คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 98 : บทที่ 82 ข่าวลือวุ่น (yaoi?)


     อัพเดท 11 ธ.ค. 59
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 2,872 Overall : 679,602
15,918 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7629 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 98 : บทที่ 82 ข่าวลือวุ่น (yaoi?) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 8460 , โพส : 146 , Rating : 5% / 168 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

 

บทที่ 82 ข่าวลือวุ่น (yaoi?)




 

 

 

ขณะที่แดนสวรรค์นั้นเป็นไปอย่างสงบสุข  แดนปีศาจที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอความตายและความหมองมัว  บัดนี้พื้นดินแตกระแหงและท่ามกลางไอหมอกสีแดง  กลับปรากฏกองทัพขนาดใหญ่ที่ประกอบรวมจากปีศาจหลากหลายเผ่าพันธุ์และหลากหลายชนิดที่มีความกระเหี้ยนกระหือและกระหายเต็มเปี่ยมอยู่ในท่าทาง

 

“ เผ่าพันธุ์ของข้าที่แสนยิ่งใหญ่เอ๋ย  วันนี้เป็นวันที่พวกเราล้วนเฝ้ารอคอย ”  เหล่าปีศาจกักขฬะที่ดูน่าหวาดกลัวและแทบไร้สติปัญญา  ตอนนี้กลับยืนเป็นระเบียบและไร้เสียงพูดคุยจากการฝึกฝนมานานเกือบพันปี  ฟังผู้นำของตนด้วยความตั้งใจ

 

จอมปีศาจที่ปรากฏตัวในภาพลักษณ์เต็มยศ   เกราะอ่อนสีดำทมิฬถูกสวมบนอกเป็นรูปใบหน้าของปีศาจกำลังกรีดร้อง  แผ่นหลังกว้างถูกปิดทับด้วยผ้าคลุมสีแดงสดดุจดังทอจากเลือดที่   เปล่งประกายความโหดเหี้ยมและไอสังหารออกมาจาง ๆ ตัดกับเรือนผมสีรัตติกาลและผิวขาวซีดของจอมปีศาจอย่างยิ่งแต่ก็ขับให้ร่างนั้นดูโดดเด่นเรืองอำนาจสมดังฐานะผู้คุมปีศาจนับแสน ๆ ตนและเป็นเจ้าของชีวิตชาวปีศาจนับล้าน ๆ

 

“ วันที่พวกเราจะได้เหยียบย่างขึ้นไปยังสวรรค์ที่กล่าวตนว่าสถานที่เหล่านั้นช่างสะอาดและบริสุทธิ์ยิ่งนัก  อา...ใช่แล้ว  สรวงสวรรค์ล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยสิ่งที่งดงาม  แต่วันนี้... ”

 

ริมฝีปากหยักเหยียดรอยยิ้มร้ายกาจเด่นชัด  แต่ถึงจะดูเป็นตัวร้ายยังไง...ผู้ชมก็ยังอดระทวยไม่ได้  รู้สึกว่านี่แหละ จอมปีศาจของจริง  อำนาจมาเต็มยิ่งกว่าตอนแสดงเวที  แถมท่าทางกระหายเลือดนี่มัน...อุ่ก  ดาเมจกระแทกใจ

 

จอมปีศาจตวาดก้อง “ วันนี้ ! พวกเราจะขึ้นไปเหยียบบนสวรรค์ที่พวกเทพจอมปลอมนั้นบอกว่าเรานั้นไม่คู่ควรให้ย่อยยับ  และกลับมาแดนปีศาจโดยที่พวกมันจะไม่สามารถทำอะไรได้ ! ” 

 

“ เฮ้ !!! ” 

 

คทาที่หัวลูกแก้วเป็นสีแดงสดราวสีของเลือดเปล่งประกายวาววับ  จอมปีศาจหนุ่มหันหลัง  โบกคทาครั้งหนึ่ง  ฝุ่นควันก็ตลบอบอวลเกิดเป็นวงเวทขนาดใหญ่   ม่านอากาศเหมือนถูกฉีกออกจากกันเกิดเป็นห้วงมิติกว้างที่จะนำไปสู่สวรรค์

 

“  เคลื่อนทัพ !!! ” 

 

“  เฮ้ !!! ” 

 

 

 

 

“ เทซิล  อ่านอะไรอยู่ ”  เทพเฮดิชเดินตัวลอย ๆ มาทางเทพแห่งแสงที่มีตำราเล่มหนาอยู่ในมือ   คนหน้ามึนเดินมานั่งข้าง ๆ  

 

“ ไม่ใช่เรื่องน่าสนใจหรอก ”  เทพเทซิลตอบเสียงแผ่วนิด ๆ

 

เทพเฮดิชชะโงกหน้ามามองก่อนจะอ่านงึมงำ

 

“ เทพแห่งสายน้ำวาริว ? ใครกัน... ” 

 

“ เขาคือเทพที่ดำรงตำแหน่งเทพแห่งสายน้ำบนโลกมนุษย์ 1,500 กว่าปีก่อนน่ะ ” 

 

ใบหน้าเทพหนุ่มมีอาการเลื่อนลอยแฝงอยู่ขณะที่พรั่งพรูคำพูดออกมาช้า ๆ

 

“ เป็นเทพที่มีฝีมือเทียบเท่าแม่ทัพสวรรค์...หากแต่ไม่ต้องการดำรงตำแหน่ง  เขา...ตกหลุมรักหญิงสาวชาวมนุษย์ผู้หนึ่งซึ่งความจริงเป็นปีศาจที่เข้ามาสิงร่างนาง   นางขอให้เขาพานางขึ้นสวรรค์และด้วยความรัก  เขาจึงพานางขึ้นมา  นางพยายามทำร้ายเทพองค์หนึ่งและด้วยฤทธิ์อันมากมาย  เหล่าเทพจึงพยายามสังหารนาง... ”

 

คิ้วบางของเทพแห่งดินขมวดนิดๆ ยามมองสหายที่เหม่อมองไปเบื้องหน้าแต่กลับไม่ได้ยกยิ้มยามพูดคุยกับตนเหมือนทุก ๆ ครั้งดั่งจมอยู่ในความคิดของตัวเอง 

 

“ เทพวาริวที่ตามมาในภายหลังพบว่าคนรักถูกสังหาร  โดยหารู้ไม่ว่าปีศาจที่สิงอยู่นั้นได้หลบหนีไปแล้วกลายเป็นบ้าคลั่ง  ทำร้ายเหล่าเทพไปเป็นจำนวนมากและบันดาลให้สายน้ำ ณ โลกมนุษย์...ปั่นป่วน”

 

ภาพตัดไปที่เทพเซเลสที่กำลังใช้ผ้าผืนบางลูบใบดาบคมกล้างดงามแต่กลับจมอยู่ในห้วงความคิดของตนขณะมีเทพแห่งไฟมาคิสบอกเล่าเรื่องราวหนึ่งยามกำลังจัดแต่งช่อดอกไม้ในมือ

 

“ เหล่าเทพพยายามหยุดยั้งเทพวาริวหากแต่ไร้ประโยชน์  เทพที่บ้าคลั่งแต่กลับเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจย่อมยากต่อการจัดการ  จนกระทั่งสหายที่สนิทที่สุดของเทพวาริวอาสา...ที่จะจัดการสหายรัก ” 

 

“ เขาคือเทพองค์ที่ถูกปีศาจทำร้าย  ในตอนแรกเขาพยายามเรียกสติเทพวาริวให้คืนมา  แต่กลับไร้ประโยชน์  ความเสียหายก่อตัวมากขึ้น  ขณะเทพองค์นั้นพยายามเจรจาก็ต้องต่อสู้กับเทพวาริวไปด้วย  และอาจด้วยเพราะความเป็นสหาย  จึงสามารถรู้ทางดาบกันได้เป็นอย่างดี  ทว่าเทพองค์นั้นกลับบาดเจ็บสาหัส   พลันสายน้ำที่โลกมนุษย์ก็รวมตัวกันมหาศาลตระเตรียมจะสังหารเหล่ามนุษย์ทั้งหลายบนโลกให้สิ้นไป

 

เทพีเซเรเนียแห่งตำหนักจุติไม่อาจยอมให้เทพวาริวทำร้ายผู้อื่นได้อีกจึงขู่เทพแห่งพืชพรรณที่กำลังต่อสู้กับสหายอยู่ว่าหากไม่ยอมสังหารเทพวาริวจะทูลต่อมหาเทพให้ทำลายจิตวิญญาณของเทพวาริว  ไม่ให้สามารถจุติยังสรวงสวรรค์อีกต่อไป

 

“ เป็นอย่างไรต่อ... ”

 

เทพเซเลสถามด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอย  ดวงตาสีเพลิงของเทพแห่งไฟมองนิ่ง 

 

“ เทพองค์นั้นปล่อยให้ดาบของสหายรักทิ่มแทงเข้าสู่อก  สวมกอดเทพวาริวแน่น  กล่าวขอโทษที่ผิดคำสัญญาว่าจะไม่มีวันทำร้ายกัน  แล้วเสือกแทงดาบของตน  วาดดาบอ้อมหลังเทพวาริวแล้วแทงตัดขั้วหัวใจอีกฝ่าย  ...ฝังคมดาบทะลุเข้าที่ร่างตน ” 

 

เคร้ง !!!

 

ดาบในมือเทพศาสตราหลุดกระทบพื้นหินอ่อนสร้างเสียงก้องกังวาน  ใบหน้าเซเลสซีดเผือด  ยกมือกุมอกตัวเองด้วยความเจ็บปวดบางอย่าง

 

“  เทพแห่งพืชพรรณกล่าวคำสาบานต่อสวรรค์  ขอให้ตนได้จุติใหม่พร้อมสหายรัก  ขอให้ตนได้ตายด้วยมือของเทพวาริวเนื่องเพราะทำร้ายอีกฝ่าย...และลงโทษตนที่สังหารสหายรักกับมือ ” 

 

“ เขาคือเทพแห่งพืชพรรณ...เฟเนล ” 

 

 

ตัดกลับมาที่เทพแห่งแสงเทซิลที่กำลังหลุบตาต่ำ

 

“ เทพเฟเนลไม่รู้เลยว่าเทพวาริวนั้นยังไม่ได้ตาย  เขาได้สติกลับมาในตอนสุดท้ายตอนที่ถูกสหายรักแทง  ...เขาร่ำร้องอย่างเจ็บปวดใจที่ทำร้ายสหายรักกับมือ  และกล่าวคำสาบานบางอย่าง ” 

 

“ สาบานสิ่งใดหรือ ? ”

 

เทพเฮดิชถาม   เทซิลส่ายศีรษะเล็กน้อย  ยกยิ้มจาง

 

“ ไม่มีบอกในนี้นะ  ดูเหมือนเทพที่รับรู้เหตุการณ์เหล่านั้นเองก็ไม่อยากจะพูดถึงมันอีกด้วยเท่าไหร่นัก ” 

 

“ อย่างนั้นเหรอ...ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้มาสนใจเรื่องนี้กันล่ะเทซิล ”

 

เทพเฮดิชยกมือปิดปากหาวเล็กน้อย 

 

“ เพียงเจอโดยบังเอิญน่ะ ”

 

เทพหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้มงดงามเช่นเดิม  แล้วหลุบตาลง  เหม่อมองอีกครั้งอย่างไม่ทันรู้สึกตัว

 

ภาพบนจอเป็นภาพของเทพสององค์ที่กำลังมีสีหน้าสับสนกับตัวเอง

 

 

ผู้ชมคุยกันเบา ๆ 

 

“ หรือว่าต่างคนต่างจะเริ่มจำเรื่องของตัวเองได้แล้ว ” 

 

“ ไม่รู้สิ  แต่เมื่อกี้ทิชชู่ฉันหมดแล้ว  ขอทิชชู่เพิ่มค่ะ ” 

 

“  ขอด้วยค่ะ ” 

 

“  ฉันด้วย ๆ ” 

 

 

ทันใดสีหน้าพวกเขาทั้งหมดก็เปลี่ยนไป  ความวุ่นวายเกิดขึ้น  เกิดเสียงดังเหมือนฟ้าผ่าพร้อมเสียงโห่ร้องที่ดังกระหึ่ม

 

“ เกิดอะไรขึ้น ”  เพียงเทซิลผุดลุกขึ้น  เทพแห่งศาสตราและเทพแห่งไฟก็พลันปรากฏตัวในทันที  เทพมาคิสกล่าวด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

 

“ จอมปีศาจยกทัพบุกสวรรค์แล้ว ”

 

เทซิลและเฮดิชมีสีหน้าตกตะลึง 

 

สงครามระหว่างสองเผ่าที่ต่อสู้กันอลังการงานสร้างจนเลือดลมผู้ชมพลุ่งพล่านกับกลิ่นอายของเลือดและสงครามที่คุกกรุ่นน่ากลัวแต่ชวนน่าติดตาม  หัวใจเต้นถี่ไปกับทุกฉากการต่อสู้ที่งดงามและยอดเยี่ยมอย่างหาที่เปรียบไม่ได้  ยามนี้ 4 เทพพลันปรากฏเพื่อเป็นกำลังให้แก่แดนสวรรค์

 

เทพแห่งศาสตราลอยตัวสูงเหนือพื้นสวรรค์เช่นเดียวกับเทพแห่งแสงเพื่อดูสถานการณ์โดยรวม  เทพเซเลสปิดเปลือกตา  มือทั้งสองข้างแบออกและชูขึ้น   ศาสตราจำนวนมากปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้า  เรืองแสงสีขาวสว่าง 

 

ภาพอาวุธที่ปรากฏขึ้นนับพัน ๆ ชิ้นและพลังอำนาจที่เปี่ยมล้นถึงกับทำให้สงครามหยุดชะงัก  เทพหนุ่มเปิดเปลือกตาขึ้น  นัยน์เนตรสีน้ำเงินเข้มฉายความโหดเหี้ยมลึก ๆ  ฝ่ามือทั้งสองข้างขยับขึ้นเล็กน้อย  ห่าอาวุธทั้งหมดก็พุ่งโจมตีเหล่าปีศาจทันที

 

เมื่ออาวุธชุดนี้หมดก็ปรากฏสารพัดอาวุธอีกจำนวนมากต่อและโจมตีต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ผลักดันปีศาจให้เป็นฝ่ายตั้งรับ  การปรากฏตัวของเทพเพียงองค์เดียวแทบจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์การสู้รบของเหล่าเทพทันที

 

ทหารเทพที่บาดเจ็บพากันถอยร่นออกมาจากพื้นที่รบ  ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นเมื่อพบเทพแห่งแสงผู้ลอยตัวเหนือพวกตน  แสงสีทองอ่อน ๆ นุ่มนวลแผ่ขยายกว้าง  คลื่นพลังค่อย ๆ รักษาบาดแผลของทหารเทพนับหมื่นตนให้ดีขึ้นแทบในพริบตา  กระแสความอบอุ่นและปลอบโยนสร้างแรงใจให้ทหารเทพทันที  ผิดกับเหล่าปีศาจที่กรีดร้องด้วยความโมโห  ได้แต่พยายามต้านรับห่าอาวุธทั้งหลายและต้องถอยกลับไปเรื่อย ๆ

 

ผู้ชมอ้าปากค้าง

 

“ สมเป็นพระเอก  ยิ่งกว่าบอสลับเลเวล 1,000 อีก ” 

 

“ อย่างโหดแถมด้วยตัวบัพเลเวลสูงด้วย ” 

 

“ สมแล้วที่เกิดมาคู่กัน  สกิลการต่อสู้และรักษาอย่างโกง ”

 

 

 

“ ท่านจอมปีศาจ  ทำอย่างไรดีพะยะค่ะ ฝ่ายเราถูกผลักดันให้ถอยกลับเรื่อย ๆ แล้ว ” 

 

จอมปีศาจหนุ่มที่นั่งอยู่บนบัลลังค์อย่างสบายอารมณ์ไม่มีสีหน้าความเสียดายใด ๆ เกิดขึ้นโบกมือสั่ง

 

“ เตรียมยกทัพกลับ ” 

 

“ แต่-- ” 

 

“ วันนี้เราไม่ได้มาบุกสวรรค์อย่างจริงจังอะไร ” จอมปีศาจกล่าวเสียงเฉื่อย  “ แค่มาทดสอบสมรรถภาพของสวรรค์เท่านั้น  ยังไงสวรรค์ก็ไม่สามารถบุกยึดได้ง่าย ๆ อยู่แล้ว ”

 

รอยยิ้มเหยียดปรากฏขึ้น 

 

“ ข้าล่ะอยากดูน้ำหน้าพวกเทพเสียจริงตอนเห็นว่ากองทัพของเราทำได้ถึงขนาดไหน   สั่งให้เตรียมถอยกลับแดนปีศาจได้แล้ว ” 

 

“ พะยะค่ะ ” 

 

มือข้างหนึ่งเลื่อนเป็นครึ่งวงกลมช้า ๆ ปรากฏเป็นภาพที่สนามรบที่เทพศาสตรากำลังควบคุมอาวุธโจมตีกองทัพปีศาจ  จอมปีศาจขมวดคิ้ว  สายตาปรากฏความครุ่นคิดแล้วค่อย ๆ กลายเป็นไม่พึงพอใจบางอย่าง  ก่อนเทพหนุ่มจะหยุดการลงมือ  คาดว่าคงเห็นว่าเหล่าปีศาจนั้นกำลังถอยกลับอยู่  ก่อนจะมีเทพอีกองค์ลอยปรากฏอยู่ข้างกาย

 

ตึก ตึก  ตึก ตึก

 

เสียงเหมือนหัวใจดังเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบ

 

ใบหน้าของเทพที่จอมปีศาจไม่รู้จักมีความกังวลแฝงอยู่  พูดคุยบางอย่างก่อนจะเผยรอยยิ้มโล่งใจ  และรอยยิ้มนั้นทำให้จอมปีศาจตกตะลึงเมื่อภาพเทพเฟเนลซ้อนทับขึ้นมาในความทรงจำ

 

รอยยิ้มนั้นอ่อนโยน  นุ่มนวลเหมือนกับรอยยิ้มเทพหนุ่มองค์นั้น  รอยยิ้มที่ทำให้จอมปีศาจผุดลุกจากบัลลังค์

 

“ เฟเนล... ” 

 

เทพหนุ่มมองตรงมาด้านหน้าเหมือนสัมผัสบางอย่างได้  คิ้วเรียวขมวดนิด ๆ ดั่งสายตาของพวกเขาสบกัน  จอมปีศาจมองนัยน์ตาสีเพชรที่ชวนให้นึกถึงดวงเนตรสีส้มสดใสอ่อนโยน  พลันอีกฝ่ายก็หันหน้าไปอีกทางเมื่อถูกเทพหนุ่มข้างกายจับไหล่ให้หันมา  แตะแก้มแผ่วเบา

 

เทพองค์นั้นยกยิ้มหวานนุ่มนวลสายหนึ่งอีกครั้งก่อนพวกเขาจะค่อย ๆ ร่อนลงเชื่องช้า  ทันทีที่เทพแห่งศาสตรามองมาในทิศทางเดียวกับเทพเทซิลเมื่อครู่  ภาพที่จอมปีศาจกำลังดูก็สลายไปในทันทีที่ได้สบกับดวงตาสีน้ำเงินเข้มนั้น

 

จอมปีศาจกัดฟันกรอด  ขานชื่อใครอีกคนด้วยสีหน้าแค้นเคืองสุดประมาณ

 

“  เทพวาริว...”  

 

“  แดฟโฟเดล ”  เรียกทาสรับใช้ออกมา  หญิงสาวรูปร่างงดงามเย้ายวนปรากฏขึ้นขณะนั่งชันเข่า  ขานรับเสียงหวานกังวานใส

 

“ เพคะ ”   

 

จอมปีศาจโบกมือเบา ๆ ปรากฏภาพเทพแห่งแสงเทซิลที่กำลังอยู่ท่ามกลางเหล่าเทพ  เขากล่าวเสียงเย็น

 

“ หลบซ่อนตนในสวรรค์  พาเทพองค์นี้กลับไปให้ข้า  ณ  แดนปีศาจ  หากทำไม่ได้ไม่ต้องกลับมา ” 

 

“  แล้วไม่ทราบว่าจะให้กลับมาในสภาพในเพคะ ” 

 

ดวงตาคมตวัดมอง

 

“ เขาต้องไม่มีแม้แต่รอยบาดแผลและถ้าเป็นไปได้ ” โบกมืออีกวูบปรากฏภาพเทพเซเลส  กล่าวเสียงเหี้ยม 

 

“ ฆ่าเทพองค์นี้ได้ยิ่งดี ” 

 

“  โปรดวางพระทัยเพคะ  หม่อมฉันจะทำตามพระประสงค์ ” 

 

“ ดี ! ”  จอมปีศาจปรากฏรอยยิ้มวูบหนึ่งยามมองเทพแห่งแสง   กล่าวพึมพำ “ เฟเนล...ต้องเป็นท่านแน่ ๆ ” 

 

 

 

“ กรี๊ดดดด อาจมีฉากจำรักเลยที่ฉันรอคอย ! ” 

 

“ จำเลยรักรึเปล่ายะ ? ” 

 

“  ก็เหมือน ๆ กันนั่นแหละ โฮ่  เชียร์ไม่ถูกเลยอ่า ” 

 

 

(ขอบรรยายแทนเพื่อให้ไม่ยืดเยื้อค่ะ)

 

แดฟโฟเดลสิงเข้าร่างของเจเรมี่แล้วเริ่มหาทางวางยาเทพเทซิลที่ไม่มีความระแวงใด ๆ เพราะอีกฝ่ายคือเทพที่ดูแลตอนเด็ก  แดฟโฟเดลทำสำเร็จคือพาตัวเทซิลสู่แดนปีศาจสร้างความโกรธแค้นให้เหล่าเทพเป็นอย่างมากโดยเฉพาะเทพเซเลสที่สหายรักถูกพาตัวไปต่อหน้าต่อตา

 

“ จำให้ได้สิเฟเนล  ท่านต้องนึกให้ออกว่าข้าคือใคร ”

 

จอมปีศาจนั่งข้างเตียงของผู้ที่กำลังปฏิเสธและมีอาการทรมาณเมื่อต้องอยู่ในแดนที่เป็นปรปักษ์กับเชื้อสายตน

 

“ ข้าไม่ใช่เทพเฟเนล  เทพเฟเนลสูญสิ้นเมื่อหนึ่งพันกว่าปีก่อนแล้ว ” 

 

“ ไม่  ท่านคือเทพเฟเนล  ทำไมข้าจะจำท่านไม่ได้ ”

 

ยกมือแตะแก้มเทพแห่งแสงแผ่วเบา  ไม่ว่ายังไงก็ตาม  เทพเทซิลไม่ได้เบือนหน้าหลบมือนั้นเพราะเหตุบางอย่าง

 

จอมปีศาจปรากฏรอยยิ้มยินดี  น้ำเสียงที่กล่าวยิ่งทอแววอ่อนหวาน

 

“ เห็นไหม ? ความจริงท่านยังจดจำข้าได้เพียงแต่ท่านลืมไปก็เท่านั้น  หลับเถอะ...เมื่อตื่นมาท่านจะจดจำได้ในทุกอย่าง ”

 

เลื่อนมือปิดเปลือกตาอีกฝ่าย  เทพหนุ่มหลับใหลไปอย่างง่ายดาย

 

 

 

ทางด้านเทพศาสตรา   เขาตระเตรียมทัพเพื่อลงมาชิงตัวสหายรักคืนในทันที  เขาต่อสู้กับจอมปีศาจ  โดยมีแดฟโฟเดลพยายามจะช่วยเหลือด้วยการลอบทำร้ายหากแต่ไม่สำเร็จซ้ำยังถูกทำให้บาดเจ็บสาหัส

 

ระหว่างเทพเซเลสถ่วงเวลาจอมปีศาจเพื่อให้มาคิสและเฮดิชไปช่วยเทซิล   เมื่อเห็นว่าผู้ที่ถูกกักขังนั้นได้ถูกพาตัวออกมาแล้วจอมปีศาจจึงพลาดท่าเสียทีเทพเซเลส

 

“ ท่านจอมปีศาจ ! ”  แดฟโฟเดลกรีดร้อง  ขณะที่เทพแห่งแสงพยายามร้องห้ามด้วยสีหน้าซีดเซียว

 

“ หยุด ! พวกเจ้าหยุดต่อสู้กันเดี๋ยวนี้ ! ”  หากแต่เพราะเทพหนุ่มนั้นแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงจนต้องถูกประคองไว้  ซ้ำยังอยู่ห่างจากเซเลสและจอมปีศาจมากทำให้ไม่มีใครได้ยิน

 

แดฟโฟเดลที่เผอิญหันมาเห็นพอดีมองร่างเทพหนุ่มในชุดสีขาวพิสุทธ์ด้วยความอาฆาต

 

“ ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า ! ที่ท่านจอมปีศาจบาดเจ็บก็เพราะเจ้าทั้งนั้น  ทำไมเขาจึงต้องรักเจ้ากัน  ข้าเกลียด  เกลียดเหลือเกิน ”  ดวงตาสีแดงก่ำของแดฟโฟเดลฉายความเคียดแค้นและจงเกลียดจงชังเหลือเกิน  ก่อนทันใดนางจะแสยะยิ้ม  เริ่มร่ายมนตร์คาถาด้วยน้ำเสียงน่าขนลุก

 

“ ด้วยพลังชีวิตของข้าเอ๋ย  จงบดบังสติสัมปะชัญญะของเทพศาสตรา  จงทำให้เขาหน้ามืดจากผิดเป็นถูก  จากถูกเป็นผิด  บ้าคลั่งทำร้ายสหายที่รักที่สุดจนกว่าอีกฝ่ายจะดับดิ้น  ข้าขอสังเวยด้วยดวงวิญญาณของข้า ” 

 

ร่างของแดฟโฟเดลสลายกลายเป็นควันพุ่งไปทางเทพศาสตรา  ผลของการที่สังเวยด้วยชีวิตของนางทำให้เทพเซเลสจดจำสหายไม่ได้  เอาแต่ทำร้ายผู้อื่นไปจนหมด

 

เทพมาคิสพยายามเข้าไปห้ามและต่อสู้ด้วยแต่ก็พลาดท่า  เทพแห่งดินเฮดิชจึงพยายามเข้าไปช่วยเหลือแต่ก็ไม่สำเร็จ  และทุกผู้คนในสนามรบก็หน้าเปลี่ยนสีเมื่อเทพแห่งศาสตรานั้นพุ่งเข้าไปหาเทพเทซิลซึ่งร่างโอนเอนแทบยืนไม่ไหว

 

จอมปีศาจ  มาคิส  เฮดิชและเทพอีกหลาย ๆ องค์ต่างพยายามเต็มที่ที่จะเข้าไปขวางระหว่างเทพทั้งสองหากแต่ไม่ทัน  คมดาบของเทพศาสตราแทงทะลุอกของเทพแห่งแสงซึ่งยืนนิ่งรอรับคมดาบนั้นอย่างเต็มใจ

 

เป็นอีกครั้งที่หยาดเลือดซึ่งซ่านกระเซ็นเข้าใบหน้าเซเลสซึ่งเป็นโลหิตของผู้ที่สำคัญสำหรับเขามากที่สุดทำให้ได้สติ

 

“ ข---ข--ข้า .....  ”  เทพเซเลสตะลึงงัน  แทบไม่สามารถกล่าวอันใดออกมาได้เมื่อสติที่พร่าเลือนกลายเป็นแจ่มใส ภาพที่มัว ๆ ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นและปรากฏร่างของสหายรักซึ่งมีดาบของเขาปักอยู่ที่อกนั้นนอนด้วยสีหน้าเจ็บปวดในอ้อมแขน

 

“ เกิด---เกิดอะร—ไร...ข--ขึ้น ”  มือที่จับด้ามดาบสั่นระริกก่อนจะปล่อยออกอย่างหมดแรง  ดวงตาสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำสั่นไหวและหมองหม่นในพริบตาดั่งเค้าความมีชีวิตของอีกฝ่ายถูกสูบหายไป

 

“ ไม่มีอะไร แค่ก ! ”  เทพเทซิลยิ้มบาง “ แค่---ข้าต้องทำตามคำ...สาบาน...ที่ได้ให้ไว้เท่านั้น อึก ” 

 

“  เฟเนล... ”  จอมปีศาจทรุดนั่งข้างเทพศาสตราอย่างอ่อนแรง  ถามเสียงสั่นเครือ “ ไม่นะ  ท่านจะทิ้งข้าไปอีกแล้วหรือ  ท่านจะลืมข้าแล้วจากไปชั่วนิรันดร์ใช่หรือไม่  ทิ้งให้ข้าต้องอยู่ตัวคนเดียว ”

 

“ ยูเวล... ”  นามของจอมปีศาจที่เทพแห่งพืชพรรณเฟเนลเคยเป็นผู้ตั้งให้  และไม่เคยมีใครล่วงรู้ถูกเรียกขานอีกครั้งอย่างอ่อนโยน  ดวงตาสีเพชรงดงามฉายความอบอุ่นและรักใคร่เอ็นดูเหมือนทุก ๆ ครั้งเสมอมา  “ ข้าขอโทษที่ลืมเจ้าไป...ให้อภัยข้าได้หรือไม่ ? ” 

 

“ ไม่ เพราะท่านกำลังจะทิ้งข้าไป ”  จอมปีศาจส่ายหน้า

 

เทพมาคิสและเทพเฮดิชทรุดนั่งข้าง ๆ มือทั้งสองข้างทาบบริเวณบาดแผลที่อกของเทพเทซิลเพื่อประคองอาการเอาไว้  รอบด้านคือเหล่าเทพที่สร้างวงเวทย์เพื่อพาเคลื่อนย้ายกลับสวรรค์

 

“ ข้าจำได้...ว่าข้าเคยบอก...ว่าเมื่อออกจากตำหนักแล้วจะแนะนำสหายคนสนิทให้ฟัง  จำได้หรือไม่ ? ” 

 

จอมปีศาจมองเทพศาสตราที่ยังดูไร้ชีวิตจิตใจ  ยกมือหนึ่งของเทพแห่งแสงมาเกาะกุมไว้หากแต่แล้วก็ถูกมือของเซเลสปัดทิ้งไป

 

“ อย่า...แค่ก ๆ ”  เมื่อทั้งสองตั้งท่าจะต่อสู้กัน  เทซิลก็รีบร้องปราม “ พวกเจ้าล้วนเป็นคนสำคัญของข้า  อย่าทำร้ายกัน... ” 

 

 

“  ต๊ายยยย เทซิลลูกแม่  พูดอย่างนี้รึจะควบ 2 ?” 

 

“  ก็ดีสิ  ฉันเชียร์ทั้งสองคนเลย  ขาดเธอคนใดคนหนึ่งไม่ด้ายยยย ~ ” 

 

“  อย่างนี้จะมีพลิก 3p ไหมหนอ ...” 

 

“  แอบคาดหวังเบา ๆ จุง ” 

 

 

บางทีถ้าเทรนได้ยินคงได้กัดลิ้นตัวเองตาย

 

 

“ พอแล้วเทซิล  อย่าเพิ่งพูด ”  เทพเซเลสกล่าว  แม้สีหน้าจะเรียบเฉยทว่าดวงตาคู่คมกลับจับจ้องไปที่ตำแหน่งแผลของสหายรักที่ยังคงมีโลหิตรินไหลอยู่  สายตานั้นมีความเจ็บปวดทรมาณมากมายที่ไม่สามารถปิดได้

 

“ ไม่เป็นไร  นี่ไม่ใช่ความผิดของเจ้า ”  สีหน้าเทพหนุ่มเริ่มขาวซีดแต่น้ำเสียงยังมั่นคงเช่นเดิม  ไม่มีท่าทางร้อนใจว่าตนกำลังจะตายแม้แต่น้อย

 

“ ทำไมจะไม่ใช่ความผิดของเขา  ครั้งที่แล้วก็เป็นเขาที่ทำร้ายท่าน ” จอมปีศาจไม่อาจยอมรับถ้อยคำนั้นได้  เขากล่าวอย่างกราดเกรี้ยวเมื่อหวนนึกถึงเมื่อหนึ่งพันปีก่อนนั้นที่กว่าเขาจะรู้ตัวก็สายเกินไปที่จะช่วยเทพเฟเนลแล้ว

 

“ แค่ก ๆ ! ”  ของเหลวสีแดงสดไหลออกมาจากมุมปากเทพเทซิลที่มีสีเจ็บปวดและเริ่มหายใจติดขัด  มาคิสมีสีหน้าเคร่งเครียดยามบอก

 

“ เซเลส  ดึงดาบของเจ้าออก  วงเวทย์เคลื่อนย้ายพร้อมแล้ว  แต่ถ้าเจ้าไม่ดึงมันออกมันจะทำร้ายเทซิล ” 

 

“ ข้า--- ” 

 

เซเลสมีสีหน้าลังเลอย่างเห็นได้ชัด

 

“ ไม่เป็นไรเซเลส ”  มือของเทซิลแตะแขนเซเลสแผ่วเบา  ยิ้มปลอบโยน “ ข้าจะไม่เป็นอะไร... ” 

 

เนื่องจากวงเวทย์เคลื่อนย้ายมีขนาดเล็กและสร้างขึ้นอย่างเร่งด่วนทำให้สามารถเคลื่อนย้ายได้แค่ 2 คน แน่นอนว่าคนที่ไปย่อมเป็นเทพเซเลสและเทพเทซิลที่บาดเจ็บ

 

พวกเขาปรากฏตัวที่ศาลาสีขาวซึ่งสร้างจากหินอ่อนงดงาม   ขณะเทพศาสตรากล่าวด้วยสีหน้าปิดความร้อนรนไม่มิดว่าจะไปไปเทพมารักษาแต่ก็ถูกเทซิลจับแขนไว้

 

“  อย่าไป...”  เทพแห่งแสงเอ่ยเสียงแหบพร่าด้วยสีหน้าเว้าวอนที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจปฏิเสธได้  ใบหน้าเทพหนุ่มพยายามข่มกลั้นความเจ็บปวดเนื่องจากไม่มีเทพองค์อื่นคอยเยียวยาบาดแผลให้แล้ว

 

“ ข้าไปเพียงครู่เดียวเท่านั้น ” 

 

“ ไม่ ”  เทพหนุ่มส่ายหน้า  เอ่ยเสียงแผ่ว “ ข้า...มีเรื่องต้องคุยกับเจ้า ” 

 

เทพเซเลสทรุดนั่ง  ประคองร่างอีกฝ่ายไว้ในอ้อมแขน

 

“ บาดแผลนี้...เป็นสิ่งที่ข้าสมควรได้รับ  ตามคำสาบานเมื่อครั้งก่อน ” 

 

“ คำสาบานอะไร ”  แสงสีขาวสว่างทออ่อน ๆ ที่บาดแผลบริเวณอกของเทซิล  เทพศาสตราจารย์วางมือลงบนนั้นและถ่ายทอดพลังให้

 

เทพเทซิลอมยิ้ม  มองหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาลึกล้ำ  ดันกายตัวเองขึ้นแล้วกดท้ายทอยอีกฝ่ายให้โน้มลงมา

 

ริมฝีปากของคนสองคนสัมผัสกัน  หนึ่งตกตะลึง  อีกหนึ่งหลับตาลงก่อนเซเลสจะประคองใบหน้าอีกฝ่ายแล้วแนบชิดหนักหน่วง 

 

เสียงกรีดร้องของผู้ชมดังสนั่นเมื่อเห็นฉากจูบเต็ม ๆ จอ

 

 

“  กรี๊ดดดดดดดดดดดดด ! ” 

 

“  โอ้พระเจ้า ! ” 

 

“  จูบกันแล้ว ! จูบกันแล้ว ! กรี๊ด !!! ” 

 

“  โอ๊ยยย ตายตาหลับแล้วค่า ” 

 

ภาพความทรงจำยามเป็นเทพแห่งสายน้ำวาริวหวนคืนกลับมา   เทซิลถอนริมฝีปากออก  หอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนขณะพิงศีรษะที่อกของเซเลสที่กำลังตกอยู่ในห้วงความคิด

 

ทันใดดวงตาสีน้ำเงินเข้มก็สว่างวาบ  เขาพลันถามเสียงเกรี้ยวกราดว่า

 

“ เจ้าคิดจะตายอย่างนั้นรึ ! ” 

 

“  ไม่...”  คำบอกปฏิเสธนั้นนอกจากจะทำให้เซเลสงุนงงแล้ว  แม้กระทั่งผู้ชมเองก็สับสนไปด้วย “ ตอนนั้น...ข้าให้คำสาบานก่อนสิ้นไป...ว่าขอให้ตายด้วยน้ำมือเจ้า ” 

 

“ ทว่า...ข้ากลับได้ยินคำสาบานของเจ้า  ที่ขอให้ตนได้ทรมาณเจียนตายเพราะข้า ” 

 

เสียงคำสาบานของทั้งสองดังแว่วมา

 

 

“ วันนี้…ข้าเฟเนลได้ผิดคำสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะไม่มีวันทำร้ายเทพแห่งสายน้ำวาริว   ด้วยโทษทัณฑ์ของการสังหารเขาขอให้การจุติหน้า…ข้าได้ตายด้วยมือของอดีตแห่งสายน้ำ…วาริว ” 

 

“ เมื่อในการจุติหน้าเทพเฟเนลปรารถนาให้ข้าเป็นผู้สังหารเขา  ขอให้จงเป็นไปตามนั้นทว่า…ขอให้จิตวิญญาณของข้าที่จะไปจุติใหม่  ได้รับความปวดร้าวใจแสนสาหัสยิ่งกว่าตายทั้งเป็น …ให้เจ็บปวดมากกว่าเทพเฟเนลเป็นร้อยล้านเท่าเมื่อเทียบกับความรู้สึกของเขายามสังหารข้าแล้วในการจุตินี้ ”

 

 

“ ข้าเห็น...และรู้สึกถึงความทรมาณของเจ้า ”  เทซิลกล่าวอย่างเชื่องช้าแฝงความเศร้าหมองและทุกข์ตรม “ เป็นข้า...ที่ทำให้เจ้าไม่อยากมีชีวิตอีกต่อไป ” 

 

ไม่ ! อย่าทิ้งข้านะ  อย่านะเฟเนล…เฟเนล…ตื่นขึ้นมาเถิด  อย่าล้อเล่นเช่นนี้  เจ้าจะตายได้ยังไงกัน …ในเมื่อเราสัญญาว่าถ้าจะตาย…ก็จะตายพร้อมกัน ? ”  เทพวาริวพูดเสียงนุ่มนวลและอ้อนวอนราวจะบอกว่านี่เป็นเพียงการล้อเล่น   เขาไม่ได้ทำร้ายเฟเนลและเฟเนลไม่ได้ทำร้ายเขา

 

เฟเนล…ที่รักของข้า…เจ้าบอกว่าเจ้ามีข้าเป็นทั้งน้องชาย  เป็น…เป็นครอบครัว” 

 

“ …เพื่อน  อาจารย์  ลูกศิษย์…เจ้าบอกว่าขอเพียงมีข้าก็ไม่ต้องการใครแล้วก็ไม่ใช่หรือ ฮึก...” 

 

“  ทำไมตอนนี้เจ้ามาทิ้งข้าไปกัน ?  ”

 

 “ ข้ายังไม่ตาย ! ได้ยินหรือไม่ !? ถ้าเจ้าจะฆ่าข้าก็ต้องลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้ ! ถ้าเจ้าไม่ลุกขึ้นมาแล้วการจุติหน้าข้าจะได้ฆ่าเจ้าอย่างไร  ฟื้นขึ้นมาเดี๋ยวนี้เฟเนลลลลล !!! ” 

 

เจ้าจะทิ้งข้าไปเช่นนี้หรือ ?!

 

กับตัวข้าที่โง่เง่าหลงลืมเจ้า

 

กับตัวข้าที่ทำร้ายเจ้า

 

แต่เจ้ากลับโทษว่าเป็นความผิดตัวเอง

 

คำสัญญาที่เจ้าบอกว่าเจ้าทำผิดกับข้า  เหตุใดไม่โทษว่าเป็นเพราะข้าทำร้ายตัวเจ้าก่อน ?

 

เหตุใดถึงมองข้ามความผิดมหันต์ของข้าที่ทำร้ายเจ้ากัน ?

 

เจ้า…ไม่คิดจะลงโทษข้าหน่อยหรือ ?

 

ไม่รู้หรืออย่างไร…ว่าข้าอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเจ้า

 

“  ข้า…มีชีวิตอยู่ไม่ได้จริง ๆ นะ  ”

 

“  อยู่ไม่ได้จริง ๆ…”

 

“  ไม่อยากมีชีวิตอยู่จริง ๆ …  ”

 

“  …ถ้าไม่มีเจ้า…  ”

 

ข้าอยู่ไม่ได้จริง ๆ

 

 “ มีเจ้า…มีข้า…” 

 

ไม่มีเจ้า…ไม่มีข้า…” 

 

 

“  ข้าขอโทษ ”  เทพเทซิลกล่าวแผ่วเบาก่อนจะถูกเชยคางให้แหงนรับจุมพิตอ่อนโยนอีกครั้ง

“ ไม่  เป็นข้าต่างหากที่ทำผิดไป  เป็นข้าต่างหากที่โง่งมเหลือเกินที่ไม่อาจจดจำเจ้าได้  ครั้งนี้ก็เช่นกัน  ล้วนเป็นเพราะความอ่อนแอของข้าทำให้ไม่สามารถปกป้องเจ้าได้  ...ซ้ำยังทำร้ายเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า ” 

 

ก้มลงใช้หน้าผากตนแนบกับหน้าผากอีกฝ่าย  ของเหลวใสหลั่งรินออกจากดวงตา

 

“ ข้าไม่ต้องการให้เจ้าตาย   แต่ก็ปรารถนาจะทรมาณตนเองให้ตายทั้งเป็นจริง ๆ ...ให้สาสมกับความผิดของข้า  ให้เจ็บปวดมากกว่าเจ้าร้อยเท่าพันเท่า ” 

 

“ เพราะเช่นนั้นข้าจึงจะไม่ตาย ”  เทซิลกล่าวเสียงนุ่ม “ ข้าจะไม่ให้เจ้าต้องเผชิญกับความรู้สึกเช่นนั้นอีกแล้ว  เราต่างได้รับบทเรียนและผลของการกระทำของตัวเองแล้ว ” 

 

“ อืม... ”  เทพศาสตรายิ้มทั้งน้ำตา  แสงสีขาวสว่างวูบหนึ่งปรากฏเป็นเทพแห่งไฟมาคิสและเทพแห่งดินเฮดิชที่รีบวิ่งมาหา  ตามเหล่าเทพอีกมากที่พามารุมล้อม  ในที่สุดเทพแห่งแสงเทซิลก็ปลอดภัย 

 

เซเลสและเทซิลยิ้มให้กัน

 

อย่างน้อยหลายสิ่ง...ก็ไม่เป็นเช่นเดิม

 

 

“ โอ้ย ดีกับใจเหลือเกิน ” 

 

“  เป็นฉากจบที่ชอบอ่ะ  บางครั้งทำผิดไปแล้วก็ไม่ผิดซ้ำเนอะ ” 

 

“  ดีนะไม่ดราม่าแถมมันสื่อว่าทั้งสองต่างคิดถึงกันและกันมากกว่าตัวเองอีก ” 

 

“  ชอบเทซิลจริง  แลดูรักเซเลสมากมาย เดี๋ยวไปฟินกับเซสเทรนต่อดีกว่า ” 

 

สงครามได้จบลงที่ทางสวรรค์และแดนปีศาจทำสัญญาสงบศึกกันเนื่องเพราะจอมปีศาจให้คำมั่น  ตราบใดที่ยินยอมให้เขาขึ้นไปยังสวรรค์เยี่ยมเยือนเทพเทซิลบ้าง  ทางสวรรค์ตกลงและบางครั้งยังมีการส่งเหล่าเทพไปช่วยเหลือชาวปีศาจที่เกิดเรื่องเดือดร้อนขึ้นอีกด้วย

 

ทุกอย่างจบลงด้วยดีด้วยภาพที่เทซิลนอนหนุนแขนเทพแห่งศาสตราบนพื้นหญ้าสีเขียวอ่อน  เซเลสอมยิ้มยามมองผู้ที่กำลังหลับใหลด้วยสายตาอ่อนโยน  กระซิบเสียงแผ่วเบา

 

มีเจ้า…มีข้า…” 

 

ก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลงบ้างโดยไม่รู้เลยว่าเทซิลนั้นลืมตามองตนเองด้วยสายตาอบอุ่นแค่ไหนยามขานรับ

 

ไม่มีเจ้า…ไม่มีข้า…” 

 

แล้วจึงหลับไปอีกครั้ง

 

สายลมพัดกลีบดอกไม้ให้ลอยล่อง  ชวนให้ผู้ชมเคลิบเคลิ้มไปกับความละมุนละไมของทั้งสอง  หน้าจอมืดลงแต่ขณะที่ผู้ชมยังไม่ทันได้พูดว่า จบแล้วเหรอ ก็ปรากฏตัวอักษรสีขาวขึ้นที่จอภาพ

 

ตำนานรักเทพสวรรค์ภาคพิเศษ

 

อักษรหายไปปรากฏเป็นคำใหม่

 

ตำนานลับเทพสวรรค์

 

หลังการต่อสู้จบลง  ภาพที่เห็นคือเทพแห่งไฟมาคิสกำลังลากร่างหนึ่งเข้าไปยังตำหนัก  แน่นอนว่าไม่ใช่ผู้ใดนอกเสียจากเทพเฮดิชที่ตัวเลอะเทอะจากการต่อสู้และเลือด

 

เทพเฮดิชกระพริบตาปริบ ๆ ยามถาม

 

“ เรามาทำอะไรกันที่นี่ ? ” 

 

“ แน่นอนว่าต้องชำระล้างตัวไง ” 

 

“ อย่างนั้นเหรอ ? ”  เทพแห่งดินพยักหน้ารับก่อนจะหันมาให้ความสนใจเครื่องหอมอย่างหนึ่งที่วางที่โต๊ะใกล้อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ 

 

มาคิสเริ่มถอดเสื้อหากแต่แล้วก็ต้องหันขวับเมื่อได้ยินเสียงร้องจากเฮดิช

 

“ โอ๊ย ! ” 

 

“ เกิดอะไรขึ้น ”  เขาพบว่าเฮดิชนั้นกำลังยกมือกุมบริเวณดวงตาของตนเองอยู่  ใบหน้าปรากฏความเจ็บปวด

 

“ ตาข้า... ”  หันไปมองเครื่องหอมแกะสลักที่วางบนโต๊ะขณะถาม

 

“ เจ้าดมกลิ่นเครื่องหอมบนโต๊ะนั้น ? ” 

 

“ ใช่...ข้าปวดตามาคิส ”  น้ำเสียงของเทพหนุ่มสั่นเครือนิด ๆ อีกฝ่ายถอนหายใจ

 

“ ไม่เป็นไรหรอก  อีกสักพักเจ้าจะดีขึ้นแต่ตอนนี้เจ้าต้องหลับตา  ข้าขอโทษ  ข้าลืมบอกเจ้าไปว่าห้ามดมเครื่องหอมนั้นใกล้ ๆ มันทำมาจากไฮเนซิน  ทำให้ระคายเคืองตาถ้าใกล้มากเกินไป ” 

 

“ แต่ข้าอยากอาบน้ำ ” เฮดิชว่าขณะที่มาคิสใช้ผ้าแพรสีขาวผูกปิดตาให้

 

“ ก็ไม่มีใครว่าเจ้านี่  ยิ่งเจ้าแช่น้ำในอ่างนี้ก็จะหายเร็วขึ้น ”  ดวงตาสีเพลิงฉายความเจ้าเล่ห์และลี้ลับบางอย่าง  เทพแห่งไฟกล่าวเสียงนุ่มว่า “ ข้าจะถอดอาภรณ์ให้เจ้า  ” 

 

“  กรี๊ด !!! ” 

 

แน่นอนว่าที่ขาดไม่ได้คือเสียงกรีดร้อง  และด้วยเทคนิคการถ่ายอย่างล่อแหลมอย่างถึงที่สุดที่ไล้ไปตามสัดส่วนร่างของคนทั้งคู่ก็เพียงพอต่อการให้ผู้ชมสำลักเลือดตายได้  ฉากที่เหลือไม่ขอกล่าวถึงแต่อย่างใด  ให้รู้ไว้ว่าเป็นการอาบน้ำที่ผู้ชมลงความเห็นว่าน่าหวาดเสียวและน่ากระอักเลือดมากที่สุดในโลก  รวมทั้งชื่นชมการแอบลวนลามของเทพมาคิสว่าดีงามที่สุดในสามโลก !!!

 

5 นาทีเต็ม ๆ กับการรับชมฉากที่ไม่ควรแม้แต่จะกระพริบตา  บางทีถ้าผู้ชมได้ถูกถ่ายภาพไว้จะเห็นได้ชัดว่าตนเองตาแดงก่ำ ( เพราะไม่กระพริบตา )  เลือดไหลเป็นทางและหูกางออก ( เพื่อสดับฟังทุกเสียง )  และกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากซ้ำๆ  กัน

 

“ แม้ฉันจะต้องตาย...ก็ไม่เสียดายชีวิตนี้แล้วเคอะ ” 

 

ผู้ชมกล่าวไว้

 

หน้าจอมืดลงกลายเป็นภาพที่เทพศาสตราแอบลอบลักหลับคนที่เพิ่งนวดตัวให้ในอ่าง  นี่ก็คือฉากที่ผู้ชมไม่มีทางลืมเลือนแต่เหมือนจะเป็นช่วงต่อเนื่องที่หลังจากเทพเซเลสผลุนผลันออกไปด้วยอาการหน้าแดงหูแดงแล้ว   เทพแห่งแสงที่ควรจะหลับกลับใช้แขนหนุนศีรษะแล้วอมยิ้มเจ้าเล่ห์  ใช้ปลายนิ้วลูบฝีปากตัวเองแผ่วเบา  ดวงตาเต็มไปด้วยความขบขัน

“ เซเลสหนอ...เซเลส ”  น้ำเสียงมีแววความเอ็นดูอย่างถึงที่สุด

 

“ โฮ่  เทพเทซิลมีแอบยอมให้ลักหลับนี่นา” 

 

ผู้ชมกล่าวไว้

 

 

หน้าจอมืดสนิทอีกครั้ง  ขณะที่ผู้ชมต่างคาดเดาว่าจะเป็นความลับของใครต่อ  ที่ปรากฏก็คือเจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์ในบทบาทเทพแห่งสายน้ำวาริวช่วงอ่อนเยาว์  อายุราว ๆ 8-9 ปี

 

เสียงสนทนาดังขึ้นเบา ๆ โดยหน้าจอฉายเป็นปลายเท้าของใครคนหนึ่งที่ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร

 

“  ดูเหมือนฝีมือของข้าจะดีขึ้นมากแล้วว่าไหม ? ” 

 

“ ท่านต้องไปฝึกทำมงกุฎดอกไม้มาให้ข้าเลยหรือ ? ” 

 

“  ใช่แล้วล่ะ  ทำอีกสักหน่อยข้าคงจะทำได้สวยขึ้น ”  สองเสียงคุ้นหูบอกได้ว่าคือเทพเฟเนลและจอมปีศาจเป็นแน่  และผู้ที่แอบฟังก็คือ...เทพวาริวผู้มีสีหน้าและสายตาเย็นชาก่อนจะเดินจากไป

 

เสื้อผ้าอาภรณ์ของเทพหนุ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ  รวมถึงการเจริญเติบโต  แต่ที่ผู้ชมคาดเดาได้คือทุกครั้งที่เทพเฟเนลมาหาจอมปีศาจ  เทพวาริวนี่ล่ะก็จะแอบตามมาทุกครั้ง  พิงหลังต้นไม้ฟังเสียงสนทนาคนทั้งคู่นิ่ง ๆ และกำหมัดแน่นยามเฟเนลนั้นถูกแตะต้องตัว

 

“  แม้ข้าจะต้องเก็บตัวฝึกรับตำแหน่งเทพแห่งพืชพรรณถึง 200 ปีแต่ยังไงเราก็ต้องได้เจอกันอีก  200 ปีแม้จะดูนานแต่เผิน ๆ บางทีเพียงพริบตาเจ้าก็จะได้เจอข้าแล้ว ”  รอยยิ้มขบขันถูกจุดขึ้น  แต้มด้วยการหยอกเย้า “ บางทีในยามนั้นเจ้าอาจจะเบื่อเจอหน้าข้าแล้วก็ได้ ” 

 

“  ไม่มีทางหรอก ”

 

“  ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะตั้งหน้าตั้งตารอได้เจอเจ้าอีกครั้ง ” 

 

“  ข้ารู้สึกเหมือนวันที่ได้เจอกันนั้นเพิ่งผ่านมาไม่นานนี้เอง  เด็กที่ตัวพอ ๆ กับข้าในยามนี้สูงยิ่งกว่าข้าเสียแล้ว ” 

 

 “ ขอบใจ…แถมดูเจ้าจะแข็งแรงกว่าข้าเสียด้วยสิ ” 

 

“  …ท่านควรระวังให้มากกว่านี้ ”  ถอยออกห่างอย่างระมัดระวังหลังช่วยจับเฟเนลไม่ให้ล้ม

 

“ ข้ารู้…เจ้าเปรียบเสมือนน้องชายที่ข้าอยากจะดูแล   สัญญาได้หรือไม่  วันที่ข้าออกจากตำหนักเพื่อสืบทอดตำแหน่งเทพเจ้าจะมารอรับข้า ? ” 

 

“ …ข้าสัญญา…ว่าจะไปรอรับท่าน ” 

 

“ ขอบคุณ  เมื่อเราพบกันอีกครั้ง  ข้าจะแนะนำสหายของข้าอีกคนให้รู้จัก ” 

 

 “  เราจะพบกันอีก ” 

 

ทว่าเทพวาริวกลับผุดยิ้มโหดเหี้ยมขึ้น

 

ภาพตัดไปที่เทพวาริวกลับกลุ่มชายหนุ่มที่เป็นเทพวัยใกล้เคียงกัน 5-6 ตน  พวกเขาเหล่านั้นล้วนมีสีหน้าหวาดกลัวและตัวสั่นยามมองมายังใบหน้าเรียบนิ่งของเทพแห่งสายน้ำ

 

“ พ---พวกข้าทำร้ายเขา ต---ตามที่ท่านบอกแล้ว ” 

 

“ ข้ารู้ ”  วาริวยิ้มมุมปาก  กล่าวเสียงเฉื่อยชาราวชมนกชมไม้ “  ข้ากำลังจะเก็บตัวฝึกฝนเพื่อรับตำแหน่งเทพ  คงใช้เวลาอย่างน้อย 200 ปี ...ลูกครึ่งปีศาจนั่น  ข้าไม่ต้องการเห็นมันเมื่อออกจากตำหนัก ” 

 

“ ท...ท่านหมายความว่า ? ” 

 

ดวงตาสีม่วงทอกลิ่นไอแห่งความตาย

 

“ จงทำยังไงก็ได้ไม่ให้มันนั้นได้เหยียบอยู่บนสวรรค์อีกต่อไป  ส่งมันกลับไปที่ที่ควรอยู่ซะหรือทำให้มันหายไปตลอดกาลเลย...ยิ่งดี ” 

 

ใบหน้าของเทพกลุ่มนั้นปรากฏความกลัวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

 

ดวงตาคมปรายมองเย็นชา

 

“  คงไม่ต้องให้ข้าพูดหรอกนะว่าถ้าไม่เป็นมันที่หายไป  จะเป็นใครแทน ? ” 

 

“ พ---พวก---พวกข้าทราบแล้ว ” 

 

“ ดี ”  รอยยิ้มที่มุมปากของเทพแห่งสายน้ำยิ้มกว้างขึ้น

 

ผู้ชมอ้าปากค้าง

 

“ พระเจ้า... ” 

 

แล้วหน้าจอก็มืดไปอีกครั้ง  คราวนี้ปรากฏเป็นเทพแห่งพืชพรรณเฟเนลกับจอมปีศาจซึ่งเป็นตอนที่เฟเนลนั้นถามว่าเขาควรสืบทอดตำแหน่งเทพใดดี

 

“  เจ้าคิดว่าข้าจะสืบทอดตำแหน่งเทพใดของโลกมนุษย์ ? ” 

 

“  ท่านเป็นอะไรก็ดีทั้งนั้น …” 

 

“  แย่จริง...ข้ายังไม่แน่ใจเท่าไหร่นักว่าจะสืบทอดตำแหน่งเทพแบบใดดี ”  ใบหน้าเรียวแสดงอาการครุ่นคิด  ก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกสิ่งใดได้

 

“ ข้าคิดว่าข้ารู้แล้วนะ ” 

 

“  ? ”  ว่าที่จอมปีศาจแสดงอากัปกิริยาสงสัย “ บอกข้าได้หรือไม่ ? ” 

 

“  เดี๋ยวเจ้าก็รู้ ” 

 

และตัดมาที่หลังเฟเนลแยกจากจอมปีศาจ  มาเจอวาริวที่บาดเจ็บจากการฝึกซ้อมอาวุธแล้วรักษาแผลให้

 

“  คิดไว้หรือยังว่าจะสืบทอดตำแหน่งเทพใด ? ” 

 

“  อืม…” 

 

“  …ข้าจะเป็นเทพแห่งพืชพรรณบนโลกมนุษย์น่ะ ” 

 

 “ แล้วเจ้าจะสืบทอดตำแหน่งใด ? ใช่เทพศาสตราหรือไม่ ? ” 

 

ร่างสูงส่ายศีรษะเชื่องช้า

 

“  ข้าจะเป็นเทพแห่งสายน้ำ ” 

 

ใบหน้าอ่อนโยนของเฟเนลปรากฏความแปลกใจแล้วเผยยิ้มหยอกเย้า

 

“  หรือจะเป็นเพราะเทพธิดาแห่งสายธารที่ชื่นชมเจ้ากัน ? ” 

 

“  หาได้เป็นเช่นนั้นไม่  ข้าเพียงคิดว่าถ้าเจ้าเป็นเทพแห่งพืชพรรณข้าก็ควรจะเป็นเทพแห่งสายน้ำที่คอยเกื้อหนุนเจ้า  อีกทั้งหากต้องลงไปทำภารกิจ  อย่างน้อยข้าก็จะได้ไม่ต้องห่างจากเจ้านาน ”  ก้มลงมอง  “ หรือว่าไม่ดี ? ” 

 

“ ย่อมดีอยู่แล้ว ”

 

ภาพกลายเป็นภายในตำหนักที่ดูยิ่งใหญ่และมีมนตร์ขลัง  เต็มไปด้วยตำราเก่าแก่และเทพชราท่านหนึ่ง  เทพองค์นั้นถาม

 

“ ทำไมถึงเลือกเป็นเทพแห่งพืชพรรณกันเฟเนล  ข้านึกว่าเจ้าจะรับตำแหน่งเทพแห่งสายน้ำหรือเทพแห่งแสงเสียอีก ” 

 

เฟเนลอมยิ้ม  บอกด้วยท่าทางลึกลับ

 

“ ไม่ใช่เหตุผลอะไรที่ยิ่งใหญ่หรอกขอรับ ”  เงียบไปชั่วอึดใจพร้อมเผยยิ้มกว้าง “ แค่คนสำคัญบอกว่าข้านั้นดูงดงามและน่าหลงใหลที่สุดยามอยู่ท่ามกลางธรรมชาติก็เท่านั้น ” 

 

ผู้ชมมองหน้ากัน

 

  หรือว่าจะหมายถึงจอมปีศาจ ???

 

 

ภาพย้อนกลับไปในวัยที่เทพเฟเนลและเทพวาริวยังอยู่ในสภาพเด็กหนุ่มชาวมนุษย์วัย 15 ปี  เฟเนลกำลังเล่นกับผีเสื้อท่ามกลางเหล่าดอกไม้สีสดสวยที่ไหวระริกไปตามแรงลม  เส้นผมสีเงินถักเป็นเปียสวยคลอเคลียไหล่ข้างหนึ่ง

 

ริมฝีปากยิ้มหวาน  ดวงตาหลุบต่ำ  ดูงดงามอย่างถึงที่สุดท่ามกลางเหล่าแมกไม้พงไพรสีเขียวขจี

 

ถัดไปคือเทพวาริวที่เหม่อมองดูเฟเนลด้วยสายตาเลื่อนลอย  เจือความหลงใหลคลั่งไคล้ที่แฝงเร้นอยู่  เจ้าตัวเดินมาทรุดนั่งใกล้ ๆ  แล้วถอนหายใจ

 

“ มีอะไรหรือวาริว ? ”  เฟเนลถามด้วยสีหน้าแปลกใจขณะปลายนิ้วถูกเกาะด้วยผีเสื้อสีส้มทอง

 

“ ข้าเชื่อจริง ๆ ว่านางไม้บนสวรรค์ยังสู้เจ้าที่อยู่ท่ามกลางพงไพรไม่ได้ ” 

 

“ หืม ? เจ้าหมายความว่ายังไง ? ” 

 

ดวงตาสีม่วงคมฉายความจริงจัง

 

“  หมายความว่าเจ้างดงามกว่าพวกนางหลายเท่าน่ะสิ ” 

 

เทพเฟเนลหัวเราะคิกคัก

 

“ ข้าเป็นบุรุษนะ  สวยสู้พวกนางไม่ได้หรอก ” 

 

“ ทำไมจะไม่ได้กัน  ขนาดข้ายังหลง--- ”  เสียงในลำคอเทพหนุ่มหายไป  เทพเฟเนลกระพริบตามองแต่เมื่อเห็นโหนกแก้มสีแดงจัดก็เพียงอมยิ้ม  ดวงตาสีส้มที่สะท้อนปีกผีเสื้อสีสวยกลับทอความลี้ลับ

 

“ แม่เจ้า... ”  ผู้ชมได้อ้าปากค้างกันอีกรอบและเท่านั้นเหมือนจะไม่พอ  เหมือนจะปิดท้ายด้วยการที่เทพหนุ่มควบคุมพืชพรรณบนสวรรค์ทำให้เทพธิดาแห่งสายธารต้องอับอายขายขี้หน้าเหล่าเทพ  ร่ำไห้ด้วยความเสียใจไม่กล้าโผล่หน้ามาสังสรรค์อีก

 

เทพเฟเนลผู้มีรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้ายิ้มหวาน

 

“ มาชอบ คนของข้า  ก็ต้องเจอเช่นนี้นะ  เพราะฉะนั้นอย่ามาชอบ เขาเลย ”

 

แน่นอนว่า เขา ที่ว่าจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเทพวาริว

 

เฟเนลขยิบตาให้ข้างหนึ่งอย่างน่ารักผิดกับสิ่งที่ทำไปอย่างยิ่ง   จอภาพดับลงอีกครั้งปรากฏเป็นตัวอักษรสีขาวขึ้นว่า

 

หวังว่าทุกท่านจะช่วยปิดความลับให้เหล่าเทพสวรรค์นะคะ  ขอบพระคุณที่รับชมค่า

 

ตามด้วยชื่อของนักแสดง  ผู้จัดทำและเหล่าพนักงานฉายหนังสั้น

 

“ โอ้แม่เจ้า  ที่แท้ตัวการทำให้จอมปีศาจของฉันตกจากสวรรค์ก็มาจากวาริวเองหรือเนี่ย ” 

 

“ โหดสุด ๆ ไปเลย ”  

 

“  สรุปที่เดาว่าเทพเฟเนลเป็นเทพแห่งพืชพรรณเพราะจอมปีศาจนี่ก็ผิด  เหตุผลมาจากเทพวาริวล้วน ๆ นี่หว่า ” 

 

“ เหมือนกัน  ฉันก็คิดแบบนั้น  หักมุมสุด ๆ ” 

 

“  เทพวาริวกับเทพเฟเนลเหมาะกันเป็นบ้า  เล่นจัดการคนที่มาถูกใจคนของตัวเองซะโหดเลย ” 

 

“  เห็นด้วย  น่ากลัวแท้ ” 

 

“  ฉันขนลุกเลยนะ ” 

 

“  เหมือนกัน ๆ  แต่ว่า...” 

 

“  ก็สมแล้วค่าที่เป็น คู่รักปีศาจ กรี๊ดดดดดด !!! ” 

 

“  ไดซ์วอดจงเจริญ ! ไดซ์วอดจงเจริญ !  ” 

 

“  กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด ! ” 

 

 

 


 

20%

 

 

ขณะที่ทางด้านหนึ่งเป็นไปอย่างปั่นป่วนวุ่นวาย  ทางด้านรัมกับบราวน์ก็ค่อนข้างจะสงบเงียบ

 

รัมเดินตามฟิเลส  เด็กหนุ่มที่ตนเองเคยยื่นมือช่วยเหลือเมื่อตอนไปโพซิเด้นเพื่อไปที่ร้านขายสมุนไพรและต้นไม้ที่ญาติของอีกฝ่ายเป็นคนเปิด

 

“  พี่รัมเรียนที่นี่ยากไหมครับ ? เรียนหนักหรือเปล่า ? ” 

 

“  ไม่หนักหรอก  งานก็ไม่ค่อยเยอะเพราะส่วนใหญ่เน้นความเข้าใจน่ะ ” 

 

“  แล้วอย่างนี้ผมจะเข้าไหวไหมครับ  การเรียนกับการต่อสู้ผมทำได้แค่กลาง ๆ เอง  แถมเขารับคนน้อยด้วย ” 

 

ฟิเลสถามด้วยสีหน้าหมอง ๆ รัมหัวเราะเบา ๆ ขณะกล่าวปลอบใจ

 

“ ถ้าพยายามเต็มที่ล่ะก็ต้องเข้าได้แน่ ๆ อีกตั้ง 2 ปีกว่าเธอจะสอบเข้า  เพราะอย่างนั้นเธอทำได้อยู่แล้ว ”  รัมยิ้มให้  เขาพูดคลุมเครือเพราะยังไงตอนเข้าที่นี่พวกเขาก็ใช้เส้นเข้ามาอยู่แล้ว  ไม่ได้สงไม่ได้สอบเลยสักกะติ๊ดเดียวดังนั้นจะให้มาเสนอแนะเรื่องนี้คงเป็นไปไม่ได้

 

ทางด้านฟิเลสที่เห็นรัมไม่บอกว่าสอบเข้ายังไงก็คิดว่ามันคงจะเป็นความลับของทางโรงเรียนที่ไม่อนุญาตให้บอกหรือไม่การสอบทุกปีไม่เหมือนกัน  รัมจึงไม่พูดถึง  เขาเลยชวนอีกฝ่ายพูดคุยต่อ

 

“ ว่ากันว่าพอสอบเข้าได้เขาจะแบ่งนักเรียนออกไปอยู่ 4 หออย่างล่ะเท่ากันใช่ไหมครับ ” 

 

“ อาห่ะ เพราะที่นี่เป็นโรงเรียนประจำ   ดังนั้นจะมีปราสาทเรียนแล้วก็หอพักของนักเรียนเป็นส่วนตัว  หอพักเธอจะได้คู่รูมเมทด้วยวิธี...ที่ออกจะประหลาดสักนิด  และอาจทำให้หัวใจวายได้ด้วย ” 

 

รัมทำหน้าพิลึกออกมา  เขาหันไปมองบราวน์และเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังทำหน้าเหยเก  คงนึกถึงตอนที่ถูกด้ายกระชากไปคู่กับเคียร์ในท่าชวนสยอง  แน่นอนว่ารัมคู่กับจินแต่สุดท้ายปัจจุบันเขาก็ต้องมานอนคู่กับบราวน์อยู่ดี

 

ว่าไปแล้วก็เสียดายที่ตอนนั้นมัวแต่ตกใจจนลืมดูหน้าตาประหลาดของบราวน์ซะได้

 

“ ไม่ต้องมาเสียดายเลยนะ  ตอนนั้นฉันสยองสุด ๆ เลยนายไม่รู้หรอก ”  บราวน์ที่เห็นแก้มอมยิ้มกับดวงตาพราวระยับของรัมก็อ่านออกในทันทีว่าเจ้าตัวเสียดายเรื่องอะไร  

 

รัมแลบลิ้นใส่พร้อมทำแก้มพอง

 

“ ขี้ตู่ ” 

 

แล้วก็ตามด้วยหัวเราะ หึ ๆๆ ในลำคอ  ด้วยความหมั่นเขี้ยวบราวน์เลยผลักหัวรัมไปอีกทางก่อนจะอ้าปากกัดต้นคออีกฝ่าย

 

งับ !

 

รัมสะดุ้งโหยง (คนแอบดูก็สะดุ้งโหยง)

 

รัมทำหน้าเจ็บจี๊ดนิด ๆ (คนแอบดูหน้าแดง + เรียบเฉย ? ) พออีกฝ่ายผละออกพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เลยตีผลัวะเข้าให้  ยกมือลูบคอตัวเองเบา ๆ

 

“ นี่เป็นรอยหรือเปล่า ? ” 

 

หันไปถามฟิเลสที่ทำหน้าตกใจนิด ๆ อยู่

 

ฟิเลสมองก่อนจะพยักหน้า

 

“ เป็นรอยแดงจาง ๆ น่ะครับ ” 

 

เด็กหนุ่มคนซื่อก็คิดเพียงว่าทั้งสองเป็นเพื่อนที่สนิทสนมกันดีเนอะ  ไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านั้นตามประสาเด็กซื่อ

 

“ นี่ครับร้านของลุงผมเอง ”  ฟิเลสเดินนำเข้าไปในร้านซึ่งมีต้นสมุนไพรหายากไม่น้อยใส่อยู่ทั้งในกระถางและขวดแก้ว  พวกเขาวางถุงกระดาษที่ถือมาไว้ตรงโซนวางของเพื่อที่จะสามารถเข้าไปเลือกได้สะดวก

 

“  ลุงครับ  นี่พี่รัมที่เคยช่วยแม่ไว้ตอนอยู่โพซิเด้นครับ ” 

 

ฟิเลสผายมือมาทางพวกเขาพร้อมยิ้มกว้าง

 

พวกเขาทั้งคู่โค้งตัวให้เป็นการทักทาย  เห็นอีกฝ่ายเป็นคุณลุงอายุประมาณ 50 ปี ที่ยกยิ้มอ่อนโยนส่งมาให้

 

“ ฟิเลสเคยเล่าให้ฟังแล้ว  ขอบใจมากเลยนะตอนนั้นน่ะ ” 

 

“ เป็นเรื่องเล็กน้อยครับ ” 

 

“ เลือกสมุนไพรได้ตามสบายนะ  ถ้าสงสัยอะไรถามฟิเลสได้เลย ” 

 

“ ขอบคุณครับ ” 

 

พวกเขาเริ่มเดินดูชั้นวางสมุนไพรซึ่งมีแผนผังบอกด้วยให้สามารถหาพืชที่ต้องการเจอ  ระหว่างการเดินดูสมุนไพรที่พวกเขาต่างปรึกษากันเป็นระยะ ๆ

 

อยู่ ๆ บราวน์ก็โพล่งถามรัมออกมาว่า

 

“ นายชอบเด็กคนนั้น ? ” 

 

รัมหันมามองด้วยหน้าตาสงสัย

 

“ นายพูดเรื่องอะไร ? ” 

 

“  เด็กที่ชื่อฟิเลสน่ะ  นายดูพูดกับเขามากเป็นพิเศษ ”   

 

สีหน้าของบราวน์เรียบเฉยยามพูดทำให้รัมกระพริบตาถี่ ๆ มอง

 

“  ก็แค่พูด...ฉันแค่ชอบนิสัยของเขาล่ะมั้ง ” 

 

“  นิสัย ? ” 

 

“  เขาเป็นเด็กซื่อ ๆ น่ะ ” 

 

ตอบสั้น ๆ แต่ดูจะไม่ไขความข้องใจให้กับบราวน์   เจ้าตัวเดินหลบมุมไปอีกทางด้วยท่าทางหดหู่ที่ชวนให้ไม่เข้าใจ 

 

“ เป็นอะไรของเขา ? ”   ขมวดคิ้วมองก่อนจะไปสะดุดกับต้นสมุนไพรต้นหนึ่ง  รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นขณะที่เขาเริ่มคัดเลือกต้นที่สวยและดีมากที่สุดออกมา

 

บราวน์กำลังหดหู่กับการที่เขาดูจะสู้เด็กคนหนึ่งไม่ได้  รัมดูจะผ่อนคลายตอนอยู่กับฟิเลสไม่เหมือนตอนอยู่กับเขา  หรือว่าเพราะเขาไม่ใช่คนซื่อ ๆ กัน ?

 

จะแกล้งทำเป็นซื่อดีไหมเนี่ย ?

 

ถามอย่างกับตัวเองจะทำได้แล้วก็โยนความคิดนี้ทิ้งไป

 

เขา บราวนี่  ครอยเซอร์ จอมเจ้าเล่ห์  ในเมื่อไม่ใช่คนซื่อแบบที่รัมชอบ  งั้นก็เอาความเจ้าเล่ห์มาหลอกให้ตกหลุมรักเขาดีกว่า

 

พอตัดสินใจกับตัวเองได้แล้วก็พลอยสบายใจ  ใครหน้าไหนจะเข้าหารัมเดี๋ยวเขานี่ล่ะจะเตะกระเด็นออกไปทุกคนเอง

 

 

 

“ ทำไมข้ามองลูกชายเจ้าแล้วรู้สึกเหมือนคนอื่นจะซวยล่ะ ”  มาทีรัสพลันถามขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย  องค์เซฟีรัสสนับสนุน

 

“ อย่าว่าแต่เจ้าเลย  ข้ายังรู้สึกขนลุกประหลาดกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั่น ” 

 

“ ลูกเจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่เซอร์ไล ”  เบรูสถามพลางกระพริบตาปริบ ๆ ตาม   มองรอยยิ้มเหลือร้ายที่ริมฝีปากลูกชายเพื่อนด้วยท่าทางพิศวง  เซอร์ไลส่ายหัว

 

“ ถึงข้าจะยังไม่รู้ว่าลูกข้าคิดอะไร  แต่ถ้าสังหรณ์ข้าเดาไม่ผิดคงเกี่ยวกับรัมแล้วก็คนที่คิดมายุ่งย่ามกับรัมนั่นล่ะ ” 

 

“  บางทีคู่ลูกเจ้าอาจเป็นแค่เพื่อนกันเฉย ๆ ก็ได้นะ  ลูกศิษย์เจ้าดูเฉย ๆ ซะมากกว่า ”   คริสโตเฟอร์เสนอความคิดเห็นบ้าง

 

“ ...ข้าก็ยังไม่แน่ใจ ”  แต่จากที่ดูคร่าว ๆ คู่นี้ไม่มีอะไรที่เกินเลยกันสักนิด  ตอนที่โอบเอวก็แค่เหมือนช่วยดึงหลบคนเสียมากกว่า  อาจจะแค่เข้ากันได้ดีในฐานะหมอก็ได้

 

เซอร์ไลลูบคางตัวเอง  แต่ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยน่าไว้วางใจเต็มร้อยนัก

 

พวกเขาซื้อต้นสมุนไพรเสร็จ  รัมที่มีสมุนไพรต้นหนึ่งแยกมาเป็นถุงหิ้ว  ส่งมันให้บราวน์

 

“ นี่อะไรน่ะ ? ”  ชายหนุ่มทำหน้างงใส่  เมื่อเขาเปิดดูก็เห็นว่าเป็นต้นแมกโนเลียเอลเดีย  สมุนไพรที่ส่วนของดอกสีชมพูอ่อนของต้นสามารถเอามาสกัดเป็นยารักษาได้  เป็นสมุนไพรที่คล้ายต้นไม้ด้วยอย่างหนึ่งคือไม่จำเป็นต้องทะนุถนอมมากนักแต่สามารถเติบโตได้เองและทุกหนึ่งเดือน  ดอกของต้นแมกโนเลียเอลเดียจะบานออกแล้วร่วงลงมาเป็นดอก ๆ เอง

 

“  ให้ฉัน ? ” 

 

“  อืม ”   รัมขานตอบ ขณะยิ้มบาง ๆ ยกมือโบกลาฟิเลส  บราวน์ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าแดงๆ ของเด็กฟิเลสนั่น

 

“  แล้วให้ฉันทำไม ? ” 

 

“  ก็แค่กลัวคนแถวนี้จะน้อยใจเท่านั้น ”   รัมตอบด้วยสีหน้านิ่ง ๆ แล้วถอนหายใจเมื่อคนเจ้าเล่ห์กลับกลายเป็นคนเข้าใจยากขึ้นมาซะงั้น

 

“ ฉันชอบคนซื่อ ”  อยู่ ๆ รัมก็โพล่งออกมา  บราวน์ชะงัก  ขณะมีสีหน้าบูดบึ้งและเตรียมบอกตัดบทก็ได้ยินอีกประโยคถัดมาที่ทำให้หูผึ่ง  “ แต่ไม่ได้แปลว่าไม่ชอบคนเจ้าเล่ห์  เพราะฉะนั้น... ” 

 

มองต้นแมกโนเลียเอลเดียด้วยสีหน้าจริงจังแต่แก้มขาวแต้มสีชมพูอ่อน ๆ

 

“ ดูแลมันให้ดีล่ะ ” 

 

แมกโนเลียเอลเดีย  ความหมายของการห่วงใย  และสื่อว่าคุณเป็นคนสำคัญ

 

บราวน์ยืนนิ่งอยู่กับที่  สีหน้าเขาสื่อความคิดในหัวออกมาไม่ได้เลย

 

ปล่อย...

 

หรือไม่ปล่อยดี ?

 

แล้วเขาก็กากบาทตัวโต ๆ ที่คำว่าปล่อย

 

ถ้าปล่อยไปก็ไม่ใช่บราวนี่  ครอยเซอร์แล้ว !

 

ขายาวก้าวตามคนที่เดินนำอยู่อย่างรวดเร็ว  ใช้มือหนึ่งที่ว่างจากการถือของที่พะรุงพะรังไว้รั้งไหล่รัมให้หันมา

 

“ หือ ? ” 

 

รัมทำหน้างงก่อนจะนิ่งเมื่อคนตัวสูงกว่าก้มลงมาจูบเขา

 

บราวน์เลียริมฝีปากรัมเบา ๆ ถอยออกมา  ยิ้มเจ้าเล่ห์ขณะเลียริมฝีปากตัวเองต่อ

 

“ ตอบแทนเรื่องต้นแมกโนเลียเอลเดียนี่ ” 

 

แต่ความจริงเขาแค่อยากเอาเปรียบรัมเท่านั้น

 

อยากเอาเปรียบ...มาก ๆ เสียด้วย

 

“ ....นายมันคนเจ้าเล่ห์ ”  รัมหน้าแดงเถือกอย่างที่น้อยครั้งยากจะเห็น  เขายกมือปิดปากตัวเองแล้วเดินหนี

 

บราวน์ฮัมเพลงในลำคอ  เขาก้าวยาว ๆ ไม่กี่ก้าวก็ตามรัมทันแล้ว

 

“ คนน่ารักทำอะไรก็น่ารัก  ”  ดวงตาสีเขียวจางมองคนข้าง ๆ พร้อมเหยียดยิ้ม “  และคนน่ารักมักจะชอบคน...เจ้าเล่ห์ ” 

 

“ อุ่ก ! ”  รัมสะอึก  คิดว่าไม่น่าเปิดช่องว่างให้อีกฝ่ายจู่โจมได้เลย

 

“ หึๆๆๆ ”   ทางด้านคนเจ้าเล่ห์ก็หัวเราะหึ ๆ อย่างอารมณ์ดี  คราวนี้แม้พวกเขาจะไม่ได้คุยกันเลยแต่บรรยากาศละเมียดละไมก็ทำให้ผู้เฝ้ามองสัมผัสได้อยู่ดี

 

 

ขณะที่รัมและบราวน์เดินไปก็มีชายวัยกลางคน 5 คนกำลังยืนนิ่งอยู่กับที่

 

“  ไม่...ไม่เป็นอะไรนะ เซอร์ไล ” 

 

“  ข้าจะเป็นอะไรได้กัน ” 

 

“  แต่วิญญาณเจ้าหลุดออกจากร่างแล้ว !  ” 

 

“  นี่...ตอนนี้ก็เหลือแต่ --”  สายตาสี่คู่หันไปมองมาทีรัส

 

มาทีรัสกรอกตาไปอีกทาง  หน้าซีดเผือดขณะพูด

 

“ ยังจำเป็นต้องไปดูอีกเหรอ ? ผลมันชัด ๆ อยู่แล้วนี่ ” 

 

“ ใจเย็นไว้ก่อนมาทีรัส !!! ” 

 

“ ไหน ๆ ก็ไหนๆ  แล้ว ไปดูหน่อยคงไม่เสียหายหรอก  โอ๊ะ  อยู่ไกลจากเราพอสมควรนะ ไปกันเถอะ ” เบรูสลากคอเสื้อสหายไปตามทาง  เซอร์ไล  คริสโตเฟอร์และองค์เซฟีรัสเดินตามขณะครุ่นคิดเรื่องของบุตรหลานตัวเองไปด้วย

 

“  น่าจะอยู่แถวนี้นี่นา ”   ตอนเย็นไม่ได้ทำให้คนน้อยลงเลย  แต่ตรงกันข้าม  คึกคักยิ่งกว่าเดิมจนเบรูสหาวิมเลทไม่เจอ

 

“  โอ๊ะ  อยู่นั่นเอง  แต่อยู่กับเคียร์แฮะ ” 

 

“  หืม ? ”  ขณะมาทีรัสกำลังจะชะโงกหน้าไปดู  เขาก็ถูกใครคนหนึ่งชนเข้า

 

“ โอ๊ะ ขอโทษครับ ! เอ๊ะ ? ” 

 

“ เอ๊ะ ? ” 

 

มาทีรัสร้องเอ๊ะบ้างเมื่อจะหันมาพูดกับคนชนว่าไม่เป็นไรก็ดันต้องตะลึงแทนซะงั้น

 

“  ลุงมารัส !!! ” 

 

วิสกี้ยิ้มแฉ่ง  ตาเบิกกว้างทันทีที่เห็นว่าเป็นใครขณะที่มาทีรัสอ้าปากเหวอ

 

“  วิสกี้ ?! ” 

 

“  โห ลุงมางานโรงเรียนผมด้วย ดีใจจัง ” 

 

“  บ...บังเอิญน่ะ แหะ ๆ ”  มาทีรัสได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ เขาหันมองรอบตัวก่อนจะพบว่าเพื่อนของเขานั้นล่าถอยไปดูห่าง ๆ เสียแล้ว  ทิ้งเขาไว้กับวิสกี้ที่มีท่าทางตื่นเต้นคนเดียว

 

“ ลุงไปเที่ยวหรือยัง ? ให้ผมพาเที่ยวไหม ? ”  เนื่องจากมาทีรัสใช้ภาพลักษณ์ปลอมตัวตอนไปกินเหล้าที่ร้านฟาวน์มิคบ่อย ๆ จนติดตาวิสกี้  ดังนั้นถึงเขาจะกลบเกลื่อนก็ไม่ทันแล้ว

 

“ เอ๊ ? แล้ว—แล้วจะไม่เป็นอะไรเหรอ ? ” 

 

เขาคิดว่าวิสกี้จะตัวติดเป็นปาท๋องโก๋กับวิมเลทซะอีก

 

“  หืม ? จะเป็นอะไรล่ะครับ  มาเถอะ  ลุงต้องยังไม่เคยเดินเที่ยวแถวนี้แน่  มาเดี๋ยวผมพาเที่ยวเอง ! ” 

 

ไม่ว่าเปล่า  วิสกี้จับแขนมาทีรัสแล้วพาลากไปทันที  มาทีรัสหันซ้ายขวาอย่างตื่นตระหนก จนเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง  หลังตะลอน ๆ เกือบทั่วงานโซนนี้  ของกินก็เต็มไม้เต็มมือพวกเขารวมถึงของกระจุกกระจิกน่ารัก  จากตอนแรกที่มาทีรัสกระอักกระอ่วนใจก็กลายเป็นผ่อนคลายเพราะนิสัยทะเล้น ๆ ของวิสกี้และการพาเที่ยวที่สนุกสนาน

 

สุดท้ายพวกเขาก็มาลงเอยที่ม้านั่งตัวหนึ่งพร้อมน้ำแข็งใสคลายร้อนในมือ

 

“  เฮ่อ  ไม่ได้ตะลอนเที่ยวนานแค่ไหนแล้วเนี่ย ”  มาทีรัสถอนหายใจขณะกินน้ำแข็งใสน้ำราดนมและน้ำองุ่นในมือตัวเองไป

 

“  ว่าแต่ ลืมถามลุงไปเลยว่ามาคนเดียวหรือครับ  ผมรบกวนอะไรหรือเปล่าเนี่ย ? ”  วิสกี้คาบช้อนน้ำแข็งใสราดน้ำแดงไว้ในปากขณะถามอู้อี้  มาทีรัสเลยผลักหัววิสกี้ไปอีกทาง

 

“ หึ ๆ ทีตอนนี้ล่ะเพิ่งจะมาถาม ” 

 

“ ก็ผมดีใจที่เจอกับลุงมากไปหน่อยอ่ะ  คิดถึงลุงมารัสกับลุงฟาวน์มิคมากเลย  นึกว่าจะต้องรอปิดเทอมถึงจะได้เจอลุงอีก ”  วิสกี้ทำหน้าย่นใส่  มาทีรัสถึงนึกได้ว่าทริสทอร์กับนาโวลล์นั้นไม่ได้อยู่ใกล้ๆ กันเลย

 

“  พูดถึงเรื่องได้เจอกัน...ข้าเห็นนะ ” 

 

“  ? ” 

 

“  แสดงเปิดพิธีน่ะ...แต่งเป็นผู้หญิงใช่ไหม ? ” 

 

“  อ้ากกกกกกกกกก ?!?! ”  เสียงร้องโหยหวนของคนข้างกายทำให้มาทีรัสระเบิดเสียงหัวเราะอย่างท้องขัดท้องแข็งอย่างหยุดไม่ได้  ยิ่งได้ฟังคำพูดของวิสกี้แล้วยิ่งรู้สึกว่าต่อมหัวเราะตัวเองได้ทำงานหนักเกินความจำเป็นแน่ ๆ

 

“  ม่ายยยยยยย ! นี่ลุงก็อยู่หรือเนี่ย อ๋าาาาาาา ~ จบแล้วชีวิตผมมมมมม ! ” 

 

“ ฮ่า ๆๆๆ ! มันก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้นนี่  เจ้าก็ดู...เอ่อ สวยดีนะ อะแฮ่ม ” 

 

แล้วเขาก็พบดวงตาไร้ชีวิตจากเด็กแสบ กับคำถามอันแสนรราบเรียบ

 

“ นั่นคือสิ่งที่สมควรบอกกับผู้ชายอย่างนั้นหรือครับ ? ” 

 

เล่นเอาเบือนหน้าหนีหัวเราะอีกทางแทบไม่ทัน

 

“  ถือว่าเจ้ามีลิ้นศักดิ์สิทธิ์ไง  ที่บอกว่าถ้าได้เจอกันอีกจะ—(กลั้นขำ) อุ่ก---แต่งเป็น---เป็นผู้หญิงน่ะ ” 

 

“  เราเลิกพูดเรื่องนี้กันได้ไหมครับ ”  มองคนถามแล้วก็ได้แต่ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอีกรอบ

 

“  นี่...ลุงมารัส  ผมขอลองน้ำแข็งใสรสองุ่นนั่นหน่อยได้ไหมครับ ” 

 

“ อ้อ ? นี่น่ะเหรอ  เอาไปสิ  เอาน้ำแดงมาสลับกันกินด้วย ” 

 

“  คร้าบบบบ โอ๊ะ ท็อปปิ้งเป็นกล้วยนี่ ! ผมขอคำนึงนะ ! ” 

 

“  ฮ่า ๆๆ ตามสบายเลย มา ๆ มาแลกกันกินดีกว่า ” 

 

หลังพวกเขากินน้ำแข็งใสกันหมดแล้วมาทีรัสก็เลิกคิ้วมองเมื่อหัวทุย ๆ ของเด็กข้างตัวเอนมาซบไหล่เขา  เขาตัวแข็งทื่อนิดๆ ก่อนจะนิ่งไปเมื่อวิสกี้เริ่มเปิดปากพูด

 

“ ลุงรู้ไหม...ลุงให้ความรู้สึกเหมือนเป็นพ่อของผมเลย  ” 

 

“  แล้วพ่อของเธอ ? ” 

 

วิสกี้เงยหน้ายิ้มให้บาง ๆ

 

“  ผมเป็นเด็กกำพร้าน่ะครับ  โตที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า  ไม่รู้แม้แต่ชื่อพ่อแม่ของตัวเอง ”  ประโยคนั้นทำให้มาทีรัสเงียบไป “  ตอนอายุได้ 10 ปีผมก็หนีออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเพราะที่นั่นไม่มีเงินจะเลี้ยงดูเด็กทุกคน  ผมคิดว่าต้องลองหาเงินด้วยตัวเองให้ได้  แล้วก็เร่ร่อนของานทำ ” 

 

“ แต่แน่นอนว่าต้องไม่มีใครรับเด็ก 10 ขวบทำงานอยู่แล้ว  ...แล้วผมก็พบคน ๆ หนึ่ง  คนที่ลากผมออกมาจากถังขยะ  พาไปอาบน้ำแต่งตัว  เขาเป็นคนที่ทำให้ผมเจ็บตัวครั้งแรก  โดนลากเข้าบ่อนครั้งแรก  กลายเป็นของพนันครั้งแรกแล้วก็เป็นอาจารย์ของผม ”  วิสกี้พิงไหล่มาทีรัสสบาย ๆ ขณะมุมปากมีรอยยิ้มจาง ๆ “ เขาสอนให้ผมกลายเป็นเซียนพนันเพื่อที่จะหาเงินมาใช้ได้  เขาเป็นคนที่ทำให้ผมรู้สึกได้ว่ายังมีชีวิตอยู่อย่างแท้จริงจนถึงอายุ 15 ” 

 

“  แล้วยังไงต่อ...” มาทีรัสถามเสียงแผ่วเบา

 

“  ตอนวันเกิดอายุ 15 ของผม...เขาหายไป  หายไปแบบไม่มีร่องรอย ไม่มีข้อความอะไรทิ้งไว้  ทิ้งผมไว้กับบ้านหลังเล็ก ๆ หลังหนึ่งที่ผมอยู่กับเขามาตลอด 5 ปี ” 

 

“ ผมรักเขา...เหมือนเขาเป็นพ่อของผมแม้จะไม่ใช่  ผมตามหาเขาอย่างบ้าคลั่ง...แต่ก็หาไม่เจอเลย ”

 

“  1 เดือนผ่านไป  ผมสงบสติอารมณ์ตัวเองได้  เดินทางไปเรื่อย ๆ เพราะไม่อยากจะอยู่ในบ้านหลังนั้น  บ้านเล็ก ๆ ...ที่มีเขาอยู่  คอยเรียกผมว่า เจ้าเด็กโง่’ ‘เจ้าเด็กแสบ’ ‘ไอ้ลูกหมาวิสกี้” 

 

“  แล้วเธอยังตามหาเขาอยู่หรือเปล่า ? ” 

 

“  อืม ”  พยักหน้าแรง ๆ ครั้งหนึ่ง  มาทีรัสสัมผัสได้ว่าวิสกี้กำลังเอาหน้าซุกไหล่ของเขา  เส้นผมสีส้มปรกลงมาที่ใบหน้า...เสื้อตัวหนากลายเป็นรู้สึกถึงหยาดน้ำบางอย่างที่บริเวณไหล่ 

 

มาทีรัสมีสีหน้าอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

 

“  ผมเชื่อ...ว่าผมจะต้องเจอกับเขาอีกแน่ ๆ ตาแก่นั่นไม่มีวันทิ้งผมไปเฉย ๆ แล้วเขาก็ไม่มีวันตาย ...สักวันหนึ่งผมจะต้องเจอเขา ” 

 

“  อืม...เธอจะต้องเจอเขาแน่ ” 

 

ยกมือขึ้นมาอย่างลังเล  ก่อนจะตัดสินใจลูบหัววิสกี้เบา ๆ

 

“  ตอนอยู่ใกล้ๆ ลุงมารัส  ผมรู้สึกอบอุ่นนะ  เวลาลุงถาม  เวลาลุงทักผม  ยิ้มให้ผม  ลูบหัวผม  แล้วมันก็ทำให้ผมอดนึกถึงตาแก่นั่นไม่ได้...อีกนานไหมนะที่ผมจะได้เจอเขา ? ลุงมารัส...ลุงแน่ใจนะว่าผมจะได้เจอเขาจริง ๆ ? ” 

 

วิสกี้เงยหน้าขึ้นด้วยดวงตาแดงก่ำ   มันเป็นสิ่งที่เขารู้สึกตั้งแต่วันที่เจออีกฝ่ายตั้งแต่วันแรก  ความรู้สึกคุ้นเคยที่คล้าย ตาแก่นั่น  ทั้งสายตา  ทั้งท่าทางนั่น

 

เหมือนเกินไปจริง ๆ

 

“  เธอจะได้เจอเขา  ฉันมั่นใจ  ไม่มีใครกล้าทิ้งเด็กดี ๆ แบบเธอแน่ ”  มาทีรัสลูบหัววิสกี้อีกครั้งอย่างอ่อนโยน  แล้วปาดน้ำตาให้กับวิสกี้ที่ยังสะอื้นอยู่เบา ๆ ขณะพึมพำ

 

“  คุณทำเหมือน...ฮึก...ตาแก่นั่นเลย ” 

 

“  อย่างนั้นเหรอ ? ฮ่า ๆๆ ฉันดีใจนะที่อย่างน้อยก็ทำให้เธอยิ้มได้ ”  มองรอยยิ้มบาง ๆ อบอุ่นที่เกิดขึ้นที่ริมฝีปากของวิสกี้แล้วมาทีรัสก็อดยิ้มตามไม่ได้  ดูเหมือนเด็กที่เขาคิดว่ากวนประสาทและขี้เล่น  เริงร่าจนไม่น่าจะมีเรื่องทุกข์ใจมีอะไรอีกหลาย ๆ มุมที่เขายังไม่เคยเห็น

 

เด็กคนนี้มองเขาคล้ายกับใครบางคนที่ใกล้เคียงกับคำว่า พ่อคนที่เด็กคนนี้ไม่เคยได้เจอ  วิสกี้ทำตัวให้ร่าเริงเพื่อที่จะไม่นึกถึงเรื่องร้าย ๆ และเรื่องที่เสียใจที่ผ่านมา  เพราะเหตุผลนี้วิสกี้ถึงดูเป็นที่รักจากพวกผู้ใหญ่นัก  เพราะผู้ใหญ่สัมผัสได้ถึงการโหยหาความอบอุ่นของ ครอบครัวที่เด็กคนนี้เสียไป

 

“  ต้องขายหน้าต่อหน้าลุงอีกแล้ว ” 

 

วิสกี้เช็ดน้ำตาตัวเอง  แล้วพวกเขาก็หันไปทางหนึ่งเมื่อได้ยินเสียงคนรู้จักเอ่ยขึ้น

 

“ วิสกี้ ?! ” 

 

“ อุ่ก ! ”  วิสกี้รีบก้มหน้าก้มตาเช็ดน้ำตาตัวเองเร็ว ๆ ก่อนจะถูกจับหมับที่แขน

 

“ เหวอ ?! ”  วิสกี้โดนลากมาอยู่ด้านหลังวิมเลท

 

“  ลุง...ทำอะไรเพื่อนผมหรือเปล่า ? ” 

 

“ .......... ”  มาทีรัสอ้าปากนิด ๆ ทั้ง ๆ ที่น้ำเสียงของวิมเลทถามปกติ  แต่สายตาของเจ้าตัวกลับเย็นชาและโหดเหี้ยมสุดขีด

 

“  ทำไมเขาถึงร้องไห้ ? แล้วลุงเป็นใคร ? รู้จักเขาเหรอ ? ” 

 

“  เฮ้ ! วิม นี่คนรู้จักฉันเองนะ ”  วิสกี้กระตุกชายเสื้อวิมเลทเป็นเชิงบอก  แต่ตอนนี้เขาคงไม่เห็นหรอกว่าวิมเลททำหน้าเหมือนอยากจะฆ่ามาทีรัสขนาดไหน

 

“  แต่เขาทำนายร้องไห้ ! ”  วิมเลทแทบกระชากเสียงตัวเองตอนพูด เขากัดฟันกรอด  ดวงตาแข็งกร้าว “ จะคนรู้จักหรือญาติที่ไหนก็ไม่สน ! เขาไม่มีสิทธิ์ทำให้นายร้องไห้ ! ” 

 

“  อ๋า ~ไปกันใหญ่แล้ว  ลุงมารัสครับ  ผมไปก่อนนะครับ  เดี๋ยวพาเขาไปสงบสติอารมณ์แปบหนึ่ง ”  วิสกี้เริ่มออกแรงลากวิมเลทไปอีกทาง

 

“ อ...อืม ”  มาทีรัสมองทั้งสองที่ยืนห่างไปจากเขาไม่น้อย  วิมเลทยังมีสีหน้าโกรธขึ้งก่อนจะอ่อนละมุนลงเมื่อวิสกี้เริ่มเปิดปากพูด  ลูกชายของเขา...ยกมือลูบเปลือกตาของคนอีกคนแผ่วเบาแล้วดึงมากอด  ปากพูดประโยคหนึ่งซ้ำ ๆ

 

“ อย่าร้องไห้นะ  อย่าร้องไห้เลย  ถ้าจะร้องไห้...ให้มาร้องกับฉันเพราะฉันจะดูแลนายเอง ” 

 

มาทีรัสลุกขึ้นแล้วเดินหายไปอีกทาง  เมื่อวิสกี้กลับมาอีกฝ่ายก็ไม่อยู่เสียแล้ว

 

“ เป็นยังไงบ้าง ? ”  เสียงของใครคนหนึ่งถาม

 

มาทีรัสมองของหลายอย่างที่วิสกี้และเขาช่วยกันเลือกซื้อมาด้วยกัน  นึกถึงท่าทางอ่อนโยนของลูกชายที่ปลอบอีกฝ่ายแล้วเขาจึงมั่นใจ

 

“ วิมเลทไม่ได้เล่น ๆ กับวิสกี้แน่นอน...แค่นี้ข้าก็วางใจแล้วล่ะ ” 

 

และบางที...

 

มาทีรัสอมยิ้ม

 

มีลูกชายเพิ่มมาอีกคนก็คงไม่เลวเท่าไหร่นัก

 

 

 


 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 98 : บทที่ 82 ข่าวลือวุ่น (yaoi?) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 8460 , โพส : 146 , Rating : 5% / 168 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6
# 146 : ความคิดเห็นที่ 12754
ไรท์ รออยู่นะคะด้วยความฟิน รอเรื่องนี้และทุกเรื่องค่า แต่ทีนี้คือพอเราจะกลับไปอ่านตอนต้นๆใหม่เพื่ออ่านเรื่องนี้รอไรทอีกรอบอ่านไม่ได้อ่ะค่ะ มันล็อก เลยจะมาถามไรท์ว่า ไรท์ล็อกไว้หรอค้า คิดถึงอ่าา
Name : lost-death < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lost-death [ IP : 171.96.174.253 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 ตุลาคม 2559 / 20:59
# 145 : ความคิดเห็นที่ 12745
วิสกี้มีประวัติงี้นี่เอง...
PS.  ตราบใดที่ยูแจซอกยังไม่ตาย...ไม่ได้เห็นตัวจริงของซงจีฮโย...ไม่ได้จับกล้ามของคิมจงกุก...รันนิ่งแมนยังไม่สูญสลาย...คิมดงจุนคนนี้จะไม่ยอมตายเด็ดขาด!!!(คิมดงจุนชื่อเกาหลีของตัวเองน่ะแฮะๆ=..=;)
Name : คิมดงจุน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คิมดงจุน [ IP : 124.122.130.236 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 ตุลาคม 2559 / 14:57
# 144 : ความคิดเห็นที่ 12744
ไรท์หายตัวอีกแล้วน่ะ อยากอ่านต่อแล้วอ่าค่า รีบๆอัพน่ะค่า ???????????? คิดถึงวอดก้าแล้วอ่า
Name : Nupoylovely < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Nupoylovely [ IP : 171.100.79.32 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 ตุลาคม 2559 / 22:23
# 143 : ความคิดเห็นที่ 12735
ฟินมากเลยค่า~//ซับ
ตอนหน้าเราคงกลับฝั่งกันแล้วใช่มั้ยคะไรท์ รีดหน้าคนเริ่มเมาคลื่นกันแล้วค่ะ//ฮา
Name : เส้นทางสู่ความตาย < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เส้นทางสู่ความตาย [ IP : 182.232.53.227 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 ตุลาคม 2559 / 20:20
# 142 : ความคิดเห็นที่ 12727
ไรท์ขาาาเมื่อไรจะเปิดตอนต้นๆให้อ่านอะค่ะ
Name : Yurino Suki < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Yurino Suki [ IP : 171.96.171.68 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2559 / 22:16
# 141 : ความคิดเห็นที่ 12725
ฮืออออออ
PS.  ป๊อกด๊อปป๊อกก๊อก Hii ก๊อกป๊อกด๊อปป๊อก
Name : Phrrna < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Phrrna [ IP : 223.206.245.212 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2559 / 20:53
# 140 : ความคิดเห็นที่ 12723
where are you Vodgaaaa?!!!! เอ๊ะ?!หรือผ่านไปแล้วหว่านานจัด
Name : VODG4 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ VODG4 [ IP : 223.24.119.103 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2559 / 18:51
# 139 : ความคิดเห็นที่ 12720
ลูกสาวค่ะลูกสาววววว อย่าหลงเชื่อว่าวิสเป็นผู้ชายเชียวว #แต่พฤติกรรมนี่น่าจะเข้าข่ายลูกชาย-- ตั้งแต่อ่านมามีวิสกี้เป็นคนที่สองในหมู่สาวๆน้ำเมานะเนี่ยที่ไรท์เปิดประวัติ คนอื่นๆยังไม่รู้ความเป็นมาเท่าไหร่เลย(หรือว่าอ่านจนลืมไปแล้วก็ไม่รู้555) ไรท์สู้ๆน้าา

PS.  เด็กหญิงสไมล์ลี่ ผู้มีสปีชีส์เดียวกันกะแกะน้วย~
Name : Hani_021 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Hani_021 [ IP : 115.87.104.89 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2559 / 18:22
# 138 : ความคิดเห็นที่ 12718
สนุกที่สุดดดดดดดดดดดดด
Name : สายลมเเห่งมนตรา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สายลมเเห่งมนตรา [ IP : 1.47.74.63 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2559 / 10:57
# 137 : ความคิดเห็นที่ 12717
สุขใจจริงเรา มาไวๆนะคพ. ได้โปรด
Name : Chandra and Clover < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Chandra and Clover [ IP : 119.76.100.213 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2559 / 10:20
# 136 : ความคิดเห็นที่ 12716
งานนี้วิสได้ใจว่าที่พ่อสามีไปเต็มๆ
PS.  อ่านแล้วเม้น เป็นนิสัยของเพื่อนชาวเด็กดีจ้า
Name : ในนามแห่งนักฆ่า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ในนามแห่งนักฆ่า [ IP : 125.26.38.134 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2559 / 09:03
# 135 : ความคิดเห็นที่ 12715
วิมเลท ตั้งสตินิดนึงงง นั้นพ่อไงง จำไม่ได้หรอออ
Name : จี้จอย คนนี่แหละ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จี้จอย คนนี่แหละ [ IP : 171.6.242.158 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2559 / 06:40
# 134 : ความคิดเห็นที่ 12712
เดี๋ยวๆ อย่าห้องไห้ นี่คือสิ่งที่วิมเลทพูดจริงๆรคเปล่า ?
-เราก็เงิบ อยู่ดีๆ ทำไมวิมพูดอิสานใส่วิส
Name : Ai'Corn Ufo < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ai'Corn Ufo [ IP : 1.20.204.94 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2559 / 02:45
# 133 : ความคิดเห็นที่ 12711
ใจเย็นนะวิมเลท นี่พ่อไงจำไม่ได้เหลอ
Name : Yuiครัช < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Yuiครัช [ IP : 14.207.80.156 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2559 / 01:08
  • ความคิดเห็นที่ 12711-1 (จากตอนที่ 98)
    แอบขำเบา ๆ 555555
    PS.  อา.....คุณพ่อเคยพูดเอาไว้ สีขาวกับสีดำแตกต่างกันยังไงไม่สำคัญ สำคัญแค่จำไว้ว่า...ชีวิตนี้คนที่สามารถไว้วางใจได้ก็มีแค่ตัวเราเองเท่านั้น หนู ๆ ทั้งหลาย ...^^...จำและเชื่อฟังคำของคุณพ่อให้ดีนะ
    Name : แฟนพันธุ์แท้นิยาย < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ แฟนพันธุ์แท้นิยาย [ IP : 171.96.189.155 ]
    ส่งข้อความลับ
    วันที่:10 ตุลาคม 2559 / 07:11
# 132 : ความคิดเห็นที่ 12710
ครบ5คู่ล้าวววววววว
Name : ภาวิ เดชโยธิน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ภาวิ เดชโยธิน [ IP : 180.183.55.121 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2559 / 00:42
# 131 : ความคิดเห็นที่ 12709
55555555555 พ่อไงพ่อ ไม่ใช่ตาลุงที่ไหนเลย นี่พ่อ
Name : nonichan < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nonichan [ IP : 49.49.247.195 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2559 / 00:08
# 130 : ความคิดเห็นที่ 12708
เดี๋ยววิมใจเย็นๆ นี่พ่อไงจำไม่ได้เหรอ55555
PS.  SDCH..❤
Name : นะมัสสา . < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นะมัสสา . [ IP : 171.6.240.111 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ตุลาคม 2559 / 23:29
# 129 : ความคิดเห็นที่ 12707
โอ้ยย ฟินซ่ะไม่มี ซึ้งมากมายยย ขอบคุณนะค่ะ
Name : _White_ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ _White_ [ IP : 1.46.64.59 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ตุลาคม 2559 / 23:21
# 128 : ความคิดเห็นที่ 12706
รอ~ 


PS.  เราจะคอยนะ ไรท์เตอร์ที่น่ารักทุกคน~>^<
Name : AOMSIN/ซินซิน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ AOMSIN/ซินซิน [ IP : 49.229.110.125 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ตุลาคม 2559 / 23:16
# 127 : ความคิดเห็นที่ 12705
กรี๊ดดดดดดดด ชอบมากก
Name : kidaptx < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ kidaptx [ IP : 223.206.97.98 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ตุลาคม 2559 / 23:05
# 126 : ความคิดเห็นที่ 12704
ฉันรอเธออยู่ ฉันรอเธออยู่~~
ก็อย่างว่าละนร้าาาาา~ทุกคนต้องมีปมของตัวเองงง~~
รออยู่นร้าาาสู้ๆค่ะ^^
Name : Fxena < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fxena [ IP : 49.228.241.151 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ตุลาคม 2559 / 22:57
# 125 : ความคิดเห็นที่ 12703
รอนร้า
Name : โลลิคอนสีเลือด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ โลลิคอนสีเลือด [ IP : 118.172.249.30 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ตุลาคม 2559 / 22:54
# 124 : ความคิดเห็นที่ 12700
รออ่านน้าาาาา งืออออ เศร้าตามเลย แต่ละมุนมากค่ะ
Name : kacu < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ kacu [ IP : 171.96.176.79 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ตุลาคม 2559 / 22:35
# 123 : ความคิดเห็นที่ 12698
พ่อตาทั้งห้า(?)น่ารักกันจริมๆ 555555 มาต่ออีกนะคะ รอโมเม้นไดซ์วอดอยู่ค่าาาา
Name : แฝดจอมซน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ แฝดจอมซน [ IP : 183.89.47.94 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ตุลาคม 2559 / 22:16
# 122 : ความคิดเห็นที่ 12697
จะมาอีกเมื่อไรๆ เขารอจนทนไม่ไหวแล้ว //ถึงจะเพิ่งมาต่อก็เถอะ
Name : Kisa Nangi Kiss < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Kisa Nangi Kiss [ IP : 171.5.248.29 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ตุลาคม 2559 / 22:16
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android