眼泪(อัสสุชลจอมนาง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 182,112 Views

  • 1,174 Comments

  • 3,379 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    497

    Overall
    182,112

ตอนที่ 44 : 44

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4161
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    8 ม.ค. 60

44






          ชุดของชาวเหออี้นั้นกระชับและรัดรูปมากกว่าของชาวซูโจวที่นางใส่เป็นประจำมาตั้งแต่เล็กช่างเหมาะกับสภาพอากาศที่มีลมทะเลพัดผ่านแทบตลอดเวลา การใช้ผ้าผืนบางปิดบนใบหน้านั้นนอกจากจะมิช่วยปกปิดยังเป็นการทำให้ตนเองโดดเด่นออกมาจากผู้อื่นทั้งยังแกะกะเป็นอย่างมากเมื่อลมทะเลพัดเข้ามา นางจึงเลือกปลดมันออกเสีย ฝีมือการแต่หน้าทำผมของจงฝูเปาตัวฉีอวิ้นซีเองยังแทบจำตัวเองในกระจกไม่ได้ความเหมือนของนางกันท่านย่าดูจะน้องลงจนน่าทึ่ง ชุดสีน้ำเงินสดตัดกับสีผิวขาวชัดเจนจนทำใด้ดูโตเกินกว่าอายุ เมื่อมองโดยรวมแล้วหากไม่ใช้เวลาพินิจคาดว่าแม้แต่ผู้เป็นบิดาเองยังแยกนางไม่ออกเลยกระมัง

          จงฝูเปามองดูลักษณะโดยรวมที่เปลี่ยนแปลงไปของญาติผู้น้องด้วยสีพอใจกับฝีมือการแต่งหน้าและเลือกเสื้อผ้าของตน วันนี้พวกนางจะหนีเที่ยวให้ห่างจากสายตาของเล่าผู้ติดตามดังนั้นจึงไม่แปลกใจแม้แต่น้องเมื่อฉีอวิ้นซีขอให้ช่วยแต่งหน้าให้และปลอมแปลงตนตัวนางเองนั้นถนัดนักในการหนีเที่ยว

          "เป็นอย่างไรบ้าง"

          "ท่านแก่งมาก"เมื่อจบคำสีหน้าคนฟังก็ดูภูมิใจในผลงานเป็นอย่างยิ่ง เรื่องเช่นนี้นางมีโอกาสแสดงฝีมืได้บ่อยเสียเมื่อใด

          "เช่นนั้นพวกเราไปกันเถอะ"คนที่มีศักดิ์เป็นพี่ดูกระตือรือร้นเป็นอย่างยิ่งในการช่วยเอาตัวน้องสาวออกนอกกรอบ พวกเราอันประกอบไปด้วยตัวผู้ชวน ฉีอวิ้นซีและจิงคุณหลบออกจากสายตาสาวใช้และคนคุ้มกันออกไปได้อย่างง่ายดาย เมื้อพ้นโรงเตี๊ยมเด็กหนีเที่ยวทั้งสามก็แย้มยิ้มอย่างพร้อมเพรียง 




          บนชั้นที่สูงขึ้นไปของตึกรามบ้านช่องหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีกำลังจับจ้องไปยังเด็กสามคนเบื้องล่างด้วยสีหน้าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ร่างสูงใหญ่ถอนหายใจโดยไม่เกรงใจคนที่ยืนอยู่ข้างกันทำให้อีกฝ่ายเค้นเสียงหึออกมาพร้อมยักไหล่ไม่ใส่ใจแม้แต่น้อยเพ่งความสนใจไปยังเด็กสาวในชุกสีน้ำเงินด้วยสายตารักใคร่เอ็นดู ตงฟางป้ายหูเห็นได้ด้วยตาตนเองอย่างชัดเจนเลยว่ายามมองไปยังเด็กสาวไม่มีอะไรดีผู้นั้นรอบตัวฟางหรงแผ่กระจายบรรยากาศอันอ่อนโยนกระแสหนึ่งออกมาโดยมิต้องบังคับกะเกณฑ์ ตัวมันเองถอนหายใจออกมาอีกคราด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง แต่ถึงอย่างไรก็ไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเหตุใดเด็กสาวมนุษย์ธรรมดาผู้หนึ่งถึงได้มีน้ำหนักในใจของฟางหรงมากนัก

          "เจ้าควรเตรียมตัวให้นางมิใช่หรือปล่อยให้ออกไปเที่ยวเล่นเช่นนี้จะดีหรือ"คิ้วกระบี่ขมวดเข้าหากันด้วยอารมณ์หงุดหงิดแต่เสียงที่เปร่งออกมาก็ยังอ่อนลงจากปกติไม่น้อยเป็นการลงให้โดยที่ตนเองไม่คิดแก้ไข มิใช่เบื่อหน่ายหรือคิดจะหลีกหนีภาระหน้าที่ในการคุ้มครองฉีอวิ้นซีแต่ที่อดไม่ได้ที่จะกล่าวออกไปล้วนเป็นเพราะเวลาของฟางหรงนั้นหดสั้นลงเรื่อยๆมิต่างจากเทียนที่ถูกเปลวไฟเผาไหม้จนหลอมละลาย

          "แล้วอย่างไร"เสียงเฉื่อยชาไม่ใส่ใจจุดโทสะได้ดียิ่งกว่าการเอาคมอาวุธมาจ่อลำคอ มือหนารวบจับร่างที่เล็กกว่าตนเกือบสามเท่าไว้ด้วยแรงอารมณ์แต่ถึงจับสองแขนไว้มั่นแล้วก็มิกล้าลงแรงเพิ่มแม้แต่น้อย ตงฟางป้ายหูถลึงตาใส่ตาใส่คนตรงหน้าแต่ก็มิได้ทำอันใดอีกมิใช่ฟางหรงอ่อนแอมิใช่ว่านางบอบบางจะแตะจับมิได้คนที่ต่อสู้กับตนเป็นเดือนไม่พักข้ามแดนทะเลทรายพันลี้ไม่บ่นเช่นฟางหรงเรียกว่าอ่อนแอแล้วจอมยุทธทั้งหลายคงกลายเป็นเสมือนเต้าหู้ไปหมด นางกล้าแกร่งถึงเพียงนี้ตัวมันเองกลับมิกล้าลงมือหนักเช่นวันวาน

          "ช่วงเวลาที่เหลือของเจ้ามิมีค่าเลยหรืออย่างไร"สามปีเทียบกับช่วงชีวิตอันยาวนานของพวกเขาเป็นเวลาเพียงพริบตาเดียวเท่านั้นแต่นางกับมิได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย ทั้งบุคคลที่นางเอาเวลาทั้งมวลแลกมาก็มิได้ใช้มันอย่างคุ้มค่าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฟางหรงเสียสิ่งใดไปบ้างเพื่อนาง"ชีวิตชองเจ้าหาค่าไม่ได้เพียงนั้นเชียว"เสียงของแม่ทัพผู้เกรียงไกรแห่งแดนสวรรค์ยามนี้อ่อนแรงนัก

          ฟางหรงเข้าใจสิ่งที่คนตรงหน้าสื่อออกมาก็อดอ่อนใจไม่ได้ตงฟางป้ายหูเหมืนเดิมไม่ผิดนิสัยใจร้อนหุนหันพลันแล่นมิต่างไปจากเดิมการเอานางเป็นที่ตั้งก็มิได้ต่างไปเช่นกัน ฟางหรงพลิกกายสลับฝ่าเท่าด้วยท่วงท่าแปลกตาเพียงชั่วใบไม้ไหวก็หลุดออกมาจากการจับกุมจนเหลือเพียงถาพติดตาในมืออีกฝ่าย"สามเดือนที่เจ้าเฝ้ามองอวิ้นซีมิได้เห็นสิ่งใดเลยหรือ"ฟางหรงมิได้เล่ยแง่อีกน้ำเสียงนางตอนนี้มีความจริงจังเป็นส่วนประกอบ

          ย้อนภาพกลับไปในเวลาทั้งหมดที่ติดตามดูนางตงฟางป้ายหูตอบด้วยใจที่เป็นธรรมขึ้นมาอีกหน่อย"นางเป็นเด็กผู้ใฝ่เรียนผู้หนึ่ง เป็นผู้มีจิตใจดีงามผู้หนึ่ง"แต่ถึงอย่างไรก็ไม่คุ้มค่าแววตามันสะท้อนสิ่งที่คิดไม่ปิดบังแม้แต่น้อย

          ฟางหรงมีหรือจะมองความคิดอดีตสหายไม่ออกหากไม่อธิบายให้ฟังในยามนี้ก็ไม่ต้องอธิบายอีกแล้วหรือมิใช่คนที่เป็นทั้งสหายและศัตรูเช่นนางกล้าพูดได้เต็มปากว่าเข้าใจความนึกคิดคนผู้นี้ดีที่สุดหากไม่นับตัวตงฟางป้ายหูเองแล้วมีใครกล้าเทียบนางบ้างกัน การทรยศครานั้นเหล้าจอกนั้นสมควรวางลงได้แล้วกระมัง 

         หลายปีที่ถูกสามัญสำนึกของตนลงโทษยังมิเพียงพออีกหรือถึงร่างกายจะเข้มแข็งดุจเหล็กกล้าแต่มีผู้ใดจะกล้าเข็งไปถึงใจบ้างกันวางยาพิษนางกับมือเสือกดาบแทงอกนางด้วยสองแขนสำหรับคนที่รักสหายยิ่งกว่าสิ่งใดเช่นเขาจะต่างอันใดกับการเฉือนหัวใจตนเองไปพร้อมกันกันเล่า ทั้งตลอดสามเดือนที่ผ่านนางทำตัวเลวร้ายเอาแต่ใจอย่างสุดแสนขาข้างหนึ่งเหยียบบนขีดความอดทนของเขาขาอีกข้างนั้นก้าวพ้นไปแล้วเสียด้วยซ้ำ แต่คนเลือดร้อนยิ่งกว่าไฟบรรลัยกัลป์กลับยอมอ่อนยอมเย็นยามทนมิไหวก็กำมือจนเส้นเลือดปูดโปนข้อกระดูกกลายเป็นสีขาวแล้วปล่อยให้นางกระทำทุกสิ่งตามใจไม่ขัดขวาง ความผิดส่วนหนึ่งเป็นของเขาจริงความผิดอีกส่วนก็เป็นของนางจริงเช่นกัน

          "ข้ามองเด็กคนนี้มาตั้งแต่ยามเป็นทารกเฝ้ามองนางเติบโตไม่ต่างจากคนในครอบครัวผู้หนึ่งส่วนหนึ่งเพราะบุญคุณที่ติดค้างเหม่ยหรงส่วนน้อยเพราะความเอ็นดู เจ้าคิดว่าสายเลือดของเจาเหม่ยหรงและฉีหย่งเกาเหตุใดจึงดูธรรมดาสามัญเช่นนี้เล่าหากไม่ใช่ฝีมือข้า"ฉีหย่งเกาคือบุรุษรูปงามผู้หนึ่งยามยังหนุ่มก็เป็นผู้ที่สตรีมากมายในเมืองหลวงหมายปอง ส่วนเจาเหม่ยหรงนั้นงามเป็นเอกแน่แท้ถึงแต่ตัวธรรมดาอย่างไรปกปิดมิดชิดเพียงใดก็กลบความเฉิดฉันได้ไม่หมดแต่อวิ้นซีนั้นต่างออกไป"ตั้งแต่เป็นทารกเด็กคนนั้นไม่เหมือนทั้งบิดาและไม่คล้ายมารดานางเป็นเด็กที่สวยที่สุดที่ข้าเคยพบเจอถอดแบบมาจากหลี่ชางเกอทั้งหมด เพื่อไม่ให้ความโดดเด่นอันหน้าหวาดผวานี้ทำลายชีวิตของบุตรสาวเหม่ยหรงขอร้องข้าสิ่งหนึ่งคือทำให้นางดูธรรมดาอย่างที่สุดหรืออัปลักษณ์เลยได้จะเป็นการดี"

          "เจ้าใช้หนอนสี่ฤดูกับเด็กหรือ"หนอนสี่ฤดูนั้นมิใช่ยาพิษอันตรายเมื่อเข้าไปอยู่ในร่างครบทั้งสี่ฤดูจะเปลี่ยนโครงหน้าให้อัปลักษณ์ผิวหนังซีดขาวราวซากศพมีเพียงวิธีนี้ถึงจะเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ภายนอกไปได้แม้จะผ่านไปหลายปี โดยทั่วไปแล้วหนอนชนิดนี้ทั้งหายากและเลี้ยงยากกว่าจะเติบโตขึ้นมาได้นั้นต้องเสียเวลาและต้นทุนไปมากมายใช้เพื่อแปลงโฉมหลบหนีหรือละทิ้งตัวตนที่มิน่าพึงประสงค์เท่านั้นยามเข้าไปยังร่างกายนั้นง่ายนักแต่การนำออกมานับเป็นอีกเรื่อง

          "ถูกแล้วข้าใช้หนอนสี่ฤดูที่ถูกลดกำลังแล้วไม่น้อยเข้าไปในร่างนาง"เป็นการกระทำที่โหดร้ายอย่างถึงที่สุดเลยที่เดียว"เรื่องนี้อวิ้นซีรู้ดี นางรู้ทุกอย่างดี"ไม่ว่าการกระโดดน้ำครั้งแรกเป็นส่วนหนึ่งของแผนการ หรือการฝังหนอนสี่ฤดูเป็นฝีมือตนอวิ้นซีก็รู้ดี ความยากลำบากของอวิ้นซีส่วนหนึ่งมีผลมาจากการตัดสินใจของนางเองถึงจะไม่บอกเหตุผลที่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือช้านักปล่อยให้ทุกทรมานอยู่กับความยากลำนานนักเด็กนั่นก็ไม่บ่นออกมาสักนิด ผลประโยชน์จากร้านสมปรารถนาที่นางดูแลไม่เคยตกสู่มือเด็กคนนั้นยามต้องการมากที่สุด น้องสาวผู้นี้รู้ดีรู้ดีไปเสียทุกเรื่องยิ่งเจอกับยายเฒ่าผู้ดูแลวิหารยิ่งรู้ยิ่งเห็นได้อย่างแจ่มชัด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมองนางด้วยสายตาที่มองคนในครอบครัว ยังพูดขอบคุณด้วยเสียงอ่อนหวานเคารพรักที่ไม่มีความเสแสร้งเจือปน

          "เมื่อท่านรู้จักหนอนสี่ฤดูท่านก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจเช่นกันว่ายามเอาหนอนเหล่านั้นออกมันเจ็บเพียงไร หนอนอยู่กับนางมาสิบสองปีจึงมีหนอนทั้งหมดสิบสองตัว ข้าเป็นคนลงมีดกรีดหน้านางเพื่อนำออกมาเองทีละตัว ยามเข้านั้นง่ายยามออกนั้นยากเป็นที่สุดความเจ็บปวดนี้แม้แต่ชายอกสามศอกยังแทบทนไม่ได้ต่อให้ฝังเข็มที่แล้วให้ยาแล้วก็เจ็บอยู่ดี เชื่อหรือไม่ว่าเด็กคนนั้นไม่เคยมองข้าด้วยสายตาชิงชังโกรธแค้น"แล้วเช่นนี้จะมิให้นางรักให้นางเอ็นดูได้อย่างไร"

         บนสองบ่าของเด็กผู้หนึ่งอายุเพียงสิบสี่มีใครบ้างแบกรับเอาความหวังของผู้คนไว้มากเท่านาง นางใฝ่รู้และมีจิตใจงดงามนั้นไม่ผิดแต่สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดคือความเด็ดเดี่ยวไม่ย่อท้อต่อสิ่งใดต่างหากเล่าที่ทำให้อดดูชมไม่ได้ ต่อให้ไม่กระทำสิ่งใดเลยมิสนใจว่าแผ่นดินที่ยืนจะเป็นเช่นไรใช้ชีวิตสุขสบายจากเงินทองที่เหม่ยหรงเหลือทิ้งเอาไว้ให้ไปชั่วชีวิตก็ไม่มีใครตำหนินางได้ สิ่งที่นางเลือกเส้นทางที่นางเดินยังไม่พอให้ชื่นชมอีกหรือ แต่สุดท้ายนางก็เป็นเพียงเด็กเท่านั้นการที่นางเลือกเดินออกไปหาความสุขในชีวิตเสียบ้างทำให้ข้าพอใจ 

         ชีวิตของข้าถูกช่วยไว้ด้วยมือเหม่ยหรงที่ยืดออกมายาวนานได้หลายปีเพราะมีนางช่วยเหลือ มิใช่ว่าถูกลดจนเหลือเพียงสามปีแต่ถูกเพิ่มจากเดิมมาหลายปีต่างหากเล่า ตัวตนเช่นพวกเรามิมีทางสูญสลายไปอย่างแท้จริงต่อให้กายเนื้อถูกทำลายและต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการรวบรวมกลับมาแต่จิตก็ไม่ได้หายไป"สิ่งที่ฟางหรงพูดออกมาเป็นความจริงที่ตงฟางป้ายหูรู้ดีอยู่แล้วแต่มิอาจยอมรับเวลาของฟางหรงมิใช่อวิ้นซีที่พรากไปแต่เป็นตนมาตั้งแต่ต้นแล้ว เหล้าจอกนั้นตนยื่นให้เองกับมือดาบครานั้นตนเองเป็นผู้ตวัด










          
          





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #484 neattawan129 (@neattawan129) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 03:11
    หายไปนานมากกกกกกก รอๆๆๆๆๆ
    #484
    0
  2. #482 paphapin1234 (@paphapin1234) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 22:42
    สนุกด้วยเศร้าด้วยฮืออออ
    #482
    0