眼泪(อัสสุชลจอมนาง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 182,018 Views

  • 1,174 Comments

  • 3,376 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    403

    Overall
    182,018

ตอนที่ 58 : 58

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    8 ม.ค. 60

58






         ตอนนี้กับตอนหน้าไม่มีผลกับเนื้อเรื่องนะค่ะสามารถข้ามไปได้เลย จะมาลงพาทจิงคุณให้จบก่อนเปิดเรียนจะได้อู้อย่างสบายใจ






           สายฝนที่เกิดจากการใช้ดาบอาญาสวรรค์ในคืนวานทิ้งความชื้นและแอ่งน้ำไว้บนผืนหญ้า การจากไปของฟางหรงก็ทิ้งอาการป่วยให้ซูอวิ้นซีเป็นอาการป่วยทางใจที่ไม่ว่าโอสถชั้นเลิศชนิดใดก็ไม่อาจรักษาได้ ดวงตาของคนตรงหน้าแดงช้ำทั้งที่หลับไปแล้วน้ำตาก็ยังไหลรินเช็ดไห้เท่าไรก็ดูเหมือนจะไม่หมดไปเสียที
 
          "แม่ทัพเจาข้าให้ไป่หลางไปเรียนฝ่าบาทแล้ว"เจาจิงคุณไม่มีปฏิกิริยาตอบรับมากไปกว่าการพยักหน้ารับเบาๆครั้งหนึ่ง หรงหวาก็ถอยตัวออกมาทันทีโดยไม่ต้องรอให้สั่งแม้ยามอยู่ในจวนฉีจะเคยใกล้ชิดอีกฝ่ายบ้างแต่เมื่อคนตรงหน้ากลายเป็นแม่ทัพแล้วกลับเหมือนเปลี่ยนไปเป็นผู้อื่นโดยสิ้นเชิงหากไม่นับสีผมสีตาไม่มีสิ่งใดสามารถนำมาเทียบกับจิงคุณที่เคยรู้จักเมื่อวันวานได้เลย นอกเหนือจากต่อหน้านายหญิงสีหน้าเจาจิงคุณมัมมีแบบเดียวคือเย็นชาเย่อหยิ่งและไม่อาจเข้าถึงได้เสมือนมีกำแพงไร้ลักษณ์ขวางกั้นอยู่ 

           อุณหภูมิของผ่ามือเย็นลงกว่าที่เคยเป็นตอนนี้ดวงตาคู่สวยปิดสนิทหากไม่ตื่นขึ้น
มารับอาหารสักหน่อยอีกไม่นานอาการไข้คงตามมา ร่างกายมนุษย์นั้นอ่อนแอมากเมื่อวานไม่ไร้รับสิ่งใดเข้าไปแม้แต่น้ำชาในวันนี้ก็เลยเวลาสองมื้ออาหารแล้วร่างกายจะป่วยไข้มิใช่เรื่องแปลกอันใด หลายคนต่างมองว่าเจาจิงคุณแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่อย่างเขาเป็นฝ่ายปกป้องอวิ้นซีแต่ผิดแล้วคนผู้นี้ต่างหากที่ปกป้องตัวเขาและคนทั้งกองกำลังด้วยมันสมองและหัวใจอย่างสุดกำลังเป็นแสงจันทร์ที่ส่องเข้ามาในคืนอันมืดมิดที่สุดเป็นศูนย์กลางความมุ่งหวังทุกสิ่ง เป็นทุกอย่างในชีวิตของตน

           "เจเจ่..."เสียงนั้นเพียงแค่การเพ้อเพราะพิษไข้ที่เริ่มกัดกิน เป็นเพียงมนุษย์ผู้หนึ่งที่อ่อนแอถึงเพียงนี้ทำไมถึงยังยึดเรื่องต่างๆไว้บนไหล่มากมาย หากบอกตนสักคำแค่เพียงคำเดียวหรือแม้แต่แค่ครึ่งคำมีหรือมันจะไม่ยอมทุ่มเทกำลังทั้งหมดพาตัวอวิ้นซีออกไปจากเรื่องยุ่งเหยิง แต่อาจารย์พูดถูกแล้วซูอวิ้นซีเป็นคนเช่นนี้คงเปลี่ยนไม่ได้แล้วสิ่งที่ทำได้คือการแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องอย่างสุดกำลัง

           แม้จะทำให้อากาศในห้องอบอุ่นด้วยเตาไฟมากมายทั้งยังคลุมร่างนั้นด้วยผ้านวมหนาแต่มือที่ฝืนจับไว้ยิ่งเย็นลง เกิดเป็นความสิ้นหวังที่ยากจะบรรยายกดทับอยู่บนหัวใจ"อวิ้นซีท่านยังมีข้าอยู่ตรงนี้ รีบฟื้นสักทีเถอะ"หากไม่ฟื้นขึ้นมาคงเป็นตัวมันที่จะแย่เสียแล้ว มือที่ยกขึ้นมาแนบแก้มให้ความรู้สึกเย็นไม่เปลี่ยนไปแต่ไม่อาจวางลงเพียงพยายามใช้พลังวัตรสร้างความอบอุ่นแล้วส่งเข้าไปในร่างกายของตนที่ไม่ยอมลืมตา เวลาผ่านไปเท่าใดไม่อาจทราบได้ร่างกายที่อ่อนล้าลงถูกละเลยเมื่อสีหน้าผู้หลับใหลดีขึ้นปลายนิ้วหาใช่สีม่วงอย่างน่ากลัวถึงคลายใจลงได้บ้าง

           ถึงดวงตาจะปิดสนินแต่ตัวเจาจิงคุณเองยังจำได้ชัดเจนแม้ไม่เห็นดวงตากระจ่างใสคู่หนึ่งที่มักมองตรงมาอย่างอ่อนโยนเหมือนคราวแรกที่เจอ สายตาที่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะผ่านมานานสักเพียงใด เพียงลืมตาขึ้นมาเท่านั้นอวิ้นซีจะเลือกทำสิ่งใดตัวมันไม่ขัดทั้งสิ้น ขอเพียงแค่ลืมตาขึ้นมาได้โปรดเถอะ






           ตั้งแต่จำความได้สิ่งที่มันรู้จักคือการดิ้นรนให้รอดชีวิตเมื่อหิวก็ออกล่าเพียงสองแขนสองขาก็พอจับสัตว์น้อยใหญ่ในป่ามาเป็นอาหารได้ไปสันๆ เมื่อบาดเจ็บก็หาที่นอนพักจะเป็นพงไม้หรือถ้ำมืดมิดล้วนได้ทั้งสิ้น ตัวมันเองเคยชินกับสายตาทั้งหลายที่มองมาจากพวกผู้คนในหมู่บ้านเป็นอย่างดีส่วนใหญ่มองด้วยความรังเกียจที่เหลือก็ไม่พ้นมองด้วยความหวาดหวั่น 

         การเข้าใกล้ที่พักอาศัยของมนุษย์ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีแม้ล้างร่างกายที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดออกแล้วพยายามเข้าไปรวมกลุ่มแต่ด้วยสีผมสีตาที่แตกต่างก็จะทำให้ถูกผลักออกมาเป็นสิ่งที่ทำให้รู้ว่าตัวมันไม่เป็นที่ต้องการ เพราะอยู่แต่ในป่าถึงจะพบมนุษย์บ้างแต่ไม่เคยมีใครสอนดังนั้นภาษาพวกนี้พอฟังออกบ้างแต่ไม่รู้วิธีการพูดเลยด้วยไม่มีสิ่งมีชีวิตใดให้มันต้องพูดคุย พวกมนุษย์ต่างจากสัตว์พวกมันอยู่กันเป็นหมู่มีบ้านอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ที่สำคัญคือพวกมันมีอาวุธที่หากโดนเข้าไปจะต้องพักเป็นเวลานาน ดังนั้นจึงอันตรายมากหากไม่จำเป็นตัวมันจะไม่เข้าใกล้เป็นอันขาด

           เพียงแต่ตอนนี้เป็นฤดูหนาวแล้วสัตว์ในป่าที่มีให้ล่าก็แทบเหลือน้ำในลำธารกลายเป็นน้ำแข็งนานแล้วปลาเองก็หาไม่ได้ในยามนี้ เพราะปีนี้หนาวเร็วกว่าทุกทีจึงตุนอาหารได้ไม่เพียงพอ ขาดอาหารหลายวันร่างกายก็เริ่มอ่อนโทรมจึงตัดสินใจรอบเข้าหมู่บ้านเพื่อขโมยอาหารยังไม่ทันได้อิ่มท้อง พวกนั้นก็กรูกันเข้ามาหลายสิบใช้สิ่งที่พอจะเป็นอาวุธสร้างบาดแผลในสภาพที่อ่อนแอเช่นนี้อย่าว่าแต่เอาคืนเลย ป้องกันตัวให้เจ็บน้อยที่สุดแล้วหนีออกมาได้ก็คือที่สุดแล้ว 

         ไกลออกไปในทิศทางตรงกันข้ามกับลำธารมีสิ่งที่พวกมนุษย์เรียกว่าวัด แม้จะไม่เป็นที่ยอมรับเช่นกันแต่พวกหลวงจีนก็ไม่เคยถือจอบมาแทงมัน ข้ามกำแพงเตี้ยๆที่อยู่แทบจะชิดชายป่าไปส่วนนี้นั้นแทบไม่พบเห็นสิ่งมีชีวิตจุดมุ่งหมายคือห้องเก็บของที่มีเพียงผ้าเก่าๆและกองไม้ไม่ทำให้อุ่นเท่าใดแต่ก็ดีกว่าไปท้าลมข้างนอกมาก ตอนนี้ร่างกายมันต้องการพักดังนั้นจึงเลือกไม่กลับไปยังที่ซ่อนในป่า

           ประตูถูกเปิดแง้มออกคนที่มีฝีเท้าเบาจนแทบไม่ได้ยินเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เหล่าคนในชุดจีวรที่ต้องการเข้ามาเอาฟืน ตัวมันแกล้งทำเป็นหลับเช่นเดิมแต่เตรียมพร้อมหากมีผู้ใดจู่โจมจะตอบกลับได้ทันที ผู้นั้นเพียงปิดประตูกลับแล้วจากไปแต่สัญชาตญาณระวังภัยในตัวยังร้องเตือนไม่ให้ล้มตัวลงนอน 

         รอเพียงไม่นานประตูก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทันทีที่คนภายนอกผลักในห้องเก็บของแห่งนี้มีฝุ่นกับหนาเป็นชั้น เมื่อบานประตูถูกเปิดก็ฟุ้งกระจาย ตัวมันเองเตรียมพร้อมไว้แล้วแม้มาเพิ่มอีกหนึ่งผู้หากแค่หนีออกไปย่อมทำได้ ลมหอบใหญ่พัดพาเมฆที่บังแสงจันทร์ออกไปเผยให้เห็นดวงตาคู่หนึ่งชัดเจน สายตาเช่นนี้หยุดมันเอาไว้เป็นสายตาใสกระจ่างที่ไม่มีความรู้สึกในแง่ร้ายเข้ามาปะปนเป็นสายตาเดียวที่ไม่เคยพบเจอตั้งแต่จำความได้ 

         "เจเจ่ ช่วยได้หรือไม่"ช่วยใครตัวมันหรือเหตุใดถึงร้องขอเพื่อมันเล่าแม้แต่นักบวชผู้ทรงศีลในจีวรยังไม่อยากยื่นมือเข้ายุ่งกับสิ่งที่ชาวบ้านหวาดกลัวแล้วคนตรงหน้าจะทำไปเพื่อสิ่งใด 

         "เจ้ายังดูว่าเป็นคนหรืออวิ้นซีถึงไม่มีกลิ่นไอปีศาจแต่ก็คงไม่ใช่เด็กปกติเจ้าอย่ายุ่งเลย"ไอปีศาจคือสิ่งใดสาเหตุที่ทำให้ตัวมันแตกต่างจากมนุษย์หรือถ้าเช่นนั้นกลิ่นไอประหลาดจากหญิงตรงหน้าก็แตกต่างเช่นกัน สายตาที่ไม่อาจระบุสีไม่ได้มีความคิดต้องการช่วยเหลือบรรจุอยู่ภายในเหมือนหนึ่งชีวิตของมันไม่ได้มีค่าในสายตาแม้แต่น้อยไม่ได้หวาดหวั่นแต่ไร้ค่าเกินจะข้องเกี่ยวเป็นเพียงฝุ่นธุลีที่พัดเข้ามาในครรลองสายตาโดยบังเอิญ

         สายตาที่มองกลับไปจึงดุร้ายอย่างไม่อาจเลี่ยงเกลียดชังสายตาเช่นนี้จนเหลือจะทนหากแพ้ก็เพียงสิ้นใจไม่มีสิ่งใดต้องเสียใจ ตัวมันเองเคยสัมผัสคำว่าเสียใจรึเปล่านะ

         "เจเจ่.....ได้โปรด"เสียงที่แปร่งออกมาวิงวอนร้องขอคนผู้นั้นยังมองมาอย่างนิ่งสงบมีความเข้าใจมากกว่าสงสารในแววตามันไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลใดเพียงแต่ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา หากเป็นคนผู้นี้.....อาจแตกต่างออกไป





          อัยย์รักรีทนะคะฝันดีค่ะ








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #631 Ying (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 10:27
    ขอบคุณคร้าา...รอๆๆติดตามต่อค่ะ
    #631
    1
    • #631-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 58)
      8 มกราคม 2560 / 15:35
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
      #631-1
  2. วันที่ 8 มกราคม 2560 / 01:21
    รักอาคุณมาก
    #627
    1
    • #627-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 58)
      8 มกราคม 2560 / 15:32
      เหมือนกันเลยค่ะ
      #627-1
  3. วันที่ 7 มกราคม 2560 / 23:34
    จำได้ๆ ตอนซีเอ๋อร์เจออาคุณครั้งแรก อาคุณน่าสงสารมากบาดแผลเต็มตัว ซีเอ๋อร์ขอร้องเจเจให้ช่วยไว้ จึงทำให้อาคุณสำนึกและรักซีเอ๋อร์มากแบบตายเพื่อนางได้เลย.....ซึ้ง
    #626
    1
    • #626-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 58)
      8 มกราคม 2560 / 15:32
      อัยย์ก็รักคนอ่านนะคะ
      #626-1
  4. #625 Homunculus (@Ithaji) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 23:32
    จิงคุนนนนนน!!
    #625
    1
    • #625-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 58)
      8 มกราคม 2560 / 15:31
      น่ารักมากเลยใช่มั้ยค่ะ
      #625-1