眼泪(อัสสุชลจอมนาง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 182,032 Views

  • 1,174 Comments

  • 3,376 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    417

    Overall
    182,032

ตอนที่ 101 : พิเศษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4801
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    15 ต.ค. 60


พิเศษ      สิ้นสุดการรอคอย












           ขบวนการค้าหลั่งไหลเข้ามายังเมืองหลวงของต้าชิงไม่ขาดสาย ชาวโพ้นทะเลที่แต่เดิมพบเพียงในแถบตอนใต้ของอี้เหอกลายเป็นแขกจากต่างแดนที่พบเห็นได้ยามมีขบวนสินค้าเดินทางเข้ามาค้าขาย


           ทหารรักษาการยังคงประจำการตามจุดที่ได้รับมอบหมายอย่างแข็งขันแม้ว่าแทบไม่มีสิ่งใดให้จัดการ บ้านเมืองสงบสุขเสียจนแทบจะหลงลืมว่ายามจับดาบออกศึกนั้นเป็นเช่นไร


           ชายวัยกลางคนที่เริ่มมีผมสีดอกเลาแซมขึ้นบนศีรษะจับจูงหลานสาวตัวน้อยขึ้นไปยืนอยู่บนป่อมสังเกตการณ์ในจุดที่มองเห็นเมืองหลวงที่อยู่เบื้องใต้ได้ชัดตา แม้จะสวมใส่เสื้อผ้าสามัญแต่หากใช้ความคิดเพียงสักนิดย่อมรู้ดีว่าการไปยืนอยู่บนจุดยุทธศาสตร์ที่มองเห็นการป้องกันทั้งหมดของเมืองหลวงได้อย่างชัดเจนพวกเขาย่อมไม่ใช่บุคคลธรรมดาสามัญ


           ทหารนายกองที่พบเห็นบุคคลทั้งสองล้วนทำความเคารพอย่างนอบน้อมแล้วปล่อยให้ทั้งสองผ่านไปแต่โดยดี แม่ทัพใหญ่ผู้มีหน้าที่ตรวจการในวันนี้ยกมือส่งสัญญาณให้เหล่าทหารในหน่วยกระจายตัวเพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัยที่อาจเกิดขึ้น


           ภาพที่เห็นได้จากเบื้องบนคือบ้านเมืองอันสงบสุข สิ่งที่ผู้หญิงที่ซูจิ้นฝานรักและเคารพมากที่สุดทิ้งไว้ให้ เขามองรอยยิ้มใสกระจ่างของเด็กหญิงข้างกายด้วยความรู้สึกประหนึ่งได้รับชัยชนะอันยิ่งใหญ่


            ข้าคือซูจิ้นฝานปฐมกษัตริย์แห่งแผ่นดินต้าชิงประวัติศาสตร์หาได้จารึกนามของเราในฐานะราชาที่ทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองที่สุด แต่จารึกไว้ในฐานะของจอมราชันย์ที่ปกครองแผ่นดินได้สงบสุขร่มเย็นที่สุด ตลอดรัชสมัยแผ่นดินปราศจากการศึกสงครามประชาชนไม่เดือดร้อนบ้านเมืองเจริญด้วยการศึกษาและศีลธรรมจรรยา


            ข้างกายคือฮองเฮาที่พระมารดาเลือกให้ด้วยพระองค์เอง ตลอดชีวิตของเราแผ่นดินนั้นสงบสุขร่มเย็นที่สุดสาเหตุหนึ่งที่ต้องยอมรับคือ พระมารดาได้ปูเส้นทางนี้ไว้อย่างสมบูรณ์มาตั้งแต่ต้นเราเพียงรับช่วงและสานต่อปณิธานอันยิ่งใหญ่


            พระมารดารักตนที่สุดจิ้นฝานรู้ดีอยู่แก่ใจแต่ที่รักมากกว่าคือผืนแผ่นดินเบื้องใต้ พระมารดาของตนคือฮองเฮาในรัชการก่อนอดีตที่ปรึกษาของเสด็จปู่เป็นสตรีที่แตกต่างไปจากผู้อื่นโดยสิ้นเชิง ท่านแม่เป็นสตรีที่ไม่เหมือนผู้ใดทัศนคติของท่านเหนือล้ำกว่าคนในยุคนี้อย่างเห็นได้ชัด


            พระนางไม่เคยสอนหรือบังคับให้ทำสิ่งใดใดเลยทั้งสิ้นชีวิตในวัยเด็กของตนมีความสุขโดยไม่จำเป็นต้องกังวลถึงสิ่งใดไม่จำเป็นต้องพะวงถึงราชบัลลังก์ดังเช่นองค์รัชทายาทในรัชสมัยอื่นเพราะบัลลังก์แห่งต้าชิงเป็นของซูจิ้นฝานโดยชอบธรรมที่สุด พระมารดาไม่เคยเอ่ยปากสอนแต่มักแสดงให้ดูเสมอว่าตลอดพระชนม์ชีพท่านแม่ไม่เคยหยุดทรงงานแม้แต่วันเดียว สองพระหัตถ์ที่เล็กเพียงเท่านั้นกลับสามารถโอบอุ้มประคับประคองต้าชิงอันไพศาลเอาไว้ได้ สายพระเนตรนั้นสามารถจับจ้องไปทั่วผืนแผ่นดินได้จนถ้วนทั่วทั้งที่ฟ่าฟางลงทุกวัน


            ภายใต้การเลี้ยงดูของฮองเฮาซูอวิ้นซีองค์ชายซูจิ้นฝานรู้ว่าการเป็นองค์รัชทายาทที่ดีต้องทำอย่างไรโดยไม่มีใครต้องเอ่ยปาก เพราะมีตัวอย่างให้เห็นตรงหน้ามาตลอดตั้งแต่จำความได้


            เขาตั้งใจเรียนรู้ให้ดียิ่งขึ้นเพื่อไม่ให้ท่านผิดหวังเพราะเขาเองก็รักเสด็จแม่มากเช่นกัน เขารักในนำ้เสียงอ่อนโยนที่เรียกชื่อเขา มือของท่านอ่อนนุ่ม และทรงพระทัยเย็นเป็นที่สุด เขารักความแตกต่างที่ไม่เหมือนใคร เพราะเป็นเช่นนี้เขาจึงอยากรีบเติบโตให้เร็วที่สุดเพื่อแบ่งเบาภาระที่อยู่บนบ่ามารดา 


            เพียงแต่คงสายเกินไปหลังจากที่ตนขึ้นครองราชย์ในวัยยี่สิบชันษาไม่นานหลังจากนั้นพระมารดาก็จากไปอย่างไม่หวนกลับ


            ที่อยู่ข้างกายท่านแม่หาใช่ท่านพ่อแต่เป็นจอมทัพเจาจิงคุณ เขาได้ยินคำสัญญาของท่านแม่ชัดเจนว่าหากชาติหน้ามีจริงท่านแม่จะเกิดมาเพื่อรักบุคคลผู้นี้ ทั้งที่เป็นเช่นนั้นทั้งที่มารดาไม่เคยบอกถ้อยคำอ่อนหวานนี้กับผู้เป็นบิดา ทั้งที่สายตาและสุรเสียงอ่อนโยนเช่นนี้แทบไม่เคยปรากฏต่อหน้าพระบิดา ซูจิ้นฝานกลับไม่อาจแม้แต่จะคิดโกรธเคืองท่านแม่ได้ลง แม้แต่รอยยิ้มเฉกที่ตนเองได้รับอดีตจักรพรรดิยังไม่เคยได้ยลนับประสาอะไรกับเรื่องเหล่านี้ ท่านแม่รักคนทั้งต้าชิงได้ทุกผู้เว้นเพียงหนึ่งเดียวคือพระบิดาของเขา'ซูเฟิ่งหมิง'


            เป็นครั้งแรกที่ซูจิ้นฝานเห็นสิ่งอัศจรรย์ด้วยสองตามังกรสีขาวพิสุทธิ์ทะยานขึ้นสู่หากฟ้าเหนือตำหนักเอื้อมเมฆา ชีวิตของซูอวิ้นซีดับสิ้นก็ไม่เหลือสิ่งใดพันธนาการเทพมังกรไว้กับผืนแผ่นดิน 


            หยดน้ำตาของท่านแม่ตกกระทบบัลลังก์ทองตำหนักเอื้อมเมฆาก็สั่นสะเทือน หลังจากนั้นก็ไม่เหลือสิ่งใดที่ยืนยันว่าพระมารดาเคยอยู่ ที่แห่งนี้ ตัวตำหนักที่วิจิตรที่สุดในวังหลังหายไปไม่เหลือแม้แต่คานค้ำรวมทั้งร่างของเสด็จแม่ด้วยเช่นกัน


            จอมทัพจากไปแล้วเหลือแต่เพียงกองกำลังอินทรีดำที่จะปกปักรักษาสายเลือดของผู้เป็นนายตลอดกาล


            คนที่จากแล้วก็จากไปเหลือเพียงเขาที่สานต่อเจตนารมณ์ที่เหลือทิ้งไว้ ผ่านวันคืนไปไม่รู้เท่าใดเขาก็กำลังจะกลายเป็นอดีตราชาเท่านั้น ลูกสะใภ้ให้กำเนิดหลานสาวตัวน้อยผู้หนึ่ง เพียงมองดวงตางดงามที่ลืมสบซูจิ้นฝานก็รู้ได้ว่าคนผู้หนึ่งได้เดินทางข้ามผ่านกาลเวลาเพื่อมาทำตามสัญญาที่เคยลั่นวาจาไว้









           

            ซูอวิ้นซีชื่อที่บิดาและมารดาใช้เรียกขานตัวนางคือพระนามที่สมเด็ดพระอัยกาพระราชทานให้ตั้งแต่ครั้งลืมตาขึ้นคราวแรก นางคือองค์หญิงแห่งแผ่นดินต้าชิงเป็นหลานสาวที่เสด็จปู่ทรงโปรดปรานอย่างหาที่เปรียบมิได้ แม้แต่ชื่อของตนยังตั้งตามท่านย่าทวดอันเป็นที่รักของท่านปู่


             บนแผ่นดินนี้นางไม่จำเป็นต้องคุกเข่าหรือยอบกายลงให้แก่ผู้ใดแม้แต่ตัวพระอัยกาเอง


            อวิ้นซีไม่จำเป็นต้องเรียนหรือให้สนใจสิ่งใดอย่างที่องค์หญิงองค์ชายคนอื่นต้องทำ ไม่จำเป็นต้องมีภาระหน้าที่อันใดทั้งสิ้น สิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันคือการมีชีวิตอย่างมีความสุขที่สุดตามแต่ที่ตนต้องการ มีอิสระเสรีได้มากที่สุดเท่าที่พระอัยกาจะมอบให้ได้


            วังหลวงที่เปรียบเสมือนกรงทองสำหรับผู้อื่นเป็นเพียงสนามวิ่งเล่นสำหรับตน กฏระเบียบใช้กับตนไม่ได้ธรรมเนียมปฏิบัติก็ถูกยกเว้นเช่นกัน ถึงจะขัดประเพณีไปมากแต่ไม่มีใครกล้าขัดใพระทัยปฐมกษัตริย์แห่งต้าชิง


            เมื่ออายุได้สิบปีตำหนักเอื้อมเมฆาก็กลายเป็นที่พำนักของตนเรื่องนี้ทำเอาพี่ชายรัชทายาทโกรธจนไม่คุยกับตนอยู่หลายวันเชียว พระอัยกาสร้างตำหนักนี้ขึ้นใหม่เมื่อทรงดำรงยศเป็นฮ่องเต้เพื่อทดแทนตำหนักของท่าย่าทวดที่หายไปอย่างเป็นปริศนา นอกจากพระองค์เองที่จะเสด็จเข้าเยี่ยมชมในบางครั้งแล้วก็ไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปวุ่นวายอีก เป็นตำหนักที่ท่านทรงหวงแหนยิ่งกว่าที่ประทับส่วนพระองค์กลับถูกยกให้ตนไม่แปลกที่พี่ชายใหญ่จะไม่พอใจ


            ถึงจะถูกตามใจมาตั้งแต่ยังน้อยซูอวิ้นซีก็ไม่ได้เอาแต่ใจตัวเองจนเกินไปนัก นางดำรงอยู่ในแบบแผนดังเช่นที่ขัตติยะนารีผู้หนึ่งพึงกระทำ ทั้งยังเป็นองค์หญิงที่น่ารัก สดใสและชาญฉลาด ศาสตร์ทั้งสี่ก็เรียนรู้จนเชี่ยวชาญแต่ที่โปรดปรานที่สุดคือดนตรี 


            ทุกครั้งที่ใช้มือไล่เลียงไปตามสายพิณหรือผีผาจนเกิดเป็นเสียงเพลงนางจะรู้สึกอบอุ่นอยู่ในหัวใจโดยไม่ทราบสาเหตุ บทเพลงที่ถูกเล่นออกมาไม่ได้ถูกสอนโดยราชครูคนใดอวิ้นซีกงจู่เองก็ไม่รู้เช่นกันว่านำท่วงทำนองเหล่านี้มาจากที่ใดหรือได้ยลบทเพลงเหล่านี้มาจากไหน เพียงแต่บทเพลงเหล่านี้ล้วนสะกดใจผู้คนไม่เว้นแม้ตัวคนดีดเองที่หลงใหลในท่วงทำนองเหล่านี้เช่นกัน


           ชีวิตที่สมบูรณ์พร้อมนางไม่เคยขาดสิ่งใดไม่เคยมีสักสิ่งเดียวที่ต้องการแล้วจะไม่ได้มา ถึงกระนั้นในหัวใจกลับกลวงเปล่าเสมือนมีหลุมอากาศที่ไม่อาจใช้สิ่งใดเติมเต็มได้ ทรัพย์สินเงินทอง เสื้อผ้าอาภรณ์ ความรักความเอาใจใส่จากใครต่อใครไม่สามารถเติมช่องว่างที่นับวันมีแต่จะขยายตัวกว้างออกไปได้เลย


           "องค์หญิงเพคะ วันพรุ่งจะทรงเสด็จวิหารเทพมังกรอีกหรือไม่เพคะ"นางกำนัลคนสนิทคุกเข่าลงข้างพระที่เพื่อมิให้ตนค้ำเหนือพระเศียรเจ้านายน้อย อวิ้นซีกงจู่เป็นเจ้านายที่หาได้มากด้วยพระยศแต่ข้าราชบริพารที่ทำงานในวังหลวงต่างรู้โดยทั่วกันว่าควรต้องทำตนเช่นไร กงจู่น้อยๆของพวกนางไม่ถือแต่องค์ปฐมกษัตริย์นั้นทรงถือนัก


           "ไปสิ ใกล้วสันต์แล้วฝนยังไม่พรำลงมาเกรงว่าพอถึงฤดูหว่านน้ำจะไม่พอ ไปขอพรหน่อยอย่างน้อยก็ทำให้เบาใจ"


           "องค์หญิงเป็นที่รักของท่านเทพมังกรถึงเพียงนี้หากพระองค์เสด็จไปร้องขอด้วยพระองค์เองต้องทรงบันดาลให้พระพิรุณพรำลงบนแผ่นดินต้าชิงแน่นอนเจ้าค่ะ"


           "เจ้าก็พูดเกินไป"นางกำนัลทั้งหลายก็ล้วนเป็นเช่นนี้พูดเยินยอเสียจนใครต่อใครตัวลอย วังหลวงต่างไปจากโรงละครขนาดใหญ่ตรงที่ใดมีใครบ้างไม่ใส่หน้ากากเข้าหากัน แม้แต่พระมารดาของนางเองยังมีความเกรงใจมอบให้มากกว่าความรัก ยิ่งสูงยิ่งหนาวเป็นเช่นใดตนรู้ดีอยู่แก่ใจ


          "เตรียมตัวเถอะข้าอยากกลับมาให้ทันก่อนยามอุ้ย"งานวันเกิดครบรอบสิบแปดชันษาของตนนางไม่ควรกลับมาสายกว่าเวลา


          "รับด้วยเกล้าเพคะ"


          นางกำนัลร่างโปร่งรับคำแล้วเร่งมือจัดการศิราภรณ์ให้เข้าที่ นายหญิงน้อยแห่งตำหนักเอื้อมเมฆาดูเป็นเจ้านายที่ใจดีและเขาถึงง่ายไม่ว่านางกำนัล ขันที หรือข้ารับใช้คนใดก็อยากมาถวายงานรับใช้ให้เป็นบุญสังครั้งในชีวิต แต่เมื่อมายืนอยู่ตรงจุดนี้แล้วตัวของนางกลับรู้สึกห่างไกลออกไป เสมือนนานหญิงน้อยที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเป็นภาพลวงตาสายหนึ่งที่พร้อมจะจางหายไปกับสายลมในยามเช้า


          กระจกทองเหลืองประดับมุกใบใหญ่สะท้อนภาพดรุณีผู้งามเป็นเอกแห่งวังหลวง ดวงหน้ารูปใข่ที่รับกับคิ้วโก่งราวคันศร จมูกเชิดรั้นที่ดูลงตัวกับริมฝีปากสีอิงเถา และดวงตาที่สะกดใครต่อใครให้หลงมัวเมา มองไปทั่งวังหลวงมีใครบ้างกล้าเทียบเคียงเจ้านางน้อยแห่งตำหนักเอื้อมเมฆา ด้วยวัยย่างสิบเจ็ดชันษาอวิ้นซีกงจู่กลับครอบครองรูปลักษณ์เช่นนี้นางไม่อยากคืดถึงอีกสองหรือสามปีต่อจากนี้เลย


          นางกำนัลรับใช้สูดหายใจเข้าเพื่อไม่ให้มือของตนนั้นสั่นเทา แม้จะถูกจับจ้องด้วยดวงตาคู่นี้กี่ครั้งตนก็ยังไม่สามารถควบคุมสติสัมปชัญญะของตัวเองให้สงบนิ่งลงได้เลย หลายปีที่อยู่ข้างกายนางรับรู้ได้ว่านายหญิงน้อยไม่ยึดติดสิ่งใดทั้งสิ้น พระมารดาพระราชบิดา พระอัยกาหรือพระเชตฐาล่วมพระโลหิตก็ล้วนไม่อาจผูกมัดอวิ้นซีกงจู่เอาไว้ได้


          ขบวนเสด็จออกจากพระราชวังเป็นที่จับตามอง ในแผ่นดินอาจมีหญิงงามมากมาย มีหญิงผู้สูงด้วยศักดิ์อีกหลายต่อหลายคน แต่อวิ้นซีกงจู่นั้นมีเพียงผู้เดียวเท่านั้น


          เรือนร่างระหงส์ในชุดขาวแต้มลายแดงเหยียบลงพื้นชาวบ้านก็ทำได้เพียงคุกเข่าลงพื้นแล้วก้มศีรษะให้ต่ำลง เพียงเห็นชายฉลองพระองค์ผ่านตาก็นับเป็นโชคอันประเสริฐของชีวิต พระวรกายในชุดขาวก้าวผ่านเชือกกันเข้าสู่พื้นที่ในสุดที่มีเพียงหน่อเนื้อเชื้อพระวงค์เท่านั้นที่จะได้เข้ามาสักการะบูชาองค์เทพมังกร ทั้งที่พื้นที่ในเชือกกันไม่ได้กว้างสักเท่าใดกลับไร้สรรพเสียงอย่างน่าอัศจรรย์


          รูปสลักมังกรสีขาวสะอาดจากหินอ่อนสีขาวทั้งอันคือสัญลักษณ์แสดงความยิ่งใหญ่ของต้าชิง คือสิ่งย้ำเตือนให้อริราชศัตรูรับรู่ว่าแผ่นดินนี้มีผู้ใดคอบปกปักรักษาไว้ แม่ทัพเจาจิงคุณ เทพอสูรสีขาว ร่างอวตารของเทพมังกรแล้วแต่ใครจะเรียก ผู้ที่อวิ้นซีกงจู่ได้ฟังแต่เพียงตำนานเท่านั้น 'ตราบใดที่มีเทพอสูรสีขาวอยู่ผืนแผ่นดินต้าชิงจะยังคงเป็นต้าชิง'


          ยามที่ทิ้งตัวลงบนฟูกหนาดวงตาของรูปสลักมังกรที่โบยบินขึ้นสู่ฟ้าก็เหมือนจ้องมองลงมาที่ตนพอดิบพอดี อัญมณีเลอค่าเพียงสองชิ้นที่ประดับไว้ที่ดวงตาทำให้ตนรู้สึกผูกพันทุกครั้งที่มองสบ เป็นความคุ้นเคยที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยดังที่ไม่เคยประสบไม่ว่าจะยืนอยู่ตรงหน้าผู้ใด แม้แต่พระอัยกาที่ทรงรักพระองค์ยิ่งกว่าสิ่งใดหรือพระมารดาผู้ให้กำเนิด เป็นความผูกพันที่ส่งผ่านออกมาจากห้วงลึกของจิตวิญญาณ


          เสียงฝนที่เริ่มพรำลงจากฟากฟ้าดังเข้ามาให้ได้สดับราวกับว่าตนเป็นที่รักของเทพมังกรที่อยู่ตรงหน้าจริงดังที่นางกำนัลผู้นั้ว่าไว้ ไม่คยมีบทสวดหรือคำวิงวอนเพียงตนมายืนอยู่ที่ตรงนี้สิ่งใดที่ปราถนาก็ล้วนกลายเป็นจริงราวกับปาฏิหาริย์ 


          ผู้คนมองรูปสลักนี่ด้วยความรู้สึกเช่นใดอวิ้นซีกงจู่ไม่เคยใส่ใจ ทุกคราวที่นางมองนางเห็นความห่วงหาอาทรและการรอคอย คนที่ไม่เคยอยู่นิ่งโดยไม่ทำสิ่งใดกลับนั่งมองรูปสลักมังกรสีขาวสะอาดและดวงตาที่ทำมาจากไพลินโดยไม่รู้เบื่อ


          อีกเพียงไม่ถึงชั่วยามตนจะอายุสิบแปดปีงานฉลองกำลังรออยู่ที่พระราชวังแต่อวิ้นซีกงจู่ยังไม่ขยับตัว หลังเชือกกันเป็นเขตของเชื้อพระวงศ์เท่านั้นไม่ว่านาวกำนัลหรือขุนนางชั้นสูงเพียงใดก็ไม่อาจล่างล้ำเข้าไปได้ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงเรียก ไม่มีใครกล้าหายใจดังกว่าที่เป็นด้วยซ้ำไป มิใช่เกรงอาญาพวกเขาล้วนเกรงกลัวความพิโรธของเทพมังกร


          บุรุษผู้หนึ่งปรากฎขึ้นด้านในเชือกกันราวกับผุดขึ้นจากห้วงอากาศและนั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่คนในต้าชิงได้เห็นอวิ้นซีกงจู่ผู้เป็นที่รัก


          อดีตราชาแห่งซูโจวรับฟังเรื่องราวของบุรุษผมเงินที่ชิงตังหลานสาวตนโปรดไปด้วยท่าทีนิ่งสงบต่างกับทุกคนที่กระวนกระวาย ราชาและราณีแห่งแคว้นก้มหน้าลงยอมรับบางสิ่งบางอย่าง บางสิ่งที่พระบิดาเคยเตือนเอาไว้เมื่อคราวเด็กคนนั้นลืมตาขึ้นเป็นครั้งแรก


          "เสด็จพ่อลูกจะส่งกองกำลังออกค้นหาอวิ้นเออร์เดี๋ยวนี้"คงเป็นครั้งแรกกระมังที่รัชทายาทแห่งต้าชิงร้อนรนจนนั่งไม่ติด คนที่นิ่งสงบจนเป็นนิสัยยามนี้กลับร้อนรนดังถูกไฟสุมอยู่ในทรวง


          "ไม่จำเป็น อาเจี่ย ไม่จำเป็น"พระหัตถ์ขององค์ปฐมกษัตริย์รั้งตัวผู้เป็นหลานโดยไม่ต้องเสียเวลาไตร่ตรอง


          "พระอัยกาอวิ้นซีหายไปกับผู้ใดก็ไม่ทราบเกือบชั่วยามยังทรงพระทัยเย็นได้อีกหรือ"


          "บุรุษผมเงินผู้มีดวงตาสีท้องทะเล เจ้าไม่รู้หรือไม่อยากรับรู้กันแน่อาเจี่ย"เสียงของซูจิ้นฝานนิ่งสงบแต่แฝงการปลอบประโลมเอาไว้


          " มันเป็นเพียงตำ...นาน"


          "ข้าเคยเห็นสิ่งที่เจ้าเรียกว่าตำนานโบยบินขึ้นสู่ฟ้าอาเจี่ย อวิ้นซีเกิดมาเพื่อทำตามคำสัญญาที่ตั้งไว้ไม่ได้เกิดมาเพื่อผู้ใดในต้าชิงนี้ทั้งสิ้น...แม้แต่ตัวข้าเองก็ตามที"


          อดีตราชาผู้เป็นปฐมกษัตริย์แห่งต้าชิงแหงนพระพักตร์ขึ้นมองฟ้า พระมารดาคราวนี้คงเป็นการพบเจออย่างแท้จริงแล้วและเป็นการจากลาชั่วนิรันดร์ ด้วยคุณความทุกสิ่งที่ข้าซูจิ้นฝานเคยสร้างไว้แก่แผ่นดินเบื้องใต้นี้ สวรรค์ข้าขออ้อนวอนเพียงข้อเดียวเท่านั้น ได้โปรดให้ทางเดินที่คนผู้นั้นจะก้าวเดินหาได้มีสิ่งกีดขวาง บนบ่านั้นหาได้มีสิ่งใดที่ต้องแบกไว้ ข้าปรารถนาให้ท่านพบความสุขที่แท้จริงเสียที....ท่านแม่










          ดวงตาที่งดงามยิ่งกว่าสิ่งใดกระพริบแล้วลืมเปิด มองไปรอบกายก็เห็นสถานที่ที่ไม่ต่างจากตำหนักเอื้อมเมฆาเลยแม้แต่น้อย แต่ตนกลับรู้ดีว่าไม่ใช่สถานที่แห่งนี้คือตำหนักเอื้อมเมฆาที่ตนเคยฝันถึงหาใช่ตำหนักเอื่อมเมฆาที่ตนอยู่อาศัยมาจนสิบแปดหนาว


          เก้าอี้ที่ข้างเตียงมีใครคนหนึ่งนั่งอยู่ ภาพตรงหน้าให้ความรู้สึกคุ้นชินทั้งที่มั่นใจว่าไม่เคยประสบ ดวงตาสีเดียวกับท้องทะเลจ้องมองมาที่ตนเหมือนกับกำลังรอคอยบางสิ่งบางอย่าง


          คำคำหนึ่งผุดขึ้นมาในสมองพร้อมกับความร้อนที่ไล้ขึ้นสู่กระบอกตา"อาคุณ"


          รอยยิ้มยินดีถูกแต่งแต้มบนใบหน้าหล่อเหลาเสมือนหลุมอากาศที่อยู่ในหัวใจของนางถูกเติมเต็มด้วยเช่นกัน สิ่งที่ขาดไปจากชีวิตที่สมบูรณ์แบบที่สุดของนางราวกับมาอยู่ตรงหน้าในตอนนี้


          "ท่านกลับมาแล้ว"


          อ้อมแขนของคนตัวสูงกระชับกอดตนเอาไว้แน่นเหมือนกับว่าหากคลายลงสักนิดตนจะลอยหลุดไปในอากาศ แต่ในขณะเดียวกันก็แผ่วเบาและอ่อนโยนราวกับกำลังประคับประคองสิ่งล้ำค่า เป็นความรู้สึกคุ้นเคยและปลอดภัยจนนางเผลอยกทั้งสองมือโอบกอดอีกฝ่ายตอบ


          "ข้ากลับมาแล้วอาคุณ..กลับมาแล้ว"


          เสียงเรียกชื่อที่คุ้นเคยดวงตาที่มองมาเสมือนครั้งแรกที่มอง อ้อมกอดอบอุ่นที่ต่อแต่นี้ไปจะเป็นของตนเพียงคนเดียวลบเลือนเวลาหนึ่งร้อยปีที่รอคอยอย่างโดดเดี่ยวไปจนสิ้น อวิ้นซีเพียงมีท่านอยู่ตรงนี้ เพียงมีท่านอยู่ตรงนี้เท่านั้น


          คนที่ไม่เคยเดินทางไกลด้วยวิธีอันแปลกประหลาดหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้าและเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว เจาจิงคุณมองคนที่รอคอยมาแสนนานหลับตาพริ้มเช่นเด็กเล็กก็อดไม่ได้ที่จะประทับริบฝีปากลงไปบนหน้าผากมน อวิ้นซียังคงเป็นอวิ้นซีแม้จะจำสิ่งใดไม่ได้ก็ยังคงเป็นอวิ้นซี อย่างน้อยที่สุดอวิ้นซีก็ยังจำอาคุณผู้นี้ได้ เท่านั้นเพียงพอแล้ว


          "ฉวยโอกาสตอนที่อีกฝ่ายไม่ได้สติเรียกว่าลักหลับไม่รู้หรือ"


          "คารวะท่านอาจารย์ทั้งสอง"คนถูกรบกวนยกแขนขึ้นคารวะด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขยิ่งกว่าครั้งไหนๆ


          "ขอบใจเจ้ามากอาคุณ"ฟางหรงมองลูกศิษย์คนแรกและคนเดียวที่ตนมีด้วยความเอ็นดู"ทั้งเรื่องของข้าและน้องสาวคนดี"ร้อยปีนั้นสั้นนักหากเทียบกับเวลาที่คิดไว้ คนที่ถูกดาบอาญาสวรรค์แทงทะลุอกเช่นนางไม่มีทางกลับมาได้ในร้อยปีหากไม่มีเจาจิงคุณและตงฟางป้ายหูช่วยกันรวบรวมเศษเสี้ยวของตัวตนที่กระจัดกระจายเหล่านั้นเข้าด้วยกัน


          และหากไม่ได้ความช่วยเหลือของเจ้าแม่หนี่วาก็ไม่มีทางที่นางจะมายืนอยู่ตรงนี้ได้เลย


          "อาจารย์อย่าได้พูดเช่นนั้น เจ้าแม่ทรงเอ็นดูท่านมากอยู่แล้วทรงรอโอกาสที่จะได้ยื่นมือเข้าช่วย มิเช่นนั้นต่อให้แลกด้วยสิ่งใดก็ไม่อาจต่อรองกับพระองค์ได้"


          "แต่เจ้าสูญเสียมุกมังกรไป"มุกมังกรสิ่งล้ำค่าที่สุดของเผ่าพันธุ์มังกร สูญรวมพลังอำนาจที่เชื่อมต่อกับฟ้าดินหาใช่สิ่งของที่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ มันมีเพียงหนึ่งเดียวไม่มีสอง แม้แต่สวรรค์เองยังเกรงกลัวสิ่งที่ตนไม่อาจควบคุมได้


          "แลกกับอวิ้นซีและความสุขของนางข้ายินดี"เขาได้เจเจ้ที่อวิ้นซีรักยิ่งกว่าผู้ใดกลับคืนมา ได้ดินแดนอันเป็นเอกเทศและอยู่นอกเหนือบัญชาสวรรค์ การแลกเปลี่ยนคราวนี้ยังไม่นับว่าคุ้มค่าอีกหรือ


          "ร้อยปีพลากเอาลูกมังกรที่ใสซื่อและพูดน้อยของข้าไปแล้ว"มือเล็กๆ(แต่แรงไม่น้อย)ของฟางหลงขยี้ลงบนเลือนผมสีเงินจนยับยุ่ง คนที่กระทำตนเจ้าเล่ห์ร้ายกาจไม่ตอบโต้ไม่แม้แต่จะขยับตัวหนีมือที่ไม่น้อยแรงตามขนาด ปล่อยให้ฟางหรงลงมือตามใจแต่โดยดี เขาจำไม่เห็นได้ว่าตนเคย'ใสซื่อ'ดังที่ท่านอาจารย์ว่าไว้


          ได้ออกแรงแกล้งศิษย์รักจนพอใจก็ทิ้งตัวลงนั่งที่ขอบเตียงมือเรียวสวยที่ประทุษร้ายเขาเมื่อสักครู่แบออกเผยให้เห็นลูกแก้วกลมใสขนาดเท่าหัวแม่โป้งสองลูกวางอยู่


          "นี่เป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ข้าจะให้เจ้าได้ในฐานะอาจารย์"ของในมือเปร่งประกายออกมายามมาอยู่ในมือของตนเห็นไอพลังที่แผ่ออกมาจึงได้พิศใบหน้าของอาจารย์ทั้งสองอย่างละเอียดจึงรู้ว่ามันดูซีดเซียวต่างจากที่เคย"มันถูกเรียกว่าน้ำตาเทพธิดา"ทั้งที่นางอยากใหทางเดินของน้องน้องไร้ซึ่งร่องรอยของความเศร้าและหยดน้ำตา แต่แรกเริ่มของเส้นทางที่นางและน้องน้อยเดินมาบรรจบกันตนกลับใช้พลังแทบทั้งหมดไขว่คว้าน้ำตาสองหยดนี้มา ช่างย้อนแย้งจนน่าขัน


          "อาจารย์ท่าน..."


          "ไม่มียาวิเศษใดสามารถทำให้มนุษย์ธรรมดาสามัญมีชีวิตเป็นนิรันดร์ได้แต่การผูกชีวิตนั้นทำได้ เจ้ามีชีวิตยาวนานการแบ่งครึ่งนึงเพื่อให้คนรักดับสิ้นไปพร้อมกันนั้นทำได้ หากมีอวิ้นซีอยู่ข้างกายนิจนิรันดร์ของเจ้าคงไม่โหดร้ายเกินไปนัก"สิ่งล้ำค่าของสวรรค์ถูกส่งมอบให้ลูกศิษย์โดยไม่มีความอาวรณ์ เทียบกับลูกแก้วมังกรของสิ่งนี้นับว่าน้อยนัก


          "ขอบคุณท่านอาจารย์ ขอบคุณท่านมาก"


           ฟางหรงกอดตอบร่างของลูกศิษย์เพียงคนเดียวที่รวบตัวนางเข้าไปในอ้อมแขนโดยไม่ทันให้ตั้งตัวตบลงไปบนแผ่นหลับแบบไม่ออมแรงแล้วผละตัวออก 


          "ข้าต้องไปแล้วอาคุณ หากร่างกายนี้เสถียรพอข้าจะมาเยี่ยมอีกครั้ง"หลังแบ่งพลังลงในของขวัญพลังนางก็ดูเหมือนจะไม่พอในการใช้ประคองให้ร่างกายคงตัว ฟางหรงบีบฝ่ามือของผู้ที่ตนนับเป็นน้องสาวแผ่วเบา ครั้งนี้อวิ้นซียังไม่ลืมตาและต่อให้ตื่อนขึ้นมาคนตรงหน้าก็ยังไม่มีความทรงจำใดที่เกี่ยวกับนาง แต่ฟางหรงมีเวลาอีกนาน นานแสนนานพอที่จะเรียกคืนคนในครอบครัวผู้นี้กลับมา


          "อาจารย์"คราวนี้ไม่ได้หมายถึงฟางหรงแต่เป็นใครอีกคนที่ยืนอยู่ที่นี่ด้วย"คราวนี้ก็เหลือแต่ท่านแล้ว"


          "เจ้าเด็กบ้า"ใบหน้าของตงฟางป้ายหูแดงเถือกไปถึงคอมีหรือที่ตนจะไม่รู้ความหมายที่อีกฝ่ายส่งให้ 


          "พวกเจ้าพูดสิ่งใดกัน"


          "ไม่มี"เห็นเด็กผีอ้าปากทำท่าจะกล่าวคนที่ไม่รู้ว่าโกรธหรืออายหน้าดำหน้าแดงก็รีบชิงตอบเสียงแข็ง ก่อนพยายามดันตัวฟางหรงให้ออกห่างจากเด็กนรกอย่างสุดความสามารถ


          คนที่แกล้งทำเป็นไม่รับรู้สิ่งใดแอบหันมาขยิบตาให้ศิษย์รักเป็นอันรู้กัน ท่านอาจารย์ตงฟางเป็นเช่นนี้เมื่อไรจะรู้ทันอาจารย์หญิงเล่า โชคดีที่อวิ้นซีของเขาไม่ได้รับถ่ายทอดนิสัยเช่นนี้มาจากอาจารย์หญิง คนที่นั่งอยู่ข้างเตียงไม่ยอมลุกส่ายหัว มีท่านเป็นอาจารย์ข้าจะเคยเป็นลูกมังกรที่'ใสซื่อ'ได้อย่างไร


          มองของวิเศษในมือที่จะแบ่งครึ่งคำว่านิจนิรันดร์ของเขาออกเป็นสองส่วน ตลอดกาลคือสิ่งใด มีใครบ้างให้นิยามคำว่าตลอดไปได้ สำหรับเจาจิงคุณผู้นี้นิจนิรันดร์ของเขาได้ถูกช่วงชิงไปตั้งแต่สบตวงตาคู่นี้ในครั้งแรกแล้วต่างหากเล่า ในห้องเก็บของที่มีเพียงฝุ่นผงและแสงจันทร์ลอกผ่านบานประตู ตลอดไปของเขาอยู่ในอุ้งมือน้อยๆคู่นี้เสมอมา


          "ข้ารักท่านอวิ้นซี"


          







          จบบริบูรณ์



          สุดท้ายก็ได้พิมพ์คำนึ้ซะทีหลังจากแต่งเรื่องนี้มาอย่างยาวนาน เรารวบตอนพิเศษทั้งสองตอนเอามาอยู่ตอนเดียวเลยนะคะ


          ขอบคุณท่านผู้อ่านที่รักทุกคนที่ติดจามอัสสุชลจอมนางมาถึงตอนสุดท้าย 


          ตอนแรกอัยย์แต่งเรื่องนี้เพราะรักที่จะเขียนแต่ที่ทำให้แต่งจนจบได้เป็นเพราะกำลังใจและก็ทุกคอมเมนท์ที่คนอ่านมีให้


          ขอบคุณมากจริงๆค่ะ


          รักรีทนะคะ หลังจากนี้ก็ขอให้รีทที่น่ารักทุกคนฝันดีในทุกๆคืนนะคะ














          



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

53 ความคิดเห็น

  1. #1174 ujasaai (@ujasaai) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 13:58
    ชอบมากค่ะ
    #1174
    0
  2. #1169 Sukanya Paileeklee (@poonchanit) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 20:30
    ชอบมากมาย ขอบคุณมากค่ะ
    #1169
    0
  3. #1168 Wawa Swr (@wawa_006) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 23:42
    กลับมาอ่านอีกครั้ง ร้องให้อีกครั้ง
    #1168
    0
  4. #1163 MenMark (@lunatan) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 14:47
    อาจิ้นของฉันเป็นเพียงตัวประกอบหรือเนี่ย...
    #1163
    0
  5. #1161 priscrist (@priscrist) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 22:17
    เมื่อมีความหวัง
    ก็ต้องมีผู้ที่สมหวัง
    และผู้ไม่สมหวัง
    มันคงเป็นเช่นนั้นแล

    #1161
    0
  6. #1160 MayureeRodpanit (@MayureeRodpanit) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 23:16
    ขอบคุณมากๆค่ะ
    #1160
    0
  7. #1159 DerRain (@novel-kwang) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 13:13
    สรุปใต้เท้าหลางน่าสงสารที่สุด
    #1159
    0
  8. #1157 Sukanya Paileeklee (@poonchanit) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 23:12
    อ่านอีกรอบ ขอบคุณค่ะ สงสัยว่า แล้วใต้เท้าหลาง ไม่มาเกิดใหม่เหรอ
    #1157
    0
  9. #1148 Plaky (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 23:36
    เพิ่งได้มาอ่าน สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ยังเปิดให้อ่านค่ะ ขอให้เรื่องหน้าแต่งสนุกอีกนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #1148
    0
  10. #1142 Nungning38 (@Nungning38) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 22:21
    ขอบคุณค่ะไรท์
    #1142
    0
  11. #1141 เกรี้ยวกราด (@swinerei) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 01:23
    ีน้ำตาไหลเขื่อนแตกก็ตอนนีั อัดอั่นมาหลายตอนแท้ๆ ในที่สุดก็จบลง โถ อาคุณ ยินดีด้วยจริงๆ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านจนจบนะคะ ฮือออ
    #1141
    0
  12. #1140 Lek (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 22:11
    รักไรท์มาก ๆ เช่นกันค่ะ ขอบคุณที่แต่งนิยาย สนุก ๆ มาให้ได้อ่านด้วยนะคะ
    #1140
    0
  13. #1138 kungjung75 (@kungjung75) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 19:20
    ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆแบบนี้ค่ะ
    ขอให้เจริญในหน้าที่การงาน
    ว่างแล้วมาแต่งนิยายดีๆๆแบบนี้อีกนะคะ
    #1138
    0
  14. #1137 foreverone (@mintgd18) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 14:40
    ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆออกมามากเลยนะคะ เราตามอ่านรวดเดียวเลย ชอบมากค่ะ เป็นกำลังใจไห้แต่งนิยายดีๆออกมาอีกนะคะ
    #1137
    0
  15. #1136 ตู่ (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 21:08
    สนุกมากๆๆๆๆๆ
    #1136
    0
  16. #1135 bbgalaxy (@baitoeytears) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 05:05
    คอนสุดท้ายอย่างน้อยอาคุณก็ได้คู่กับอวิ้นซี แอบเชียร์คู่นี้มานาน555555555 ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ ถึงจะมีคำผิดเยอะ แต่เราอ่านแล้วเข้าใจได้ สนุกมากๆด้วยย นิยายแบบทำให้เราเข้าใจสัจธรรมชีวิตเลย เข้าวัดแปปนะคะ555555
    #1135
    0
  17. #1130 环住格格 (@ployyhara1993) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 10:21
    ชอบเรื่องนี้มากค่ะ แต่ชื่อตอนผิดนิดนึงนะ ตก ษ ไปหนึ่งตัว
    #1130
    0
  18. #1128 I am a beautiful person. (@zagene) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 10:50
    โอ้ย...สนุกมากชอบมาก
    #1128
    0
  19. #1127 ชมภู (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 18:23
    ขอบคุณค่ะ จะรอติดตามเรื่องต่อๆไปของไรท์นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #1127
    0
  20. #1126 minmin96 (@mimin96) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 20:46
    สมเด็ด-->สมเด็จ
    #1126
    0
  21. #1125 Ying (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 19:51
    ขอบคุณนิยายดีๆ เรื่องดีๆ อ่านไปหน่วงหัวใจไป ซาบซึ้งไป ขอบคุณที่ไม่ทิ้งกันไว้กลางทาง จะรอติดตามเรื่องใหม่นะคะ
    #1125
    0
  22. #1112 Klem_29 (@Klem_29) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 12:15
    อ่านสองวันจบพร้อมกับน้ำตาท่วมจอขอบคุณมากค่ะที่แต่งนิยายดีๆแบบนี้ให้อ่านเป็นกำลังใจให้และหวังว่าจะมีเรื่องอื่นๆนะคะ...ขอบคุณ...????????????????
    #1112
    1
  23. #1111 บัว (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 01:39
    ขอบคุณมาก. แม้ช่วงท้ายจะรวบรัดไปบ้าง แต่ภาคจบซึ้งมากเลย นางจากไปในอ้อมแขนของจิงคุณ. และได้กลับมาอีกครั้งแถมเจเจ้ยังได้มีตัวตนแถมมีหนทางที่จิงคุณและอวิ้นซีจะได้อยุ่ร่วมกันไม่พรากจากกัน. เป็นความสมบูรณ์และดีต่อใจมาก. รอผลงานนะ
    #1111
    1
  24. #1110 เหลียนฮวา (@pinocchioice) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 01:02
    เป็นเรื่องแรก ที่ได้อ่านแล้วรู้สึกขอบคุณ ขอบคุณไรท์มากจริงๆค่ะ ขอบคุณ :)
    #1110
    1
  25. #1109 168999au (@168999au) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 22:11
    ขอบคุณไรท์ ที่อยู่กับเราจนถึงสุดท้าย
    มีเสียน้ำตา หน่วงๆ เป็นระยะ
    ดีใจที อาคุณ คะ
    #1109
    1