眼泪(อัสสุชลจอมนาง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 182,091 Views

  • 1,174 Comments

  • 3,377 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    476

    Overall
    182,091

ตอนที่ 50 : 50

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3819
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    8 ม.ค. 60

50


 



           "ม่านกงกงข้าอยากพบเสด็จพ่อสักครู่เรียนให้ทีเถอะ"

           "ถวายพระพรองค์หญิง ฝ่าบาททรงงานอยู่ที่เรือนอักษรเชิญทางนี้"พิธีการหลายอย่างถูกงดเว้นสำหรับอวิ้นซีกงจู่คนของตำหนักใหญ่ต่างทราบดีนานแล้ว ม่านเตียวรู้สึกดีใจเป็นหนักหนาที่องค์หญิงผู้นี้หาได้ใช้พระราชอำนาจที่ฝ่าบาทหยิบยื่นให้ไปทำสิ่งใดด้วยความพิเศษที่มากมายเช่นนี้เกรงว่าวังหลวงจะวุ่นวาย

           จากเด็กสาวเป็นสาวสะพรั่งเรือนร่างโปร่งระหงบอบบางเทริดปิ่นหงส์ไว้บนศรีษะเครื่องประดับชิ้นเดียวที่ใช้แต่มีค่าควรเมืองท่วงท่าการเดินแต่ละก้าวเปี่ยมไปด้วยความสูงส่ง กูกูและท่านหญิงที่เป็นผู้ฝึกสอนเองยังชมไม่ไม่ขาดปากเพียงการวางตัวไม่ต้องใช้เครื่องทรงเข้าช่วยองค์หญิงหนึ่งเดียวผู้นี้ก็ดูเพรียบพร้อมตามตำราได้อย่างเหมาะเจาะ ดวงหน้าเช่นนี้งดงามก็จริงแต่ก็หาใช่ที่สุดในวังหลวงที่รวบรวมสาวงามไว้หลากหลายรูปแบบเช่นนี้ม่านเตียวเคยประสบพบเจอกับผู้ที่งามกว่าแต่เมื่อสบดวงตาคู่นั้นแล้วกลับรู้สึกว่าทรงเสน่ห์นัก และเมื่อพิศดูโดยรวมอวิ้นซีกงจู่ก็นับเป็นยอดหญิงเพียงแต่มันสมองภายในศรีษะได้รูปนั้นเหนือล้ำกว่าความงาม

           เข้าไปเรียนไม่กี่ประโยคฝ่าบาทก็อนุญาตให้เข้าพบ ห้องทรงอักษรเต็มไปด้วยฎีกาและหนังสือพระหัตถ์ยังจับผู้กันตวัดอักษรเฉียบคมเป็นเอกลักษณ์เขียนจบจึงละสายตาขึ้นมา"เป็นอย่างไรบ้างหายดีแล้วหรือ"

           "ลูกเพียงมีสิ่งให้คิดเยอะจึงอยากพักเท่านั้นเจ้าค่ะหาได้ป่วยไข้ไม่"อวิ้นซีละกริยาแล้วพูดด้วยคำสามัญอย่าที่ทำมาตลอดฝ่าบาทเคยตรัสไว้ว่าเช่นนี้ดีกว่ากันมาก"พักสักครู่เถอะเจ้าค่ะท่านพ่อทรงงานมาทั้งวันแล้ว"

           "ช่วงนี้ปัญหาบ้านเมืองมีมากมันไม่ได้พักไปพร้อมพ่อนี่ เจ้านั่นแหละที่ควรพักบ้างอย่าให้ใครมาหาว่าพ่อใช้งานเจ้าจนล้มหมอนนอนเสื่อได้"ปัญหามีมากจริงนั่นแหละมากเสียจนตรงหว่างคิ้วฮ่องเต้เหมือนถูกสลักไปด้วยความเครียด การเป็นกษัตริย์ที่ดีอยู่เหนือบัลลังก์มังกรเหนื่อยมากกว่าสบายมาก

           "ปัญหาคูเมืองท่านพ่อจัดไว้ในการสอบบัณฑิตด้วยมิใช่หรือเพคะ หลังจบการสอบลูกจะออกไปตรวจพื้นที่วางผังคูเมืองแล้วค่อยกลับมาหาลือกันอีกครั้ง แล้วจะพาพระสนมเฟิ่งออกไปเยี่ยมฮูหยินเฟิ่งด้วยเจ้าค่ะ"พระหัตถ์หนายกขึ้นลูบศรีษะเล็กๆบางคราวก็ทรงอยากทราบเหลือเกินว่าในหัวเล็กๆนี่บรรจุความคิดไว้มากมายได้อย่างไร

           "ดูเหมือนเจ้ามาแจ้งให้ทราบมากกว่ามาขออนุญาต"

           "เจ้าค่ะ มา แจ้ง ให้ ทราบ"ซูอวิ้นพูดทีละคำเสียงดังฟังชัดจนเจ้าของพระหัตถ์ที่ลูบศรีษะตนมีพระสลวน
 
          "ข้าเองก็ตามใจเจ้าจนเคย ตามใจอีกหน่อยจะเป็นไรไปดีหรือไม่"

           "ดีเจ้าค่ะ"อวิ้นซีแย้มยิ้มจนตาหยีต่อหน้าท่านพ่อคนนี้ไม่จำเป็นต้องสนวนกิริยาไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากากการเข้าพบและพูดคุยจึงเป็นความสุขอย่างหนึ่ง สามปีที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่านอกจากเอ็นดูตนในฐานะบุตรสาวของบุคคลอันเป็นที่รัก ท่านพ่อยังเอ็นดูตัวตนของนางรักใคร่ดุจบุตรธิดาในสายพระโลหิตรักใคร่ในตัวตนจริงๆของนางหาใช่เพียงฐานะบุตรีของผู้จากไป

           "อวิ้นซีเจ้ายังเรียกนางว่าพระสนม"หลายปีที่ผ่านมาเด็กสาวตรงหน้าเรียกเฟิ่งมี่ลี่ว่าแม่น้อยครั้งนัก

           "เฟิ่งซูเฟยเป็นมารดาบุญธรรมที่ดีเจ้าค่ะ แต่ลูกเป็นธิดาที่ดีให้นางไม่ได้ลูกจึงชดเชยโดยช่วยในสิ่งที่ทำได้แทน"ซูอวิ้นซีตอบอย่างตรงไปตรงมานางมีเจาเหม่ยหรงเป็นมารดาและเป็นเพียงคนเดียวที่นางจะนับว่าเป็นมารดาตลอดชีวิตนี้

           "เจ้าพูดตรงไปตรงมาดี"ซูหนานตี้ชอบในส่วนนี้ชอบความจริงใจและตรงไปตรงมา ชอบคำเรียกว่าท่านพ่อมากกว่าเสด็จพ่ออาจจะเป็นความสุขในแบบสามัญชนที่ทรงใฝ่หากระมัง หากนางเป็นบตรีแท้ๆมีเจาเหม่ยหรงยืนเคียงข้างในฐานะฮองเฮาจะทรงมีความสุขเพียงใดหนอ





           ฮ่องเต้ไม่ได้อยู่ในชุดเต็มยศของโอรสสวรรค์ถึงจะเป็นชุดทรงธรรมดาสีน้ำเงินเข้มก็ยังแผ่กระจายอำนาจอันสูงส่งสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถได้มาจากการฝึกปรือ แต่ต้องมาจากพื้นเพและรูปแบบการดำเนินชีวิตท่ามกลางสายตาจับจ้องในฐานะเจ้าแผ่นดิน สิบกว่าปีเหลือราชบัลลังก์มังกรทองหล่อหลอมบุคคลผู้หนึ่งหยั่งลึกไปจนถึงจิตวิญญาณจนเสมือนกับมีกระแสอำนาจแผ่กระจายออกมาในอากาศให้เห็นได้ด้วยตาเปล่า บรรยากาศกดดันที่แผ่กระจายแลดูจะเบาบางลงเมื่อมีบุคคลที่สามก้าวเข้ามาซูอวิ้นซีแย้มรอยยิ้มออกมาเป็นใบเบิกทาง 

         แอบรู้สึกผิดไม่น้อยที่ให้เจ้าแผ่นดินกับจอมทัพมานั่งอยู่ด้วยกันในบรรยากาศเย็นยะเยือกในความเป็นจริงอวิ้นซีรู้ว่าอาคุณของนางไม่ได้ไม่ชอบเสด็จพ่อหรือคนอื่นๆ เพียงแต่เขาไม่คุ้นเคยกับการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถูกมองด้วยสายตารังเกียจหรือหวาดกลัวมานานจิงคุณจึงกันตัวเองออกจาผู้อื่นและไม่สนิทใจกับผู้ใดยกเว้นตัวนาง ฟางหรงเจเจ่และคนในหน่วยอินทรีดำเรื่องเช่นนี้ต้องใช้เวลานานในการแก้ไข การอยู่ในวังอาจปกป้องจิงคุญจากอันตรายได้ อำนาจอาจปกป้องเขาจากการถูกดูหมิ่น แต่ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดนางไม่เคยปกป้องน้องชายผู้นี้จากสายตาเหล่านั้นได้เลย

           โต๊ะยาวใหญ่ถูกเปลี่ยนเป็นโต๊ะกลมขนาดกลางนานแล้วอาหารบนโต๊ะเองก็มิได้หรูหราฟุ่มเฟือย ถึงอย่างนั้นแต่ละจานก็เลิศรสและทรงคุณค่าทางอาหารสมกับที่มาจากฝีมือพ่อครัวชั้นหนึ่งแห่งวังหลวง  ไม่มีนางกำนัลคอยคีบตักอาหารมีเพียงม่านกงกงยืนประจำอยู่เพื่ออำนวยความสะดวกในบางครั้ง ดูดูแล้วให้ความเป็นกันเองไม่เหมือนมื้ออาหารทั่วไปในวังสักนิด หากเป็นตำหนักอื่นไหนเลยแม่ทัพผู้หนึ่งจะร่วมโต๊ะกับฮ่องเต้และองค์หญิงได้

           "ท่านพ่อมือท่านเย็นกว่าปกติ ทรงได้นอนบ้างหรือไม่"คำเรียกขานเช่นนี้ครั้งแรกๆก็ฟังแล้วตระหนกอยู่บ้างแต่ตอนนี้กลายเป็นความเคยชินเสียแล้ว นายเหนือหัวไม่ตอบคำม่านเตียวจึงสอดปากแทน

           "ทูลองค์หญิงเพียงวันละเกือบสองชั่วยามมาสักระยะแล้ว"ม่านเตียวก้มหน้าหลบสายตาเจ้านายที่ถลึงมองมีอวิ้นซีกวจู่อยู่นี่ฝ่าบบาทเองก็ไม่น่ากลัวเท่าใด

           "ท่านพ่อหากพักผ่อนไม่เพียงพอแล้วป่วยเล่า ถึงคราวนี้งานไม่ยิ่งล่าช้าหรือ ต้องทรงรักษาสุขภาพร่างกายก่อนจึงจะทำงานได้อย่างดี"ซูอวิ้นซีไม่พูดมากไปกว่านั้นนางรู้ว่าควรหยุดที่ใดแม้เสด็จพ่อจะทรงเอ็นดูแต่นางควรมีขอบเขตเช่นกัน เอ็นดูก็ส่วนเอ็นดูมารยาทยังคงต้องรักษาไว้

           "การอยู่กับเจ้าเป็นการพักผ่อนแล้ว"คำพูดนี้ถูกตอบรับด้วยเนื้อปลาที่แกะก้างออกจนหมด ซึ่งคนรับก็คีบเข้าปากอย่างว่าง่าย เสียงตะเกียบกระทบกันทำให้ม่านเตียวต้องเงยหน้าขึ้นมอง เห็นองค์หญิงเอาตะเกียบห้ามแม่ทัพเจาที่กำลังจะคีบของหวานแล้วเสียวสันหลังวาบ จากข่าวที่ฟังมาทั้งข่าวลือและข่าวจริงเจาจริงคุณแม่ทัพหนุ่มอายุน้อยผู้นี้เกลียดที่สุดคือการถูกขัดใจ ความโหดเหี้ยมของเทพอสูรสีขาวเป็นที่รู้กันหากอยู่ๆเกิดคลั่งขึ้นมาเล่าจะทำเช่นไร

           "อาคุณทานข้าวก่อน"ก่อนมือเล็กจะตักส่งพระกระโดดกำแพงใส่ถ้วยส่งให้อย่างเอาใจ"จานนี้ข้าทำเองไม่ได้ใส่เห็ดหอมเจ้าน่าจะชอบ"คนถูกขัดใจก็มิได้ว่าอันใดเพียงแค่รับและตักเข้าปากอย่างว่าง่าย เมื่รับรู้ว่าเป็นรสชาติที่ถูกทำขึ้นมาเพื่อตนก็ยกยิ้มให้กับความใส่ใจ

           "อร่อยมากอวิ้นซีเองควรกินให้มากเช่นกัน"เสียงตอบรับนั้นนุ่มนวลแบบนี้ม่านเตียวไม่เคยได้ยินจากปากแม่ทัพผู้นี้มาก่อน ม่านเตียวอยากยกมือขึ้นลูบอกตนเองสักสองสามทีอวิ้นซูกงจู่ผู้นี้สร้างความประหลาดใจจนตนคิดว่าเคยชินแล้วแต่เจอเรื่องเช่นนี้ก็ยังอดตกใจไม่ได้อยู่ดี ซูหนานตี้เองก็เลิกพระขนงมองแม่ทัพของตนด้วยสายตาที่อ่อนลงด้วยไม่ได้ค่อยจะได้เห็นในมุมเช่นนี้

           "เด็กดีของหวานมื้อนี้คือช็อกโกแลตดีหรือไม่"เด็กดี คำพูนี้ใช้เรียกแทนขุนศึกหรือ คงมีเพียงม่านเตียวที่คิดเช่นนี้ซูหนานตี้ที่ฟังจนเลิกตกใจไปแล้วกลับสนใจอีกคำมากกว่า

           "เซี่ยวเค่อลี่หรือ"

           "เจ้าค่ะท่านพ่อ นอกจากในราชสำนักที่ติดต่อซื้อมาบ้างหรือได้เป็นเครื่องบรรณาการแล้ว ยังพอซื้อได้จากพวกพ่อค้าที่นำมาขายตามท่าเรือ"หลังจากตกลงเรื่องการค้าขายกับเมืออี้เหอทางใต้ได้สินค้าของชาวโพ้นทะเลในซูโจวก็มีให้เห็นมากขึ้น

           "เจ้าพูดสำเนียงคล้ายพวกเขาทีเดียว อ่านและเขียนได้หรือไม่"

           "ได้เจ้าค่ะแต่เขียนไม่งามนักคาดส่าผู้กันคงไม่เหมาะกับการเขียนภาษาของพวกเขาเท่าไหร่"นางตั้งใจจะหาปากกาขนนกมาเป็นของตนสักเล่มเช่นกันแต่ยังไม่มีเวลา

           "แค่นี้ก็เก่งมากแล้ว"การเข้าใจภาษาของชาวโพ้นทะเลนั้นแม้แต่บัณฑิตในราชสำนีกยังมีน้อยคนที่ทำได้แต่บุตรสาวผู้นี้ทั้งฟังเข้าใจ อ่านออก เขียนได้ และพูดได้เพียงเท่านี้ก็เป็นยอดคนแล้ว

           "จิงคุณก็ฟันออกเจ้าค่ะพอเขียนได้บ้าง"

           "เก่งถึงเพียงนั้นเชียว"เสียงคุยเริ่มครื้นเครงเมื่อมีอวิ้นซีกงจู่เป็นผู้เชื่อมบทสนทนา ม่านเตียวมองความเครียดที่มักสลักอยู่กลางหว่างพระขนงของฝ่าบาทหายไปก็ยอมรับคำพูดฮ่องเต้ประโยคหนึ่งการใช้เวลาอยู่ร่วมกับอวิ้นซีกงจู่เป็นการพักผ่อนพระวรกายของฝ่ายบาทอย่างแท้จริง

             "ม่านกงกงท่านพักทานอาหารก่อนเถอะองค์หญิงให้จัดสำรับไว้แล้ว ตรงนี้ให้ข้าน้อยดูแลต่อเอง"หรงหวาพูกกับกงกงประจำพระองค์ฮ่องเต้ด้วยเสียงค่อยอันเป็นเอกลักษณ์

             "ดียิ่ง"ม่านเตียวไม่ปฏิเสธความหวังดีของคนตรงหน้า หรงหวาและไป่หลางคือคนสนิทที่ติดตามอวิ้นซีกงจู่เข้าวังแม้ไม่ยอดเยี่ยมเฉกนางกำนัลที่ถูกฝึกในรั้ววังแต่เด็กหากแต่ก็รู้มารยาทดี หรงหวาละเอียดอ่อนรอบคอบ ไป่หลางฉลาดเฉลียวช่างสังเกต ที่สำคัญคือพวกนางไม่กระจบเอาใจตนเช่นนางกำนัลผู้อื่นคุยด้วยแล้วจึงสบายใจกว่ากันมาก ม่านเตียวเหลือบมองโต๊ะอาหารที่ถูกเปลี่ยนสำรับเป็นของหวานทุกจานแล้วเลี่ยงตัวออกไปจัดการตนเองเช่นกัน














ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #699 เซโระ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:36
    เอาจริงๆก็แอบเชียร์ฮ่องเต้แหละ อบอุ่น สงสารเลยอ่ะ ไม่ได้รักกับเหมยหรง เสียสิ่งสำคัญไปมาก
    #699
    1
    • #699-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 50)
      14 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:44
      ฮ่องเต้คงไม่ได้ชอบอวิ้นซีแบบนั้นหลอกค่ะ คือถ้าเรารักใครสักคนจริงๆแบบฝ่าบาทต่อให้เค้าไม่อยู่แล้วเราก็คงจะเก็บเค้าเอาไว้แล้วในความทรงจำดีๆและไม่มีทางที่จะเอาใครมาแทนที่ ไม่ว่าจะเหมือนมากแค่ไหนก็ตาม
      #699-1
  2. #663 กัณฐิกา คำมี (@pond-kantika) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 12:23
    หาใครเป็นพระเอกไม่ได้ก็เอาอาคุณนี่แหละ
    #663
    1
    • #663-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 50)
      18 มกราคม 2560 / 21:44
      อาคุณยกให้อัยย์เถอะค่ะอวิเนซีมีหนุ่มๆในสต็อกเยอะแล้ว
      #663-1
  3. #571 ★ω★_M (@takam07554) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 09:21
    อาคุณน่ารัก
    #571
    1
    • #571-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 50)
      28 ธันวาคม 2559 / 11:16
      เป็นความจริงค่ะ อัยย์รักจินคุณที่สุดเลยค่ะ
      #571-1
  4. #570 ม่านมุก (@honeyl) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 00:26
    ขอบคุณมาก ๆ ค่ะไรแล้วมาอัพอีกไว ๆ นะคะรอค่ะ
    #570
    1
    • #570-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 50)
      28 ธันวาคม 2559 / 11:16
      ตอนต่อไปมาแล้วน้า
      #570-1
  5. #569 annonann (@annonann) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 21:47
    ขอบคุณมากค่ะ
    #569
    1
    • #569-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 50)
      26 ธันวาคม 2559 / 22:24
      ด้วยความยินดีค่ะ
      #569-1
  6. #568 novellover (@Novellover) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 21:39
    เป็นการฉลองรับวันหยุดที่ดี ได้สามตอนในสองสามวันนี้อย่างมีความสุข
    จิงคุนโตแล้ว พระเอกกำลังจะสร้างรากฐานเข้ามาเป็นกำแพงช่วยงานอีกคน
    ส่วนเจเจ่ยังไม่ยอมพบใกล้กำหนดสามปีแล้ว
    สัมพันธภาพของอวิ้นซีกับฝ่าบาทก็ดี
    แต่เหมือนอีกยาวไกลในการรวมห้าแคว้น
    มารออย่างเป็นสุข ตอนนี้เบาๆไปก่อน
    รอหวานๆตอนสอบเข้าและมาช่วยสร้างบ้านเมือง
    สงสารอวิ้นซีหากทราบว่าเจเจ่จะไม่อยู่แล้ว
    หวานๆบ้างนะ
    สงสารอาคุนเพราะต้องมองความเสื่อมสลายของสังขารของคนที่ตัวรัก
    อยากให้อาคุนมีคนมาเคียงข้าง
    จะรอตอนต่อไปว่าไปร่วมการสอบแล้วเห็นหน้าตาแท้ๆจะตกใจขนาดไหน
    ให้สมหวังแทนยาย แม่ และฝ่าบาททีเถอะนะ
    #568
    1
    • #568-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 50)
      26 ธันวาคม 2559 / 22:24
      จิงคุณของอัยย์มีทางลงแน่นอนค่ะ แต่ขอแอบบอกไว้ตั้งแต่ตอนนี้ว่านิยายเรื่องนี้เป็นแนวดราม่าค่ะ อ่านให้สนุกนะคะอัยย์จะมาลงให้เท่าที่ทำได้จนกว่าจะเปิดเรียนค่ะ
      #568-1