชายแสดงล้วนแล้วผู้หญิงสุดสวยตรงนั้นล่ะ ?

 

 

“  บราวนี่  ครอยเซอร์ ” 

 

“  รัม  ออร์เรย์ลอง ” 

 

“  บลัดดี้  ดิ  วาทอส ” 

 

“  เตกีล่า  เอสเพอร์บิเช่ ” 

 

“  เคียร์ติ  ไฮลิสครับ” 

 

“  จิน  โครซานอสฮะ ” 

 

“  นี่ ๆ ใช่อย่างที่ฉันคิดหรือเปล่า ? ” ฉันหันไปถามเพื่อนสาวของฉันที่เบิกตากว้างไม่ต่างกัน

 

“  น่าจะใช่นะ  บราวน์รัม  บลัดดี้เติร์ก  เคียร์จิน …” 

 

“  งั้นคนที่เหลือ…” 

 

“  วิมเลท  คอลย์เฟย ” 

 

“  วิสกี้   อีฟราโทโร่คร้าบบบบ ” 

 

“  กรี๊ดดด  มันต้องใช่แน่ ๆ เลย  คู่กันขนาดนี้ ! ” 

 

“  นี่สินะสิ่งที่สวรรค์ประทานมา ! ” 

 

“  โอยตาย  วิมวิสหรือนี่ ” 

 

“  งั้นคู่สุดท้ายคง…” 

 

“  พาราไดซ์  เซไลโด  ดิ  ทริสทอร์ ” 

 

ฉันใจจดใจจ่ออย่างยิ่งกับการรอฟังชื่อคนสุดท้ายซึ่งเป็นคู่เต้นรำของพาราไดซ์  และชื่อที่ได้ฟังทำให้ฉันกรี๊ดออกมาพร้อมคนอื่น ๆ ที่รอฟังทันที

 

“  วอดก้า  เอลนาโวลล์โรลล์เป็นนักบวชครับ ” 

 

 

 “  กรี๊ดดดดดดดดดดดดด ! ฉันว่าแล้ว ! ” 

 

“  ไดซ์วอด ! ไดซ์วอด ! ไดซ์วอด !  ” 

 

“  ใช่เลย ! นี่แหละที่ฉันตามหา ! ” 

 

“  สุดยอดดดด  เจ้าชายกับนักบวช กรี๊ดดดดดดดดด ” 

 

“  FC ไดซ์ ! วอด ! ค่า !!! ” 

 

พระเจ้า ! นี่คือคู่รักปีศาจที่ทุกคนต่างเชียร์และร่วมลุ้นเพราะภาพหลายอย่างที่เห็นมันสื่อว่าบางทีคู่นี้อาจไม่ใช่เพียงคู่จิ้น !

 

สายข่าวจากแชร์ลี่  บอกว่าเธอเผอิญได้ยินตอนสองคนนี้อยู่ด้วยกันตามลำพัง  นักบวชหนุ่มแห่งนาโวลล์ที่พริ้มตาหลับใหลบนตักของเจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์ที่ลูบไล้เส้นผมสีเงินยวงสลวยดั่งดวงจันทร์  อ่อนโยนแผ่วเบาใต้ต้นไม้ใหญ่ที่นัยน์ตาสีม่วงสวยเป็นประกายล้ำลึก

 

“  ทำไมกันนะฉันถึงมักละสายตาจากนายไม่ได้ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจจะปิดตัวเองกลับมีนายที่ดุจดั่งตะวันอันสดใสเข้ามาทำให้ฉันต้องแปลกไป ” 

 

“  ...... ”

 

“  นายกำลังทำให้ฉันอยากจับนายขังไว้ ...กักขังนายไว้ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน  ให้เป็นของฉันคนเดียว...ไม่ต้องยิ้มให้ใคร  ไม่ต้องอ่อนโยน  ไม่ต้องเจอหน้าใคร  ไม่ต้องพูดกับใคร...นอกจากฉัน ” 

 

“  ...เป็นของฉันแต่เพียงคนเดียว  เป็นดวงอาทิตย์อันสดใสให้ฉันและต่อให้ต้องเป็นศัตรูกับคนทั้งโลก...เพื่อนาย  เพื่อนายคนเดียวเท่านั้น...ที่ฉันต้องการ ” 

 

และยามกลายเป็นเจ้าชายหนุ่มนอนพักผ่อนบนตักของนักบวชหนุ่มผู้แสนอ่อนโยนบ้าง  คำเอ่ยที่บอกว่าได้ยินทุกคำจากอีกฝ่ายก็เอ่ยออกมา

 

“  นายอาจคิดว่าฉันสดใส  ร่าเริงนั่นก็เพราะฉันอยากอยู่ในสายตานาย  อยากให้นายสังเกตเห็น  อยากให้นายรู้สึกอยากเข้าใกล้  ไว้วางใจ ...คงเหมือนการปลูกฝังความนึกคิดให้นายขาดฉันไม่ได้ล่ะมั้ง

 

“  อีกไม่นานนายเองก็จะขาดฉันไม่ได้  ไม่อยู่ห่างฉันแม้ว่าใครจะขัดขวางก็อย่าหวังเพราะวินาทีที่ฉันสบตานาย  ฉันก็รู้แล้วว่านาย...เป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น ” 

 

“  ไม่ว่าต้องแย่งชิงมา  ทรยศใครต่อใคร  ร้ายกาจสักแค่ไหน  แค่มีนาย...” 

 

“  ...ใครที่คิดขัดขวาง  อย่าได้หวัง ! แม้มันจะยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ตาม ! ” 

 

 

หนึ่งเจ้าชายผู้เย็นชาหากแต่อ่อนโยนกับคนเพียงคนเดียวและหนึ่งนักบวชหนุ่มผู้แสนอ่อนโยนหากแต่เห็นใครบางคนสำคัญที่สุด  พวกเขาทั้งคู่ต่างพร้อมเผชิญและขจัดสิ่งที่คิดจะขัดขวางพวกเขาไว้อย่างไม่ลังเล   ด้วยเหตุนี้กระแส ไดซ์วอด คู่รักปีศาจจึงบ้าคลั่งทันทีและต่างเป็นกำลังใจให้ทั้งสองเมื่อคนหนึ่งคือเจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์แต่อีกหนึ่งคือสามัญชน  ทั้งยังเป็นบุรุษ

 

แต่ตอนนี้มาพูดถึงสิ่งที่ฉันตั้งหน้าตั้งรอตลอด 3 เดือนนี้ดีกว่า  ละครเวทีของหอสราทที่เสียเงินถึง 10,000 ฟรังค์  แต่ต่อให้แพงกว่านี้ก็ยอมจ่ายเพราะมันช่างยั่วยวนใจเหลือเกิน 

 

ฉันและเพื่อน ๆ ต่างเช็คตารางการแสดงของหอสราทซึ่งมีขึ้นในเวลา 5 โมงเย็นของวันนี้  ชื่อการแสดงคือ ตำนานจิตวิญญาณทวยเทพ

 

ในรอบจอง 1,000 คนแรกฉันพลาดการจองไปแต่เมื่อมีรอบที่ 2 อีก 1,000 ที่ฉันก็รีบจองพร้อมเผื่อให้เพื่อน ๆ ที่พลาดในทันที  และในตอนนี้ผลลัพธ์ของการเฝ้ารอกำลังจะเริ่มขึ้น

 

ไฟในห้องประชุมใหญ่สำหรับชมละครเวทีหอสราทดับลง  เวทีขนาดกว้าง 15 เมตร  ลึกเข้าไป 10 เมตรเกิดภาพเยือนลางของเงาหมอกและเสียงอาวุธปะทะกัน  บรรยากาศอันแสนกดดันอึดอัดทำให้ฉันได้เพียงเฝ้ามองไปที่เวทีที่บัดนี้ปรากฏคนจำนวนมากยืนและกำลังสู้รบกันอยู่  เสียงบรรยายเรื่องราวที่แสนนุ่มนวลเสียงหนึ่งดังขึ้น

 

“ นานมาแล้วได้เกิดการต่อสู้เมื่อจอมปีศาจได้ยกทัพขึ้นบุกแดนสวรรค์พร้อมปั่นป่วนพิภพมนุษย์ไปด้วยซึ่งทำให้แม่ทัพสวรรค์ถูกส่งไปปกปักแดนนั้น  สวรรค์จึงถูกบุกรุกได้ ” 

 

เคร้ง ! เช้ง ! เช้ง !

 

เฮ้ !!!

 

“ บุกมัน ! ”  ปีศาจรูปลักษณ์น่ากลัวกระโจนฟาดฟันอาวุธใส่เหล่าเทพนักรบในชุดเกราะสีทอง  และด้วยพลังที่มากกว่า  ปีศาจตัวหนึ่งที่เหวี่ยงขวานยักษ์ทำให้เหล่าเทพต้องถอยกรูด

 

ตู้ม !

 

เสียงร้องโหยหวนและกลิ่นคาวเลือดเจือจางทำให้ผู้ชมลุ้นระทึกและตื่นตะลึงไปกับความสมจริงของการแสดงและกลิ่นอายของสงคราม

 

เหล่าเทพที่เสียเปรียบถอยกรูดก่อนจะต้องแทบทรุดกับพลังอำนาจของจอมปีศาจที่ปรากฏตัว  ร่างสูงของชายหนุ่มรูปร่างกำยำ  เจ้าของเรือนผมหยักศกสีรัตติกาลยาวถึงกลางหลัง  นัยน์ตาสีทับทิมแดงก่ำกระหายเลือดตัดกับใบหน้าที่ราบเรียบและแสนจะนิ่งสงบ

 

เพียงพริบตาที่สบกับเนตรคู่นั้น  ผู้ชมก็แทบจะลืมหายใจกับความกดดันและความลึกลับอันแสนน่าค้นหาของจอมปีศาจ  ความทรงพลังและอำนาจที่ปรากฏเพียงพอให้รู้ฐานะของอีกฝ่ายได้ในทันที

 

เสียงกระซิบดังเบา ๆ

 

“  กรี๊ดดด จอมปีศาจหล่อชะมัด ” 

 

“  ตามโบรชัวร์เห็นว่าชื่อ ยูดาส  เวโลเฟนล่ะ ” 

 

“  อาหารตาสุด ๆ ” 

 

“  เหล่าเทพสวรรค์เอ๋ย ”  เสียงทุ้มราบเรียบดังก้องหยุดเสียงพูดคุยผู้ชมให้เลื่อนสายตาจับจองเวทีอีกครั้ง “ จงยอมพ่ายแก่ข้าเสีย  แล้วจะไม่ต้องมีการล้มตายอีก ” 

 

“  ไม่มีทาง ! พวกเราไม่มีทางยอมแพ้ปีศาจอย่างพวกเจ้า ! ”  นายทหารเทพตนหนึ่งที่เลือดอาบหน้าตวาดตอบ   เทพตนอื่น ๆ กำชับอาวุธในมือมั่น  ยอมตายไม่ยอมพ่าย 

 

“  ช่างน่าเสียดาย ”  จอมปีศาจเพ่งตามองด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก  ชูมือขวาขึ้น “ ฆ่าพวกมัน ” 

 

“  เกรงว่าพวกเราคงไม่อาจยอมได้ง่าย ๆ ”  เสียงนุ่มเสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมเทพหนุ่มในอาภรณ์สีขาวที่ร่อนลงอย่างนิ่มนวลหน้าเหล่าทัพของทหารเทพ

 

เพียงเท่านั้นสาว yaoi ทั้งหลายก็ตาเบิกกว้าง  เตรียมจะส่งเสียงกรีดร้องหากแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าไม่ควรจึงได้แต่กรีดร้องลั่นในใจ

 

 

กรี๊ดดดดดดดดดดด ไดซ์วอดของฉ้านนนนนนน

 

สองหนุ่มมาในชุดผ้าสีขาวขลิบทองที่เผยให้เห็นเนื้อหนังบางส่วน  เจ้าของเส้นผมสีเงินยาวสลวยจรดบั้นเอว  หน้าผากทาบด้วยเครื่องทองลวดลายพืชเถาเกาะเกี่ยวเช่นเดียวกับข้อมือทั้งสอง  ปลายเท้าเปลือยเปล่าที่เหยียบพื้น  แอ่งเลือดกระจายตัวออกไม่ให้เท้าขาวแปดเปื้อนโลหิต   ใบหน้าเรียวยาวของนักบวชหนุ่มแห่งนาโวลล์ในบทบาทเทพแห่งพืชพรรณเฟเนลมีรอยยิ้มเจือจางบนใบหน้า   นัยน์เนตรสีส้มอ่อนโยนทอดมองทหารเบื้องหลัง  โบกมือเบา ๆ บาดแผลทั้งหมดก็หายไป  เพียงแค่เห็นรอยยิ้มนั้นแม้แต่ผู้ชมยังอดมองอย่างเคลิบเคลิ้มไม่ได้เพราะมันทั้งอบอุ่น  ชวนมองและชวนให้ผ่อนคลายจริง ๆ

 

“  ท่านเฟเนล  เหล่าเทพมองอย่างซาบซึ้งก่อนจะถอยเมื่อได้ยินอีกเสียงทุ้มทรงอำนาจดังสั่งให้ถอยไป

 

และเจ้าชายพาราไดซ์แห่งทริสทอร์ซึ่งยืนตัวตรงสูงสง่า  เส้นผมสีรัตติกาลสั้นระต้นคอ  ถักเป็นเปียเส้นเล็กไว้  นัยน์ตาคมทอประกายเรืองรองถึงอำนาจและความน่าเกรงขาม  ใบหน้าหล่อเหลาไร้อารมณ์ดั่งรูปสลักที่ไร้ใจชวนให้ทุกคนรู้สึกเฝ้าและคิดว่าอีกฝ่ายช่างสูงส่งและตั้งกำแพงหนาเสียเหลือเกิน  เส้นรัดรูปสีดำพร้อมเสื้อคลุมสีแดงสดดำยิ่งทำให้เขาดูโดดเด่นเป็นสง่าและตัดกับชุดสีขาวของคนข้างกายเหลือเกิน  หากแต่ที่ขัดกันคือกำไลข้อเท้าขวาที่ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งไพเราะเมื่อขยับกาย

 

“  เจ้าเป็นใคร ”  จอมปีศาจถามเสียงนิ่ง  คทาหัวทับทิมแปดเหลี่ยมส่องแสงเรืองรองจาง ๆ ขณะไอหมอกสีดำจากฝั่งปีศาจและหมอกสีขาวเจือละอองแสงสีทองจากฝั่งเทพเริ่มถึงกัน ณ กึ่งกลางสองทัพ

 

“  ข้าคือเทพแห่งพืชพรรณเฟเนล  ส่วนเขาคือสหายข้า  เทพแห่งสายน้ำวาริว ”  เทพหนุ่มเอ่ยตอบเชื่องช้า  “ เราต้องการให้ท่านถอยทัพกลับไปยังแดนปีศาจ ” 

 

“  อะไรทำให้เจ้าคิดว่าข้าจะทำตามเช่นนั้นกัน  เทพแห่งพืชพรรณผู้แสนอ่อนโยน ”  เนตรสีทับทิมจับจ้องที่เทพหนุ่มไม่วางตายามถามเสียงเรื่อยเฉื่อยไม่ยี่หระ  วาริวขยับกายบังสหายหนุ่มเล็กน้อยอย่างระแวดระวัง  นัยน์ตาคมจ้องเขม็งไปยังอีกฝ่ายอย่างไร้อารมณ์

 

“ เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียอย่างไรเล่า แดนสวรรค์และแดนปีศาจล้วนดำรงอยู่อย่างไม่ยุ่งเกี่ยวกัน  เหตุใดครานี้ท่านถึงบุกรุกภพมนุษย์และแดนสวรรค์ได้ ? ” 

 

“ เรื่องนั้นเทพอย่างพวกเจ้าไม่ต้องรับรู้หรอก ”  คทาที่ถูกแปลงเป็นดาบสีดำสนิทถูกตวัดไปทางเหล่าเทพ

 

“  ฆ่าพวกมันซะแล้วสวรรค์จะเป็นของเรา !  ” 

 

เหล่าปีศาจโห่ร้องก้อง  พร้อมพุ่งเข้าปะทะในทันที 

 

“  รนหาเรื่อง ”  เทพแห่งสายน้ำหรี่ตา  กล่าวเสียงเย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง  ดาบเล่มเพรียวที่ตัวด้ามดาบถูกตีเป็นริ้วสายน้ำล้อมด้ามจับดูสวยงามน่าหลงใหลหากแต่เพียงพริบตาเดียวที่กวัดแกว่งก็ดาบไปด้วยเลือดของอริ

 

เฟเนลเรียกดาบมาไว้ในมือพร้อมเริ่มต่อสู้ไปพร้อมวาริว  ท่วงท่าต่อสู้ของพวกเขาทั้งแข็งแกร่งและงดงามจนสามารถฆ่าปีศาจไปได้เป็นจำนวนมากจนข่มขวัญพวกมัน  จอมปีศาจในชุดสีรัตติกาลสะบัดเสื้อคลุมเกิดเป็นแรงลมให้เหล่าเทพและปีศาจที่กำลังสู้กันกระเด็นออกห่างไป

 

แรงกดดันแผ่พุ่งหาสองเทพที่กำลังโรมรัน  พวกเขาทั้งคู่เหลียวมองจอมปีศาจที่ก้าวสู่สนามรบ   กวาดฆ่าเหล่าเทพไปอย่างง่ายดายด้วยสายตาครุ่นคิด  เฟเนลกล่าว

 

“  ปล่อยไว้เช่นนี้เหล่าเทพจะต้องเสียเปรียบเป็นแน่ ” 

 

“  จัดการจอมปีศาจ  แล้วปีศาจตนอื่นจะล่าถอยเอง ” 

 

“  เข้ามาสิ  เทพทั้งสอง ” 

 

เปรี้ยง !

 

ดั่งเสียงกัมปนาทยามดาบทั้งสามปะทะกัน   คลื่นพลังแรงมาจนถึงผู้ชมที่ส่งเสียงร้องเบา ๆ กับรังสีสังหารอันกดดันและน่ากลัว   เทพและปีศาจปลิวถอยออกห่างเว้นระยะให้ทั้งสาม

 

เคร้ง ! เคร้ง !

 

เฟเนลตวัดดาบรวดเร็วเกิดเสียงกึกก้องยามปะทะกับดาบของจอมปีศาจ  วาริวขยับฟันทุกช่องว่างของอีกฝ่าย  รุกไล่กันอย่างดุเดือด  ก่อนพวกเขาทั้งคู่จะดีดตัวออกห่างเมื่อดาบนั้นตวัดกวาดหมายฟันพวกเขาขาดเป็นสองส่วน

 

“  ยังได้อยู่ ”  เทพวาริวกล่าว  หรี่นัยน์ตาลงน้อย ๆ ก่อนจะพยักหน้ารับเทพเฟเนลที่หันมอง  พวกเขาตั้งท่าต่อสู้  มือขวาควงดาบในมือช้า ๆ หากแต่เข้ากันทุกจังหวะจนผู้ชมชี้ชวนมอง  แม้แต่การย่างก้าวเข้าหาจอมปีศาจยังพร้อม ๆ กัน

 

กรี๊ดดดด  การต่อสู้ที่ดูเข้าขาและเข้าใจซึ่งกันและกันนี่มันคืออะไร

 

ฉันและเพื่อน ๆ กรีดร้องในใจเมื่อเห็นฉากต่อสู้อันแสนดุเดือดนี้แต่ที่สำคัญคือเทพวาริวและเทพเฟเนลที่ต่อสู้กันได้เข้าขากันมาก  คนหนึ่งรุกคนหนึ่งรับคอยสนับสนุน   ไม่มีทางดาบที่ขวางกัน  รุกจอมปีศาจจนเสียท่าได้ในที่สุด

 

ฉัวะ !

 

ปลายดาบเฟเนลเฉี่ยวแก้มจอมปีศาจจนเลือดออก  แลกกับบาดแผลที่ต้นแขนตนซึ่งหลบทันก่อนจะถูกฟันแขนขาด 

 

วาริวเหวี่ยงดาบในมือกรีดเป็นแผลที่อกอีกฝ่ายเป็นทางยาวจนจอมปีศาจหนุ่มต้องถอยกรูด  มองสายตาเย็นเยียบของเทพแห่งสายน้ำซึ่งทำให้เกิดแผลทั่วตัวของตน   และก่อนที่สองเทพจะได้จัดการอีกฝ่าย  กองทัพเทพที่ตามมาหนุนทำให้จอมปีศาจตัดสินใจชูมือสูง

 

“  ถอยทัพก่อน  ”  เหล่าปีศาจถอยห่างอย่างรวดเร็วตามคำสั่ง   จอมปีศาจมองที่เทพวาริวและเทพเฟเนลก่อนจะกล่าว

 

“  ครั้งนี้พวกเจ้าเพียงแค่โชคดีเท่านั้น   เทพเฟเนล  เจ้าอ่อนโยนเกินไป  ความอ่อนโยนนี้จะทำร้ายเจ้าสักวันหนึ่ง ”  จอมปีศาจหรี่นัยน์เนตรแดงฉานลง  บาดแผลที่หน้าอกค่อย ๆ เลือนหายไป  มือขาวซีดแตะที่ข้างแก้มซึ่งเป็นแผลถูกคมดาบของเทพแห่งพืชพรรณเฉี่ยว “ แผลนี้ข้าจะเก็บไว้เตือนให้นึกถึงเจ้า  ทั้งที่มีโอกาศหลายครั้งกลับไม่สังหารข้าผิดกับสหายเจ้า  จิตใจเจ้าดีงามและอ่อนโยนเกินไปจริง ๆแล้วสักวันเจ้าจะเสียใจที่ไม่ได้สังหารข้า ” 

 

เปรี้ยง ! วูบ !

 

จอมปีศาจไม่เพียงหายไปเฉย ๆ ตวัดดาบทิ้งคลื่นพลังสีดำทำร้ายเหล่าเทพที่มาเป็นทัพเสริมไว้  หากแต่ช่างน่าประหลาดที่พลังนั้นไม่ได้เข้าใกล้เทพเฟเนลแม้สักน้อย

 

“ เฟเนล  เจ้าบาดเจ็บ ”   เทพเฟเนลที่อยู่ในห้วงความคิดหันมายิ้มน้อย ๆ ให้สหายรัก

 

“  เพียงบาดแผลเล็กน้อยเท่านั้น ” 

 

“  ต่อให้เป็นแผลเล็กน้อยก็ตาม  เจ้าก็ควรรีบรักษามัน ”  แสงสีขาวอ่อนโยนจากมือหนาทาบแผ่วเบา  เทพแห่งสายน้ำที่มีสีหน้าไร้อารมณ์ตั้งแต่ต้นปรากฏความเป็นห่วงและกังวลเจือจางจนเทพผู้บาดเจ็บอดคลี่ยิ้มไม่ได้

 

“  เจ้ากังวลเกินไปแล้ววาริว  เจ้าเองก็บาดเจ็บเหตุใดจึงไม่รักษาตัวเองก่อน ”  มือเรียวบางทาบแก้มร่างสูงของอีกคนซึ่งมีบาดแผลอยู่อย่างอ่อนโยน   มือหนาจับมือนั้นแนบแก้มพร้อมกล่าวอย่างจริงจัง

 

“  เพราะเจ้าสำคัญมากน่ะสิ ” 

 

“  เจ้าก็สำคัญกับข้าเหมือนกัน  มาเถอะ  เราต้องไปรายงานเรื่องนี้ให้จอมเทพ ” 

 

เทพเฟเนลยืนนิ่งให้เทพแห่งสายน้ำชำระคราบเลือดที่ตัวของตนก่อนจะยกยิ้มให้  ก้าวเดินไปอีกทาง  ทิ้งภาพเหล่าเทพที่เริ่มรักษาตนเองและกำลังจัดการสนามรบ

 

 

“  เทพแห่งพืชพรรณเฟเนลและเทพแห่งสายน้ำวาริวจุติพร้อมกันทำให้กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกัน  ทั้งอาจเพราะพืชพรรณต้องเกื้อกูลสายน้ำเพื่อการเติบโต   ขณะที่สายน้ำก็ต้องการพืชพรรณค้ำจุนจึงทำให้เทพทั้งสองรู้ใจซึ่งกันและกัน   ทั้งยังมักไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ

และเพราะการที่สามารถขับไล่จอมปีศาจไปได้ทำให้ทั้งสองถูกแต่งตั้งเป็นแม่ทัพสวรรค์  ปกป้องคุ้มครองแดนสวรรค์และพิภพมนุษย์ต่อไป  ซึ่งเทพทั้งสองได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นเทพที่เข้าขากันด้านการต่อสู้มากที่สุด ” 

 

 

 

“ แอร๊ยยย แค่เริ่มก็ฟินแล้ว ”  เพื่อนของฉันกระซิบ  มือพวกเราจิกพนักเก้าอี้ด้วยความขัดเขินกับท่าทางเป็นห่วงเป็นใยของเทพทั้งสอง เพราะเจ้าสำคัญกับข้ามาก’ ‘เจ้าเองก็สำคัญกับข้าเหมือนกัน

 

โอ๊ย ! คือเห็นจากภาพไม่เท่าเห็นของจริง  ฝ่ามือที่แนบแก้ม  สายตาอ่อนโยน  รอยยิ้มนุ่มนวลและคำพูดนั่นทำให้ยิ่งรู้สึกว่าทั้งสองคนเหมาะกันมากจริง ๆ

 

“  เหมือนมาจากความรู้สึกจริง ๆ เลยอ่ะ กรี๊ดดด ”  ผู้ชมคนอื่นก็ส่งเสียงกรีดร้องเบา ๆ หลังสัมผัสได้ว่าคำพูดเหล่านั้นดูไม่เหมือนมาจากการแสดงแต่อย่างใด

 

หมอกควันปกคลุมเวทีพร้อมผู้คนที่เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว  พื้นเวทีที่ในยามแรกถูกปกคลุมด้วยหมอกสีขาวหนากลายเป็นพื้นหญ้าสีเขียวชะอุ่ม  ต้นไม้งอกเงยอย่างรวดเร็วกลายเป็นป่าที่แสนร่มรื่นและคนที่นั่งพิงต้นไม้อยู่ทำให้หนุ่มวายสาววายต้องกลั้นเสียงกรีดร้อง

 

แสงอาทิตย์ลอดลงมาจากหมู่แมกไม้  ต้องกระทบใบหน้าขาวเนียนของเทพแห่งพืชพรรณที่หยอกล้อกับนกตัวน้อยที่เกาะมือตนเล่น  แต่บนตักกลับมีร่างสูงใหญ่ของเทพแห่งสายน้ำทอดยาวนอนออกไป 

 

“  เวลาผ่านไปหลายร้อยปีที่ทั้งสามแดนยังสุขสงบ  หน้าที่ของเทพทั้งสองคือการลงมายังภพมนุษย์เพื่อดูแลพืชพรรณและสายน้ำซึ่งเปรียบดั่งชีวิตของผู้คนในภพนี้ ” 

 

จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ

 

เสียงนกหลากหลายพันธุ์ส่งเสียงร้องใสแจ๋วให้แก่เทพผมสีเงินซึ่งยกยิ้มกว้างอย่างผ่อนคลาย (ผู้ชมเคลิ้มกันเป็นแถบ ๆ) สายลมพริ้วไหวอ่อนโยน   ต้นไม้ใบหญ้าขยับกายแผ่วเบาดั่งจะทักทายเทพแห่งพืชพรรณ

 

หากแต่ภาพที่แสนงดงามนี้ก็ต้องสลายไปเมื่อเทพแห่งสายน้ำผุดลุกขึ้นพร้อมหรี่ตามองเหล่านกที่เทพเฟเนลหยอกล้อเมื่อครู่  พวกมันกระเจิงหนีกันในทันที  เทพหนุ่มกระพริบตาปริบ ๆ เอียงคอถามอย่างน่ารักน่ามองในสายตาผู้ชม

 

“  เจ้าไล่พวกมันไปทำไม ? หรือพวกมันส่งเสียงดังเกินไป ” 

 

“  เปล่า”  เทพหนุ่มล้มตัวลงนอนอีกครั้ง  งึมงำตอบ “ เพราะเจ้าเอาแต่สนใจพวกมันแต่ไม่สนใจข้าน่ะสิ ”   

 

กรี๊ดดดด

 

แว่วเสียงกรีดร้องจากผู้ชมทั้งหลายกับประโยคที่กระแทกใจไปเต็ม ๆ

 

แม่เจ้า  อะไรมันจะชวนกรี๊ดขนาดนี้

 

“  ฮะ ๆๆ เจ้าก็ทำเป็นขี้น้อยใจไปได้ ”  เฟเนลยกยิ้มบาง  ก่อนจะเริ่มทักทอดอกไม้ที่งอกเงยจากมือทำเป็นมงกุฎดอกไม้   ฮัมเพลงหวานแผ่วในลำคอจุดรอยยิ้มบาง ๆ ได้ที่ริมฝีปากหยักของคนที่ปิดเปลือกตาอยู่ 

 

ซ่า

 

เสียงสายลมพัดแผ่ว ๆ ชวนเคลิ้ม   บรรยากาศอันเงียบสงบและราวกับเป็นภาพที่มีในเพียงจินตนาการของสองเทพที่แสนจะรูปงาม

 

“  เสร็จแล้วล่ะ ”  เฟเนลชูมงกุฎดอกไม้ในมือให้วาริวดู  ก่อนพวกเขาทั้งคู่จะลุกขึ้นยืน

 

“  เจ้าจะไปแล้วหรือ ? ”  เทพวาริวถามด้วยท่าทางอาลัยนิด ๆ แม้ใบหน้าคมคายจะสงบนิ่ง  เทพเฟเนลพยักหน้ารับ

 

“  ข้าต้องไปดูพืชพรรณของที่อื่นอีก หากแต่เจ้าต้องดูการกำเนิดจิตวิญญาณแม่น้ำของทีนี้  คงไม่อาจไปกับข้าได้ ” 

 

“  เจ้าพูดถูก ”  เทพหนุ่มตอบรับเสียงราบเรียบ  หากแต่ไม่ปิดซ่อนความผิดหวังเอาไว้เจือจาง  และผู้เป็นสหายใช่ว่าจะดูไม่ออกจึงกล่าวให้วาริวก้มหัวลงนิด ๆ บรรจงวางมงกุฎดอกไม้ที่ทำบนศีรษะอีกฝ่าย

 

“  อย่าเสียใจไปเลย  ข้าไปเพียงพักเดียวเท่านั้นเอง ”  เทพเฟเนลเอ่ยอย่างปลอบโยนทั้งที่พวกเขาก็อยู่มาหลายร้อยปีแล้ว  ไม่ใช่เด็ก ๆ เทพวาริวถอนหายใจแผ่วเบา  เลื่อนมือไล้ข้างแก้มสหายรักอย่างอ่อนโยนก่อนจะยิ้มบาง ๆ เอ่ย

 

“  แล้วเจอกัน ” 

 

“  แล้วเจอกัน ”  เทพเฟเนลยิ้มกว้าง   ก่อนร่างจะเลือนหายไปกับสายลม  เทพหนุ่มที่เหลือเพียงคนเดียว ณ กลางป่าจับมงกุฎดอกไม้ของตนอย่างทะนุถนอม  สูดกลิ่นหอมอ่อนโยนที่คล้ายกับกลิ่นกายของอีกฝ่าย

 

“  กรี๊ดดดดดดดด ”  เสียงกรีดร้องของหญิงสาวคนหนึ่งดังก้อง  วาริวหันขวับ  พุ่งไปอีกทางหนึ่งอย่างรวดเร็วก่อนจะพบหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งกำลังหวาดกลัวต่อสัตว์ร้ายอย่างเสือดำ

 

“  นั่นเป็นครั้งแรกที่เทพวาริวพบหญิงสาวที่แสนงดงามคนหนึ่ง  นางมีชื่อว่าแดฟโฟเดล ”  วาริวที่ขับไล่เสือดำไปแล้วจับมือหญิงสาวคนนั้นให้ลุกขึ้น  นางกอดเขาไว้แน่นทำให้เขาต้องลูบแผ่นหลังเล็กอย่างปลอบโยน 

 

“  ช่วงนี้เจ้าดูมีความสุขขึ้นนะวาริว  มีอะไรดี ๆ แล้วไม่บอกข้าหรือเปล่า ? ”  เฟเนลเอียงคอถามสหายยิ้ม ๆ

 

วาริวอมยิ้มน้อย ๆ

 

“  ข้าช่วยหญิงสาวคนหนึ่งไว้  นางมีชื่อว่าแดฟโฟเดล อยู่ตัวคนเดียวที่ป่า  ข้าช่วยนางจากสัตว์ร้ายไว้น่ะ ” 

 

“  งั้นที่ช่วงนี้เจ้าลงไปโลกมนุษย์บ่อยก็แสดงว่าเป็นเพราะนางสินะ ” 

 

“  จะว่าเช่นนั้นก็ได้ ” 

 

เทพเฟเนลกล่าวหยอกเย้า

 

“  แสดงว่าสหายข้าจะมีคนรักแล้วหรือนี่  ช่างน่าอิจฉาเสียจริง  นางคงจะงดงามไม่น้อย ” 

 

“  ใช่แล้ว  นางงดงามมากทั้งยังนิสัยดียิ่งนัก  หากเจ้าพบนางแล้วจะชอบ ”

 

เทพเฟเนลเปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อย 

 

“  จะต้องมีสักวันที่ข้าได้พบนางแน่  แต่วาริวเจ้าห้ามลืมกฏของสวรรค์เด็ดขาดนะ ” 

 

“  ข้ารู้ ”  เทพวาริวกล่าวอย่างจริงจัง “ ห้ามพามนุษย์ขึ้นมายังแดนสวรรค์เด็ดขาด ” 

 

“  เช่นนั้นก็ดีแล้ว  นี่ข้าให้ ”  เทพเฟเนลโบกมือเบา ๆ ก็ปรากฏช่อดอกไม้ที่แสนงดงามขึ้นในอ้อมแขนเทพหนุ่ม  เทพแห่งพืชพรรณประคองมันส่งให้อีกฝ่าย  กล่าวยิ้ม ๆ “  มอบให้นางแทนข้าด้วย  ข้าหวังว่านางจะชอบมัน ” 

 

“  นางต้องชอบมันแน่ ”  ดวงตาคู่คมทอดมองเทพหนุ่มอย่างอ่อนโยน  “  มันงดงามมาก ” 

“  เช่นนั้นก็ดีแล้ว ” 

เฟเนลยกยิ้มกว้างให้เหมือนทุกครั้ง

 

 

ฉากบนเวทีเปลี่ยนเป็นผืนป่าเดิมที่เทพวาริวนั่งอยู่บนขอนไม้ขณะหญิงสาวชาวมนุษย์ร้องเพลงเต้นรำไปมารอบตัว

 

“  เทพวาริวได้หลงรักแดฟโฟเดลด้วยความงดงามและความน่ารักของนาง   เขาหมั่นลงมาที่โลกมนุษย์เสมอและนำของหลายอย่างจากสวรรค์มากมายมามอบให้ ” 

 

เทพวาริวยื่นช่อดอกไม้ที่แสนสวยงามให้หญิงคนรัก

 

“  นี่เป็นของที่สหายข้าฝากมามอบให้เจ้า  เขาเป็นเทพแห่งพืชพรรณมีนามว่า เฟเนล เป็นสหายรักที่สุดของข้า ” 

 

“  โอ้ วาริว  มันช่วงสวยงามเหลือเกิน ”  แดฟโฟเดล  หญิงสาวที่มีเส้นผมสีมองยาวสลวยและนัยน์เนตรสีฟ้างดงามแย้มยิ้มหวานยามรับช่อดอกไม้นั้นมา  นางมองมันอย่างชื่นชม

 

 

“  เวลาผ่านไปหลายปี  เทพวาริวยังคงลงมาที่โลกมนุษย์เสมอ  และมักเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสวรรค์ให้นางฟัง  ยิ่งแดฟโฟเดลฟังก็ยิ่งเกิดความปรารถนาที่จะไปยังแดนสวรรค์  เสพสุขกับการอยู่ยังดินแดนที่งดงามซึ่งนางจะเป็นถึงชายาของเทพแห่งสายน้ำ   ทั้งยังริษยาความงดงามของนางสวรรค์บางตนที่บางครั้งเผอิญพบพร้อมกับวาริว

 

นางรู้สึกว่านางจะแก่ขึ้นในทุก ๆ วัน  ความงามของนางกำลังโรยราทำให้นางปรารถนาอยู่ยังแดนดินที่ไม่มีวันแก่ตาย  นางเคยรบเร้าให้คนรักพานางไปอยู่ด้วยทว่าเทพวาริวปฏิเสธเนื่องจากไม่ต้องการทำผิดกฎสวรรค์ ” 

 

“  ทางด้านจอมปีศาจที่อยู่อย่างสงบเสงี่ยมมาหลายร้อยปีเมื่อรับรู้จากบริวารว่าบัดนี้เทพวาริวกำลังอยู่ในห้วงรักกับหญิงสาวชาวมนุษย์คนหนึ่งจึงวางแผนการบางอย่างเพื่อเอาคืนเทพวาริวที่เคยทำให้ตนบาดเจ็บมาก่อน ” 

 

“  วันหนึ่งขณะที่แดฟโฟเดลกำลังมองเงาตนเองในสายน้ำอย่างกลัดกลุ้มที่เห็นริ้วรอยเหี่ยวย่น  นางพลันได้ยินเสียงบางอย่าง ” 

 

 

“  แดฟโฟเดลเอ๋ย  แดฟโฟเดล ” 

 

นางผุดลุกขึ้นจากโขดหินด้วยความตื่นตระหนก

 

“  นั่นใครพูดกัน ?! ”  นางมองไปทางริมน้ำ  ตั้งใจเตรียมจะขอความช่วยเหลือจากคนรัก  เสียงนั้นก็ดังขัดขึ้นก่อน

 

“  ชู่ ๆๆ อย่าได้เกรงกลัวไป  เราไม่ได้มาทำร้ายเจ้า  เราเพียงเฝ้ามองเจ้าอยู่เป็นนานแล้ว ” 

 

“  มองข้ามองทำไม ? ” 

 

“  เจ้าเป็นหญิงสาวที่แสนงดงาม  หากแต่เมื่อเวลาผ่านไป  สังขารเจ้าก็เสื่อมโทรมขึ้นทุกที  เจ้าไม่หวาดกลัวคนรักอย่างเทพแห่งสายน้ำจะตีจากเจ้าไปหรือ ? ” 

 

เสียงทุ้มนุ่มเยือกเย็นนั่นถาม

 

แดฟโฟเดลกัดริมฝีปากตนเอง

 

“  แล้วเจ้าเกี่ยวอะไรด้วย ” 

 

“  ไม่ ๆ ข้าไม่เกี่ยวด้วย  ข้าเพียงสงสารที่เห็นเจ้าทุกข์ตรมทุกวันหากแต่เทพผู้นั้นกลับไม่รู้ตัว  ทำไมเจ้าไม่อ้อนวอนให้เขาพาเจ้าไปสวรรค์ด้วยเล่า ? ” 

 

“  ข้าทำแล้ว ”  นางตอบเสียงแผ่ว  “  หากแต่เขาปฏิเสธ  เขาบอกว่ามันผิดกฎสวรรค์ ” 

 

ข้ามีวิธีที่จะให้เจ้าขึ้นไปที่นั่นได้  เจ้าสนใจหรือไม่ ” 

 

นัยน์เนตรสีฟ้าใสกวาดมองโดยรอบ

 

“  วิธีอะไร ? ” 

 

“  ข้าจะให้เจ้ากินยาตัวหนึ่งมันจะทำให้เจ้าไม่สบาย  โดยที่เทพไม่สามารถรักษาเจ้าได้ยกเว้นแต่ไอสวรรค์เจ้ากินยานั่นเข้าไปและร้องขอให้เทพวาริวพาเจ้าไปรักษา  เพียงเท่านี้เจ้าก็จะได้ขึ้นไปที่นั่นแล้ว  ” 

 

“  ข้าจะแน่ใจได้ยังไงว่าเจ้าจะไม่โกหกข้า ”  

 

“  แน่นอน  ข้าสาบานว่าข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อเจ้าเลย  ข้าเพียงต้องการให้เจ้าได้ขึ้นไปยังสวรรค์กับเทพวาริวเท่านั้น” 

 

“  แดฟโฟเดลตัดสินใจทำตามแผนการของเสียงลึกลับนั่น   นางกินยาพิษซึ่งผสมเลือดของปีศาจเข้าไป  ทำให้นางนั่นป่วยหนักจนเทพวาริวได้แต่กลัดกลุ้มเนื่องเพราะไม่อาจรักษานางด้วยตัวเองได้ ” 

 

“  วาริวที่รักท่านพาข้าขึ้นไปสวรรค์ได้หรือไม่อย่างน้อยขอเพียงรักษาตัวข้าให้หายเป็นพอเท่านั้น แค่ก ๆ ”  สีหน้าของแดฟโฟเดลซีดเผือดทั้งยังกระอักไอออกมาเป็นเลือด 

 

วาริวหน้าซีดตาม  ประคองคนรักในอ้อมแขน

 

“  ข้าจะพาเจ้าไป  โปรดอยู่กับข้าเถิด  อย่าทิ้งข้าไปเลยแดฟโฟเดลที่รัก ” 

 

“  ข้ารักท่าน ” 

 

“  ข้าก็รักเจ้า ”  จุมพิตที่หน้าผากแผ่วเบา   ฉากเปลี่ยนเป็นยังแดนสวรรค์

 

 

“  ฉันเกลียดนางแดฟโฟเดลนั่น ” 

 

“  เหมือนกัน  อยากจะฉีกยัยนั่นเป็นชิ้น ๆ ” 

 

“  เทพวาริวเป็นของเทพเฟเนลหรอก ” 

 

“  อยากจะฆ่าทิ้งชะมัด ” 

 

เสียงขบเคี้ยวฟันจากผู้ชมดังขึ้นแผ่วเบาด้วยความไม่พอใจตัวละครนี้อย่างรุนแรง 

 

 

 

“  แดฟโฟเอลรักษาตัวด้วยไอสวรรค์จนนางหายดี   นางถูกเทพวาริวซ่อนไว้ที่ตำหนักหากแต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของนาง  ทำให้นางออกไปเดินเที่ยวเล่นจนถูกเทพทหารที่พบจับได้ ” 

 

“  นางเป็นมนุษย์  เทพวาริวพาตัวนางขึ้นมาเช่นนี้ถือเป็นการทำผิดกฎสวรรค์ที่ร้ายแรงยิ่ง ” 

 

“  เราควรจะทำอย่างไร ? ” 

 

“  คงต้องลบความทรงจำนางเกี่ยวกับสวรรค์และส่งนางไปยังภพมนุษย์ดังเดิม ” 

 

เหล่าเทพอาวุโสปรึกษากันหากพริบตาหนึ่ง  ไอความมืดก็ล้นทะลักในแดนพิพากษา  ปรากฏดาบสีดำเล่มหนึ่งแทงทะลุร่างของแดฟโฟเดล  นางกระอักไอ  มองบาดแผลที่อกตัวเองอย่างหวาดกลัวท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าเทพสวรรค์

 

วินาทีเดียวกับที่เทพวาริวเปิดประตูบานใหญ่ที่สลัดลวดลายงดงามเข้ามา  สีหน้าเทพหนุ่มตกตะลึงเมื่อเห็นหญิงคนรักนอนจมกองเลือดอยู่ 

 

นัยน์เนตรสีม่วงกลายเป็นแดงก่ำด้วยความบ้าคลั่ง

 

“  ทำไม ?! ทำไมต้องฆ่านาง ?! ” 

 

“  เราไม่ได้เป็นคนทำวาริว อ้ากกก ! ” เทพวาริวกวัดแกว่งดาบฟาดฟันเทพอาวุโสทั้งสามในทันที   เหล่าทหารเทพที่เข้ามาจึงเริ่มต่อสู้กับแม่ทัพสวรรค์

 

“ เทพวาริวที่บ้าคลั่งจากการตายของคนรักทำร้ายเทพอาวุโสซึ่งมีหน้าที่ตัดสินความผิด  และฆ่าทหารเทพไปเป็นจำนวนมาก  ความพิโรธและโทสะของเทพแห่งสายน้ำก่อนให้เกิดหายนะบนภพมนุษย์ซึ่งทำให้มีคนตายไปมากมาย ” 

 

ฉากเป็นโลกมนุษย์ที่บ้านเรือนและผู้คนจำนวนมากถูกน้ำซัดสาดจนเหลือเพียงเศษซาก 

 

“  ความสูญเสียและความบ้าคลั่งของเทพวาริวทำลายภพมนุษย์และแดนสวรรค์ไปเป็นจำนวนมาก  ด้วยเหตุนี้ทางเหล่าจอมเทพจึงตัดสินใจ...สั่งให้ฆ่าเทพแห่งสายน้ำทิ้งเสีย ” 

 

“  เทพเฟเนลที่ได้ฟังคำตัดสินกล่าวขันอาสาเจรจาในฐานะสหายรักก่อน  และเนื่องจากเทพเฟเนลเป็นเทพที่ดีงาม   เหล่าเทพจึงยอมรับคำขอนี้แต่ให้เทพเฟเนลสาบานว่าหากเทพวาริวไม่มีท่าทางเข้าใจหรือการเจรจาล้มเหลวต้องเป็นผู้สังหารเทพวาริวทันที ” 

 

ฉากเป็นเทพเฟเนลที่คุกเข่าข้างหนึ่ง  เงยหน้ากล่าวกับเทพอาวุโสอย่างหนักแน่น

 

“  ข้าจะเป็นผู้สังหารเขาเองหากการเจรจาไม่เป็นผล ” 

 

 

 

“  วาริวพอเถิด  เจ้าฟังข้าก่อน บัดนี้เทพแห่งพืชพรรณพร้อมเหล่าทัพของทหารเทพยืนประจันหน้ากับเทพแห่งสายน้ำที่อาบไปด้วยโลหิต  แววตาเลื่อนลอยไร้ความรู้สึก

 

เจ้าตัวกระซิบเสียงแผ่ว

 

“ เฟเนลหรือ? ” 

 

“  ข้าเอง  สหายรักของเจ้าอย่างไรเล่า ”  เทพเฟเนลเยื้องกายไปหาอีกฝ่ายอย่างเชื่องช้าและระมัดระวัง  ส่งสัญญาณไม่ให้ทหารเทพเคลื่อนไหว 

 

“  ฟังข้าหน่อยวาริว  สวรรค์ไม่ได้เป็นผู้สังหารแดฟโฟเดล  เป็นผู้อื่นที่กระทำ  สวรรค์เพียงต้องการล้างความทรงจำนางเกี่ยวกับเบื้องบนแล้วจึงพาลงไปยังเบื้องล่าง ” 

 

“  เจ้าโกหก ”  เทพแห่งสายน้ำตัวโอนเอียงกล่าว

 

เทพเฟเนลหยุดยืนอย่างสงบ  ถามเสียงอ่อนโยน

 

“  ข้าเคยโกหกเจ้าสักครั้งหรือไร วาริว ? ” 

 

“  โกหก ”  เสียงนี้ไม่ได้มาจากวาริวหากแต่มาจากร่างโปร่งแสงสีเทาเบื้องหลังเทพแห่งสายน้ำ  นางคือแดฟโฟเดลนั่นเอง

 

“  เขาโกหก  วาริวยอดรัก ”  นางลอยไปกระซิบข้างหูเทพวาริว “ เขาเองที่เป็นคนลงมือฆ่าข้ากับมือ  เป็นเขาเองที่จ้วงแทนข้าอย่างโหดเหี้ยม  เขาพรากข้าจากท่าน ” 

 

นัยน์ตาวาริวกลายเป็นสีแดงฉานที่บ่งบอกว่าเทพหนุ่มนั้นบ้าคลั่งอีกแล้ว

 

“ เจ้าฆ่านาง ! ” 

 

“  ท่านเฟเนล ! ”  เหล่าทหารเทพประสานเสียงกล่าว 

 

“  อย่าเข้ามา ! ”  เฟเนลตวาด  ตั้งดาบรับอาวุธจองอีกฝ่ายที่ฟาดฟันลงมา  แรงอันมหาศาลถึงกับทำให้ขาข้างหนึ่งของเขาทรุดฮวบลง

 

เคร้ง !

 

เฟเนลผลักดาบนั้นออกแล้วดีดตัวออกห่าง

 

“  ข้าไม่ได้ฆ่านาง  วาริว เจ้าจงตั้งสติก่อน ” 

 

“  เป็นเขาที่ฆ่าข้าวาริว  ข้ากรีดร้องสุดเสียง  ขอชีวิตหากแต่เขาไม่ใส่ใจสักน้อย  แทงดาบทะลุอกข้าอย่างโหดเหี้ยม ”  นางกล่าวเสียงเศร้าสร้อย

 

เคร้ง ! เคร้ง ! เคร้ง !

 

“  เจ้าฆ่านาง ! เจ้าฆ่านางทำไม ?! ” 

 

เคร้ง ! ฉัวะ ! ฉัวะ !

 

เสียงดาบเฉือนเนื้อของเทพแห่งพืชพรรณที่ได้แต่ตั้งรับคมดาบที่ฟาดมาอย่างบ้าคลั่ง  ร่างขาวของเทพหนุ่มอาบไปด้วยเลือดโดยที่ไม่ได้ตอบโต้ดาบของสหายรักแต่อย่างใด

 

เพียงกัดฟันรับเพลงศาสตรานั้นต่อ

 

“  เจ้าก็รู้ว่านางเป็นคนรักข้า ! ข้าทำผิดกฏแต่ไม่เห็นถึงกับต้องฆ่านางเลย ! ทำไม?! ” 

 

“  ข้าไม่ได้ทำ ! ” 

 

เคร้ง !

 

เทพเฟเนลตวาด  แกว่งดาบเหวี่ยงให้เทพวาริวถอยออกไป  ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล  ทรวงอกที่ถูกฟันเป็นแนวทะแยงเมื่อหอบหายใจไปก็สร้างความเจ็บปวดให้เจ้าตัวด้วย

 

“ เขา-เป็น-คน-ทำ ”  ดวงวิญญาณสาวย้ำพร้อมยิ้มแสยะ

 

 

“ นังบ้า ! ” 

 

“ ไปตายซะ ฉันเกลียดนาง ” 

 

“  ทำให้คู่รักอื่นเขาร้าวฉาน ” 

 

“  ฉันจะสาปแช่งแก ” 

 

 

เสียงพึมพำของผู้ชมดังไปมา ความรู้สึกของคน 98% เกิดความคิดอยากตบอีกฝ่ายสักฝ่ามือสองฝ่ามือที่สร้างเรื่องราวความแตกแยกให้สองเทพ

 

“ เทพเฟเนล ท่านต้องสังหารเขา  เดี๋ยวนี้ ! ”  ทหารเทพคนหนึ่งตะโกนบอก  “ สายน้ำเริ่มรวมตัวอย่างบ้าคลั่งที่ภพมนุษย์แล้ว  มันจะทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องล้มตายหากท่านยังไม่สังหารเขา ! ” 

 

เทพเฟเนลสูดลมหายใจลึก  ตั้งท่าดาบให้พร้อมก่อนจะพุ่งไปประดาบกับอีกฝ่ายอย่างดุเดือด

 

เคร้ง ! เคร้ง ! เคร้ง !

 

“  ข้าจะฆ่าเจ้าเฟเนล  ข้าจะฆ่าเจ้า ! ” 

 

เสียงเทพแห่งสายน้ำผู้แสนจะเยือกเย็นตวาดกร้าว  สร้างความปวดร้าวใจอย่างหนักหน่วงให้กับเทพเฟเนล  หากแต่เมื่อได้ยินเสียงเร่งรัดจากทหารเทพเบื้องหลัง  เทพหนุ่มจึงหรี่ตา  ปัดดาบเล่มงามดังเคร้งให้หลุดจากมือวาริว   และเพียงพริบตาเดียว  ดาบเล่มงามก็พุ่งเสือกแทงเข้าที่อกเทพหนุ่มอีกตนจัง ๆ

 

สวบ !

 

“  อึก ! ”  เฟเนลกุมดาบนั้นด้วยสองมือ  กดแน่นจนเทพวาริวกระอักเลือดออกมาย้อมชุดสีขาวของตนจนแดงฉาน  นัยน์ตาคู่คมปรากฏรอยอาฆาตและโกรธแค้นยามร่างค่อย ๆ ทรุดลงอย่างหมดเรี่ยวแรง

 

“  ข้าจะฆ่าเจ้า เฟเนล” 

 

เทพเฟเนลใช้มือหนึ่งประคองแผ่นหลังอีกฝ่ายไว้  ก้มมองใบหน้าสหายรักที่จ้องมองตนอย่างอาฆาตแค้นด้วยรอยยิ้มโศกเศร้าและกล่าวในสิ่งที่ทำให้เทพวาริวมองอย่างงุนงงครู่หนึ่ง

 

“  เจ้าจะได้ฆ่าข้าแน่ ๆ วาริว  และข้ายังขอยืนยัน ” 

 

 

แหมะ  แหมะ

 

 

“  คำเดิมว่าข้าไม่ได้ทำร้ายคนรักของเจ้า ” 

 

 

แหมะ  แหมะ  แหมะ

 

 

“  เหตุใดเจ้าจึงไม่เชื่อข้าเลยวาริว  ข้าเป็นผู้ที่ชอบตระบัดสัตย์เช่นนั้นหรือ ?  ข้าไม่รักษาสัจจะหรือชอบโกหกหรือเจ้าจึงไม่แม้แต่จะฟังข้า  ไม่แม้แต่จะเชื่อในสิ่งที่ข้ากล่าว ” 

 

“  เฟเนล นัยน์เนตรสีแดงฉานเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงดังเดิม  มันฉายความตกตะลึงเมื่อคนที่ก้มหน้ามองและเป็นคนที่แทงตนเองนั้นกำลังแสดงสีหน้าบิดเบี้ยวราวเป็นคนที่ถูกแทงเสียเอง   ใบหน้าที่เหมือนเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสและกำลังหลั่งน้ำตาออกมาสร้างความสะเทือนใจให้กับวาริวอย่างยิ่ง

 

 เทพแห่งพืชพรรณที่มักมีรอยยิ้มแสนอ่อนโยนบนใบหน้าเสมอ  บัดนี้กำลังร่ำไห้กับสิ่งที่ตนทำ  นั่นคือการสังหารเพื่อนรักของตนเพื่อหยุดยั้งโศกนาฏกรรม

 

ของเหลวที่หยดลงบนใบหน้าของเขาทำให้วาริวได้สติจากความบ้าคลั่งของตน  เขาเหม่อมองกลุ่มเส้นผมสีเงินยวงสลวยที่เขาชื่นชอบนัก

 

“  ข้าขอโทษที่ทำร้ายเจ้า ”  พึมพำเสียงแหบพร่า “  แต่ข้าไม่ได้ฆ่าแดฟโฟเดล  ข้าไม่ได้ทำร้ายนาง  ไม่ได้แม้แต่จะแตะต้อง  ไม่ได้ทำฮึก ฮึก ” 

 

“  ข้าไม่ได้ทำ  ข้าไม่ได้ฆ่านางเชื่อข้าเถิดวาริว  เชื่อข้า ฮือ ” 

 

“  ข้ารู้ข้ารู้แล้ว ”  เทพวาริวสวมกอดร่างที่กำลังร่ำไห้บนอกตน  กล่าวย้ำว่าไม่ได้ทำด้วยสายตาเลื่อนลอย “ ข้าขอโทษ ” 

 

“  ฮึก ฮืออออ ” 

 

“  ข้าขอโทษ ” 

 

เทพหนุ่มยังคงร้องไห้อยู่เป็นเวลานานจนกระทั่งเปลือกตาบางของผู้เป็นสหายปิดลงพร้อมเรือนร่างที่สลายกลายละอองแสงสีขาว   ใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตาเหม่อมองดาบที่ตกลงพื้นดังเคร้ง ! ดาบที่ฆ่าสหายของเขา

 

เฟเนลกลืนน้ำลายลงคอ  หยิบดาบเล่มนั้นขึ้นมามองพร้อมกล่าว

 

“  ข้าทำร้ายเจ้าข้าฆ่าเจ้ากับมือข้าเอง  เจ้าคงจะโกรธข้าเป็นอย่างมาก ”  เสียงผู้ชมร้องเบา ๆ เมื่อเทพหนุ่มหันดาบเล่มเพรียวนั่นเข้าหาตัวเอง  จ่อที่ตำแหน่งหัวใจ

 

“  โทษของการสังหารเทพด้วยกันคือต้องถูกประหาร   ข้าจะขอสำเร็จโทษตัวเองและขอให้พลังทั้งหมดของตนค้ำจุนพืชพรรณบนพิภพมนุษย์ให้ยั่งยืนต่อไปจวบจนเทพแห่งพืชพรรณตนใหม่ได้ถือกำเนิดและ ”  เทพหนุ่มแหงนหน้าขึ้นนิด ๆ ยามหยาดน้ำตาคลออีกครั้ง  สูดลมหายใจลึกและกล่าวอย่างหนักแน่นว่า “ ในการจุติหน้า  ข้าขอให้ข้าได้ตายด้วยมือของอดีตเทพแห่งสายน้ำวาริว ! ” 

 

ฉึก !!!

 

“ อ่อก ! ”  เทพเฟเนลที่แทงดาบเข้าที่หัวใจตนกระอักเลือดออกมาคำใหญ่  ใบหน้าฉายรอยยิ้มยินดีก่อนจะล้มตัวลงนอนอย่างหมดเรี่ยวแรง  แอ่งเลือดเจิ่งนอนพื้น  เปลือกตาขาวนวลค่อย ๆ ปรือปิดเนตรสีส้มสดใสอ่อนโยนและร่างของเทพแห่งพืชพรรณก็สลายไปเป็นละอองแสงเช่นเดียวกับเทพวาริว

 

“  เทพแห่งพืชพรรณเฟเนล  ด้วยความเศร้าเสียใจจากการเป็นผู้ลงมือสังหารเพื่อนรักมากที่สุดของตนด้วยตัวเอง  ทำให้ตัดสินใจใช้พลังทั้งหมดคงให้พืชพรรณสามารถเจริญเติบโตได้เองแม้ไม่มีเทพแห่งพืชพรรณคอยปกปัก  ทั้งยังกล่าวยืนยันให้การจุติหน้านั้นขอให้ตนตายด้วยน้ำมือของเทพวาริวเพื่อเป็นการชดใช้ ” 

 

“  สวรรค์จึงสูญเสียเทพทั้งสองไปด้วยเหตุการณ์นี้  และต่อมานานนับพันปี  เทพสององค์ได้จุติขึ้นพร้อมกันหนึ่งนั้นคือเทพแห่งแสงและหนึ่งนั้นคือเทพแห่งศาสตรา”  


 

 

 

51 %

 

 

 

 

 

ต่อมาเวทีก็เปลี่ยนเป็นสวนสวยที่งดงามน่าหลงใหล  มีศาลาที่ถูกสลักด้วยหินขาวเป็นลวดลายทวยเทพ  มีเด็กชายสองคนในชุดยาวสีขาววิ่งเล่นไล่จับกันไปมาด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

 

ต่อมากลายเป็นเด็กหนุ่มสองคนซึ่งมีสีผมและสีตาเหมือนเด็กชายทั้งสองเมื่อครู่กำลังประดาบกันอย่างเอาจริงเอาจัง  หลายคนเริ่มมองออกแล้วว่าเด็กทั้งสองคือใคร

 

“  กรี๊ดดดดดด”  เสียงกรีดร้องเชียร์ดังจากผู้ชมเมื่อปรากฏร่างสองเทพในรูปลักษณ์ชายหนุ่มขึ้น  หนึ่งคือเทพผู้มีเส้นผมสีม่วงอ่อนปล่อยยาวสยายถึงกลางหลัง  มีนัยน์ตาสีเพชรเป็นประกายที่กำลังคลี่ยิ้มสง่างาม  และมีตำราเล่มหนาในอ้อมแขน 

 

อีกหนึ่งเทพเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินเข้มและนัยน์ตาสีเดียวกันซึ่งมีสีหน้าราบเรียบสงบนิ่ง  ทว่าออร่าความกดดันก็แผ่ชัดทำให้ผู้ชมต่างคาดเดาได้ในทันทีว่าใครคือเทพศาสตราซึ่งสวมอาภรณ์ยาวด้วยผ้าเนื้อดีสีรัตติกาลเป็นเงา  เครื่องทองที่ข้อมือและข้อเท้าซึ่งส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งทำให้ผู้ชมต่างสะกิดใจในความเหมือนบางอย่างของเทพแห่งสายน้ำวาริวซึ่งสวมกำไลข้อเท้าที่มีกระพรวนเช่นกัน

 

เสียงบรรยายดังขึ้นช้า ๆ

 

“  กาลเวลาผ่านไปนับพัน ๆ ปี  ที่สรวงสวรรค์สงบสุขและได้กำเนิดเทพสององค์ขึ้น  นั่นคือเทพแห่งแสง เทซิล และเทพแห่งศาสตรา เซเลสซึ่งเป็นเพื่อนรักกันมานาน   หนึ่งคือเทพที่สร้างความอบอุ่นและให้กำเนิดทุกสรรพชีวิต  และอีกหนึ่งคือเทพแห่งสรรพวุธทั้งหลายที่ชำนาญการใช้อาวุธทุกอย่าง  ซึ่งสร้างสรรค์เหล่ามนุษย์ให้สามารถปลอดภัยด้วยเครื่องป้องกัน ” 

 
 

“  อ่ะไม่ต้องแย่งไปก็ได้เซเลส  มันไม่ได้หนักอะไรมากมาย ” 

 

เทพหนุ่มผมสีม่วงเอ่ยด้วยสีหน้าระอาใจเมื่อตำราหนาในอ้อมแขนถูกอีกฝ่ายแย่งถือไปจนหมด

 

“ เจ้าตัวบาง  ไม่ควรถือของหนัก ”  ถ้อยคำสั้น ๆ ทำเอาผู้ชมกร๊าวใจ  กระซิบด้วยใบหน้าตื่นเต้นทันทีทันใด

 

 

“  แอร๊ยยยย  รู้ว่าตัวบางนี่คือสัมผัสกันมาก่อนแล้วชิมิ ? ” 

 

“  โหย  เป็นห่วงด้วยอ่า  ไม่อยากให้ถือของหนักล่ะซี้ ” 

 

“  หรือว่าจะ xxxx กันแล้ว ?! ” 

 

“  โอ้ มายก็อด  เลือดกำเดาจะพุ่ง ! ” 

 

 

 

 “ ข้าไม่ได้บอบบางขนาดนั้น  ฝีมือดาบเราสูสีกันเสียด้วยซ้ำ ”  เทซิลพยายามแย่งหนังสือคืนมาหากแต่ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเพื่อนหนุ่มชูมันขึ้นเหนือหัวและช่างแย่นักที่ความสูงของเขาเตี้ยกว่าอีกฝ่ายแม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม

 

“ ใช่  สูสีแต่ก็แค่ดาบ ”  เซเลสเอี้ยวกายหลบมือที่ชูขึ้นหวังดึงหนังสือคืน  หยอกกลับด้วยใบหน้าเรียบนิ่งทว่านัยน์ตาพราวระยับ “  อาวุธอื่นเจ้าห่วยมากทีเดียว ” 

 

เทซิลชะงักก่อนสะบัดหน้าพรืดด้วยท่วงท่าน้อยใจเล็กน้อย   จนเส้นผมยาวสลวยปลิวสยาย

 

“  ใช่สิ ใครจะไปสู้เทพศาสตราเช่นเจ้าได้กัน ” 

 

“ ข้าเพียงหยอกเจ้าเล่นเท่านั้น  เจ้าไม่รำคาญผมเช่นนี้หรือ ? มาเถอะข้าจะจัดการให้ ” 

 

อร๊ายยยยยยยยยยย

 

ไม่ว่าเปล่า  มือหนาจับจูงมืออีกฝ่ายไปนั่งยังศาลาสีขาว  ยืนซ้อนจากด้านหลังพร้อมใช้มือสางเส้นผมยาวอย่างนุ่มนวล  แล้วจึงค่อย ๆ ถักเป็นเปียเดียวให้อย่างเชื่องช้า 

 

ภาพเทพแห่งแสงที่ก้มลงอ่านหนังสือบนตักและภาพเทพแห่งศาสตรากำลังถักผมให้อีกฝ่ายอย่างทะนุถนอมชวนให้ผู้ชมเคลิ้มในรอยยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปากเซเลส  เทพผู้ดูเย็นชาในยามแรก  และก็ต้องกลั้นเสียงกรี๊ดเป็นแถบ ๆ ยามเมื่อรวบเส้นผมนั้นเรียบร้อยแล้ว  เทพหนุ่มที่ผันตัวมาเป็นช่างทำผมก็ยกปลายเปียขึ้นมาสัมผัสเบา ๆ ที่ริมฝีปากโดยที่เทซิลไม่รู้ตัวสักน้อย

 

 

แอร๊ยยยยยยยยย นี่มันแอบลวนลามกันนี่คะ !

 

ทำไมไม่จูบที่ปากไปเลยคะ !

 

เสียงในใจพวกฉันกรีดร้อง

 

“  จริงสิ  อีกเดี๋ยวเจ้าก็จะลงไปตรวจตราที่ภพมนุษย์ใช่หรือไม่ ? ” 

 

“ ใช่  มีอะไรหรือ ”  เซเลสย้อนถามขณะทรุดนั่งข้างกายสหายรัก

 

“ เปล่า  แค่คิดว่าจะลงไปพร้อมเจ้าดีไหมน่ะ ” 

 

นัยน์ตาสีน้ำเงินดำมืดลงบางส่วน  ถามเสียงนิ่งแต่แฝงอารมณ์ลึกล้ำบางอย่าง

 

“  หรือเจ้าไม่อยากไปกับข้า ? ” 

 

“  จะเป็นเช่นนั้นไปได้ยังไงกัน ”  เทซิลหัวเราะน้อย ๆ แต่คงท่าทางสง่างามไว้  “ ข้าเพียงรู้สึกทำใจยากเล็กน้อยที่ต้องผละจากสิ่งที่กำลังอ่าน ” 

 

เซเลสปรายตามองบนตักอีกฝ่าย  ก่อนดึงมันออกมาจากมือเทซิลพร้อมทำให้มันหายวับไป  เทซิลเลิกคิ้วสูง

 

“  นั่นเจ้าทำอะไรของเจ้า ? ” 

 

ร่างสูงเอนกายหนุนตักอีกฝ่ายในทันที  ตอบเสียงเข้มพร้อมปิดเปลือกตาลง

 

“ ทำให้มันหายไปในที่ที่เจ้าจะหาไม่เจอ ” 

 

“  เพราะอะไร ? ” 

 

“  เพราะเจ้าให้ความสำคัญข้าน้อยกว่ามัน ” 

 

คำตอบอันเหนือความคาดหมายผู้ชมทำให้เสียงพึมพำดังขึ้น

 

 

“  นี่ ๆ เธอว่าไหม  นิสัยคล้าย ๆ เทพวาริวเลยนะ ” 

 

“  ฉันก็คิดเหมือนกัน ” 

 

“  ในโบรชัวร์บอกนี่ว่าเป็นจิตวิญญาณเทพวาริวมาเกิดใหม่  หรือว่าไม่ใช่ ? ” 

 

“  ถูกแล้วล่ะ  ส่วนเทพเทซิลคือเทพเฟเนลไงล่ะ ” 

 

“  หวังว่ารอบนี้จะไม่ดราม่านะ  ฉันคงทนไม่ได้ ” 

 

“  เหมือนกัน ” 

 

 

และก็มีอีกสองร่างปรากฏขึ้น

 

“  อะไรกัน  นี่พวกเจ้าพัฒนาไปทางนั้นแล้วหรือเนี่ย ”  เทพหนุ่มผมสีแดงเพลิงเดินมาพร้อมรอยยิ้มกรุ่มกริ่มเจ้าของนัยน์ตาสีเดียวกัน   แม้สีผมและสีตาจะเปลี่ยนไปทว่าใบหน้ายังคงเดิมให้ผู้ชมกรี๊ดกับรอยยิ้มนั้น  เพราะนี่คือมาร์ค โอเวนตัวจริงและอีกหนึ่ง เทพหนุ่มท่าทางง่วงงุนเอื่อยเฉื่อย เฮดิช  เฮไรซ์ คู่จิ้นอีกฝ่ายนั่นเอง

 

“ อะไรคือพัฒนาไปในทางนั้นรึมาคิส ? ”   เทพแห่งแสงเอียงคอถามอย่างไม่เข้าใจ  

 

เทพแห่งไฟหัวเราะหึ ๆ ดึงตัวคนด้านหลังมาสวมกอด  คางเกยไหล่พร้อมยิ้มเจ้าเล่ห์

 

“ แบบนี้ไง ฟอด ! ” 

 

ว่าแล้วก็หอมแก้มเพื่อนหนุ่มไปที  คราวนี้เสียงกรี๊ดดังกระหึ่มบาดหูทันใด

 

เทพอีกสองตนทำตาเบิกโพล่งด้วยความตกใจเล็ก ๆ เทพแห่งดินเฮดิชยังคงทำหน้าง่วง ๆ ดังเดิมแต่ยันหน้าอีกฝ่ายออกจากริมหูตน  กล่าวเสียงเอื่อยว่า

 

“  เลิกแกล้งข้าได้แล้ว มาคิส ” 

 

คนถูกยันระเบิดเสียงหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าตกใจของเทพเทซิลและเทพเซเลสที่ปรับใบหน้าให้เป็นปกติในภายหลังตามนิสัย

 

เทพเทซิลถามซื่อ ๆ

 

“  นี่พวกเจ้าแกล้งพวกข้าหรือ ” 

 

“  แค่มาคิสน่ะ เทซิล  ข้าไม่เกี่ยว ”  เทพหนุ่มทรุดนั่งแล้วเอนตัวนอนตักเทซิล  ส่งเสียงงึมงำถาม

 

“  ข้านอนได้ไหม ? ” 

 

เทพเทซิลยิ้ม

 

“  แน่นอน  เจ้านอนเถอะ  ว่าแต่ทำไมช่วงนี้เจ้าถึงดูง่วงนอนตลอดเวลาเลยกัน ? ” 

 

“  เมื่อคืนเจ้ามาคิสมันกวนข้าตอนนอนน่ะสิ  จับตรงนู้นบ้างจับตรงนี้บ้าง  ดุกดิกไม่หยุดสักทีจนข้านอนไม่หลับแถมยังนอนกอดข้าแน่นอีก   ประโยคหลังแผ่วลงเรื่อย ๆ จนแปปเดียวคนขอนอนก็ได้นอนสมใจ   เทพเซเลสเลิกคิ้วมองสหายที่ไหวไหล่พลางถาม

 

“  ตำหนักเจ้าใหญ่กว่าเฮดิชไม่ใช่หรือมาคิส  ? ” 

 

“  ก็เพราะใหญ่  ข้าเลยเหงาไง ”  มาคิสยกยิ้มกวน  เหลียวมองคนที่นอนหลับอยู่อย่างเอ็นดูก่อนจะถามเสียงแช่มชื่น

 

“  มาสู้กันหน่อยไหม ? ” 

 

“  ข้าไม่ว่าง ”  เซเลสปฏิเสธ  หากแต่ต้องชะงักเมื่อสหายเทพมากระซิบใกล้ ๆ ( แต่ผู้ชมได้ยิน )

 

“  ถ้าเจ้าชนะเดี๋ยววันหลังข้าจะไม่โผล่มากวนเวลาเจ้าอยู่กับเทซิลเหมือนครั้งนั้นและครั้งนี้  สนใจหรือไม่ ? ” 

 

“  เหตุใดข้าต้องสนใจ ? ”  เทพหนุ่มย้อนถามแต่เสียงแข็ง ๆ พิกล

 

“  แหมถ้าอย่างนั้นข้าจะโผล่มาหาเจ้าทุก ๆ วันเลยล่ะกัน  แล้วก็พาเทซิลไปนู่นนี่นั่นแล้ว--- ” 

 

“  จะสู้ก็สู้ ”  เซเลสกล่าวเสียงเข้มพร้อมเรียกดาบมาไว้ในมือทันที   ในตอนแรกผู้ชมยังจับตนชนปลายไม่ถูกและกำลังกรี๊ดกร๊าดกับคำกล่าวอันคลุมเครือของเทพเฮดิชที่มีใครบางคนมาก่อกวนตอนนอน   จนกระทั่งเทพแห่งไฟผู้แสนจะขี้เล่นขี้แกล้งหันมาขยิบตาให้ทางพวกเธอพร้อมป้องปากบอก

 

“  สงสัยล่ะสิทำไมเซเลสถึงยอมสู้ด้วย  เหตุผลน่ะหรือ ? ก็เทพศาสตราหวงเวลาส่วนตัวตอนอยู่กับเทซิลสุด ๆ น่ะสิ ” 

 

“  กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด ” 

 

 

และสองเทพก็เริ่มต่อสู้กันอย่างดุเดือดโดยผู้ชมเพียงคนเดียวอย่างเทซิล

 

 

“  เทพเทซิลและเทพเซเลสมีสหายสนิทอีกคนคือเทพแห่งไฟ มาคิส และเทพแห่งดิน เฮดิชซึ่งจุติเวลาไล่เลี่ยกัน  หากแต่เทพมาคิสและเทพเฮดิชจุติพร้อมกันทำให้สนิทกันมากเป็นพิเศษแม้ธาตุจะเป็นปรปักษ์หากแต่นั้นไม่ส่งผลกระทบถึงความสนิทสนมของทั้งสององค์เลยแม้แต่น้อย ” 

 

“ เทพแห่งแสงเทซิลซึ่งคือเทพแห่งพืชพรรณเฟเนลที่ลงมาจุติใหม่เช่นเดียวกับเทพแห่งศาสตราที่จุติจากจิตวิญญาณเทพแห่งสายน้ำวาริว  การถือกำเนิดของพวกเขามีเพียงผู้เดียวที่จดจำศัตรูทั้งสองได้นั่นคือจอมปีศาจแห่งภพปีศาจซึ่งในยามแรกเพียงเฝ้ามองห่าง ๆ เท่านั้นจนกระทั่งมั่นใจว่าสองเทพนั้นสนิทสนมกันดังเดิมจึงครุ่นคิดว่าเทพทั้งสองคงเป็นอุปสรรคในการขัดขวางการบุกรุกสวรรค์เป็นแน่ ” 

 

 

ฉากเปลี่ยนเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยหมอกควันสีม่วงแดง  กลิ่นไอความตายลอยกรุ่นตามด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนสร้างความหวาดกลัวให้ผู้ชมไม่น้อย  เนื่องเพราะยังมีปีศาจนับร้อยบนเวทีคุกเข่าให้ร่างบนบัลลังค์ที่ประกอบขึ้นจากโครงกระดูกสูงเหนือพื้นกว่าสองเมตร  และมีหญิงสาวนางหนึ่งในชุดราตรีสีดำนอนหมอบราบที่เบื้องเท้า

 

“  ดูเหมือนจะเป็นอย่างที่ข้ากังวล ”  โทนเสียงราบเรียบหากทว่าก้องกังวานและทรงอำนาจของจอมปีศาจดังขึ้น  ศอกเท้าบัลลังค์  หลังมือที่สวมด้วยแหวนทับทิมงดงามเป็นที่รองกรามแข็งแรง  ซึ่งข้างแก้มปรากฏรอยแผลเป็นถูกดาบเฉี่ยว นัยน์เนตรแดงฉานทอความครุ่นคิด “ โลกัส ” 

 

“  พะยะค่ะ ! ”  ปีศาจซึ่งมีศีรษะเป็นวัว  สูงกว่าสองเมตรและถือขวานหนักยืดกายขึ้นขานรับเสียงดังสนั่น

 

“  เตรียมทัพให้พร้อม  อีกไม่นานเราจะบุกสวรรค์เมื่อเทพแห่งศาสตราสิ้น ” 

 

เสียงโห่ร้องของเหล่าปีศาจแทบเท้าราชาดังประสานอย่างกระเหี้ยนกระหือ   แล้วล่าถอยไปอย่างรวดเร็วเหลือโครงกระดูกในชุดเกราะบางส่วนยืนอารักขาเป็นทางยาว

 

“  ท่านจอมปีศาจเจ้าขา ~  เสียงหวานหยดย้อยดังจากหญิงสาวที่นั่งพับเพียบอยู่   ใบหน้างามที่ผู้ชมไม่ลืมแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนสีเข้มอย่างม่วงดำ  ริมฝีปากแดงเย้ายวนขยับเอ่ยเรียกผู้เป็นนาย  เพียงเห็นหน้านั้นเหล่าผู้ชมก็กำหมัดแน่น

 

 

“  ยังไม่ตายอีกเหรอเนี่ย  ” 

 

“  นังบ้าเอ๊ย ! ยังจะโผล่มาอีกเรอะ ” 

 

“  ฉันอยากเอาดาบกระซวกไส้มัน ” 

 

 

 

“  มีสิ่งใดให้ข้าน้อยทำหรือไม่เจ้าคะ ” 

 

นางถามเสียงหวานยั่วเย้า  ตาปรือมองหากแต่จอมปีศาจกลับไม่แม้แต่จะชายตามองสักน้อย

 

“ หุบปากเถิดแดฟโฟเดล ”  เสียงทุ้มที่ดังตัดอย่างเย็นชาทำเอาผู้ชมสะใจเป็นแถบ ๆ ยามเห็นหญิงสาวผู้งดงามหน้าเสีย 

 

จอมปีศาจยังอยู่ในท่วงท่าครุ่นคิดขณะรำพึง

 

“  ดูเหมือนเจ้าต้องการให้สัตย์สาบานที่จะตายด้วยน้ำมือสหายเจ้าเป็นจริงสินะ  เฟเนล” 

 

 

“  เดี๋ยว ๆ อะไรคือการทอดเสียงอ่อนโยนตอนเรียกชื่อเทพเฟเนลเนี่ย ?! ” 

 

“  ฉันรู้สึกถึงออร่าบางอย่างจากจอมปีศาจกับเทพเฟเนล ” 

 

“  ต๊ายยย  ว่าแล้ว  มันต้องมีซัมติงแน่เลยอ่าแกรรรร ” 

 

“  ถึงว่าทำไมเหลือแผลที่แก้มจากเทพเฟเนลไว้ ” 

 

“ โง้ยยยยย เชียร์จอมปีศาจดีไหมเนี่ย ? ไม่ได้ ๆ  ฉันต้องรักเดียวใจเดียว ” 

 

 

“  จริงสิ  จอมปีศาจก้มมองหญิงสาวที่ก้มหน้าก้มตาอยู่ “ แดฟโฟเดลข้ามีสิ่งที่ต้องการให้เจ้าทำ ” 

 

“  อะไรหรือเจ้าคะ ? ” 

 

จอมปีศาจผุดรอยยิ้มที่มุมปาก  นัยน์ตาลุ่มลึก

 

“  จงลงไปภพมนุษย์ทำให้เทพเซเลสหลงรักเจ้าให้ได้และขอตามขึ้นมายังสวรรค์ดังที่เจ้าเคยทำกับเทพวาริว จากนั้นจงหาทางสังหารเขาทิ้งเสีย ” 

 

“  น้อมรับคำบัญชาเจ้าค่ะ ” 

 

“  แต่เจ้าต้องจำไว้อย่างหนึ่ง” 

 

“  ? ” 

 

“  เจ้าใช้ได้ทุกวิธีการในการสังหารเทพเซเลส  หากแต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าห้ามกระทำ  นัยน์ตาสีแดงฉานหรี่ลงคมวูบ  “  ห้ามแตะต้องหรือทำร้ายเทพแห่งแสงเทซิลแม้สักน้อย  เข้าใจหรือไม่ ? ” 

 

“  เจ้าค่ะ ” 

 

 

“  กรี๊ดดดดดดดดด แพริ่งจอมปีศาจกับเทพเฟเนลหรือเทพเทซิลก็ไม่เลวนะ ” 

 

เพื่อนฉันบอก

 

 

“  ในครั้งนั้นจอมปีศาจได้ส่งดาบคู่กายไปสังหารแดฟโฟเดล  หญิงคนรักของเทพแห่งสายน้ำวาริวเพื่อสร้างความปั่นป่วนให้สวรรค์และเพื่อสังหารแม่ทัพสวรรค์เนื่องเพราะรู้สึกได้ว่าทั้งสองเป็นอุปสรรค  หากแต่ที่คาดไม่ถึงคือการตายของเทพแห่งสรวงสวรรค์เฟเนล ” 

 

“  และในยามนี้เมื่อใดที่แดฟโฟเดลซึ่งกลายมาเป็นข้ารับใช้จอมปีศาจสามารถสังหารเทพแห่งศาสตราได้  จอมปีศาจได้ตั้งเป้าไว้ที่จะบุกสวรรค์อีกครั้ง ” 

 

 

ฉากเปลี่ยนเป็นยามเทพแห่งศาสตราอยู่ในป่า  เจ้าตัวพบหญิงงามที่กำลังถูกทำร้ายอีกครั้งและเทพหนุ่มก็ได้ช่วยนางไว้

 

“  เป็นอีกครั้งที่เทพเซเลสได้ช่วยนางและเกิดความรู้สึกประหลาดกับหญิงสาวนางนี้  เขาลงมาภพมนุษย์บ่อยขึ้นด้วยความรู้สึกเอ็นดูแดฟโฟเดลดั่งน้องสาว ” 

 

 

“  ดีนะที่เป็นน้องสาว  ถ้าเป็นคนรักอีกนี่ฉันจะถวายเทพเทซิลให้จอมปีศาจแล้ว ” 

 

“  แกก็เกินไป  เขาไม่โง่ซ้ำสองหรอกมั้ง ” 

 

 

“  ท่านพี่  ท่านพาข้าไปเที่ยวเล่นที่สรวงสวรรค์ได้หรือไม่ ? ข้าขอเพียงพักเดียวเท่านั้น ”  แดฟโฟเดลอ้อนวอน

 

“  มันเป็นกฎที่ห้ามนำมนุษย์ขึ้นไปยังสรวงสวรรค์ ”  เซเลสที่กำลังก้มลงเก็บดอกไม้มารวมเป็นช่อ ๆ กล่าวเสียงเรียบ

 

“  เพียงแปบเดียวเท่านั้นเอง ”  นางวิ่งมาดักหน้า “ ข้าอยากพบหน้าเทพแห่งแสงเทซิล  สหายรักของท่านพี่ที่ส่งของน่ารักๆ มากมายมาให้ข้าเหลือเกิน  เทพเทซิลจะต้องรูปงามมากเป็นแน่  ” 

 

“  แดฟโฟเดลที่รู้ตัวว่าไม่อาจหลอกให้เทพเซเลสหลงรักได้ปรับเปลี่ยนแผนการด้วยการชื่นชมเทพเทซิลออกนอกหน้าและมีความปรารถนาอยากขึ้นไปเล่นยังสรวงสวรรค์   สุดท้ายเทพเซเลสจึงตัดสินใจนำเรื่องนี้มาปรึกษาสหายรักอย่างมาคิส ” 

 

“  หากตามที่ข้าคิด  เจ้าไม่ควรพานางขึ้นมาที่นี่ ”  เทพแห่งไฟที่มีเทพแห่งดินเฮดิชนอนหลับบนตักเอ่ยเสียงแผ่วด้วยไม่ปรารถนาให้อีกฝ่ายตื่นขึ้นมา

 

“  นางบอกว่าอยากพบเทซิลและอยากดูสวนของสรวงสวรรค์เท่านั้น ” 

 

“  เจ้าคงไม่ได้คิดเกินเลยกับนางกระมัง ? ” 

 

“  แน่นอน ”  เทพแห่งศาสตราส่ายหน้าหนักแน่น “ ข้าเพียงเอ็นดูนางดั่งน้องสาว  เพราะนางเป็นเด็กดีน่ารักเพียงเท่านั้น ” 

 

 ถ้าเช่นนั้นเจ้าต้องลองถามเทซิลดูก่อน ” 

 

“  เขาไม่น่าจะยอม  ข้ารู้นิสัยเขา ” 

 

“  งั้นเจ้าควรรู้ด้วยว่าหากเป็นเรื่องของเจ้า  เขาก็พร้อมจะช่วยเหลือและสนับสนุนเสมอ  หรือไม่จริงเล่า ? ” 

 

“  คงเป็นเช่นนั้น ”  รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นที่ริมฝีปากหยักยามนึกถึงใครบางคน

 

“  และอีกสิ่งหนึ่งที่เจ้าควรรู้ ”  มาคิสมีสีหน้าเคร่งขรึมยามกล่าว “ นานมาแล้วได้เกิดความวุ่นวายที่สรวงสวรรค์ขึ้นอันมาจากเทพองค์หนึ่งทำผิดกฏ  พาหญิงสาวชาวมนุษย์ขึ้นมาบนสวรรค์  เทพอาวุโสจับได้จึงพานางไปลานพิพากษาและตัดสินใจจะลบความทรงจำนางและส่งกลับภพมนุษย์  หากแต่มีอาวุธปริศนาที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอปีศาจพุ่งแทงทะลุอกนางก่อนจะหายไป  พอดีกับเทพองค์นั้นเข้ามาพบจึงบ้าคลั่งเพราะนึกว่าเทพอาวุโสฆ่านาง  ” 

 

“  ………. ” 

 

“  เขาคือเทพแห่งสายน้ำวาริวที่ทำให้ภพมนุษย์เกิดหายนะด้วยสายน้ำจากทุกหนแห่งที่บ้าคลั่ง  เขาสังหารเทพสวรรค์ไปมากมาย  และต่อสู้กับเทพองค์หนึ่งซึ่งถูกดวงวิญญาณคนรักของเขาใส่ร้ายว่าเป็นผู้กระทำทั้งที่ไม่ใช่   เทพวาริวอาละวาดจนมีผู้ที่สังหารเขาลงได้คือเทพแห่งพืชพรรณเฟเนลซึ่งถูกวิญญาณดวงนั้นกล่าวร้าย  ในยามแรกเขาอาสาเจรจาหากแต่ไม่ประสบผลเพราะวิญญาณนางคอยก่อกวน   และเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียมากกว่านี้   เขาจึงจำใจต้องสังหารเทพวาริวและเมื่อสังหารเขาได้แล้วนั้นเทพเฟเนลก็ปลิดชีพตัวเองทันทีด้วยความเศร้าเสียใจจากการที่ต้องสังหารเพื่อนรักของตน ” 

 

“  แต่ก่อนหน้านั้นเขาได้ให้คำสาบานว่าขอให้ได้ตายด้วยน้ำมือเพื่อนรักของตนอย่างวาริวในการจุติครั้งหน้ามีแต่ผู้กล่าวว่าเจ้าและเทซิลช่างคล้ายเทพวาริวและเทพเฟเนลยิ่งนัก” 

 

“  เจ้าคิดว่าข้าจะทำร้ายเขาหรือ ? ” 

 

เทพแห่งศาสตราถามด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น

 

“  ข้ารู้ว่าเจ้าไม่มีวันทำเช่นนั้นแน่  หากแต่อะไรก็ไม่แน่ไม่นอนนักยิ่งยามนี้เจ้ากำลังทำซ้ำรอยเทพวาริว  ข้าจึงขอเตือนเจ้า ” 

 

นัยน์เนตรสีอัคคีเพ่งมอง

 

“  จงอย่าตัดสินเพียงสิ่งที่เห็น  ไม่เช่นนั้นเจ้าจะสูญเสียคนสำคัญของเจ้าไปตลอดกาล ” 

 

“ อืม  เทพเฮดิชพลิกกายเล็กน้อย  เรียกรอยยิ้มเอ็นดูให้เทพมาคิสที่ก้มลงมอง  เขาประคองกลุ่มเส้นผมนุ่มอีกฝ่ายลงบนหินอ่อนซึ่งเป็นที่นั่ง  ลุกขึ้นยืนก่อนช้อนกายเล็กกว่าขึ้นอุ้มแนบอกตัวเอง  ปล่อยให้เจ้าของศีรษะเล็กเอียงซบบ่าหลับใหลอย่างไม่รู้สึกตัวต่อ

 

“  อย่าได้พลาดเซเลส  มีเทพมากมายเหลือเกินเชื่อว่าเจ้าคืออดีตจิตวิญญาณเทพแห่งสายน้ำวาริว แต่ข้าขอแนะนำจริง ๆ อย่าพานางขึ้นมาเลย ” 

 

“  ………. ”  เซเลสตกอยู่ในห้วงความคิดของตน  มองสหายที่กล่าวยิ้ม ๆ ก่อนจากไป

 

“  ข้าจะพาเฮดิชไปนอนที่ตำหนักข้า  จะกระทำสิ่งใดให้คิดดี ๆ ล่ะ ” 

 

 

 

 

“  การพานางขึ้นมานั้นผิดกฎสวรรค์หากแต่ถ้าเจ้าต้องการข้าจะช่วยเจ้าเอง ”  เทพแห่งแสงเทซิลกล่าวพร้อมยิ้มน้อย ๆ

 

“  เจ้าควรจะคัดค้านข้าไม่ใช่สนับสนุน ”  เซเลสกล่าวแย้งนิด ๆ ด้วยสีหน้าแฝงความไม่เข้าใจ

 

เทซิลหัวเราะน้อย ๆ แผ่วเบา

 

“  เจ้ามองคนไม่ผิด  หากนางเป็นเด็กดีและน่ารักจริง ๆ ไม่แปลกที่นางจะอยากรู้อยากเห็นและอยากเจอสิ่งสวย  ๆ งาม ๆ ”  นิ่งไปอึดใจ “ และจะเป็นแค่ครั้งเดียวและพักเดียวเท่านั้นนะหากเจ้าไม่ต้องการให้เทพอาวุโสจับผิดได้  เจ้าพานางมาที่ตำหนักข้าก็ได้เพราะอย่างไรก็มีข้าเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่นางต้องการขึ้นมานัก ” 

 

 

“ โถถถถ เทพเทซิลจ๋า  เธอช่างแสนดี  สามี (?) บอกอะไรไม่เคยขัดและพร้อมจะสนับสนุน ” 

 

“  อย่าไปใส่ใจนางแดฟโฟเดลได้ไหม  สนใจเทพเทซิลคนเดียวเตอะ ” 

 

“  อย่าทำพลาดอีกน้าเซเลสสส” 

 

เสียงผู้ชมกล่าวกับตัวเองเบา ๆ

 

 

“  ในที่สุดเทพเซเลสก็พาแดฟโฟเดลขึ้นมายังสรวงสวรรค์และให้เข้าพักที่ตำหนักเทพเทซิลเนื่องเพราะนางกล่าวว่าอยากจะพูดคุยกับเทซิลครู่หนึ่ง ” 

 

“  เจ้าน่ารักและงดงามดั่งที่เซเลสเคยกล่าวจริง ๆ ”  เทพแห่งแสงยิ้มชมก่อนจะค่อย ๆ รินชาให้หญิงสาวที่มีสีหน้าเขินอาย

 

“  ท่านเองก็สง่างามดั่งที่ท่านพี่เล่าให้ฟังจริง ๆ ” 

 

“  ขอบใจ  ชื่นชอบสวนของข้าหรือไม่ ? ”  เทพหนุ่มหัวเราะน้อย ๆ ถามนุ่มนวล

 

“  เจ้าค่ะ  ช่างน่าอิจฉาพวกท่านนักที่ได้อยู่ในสถานที่ที่แสนงดงามเช่นนี้ ” 

 

ทั้งสองพูดคุยกันเป็นเวลาเนิ่นนานโดยมีแดฟโฟเดลคอยรินชาให้  ผู้ชมอุทานเบา ๆ เมื่อหญิงสาวขอดูตำราว่าแตกต่างกับภพมนุษย์เช่นไรของเทซิล  เมื่อเทพหนุ่มลุกไปนางก็ใส่ผงบางอย่างสีดำลงในถ้วยชา  เขย่าด้วยใบหน้ายิ้มแสยะ

 

เทพเทซิลกลับมาพร้อมดื่มชาและสนทนากับนางต่อ  หากแต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ สีหน้าเทพหนุ่มก็ปรากฏความผิดปกติ

 

“  แค่ก ๆ   เทซิลยกมือปิดปากไอด้วยใบหน้าที่แปลกประหลาดใจ  แดฟโฟเดลรีบลุกมาลูบหลังเทพหนุ่ม  ส่งเสียงถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล

 

“  เป็นเช่นใดบ้างท่านเทซิล ” 

 

“  แค่ก ๆ แดฟแดฟโฟเดล--น้ำชานั่น ” 

 

นัยน์ตาสีเพชรเพ่งมองใบหน้าหญิงสาวที่แสดงความตื่นตระหนก  หากแต่มือปรากฏกริชสีดำเล่มวาวแผ่กลิ่นไอคาวเลือดออกมา

 

“  อุ๊บ ! ”  เทพหนุ่มผงะตัวเมื่อกริชนั้นตวัดเกือบกรีดเข้าที่อกตนพร้อมกับแตะริมฝีปากตนเองที่กระอักเลือดออกมา  ใบหน้าซีดเผือดน้อย ๆ ยามรับรสคาวหวานในลำคอ

 

“  ข้าสงสัยยิ่งนักเหตุใดจอมปีศาจถึงได้ห่วงใยและคำนึงถึงเจ้าตลอดเวลา  หรือเป็นเพราะเจ้าคืออดีตจิตวิญญาณเทพเฟเนลกัน ? ” 

 

ใบหน้าที่เคยสดใสเริงร่ากลายเป็นเกลียดชังยามมองมาทางเทพหนุ่มที่หยัดกายลุกขึ้นด้วยร่างสั่นระริก

 

“  เจ้าพูดเรื่องอะไรแล้วในน้ำชานั่นเจ้าผสมสิ่งใดกัน ? แค่ก ๆ ” 

 

“  นั่นเป็นเพียงผงปีศาจที่จะทำให้เจ้าอ่อนแรงและรักษาตัวเองไม่ได้เท่านั้น  ไม่ต้องเป็นกังวลไป  เป้าหมายของข้าคือเทพเซเลสเท่านั้นแม้ใจจริงข้าจะอยากฆ่าเจ้ามากก็ตามที ” 

 

ตาเทพหนุ่มเบิกกว้างเมื่อได้ฟังก่อนจะพบว่าร่างตัวเองลอยไปหาอีกฝ่ายพร้อมนั่งที่เก้าอี้สีขาวตามเดิม 

 

“  ต่อไปให้ข้าจัดการเองเถิด  เจ้าอยู่เฉย ๆ ให้ข้าควบคุมพอ  จะได้ไม่เจ็บตัวนัก ” 

 

เทพเทซิลส่งเสียงอึกอักในลำคอยามหญิงสาวหัวเราะคิกคัก  เช็ดคราบเลือดที่ริมฝีปากตนออก   เทพหนุ่มมีสายตาอยากขัดขืนหากแต่กลับนั่งนิ่งตัวตรง  ตามองไปเบื้องหน้าและไม่กี่นาทีต่อมาเทพเซเลสก็ปรากฏกาย

 

“  เป็นเช่นใด  คุยกันสนุกหรือไม่ ” 

 

แดฟโฟเดลฉีกยิ้มสดใส  วิ่งไปกอดแขนเทพหนุ่ม

 

“  สนุกมาก  ท่านเทซิลใจดียิ่ง  บอกว่าจะยกหนังสือหลายเล่มให้ข้า ” 

 

“  ข้าขอโทษด้วยที่รบกวนเจ้าเทซิล ” 

 

เทพแห่งแสงส่ายศีรษะเชื่องช้า  หลุบตาต่ำ  ริมฝีปากที่แดงฉานด้วยโลหิตน้อย ๆ กล่าวเสียงเนิบนาบ

 

“  ไม่เป็นไร ” 

 

“ เจ้าเป็นอะไรหรือไม่เทซิล ” 

 

เทพแห่งศาสตราขมวดคิ้วเมื่อรับรู้ถึงความผิดปกติบางอย่างในทันที  ขยับกายเข้าไปใกล้โดยมีหญิงสาวที่เกาะแขนหรี่ตามอง

 

และเพียงพริบตาเดียว  เซเลสก็ต้องเหวี่ยงร่างแดฟโฟเดลออกห่างเมื่อคมดาบปรากฏวูบเกือบแทงร่างหญิงสาวไปแล้วหากเทพศาสตราไม่เรียกอาวุธมากันไว้ทัน  เทพหนุ่มก้าวถอยห่างด้วยสีหน้าตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

“  เจ้าทำอะไรของเจ้าน่ะเทซิล ?!” 

 

เทพแห่งแสงไม่ตอบ  ลุกขึ้นยืนแล้วเริ่มควงอาวุธในมือเชื่องช้า  และพริบตาเดียวก็พุ่งไปฟาดฟันดาบกบสหายรักที่เอาแต่ปัดป้องไม่ตอบโต้สักดาบเดียว

 

“  เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าเทซิล  ผู้ใดทำกับเจ้าเช่นนี้ ”  เซเลสถามเสียงนุ่มเจือความเคร่งเครียดหลังเวลาผ่านไปสักพัก  เขาสัมผัสได้ในทันทีว่าทางดาบของเทซิลเปลี่ยนไปราวถูกคนอื่นควบคุมอยู่  

 

นัยน์ตาสีเพชรกรอกมองไปทางหญิงสาวเพียงคนเดียวที่ยืนออกไปไม่ห่าง   นัยน์ตาสีน้ำเงินหันตามหากแต่พริบตานั้นดาบเรียวในมือเทซิลก็ตวัดดาบในมือเขาออกพร้อมโถมเข้าหาจนล้มไปทั้งคู่

 

ร่างเทพแห่งแสงกำลังคร่อมตัวสหายรักและกำลังกัดฟันกรอดขัดขืนมือตนที่จ่อปลายดาบที่คอหอยอีกฝ่าย

 

“  เจ้าสู้มันได้เทซิล  เจ้าเอาชนะมันได้ ” 

 

สายตาเทพแห่งแสงดั่งจะกล่าวให้สหายรักดึงอาวุธมาป้องกัน  หากแต่เทพศาสตรากลับมีสีหน้านิ่งสงบยามกล่าว

 

“  เจ้าต้องขัดขืนมัน   เชื่อข้าเจ้าทำได้ ” 

 

ปลายดาบที่จ่อคออีกฝ่ายสั่นระริก   หยาดน้ำตาหยดพราวที่ละหยดลงบนใบหน้าเซเลส  เทซิลปิดเปลือกตาเมื่อเสียงมากมายดังก้อง

 

 

“  เจ้าจะได้ฆ่าข้าแน่ ๆ วาริว  และข้ายังขอยืนยัน… ” 

 

“  …คำเดิมว่าข้าไม่ได้ทำร้ายคนรักของเจ้า ” 

 

“  เหตุใดเจ้าจึงไม่เชื่อข้าเลยวาริว  ข้าเป็นผู้ที่ชอบตระบัดสัตย์เช่นนั้นหรือ ข้าไม่รักษาสัจจะหรือชอบโกหกหรือเจ้าจึงไม่แม้แต่จะฟังข้า  ไม่แม้แต่จะเชื่อในสิ่งที่ข้ากล่าว ” 

 

“  ข้าขอโทษที่ทำร้ายเจ้า ” 

 

“  แต่ข้าไม่ได้ฆ่าแดฟโฟเดล  ข้าไม่ได้ทำร้ายนาง  ไม่ได้แม้แต่จะแตะต้อง  ไม่ได้ทำฮึก ฮึก ” 

 

“  ข้าไม่ได้ทำ  ข้าไม่ได้ฆ่านางเชื่อข้าเถิดวาริว  เชื่อข้า ฮือ… ” 

 

“  ข้าทำร้ายเจ้าข้าฆ่าเจ้ากับมือข้าเอง  เจ้าคงจะโกรธข้าเป็นอย่างมาก ” 

 

“  โทษของการสังหารเทพด้วยกันคือต้องถูกประหาร   ข้าจะขอสำเร็จโทษตัวเองและขอให้พลังทั้งหมดของตนค้ำจุนพืชพรรณบนพิภพมนุษย์ให้ยั่งยืนต่อไปจวบจนเทพแห่งพืชพรรณตนใหม่ได้ถือกำเนิดและในการจุติหน้า  ข้าขอให้ข้าได้ตายด้วยมือของอดีตเทพแห่งสายน้ำวาริว ! ” 

 

 

นัยน์ตาสีเพชรกลายเป็นสีส้มวูบหนึ่งก่อนมือเรียวขาวจะเหวี่ยงดาบในมือทิ้งให้ห่างไกลตัว  ฟุบหน้าร่ำไห้กับอกเซเลส

 

เทพหนุ่มยัดกายลุกขึ้นโดยมีร่างสั่นระริกอยู่ในอ้อมแขน  นัยน์ตาสีน้ำเงินอ่อนโยนยามลูบเส้นผมนิ่มสลวยปลอบโยน

 

“ จำได้ข้าจำได้แล้ว ” 

 

เทพหนุ่มกระซิบเสียงพร่า

 

“  จำอะไร ? แล้วเกิดอะไรขึ้นกันเท--” 

 

ฉึก !!!

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด

 

เสียงผู้ชมกรีดร้องอย่างตื่นตระหนกเมื่อมือหนึ่งของเทพแห่งศาสตราปรากฏดาบด้ามสีดำสนิทและแทงร่างเทพเทซิลจากเบื้องหน้าทะลุไปถึงด้านหลัง  เทพแห่งแสงกระอักเลือดออกมาโดยมีสีหน้าตกตะลึงและเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดโลหิตของเซเลสมองด้วยความไม่เข้าใจเรื่องราว

 

เทพหนุ่มก้มมองมือตนเองที่มีด้ายสีเงินพัวพันอยู่  และมือนั้นก็จับดาบแทงเข้าร่างสหายรัก

 

ร่างเล็กกว่าเอนตัวไปด้านหลัง   เซเลสรีบผวาคว้าตัวอีกฝ่ายไว้

 

“  ข้าจำได้แล้วว่าข้า อึกต้องตายด้วยน้ำมือเจ้า ”  ร่างเทพหนุ่มบิดกายอย่างเจ็บปวด  หากแต่กลับเผยรอยยิ้มออกมาบาง ๆ

 

“  ข้าข้าไม่ได้ทำ  ทำไมมือข้า ”  เทพหนุ่มมือสั่นระริก  พยายามปล่อยมือออกจากดาบด้ามยาวหากแต่พริบตาแขนของตนที่ถูกด้ายสีเงินพันไว้ก็กระชากดาบออกจากร่างเทพแห่งแสงจนเลือดกระฉูด

 

“  หึแข็งขืนดีนักใช่หรือไม่  ทั้งที่ข้ากะจะให้เจ้าฆ่าเทพเซเลสเท่านั้นแต่เมื่อขัดขืนนักก็จงตายเสียเถอะ ”  เซเลสหันมองไปทางต้นเสียงซึ่งก็คือแดฟโฟเดลที่ในยามนี้อยู่ในชุดราตรีสีดำแต่งใบหน้าอย่างจัดจ้าน  

 

“  กลิ่นอายนี้เจ้าเป็นปีศาจ ” 

 

“  ใช่แล้ว ”  ด้ายสีเงินที่แขนเซเลสอันมาจากตอนที่นางวิ่งไปกอดแขนพุ่งคืนสู่มือนาง

 

“  แค่ก ๆๆ ”  เทซิลกระอักเลือดออกมาทำให้เซเลสต้องรีบวางมือทาบที่บาดแผลเพื่อรักษา

 

“  เจ้าจะไม่เป็นอะไรเทซิล  ข้าจะรักษาเจ้าเอง ” 

 

“  เปล่าประโยชน์ ”  แดฟโฟเดลระเบิดเสียงหัวเราะ “  ข้าให้มันกินยาพิษที่ผสมในน้ำชาลงไป  มันเป็นพิษปีศาจที่จะต่อต้านการรักษาของเทพ  จะไม่มีเทพองค์ใดรักษาเขาได้  อย่างมากก็ยื้อชีวิตได้ครู่หนึ่ง ฮ่าฮ่าฮ่า ! ” 

 

 

“  ฉันจะสาปแช่งแก  นางแดฟโฟเดล  ” 

 

“  กรอดไปตายซะ ” 

 

“  นังงูพิษนี่ ! ” 

 

“  ฉันจะฆ่าแก ”

 

 

ผู้ชมขบเคี้ยวฟันกับร่างสูงสง่าในชุดเย้ายวน

 

 

“  เจ้าทำเช่นนี้ทำไม    เซเลสกัดฟันถาม  หากแต่สายตากลับไม่ละจากร่างในอ้อมแขนที่ปรือตามองตนอยู่แม้แต่น้อย 

 

“  ทำไมน่ะหรือ ? เพราะข้าได้ภารกิจจากจอมปีศาจให้สังหารเจ้าน่ะสิ  และเจ้าก็โง่งมเหมือนครั้งนั้นไม่มีผิด ”  นางย่างก้าวหาอีกฝ่ายพร้อมเหยียดยิ้ม  “ เทพวาริวเอ๋ย  เพียงข้าเป่าหูเจ้าว่าเทพเฟเนลเป็นผู้สังหารข้า  เจ้าก็หน้ามืดตามัวเข้าทำร้ายเขาซึ่งไม่ยอมตอบโต้เจ้าเลย   เขาช่างอ่อนโยนนักที่ฆ่าเจ้าในดาบเดียวโดยไม่ต้องการให้เจ้าทรมาณ  ทั้งยังให้สัตย์สาบานว่าจะตายด้วยมือเจ้าด้วยการจุติหน้า ” 

 

นางระเบิดเสียงหัวเราะอีกครั้ง

 

“  เจ้าต้องขอบใจข้านะเทพเทซิลที่ทำให้ความต้องการเจ้าเป็นจริง ”  นางปรายตามองเทพแห่งแสงที่กำเสื้อของเทพแห่งศาสตราไว้แน่น

 

“  เจ้าคืออดีตจิตวิญญาณเทพเฟเนล ? ”  เซเลสถามเสียงทุ้มต่ำกับเทซิล


“ ใช่ ” 

 

“  เจ้าขอให้เจ้าตายด้วยมือข้า ? ” 

 

“  แค่กใช่ ” 

 

“  เจ้าฆ่าตนเองหลังสังหารข้าหรือเทพวาริวแล้ว ? ” 

 

“  อืม” 

 

“  คำตอบที่ได้ฟังทำให้ในที่สุดเทพเซเลสก็จำทุกสิ่งได้หมดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ” 

 

เทพหนุ่มกัดฟันกรอด

 

“  เจ้าอดทนอีกนิดเทซิล  ข้าจะช่วยเจ้า ” 

 

“  ไม่อย่าช่วยข้า ”  เทซิลกล่าวกระท่อนกระแท่น “ ในครั้งนั้นข้าสังหารเจ้ากับมือ  ในครั้งนี้ให้ข้าตายเพราะเจ้าเถิด ” 

 

“  เรื่องนั้นใครจะไปยอมกัน ! ”  เซเลสตวาดกร้าว  แสงสีทองเรืองรองเพื่อรักษาบาดแผลที่อกอีกฝ่าย 

 

“  ไม่มีประย---โยชน์ข้าต้องตายแน่ ๆ พิษของนางทำให้ข้า อึกแค่ก ๆ รักษาตัวเองไม่ได้ ้าต้องจักษาบาดแผลที่อกอีกฝ่าย  กอบโยนำอยู่ในอ้อมแขน  นัยนางมากมายดังก้อง้านิ่งสงบยามกล่าวยโดยเปลี่ยนไปราวถูกคนอื่นควบคุมอยู่   ”  

 

“  ไม่  ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าตายเด็ดขาด  เจ้าห้ามทิ้งข้าไปเป็นอันขาด  ได้ยินหรือไม่เทซิล ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าไปจากข้าเด็ดขาด ! ” 

 

“  ดูแลตัวเองด้วย  ข้าเสียใจที่ทำร้ายเจ้าในครั้งนั้น ”   หยาดน้ำตาหลั่งรินออกมาเชื่องช้า  ซึมเข้าที่เสื้อสีเข้มของเทพแห่งศาสตราที่ประกาศกร้าวไม่อนุญาตให้อีกฝ่ายตายจากไปเป็นอันขาด

 

“  เงียบซะ  ข้าจะรักษาเจ้าเจ้าต้องหายสิ  เจ้าจะคอยอยู่ข้าง ๆ เหมือนที่เป็นมาจะจะให้ข้าสางเส้นผมให้เจ้า  ถักผมให้เจ้า  เล่นกับเจ้าทุกเวลา” 

 

“  เซเลส” 

 

“  ช่างเป็นฉากน่าโศกเศร้าอะไรเช่นนี้ ”  แดฟโฟเดลจุ๊ปาก  กางมือทั้งห้าซึ่งเล็บที่เคยสะอาดกลายเป็นเล็บที่ยาวและเป็นสีดำสนิท  นางกำมือแน่น  ร่างของเทพเทซิลก็ถูกกระชากเข้าหาตัวนางในทันที

 

“  เทซิล ! ”  เซเลสหันมองด้วยท่าทางตกใจและไร้ความสุขุมโดยปกติอย่างสิ้นเชิง  “  ปล่อยเขาซะ ” 

 

“  อ่อก  เทซิลแตะมือของหญิงสาวที่บีบคอเขาและยกตัวเขาขึ้นด้วยพลังมหาศาลอย่างอ่อนแรง

 

ปีศาจสาวทวน

 

“  ปล่อย ? ย่อมได้ ” 

 

พลั่ก !

 

 

“  โอ๊ย  เซเลส  ฆ่านังนั่นซ้าาาาา ! ”  ผู้ชมคนหนึ่งตะโกนเมื่อนางปีศาจเหวี่ยงร่างเทพแห่งแสงจนตัวถลาครูดไปกับพื้นหญ้ากว่าสามเมตรก่อนเทพหนุ่มจะนิ่งไป  แต่อย่างน้อยผู้ชมก็ใจชื้นเพราะเทซิลยังไม่สลายกลายเป็นแสงไปซึ่งเป็นสัญญาณว่าหมดลมหายใจแล้ว

 

“  แก !!! ” 

 

เปรี้ยง !!!

 

คราวนี้กลายเป็นแดฟโฟเดลบ้างที่กระเด็นวูบไปไกลหากแต่ก็ตั้งหลักได้  นางมองสีหน้ากราดเกรี้ยวของเทพหนุ่มด้วยสีหน้าผวานิด ๆ หากแต่ยังทำปากกล้ากล่าว

 

“  ทำไม ? จะบอกรักข้าหรือไร ? ” 

 

“  เกิดอะไรขึ้นเซเลส ”  เทพแห่งดินปรากฏกายอีกมุมหนึ่งด้วยสีหน้าตื่นตระหนก 

 

“  รักษาเทซิลแทนข้าที ! ”  เซเลสตะโกนก่อนจะยิ้มเหี้ยมให้หญิงสาว “ ส่วนนี่ข้าจัดการเอง ” 

 

สายตาผู้ชมในตอนนี้เต็มไปด้วยความกระเหี้ยนกระหือให้เทพศาสตรากำจัดแดฟโฟเดลเสีย  และสมกับเป็นเทพแห่งสรรพวุธ  เพียงไม่กี่ท่วงท่าก็ฟันแขนนางขาดไปข้างหนึ่ง

 

“  กรี๊ดดดดดดดด ”  แดฟโฟเดลส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน  เกลือกกลิ้งไปกับพื้นด้วยความเจ็บปวด

 

ฉึก !

 

“  โอ๊ยยยยยยยยย ! ”  นางส่งเสียงร้องเมื่อมีดสั้นสองเล่มพุ่งมาปักตรึงเท้าของนางไว้ทั้งสองข้างไม่ให้ขยับหนีได้ 

 

เซเลสถามเสียงนิ่ง

 

“  จะไปไหนหรือแดฟโฟเดล  ไม่ใช่ว่าอยากจะฆ่าข้ารึ ? ” 

 

ผลัวะ !

 

ปลายเท้าตวัดเตะใบหน้าหญิงสาวจนกระอักเลือดเรียกเสียงเชียร์จากผู้ชมเป็นแถบ ๆ ณ วินาทีนี้ไม่มีใครเห็นใจนางปีศาจสักนิด  ตามด้วยฝ่าเท้าที่เหยียบอกอีกฝ่าย  บดขยี้อย่างไร้ความปราณี 

 

ทวนปรากฏที่อีกมือปาปักมืออีกฝ่ายฝังดินไม่ให้ขยับกายได้ลึกครึ่งหนึ่งของความยาวทวน  เทพแห่งไฟปรากฏอีกทางก่อนจะรีบไปช่วยเหลือเฮดิชรักษาเทพแห่งแสง

 

ฉึก !

 

“ กรี๊ดดดดดดดด ”  นางส่งเสียงกรีดร้องอีกครั้งด้วยความเจ็บปวดหากแต่ไร้ประโยชน์ที่จะดิ้นหนีเมื่อมีร่างกำยำเหยียบนางไว้อย่างไม่ปราณี

 

ครืนนนน

 

เกิดเสียงเหมือนแผ่นดินไหวดังขึ้น  ก่อนร่างของแดฟโฟเดลจะค่อย ๆ ถูกสูบลงดิน  นางเริ่มหัวเราะ

 

“  ระวังตัวไว้เถอะ ! ท่านจอมปีศาจจะบุกสวรรค์และเอาคืนให้ข้า ! ” 

 

“  บอกเขาว่าข้ายินดีต้อนรับเสมอ แต่ข้าขอส่งลาเจ้า  คนรักของข้า ”  เซเลสรับคำเฉียบขาดก่อนแทงดาบทะลุร่างอีกฝ่ายที่กำลังร่วงหล่นไปจากสวรรค์เพราะกลุ่มควันสีดำ  แล้วกระชากออกมาเต็มแรง

 

ฉึก !!! ฉัวะ !

 

“  อ่อก ! ”  แดฟโฟเดลมองอย่างอาฆาตแค้นก่อนร่างจะหายไป 

 

เซเลสมองตรงนั้นครู่หนึ่งก่อนจะรุดไปหาสหายทั้งสองที่ใบหน้าอาบด้วยเหงื่อเพราะพยายามยื้อชีวิตเทพแห่งแสงคืนมา

 

“  เซเลส  เทซิลเรียกชื่อเทพศาสตราเสียงพร่า  ตาเหม่อลอย 

 

เซเลสคว้ามือบางขาวซีดไว้มากุมแนบหน้า

 

“  ข้าอยู่นี่  ข้าอยู่นี่แล้วเทซิล ” 

 

“  ข้าไม่ได้เป็นคนฆ่านาง  ” 

 

“  ข้ารู้  ข้ารู้แล้วว่าเจ้าไม่ได้เป็นคนทำ ” 

 

“  ดีแล้ว ”  ลมหายใจของเทพหนุ่มที่แผ่วลงพร้อมเปลือกตาที่เริ่มปรือปิดทำให้อีกฝ่ายรีบตวาด

 

“  อย่าหลับเชียวเทซิล  ถ้าเจ้าหลับข้าจะไม่ให้อภัยเจ้า ! ” 

 

“  โหดร้าย  ข้าเพียงขอพักหน่อยเดียวเท่านั้น ” 

 

“  ข้าขอโทษแต่อย่าเพิ่งหลับ คุยกับข้าก่อนเถิด ”  เซเลสดึงร่างนั้นมาไว้ในอ้อมแขน  กล่าวเสียงแผ่วลงหลังมองเฮดิชและมาคิสที่ส่ายหน้าด้วยสีหน้าเศร้าหมอง 

 

“  อย่าเพิ่งหลับคุยกับข้าก่อนได้หรือไม่เทซิล  อยู่กับข้าก่อน ” 

 

“  ได้คุยอะไรดี ? ” เทพแห่งแสงพยายามปรือตาขึ้นขึ้น  ฝืนกายเอ่ยคุยตามที่สหายขอร้อง 

 

“  ครั้งที่แล้วเจ้าบอกอยากไปเที่ยวที่ไหนนะหากไปตรวจตราภพมนุษย์เสร็จสิ้นแล้ว  ใช่น้ำตกสวรรค์หรือไม่ ?” 

 

“  ใช่น้ำตกสวรรค์ข้าอยากเล่นน้ำ ” 

 

“  ข้าจะพาเจ้าไป ”  เทพหนุ่มโอบร่างนั้นขึ้น  หายตัวไปพร้อมฉากที่เปลี่ยนเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่แสนจะงดงาม  สายน้ำพร่างพราวเป็นประกายสีรุ้ง  

 

เซเลสหย่อนร่างตัวเองลงนั่งริมแอ่งน้ำตกที่น้ำสูงถึงท่วมเอวโดยมีร่างสหายรักเอนกายพิงบนตัก 

 

เทซิลแย้มยิ้มน้อย ๆ ยามเห็น  มือขยับแตะสายน้ำแผ่วเบา

 

“  เย็น ” 

 

“  ใช่แล้ว  จำได้หรือไม่ตอนเด็ก ๆ เราชอบมาวิ่งเล่นกันแถวนี้  เจ้าชอบเล่นซ่อนแอบกับข้า ”  เซเลสกวาดตามองรอบ ๆ ก่อนก้มมองร่างในอ้อมแขน

 

“  แต่เมื่อรับตำแหน่งประจำตัว  เราก็หาเวลาได้น้อยนิดนักที่จะมาที่นี่ ” 

 

“ อืม ” 

 

“  เจ้าอยากมาเที่ยวกับข้าที่นี่อีกหรือไม่ ?  ข้าจำได้ว่าเจ้าชอบดอกแสงจันทร์ที่จะบานยามกลางคืน  ครั้งหน้าเราก็จะชวนมาคิสและเฮดิชมาด้วย ” 

 

……… ” 

 

“ เจ้าเคยสอนข้าร้อยมันกลายเป็นมงกุฏดอกไม้แต่ฝีมือข้าก็แย่ยิ่งนักจนเจ้ามักหัวเราะบ่อย ๆ ยามพูดถึง ” 

 

“  ……... ” 

 

“  ที่เจ้าบอกว่าชอบดอกแสงจันทร์เพราะเวลามันบานมันจะเกิดละอองแสงสีน้ำเงินขึ้น  เทซิล  เจ้าบอกใช่ไหมว่ามันสวยเหมือนสีตาข้าน่ะแล้วทำไมยามนี้  เสียงทุ้มเริ่มสั่นพร่ายามร่างในอ้อมแขนปิดเปลือกตาลงและไม่เอ่ยวาจาใดออกมา “ เจ้าจึงไม่มองข้าเลย ? ” 

 

เทซิลลืมตาช้า ๆ กล่าวเสียงแผ่ว

 

“  ข้าง่วงยิ่งนัก ” 

 

“  อย่าหลับได้หรือไม่  ข้าขอร้อง อย่าหลับเลยนะแม้เจ้าจะง่วงมากก็ตาม อึก ” 

 

“  ขอโทษ  ใช่แล้วข้าชอบตาเจ้า ” 

 

“  ดี  คุยกับข้าอย่างนี้เรื่อย ๆ นะเทซิล  อย่าทิ้งข้าไปเลยนะ ”  ร่างกำยำก้มจุมพิตหน้าผากขาวอย่างอ่อนโยน  ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมาณหากแต่ไม่ใช่ทางกาย  แต่มาจากทางใจ

 

“  ……… ” 

 

หากแต่สิ่งที่ได้รับคือความเงียบงันและอาการนิ่งสะงัดที่คล้ายจะบอกว่าเวลาของเทพแห่งแสงนั้นน้อยลงทุกที

 

“  ข้าจำได้แล้วถึงความผิดของข้าที่ทำร้ายเจ้า  แต่ได้โปรดอย่าทิ้งข้าไปเช่นนี้เลยนะอย่าทิ้งข้า  ให้ต้องอยู่โดยไม่มีเจ้า ”  นัยน์ตาสีน้ำเงินโศกเศร้ายามเอ่ยต่อกับร่างในอ้อมแขนตน  “ เทซิลได้ยินข้าหรือไม่  ข้าฮึกข้าอยู่ไม่ได้หากไม่มีเจ้า ” 

 

“  หลายร้อยปีมานี้มีเพียงเจ้าคนเดียวที่สำคัญกับข้า ” 

 

“  มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่ข้าไม่ต้องการให้เจ้าจากไป ” 

 

“  มีเพียงเจ้าที่ข้าขาดไม่ได้  หากขาดเจ้าไปได้ยินหรือไม่ ? ข้าอยู่ไม่ได้จริง ๆ หากไม่มีเจ้า ฮึก ” 

 

 

หยาดน้ำตาคลอที่นัยน์ตาคมที่มักเยือกเย็นเสมอ  เทพแห่งศาสตราผู้พูดน้อยพร่ำเอ่ยย้ำ ๆ ให้เทพหนุ่มฟังว่าตนนั้นขาดอีกฝ่ายไม่ได้จริง ๆ

 

“ เทซิลเทซิลเทซิล ”  เซเลสก้มเอาหน้าผากแนบกับหน้าผากเทพแห่งแสงและกล่าวชื่ออีกฝ่ายไปมา  ซ้ำ ๆ แผ่วเบาและเรียกไม่หยุดแต่อย่างใด  ปรารถนาให้เพียงร่างนี้ไม่จากไปแต่เพียงเท่านั้น

 

ไม่นานร่างสูงใหญ่ก็สั่นระริกพร้อมเสียงร่ำไห้ทุ้มต่ำที่ดังขึ้นอย่างหยุดไม่ได้  ความเศร้าหมองและความสูญเสียที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ชมตาแดงและเริ่มร้องไห้ตาม

 

ก่อนแสงสีขาวจะสว่างพร่า ปรากฏเป็นเงาร่างโปร่งแสงของใครคนหนึ่งขึ้น  ใบหน้าที่ทุกคนคุ้นชินแต่ในยามนี้มีแต่ความสงบนิ่ง  เทพแห่งสายน้ำวาริว

 

“ เข้าใจถึงการสูญเสียแล้วใช่หรือไม่ตัวข้า ? ” 

 

เนื่องจากพวกเขาคือจิตวิญญาณดวงเดียวกันทำให้เปรียบได้ดั่งบุคคลคนเดียว 

 

เซเลสไม่ตอบ  เพียงเหม่อมองอีกฝ่ายอย่างเลื่อนลอยและสิ้นหวังก่อนจะก้มหน้าไปกอดร่างในอ้อมแขนแน่นอีกครั้ง

 

“  ในครั้งนั้นข้าโง่เขลาและบ้าคลั่งกับสิ่งที่เห็น  ไร้สติที่จะไตร่ตรองในสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ได้ทำร้ายคนที่สำคัญที่สุดสำหรับข้าไป  และเมื่อยามนี้เจ้าเข้าใจในความรู้สึกของเขาแล้ว ”  จิตวิญญาณเทพวาริวลูบศีรษะเทพศาสตราแผ่วเบาก่อนจะกล่าว ในยามนี้ข้าจะช่วยเจ้าที่ทำพลาดดุจเดียวกันเอง ” 

 

แสงสีขาวส่องประกายเรืองรองทั่วร่างเทพแห่งแสง  ก่อนพริบตาเดียวจะมีอีกร่างหนึ่งที่ปรากฏขึ้นมา

 

เป็นจิตวิญญาณเทพแห่งพืชพรรณเฟเนลเองที่ยกยิ้มอ่อนโยน  ย่อกายทาบมือที่ศีรษะเทพเทซิล  และก็บังเกิดละอองแสงสีทองเจิดจ้า   เทซิลสะดุ้งเฮือก  หอบหายใจอย่างหนักในอ้อมแขนเซเลส  ฟื้นคืนสติทันใด

 

“  เกิดเกิดอะไรขึ้น ”  มองตัวเองอย่างงุนงง  หากแต่ต้องงงยิ่งกว่าเมื่อสหายรักกอดหมับที่ตัวเขาแน่น

 

“  ปกป้องเขาให้ดี ”  เทพวาริวกล่าวเสียงทุ้มกับเซเลส  ขณะที่เทพเฟเนลยกยิ้มปลอบโยนให้กับเทพเทซิลดั่งจะอธิบายเรื่องราวก่อนสองเทพจะมองหน้ากันและสลายไปกลายเป็นละอองแสง

 

“  เจ้ากอดข้าแน่นเกินไปแล้วเซเลส ”  เทซิลตบหลังหนาแผ่วเบา ๆ เทพศาสตราจึงคลายอ้อมกอดออก  เพ่งมองใบหน้าที่ตนใช้มือทั้งสองข้างประคองไว้  หยาดน้ำตายังคั่งคาในดวงตาก่อนจะหลั่งรินออกมาอีกครั้งด้วยความยินดี

 

เทซิลหัวเราะน้อย ๆ ก่อนจะปาดหยาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน  ปล่อยให้อีกฝ่ายสวมกอดอย่างแนบแน่นอีกครั้ง

 

“ ข้านึกว่าจะเสียเจ้าไปเสียแล้ว ”  เซเลสกล่าวเสียงสั่น ๆ เล็กน้อย

 

“ ไม่หรอก  ข้าจะไม่จากเจ้าไปอีกแล้ว  ขอโทษที่ทำให้เจ้าต้องร้องไห้ ” 

 

“  ถือว่าเสมอกันแล้ว ” 

 

“  อืมเสมอก็เสมอ ” 

 

เทซิลยิ้มผ่อนคลาย  ก่อนจะแหงนหน้ารับจุมพิตที่หน้าผากจากอีกฝ่าย

 

“  ข้าจะไม่ให้ใครหน้าไหนได้แตะต้องเจ้าอีก ” 

 

“  ตามแต่ใจเจ้าเลย  เซเลส ” 

 

“  ข้ารักเจ้า ” 

 

คำบอกรักที่โพล่งออกมาทำเอาผู้ชมสำลักเป็นแถบ ๆ หากแต่เทพแห่งแสงก็ขานรับต่อทันใดด้วยรอยยิ้ม

 

“  ข้าก็รักเจ้า เซเลส ” 

 

เทพแห่งศาสตราถอนหายใจ

 

“  เจ้านี่มันซื่อบื้อยิ่งนัก ” 

 

“  เอ๋ ? ” 

 

เทพหนุ่มเอียงคอมองงุนงง  ไม่เข้าใจเรียกรอยยิ้มให้แก่เทพแห่งศาสตรา

 

“  คำบอกรักของข้า  เชยคางอีกฝ่ายขึ้นพร้อมก้มลงไปหา  แล้วกระซิบแผ่วเบา “  มันหมายถึงเช่นนี้ต่างหาก ” 

 

ว่าแล้วก็ประทับริมฝีปากลงไป

 

“  กรี๊ดดดดดดดดดด ”  ผู้ชมกรีดร้องกับฉากจูบเบื้องหน้า  ไม่ใช่อะไร   ก็เซเลสหันหลังให้ผู้ชมน่ะสิเลยเห็นเพียงใบหน้าบางส่วนของเทพเทซิลที่เบิกตากว้าง  มือที่สวมกอดแผ่นหลังอีกฝ่ายในตอนแรกกำเสื้อแน่นสีเข้มพร้อมเสียงครางแผ่วในลำคอกับใบหน้าที่ชิดใกล้และบดเบียดลงมา

 

“  อื้อ ~ อึก ”

 

“  อ้ากกกกกกกกกกก อยากดูเต็ม ๆ อ่าาาา !!! ”  ผู้ชมตัวสั่นระริก  อยากกระชากให้คนทั้งสองหันมานักแต่ความฟินก็อยู่ไม่นานเมื่อฉากเปลี่ยนไปยังแดนปีศาจที่มีร่างสูงสง่าบนบัลลังค์โครงกระดูกที่กำลังมองหญิงสาวซึ่งถูกล่ามโซ่ทั้งตัวแม้กระทั่งลำคอและกำลังกรีดร้องโหยหวนด้วยสายตาแสนเยียบเย็น

 

“  นายท่านนนน ข้าทำสิ่งใดผิดไปโปรดบอกถึงจะส่งข้าไปยังแดนลงทัณฑ์ ” 

 

“ เจ้าทำผิดคำสั่งข้า ” 

 

“  หากเรื่องที่สังหารเทพเซเลสผิดพลาดข้าต้องขออภัย  แต่แต่มันมีเทพแห่งไฟมาช่วยข้าจึงไม่ได้--” 

 

“  เปล่าเลยแดฟโฟเดล  มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนั้น ”  จอมปีศาจเยื้องกายลงมาเชื่องช้า   เชยคางหญิงสาวก่อนจะตบผลัวะ ! เรียกเสียงเชียร์จากผู้ชมอีกครั้ง

 

“  เจ้ากล้าทำร้ายเทพเทซิล ข้าสั่งไว้ว่าอย่างไร ? เจ้าใช้ทุกวิธีการยังไงก็ได้เพื่อฆ่าเซเลส  หากแต่เจ้าต้องไม่แตะต้องเทซิลแม้แต่ปลายเส้นผม ” 

 

นัยน์ตาสีแดงฉานทอประกายกราดเกรี้ยวและอำมหิต

 

“  ข้ารับใช้ที่ขัดคำสั่ง  คิดว่าข้าจะเก็บไว้เช่นนั้นรึ ? ” 

 

“  ข้าผิดไปแล้วนายท่าน  ได้โปรดให้-ให้โอกาสข้าอีกครั้งเถิด ”  แดฟโฟเดลละล่ำลำลักบอกด้วยท่าทางน่าสมเพช  จอมปีศาจกล่าวเสียงเฉื่อยชา

 

“  พานางไปยังแดนลงทัณฑ์ที่โหดเหี้ยมที่สุด  ให้นางรับความทรมาณที่แม้อยากจะตายก็ตายไม่ได้ ” 

 

“  พะยะค่ะ ” 

 

“  กรี๊ดดดดดด ม่ายยยยยย นายท่าน ! นายท่านนนนนนนน ! ” 

 

เสียงกรีดร้องโหยหวนของหญิงสาวทำเอาผู้ชมสะใจเป็นแถบ ๆ จนกระทั่งเสียงอีกฝ่ายเงียบไป  ทุกคนจึงหันมาให้ความสนใจจอมปีศาจที่เอามือไขว้หลัง  มองไปยังทิศทางหนึ่งอย่างเหม่อลอยแล้วพึมพำออกมา

 

“ เฟเนลเจ้าลืมข้าไปแล้วจริง ๆ หรือ ? ” 

 

ครืด  !

 

 

ม่านเลื่อนปิดในบัดดล  ก่อนเสียงบรรยายจะดัง

 

“  โปรดติดตามความจริงและความลับของเหล่าเทพต่อในหนังสั้นที่จะฉายในวันพรุ่งนี้ค่ะ ” 

 

 

“  อาเร่ะ ? จบแล้วหรือเนี่ย ? ” 

 

“  โหย  สะใจสุด ๆ ตอนนังนั่นโดนเตะเสยคาง ” 

 

“  เหมือนกัน  ชอบฉากชวนกรี๊ดมาร์คเฮดิชด้วย ” 

 

“  ใช่ ๆ อะไรจะละมุนขนาดนั้น ” 

 

“  โธ่  ลืมเซสเทรนไปแล้วหรือไง  ฉากจูบนั่นอยากเห็นอีกชะมัด ” 

 

“  สนุกจังเลย  ” 

 

“  เนอะ ๆ ฉันจะตั้งหน้าตั้งตารอหนังสั้นพรุ่งนี้เลย ” 

 

 

เสียงผู้ชมคุยกันดังกระหึ่มหลังจบการแสดงละครเวทีที่ทั้งสนุก  สะใจ  ชวนฟินปนเรียกน้ำตานิด ๆ แต่แล้วเสียงดิ๊งด๊องดังสนั่นตามด้วยคำประกาศทำเอาแต่ละคนกระโจนไปนั่งที่เดิมตัวเองแทบไม่ทัน

 

“  ต่อไปเป็นกิจกรรมพิเศษในการพูดคุยกับนักแสดงค่ะ  ขอให้ทุกท่านอย่าเพิ่งรีบออกไป  กรุณานั่งประจำที่เพื่อรอจับสลากเป็นผู้โชคดีสำหรับทางเราซึ่งจะมี 6 ท่านได้รับสิทธิ์ถามคำถามนักแสดงนำทั้ง 8 คนค่ะ ” 

 

 

“  กรี๊ด ๆๆ มีกิจกรรมพิเศษสัมมนาคุณด้วย ” 

 

“  อูย  ถึงจะหมดไปเป็นหมื่นแต่ก็คุ้มชิบ ” 

 

“  โอย  สาธุ ๆ ขอให้ลูกช้างเป็นผู้โชคดีคนนั้นเถิด ” 

 

 

ม่านเลื่อนเปิดออกอีกครั้งพร้อมเทพทั้ง 6 จอมปีศาจและแดฟโฟเดลที่ยืนเรียงหน้ากระดานในอีกชุดหนึ่งซึ่งสร้างความสง่างามและขับฐานะของทั้งเทพและจอมปีศาจ  ขณะที่หญิงสาวชาวมนุษย์อยู่ในชุดลูกไม้สีขาวฟูฟ่องงดงามราวเจ้าหญิง

 

ผู้ชมเบ้หน้านิด ๆ แต่ก็เปลี่ยนไปให้ความสนใจกับนักแสดงทั้งแปดบนเวที

 

 

หญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมาในชุดนักเรียนหญิงหอสราทก่อนจะกล่าว

 

“  สวัสดีค่ะผู้ชมทุกท่าน  ดิฉัน จีจี้ จะเป็นพิธีกรของกิจกรรมนี้   ขอบพระคุณทุกท่านซึ่งทำการอุดหนุนละครเวทีของเราค่ะ   และเนื่องจากไม่มีคนคัดค้านในราคาของตั๋วรวมถึงให้ความร่วมมือในการรับชมละครเวที  ทางเราจึงจัดกิจกรรมพิเศษนี้ขึ้นมาโดยมีชื่อว่า ‘2 คำถาม  ตัวจริง,ตัวแสดงขึ้น ” 

 

ดาลันเดินเข้ามาพร้อมกล่องกระดาษขนาดใหญ่ที่ข้างในเต็มไปด้วยม้วนกระดาษแผ่นเล็ก ๆ

 

“  นี่คือม้วนกระดาษหมายเลขตั๋วที่นั่งของทุกท่านค่ะ  ทางเราจะหยิบขึ้นมา 6 ใบ  ผู้ที่โชคดีจะสามารถถามคำถามได้ 2 คำถามค่ะ  โดยเลือกได้ว่าจะให้คนตอบ เป็นตัวจริงของนักแสดง หรือตอบแบบตัวละครที่แสดงค่ะ  เท่ากับว่าผู้โชคดีทั้ง 6 ท่านจะรวมแล้วได้ทั้งหมด 12 คำถาม  ซึ่งดิฉันคิดว่าทุกคนคงทราบอยู่แล้วว่าใครเป็นใคร  งั้นขอเริ่มเลยละกันค่ะ ” 

 

จีจี้ที่ถือเครื่องขยายเสียงยิ้ม  ดาลันล้วงมือลงกล่อง  มือกวนกระดาษไปมาก่อนจะดึงกระดาษแผ่นเล็กขึ้นมาส่งให้พิธีกรอย่างจีจี้

 

เธอยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะกล่าว

 

“  โปรดดูหมายเลขที่นั่งท่านให้ดี ๆ หมายเลข ‘1,438’ ค่ะ โปรดบอกตำแหน่งของท่านด้วยค่ะ ” 

 

“ ฉันค่ะ ! ”  เจ้าของที่นั่งหมายเลข 1,438 ชูมือสูงทันทีด้วยความตื่นเต้น  สภานักเรียนที่ทำหน้าที่เป็นสต๊าฟยืนเครื่องขยายเสียงให้

 

จีจี้ผายมือออกมาทางเหล่านักแสดง

 

“  โปรดเลือกค่ะว่าจะถามใคร  หรือตัวละครตัวไหน  และจะถามว่าอย่างไรค่ะ  ทางเราจะไม่ก้าวก่ายคำตอบของนักแสดงทุกท่าน   คำตอบที่ได้จะเป็นความรู้สึกจริง ๆ ของนักแสดงหรือแนวคิด   แต่เนื่องจากเป็นท่านแรก  เพราะฉะนั้นเราจะให้เวลาท่านคิดโดยมีการสัมมนาคุณนี้คั่นเวลาท่านค่ะ ”

 

เทพเฟเนลและเทพวาริวมองหน้ากันเล็กน้อย  กระซิบบางอย่างแผ่วเบาก่อนเทพแห่งพืชพรรณจะเป็นผู้เอื่อนเอ่ยก่อน 

 

“  ข้าขอโทษวาริว  ที่สังหารเจ้า ”  เฟเนลหรือวอดก้าแสดงสีหน้าเจ็บปวดยามกล่าวประโยคท้าย

 

“  ไม่ ”  วาริวเอ่ยเสียงแข็งแล้วดึงร่างนั้นมาไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบแน่น   กล่าวเสียงสั่นพร่า

 

“  ข้าต่างหากที่ต้องขอโทษเจ้า  ข้าโง่เง่าเหลือเกินที่เห็นหญิงผู้นั้นสำคัญกว่าเจ้า  เจ้าที่จุติพร้อมข้า  เจ้าผู้ไม่เคยลวงหลอกข้าและเคียงข้างข้าเสมอมา  ข้าต่างหากที่ต้องขอโทษข้าที่ทำร้ายเจ้า  ข้าที่ทำให้เจ้าต้องหลั่งน้ำตา เจ้าจะโกรธจะเกลียดข้าก็ได้  แต่อย่าร่ำไห้เช่นนั้นอีกเลย  ” 

 

ใบหน้าคมคายฉายความเจ็บปวดบ้างยามกอดร่างนั้นให้แน่นเท่าที่จะแน่นได้เมื่อหวนถึงความผิดพลาดตน

 

“  ฮึกไม่ฮึกข้าไม่มีวันโกรธหรือเกลียดเจ้า ”  หยาดน้ำตาเม็ดใสร่วงหล่นจากดวงตาสีสวย  ริมฝีปากสั่นระริกกล่าวเชื่องช้าเจือสะอื้น “  ต่อให้เจ้าทำให้ข้าเจ็บหรือเสียใจอึกมากเพียงใดก็ตาม  ข้าจะไม่มีวันเกลียดเจ้า ” 

 

“  เฟเนล  ผู้ชมต้องอ้าปากค้างเมื่อเทพแห่งสายน้ำจูบซับน้ำตาให้ร่างที่ปิดเปลือกตาลงแผ่วเบา ไล้จากเปลือกตาบางเรื่อยลงมายังแก้มขาว  อ่อนหวานอ่อนโยนและทะนุถนอมร่างในอ้อมแขนมากเท่าที่จะทำได้ยามกล่าวหนักแน่น “  มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว   มันจะไม่มีใครที่สำคัญมากไปกว่าเจ้าอีกต่อไป  จะมีเพียงเจ้าคนเดียวเท่านั้นที่ข้าต้องการ  จะมีเพียงเจ้าคนเดียวเท่านั้นที่ข้าจะใส่ใจและปรารถนาให้เคียงข้าไปชั่วนิรันดร์ ” 

 

 

“  วาริว ฮึก” 

 

นัยน์ตาสีม่วงคมของเทพหนุ่มวาวโรจน์  ตวัดมองไปทิศทางหนึ่งซึ่งจอมปีศาจยูดาสหรี่ตามอง

 

“  ในครั้งนี้  ใครที่ต้องการพรากเจ้าไปจากข้า  มันจะไม่มีวันทำสำเร็จอีก ! ” 

 

 

 

“  กรี๊ดดดดดดดด !!! ” 

 

“  จะเป็นลม เอิ่ก ! ” 

 

“  เฮ้ย ! ถ้าแกเป็นลมแกจะพลาดของคู่อื่นนะ ” 

 

“  เออว่ะ  ตบหน้าเรียกสติฉันที !  ” 

 

“  ได้เลย ! ”  เพี๊ยะ !!!

 

“  แม่เจ้า  ฉากจูบซับน้ำตาให้นี่มันพีคสุดเลยโว๊ยยยยย ! ไดซ์วอด !!!  ” 

 

“  อ่อก  เลือดเลือดกำเดาฉัน ” 

 

 

จีจี้แอบยกนิ้วหัวแม่มือให้นักแสดงทั้งสองที่ยิ่งกว่าตีบทแตกกระจุย  พาราไดซ์ที่ให้วอดก้าเอาศีรษะพิงอกเขาก้มลงมองเพียงร่างในอ้อมแขน  มือโอบเอวที่บางกว่าแล้วโยกกายไปมาแผ่วเบาดั่งจะปลอบโยนสลับกับจุมพิตกลุ่มสีเงินนั้นซ้ำ ๆ แผ่วเบา

 

“  หมายเลข 1,438 ไม่ทราบว่าคิดคำถามได้หรือยังคะ ” 

 

“  ดได้แล้วค่ะ !!! ”  เธอที่เหม่อมองคู่ไดซ์วอดด้วยสายตาเคลิ้มฝัน  พยายามตั้งสติและหัวใจที่เต้นถี่ระรัว  ผู้ชมคนอื่น ๆ มองเธอเป็นตาเดียวพร้อมเงียบเสียงลงเพื่อรอฟังคำถาม

 

“  ถถามคุณพาราไดซ์ค่ะ  ขขอถามว่า หากอยู่ ๆ คุณเข้าไปพบเหตุการณ์ที่คุณวอดก้ากำลังจะทำร้ายหญิงสาวคนหนึ่งที่งดงามซึ่งดูทั้งอ่อนแอและน่าปกป้อง คุณจะทำยังไงคะ ? เข้าไปช่วย ? ดูเฉย ๆ หรือถามคุณวอดก้าก่อน ? ” 

 

 

“  อุ  นั่นสิแก  แต่ถ้าคนปกติคงต้องถามก่อนล่ะมั้งว่าเรื่องอะไร ” 

 

“ ตื่นเต้นจัง ” 

 

“  ถ้าพาราไดซ์ตอบว่าเข้าไปช่วยหล่อนเลยนี่ฉันไม่ยอมจริง ๆ นะ ” 

 

“  ชู่ ๆ เขาจะตอบแล้ว ” 

 

 

เสียงพึมพำดังเบา ๆ ก่อนจะเงียบลงเมื่อพิธีกรสาวส่งเครื่องขยายเสียงให้เจ้าชายหนุ่มที่มีชายหนุ่มอีกคนอยู่ในอ้อมแขน

 

“  หากตอบตามหลักเหตุผลก็คงต้องเข้าไปขวางแล้วจึงพูดคุย ”  พาราไดซ์เอ่ยเสียงเรียบนิ่ง  ไร้ความละมุนและอ่อนโยนยามกล่าวกลับร่างในอ้อมแขนโดยสิ้นเชิง 

 

จีจี้ในฐานะพิธีกรจึงทวนถาม

 

“  หากเนี่ย  แสดงว่าจริง ๆ แล้วน้องไดซ์อาจจะไม่ทำแบบนั้นสินะ ใช่ไหม ? ” 

 

“  ครับ ”  เจ้าชายหนุ่มตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉยก่อนก้มลงวอดก้า “  หากเป็นตัวผม  คงจะยืนมองเฉย ๆ เท่านั้น ” 

 

“  ทำไมล่ะคะ ? ” 

 

“  เพราะถ้านั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องการผมก็คงไม่ขวาง ”  เขาในที่นี้ย่อมหมายถึงวอดก้า  ผู้ชมบางส่วนยังไม่ค่อยเคลียร์กับคำตอบเท่าไหร่นัก

 

“  แม้วอดก้าจะต้องการฆ่าผู้หญิงคนนั้นน่ะเหรอ ? ”  จีจี้ถามเสียงสูง  เนื่องจากเธอย้ำแล้วว่าให้ตอบตามความคิดตัวเองไม่ต้องห่วงเรื่องสร้างกระแสแต่อย่างใด  แต่นี่น้องไดซ์ก็ตอบกลับมาได้น่ากลัวมากจริง ๆ

 

“ ครับ  แม้วอดก้าต้องการจะฆ่าผู้หญิงคนนั้นก็ตาม ” 

 

“  ขขอถามพาราไดซ์ค่ะ ”  หญิงสาวเจ้าของที่นั่งหมายเลข 1,438 เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงมั่นคงกว่าเดิมนิด ๆ  “ แม้ผู้หญิงคนนั้นอาจจะไม่ได้ทำอะไรผิด  แม้จะเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ตาม  ถึงคุณวอดก้าต้องการจะฆ่าเธอก็ตามและถึงแม้เธอจะขอร้องอ้อนวอนคุณน่ะหรือคะ  ” 

 

คราวนี้ย้ำกันให้ชัด ๆ เพื่อตีประเด็นคำตอบของพาราไดซ์เลยว่าเพียงเฉยเมยใช่หรือเปล่า

 

“  ใช่  ถึงเขาต้องการจะฆ่าเธอผมก็ไม่ขวาง  ต่อให้เขาต้องการจะฆ่าคนบริสุทธิ์มากแค่ไหนก็ตามแต่เพียงเป็นความต้องการของเขาผมก็จะให้เขาทำตามที่ใจปรารถนา   ผมไม่จำเป็นต้องห่วงใยใคร  ผมไม่จำเป็นต้องสนใจหญิงสาวผู้งดงามและอ่อนแอทั้งหลาย  ตราบใดที่วอดก้าต้องการแค่วอดก้าเท่านั้น  ไม่ว่าเขาต้องการอะไร  ผมก็พร้อมจะทำให้  และยังไม่ต้องพูดถึงว่าก่อนหน้านั้นผู้หญิงคนนั้นได้ทำอะไรให้เขาไม่พอใจหรือเปล่าเพราะวอดก้า ของผม ไม่ใช่คนไร้เหตุผลและคนที่ผมสนใจมีแค่เขาเท่านั้น ” 

 

คำตอบอันเหยียดยาวของอีกฝ่ายที่ตีหน้านิ่งตลอดเวลาทำให้ทุกคนกระจ่างชัด

 

หากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจริง ๆ เจ้าชายหนุ่มไม่ได้เฉยชาต่อหญิงงาม   หรือต้องการดูสถานการณ์

 

เขาเพียงเชื่อมั่นในการกระทำของวอดก้า   เชื่อว่าต่อให้อีกฝ่ายทำสิ่งเลวร้ายแค่ไหน  เขาก็พร้อมจะเคียงข้างและไม่แยแสผู้ใดนอกเสียจากวอดก้าเท่านั้น

 

แค่วอดก้าที่อยู่ในสายตา

 

คำพูดอันแสนราบเรียบนี้สื่อว่าคนที่สำคัญที่สุดสำหรับเขามีเพียงร่างในอ้อมแขนนั้น

 

จะเป็นหญิงงามขนาดไหน  ก็ไม่มีวันมีตัวตนเหนือกว่าคนคนนี้ได้

 

แบบนี้มัน

 

ผู้ชมที่อึ้งในตอนแรกกรีดร้อง

 

 

“  สมเป็นคู่รักปีศาจค่าาาาาา !!! ” 

 

“  แหล่มสุด ๆ ! ” 

 

“  โอ๊ยยยยยยย เอาใจไปเต็ม ๆ มันต้องอย่างนี้สิ ! ” 

 

“  ใช่ ๆ  ! ไม่ใช่พวกพระเอกหน้าโง่ทั้งหลายนั่น ! ” 

 

“  มันต้องแบบนี้  ยกคนสำคัญเป็นอันดับหนึ่งแบบนี้ !!! ” 

 

“  กรี๊ดดดดด  ฟินได้อีกกกกกกกกกก  ” 

 

“  ฉันจะเป็นแฟนคลับไดซ์วอดแล้ว  ยอมใจจริง ๆ ! ” 

 

“  ขขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ ”  หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของถามดึงเครื่องขยายเสียงออกห่าง  ท่าทางนิ่งสงบหายไปในพริบตาก่อนเธอจะกระทืบพื้น  กรีดร้องอย่างบ้าคลั่งด้วยใบหน้าแดงก่ำ

 

“  กรี๊ดดดดดดด นี่แหละ !!! ความฝันฉันเป็นจริงแล้ว ! อ๊ายยยยย สุขขีที่สุดในรอบ 10 ปีค่า ~ ” 

 

 

แม้กระทั่งจีจี้ยังบิดตัวเป็นเกลียวกลั้นเสียงร้อง  หรือว่ารุ่นน้องของเธอทั้งสองจะ กันจริง ๆ เนี่ย

 

ตายแล้ว ฟินจริง ๆ งานนี้

 

 

 

 
 




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 94 : บทที่ 78 งานโรงเรียนที่แสนวุ่น (yaoi?) 2 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 11871 , โพส : 295 , Rating : 9% / 205 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12
# 295 : ความคิดเห็นที่ 14835
โอ้ยย ชอบละครที่แสดงกันมากอ่ะ คืองานดีทำลายตับทำลายไตมาก แล้วสุดท้ายก็แฮปปี้เอนดิ้ง นี่ก็กำลังลุ้นอยู่ว่าจะมีใครถามคำถามแม่ดอกไม้นั่น(เห็นชื่อแล้วนึกถึงดอกเดฟโฟดิล (จริงๆ คือจำชื่อทั้งตัวจรืงแล้วก็ในละครไม่ได้ ก็เลยจำอะไรที่มันคล้ายๆ กัน))
Name : statice46 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ statice46 [ IP : 223.24.158.55 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:14
# 294 : ความคิดเห็นที่ 14051
ทั้งๆที่...ทั้งๆที่เป็นแค่เพียงตัวอักษรแท้ๆ! ทำไมบรรยายเนื้อเรื่องให้เราร้องไห้ได้กัน Q_Q  //ชอบเนื้อเรื่องที่พวกสภาแสดงมากค่ะ  และไรท์บรรยายเข้าถึงอารมณ์ได้ดี ลึกซึ้งสุดๆ! เอาซะน้ำตาของหนูไหลเลย! นิยายเรื่องนี้เอาหัวใจหนูไปเต็มๆๆๆๆๆ!!!
PS.  
Name : B.Tang-Fan < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ B.Tang-Fan [ IP : 101.109.190.57 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 พฤษภาคม 2560 / 14:49
# 293 : ความคิดเห็นที่ 12005
อ่านเป็นรอบที่ล้านกับบทนี้ในฉากหลัง ฟิน
Name : Lucifer < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Lucifer [ IP : 171.100.43.106 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มิถุนายน 2559 / 16:04
# 292 : ความคิดเห็นที่ 11484
คือดีงามแต่น้องๆค่ลืมไรไปป่าวคุณถามในฐานะไดซ์ไม่ใช่ในฐานะเทพวาริวแปลว่านั้นเป็นความรุ้สึกไดซ์จริงๆ//หากชั้นเป็นผญ.คนนั้นคงเศร้าแล้วคิดในใจว่าแล้วตูทำผิดอะไร?
Name : Answer [ IP : 124.122.23.54 ]

วันที่: 7 พฤษภาคม 2559 / 20:33
# 291 : ความคิดเห็นที่ 11475
กรี้ดดดดด ตอนนี้เกือบลืมไปแล้วค่ะ ว่า วอดก้า เป็นผู้หญิง
Name : ambrosia3 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ambrosia3 [ IP : 101.51.214.116 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 พฤษภาคม 2559 / 14:06
# 290 : ความคิดเห็นที่ 11453
ดิ้นแรงงงง กรี๊ดดดด >///////<
Name : PoND < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ PoND [ IP : 49.228.232.37 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 / 23:58
# 289 : ความคิดเห็นที่ 11413
#เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ฉันต้องการ//กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง><
Name : Bloody_Mary < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Bloody_Mary [ IP : 27.55.25.157 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 / 21:26
# 288 : ความคิดเห็นที่ 11348
ไรท์ขาาา มาต่อเถอะนี้ก็ค่ำแล้วน้าาาจะให้รอจนถึงเที่ยงคืนเลยหราาคร้าาาาาาาา
Name : noelle1012 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ noelle1012 [ IP : 223.206.247.33 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 / 20:17
# 287 : ความคิดเห็นที่ 11347
มารอแล้วน่าาาาา
นี้คำ่จนมืดแล้วนะะะะะะ
อยากอ่านแล้ววววววว
รออยู่น้าาาาาาาาาาาาาาาาาาา
Name : IceCreammyy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ IceCreammyy [ IP : 27.55.21.220 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 / 20:16
# 286 : ความคิดเห็นที่ 11346
กรี้ดดดดดดดดดดดด บอกไรต์ตรงๆ ตอนนี้กรี้ดจนน้ำตาไหลเลยค่ะ โอ้ยฟินมากกกกกก ที่สุดของที่สุดก้ตรง แค่วอดก้าเท่านั้นอ่ะ ฮื้อออ รักไดซ์มากอ่ะตอนนี้ เขินแทนวอดก้าฮือออออ
Name : _Y&K_ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ _Y&K_ [ IP : 1.46.161.202 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 / 20:01
# 285 : ความคิดเห็นที่ 11341
มารอค่า
นี่ก็ค่ำจนมืดแล้วนะ
Name : My_Y [ IP : 180.183.69.199 ]

วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 / 19:06
# 284 : ความคิดเห็นที่ 11337
กรี๊ดดดดดดดด ฟินตัวจะแตกแล้วค่ะ ฉากของมาร์คเฮดิช เซสเทรน และไดซ์วอด ดีงามต่อหัวใจมากมายค่าาาา ><
Name : Armytaetae < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Armytaetae [ IP : 49.229.60.153 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 / 18:23
# 283 : ความคิดเห็นที่ 11336
ค่ำแล้วนะไรท์ มาต่อเร็ว
PS.  มีนิยายสนุกๆก็แนะนำกันบ้างนะ
Name : กุหลาบสีเทา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ กุหลาบสีเทา [ IP : 49.237.247.119 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 / 18:21
# 282 : ความคิดเห็นที่ 11335
รีบมาต่ออีกหลายๆตอนเลยได้ไหมค่ะ ไดซ์วอดๆๆๆๆๆๆ
Name : Kisa Nangi Kiss < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Kisa Nangi Kiss [ IP : 49.49.247.127 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 / 17:54
# 281 : ความคิดเห็นที่ 11334
ต่อ 100% อีกสัก 5 ตอนเลยได้ไหมค่ะ // จริงๆอยากให้ลงเยอะๆเลยค่ะ // ไดซ์วอดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เคียร์จินๆๆๆ 55555
Name : Kisa Nangi Kiss < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Kisa Nangi Kiss [ IP : 49.49.247.127 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 / 17:51
# 280 : ความคิดเห็นที่ 11333
จ้า ไดซ์จ้า 5555555555555
PS.  ป๊อกด๊อปป๊อกก๊อก Hii ก๊อกป๊อกด๊อปป๊อก
Name : Phrrna < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Phrrna [ IP : 223.206.245.9 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 / 17:38
# 279 : ความคิดเห็นที่ 11332
แหม่ๆผมจะไม่ห้าม(เขา)ฆ่า(เธอ)ไม่ว่าเธอจะบริสุทธิ์ก็ตามม
#อ้ากกฟิน>\\\\<
Name : ZenCruz < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ZenCruz [ IP : 223.24.98.216 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 / 17:35
# 278 : ความคิดเห็นที่ 11331
กรี๊ดดดดดด><ฟิตมากกกกกก
อร๊ายยย เอาใจไปเลยไรต์
Name : น้องงูงุๆ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ น้องงูงุๆ [ IP : 182.232.21.171 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 / 16:23
# 277 : ความคิดเห็นที่ 11330
รออ(อ ล้านตัว)
Name : Fktay < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fktay [ IP : 1.4.208.44 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 / 16:07
# 276 : ความคิดเห็นที่ 11329
กรี๊ดดดดดก หนุฟิน โฮๆๆ พ่องตายอีแดฟบังอาจมาตีซี้ไดซ์เรอะ
Name : SP.palrer < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SP.palrer [ IP : 110.168.165.89 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 / 15:49
# 275 : ความคิดเห็นที่ 11328
ฟินมากกกกกกกกก~~~~ ฟินนนนนนนที่สุดดดดด ไดซ์ตอบแบบนี้คือตั้งใจเปิดตัวละกันท่าคนอื่นปะ การแสดงนี่แบบบบบบบบบจูบซับนำ้ตา!!!! อ๊ากฟิน ไรท์ สู้ๆค่ะ
Name : lost-death < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lost-death [ IP : 27.55.106.136 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 / 15:25
# 274 : ความคิดเห็นที่ 11327
โอ๊ยยย!!! ฟิน!! ค่ะ จนคนรอบข้างว่าเราเป็นบ้าแล้ว กรี๊ดร้องอยู่นั้น เป็นบ้าหรือไง นี่แค่ 2 คำก็เป็นบ้าแล้ว ถ้า 10 คำถาม เราอาจจะต้องเข้าศรีธัญญาเลยนะ
PS.  ขอบคุณค่าาา~!!!
Name : นักอ่านเงา💞😘 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นักอ่านเงา💞😘 [ IP : 49.48.250.221 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 / 15:20
# 273 : ความคิดเห็นที่ 11326
โอ้ยยยยยยย ตัวจะแตกแล้วววว
PS.  ผมง่วงมากๆเลยแหละ
Name : Inscrutable < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Inscrutable [ IP : 171.97.3.200 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 / 15:05
# 272 : ความคิดเห็นที่ 11324
อร๊ายยยยยยยย
PS.  มามะมาจอยย์กันจอยย์กัน...มาซิมา...มาคุยกันคุยกัน.....เอิ๊กเอิ๊ก[-emo4-]
Name : duangta-bento24 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ duangta-bento24 [ IP : 1.46.194.108 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 / 14:54
# 271 : ความคิดเห็นที่ 11323
หนังสั้น อยากอ่าน. คือมัน ฟินนนนนน ฟินจนตอนนี้ยังประกอบตัวเองไม่เสร็จ
Name : Yoshikuni Asuka < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Yoshikuni Asuka [ IP : 115.84.116.234 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 / 14:49
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android