眼泪(อัสสุชลจอมนาง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 182,080 Views

  • 1,174 Comments

  • 3,376 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    465

    Overall
    182,080

ตอนที่ 11 : 11 re

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9583
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    8 ม.ค. 60

11

 

 

 

 

 

 

          ได้ยินคำว่าเหม่ยหรงออกมาจาพระโอษฐ์ยามไม่รู้พระองค์ม่านเตียวก็รู้สึกสงสารผู้เป็นนายไม่ได้ ด้วยว่าอยู่ข้างกายพระจักรพรรดิมาเนิ่นนานเรื่องในอดีตม่านเตียวย่อมรู้ดี นายน้อยของม่านเตียวนั้นได้ตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน ทั่วล่านี้ไม่ว่าสิ่งใดก็ต้องยอมสยบอยู่ใต้ฝ่าพระบาททั้งที่เป็นแบบนั้นแต่หญิงอันเป็นที่รักเพียงหนึ่งเดียวกลับไม่สามารถครอบครอง แม้แต่ปกป้องให้ปลอดภัยยังทำไม่ได้ หญิงในวังหลังนั่นมีไม่มากส่วนใหญ่นั้นก็รับมาตามสมควร ผู้หญิงเหล่านั้นเองก็ล้วนน่าสงสารเช่นกันเพราะหทัยดวงนั้นไม่เหลือที่ว่างะไว้ให้สตรีนางใดเสียแล้ว


          ค่ำนี้ฝ่าบาทจมอยู่ในความทุกข์แต่ม่านเตียวนั้นรู้ดีกว่าใคร เมื่อถึงเวลารุ่งสางนายน้อยของเขาคนนี้ก็จะยังคงทำราชกิจได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วน ดังที่เคยสัญญาแก่หญิงสาวอันเป็นที่รักผู้นั้น เจาเหม่ยหรงจะรู้หรือไม่หนอเพื่อแลกรอยยิ้มของนางเพียงหนึ่งคราฝ่าบาทนั้นตรากตรำทำงานหนักมากเพียงใดเนิ่นนานเท่าใด


          "ม่านกงกงเมื่อคืนฝ่าบาทประทับในห้องอักษรหรือ"ได้ยินเสียงของสตรีเอ่ยถามม่านกงกงก็รีบคุกเข่าคารวะ สตรีที่เข้ามายังเขตพระราชฐานส่วนต้นโดยที่ไม่มีเหตุอันควรได้นั้นมีเพียงเหออวี้ไทเฮาพระมารดาของฝ่าบาทองค์ปัจจุบันเท่านั้น


          "เรียนไทเฮาฝ่าบาทประทับที่นี่ทั้งคืนพระเจ้าค่ะ"มารดาแห่งแผ่นดินนั้นทอดถอนใจ ก็ยังดีที่ฝ่าบาททำตนเอาแต่พระหทัยบ้างมิเช่นนั้นความรู้สึกผิดที่มีอยู่เต็มพระหทัยคงไม่จางไปเสียที


          "ข้ายกเลิกข้อราชการตอนเช้าไปแล้วปล่อยให้พระองค์ได้พักสักหน่อยเถอะ"สมัยของพระเจ้าซูหนานตี้นั้น สตรีได้รับการยอมรับมากขึ้นได้มีแหล่งศึกษาหลายแห่งที่เปิดการสอนแก่สตรีเกินกว่าเพียงเรื่องงานบ้านงานเรือน แม้ยังไม่เป็นที่นิยมมากนักแต่ก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ไทเฮาผู้เป็นพระมารดานั้นสามารถว่าราชการแทนได้ เมื่อเกิดเหตุที่ฮ่องแต้ไม่สามารถว่าราชการด้วยตนเองหรือไม่ทรงประทับอยู่ในเมืองหลวง


          "ฝ่าบาททรงตื่นบรรทมแล้วพระเจ้าค่ะ อีกไม่นานคงไปว่าราชการในช่วงสายต่อ"ม่านกงกงตอบเสียงค่อยพลางรอบดูสีหน้าของเจ้านายอีกพระองค์

 

         "ขยันว่าราชการก็เป็นเรื่องดี แต่ฝ่าบาทนั้นก็ยังเป็นปุถุชนผู้หนึ่ง ควรให้พระองค์ได้พักเสียบ้าง"ฝ่าบาทก็เป็นเสียเช่นนี้ โอรสสวรรค์แล้วอย่างไรก็ยังเป็นมนุษย์มิใช่หรือหากโหมใช้ร่างกายหนักเช่นนี้สักวันย่อมส่งผลเสียต่อพระวรกาย"ทูลฝ่าบาทว่าไทเฮาอย่างข้าขอใช้อำนาจในฐานะมารดาคนหนึ่ง บังคับให้พระองค์รักษาพระวรกายสักหนึ่งวัน"


          ม่านเตียวนั้นรู้ถึงความห่วงใยของไทเฮาเป็นอย่างดี บ้านเมืองเองก็สงบสุขไร้กังวลฝ่าบาทคงยอมทำตามพระหทัยผู้เป็นมารดาสักครั้งได้ไม่ยาก"กระหม่อมจะไปทูลตามที่ทรงรับสั่งพะยะค่ะ"เรื่องงานเลี้ยงปีใหม่ที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วันคงต้องมอบให้เป็นอำนาจขององค์ไทเฮาเป็นผู้ดูแล

 

 

 

 

 

 

 

          "เค่อมามาไปตามพระชายาทั้งสามมาที่ตำหนักแสงสลวยให้ข้าสักหน่อยงานเลี้ยงปีใหม่ครั้งนี้คงต้องขอแรงพวกนางแล้ว"เค่อมามานั้นฟังจบก็รีบส่งนางกำนัลไปเชิญพระสนมที่มียศถึงชายาทั้งสามตามพระเสาวนีขององค์ไทเฮาในทันที


          พระสนมนางห้ามในฝ่ายในในรัชสมัยของพระเจ้าซูหนานตี้นั้นมีไม่น้อย แต่หากเทียบกับในสมัยอื่นก็นับว่าไม่มากเช่นกัน พระสนมผู้มีตำแหน่งพระสนมเอกจิ่วผินและพระสนมขั้นสูงเอ้อร์สือซีซื่อฟูซึ่งมีเรือนเป็นของตนนั้นมีเพียงไม่กี่สิบ ส่วนผู้ที่รั้งตำแหน่งพระชายาขึ้นไปและมีตำหนักเป็นของตนนั้นมีเพียงสาม แต่ละนางนั้นล้วนมาจากตระกูลสำคัญ โดยจะคานอำนาจซึ่งกันและกันปกครองฝ่ายใน และอยู่ไต้อำนาจของไทเฮาเหออวี้อีกทอดหนึ่ง


          ข่งกุ้ยเฟยรั้งตำแหน่งซื่อฟูหลินขั้นที่หนึ่งเป็นมารดาขององค์ชายสามซูเฟิ่งหมิงและองค์ชายห้าซูเจี้ยน บุตรสาวของอำมาตย์แห่งกรมอากรผู้เลื่องชื่อในเรื่องความเที่ยงตรงจงรัก ข่งกุ้ยเฟยนั้นอยู่ข้างกายฮ่องเต้มาตั้งแต่สมัยยังทรงเป็นองค์ชายรัชทายาท ทรงเป็นพระสนมผู้เรียบเรื่อยที่สุดในบรรดาพระสนมทั้งหมด แม้ไม่ได้เป็นพระสนมที่ทรงโปรดที่สุดแต่กลับมายืนอยู่ในตำแหน่งสูงสุด พระสนมในสมัยที่ทรงเป็นองค์รัชทายาททั้งหมดล้วนล้มหายตายจากไปหมดเหลือแต่นางคนเดียวเท่านั้น เหตุการณ์เช่นนี้ย่อมเป็นการบอกถึงความสามารถอันสูงส่งของข่งไฉ่ซู่ ต่อหน้านางนั้นต้องนอบน้อมที่สุด


          เฟิ่งซูเฟยรั้งตำแหน่งซื่อฟูหลินขั้นที่สอง รองจากข่งกุ้ยเฟยหากพูดถึงเรื่องรูปร่างหน้าตาแล้วเฟิ่งมี่ลี่นับว่าเป็นเอกในวังหลัง ใช้เวลาเพียงสี่ปีข้างกายฮ่องเต้ก้าวขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งซูเฟย เป็นสนมรักที่ฝ่าบาททรงโปรดมากที่สุด เฟิ่งซูเฟยนั้นเคยให้กำเนิดพะราชธิดาแต่ก็จากไปเมื่ออายุได้เพียงไม่กี่ขวบปี แม้ไม่มีโอรสหรือธิดาอีกเลยก็ยังคงครองความโปรดปรานไม่เปลี่ยนแปลง นางเองนั้นเมื่อเข้ามาอยู่ในวังหลังก็แทบไม่ติดต่อกับบ้านเดิมอีกมี่เพียงมารดาที่กลับไปอยู่บ้านเดิมของผู้เป็นตาที่มีการไปมาหาสู่กันบ้างนานนานครั้ง อดีตโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งซูโจวนั้นละเลยไม่ได้ที่สุด


          หนิงเต๋อเฟยนั้นรั้งตำแหน่งซื่อฟูหลินขั้นที่สาม เป็นมารดาขององค์ชายแปดซูไท่จง ชาติกำเนิดนับว่าสูงส่งที่สุดในบรรดาพระสนมด้วยกันเนื่องด้วยนางเป็นหลานสาวของอดีตไทเฮาในรัชสมัยก่อน ดังนั้นกริยาที่มีต่อเต๋อเฟยผู้นี้จึงต้องเห็นแก่หน้าอดีตไทเฮาอย่างน้อยสองส่วน หนิงหลางฉิงนั้นเป็นผู้มากความสามารถทั้งศาสตร์และศิลป์ชงชาร่ายรำล้วนงดงามน่าชมตรงตามแบบแผนไม่มีผิดเพี้ยน เสียก็แต่นิสัยใจร้อนดังเปลวเพลิงที่วันดีคืนดีก็ออกมาแผดเผาผ่ายในให้ตกใจเล่นกันไปตามๆกัน หนิงหลางฉิงเป็นผู้ที่ขันทีและนางกำนัลต่างรู้ดีว่าควรหลีกเลี่ยงที่สุด

 

         ทั้งสามนั้นนับเป็นเสาหลักของวังหลังที่คานอำนาจกันและกัน แต่เดิมมีเพียงข่งกุ้ยเฟยและหนิงเต๋อเฟยเท่านั้น ภายหลังจึงมีการแต่งตั้งเฟิ่งซูเฟยขึ้นมาอีกคน หากมองในมุมนี้แล้วล่ะก็ทำให้ไม่แน่ใจว่าแท้จริงแล้วฝ่าบาททรงโปรดเฟิ่งมี่ลี่อย่างที่แสดงออกหรือไม่ หากใช่ทำไมไม่ทรงค่อยๆเลื่อนตำแหน่งไปอย่างช้าๆ เหตุใดจึงทำให้เฟิ่งมี่ลี่นั้นโดดเด่นเหนือฝ่ายในเช่นนี้ การเป็นที่โปรดปรานอาจเป็นเรื่องดี แต่หากเมื่อความโปรดปรานนั้นจืดจางเล่ามิใช่ว่าจะตกต่ำกว่าสตรีนางใดในที่แห่งนี้หลอกหรือ 


         คิดได้ดังนั้นเค่อมามาก็ทอดถอนใจ จะอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับข้ารับใช้อย่างนาง บ่าวตัวเล็กๆเช่นนางจะไปกล้าคิดแทนนายได้อย่างไร


          "กู่เหนียงท่านใจลอยหรือ นู๋เห็นท่านทอดใจลอยไปไกลถึงฟ้าเสียแล้ว"เค่อมามานั้นยังมิทันได้เอ็ด นางกำนัลปากดีก็รีบขัด"นู๋เห็นขบวนของเฟิ่งซูเฟยมาทางนู้นแล้ว"


          "กู่เหนียงจะไปทูลไทเฮา เจ้ารับเสด็จให้ดี"เค่อมามาไปแล้าท่าทางของหมิ่นฮวานก็เปลี่ยนไป นางกำนัลน้อยสงบท่าทีแย้มรอยยิ้มสุภาพเรียบร้อยเตรียมรับเสด็จ อยู่ในขอบรั้วกำแพงวังจะวางตัวต่อหน้าข้ารับใช้ด้วยกันอย่างไรก็ปิดตาหนึ่งปิดหูสองได้ แต่ต่อหน้าพระราชวงนั้นมิได้แม้แต่น้อย รู้มารยาทเช่นนี้หมิ่นฮวานจึงได้รับพระเมตตาจากเจ้านายทั้งหลายในวังหลังไม่น้อยแม้แต่หนิงเต๋อเฟย ผู้เกลียดการข้องแวะกับบ่าวรับใช้ยังโปรดนางอยู่สองส่วน


          "เฟิ่งซูเฟยเสด็จ"ร่างโปร่งบางเช่นหลิวต้องลมก้าวลงจากเกี้ยวแปดคบแบกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนงดงาม สีสันของของเสื้อผ้าเครื่องประดับล้วนงามสมฐานันดร เหมาะเจาะกับเรือนกาย ลมสายเล็กเล็กโบกพัดกลิ่นหอมรวยรินออกมาจากพระวรกายสูงค่า


          "ถวายพระพรไทเฮา"ไม่ทันได้ทำความเคารพครบขั้นตอน เค่อมามาก็ประคองแขนให้ซูเฟยลุกขึ้น เป็นการแสดงน้ำใจของผู้อยู่เหนือฝ่ายใน 

 

         "อย่ามากมารยาทเลย ไท่โฮวเป็นมารดาเจ้าเป็นบุตรีคนหนึ่งไม่ต้องมากมารยาทถึงเพียงนี้"คำพูดนี้ทำให้เฟิ่งกุ้ยเฟยเเย้มยิ้มรับคำ คำพูดเช่นนี้เพียงการแสดงน้ำใจ หากทำตามเช่นนั้นจริงคงมิพ้นข้อครหาว่าขาดการอบรมสั่งสอน


          "ข่งกุ้ยเฟยเสด็จ หนิงเต๋อเฟยเสด็จ"เฟิ่งซูเฟยมองข่งไฉ่ซู่และหนิงหลางฉิงทำความเคารพและกล่าวกับไทเฮาเงียบๆ นางยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบให้ชาอุ่นๆไหลผ่านลำคอ จะงานปีนี้หรือปีไหนล้วนไม่เกี่ยวกับนางทั้งสิ้น ไทเฮามิเคยมอบหมายหน้าที่ใดให้นางจัดการอย่างจริงจังยกเว้นงานเล็กๆน้อยๆอย่างการคัดเลือกงานแสดงบ้างเป็นบางครั้งบางคราว


          "ซูเฟยเจ้ามาเร็วเสมอ"เมื่อคุยเรื่องงานขึ้นปีใหม่จบข่งกุ้ยเหยจึงหันมาต่อคำกับนางบ้าง

          "หมิอมชั้นเพียงมาคุยเล่นกับเสด็จแม่ก่อนเวลาเล็กน้อยเท่านั้น"เมื่อข่งไฉ่ซู่เริ่มเบนเข็มมาทางตนชาในมือจะเย็นหรือร้อนก็ไม่น่าทานเสียแล้วคิดได้จึงได้ลงวางถ้วยเนื้อดีในมือลง


          "เฟิ่งซูเฟยงานเลี้ยงในครั้งนี้คงต้องยกการจัดการเรื่องการแสดงให้เจ้าเสียแล้ว"ไทเฮาเองก็มอบงานให้นางเพื่อขัดตาทัพ งานฉลองรับปีใหม่นั้นต้องให้พระชายาทั้งสามเป็นแม่งานจะขาดคนใดคนหนึ่งไม่ได้


          "หม่อมชั้นจะทำให้ดีที่สุดเพค่ะ"เฟิ่งมี่ลี่เห็นริมฝีปากหนิงหลางฉิงขยับเป็นรอยยิ้มเยาะชัดเจน จึงได้หลุบสายตาลงต่ำ ไม่ให้ใครเห็นแววตาที่สงบนิ่ง เรื่องเหล่านี้ในสายตานางย่อมไม่เป็นการหมิ่นเกียรติแต่หากนิ่งเกินไปก็คงไม่ได้เช่นกัน


          เฟิ่งมี่ลี่นั้นเกิดในตระกูลสูงเป็นบุตรสาวภรรยาเอก มองจากภายนอกนับว่าสูงส่งล้ำค่า แต่ใครจะรู้เล่าว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงภาพลวงตา ใต้เท้าเฟิ่งผู้เป็นบิดานั้นหลงใหลโปรดปรานในอนุ ปล่อยประละเลยนางและมารดาไม่เคยมาสนใจใยดี นางจึงดั้นด้นเข้าวังทำทุกวิถีทางให้ตนเป็นที่โปรดปรานขององค์ฮ่องเต้ให้มารดาได้รับตำแหน่งท่านหญิงตราตั้งขั้นที่หนึ่งนับเป็นการตอบแทนแก่มารดาผู้อ่อนโยน อย่าว่าแต่เรื่องเพียงนี้เลยมากกว่านี้ก็กระทบนางไม่ได้


          เห็นเฟิ่งซูเฟยนิ่งไปนาน หนิงเต๋อเฟยก็แย้มยิ้มอารมณ์ดี ฮ่องเต้จะทรงโปรดอย่างไรซูเฟยผู้นี้ก็ไร้บุตรธิดาสอดมือเข้าไปยุ่งเรื่องของนางมากนั้นก็ไม่ได้สิ่งใดอีกทั้งยังทำให้ฝ่าบาทขุ่นเคืองพระหทัย คนที่ควรต่อกรอย่างแท้จริงมิใช่กุ้งเฟยผู้สูงศักดิ์ผู้นั้นหลอกหรือ ทุกคราวที่เห็นสางตาสูงส่งเหมือนหลุดพ้นแล้วจากทุกสิ่งนั้นให้ความรู้สึกเหมือมีเข็มเล่มเล็กๆตกลงในใจช่างขัดตาไม่น่าดู


          "เสด็จแม่ถนอมเฟิ่งซูเฟยยิ่งนัก"


          "กับพวกเจ้าข้าไม่ถนอมหรืออย่างไร แบ่งงานตามสมควรก็เท่านั้น"ไทเฮานั้นไม่อยากต่อฝีปากกับเด็กน้อยพวกนี้นัก หากเป็นสมัยฮ่องเต้องค์ก่อนลักษณะนิสัยเช่นนี้คงอยู่ในหวังหลังได้ยากอย่าว่าแต่ได้รั้งตำแหน่งสูงเช่นนี้เลยรั้งชีวิตตนเองให้ได้นานเท่านี้ก็ถือว่าน่าแปลกแล้ว


          "งานปีใหม่ปีนี้ต้องลำบากพวกเจ้าแล้ว"เหออวี้หทเฮาแย้มรอยยิ้มเปี่ยมพระเมตตาอีกครั้ง"ไท่โฮวเหนื่อยมากแล้วพวกเจ้ากลับไปก่อนเถอะ"เมื่อไทเฮาออกปากไล่ทุกคนก็ไม่กล้ารั้งอยู่ต่อ


          เมื่อพ้นตำหนักแสงสลวยเกี้ยวของแต่ละตำหนักก็เคลื่อนตัวจากไปคนละทาง เฟิ่งมี่ลี่ปล่อยหลับตาปล่อยใจให้ล่องลองไปถึงบุรุษผู้เป็นใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน รักหรือโปรดปรานหรือ ดวงใจรักของฝ่าบาทนั้นเคยมอบให้หญิงในวังหลังที่ไหนกัน พวกนางเป็นเพียงตัวแทนของเงาของใครอีกคนที่อยู่ในภาพความทรงจำเท่านั้น









อิมเมจเฟิ่งมี่ลี่ค่ะเอามาจากเรื่งเจินหวนนะค่ะ
ขอแนะนำเลยว่าเป็นเรื่องที่ควรค่าเเก่การดูมาก
เป็นนิยายก็ภาษาสวยสุดๆ



ตำแหน่งพระสนมเรายึดจากราชวงศ์ถังน่ะค่ะ
ถ้าใครอยากรู้เพิ่มเติมไปหาอ่านได้ในนี้เลยค่ะหรือจะถามอากู๋เอาก็ได้
http://m.pantip.com/topic/33197538?



สอบแลปเสร็จหนึ่งตัวอดใจไม่ไหวต้องมาแต่งนิยายต่อ 
อาจารย์ใจร้ายมากไม่สงสารเด็กตาดำๆอย่างอัยย์เลย
สอบเสร็จวิญญาณหลุดกันไปเป็นแถว


อัยย์ไปอ่านหนังสือต่อแล้วเนาะพรุ่งนี้มีอีกสองตัว






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #1119 worldissuck (@so-nean) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 14:10
    ไรท์จ๋า เราไม่ได้อยากจะติอะไรให้เสียใจน้า แค่อยากช่วยให้นิยายมันออกมาดีที่สุด
    เพค่ะ ต้องเป็น เพคะ น้า
    เหมือน นะคะ เช่นกัน
    เสียง คะ ออกเสียงแบบโยคะเลย เป็นเสียงสูง ค่ะจะเป็นเสียงต่ำเด้อ
    ที่ถูกต้อง เพคะ นะคะ ค่ะ แบบนี้เน้อ
    #1119
    0
  2. #1118 worldissuck (@so-nean) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 14:05
    พระเจ้าค่ะ เปลี่ยนเป็นพะย่ะค่ะ น่าจะเหมาะกว่านะคะ
    #1118
    0
  3. #885 rosayrai (@dollo) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 23:02
    ไทเฮาใช้คำแทนตัวว่าอ้ายเจียนะคะไรท์
    #885
    0
  4. #502 fairy (@game_) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 20:20
    หึหึ จะเป็นไงหนอออ
    #502
    0
  5. #429 Zethius (@alisia-w-) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 22:32
    ต้องนู๋ปี้รึเปล่าค่ะ
    #429
    0
  6. #177 Byakujung (@Byakujung) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 09:29
    สู้กับการเรียนต่อไปอย่าเพิ่งท้อนะแล้วเอจะตามมาเอง
    #177
    1
    • #177-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 11)
      27 พฤษภาคม 2559 / 10:33
      ขอบคุมากน้าอัยย์เห็นคอมเมนท์นี้แล้วรู้สึกดีมากอะ
      #177-1
  7. #50 kimurakung (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 10:38
    สงคราววังหลังกำลังจะเริ่มแล้ว .. นางเอกเราอยู่ไหนนะ
    #50
    1
    • #50-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 11)
      26 เมษายน 2559 / 10:17
      อยู่ในใจอัยย์ค่ะ555 อีกสักตอนสองตอนก็น่าจะได้เจอกันแล้ว
      #50-1
  8. #47 Pop (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 20:51
    ดีใจจัง เปิดเข้ามาแล้วเจอเรื่องนี้อัพ ขอบคุณที่สอบแล้วยังมาลงให้นะค่ะ ตั้งใจอ่านหนังสือสู้สู้นะ
    #47
    1
    • #47-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 11)
      26 เมษายน 2559 / 10:13
      ขอบคุณนะค่ะ สอบรอบนี้ยากมากเลย
      #47-1