眼泪(อัสสุชลจอมนาง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 182,016 Views

  • 1,174 Comments

  • 3,376 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    401

    Overall
    182,016

ตอนที่ 13 : 13 re

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8762
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    8 ม.ค. 60

13

 

 

 

 

          ซูหนานตี้เองก็รู้ว่ายามจับมือนางใจตนนั้นนึกถึงสตรีอีผู้หนึ่งและรู้ดีที่สุดว่าเจ้าของมือน้อยพระหัตถ์นี้เองก็รู้ไม่ต่างกัน เป็นนางเองที่บอกจะอยู่ข้างพระองค์แม้รู้ว่าไม่มีทางได้เข้ามาอยู่ในพระหทัย


          "หม่อมฉันเองก็จะขอเก็บใจของตัวเองไว้เช่นกัน สิ่งที่มีให้ฝ่าบาทนั่นจะเป็นความจงรักภักดีที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย"ในวันนั่นยิ้มของเฟิ่งซูเฟยดูงดงามกว่าทุกครั้งทุกที่เคยเห็น ถ้อยคำที่เปร่งออกมาคือความจริงใจทั้งหมดที่มีให้ ต่อให้เปิดกรงนกน้อยเช่นนางก็ไม่คิดบินจากไป ยังคงส่งเสียงเจื้อยแจ้วอยู่ข้างกายไม่เปลี่ยนแปลง


          ตัวซูหนานตี้นั้นก้าวขึ้นไปบนเกี้ยวเตรียมกลับตำหนัก แต่ใจกับประหวัดถึงภาพในวันวานที่ยังคงแจ่มใสชัดไม่ซีดจางไปตามวันเวลาที่ผ่านเลยเป็นภาพของบุคคลที่เป็นเอกในใจ

 

 

 

 

 

 

          "ท่านมาอยู่ในที่ส่วนตัวของข้าได้อย่างไร"บุคคลผู้หนึ่งเหวี่ยงตัวลงจากหลังม้าด้วยท่าทางองอาจ ร่างเล็กสูงไม่ถึงคางตนเชิดหน้าอย่างเอาเรื่อง ซูหนานตี้ในขณะที่เพิ่งรับพระราชทานตำแหน่งรัชทายาทนั้นอยากบอกเหลือเกินว่าอีกไม่นานทุกสถานที่ในแผ่นดินนี้ย่อมเป็นของตนไม่ใช่แค่พื้นที่เล็กๆเท่านี้ แต่ไม่อยากโต้เถียงให้กลายเป็นการรังแกผู้น้อยผู้ใหญ่รังแกเด็กไปเสีย


          "ที่สงบเช่นนี้ปันมาให้ข้าใช้สอยสักหน่อยไม่ได้เลยหรือ"ฟังน้ำเสียที่อีกฝ่ายใช้เจ้าของร่างเล็กก็คลายความโกรธเคืองลงจึงหันมาตอบความด้วยเสียงที่อ่อนลงกว่าเก่า


          "อันที่จริงมันก็ไม่ใช่ที่ของข้าเสียทีเดียว ต้องขอโทษด้วยที่ใส่อารมณ์"เจาเหม่ยหรงนั่นเพียงไม่พอในที่สถานที่ลับของตนถูกผู้อื่นค้นพบเข้าแต่นางเองก็มีเหตุผลมากพอ ลานกว้างแห่งนี้มีทางเข้าซับซ้อนนางเองเคยหลงทางเข้ามา กว่าจะเจอทางออกก็ใช้เวลานานคาดว่าคนตรงหน้าคงหาทางออกไม่เจอเช่นกัน"พี่ชายหากจะออกไปท่านต้องขี่ม้าอ้อมต้นสนสูงแล้วเลี้ยวขวาตรงไปตามทางเล็กๆแล้วเลี้ยวซ้ายอีกครั้งก็ออกไปได้แล้ว"


          "เจ้ารู้ด้วยหรือว่าข้าหลงทาง"เห็นท่าทางเด็กตรงหน้าน่าสนใจไม่ใช่น้อยจึงต่อความด้วยอย่างนึกสนุก 


          "ข้าเองเคยหลงมาเจอที่นี่เช่นกัน แต่ติดใจในความสงบจึงแวะมาอยู่บ่อยๆ"เจาเหม่ยหรงทรุดตัวลงนั่นข้างชายแปลกหน้าก่อนเอ่ยถาม"แล้วท่านเล่า"


          "ข้าเองก็มาหาความสงบเช่นกัน"ตอนนี้ในพระราชวังทั้งฝ่ายหน้าฝ่ายในล้วนกำลังวุ่นวาย ที่จวนของตนก็วุ่นวายจนหาความสงบแทบไม่ได้ซูหนานตี้จึงเร้นกายหนีออกมาพักหายใจ"ไม่คาดว่าจะหาทางออกไม่เจอ คุยมานานยังไม่ทราบนามน้องชายเลย"


          "ข้าเจาหรง"เจาเหม่ยหรงเห็นอีกฝ่ายเรียกตนว่าน้องชายจึงแก้ชื่อตนเองให้คล้ายบุรุษเสีย


          "ที่เเท้คุณชายน้องตระกูลเจานี่เอง แต่เท่าที่ข้าทราบ ใต้เท้าเจามีบุตรชายคนเดียวคือคุณชายรองเจาเก่อเหลียนมิใช่หรือ"แล้วเจาหรงผู้นี้มาจากไหนกัน ซูหนานตี้ตอบอย่างรู้ทันสายตาก็จับไปที่สีหน้าของคนข้างๆ อยากรู้ว่าคนตัวน้อยจะพลิกลิ้นไปทางใด


          ได้ยินคำพูดรู้ทันเช่นนี้เจาเหม่ยหรงก็ระบายลมหายใจออกมา ปรับเสียงที่ดัดให้ทุ้มกลับมาเป็นเสียงสตรีเหมือนเดิม อย่างไรก็ไม่ใช่ความลับอะไร เพียงแค่ปลอมตัวเป็นบุรุษหนีออกมาเที่ยวเล่นเท่านั้น"เจาเหม่ยหรง บุตรีคนที่สองของจวนตอนนี้หมดข้อสงสัยแล้วหรือไม่"


          "ที้แท้เป็นแม่นางน้อย ข้าหนานตี้นั้นมีตาหามีแววไม่"ซูหนานตี้กล่าวเค้าเสียงหัวเราะ หากเป็นสตรีทั่วไปมาอยู่ตรงนี้ล้วนต้องอายม้วน แต่สาวน้อยตรงหน้ากลับเฉยเสียนี่ หากมองผ่านๆไม่พิศดูให้ดีก็ยากจะดูออกว่านางนั้นเป็นสตรี


          รู้ว่าคนตรงหน้าจงใจปิดบังแซ่ เจาเหม่ยหรงก็มิได้ทักท้วง"ท่านอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครแล้วกันข้าเบื่อจะฟังคำเอ็ดแล้ว"ว่าจบก็ไม่สนใจผู้มาขอใช่สถานที่ร่วมกันอีกหยิบเอาตำราที่ติดตัวไว้ขึ้นมาอ่าน เมื่อสายตาจดจ่อกับตัวอักษรก็เหมือนกับลืมเลือนไปเสียว่าที่แห่งนี้มีผู้อื่นอยู่ด้วย 


          เมื่อคนหนึ่งอยู่ในห้วงนิทราอีกคนหนึ่งอยู่ในห้วงของตัวอักษรพื้นที่จึงกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เวลาผ่านไปจนแสงแดดเริ่มลาลับไปจากฟ้า ตอนนี้มีแสงไม่พอดูหนังสือเสียแล้ว เห็นคนข้างๆหลับสนิทเหมือนลืมโลกก็หันไปสะกิดเตือน


          "พี่ชาย ท่านรีบออกไปก่อนมืดไม่ดีหรือหากไม่มีแสงไฟต่อให้พอรู้ทางก็หาทางออกยากรู้หรือไม่"เห็นคนตรงหน้ามีน้ำใจกลัวตนหลงทางซูหนานตี้ก็พยักหน้ารับ ไม่ได้อวดว่าตนนั้นรู้จักที่ทางแถบนี้เป็นอย่างดี

 

         "ไว้ข้าแวะมาอีกได้หรือไม่"


          "ตัวก็ตัวท่านขาก็ขาท่าน ท่านจะไปไหนมาไหนข้าห้ามได้หรือ เพียงอย่าพาใครมาเพิ่มก็พอแล้ว"ได้ฟังคนตรงหน้าเถียงไม่ยอมแพ้ก็ส่งเสียงหัวเราะขึ้นขัดตาทัพก่อนเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง ดูเอาเถอะองค์ชายใหญ่เช่นเขาขุนนางหวาดกลัวข้าศึกทั้งหลายหวาดเกรง มาวันนี้กลับมีสตรีน้อยกล้ายืนเถียงฉอดๆอย่างไม่เกรงใจ แต่ด้วยบรรยากาศรอบตัวที่ให้ความรู้สึกสบายแก่คนอยู่ใกล้เช่นนี้ทำให้โกรธไม่ลงเลยจริงๆ


          "เจ้าชอบอ่านตำราพวกนี้ด้วยหรือ"ตำราเกี่ยวกับการปกครองนั้นแม่นางน้อยเช่นนางอ่านไปจะได้ประโยชน์อันใด


          "ท่านเองก็เป็นผู้ดูถูกสตรีหรือ ความรู้นั้นเป็นสินทรัพย์อย่างเดียวที่ใครก็ล้วนแย่งชิงไปไม่ได้แล้วเช่นนี้แบ่งบุรุษสตรีได้หรือ ข้าเองอยากเกิดในสมัยที่บุรุษและสตรีเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง"ฟังคำเช่นนี้แล้วสายตาที่ทอดมองคนตัวเล็กก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย นางช่างเป็นสตรีที่แปลกประหลาดไม่เหมือนผู้ใด


          "มิใช่เช่นนั้นสหายน้อย น้องสาวข้าก็ชมชอบการศึกษาเช่นกันเพียงถามดูเท่านั้น"พูดไปอย่างนั้นเพื่อให้คนตัวเล็กหายโกรธ ตอนตอบคำซูหนานตี้ไม่รู้ตนเสียด้วยซ้ำและแน่นอนว่าองค์หญิงซูผิงผู้เป็นน้องมิได้ใส่ใจตำราเหล่านี้อย่างแน่นอน ยางรักในเสื้อผ้าและเครี่องประดับต่างหากเล่า


          "ข้าต้องไปแล้วหวังว่าจะได้พบสหายเช่นท่านอีก"เจาเหม่ยหรงหันมาส่งยิ้มให้คนที่ได้ชื่อว่าสหายคราหนึ่งก่อนกระโดดขึ้นม้าลับหายไปตามทางที่บอกอีกฝ่าย คราแรกพบนั้นไม่คิดว่าจะได้เจออีกฝ่ายเป็นครั้งที่สอง แต่เมื่อมาที่นี้คราใดกลับพบเจอร่างสูงมาจับจองพื้นที่ข้างกันเสมอ ราวกับยึดเป็นลานกว้างแห่งนี้เป็นที่เดียวที่จะหลับได้อย่างเต็มตา เมื่อหลายครั้งเข้าเหม่ยหรงก็ชินที่จะมีสหายผู้นี้อยู่ข้างกายยามอ่านตำราไปเสียแล้ว


          ไม่รู้ว่าด้วยรอยยิ้มธรรมดาสามันนั้นติดตรึงในพระหทัย ดวงตากระจ่างใสที่ทอดมองไม่รู้เบื่อ บรรยากาศรอบตัวที่แสนสบายหรือเพราะแนวคิดที่แตกต่างไม่เหมือนใคร จึงเสด็จไปที่ทุ่งกว้างนั้นหลายครั้งหลายครา เคยกระทั่งให้หน่วยองครักษ์เงาไปเฝ้าดูว่าเมื่อไรที่นางจะมาเสียด้วยซ้ำ


          คิดถึงสิ่งต่างๆที่ตนทำในวัยคะนองแล้วก็หลุดยิ้ม ช่างเป็นการกระทำที่โง่เง่าของผู้ตกในห้วงรักมิใช่หรือ แต่หากย้อนวันเวลากลับไปได้สักกี่ครั้งซูหนานตี้ก็ยังจะเลือกทำเช่นเดิม ยามนึกถึงสหายน้อยเรื่องราวที่มีนางล้วนแต่เป็นช่วงเวลาของความสุข เหมือนเช่นที่นางขอจดจำเพียงเรื่องดีๆของกันและกันไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก


          รู้หรือไม่เหม่ยหรงข้าไม่เคยตามใจใครมากเท่านี้ ใส่ใจใครมากเหมือนที่มอบให้เจ้า ทำไมถึงรีบจากไปไม่อยู่รอดูยุคที่หญิงทั้งหลายเริ่มได้รับความเท่าเทียมไม่ต่างจากบุรุษเล่า


          เมื่อนางบอกให้ครองราชย์ตนก็ปกครองบ้านเมืองให้ร่มเย็น


          เมื่อนางบอกอยากให้สตรีมีสิทธิตนก็เริ่มให้การศึกษา


          เมื่อนางอยากปกป้องบ้านเดิมตนก็ยื่นมือเข้าช่วย


          เมื่อเอ่ยปากยกตำแหน่งนั้นให้นางแล้วบัลลังก์ข้างพระวรกายก็มีนางเท่านั้นที่เป็นเจ้าของ


          เพียงสบดวงตาใสกระจ่างคู่นั้นก็รู้ได้เลยว่าไม่มีทางเอาชนะผู้อยู่ตำแหน่งสูงสุดในพระหทัยผู้นี้ได้ และไม่เคยคิดที่จะอยากเอาชนะสักครั้ง ตอนนี้บ้านเมืองก็สงบร่มเย็นดังที่นางอวยพรแล้ว ประชาชนก็อยู่ดีมีสุขแล้ว ทำไมไม่อยู่รอรับเอาความดีความชอบของตนเองบ้างเล่า

 

 

 

 

 

          "ฝ่าบาทถึงพระตำหนักแล้วพะยะค่ะ"ม่านเตียวส่งเสียงเตือนผู้เป็นนายอีกครั้งเมื่อเห็นร่างสูงยังทอดสายตาไปไกลจนไม่รับรู้ว่าเสด็จถึงพระตำหนักใหญ่แล้ว


           ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงกว้างที่ถูกฉลุลายงดงามปูทับด้วยผ้านวมบุขนห่าน พระแท่นที่ทรงหนุนนอนนั้นทำมาจากของชั้นหนึ่งทำให้หลับสบายก็จริง แต่ข้างกายสหายน้อยผู้นั้นกลับทำให้หลับสนิทไร้กังวล แม้เป็นผืนหญ้ามารองต่างเบาะแต่กลับทำให้รู้สึกดีจนไม่อยากลืมตาตื่น



          "ฝ่าบาท"ขันทีน้อยผู้หนึ่งถือถาดที่บรรจุป้ายชื่อของพระสนมชายาต่างๆยื่นมาตรงหน้า แต่ซูหนานตี้นั่นเพียงผลักออกไปเป็นสัญญาณว่าไม่เสด็จที่เรือนใดอีกในคืนนี้ เรือนนอนแต่ละแห่งล้วนถูกจัดเตรียมอย่าประณีตโดยผู้เป็นเจ้าของเรือน สตรีน่าสงสารเหล่านั้นจะรู้หรือไม่หนอว่าสิ่งเหล่านี้ต่อให้ทำมาดีอย่างไรก็เทียบไม่ได้กับผืนหญ้าธรรมชาติแห่งนั้นยามมีสหายน้อยผู้รู้ใจอยู่เคียงข้าง


          "ฝ่าบาท ยามจื่อแล้วทรงพักพระวรกายบ้างเถอะพะยะค่ะ"ม่านเตียวเห็นว่าใกล้เวลาเช้าของอีกวันจึงทูลเตือน


          "ข้าเพียงคิดถึงที่นอนที่ทำให้หลับสนิทเท่านั้น"ม่านเตียวได้ฟังก็ขมวดคิ้วพระแท่นของฝ่าบาทนั้นเป็นของชั้นหนึ่งทำให้บรรทมไม่สนิทได้อย่างไร หรือมีปัญหาอันใดกัน เห็นกงกงคนสนิทมีสีหน้าครุ่นคิดก็ส่ายหน้าม่านกงกงคิดมากเกินไปแล้ว"ข้าแค่พูดไปอย่างนั้น อย่าได้ใส่ใจเลย"


          เมื่อฝ่าบาทหลับสนิทม่านเตียวก็ออกจากที่ประทับด้วยฝีเท้าเงียบกริบตนเอวก็ต้องไปพักเช่นกัน พรุ่งนี้ยังมีเรื่องให้สะสางอีกมาก"พรุ่งนี้ให้คนไปบอกกองตัดเย็บให้มาตรวจพระแท่นเสีย หากมีสิ่งใดผิดปกติให้เปลี่ยนได้เลย"ขันทีที่รับคำก็แปลกใจ พระแท่นของฝ่าบาทจะมีปัญหาได้อย่างไร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อัยย์โดนข้อสอบทำล้ายอีกแล้วแง

ไม่ต้องทำนายก็เห็นอนาคตอันมืดมน

อยากย้อนเวลากลับไปเรียนอนุบาลจัง ;-;

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #1076 เทคโน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 03:48
    อืม ร้องไห้ตามเลย ซึ้งมาก เพิ่งเห็นนืยายนี้ เรื่องนี้ชอบมาาาาาก
    #1076
    1
    • #1076-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 13)
      7 ตุลาคม 2560 / 13:16
      ขอบคุณค่ะ
      #1076-1
  2. #895 Killer.P (@paifah_skypp) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 23:04
    รับอวิ้นซีเป็นลูกสะใภ้เลยเพคะ 555555 ไม่ได้แม่ก็ได้ลูกสาวหละว่ะ
    #895
    1
    • #895-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 13)
      20 พฤษภาคม 2560 / 01:49
      เราต้องย้อนกลับไปอ่านเลยค่ะว่าพูดถึงใคร แต่งยาวเกินจนลืม555 อย่ารีบอวยกันน้าอ่านต่อไปนะวังเจอเรือที่น่าลงกว่านะคะเดี๋ยวจะว่าอัยย์ไม่เตือน
      #895-1
  3. #747 ส้ม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 21:28
    ซึ้งง ความรักที่มั้นคงของฮ่องเต้ 😭😭
    #747
    1
    • #747-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 13)
      16 มีนาคม 2560 / 14:25
      เราก็รักฮ่องเต้ค่ะ ชอบความมั่นคงในใจนาง
      #747-1
  4. #504 fairy (@game_) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 20:34
    ไปด้วยค่ะไรท์ ไปเรียนอนุบาลกัน555
    #504
    0
  5. #431 Zethius (@alisia-w-) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 22:50
    ซึ้งอ่ะ QoQ
    #431
    0
  6. #320 Nattalop Bunloy (@galcial) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 21:52
    อ่านแล้วน้ำตาไหล T. T
    #320
    1
    • #320-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 13)
      28 มิถุนายน 2559 / 20:37
      โอ๋ ไม่เป็นไรนะ
      #320-1
  7. #254 Waree Saeyang (@kunnockoj) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 01:47
    ซึ่งมาก เศร้ามากน้ำตาไหลเลย
    #254
    1
    • #254-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 13)
      10 มิถุนายน 2559 / 12:42
      แต่งบางตอนอัยย์ก็ร้องค่ะ รู้สึกว่าตัวเองใจร้าย
      #254-1
  8. #179 Byakujung (@Byakujung) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 09:49
    ฝาบาทช่างรักมั่นคงไม่หวั่นไหวเลย เยี่ยมมากๆ อยากได้ผู้ชายแบบนี้มากกว่าถูกล็อตเตอรี่อีกนะ
    #179
    1
    • #179-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 13)
      27 พฤษภาคม 2559 / 10:35
      หาได้ยากยิ่งในโลกความจริงค่ะ
      #179-1
  9. #56 thesun-sets (@thesun-sets) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 22:19
    รุสึกสงสารสนมเฟยเช่นเดิม ฝ่าบาทใจร้าย
    #56
    1
    • #56-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 13)
      28 เมษายน 2559 / 10:06
      โอ๋ๆไม่เป็นไรนะ
      #56-1
  10. #54 Eye1704 (@Eye1704) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 12:42
    ฮ่องเต้เมื่อไหร่จะเจออวิ้นซีเนี่ย อยากให้อวิ้นซีมีคนสนับสนุนเร็วๆจัง ~^_^~
    ยิ่งเป็นฮ่องเต้ยิ่งดีเลย ขอให้ฮ่องเต้ใจดีกับอวิ้นซีด้วยนะ*!* อวิ้นซีจะได้ดิบได้ดีซักที รอมานานและ?_?
    #54
    1
    • #54-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 13)
      28 เมษายน 2559 / 10:05
      นี้ก็ดีกว่าเดิมเยอะแล้วน้า
      #54-1
  11. #53 kimurakung (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 10:50
    ขอองค์ฮ่องเต้ โปรดปราน ลูกสาว ของเจาเหม่ยหรง ด้วยเถิด
    #53
    1
    • #53-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 13)
      28 เมษายน 2559 / 10:04
      ต้องจับมาเจอกันสักครั้งก่อนจะได้รู้ว่าทรงโปรดหรือไม่
      #53-1