眼泪(อัสสุชลจอมนาง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 182,029 Views

  • 1,174 Comments

  • 3,376 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    414

    Overall
    182,029

ตอนที่ 41 : 41

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4789
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    8 ม.ค. 60

41





          กระโจมหลังน้อยตั้งอยู่กลางย่านชุมชนแออัดอันในส่วนที่นับว่าเป็นแหล่งไม่เจริญหูเจริญตาเป็นที่สุดของเมือง ใจกลางกระโจมมีชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาที่สุดผู้หนึ่งนั่งอยู่ท่ามกลางแดดในตอนเที่ยงวันกึ่งกลางเดือน เขาจะปรากฏกายขึ้นพร้อมข้าวสารถุงเล็กที่พอจะทำให้คนหนึ่งคนประทังชีวิตได้เกือบสัปดาห์เป็นจำนวนสองถึงสามร้อยถุงและทำการแลกเปลี่ยน ข่าวสารที่น่าสนใจกับถุงข้าวหนึ่งถุงเพียงสิ่งเดียวที่สามารถนำมาแลกเปลี่ยนข่าวสารเพียงเท่านั้น

          ประชาชนผู้หิวโหยต่อคิวเป็นสายยาวเพื่อทำการแลกเปลี่ยนทุกผู้ยืนอย่างเป็นระเบียบไม่มีการเบียดเสียดหรือยื้อแย่งให้เกิดการจลาจล ไม่ใช่เพราะสามัญสำนึกหรือสิ่งอื่นใดแต่ด้วยไม่เคยมีใครกระทำได้สำเร็จแม้แต่ครั้งเดียวและหากเกิดเหตุใดๆแล้วในวันนั้นจะไม่มีการแลกเปลี่ยนอีกแม้แต่ครั้งเดียวและงดเว้นไปอีกตลอดสองเดือน ทหารรักษาความปลอดภัยของเมืองและกรมต่างต่างรวมถึงบุคคลระดับสูงไม่เคยยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ การปันอาหารให้แก่ประชาชนในเขตยากจนเป็นการแบ่งเบาภาระที่ดี และการที่ปากท้องอิ่มขึ้นบ้างก็ทำให้คนเหล่านี้ไม่ก่อปัญหาฉกชิงวิ่งราวซึ่งก็เป็นการดีแล้วสำหรับพวกเขาใครจะเป็นผู้กระทำการนั้นไม่สำคัญเท่าการดึงงานไปจามมือของพวกมันให้หนักน้อยลง

          มันผู้ยื่นอยู่กลางกระโจมยิ้มเอื่อยเฉื่อยเหมือนไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่สำคัญแม้แต่อย่างเดียว ผู้กันในมือตวัดลงบนกระดาษเป็นบางครั้งเพื่อจดสิ่งที่น่าสนใจและส่งถุงข้าวสารให้แก่คนที่บอกเล่าข้อมูลเป็นระยะเมื่อถุง หลิวต้าอี้คือชื่อของมันอดีตยอดยุทธ์ที่ถอนตัวออกจากยุทธภพสละเวลาทุกหนึ่งวันของเดือนมารับข่าวสารท่ามกลางแดดร้อนอย่างไม่อิดออด หนี้น้ำใจที่มันต้องชดใช้นั้นหลิวต้าอี้กระทำด้วยความเต็มใจ

           ฟางหรงเห็นดวงตาเรียวเล็กที่ตวัดขึ้นมองยังตำแหน่งที่ตนยืนก็แสยะยิ้มพึงพอใจ ในผืนแผ่นดินนี้อีกสิ่งที่นางโปรดปรานคือความแข็งแกร่ง หลิวต้าอี้เป็นตัวเลือกที่หน้าสนใจและไหวพริบที่มีก็น่าชื่นชมไม่น้อย ตัวฟางหรงเองด้วยพลังที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปแล้ว เทคนิกวิธีการกระบวนท่าต่างต่างที่มีนั้นนับว่าอ่อนด้อยนักเพราะพึ่งพาแต่พลังของตนมาจนเคยชิน หากไร้พลังติดกายและนับเพียงความแข็งแกร่งของกระบวนท่าและวิชาที่มีฟางหรงไม่อาจติดอันดับแม้หนึ่งในพันของแผ่นดิน นางมีเวลาสามปีในการวางพื้นฐานให้จิณคุณและยังต้องการคนสักคนที่สอนในสิ่งที่นางไม่สามารถมอบให้ได้ มองไปยังกระโจมหลังน้อยอีกคราแล้วตัดสินใจตอนนี้ยังไม่ถึงเวลากระมัง นางยังหาแรงจูงใจที่ทำให้คนซื่อตรงผู้นั้นหมุนซ้ายหมุนขวาตามที่ต้องการได้

           เสียงหัวเราะแหลมสูงแปลกประหลาดที่ได้ยินแว่วมาตามสายลมทำให้หลิวต้าอี้สะท้านไปถึงสันหลัง จิตรสำนึกเบื้องลึกคล้ายสัตว์ป่ายามพบผู้ล่าตามธรรมชาติ เป็นความรู้สึกที่ห่างหายไปจากชีวิตจนแทบจะพูดได้ว่าโดยสิ้นเชิง แม้แต่อาจารย์ของมันเองยังไม่สามารถทำให้ตัวมันรู้สึกเช่นนี้ได้

           เมื่อผ่านไปนานแล้วยังไร้ซึ่งการแสดงตนของเจ้าของเสียงทั้งยังปราศจากความรู้สึกฆ่าฟันแลจิตรสังหารส่งมายังตนจึงได้ผ่อนลมหายใจออก ในครั้งนี้เป้าหมายมิใช่มันซึ่งนั่นดีมากพอแล้ว

            "นายท่านข่าวใหญ่"หลิวต้าอี้เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามสำหรับคนหาข่าวที่รับฟังข่าวสารมามากต่อมากแล้วแทบไม่มีสิ่งใดหน้าตื่นเต้นจนกลายไปเป็นข่าวใหญ่ได้

            "มีสิ่งใด"

            "ฉีอวิ้นซี บุตรสาวของเจาเหม่ยหรงนางมาที่อี้เหอ"ผู้ร่วมขบวน เหตุผลที่เดินทาง เส้นทางที่มา และข่าวสารยิบย่อยทั้งหลายต่างถูกบอกเล่าอย่างละเอียด สมกับที่ทำงานในการหาข่าวมาเป็นเวลานาน"นายท่านไม่ไปพบนางสักครั้งหรือ เผื่อว่าอาการของคุณหนูจะมีหนทาง"

            หลิวต้าอี้ส่ายศรีษะปาฏิหาริย์นั้นหาใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ตามต้องการ อาการของผู้เป็นบุตรสาวนั้นแพทย์ขึ้นชื่อลือนามทั่วแผ่นดินต่างส่ายหน้าเห็นพ้องว่าเกินเยียวยาเด็กสาวที่ยังไม่โตผู้หนึ่งไม่มีทางทำสิ่งใดได้ ตัวมันเองหวังและพลาดหวังมามากมายนับครั้งไม่ถ้วนจนแทบจะถอดใจ"อย่าเลย ข้าไม่คิดอยากตั้งความหวังอีกแล้ว"

            ประโยดเดียวของผู้เป็นนายบ่าวข้างกายฟังครั้งเดียวก็เข้าใจ คุณหนูน้อยนั้นทรมานจากการรักษามากกว่าจากความเจ็บป่วยเสียอีกผู้เป็นบิดาไม่อยากให้เสี่ยงอีกจะแปลกอันใด แต่หากเป็นเช่นนี้เรื่อยไปผู้ที่นับว่าป่วยคงจะเป็นอดีตยอดยุทธ์ตรงหน้าเป็นแน่

            "อีกสองวันเดินทางกลับดูจากเส้นทางที่ฉีเค่อหมิ่นให้ลูกน้องไปจัดจการคาดว่านางจะเดินทางไปสมทบกับฝ่าบาททางตะวันออก"

            หลิวต้าอี้ขมวดคิ้วมุ่นฝ่าบาทนั้นย่อมวางกำลังจับพวกชาวโพ้นทะเลที่ลอบเปลี่ยนทางเดินน้ำในช่วงนี้ตามข่าวที่รับไปเป็นธรรมดาสามัญแต่ฉีอวิ้นซีนั้นต่างออกไปการมีนางเพิ่มเข้าไปนอกเสียจากไม่แบ่งเบางานยังเป็นการเพิ่มภาระมิใช่หรือ"มันอันตรายเกินไปสำหรับคนไร้ฝีมือเช่นนาง"

            "เรื่องนี้เองข้าน้องก็มิทราบ นายท่านยื่นมือช่วยนางสักครั้งมิดีหรือ"

            "มันมิใช่กงการของข้า มารดานางเคยช่วยบุตรสาวข้าหนึ่งครั้งข้าต้องหาข่าวให้นางเป็นการตอบแทน ความปลอดภัยของนางไม่เกี่ยวอันใดกับข้าอีก"นายมันพูดไปเช่นนั้นแต่ผู้ที่ติดตามมานานย่อมรู้ว่าหัวใจผู้พูดมิได้กล้าแกร่งเย็นชาเช่นคำพูดที่กล่าวออกมา"ฝ่าบาทอนุญาตให้นางตามไปด้วยคงมีหนทางดูแลนางได้"หลิวต้าอี้ละสายตาจากคนสนิทแล้วจรดผู้กันลงบนแผ่นกระดาษอีกครั้งเป็นการจบบทสนทนาดวงตาเรียวเล็กหลี่มองออกไปในทิศทางของท่าเรือทางทิศใต้สุดอันเป็นที่ที่เด็กสาวผู้นั้นอยู่อย่างไม่รู้ตัว ดวงตากระจ่างใสดุดแก้วเนื้อดีที่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวต่างจากสตรีทั่วไปผุดขึ้นมาในความทรงจำ 

          ตอนนั้นตัวมันเหมืนสัตว์ร้ายที่สูญเสียสิ่งสำคัญไปเหลือเพียงเด็กในห่อผ้าผู้อ่อนแอจนลมหายใจเหมือนจะหายไปได้ทุกเมื่อที่ทำให้มันต้องประคองสติอันน้อยนิดเสาะแสวงหาหนทางในการรักษา ตัวยาหายากทั้งหลายจะเป็นซื้อหาหรือปล้นชิงมันล้วนทำโดยไม่นึกคิดถึงสิ่งใด บุหลันพันปีเป็นหนึ่งในสิ่งที่มันต้องใช้รักษาชีวิตน้อยๆนั่น บุหลันพันปีดอกไม้ระยำที่ออกดอกปีเว้นปีมูลค่าสูงจนไม่สามารถจ่ายได้ด้วยตัวเงิน ในซูโจวมีเพียงหนึ่งดอกถูกส่งเป็นราชาแห่งแค้วน ต่อให้แกร่งกล้ายิ่งกว่านี้หรือมีปีกงอกขึ้นมาที่กลางหลังฝีมือมนุษย์ธรรมดาผู้หนึ่งไม่มีทางบุกเข้าไปยังวังหลวงฝ่ากองทหารทั้งหลายเข้าไปโขมยของล้ำค่าแล้วกลับออกมาได้ เพียงแค่ฝันยังยากปานไต่ขึ้นสวรรค์

          แต่คาดไม่ถึงว่าสิ่งล้ำค่าที่เกินฝันนั้นจะถูกมอบแด่คุณหนูตระกูลสูงธรรมดาผู้หนึ่งด้วยมือของรัชทายาทหนึ่งเดียวของแคว้น จากสิ่งที่แม้แต่ฝันยังยากกลายไปเป็นเรื่องง่ายเพียงพลิกฝ่ามือ บ้านสกุลเจาที่มันบุกเข้าไปในตอนนั้นช่างง่ายดายนักแต่ถึงจะลื้อค้นในทุกที่กลับมิอาจพบเจอของพระราชทานที่ต้องการ

          "เป็นเจ้านี่เองที่ปล้นขบวนส่งบรรณาการ ไม่คิดว่ายอดยุทธ์เช่นท่านหลิวจะกระทำการเช่นนี้ได้"เสียงหวานเรีบเย็นจากเบื้องหลังทำให้มันแทบสิ้นสติ เมื่อหันกลับไปเจอสตรีธรรมดาผู้แต่งกายไม่สมหญิงผู้หนึ่งก็แสยะยิ้งกระบี่ข้างกายถูกชักออกจากฝักเกิดเสียงไม่ทันได้กวาดร่างเล็กๆให้แยกออกเป็นสองซีก ชายในชุดดำก็ทิ้งตัวลงมาล้อมรอบบอกได้ชัดเจนว่านี่เป็นกับดักที่ถูกเตรียมมาเป็นอย่างดี

          ผู้ที่ออกมาจากเงามืดล้วนเป็นยอดฝีมือค่ายกลนั้นซับซ้อนและถูกออกแบบมาเพื่อจับมันโดยเฉพาะเพียงครึ่งข้อยามก็ถูกล้มลงและไม่สามารถขยับได้อีก คนที่ยึดในอุดมการณ์มั่นในศักดิ์ศรีมิยอมคุกเข่าให้ผู้ใดแม้ยามโลหิตอาบชะโลมไปทั้งกายจนชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วแผ่นดินทิ้งตัวลงคุกเข่าแทบเท้าสตรีผู้หนึ่ง มิใช่รักตัวกลัวแต่เวลานั้นเหลือไม่มากแล้ว

          "แม่นางน้อย บุหลันพันปีเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตบุคคลผู้หนึ่งข้าปล่อยให้เด็กผู้นั้นตายไม่ได้"นางเป็บบุตรสาวของเขาเป็นสิ่งเดียวที่นางอันเป็นที่รักเหลือทิ้งไว้เป็นผู้เดียวที่ตัวมันนับเป็นครอบครัว เพียงแค่รักษาชีวิตเด็กคนนั้นไว้ได้ลูกน้องผู้ภักดีย่อมเลี้ยงนางให้เติบโตอย่างสุขสบายไม่ว่าแลกด้วยศักดิ์ศรีจอมปลอมหรือสิ่งใดล้วนได้ทั้งนั้น"หากท่านมอบมันมา...ข้าหลิวต้าอี้สาบานต่อหน้าสวรรค์ชั้นฟ้าจะเอาหัวตัวเองมาส่งให้ถึงมือท่านไม่เกินรุ่งสางพรุ่งนี้"ดวงตาคู่นั้นใสกระจ่างดุดแก้วเนื้อดีมองสบมา สายตาที่ทำให้รู้สึกเหมือนถูกเจาะลึกไปถึงจิตวิญญาณไม่ได้ทำให้ตัวมันเบือนหน้าหลบ

          "หุบปากของเจ้าเสีย"หนึ่งในผู้จับกุมฟาดสันดระบี่ลงไปอย่างไม่ออมแรงเลยแม้แต่น้อย แต่ตัวมันก็ยังคงจ้องมองหญิงเบื้องหน้าไม่ลดละเหมือนความหวังสุดท้ายของตนผูกเอาไวกับนางผู้นั้น

          "ลิ่วจือ พอแล้ว"เสียงไม่เบาไม่ดังไปกว่าการพูดปกติหยุดการเคลื่อนไหวของทุกผู้"ปล่อยเขาเสีย"

          "ท่านหญิง มันหมายจะเอาชีวิตท่านปล่อยไปไม่ได้เป็นอันขาด"ลิ่วจือนั้นซื่อสัตย์เชื่อฟังนี่เป็นครั้งแรกที่กล้าขัดคำสั่งตนความห่วงใยนั้นย่อมเป็นของแท้ เจาเหม่ยหรงขยับเข้าไปใกล้ผู้บุกรุกอย่างไม่เกรงว่าจะถูกจับเป็นตัวประกันยกมือขึ้นส่งสัญญาณบุรุษร่างสูงทุกคนก็ลดอาวุธลงแม้ไม่ต้องการ

          "เขาไม่คิดทำร้ายข้าแต่แรก"นางหยุดครู่หนึ่งแล้วปลดกลไกบนตู้เบื้องหลังวิธีอันซับซ้อนผ่านไปช่องเล็กที่ซ่อนอยู่ก็ถูกเปิดออกด้านในคือกล่องไม้เนื้อดีที่ตัวมันเองจำได้ว่าถูกส่งมาเป็นเครื่องบรรณาการ บุหลันร้อยปีที่ต้องการ

          "ข้าเชื่อเจ้า"คำพูดประโยคเดียวแล้วเปลือกตานางก็ปิดลงเหมือนไม่ต้องการรับรู้สิ่งใดอีก เหตุการณ์นั้นผ่านมานานหลายปีตัวมันเองกลับไปตามที่รับปากแต่โดยดีไม่คิดว่านอกจากจะไม่ต้องการชีวิตตนเจาเหม่ยหรงจะมอบสมุนไพรมีค่ามากมายมาให้"เด็กที่ท่านกล่าวถึงควรมีคนที่เหมาะสมอยู่ข้างกายจนเติบโต"ผู้หญิงแปลกประหลาดครอบครองปาฏิหาริย์ไว้มากมายความทรงจำหลายอย่างเลือนลางไปตามวันเวลาที่ผ่านแต่ดวงตาคู่นั้นยังชัดเจน




          




             ช่วงนี้อัยย์ยุ่งมากค่ะไม่มีเวลามาแต่งเลย ขออนุญาตไม่ตอบคอมเม้นก่อนนะค่ะเรียนแยอะจนไม่อยากทำอะไรแม้แต่อ่านนิยายเลย ฝันดีนะคะขอบคุณทุกคนที่ติดตามและทุกกำลังใจนะคะฝันดีค่ะ










 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #443 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 23:25
    ขอบคุณค่ะ#สู้ๆค่ะ การเรียนเป็นสิ่งที่สำคัญ
    #443
    0
  2. #442 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 10:50
    สู้ๆ รอได้คับ
    #442
    0
  3. #441 niparat02 (@niparat02) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 02:20
    เอาใจช่วยค่ะและขอบคุณมาก
    #441
    0
  4. #440 Ning (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 00:03
    สู้ๆๆจ้า
    #440
    0