眼泪(อัสสุชลจอมนาง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 182,031 Views

  • 1,174 Comments

  • 3,376 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    416

    Overall
    182,031

ตอนที่ 62 : 62

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3184
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    17 ม.ค. 60

62





            ทหารที่ทำหน้าที่เป็นนายประตูของตำหนักเทียมฟ้าไม่รู้ว่าจำต้องทำอย่างไรเมื่อเห็นกงกงประจำตำหนักขององค์ชายซูเฟิ่งหมิงนำคนผู้หนึ่งตรงเข้ามา หากเป็นคนอื่นพวกมันอาจจะสามารถส่งแขกได้โดยไม่ต้องเกรงใจมากนักแต่กงกงตรงหน้าเป็นคนสนิทขององค์ชายสามหากจะเสียมารยาทคงไม่ดีเท่าใด

            ไม่ทันที่หนึ่งในสองในพวกมันต้องตัดสินใจแม่ทัพเจาก็เป็นผู้ออกมารับหน้ามีไม่กี่ครั้งที่ที่จะดีใจถึงเพียงนี้เมื่อได้ฟังเสียงเรียบเย็น"เป็นท่านเองเชิญ"แม่ทัพเจาอนุญาตด้วยตนเองพวกมันก็เปิดทางโดยง่ายในตำหนักเทียมฟ้าหากไม่นับอวิ้นซีกงจู่ผู้เป็นเจ้าของแล้วอำนาจทั้งหมดมิใช่อยู่ในมือแม่ทัพผู้นี้หรอกหรือหากทำตามคำสั่งคนผู้นี้ไม่มีใครกล้ามาเอาผิดพวกตนแน่นอน

            แม่ทัพผู้หนึ่งอาศัยอยู่ในรั้วตำหนักเดียวกับองค์หญิงแม้จะเป็นคนละส่วนก็ดูแปลกอย่างไรชอบกล เพียงแต่เป็นการตัดสินใจของฝ่าบาทเองและเพื่อความปลอดภัยของที่ปรึกษาคนโปรดจึงไม่มีใครแย้งอันใด ที่น่าแปลกคือเหตุใดท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่งต้องรับเอาหน้าที่องครักษ์ส่วนพระองค์เอาไว้ด้วยเท่านั้นเอง

            เจาจิงคุณกระทำตนเป็นผู้นำทางมิได้พูดคุยทักทายกับแขกที่มาเยี่ยมเยือนเกิดเป็นความเงียบงันอันน่าอึดอัดใจ กงกงของตำหนักองค์ชายสามก็ไม่ได้จากไปในทันทีเนื่องด้วยคุณชายใหญ่บ้านหลางผู้นี้เป็นสหายสนิทกับผู้เป็นนายดังนั้นสำคัญยิ่งจะปล่อยให้คลาดสายตาคงไม่ดีก็เหตุผลหนึ่ง การได้เข้ามาเยือนตำหนักอันเป็นตำนานเช่นนี้ก็เป็นอีกเหตุผลเช่นกัน ถึงกระนั้นผู้ดำรงยศเป็นกงกงก็รู้ว่าควรทำเช่นใดตัวมันถอยไปเบื้องหลังจนพ้นระยะการได้ยินแล้วก้มหน้าก้มตาไม่สนสิ่งใดนอกจากแอบเหลือบแลมองสภาที่ในบางโอกาส

            "คราวนี้อาคุณไม่ห้ามแล้วหรือ"คนถูกเรียกด้วยสรรพนามไม่ต่างจากเด็กเล็กตวัดสายตาขึ้นมองโดยทันที คนที่เรียกมันเช่นนี้ได้มีอวิ้นซีคนเดียวพอแล้ว

            "ใต้เท้าหลางเรียกเช่นนี้ไม่เหมาะเท่าใด การที่ท่านมาเยี่ยมอวิ้นซีในฐานะสหายข้าไม่คิดขัดขวาง"คนที่ไม่ขัดขวางนั้นมีสายตาขวางไม่น้อยทั้งยังเดินเร็วขึ้นจนสังเกตได้

            "ล่วงเกินแม่ทัพเจาแล้ว"หลางหย่งจิ้นสัมผัสได้โดยไม่ต้องเป็นผู้เรียนวรยุทธว่ามีรังสีสังหารออกมาพร้อมน้ำเสียงเย็นชา คนตรงหน้าต่างจากที่เคยพบในอดีตโดยสิ้นเชิงไม่ควรก้าวล้ำอย่างที่สหายได้เตือนไว้จริงเสียด้วย เพียงลองเชิงก็เห็นเงาหัวตัวเองเลือนไปแว๊ปหนึ่งแล้ว

            เจาจิงคุณไม่ได้นำแขกไม่ได้รับเชิญเข้าไปในตัวเรือนแต่เดินนำอ้อมมายังเบื้องหลัง ศาลาหลังน้องที่ตั้งโดดเด่นกลางผืนหญ้าเขียวมีสตรีผู้หนึ่งจับจองดวงตาเหม่อมองไปไกลไม่ได้สนใจหนังสือที่อยู่ในมือ เมื่อเข้ามาใกล้จึงได้เห็นว่าผิวของคนตรงหน้าขาวซีดกว่าที่เคย แม้เข้าใกล้ถึงขนาดนี้ก็ยังไม่รู้ตัวเหม่อลอยถึงขนาดที่ไม่รับรู้สักนิดทั้งที่อยู่ห่างกันไปเพียงไม่กี่ก้าว

            "อวิ้นซีใต้เท้าหลางมาเยี่ยมท่าน"เสียงของแม่ทัพเจาช่างแบ่งแยกชัดเจนลำเอียงจนเห็นได้ชัดราวกับว่าน้ำเสียงเย็ยชาเหมือนทะเลน้ำแข็งที่ใช้พูดเมื่อครู่เป็นของใครอีกคน

            "หย่งจิ้น"คนตรงหน้ายกริมฝีปากโค้งขึ้นคล้ายยิ้มแต่กลับส่งไปไม่ถึงดวงตา ต่างจากที่เจอในวันก่อนราวกับไม่ใช่คนเดิม"ข่าวเกินจริงทำให้ท่านลำบากมาเยี่ยมแล้ว"ข่าวเกินจริงหรือไม่นั้นบอกไม่ได้เพียงแต่สภาพคนตรงหน้านั้นเกินกว่าข่าวลือแน่นอน

            "ถึงขนาดอ่านหนังสือกลับด้านได้แล้ว"มีคนทักจึงได้รู้ว่าสตินั้นปลิวไปไกล"มีสิ่งใดอยากเล่าหรือไม่"

            "ข้าคงดูแย่มากจริงๆ"หากปล่อยไว้อีกสักพักอีกเพียงไม่นานนางก็จะเป็นเช่นเดิมเพียงแค่ตอนนี้กำลังสับสนเท่านั้น

            "หากไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไร ออกไปข้างนอกสักครู่ดีหรือไม่"คนตรงหน้าชวนนางหนีเที่ยวได้หน้าตาเฉยคิดว่าวังหลวงเข้าออกได้ง่ายดายถึงเพียงนั้นเชียว"วันนี้ข้ามีเรื่องตองไปพบคุณหนูสี่บ้านจวงไปด้วยกันดีหรือไม่"
 
           "ได้สิ"ซูอวิ้นซีตอบรับแทบจะทันทีสามปีมานี้นางได้พบจวงเมี่ยวเจียงน้อยครั้งมาก ในเมื่อไม่มีใจทำงานเช่นนี้ออกไปพบสหายก็เป็นเรื่องดี"รอสักครู่"

            "อวิ้นซีให้ซือซือตามไปด้วยเถอะ เรื่องใต้เท้าเซียวข้าจัดการที่เหลือเอง"ครั้งนี้เจาจิงคุณไม่ตามออกไปด้วย ไม่ใช่เพราะมีเรื่องต้องจัดการหรือสิ่งใดแต่ตนเคยสัญญากับตนเองแล้ว 

            ขอเพียงอวิ้นซียอมลืมตาขึ้นมาอีกครั้งจะตัดสินใจทำสิ่งใดตัวมันจะไม่ขัดทั้งสิ้นหากหลางหย่งจิ้นทำให้อวิ้นซีมีความสุขได้แล้วล่ะก็ตัวมันยินดีที่จะถอยออกมาแล้วหลีกทางให้

            กงกงข้างกายองค์ชายสามมองคนที่ติดตามใต้เท้าหลางออกมาอย่างตกตะลึงแม้อยู่ในชุดเรียบง่ายไม่มีเครื่องประดับบ่งบอกยศศักดิ์ ตัวมันไม่มีทางลืมใบหน้าขององค์หญิงหนึ่งเดียวของแคว้นไปได้ สามารถเชิญตัวอวิ้นซีกงจู่ผู้นี้ออกมาได้คุณชายใหญ่บ้านหลางผู้นี้ไม่ได้ธรรมดาแน่แล้วอย่างน้อยก็ในสายตาตนเอง

            เบี้ยงหลังที่เดินตามมาอีกผู้หนึ่งกวาดตาดูครั้งเดียวก็พอจะบอกได้ว่าคือจื่อซือซือหงส์ทมิฬหนึ่งในสี่จตุรเทพแห่งกองกำลังอินทรีดำ เดินมาส่งทั้งสามที่รถหน้าที่ของมันยังไม่จบยังต้องกลับไปรายงานนายเหนือหัวอีก หูแว้วได้ยินเสียงใต้เท้าหลางสั่งคนขับบ้านตระกูลจวงคือจุดหมายปลายทาง

            ตระกูลจวงไม่ได้อยู่ในย่านของชนชั้นสูงแต่อยู่ในย่านการค้าดังนั้นยิ่งใกล้ถึงจุดหมายปลายทางสองข้างทางยิ่งคึกคักไปด้วยผู้คน สามในสี่ของร้านค้าแถบนี้เป็นของตระกูลจวงทั้งสิ้นส่วนคนที่บริหารงานในปัจจุบันก็ไม่พ้นจวงเมี่ยวเจียงผู้เป็นสหาย

            ไม่ต้องมีการนัดพบล่วงหน้าเพียงแค่ผู้มาเยื่อนเป็นซูอวิ้นซีพ่อบ้านก็นำทางเข้าไปในจวนอย่างนอบน้อม"อวิ้นซีมาได้อย่างไร"ผ่านไปนานเท่าใดจวงเมี่ยวเจียงก็ยังเป็นเช่นวันวานห้องรับรองเต็มไปด้วยหนังสือและข้าวของที่ดูอย่างไรก็ไม่ใช่ของชาวแผ่นดินใหญ่บอกถึงรสนิยมของเจ้าของเป็นอย่างดี

            "ข้ามากับหย่งจิ้น"

            "หย่งจิ้น!!"เบนสายตาไปเบื้องหลังก็เห็นคนที่อีกฝ่ายกล่าวถึง"ที่แท้ใต้เท้าหลางนี่เอง ไม่ได้พบไม่ได้พบไม่กี่เดือนท่านพัฒนาขึ้นมาก"คราวที่แล้วยังเป็นคุณชายใหญ่หลางมาคราวนี้กลายเป็นหย่งจิ้นเสียแล้วนางคงพลาดไปเยอะทีเดียว

            "คุณหนูเจียงชมเกินไปแล้ว"หลางหย่งจิ้นตอบรับโดยดีทั้งคำพูดและแววตาล้อเลียนของอีกฝ่ายทำการค้ากับตระกูลจวงมานาน ทำงานร่วมกันกับอีกฝ่ายมาก็ไม่น้อยจึงได้รู้ว่าท่าทางหยิ่งยโสเชิดหน้าไม่ยอมค้อมหลังของอีกฝ่ายเป็นเพียงฉากหน้าแท้จริงแล้วเป็นมิตรมากทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับความหน้าเลือดของผู้เป็นบิดา

            "หย่งจิ้นท่านมีธุระมาพบพี่เมี่ยวเจียงมิใช่หรือพวกท่านคุยกันก่อนก็ได้"

            มองหน้าคุณชายใหญ่บ้านหลางเพียงครู่เดียวจวงเมี่ยวเจียงก็ดูออกว่าธุระอะไรที่ว่านั้นไม่มีหรอกเพียงข้ออ้างที่ใช้ชักชวนซูอวิ้นซีออกมาเท่านั้นแหละ"ช่างเถอะข้ากับคุณชายหลางเจอกันบ่อยค่อยคุยกันยังไม่สาย ดูเจ้าสิอวิ้นซีสีหน้าซีดยังกับคนป่วยมีสิ่งใดไม่สบายใจหรือ"

            คนตรงหน้าไม่ตอบทั้งยังหน้าซีดเอาซีดเอาจวงเมี่ยวเจียงก็ไม่กล้าถามต่อ"ข้าไม่อยากรู้แล้ว อย่าได้ร้องออกมาเชียวฝูเป่ากับท่านลุงจงจะได้ถือมีดมาบั่นคอข้าพอดี"

            "เจ้าไม่มีเรื่องอยากพูดแต่ข้ามีนะอวิ้นซี ช้าอยากขอร้องเจ้าสักเรื่อง"สีหน้าของจวงเมี่ยวเจียงจริงจังจนตนปรับอารมณ์แทบไม่ทัน

            "ว่ามาสิหากช่วยได้ข้าจะช่วยพี่เมี่ยวเจียงเต็มที่"หากไม่เหลือเหลือบ่ากว่าแรงจวงเมี่ยวเจียงคงไม่ขอให้ตนช่วย

            "ข้าอยากแต่งงาน"

            "หา...พี่เมี่ยวเจียงว่าอย่างไรนะ"







            ฝันดีล่วงหน้านะคะอัยย์รักรีทน้า  วันนี้มาลงเช้าหน่อยนะคะ





            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #707 เซโนะ (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 04:04
    แต่งกับพี่ชายนางเอกป่ะ
    #707
    1
    • #707-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 62)
      14 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:50
      อ่านต่อเลยค่ะเฉลยไวมาก
      #707-1
  2. #662 .Kalanchoe (@Aikaterina) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 18:49
    เงออ~หืมม??
    #662
    1
    • #662-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 62)
      18 มกราคม 2560 / 21:43
      มาต่อแล้วน้อจะได้ไม่งง
      #662-1
  3. #661 novellover (@Novellover) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 12:59
    แต่กับใครละเนี่ยพี่ชายเหรอ
    #661
    1
    • #661-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 62)
      18 มกราคม 2560 / 21:43
      น่าสนนะคะ
      #661-1
  4. #660 triratpay (@triratpay) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 12:18
    รออค่าาา
    #660
    1
    • #660-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 62)
      18 มกราคม 2560 / 21:42
      ขอบคุณนะคะ
      #660-1
  5. #659 NookMeow (@Puntachart) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 11:58
    คงไม่ใช่อยากแต่งกับหย่งจิ้นหรอกนะ
    เชียร์หย่งจิ้นกับอวิ้นซีค่า อาคุณเป็นแบคอัพ
    #659
    1
    • #659-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 62)
      18 มกราคม 2560 / 21:42
      ถ้าใช่อัยย์ว่าคงไม่กล้าพูดต่อหน้าขนาดนี้หรอกค่ะ นั่นเก็ดูมั่นเกิ้น
      #659-1