眼泪(อัสสุชลจอมนาง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 182,018 Views

  • 1,174 Comments

  • 3,376 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    403

    Overall
    182,018

ตอนที่ 48 : 48

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3718
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    8 ม.ค. 60

48





          หนังสือของศาสตร์หลายแขนงตั้งเรียงรายเป็นระเบียบบอกถึงนิสัยของผู้เป็นเจ้าของ แต่ละเล่มล้วนเป็นฉบับคัดลอกที่ถูกเขียนขึ้นจากคนคนเดียวกัน ลายมือแม้มิได้หนักแน่นหรือพริ้วไหวงดงามแต่ก็เป็นระเบียบน่าอ่าน หนังสือแต่ละเล่มถูกจัดเข้าตามหมวดดียิ่งกว่าหอตำราในสำนักศึกษาบางแห่ง น่าแปลกที่เจ้าของหาใช่บัณฑิตแต่เป็นพีอค้าผู้หนึ่ง

          "เจ้าเอาจริงหรือหย่งจิ้น"

          "ข้าเตรียมตัวมาสามปีเต็นแล้วยังไม่เรียกว่าเอาจริงอีกหรือ"ถึงจะน่ารำคาญไปบ้างแต่สหายผู้สูงศักดิ์นี้หวังดีเสมอ

          "เจ้าแน่ใจหรือ"

          "ข้าแน่ใจที่สุด"คนถามยิ่งฟังยิ่งขมวดคิ้ว

          "เจ้าเคยบอกว่าไม่ชอบการเมืองไม่ชอบราชสำนัก"ซูเฟิ่งหมิงเองเคยชักชวนสหายรับราชการแม้แต่เสด็จพ่อเองก็ยังเคยเอ่ยปากอยากได้มาช่วยงานคนตรงหน้าไม่เคยรับข้อเสนอแต่ยามนี้กลับไขว่คว้าพยายามอยากเข้าไปอยู่ในวังวนการเมือง

          "ข้าเปลี่ยนได้"

          "แล้วทำไมตอนข้าชวนเจ้าไม่สนเล่า"

          "เจ้ากลายเป็นคนจู้จี้เช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไรเฟิ่งหมิง ข้าเข้าไปช่วยเจ้าอีกคนไม่ดีหรือ"คนตอบเลี่ยงที่จะบอกสาเหตุที่แท้จริง

          "ข้าชักอยากรู้ว่าน้องหญิงสิบสี่มีดีอย่าไร"นอกจากความฉลาดเฉลียวจนเป็นที่
โปรดปราน และใบหน้างดงามแล้วเฟิ่งหมิงมองไม่เห็นสิ่งใดดีกว่าหญิงสาวอื่นในตัวน้องสาวบุญธรรมผู้นี้ นางไม่ชอบการละเล่น การแสดง การละคร การจัดเลี้ยงสังสรรค์ และการพูดคุยกับนางก็ให้ความรู้สึกอึดอัดซูอวิ้นซีผู้นี้มีรอยยิ้มเคลือบริมฝีปากยามเข้าร่วมบทสนทนา นางตอบเท่าที่จำเป็นและขอตัวเมื่อเวลาสมควรเหมือนหุ่นกระบอกที่มีคนคอยชักใยไม่รู้ว่าหลางหย่งจิ้นเห็นสิ่งใดดีจึงยึดติดกับนางนัก

          "นางเป็นหญิงสาวที่ดีผู้หนึ่ง"เมื่อพูดถึงหญิงในดวงใจใบหน้าของสหายอ่อนโยนลงจนซูเฟิ่งหมิงไม่อยากขัด ในบรรดาผู้คนที่คบหาทั้งหมดหลาวหย่งจิ้นคือเพื่อนร่วมเป็นร่วมตายหากทำให้สหายมีความสุขจะเหมือนหุ่นกระบอกก็ช่างเถอะ 

          "นอกจากเจ้าก็มีแม่ทัพเจาจิงคุณที่ว่าเช่นนี้"

          "เจ้าหนูนั่นใช้แซ่เจาแล้ว"สามปีที่ผ่านมาจากเด็กตัวเท่าเอวกลายเป็นเทพสงครามผู้น่าเกรงขาม เป็นเรื่องจริงที่ยากจะเชื่อ

          "ขอพระราชทานจากเสด็จพ่อเป็นรางวัลขับไล่เผ่านอกด่านเมื่อปลายปีก่อน อีกไม่นานตระกูลเจาคงไม่ต้องเป็นผู้ถูกเนรเทศ"เด็กนั่นน่าสนใจฝีมือการรบและการวางแผนสูงจนน่ากลัวที่สำคัญกองกำลังอินทรีดำที่เขาเป็นผู้ฝึกนั้นทรงประสิทธิภาพจนไม่อาจละสายตาได้
 
         "คราวก่อนเห็นยังตัวนิดเดียว"

          "ข้าเคยรบร่วมกับเขาครั้งหนึ่งน่ากลัวไม่ใช่น้อยไม่ใช่คนที่เจ้าจะไปยุ่งด้วยได้"นึกถึงแม่ทัพเจาในสนามรบแล้วไม่แปลกใจที่ผู้คนจะถอยห่าง การรบครั้งนั้นเหมือนการไล่ล่าฆ่าฟันฝ่ายเดียวมากกว่าสงครามไม่มีเห็นใจไม่มีปราณีเป็นความบ้าเลือดอันบ้าคลั่งเกินกว่าที่ควรปรากฎในเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง

          "ข้ารู้ว่าต้องทำอย่างไร เจ้าไม่คิดเอาเขาเข้าพวกคงมีประโยชน์ไม่น้อย"ชื่อเสียงของเทพอสูรสีขาวจะทำให้บัลลังก์ของเฟิ่งหมิงในภายภาคหน้ามั่นคง การไม่ใฝ่หาอำนาจและไม่วุ่นวายในราชสำนักมากนักเป็นข้อดี

          "เคย"

          "แสดงว่าถูกปฏิเสธ"ซูเฟิ่งหมิงพยักหน้ารับถึงไม่ตอบรับก็ไม่เป็นไรขอเพียงอย่าเป็นศัตรูก็ดีแล้ว เม่ทัพเจาจิงคุณไม่เหมาะกับการตั้งตนเป็นศัตรู

          "เจ้าไม่ลองพิจารณาฉีจื่อฟูนางเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวงตอนนี้นางเป็นพี่สาวของน้องสิบสี่หน้าตาก็มีส่วนคล้ายกัน ดูท่าแล้วสนใจเจ้าไม่น้อยเสียด้วย"มีหญิงสาวมากมายให้ความสนใจหลางหย่งจิ้นแม้มิใช่ขุนนางแค่ความมั่งคั่งของตระกูลหลางก็เพียงพอเรียกสายตาจาคุณหนูชาติตระกูลดีมากมาย ถึงไม่มีสิ่งเหล่านี้ความฉลาดเฉลียวและหน้าตาของสหายรักก็ยังดึงดูดสายตาแม่สื่อให้ชะเง้อคออยู่หน้าจวนได้อยู่ดี

          "เหมือนเจ้าไม่เห็นด้วยที่ข้าชอบพออวิ้นซี"

          "นาง....ไม่มีสิ่งใดข้าเพียงไม่อยากให้เจ้าฝืนอยู่ในที่ที่ไม่อยากอีกอย่างการทำงานในราชสำนักไปด้วยบริหารกิจการไปด้วยมันไม่หนักไปหรือ"ซูเฟิ่งหมิงพูดไม่ออกเขาไม่อยากบอกคนตรงหน้าว่าซูอวิ้นซีไม่เหมือนหญิงสาวทั่วไป คนที่ถีบตัวเองจากลูกอนุของขุนนางผู้หนึ่งจนกลายมาเป็นองค์หญิงหนึ่งเดียวของแคว้นผู้ครอบครองความโปรดปรานของเสด็จพ่อมีหรือจะยอมทิ้งอำนาจมาแต่งกับหลางหย่งจิ้นไม่ใช่เพื่อนตนไม่ดีพอเพียงแต่หญิงสาวผู้นั้น...

           "กูเตียวเองก็ฉลาดไม่น้อย หากเจ้าใช้งานน้องชายข้าน้อยลงเขาคงไม่ต้องฟังแม่ข้าบ่นเช่นนี้ ข้ารู้ว่าเจ้าหวังดีเฟิ่งหมิงแต่เรื่องนี้ข้าตัดสินใจแล้ว"เขาเองก็ไม่รู้ทำไมถึงได้ยึดติดถึงเพียงนี้ ในโลกใบนี้มีหลายสิ่งที่หาคำตอบมิได้และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขาไม่คิดหาคำตอบ อาจเป็นเพราะการทำเช่นนี้ทำให้มีความสุขกระมังการปีนป่ายให้สูงเพื่อไล่ตามนางจึงไม่ทำให้เหนื่อยมากอันใด

            "ข้าไม่เถียงกับเจ้าแล้ว พรุ่งนี้อย่างไรก็ขอให้โชคดี"
 
           "ขอบใจ"








           "พระสนมท่านไม่คิดไปเยี่ยมองค์หญิงสิบสี่หน่อยหรือเพคะ"

           "ฟ่างฝูอวิ้นซีกงจู่ไม่ได้ป่วยไข้ หมอหลวงบอกว่านางต้องการพักผ่อนการไปเยี่ยมยามนี้เป็นการรบกวน"เฟิ่งมี่ลี่อยู่ในชุดเต็มยศของซูเฟย นางจัดการดึงปิ่นบนศรีษะออกให้ผมสีน้ำหมึกนิ้งตัวสยายการกระทำเช่นนี้เป็นการบอกเหล่าข้ารับใช้ทางหนึ่งว่าไม่ต้องการออกไปที่ใด

           "แต่พระองค์เป็นมารดาไม่ไปก็ไม่ดีเช่นกัน"ชื่อเสียงในวังหลังเป็นสิ่งสำคัญข่าลือในทางลบควรมีให้น้อยที่สุด

           "ตำหนักเทียมฟ้าปิดประตูไม่ต้อนรับแม้แต่ขันทีของฝ่าบาทข้าเป็นเพียงมารดาบุญธรรมเท่านั้นไม่มีสิทธิรบกวนนาง"ซูเฟยกางแขนออกให้นางกำนัลคนสนิทถอดชุดพิธีการที่หนักอึ้งออกให้พ้นตัวผ้าแพรสีม่วงอ่อนปักลูกปัดยามกระทบแสงก็ส่องประกายแวววาวดูงามตา ผ้าที่ใช้ตัดชุดผืนนี้ซูอวิ้นซีได้นับพระราชทานจากฝ่าบาทเป็นรางวัลและมอบต่อให้นาง เฟิ่งมี่ลี่ดูออกเด็กคนนั้นเคารพนางพยายามชดเชยให้นางแต่ไม่รักซูอวิ้นซีไม่ได้มองนางเป็นคนในครอบครัววังหลังก็เป็นเช่นนี้ อย่างซูอวิ้นซีถือว่าดีมากแล้ว"ในวังหลับบุตรจะแท้จริงหรือบุญธรรมต่อหน้าผู้คนเรียกมารดาว่าเสด็จแม่มิได้พวกเขาเรียกฮองเฮาว่าเสด็จแม่และหากมิใช่ฮองเฮาต่อให้เป็นมารดาบังเกิดเกล้าก็เรียกได้ตามยศศักดิ์ พระสนมเช่นเราเรียกพวกเขาว่าองค์หญิงองค์ชาย"
 
          "พระสนม"คำพูดเช่นนี้เป็นการไม่เคารพกฎมณเฑียรบาลไม่สมควรให้ใครมาได้ยินเป็นอย่างยิ่ง ถึงไม่มีผู้คนก็ยังห้ามพูด
 
          "ช่างเถอะ"
 
          "พระสนมพรุ่งนี้จะมีการคัดเลือกขุนนางใหม่พระองค์ต้องทรงเสด็จ"ฟ่างฝูนิ่งไปก่อนก้มหน้าลงแล้วพูดเสียงเบา"นายท่านให้คนมาแจ้งบ่าวอยากให้พระสนมช่วยนายน้อย"เฟิ่งมี่ลี่เค่นเสียงออกมาดังเฮอะอย่างอดไม่ได้พ่อของนางทำตัวเป็นบิดาแค่ตอนนี้เท่านั้นจะกี่ปีผ่านไปก็ยังรักเอ็นดูบุตรบุตรีจากอนุคนโปรด น้องสาวน้องชายนางช่างโชคดีนักคนผู้นั้นไม่ยอมติดต่อนางแต่เพื่อลูกรักกับหาทางติดต่อมาจนได้

           "ฝ่าบาทไม่ชอบให้พระสนมพระชายาออกไปยุ่งงานในราชสำนัก ข้าเองก็มิใคร่อยากยุ่งนัก"เสียงของเฟิ่งมี่ลี่ที่มักอ่อนโยนอ่อนหวานกลายเป็นเย็นชาและเสียดสี คุณหนูของฟ่างฝูไม่นับใครในตระกูลเฟิ่งเป็นครอบครัวนอกจากมารดาแล้าคุณหนูไม่นับใครเป็นครอบครัวทั้งสิ้น"ฟ่างฝูทำผมเถอะข้าจะไปตำหนักเทียมฟ้า"เพราะเป็นเพียงการไปเยี่ยมเยือนบุตรีเครื่องประดับและเสื้อผ้าจึงไม่ต้องเต็มพิธีการในสายตาคนสนิทซูเฟยในอิสริยาบทผ่อนคลายแลดูมีเสนห์เป็นที่สุด
 
          ตำหนักเทียมฟ้าและตำหนักชิดจันทร์ไม่ได้ห่างไกลกันมากเฟิ่งมี่ลี่จึงเลือดที่จะเดิน สองข้าทางมีโม่ลี่ที่ถูกตัดแต่งอย่างดีจัดวางอย่างงดงามแต่เดิมตำหนักเทียมฟ้าขึ้นชื่อว่ามีหมู่ตานหลากหลายสายพันธุ์ที่สุดงามที่สุดในฝ่ายในเมื่ออวิ้นซีกงจู่ย้ายเข้ามาฝ่าบาทก็ทรงเปลี่ยนเป็นดอกไม้เล็กๆสีขาวสะอาดที่องค์หญิงชอบโดยไม่เสียดายหมู่ตานพันธุ์ดีแม้แต่น้อย ทั้งตำหนักถูกเปลี่ยนไปตามความชอบของเจ้าของคนปัจจุบันทำให้ตำหนักเทียมฟ้าแตกต่างจากทุกตำหนักในวังหลังด้วยไม่ใคร่จะมีสีสันของดอกไม้แต่ก็ดูสดชื่นด้วยสีเขียวของต้นหญ้าตัดกับสีขาวของโม่ลี่คงมี้พียงต้นไฝ่กระมังที่เหลือไว้จากของเดิม

           "กงกง ซูเฟยมาเยี่ยมองค์หญิงสิบสี่รบกวนช่วยเรียนด้วย"ถึงซูเฟยจะได้ชื่อว่าเป็นมารดาบุญธรรมแต่ฐานันดรของอวิ้นซีกงจู่คือ'กู้หลุนกงจู่'องค์หญิงขั้นหนึ่งซึ่งสูงกว่าพระสนมนางในจึงไม่ควรเข้าไปในตำหนักก่อนได้รับเชิญ
 
          "ซูเฟยเชิญด้านในเถิดเพคะองค์หญิงประทับอยู่ที่สวนกับท่านแม่ทัพเจา ขออภัยที่เสียมารยาทให้พระสนมต้องรอแล้ว"ไม่ทันให้กงกงเข้าไปรายงานเสียงของไป่หลางก็ดังขึ้น นางกำนัลคนสนิทขององค์หญิงบอกเช่นนั้นทหารองครักษ์ก็เปิดทาง"พระสนมเชิญทางนี้เพคะ"
           










           ช่วงนี้อัยย์ปิดเรียนค่ะ(สั้นมากค่ะครึ่งเดือนได้)จะพยายามมาลงให้อ่านกันน้า ฝันดีล่วงหน้านะคะรีดเดอร์ที่น่ารักทุกคนถ้าเป็นไปได้อัยย์จะพยายามตอบคอมเมนท์นะคะ









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #1154 Plaky (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 13:14
    ผ่านมาตั้ง 3 ปีแล้ว นางเอกอายุ 17-18 ปีแล้ว ฉีจื่อฟูต้องอายุมากกว่า ทำไมยังไม่ได้แต่งงานอีก จะบอกว่ารอหย่งจิ้น ก็คงไม่ใช่นะ เพราะหลังจากนางเอกเข้าวังเป็นองค์หญิง หย่งจิ้นก็ไม่ได้ไปมาหาสู่อยู่แล้ว อย่างนั้นแล้วฉีจื่อฟูจะยังรอได้ยังไง และถ้าฉีหย่งเกาเป็นคนบ้าอำนาจ ต้องจัดการให้คุณหนูใหญ่แต่งงานไปกับคนอื่นอยู่แล้ว (สมัยนั้นผู้หญิงอายุเกิน 20 ปีก็เป็นสาวเทื้อแล้วนะ) ไรท์ลืมไปหรือเปล่าเอ่ย

    จริง ๆ แล้วฉีหย่งเกาไม่น่าจะคัดค้านที่ฮ่องเต้รับนางไปเป็นองค์หญิงนะ ตนเองจะได้ใช้นางเอกเป็นฐานอำนาจ (จะบอกว่ากีดกันนางเอกไม่ให้ได้ดีหรือ คนที่บ้าอำนาจ ไม่น่าจะคิิดเล็กคิดน้อย คิดอย่างเดียวคือทำอะไรก็ได้ให้ประสบผล)

    #1154
    0
  2. #1153 Plaky (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 13:14
    ผ่านมาตั้ง 3 ปีแล้ว นางเอกอายุ 17-18 ปีแล้ว ฉีจื่อฟูต้องอายุมากกว่า ทำไมยังไม่ได้แต่งงานอีก จะบอกว่ารอหย่งจิ้น ก็คงไม่ใช่นะ เพราะหลังจากนางเอกเข้าวังเป็นองค์หญิง หย่งจิ้นก็ไม่ได้ไปมาหาสู่อยู่แล้ว อย่างนั้นแล้วฉีจื่อฟูจะยังรอได้ยังไง และถ้าฉีหย่งเกาเป็นคนบ้าอำนาจ ต้องจัดการให้คุณหนูใหญ่แต่งงานไปกับคนอื่นอยู่แล้ว (สมัยนั้นผู้หญิงอายุเกิน 20 ปีก็เป็นสาวเทื้อแล้วนะ) ไรท์ลืมไปหรือเปล่าเอ่ย

    จริง ๆ แล้วฉีหย่งเกาไม่น่าจะคัดค้านที่ฮ่องเต้รับนางไปเป็นองค์หญิงนะ ตนเองจะได้ใช้นางเอกเป็นฐานอำนาจ (จะบอกว่ากีดกันนางเอกไม่ให้ได้ดีหรือ คนที่บ้าอำนาจ ไม่น่าจะคิิดเล็กคิดน้อย คิดอย่างเดียวคือทำอะไรก็ได้ให้ประสบผล)

    #1153
    0
  3. #697 เซโนะ (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:12
    เฮียกลางโบกธงสุดชีวิต
    #697
    1
    • #697-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 48)
      14 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:41
      แป้นพิมพ์ก็ชอบเปลี่ยนให้เราเหมือนกันพิมหลางทีไรเปลี่ยนเป็นกลางให้ทุกทีไม่รู้ต้องทำไง
      #697-1
  4. #554 annonann (@annonann) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 22:23
    ขอบคุณค่ะ อิอิ สนุกมากเลย. ขออีกตอนนะคะ
    #554
    1
    • #554-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 48)
      23 ธันวาคม 2559 / 22:38
      จะพยายามลงให้พรุ่งนี้นะค่ะถ้าไม่ติดอะไร
      #554-1
  5. #553 ม่านมุก (@honeyl) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 21:16
    ขอบคุณมาก ๆ ค่ะไรแล้วมาอัพอีกไว ๆ นะคะสนุกมากเลยค่ะสู้ ๆ ๆ ค่ะไรรอนะคะ
    #553
    1
    • #553-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 48)
      23 ธันวาคม 2559 / 22:06
      อัยย์จะพยายามเต็มที่เลยค่ะ
      #553-1