คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 97 : บทที่ 81 ข่าวลือวุ่น (yaoi?)


     อัพเดท 28 ส.ค. 59
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 2,799 Overall : 679,529
15,917 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7629 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 97 : บทที่ 81 ข่าวลือวุ่น (yaoi?) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 10190 , โพส : 197 , Rating : 11% / 131 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

บทที่ 81 ข่าวลือวุ่น (yaoi?)

 

 

 
 

สวัสดีค่าทุกท่าน  กลับมาที่ฉัน เวนนาเดีย  เดฟคาร์ที่กำลังใจจดใจจ่อรอเวลาหนังสั้นเรื่อง ตำนานรักเทพสวรรค์ ฉายค่ะ   บอกเลยว่านาทีนี้ตื่นเต้นมากถึงแม้จะลอบกลัว ๆ ก็เถอะว่าฉันมีสิทธิ์ตาย

 

ทำไมถึงบอกว่ามีสิทธิ์ตาย ? ถ้าคิดว่าดูหนังสั้นเรื่องนี้แล้วจะปลอดภัย  ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งค่ะเพราะเรื่องนี้เป็นสิ่งฮือฮากันมากเมื่อคนที่เข้าไปดูหนังสั้นออกมาในสภาพยกมือปิดปากปิดจมูกที่มีเลือดไหลทะลักออกมา  บางคนแทบเป็นลมเป็นแล้งเพราะเสียเลือดมากไป   บางคนตาลอยเพ้อยิ่งกว่าคนเมายา   ที่สำคัญทิชชูเปื้อนเลือดจำนวนมากที่พนักงานวิ่งออกมาทิ้งเกือบทุก 10 นาที  คุณยังจะคิดว่าสงครามนี้ปลอดภัยอีกไหมคะ ?

 

แต่เพราะเหตุนี้แหละค่ะ  แม้ตัวตายฉันก็จะขอตายในสนามรบอย่างองอาจภาคภูมิ   ขอสละเลือดนี้เพื่อบูชาชาติ  yaoi  (?) แม้จะต้องตายแต่ฉันจะถือว่าเป็นความอ่อนแอของฉันเองค่ะ ! และนี่คือการทดสอบสำหรับตัวฉันด้วยว่ารักชาติมากแค่ไหน ! (?)

 

นี่สินะคะที่เขาเรียกกันว่าชาตินิยม ? (ไม่น่าจะใช่นะ……)

 

เพื่อน ๆ ของฉันที่นั่งข้าง ๆ ต่างซื้อป็อปคอร์นถังใหญ่และน้ำหวานไว้รอแล้ว   อีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะถึงเวลาฉายหนัง   ห้องนี้คล้ายห้องที่จัดแสดงละครเวทีคือเหมือนห้องครึ่งวงกลมที่ในโซนที่นั่งของผู้ชมจะเหลื่อมล้ำกันไปให้เห็นหนังได้หมด   ข้างหน้าของพวกเราก็คือจอฉายและลูกแก้วบันทึกขนาดใหญ่   ด้านข้างคือเครื่องขยายเสียงส่วนด้านบนมีหลอดไฟที่สร้างความสว่างพอทำให้เห็นหมายเลขที่นั่งตามตั๋วและเส้นทางการออกจากห้องนี้ด้วย   ส่วนอากาศค่อนข้างเย็นสบายจากเวทย์น้ำแข็งเพื่อความผ่อนคลายและความชื่นมื่นของผู้ชม

 

เก้าอี้ทำจากผ้าเนื้อดี  นั่งแล้วสบายเอาการแต่ที่ทำให้หัวใจเต้นระรัวนิด ๆ คือคราบเลือดสดใหม่และกลิ่นฉุนคาวบาง ๆ แต่พวกเราก็ยังคงหย่อนตัวลงไป   ปรับสภาพจิตใจให้ดูเหมือนว่าเป็นปกติเพราะขนาดทางเดินตอนเข้ามายังมีเลือดหยดตามพื้นเรียงรายเลยล่ะคะ

 

เสียงพูดคุยของคน 500 คนดังเซ้งแซ่ด้วยความตื่นเต้นไม่เว้นแม้กระทั่งฉันกับเพื่อนที่รู้สึกอดใจรอไม่ไหวแล้ว  ไม่นานก็มีเสียงประกาศดังขึ้น

 

“ ขณะนี้ในอีก 5 นาทีจะมีการฉายหนังสั้นแล้ว   ทางด้านที่นั่งของทุกท่านจะมีถังขยะเล็ก 1 ใบและจะมีการขายกระดาษทิชชู่สำหรับคนที่ท่านคิดว่าใจอาจไม่แข็งพอกับฉากชวนเสียเลือดและชวนหัวใจวาย   พนักงานจะกำลังเดินไปขายให้กับท่าน  โปรดยกมือขึ้นค่ะ  ยังมีผ้าเย็นและผ้าหนาสำหรับคนที่คิดว่าตัวเองเลือดออกเยอะ   ขอแนะนำให้ทุกท่านซื้อค่ะเพราะขนาดคนที่ใจแข็งมากยังทานทนรับไม่ได้   และเพื่อป้องกันเสื้อผ้าท่านเลอะเปรอะเปื้อน   ทางเรามีผ้ากันเปื้อนแบบมันเพื่อให้ท่านเลือดออกได้อย่างสบายใจค่ะ (?) ที่สำคัญใครคิดว่าถังขยะเบื้องหน้าท่านจะไม่พอสามารถซื้อเพิ่มได้ค่ะ  ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานผู้สร้างค่ะ ” 

 

……… ”  ความเงียบดำเนินไปไม่กี่วินาทีก่อนทุกคนในโรงจะชูมือสลอนเรียกพนักงานหลังได้รับฟังความปรารถนาดีนั้นแล้ว  

 

“  ฉันขอทิชชูมวนหนึ่ง ” 

 

“  ฉัน 2 มวน ! ” 

 

“  ฉันเอาทุกอย่างอย่างละ 1 ! ” 

 

“  ฉันขอผ้าหนาสามผืน ! ” 

 

“  ฉันขอถังขยะเพิ่มกับทิชชูมวนใหญ่เลย ” 

 

ไม่นานเมื่อการซื้อขายเรียบร้อยแล้ว  อากาศก็เย็นลงอีกนิด ก่อนเสียงหวีดร้องจะดังเบา ๆ เมื่อไฟเหนือหัวดับลงทำให้เห็นเพียงความมืดสลัวและภาพเลือนราง  

 

แล้วจอฉายก็สว่าง  เป็นภาพท้องฟ้าสีครามสวยแล้วจึงเป็นภาพตำหนักที่แสนสวยงามราวถูกปลูกสร้างจากในสรวงสวรรค์  เสียงพูดคุยเลือนหายไปในทันทีเพราะบรรยากาศอันงดงามและสว่างไสวชวนให้ทุกคนดื่มดำไปกับมัน

 

ภายในตำหนัก  ร่างในอาภรณ์สีขาวของสตรีที่มีใบหน้างดงามเฉิดฉันดั่งนางฟ้าคล้ายกำลังวิ่งวุ่นอย่างรีบร้อนบางประการ  หญิงสาวผมทองคลุมผมด้วยผ้าขาวบางกล่าวเสียงนุ่มนวลเจือความร้อนรนว่า

 

“ ใกล้ได้เวลาแล้ว   นำอาภรณ์สวรรค์มาเร็วเข้า ” 

 

“  นี่เจ้าค่ะท่านเทพ ” 

 

ใจกลางตำหนักขาวที่หินอ่อนถูกสลักอย่างประณีตเป็นลวดลาย  มีลูกบอลทรงกลมสีทองนวลขนาดใหญ่ตั้งอยู่   มันเรืองแสงสีขาวเรืองรองแต่ไม่ชวนแสบตาและมีเหล่าเทพธิดาร่ายล้อมมัน

 

หญิงสาวที่ถูกเรียกเป็นท่านเทพประคองผ้าเรียบลื่นที่ปักเย็บด้ายดิ้นสีทองที่อยู่ในมือทั้งสองไว้  ค่อย ๆ ยื่นเข้าไปในทรงกลมสีทองนั้น   จนเมื่อเวลาผ่านไปสักพักก็ดึงแขนกลับพร้อมร่างทารกตัวขาวที่ตาปิดอยู่และหลับใหลอย่างสงบ   เส้นผมสีเงินบาง ๆ ที่ศีรษะและร่างเล็กกระจุ๋มกระจิ๋มชวนให้ผู้คนเอ็นดูได้ไม่ยาก  ทุกคนต่างมีสีหน้าโล่งอกที่เห็นร่างนี้นอนหลับอยู่  แต่สีหน้าของท่านเทพอีกคนกลับกลายเป็นตื่นตระหนก

 

“  เดี๋ยวก่อน  ยังมีเทพอีกองค์จุติ  เตรียมอาภรณ์สวรรค์มาอีกผืน ”  นางส่งทารกคนแรกให้หญิงสาวคนหนึ่งที่รับไปอย่างนอบน้อมและพันผ้าที่รองรับร่างเล็กไว้มาโอบอุ้ม

 

ท่านเทพทำเช่นเดิม  ประคองผ้าไว้ที่มือทั้งสองข้าง  สอดเข้าไปในทรงกลมสีทอง  เมื่อดึงออกมาคราวนี้กลับมีเสียงแผดร้องดังขึ้นจนเหล่าหญิงในชุดขาวมีท่าทางตื่นตระหนก  

 

ทารกตัวน้อยที่มีผิวขาวและมีเส้นผมบาง ๆ สีดำหยีตา  เปิดปากร้องไห้จ้าดังสนั่น  ท่านเทพประคองร่างนั้นไว้ พยายามอุ้มและปลอบโยนหากแต่เสียงร้องนั้นก็ไม่มีท่าทางว่าจะหยุดเลย

 

ท่านเซเรเนีย  ทำเช่นไรดีเจ้าค่ะ ”  หญิงรับใช้ที่อุ้มทารกองค์แรกอยู่ถามด้วยสีหน้าตื่นตระหนกหลังผ่านไปเนิ่นนานแล้วทารกอีกคนกลับยังไม่หยุดร้อง

 

ท่านเทพหรือเซเรเนียส่ายหน้าอย่างอับจนปัญญา   แขนเรียวสวยยังประคับประคองทารกเพศชายที่ยังร่ำไห้อยู่

 

“ เทพเมื่อจุติหากร่ำไห้ก็ต้องรอจนกว่าเทพองค์นั้นจะหยุดเอง  เราคงทำอะไรไม่ได้แล้ว ” 

 

“  แล้วเทพองค์นี้ล่ะเจ้าค่ะ ” 

 

“  เจเรมี่  เดี๋ยวเจ้านำเขาไปตำหนักแรกเกิดและเตรียมเทวดาไว้คอยดูแล  เขาคงจะ---  เสียงพูดขาดหายเมื่อร่างที่หลับอยู่ตอนแรกปรือเปลือกตาเล็ก ๆ เปิด  เผยนัยน์เนตรสีส้มสดใสกลมโตที่งัวเงียในตอนแรก  ก่อนจะเอียงใบหน้าซ้ายขวาดั่งจะมองหาต้นเสียง

 

ทารกเทพองค์แรกตื่นเพราะเสียงแผดร้องที่อยู่ใกล้ ๆ ตาสีส้มใสเหมือนจะเคลื่อนมองร่างที่ดิ้นและร้องไห้อยู่   มือขาวเล็กชูขึ้นเหมือนจะไขว่คว้าบางอย่าง  ปากเล็กส่งเสียงร้องอ้อแอ้ในลำคอซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เมื่อเทพจุติจะมีพัฒนาการที่รวดเร็วและไวกว่ามนุษย์

 

“  แอ๊….อ้าแอ้ ” 

 

เซเรเนียมองท่าทางนั้นอย่างครุ่นคิดเล็กน้อย  กล่าวกับหญิงที่อุ้มทารกอีกตนอยู่ว่า

 

“  ขยับมานี่หน่อยสิเจเรมี่  ” 

 

“  เจ้าคะ ? ”  แม้จะงุนงงแต่ก็ขยับเข้ามาแต่โดยดี 

 

“  ใกล้อีก ”   เทพเซเรเนียสั่งจนไหล่ของพวกนางชนกัน  มือขาวของทารกเทพผมเงินก็คว้ามือหนึ่งของอีกร่างที่กำลังดิ้นอยู่และร้องไห้จนน่าแดงก่ำไว้ทันที

 

“ แอ๊….ฮึกฮือ ”  นัยน์เนตรสีม่วงสวยปรือมองมือขาวที่ถูกจับอยู่  แล้วจึงหันไปมองมือของคนจับ

 

“ แอ๊….แอ๊ อ๊า  ” 

 

ทารกตัวน้อยแย้มยิ้มริมฝีปากสีชมพูอ่อนจนตาหยี  แก้มขาวตุ้ยนุ่มแดงระเรื่อ  ส่งเสียงร้องสดใสดั่งจะทักทายและปลอบโยน   รอยยิ้มนั้นดูน่ารักเกินจะทานทน  แม้แต่ผู้ชมยังอดกรี๊ดกร๊าดในใจไม่ได้

 

“  ฮึก   ทารกอีกตนที่ร้องไห้เป็นเวลานานหยุดร้องไห้  ตากลมโตสีม่วงเพ่งมองใบหน้าที่มีรอยยิ้มแป้นน่ารักอยู่   ท่าทางเหมือนพบเจอสิ่งแปลกใหม่อย่างไรอย่างนั้น

 

“  อาแอ ”  ทารกผมเงินส่งเสียงหัวเราะในลำคอ   มือเล็ก ๆ ที่จับมืออีกฝ่ายโยกไปมาเบา ๆ เหมือนจะเล่น  ไม่นานทารกผมดำก็หัวเราะคิกคักอารมณ์ดี  มีรอยยิ้มแต้มบนใบหน้าขณะยังจับมือนั้นไม่ปล่อย

 

“  ดูเหมือนที่บอกว่าเทพที่จุติพร้อมกันจะมีความผูกพันกันตั้งแต่แรกเกิดคงจะจริงสินะเจ้าคะ ” 

 

“  นั่นสิ  ดีที่อย่างน้อยเขาก็หยุดร้องไห้แล้ว ”  เทพเซเรเนียถอนหายใจอย่างโล่งอก  “ มาเถอะ  เราต้องพาพวกเขาไปตำหนักแรกเกิดให้มหาเทพตั้งชื่อ ” 

 

มือเล็กของทารกทั้งสองหลุดออกจากกันเมื่อพวกนางทั้งสองถอยห่าง   คราวนี้เสียงร้องไห้แผดจ้าอีกรอบและมาจากสองทารกเลยด้วย   และเนื่องจากไม่สามารถให้ทารกทั้งสองจับมือกันและเดินคู่ไปตลอดทาง  เทพเซเรเนียจึงตัดสินใจ  อุ้มทารกทั้งสองมาไว้ในผ้าผืนเดียวกันแล้วอุ้มตรงไปตำหนักแรกเกิด

 

ทารกทั้งสองหยุดร้องไห้แทบจะทันทีเมื่อพบอีกฝ่าย  ใบหน้าเปื้อนน้ำตาหัวเราะคิกคัก  แย้มยิ้มแทบทันทีที่พบหน้ากันอย่างชวนให้แปลกประหลาดใจในเรื่องนี้

 

สุดท้ายเซเรเนียก็ได้นามของเทพทั้งสององค์แล้ว

 

“ เขาจะมีชื่อว่า เฟเนล  และเขาจะมีนามว่า วาริว ”   

 

ตามองยังทารกทั้งสองที่ตอนนี้หลับปุ๋ยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ร่างเบียดชิด   ขณะทารกผมเงินเอียงหัวหนุนไหล่เล็ก  ก็ยังถูกอีกมือจับไว้แน่นไม่มีปล่อย   เป็นภาพที่ดูน่ารักน่าชังและดูอบอุ่นใจเป็นอย่างมาก

 

หญิงรับใช้ชื่อเจเรมี่ชะโงกหัวมาดูก่อนจะกล่าว

 

“ โตขึ้นพวกเขาคงจะสนิทกันมากเลยสินะเจ้าคะ  ท่านเซเรเนีย ” 

 

“  อืมเทพที่จุติพร้อมกันนั้นมักจะสนิทชิดเชื้อกันอยู่แล้ว  คงไม่แปลกหากพวกเขาเข้ารับตำแหน่งเทพแล้วยังคงไปไหนมาไหนด้วยกัน ” 

 

“ ท่านเซเรเนียเจ้าคะแล้วเรื่องทารกที่เกิดจากเทพราตรีซึ่งสิ้นไปแล้วล่ะเจ้าคะ ”  เจเรมี่มีสีหน้ากังวลปนรังเกียจเดียดฉันท์นิด ๆ เทพสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่  กล่าวเสียงเรียบ

 

“ แม้องค์มหาเทพจะรับคำขอของเทพราตรีที่จะเลี้ยงดูเขาบนสวรรค์  แต่ด้วยสายเลือดปีศาจที่อยู่ในตัวครึ่งหนึ่ง  ชีวิตของเขาคงไม่ง่ายนัก ” 

 

“ เขาไม่มีนามใช่หรือไม่เจ้าคะ ? ” 

 

“ ใช่แล้วเขาไม่อาจมีนามเมื่อมีเชื้อสาวปีศาจอยู่   ไม่อาจมีนามว่า สุขสงบ อย่างเฟเนล  และ ปกป้อง ดั่งวาริว ” 

 

มือเรียวสวยไล้แก้มทารกน้อยผู้มีนามว่าวาริว  ตอนนี้ผู้ชมต่างรู้กันแล้วว่าใครเป็นใครและนี่คือการจุติของเทพทั้งสองที่ทำให้เติบโตกันมาสนิทชิดเชื้อและเป็นสหายรัก

 

ทารกน้อยวาริวลืมตาขึ้น  อย่างแรกที่ทำคือกวาดตามองหาร่างข้าง ๆ พอเจอะเจอก็ยิ้มกว้าง  หัวเราะแอะ ๆ ในลำคอ  ก่อนจะทำในสิ่งที่ทำให้เจเรมี่และเซเรเนียยิ้มด้วยความขบขันนิด ๆ

 

จุ๊บ

 

ริมฝีปากจิ้มลิ้มก้มลงแตะที่ริมฝีปากเล็กของเฟเนลที่กำลังหลับอยู่  แล้วส่งเสียงหัวเราะเริงร่าในลำคอ  ไม่นานก็พริ้มตาหลับลงไปอย่างวางใจ

 

ผู้ชมผ้ากันกัดผ้าที่ซื้อมากลั้นเสียงกรี๊ดจนผ้าแทบขาด  

 

“  โอ๊ยยยย  ทำไมมะตะมุ๊ตะมิ๊ขนาดนี้  น่าร้ากกกกกก ~ ” 

 

“ น้องไดซ์ ไม่สิ วาริวร้ายนะคะเนี่ย  ร้องไห้เรียกความสนใจ (?) แถมยังขโมย (?) จูบแรกเฟเนลไปอีก ” 

 

“ ทำไมฉันเขินกับเด็กทารกสองคนเนี่ย ” 

 

“ โฮ่ย  นี่ขนาดแค่เพิ่งเกิดนะ  โตไปไม่….เรอะ  กรี๊ดดดดดด  ” 

 

“  น่ารักทั้งคู่เลยอ่ะ  อยากให้โตไว ๆ จัง ” 

 

“  ว่าแต่เธอว่าที่พูดถึงเด็กที่มีสายเลือดปีศาจ  คิดว่าจะเป็นจอมปีศาจใช่หรือเปล่า  ไม่เห็นมีชื่อเหมือนกันเลย ” 

 

“  ก็เป็นไปได้นะ  ฉันแอบเชียร์จอมปีศาจกับเฟเนลอยู่ด้วยสิ  ตอนฟังคำถามคำตอบละครเวทีเห็นมันจะมาเฉลยในหนังสั้นนี่แหละนะ  ” 

 

ภาพที่ฉายเปลี่ยนไป เป็นภาพของเด็กสองคนที่อยู่ด้วยกัน  ค่อย ๆ เติบโตจากทารกจนเริ่มเดินได้  เหมือนทารกวัย 3 ขวบ   พวกเขาเล่นด้วยกัน  ไปไหนไปด้วยกันกระทั่งมือก็ยังจูงมือกันเดิน

 

ภาพฉายไปเรื่อย ๆ เหมือนจะแสดงพัฒนาการและการเจริญเติบโตของทั้งสองซึ่งแสนจะน่ารักและน่าเอ็นดู   สิ่งที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยคือเทพเฟเนลเหมือนจะฉายความสง่างามเกินกว่าอายุ  รอยยิ้มบาง ๆ ที่แต้มริมฝีปากดูสุขุมเกินกว่าวัยเช่นเดียวกับเทพวาริวที่มีสีหน้าเรียบนิ่งดั่งรูปสลัก  ท่าทางเคร่งขรึมและเอาจริงเอาจังทั้งที่มีอายุเพียงประมาณ 8 ขวบ

 

แต่สิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนไปคือท่าทางละมุนละไมยามอยู่ด้วยกันของทั้งคู่  เฟเนลกำลังนั่งอ่านหนังสือในสวนที่แสนสวยงามโดยมีเทพวาริวเอนพิงแผ่นหลังให้กันและกัน

 

ทั้งสองหัวเราะกับอะไรบางอย่าง  กระซิบคุยด้วยสีหน้าซุกซนสมกับที่เป็นเด็กก่อนเฟเนลจะผุดลุกและวิ่งหนีวาริวที่ยื่นแขนทั้งสองข้างออกมาเหมือนจะรวบจับ  รอยยิ้มและเสียงหัวเราะสดใสของเด็กทั้งสองทำเอาผู้ชมใจละลายกับความน่ารักนั้นไปเป็นแถบ ๆ

 

เด็กอะไรน่ารักน่ากินเยี่ยงนี้ !

 

ภาพเปลี่ยนมาที่อีกสถานที่หนึ่ง  ซึ่งมีร่างเด็กคนหนึ่งกำลังถูกรุมล้อมโดยเด็กอีก 5-6 คน   ร่างนั้นคุดคู้อยู่กับพื้น   ก้มหน้ากอดเข่าตนเอง

 

“ แกเป็นสิ่งเลวร้ายในสรวงสวรรค์แห่งนี้ ” 

 

“ แกไม่น่าเกิดมาเลย   แกไม่สมควรที่จะได้ยืนอยู่ที่นี่เสียด้วยซ้ำ ” 

 

“  แกมันปีศาจที่น่าขยะแขยง  ลูกครึ่งที่น่ารังเกียจ ” 

 

เหล่าเด็ก ๆ พากันดูถูกร่างที่นั่งอยู่ด้วยสายตาเหยียดหยามและเต็มไปด้วยความเกลียดชัง  พวกเขาเตะต่อย  ทำร้ายร่างนั้นก่อนจากไป

 

ร่างที่สะบักสะบอกลุกขึ้นเชื่องช้า  มุมปากมีเลือดออก  กระทั่งผิวกายก็เต็มไปด้วยรอยช้ำหากแต่สีหน้านั้นกลับเรียบนิ่งดังเป็นเรื่องที่เคยชิน

 

พาร่างอันบอบช้ำเดินจากไปอย่างเชื่องช้า  แล้วก้าวหยุดลงที่สวนแห่งหนึ่ง 

 

สาวเท้าไปเรื่อย ๆ ไม่หยุดนิ่ง  จากบริเวณที่เต็มไปด้วยดอกไม้บานเริ่มมีต้นไม้ใหญ่และรากไม้จำนวนมากที่พื้น  เด็กชายเดินโขยกเขยกไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดที่ต้นไม้ซึ่งล้อมรอบด้วยพุ่มไม้หนาโดยรอบ   และมีดอกไม้เรียงรายมากมายใต้ต้นไม้ใหญ่  การจะฝ่ามานั่งใต้ต้นไม้ทำให้มีบาดแผลถูกขีดข่วนจากพุ่มไม้ไม่น้อยแต่เด็กน้อยก็ยังไม่แยแสตราบจนกระทั่งทรุดนั่ง  ท่าทางเมินเฉยเมื่อครู่ก็เผยความอ่อนแอออกมา

 

หยาดน้ำตาไหลออกมาเป็นทาง  เสียงสะอื้นไห้ดังเบา ๆ ชวนให้ผู้ชมน้ำตาคลอด้วยความสงสารเด็กน้อยผมดำจับใจ  เพียงสงสัยว่านี่คือตัวละครใหม่ใช่ไหมหนอ  ทำไมถูกทำร้ายจิตใจเยี่ยงนี้กัน

 

ไม่ทันไรก็มีเสียงแซ่ก ๆๆ ดั่งขึ้นพร้อมร่างหนึ่งที่ฝ่าพุ่มไม้ถลามาหยุดเบื้องหน้าคนกำลังร้องไห้

 

เส้นผมสีเงินถักเป็นเปียยาวสลวย แซมด้วยเศษใบไม้ใบหญ้า  ร่างขาวเล็กในอาภรณ์สีน้ำตาลแก่  นัยน์ตาสีส้มกลมโตกวาดมองรอบ ๆ ด้วยความประหลาดใจแล้วจึงมาหยุดที่คนที่กำลังร้องไห้

 

เด็กชายผู้มาก่อนยกมือปาดน้ำตา เตรียมลุกหนีหากแต่ไม่ทันไรก็ถูกมือของผู้มาใหม่คว้าไว้  นัยน์ตาสีส้มสบกับนัยน์ตาสีรัตติกาล   แล้วจึงมองสภาพอีกฝ่าย  กล่าวเสียงนุ่มแต่ชัดถ้อยชัดคำว่า

 

“ ไม่ต้องไปไหนหรอก ” 

 

 

 

  

20%

 

 

 

มือเล็กค่อย ๆ ดึงร่างนั้นเข้ามาหาตัว   แล้วก็ก้มลงจูบแผ่วเบาที่ฝ่ามือที่กำลังเป็นแผลนั้น  ใบหน้าเล็กแหงนมองเด็กชายผมดำที่บัดนี้หยุดร้องไห้แล้ว  จูบค้างไว้  เมื่อเห็นแสงสีทองอ่อนโยนกำลังไล้ไปตามร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลจึงค่อย ๆ ผละห่างพร้อมรอยยิ้ม

 

แผลทั้งมวลค่อย ๆ สมานและหายไป

 

แควก

 

เสียงฉีกชายเสื้อดังขึ้น   อาภรณ์ขาวสะอาดขาดเป็นแถบ   เฟเนลลุกขึ้น  กดไหล่อีกฝ่ายให้นั่งลงแล้วบอก

 

“  รอตรงนี้ก่อนนะ ” 

 

แล้ววิ่งฝ่าพุ่มไม้ออกไป  เด็กชายผมดำนั่งด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง  สายตาปรากฏความสับสนอย่างชัดเจนแล้วจึงก้มหน้าซุกกับเข่าของตัวเองต่อ

 

แซก ๆ

 

เสียงพุ่มไม้ไหวระริกทำให้เขาต้องเงยหน้ามองและพบว่าคนที่วิ่งออกไปเมื่อครู่กลับมาพร้อมผ้าขาวที่ฉีกออกแต่เปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำ

 

เฟเนลทรุดนั่ง  ยื่นมือที่ถือผ้าเข้าไปใกล้หากแต่ก็ถูกหยุดไว้ด้วยเด็กชายที่กระโจนมาคว้าแขนข้างนั้นของเขา   และผลักจนเขาล้มตัวลงไปนอนท่ามกลางกองดอกไม้

 

กลีบดอกไม้ปลิวกระจายไปตามแรงลมบางเบา  ท่ามกลางความเงียบสงบ  นัยน์ตาสีส้มคู่งามมีความตกใจเล็กน้อยแล้วจึงมีเพียงความอ่อนโยนในแววตา

 

เด็กชายผมดำสลัดความอ่อนแอและความเศร้าหมองในตอนแรกทิ้งไป   ถามเสียงต่ำกับคนใต้ร่างด้วยใบหน้าดุดัน

 

“ คิดจะทำอะไร ?! ” 

 

เฟเนลคลี่ยิ้มบาง ๆ ออกมา  สายตาสื่อความปลอบโยนให้กับอีกฝ่าย   กล่าวเสียงเบาที่ชวนฟัง

 

“ เพียงจะเช็ดคราบเลือดและเศษดินบนใบหน้าเจ้าเท่านั้น ”  ขยับกายนิด ๆ เหมือนไม่สบายตัว  เหลือบมองมือข้างหนึ่งที่ถูกจับ  และไหล่ซึ่งถูกกดตรึงไว้กับพื้น   กระพริบตาถี่ ๆ ถาม ….ได้หรือไม่ ? ” 

 

ผู้ชมจำนวนไม่น้อยแล้วที่จินตนาการไปไกลตั้งแต่เห็นพระเอกเบอร์ 2 (ที่พวกเธอตั้งให้) ทำการกดร่างพอ ๆ กันให้อยู่ใต้ร่างตน

 

ผู้ชมราว ๆ 3 เปอร์เซ็นที่อ่อนไหวง่ายยกมือปิดจมูกตัวเองที่เลือดเริ่มไหลออกมาช้า ๆ

 

สมแล้วที่เตือนว่าควรเตรียมทิชชู่ไว้  แต่ต่อให้ต้องตายก็จะไม่ขอพลาดฉากของหนังนี้สักวินาที ! (ช่างเป็นความพยายามที่ยิ่งใหญ่ ? )

 

เด็กชายผมดำได้ฟัง   ครุ่นคิดครู่หนึ่งด้วยสายตาหวาดระแวง   ก่อนจะค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้น  ถดถอยไปนั่งพิงต้นไม้ดังเดิม

 

เฟเนลขยับตัวเข้าไปหาอย่างช้า ๆ รับรู้ได้ว่านัยน์ตาสีดำคู่นั้นมองมาทางเขาตาไม่กระพริบ  แล้วจึงค่อย ๆ ยกผ้าขาวที่ชุ่มชื้นเช็ดคราบเลือดบนใบหน้าอีกฝ่ายให้

 

ช้าๆ แผ่วเบาและอ่อนโยน

 

ไล้จากใบหน้า  สู่ลำคอเล็ก  ไหล่  แขน  มือทั้งสองข้าง  ขา  จนกระทั่งถึงฝ่าเท้าที่ตอนแรกมีบาดแผลแต่ตอนนี้หายดีเรียบร้อยแล้ว   โดยไม่รู้เลยว่าทุกการกระทำถูกนัยน์ตาสีดำจับจ้องมองเกือบตลอด  มันเป็นสายตาที่เรียบนิ่ง  ยากแก่การอ่านความรู้สึก

 

เมื่อเรียบร้อยแล้วเฟเนลมองสภาพอีกฝ่ายอย่างพึงพอใจ  เขานั่งข้างอีกฝ่ายที่ฟุบหน้าตัวเองกับเข่าไปแล้วเป็นระยะ ๆ  แล้วจึงมองดอกไม้สวรรค์ที่กำลังกลับคืนสู่สภาพเดิมหลังตอนแรกถูกเขานอนทับอยู่

 

เฟเนลมองคนข้าง ๆ ค่อย ๆ ถอนดอกไม้และดอกหญ้ามาทำบางสิ่ง

 

คิ้วเล็กขมวดแน่น  ใบหน้าเริ่มยู่ผิดกับภาพลักษณ์ที่ดูสง่าเกินอายุในตอนแรก  เจ้าตัวพยายามทำบางอย่างด้วยความมุมานะจนเมื่อเสร็จ  มือทั้งสองข้างและใบหน้าของเด็กชายผมเงินก็มีคราบดินเกาะอยู่จากความไม่ระมัดระวัง

 

เฟเนลลุกขึ้น  มองร่างข้าง ๆ ที่เหมือนจะเกร็งตัวเล็กน้อยทั้ง ๆ ที่ยังไม่เงยหน้าขึ้น   บรรจงวางมงกุฎดอกไม้ที่ดูบิด ๆ เบี้ยว ๆ อย่างคนหัดทำซึ่งเมื่อร่างเล็กสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งอยู่บนหัวก็รีบเงยหน้ามอง

 

เฟเนลยิ้มเก้อเขิน  แก้มขาวน่าหอมขึ้นสีชมพูอ่อน ๆ ยามกล่าว

 

“  มมันเป็นมงกุฏดอกไม้อันแรกที่ข้าทำ  ถถ้าเจ้าไม่ชอบก็ไม่เป็นไร  วไว้เจอกันใหม่นะ ! ” 

 

แก้มขาวกลายเป็นสีแดงจัดก่อนเฟเนลจะวิ่งหนีไปทิ้งให้คนได้รับของทำหน้าอึ้ง ๆ อย่างคาดไม่ถึง

 

เด็กชายผมดำดึงสิ่งที่สวมอยู่บนหัวตนออกมาอย่างระมัดระวัง  และเมื่อเห็นมันก็ต้องหลุดหัวเราะพรืดเพราะสภาพมันไม่น่าจะเรียกว่ามงกุฏดอกไม้  แต่คล้ายเอาหญ้ากับดอกไม้มาพัน  ขยำกันเป็นก้อนเสียมากกว่า

 

“ หึ ๆๆๆ ” 

 

เสียงหัวเราะที่ดังลอดพุ่มไม้ออกมาทำให้เฟเนลที่ยืนนิ่งรออยู่นั้นเผยรอยยิ้มบาง ๆ ขึ้น  ก่อนจะทำสีหน้าอับอายเมื่อนึกถึงมงกุฏดอกไม้ของตนเอง  เขาพึมพำเบา ๆ

 

“  ไว้ฝึกทำใหม่ให้สวย ๆ ดีกว่า ” 

 

ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่วายเหลียวมองพุ่มไม้ที่ล้อมรอบต้นไม้ใหญ่หลายครั้ง

 

โดยไม่รู้ตัว  ร่างเล็กที่หัวเราะนั้นค่อย ๆ ลดเสียงหัวเราะลง  โดยเอามงกุฎนั้นแนบใบหน้าตน  ดวงตาคลอหยาดน้ำรื้นขึ้นมาก่อนมันจะหยดลงแหมะ

 

ร่างนั้นหลับตา  กระซิบเสียงแผ่ว

 

“ ขอบคุณ ” 

 

ริมฝีปากสีชมพูอ่อนเผยยิ้มจาง ๆ ที่แฝงความละมุนและอ่อนโยนไว้

 

 

 

“ ปักธงแล้วสินะ ” 

 

“  ปักไปเต็ม ๆ ” 

 

“ โฮ้ยยยย  น่าลุ้นเป็นบ้า  นี่ขนาดเป็นแค่เด็กนะเนี่ย ” 

 

 

เสียงกระซิบดังเบา ๆ จากหลายคนที่อดใจไม่ไหว  บอกได้เลยว่าทุกคนแสดงได้ดีมาก   พวกเขาแทบจะเข้าใจสิ่งที่ดูได้โดยไม่ต้องมีการบรรยาย  ความรู้สึกตัวละครถูกถ่ายทอดออกมาจากทุกท่าทางที่สมจริงและชวนให้อินไปกับเนื้อเรื่อง 

 

ทุกคนต่างรู้สึกตื่นเต้น  เลิกคุยแล้วดูหนังต่อ

 

 

เฟเนลเดินทะลุสวนจนมาเจอเข้ากับวาริวที่หันซ้ายหันขวาอยู่เหมือนกับตามหาเขา  พอวาริวเห็นเขาเข้าก็เดินมาหาทันที

 

“ เจ้าหายไปไหนมาเฟเนล  ข้าตามหาเจ้าเสียให้ทั่ว ”  ใบหน้าของเด็กชายที่ดูเคร่งขรึมในตอนแรกมีแต่ความกระวนกระวายและโล่งใจยามเจอเพื่อนสนิท

 

 

“ ข้าไปเดินเล่นมานิดหน่อยน่ะ ” 

 

เสียงในใจเฟเนลดังขึ้นให้ผู้ชมได้ยิน

 

ไม่บอกวาริวจะดีกว่าว่าเจอใคร  วาริวไม่ชอบลูกครึ่งปีศาจเสียด้วย

 

ผู้ชมจึงเข้าใจว่าทำไมเฟเนลตัวน้อยถึงไม่บอกว่าเจอเพื่อนใหม่

 

“ เฮ่อ  วันหลังจะไปไหนก็ชวนข้าด้วยนะ  ข้าไม่อยากให้เจ้าไปคนเดียว แล้วทำไมชายเสื้อถึงขาดกัน ? ” 

 

“ อืม  โดนกิ่งไม้เกี่ยวขาดน่ะ ข้าเห็นเจ้าฝึกอาวุธอยู่เลยไม่อยากกวนเจ้า ” 

 

เฟเนลปัดเศษดินและเศษหญ้าตามเสื้อออก

 

“  ไม่กวนหรอก  ข้าอยากอยู่กับเจ้ามากกว่า ”  เด็กชายบอกเสียงซื่อ  ยกมือปาดคราบดินที่เลอะแก้มอีกฝ่ายให้หากนัยน์ตาสีม่วงสวยที่ก้มสบแฝงความรู้สึกบางอย่างที่ดูเกินกว่าคำพูดเหล่านั้น  แต่ดูเหมือนเทพแห่งพืชพรรณในอนาคตจะมองมันไม่ออกเลยสักน้อยจึงเพียงกล่าวขอบใจด้วยรอยยิ้มหวาน

 

“ ไปกันเถอะ ” 

 

“  อื้ม ” 

 

พวกเขาจับจูงมือกันเดินไป  เฟเนลฮัมเพลงในลำคออย่างอารมณ์ดี   ภาพฉายที่วาริวซึ่งมองที่ใบหน้าของคนข้างกายด้วยรอยยิ้มแล้วลบเลือนมันเมื่อก้มมองที่อาภรณ์ขาวที่มีรอยฉีกขาด

 

ไม่รู้ทำไมผู้ชมถึงรู้สึกแบบเดียวกันคือนัยน์ตาสีอัญมณีคู่นั้นดูมืดมนลงจนน่ากลัวและแฝงความคิดบางอย่างที่ดูอันตรายเป็นอย่างมาก

 

 

 

ภาพเปลี่ยนไป  เป็นฉากที่เด็กชายผมดำที่ยังไม่รู้ชื่อแต่พอเดาฐานะออกว่าคือว่าที่จอมปีศาจ   เจ้าตัวมานั่งเหม่อใต้ต้นไม้ที่ถูกล้อมรอบด้วยพุ่มไม้  นั่งรอด้วยสีหน้าราวตุ๊กตาที่ไร้ชีวิตจิตใจจนกระทั่งได้ยินเสียงพุ่มไม้และเสียงฝีเท้า  ก็ปรากฏความคาดหวังวูบหนึ่งในแววตา

 

และร่างคนที่โผล่มาก็คือเฟเนล

 

“ สวัสดี ”  เฟเนลทักด้วยรอยยิ้ม  มองสำรวจร่างอีกฝ่ายที่มีแผลเหมือนเดิมหากแต่ไม่ได้ดูแย่แบบเมื่อวาน   ดึงมืออีกฝ่ายมากุมแล้วก้มลงจูบที่ฝ่ามือแผ่วเบา 

 

แสงสีทองไล้ไปตามร่างเล็ก  บาดแผลทุกอย่างก็เริ่มหายดี

 

เฟเนลทรุดนั่งข้างร่างนั้น  ถอนดึงดอกไม้และกิ่งไม้เล็กออกมาช้า ๆ ปากก็เปิดพูดด้วยน้ำเสียงสดใสอ่อนโยน

 

“ ดีจริงที่เจ้าอยู่   ข้าอาจปลีกตัวออกมาไม่ค่อยได้นักแต่จะพยายามมาหาเจ้าทุกวัน  ตอนนี้ข้ารู้วิธีทำมงกุฎดอกไม้แล้ว   ข้าจะทำให้ใหม่นะ ” 

 

ว่าแล้วก็ก้มหน้าก้มตาสานกิ่งไม้ดอกไม้ด้วยรอยยิ้ม  ดอกไม้ที่ดึงมาล้วนเป็นดอกไม้ดอกเล็กสีขาวเรียบหรูมองแล้วสบายตา  เด็กชายผมดำนั่งมองอีกฝ่ายทำช้า ๆ ไม่รีบร้อน  แม้จะดูไม่สวยมากแต่ก็ดีกว่าอันเมื่อวาน

 

ที่สำคัญบรรยากาศตอนเด็กชายผมเงินทำมันเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและสงบสุข   เสียงฮัมเพลงเบา ๆ ดังในลำคอทำให้ความระแวดระวังในดวงตาสีดำลดลง  เปลี่ยนเป็นจดจ้องมงกุฏดอกไม้ในมือที่ค่อย ๆ เป็นรูปเป็นร่างทีละน้อย

 

คราวนี้เด็กชายผมดำเอียงหัวซบเขาตนเอง  มองการสานมงกุฏดอกไม้ของอีกฝ่ายจนเมื่อเสร็จสิ้น  เขาก็ต้องตะลึงเมื่อได้รับรอยยิ้มหวานจากอีกฝ่าย

 

“ เสร็จแล้ว ” 

 

เฟเนลบรรจงวางมงกุฏดอกไม้บนหัวอีกฝ่าย   ทำหน้าพินิจเล็กน้อยก่อนจะส่ายหัวพูดยิ้ม ๆ

 

“  ยังดูไม่ค่อยสวยเท่าไหร่  ….ไม่เป็นไร  งั้นข้าจะฝึกทำใหม่ให้นะ ” 

 

ลุกขึ้นยืน   เด็กชายผมดำยังไม่ได้กล่าวอะไรก็ต้องแหงนหน้าตามนิ้วเล็กที่เชยคางขึ้น   ริมฝีปากเล็กก้มลงจูบหน้าผากแผ่วเบา  แล้วส่งยิ้มบาง ๆ ให้

 

“  ต่อให้เจ็บปวดหรือทุกข์ทรมาณแค่ไหน  ก็ต้องเข้มแข็งขึ้นให้ได้นะ   ไม่อย่างนั้นจะปกป้องคนที่อยากจะปกป้องไม่ได้ แล้วเจอกันใหม่นะ ” 

 

ร่างเล็กในชุดขาวเดินฝ่าพุ่มไม้ไปอย่างง่าย ๆ ไม่มีท่าทางจะรับรู้สีหน้าตะลึงงันของคนที่กึ่งถูกปลอบโยนกึ่งโดนลวนลามสักน้อย

 

เป็นอีกครั้งที่เด็กชายผมดำกล่าวบางอย่างกับร่างนั้นไม่ทัน

 

กระซิบเสียงแผ่วเบา

 

“  ขอบคุณ ” 

 

และเป็นอีกครั้งที่เฟเนลซึ่งเดินทะลุมาแล้วหยุดรอเหมือนฟังบางอย่างก่อนรอยยิ้มจะถูกจุดที่ริมฝีปาก   หลังจากนั้นจึงเริ่มวิ่งออกไป

 

 

ผู้ชมกระซิบ

 

“ อื้อหือหรือเฟเนลจะสายรุกกัน ” 

 

“  ไม่หรอก ๆ ว่าแต่ตอนตอบคำถามละครเวทีนี่เป็นปมสินะ  เทพเฟเนลฝึกทำมงกุฎดอกไม้ให้กับจอมปีศาจแล้วยังถึงขั้นเป็นเทพแห่งพืชพรรณเลยด้วย   แสดงว่าจอมปีศาจก็มีอิทธิพลไม่แพ้เทพวาริวเลยน่ะสิ ” 

 

“ ใช่ ๆ แต่ตอนเทพวาริวต่อว่าแล้วทำท่าจะฆ่าเทพเฟเนล  เทพเฟเนลก็เจ็บปวดมากเหมือนกันนะแถมถึงขั้นฆ่าตัวตายอีกด้วย  หนังสั้นจะแตกต่างบ้างไหมเนี่ย ” 

 

“ ก็ต้องรอดูแหละ ” 

 

 

 

ภาพที่ฉายเหมือนเร่งความเร็ว  ดูเป็นกิจวัตรประจำวันของเทพเฟเนลที่วิ่งเล่น  อ่านหนังสือกับวาริว  แล้วจึงตัดไปที่นั่งทำมงกุฏดอกไม้กับว่าที่จอมปีศาจ   วนฉายไปมา  ที่แตกต่างคือสภาพของเด็กทั้งสามที่เริ่มเติบโตขึ้นเป็นลำดับ  และท่าทางของเด็กชายผมดำที่ดูไม่มีการร้องไห้  ทั้งยังเหมือนเริ่มเปิดปากพูดกับเทพเฟเนลแล้ว

 

มงกุฎดอกไม้เองยิ่งมาก็ยิ่งสวยขึ้นเรื่อย ๆ แต่มีสิ่งที่เหมือนเดิมคือทำจากดอกไม้สีขาวเท่านั้น  แล้วคราวนี้หลายคนก็ต้องกรี๊ดเมื่อภาพฉายฉายมุมเดิมคือพุ่มไม้ที่ล้อมรอบต้นไม้ใหญ่  ที่เปลี่ยนแปลงไปคือคนที่นั่งพิงอยู่  ชายหนุ่มผมดำยาวเกือบถึงกลางหลังและนัยน์ตาคู่คมสีเดียวกัน   ใบหน้าเรียบนิ่งแผ่ไอความกดดันอยู่ตลอดและไม่เข้ากับเหล่าดอกไม้รอบตัวแม้แต่น้อย   ก่อนใบหน้าคมคายหล่อเหลาจะปรากฏรอยยิ้มเมื่อมีร่างหนึ่งทะลุพุ่มไม้มาหา

 

ร่างขาวสะพรั่งด้วยชุดขาวบริสุทธิ์ชวนมอง   เส้นผมสีเงินยาวจรดบั้นเอวถักเป็นเปียเรียบง่าย   อีกฝ่ายมาพร้อมรอยยิ้มนุ่มนวลที่เปี่ยมเสน่ห์และความอ่อนโยนดั่งทุกครั้ง   เหมือนกับมีดอกไม้และละอองแสงประกอบฉากให้  ผู้ชมเคลิ้มไปกับใบหน้าและรอยยิ้มอันน่าหลงใหลนั้นเป็นแถบ ๆ และพากันกัดปากกรี๊ดในใจเมื่อเห็นรอยยิ้มบางจากว่าที่จอมปีศาจที่ยิ้มออกมาได้หล่อมากกกกก !

 

“ สวัสดีเฟเนล ”  ไม่ว่าเปล่าจับมืออีกฝ่ายมาจุมพิตหลังมือแผ่วเบา  เฟเนลส่ายหัวน้อย ๆ ขณะกล่าวอย่างงุนงง

 

“  ข้าสงสัยจริงว่าทำไมเจ้าต้องทักแบบนี้กัน ? ” 

 

“  เจ้าลำบากใจหรือ ? ”  อีกฝ่ายเงยหน้าถาม   เทพหนุ่มอีกองค์ยิ้มบาง

 

“ ไม่หรอก  ข้าเพียงไม่คุ้นชินเสียมากกว่า   เจ้าได้ไปทำงานที่หออักษรมาเป็นเช่นไรบ้าง ? ” 

 

นิ้วขาวสะอาดเรียวยาวค่อย ๆ ถอนดึงดอกไม้สีขาวและใบหญ้าเรียวเล็กช้า ๆ ไม่รีบเร่ง

 

“ อืม  ที่นั่นหนังสือเยอะมาก   เมื่อทำงานเสร็จข้าสามารถอ่านมันได้   ทั้งยังมีหนังสือหลายเล่มที่ข้าไม่เคยอ่านอีกด้วย ” 

 

ท่าทางของอีกฝ่ายดูผ่อนคลายอิริยาบถและดูสดใสกว่าปกติ  เทพหนุ่มผมเงินไถ่ถามต่อบทสนทนา

 

“  ลำบากหรือไม่ ? ” 

 

“  ไม่หรอก  ท่านเจเรมี่เอ็นดูข้าพอสมควร  ท่านค่อนข้างใจดีกับข้าและคอยเป็นห่วงข้าเสมอ ” 

 

“ ดีแล้วล่ะ ”  เฟเนลคลี่ยิ้มอบอุ่น  สายตาและใจดูจดจ่อกับการสานดอกไม้โดยไม่ได้สังเกตเลยว่านัยน์ตาคู่สีรัตติกาลนั้นมองมาที่เขาโดยไม่ละสายตาสักน้อย

 

หนังฉายเหมือนจะจับจ้องที่ริมฝีปากบางที่ขยับกล่าวคำดั่งเป็นตัวแทนสายตาของว่าที่จอมปีศาจว่ามองสิ่งใดอยู่จนผู้ชมกัดปากตาม  

 

มุมเปลี่ยนเป็นสายตาของลูกครึ่งปีศาจที่ดูไหวระริกและแฝงความกระหายบางประการที่ชวนให้ผู้ชมเชียร์ให้กระโจนกินเทพเฟเนลเหลือเกิน

 

“ เสร็จแล้วล่ะ ” 

 

เฟเนลยิ้มบาง   มองมงกุฎดอกไม้ในมือตนอย่างพึงพอใจ   แล้วจึงสวมหัวให้คนข้าง ๆ ที่ก้มศีรษะต่ำอย่างเคยชิน   ใบหน้าคมคายเงยขึ้น   อยู่ในระยะประชิดกับเทพหนุ่มผู้สานมงกุฏดอกไม้ที่ไม่ตื่นตระหนกกับระยะใกล้ชิดนั้นเลย   เพียงยกมือหยิบเศษใบไม้บนเส้นผมดกดำออกให้พร้อมยกยิ้มอ่อนโยนเหมือนทุกครั้งและเป็นอีกครั้งที่นัยน์ตาสีดำนั้นจดจ้องริมฝีปากบางที่กล่าว

 

“  อีกไม่นานจะถึงเวลาเลือกการสืบทอดเป็นเทพประจำโลกมนุษย์แล้ว  เจ้าคิดว่าข้าจะสืบทอดตำแหน่งเทพตำแหน่งใดดี ? ” 

 

“  ………… ” 

 

“  ?....เจ้าได้ยินที่ข้าพูดหรือไม่ ? ” 

 

ลูกครึ่งปีศาจส่ายหัวเบา ๆ แสดงสีหน้าขอโทษ  เฟเนลทำหน้าปลอบโยน  ถามอีกครั้งว่า

 

“  เจ้าคิดว่าข้าจะสืบทอดตำแหน่งเทพใดของโลกมนุษย์ ? ” 

 

“  ท่านเป็นอะไรก็ดีทั้งนั้น ” 

 

“  แย่จริง...ข้ายังไม่แน่ใจเท่าไหร่นักว่าจะสืบทอดตำแหน่งเทพแบบใดดี ”  ใบหน้าเรียวแสดงอาการครุ่นคิด  ก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกสิ่งใดได้

 

“ ข้าคิดว่าข้ารู้แล้วนะ ” 

 

“  ? ”  ว่าที่จอมปีศาจแสดงอากัปกิริยาสงสัย “ บอกข้าได้หรือไม่ ? ” 

 

“  เดี๋ยวเจ้าก็รู้ ” 

 

ใบหน้าเทพหนุ่มที่มักสุขุมอ่อนโยนในครั้งนี้เจือความเจ้าเล่ห์ซุกซนที่น่ามอง  และเป็นอีกครั้งที่ผู้ชมรับรู้ได้ถึงความอ่อนหวานลึกซึ้งบางประการจากสายตาว่าที่จอมปีศาจ

 

“  ดูเหมือนข้าจะต้องไปแล้ว  ข้ามีเรียนต่อ ”  ร่างสูงโปร่งลุกขึ้น  ปัดเศษดินเล็กน้อยก่อนขยับยิ้มให้

 

“  แล้วพบกันใหม่ ” 

 

“  อืม ” 

 

พวกเขาพบกันเช่นนี้  พูดคุยเรียบง่าย  สานมงกุฎดอกไม้  ถามไถ่ชีวิตประจำวันและลาจากกันด้วยรอยยิ้ม

 

เมื่อเฟเนลเดินออกห่างไปแล้ว  ว่าที่จอมปีศาจก็ซุกใบหน้ากับเข่าตัวเอง

 

แล้วงึมงำเบา ๆ

 

“  อยากให้อยู่นาน ๆ กว่านี้จริง ….” 

 

“  ….กรี๊ดดดดดดดดดดดด !!! ” 

 

เท่านั้นแหละกรี๊ดกันให้แซ่ดเลย

 

 

ทางด้านเฟเนลที่เดินออกมาช้า ๆ ดูสบาย ๆ แต่อยู่ ๆ ก็เหมือนจะสะดุดก้อนหินเข้า  ใบหน้าปรากฏความตกใจแวบหนึ่งเมื่อเซเสียหลัก  แต่ก่อนจะได้ล้ม  แขนแข็งแรงคู่หนึ่งก็โอบรัดเอวเขาไว้และดึงมาชิดตัว

 

“  เจ้าควรระวังให้มาก  หรืออย่างน้อยก็ไม่น่าเหม่อยามเดิน ” 

 

เทพวาริวผู้มีเส้นผมยาวระต้นคอ  ขณะผมปอยหน้าถักเป็นเปียเส้นยาวเส้นหนึ่ง  นัยน์ตาสีม่วงคมฉายความดุและเป็นห่วงเจือจางอย่างกล่าวกับร่างในอ้อมแขนโดยยังไม่ปล่อยเอวที่โอบไว้

 

ความหล่อเหลาและทรงอำนาจโดยสายเลือดตรึงตาผู้เฝ้ามอง  รับรู้ถึงเสน่ห์อันมากล้นและชวนให้หวั่นไหวแม้ใบหน้าคมคายจะเรียบนิ่ง

 

เป็นอันว่าคนเกิดมาหล่อ  ทำอะไรก็หล่อ

 

“ ข้าเพียงสะดุดก้อนหินก้อนเล็กเท่านั้น ”  เจ้าของเสียงหัวเราะน้อย ๆ ก่อนจะชะงักไปเมื่อดวงตาสีส้มสบเข้ากับรอยแผลบาง ๆ ที่ข้างแก้ม

 

นิ้วเรียวแตะแผ่วเบา

 

“ แผลจากการฝึกซ้อมหรือ ? ” 

 

“  ใช่ ” 

 

เทพวาริวตอบสั้น ๆ ท่าทางดูไม่สนใจบาดแผลสักน้อย  ก่อนจะย่อกายลงเมื่อมือเรียวคู่นั้นทำการกดไหล่กว้างของตนลงเบาๆ

 

ริมฝีปากบางน่าสัมผัสจูบเบา ๆ ที่ปากแผล   เป็นวินาทีหนึ่งที่วาริวพริ้มตาหลับลง  มีรอยยิ้มแต้มบาง ๆ ที่ปากหยักซึ่งมักดูเรียบนิ่งอยู่เสมอ  ความละมุนละไมที่ปรากฏดั่งเป็นสิ่งที่คนนอกเข้าไม่ถึง  

 

วาริวยืดกายขึ้น   ลูบไล้ผิวแก้มนุ่มของอีกฝ่ายแผ่วเบา  แล้วพลิกตัวยืนข้างอีกฝ่าย  กุมมือเรียวเอาไว้พลางถาม

 

“  คิดไว้หรือยังว่าจะสืบทอดตำแหน่งเทพใด ? ” 

 

“  อืม  คลี่ยิ้มบางเบา  สายตาเหมือนจะเหม่อไปนึกถึงใครบางคน  หลุบตาต่ำเผยขนตายาวสวยยิ่งกว่าหญิงสาว  ท่าทางนั้นชวนให้ผู้ชมคิดไปว่าเฟเนลนั้นกำลังคิดถึงว่าที่จอมปีศาจ “  ข้าจะเป็นเทพแห่งพืชพรรณบนโลกมนุษย์น่ะ ” 

 

พลันนัยน์ตาสีม่วงเข้มของร่างสูงข้าง ๆ ก็ดูคมปลาบชั่วแวบหนึ่ง  วาริวเผยรอยยิ้มอบอุ่นที่มักปรากฏให้เฟเนลเห็นบ่อยครั้งยามตอบคำถามอีกฝ่าย

 

“ แล้วเจ้าจะสืบทอดตำแหน่งใด ? ใช่เทพศาสตราหรือไม่ ? ” 

 

ร่างสูงส่ายศีรษะเชื่องช้า

 

“  ข้าจะเป็นเทพแห่งสายน้ำ ” 

 

ใบหน้าอ่อนโยนของเฟเนลปรากฏความแปลกใจแล้วเผยยิ้มหยอกเย้า

 

“  หรือจะเป็นเพราะเทพธิดาแห่งสายธารที่ชื่นชมเจ้ากัน ? ” 

 

“  หาได้เป็นเช่นนั้นไม่  ข้าเพียงคิดว่าถ้าเจ้าเป็นเทพแห่งพืชพรรณข้าก็ควรจะเป็นเทพแห่งสายน้ำที่คอยเกื้อหนุนเจ้า  อีกทั้งหากต้องลงไปทำภารกิจ  อย่างน้อยข้าก็จะได้ไม่ต้องห่างจากเจ้านาน ”  ก้มลงมอง  “ หรือว่าไม่ดี ? ” 

 

“ ย่อมดีอยู่แล้ว ” 

 

เฟเนลยิ้มหวาน  ก่อนจะเรียกสิ่งหนึ่งมาไว้ในมือ  เป็นกำไลข้อเท้ากรุ๊งกริ๊งเพราะมีกระดิ่งสีทองลูกเล็ก ๆ อยู่  

 

เขาจับมือวาริวให้แบหงาย  วางมันลงพร้อมกล่าว

 

“  ของขวัญครบรอบ 20 ปีที่จุติ ” 

 

ใบหน้าเทพวาริวปรากฏความแปลกใจก่อนจะแสดงสีหน้าเพิ่งนึกขึ้นได้ 

 

“ จริงสิ  วันนี้ครบรอบ 20 ปีที่เราจุติข้าลืมเตรียมของขวัญให้เจ้าเสียเลย ” 

 

เฟเนลปลอบโยน

 

“ ไม่เป็นไรหรอก  ข้าไม่ได้ต้องการสิ่งใดจากเจ้าเลย ” 

 

ยิ้มน้อย ๆ

 

“  ใส่ให้ข้าดูได้หรือไม่ ” 

 

“  แน่นอน ” 

 

วาริวก้มลงสวมกำไลข้อเท้าที่เท้าขวาตน  ยามขยับกายจะได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งเสนาะหูทำให้ผู้ชมสังเกตเห็นว่าจริง ๆ แล้วเทพเฟเนลก็ใส่กำไลข้อเท้า  เพียงแต่เป็นข้างซ้ายและมีเสียงที่แผ่วเบากว่าเท่านั้นเอง

 

เทพเฟเนลปรากฎสีหน้ากังวลขึ้น

 

“ มันจะน่ารำคาญไหมหากเจ้าเดินไปแล้วมีเสียงตลอดเวลาให้ข้าหาสิ่งอื่นให้ดีหรือไม่ ? ” 

 

วาริวส่ายหน้าปฏิเสธแทบจะทันที  ตอบเสียงหนักแน่น

 

“ ไม่ข้าไม่มีวันที่จะรำคาญมัน ”  เมื่อนึกบางอย่างได้  เนตรสีม่วงสวยก็ปรากฏร่องรอยความคิด  ก่อนจะถอดต่างหูซ้ายของตนออกเชื่องช้า  เป็นต่างหูทรงวงรีซ้อนกันสองวง  หนึ่งเป็นวงเล็ก หนึ่งเป็นวงใหญ่  ห้อยด้วยทับทิมสีแดงรูปหยดน้ำ 3 หยด

 

“  ข้าจะใส่ให้เจ้า ”  เทพหนุ่มกล่าวเสียงเรียบแต่แฝงความนุ่มนวลสายหนึ่ง  บรรจงใส่ต่างหูข้างนั้นที่หูซ้ายขาวผ่องของเฟเนล  หยดทับทิมสีแดงสวยดูตัดกับเส้นผมสีเงินสว่างราวดวงจันทร์  ขับให้เสี้ยวหน้าอ่อนโยนดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น

 

พวกเขายกยิ้มให้กัน  ตอนนี้ทั้งสองมีสองสิ่งที่คลับคล้ายกัน  หนึ่งคือกำไลข้อเท้า  อีกหนึ่งคือต่างหูทับทิมที่เปรียบดั่งพวกเขามีครึ่งหนึ่งของกันและกัน  หากขาดใครไปคนที่เหลือก็จะไม่สมบูรณ์  อากัปกิริยาที่ปฏิบัติต่อกันของทั้งสองดูเป็นธรรมชาติจนชวนให้ผู้ชมเคลิบเคลิ้ม

 

พวกเขามีรอยยิ้มละมุนให้แก่กัน   นัยน์ตาต่างสะท้อนคนข้าง ๆ ดำเนินความรู้สึกอย่างเรียบง่ายและเชื่องช้า

 

“  โคตรหวาน” 

 

“  ละมุนเวอร์อ่ะแกร” 

 

“  ฟินสัส ” 

 

 

ภาพเปลี่ยนไปเป็นเทพเฟเนลในชุดสีขาวรัดรูปแตกต่างไปจากทุกที  ดูคล่องแคล่วกระฉับกระเฉง  มีมงกุฎดอกไม้สีขาวในมือ   ข้างหน้าคือลูกครึ่งปีศาจที่มีสีหน้าเศร้าหมอง

 

เป็นอีกครั้งที่เฟเนลต้องปลอบโยนคนตัวใหญ่กว่าเมื่อพวกเขากำลังต้องแยกกัน

 

“  แม้ข้าจะต้องเก็บตัวฝึกรับตำแหน่งเทพแห่งพืชพรรณถึง 200 ปีแต่ยังไงเราก็ต้องได้เจอกันอีก  200 ปีแม้จะดูนานแต่เผิน ๆ บางทีเพียงพริบตาเจ้าก็จะได้เจอข้าแล้ว ”  รอยยิ้มขบขันถูกจุดขึ้น  แต้มด้วยการหยอกเย้า “ บางทีในยามนั้นเจ้าอาจจะเบื่อเจอหน้าข้าแล้วก็ได้ ” 

 

“  ไม่มีทางหรอก ”  ว่าที่จอมปีศาจตอบกลับเสียงเข้ม  ความเงียบดำเนินไปครู่หนึ่งเหมือนเฟเนลไม่ทันตั้งตัวกับคำปฏิเสธที่ชัดเจนเช่นนั้น 

 

เขาคลี่ยิ้มบาง ๆ ดั่งแสงอาทิตย์อันอบอุ่น   เขย่งกายสวมมงกุฏดอกไม้สีขาวให้อีกฝ่าย

 

“  ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะตั้งหน้าตั้งตารอได้เจอเจ้าอีกครั้ง ” 

 

เพ่งตามองอีกฝ่ายเหมือนสำรวจ

 

“  ข้ารู้สึกเหมือนวันที่ได้เจอกันนั้นเพิ่งผ่านมาไม่นานนี้เอง  เด็กที่ตัวพอ ๆ กับข้าในยามนี้สูงยิ่งกว่าข้าเสียแล้ว ” 

 

ถอยหลังเล็กน้อยเหมือนอยากจะมองให้ทั่ว ๆ กลายเป็นพลาดท่า  เกือบสะดุดล้มชวนให้ร่างสูงกว่ารีบผวาตัวรับไว้

 

เฟเนลมีท่าทางงุนงงนิด ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ดันตัวเองออกห่าง

 

“ ขอบใจแถมดูเจ้าจะแข็งแรงกว่าข้าเสียด้วยสิ ” 

 

“  ท่านควรระวังให้มากกว่านี้ ”  ถอยออกห่างอย่างระมัดระวัง  มองใบหน้างามที่หัวเราะน้อย ๆ อย่างชวนมอง

 

“ ข้ารู้เจ้าเปรียบเสมือนน้องชายที่ข้าอยากจะดูแล   สัญญาได้หรือไม่  วันที่ข้าออกจากตำหนักเพื่อสืบทอดตำแหน่งเทพเจ้าจะมารอรับข้า ? ” 

 

เกริ่นคำสัญญาที่นัยน์ตาสีส้มสวยแฝงความขาดหวังและอบอุ่น

 

ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง  พยักหน้ารับแล้วทอดเสียงตอบ

 

ข้าสัญญาว่าจะไปรอรับท่าน ” 

 

เฟเนลยิ้มหวานพร่างพราว

 

“ ขอบคุณ  เมื่อเราพบกันอีกครั้ง  ข้าจะแนะนำสหายของข้าอีกคนให้รู้จัก ” 

 

จอมปีศาจยิ้มบาง ๆ กล่าวด้วยความคาดหวังลึก ๆ ไม่ต่างกัน  และให้มันเปรียบดั่งคำสัญญาของตน

 

“  เราจะพบกันอีก ” 

 

 

(ตอนนี้จะขอเล่าข้าม ๆ นะคะเพราะรู้สึกว่าเรื่องโคตรเอื่อยแล้ว)

 

หลังจากสองเทพวาริวและเฟเนลเข้าสู่ตำหนักเทพเพื่อฝึกฝน  ทางด้านว่าที่จอมปีศาจแม้การถูกกลั่นแกล้งจะมากขึ้นแต่เจ้าตัวก็ไม่ยี่หระ  ความสุขของเขาในแต่ละวันคือการชื่นชมมงกุฏดอกไม้สีขาวที่เคยได้รับคำตอบว่าเหมาะกับตัวเขาที่สุด   มองมันและคิดถึงผู้ที่ทำให้   เฝ้ารอใจจดใจจ่อที่จะได้พบเจอกันอีกครั้งหากแต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อมีวันหนึ่ง  เขาได้ถูกเหล่าเทพที่มีอิทธิฤทธิ์สูงกลั่นแกล้งจนบาดเจ็บสาหัสและร่วงไปในมิติที่เชื่อมกับภพปีศาจ  

 

เขาในยามนั้นไม่ยอมตายทั้งที่สัญญาว่าจะพบกับเฟเนลอีก  ทำทุกวิถีทางเพื่อให้แข็งแกร่งขึ้น  กระทั่งสีผมและสีตายังเปลี่ยนไปตามฉบับของชนเผ่าปีศาจ  ไม่มีลักษณะเชื้อสายเทพปรากฏอีกต่อไป  ความอ่อนโยนที่หลงเหลือถูกกลบด้วยภาพลักษณ์เย็นชา  เหี้ยมโหดแม้แต่กับเหล่าบริวารของตนเพื่อให้สมเป็นจอมปีศาจแห่งโลกปีศาจ

 

เขาเหยียบย่ำปีศาจมากมายขึ้นสู่บัลลังค์เป็นจอมปีศาจ  หากแต่กระนั้นความต้องการเดียวที่เฝ้าปรารถนาคือการพบคนที่เฝ้ารอตลอดมา  

 

ไม่ต้องการผิดสัญญาที่จะได้พบกันอีกครั้ง

 

เพราะผิดสัญญาที่จะไปรอรับในวันที่เฟเนลออกจากตำหนักเทพแล้ว

 

โดยไม่รู้เลยว่ามหาเทพได้ลบเลือนความทรงจำของเทพทุกองค์ที่เกี่ยวกับจอมปีศาจไป

 

 

เวลาผ่านไปอีกเป็นร้อย ๆ ปีหลังเฟเนลและวาริวได้รับสืบทอดตำแหน่งเทพแห่งพืชพรรณและเทพแห่งสายน้ำเต็มตัว  พวกเขาปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี  จนกระทั่งจอมปีศาจรับรู้ว่าทุกจิตวิญญาณบนสวรรค์ลืมเลือนตนแล้วจึงได้ส่งพลังมากระตุ้นให้เฟเนลจำเขาได้อีกครั้ง 

 

เพียงเฟเนลคนเดียวเท่านั้นที่เขาต้องการให้จำได้

 

ยามราตรี ณ ห้วงสวรรค์  มีร่างคนสองคนอิงแอบหลับใหลอยู่  หนึ่งคือชายหนุ่มผมสีรัตติกาลระต้นคอซึ่งมีเจ้าของเรือนผมสีเงินสว่างกำลังนอนหนุนแขนอยู่

 

หากแต่ใบหน้าที่กำลังอยู่ในห้วงนิทราของเทพแห่งพืชพรรณก็เริ่มดูเหมือนกำลังจะตื่น  หากแต่เมื่อเปลือกตาบางเปิดออก  นัยน์ตาสีส้มกลับดูเลื่อนลอยอย่างน่าแปลกประหลาด

 

ร่างในอาภรณ์ขาวหยัดกายลุกขึ้นเชื่องช้า  ม่านหมอกสีเทาลอยปกคลุมจนมองไม่เห็นพื้น   ปลายเท้าขาวเปลือยเปล่าก้าวลงจากเตียง  เดินออกสู่ตำหนักตน 

 

พลันเสียงกระซิบทุ้มต่ำเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

 

 

“  นึกให้ออกเฟเนล ” 

 

“  ท่านสัญญาสิ่งใดไว้ท่านสัญญากับใครไว้” 

 

“  ว่าจะรอพบเขา ” 

 

“  ท่านลืมเลือนคนที่ท่านคิดว่าเป็นน้องชายแล้วหรือ ?...” 

 

“  ลืมเลือนแม้กระทั่งบอกว่าเวลาไม่กี่ร้อยปีมักผ่านไปอย่างรวดเร็ว” 

 

“ ลืมข้าที่ท่านทำมงกุฏดอกไม้ช่อน้อยให้แล้ว ? ” 

 

 

“  ใครใครกัน ? ”  เฟเนลขยับริมฝีปากถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

 

นัยน์ตาไร้สติอย่างสิ้นเชิง

 

กลุ่มหมอกควันที่พื้นก่อตัวเป็นรูปร่างหนึ่งยื่นมือมาหา  กล่าวย้ำซ้ำ ๆ พร่ำเรียกร่างขาวสุกสว่างท่ามกลางแสงจันทร์เสียงหวาน

 

“  เฟเนลเฟเนลอย่าลืมข้าอย่าเลือนตัวตนข้าเฟเนล” 

 

“  ….ใคร?...ลืมสิ่งใด ? ” 

 

“  จับมือข้าเฟเนลข้าอยากพบท่านอยากพบเหลือเกิน ” 

 

ร่างหมอกควันคร่ำครวญด้วยท่าทางทรมาณ  เฟเนลที่ไร้สติเริ่มขยับมือตนไปใกล้  หากแต่ยังไม่ทันที่จะได้แตะต้อง  ร่างของวาริวที่หลับใหลอยู่ในตำหนักพลันลืมนัยน์ตาแข็งกร้าวขึ้น  หายตัววูบเดียวโอบรัดร่างเฟเนลให้ถดถอยมา  

 

ตวาดเสียงกร้าวดั่งเสียงอสุนีบาตฟาด

 

“ ไสหัวไป !!! ” 

 

ความดุดันในน้ำเสียงแทบทำให้ผู้ชมสะดุ้ง  รับรู้ถึงพลังอำนาจอันไร้ที่มาและความกดดันอันมากล้นจากเทพแห่งสายน้ำผู้ดูเยือกเย็นสุขุม

 

กลุ่มหมอกควันสลายหายไปในอากาศทันที   วาริวค่อย ๆ ประคองเฟเนลที่หลับไปอีกครั้งในอ้อมแขนของเขาด้วยสีหน้าห่วงใยอย่างเห็นได้ชัด  

 

ประกายตาคมกล้าในดวงตาสีม่วงอัญมณีกวาดมองรอบ ๆ เหมือนจะหาสิ่งผิดปกติก่อนจะช้อนร่างในอ้อมแขนขึ้นอุ้ม  ปล่อยให้พิงอกเขาหลับ  นำร่างสูงโปร่งกลับเข้าสู่ตำหนักและวางลงบนเตียงอย่างนุ่มนวลอีกครั้ง

 

เทพแห่งสายน้ำพึมพำบางสิ่งแผ่วเบา  ลำแสงสีทองกระจายตัวจากเขาล้อมทั่วทั้งตำหนักเหมือนจะปกปักษ์ไม่ให้สิ่งใดมากร้ำกรายเจ้าของตำหนักนี้ได้

 

วาริวก้มลงมองคนที่กำลังหลับ  จัดท่าทางยามนอนให้แล้วสอดกายเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกัน  เฝ้ามองใบหน้าเฟเนลเป็นเวลานานก่อนจะหลับตาลง

 

 

ทำให้ผู้ชมหลายคนรู้สึกจินตนาการไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าจะมีใครที่เทพวาริวให้ความสำคัญมากเสียกว่าเทพเฟเนลผู้นี้

 

ภาพฉายแสดงให้เห็นว่าเริ่มมีบ่อยครั้งที่เทพเฟเนลถูกเสียงปริศนาพร่ำกระซิบหากแต่ทุกครั้งเทพวาริวจะตามาขับไล่และปกป้องได้ทัน  ยิ่งนานวันเทพวาริวยิ่งไม่ห่างกายเทพเฟเนลแม้สักน้อยแม้เทพเฟเนลจะไม่รู้ตัวเลยก็ตามว่าเกิดสิ่งใดกับตน

 

จอมปีศาจเกลียดชังเทพวาริวเป็นอย่างมากที่ขัดขวางเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า  จึงส่งปีศาจสาวตนหนึ่งไปเข้าสิงหญิงงามชาวมนุษย์และทำทุกวิถีทางเพื่อหลอกล่อให้เทพแห่งวาริวหลงรัก   ด้วยสารพัดยาที่วางไม่ว่าจะทำให้คำนึงเพียงแต่นาง  คิดถึงเพียงแต่นางทำให้ไม่นานเทพวาริวก็หลงรัก แดฟโฟเดล เป็นอย่างมาก

 

เนื้อเรื่องดำเนินไป  แดฟโฟเดลได้ขอขึ้นมายังสรวงสวรรค์ซึ่งวาริวก็นำนางขึ้นมาโดยชั่วขณะนั้นแดฟโฟเดลเปิดเผยตนต่อหน้าเฟเนลที่อยู่กันเพียง 2 คนเพื่อใช้พลังพาตัวเฟเนลไปมอบให้แด่จอมปีศาจ  ทว่าเฟเนลนั้นขัดขืนทำให้เกิดการต่อสู้ขึ้น 

 

เหล่าเทพองค์อื่นก็มาช่วยเหลือเทพเฟเนลเพราะแดฟโฟเดลมีพลังมาก  และด้วยความจงใจ   แดฟโฟเดลปล่อยให้เหล่าเทพสังหารตนเพราะเช่นไรความจริงแล้วนางก็เป็นปีศาจที่สิงในร่างมนุษย์  เมื่อเคลื่อนย้ายจิตวิญญาณตนออกไปแล้วก็เหลือเพียงหญิงสาวชาวมนุษย์  คนรักของเทพวาริวผู้ตกตายภายใต้คมอาวุธของเหล่าเทพสวรรค์

 

ด้วยความเศร้าโศกเสียใจของวาริวและตกอยู่ภายใต้มนตร์เสน่ห์ของปีศาจ  เทพแห่งสายน้ำกลายเป็นบ้าคลั่ง  บันดาลให้สายน้ำพรากชีวิตมนุษย์ผู้ที่เหล่าเทพโปรดปรานไปเป็นจำนวนมาก  ไม่ฟังแม้แต่คำอธิบายของเฟเนลผู้เป็นสหายรักจนสุดท้ายเฟเนลก็อาสาเป็นผู้ที่จะหยุดวาริวซึ่งทำร้ายเหล่ามนุษย์และเหล่าเทวาอย่างไร้สติ

 

“  หยุดเถิดวาริว ! เจ้ากำลังทำร้ายทุกคนที่เจ้ารู้จักและเหล่ามนุษย์ที่เจ้าเองก็รักไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ” 

 

“ ตายซะ ! ตายซะ ! พวกเจ้าตายไปให้หมดเสีย ! ” 

 

“  วาริวหยุดทำเช่นนี้เถิดนะ จำข้าเฟเนลผู้จุติพร้อมเจ้าไม่ได้แล้วหรือไร ? ” 

 

“  หุบปาก ! ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมด ! ” 

 

ขณะที่ฝ่ายหนึ่งตาแดงฉาน  ปรารถนาจะเข่นฆ่าทุกดาบที่ฟาดฟัน  อีกฝ่ายหนึ่งกลับอ้อนวอนแทบทั้งน้ำตาแม้จะบาดเจ็บแสนสาหัสก็ตามที

 

หยาดเลือดซ่านกระเซ็น  ผู้ชมได้แต่น้ำตาคลอด้วยความเจ็บปวดหัวใจแทนเทพเฟเนลซึ่งทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผลและโลหิต  หากแต่ก็ยังไม่ยอมแพ้หวังที่จะเรียกสติสหายรักกลับมา

 

จนกระทั่งเทพสาวซึ่งเป็นผู้โอบอุ้มเทพวาริวและเทพเฟเนลเมื่อยามจุติอย่างเซเรเนียร่ำร้องแทบขาดใจบอกให้เฟเนลสังหารเทพวาริวเสียเมื่อไม่อาจยอมรับได้ยามเห็นเทพผู้แสนอ่อนโยนนั้นบาดเจ็บและต้องทรมาณกับทุกการขยับกาย

 

หากแต่เทพเฟเนลทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงนั้นจนกระทั่งเซเรเนียและเจเรมี่ทนไม่ไหว   เทพสาวตะโกนว่า

 

“  หากเจ้าไม่สังหารวาริวเสีย  ข้าจะทูลขอให้มหาเทพทำลายจิตวิญญาณของวาริว !  ไม่ต้องให้เขานั้นได้จุติในภพสวรรค์อีกตลอดกาล ! ” 

 

เทพเฟเนลสะท้านเฮือก  ดาบเล่มเพรียวบางสีฟ้าอ่อนดั่งดาบน้ำแข็งขยายจนยาวได้เกือบหนึ่งเมตรทันที

 

เทพเฟเนลถอยห่างออกมา  หยาดน้ำตาหลั่งริน  รับรู้ว่าความสามารถในการต่อสู้ของตนไม่มีทางสู้สหายรักได้จึงตัดสินใจ พุ่งกายเข้าไปหา

 

เทพวาริวตั้งลำดาบ   ปัดดาบเล่มเพรียวที่พุ่งมาหาออกไปให้พ้นกาย   แล้วแทงดาบเข้าที่ร่างของเทพแห่งพืชพรรณจนทะลุไปอย่างโหดร้าย

 

ฉึก !

 

หยาดเลือดแดงฉานซ่านกระเซ็น  เหล่าเทพที่อยู่ห่าง ๆ มีใบหน้าซีดเผือดและตกตะลึง

 

ผู้ชมหวีดร้องเมื่อพบฉากนั้น  แต่ก่อนที่เทพวาริวจะได้กระชากดาบออก  ร่างโปร่งบางกว่าก็พุ่งเข้าไปมากกว่าเดิม  กระอักเลือดออกมาเพราะคมดาบที่แทงลึกแต่สีหน้ากลับไม่ยี่หระ   เบียดกายชิดอีกฝ่ายจนคางของเขาสามารถเกยไหล่หนาได้ 

 

ไม่มีใครเข้าใจในการกระทำของเทพเฟเนลเลย

 

สิ่งเดียวที่คิดได้คือเทพเฟเนลยอมตายด้วยมืออีกฝ่ายดีกว่าฆ่าเทพวาริว

 

แต่ไม่ใช่

 

เฟเนลใช้มือซ้ายกอดคอร่างที่แนบชิดอยู่ด้วยแน่น  ไม่ยอมให้ผละจาก  เผยรอยยิ้มเศร้าสลดขมขื่น

 

“ ข้าช่างน่าชังนักที่ผิดสัญญากับเจ้า อึก ”   กลืนก้อนเลือดในลำคอไป  เถาวัลย์หนาพุ่งจากดินรัดร่างพวกเขาไว้ด้วยกัน   เทพวาริวบ้าคลั่งพยายามที่จะกระชากดาบออกมาซึ่งนั้นสร้างความเจ็บปวดให้กับเฟเนลอย่างแสนสาหัสกับคมดาบที่คว้านเนื้อของตนเองซ้ำไปซ้ำมา

 

“ ข้าผิดสัญญาขอโทษ ”  ไม่มีใครเข้าใจว่าเทพเฟเนลหมายถึงเรื่องอะไรจนกระทั่งมือขวาของเทพหนุ่มวาดโค้งอ้อมไปด้านหลังสหายรัก  มือพลิกจับในท่าแทงเข้าหาตัวและก่อนที่ผู้ใดจะได้ปรามห้าม  ดาบสีฟ้าน้ำแข็งเล่มงามก็ได้ดื่มเลือดเทพวาริวและผู้เป็นเจ้าของมัน

 

เฟเนลลลลล !!! ” 

 

เซเรเนียและเจเรมี่กรีดร้อง  หยาดน้ำตาหลั่งรินเต็มหน้าเมื่อเห็นภาพนั้น  เหล่าทหารเทพก็ทำอาวุธของตนหลุดมือเพราะความตกตะลึงไม่ต่างกันเมื่อเทพแห่งพืชพรรณแทงดาบนั้นเข้าที่หัวใจเทพแห่งสายน้ำจากด้านหลังจนมันทะลุมาแทงโดนตนเอง

 

เฟเนลกัดฟัน  ไอเลือดในลำคอออกมา  มือที่จับด้ามดาบตนสั่นระริกแต่กระนั้นยังพยายามที่จะดันมันจนสุดด้ามดาบและคมดาบของตัวเองก็ทะลุมาจนถึงหลังตนเช่นกัน

 

เทพวาริวนิ่งค้างในทันที  นัยน์ตาสีแดงฉานตกตะลึงกับคมดาบที่ทะลุมาจากด้านหลังและแทงเข้าที่ท้องของอีกฝ่าย

 

เทพย่อมมีความสามารถในการรักษาตน  แต่สำหรับบาดแผลฉกรรจ์จำนวนมากที่เทพเฟเนลได้รับนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะเยียวยาอีกต่อไป

 

เทพไม่เหมือนมนุษย์  ไม่สามารถตายได้ด้วยการแทงเข้าที่หัวใจ  มันเป็นจุดสำคัญที่ถึงตายก็จริง  แต่นั่นคือตราบเท่าที่ไม่ได้อยู่บนภพสวรรค์  หากอยู่บนภพสวรรค์  ไอทิพย์จะเยียวยาให้ประคองชีวิตต่อได้

 

“ ขอฮึกโทษ ” 

 

เฟเนลสำลักเลือด  หยาดน้ำตาไหลออกมาจากดวงเนตรสีส้มคู่งามช้า ๆ

 

นัยน์ตาสีแดงฉานและพร่าเลือนของเทพวาริวค่อย ๆ กลับเป็นปกติ   สะท้อนภาพต่างหูทับทิมรูปหยดน้ำซึ่งตนเคยเป็นผู้ใส่ให้กับมือ  ภาพอดีตย้อนกลับมาว่าตลอดหลายวันมานี้คนที่เขาต่อสู้และทำร้ายด้วยมือของตนเองนั้นคือใคร  ริมฝีปากหยักซีดเซียวสั่นระริก  กล่าวสิ่งใดไม่ออกแม้แต่คำเดียว

 

เฟเนลที่น้ำตาเต็มหน้า  มันไหลทะลักออกมาจนล้างคราบเลือดบนใบหน้าไปหมด  เปลือกตาขาวซีดเปิดเพียงน้อยนิดเพื่อกล่าวคำพูดสุดท้าย

 

“ ขอโทษที่ทำร้ายเจ้า ” 

 

เถาวัลย์หนาค่อย ๆ สลายไปตามด้วยดาบเล่มงามของคนที่ทำร้ายตัวเองด้วย  มือเรียวบางตกห้อยข้างลำตัว  เอนกายไปด้านหลังหากแต่ก็ถูกมือหนึ่งของวาริวจับไว้จับมือขาวซีดที่ขยับไปตามกายที่กำลังล้มลง

 

….มือที่ไม่ได้จับด้ามดาบซึ่งแทงเข้าร่างเฟเนล

 

“ ททั้งที่ที่สัญญาว่าจะไม่มีวันทำร้ายเจ้า ”  เสียงเทพหนุ่มแหบพร่าและแผ่วเบาลงเรื่อย ๆ

 

วาริวหมดเรี่ยวแรงที่จะจับมือนั้นไว้    มือขาวค่อย ๆ หลุดออกจากมือของเขาแล้วลมตัวลงนอนบนพื้นหญ้าสีเขียวอย่างสงบ 

 

ร่างขาวปิดเปลือกตา  ทรวงอกที่สะท้อนขึ้นลงแผ่วลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดการเคลื่อนไหว  ร่างที่เคยอยู่ในอาภรณ์ขาวสะอาดตาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยแผลเหวอะและคราบโลหิต

 

วาริวยังนั่งตัวแข็งค้างเหมือนจิตวิญญาณหลุดลอยออกจากร่างก่อนเขาจะได้สติเมื่อได้ยินเสียงนุ่มนวลสายหนึ่งเอ่ย

 

เสียงนั้นดังก้องไปทั่วทั้งภพสวรรค์

 

“ วันนี้ข้าเฟเนลได้ผิดคำสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะไม่มีวันทำร้ายเทพแห่งสายน้ำวาริว   ด้วยโทษทัณฑ์ของการสังหารเขาขอให้การจุติหน้าข้าได้ตายด้วยมือของอดีตแห่งสายน้ำวาริว ” 

 

“ ไม่เฟเนล  เฟเนล ” 

 

วาริวกระโจนกอดร่างที่นอนอยู่ไว้   มองมือของตนที่แปดเปื้อนไปด้วยเลือดของสหายรักด้วยสายตาเลื่อนลอย  เทพผู้ดูเยือกเย็นและสุขุมพลันมีสายน้ำหลั่งรินออกจากดวงตา  ทะลักออกมาด้วยความเจ็บปวดยิ่งนัก

 

อกปวดแปลบ  มิใช่เพียงจากบาดแผลแต่จากความรู้สึก

 

ปวดหนึบ   จนหายใจไม่ไหว

 

เมื่อฟื้นสติมาแล้วพบว่าใครบางคนกำลังจะจากไป

 

“ ไม่ ! อย่าทิ้งข้านะ  อย่านะเฟเนลเฟเนลตื่นขึ้นมาเถิด  อย่าล้อเล่นเช่นนี้  เจ้าจะตายได้ยังไงกัน ในเมื่อเราสัญญาว่าถ้าจะตายก็จะตายพร้อมกัน ? ”  เทพวาริวพูดเสียงนุ่มนวลและอ้อนวอนราวจะบอกว่านี่เป็นเพียงการล้อเล่น   เขาไม่ได้ทำร้ายเฟเนลและเฟเนลไม่ได้ทำร้ายเขา

 

“ เฟเนลที่รักของข้าเจ้าบอกว่าเจ้ามีข้าเป็นทั้งน้องชาย  เป็นเป็นครอบครัว” 

 

เพื่อน  อาจารย์  ลูกศิษย์เจ้าบอกว่าขอเพียงมีข้าก็ไม่ต้องการใครแล้วก็ไม่ใช่หรือ ฮึก...” 

 

  ทำไมตอนนี้เจ้ามาทิ้งข้าไปกัน ?  ”

 

ยิ่งเห็นช่วงขาของเทพที่เสมือนนอนหลับใหลอยู่นั้นเริ่มสลายไปกลายเป็นละอองแสง   เทพวาริวยิ่งกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง   เสียงนั้นเสียดแทงเข้าไปในจิตใจคนฟัง   จิตใจที่เจ็บปวดของการทำร้ายคนสำคัญด้วยมือตัวเอง

 

“ ข้ายังไม่ตาย ! ได้ยินหรือไม่ !? ถ้าเจ้าจะฆ่าข้าก็ต้องลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้ ! ถ้าเจ้าไม่ลุกขึ้นมาแล้วการจุติหน้าข้าจะได้ฆ่าเจ้าอย่างไร  ฟื้นขึ้นมาเดี๋ยวนี้เฟเนลลลลล !!! ” 

 

เทพแห่งสายน้ำปล่อยตัวร้องไห้ออกมาราวจะให้ทุกคนรับรู้ถึงความเศร้าโศกเสียใจของเขา   ยิ่งเห็นร่างกายของเฟเนลสลายขึ้นมาถึงเอวแล้ว  เสียงร่ำไห้นั้นยิ่งเด่นชัด

 

เจ้าจะทิ้งข้าไปเช่นนี้หรือ ?!

 

กับตัวข้าที่โง่เง่าหลงลืมเจ้า

 

กับตัวข้าที่ทำร้ายเจ้า

 

แต่เจ้ากลับโทษว่าเป็นความผิดตัวเอง

 

คำสัญญาที่เจ้าบอกว่าเจ้าทำผิดกับข้า  เหตุใดไม่โทษว่าเป็นเพราะข้าทำร้ายตัวเจ้าก่อน ?

 

เหตุใดถึงมองข้ามความผิดมหันต์ของข้าที่ทำร้ายเจ้ากัน ?

 

เจ้าไม่คิดจะลงโทษข้าหน่อยหรือ ?

 

ไม่รู้หรืออย่างไรว่าข้าอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเจ้า

 

  ข้ามีชีวิตอยู่ไม่ได้จริง ๆ นะ  ”

 

  อยู่ไม่ได้จริง ๆ

 

  ไม่อยากมีชีวิตอยู่จริง ๆ  

 

  …ถ้าไม่มีเจ้า  

 

พลันก็เกิดประกายตาวูบหนึ่งในดวงเนตรสีม่วงอัญมณี

 

ริมฝีปากแห้งผากอันสั่นระริกนั้นเอื้อนเอ่ยคำสาบานที่เหล่าเทพเทวาได้ยินชัด

 

“ เมื่อในการจุติหน้าเทพเฟเนลปรารถนาให้ข้าเป็นผู้สังหารเขา  ขอให้จงเป็นไปตามนั้นทว่าขอให้จิตวิญญาณของข้าที่จะไปจุติใหม่  ได้รับความปวดร้าวใจแสนสาหัสยิ่งกว่าตายทั้งเป็นให้เจ็บปวดมากกว่าเทพเฟเนลเป็นร้อยล้านเท่าเมื่อเทียบกับความรู้สึกของเขายามสังหารข้าแล้วในการจุตินี้ ” 

 

หยาดน้ำตาหยดเผาะลงบนผิวแก้วขาวซีด  วาริวก้มลงมองเทพผู้จุติพร้อมเขาและเป็นผู้เดียวที่สำคัญมานับร้อย ๆ ปีด้วยสายตาผูกพันลึกซึ้งและแสดงความรักอย่างเห็นได้ชัด

 

“ มีเจ้ามีข้า” 

 

“ ไม่มีเจ้าไม่มีข้า” 

 

เทพหนุ่มก้มลงจุมพิตหน้าผากขาวแผ่วเบา  เหวี่ยงมือขวาเรียกอาวุธของตนที่ถูกโยนทิ้งไปในตอนแรกให้ลอยเข้าสู่มือ

 

จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครได้เข้าใกล้เทพทั้งสองเลยแม้แต่น้อยเพราะเห็นชัดถึงการตัดสินใจของเทพแห่งสายน้ำวาริว   ภาพในอดีตตั้งแต่ที่อยู่ด้วยกันผุดวาบขึ้นมาเป็นความทรงจำอันแสนล้ำค่ามากมาย  ภาพรอยยิ้มของเฟเนลที่เปี่ยมด้วยความสุขถูกแทนที่ด้วยภาพที่เปรอะเปื้อนด้วยหยาดน้ำตา  

 

เทพวาริวจับมือขาวที่ไม่เคลื่อนไหวนั้นมาจูบเบา ๆ พลิกจับให้มือเทพเฟเนลกุมดาบของเขาไว้แล้ววาดปาดคอตนเองเกิดเป็นภาพแดงฉานวูบหนึ่ง

 

ร่างเทพหนุ่มเอนกายล้มตัวนอนเคียงข้างร่างสหายสนิท  นัยน์ตาสีม่วงที่ยังมีการก่อตัวของหยาดน้ำตาเฝ้าจับมองเพียงเสี้ยวหน้าคนสำคัญ

 

ริมฝีปากกระอักไอเลือดไม่หยุดหย่อน   คว้าจับมือที่กำลังสลายหายไปแล้วหลับตา   รับรู้ถึงความทรมาณที่ความตายกำลังกร้ำกรายมาหา

 

ให้ข้าได้ชดใช้ให้เจ้า  เฟเนล…’

 

 

เฟเนล

 

เฟเนล

 

เฟ

 

 

พร่ำเรียกชื่อผู้เคียงข้างตนมาเป็นร้อย ๆ ปีตราบจนทุกสิ่งทุกอย่างมืดมัวลง

 

ย้ำเตือนตัวเอง

 

ให้เตรียมรอรับความทุกข์ทรมาณนั้นให้ดี

 

หรือขัดขวางคำสาบานนั้นเพื่อไม่ให้ทำร้ายคนสำคัญของตนอีกเป็นครั้งที่สอง

 

และจงจดจำเกลียดชังผู้ที่ทำให้เขาต้องเผชิญกับการสูญเสียในครั้งนี้จวบจนได้ล้างแค้นในการจุติหน้า !!!

 

แล้วร่างของสองเทพก็สลายหายไป  กลายเป็นละอองแสงสีทองปลิวกระจายไปทั่วภพสวรรค์ปิดฉากชีวิตของสองเทพผู้เลือกจบชีวิตตนเพื่อเจอะเจอกันใหม่อีกครั้ง

 

  

30%

 

ขณะที่การฉายหนังสั้นนี้ทำคนบ่อน้ำตาแตก  น้ำท่วมที่นั่งกันไปเป็นทิวแถวแล้ว  คนกลุ่มหนึ่งกำลังสอดส่องหาอะไรมาดามใจหลังดูหนังเสร็จและบังเอิญมาเจอะเจอกับคู่จิ้น ‘dessert & alcohol’ บราวน์รัมและกำลังตาม ๆ มอง ๆ คนทั้งคู่อยู่

 

“ แก ” 

 

“  ว่า ? ” 

 

“  ทำไมมันดูธรรมดาจังเลย  ไม่เห็นมีออร่าความมุ้งมิ้งเหมือนคู่อื่นเลยอ่ะ ” 

 

สี่สาวผู้เคยสร้างลำแสงทะลวงจิตใจชายวัยกลางคนทั้งห้ากำลังใช้กลุ่มคนหนากำบังตัวไม่ให้ถูกพบเห็น  เพราะรอบการแสดงที่เธอจะดูหนังสั้นคือรอบต่อไปและด้วยความตาไวของเพื่อนสาวทำให้เห็นทั้งสองได้ทันหลังจากมาเดินเล่น

 

ภาพที่พวกเธอเห็นคือคนสองคนที่ถือถุงกระดาษใบใหญ่ที่ภายในเป็นขวดแก้วใส่สมุนไพรอยู่มากมาย  พวกเขาเดินข้างกัน  มีพูดคุยกันเหมือนเพื่อน ๆ ทั่ว ๆ ไปทำเอาพวกเธอขัดใจนักแลที่คู่นี้ไม่มีความฟินให้ได้ชม

 

“  หรือว่าจะเป็นคู่เพื่อนกันเฉย ๆ” 

 

“  ถ้าอย่างนั้นคงน่าเสียดายแย่เลย  ” 

 

“  มันเป็นเรื่องปกตินั่นล่ะ  บางคู่มันก็แค่การจิ้นของเราอ---กรี๊ด ! ” 

 

คนพูดเก็บเสียงกรี๊ดแทบไม่ทันเมื่อสายตาเห็นว่าคนที่ตัวเล็กกว่านั้นถูกชนจนเซ  กลับถูกคนข้าง ๆ ดึงมาโอบเอวไว้ประชิดตัวอย่างกับภาพในฝันซึ่งตอนนี้เป็นจริง

 

บราวน์โอบรัมด้วยแขนขวา  แล้วแตะไว้หลวม ๆ ดึงรัมมาชิด ก้มหน้าไปใกล้เหมือนคุยกัน  แล้วบราวน์ก็คอยดึงรัมหลบคนที่เดินสวนไปมาและระวังไม่ให้รัมล้ม  ถึงตอนนี้พวกเธอเริ่มจับบรรยากาศอันอ่อนโยนของคนสองคนที่มีให้กันทั้งที่เมื่อกี้ตอนเดินผ่านเด็กหกล้มร้องไห้กลับปรายตามองด้วยสายตาเย็นชา  แต่ตอนนี้คนดูเย็นชาสองคนกำลังยิ้มให้กัน  แก้มแต้มสีชมพูอ่อน ๆ น่ามอง

 

“  อย่างนี้มันไม่แน่แล้วล่ะเธอ ” 

 

พวกเธอหัวเราะคิกคัก  เริ่มตามติดต่อโดยหารู้ไม่ว่าไม่ห่างไกลก็มีชายวัยกลางคนห้าคนมองภาพผู้ชายสองคนเดินโอบเอวกันด้วยสีหน้านิ่งเฉย

 

องค์เซฟีรัส  คริสโตเฟอร์  มาทีรัส  และเบรูสมองพ่อของหนึ่งในสองคนนั้นด้วยแววตาสงสัยที่เพื่อนของพวกเขาไม่ออกอาการตกใจอะไรเลย  และเหมือนเซอร์ไลจะรู้ตัวจึงหันมามองด้วยสายตาเรียบเฉย

 

“ มันยังไม่แน่  อีกอย่างข้าคงเริ่มจะชินกับเรื่องแบบนี้แล้ว  ” 

 

คนที่เหลือพยักหน้ารับน้อย ๆ เริ่มการติดตามคนทั้งคู่ต่อพร้อมดักฟังบทสนทนาไปด้วย

 

“ ขาดอะไรอีกหรือเปล่ารัม ? ” 

 

เสียงลูกชายของเซอร์ไลถามคนข้าง ๆ

 

รัมก้มลงควานหาของในถุงกระดาษโดยปล่อยให้มือหนาดึงตัวเขาหลบคนไปเรื่อย ๆ

 

“ ขาดอีกสักสองสามอย่างน่ะ  จะไปไหนต่อหรือเปล่า ? ” 

 

“  มีร้านขายสมุนไพรอีกสองสามร้านในงานน่ะ  จะไปดูไหม ? ” 

 

ก้มหน้าถาม

 

รัมจึงพยักหน้ารับ

 

และตลอดการสนทนาก็เป็นเกี่ยวกับแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องยารักษาและยาพิษทั้งสิ้น  โดยบราวน์จะถามถึงยาพิษบ่อยครั้ง  รัมก็จะอธิบายเพราะเขาชำนาญในด้านนี้มากกว่า  และเมื่อบราวน์บอกว่าพอจะมีตัวยาแก้อาการชนิดได้  รัมก็จะลองถามว่าทำจากอะไรบ้างเพื่อเอาไปศึกษาและทำพิษให้ร้ายแรงกว่าเดิม

 

“ หรือว่าคู่ลูกเจ้าไม่มีอะไรอย่างที่เราคิดกันเซอร์ไล ? ” 

 

องค์เซฟีรัสลูบคางตัวเองนิด ๆ เพราะบทสนทนาไม่มีหวานแหวว  หยอกเย้า  คุยด้วยเรื่องวิชาแพทย์ล้วน ๆ อีกอย่างบราวน์ก็ไม่ได้โอบเอว  แค่ดึงตัวรัมไม่ให้ล้มและเหมือนจะป้องกันไม่ให้คลาดกันตอนเดินด้วยเท่านั้น

 

“ ข้าว่ารอดูไปเรื่อย ๆ ก่อนน่าจะดีกว่านะ  เพราะการที่บราวน์ทำดีกับคนอื่นที่ไม่ใช่พวกไดซ์ข้าว่าก็น่าแปลกแล้ว ”  เบรูสออกความคิดเห็น

 

“ ข้าเห็นด้วยนะ  ถ้าตามดูไปเรื่อย ๆ แล้วไม่มีอะไรก็คงเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ” 

 

มาทีรัสบอก

 

“  ดูพวกเจ้าจะปักใจเต็มที่แล้วนะว่าลูกชายข้าต้องชอบคนที่เป็นคู่จิ้นเหมือนที่เด็ก ๆ พวกนั้นพูด ” 

 

“  มันช่วยไม่ได้นี่นา  ในเมื่อ 3 ใน 5 จะ ๆ ตาพวกข้าไปแล้ว ” 

 

“ ชู่  เหมือนจะมีคนรู้จักเข้ามาทักนะ ” 

 

พวกเขาทั้งห้ามองไปทิศทางเดียวเมื่อบราวน์และรัมที่กำลังคุยกันมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาขวางไว้

 

 

รัมที่กำลังคุยกับบราวน์เพลิน ๆ เลิกคิ้วสูงเมื่อมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งขวางพวกเขาไว้พร้อมส่งรอยยิ้มกว้างมาให้

 

รัมใช้เวลาไม่นานก็นึกหน้าอีกฝ่ายออก  เด็กหนุ่มที่เขาเคยให้ยาไปรักษาแม่ที่ป่วยที่บาร์ตอนไปหาสร้อยของวอดก้าในโพซิเด้น

 

“ เธอเด็กที่ฉันเคยช่วยที่โพซิเด้นใช้ไหม ? ” 

 

“ ใช่ครับ ! ”  อีกฝ่ายเป็นเด็กหนุ่มอายุ 16 หน้าตาซื่อ ๆ ที่รัมเห็นทีไรทำร้ายไม่ลงทุกที  ยิ่งเห็นท่าทางเหมือนเด็ก ๆ นั้นแล้ว  เขายิ่งเอ็นดูและปลดโหมดวายร้ายออกสักพัก

 

“ แล้วมาทำอะไรที่นี่ล่ะ ?  ” 

 

บราวน์หันขวับมองรัมที่น้ำเสียงแฝงความอ่อนโยนอยู่นิด ๆ ใบหน้ามีรอยยิ้มบางเบาอยู่ด้วยสายตาไม่พึงพอใจลึก ๆ แต่ก็พยายามระงับอารมณ์ไว้

 

“ พวกเราย้ายมาอยู่กับญาติที่นาโวลล์น่ะครับ  แล้วคุณเรียนที่นี่หรือครับ ? ” 

 

มองชุดเครื่องแบบของที่นี่ด้วยสายตาเปล่งประกาย

 

รัมพยักหน้ารับ  พวกเขาเริ่มก้าวเดินต่อเพราะยืนคุยกลางทางไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก

 

“ ใช่  ฉันเรียนที่นี่  อยู่ปี 1 น่ะ ” 

 

เด็กหนุ่มพึมพำเบา ๆ

 

“ ต้องพยายามเข้าที่นี่ให้ได้ซะแล้ว ” 

 

แววตาของบราวน์ยิ่งลอยกรุ่นไปด้วยความไม่พอใจเมื่อได้ยินดังนั้น

 

“ ผมชื่อ ฟิเลส   เดเชียร์ แล้วคุณล่ะครับ ? ” 

 

“  รัม ” 

 

“  รัม ? ที่เป็นเหล้าน่ะหรือครับ ” 

 

“  ใช่แล้ว ” 

 

“  เท่ดีจังนะครับ ” 

 

“  ชื่อของเธอก็เป็นต้นสมุนไพรนี่ ” 

 

“  รู้ด้วยหรือครับ ? ต้นฟิเลสไม่ค่อยมีใครรู้จักเท่าไหร่  ส่วนใหญ่ไม่มีใครรู้ความหมายชื่อของผมหรอกครับว่ามาจากไหน ” 

 

“  ฉันเป็นหมอนะ ” 

 

“  ผมรู้  แล้วนี่กำลังไปไหนหรือครับ ” 

 

“  ไปร้านสมุนไพรน่ะ  มีพืชที่ต้องการซื้อนิดหน่อย ” 

 

“  ว้าว ! ตอนนี้ลุงผมเปิดร้านสมุนไพรโซนใกล้ๆ นี้  ไปดูหน่อยไหมครับเผื่อมีของที่คุณอยากได้ ” 

 

พอถึงตรงนี้รัมหันมาขอความเห็นบราวน์ทางสายตานิด ๆ

 

บราวน์อยากจะดึงรัมหนีไปจากเด็กนี่นักแต่รู้ว่าทำไม่ได้จึงพูดเสียงราบเรียบว่า

 

“  ตามใจนาย ” 

 

“  งั้นรบกวนทีนะ ”  รัมจึงหันไปบอกกับฟิเลสสั้น ๆ แล้วพวกเขาก็เดินคุยกันไปตลอดทาง  แม้รัมจะตอบสั้น ๆ แต่ดูจะให้ความสำคัญกับคำพูดของอีกคน

 

จนบราวน์แถมข่มกลั้นอารมณ์ไม่ไหว

 

ข้าว่าเรารีบห้ามบราวน์ดีไหม ”  คริสโตเฟอร์มองมือของบราวน์ที่กำหมัดแน่นจนขึ้นข้อขาวด้วยสายตาเกรง ๆ เนื่องเพราะกลัวลูกชายเพื่อนจะกระโจนซัดอีกคนซะก่อน

 

“  ลูกชายข้ามันรู้ตัวดีน่าและถึงจะทำคงไม่ทำต่อหน้ารัมหรอก ” 

 

อีกสี่คนหันมองเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตแวบหนึ่งจากบราวน์และรัมที่หันมามองบราวน์ด้วยสายตางง ๆ แต่เพราะมันมีเพียงแวบเดียวเท่านั้นเมื่อหันมาแล้วบราวน์ตีหน้านิ่งใส่  รัมเลยหันไปคุยกับฟิเลสต่อ

 

ทุกคนคิดในใจ

 

เด็กที่ชื่อฟิเลสนี่จะตายไหมเนี่ย ?

 

 

 

 

 

กลับมาทางด้านละครต่อ  

 

ในหนังกำลังฉายช่วงที่เทพเซเรเนียและเจเรมี่พาเทพที่จุติใหม่ออกจากทรงกลมสีขาวสว่างอีกครั้ง  ในตอนแรกพวกนางยังยิ้มยินดีจนกระทั่งทารกผมดำแผดเสียงร้องจ้าและถูกปลอบโยนโดยทารกเทพผมสีม่วงที่จับมือแน่นไม่ปล่อย  ภาพฉายซ้ำถึงตอนเทพเฟเนลและเทพวาริวจุติซึ่งมีลักษณะคล้ายกันอย่างมาก

 

“ ท่านเซเรเนีย  นี่หรือว่าคือ ” 

 

เจเรมี่ถามเสียงแหบแห้ง  พวกนางยืนชิดติดกันเพื่อให้ทารกทั้งสองเริ่มเล่นให้กันสะดวกมากยิ่งขึ้น

 

เทพเซเรเนียถอนหายใจ

 

“ อาจจะเป็นเช่นนั้นเราคงทำอะไรไม่ได้เพราะมันเป็นชะตากรรมของพวกเขา ” 

 

“  แต่ตอนนั้นเฟเนลไม่ได้ทำสิ่งใดผิดเลยนะเจ้าคะ ” 

 

“  วาริวก็ถูกมนตร์เสน่ห์ของปีศาจเท่านั้น  และเขาก็ปรารถนาที่จะชดใช้ความผิดของตนด้วย ” 

 

“  แต่”  

 

“  ไม่มีแต่เจเรมี่เราเพียงปล่อยพวกเขาไปก็เท่านั้น ”

 

ก้มลงมองทารกตัวขาวทั้งสองที่หัวเราะแอะ ๆ สดใสน่ารัก   เด็กทั้งสองยังจับมือกันแน่นไม่ปล่อยเหมือนเช่นเคย

 

ทารกผมสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำมีนามว่า เซเลส

 

และอีกหนึ่งตนมีนามว่า เทซิล ประกอบด้วยนัยน์ตาสีเพชรและเรือนผมสีม่วงอ่อน

 

หลังเกิดความสูญเสียที่เทพแห่งสายน้ำองค์หนึ่งบ้าคลั่งและสังหารมนุษย์และเหล่าทวยเทพไปเป็นจำนวนมาก  ด้วยความเมตตาขององค์มหาเทพจึงไม่มีการลงโทษไม่ให้เทพองค์นั้นต้องถูกทำลายจิตวิญญาณและทำการตรากฏเข้มงวดห้ามนำผู้ใดก็ตามสู่สรวงสวรรค์   เวลาผ่านไปหลายพันปี  กำเนิดเทพสององค์ขึ้นคือเทพเซเลส  ผู้กลายมาเป็นเทแห่งศาสตรา  ผู้ควบคุมและชำนาญอาวุธนับร้อยนับพัน   สร้างสิ่งคุ้มภัยและปกป้องกายให้เหล่ามนุษย์   อีกหนึ่งคือเทพแห่งแสง  เทซิล  เทพผู้อบอุ่นทำให้โลกมนุษย์ดำรงอยู่ได้ด้วยศาสนาและแสงแดด  พวกเขากำเนิดขึ้นพร้อมกัน   และเป็นสหายสนิทกันอย่างยากที่ผู้ใดจะแยกคนทั้งคู่ออกจากกันได้  และพวกเขายังมีสหายสนิทอีก 2 คนคือเทพแห่งไฟ มาคิส และเทพแห่งผืนดินเฮดิชซึ่งเกิดหลังพวกเขา  

 

มาคิสและเฮดิชกำเนิดในเวลาไล่เลี่ยกัน  ห่างกันเพียง 2 วันทำให้สนิทสนมกันมากไม่แพ้เซเลสและเทซิล

 

ภาพเปลี่ยนไปฉายถึงตำหนักสวยที่ทำจากหินอ่อนสีขาว  สลักลวดลายงดงามจนผู้ชมต้องมองค้างด้วยความชื่นชม   ภายในตำหนักตกแต่งเรียบง่ายและเต็มไปด้วยหนังสือจำนวนมาก  ให้ความรู้สึกว่าเจ้าของตำหนักนี้คงชื่นชอบการอ่านหนังสือ 

 

ภาพขยับสำรวจไปเรื่อย ๆ ก่อนจะจะตัดมาที่ไอน้ำจาง ๆ ที่มองอะไรไม่ค่อยออกนัก เห็นเพียงเงาคนสลัว ๆ สองคนที่เห็นเพียงครึ่งตัว ก่อนจะมีเสียงสนทนาดังลอดมาให้ผู้ชมปาดน้ำตาที่ยังคาอยู่ทิ้งแทบไม่ทัน  ตัวตั้งตรงดิ่งแทบจะทันที

 

“ อืมเบามือหน่อยเซเลส ” 

 

เป็นอย่างไงบ้าง ”  เสียงทุ้มต่ำเสียงที่สองกล่าวหลังเว้นระยะไปสักพัก   ก่อนเสียงแรกจะตอบทอดเสียงอ่อนพึงพอใจ

 

“ อืมอือดีมากเลย ” 

 

นี่นี่ทำอะไรกันอยู่คะ ?!

 

เสียงครางแผ่วเบาในลำคอชวนให้ผู้ฟังคิดลึกไปถึงที่สุดไม่ต้องพูดถึงบทสนทนาต่อจากนี้

 

“ เมื่อคืนข้ารุนแรงกับเจ้ามากเกินไปแต่ข้ายั้งตัวเองไม่อยู่จริงๆ ” 

 

What ?!

 

“  ไม่หรอก ”  เสียงนุ่ม ๆ นั้นปฏิเสธเชื่องช้า  แฝงความเคลิบเคลิ้มบางอย่างอยู่  “ เป็นข้าเองที่บอกให้เจ้าทำให้เต็มที่แต่เจ้าก็แรงเยอะจริง ๆ แถมยังมีแรงมานวดข้าต่อด้วย ” 

 

 

อะไรคือรุนแรง ?!

 

ยั้งตัวไม่อยู่ ?!

 

ทำให้เต็มที่  ?!

 

แรงเยอะจริง ๆ  ?!

 

ภาพพร่าเลือนที่เห็นเป็นเงาคนสองคนแจ่มชัดเมื่อขยับเข้าไปใกล้

 

ผู้ชมอ้าปากค้าง  ปล่อยให้เลือดจากโพรงจมูกที่ทะลักออกมาไหลเข้าปาก

 

Oh  My  God !!!

 

 

ภาพที่เห็นคือเทพเทซิลที่ตัวเปียกไปด้วยหยาดน้ำกำลังนอนหนุนแขนตัวเองที่วางบนขอบอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่   เส้นผมสีม่วงอ่อนแผ่กระจายเต็มผืนน้ำสีขาวจาง ที่โรยด้วยกลีบดอกไม้หลากสีสัน   ใบหน้าเรียวยาวขึ้นสีเลือดฝาดนิด ๆ หมอกจากไอร้อนบอกว่ามันคงเป็นน้ำอุ่น ๆ ที่ชวนให้สบายอย่างถึงที่สุด   ลำคอเรียวหยัดขึ้น  วักน้ำรดลำคอขาว   นิ้วมือเรียวยาวลูบไล้ผิวกายแผ่วเบา  ชวนให้ใจสั่นและดีกับใจเหลือเกิน

 

โฮ้ยยยยยยย ที่สุดแห่งความเซ่ะซี่

 

อยากเป็นลมจริง ๆ

 

 

ประกายตาสีเพชรคู่สวยหลบซ่อนหลังเปลือกตาบางที่ปรือปิดเป็นระยะ ๆ  ริมฝีปากแดงขยับพูดกับใครอีกคนที่มุมกล้องเหมือนจะหลบยังไม่ให้เห็น

“ อ่ะเซเลส  ตรงนั้น ” 

 

เสียงแหบพร่ากระเส่าบอก  ผู้ชมกรีดร้องลั่นหอประชุม

 

 

“ ทำไม๊ ?! ทำไมต้องครางคะ ?! ” 

 

“ หัวใจจะวาย ! ” 

 

“  ดีกับใจเหลือเกิน กรี๊ด ๆๆ !!” 

 

บางคนก็ยกทิชชู่ทั้งมวนมาซับเลือดบนใบหน้าแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว 

 

ภาพฉายแผ่นหลังขาวที่มีกล้ามเนื้อพอตัวและมีเนินกระดูกเหมือนแผ่นหลังนั้นจะสามารถงอกปีกเทวทูตออกมาได้  และตอนนี้แผ่นหลังขาวผ่องนั้นกำลังมีมือใหญ่คู่นั้นสัมผัสอยู่อย่างอ่อนโยน

 

และเมื่อฉายภาพที่เทพศาสตรา  ผู้ชมก็ต้องกรีดร้องอีกรอบกับเทพหนุ่มผู้มีใบหน้าคมคายหล่อเหลาและเรือนร่างกำยำแข็งแรงอย่างคนฝึกอาวุธที่ตอนละครเวทีไม่เห็นอะไรแต่พอมาฉากนี้กูตายค่ะ

 

กล้ามขึ้นเห็นชัด  ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ที่ผู้ชายทุกคนชวนอิจฉา  ไหล่กว้างหนาน่าซบและเนตรสีน้ำเงินเข้มคมกริบดุจดั่งใบมีด  ทุกสิ่งที่รวมตัวกันเป็นเทพเซเลสชวนให้สาว ๆ หลงใหลได้ปลื้มเป็นที่สุด

 

แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือสองร่างบุรุษที่ตัวเปล่าเปลือยในอ่างกำลังอยู่ในระยะที่ประชิดอย่างชวนให้หัวใจสั่นไหว   มือหนาหยาบกร้านของเทพศาสตรานวดไหล่ที่เล็กและบางกว่าแผ่วเบา  ขับให้เทพแห่งแสงที่เสมือนถูกกักไว้ด้วยอ้อมแขนแกร่งดูบอบบางกว่าเดิม

 

“ เฮ่อเจ้านวดเก่งจัง ”  เทพเทซิลร้องครางเบา ๆ เหมือนแมวอีกครั้ง  นอนหนุนแขนตัวเองอย่างสบายอารมณ์

 

“ ก็ข้าทำให้เจ้าต้องปวดเมื่อยเนื้อตัวบ่อย ๆ แล้วจะไม่ช่วยเจ้าคลายกล้ามเนื้อได้อย่างไร ? ” 

 

“ อุ่ก  ตรงนั้นคิก ๆ เซเลส  ข้าจั๊กจี๊นะ ” 

 

เทพเทซิลหัวเราะนิด ๆ  เอี้ยวใบหน้ามองมือหนาที่แตะเอวของเขาอยู่

 

เทพหนุ่มอีกคนเลิกคิ้วด้วยใบหน้าราบเรียบ 

 

“ แต่เจ้าบ่นปวดเอวไม่ใช่หรือ ? ” 

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดด

 

ทำกิจกรรมอะไรกันถึงได้ปวดเอว ?!

 

“ ฮะ ๆ แต่ไม่ได้ปวดอะไรมากขนาดนั้น  เจ้าต่างหาก  ไม่เหนื่อยจริง ๆ หรือเมื่อคืน ? ” 

 

ถามเสียงซื่อแฝงความเป็นห่วง  ก้มหน้าซุกแขน  พริ้มตาหลับ

 

เทพเซเลสขยับยิ้มมุมปาก

 

“  ทำจนถึงเช้าก็ยังไหว” 

 

“  กรี๊ดดดดดดดดดดดด  !!! ” 

 

“  นี่มันอย่างที่ฉันคิดใช่ไหม ?! ” 

 

“ แม่เจ้า !!!  ” 

 

“  ก็เจ้าเป็นเทพศาสตราแข็งแรงกว่าข้า  ช่วยข้าซ้อมดาบเมื่อคืนข้าเหนื่อยมากแต่เจ้ายังเฉย ๆ เท่านั้น ” 

 

เทพเทซิลงึมงำตอบ

 

“  โธ่  แค่ช่วยฝึกดาบให้เหรอเนี่ย ” 

 

“  โน่วววววววว ดับฝันฉันเฉยเลย ” 

 

“  ก็เจ้าบอกว่านอนไม่หลับ  ข้าเห็นว่าเราไม่ได้ซ้อมดาบกันมานานแล้วเลยลองชวนเจ้าก็เท่านั้น ”   เทพหนุ่มบอกเสียงนิ่ง  ยังขะมักขะเม้นกับการนวดตัวสหายต่อ “ เจ้าเองก็คงอยากออกแรงบ้าง  ถึงบอกให้ข้าไม่ต้องยั้งมือตอนต่อสู้   ผลเลยกลายเป็นเจ้าต้องตัวช้ำแบบนี้ ” 

 

………… ” 

 

“ เทซิล ? ” 

 

………… ” 

 

“  หลับไปแล้วหรือเนี่ย ”  ไร้ซึ่งเสียงตอบจากคนนอนหนุนแขนตัวเองที่ขอบอ่าง  เซเลสส่ายหน้าอย่างระอาใจนิด ๆ ขยับมือนวดไหล่และแผ่นหลังบางของสหายต่อ   ก่อนใบหน้าคมคายจะชะงักไปนิด

 

สุดท้ายเทพหนุ่มก็ถอดถอนหายใจยามพึมพำเบา ๆ

 

“  ทำไมเจ้าไม่ระวังตัวเลยนะ” 

 

มือหนาสะบัดไปด้านข้าง อาภรณ์ขาวบางสะอาดตาลอยเข้าสู่มือ

 

เซเลสลุกจากอ่าง (ผู้ชมกรี๊ด) ภาพฉายแผ่นหลังแข็งแรงมีกล้ามเนื้อที่เส้นผมสีเข้มเปียกน้ำกำลังลู่ระต้นคอ (ผู้ชมแอบโห่เบา ๆ)

 

เทพหนุ่มผูกผ้าไว้ที่เอว  พลันสีของผ้าก็เปลี่ยนเป็นผ้าหนาสีน้ำเงินเข้ม  เสื้อคลุมลอยเข้าใส่แขนทั้งสองข้าง   เขากลัดกระดุมให้เรียบร้อย  เรียกผ้าผืนยาวมาพันกายสหายที่ครึ่งล่างแช่อยู่ในอ่างไว้

 

แล้วก้มลงค่อย ๆ ช้อนร่างคนหลับขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน

 

เส้นผมสีม่วงอ่อนยาวสลวยลู่ไปตามแรงโน้มถ่วง   เทพเทซิลไม่มีท่าทางว่าจะตื่นแม้จะถูกอุ้มจนตัวลอยก็ตามที 

 

เซเลสเดินตัวปลิวเหมือนร่างของสหายรักไม่มีน้ำหนัก   ซึ่งคงไม่แปลกเมื่อลองเปรียบเทียบกันแล้วเขาทั้งดูตัวหนากว่า  สูงกว่าและแข็งแรงกว่าเทซิลที่สูงโปร่งมากกว่าเขา 

 

วางร่างบางกว่าตนเองบนเตียงขาวกว่าช้าๆ สะบัดมืออีกครั้งร่างที่เปียกปอนก็กลายเป็นแห้งทันตา

 

เซเลสทรุดนั่งข้ามกายคนที่กำลังหลับ  อาภรณ์ลอยเข้าสู่มือเขา  เขาจึงเริ่มปลุกปล้ำ (?)  แต่งกายให้เทซิลอย่างรวดเร็ว

 

ซึ่งเป็นอีกครั้งที่ผู้ชมต้องเลือดกำเดาไหลยามมองเทพแห่งแสงที่หลับพิงอกเทพศาสตราโดยถูกอีกฝ่ายจับทั่วตัวเพื่อใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย  บรรยากาศละมุนและฉายตามมือของเทพหนุ่มที่ลูบไล้ผิวกายขาวไปเรื่อย ๆ ราวเป็นเรื่องที่คุ้นชินชวนให้จินตานาการไปไกล  มันเหมือนดูหนังอีโรติกแบบที่ยังไม่ติดเรทแต่กำลังจะเริ่มอย่างไรอย่างนั้น

 

โฮ่ยยยยย ดีงามเหลือเกิน

 

ทุกคนกรีดร้องในใจ

 

กระดาษทิชชูถูกยกปาดเลือดเหนือปากลวก ๆ แล้วโยนทิ้งโดยที่ไม่มีใครละสายตาจากจอฉาย   ช่างน่านับถือสปิริตเหลือเกิน

 

หลังจัดการสหายเสร็จเรียบร้อยแล้ว   เทพเซเลสจึงค่อย ๆ วางตัวเทซิลให้นอนลง  จัดท่านอนให้สบายแล้วเอาผ้าห่มคลุมตัวให้

 

ดวงตาคู่คมมองคนหลับด้วยสายตาแฝงความอ่อนโยนนิด ๆ ก่อนจะถอดถอนหายใจออกมายามพึมพำ

 

“  เทซิล  เจ้าจะช่วยระวังตัวตอนอยู่กับข้าหน่อยได้หรือไม่กัน” 

 

ปลายนิ้วแตะแก้มนุ่มแผ่วเบา   ใบหน้าคมคายหล่อเหลาของเทพแห่งศาสตรายังเรียบนิ่งก่อนปลายนิ้วจะไปหยุดที่มุมปากของคนหลับ

 

5

 

4

 

3

 

2

 

1

 

“ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด !!!  ” 

 

ทุกคนกรีดร้องกับใบหน้าหล่อเหลาของเทพหนุ่มที่อยู่ ๆ ก็ปรากฏสีแดงเข้มที่แก้ม  ใบหู  ลามไปจนถึงลำคอ  บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังเขินอาย 

 

เทพเซเลสผุดลุกขึ้น  หากแต่ไม่ได้กระโจนถอยห่าง 

 

เจ้าตัวยืนมองสหายรักข้างเตียง  ภาพฉายแผ่นหลังกว้างและคนหลับที่เอียงใบหน้ามาทางเซเลสตั้งแต่ถูกวางบนเตียง

 

และช็อตนั้นคือฉากที่ทำให้หัวใจคนดูแทบหยุดเต้นพร้อมกันเมื่อเจ้าของเรือนผมสีเข้มใช้มือเท้าหัวเตียงหินอ่อนและโน้มใบหน้าไปหาคนหลับ  แม้จะเห็นเพียงด้านหลังแต่ผู้ชมก็เดาออกว่าเกิดสิ่งใดขึ้น

 

“  กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด !! ” 

 

กรีดร้องอย่างบ้าคลั่งอีกรอบ   เห็นเทพหนุ่มผู้แอบลักหลับเพื่อนสนิทผุดลุกหนีอย่างรวดเร็ว  สาวเท้ายาว ๆ ออกจากตำหนัก

 

แล้วทุกคนก็เห็นเทพแห่งไฟมาคิสที่เลิกคิ้วสูงเหมือนแปลกใจในอะไรบางอย่างขณะถาม

 

“  ไม่สบายหรือเปล่าเซเลส ? ” 

 

“  ……เปล่า ” 

 

“  แต่เจ้าหน้าแดงเถือกเลยนะ ” 

 

ใบหน้าของเทพศาสตราแดงจริง ๆ อย่างที่มาคิสบอก  นัยน์เนตรดุดันปรากฏแววสั่นไหวบางอย่างขณะตอบปฏิเสธอีกครั้ง

 

“  แค่แช่น้ำร้อนนานเกินไปเท่านั้น ” 

 

ซึ่งผู้ชมทุกคนต่างคิดในใจ

 

ช็อตนี้กูก็ตายค่ะ

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด

 

เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเวลาเดินผ่านแถวห้องประชุมฉายหนังสั้นถึงได้ยินเสียงกรี๊ดดังตลอดอย่างกับดูหนังสยองขวัญ

 

โอ้ยตาย  วันนี้เลือดไหลหมดตัวแน่เลย

 

 

 

TALK

สุดท้ายก็แต่งไม่ทันทุกเรื่องจนได้ เง้อออออ เสียใจจจจจ

จริง ๆ แต่งแล้วนะแต่มันน้อยไป  คิดว่าเอามาอัพทุกคนคงค้างยาวเพราะสัปดาห์หน้าคงอัพเรื่องอื่นเลยเปลี่ยนใจ  แต่งให้จบตอนดีกว่า

งั้นขอจองนิยายที่จะอัพสัปดาห์หน้านะคะ จะมี

-หนูพอล

“ คุณไม่ใช่ปีศาจหรอก  เพราะถ้าคุณเป็นปีศาจจริง  ๆ เมื่อคุณเห็นผมคุณควรต้องรีบหนีให้ห่างจากผมมากกว่า ” 

“ ! ” 

“ เพราะผมคือเทวทูตที่มีหน้าที่กำจัดปีศาจ :) ” 

-      หนูตุลา

“  พร้อมจะไปหรือยังคะ ? ” 

“  พร้อมแล้วค่ะ ” 

“  ดวงวิญญาณเอ๋ย  จงทิ้งทุกสิ่งอย่างแล้วไปยังดินแดนที่เจ้าควรอยู่ ” 

-หนูเมฆา

“ อึก ”  ไอแซ็คอยากจะบ้าตาย   เขาหัวใจจะวายจริง ๆ ที่ตื่นมาแล้วมีอารมณ์กับคนข้าง ๆ แบบนี้แล้วให้ตายเถอะ  ผู้ชายบ้าอะไรเซ็กซี่ได้ขนาดนี้กัน ?!

เขาจะคลั่งและสติหลุดแล้ว

-หนูรี่

“  แฮรี่แฮรี่  แฮรี่ ” 

“  ผมผมอยู่ที่นี่แล้วครับศาสตราจารย์ ” 

“  อย่าทิ้งฉันไป  อย่าหายไปจากชีวิตของฉัน ” 

“  ….ครับ  ผมจะไม่หายไปจากชีวิตของคุณ ” 

“  ฉันขอโทษฉันขอโทษ ” 

“  ไม่เป็นไรครับ  เฮ่ทุกอย่างจะดีขึ้น  ไม่เป็นไรครับ  ผมอยู่ตรงนี้ ”  


 

 

 




พระเอกของเรา เทพวาริว
      

เทพเฟเนล

และจอมปีศาจเจ้าค่ะ

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 97 : บทที่ 81 ข่าวลือวุ่น (yaoi?) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 10190 , โพส : 197 , Rating : 11% / 131 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8
# 197 : ความคิดเห็นที่ 12443
ไรท์มาต่อเถอะนะๆๆๆๆ
Name : มีนา•3• < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มีนา•3• [ IP : 171.96.191.106 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 กันยายน 2559 / 15:38
# 196 : ความคิดเห็นที่ 12441
ไรทเดือนนึงแล้วน้าาาาาาาา มาเร็วๆๆๆๆคิดถึ๊งคิดถึงมากกกกกกกกกกกกกกกกก
Name : sukhita3667 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sukhita3667 [ IP : 118.175.209.229 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 กันยายน 2559 / 14:02
# 195 : ความคิดเห็นที่ 12433
ต่อเถอะค่ะสอบเสร๊จหมดแล้วน้าาาาา
Name : Iriga [ IP : 115.87.132.243 ]

วันที่: 25 กันยายน 2559 / 19:47
# 194 : ความคิดเห็นที่ 12432
ต่อเถอะค่ะสอบเสร๊จหมดแล้วน้าาาาา
Name : Iriga [ IP : 115.87.132.243 ]

วันที่: 25 กันยายน 2559 / 19:47
# 193 : ความคิดเห็นที่ 12409
เค้ารออยู่นานแล้วน้าาาาาไรท์ค่าาาาาา
Name : babytulip89 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ babytulip89 [ IP : 202.137.154.3 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 กันยายน 2559 / 21:48
# 192 : ความคิดเห็นที่ 12405
ตอนเเรกๆก็สนุกนะคะ เเต่เดี๋ยวนี้ออกทะเลไปเเล้ว อยากให้เรื่องกระชับอีกหน่อยนะ^^
PS.  YURIจงเจริญ~ /// [ขอให้ความ Y จงบังเกิดเเก่เจ้าทั้งหลาย ไม่มีอำนาจใดลบล้างได้
Name : {พี่หมี} < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ {พี่หมี} [ IP : 49.230.18.191 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กันยายน 2559 / 07:22
# 191 : ความคิดเห็นที่ 12404
มาต่อไวๆน้าาาาาา
Name : suphalukmaingam < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ suphalukmaingam [ IP : 1.47.42.13 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 กันยายน 2559 / 09:17
# 190 : ความคิดเห็นที่ 12400
เเล้วของหลิ่งอี้ล่ะค่ะ
Name : gevalvoska < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ gevalvoska [ IP : 49.237.173.184 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 กันยายน 2559 / 20:34
# 189 : ความคิดเห็นที่ 12395
สนุกมากๆเลยอ่ะ คือมันอะไรที่ฟินแลนด์แดนสวรรค์มากกกกก >\\\\<
Name : มายเมจิ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มายเมจิ [ IP : 223.204.205.99 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 กันยายน 2559 / 19:42
# 188 : ความคิดเห็นที่ 12387
อยากอ่านเนื้อเรื่องหลักแล้วอ่ะไรต์
Name : un un [ IP : 124.122.128.61 ]

วันที่: 2 กันยายน 2559 / 01:24
# 187 : ความคิดเห็นที่ 12384
อยากอ่านหนูพอล ตุลา เมฆา หนูรี่ เร็วๆจุง // ไรท์ขาเค้าอยากให้มีฉากยูดาส-มาคัสกะวอดก้า 555//มาแปลก
Name : karn3132 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ karn3132 [ IP : 223.205.246.81 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 สิงหาคม 2559 / 21:11
# 186 : ความคิดเห็นที่ 12383
เลือดหมดตัวละค่าาาา...คือแบบ..มันฟินมากกกกกกกกก#ช้านด้ายปายฟินแลนนนนน
Name : charming0852 [ IP : 134.196.109.181 ]

วันที่: 30 สิงหาคม 2559 / 20:41
# 185 : ความคิดเห็นที่ 12382
อห @%&#*#! ฟินมากก
Name : fah-fahh < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fah-fahh [ IP : 118.172.101.217 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 สิงหาคม 2559 / 17:51
# 184 : ความคิดเห็นที่ 12381
มันแจ่มมาก ฉากเรียกเลือด
ฟินมากๆ รอเรื่องอื่นๆอยู่นะค่ะ
PS.  อ่านแล้วเม้น เป็นนิสัยของเพื่อนชาวเด็กดีจ้า
Name : ในนามแห่งนักฆ่า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ในนามแห่งนักฆ่า [ IP : 125.26.35.104 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 สิงหาคม 2559 / 16:04
# 183 : ความคิดเห็นที่ 12380
อ๊ายๆๆ สลบแปปนึง งือ เราเขิน
PS.  "การบอกรักเป็นสิ่งสุดท้ายของการแอบรัก แต่เป็นสิ่งแรกของการอกหักก็เท่านั้นเอง"
Name : ganako < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ganako [ IP : 182.232.112.34 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 สิงหาคม 2559 / 09:59
# 182 : ความคิดเห็นที่ 12379
ช็อตนี้กูตายค่ะ 5555
PS.  5555 สวัสดี เราเป็นคนที่ไม่คิดมากนะ -แค่นี้แหละ- 555 เราชอบอ่านนิยายมาก แนะนำได้เนอะ หิหิ
Name : Fktay < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fktay [ IP : 1.46.193.114 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 สิงหาคม 2559 / 07:25
# 181 : ความคิดเห็นที่ 12378
รอต่อขอบคุณมากนะ
Name : 1249900328295 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 1249900328295 [ IP : 223.24.89.240 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 สิงหาคม 2559 / 21:56
# 180 : ความคิดเห็นที่ 12377
ช็อตนี้ฉันตาย....//เลือดท่วมตัว.. กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ขุ่นพระขุ่นเจ้า ปรับอารมณ์กันไม่ทันเลยทีนี้ ย้อนกลับไปอ่านตอนบนๆมา บ่อน้ำตาแตกไปรอบนึง พอมาอ่านที่ไรท์อัพเพิ่มก็ฟินตัวแตกไปอีกรอบ อ้ากกกกกก ฮืออออ รอเสมอนะคะ เป็นนิยายนอลมอลที่สั่นสะเทือนจิตใจสาววายแรงมาก ชอบบบ #รอหนูเมฆาาาาาาาา #เซราสกับเทรนเปลืองตัวไปเท่าไหร่แล้วกับหนังสั้นเรื่องนี้ 55555555

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 สิงหาคม 2559 / 20:05

PS.  เด็กหญิงสไมล์ลี่ ผู้มีสปีชีส์เดียวกันกะแกะน้วย~
Name : Hani_021 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Hani_021 [ IP : 110.168.5.254 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 สิงหาคม 2559 / 20:02
# 179 : ความคิดเห็นที่ 12375
จะหักเม้าท์ทิ้งแล้วค่ะไรต์อิุ๋ม
Name : Sword Of The Death < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Sword Of The Death [ IP : 119.46.184.194 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 สิงหาคม 2559 / 12:46
# 178 : ความคิดเห็นที่ 12374
จัดว่าเด็ด...(นี่กัดปากแรงมากพยายามไม่กรี๊ด)
PS.  ตราบใดที่ยูแจซอกยังไม่ตาย...ไม่ได้เห็นตัวจริงของซงจีฮโย...ไม่ได้จับกล้ามของคิมจงกุก...รันนิ่งแมนยังไม่สูญสลาย...คิมดงจุนคนนี้จะไม่ยอมตายเด็ดขาด!!!(คิมดงจุนชื่อเกาหลีของตัวเองน่ะแฮะๆ=..=;)
Name : คิมดงจุน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คิมดงจุน [ IP : 113.53.150.242 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 สิงหาคม 2559 / 10:25
# 177 : ความคิดเห็นที่ 12373
กรี้ดน่ารักกกกกก ไรท์เราจะรอทุกเรื่องอย่างใจใจจ่อเลยค่ะ!!
Name : ~''Fanrasia''~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ~''Fanrasia''~ [ IP : 1.47.226.42 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 สิงหาคม 2559 / 08:16
# 176 : ความคิดเห็นที่ 12372
ลักหลับละ กรี๊ดดดดดดด มันเป็นอะไรที่ฟินสุดยอดอ่าาาา
Name : FPPD < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ FPPD [ IP : 1.46.106.183 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 สิงหาคม 2559 / 07:47
# 175 : ความคิดเห็นที่ 12371
มีสปิริตกันมากมาย555
PS.  สนใจเเต่ปัจจุบัน ไม่ต้องเเคร์ใคร ทำตามใจตัวเอง เพราะข้าจะครองโลก 555+
Name : kuroneko2546 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ kuroneko2546 [ IP : 49.237.176.107 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 สิงหาคม 2559 / 06:31
# 174 : ความคิดเห็นที่ 12370
ขอบคุณค่า
Name : Ggggib < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ggggib [ IP : 119.76.97.203 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 สิงหาคม 2559 / 06:30
# 173 : ความคิดเห็นที่ 12369
รอตอนต่อไปจร้าาา
Name : จี้จอย คนนี่แหละ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จี้จอย คนนี่แหละ [ IP : 49.237.205.108 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 สิงหาคม 2559 / 03:01
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android