眼泪(อัสสุชลจอมนาง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 182,153 Views

  • 1,174 Comments

  • 3,378 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    538

    Overall
    182,153

ตอนที่ 12 : 12 re

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9312
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    8 ม.ค. 60

12

 

 

 

 

 

          ตำหนักชิดจันทร์ของซูเฟิยนั้นใกล้ตำหนักใหญ่ของฝ่าบาทมากที่สุด บรรยากาศภายในนั้นอบอุ่นสวยงามไม่ต่างจากผู้เป็นเจ้าของ สิ่งต่างๆที่ถูกนำมาตกแต่งล้วนบอกถึงความใส่ใจสูงส่งแต่ก็ไม่เกินฐานะ เฟิ่งซูเฟยเป็นพระชายาที่ฝ่าบาททรงโปรดมากที่สุด ลายละเอียดน้อยที่สุดกองงานทั้งหกฝ่ายในพระราชวังก็ละเลยมิได้ ของจากกรมวังส่งมายังตำหนักแห่งนี้ไม่เคยขาด ของทุกชิ้นล้วนละเอียดลออสมฐานะผู้รับ


          "พระชายาฝ่าบาททรงประทับห้องอักษรทั้งคืนท่านมิสู้..." ยังไม่ทันพูดจบผู้เป็นนายก็ยกมือขึ้นห้ามมิให้ต่อคำ อันที่จริงนั้นประโยคเช่นนี้นางกำนัลนั้นย่อมไม่กล้ากล่าวแนะนำผู้เป็นชายาขององค์ฮ่องเต้ แต่ฟ่างฝูนั้นเป็นข้ารับใช้ที่ติดตามเฟิ่งมี่ลี่มาจากบ้านเดิมจึงเป็นข้อยกเว้น

 

         "ฝ่ายในนี้มีใครก้าวล้ำไปส่วนหน้าโดยไม่ได้รับคำเชิญบ้างกัน"มือเรียวยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบอย่างเรียบเรื่อยไม่ใส่ใจ ฮ่องเต้นั้นให้เป็นผู้ความสำคัญกับกฎระเบียบผู้หนึ่ง สิ่งที่นางต้องยึดไว้จึงเป็นกฎระเบียบและความพอดี


          "แต่ฝ่าบาททรงรักถนอมพระชายายิ่งนัก เพียงเสด็จไปส่วนหน้าไม่มีใครกล้าครหาท่านเป็นแน่"เฟิ่งมี่ลี่ขยับปากเป็นรองยิ้มหยันครู่หนึ่งก็จางไปอย่างรวดเร็ว ยามโปรดเมื่อทำผิดทำเนียมเล็กๆน้อยๆย่อมมิมีใครกล้าตำหนิก็จริง แต่เมื่อไม่ทรงโปรดเล่าจะมีสักกี่คนกันที่ไม่ขุดรอยด่างพร้อยพวกนี้มาทับถมนางให้ตกลงต่ำที่สุด วังหลังแห่งนี้ยิ่งกว่าถ้ำเสือแดนมังกรหาใช่สวนบุปผางามอย่างที่ตาเห็น พลาดเพียงก้าวก็ยากที่จะลุกยืนได้มั่นคงดังเดิม 


          ผู้เป็นนายไม่กล่าวคำฟ่างฝูก็สงบปากถอยออกไปสั่งการนางกำนัลน้อยทั้งหลายให้เตรียมสำรับ นายหญิงนั้นไม่ชอบให้ใครมาซักไซ้ไล่คำ ถึงจะมิเคยกริ้วนางแม้แต่น้อยแต่ย่อมดีกว่าที่จะไม่ทำให้ทรงไม่สบายพระหทัย


          "ยังไม่ต้องตั้งสำรับ รอไปก่อน" เฟิ่งมี่ลี่เอ่ยสั่งแต่สายตาก็ยังทอดออกไปยังพื้นหิมะที่ปกคลุมหญ้าสีเขียวสด ดอกหญ้าเล็กๆเริ่มชูช่อรับฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึง

 

         คราแรกที่พบบุรุษผู้นั้นก็ใกล้ฤดูใบไม้ผลิเช่นนี้ทุ่งหญ้ากว้างยังมีหิมะปลกคลุมอยู่บางส่วน ตอนนั้นนางอายุเพียง17ใกล้ถึงวัยออกเรือน มารดาพานางไปเยี่ยมบ้านเดิม ท่านตาของนางนั้นเป็นอดีตทหารผ่านศึกที่ผันตนเองมาทำการค้าไม่ยุ่งเกี่ยวกับราชสำนัก ท่านเพิ่งได้ม้าสีขาวพ่วงพีลักษณะดีหนึ่งตัวมาจากเจียงหนานด้วยความเอ็นดูหลานสาวต่างแซ่จึงมอบให้นางเป็นของขวัญ

 

         กลิ่นหอมของหญ้าสด ลมเย็นที่ปะทะใบหน้าเสียงฝีเท้าม้ากระทบพื้นดังก้องไปทั่วนางในชุดของบุรุษควบม้าไล่เลาะไปตามทุ่งกว้างเพียงลำพังและพบเขาผู้นั้นเป็นครั้งแรก บุรุษผู้สูงใหญ่เหมือนภูผาแกร่งดวงหน้าหล่อเหล่าคมคายเฉกทหารหารยากจะมองข้าม แรกสบตาดวงตาดุดันฉายแววยินดีแต่ครู่เดียวก็จางไป 


          คนทั่วแผ่นดินเล่าขานว่าฝ่าบาททรงโปรดเฟิ่งมี่ลี่ผู้นี้เพราะความงดงามหาผู้ใดเปรียบ แต่นางยังจำได้ดีว่าเมื่อพบกันคราแรกนั้นสิ่งที่ฝ่าบาทเห็นตรึงตาต้องใจหาใช่ใบหน้างดงามเป็นหนึ่งในเมืองหลวง  แต่เป็นความคล้ายคลึงกับเจาเหม่ยหรงผู้นั้น เมื่อมองด้วยสายตาเป็นธรรมแล้วหญิงสาวในวันหลังแต่ละนางนั้นล้วนมีความคล้ายคลึงกับสตรีผู้นั้นทั้งสิ้นจะเป็นส่วนเล็กส่วนน้อย หน้าตาหรือท่าทางถ้าตัดเอามารวมกันก็จะได้เป็นเจาเหม่ยหรงไม่ต้องสงสัย หากมอบใจให้ฝ่าบาทแล้วไซร้เฟิ่งมี่ลี่ไม่อยากรู้เลยจริงๆว่าใจของตนจะบอบช้ำเพียงใด มีคำกล่าวว่าใจบุรุษเหมือนก้อนหินเมื่อโดนน้ำชะนานเข้าก็ผุกร่อน แล้วใจของฝ่าบาทที่เหมือนใบบัวเล่าเมื่อโดนน้ำสาดกระเซ็นใส่ สายน้ำอาจรั้งอยู่บนใบเขียวได้ชั้วครู่ แต่เมื่อเผลอตัวปล่อยใจก็กลิ้งหล่นลงมาไม่รู้ตัว


          "แม่นางน้อยเจ้าคล้ายสหายข้าคนหนึ่งมาก"ถึงอยู่ในอาภรณ์เช่นนี้ซูหนานตี้ก็ยังคงมองออกว่า บุคคลบนหลังม้าเป็นแม่นางน้อยผู้หนึ่งหาใช่บุรุษ"เข้ามาที่แห่งนี้ได้เจ้าคงหลงทางเสียแล้ว"


          "สหายท่านเป็นสตรีหรือ"เมื่อคนตรงหน้ามองด้วยสายตาปกติไม่จาบจ้วง พูดอย่างมีมารยาททั้งยังน่าฟัง เฟิ่งมี่ลี่ก็ไม่ปฏิเสธที่จะต่อบทสนทนา อีกไม่นานนางจะถูกส่งตัวเข้าวังเนื่องด้วยภาพของนางนั้นเป็นหนึ่งในผู้ถูกเลือก คาดว่าครั้งนี้คงเป็นการพบกันครั้งแรกและครั้งเดียวของตนกับคนตรงหน้า


          คำถามนี้เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากซูหนานตี้ได้เป็นอย่างดี"ข้าตอบคำถามนี้ไม่ได้เสียแล้ว"หลังจากประโยคนี้นางเองก็เหมือนจำอะไรไม่ได้อีกนอกจาก รอยยิ้มยามเอ่ยถึงสหายผู้นั้นน่ามองเหลือจะกล่าว


          ไม่คาดว่านางจะได้เจอบุรุษผู้นี้อีกคราในชุดสีเหลืองปักลายมังกรทองห้าเล็บนั่งอยู่เหนือบัลลังก์มังกร ร่างสูงสง่าทอดสายตามองผู้รับการคัดเลือกพระสนมที่อยู่เบื้องล่างนับเป็นโชคดีที่สุดหรือโชคร้ายที่สุดก็ไม่ทราบที่พระจักรพรรดินั้นจดจำนางได้เช่นกัน 


          "พระชายาวันนี้ฝ่าบาทเลือกป้ายของท่านพะยะค่ะ"ม่านกงกงนำความนี้มาบอกแก่เจ้าของตำหนักชิดจันทร์ด้วยตนเอง 


          "ลำบากกงกงแล้ว"เฟิ่งมี่ลี่แย้มรอยยิ้มงดงามพร้อมกับที่ฟ่างฝูส่งถุงเงินในมือให้ม่านกงกง ม่านเตียวเสมองใบหน้าประดับยิ้มของซูเฟยแล้วไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อยในความโปรดปรานที่นายหญิงแห่งตำหนักชิดจันทร์ได้รับ ตนเองเป็นขันทีข้างกายฝ่าบาทมานานเห็นหญิงงามมาก็ไม่น้อย แต่ซูเฟยผู้นี้ทั้งงดงามรู้มารยาทมากกริยาเพียบพร้อมไร้ข้อตำหนินับเป็นโฉมสะคราญที่ให้ความรู้สึกไร้กังวลเช่นนี้ฝ่าบาทถึงได้ทรงโปรดมากกว่าผู้ใดในวังหลัง


          ม่านกงกงอยู่จิบน้ำชาอีครู่ก็ขอตัวจากไป ฟ่างฝูเริ่มสั่งงานนางกำนัลเตรียมรับเสด็จ ข้ารับใช้ทุกคนในตำหนักล้วนทำงานของตนอย่างแข็งขัน เป็นบ่าวจะอยู่รอดได้ก็ต้องมีนายที่มีอำนาจ และอำนาจของสตรีในวังหลังก็มาจากความโปรดปรานที่ได้รับจากฝ่าบาทเช่นกัน


         ฝ่ายในก็เป็นเช่นนี้หญิงสาวทั้งหลายทิ้งทั้งชีวิตต่อสู้แย่งชิงความโปรดปราน งัดเอาทุกเสน่ห์เล่ห์กลออกมาใช้เพื่อรั้งพระหทัยของบุรุษเพียงผู้เดียว เพื่อความมั่นคงของครอบครัวความสุขสบายของตนเอง เมื่อก้าวเท้าเข้ามาเป็นนางห้ามของฝ่าบาทแล้วนั้นย่อมไม่มีสิทธิที่จะคิดก้าวออกไปมีเพียงการดิ้นรนให้เป็นที่โปรดปรานเท่านั้นถึงจะปกป้องตนเองเอาไว้ได้ เฟิ่งมี่ลี่เข้าใจในเรื่องนี้เป็นอย่างดีและเข้าใจพระหทัยของฝ่าบาทเป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน


          "พระชายาไปเตรียมตัวเถอะ"

 

         "ข้ารู้แล้ว"

 

 

 

 

 

          งานเลี้ยงปีใหม่ใกล้เข้ามากองงานทั้งหกฝ่ายต่างวุ่นวายตระเตรียมงานในครั้งนี้ให้ออกมาดีที่สุดบกพร่องน้อยที่สุด พระชายาทั้งสามก็ล้วนสั่งงานในส่วนของตนอย่างสุดฝีมือ วังหลังจึงเงียบสงบปราศจากคลื่นลมพายุโหมมาให้เห็น


          กองงานแต่ละกองเองก็ล้วนวุ่นวายโดยเฉพาะฝ่ายงานปักเย็บ กองออกแบบตัดเย็บและกองเครื่องประดับ ที่ต้องเตรียมชุดให้เหล่าพระสนมและพระชายาและเชื้อพระวงศ์ ที่อยู่ในวังหลวง ยิ่งมีตำแหน่งสูงและเป็นที่โปรดปรานยิ่งต้องระมัดระวังให้งานที่ออกมานั้นดีที่สุด ส่วนพระสนมที่ไม่ทรงโปรดนั้นงานเลี้ยงไม่แค่เพียงไม่ได้เข้าร่วม ของใช้เสื้อผ้าที่จะได้รับในวันปีใหม่นั้นก็ไม่มากชิ้นแต่ก็ต้องใส่ใจเช่นกัน


          ด้วยความที่ในรัชสมัยของพระเจ้าซูหนานตี้นั้นมีพระสนมนางห้ามไม่มากนักการแก่งแย่งชิงดีในวังหลังจึงไม่ค่อยมีให้เห็น พระสนมทุกพระองค์ได้รับเกียรติฐานะตามตำแหน่ง ต่อให้ผ่าบาทไม่ได้ทรงโปรดฝ่ายงานต่างๆก็ยังดูแลพวกนางไม่ขาดตกบกพร่องแต่อย่างใด


          "พระชายาเพค่ะฝ่ายปักเย็บส่งชุดมาให้แล้ว"หีบเสื้อผ้าและเครื่องประดับถูกนำมาวางถวายแก่เฟิ่งซูเฟย ในนั้นถูกบรรจุด้วยเสื้อผ้าเครื่องประดับที่วิจิตรงดงาม"ปีนี้มีเสื้อคลุมขนกระต่ายด้วยเพค่ะตัดออกมาได้งดงามนักหากท่านใส่แล้วย่อมงามไม่เป็นรองใคร ฝ่ายเย็บปักให้เรียนนายหญิงว่างานปีนี้ยังวุ่นวายอาภรณ์เครื่องประดับที่เหลือจะตามาในภายหลัง"ฟ่างฝูบรรยายตามที่หัวหน้าฝ่ายปักเย็บบอก ตัวนางเองรู้ดีว่านายหญิงย่อมมิคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องพวกนี้ และออกจะใจกว้างยอมมองผ่านเรื่องเล็กๆอยู่เสมอ


          "อากาศยังหนาวอยู่มากพวกเขายังมาส่งของให้ถึงนี่ ให้อัฐพวกเขาไปดื่มน้ำชาให้ร่างกายอุ่นกันเสียหน่อย ฟ่างฝูเจ้าช่วยจัดการให้ด้วย"กระรับสั่งอย่างใจกว้างดังรอดออกมา บ่าวรับใช้ที่ได้ยินก็รีบคุกเข่ารับพระกรุณา ซูเฟยนั้นพระหทัยกว้างกับข้ารับใช้เสมอ ผู้ที่ทำหน้าที่ติดต่อตำหนักชิดจันทร์ล้วนบอกได้ตรงกันทุกคน คนงานของแต่ละฝ่ายนั่นจึงมักยินดีเมื่อยามได้มีโอกาสรับใช้ซูเฟย 


          งานเลี้ยงใกล้จะเริ่มเข้าไปทุกที ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำให้เสร็จ เมื่อส่งของเสร็จจึงต้องรีบขอตัว


          งานเลี้ยงเริ่มขึ้นในตอนสายผู้ร่วมงานมีเพียงเชื้อพระวงศ์ พระสนมชายาที่ทรงโปรด ราชทูตจากแคว้นน้อยใหญ่ ขุนนางมีตำแหน่งและท่านหญิงตราตั้งขั้นสูงเท่านั้น เสียงบรรเลงเพลงพิณดังคลอไปทั่วงาน การแสดงอันหาชมได้ยากและอาหารรสเลิศ เฟิ่งมี่ลี่นั้นหาได้สนใจสิ่งเหล่านี้สายตานางจับจ้องไปที่หญิงสาวสูงวัยผู้หนึ่งในตำแหน่งท่านหญิงตราตั้งขั้นหนึ่งผู้หนึ่ง เห็นมารดาสุขสบายล้อมรอบด้วยคนคอยเอาใจเฟิ่งมี่ลี่ก็ยิ้มออก ความสุขของมารดาคือปรารถนาอันสูงสุดในชีวิตนาง

 

         เมื่อจบงานเลี้ยงฮ่องเต้จะอนุญาตให้พระสนมชายาที่มาร่วมงานได้พบปะกับบ้านเดิมครู่หนึ่ง หนึ่งปีได้พบหนึ่งครั้งก็นับเป็นความสุข แม้ไม่ทรงรักเพียงแต่ถนอมและตามใจตนบ้างเท่านี้เฟิ่งมี่ลี่ก็พอใจแล้ว ทำเนียมที่ทรงอนุญาตนี้ทุกคนต่างรู้ดีว่าทรงทำเพื่อซูเฟยผู้ได้รับความโปรดปราน




 

          "ท่านแม่เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือไม่ ขาดเหลืออะไร ไม่มีใครรังแกท่านใช่ไหม"อยู่ต่อหน้ามารดาซูเฟยก็สลัดคราบพระสนมเอกแห่งฝ่ายในออกกลับมาเป็นบุตรสาวตัวน้อยเหมือนวันวาน เอ่ยถามมารดารัวเร็วไม่รักษากริยา

 

         "พระสนมเป็นห่วงเกินไปแล้ว เพราะพระกรุณาหม่อมฉันนั้นสบายดีไม่ขาดเหลือสิ่งใด แล้วพระสนมเล่าสบายดีหรือ"ผู้เป็นมารดากล่าวตอบอย่างอ่อนโยน บุตรสาวตัวน้อยของนางนั้นก้าวมายืนในที่อันตรายเพื่อแทนคุณนางย่อมหน้าเป็นห่วงกว่ากันมากนัก

 

         "ลูกสบายดี อยู่ในวังนั้นสุขสบายฟ่างฝูก็คอยหาเรื่องสนุกมาเล่าให้ฟังอยู่เสมอ ฝ่าบาทเองก็ดีกับลูกมากลูกไม่เป็นไรท่านแม่อย่าห่วงเลย มีเพียงคิดถึงท่านบ้างเท่านั้น"เฟิ่งมี่ลี่แย้มยิ้มตอบมารดาแสดงสีหน้าเปี่ยมสุขไร้กังวล เอื้อมมือจับฝ่ามือที่หยาบกร้านกว่ามาบีบเบาๆความห่วงใยอันแสนอบอุ่นเช่นนี้นางได้รับมาตั่งแต่สมัยยังเป็นเพียงเด็กตัวน้อย


          "คิดถึงก็ให้มารดาเจ้าเข้ามาหาเสียก็สิ้นเรื่อง"เสียงบุรุษผู้ทรงอำนาจดังมาจากด้านหลังทำให้สองแม่ลูกรีบหันกลับไปถวายพระพร


          "ไม่ต้องลำบากถึงเพียงนั้นเพคะ เพียงรู้ว่าพระสนมสุขสบายดีก็เพียงพอแล้ว"ผู้เป็นมารดาทูลตอบน้ำพระหทัยเช่นนี้เห็นจะรับไว้ยาก


          "เป็นพระชายาของเจิ้งต้องสบายดีอยู่แล้ว ซูเฟยเป็นบุตรีกตัญญูเพียงอยากพบมารดา เจิ้งจะไปขัดได้อย่างไร"ซูหนานตี้กระชับมือสนมรักในมือ มือเล็กๆนั้นสันเบาเบาเป็นกริยาที่ใครเห็นต่างต้องอยากถนอม"หากอยากเจอก็ให้คนส่งเกี้ยวไปรับตัวเข้าวังไม่ใช่เรื่องยากอะไร"


          "ฝ่าบาท"เฟิ่งมี่ลี่ทอดเสียงอ่อนด้วยความซาบซึ้งใจ เพราะฝ่าบาทพระทัยดีเช่นนี้มิใช่หรือสตรีในฝ่ายในจึงตกในห้วงรักยากนักที่จะถอนตัวถอนใจ แต่กระนั้นใจนางก็ต้องรักษาไว้หากไม่อยากเจ็บสตรีทั้งหลายเหล่านั้น


          ท่าทางของซูเฟยนั้นซูหนานตี้ทอดพระเนตรเห็นตั้งแต่ในงานเลี้ยง นอกจากเป็นพระชายาแล้ว เฟิ่งมี่ลี่ผู้นี้ยังเป็นเพื่อนคู่คิดที่ดีคนหนึ่งทั้งยังเข้าใจตนเป็นอย่างดี ตามใจนางในเรื่องนี้สักเล็กน้อยจะเป็นอะไรไปอีกทั้งซูเฟยก็ตืดต่อเพียงมารดาที่กลับไปอยู่บ้านเดิมไม่มีความยุ่งเกี่ยวกับราชสำนัก รวมทั่งความรักที่มีต่อมารดาของนางนั้นมิได้เสแสร้งแกล้งทำเพื่อเรียกความสนใจ เป็นความจริงใจที่แม้แต่วังหลังยังไม่อาจลบเลือนรอยรักไปจากแววตาคู่สวย ซูหนานตี้นั้นพอใจในเรื่องนี้ที่สุด


         เมื่ออยู่ต่อหน้าพระพักตร์ มารดาของเฟิ่งมี่ลี่ก็ไม่รั้งอยู่นานกล่าวอีกสองประโยคก็ขอตัวจากไป เห็นความกรุณาที่ฮ่องเต้มีต่อบุตรสาวก็สบายใจลงได้เปาะหนึ่งอย่างน้อยมีฮ่องเต้เป็นเกาะคุ้มภัยลี่เออร์ของนางย่อมปลอดภัย


          หากแต่ทั้งสามไม่รู้ถึงสายตาอีกคู่ทอดมองมายังเฟิ่งซูเฟยอย่างอาฆาตมาดร้าย ผ้าเซ็ดหน้าในมือถูกถีกจนขาดไม่เหลือเค้าเดิม ซูเฟยผู้นี้ได้รับความโปรดปรานมากเกินไปแล้ว

   

 

 

 

 

 

มาต่อให้อีกนิดรู้สึกว่าตอนที่11ยังค้างๆ

บ้ายบายแบบจริงจัง

ฝันดีนะค่ะนักอ่านที่น่ารักทุกคน

บอกไว้ก่อนว่าตอนหน้าแม่นางเอกจะออกอีกครั้ง

อัยย์เองชอบฝ่าบาทกับแม่นางเอกมาก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #1162 Miliinlie (@Labelle_z) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 20:25
    ฮ่องเต้จะแทนตัวเองว่า เจิ้น นะคะ ไม่ใช่เจิ้ง
    #1162
    0
  2. #1121 minmin96 (@mimin96) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 22:45
    คำผิด
    ลายละเอียด-->รายละเอียด
    #1121
    0
  3. #641 สามคิ้ว。 (@leepnam) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 15:25
    ฝ่าบาทแทนตัวเองว่า เจิ้น ป่ะ? เรา ไรงี้อ่ะ
    #641
    1
    • #641-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 12)
      14 มกราคม 2560 / 01:41
      อัยย์คิดเอาเองนะคะว่าขึ้นอยู่กับบริบทมากกว่าค่ะ
      #641-1
  4. #503 fairy (@game_) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 20:28
    ซูเฟยแลจะเป็นคนดีนะ???
    #503
    0
  5. #430 Zethius (@alisia-w-) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 22:43
    นานๆทีจะเจอฮ่องเต้แบบนี้ซักองค์ (จากที่อ่านมา)
    #430
    0
  6. #178 Byakujung (@Byakujung) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 09:40
    น่าสงสารฝ่าบาทจังเลย เห็นใจด้วย ฝาบาทแบบนี้หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร
    #178
    1
    • #178-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 12)
      27 พฤษภาคม 2559 / 10:34
      ใช่ค่ะป็นตัวละครที่อัยย์โปรดปรานเลย
      #178-1
  7. #52 ❥NightRabbit. (@yurikun) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 12:54
    อวิ้นอวิ้นไม่โผล่สักตอน 5555 ><
    #52
    1
    • #52-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 12)
      26 เมษายน 2559 / 10:18
      อีกไม่เกินสี่ตอนออกแน่นอนค่ะ
      #52-1
  8. #51 kimurakung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 10:46
    ไม่รู้งานนี้นางเอกเราจะได้ออกมาให้ผู้อื่นยลโฉมมั้ย
    #51
    1
    • #51-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 12)
      26 เมษายน 2559 / 10:18
      ถ้าตอบว่าไม่รู้เหมือนกันอัยย์ต้องย้ายบ้านหลบระเบิดรึเปล่าน้า
      #51-1
  9. #49 SweetMafiaJ (@sweetmafia) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 10:37
    เมื่อไรฮ้องเต้จะเจออวิ้นซี
    #49
    1
    • #49-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 12)
      26 เมษายน 2559 / 10:16
      ไม่อยากทำลายกำลังใจคนอ่านที่น่ารักว่าว่าอีกสักพักเลยค่ะ
      #49-1
  10. #48 thesun-sets (@thesun-sets) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 23:33
    สนมเฟิ่งมี่ลี่น่าสงสารจังค่ะ
    #48
    1
    • #48-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 12)
      26 เมษายน 2559 / 10:15
      อัยย์ว่าอย่างน้อยเฟิ่งมี่ลี่ก็ยังโอเคนะค่ะ ดีกว่าหลายคนที่ฮ่องเต้ไม่โปรด
      #48-1