คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 95 : บทที่ 79 งานโรงเรียนที่แสนวุ่น (yaoi?) 3


     อัพเดท 22 พ.ค. 59
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 2,872 Overall : 679,602
15,918 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7629 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 95 : บทที่ 79 งานโรงเรียนที่แสนวุ่น (yaoi?) 3 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 13385 , โพส : 306 , Rating : 14% / 191 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

บทที่ 79 งานโรงเรียนที่แสนวุ่น (yaoi?)  

 

 

 

“ คค่ะ  จบไปแล้วนะคะกับผู้โชคดีคนแรก ”  ดาลันเริ่มล้วงมือลงกล่องอีกครั้งท่ามกลางความลุ้นระทึกของผู้ชมที่สวดภาวนาในใจให้เป็นตน

 

“  หมายเลข  801  ค่ะ ” 

 

“  อยู่นี่ค่ะ ! ”  เจ้าของที่นั่งหมายเลข 801 ดีดตัวลุกขึ้นมาในทันที  ก่อนจะหันไปวี้ดว้ายกับเพื่อนสาวแล้วรับเครื่องขยายเสียงมาด้วยสีหน้าระทึก

 

“ เชิญค่ะ  ”  จีจี้ผายมือ

 

“  ขขอถามค่ะ ว่าพาราไดซ์คิดว่ารู้จักวอดก้ามากแค่ไหนค่ะ ? ” 

 

“ ว่าไงคะน้องไดซ์  ” 

 

พาราไดซ์เงียบไปชั่วอึดใจ  หรี่ตาลงน้อยด้วยประกายตาที่วอดก้ารู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังสนุก

 

“  ไดซ์”  พาราไดซ์ก้มมองวอดก้าที่เขายังกอดเอวไว้อยู่ซึ่งกำลังทำสีหน้าหวาดระแวง “ นายคงไม่คิดตอบอะไรแปลก ๆ นะ ” 

 

“  ก็ขึ้นอยู่กับว่าคนฟังจะคิดแบบไหน ”  เจ้าชายหนุ่มตอบเสียงเฉื่อย  รับเครื่องขยายเสียงมาก่อนนิ่งไปชั่วอึดใจ

 

“  คิดว่ารู้จักมากแค่ไหนก็คงนิดหน่อยเพราะยังไงก็รู้จักกันได้ไม่กี่เดือน ” 

 

ผู้ชมมีสีหน้าเสียดายเล็กน้อยที่เจ้าชายหนุ่มตอบแค่นี้   หากแต่แล้วเสียงทุ้มที่กล่าวต่อก็ทำให้ทุกคนหูผึ่ง

 

“  อยากจะรู้ไหมล่ะว่าฉันรู้จักเขาดีแค่ไหน ? ” 

 

“  อยากค่ะ !!! ”  พันกว่าเสียงตอบรับในทันที

 

รอยยิ้มน้อย ๆ ผุดขึ้นที่ริมฝีปากเจ้าชายหนุ่ม

 

“  ฉันรู้จักว่าจุดอ่อนของเขาอยู่ที่หู ”  เป่าลมหายใจเบา ๆ ข้างหูนักบวชหนุ่มที่สะดุ้งเฮือก   หน้าแดงเถือกทันใดด้วยความจั๊กจี๊  แน่ล่ะ  ไดซ์จะไม่รู้ได้ยังไงในเมื่อตอนที่ม่านทิวาก็ขลุกอยู่กับเขาทั้งวัน

 

“  รู้ว่าชอบกินขนมหวานประจำโรงเรียนอย่างลาเรียเต้แล้วมักจะชอบเผลอทิ้งคราบที่มุมปากขวาประจำ ”   นิ้วเกลี่ยมุมปากขวาเบา ๆ พร้อมเลื่อนมาสัมผัสลำคอ  กรีดบาง ๆ เรียกเสียงหัวเราะขบขันได้จากวอดก้าในทันที “ และจะจั๊กจี๊ถ้าโดนคอ ” 

 

“ รู้ว่าผิวขาวจัดของเขาถ้าโดนน้ำอุ่น ๆ ก็จะกลายเป็นสีแดงง่าย ๆ  ชอบตื่นเช้าแต่ขี้เซา   ไม่ชอบอากาศร้อน ๆ เพราะจะทำให้หงุดหงิด   เวลาใช้ความคิดจะชอบเอามือเท้าคางและเอานิ้วเคาะโต๊ะ  ชอบอาหารที่ค่อนข้างรสจัด  ทำอาหารและขนมได้ทุกอย่าง  ดูเหมือนจะเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูดแต่จริง ๆ คือทะเล้น  เจ้าเล่ห์   ชอบแกล้งคนอื่น  นิสัยเคยชินคือชอบพลิกหาตรงที่อุ่น ๆ เวลานอนและจะชอบให้คนลูบหัว ” 

 

รอยยิ้มบาง ๆ ผุดที่ริมฝีปากเจ้าชายหนุ่ม

 

“  วันนี้คงเป็นวันที่นายพูดเยอะที่สุดเลยล่ะมั้งไดซ์ ” 

 

วอดก้าส่ายหัวนิด ๆ อย่างเอือมระอาก่อนจะหลับตาเมื่อถูกลูบหัว  งึมงำเอ่ย

 

“  ฉันไม่ได้ชอบให้คนลูบหัว  ฉันแค่ชอบให้นายลูบหัวต่างหาก ” 

 

พาราไดซ์ชะงักเล็กน้อยก่อนจะดึงวอดก้าไปกอดแน่นอีกครั้งเหมือนกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงของเล่นอย่างไรอย่างนั้น

 

ผู้ชมมองอย่างเคลิบเคลิ้ม

 

 

โอ๊ยยยยย  คือมันใช่อ่ะคู่นี้ ! มันเป๊ะเวอร์จริง ๆ !

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด

 

 

“  ดูเหมือนพวกวอดก้าจะสนุกกันเชียวนะ ”  เทรนเอี้ยวตัวกระซิบกับเพื่อนหนุ่ม

 

“  คงจะอย่างนั้น ”  เซราสยิ้มนิดๆ  ก่อนปรับใบหน้าให้เรียบเฉยดังเดิม

 

“  ผู้โชคดีคนถัดไปของเราคือ”  จีจี้รับกระดาษจากดาลันมาพร้อมกวาดตามองหา  “ หมายเลข 77 ค่ะ ! ยู้ฮู ! อยู่ตรงไหนค้า ~  ” 

 

“  เธอไงหมายเลข 77 ” 

 

“  จริงด้วย  แต่ยังไม่รู้เลยว่าจะถามอะไร ”  ที่นั่ง 76 สะกิดคนข้าง ๆ อย่างสนิทสนม   เพราะอาการของอีกฝ่ายมันสื่อว่าพวกเธอนั้นเลือดสีเดียวกัน (ม่วง)

 

“  ยังไม่ทราบไม่เป็นไรค่า  งั้นขอเชิญชมการแสดงคู่ต่อไปคั่นเวลา ” 

 

คู่วอดก้าและเทรนถอยห่างมาร์คและเฮดิชที่เริ่มกระซิบปรึกษากัน  ทั้งสองก้าวถอยหลังออกจากกันเล็กน้อย  สีหน้าง่วงงุนของเฮดิชเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่ง

 

“  เฮ่อ  ขอโทษที่มาช้า  เราไปกันแถอะ ” 

 

เทพแห่งไฟทำท่าเหมือนจะเอื้อมมือคว้าตัวเทพเฮดิชไว้ทว่าเทพหนุ่มก็ถอยออกห่าง

 

“  ฮเฮดิช ? ” 

 

“  มันไม่จำเป็นแล้วล่ะ ”  เทพหนุ่มกล่าวเสียงราบเรียบก่อนหันหลังให้ “ เจ้าไม่ต้องลำบากไปไหนมาไหนกับข้าแล้วก็ได้  ข้ารู้ว่าเจ้าคงอยากอยู่กับเทพธิดาพวกนั้นมากกว่า ” 

 

 

“ อุ่ก  นี่คงเป็นประเด็นสามีภรรยาที่สามีไปเหล่สาวสินะ ” 

 

“  น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ ” 

 

“  งานเข้าเอ็งแล้วมาร์ค ” 

 

 

“ ทำไมถึงพูดแบบนั้นกัน  ข้าขอโทษที่มาสาย  พวกนางเพียงขอให้ข้าช่วยเท่านั้นเอง ”  มาคิสยิ้มกริ่มแกล้งถามว่า “ หรือว่าหึงข้ากับพวกนางกัน ? ” 

 

เฮดิชเบือนหน้าไปอีกทาง 

 

“  ยังไงเสียเราก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลาอยู่แล้ว   เจ้าเองคงจะเบื่อแล้วที่แกล้งข้า  เพราะฉะนั้น” 

 

หมับ !

 

“ !!! ” 

 

แม้แต่ผู้ชมยังตกใจกับเทพแห่งไฟที่ลบเลือนรอยยิ้มของตนออกไป  เหลือเพียงใบหน้าเคร่งเครียดยามกระชากร่างเล็กกว่ามาไว้ในอ้อมแขนตนอย่างรวดเร็ว

 

“  เจ้าไปได้ยินอะไรมา ? ” 

 

“  …….. ”  เทพแห่งดินไม่ได้ตอบกลับ  ก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายกำชับอ้อมกอดแน่นขึ้น  แล้วกล่าวเสียงแผ่วเบา

 

“  ข้าขอร้องอย่าเชื่อคำพูดของผู้อื่นที่ไม่ใช่ข้าได้หรือไม่ ?  ใครบอกเจ้าว่าข้าเบื่อเจ้า ? ใครบอกว่าข้าไม่ต้องการอยู่กับเจ้าตลอดเวลา ? ” 

 

แขนแกร่งกอดคนที่หันหลังให้แน่น 

 

“  อย่าเชื่อคำพูดผู้อื่นไม่ว่าเขาจะพูดอะไรไปก็ตาม  เพราะคนที่สำคัญที่สุดสำหรับข้าคือเจ้า ” 

 

“  ! ” 

 

“  เจ้าคือคนที่ข้าอยากอยู่ด้วยตลอดเวลา  ข้าชอบแกล้งเจ้าเพราะอยากให้เจ้าสนใจ   ข้าชอบไปไหนมาไหนกับเจ้าก็เพราะต้องการข้าไม่มีวันเบื่อเจ้า  เทพธิดาพวกนั้นเพียงอิจฉาที่เจ้าเป็นเพียงผู้เดียวที่ข้าชิดใกล้ทุกเวลาเท่านั้น ” 

 

มาคิสหมุนตัวเฮดิชมาพร้อมสวมกอดอีกครั้ง

 

“  เพราะฉะนั้นอย่าพูดอีกว่าข้าเบื่อเจ้า  และไม่อยากอยู่กับเจ้าอีกเพราะมัน จะไม่มีวันนั้น ” 

 

“  ข้าขอโทษ ” 

 

“  อืมดีแล้ว  อย่าเชื่อคำพูดของใครอื่นมากกว่าข้า  อย่าสนใจผู้อื่นมากกว่าข้า   และเชื่อฟังข้าเข้าใจไหมเฮดิช ” 

 

นัยน์ตาสีแดงมองร่างในอ้อมแขน  กล่าวชัดถ้อยชัดคำ  ทั้งที่รูปประโยคแฝงแกมบังคับเอาไว้  ทว่าเทพแห่งดินกลับขานรับอย่างว่าง่ายเหมือนไม่รู้เรื่องราว

 

รอยยิ้มผุดที่มุมปากมาคิส  ลูบเส้นผมสีเข้มอย่างอ่อนโยน  กระซิบเสียงเบา

 

“  ดีแล้วเจ้าเป็นคนสำคัญของข้า  เฮดิชเป็นคน ของข้าคนที่สำคัญที่สุดจะไม่มีใครที่สำคัญไปกว่าเจ้า ”  ดวงตาคู่คมฉายความจริงจังยามกล่าวประโยคท้าย

 

และทั้งสองก็แยกออกจากกันด้วยท่าทางเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นสร้างความรู้สึก กระชากฟิวส์ที่เหมือนภาพที่เห็นเมื่อครู่เป็นภาพลวงตา

 

 

“ ยแยกกันเร็วเกินไปแล้ว ! ” 

 

“  จะค้างบิ้วอารมณ์ซึ้งอีกสักหน่อยก็ไม่ได้ ” 

 

“  แต่ก็ฟินไม่เบานะ ” 

 

 

“  หมายเลข 77 พร้อมหรือยังคะ ”  จีจี้ที่กว่าจะเรียกสติได้ต้องรอวอดก้าสะกิดถึงหันไปถลึงตาใส่มาร์คที่ยิ้มกว้างส่งให้ทั้งที่เล่นตัดบทกันดื้อ ๆ ทั้งอย่างนั้นเลย  แต่ในฐานะพิธีกรเธอเลยหันไปย้อนถามสาวผู้โชคดีที่กำลังอ้าปากค้างจับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่

 

“  คค่ะ ! เอ่อขอถามความรู้สึกของ เทพเซเลสค่ะ ว่า เอ่อ  ทำไมถึงแสดงเข้าถึงบทมากและรู้สึกยังไงตอนกำลังสูญเสียเทพเทซิลไปน่ะคะ  ” 

 

“   เป็น 2 คำถามนะคะ ” 

 

“   ค่ะ  ” 

 

 

ในที่สุดก็มีคนถามเกี่ยวกับตัวละครที่แสดง

 

“  ? ”   เซราสเอียงคอมองเทรนเหมือนจะไม่เข้าใจคำถาม  เทรนคิดเล็กน้อย

 

“  ประมาณว่าทำไมนายถึงเข้าบทได้ดีขนาดนี้และอยากให้นายบรรยายความรู้สึกตอนฉันจะตายล่ะมั้ง ” 

 

ทำไมถึงแสดงได้ดี ?

 

เซราสหันไปมองจีจี้

 

จีจี้เอียงคอยิ้มหวาน  แต่นัยน์ตาเชือดเฉือนว่า ถ้านายตอบว่าเพราะฉันคุมเข้มกำกับโหดจนทำลายบรรยากาศความฟินผู้ชม  ฉัน-จะ-ฆ่า-นาย

 

เซราสถึงกับผงะ  มองเทรนที่ตบไหล่เขาป้าบ ๆ ด้วยสายตาสงสารแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ  รับเครื่องขยายเสียงมา

 

รู้สึกยังไงถึงแสดงได้ดีขนาดนั้นงั้นหรือ ?

 

“  อาจเป็นเพราะเคยเจอกับการ เกือบสูญเสียใครคนหนึ่งไป  ทำให้แสดงไม่ยากเท่าไหร่นัก ” 

 

น้ำเสียงทุ้มราบเรียบและเยือกเย็นทำให้ผู้ฟังรู้สึกอยากรู้นักจะมีใครสามารถละลายน้ำแข็งของคน ๆ นี้ได้ไหมหนอ

 

“  แล้วก็”  ปรายตามองเพื่อนหนุ่มที่พยายามเก๊กหน้าไม่ให้ใครรู้ว่ากำลังเมื่อยอยู่  ความขบขันก็แล่นวาบผ่านดวงตาสีน้ำเงินคู่คมกริบ  ทอดเสียงแผ่วลงว่า “  หากเป็นเทพเซเลสความรู้สึกที่กำลังสูญเสียเทพเทซิลในตอนนั้นภายในอกคงรู้สึกอึดอัด  ดั่งถูกกระชากลมหายใจออกไปแล้วปล่อยให้ตายทั้งเป็น 

 

มันวูบโหวงอย่างน่ากลัว   ไม่รู้ตัวว่าควรทำสิ่งใดต่อไป  ไม่ได้ยิน  ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้นราวสติถูกตัดขาด   ร่างกายชาดิกและสั่นสะท้านในความหวาดกลัวที่รับรู้ได้ว่ากำลังจะสูญเสียคนที่สำคัญที่สุดไปตลอดกาล ” 

 

ริมฝีปากหยักแย้มความรู้สึกออกมาด้วยท่าทางเหม่อลอยราวกำลังครุ่นคิดถึงความรู้สึกของเทพเซเลสในยามนั้น

 

 

“  หัวใจเต้นถี่ก่อนจะแผ่วลงเรื่อย ๆ และเจ็บปวดราวถูกควักออกมาเพียงสัมผัสถึงความอบอุ่นที่เริ่มจางหายของร่างในอ้อมแขน  ลมหายใจที่ขาดห้วง   และเพียงคำนึงถึงวันเวลาต่อไป  วินาทีถัดมา   นาทีที่กำลังจะถึงนี่หากไม่มีคน ๆ นี้อยู่ด้วยอีกต่อไปจะเป็นยังไงนะ ?

 

เกิดเป็นคำถามที่อยู่ในใจ

 

ไม่อาจอยู่ได้อีกต่อไป มีเพียงคำตอบเดียวที่ผุดขึ้นมา  ไม่มีวันและไม่มีทางที่จะมีลมหายใจได้หากขาดคน ๆ นี้  และนั่นดูเหมือนกับจะเป็นวินาทีเดียวกับที่ของเหลวที่ดวงตามันไหลออกมาโดยที่แทบไม่รู้สึกตัวสักน้อย 

 

เทพเทซิลคือสหายคนเดียวที่เข้าใจในตัวเขามากที่สุด

 

คือคนที่เคียงข้างตลอดมา

 

สายใยที่ก่อมานับร้อย ๆ ปีและชีวิตที่แทบไม่มีวันใดที่ไม่คำนึงถึงอีกฝ่าย ” 

 

ผู้รับบทเทพศาสตราหลุบตาลง  ส่ายหน้าเชื่องช้า

 

“  ไม่มีทางลืมเลยความรู้สึกที่เหมือนกำลังจะถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวนั่น   ความรู้สึกที่จะเพียงมองเห็นร่างเงาอีกฝ่ายในทุกอิริยาบถ  แต่กลับไม่สามารถจับต้องได้  ทั้งใบหน้านี่เส้นผม   ผิวแก้มนิ่ม  ร่างกายอุ่น ๆ นี่ ”

 

 มือหนาไล้โครงใบหน้าของเทพเทซิลที่นิ่งฟังอยู่แผ่วเบา 

 

“ รอยยิ้มที่จะติดตรึงเพียงในความทรงจำเท่านั้น  เสียงหัวเราะกังวานใสที่พานทำให้ยิ้มตาม   ความสบายใจที่เพียงยืนข้างๆ อย่างเงียบงันก็พอแล้วนั้นจะไม่สามารถสัมผัสมันได้อีก

 

สิ่งที่รู้สึกต่อมาคือโลกทั้งใบที่ถล่มทลาย   ไม่ว่าสิ่งใดก็ไร้ค่าหากเทียบกับคน ๆ นี้  ไม่ว่าจะอำนาจเงินทอง  หญิงงาม  หรืออะไรก็ตามไม่อาจเทียบกับคน ๆ นี้ได้เลย  

 

สมองไม่อาจรับรู้คำว่าเหตุและผลเพียงคิดว่าเจ้ากำลังจะทิ้งข้าไปเช่นนั้นหรือ ? จะทิ้งข้าให้อยู่เพียงลำพัง  ในโลกที่ไม่มีเจ้า ?

 

ทันใดบางสิ่งก็กรีดร้อง

 

ได้โปรดเถอะ  อย่าพรากเขาไปจากข้า อย่าทำให้เขาต้องจากข้าไป อ้อนวอนต่อทุกสิ่งอย่างแต่เมื่อยังไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น  ไม่มีปาฏิหารย์ที่จะช่วยได้  ความสิ้นหวังก็มาเยือนในฉับพลัน   ร่างกายอ่อนแรงแม้แต่จะยืนก็ไม่อาจทำได้ 

 

เจ็บปวดเหลือเกินทรมาณเจียนตาย   อย่างที่ไม่อาจมีสิ่งใดมาพรรณนาได้หมดสิ้น

 

จบแล้วจบสิ้นแล้ว มีเพียงถ้อยคำนี้ที่วนเวียนไปมา ไม่ยุติธรรม ! ทำไมต้องเป็นเขาที่ต้องจากไป ?! ทำไมถึงต้องเป็นข้าที่ต้องสูญเสีย ? เป็นคำถามที่ช่างไร้ความนึกคิดโดยสิ้นเชิงและความทรงจำที่อยู่ด้วยกันทุกช่วงเวลาก็พรั่งพรูมาตอกย้ำ

 

ข้าจะต้องสูญเสียคน ๆ นี้ไปจริง ๆ จะไม่มีเขาเคียงข้าง  หัวเราะ  แย้มยิ้ม  ปลอบโยน  ประคับประคองไปด้วยกันอีกแล้ว ไม่มีจะไม่มีอีก

 

เมื่อคิดได้ดังนั้น  ความคิดหนึ่งจึงแวบเข้ามาหากในโลกนี้ไร้เจ้ามันก็ไม่มีประโยชน์ที่ข้าจะอยู่ต่ออีก  ข้าจะตามเจ้าไปไม่ว่าเจ้าจะจุติใหม่เป็นใคร  เป็นเทพอัปลักษณ์   เป็นปีศาจหรือมนุษย์หรือสิ่งไร้ประโยชน์เช่นใด   แต่ข้าจะจดจำเจ้าได้ในทันทีและจะไม่มีวันรังเกียจหรือทอดทิ้งเจ้า

 

ดังนั้นวินาทีที่เจ้ากลับมา  ข้าจึงดีใจและตื้นตันเกินกว่าจะห้ามน้ำตาได้   แค่เพียงมีเจ้า   สิ่งใด ๆ บนโลกนี้ก็ไม่สำคัญแล้ว  เพราะคนที่ข้าต้องการมีเพียงเจ้าเท่านั้นที่วาดหวังให้เคียงข้างข้าไปจนกว่าจะหมดลมหายใจ  มีเพียงเจ้าที่ทำให้ข้ารู้สึกได้ถึงความสุขของการมีชีวิตอยู่  ” 

 

เซราสลดเครื่องขยายเสียงลง  มองผู้ชมที่น้ำตาไหลพรากไม่เว้นแม้แต่ดาลันและจีจี้ก็ได้แต่งง  ไม่รู้จะส่งเครื่องขยายเสียงให้ใคร

 

มาร์คกระซิบถามเฮดิช

 

“  นี่เซราสมันกินอะไรผิดสำแดงมารึเปล่าเนี่ย  ตอบยาวเหยียดแถมบรรยายละเอียดจนคนฟังร้องไห้กันเป็นแถบ ๆ ” 

 

“  ก็จำนิยายที่จีจี้สั่งให้เซราสไปอ่านไม่ได้หรือไง  เพราะคาแรกเตอร์มันต้องสูญเสียคนสำคัญเหมือนกันน่ะ  ฉันเคยอ่านคร่าว ๆ กว่าครึ่งเอามาจากเล่มนั้นล่ะ ” 

 

“  เหอ ๆๆ ว่าแต่เขา  ตัวเองก็เอาจริงเอาจังเพราะกลัวบทลงโทษของจีจี้เหมือนกันนี่หว่า ”  มาร์คยิ้มแห้ง  แต่จะโทษเซราสไม่ได้  ใครใช้ให้เพื่อนสาวพวกเขากำจุดอ่อนไว้แน่นขนาดนี้กัน   เพราะฉะนั้นแม้แต่เทรนยังแสดงสุดชีวิตเลย

 

 

“  โฮ ๆๆ ความรู้สึกเทพเซเลสนี่มันลึกซึ้งมาก ” 

 

“  ฟืด ! ฮึก  ความรู้สึกสูญเสียนี่มันคงทรมาณจริง ๆ ” 

 

“  แง ๆๆ ดีจริง ๆ ที่คู่นี้จบไม่ดราม่า ” 

 

“  ฮึก ฮึก ฮือน้ำตาฉันนนนน ” 

 

 

 

จีจี้ที่ซับน้ำตาแล้วเอ่ยเสียงสั่นหลังต้องใช้เวลานานกว่าผู้ชมจะตั้งสติได้

 

“  ตต่อไป  ผู้โชคดีของเราคือหมายเลข 441 ค่ะ” 

 

“  อยู่นี่ครับ ”  ในที่สุดก็มีผู้ชายโผล่มาบ้างเนื่องเพราะสัดส่วนผู้ชมชายหญิงอยู่ที่ 10 % ต่อ 90 %

 

อีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มร่างเล็กท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ แต่สายตาแสดงความอยากรู้บางอย่างมาก

 

“  เอ่อ  ขอถามรวม ๆ ได้ไหมครับ ” 

 

“  ยังไงคะ ? ” 

 

“  ประมาณว่าเคยหรือไม่เคยน่ะครับ  ขอให้ตอบเป็นคู่ ๆ ประมาณนี้ ” 

 

จีจี้หันไปหานักแสดง  ซึ่งทุกคนดูโอเคเพราะถ้าถามแค่นี้คงไม่มีปัญหา

 

“  ได้ค่ะ  แต่เป็นคำถามแรกเลยนะคะ ” 

 

“  ครับ  เอ่อในสามคู่ ไดซ์วอด  มาร์คเฮดิช  เซสเทรนเนี่ยเคยมีใครจูบกับคู่ตัวเองบ้างครับ ? ” 

 

กึก

 

ดั่งมีสายฟ้าฟาดเปรี้ยงเข้ากลางใจพวกเขาทุกคน

 

“  ไม่มี ! ”  หกเสียงประสานเสียงตอบทันใด  ร่างกายแข็งทื่อเมื่อได้ฟัง  จีจี้หลุดอุทาน

 

“  ไม่มีได้ไงกันยะ ! ก็ตอนนั้น-- อุ๊บ--  พวกวอดก้ากระโจนตะครุบอีกฝ่ายทันทีทันใด

 

 

“  กรี๊ดดดดดดด เมื่อกี้ได้ยินคุณพิธีกรพูดล่ะ ! ” 

 

“  เขาบอกว่าไม่มีได้ไงกัน แน่ะ ! ” 

 

“  อย่างนี้แสดงว่าต้องมีแหงแซะ ” 

 

“  กรี๊ด ๆ อยากรู้ ๆ ” 

 

 

“  คำถามที่สอง  ขอถามว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไงครับ ! ”  ผู้ชมชูนิ้วหัวแม่มือให้คนถามเพราะมันเอาใจไปเต็ม ๆ

 

“  มันเป็นอุบัติเหตุ/อุบัติเหตุ/เกิดโดยบังเอิญ/แค่ปากแตะปาก/……./มันไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น ” 

 

หกเสียงกล่าวพร้อมเพรียงด้วยใบหน้าที่เหงื่อแตกพลั่ก  สำหรับวอดก้ากับพาราไดซ์นั้นไม่เท่าไหร่ เพราะตัวจริงของวอดก้าก็เป็นผู้หญิงอยู่แล้ว  แต่คนที่เหลือน่ะมันตัวผู้ทั้งนั้นนะ !

 

และเรื่องที่ดันไปปากแตะปากกับผู้ชายเนี่ยใครมันจะไปเปิดปากเล่าให้ฟังกันวะ ?!

 

“  ตกลงยังไงกันแน่ครับ ? ” 

 

“  มันเป็นอุบัติเหตุ ”  และก็เกิดการประสานเสียงสามัคคีอีกรอบ  เจ้าของที่นั่งหมายเลข 441 จึงหันไปหาพิธีกร

 

“  คุณพิธีกรครับ  ดูเหมือนพวกเขาจะไม่อยากตอบ  ช่วยอธิบายทีครับ ” 

 

“  หลบไปย่ะ !!! ” 

 

โครม !

 

“  โอยยยสมเป็นเจ้าแม่จริง ๆ แรงมหาศาลมาก ”  วอดก้าเอ่ยเบา ๆ เขานอนทับอยู่บนตัวพาราไดซ์ที่ยันร่างขึ้นช้า ๆ  มาร์คเอาหัวโขกกับเทรนโดยไม่ทันตั้งตัวถึงร้องโอดโอยอยู่กับพื้น 

 

เซราสพยุงเทรนขึ้นมาช้า ๆ ส่งสายตาเป็นเชิงถาม  ส่วนเฮดิชทำหน้าเอือมเมื่อมาร์คพุ่งมากอดเอวเขาพร้อมทำท่าร้องห่มร้องไห้วอนส้นเท้า

 

จีจี้ที่สะบัดตัวให้หลุดจากการเกาะกุมของทั้ง 6 จิกตามองก่อนจะคลี่ยิ้มหวานให้ผู้ชมที่กำลังทึ่งกับการเหวี่ยงผู้ชาย 6 คนปลิวด้วยตัวคนเดียว

 

“  อะแฮ่ม  เพื่อเป็นการสัมมนาคุณทางเราจะตอบให้ค่ะ  เนื่องจากดิชั้นเห็นเหตุการณ์ของทั้งสามคู่จึงจะเป็นคนตอบเองค่ะ ”  จีจี้ยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำให้พวกเขาหนาวเยือก

 

เธอกวักมือเรียกดาลันที่เริ่มออกอาการกระดี๊กระด๊ามาใกล้ ๆ พร้อมประสานมือไว้ที่อก

 

“  อาแม้จูบนั้นจะเกิดขึ้นเพราะอุบัติเหตุหากแต่มันทำให้สายสัมพันธ์ของพวกนายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง  ใช่ไหม ไดซ์ วอดก้า ? ” 

 

พรืด

 

พวกเขาส่ายหน้าพรืด  ก่อนจะยกมือปิดหน้าตัวเองที่เริ่มขึ้นสีแดงก่ำจากคำพูดรุ่นพี่สาว

 

“  รู้สึกตอนนั้นพวกนายจะหน้าแดงและแข็งทื่อไปเลยล่ะ   ที่ริมฝีปากเลือดออกคงเพราะฟันขบกันตอนล้มและจากท่าทางของพวกนายคงเป็นจูบแรกของกันและกันล่ะสิ ” 

 

“ อึ่ก ”  พวกเขาโต้ตอบอะไรไม่ได้นอกจากเงียบ  แต่ใบหน้าแดงก่ำของพวกเขากลับทำให้ผู้ชมส่งเสียงกรีดร้อง

 

 

“  อ๊ายยยยยย  จูบแรกกันหรือนี่ ?! ” 

 

“  โอ้ มาย ฟิน  ฝันฉันเป็นจริงอีกแล้ว ! ” 

 

“  คู่อื่นล่ะค้าาาาาาาา ?! ” 

 

 

“  ไดซ์หน้าฉันคงบางลงแน่ ๆ ”  วอดก้าลูบหน้าตัวเอง  ดูเหมือนความหนาหน้าของเขาจะถูกสายน้ำกร่อนไปพอควร  โดนล้อนิด ๆ หน่อย ๆ ก็เสียความเป็นตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว

 

“  มันช่วยไม่ได้ ”  พาราไดซ์อมยิ้ม  ดึงมือวอดก้าให้มาสู่อ้อมกอดเขาพลางกระซิบ  “ ซุกไหล่ฉันไว้สิ ” 

 

“  มันไม่มีทางอื่นแล้วนี่ ”  วอดก้างึมงำ  ซุกใบหน้าที่แดงก่ำของตัวเองกับไหล่อีกฝ่าย  พยายามเมินเสียงวีดวิ้วแซวพวกเขา

 

มาร์คกับเฮดิชผงะเมื่อคู่รุ่นน้องของพวกเขาโดนไปเรียบร้อยแล้ว 

 

จีจี้ยิ้มเจ้าเล่ห์ลากเสียงยาว

 

“  ส่วนมาร์คกับเฮดิช” 

 

“  จีจี้จ้า ~ อย่าเลยนะ พลีสสสสส ”  มาร์คอ้อนวอนแต่มีหรือเธอจะยอม 

 

“  จำครั้งนั้นได้ใช่ใช่ดาลัน ? ” 

 

“  แน่นอน ที่เราเปิดประตูหอพักของสองคนนี้แล้วเจอเฮดิชเหมือนร่วงจากที่นอนลงมาทับคร่อมมาร์คแถม  ดาลันยิ้มกริ่ม  “ ปากสองคนนี้ยังแตะกันแถมค้างนานอีกต่างหาก ”  

 

“  กรี๊ดดดดดดดด ! ”   

 

“  ก็บอกแล้วไงว่านั่นเป็นอุบัติเหตุ  ฉันร่วงตกเตียงแล้วเฮดิชมันก็สะดุดฉันจนล้มหรอก ! ”  มาร์ครีบแก้ตัว  เริ่มรู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมาแล้ว  เขาหันไปหาเฮดิช  “ เฮเฮ้ย ! ” 

 

“  เอิ่ก ” 

 

กลายเป็นเฮดิชเป็นลมทั้งยืนไปแล้ว   มาร์คต้องรีบพุ่งไปประคองก่อนเพื่อนหนุ่มจะช็อคน้ำลายฟูมปากและล้มหัวฟาดพื้น

 

“  ซวยล่ะเซส ” 

 

“  เอือก ”  เทรนและเซราสกลืนน้ำลายเอือก  เผลอก้าวถอยห่างโดยไม่รู้ตัว

 

“  ส่วนคู่นี้ฉันไม่แน่ใจเท่าไหร่นักว่าเป็นอุบัติเหตุหรือความจงใจ ” 

 

พวกเธอยิ้มกว้าง

 

 

“  กรี๊ดด  หมายความว่าไงน่ะ ?! ” 

 

“  หรือว่าพวกเขาจูบกันจริง ๆ ! ” 

 

“  โอ๊ยยย  ลุ้นยิ่งกว่าแทงหวย ” 

 

 

“  หรือว่า” เซราสพึมพำเมื่อนึกอะไรบางอย่างออก 

 

“  อะแฮ่ม  ตอนนั้นในห้องสภากลางที่มีแค่พวกนาย  ฉันเห็นนะว่าเซราสคว้าท้ายทอยเทรนอยู่   มือหนึ่งก็โอบเอวและก้มจูบอยู่น่ะ  จีจี้เลิกคิ้ว “ หรือฉันเข้าใจผิด ? ” 

 

 

“  แหงแซะ ! ”  เทรนแหกปากบอกทันที  ชี้นิ้วไปที่เซราส “ เธอคิดว่าฉันกับมันจูบกันลงจริง ๆ เรอะ ! ตอนนั้นแมงมุมมันเกาะไต่จากหลังฉันไปท้ายทอย  เธอก็รู้นิสัยฉัน  แล้วตอนมันเอาออกแล้วฉันก็หันหน้ามาพอดีก็เลยเป็นอย่างที่เธอเห็น ! เลิกมโนไปเองได้แล้ว ” 

 

“  ……. ”  หงึก ๆ เซราสพยักหน้าสนับสนุน

 

“  ว้าน่าเสียดายแฮะ  แสดงว่าฉันคงคิดไปเอง  งั้นทุกคนค้า  มาจับสลากผู้โชคดีกันต่อดีกว่า ! ”  จีจี้เอากำปั้นเคาะหัวตัวเองเบา ๆ พร้อมแลบลิ้นทะเล้น 

 

เทรนเอามือยีหัวตัวเองอย่างบ้าคลั่ง

 

“  อ้ากกกกก ! แล้วอย่างนี้ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเนี่ยยยยย  ! ” 

 

ยิ่งฟังเสียงตะโกนโห่ร้องชื่อเขากับเซราสแล้วก็ยิ่งอยากจะเป็นลม

 

อยากจะบ้าตายจริงโว๊ยยยยยยยย

 

“ ค่าาาา  ขอแสดงความยินดีกับหมายเลข 988 ค่ะ ! เชิญถามคำถามค่ะ ” 

 

“  เอ่อขอถามจอมปีศาจค่ะว่ารู้สึกยังไงกับเทพแห่งพืชพรรณเฟเนลคะ  และอีกคำถามคือทำไมถึงเหลือรอยแผลเป็นที่ข้างแก้มเอาไว้ ??? ” 

 

และผู้ชมก็โห่ร้องอีกครั้งกับคำถามโดนใจคนหลายคนที่แอบเชียร์จอมปีศาจกับเทพเฟเนล

 

 

 

 

45%

 

“  แอร๊ยยยยยยย คำถามนี้โดนใจแท้ ” 

 

“  ฟุด ๆ เลย ” 

 

“  คู่นี้มันต้องมีซัมธิงแหงๆ ” 

 

ยูดาสมีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยที่เขาซึ่งน่าจะเปรียบดั่งตัวประกอบของเรื่องโดนถาม   หากแม้แต่เขาก็ยังต้องสะดุ้งเมื่อรุ่นพี่สาวหรี่ตามองพร้อมทำสัญลักษณ์เอาสองมือประสานอกสีหน้าเคลิ้มฝัน  ก่อนจะทำท่าปาดคออันรวมแล้วได้ใจความ

 

ตอบไม่ให้ผู้ชมฟิน  นายตายยยยยยยย

 

“  อะแฮ่ม”  ยูดาสกระแอมไอน้อย ๆ ครุ่นคิดถึงคำตอบที่สอดคล้องกับเนื้อเรื่องและปมที่จะไปเฉลยในหนังสั้น

 

รู้สึกยังไงกับเทพแห่งพืชพรรณเฟเนล ?

 

ในเนื้อเรื่องของหนังสั้นจะฉายอดีตที่ว่าความจริงแล้วจอมปีศาจเคยอยู่บนสรวงสวรรค์ในวัยเยาว์และพบกับเทพแห่งพืชพรรณเฟเนล

 

ด้วยความที่มีเชื้อสายของปีศาจอยู่ทำให้เป็นที่น่ารังเกียจสำหรับเทพสวรรค์เด็กองค์อื่น ๆ ต้องรับความเหยียดหยามและความรู้สึกชิงชังจากผู้อื่นเสมอ  ทำให้มีวันหนึ่งจอมปีศาจทนไม่ไหวถึงกับหลบไปร้องไห้ที่สวนแห่งหนึ่งซึ่งไม่มีใครเลยนอกจากตัวเขา

 

และทันใดก็ปรากฏเทพเด็กองค์หนึ่งถามอย่างใครรู้ว่าเหตุใดเขาจึงร้องไห้  เขาไม่ตอบ  ยังร้องไห้ต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีเสียงของเทพองค์นั้นอีก

 

จนกระทั่งได้รับสิ่งหนึ่งที่ศีรษะ

 

มงกุฎดอกไม้ดอกเล็ก ๆ ที่เอามาพันกันมั่วซั่วแต่ก็แฝงความตั้งใจไว้อย่างมาก  

 

เทพเด็กผู้มีเส้นผมสีเงินและเนตรสีส้มแย้มยิ้มกว้างสดใส  บอกว่าเราปลอบคนไม่เก่ง  ดังนั้นขอมอบมงกุฎดอกไม้ที่แสนสวยงามให้แทน ก่อนเทพองค์นั้นจะหายไป

 

หลังจากนั้นเวลาถูกแกล้งจอมปีศาจก็จะมายังสวนนี้ด้วยท่าทางกระวนกระวาย   บางครั้งก็เจอบ้างไม่เจอบ้าง  

 

เทพเด็กนั้นบอกว่ารู้ว่าเขาคือลูกครึ่งเทพกับปีศาจ   แต่ก็ไม่ถามอะไรเขาเลยสักครั้งแม้เขาจะถูกแกล้งมา   เพียงปลอบใจและชวนคุยเล่นเรื่อย ๆ เล่ากิจวัตรประจำวันให้ฟังพร้อมทำมงกุฎดอกไม้ให้ทุกครั้งที่พบกัน  บอกว่าเป็นของที่ระลึก

 

ดังนั้นยิ่งมามงกุฎดอกไม้นั้นยิ่งสวย   เมื่อเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี   แม้นาน ๆ พวกเขาจะมาพบกันแต่ก็คุยได้อย่างลื่นไหล  เป็นช่วงเวลาที่จอมปีศาจชอบมากที่สุด  จนกระทั่งอีกฝ่ายบอกข่าวร้ายว่าต้องเก็บตัวฝึกตนเพื่อรับตำแหน่งเทพแห่งพืชพรรณอันสืบเนื่องเป็นเวลาหลายร้อยปีทีเดียว

 

เขาจึงได้รู้คนที่ปลอบเขามานานหลายปีคือว่าที่เทพแห่งพืชพรรณของภพมนุษย์อันมีนามว่า เฟเนล

 

อย่าได้เศร้าเสียใจไป  เราจะได้พบกันอีกอีกฝ่ายแย้มยิ้มบอก และเมื่อถึงตอนนั้นเราจะแนะนำสหายเราอีกคนให้รู้จักนะ

 

จอมปีศาจยิ้มบาง ๆ กล่าวด้วยความคาดหวังลึก ๆ ไม่ต่างกัน

 

เราจะพบกันอีก

 

หากแต่กลับเป็นไปไม่ได้เมื่อมีวันหนึ่ง  เขาได้ถูกเหล่าเทพที่มีอิทธิฤทธิ์สูงกลั่นแกล้งจนบาดเจ็บสาหัสและร่วงไปในมิติที่เชื่อมกับภพปีศาจ  

 

เขาในยามนั้นไม่ยอมตายทั้งที่สัญญาว่าจะพบกับเฟเนลอีก  ทำทุกวิถีทางเพื่อให้แข็งแกร่งขึ้น  กระทั่งสีผมและสีตายังเปลี่ยนไปตามฉบับของชนเผ่าปีศาจ  ไม่มีลักษณะเชื้อสายเทพปรากฏอีก  แต่หากพูดถึงข้อดีคงทำให้สามารถเหยียบย่างอยู่บนสวรรค์ได้โดยไม่ได้รับผลกระทบจากไอทิพย์มากนัก

 

เขาเหยียบย่ำปีศาจมากมายขึ้นสู่บัลลังค์เป็นจอมปีศาจ  หากแต่กระนั้นความต้องการเดียวคือการพบเฟเนล

 

รู้สึกยังไงกับเทพแห่งพืชพรรณเฟเนล ?

 

“ ความรู้สึกนั้นคงเป็นความผูกพันและยึดติด ” 

 

“ ผูกพัน ? ยึดติด ?  เธอคงหมายถึงปมในหนังสั้นสินะจ้ะ ”  จีจี้ถาม  สายตาสื่อว่าให้อธิบายเพิ่มเติมเพราะเธอเองเพียงเข้าใจความรู้สึกตัวละครคร่าว ๆ ไม่เหมือนนักแสดงที่สวมบทบาทและเข้าใจในความคิดตัวละครแจ่มแจ้ง

 

“  สิ่งที่ได้รับในครั้งแรกของการพบเจอในวัยเด็ก   ที่ข้ากำลังร่ำไห้คือมงกุฏดอกไม้ขนาดเล็กที่พันกันมั่วซั่ว ”  ยูดาสเอ่ยสรรพนามตามบทบาท  ปรากฏมงกุฏดอกไม้ขนาดเล็กพอดีกับที่สวมใส่บนหัวเด็กลอยอยู่เหนือมือที่แบออก

 

“  และครั้งถัด ๆ มาที่คุยกันสิ่งที่ได้ก่อนจากลาคือมงกุฏดอกไม้ที่จะสวยขึ้นเรื่อย ๆ ”  รอยยิ้มขบขันบาง ๆ บังเกิดที่ริมฝีปากแม้โทนเสียงจะราบเรียบตลอดเลยก็ตาม

 

“  เขามักมีรอยยิ้มอ่อนโยนเสมอบนใบหน้า  ไม่เคยถามข้าว่าข้าเป็นใคร  ทำไมถึงต้องหลบมาร้องไห้ในสวนของสวรรค์  เขาเพียงปลอบโยนข้า  เล่าเรื่องต่าง ๆ และชวนข้าคุย ” 

 

“  ข้าเป็นคนพูดน้อย  ส่วนใหญ่จึงรับฟังเขาพูดเพียงเท่านั้นและจะรับมงกุฏดอกไม้   ที่ดูเช่นใดก็ไม่เหมาะกับลูกครึ่งปีศาจเช่นข้าแม้สักน้อยมาสวมใส่ให้เขาชม  เก็บไว้ในหีบของสำคัญที่มีเพียงแหวนทับทิมของมารดา  แต่เมื่อเวลาผ่านไป   ที่เพิ่มเติมมาคือมงกุฎดอกไม้จำนวนมากที่ได้จากการพบเขา ” 

 

“  จนกระทั่งวันหนึ่งเขาต้องเข้ารับการฝึกฝนเพื่อรับตำแหน่งเทพแห่งพืชพรรณเป็นเวลาร้อยกว่าปี  นั่นจึงเป็นครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน   และต่อมาไม่นานก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าได้เหยียบอยู่บนสวรรค์ ” 

 

ผู้ชมเริ่มบางอ้อว่าเด็กคนนั้นคือเทพเฟเนล  ก่อนจะมีสีหน้าลุ้นระทึกตามสีหน้าเคร่งเครียดของจอมปีศาจ

 

“  ข้าตกลงไปยังแดนที่แสนจะโหดร้าย  ข้าจำเป็นต้องแข็งแกร่งขึ้น  ข้าต่อสู้และต่อสู้อีกเพื่อมีชีวิตรอดและรักษาสัญญาของข้ากับ เขาที่เราจะพบเจอกันอีกครั้ง ” 

 

“  ต๊ายยยยย  หรือเหตุผลที่ต้องบุกสวรรค์คือ ” 

 

“  โง้ยยยย  เปลี่ยนใจมาเชียร์จอมปีศาจได้ไหม  ทำไมอารมณ์ประมาณพระรองเลย ? ” 

 

“  ใกล้ไคลแมกซ์แล้ว ” 

 

“  ข้าไม่อาจตอบความรู้สึกข้าที่มีให้กับเขาอย่างชัดเจน  แต่เขาคือเหตุผลที่ข้าต้องการมีชีวิตอยู่   การได้เป็นจอมปีศาจไม่ทำให้ข้ายินดีและสุขใจเท่ากับได้พบหน้าเขา ”   สายตาจอมปีศาจอ่อนโยนลงและเริ่มฉายประกายอ่อนหวานชวนให้ละลายใจ  กระทั่งน้ำเสียงก็ทอดอ่อนราวกำลังกล่าวถึงคนรัก “ ความผูกพันที่ข้ามีให้กับเขา  เขาคือคนเดียวที่สำคัญกับข้า  เขาเพียงคนเดียวที่ข้าเฝ้าครุ่นคิดถึงทุกเมื่อเชื่อวัน   ความหวังของข้าคือพบกับเขาตามคำสัญญา  มองรอยยิ้มอันแสนอ่อนโยนที่ตราตรึงใจข้าตั้งแต่เมื่อครั้งวัยเยาว์ ” 

 

มือลูบแผลจาง ๆ ข้างแก้มแผ่วเบา

 

“  ส่วนทำไมจึงเหลือบาดแผลนี้ไว้ ? ข้าต้องการให้มันเป็นสิ่งยืนยันว่าข้าได้พบกับเขาอีกครั้งแล้ว  และต้องการให้เขาจดจำข้าได้แม้จะเป็นในฐานะจอมปีศาจ   ศัตรูของเหล่าทวยเทพก็ตามที ” 

 

ผู้ชมเคลิ้มกับเหตุผลอันแสนง่ายดายที่ต้องการเพียงเป็นที่จดจำของคนสำคัญ  ก่อนตาคู่สีโลหิตตวัดมองนัยน์ตาสีม่วงคมสวยของใครบางคน   มันทอความกระหายและโหดเหี้ยมอำมหิตเหลือเกิน

 

“  ความรู้สึกของข้าอีกสิ่งคือปรารถนาจะกำจัดใครบางคนที่ข้างกายของเทพผู้นั้น  เทพเฟเนลผู้แสนงดงาม  ผู้ที่ทำให้ข้าปรารถนาเหลือเกินที่จะฆ่าฟันมันให้ดับสูญไป ”  จอมปีศาจแค่นเสียงในลำคอ  “  เทพวาริวเอ๋ย  เจ้าไม่เหมาะสมกับเทพเฟเนลหรอก   เจ้าที่ทำร้ายเขากับมือและข้าที่เป็นผู้ที่ทำให้เขาฝึกทำมงกุฎดอกไม้เพื่อปลอบโยนข้า ข้าจะแย่งชิงเขามาด้วยทุกวิถีทางและเขาจะต้องเป็นของข้าในสักวันหนึ่ง ” 

 

ผู้ชมกรีดร้องในใจ   โอ๊ยตาย  ทำไมจอมปีศาจถึงดาร์คได้น่าเชียร์ขนาดนี้กัน  แค่จินตนาการฉากจอมปีศาจผู้แสนโหดเหี้ยมในบางครากับเทพเฟเนลผู้แสนอ่อนโยน  ไม่รู้ทำไม NC 18+ แบบ SM ถึงได้ผุดขึ้นมาในหัวได้

 

“ โอ๊ย ! พอแล้ว อึกข้าข้าเจ็บ ฮึก ” 

 

“  จำเอาไว้  ว่าเจ้าเป็นของข้า  เฟเนล  เมื่อใดก็ตามที่คำนึงถึงผู้อื่นนอกเหนือจากข้า  เจ้าจะต้องเจอการลงโทษเช่นนี้ ! ” 

 

“  อ๊าอ่ะ อะ ! ” 

 

อุ่ก  เลือดกำเดาจะกระฉูด

 

 

และผู้ชมก็ตวัดสายตามองไปอีกทางบ้างเมื่อท่ามกลางความเงียบมีอีกเสียงขัด

 

เทพแห่งสายน้ำกำลังหัวเราะลึกในลำคอด้วยสายตาวาวโรจน์และประกาศศักดาด้วยวาจาดั่งตอบรับสงคราม

 

“  มันคงจะไม่มีวันนั้นเพราะตั้งแต่วินาทีที่เขาจุติพร้อมข้า  และวินาทีที่เจ้าทำให้ข้ารู้ถึงความรู้สึกของตัวเอง   เขาก็จะไม่มีวันเป็นของเจ้าอีกได้เพราะข้าเองก็จะทำทุกวิถีทางให้เขาต้องการเพียงข้า  และไม่อาจเห็นใครสำคัญมากไปกว่าข้าอีก ! ” 

 

เป็นคำประกาศที่ทั้งเห็นแก่ตัว

 

หยิ่งทระนงและมั่นใจตัวเองอย่างสูง

 

แต่ผู้ชมก็ฟินไปกับฉากศึกชิงนาง (นาย) เช่นนี้นักแล

 

ครืนนนนน

 

บรรยากาศดูเคร่งเครียดขึ้นในทันทียามสองหนุ่มสบตากัน  ส่วนตัวต้นเรื่องก็เพียงเกาหัว  เอียงคอมองตาปริบ ๆ พลางคิดว่าสองคนนี้เอาจริงเอาจังกับงานดีเนอะ ? (ไม่รู้ว่าเขาประกาศสงครามกันอ้อม ๆ) 

 

“  และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลานะคะ  ทุกท่านอาจลืมนับกันไปแต่เราได้จับหมายเลขไปถึง 5 ท่านแล้วด้วยกันคือหมายเลขที่นั่ง 801 , 77 , 441 , 1,438 , และหมายเลข 988 ” 

 

ผู้ชมมีท่าทางตื่นตัวทันทีที่รู้ว่าจะมีอีกเพียงหนึ่งผู้โชคดีที่จะได้ถามคำถามเช่นนี้  กว่าครึ่งของผู้ชมยกมือสวดภาวนาพร้อมควักของศักดิ์สิทธิ์ประจำกายขึ้นมา  ขอให้ตนได้กลายเป็นผู้โชคดีคนนั้น

 

“ นะโมตัสสะ ” 

 

“  สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายโปรดดลบัลดาลให้เป็นลูกช้างด้วยเถิด ” 

 

“ หากลูกช้างสมหวังลูกช้างจะถวายหัวหมูให้นะเจ้าคะ ” 

 

“  ส่วนลูกช้างจะถวายเครื่องคาวหวานและนิยายเรท 18+ แล้วแต่แนวที่ต้องการให้เลยเจ้าค่ะ  รีเควสมาได้ทุกเมื่อ ” 

 

จีจี้ก้มลงอ่านหมายเลขผู้โชคดีคนสุดท้าย  เธอเงียบไปชั่วอึดใจก่อนประกาศ

 

“  หมายเลข 1,215 ค่ะ ! ” 

 

“ กรี๊ดดดดดดด ! ”  เสียงเจ้าของที่นั่งหมายเลข 1,215 กรีดร้องด้วยความดีใจ 

 

“  โปรดคิดคำถามค่ะ  แต่เชิญชมการแสดงคั่นเวลาก่อน ” 

 

ผายมือไปทางคู่สุดท้ายซึ่งยังไม่ได้แสดงนั่นคือเซราสและเทรน   ทั้งสองมองหน้ากันก่อนเอียงหัวชิดเพื่อกระซิบถึงสิ่งที่จะใช้แสดง   ใช้เวลานานไม่น้อยกว่าจะตกลงกันได้  ผู้ชมรอบข้างพากันเงียบเสียงลงทันทีเมื่อสองนักแสดงเริ่มขยับ

 

เทรนดีดนิ้วเปาะ  ปรากฏแท่นหินยาว   เขาทรุดนั่งโดยมีเซราสล้มตัวลงนอนตักเขาอย่างเงียบสงบและพริ้มตาหลับ   เวลาผ่านไป   เทพแห่งศาสตราเริ่มขมวดคิ้วมุ่น   กัดฟันกรอดจนเทพแห่งแสงต้องก้มมองด้วยความวิตก   ก่อนเสียงเทพหนุ่มที่หลับใหลอยู่จะตวาดลั่น

 

“  ไม่ !!! ”  พร้อมกายกำยำที่ผุดลุกขึ้น  หยาดเหงื่ออาบใบหน้าพร้อมหอบหายใจ 

 

“  เกิดอะไรขึ้น เซ--   เทพเทซิลกล่าวไม่ทันจบก็ถูกร่างสูงนั้นกระชากเข้าไปไว้ในอ้อมแขน   แขนแข็งแรงกอดแน่นจนผู้ชมเห็นได้ชัดรวมถึงอากัปกิริยาสั่นระริกของผู้สวมกอดด้วย

 

“  ใจเย็น ๆ เกิดสิ่งใดขึ้นกันเซเลส  ฝันร้ายหรือ ? ”  เทพหนุ่มถามเสียงอ่อนโยน  ยกแขนขาวสวมกอดตอบกลับพร้อมลูบแผ่นหลังอย่างปลอบโยน   คางชิดไหล่กว้าง

 

“ ข้า  เทพศาสตราเอ่ยเพียงคำเดียวก่อนจะเงียบไป  แต่ยังคงค้างในท่ากอดอีกฝ่ายแน่น  บอกเล่าเสียงสั่นพร่า “ ข้าฝันว่าข้าเสียเสียเจ้าไป ” 

 

เทพแห่งแสงเลิกคิ้วสูง  เอ่ยอย่างนิ่มนวลว่า

 

“  เซเลสเจ้าไม่ได้เสียข้าไปยังอยู่ตรงนี้  อยู่ในอ้อมแขนของเจ้า  และยังปลอดภัยดี ” 

 

“  ข้าข้ารู้  แต่ข้ากลัวว่าตื่นขึ้นมาแล้วจะไม่พบเจ้า ”  เทพเซเลสคลายอ้อมแขนออกช้า ๆ สบตาสีเพชรแสนสวยด้วยแววตาสั่นไหว

 

“  ความรู้สึกที่กำลังจะสูญเสียเจ้าไปทำให้เมื่อข้าปิดเปลือกตาหลับ  ความรู้สึกนั้นจะย้อนกลับมา  ในฝันข้ากรีดร้องเรียกชื่อเจ้าที่หมดลมหายใจไปอย่างบ้าคลั่ง  กลัวกลัวเหลือเกินที่จะไม่มีเจ้าเคียงข้าง  หากเป็นเช่นนั้นข้าขอเป็นฝ่ายจากไปเสี---” 

 

ปลายนิ้วเรียวสวยทาบปิดริมฝีปากหยักที่พรั่งพรูคำพูดออกมา   เทพเทซิลส่ายศีรษะ ประคองศีรษะของอีกฝ่ายให้ก้มลงและกดให้ชิดตำแหน่งหัวใจ  กล่าวช้า ๆ ด้วยรอยยิ้มว่า

 

“  ได้ยินเสียงหัวใจข้ารึไม่ ”   มือเรียวเลื่อนไปทาบตำแหน่งหัวใจของอีกฝ่าย  “ มันเต้นเป็นจังหวะเดียวกับเจ้า ” 

 

……. ”   เทพหนุ่มพริ้มตาฟัง  รอยยิ้มบาง ๆ เริ่มผุดขึ้นมา   ก่อนจะผละตัวออกช้า ๆ เมื่อเทซิลดันตัวเขาออกละโถมกอดเข้าเต็มแรง

 

“  แล้วสัมผัสได้หรือไม่ถึงความอบอุ่นจากตัวข้า ? ” 

 

“  ได้ ” 

 

“  สัมผัสได้ถึงกลิ่นกายของข้าหรือไม่ ? ” 

 

“  ได้” 

 

“  สัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณของข้าได้ใช่ไหม ? ” 

 

“  ได้”   ยิ่งตอบคำถามเทพเซเลสก็มีสีหน้าผ่อนคลายขึ้นทุกครั้งขณะ  ยามก้มสบตาร่างที่อยู่ในอ้อมแขนตนที่คลี่ยิ้มหวาน

 

“  เมื่อเจ้าฝันร้ายเจ้าจะมีข้าอยู่ข้าง ๆ เจ้าเสมอเพื่อทำให้เจ้าแน่ใจว่าข้าจะไม่มีวันและไม่มีทางห่างหายไป  ดีหรือไม่ ? ” 

 

“  ย่อมดีอยู่แล้ว ”  เทพศาสตราตอบเสียงพร่ายามค่อย  ๆโน้มใบหน้าลงไปชิดร่างในอ้อมแขน  เทพแห่งแสงหลับตา   รับจุมพิตแผ่ว ๆ ที่ริมฝีปากซึ่งนาบลงมา

 

“  กรี๊ดดดดดดดดดด ”   เสียงกรีดร้องดังกระหึ่มลั่นทันทีด้วยความดีใจเมื่อเห็นภาพนี้

 

เซเลสถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิง  ถามยิ้ม ๆ ว่า

 

“  แล้วข้าทำเช่นนี้ด้วยได้หรือไม่ ? ” 

 

เทซิลที่หน้าแดงก่ำฟุบหน้ากับอกอีกฝ่าย   ตอบเสียงสั่น ๆ

 

“  ตตามใจเจ้า ” 

 

เทพแห่งเซเลสจึงเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาในทันทีทันใด  ก่อนพวกเขาจะผละออกมาเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นแต่ก็เพียงพอให้ผู้ชมฟินไปกับฉากหวานแหววและใบหน้าเจ้าเล่ห์ของเทพหนุ่มแล้ว

 

“  กล้าดีนะครับเนี่ย ”   วอดก้าเอียงหัวไปกระซิบกับพาราไดซ์

 

พาราไดซ์พยักหน้ารับนิด ๆ กล่าวเสียงเนิบ

 

“  ถึงพวกเขาจะใช้เวทลมกั้นริมฝีปากพวกเขาแต่คงลำบากกับเสียงซุบซิบของผู้ชมตลอดวันงานโรงเรียนแน่ ” 

 

สำหรับพวกวอดก้า  มาร์คเฮดิช  จีจี้และดาลันรู้ดีว่าเซราสและเทรนใช้เวทลมบาง ๆ กั้น ไม่ให้ริมฝีปากสัมผัสกัน  แต่เนื่องเพราะมันดูไกล ๆ ทำให้ไม่ได้เห็นชัดอะไรมากนักแต่จีจี้ก็ไม่ได้ว่าอะไร  ผู้ชมฟินได้เป็นพอแล้ว

 

วอดก้าได้แต่สงสารรุ่นพี่ทั้งสอง   ขืนเป็นอย่างนี้ตลอดงานโรงเรียนคงโดนมองด้วยสายตาแปลก ๆ กันแหงแซะ (ไม่ดูตัวเองที่คู่จิ้นจูบซับน้ำตาให้)

 

“  หมายเลข 1,215 คะ  ไม่ทราบคิดคำถามได้หรือยังคะ ”   จีจี้หันไปหาผู้โชคดีคนสุดท้ายที่มีสีหน้าลังเลเหมือนอยากจะยิงคำถามใส่เป็นชุด ๆ ทว่าความเป็นจริงกลับโหดร้ายให้เธอถามได้เพียง 2 คำถาม   เธอกัดฟันก่อนเอ่ยออกไป

 

“ ขอถามเซราสค่ะ ”  เซราสขมวดคิ้วเล็กน้อย

 

“  ถ้าเกิดถ้าเกิดมีวันหนึ่งที่อยู่ ๆ คุณเทรนก็ตีตัวออกห่างจากคุณโดยที่คุณไม่ทราบสาเหตุ  ไปสนิทกับคนอื่นและมองเหมือนคุณเป็นแค่คนรู้จักฉันขอถามค่ะว่าคุณจะทำยังไง ? ” 

 

“  หืมฉันตีตัวออกห่างเซราสงั้นเหรอ ? ไม่มีวันนั้นหรอกมั้ง ”   เทรนลูบคางตัวเองไปมา เพราะเขามีเซราสเป็นทั้งเพื่อนที่สนิทที่รู้ใจมากที่สุดและเปรียบดั่งคู่แข่งขันกันไม่มีเหตุผลอะไรให้เขาผละออกจากเซราสหรอก  ที่สำคัญเวลาแกล้งหมอนี่มันสนุกสุด ๆ อีกด้วย

 

“  เซราสว่าไงจ้ะ ”   จีจี้ถามเสียงหวาน

 

เซราสทำหน้าเครียด เขาเหลือบ ๆ มองเพื่อนสนิทของตัวเอง  สำหรับเขาถึงเทรนจะเป็นตัวปัญหาไปบ้างแต่ก็เปรียบดั่งคนที่สร้างสีสันให้กับชีวิตของเขา  ไม่เพียงเทรนจะรู้ความคิดของเขาเป็นอย่างดีแล้ว  เทรนยังเป็นคู่แข่งที่เขาต้องการจะต่อสู้และเติบโตไปด้วยกันอีกด้วย

 

เขาครุ่นคิด

 

ถ้าหากวันหนึ่งเทรนไม่สนใจเขา ?

 

ถ้าหากเทรนไม่มาคอยเกาะแข้งเกาะขาเขา   แกล้งเขาแบบป่วน ๆ ?

 

ถ้าหากไม่มีเทรนมายุ่งเกี่ยวกับชีวิตเขาอีกต่อไป ?

 

และถ้ามีคนอื่นที่เทรนสนใจมากกว่าเขาไม่ว่าจะในฐานะคู่แข่ง  เพื่อน  ศัตรูหรืออะไรก็ตามแต่ ?

 

เซราสตอบกระชับรัดกุม  หนักแน่นทุกคำ

 

“ ฉันก็จะทำให้เขาหันมาสนใจฉันเหมือนเดิมทุกวิถีทาง ”  เขาหมายถึงถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นน่าจะมาจากเขาไปทำอะไรให้เทรนงอนเสียมากกว่าและไปขัดความต้องการบางอย่างอีกฝ่าย  งั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก  แค่ทำตามที่เทรนต้องการก็เท่านั้น

 

แต่ผู้ชมวี้ดว้ายกันเป็นแถบ

 

ฉันก็จะทำให้เขาหันมาสนใจฉันเหมือนเดิมทุกวิถีทาง  พระเจ้า ! ” 

 

“  นี่คือความรู้สึกจริง ๆ ของเจ้าตัวใช่ไหม ?! ” 

 

“ โอ๊ยยยย คือเขินอ่ะแกรรรรร  เขาจะไม่ยอมให้เทรนไปสนใจคนอื่นล่ะ ” 

 

“  กรี๊ด ๆ แสดงว่ามันจะไม่มีวันนั้นใช่ไหมเนี่ย  ” 

 

“ อีกคำถามค่ะหมายเลข 1,215   จีจี้กัดปากตัวเอง  สมแล้วกับที่เธอเป็นแฟนคลับของสองคนนี้เหมือนกัน  เซราสอาจไม่ได้ตั้งใจตอบให้คิดเช่นนั้นแต่มันก็ฟินอ่ะ !!!

 

“  ค่ะถามวอดก้านะคะ ” 

 

“  หือ ? ”  วอดก้ามีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้ฟัง  ก่อนจะสบตากับเจ้าของที่นั่ง 1,215

 

“  คคือว่า  ถ้าเกิดว่ามีเหตุจำเป็นให้คุณต้องแต่งงานกับใครสักคน  ขอถามค่ะว่าเอ่อคุณจะเลือกผู้หญิงคนไหนในนี้คะ ? ” 

 

และสาว ๆ ก็กรีดร้องด้วยสีหน้าตื่นเต้นทันที  เมื่อคนถูกถามร้องเอ๋เสียงสูงพร้อมใบหน้าแดงระเรื่ออย่างน่ารักนิด ๆ ชวนให้ใจละลายนักแล   หน้าตาของนักบวชหนุ่มผู้แสดงบทเทพเฟเนลนั้นอาจไม่ได้ดีเลิศจนจับตาเพียงครั้งแรกที่ได้มอง  แต่เมื่อพิศไปนาน ๆ จะพบว่าเขามักมีรอยยิ้มอันแสนอ่อนโยนบนใบหน้าเสมอและมีน้ำเสียงอบอุ่นนุ่มนวลที่เพียงได้ฟังก็สร้างความรู้สึกดี ๆ และความรู้สึกผ่อนคลายให้อย่างง่ายดาย  สายตาอันเป็นประกายของเขาที่ราวจะแย้มยิ้มเช่นเดียวกับริมฝีปากบางอาจทำให้คนที่คุยด้วยหน้าแดงได้ในทันทีที่สบ

 

“  ถึงวอดก้าจะเป็นของไดซ์แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์สมมติ  ฉันก็อยากเป็นผู้โชคดีคนนั้นจัง ” 

 

“ เหมือนกัน ๆ นิสัยของวอดก้าที่ได้ฟังเป็นสุภาพบุรุษมากเลยล่ะ ” 

 

“ อ่อนโยน  ใจดี  สุภาพ  รักสัตว์ ขี้อาย  ทำอาหารเป็น โอ๊ยตาย  พ่อของลูกฉันชัด ๆ ” 

 

“ รอยยิ้มหวาน ๆ นั่นหากเขามอบให้ฉันมันจะเป็นยังไงนะ ” 

 

“  ฉันคงโชคดีที่สุดในโลกถ้าคนที่รักใครรักจริงอย่างเขามาแต่งงานกับฉัน ” 

 

วอดก้าหันไปหาจีจี้กับดาลันแต่ทั้งสองส่ายหัวพรืดไม่ให้เขาตอบพวกเธอโดยเด็ดขาด  

 

“ เอถ้าเกิดเหตุการณ์บังคับอย่างนั้นหรือครับ ”  วอดก้ากวาดตามองสาว ๆ 90% ที่กำลังทำหน้าลุ้นระทึกหากแต่ที่เขาเลือกตอบยิ้ม ๆ กลับเป็น

 

“  ผมคงเลือกรุ่นพี่มาเรียที่รับบทเป็นแดฟโฟเดลล่ะมั้งครับ ” 

 

“  เอ๋ ~ ”  เสียงผู้ชมประสานคำพูดเป็นเสียงเดียวแม้กระทั่งจีจี้เองก็ตาม  วอดก้าเพียงชำเลืองมองรุ่นพี่สาวและยิ้มนิด ๆ กลายเป็นดาลันที่คาใจ  ถามต่อเพื่อเคลียร์คำตอบแทนสาว ๆ ที่เหลือด้วย

 

แม้กระทั่งมาเรียยังเลิกคิ้วสูงด้วยความงุนงงเช่นเดียวกัน  ส่วนพาราไดซ์กลับหรี่ตามองวอดก้า

 

“  เอ่อ  พอจะบอกเหตุผลได้ไหมคะน้องวอดก้า ”  เธอถามอย่างกระตือรือร้น  ผู้ชมทุกคนจ้องเขม็งไปยังคนรับบทนักแสดงสาวคนเดียวก่อนจะเบือนมองเทพเฟเนล

 

“ ได้ครับ ”  วอดก้าเกาแก้มตัวเองเล็กน้อย  เขาหัวเราะแหะ ๆ ยามเห็นรังสีความไม่พอใจจากผู้ชม  เขาไม่ได้มีเจตนาแกล้งรุ่นพี่สาว   รู้ว่าเธอพยายามเข้าหาพาราไดซ์แต่เพราะวอดก้ามั่นใจว่าเจ้าชายน้ำแข็งคนถูกเข้าหาไม่ทำอะไรที่เสียหายเป็นแน่  วอดก้าเลยไม่มีอคติใด ๆ ต่อเธอและตลอดการร่วมฝึกซ้อมการละครทำให้วอดก้าเห็นว่าเธอเองก็เป็นคนที่ตั้งใจทำงานจริง  มีหยอดมีออเซาะพาราไดซ์ไปบ้างแต่ก็เป็นอากัปกิริยาของคนที่อยากอยู่ใกล้คนที่ชอบแม้เขาจะไม่สนใจก็ตาม  ดังนั้นความรู้สึกส่วนหนึ่งของนักบวชหนุ่มจึงมองว่าท่าทางเชิด ๆ บางครั้งและปากเร็วของรุ่นพี่สาวก็เป็นสิ่งที่น่ารักเพราะบางครั้งเธอชอบทำอะไรตรงข้ามกับสิ่งที่พูดเสมอ  วอดก้าจึงเรียกอาการนี้ว่า ซึนและต้องยอมรับว่ารุ่นพี่สาวเองก็สวยไม่ใช่เบาเหมือนกัน 

 

“  ทุกคนอาจจะเผลอรู้สึกว่ารุ่นพี่มาเรียอาจมีนิสัยเหมือนกับแดฟโฟเดลจนทำให้เกิดความรู้สึกไม่พอใจ   แต่ในฐานะคนที่ร่วมฝึกซ้อมและแสดงร่วมกัน  ผมต้องขอบอกว่าเธอเป็นคนหนึ่งที่ทุ่มเทให้กับงานมาก   เธอยอมรับบทที่อาจทำให้คนดูเกลียดชังและด้วยท่าทางแบบนี้ทำให้ทุกคนอาจเข้าใจผิด ”  ท่าทางที่ว่าคือยามนี้มาเรียกอดอกเชิดหน้ามั่นใจในตัวเองอย่างมากทำให้คนดูรู้สึกหมั่นไส้ไม่น้อย

 

วอดก้าเผยยิ้ม

 

“  รุ่นพี่เขาไม่ใช่คนไม่ดีหรอกนะครับ  เขาทั้งเอาจริงเอาจัง  ตั้งใจให้งานออกมาดีที่สุดกระทั่งบางเหตุการณ์ยังยอมเจ็บจริงเพื่อให้สมบทบาท  ดังนั้นผมจึงชื่นชมรุ่นพี่มากแล้วก็”  นักบวชหนุ่มเผยยิ้มกว้างกว่าเก่า  ประกายตาระยิบระยับ “ นิสัยบางอย่างของรุ่นพี่ก็น่ารักมากเลย  อย่างตอนที่ผมทำคุกกี้มาแจก  ทั้งที่หน้าตากับคำพูดพี่ของเขาไปในแง่ลบแต่กลับกินคุกกี้ของผมจนหมด  แถมวันต่อมายังซื้อเค้กที่ผมชอบมาฝาก  ตอนผมแสดงได้ไม่ดีก็ช่วยสอนและเตือนผมจนแสดงได้สมจริงแถมยังช่วยเหลือผมในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างพวกเครื่องประดับหรือขนมด้วย ” 

 

วอดก้ากล่าวอย่างจริงจัง

 

“  รุ่นพี่เป็นคนดีจริง ๆ ครับ   เพราฉะนั้นถ้าเกิดสถานการณ์บังคับให้ผมต้องแต่งงานกับใครสักคนคงเป็นรุ่นพี่มาเรีย  เพราะเขามีความเป็นผู้ใหญ่สูง  แม้จะดูเอาแต่ใจและปากแข็งแต่พี่เขาทำให้ผมรู้สึกสบายใจเหมือนกันที่อยู่ใกล้  บางทีผมอาจจะไม่อึดอัดใจอะไรเลยก็ได้ที่ต้องแต่งงานกับเขา ” 

 

“  น้องวอดก้า”  มาเรียกระพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะหน้าแดงนิด ๆ เมื่อสบตากับรุ่นน้องหนุ่มที่พูดชมเธอ   เอาจริง ๆ นิสัยเธอไม่ได้ดีเช่นนั้นหรอก  ตอนซื้อเค้กมาให้ก็เพราะจีจี้บังคับให้เอาไปฝากวอดก้าบ้างและคอยช่วยดูแลวอดก้าหน่อยไม่ใช่สนใจพาราไดซ์เพียงคนเดียว  เธอเลยยอมเออออเพราะบางครั้งเธอก็ทำดีกับวอดก้าต่อหน้ารุ่นน้องที่เธอชอบบ่อย ๆ แต่ไม่คิดเลยว่าความดีเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เธอทำจะได้รับคำชมกลับมาเช่นนี้

 

วอดก้าเกาศีรษะตัวเองนิด ๆ ท่าทางขัดเขินกับสิ่งที่ตัวเองพูดไป  หลบ ๆ เหลือบ ๆ ยามสบตากับรุ่นพี่สาวพร้อมหน้าแดงนิด ๆ  อากัปกิริยานั้นราวกับแอบชอบรุ่นพี่ตัวเองอยู่ทำเอาผู้ชมที่ในตอนแรกลบอคติจากนักแสดงสาวไปกลายเป็นขุ่นมัวอีกรอบ ( มาเรียจ๋า  ซอรี่นะจ้ะ )

 

วอดก้าต้องเป็นของไดซ์นะ !

 

ทางด้านวอดก้าเขาเพียงคิดว่านิสัยน่ารัก ๆ เช่นนี้เหมือนกับลิเวียไม่น้อย  ปากแข็งผิดกับการกระทำ  เขาจินตนาการว่าหากลิเวียกลายเป็นคนฟังสาวน้อยคนนั้นคงขัดเขินอย่างน่าเอ็นดูเป็นแน่

 

“ ค่า  จบไปแล้วนะคะกับผู้โคดีคนสุดท้าย   หวังว่าท่านจะสนุกและฟินกับกิจกรรมนี้  อย่าลืมติดตามละครสั้นของพวกเราในวันพรุ่งนี้นะคะ  เริ่มเวลา 11 โมงเช้า  บ่าย 2 โมง  5 โมงเย็น และ 1 ทุ่มตรงค่ะ ” 

 

พวกเขาโค้งกายให้ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังกระหึ่ม  ม่านค่อย ๆ เลื่อนปิด ผู้ชมที่กำลังลุกจากที่ชะงักเมื่อได้ยินเสียงทุ้มคุ้นหูของเจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์ที่คว้าเครื่องขยายเสียงจากพิธีกร  ถามอย่างเอาจริงเอาจังกับใครบางคน

 

“  ถ้าเกิดให้เลือกระหว่างแต่งงานกับฉันกับรุ่นพี่มาเรีย  นายจะแต่งงานกับใคร ? ” 

 

อ่าเร่ะ ! เสียงนี้มันเสียงเจ้าชายพาราไดซ์นี่นา

 

คู่สนทนายังเงียบ  ม่านเลื่อนปิดบรรจบที่กึ่งกลางทันที   ขณะผู้ชมเสียดายที่ไม่ได้ยินคำตอบ   ก็มีอีกเสียงคุ้นหูดังขึ้นสั่น ๆ ระคนขัดเขิน

 

“ นนายคงจะนายล่ะมั้ง ” 

 

“  ………. ” 

 

“  ………. ” 

 

“  หึ  แน่นอนอยู่แล้วว่าฉันคือคนเดียวที่นายจะแต่งงานด้วย ” 

 

“  บ้า ! ไดซ์บ้า ! หลงตัวเอง ” 

 

“  หรือไม่จริง ? ” 

 

“  ไม่พูดด้วยแล้ว ! ” 

 

“  หึๆๆๆ ” 

 

“  แล้วก็หยุดหัวเราะเสียงแบบนั้นด้วย  หวา~ อย่ามองหน้าฉันสิ ” 

 

“  ก็ตอนนายหน้าแดงมันน่ารัก ” 

 

“  อุ่ก ! เงียบไปเลยนะ ! ” 

 

 

“ กรี๊ดดดดดดดดดดดด ! ”   แล้วผู้ชมก็น็อคกันไปเลยหลังต้องอดทนอดกลั้นไม่ให้หมดสติจนพลาดช็อตสำคัญไปเป็นเวลานาน 

 

ก็เสียงสนทนานี้มันเสียงนักบวชหนุ่มจากนาโวลล์นี่นา  !!!

 

แม่ค่ะ ! เขาขอแต่งงานกันแล้ว !

 

แถมยังจี๊จ๊ายิ่งกว่าคู่แต่งงานใหม่อีก !

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดด ~~~~~~

 

 

 

หลังเวที  พวกเทรนกำลังมองคนที่หยอกล้อหวานแหววเรียกเสียงกรี๊ดผู้ชมตาปริบ ๆ เมื่อคนหนึ่งก็เอ่ยหน้านิ่งทั้งที่คำพูดทำให้จินตนาการถึงความอ่อนโยนและหยอกเย้า  ขณะอีกคนทั้งที่คำพูดฟังดูเขินอายชวนหน้าแดงก่ำ  ใบหน้ากลับดูสงบนิ่งไม่ต่างกันสักนิด

 

วอดก้าดึงเครื่องขยายเสียงออก  ยิ้มตอบจีจี้ที่ทำหน้าอึ้ง ๆ อยู่

 

“  แค่เรียกเรตติ้งน่ะครับ ” 

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดด

 

เสียงกรีดร้องด้านนอกดังถึงขนาดทะลุกำแพงกั้นเสียงของเวทีมาได้และถึงกับทำให้ใต้เท้าพวกเขาสั่นสะเทือนบ่งบอกว่าเสียงกรีดร้องสองพันเสียงนี้ดังกระหึ่มมากเพียงใด

 

“  เฮ่อ  แต่ในที่สุดก็จบซะทีนะเนี่ย ”  เทรนทรุดนั่งที่เก้าอี้ที่สต๊าฟสิ่งกรูมาช่วยกันถอดเครื่องประดับและเครื่องสำอางบนใบหน้าพวกเขาออก

 

“  ทุกคนแสดงดีมาก ๆ เลย ”  จีจี้ตบมือเรียกความสนใข  มองมาทางพวกวอดก้า  “ ตอนนี้ก็เกือบทุ่มหนึ่งแล้ว  วอดก้ากับไดซ์ไปพักได้เลย   พรุ่งนี้อย่าลืมนะว่าต้องไปรายงานตัวกับกษัตริย์ทั้งห้าพระองค์ตอนเช้าน่ะ ” 

 

“ ครับ ”  พวกเขาขานรับ  เนื่องจากวันเปิดงานเมื่อวานพวกเขาต้องขึ้นแสดงและเป็นสภานักเรียนรวมถึงต้องฝึกซ้อมการแสดงเวที   จีจี้ขอประทานอนุญาตให้สภานักเรียนปี 1 ของหอเธอไปเข้าเฝ้าในวันพรุ่งนี้แทนซึ่งกษัตริย์ทุกพระองค์ก็อนุญาติ 

 

เช้าวันต่อมา  วอดก้าและพาราไดซ์ในชุดเครื่องแบบเรียบร้อยสุภาพ  ถูกระเบียบต่างมุ่งหน้าไปยังหอกลางพร้อมเพื่อน ๆ อย่างวิมเลท  วิสกี้  และบลัดดี้กับเตกีล่า

 

“  วอดก้า  คุกกี้ที่นายทำให้มันหมดอีกแล้วนะ ”   ขณะที่วิมเลทและบลัดดี้ก็ไปเกาะกลุ่มกับพาราไดซ์  วิสกี้กับเตกีล่าก็มาเกาะอยู่กับวอดก้าเนื่องเพราะก่อนหน้านี้พวกเขาคุยกันน้อยมากจากการที่วอดก้าต้องซ้อมทั้งการแสดงของสภาและการแสดงหน้าชั้นเรียน

 

“  รู้แล้ว ๆ เดี๋ยวจะทำให้เพิ่มอีกเยอะ ๆ เลยล่ะ ”  วอดก้ายิ้มให้  พวกเขาคุยกันไปตลอดทางจนถึงหน้าห้องที่ประทับ   ทหารองครักษ์เปิดประตูออก   พวกเขาก้าวเข้าไปอย่างเป็นระเบียบยืนเรียงหน้ากระดานโดยมีวอดก้าและพาราไดซ์อยู่กึ่งกลางแถว  เบื้องหน้าคือกษัตริย์ทั้งห้าพระองค์ที่มองพวกเขาอยู่ 

 

หากแต่หนึ่งในห้าพระองค์  ทันทีที่เห็นสามคนที่เดินเข้ามากลับลุกพรวดจากที่ประทับทันที

 

วอดก้า  วิสกี้และเตกีล่าโค้งกายทำความเคารพอย่างสง่างาม  พวกเขาไม่มีความตื่นตกใจเมื่อเห็นคนที่คุ้นหน้า

 

“ ถวายพระพรพะยะค่ะ  กระหม่อมวอดก้า เอลนาโวลล์โรลล์ หัวหน้าคณะกรรมการชั้นปีที่ 1 หอสราท ” 

 

“  กระหม่อมวิสกี้  อีฟราโทโร่ ผู้คุมกฎซ้ายปี 1 หอสราทพะยะค่ะ ” 

 

“ กระหม่อมเตกีล่า  เอสเพอร์บิเช่ หนึ่งในสมาชิกกรรมการสภาพะยะค่ะ ” 

 

“  พวกเจ้า ”  องค์คาซิริส  กษัตริย์แห่งโพซิเด้นกัดฟันกรอด  ก้าวลงจากที่ประทับด้วยสีหน้าเคร่งเครียดยามมองเด็กทั้งสามที่ยืดตัวตรงสบตาอยู่  บรรยากาศที่เคร่งเครียดโดยกะทันหันสร้างความประหลาดพระทัยให้องค์สเวน  องค์เซฟิรัส  องค์นิคาร์เปสชิการ์และองค์เจนัสไม่น้อยกับอากัปกิริยาของสหาย

 

ใบหน้าองค์คาซิริสไร้ซึ่งรอยสรวลเมื่อครู่   ยามหรี่พระเนตรมองเด็กสามคนสลับไปมา  และเพียงพริบตามือใหญ่ก็ตวัดสูงฟาดลงรวดเร็วพร้อมสุรเสียงตวาด

 

โป๊ก ! โป๊ก ! โป๊ก !

 

“ เจ้าเด็กแสบ ! กล้าหลอกข้าเชียวเรอะ ” 

 

“  โอ๊ย !/อ้าก ! /อั่ก ! ”  สามเสียงร้องโอดครวญทันทีด้วยความเจ็บปวดก่อนจะกระโจนเข้าไปกอดร่างสูงใหญ่แข็งแรงนั้นในทันที

 

“  โหดร้ายอีกแล้ว ! ” 

 

“  เอะอะก็ทำร้าย  นี่มันใช่สิ่งที่ควรทำตอนเจอหน้ากันไหมเนี่ย ?! ” 

 

“ ใจร้าย !!! ” 

 

“  ฮ่า ๆๆๆ ! อย่ากอดเอวสิไอ้ตัวแสบ  มาให้จัดการซะดี ๆ !แล้วชื่อไนท์  วิสกับราตรีมันหายไปไหนฮึ ? ”  คาซิริสรวบเด็กทั้งสามเหวี่ยงไปมาราวของเล่นด้วยความหมั่นเขี้ยว   ยกยิ้มกว้างด้วยความคาดไม่ถึงที่เจอเจ้าตัวแสบทั้งหลายอีกครั้ง  พระองค์ตรัสถามถึงอีกสองคน

 

“  แล้วเจ้าโครกับรัมล่ะ นี่ก็โกหกชื่อข้าอีกใช่ไหมเนี่ย ”  

 

“  ฮ่า ๆๆ รัมก็ชื่อรัมนี่ล่ะ  แต่โครชื่อจินอ่ะลุง ”  วิสกี้ยกยิ้มกว้าง  แขนสองข้างกอดรัดเอวสอบแน่น 

 

“  เป็นไงล่ะ  ตกใจล่ะสิ ” 

 

“  แน่สิว่ะ  รู้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะสิว่าข้าเป็นใครแต่ก็ยังกล้าเรียกข้าว่าตาแก่นะ ! ”  องค์คาซิรัสขบเคี้ยวฟัน  หลังหวนนึกถึงการสนทนาทั้งหลายแหล่ที่โดนเจ้าตัวแสบป่วนตลอด   นี่หมายถึงเจ้าพวกนี้รู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นใครแต่ก็ยังกล้ามาหยอกมาแกล้งเขา  ซ้ำยังตีเนียนไม่รู้ไม่ชี้อีก กว่าพระองค์จะรู้ตัวก็ตอนที่มีทองเข้ามาเติมท้องพระคลังจนเต็มนี่ล่ะ  ซ้ำพระองค์ยังโดนหลอกเรื่องชื่ออีกด้วย

 

“  ก็แก่จริง ๆ นี่ โอ๊ย ! ตีผมอีกแล้วนะ ! ”  วอดก้าร้องเมื่อโดนดีดหน้าผากเพียะ !

 

“  แน่ะ  บอกว่าไม่ให้พูดคำว่าแก่ไงไอ้พวกนี้ ” 

 

“  ก็แก่จริง ๆ นี่ ง่า” 

 

“  เดี๋ยวจะโดนเจ้าไนท์ ไม่สิ เติร์กใช่ไหมห้ะ ! แม้แต่เอ็งก็หลอกข้าสินะ ” 

 

“  หลอกอะไร  ไม่ยอมถามชื่อจริงเองนี่นา  เจ้าของบาร์ประสาอะไรไม่สอบถามพนักงานเข้าใหม่เลย--โอ๊ย ! ตาแก่  เลิกตบหัวได้แล้ว  เดี๋ยวพวกเราก็โง่กันพอดี ! ”  วิสกี้แหวใส่

 

“  เดี๊ยะ ๆ ยังจะมาแถอีก ” 

 

“  ยอมรับเถอะว่าตัวเองไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย อ๊าาาาา ”  เตกีล่าร้องบ้างหลังโดนหยิกแก้มเต็ม ๆ

 

“  นี่ตกลงว่ารู้จักกันก่อนแล้วรึ ”   องค์สเวนตรัสถามหลังมองสถานการณ์เบื้องหน้าที่ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด

 

“  นิดหน่อยน่ะ เจ้าเด็กพวกนี้เคยไปโพซิเด้นแถมป่วนข้าซะเยอะเลย ” 

 

“  ป่วนอะไร  ขี้ตู่  โอ๊ย ! เจ็บ ๆๆ ”  วอดก้าหน้าบิดเบี้ยวเมื่อโดนบีบหัว

 

“  เอาล่ะ ๆ พอก่อนเถอะคาซิริส  ข้ากลัวว่าพวกเขาจะเฉาคามือเจ้าแล้ว ”  องค์เซฟิรัสปรามสหาย   ดูเผิน ๆ เหมือนต้องการจะคุยและช่วยเหลือเด็ก ๆ หากแต่ความเป็นจริงพระองค์กำลังอิจฉาที่คาซิริสสามารถหยอกล้อกับวอดก้าได้อย่างสนุกสนาน  

 

เด็กหนุ่มผู้สุภาพอ่อนโยนและสง่างามทุกท่วงท่ายามนี้มีรอยยิ้มกว้างสดใส   ท่าทางหยอกเย้าเริงร่าเป็นกันเองยิ่งกว่าตอนอยู่กับกษัตริย์แห่งทริสทอร์ในคราบหญิงชรา   พระองค์คาดเดาว่าเป็นเพราะพระองค์อยู่ในรูปลักษณ์ผู้สูงอายุ  วอดก้าจึงรักษาท่วงท่าเปี่ยมมารยาทและความเคารพไว้เสมอมา  ถึงจะไม่รู้ว่าสหายของพระองค์และวอดก้าไปเจอกันในสถาการณ์เช่นใด  แต่ความสนิทสนมที่เด็กหนุ่มถึงกับสวมกอดกษัตริย์แห่งโพซิเด้นได้อย่างแนบแน่นไม่เกรงกลัวก็คงบอกความสัมพันธ์ของพวกเขาได้ว่าคาซิริสเอ็นดูพวกเด็ก ๆ มากเพียงใด

 

“  กระหม่อมพาราไดซ์  เซไลโด  ดิ  ทริสทอร์ หัวหน้าชั้นปีที่ 1 หอสราทพะยะค่ะ ” 

 

“  กระหม่อมวิมเลท  คอลย์เฟล ผู้คุมกฎขวาพะยะค่ะ ” 

 

“  กระหม่อมบลัดดี้ ดิ วาทอส หนึ่งในสมาชิกกรรมการนักเรียนพะยะค่ะ ” 

 

“  โตขึ้นไม่เบาเชียวนะบลัดดี้ ”  องค์นิคาร์เปสชิการ์ส่งสุรเสียงทัก   เนื่องจากพวกเขาล้วนเป็นที่รู้จักของกษัตริย์ทั้งห้าพระองค์อยู่แล้ว

 

“  พะยะค่ะ ” 

 

“  มานี่มา  มาดื่มชากับพวกข้า ”  องค์เจนัสกวักพระหัตน์เรียกให้พวกเขาทั้งหกเข้าไปใกล้  น้ำชาถูกรินโดยคริสโตเฟอร์ที่เหลือบ ๆ มองวอดก้านิด ๆ ด้วยความใคร่รู้ว่าจินที่พูดถึงนั้น  ใช่ จินเดียวกับที่เขาสอนดาบให้ใช่หรือไม่

 

“  เรียนเป็นยังไงบ้าง   ทำงานกับสภาหนักหรือไม่ ? ” วิสกี้  เตกีล่า  วิมเลทและบลัดดี้เงียบ  ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของวอดก้าและพาราไดซ์ตอบ 

 

“ ไม่หนักมากพะยะค่ะ/ไม่หนักมากพะยะค่ะ ”  พวกเขาตอบประสานเสียง

 

“  เช่นนั้นรึ”  องค์เซฟีรัสแย้มพระโอษฐ์ยามเลื่อนสายตาไปสบมองลูกชายพระองค์เองที่มีสีหน้าราบเรียบไร้ความรู้สึกเหมือนทุกครั้ง “ เป็นอย่างไรบ้างไดซ์  เรียนที่นี่สนุกหรือไม่ ” 

 

“  ย่อมต้องสนุกพะยะค่ะ ”  คนตอบว่าสนุกหน้าเฉยชาจนคนถามอดระอาใจไม่ได้  จึงยิ้มเจ้าเล่ห์เปลี่ยนเป้าหมายไปที่เด็กคนอื่น ๆ

 

“  พวกเจ้าคงเป็นเพื่อนร่วมชั้นปีของเขา   พอจะรู้หรือไม่ว่าพาราไดซ์หมายตาต้องใจใครอยู่ ? ” 

 

“  แค่ก ! ”  วอดก้าที่กำลังจิบน้ำชากระแอมเบา ๆ วิมเลทและบลัดดี้ทำสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ขณะเพื่อนรักทั้งสองของเขาก็เมินหน้าหนี   ยามกษัตริย์อีก 4 พระองค์เองก็ทอดพระเนตรมองด้วยความสนใจแม้กระทั่งคนที่ มีคนที่หมายตาต้องใจอยู่ยังหันมองว่าวอดก้าจะตอบเช่นใด 

 

นักบวชหนุ่มตอบหน้านิ่งสงบว่า “ พวกกระหม่อมไม่ได้สนิทสนมกับเจ้าชายพาราไดซ์ขนาดนั้นพะยะค่ะ ” 

 

พาราไดซ์เลิกคิ้วสูงเล็กน้อย  หรี่ตามอง  คาดเดาความคิดว่าวอดก้าคงกลัวว่าความสัมพันธ์ที่สนิทสนมของตัวเองอาจทำให้พ่อของเขาไม่พึงพอใจและขัดขวางเนื่องเพราะในยามนี้เจ้าตัวไม่สะดวกเปิดเผยว่าเป็นผู้หญิง  ดังนั้นจึงออกตัวไว้ก่อนว่าไม่ได้สนิทสนมกันนัก

 

พาราไดซ์กระตุกยิ้มที่มุมปาก  เอี้ยวหน้าไปกระซิบถามแผ่วเบาที่ข้างหูอย่างหยอกเย้า

 

“ ไม่ค่อยสนิทกันนัก ? ” 

 

นัยน์เนตรสีม่วงเลื่อนมองริมฝีปากอ่อนสีแดงระเรื่อด้วยสายตามีเล่ห์นัยลึก ๆ วอดก้ากลืนน้ำลายเอือก  ดูเหมือนเจ้าชายน้ำแข็งช่วงนี้จะบุกอย่างจริงจังแล้ว   แปบ ๆ ก็หยอดเอา หยอดเอาจนบางทีวอดก้าก็รู้สึกตามไม่ทันและรู้สึกว่ากำลังกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

 

เขาเบือนหน้าหนี  แก้มขาวขึ้นสีแดงระเรื่อนิด ๆ ยามตอบเสียงเรียบเฉย

 

“ เรื่องคนที่ด--เจ้าชายพาราไดซ์หมายตาใครบางทีคงต้องถามวิมเลทหรือบลัดดี้แล้วพะยะค่ะ ” 

 

“  ว่าอย่างไรวิมเลท  บลัดดี้? ” 

 

“  พวกกระหม่อมก็ไม่ทราบพะยะค่ะ ”  พวกเขาประสานเสียงตอบยามดวงตาสีส้มตวัดหรี่มอง   ยกน้ำชาจิบก่อนหันไปคลอเคลียคนข้างกายต่อ

 

เรื่องพ่อตากับลูกสะใภ้นี้  วิมเลท/บลัดดี้จะไม่ยุ่ง

 

องค์เซฟีรัสตรัสถามวอดก้าเรื่อย ๆ วอดก้าก็ตอบเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไปวงสนทนาก็เริ่มครื้นเครงและผ่อนคลายความตึงเตรียดลง

 

“  ว่าแต่วอดก้า  แสดงว่าหนึ่งในคนที่แสดงเมื่อวานเจ้าก็เป็นหนึ่งในนักแสดงของหอสราทที่แต่งหญิงใช่หรือไม่ ? ”  องค์นิคาร์เปสชิการ์โพล่งถาม   วอดก้าสำลักชาที่กำลังดื่มเข้าไปเต็มรัก  เช่นเดียวกับวิสกี้และเตกีล่าที่รู้สึกว่าการแต่งตัวแต่งหน้านั้นเปรียบดั่งฝันร้าย 

 

วิมเลทกับบลัดดี้แสดงท่าทางตื่นตระหนก  รีบลูบหลังคนทั้งสองเป็นการใหญ่ไม่เว้นแม้แต่พาราไดซ์ที่ส่งผ้าเช็ดปากให้วอดก้าที่ไอจนหน้าแดง

 

“ แค่ก ! แค่ก ๆ ขอขอประทานอภัยที่เสียมารยาทพะยะค่ะ อะแฮ่ม  กระหม่อมเป็นหนึ่งในนักแสดงหอสราทที่แสดงเป็นฝ่ายหญิงจริงพะยะค่ะ ” 

 

“  อย่างนั้นรึ ”  เซฟีรัสมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยกับท่าทางของพาราไดซ์เมื่อครู่ที่ลูบหลังวอดก้าและส่งผ้าเช็ดปากให้   ดูเหมือนความสัมพันธ์ของทั้งสองจะค่อนข้างดีไม่น้อย  เพราะหากเป็นเพื่อนธรรมดา  อย่างมากพาราไดซ์คงแค่ส่งผ้าเช็ดปากให้  ไม่ถึงกับแตะตัวอีกฝ่ายหรอก

 

เมื่อเห็นดังนั้น  ความคิดที่อยากจะให้พาราไดซ์ช่วยกันเจ้า 'เพื่อนสนิท' ที่ดูคิดไม่ซื่อกับวอดก้าออกไปก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้   ดังนั้นก่อนที่พวกเด็ก ๆ จะแยกย้ายกันกลับไป  องค์เซฟีรัสจึงตรัสเรียกรั้งพาราไดซ์ให้อยู่คุยอีกสักหน่อย

 

“  มีอะไรหรือพะยะค่ะ ”  องค์เซฟีรัสที่ชินชากับน้ำเสียงราบเรียบและคำราชาศัพท์ห่างเหินของลูกชายแล้วเริ่มถามในสิ่งที่ไม่สะดวกถามในวงสนทนาเมื่อครู่ทันที

 

“  พ่อถามหน่อย  เจ้าสนิทกับวอดก้าไหม ? ” 

 

พาราไดซ์เงียบไปอึดใจ

 

“  ต้องร่วมงานกันบ่อย ๆ เรียกว่าสนิทก็ได้ ” 

 

“  งั้นพอจะรู้ไหมว่ามีเพื่อนสนิทคนไหนของวอดก้าที่ดูเย็นชา ๆ ? และสนิทกับวอดก้ามาก ” 

 

เจ้าชายหนุ่มเลิกคิ้วสูง  หากถามว่าเพื่อนสนิทวอดก้าที่ดูเย็นชาก็มีคนเดียวคือเตกีล่าที่ค่อนข้างพูดน้อย  หากแต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าพ่อของตนนั้นถามเรื่องนี้ไปทำไม

 

“  มีอยู่พะยะค่ะ  แต่ฝ่าบาทต้องการจะรู้ไปทำไม ? ”

 

องค์เซฟีรัสชะงักนิด ๆ  

 

“  ไม่มีอะไรมากหรอก   แต่เพื่อนสนิทคนนั้นชอบเข้ามาคลอเคลียถึงเนื้อถึงตัววอดก้าบ่อยไหม ? ” 

 

พาราไดซ์พยักหน้ารับ  ถือเป็นเรื่องปกติเพราะกลุ่มสาว ๆ อีก 4 คนก็ชอบมาถึงเนื้อถึงตัววอดก้าบ่อยอยู่แล้ว  ไม่ต้องพูดถึงเตกีล่าที่ชอบอ้อนวอดก้าเรื่องขนมหวานบ่อย ๆ ด้วย

 

“  ลูกรู้ไหมว่าใครเป็นรูมเมทเขา ” 

 

“  พะยะค่ะ ” 

 

พระองค์มีพระพักตรเคร่งเครียดครุ่นคิดจนพาราไดซ์งุนงงปนประหลาดใจ  เขาครุ่นคิดก่อนจะนึกได้ว่าพ่อของตนนั้นก็ชวนวอดก้าคุยบ่อยไม่น้อยตอนดื่มน้ำชา  ตอนนี้ยังมาซักไซ้เรื่องเกี่ยวกับวอดก้าอีก   เขาจึงตัดสินใจถาม

 

“  ฝ่าบาทรู้จักวอดก้า ? ” 

 

“  แค่เคยเจอกันน่ะ  แต่วอดก้าไม่รู้หรอกว่าพ่อเป็นใคร ” 

 

“  ……….. ” 

 

“  เอาเถอะ ลูกไปได้แล้ว  พ่อแค่มีเรื่องที่คาใจนิดหน่อยเท่านั้นเอง  อ่อ  ถ้าเป็นไปได้พ่ออยากให้ลูกช่วยขัดแข้งขัดขาไม่ให้พวกเขาใกล้ชิดกันเกินไปหน่อยได้หรือไม่ ” 

 

พาราไดซ์ขมวดคิ้วมุ่น

 

“  ตกลงฝ่าบาทต้องการอะไรกันแน่พะยะค่ะ ”   เขาหรี่ตามองอย่างบีบคั้น  องค์เซฟีรัสมีสีหน้าอึดอัดก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องที่ปลอมเป็นหญิงชรานาม เฟรี่ไปตรวจสอบชายแดนและเจอกับวอดก้าที่มาทำภารกิจเป็นนักบวชฝึกหัดที่นั่นเข้า  รวมถึงความคาใจและความกังวลแทนวอดก้ากับเพื่อนสนิทที่วอดก้าเล่าให้ฟังว่าบางทีก็ทำตัวชิดใกล้สนิทสนมหลายครั้ง  ซ้ำยังส่งดอกราฟิเดียที่มีความหมายรวม ๆ เหมือนจองตัวเอาไว้มาอีก  พระองค์เกรงว่าเด็กดีๆ เช่นวอดก้าจะโดนลวงหลอกให้หลงผิดเพราะความซื่อที่ไม่ทันความรู้สึกคนรอบข้างสักที

 

“  ฝ่าบาทเลยต้องการให้กระหม่อมขวางพวกเขาไม่ให้ใกล้ชิดกันเกินไปและอยู่ใกล้ ๆ วอดก้ากันคนที่คิดไม่ดีกับเขา ? ” 

 

“  ใช่  พ่อรู้ว่าอาจจะรบกวนเจ้าเกินไปแต่--” 

 

“  ไม่ต้องห่วงพะยะค่ะ  กระหม่อมจะอยู่ข้าง ๆ เขาตลอดเวลาไม่ให้ใครหน้าไหนเข้ามาใกล้เอง ”  รอยยิ้มผุดที่มุมปากของเจ้าชายหนุ่มยามตัดบทคำตรัสผู้เป็นพ่อจนองค์กษัตริย์แห่งทริสทอร์ชะงักคำพูดอย่างงุนงงหลังได้ฟังคำตอบรับไม่คาดฝัน

 

พาราไดซ์โค้งกายทำความเคารพก่อนหมุนตัวจากไปทิ้งองค์เซฟีรัสให้งงกับความว่าง่ายของลูกชายพระองค์เอง

 

ส่วนทางด้านคนได้รับมอบหมายภารกิจจากผู้เป็นพ่อก็ส่งเสียงหัวเราะในลำคอด้วยความขบขัน  ใครจะไปคิดว่าท่านยายเฟรี่ที่วอดก้าเขียนในจดหมายมาเล่าให้ฟังจะกลายเป็นพ่อของเขาที่ไปตรวจงานที่ชายแดนได้   ในยามนั้นเขาก็พอใจไม่น้อยที่ท่านยายช่วยกันนักทำภารกิจชื่อไอแซ็คและผู้ชายคนอื่น ๆ ที่วนเวียนมาอยู่รอบตัววอดก้า แม้จะประหลาดใจที่อีกฝ่ายมีเมล็ดพันธุ์ราฟิเดียที่แสนหายากไว้ในครอบครองก็ตามที

 

และเกรงว่าเจ้าเพื่อนสนิทคนที่ว่าจะไม่ใช่ใครนอกเสียจาก เขาคนที่เย็นชา  แต่ชอบคลอเคลียใกล้ชิดวอดก้าโดยที่วอดก้าไม่ปฏิเสธ   ปฏิบัติตัวกับวอดก้าแตกต่างและพิเศษกว่าคนอื่น  ส่งดอกราฟิเดียที่มีความหมายสื่อถึงการจับจองตัวไปให้และเป็นรูมเมทอีกฝ่ายนั้น  จะไม่ว่าสิ่งไหนก็หมายถึงเขาทั้งสิ้น

 

แต่เกรงว่าพ่อของเขาคงจะต้องผิดหวังที่เขาไม่มีความคิดจะขัดขวาง เพื่อนสนิทคนนั้นเลยสักน้อย

 

เขารับปากว่า  “  ไม่ต้องห่วงพะยะค่ะ  กระหม่อมจะอยู่ข้าง ๆ เขาตลอดเวลาไม่ให้ใครหน้าไหนเข้ามาใกล้เอง ” 

 

แต่ไม่ได้รับปากสักคำว่าจะไม่ให้เพื่อนสนิทคนนั้นมาใกล้ชิดวอดก้า  ดังนั้นช่วยไม่ได้ที่เพื่อนสนิทคนนี้จะทำตัวเช่นเดิมเพิ่มเติมคือกันไม่ให้คนอื่นมายุ่งกับวอดก้าซึ่งก็เป็นสิ่งที่ทำจนเป็นปกติแล้ว  J

 

หืมเขาเจ้าเล่ห์ขึ้น ?

 

ไม่หรอก   พาราไดซ์เป็นเช่นนี้อยู่แล้ว  อยู่ที่จะนำมันมาใช้หรือไม่  และต่อให้เป็นพ่อของตัวเองใช่ว่าเขาจะไม่หวงตอนเอาแต่ซักถามและเป็นห่วงวอดก้าอย่างออกนอกหน้า

 

ราชวงศ์เซไลโดหวงคนของตัวเองเสมอ

 

บางทีอาจเป็นอย่างที่เพื่อนเขาบอก  ช่วงนี้เขาซึมซับนิสัยบางส่วนของวอดก้ามาแล้ว

 

 

 

 

ยามบ่ายที่อากาศกำลังอุ่นร้อนพอดี  ในร้านค้าขนาดใหญ่ที่ถูกจัดทำโดยนักเรียนชั้นปีที่ 2 และ 3 ของหอเหมันต์ที่เปิดเป็นร้านน้ำชาและขนมหวานร้านใหญ่มีผู้คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นสาว ๆ  ตกแต่งด้วยสีน้ำตาลและสีส้มสดใสสบายตา  ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แต่ก็มีมุมโต๊ะหนึ่งที่มีเพียงชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่  และบัดนี้มีชายคนหนึ่งกำลังมีสีหน้าช็อกสุดขีดหลังเห็นภาพบางอย่างจะ ๆ ตาจากคนสองคนที่อยู่ไม่ไกลเท่าใดนัก

 

“  น ” 

 

“  ใจเย็น ๆ เบรูส ”

 

“  ลลูกข้า มมัน”  ณ  บัดนี้  เจ้ากรมข่าวสารกำลังปากสั่นคอสั่น  พูดแทบไม่เป็นคำกับช็อตเมื่อครู่ที่สาว ๆ โต๊ะข้าง ๆ แอบกรี๊ดกร๊าดกัน

 

“  ตายล่ะ ”   คริสโตเฟอร์กุมขมับ  เมื่อเพื่อนรักของเขาล้มคร่อก  ลำบากเซอร์ไลต้องควักยาดมมาเรียกสติอีกฝ่าย 

 

“  เห็นไหมแกรรรรรร  นี่มันเกินเพื่อนกันชัด ๆ ! ” 

 

“  โอ๊ยยยย โดนใจจริง ! ” 

 

“  โฮ้ยยยย  ฟินได้อีก ” 

 

สาว ๆ ที่นั่งติดโต๊ะพวกเขากรี๊ดกร๊าดกันด้วยความยินดี  

 

เบรูสกำลังช็อกหนัก  เด็กหนุ่มที่ชื่อ เอสเป็นคนเดียวกับ เตกีล่า  เอสเพอร์บิเช่แน่นอน  แต่นั่นไม่เท่ากับสิ่งที่ได้ฟังและสิ่งที่เขากล่าวว่าเหลวไหลเมื่อครู่จนกระทั่งเห็นด้วยสองตาตัวเอง

 

แม้กระทั่งองค์เซฟีรัสในคราบสามัญชนยังปิดปากเงียบเพราะหลักฐานมันคาตาจริง ๆ ว่าลูกชายของเบรูสดูจะคิดเกินเลยเพื่อนกับเด็กหนุ่มอีกคนที่มีท่าทางขมวดคิ้วมุ่นนิด ๆ

 

ย้อนเวลากลับไปเล็กน้อย  องค์เซฟีรัสเสนอให้มาเดินเที่ยวดูงานของวันที่ 3 กัน  เพราจะให้อุดอู้อยู่แต่ในที่ประทับคงไม่ได้อรรถรสในการเที่ยวงานโรงเรียน  ดังนั้นพระองค์  คริสโตเฟอร์  มาทีรัส  เบรูสและเซอร์ไลจึงปลอมกายเป็นคนธรรมดา  ปะปนมาเที่ยวงานจนมาหยุดที่ร้านขนมหวานที่มีคนมาก  คงทำให้ได้ยินเรื่องน่าสนใจและสิ่งที่กำลังเป็นหัวข้อที่คนนิยมคุยบ้าง

 

แต่ใครจะไปรู้ว่าเรื่องที่ได้ยินจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับลูก ๆ หลาน ๆ ของพวกเขา

 

“ ขอเกรย์ทีกับขนมเค้กที่ไม่หวานมากสักสองสามอย่างนะ ”  มาทีรัสส่งเมนูคืนให้พนักงาน  พวกเขาคุยกันด้วยเรื่องทั่วไปจนกระทั่งได้ยินเสียงใส ๆ ของเด็กสาวกลุ่มข้าง ๆ กล่าวถึงชื่อที่แสนคุ้นหู

 

“ ดีจริง ๆ ที่อย่างน้อยก็ซื้อตั๋วหนังรอบค่ำทัน ” 

 

“  นั่นสิ ๆ เปิดขายไม่ถึงนาทีตั๋วก็หมดเกลี้ยงแล้ว  ฉันนึกว่าจะอดดูแล้วเชียว ” 

 

“  เพื่อแย่งกับคนอื่นฉันโดนเล็บใครไม่รู้ข่วนจนเลือดซิบเลย  แต่ช่วยไม่ได้นะ  หนังสั้นนี่ต้องน่าดูมากไม่แพ้ละครเวทีแน่ ๆ ” 

 

“  ใช่ ๆ เมื่อวานคู่ ไดซ์วอด ทำเอาฉันกรี๊ดลั่นจนเสียงแหบเลย   เหมาะสมกันเป็นบ้า ! เจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์กับนักบวชหนุ่มแห่งนาโวลล์  ใครว่าฐานะไม่คู่ควรกันก็ช่างแต่สำหรับเรา” 

 

“  พวกเขาเป็นคู่ที่เหมาะกันที่สุดแล้วเนอะ ” 

 

“  ใช่ ! ” 

 

กษัตริย์แห่งทริสทอร์กำลังทำตาปริบ ๆ หลังเงี่ยหูฟังและสะดุดคำว่า ไดซ์วอดเข้า  พระองค์ไม่เข้าใจว่าอะไรคือ เหมาะสม แต่เจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์ต้องหมายถึงพาราไดซ์แน่  ส่วนนักบวชหนุ่มแห่งนาโวลล์ถ้าวิเคราะห์ดี ๆ ก็น่าจะเป็นวอดก้า

 

แต่ที่พระองค์สงสัยคือทั้งสองมีอะไรให้คนกล่าวถึงกัน ?

 

“  นี่ ๆ ว่าแต่เธอว่าองค์เซฟีรัสจะรับได้หรือเปล่าถ้าหากรู้เจ้าชายพาราไดซ์หลงรักวอดก้า ? ” 

 

 

“ พรวด ! ”  องค์เซฟีรัส เบรูสและคริสโตเฟอร์ที่นั่งฝั่งเดียวติดกับกลุ่มสาว ๆ ที่กำลังคุยกันพ่นชาที่กำลังจิบออกมา  สำลักพรวดเบา ๆ

 

กลุ่มสาวน้อยทั้งสี่หันมามองเล็กน้อยก่อนหันไปสนใจการสนทนาต่อ

 

“  ต้องได้สิ ! เขาเหมาะกันจะตาย !” 

 

“  เธอคิดง่ายไป  กษัตริย์ที่ไหนจะยอมให้ลูกชายรักกับผู้ชายด้วยกัน  ยิ่งเป็นเจ้าชายรัชทายาทแล้วด้วย ” 

 

“  นั่นสินะแต่ฉันคงทำใจไม่ได้ถ้าสองคนนี้ต้องแยกจากกันอ่า  พวกเธอก็เห็นนี่  ตอนคำถามที่ถามเจ้าชายพาราไดซ์เรื่องเหตุการณ์สมมติหากเจอวอดก้ากำลังจะทำร้ายผู้หญิงคนหนึ่ง  เขาตอบเต็มปากเต็มคำเชียวนะว่าไม่สนใจว่าวอดก้าจะทำอะไร  หรือจะฆ่าใครเพราะเขาเชื่อและพร้อมจะเคียงข้างวอดก้าเสมอ  แถมประโยคว่า วอดก้าของผมไม่ใช่คนไร้เหตุผล อีก  เขาพูดเต็มปากเต็มคำเชียวนะแก ! ” 

 

คริสโตเฟอร์ออกอาการอยากแคะหูตัวเองว่าฟังอะไรผิดไปหรือไม่  เจ้าชายพาราไดซ์เนี่ยนะจะพูดอะไรแบบนั้น

 

“ แต่ว่ามันจะจริงเหรอที่สองคนนี้รักกัน  ไม่ใช่เขาคิดกันไปเองนะ ? ” 

 

เบรูสพยักหน้าหงึกหงัก  

 

เจ้าชายพาราไดซ์ไม่มีทางหลงรักผู้ชายแน่ ๆ

 

“ เฮ่อ  เธอตกข่าวแล้ว  มีแต่คนยืนยันว่าเขารักกันจริง ๆ ถึงจะยังไม่แน่ใจทางวอดก้าก็เถอะว่ารู้สึกยังไงกันแน่เพราะดูท่าทางซื่อ ๆ ไม่ทันคนเขา  แต่เจ้าชายพาราไดซ์นี่ออกตัวแรงจะตาย  ทั้งสวมกอด  ทั้งหอมแก้ม  แถมพวกเขายังเป็น จูบแรกกันอีกนะย่ะ ! ” 

 

พรืด

 

ศอกเซฟีรัสไถลพรืดจากโต๊ะหลังได้ฟัง  ตาเบิกโพล่งตกตะลึง  อะไรคือหอมแก้ม  สวมกอดแถมจูบแรกนี่อีก ?!

 

“ ใช่ ๆ เมื่อวานเห็นสายตาเจ้าชายพาราไดซ์ก็รู้แล้วว่าไม่ได้มองวอดก้าเป็นแค่เพื่อนสนิทธรรมดา ๆ ท่าทางอ่อนโยนนั่นก็มีให้กับวอดก้าคนเดียวเท่านั้น  เธอคิดดู  เพื่อนสนิทอะไรกันแตะตัวกันเกือบตลอดเวลา  เอียงใบหน้ากระซิบคุยกันใกล้ๆ แบบไม่กระดากที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน  ไม่ต้องพูดถึงฉาก จูบซับน้ำตา  เลยแถมวอดก้ายังดูเขินเวลาเจ้าชายพาราไดซ์หยอกเล่นอีก  ที่สำคัญถ้าเธอเห็น  เจ้าชายที่ได้ฉายาว่าเจ้าชายน้ำแข็งน่ะยิ้มให้กับวอดก้าคนเดียวเลยนะ  แถมไม่ได้ยิ้มครั้งเดียวแต่ยิ้มให้แทบจะทุกครั้งที่วอดก้าหันมามอง   ปฏิบัติตัวพิเศษกันแบบนี้ไม่ให้เรียกว่าเป็นคนพิเศษแล้วจะให้เรียกว่าอะไร ? ” 

 

“  จริงด้วย  สองคนนี้เขาเป็นรูมเมทกันด้วยนี่นาเดี๋ยวนะ  งั้นไอ้ประโยคที่ว่าเวลาวอดก้านอนจะชอบเบียดตัวเข้าหาที่อุ่น ๆ และชอบนอนกอดอะไรข้าง ๆนี่อย่าบอกนะว่าพวกเขานอนเตียงเดียวกัน ! ” 

 

“ อ๊ายยยยย ! ” 

 

เพล้ง !

 

เซฟีรัสที่มือสั่นระริกตอนถือแก้วชา  พอได้ยินประโยคถัดมาก็อ้าปากค้าง  ทำแก้วตกแตกในทันที

 

เป็นรูมเมทกัน ?!

 

หมายถึงนอนห้องเดียวกัน ?!

 

ซ้ำยังตัวติดกันเกือบ 24 ชั่วโมง ?!

 

พระองค์กลืนน้ำลายเอือก  หัวสมองแล่นเร็วจี๋ทันทีหวนนึกถึงคำพูดของวอดก้า

 

เป็นหัวหน้าชั้นปีที่ 1 เป็นหนึ่งในคณะสภาของโรงเรียน  มีสาว ๆ มากมายมาหลงชอบ  มีบุคลิกพูดน้อย  เย็นชา  เอาจริงเอาจังในการทำงาน   หน้าตาดีแต่กลับปฏิเสธทุกคนที่มาสารภาพรักจนได้ฉายา เจ้าชายน้ำแข็ง

 

มุมมองของวอดก้าที่อธิบายมาเพียงฟังก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายปฏิบัติกับวอดก้าพิเศษกว่าคนอื่น ๆ

 

 

“  เขาดูเหมือนเป็นคนพูดน้อย   แต่ถ้าสังเกตตาเขาดี ๆ จะรู้ว่าเขากำลังจะพูดอะไรหรือคิดอะไรอยู่ในหัว ” 

 

“  ท่าทางเย็นชาไม่แยแสใคร  แต่จริง ๆ แล้วเอาใจใส่คนรอบข้างเหมือนกัน ” 

 

“  หืมเราผลัดกันทำอาหารน่ะครับ   บางทีผมก็ทำให้เขาทาน  บางทีเขาก็ทำให้ผมทาน  เพราะงานเราค่อนข้างยุ่ง  ต้องนอนดึกหรืออยู่ประชุมจนโรงอาหารปิดแต่เขาบอกว่าชอบให้ผมทำอาหารให้เขาทานมากกว่า ” 

 

“  ฮ่า ๆๆ ถึงเขาจะเป็นผู้ชายอกสามศอกสูงกว่าผม  แต่เรื่องงานเรือนก็เก่งไม่แพ้กัน  ทำเป็นหมดทั้งปัดกวาดเช็ดถู  ทำอาหาร ” 

 

“  อืม  บางทีเขาก็ชอบแกล้งผมนะครับ  ไม่รู้เป็นอะไร  ตีหน้านิ่ง ๆ เนียน ๆ ให้ผมงอนทุกที ” 

 

“ เห็นมาดลุย ๆ ขรึม ๆ แบบนั้น  จริง ๆ เขาเป็นประเภทดื่มแอลกอฮอลล์แล้วจะหยุดไม่ได้น่ะครับ  แถมแพ้ทางของมึนเมาแบบนี้ซะด้วย  ส่วนเวลาเมาฮ่า ๆๆ เหมือนเด็กเลยครับ ” 

 

“  ถึงเขาจะดูไม่ค่อยแสดงความรู้สึก  แต่เวลาเขาแสดงมันออกมาผมอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเขินนิดหน่อย  แต่เขาในตอนนั้นน่ารักสำหรับผมมากเลยครับ ” 

 

“  ของเขาที่เขาแพ้  นอกจากถั่วกับแอลกอฮอลล์ก็คงไม่มีอะไรแล้วล่ะมั้งครับ ” 

 

 

องค์เซฟีรัสแทบกระชากข้อมูลในหัวตอนที่แอบเหลือบ ๆ อ่านจดหมายของเจ้า เพื่อนสนิท ที่ส่งมาหาวอดก้า

 

 

ถึงวอดก้า

ที่ชายแดนอากาศเย็น  รักษาร่างกายตัวเองด้วย  ถ้ามีผู้ชายให้ของฝากให้ท่านเฟรี่ดูก่อน  และอยู่ห่าง ๆ ไอแซ็คหากไม่อยากให้ฉันโกรธและไม่ต้องพูดถึงเขาอีก

ขอบใจสำหรับดอกราฟิเดีย  คิดถึงนะ

P.s.T

 

 

ระวังสุขภาพด้วย

 

อย่าฝืนร่างกายทำงานจนเกินไป

 

อย่าลืมทานอาหาร

 

ฉันจะโกรธมากถ้าหากนายบาดเจ็บ

 

คิดถึงมาก

 

อย่าใจดีกับคนอื่นไปทั่วมากนัก

 

เป็นห่วงนะ

 

หากแต่แล้วองค์เซฟีรัสก็ฉุกใจถึงบางอย่างได้

 

P.s.T

 

พาราไดซ์  เซไลโด  ดิ  ทริสทอร์

 

และ

 

“  ริบบิ้นนี้เขาก็ป็นคนซื้อให้ผมตอนผมบ่น ๆ ว่าริบบิ้นหายน่ะครับ  แต่สีผมเลือกเอง  สีม่วงเข้มแปลกตาไปหน่อยแต่ผมชอบเพราะสีตาคล้ายกับเขา  อย่าบอกเขานะครับว่าผมหวงแล้วก็ชอบริบบิ้นเส้นนี้มาก ” 

 

ภาพริบบิ้นสีม่วงเป็นประกายสวยคล้ายสีตาพาราไดซ์ผุดวาบขึ้นมา

 

 “  ฝ่าบาท ? ”   คริสโตเฟอร์กระซิบเรียกผู้เป็นนายที่อ้าปากค้างอยู่

 

“  ดื่มแอลกอฮอลล์มากไม่ได้  แล้วก็แพ้ถั่วนี่พาราไดซ์เป็นใช่ไหม ? ” 

 

พระองค์ถามเสียงเบา

 

“  เอ่อ  พะยะค่ะ  เจ้าชายดื่มแอลกอฮอลล์แล้วจะหยุดไม่ได้  แล้วก็แพ้อาหารประเภทถั่วพะยะค่ะ ” 

 

“  ……….  ” 

 

“  ฝ่าบาท ? หากเป็นเรื่องที่เด็ก ๆ พูดไม่จำเป็นต้องกังวลหรอกพะยะค่ะ  คงเป็นเรื่องที่คิดไปเองหรือข่าวลือมากกว่า ”   เบรูสกล่าวปลอบใจนายเหนือหัวตน  แต่องค์เซฟีรัสยังคงเงียบ  หวนนึกไปถึงการสนทนาในวงน้ำชา  ตอนที่วอดก้าบอกว่าไม่ค่อยสนิทกันมากนัก  แต่พาราไดซ์กับเอี้ยวกายไปกระซิบอย่างใกล้ชิด  ทั้งเผยรอยยิ้มที่นาน ๆ ครั้งจะได้เห็นแต่หากให้นับ  พระองค์เห็นบ่อยมากกว่าปกติเสียด้วยซ้ำและรอยยิ้มนั้นมักจะมอบให้วอดก้า

 

ตอนวอดก้าสำลัก  พาราไดซ์ก็ลูบหน้าลูบหลังอย่างอ่อนโยนราวเป็นเรื่องที่คุ้นชินอยู่ก่อนแล้ว  กระทั่งวิมเลทและบลัดดี้ก็ไม่มีปฏิกิริยาแปลกใจสักน้อยเหมือนความสนิทสนมของคนทั้งคู่เป็นเรื่องปกติ  

 

ท่าทางยิ้มเจือจางและตอบรับที่จะเข้าไปใกล้ชิดวอดก้าตลอดเวลาก็เหมือนกัน  พาราไดซ์เพียงถามว่า “  ฝ่าบาทเลยต้องการให้กระหม่อมขวางพวกเขาไม่ให้ใกล้ชิดกันเกินไปและอยู่ใกล้ ๆ วอดก้ากันคนที่คิดไม่ดีกับเขา ? ” 

 

 ก่อนจะตอบว่า “  ไม่ต้องห่วงพะยะค่ะ  กระหม่อมจะอยู่ข้าง ๆ เขาตลอดเวลาไม่ให้ใครหน้าไหนเข้ามาใกล้เอง ”  แต่กลับไม่รับปากว่าจะกันเจ้าเพื่อนสนิทคนนั้นให้ออกไปห่างๆ เลย

 

ยิ่งฟังตอนที่กลับมาจากชายแดน  ข้าหลวงดูแลสวนบอกว่าเจ้าชายพาราไดซ์เสด็จลงไปสวนบ่อยมาก   ไปแถวแปลงดอกราฟิเดียและตัดดอกราฟิเดียหลายครั้ง ซ้ำยังปลูกใหม่เอง   ในตอนนั้นพระองค์เพียงแปลกใจ  สมองไม่ได้โยงไปเกี่ยวกับวอดก้าสักนิดแต่ในยามนี้

 

ดอกราฟิเดียเป็นดอกไม้หายาก  แต่ชนชั้นสูงในทริสทอร์มักใช้เชื่อมสัมพันธ์แทนมิตรภาพ  มันเป็นดอกไม้ที่มี 2 ความหมายในตัว  แต่ละสีแตกต่างกันไป  และคงไม่ใช่เรื่องแปลกหากพาราไดซ์จะรู้ความหมายของพวกมัน

 

และหากพาราไดซ์เป็นคนส่งดอกราฟิเดียและเขียนจดหมายไปหาวอดก้าจริง ๆ ก็ไม่มีอะไรอื่นจะแก้ตัวแทนเพราะดอกราฟิเดียแดงแซมส้ม สีฟ้าและสีน้ำเงินมารวมกันจะได้ความหมาย การบอกรักและหมายมาดจับจองตัวไว้

 

พระองค์ไม่เชื่อหรอกว่าพาราไดซ์จะส่งไปมั่ว ๆ ลูกชายพระองค์เป็นคนละเอียดละออรอบคอบ  ยิ่งหวนนึกถึงลายมือในจดหมายที่เห็น   หากไม่ใช่ลายมือพาราไดซ์แล้วจะเป็นลายมือของใคร ?

 

“  เอือก” 

 

พระองค์กลืนน้ำลายเอือก  รู้สึกว่าการที่พาราไดซ์หลงรักหรือหลงชอบวอดก้าเป็นประเด็นรองยามนึกถึงคำพูดตนที่ฝากวอดก้าไว้กับพาราไดซ์  อย่างนี้มันไม่ใช่ฝากปลาย่างไว้กับแมวเรอะ ?

 

ซ้ำไม่ใช่แมวธรรมดาแต่เป็นพยัคฆ์ที่พร้อมจะขย้ำ  กัดและกินทั้งตัว  พร้อมกลืนไม่ให้เหลือแม้แต่กระดูกอีก !

 

“  ไม่นะ ! ”  พระองค์หน้าซีดเผือด  ลูกแกะน้อยอย่างวอดก้าถ้าเป็นอะไรไปก็เป็นความผิดพระองค์เอง    ที่สำคัญ  พระองค์น่าจะตงิดใจกับรอยยิ้มมีเล่ห์นัยที่เห็นแวบหนึ่งของพาราไดซ์ยามพระองค์เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง

 

ที่เจ้าลูกตัวแสบไม่ปฏิเสธเห็นทีจะเป็นเพราะสาเหตุนี้แน่

 

หน็อย

 

ยามนี้องค์เซฟีรัสปักใจกว่า 70% แล้วว่ามีความเป็นไปได้ที่พาราไดซ์อาจหมายมาดสนใจวอดก้าอยู่

 

แต่อย่าหวังเลยว่าพระองค์จะยอมง่าย ๆ ! ต่อให้เป็นลูกพระองค์เองแต่เด็กดี ๆ อย่างวอดก้า  เด็กหนุ่มผู้แสนสุภาพอ่อนโยนแบบนี้สมควรมีครอบครัวเล็ก ๆ มีลูกน่ารัก ๆ มากกว่า !

 

เพราะฉะนั้นคราวนี้พระองค์ไม่พลาดแยกทั้งคู่ออกจากกันแน่ !

 

ส่วนพาราไดซ์อย่าหวังว่าจะได้ตัววอดก้าไปได้ง่าย ๆ เชียว

 

 

 

 

Talk

โง้ยยยยยยย แต่งไม่ทันอ่า   ถึงจะหยุดแต่ก็มีรายงานต้องทำนะจ้ะ   จะพยายามมาอัพบ่อย ๆ น้า  แต่.5 เป็นอะไรที่ชวนเครียดมากเลย  ฟีสิกส์  ณิต  เคมี  ยากขึ้นเป็นกอง   จะพยายามปรับตัวให้เร็วที่สุดนะค้าเพื่อรีดเดอร์ทุกคนและนิยายทุกเรื่องงงงงง


 

             


 

                     ^//////^



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 95 : บทที่ 79 งานโรงเรียนที่แสนวุ่น (yaoi?) 3 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 13385 , โพส : 306 , Rating : 14% / 191 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13
# 306 : ความคิดเห็นที่ 14723
ร..ร...รูปสุดท้ายนี้มันอะไรกัน.....ค..ใคร..ก็ได้โทรเรียก 191ที จะตายแล้ว...
อ๊ากกกกกกไรต์จะฆ่ารีดจริงๆใช่มั้ยยย ไม่ใช่นิยายวาย แต่มันฟินกว่าวายหลายเท่ามาก!?...
PS.  ไร เซล
Name : RISAL < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ RISAL [ IP : 182.232.200.243 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 ธันวาคม 2560 / 20:37
# 305 : ความคิดเห็นที่ 14532
คุณพ่อขา~~~~ ผิดฝั่งแล้วคร่าาาา 555555555
Name : ⓒЯAẕY DO_G < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ⓒЯAẕY DO_G [ IP : 2.71.69.242 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 สิงหาคม 2560 / 22:23
# 304 : ความคิดเห็นที่ 14522
ไดซ์ คุณพ่อกีดกันไม่ให้เข้าใกล้วอดก้าอ่ะ 555
Name : jsanghud < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jsanghud [ IP : 182.232.188.5 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 สิงหาคม 2560 / 10:06
# 303 : ความคิดเห็นที่ 14480
กรี๊ซซซซซซซซซซซ!!อยากได้รูปเหลือเกิน!?
Name : Fox season < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fox season [ IP : 49.230.217.2 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 กรกฎาคม 2560 / 00:39
# 302 : ความคิดเห็นที่ 14110
กรี๊ดดดฝ่าบาทอย่าคิดทำการร้ายนะพะยะคะ!
Name : Sleepy_79 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Sleepy_79 [ IP : 49.228.231.82 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 พฤษภาคม 2560 / 19:02
# 301 : ความคิดเห็นที่ 13946
อ้ากกกกก พาราไดซ์ น่าสงสาร พ่อตัวเองก็ไม่ได้อยู่ข้างตัวเองเลย555555
Name : nammyamii < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nammyamii [ IP : 27.55.232.46 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 เมษายน 2560 / 06:00
# 300 : ความคิดเห็นที่ 12030
อะ...อ๊ากกกก ฟะ...ฟินเกิ๊นนนนนน #ตายอย่างสงบ มีการจิ้นพ่อตาด้วยแหละแกรรร ต่อด่วนๆๆๆ>,.<
PS.  ความหวาดกลัวในดวงจันทร์ คือความเป็นนิรันทร์แห่งราตรี
Name : WinDowz < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ WinDowz [ IP : 223.206.22.176 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 กรกฎาคม 2559 / 20:02
# 299 : ความคิดเห็นที่ 11818
มาอัพต่อเร็วนร้า~
Name : puean2546 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ puean2546 [ IP : 58.97.30.242 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 มิถุนายน 2559 / 10:14
# 298 : ความคิดเห็นที่ 11809
เมื่อไหร่จะมาอัพต่อ~
Name : puean2546 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ puean2546 [ IP : 58.97.30.242 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มิถุนายน 2559 / 07:29
# 297 : ความคิดเห็นที่ 11808
ฟินนนนนนนนนนนนนนนน พ่อตาใจร้ายอะ
Name : ทิวาส่องสว่าง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ทิวาส่องสว่าง [ IP : 49.49.250.52 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 มิถุนายน 2559 / 19:03
# 296 : ความคิดเห็นที่ 11804
เรารอไรท์ที่ท่าน้ำทุกวันเลยนะ 555+
Name : fanclub-tk < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fanclub-tk [ IP : 1.0.204.255 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มิถุนายน 2559 / 18:29
# 295 : ความคิดเห็นที่ 11802
รูปสุดท้ายยยย >; < ดาเมจรุนแรงมากคะ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

เป็นนิยาย ชายหญิง (หรอ) ที่ทำเอาฟินนนน

จะชายหญิง ชายชาย ชายชาย(ปลอด)

ก็จิกเตียง หมอน ผ้าห่ม กนะจุยกระจาย

โอ้ยยยยยยยย สนุกมากกกคะ
PS.  เกลียดเศร้า ชอบตลก แต่เค้าก็อ่านหมด เพียงแค่คนเขียนแต่งมา
Name : มากิริจัง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มากิริจัง [ IP : 103.26.22.233 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มิถุนายน 2559 / 12:48
# 294 : ความคิดเห็นที่ 11796
อ่านซ้ำรอบที่ล้านนนนนน ไรท์หายไปนานแระน้าาาาา รีบๆกลับมาเถอะพลีสสสสสสสส!!*_*
Name : NK142544 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ NK142544 [ IP : 118.174.213.101 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มิถุนายน 2559 / 21:07
# 293 : ความคิดเห็นที่ 11786
แล้วเราก็เฝ้ารอต่อไป T^T ไรท์กลับมาเร็วๆเน้อ
PS.  "การบอกรักเป็นสิ่งสุดท้ายของการแอบรัก แต่เป็นสิ่งแรกของการอกหักก็เท่านั้นเอง"
Name : ganako < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ganako [ IP : 49.229.116.125 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 มิถุนายน 2559 / 14:24
# 292 : ความคิดเห็นที่ 11782
คิดถึงวอดก้าาาา ไรท์มาต่อเร็วๆน้าา รอนานมาก ถ้ามาขอแบบหนึ่งตอนเต็มๆเรยนะคะไรท์ อยากอ่านมากๆๆ จะรอเสมอค่าา
Name : Carnelian < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Carnelian [ IP : 49.237.161.45 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 มิถุนายน 2559 / 09:04
# 291 : ความคิดเห็นที่ 11769
ไรต์ค่ารีบมาอัพซักทีเถอะค่านี่มันขึ้นเดือนใหม่แล้วนะคะ ได้โปรดอยกอ่านต่ออะแบบนี้มันค้าง

*พระองค์เซฟีรัสหวงวอดก้ากว่าลูตัวเองอีกนะเนี่ย
Name : ฮิมุนะ [ IP : 118.173.69.1 ]

วันที่: 2 มิถุนายน 2559 / 18:21
# 290 : ความคิดเห็นที่ 11768
จ้าจะรออ่านไปยิ้มไปอีกนะคะ
Name : Wan [ IP : 223.204.37.241 ]

วันที่: 31 พฤษภาคม 2559 / 10:07
# 289 : ความคิดเห็นที่ 11766
กลับมานะไรต์
Name : Lucifer < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Lucifer [ IP : 49.230.215.34 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 พฤษภาคม 2559 / 17:30
# 288 : ความคิดเห็นที่ 11761
กรี๊ดดดดดดดด
Name : Dos Deosus < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Dos Deosus [ IP : 1.20.44.38 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 พฤษภาคม 2559 / 15:05
# 287 : ความคิดเห็นที่ 11759
เชื่อว่า ม.5 งานเยอะจริงๆ สู้ๆนะ ค้างมาก /// อย่าแยกพวกเค้าจากกันนะ ///ฝากวอดไว้กับไดซ์อ่ะดีแล้ว
กุฟิน~~
Name : Fktay < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fktay [ IP : 125.25.61.180 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 พฤษภาคม 2559 / 21:41
# 286 : ความคิดเห็นที่ 11757
ขรรมขุ่นพ่อ55555555555555
PS.   —★Potter ϟ
Name : —★Seruszar ϟ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ —★Seruszar ϟ [ IP : 171.96.183.119 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 พฤษภาคม 2559 / 19:58
# 285 : ความคิดเห็นที่ 11753
เดี๋ยวน่ะ5555555
ทำไมกลายเป็นพ่อตาไม่ได้สนใจเรื่องชายรักชาย
แต่สนใจว่าไดซ์ล่อลวงวอดก้า โอ้ยขำหนักมาก


PS.  'Cuz my heart will never be able to love anyone
Name : มะมายด์' < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มะมายด์' [ IP : 171.96.244.102 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 พฤษภาคม 2559 / 18:58
# 284 : ความคิดเห็นที่ 11752
โอ้ย!ฟิน
Name : Popololipop < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Popololipop [ IP : 1.46.169.64 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 พฤษภาคม 2559 / 15:34
# 283 : ความคิดเห็นที่ 11751
สู้ๆค่ะไรท์
PS.  ชีวิต มันน่าเบื่อ หรือ สนุกกันแน่นะ...
Name : Mazato Yume < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mazato Yume [ IP : 125.26.196.220 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 พฤษภาคม 2559 / 06:18
# 282 : ความคิดเห็นที่ 11750
Name : Milkywayyyy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Milkywayyyy [ IP : 180.180.78.88 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 พฤษภาคม 2559 / 23:08
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android