眼泪(อัสสุชลจอมนาง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 182,032 Views

  • 1,174 Comments

  • 3,376 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    417

    Overall
    182,032

ตอนที่ 72 : 72

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2782
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    5 มี.ค. 60

72




          ขอโทษที่หายไปเกือบอาทิตย์โดยไม่แจ้งไว้ก่อนน้า ช่วงนี้ติดสอบย่อยแยอะมากค่ะส่วนใหญ่เป็นปฏิบัติด้วยไม่มีเวลามาลงให้เลย





            ตื่นขึ้นมารอบกายก็มีแต่กลิ่นยาสมุนไพรข้างเตียงมีคนเฝ้าพร้อมหน้าทั้งท่านพ่อ เสด็จย่า อาคุณ สี่จตุรเทพอยู่กันครบทีเดียว ช่วงนี้ได้กลิ่นยาบ่อยจนนับได้ว่าตนนั้นตกลงสู่คราวเคราะห์ที่ทำให้เจ็บตัว

            "ทำให้พวกท่านเป็นห่วงอีกแล้ว"หลังคอยังปวดหนึบคนที่ลงมือฟาดมาไม่ได้ออมแรงสักนิด หากที่ใช้คราวนี้เป็นอาวุธไม่ใช่แค่ฝ่ามือตอนนี้คงได้ไปเข้าเฝ้าท่านพญายมราชแล้ว อวิ้นซีคิดตื้นเขินจนตกลงในกับดักอีกฝ่ายก็คิดมากเกินจนทำให้ตนรอดมาได้เช่นกัน

            หากมิได้ตั้งใจใช้เรื่องนี้เพื่อป้ายสีผู้คนไปทั่วแล้วลงมือให้นางตายด้วยดาบหรือกระบี่แล้ว ชีวิตนี้ไม่มีทางที่จะรอดมาได้เลย พวกเขาเสียโอกาสอันดีที่จะกำจัดหนามยอกอกอย่างนางไปเสียแล้ว นอกจากนั้นยังโผล่หัวเผยหางที่เก็บไว้มานานออกมา ที่เจ็บคราวนี้จึงไม่ใช่เสมอตัวแต่ได้โยนหมากตัวหนึ่งมาให้ตนได้สร้างแต้มต่อให้ฝั่งของนาง

            นึกถึงเสียงนาฬิกาที่ได้ยินก่อนสิ้นสติก็กวาดสายตามองไปจนรอบ เขาไม่ได้รวมอยู่ในกลุ่มคนในห้องนี้ฉะนั้นเสียงนั่นคงเป็นตนคิดเพ้อฝันไป อาคุณกลับมาก่อนเวลาคนที่ช่วยตนออกมาจะเป็นใครไปได้อีก

            "อาคุณข้าขอโทษที่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ไม่ได้"ถึงจะไม่ได้โยนตัวเองไปหาปัญหาแต่การขาดความรอบคอบก็นับเป็นความผิดได้ มือที่กุมไว้เย็นจัดกว่าของตนที่เป็นคนป่วย"ขอบคุณเจ้ามากที่ช่วยข้าเอาไว้....อีกครั้ง"ปีศาจร้ายที่ไล่ฆ่าฟันอริราชอย่างเลือดเย็นหรือ แม่ทัพไร้พ่ายผู้ไร้หัวใจหรือ หากเป็นเช่นนั้นจริงความหวาดหวั่นในดวงตาสีเดียวกับท้องทะเลคงเป็นเพียงภาพลวงตากระมัง

            "คนที่อวิ้นซีต้องขอบคุณหาใช่ข้าไม่ ใต้เท้าหลางเป็นผู้นำท่านออกมาจากตำหนักเทียมฟ้า"เจาจิงคุณไม่คิดจะยักยอกเอาความดีความชอบนี้ไว้ เป็นผู้ใดช่วยก็ไม่สำคัญอวิ้นซีปลอดภัยอย่างไรจะสำคัญได้อีก กระชับมืออีกฝ่ายให้แน่นเข้าจนรับรู้ถึงชีพจรที่ส่งผ่านมาก็คลายมือและผ่อนแรงลง

            "อวิ้นซีไม่เป็นอันใดก็ดีแล้ว ฮ่องเต้จะได้หาตัวคนทำผิดออกมาได้อย่างหมดห่วง"ไทเฮาพูดถึงการหาตัวตนผิดมารับโทษบรรยากาศก็หนักอึ้งทันควัน พระขนงของเสด็จพ่อหาได้ขมวดเข้าแต่ตรงกลางหว่าคิ้วฉายชัดถึงความเยียบเย็น ในพระทัยคนร้อนไปด้วยไฟโกรธาแล้ว

            "ฟาดเคราะห์คราวนี้ก็ด้วยบารมีของเสด็จพ่อเสด็จย่า เรื่องนี้เกี่ยวพันธ์กับหน้าตาราชวงศ์อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลย"จะสืบสาวเอาคนที่วางแผนใหญ่ครั้งนี้ออกมาไม่รู้จะต้องกวาดล้างขุมอำนาจในวังไปสักเท่าใด เพียงชีวิตของบุตรีบุญธรรมผู้หนึ่งจะสืบสาวเอาให้ถึงต้นตอควานหาตัวคนบงการในน้ำขุ่นฮ่องเต้อาจยอมแต่ไทเฮาจะยอมได้หรือ วังหลวงคือสนามต่อสู้ใหญ่ที่ต้องคำนวนตัวหมากที่จะใช้ให้ดีตัวหมากที่ทำมีเป็นโอนอ่อนเช่นไทเฮานั้นควบคุมยากที่สุดหรือไม่ใช่

            "หน้าตาของราชวงศ์แล้วอย่างไร พ่อกักตัวคนที่มาร่วมงานเอาไว้หมดหากจับมาคาดคั้นทีละตัวทีละตนแล้วยังลากเอาคนชั่วช้าสารเลวออกมาไม่ได้จึงจะถือว่าเสียหน้า"ได้ยินฮ่องเต้แทนตนว่าพ่อไทเฮาที่เปิดปากเหมือนจะกล่าวสิ่งใดก็ไม่แปร่งออกมาแม้หนึ่งคำ

            มีองค์ชายมากมายทั้งในและนอกรั้ววังหลวงที่ได้ชื่อว่าเป็นที่โปรดปราน แต่ถึงกระนั้นไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ทรงมอบความเมตตาและเอื้อเอ็นดูมากเพียงไรอย่างมากก็ใช้เพียงคำว่าบิดาไม่เคยเอ่ยคำสามัญเช่น'พ่อ'เลยสักคราเดียว

            เทียบน้ำหนักของกู้หลุนกงจูผู้หนึ่งกับความวุ่นวายอันยาวนานที่จะตามมาแม้แต่หลานในสายเลือดเหออวี้ไทเฮาก็สละได้ แต่หากต้องชั่งน้ำหนักซูอวิ้นซีกับเรื่องนี้แล้วเมื่อนำมาผนวกกับความรู้สึกของฮ่องเต้....พระองค์ไม่ทรงพระทัยร้ายมากพอ เพราะบุตรคนนี้บอบช้ำเพราะตัวพระนางมามากเกินกว่าจะทำสิ่งใดได้ลง

            แม้จะไม่ได้ชอบพอรักใคร่อีกฝ่ายมากมายแต่ก็หาได้เกลียดชัง คราวนี้จะยอมหลับตาให้ข้างหนึ่งกับเจ้าเด็กเจ้าเลห์ซูอวิ้นซีกล่าวดักไว้ก่อนตนจึงพูดสิ่งใดไม่ได้แต่ก็ไม่ใช่ว่าไร้หนทาง หากพระองค์คิดจะงัดข้อยังมีหลายสิ่งที่จะทำได้ มองคนที่ช่วงนี้พบหมอหลวงบ่อยเหลือเกินก็คิดว่าปิดตาข้างเดียวปิดหูอีกข้างคงไม่พออาจต้องลงมือช่วยเสียด้วยซ้ำ

            บางที่ที่ทรงพระทัยอ่อนถึงเพียงนี้คงเป็นเพราะไม่มีหลานสาวสักคนเลยกระมัง พอมีเด็กสาววัยเยาว์มาออดอ้อนเอาใจก็อดไม่ได้ที่จะยอมอ่อนยอมงอลงสักหน่อย







            ด้านนอกฟ้าใกล้สางมือจะสะอาดหรือเปื้อนก็ไม่มีผู้ใดหลับตานิทราได้ลง ตั้งแต่อาทิตย์ลับขอบฟ้ามาจนถึงเวลาที่แสงแรกจับขอบนภาอีกครั้งแขกผู้มาร่วมงานจะสูงต่ำดำขาวล้วนแล้วแต่ถูกกักไว้ในเรือนรับรองไม่มีผู้ใดนั่งได้ติดไม่มีหัวใจใครที่แต้นอย่างสงบ

            คุณหนู ท่านหญิง และฮูหยินที่มาร่วมในงานเลี้ยงถูกกันไว้ในส่วนของวังหลังเช่นกันฉีกุ้ยฮวานั่งอยู่ในห้องรับรองอย่างสงบไม่มีทีท่าวุ่นวายเท่าผู้เป็นมารดา มือประสานกุมไว้ที่หน้าตักเอนหลังพิงเบาะเนื้อนุ่มแล้วรอเวลาของการไต่สวน

            วังหน้ามีฮ่องเต้เป็นผู้จัดการวังหลังเองก็อยู่ในความรับผิดชอบของไทเฮา

            เว่ยรุ่ยเหลยมองสะใภ้สองคนแล้วนึกเปรียบเทียบจางซุ่ยเล่อนั้นนิ่งสงบวางตัวได้เหมาะสมกับตำแหน่งฮูหยินจวนขุนนางใหญ่ ฉางหัวหลันกลับดูลุกลี้ลุกลนอย่างกับทำสิ่งใดผิดมองแล้วรู้สึกระอาท่าทางเช่นนั้น แม้ไม่ทำสิ่งใดผิดก็ยังดูน่าสงสัยเพียงแต่อนุฉางก็เป็นเช่นนี้มานานแล้วคนเช่นนี้ทำงานใหญ่ไม่ได้พอกับที่จะไม่ทำความผิดใหญ่หลวงไม่ได้เช่นกัน

            มองไปยังหลานสาวหนึ่งเดียวที่ยังเหลืออนู่ในจวนกุ้ยฮวานิ่งสงบไม่แพ้เว่ยรุ่ยเหลย เมื่อพี่สาวคนโตถูกแต่งตั้งเป็นพระสนมในวังหลังและเหลือนางอยู่เพียงผู้เดียวเด็กคนนี้ก็ฉายประกายความโดดเด่นที่เก็บงำเอาไว้ออกมา ทำให้ลืมความโง่งมเก่าก่อนไปเสียสิ้นกลายมาเป็นหลานสาวหนึ่งเดียวที่น่าภาคภูมิใจของจวนตระกูลฉี

            ในด้านความงามนางเทียบฉีจื่อฟูไม่ได้ในด้านความฉลาดเฉลียวก็ไม่อาจเทียบอวิ้นซีกงจู่ แต่ฉีกุ้ยฮวาก็โดดเด่นในแบบของตัวเอง รอยลักยิ้มที่กดอยู่บนทั้งสองข้างแก้มยามแย้มยิ้มให้ความรู้สึกน่าทะนุถนอม เมื่อสลัดเอาท่าทีตื่นกลัวหัวอ่อนออกการวางตัวที่ไม่มากไม่น้อยก็ดูน่ามองชวนเอ็นดู

            เจ้าของลักยิ้มตรงข้างแก้มลืมตาขึ้นมามองแสงที่ที่เริ่มรอดเข้ามาทางหน้าต่างที่บุด้วยกระดาษโปร่งฉลุลายคดเคี้ยว ดวงตากลมโตยังเหลือรอยลังเลไม่ตัดสินใจในมือที่ประสานกันมีกระดาษแผ่นเล็กที่แนบมาพร้อมสำรับอาหาร เพราะเหงื่อจากฝ่ามือทำให้ตอนนี้ไม่สามารถอ่านได้แล้วแต่เนื้อความด้านในยังคงอยู่ในความทรงจำครบถ้วนทุกตัวอักษร

            ฉีกุ้ยฮวาเพียงอยากมีชีวิตอย่างสงบสุขแต่งงานกับขุนนางชั้นน้อยสักคนในฐานะฮูหยิน เห็นตัวอย่างจากพี่สาวทั้งสองแม้จะมีเกียรติและความสูงส่งนางก็ไม่คิดจะก้าวตามนางต้องการและปรารถนาในชีวิตสามัญที่เป็นสุข แต่ครั้งนี้ฉีจื่อฟูก่อเรื่องครั้งใหญ่

            หากจะไม่ให้ทำสิ่งใดเลยไม่เพียงแต่ตระกูลฉีที่ต้องรับกรรม ตระกูลเว่ยของท่านย่าก็หนีไม่พ้นเช่นกันดวงตาดอกท้อสั่นไหวยามนึกถึงผู้เป็นพี่สาวนางกำลังลังเล

            "คุณหนูสาม เชิญเจ้าค่ะ"

            ผู้อื่นออกไปจนหมดแล้วนางกำนัลที่รับหน้าที่นำทางจึงกระตุ้นเตือนบุคคลเหม่อลอยจนไม่รู้ตน แม้กู้หลุนกงจู่จะเปลี่ยนไปใช้แซ่ซูแต่สกุลฉีก็ยังเป็นบ้านเดิมทั้งยังฉีเจี๋ยยวี๋อีกเล่า ยิ่งในเวลาเช่นนี้นางก็ยิ่งไม่กล้าล่วงเกิน

            "ขอบใจพี่สาวมาก"ถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจให้ดีแล้ว กระดาษแผ่นน้อยถูกขยำโยนออกไปในอีกทางมือบางก็ลูบผ้าเช็ดหน้าในแขนเสื้อเพื่อลบรอยเปื้อนของหมึก

            "นู๋ไม่กล้า เชิญเจ้าค่ะ"พูดว่าไม่กล้าๆไม่ขาดปากแต่ท่าทีก็ยังเร่งอยู่ในตัว ในเวลานี้การพิรี้พิไรทอดเวลาไม่ใช่การดียิ่งรับรู้ว่าไทเฮากำลังเสด็จยิ่งไม่ควร





            หลังจากนี้อัยย์น่าจะหายไปสักพักเลยน้าใกล้วสอบแล้วเนื้อหาที่ต้องอ่านเยอะมากกกกก ขอโทษด้วยน้า




                                           
ขอแอบโฆษณานิดนึงค่ะ อันนี้ของอัยย์เองค่ะใครสนใจติดต่อได้น้า
แต่อย่าไลน์มาทวงนิยายนะคะจะส่งข้อความมาคุยก็ได้ไม่ว่ากัน

             






             รักรีทนะคะ 
             ฝันดีล่วงหน้าค่ะ

            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #745 rin--jung (@rin--jung) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 15:52
    ท่านหลางหายไปไหน
    #745
    1
    • #745-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 72)
      16 มีนาคม 2560 / 14:24
      อ่านจากคำตอบเม้นบนเลยค่ะขอไม่พิมพ์ซ้ำน้า
      #745-1
  2. #744 หมูหนิงกินน้ำ (@sucawadee38) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 12:12
    รอแล้วรอเล่า
    พ่อพระเอกหายไปเลยยยย
    #744
    1
    • #744-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 72)
      16 มีนาคม 2560 / 14:23
      เฮียถูกฮ่องเต้ดักไปแล้วม้างงงวง ล้อเล่นค่ะอวิ้นซีอยู่ตำหนักชิดจันทร์ของซูเฟยปกติผู้ชายไม่มีสิทธิเข้ามาอยู่แล้วค่ะ ยิ่งพระสนมคนโปรดด้วยแล้ว ส่วนจิงคุณนั้นเป็นข้อยกเว้นค่ะเพราะต้องตามปกป้องอวิ้นซี
      #744-1