眼泪(อัสสุชลจอมนาง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 182,147 Views

  • 1,174 Comments

  • 3,377 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    532

    Overall
    182,147

ตอนที่ 74 : 74

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2882
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    20 มี.ค. 60

74






           เสียงเล็กเอ่ยขึ้นมาอย่างกล้าๆกลัวๆแต่ในสถานที่ที่เงียบจนแทบไร้เสียงลมหายใจเช่นนี้ย่อมได้ยินชัดโดยทั่วกัน"ทราบเพคะ พี่ใหญ่ทราบดีว่าขนมยัดใส้ท้อนั่นผสมเมล็ดสือหลิว แล้วก็ทราบดีด้วนว่าพี่รองไม่ถูกโรคกับของสิ่งนี้"ได้ยินฉีกุ้ยฮวาเอ่ยเช่นนี้ซูอวิ้นซีก็ยกยิ้ม 

           น้องสามเลือกได้ฉลาดแม้ว่าจะไม่สามารถคาดคั้นเอาได้ในตอนนี้แต่หากฝ่าบาทจะสืบเค้นเอาความจริงอย่างไรก็ต้องโยงใยเข้าด้วยกันได้ เมื่อถึงตอนนั้นทุกคนจะถูกโยนลงโคลนกันหมดดังนั้นหากเลือกยืนอยู่ฝั่งเดียวกับนางตั้งแต่ต้นตระกูลฉีของบิดาและตระกูลเว่ยของท่านย่ายังพอละเว้นได้ การให้กุ้ยฮวาได้เลือกตือการเหลือทางถอยให้อีกฝ่ายและน้อยน้อยผู้นี้ก็ไม่ทำให้นางผิดหวัง

           "พูดอะไรของเจ้า"ไม่รู้ว่าจางซุ่ยเล่อคว้าแขนของน้องเล็กแรงเพียงใดแต่ฉีกุ้ยฮวานั้นเซถลาได้ตรงจังหวะนัก ทั้งน้ำตาที่เอ่อคลอดวงตาอีกเล่าน้องสาวของนางผู้นี้ไม่ธรรมดาอย่างที่คิดเสียจริง

           "ข้าเพียงพูดความจริงเท่านั้นแม่ใหญ่ พี่ใหญ่รู้ก่อนแล้วว่าขนมของท่านย่าทำขึ้นนี้จะให้พี่รองทานไม่ได้เด็ดขาด"เสียงกุ้ยฮวาสั่นไหวไม่แพ้ดวงตาดอกท้อหยาดน้ำตาเม็ดโตหยดเผาะดูน่าเวทนาเป็นที่สุด

           "กุ้ยฮวาตลอดมาข้าเป็นพี่ที่ใจร้ายรังแกเจ้าหรือก็เปล่า รู้หรือไม่ว่าเรื่องนี้ใหญ่เพียงใดเอามาพูดเล่นได้หรือ"ฉีจื่อฟูไม่คิดว่าน้องสามที่อ่อนแอจะเป็นฝ่ายออกมาพูดเช่นนี้แต่ก็ยังรักษาท่าทีของตนไว้อย่างสุดความสามารถ แล้วหันไปทางเจ้าชีวิตพร้อมร้องขอเสียงแผ่ว"ฝ่าบาทโปรดให้ความเป็นธรรมแก่หม่อมฉันด้วยเพคะ"

           "คุณหนูฉีรู้หรือไม่ว่าข้อหาเท็ขทูลเบื้องสูงมีความผิดสถานใด"

           "ทูลไทเฮา กุ้ยฮวาทราบดีเพคะ แต่ครั้งนี้พี่ใหญ่ก่อเรื่องใหญ่ที่อาจจะทำให้ท่านย่ากับท่านพ่อต้องเดือดร้อนไปด้วย"ฉีกุ้ยฮวาหันไปทางพี่สาวคนโตแล้วพูดต่อ"เรื่องนี้ถึงอย่างไรน้องก็ช่วยท่านพี่ไม่ได้จริงๆ"

           "ฉีเจี๋ยยวี๋ยังมีสิ่งใดจะแก้ตัวอีกหรือไม่"

           "เพียงแค่อวิ้นซีกงจู่ทานขนมที่ทำให้มีอาการแพ้เล็กน้อยชิ้นหนึ่งโดยบังเอิญจะทรงหมายรวมกับเรื่องใหญ่ไม่ได้นะเพคะ"ฉีจื่อฟูไม่ยอมรับหากยอมรับในตอนนี้อย่างไรก็ไม่พ้นโทษตาย ร่วมมือคิดการใหญ่สังหารหน่อเนื้อเชื้อพระวงค์แม้แต่ศพก็คงไม่สมบูรณ์"จื่อฟูเพียงเละเลือนลืมไปว่ากู้หลุนกงจู่แพ้ขนมที่ผสมเมล็ดสือหลิวแต่ก็หาได้มีส่วนกับเรื่องอื่นนะเพคะ"

           "ข้าทานขนมชิ้นหนึ่งเข้าไปโดยบังเอิญ ทำให้ต้องออกจากงานก่อนเวลาโดยบังเอิญ หลังงานเลี้ยงหรงหวาจำเป็นต้องจัดการของขวัญและเทียบเชิญโดยบังเอิญ ไป่หลางเองก็ต้องส่งฮูหยินเฟิ่งออกนอกวังโดยบังเอิญ จึงไม่มีใครอยู่ข้างกายโดยบังเอิญ และไฟก็ไหม้ตำหนักเทียมฟ้าโดยบังเอิญเช่นนี้ถูกแล้วใช่หรือไม่"ฉีจื่อฟูไม่ได้ถูกยืมมือจากการสังเกตมาตลอดทำให้รู้ว่านางรู้ และให้ความร่วมมือแต่โดยดี คำว่าปราณีถูกปัดออกจากสมองแทบจะทันที"คำว่าบังเอิญช่างน่ากลัวฉีเยี๋ยยวี๋คิดเหมือนกันกับเปิ่นกงหรือไม่"

           "ฝ่าบาทเรื่องนี้จื่อฟูไม่รู้จริงๆนะเพคะหม่อม...."คนที่นั่งเงียบมองการตัดสินคดีโดยไม่เอ่ยสิ่งใดมองนางด้วยสายตาว่างเปล่าจนทำให้รู้สึกถึงความเย็นที่ไล่มาจากปลายนิ้วสู่ขั้วหัวใจ ไม่ว่านางจะได้ลงมือทำสิ่งใดหรือไม่ฝ่าบาทก็ตัดสินใจเอาไว้แต่แรกแล้ว 

           ทรงเสด็จมาที่นี่เพื่ออวิ้นซีกงจู่ไม่ว่านังนั่นจะชี้นิ้วไปที่ใครฝ่าบาทก็พร้อมยอมเชื่อตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่ว่าจะดินรนอย่างไรก็ไม่เป็นผล ฉีจื่อฟูมองไปยังเสาต้นใหญ่ที่กลางห้องโถงแล้วตัดสินใจพุ่งตัวออกไปหมายจะปลิดชีพตนเอง เลือกระหว่างถูกทรมานเค้นหาความจริงกลับตายในตอนนี้ทั้งชื่อเสียงที่ยังใสสะอาดนางเลือกข้อหลัง

           ยังไม่ทันที่จะพุ่งตัวไปถึงมือข้างหนึ่งกกระชากร่างนางและโยนลงบนพื้นอย่างไม่ออมแรงทำให้จุกจนขยับร่างกายต่อไม่ได้ 

           ไม่ว่าการแตะเนื้อต้องตัวสตรีของฝ่าบาทจะผิดกฎข้อห้ามอันใดคนที่ยึดตัวฉีเจี๋ยยวี๋ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจ"หากเจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วเจิ้งก็หาได้ขัดขวางเพียงแต่ช่วยให้ความร่วมมือกับการสอบสวนก่อน"ซูหนานตี้ได้ตัดสินแล้วว่าชีวิตของคนตรงหน้ามีค่าเพียงเท่านั้น 

           คำพูดนี้ใจร้ายนักใจร้ายมากจนทำให้หลงลืมความเจ็บปวดจากแรงที่กดแขนอย่างแรงไม่ให้ขยับไปเสียสิ้น ราวกับฝ่าบาทที่นางรู้จักเป็นเพียงภาพลวงตารอยยิ้มอ่อนโยนสุรเสียงใจดีเป็นเพียงภาพฝัน

           ฉีจื่อฟูหยุดดิ้นรนนานแล้วแต่เจาจิงคุณก็ยังยึดตัวอีกฝ่ายไว้แน่นแรงที่ใช้ไปไม่น้อยเลยแม้ไม่มากพอหักกระดูดแต่อย่างน้อยต้องเจ็บจนร้อง น่าแปลกที่ไม่มีเสียงใดถูกเปร่งออกมาราวกับร่างเล็กกระจ้อยร่อยที่จับยึดไว้ราวกับร่างนี้ปราศจากแล้วซึ่งวิญญาณ

           เทียบกันที่อายุฉีจื่อฟูนั้นแก่ปีกว่าอวิ้นซีก็จริงแต่หากเทียบกันด้วยประสบการณ์แล้วเจี๋ยยวี๋ผู้นี้เป็นเพียงแค่เด็กที่ถูกผลักเข้ามาในสังเวียนของผู้ใหญ่ ตั้งแต่เล็กจนโตฉีจื่อฟูไม่เคยต้องดิ้นรนนางถูกวางไว้ในฐานะผู้ชนะตั้งแต่ก่อนลงสนาม ไม่ว่าในเรื่องใดจะมีมารดาคองจับบิดาคอบประคองทั้งชีวิตมีทั้งสองมือของพ่อแม่ประคับประคองโอบอุ้มให้ปลอดภัย

           ต่างกับนางและน้องสามโดยสิ้นเชิงนางรู้จักคำว่าสูญเสียตั้งแต่ยังน้อยต่อสู้ดิ้นรนตั้งแต่ยังมีเพียงแค่หนึ่งสมองและสองมือ สิ่งแวดล้อมผลักดันให้จำเป็นต้องเติบโตสถานการณ์บังคับให้ตัวตนของนางแข็งกร้าว ไม่ต่างจากน้องเล็กที่ต้องเรียนรู้การวางตนตั้งแต่ยังน้อยเรียนรู้ที่จะหาทางเอาตัวรอดจากปากเหยี่ยวปากกาตั้งแต่เล็ก สิ่งเหล่านี้ฉีจื่อฟูไม่เคยสัมผัส

           ฉีจื่อฟูไม่เคยล้มนางจึงยืนหยัดและลุกขึ้นมาใหม่ไม่ได้ต่างจากตนที่ล้มลงคลุกฝุ่นจนชินเสียแล้ว หลักฐานในตอนนี้อย่างไรก็ยังอ่อนถ้าเป็นผู้เจนสนามเสียหน่อยย่อมหาทางดิ้นรนจนได้ โชคร้ายที่เทพธิดาสวรรค์ผู้นี้ไม่มีโอกาสปล่อยให้ประสบการณ์ขัดเกลาตัวนางอีกแล้ว

           มองดูคนที่วันหนึ่งนางเคยเรียกอย่างสนิทชิดเชื้อว่าพี่ใหญ่ส่วนหนึ่งของใจนางยังสงสารเพียงแต่ซูอวิ้นซีเลือกที่จะไม่ใจอ่อน 





           ได้เห็นภาพอดีตพระสนมคนโปรดถูกลากออกไปต่อหน้าต่อตาคงทำให้วังหลังนิ่งสงบไปอีกพักใหญ่ คนที่พอใจที่สุดในเรื่องนี้หนีไม่พ้นไทเฮานานแล้วที่พระหมื่นปีไม่ได้มีโอกาสได้ใช้อำนาจของตราประทับหงส์ให้เป็นที่ประจักษ์ การได้เชือดไก่ในครั้งนี้สร้างความพึงพอใจให้มากพอที่จะกลบความไม่พอใจในตอนต้น และเป็นแรงขับดันให้ช่วยหลับหูหลับตาจัดการตามที่หลานสาวนอกสายเลือดต้องการได้สักครั้ง

           "ไทเฮาเคยถามหม่อมฉันว่าเข้ามาในวังด้วยเหตุใดครั้งหนึ่งยังทรงจำได้ไหมเพคะ"อวิ้นซีไม่เคยตอบหรือคิดจะบอกจนกระทั่งวันนี้ นางเคยคิดว่าถ้าพยายามอย่างสุดแรงทุ่มจนสุดใจแล้วไม่ว่าเรื่องใดก็จัดการได้ทั้งสิ้น ในความเป็นจริงหลายเรื่องไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียวการพึ่งพิงผู้อื่นไม่ใช่ความคิดที่เลวร้าย เมื่อเกือบต้องสิ้นชีพภายใต้เปลวเพลิงนางก็คิดได้

            "อ้ายเจี่ยย่อมจำได้ดี"ฮ่องเต้นำเอาเด็กสาวที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาเข้ามาอยู่ในวังหลวงพร้อมทั้งมอบยศกู้หลุนกงจู่ที่แทบจะเทียบเท่าองค์รัชทายาทให้จะไม่ให้ตนเป็นกังวลเลยก็ผิดวิสัย 

           "เรื่องการรวบรวมห้าแคว้นเสด็จย่าคงทราบดีแล้ว"แม้ไทเฮาจะเป็นคนที่เลือกฝ่ายขุนนางที่ตนยืนอย่างชัดเจน แต่ไม่เคยแทรกแซงงานราชกิจเพื่อบ้านเดิมเลยสักหน ทรงชั่งน้ำหนักความรักที่มีต่อครอบครัวและความภักดีที่มีต่อแผ่นดินได้อย่างเที่ยงธรรมดังนั้น ท่านพ่อไม่มีเหตุให้ต้องปิดเรื่องนี้ออกจากพระเนตรพระกรรณ

           "ฮ่องเต้ได้เคยบอกเอาไว้แล้ว"

           "เรื่องนั้นเป็นเพียงเหตุรองเท่านั้นเพคะอวิ้นซีเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมที่พวกเขาหยิบยกมาใช้ ตัวคนคนหนึ่งมีชีวิตจิตใจเป็นของตนเองใครเล่าจะอยากอยู่ในสนามที่ต้องต่อสู้ตลอดเวลา"ห้องนี้เหลือเพียงตน ไทเฮา และคนสนิทของทั้งสองฝ่ายไม่จำเป็นต้องระวังให้มากนัก"ทั้งหม่อมชั้นและท่านแม่ต้องการเพียงชีวิตสงบสุขเรื่องแผ่นดินนั้นใหญ่เกินมือเราสองแม่ลูกที่จะโอบอุ้มเอาไว้ได้"

           "เช่นนั้นด้วยเหตุใด"หากไม่ปรารถนาในอำนาจใช้ชีวิตตนเองเป็นเดิมพันด้วยเหตุใด ยังมีสิ่งใดคุ้มค่าพอที่จะเอาตนเองมายืนอยู่ตรงจุดที่โดนคลื่นซัดพายุโหมมากกว่าอำนาจอีกหรือ

           "เพราะพวกเขาไม่ละเว้นชีวิตท่านแม่เพคะ"ริมฝีปากขบกันแน่นจนเป็นเส้นตรง ไม่ว่านึกถึงกี่ครั้งก็ไม่เคยควบคุมตนเองได้เลย"ในฤดูเหมันต์คราวนั้นหม่อมฉันอยู่ในรถม้าด้วยเพคะ เกิดเป็นลูกเมียรองการได้ออกมาเที่ยวชมดอกไม้ดูหิมะไม่ได้หาได้บ่อยนัก รถม้าไม่ได้มีเบาะนวมมากพอที่จะกันความหนาวจากด้านนอกแต่อ้อมกอดท่านแม่อุ่นมาก ท่านแม่ไม่ใช่คนที่สวยที่สุดที่เคยเห็นแต่รอยยิ้มของท่านทำให้รู้สึกสบายใจที่สุด แล้วพวกมันก็มาพรากเอาทั้งหมดไป"

           "....."

           "พริบตาเดียวม้าที่ลากรถก็ส่งเสียงร้องดังลั่นทุกอย่างกลายเป็นสีแดงของเลือดเต็มไปหมด ท่านแม่กอดหลานใบ้ของแม่นมเอาไว้เป็นตัวแทนหม่อมฉัน ส่วนตัวหม่อมฉันอยู่ในอ้อมแขนของแม่นมพวกเขาเป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงจากอี้เหอชีวิตหม่อมฉันมีค่าพอที่จะตายแทนได้ในสายตาพวกเขา แม่นมยกชีวิตหลานตัวเองแทนเจ้าชีวิตอย่างไม่ลังเลแต่เมื่อเสียญาติคนสุดท้ายไปไม่นานแม่นมก็จากตาม ในวันเดียวทุกอย่างที่มีค่าที่สุดในชีวิตถูกพวกมันพรากเอาไปหมด"นางเป็นเด็กที่ยังไม่โตดีในตอนนั้นเคว้งคว้างในโลกที่ไม่เหลือใคร บิดาไม่สนใจตระกูลไม่ใยดีนอกจากหรงหวาที่ต้องพึงพากันและกันแล้วแทบจะนับได้ว่าเหลือตัวคนเดียว

           ร่างถูกดึงเข้าไปในอ้อมกอดของผู้สูงศักดิ์มือที่ประดับปลอกเล็บตบลงแผ่นหลังให้ความรู้สึกแผ่วจาง"ไม่ว่าสืบสวนแค่ไหนตามรอยเช่นไรก็ไม่สามารถลากเอาพวกมันออกมารับความผิดที่ก่อได้เลย ร่องรอยสุดท้ายชี้ทางมายังวังหลวง"น้ำเสียงนั้นสั่นไหวเจือเสียงสะอื้นไห้

           "พอแล้ว"มือตบลงบนหลังเป็นจังหวะคล้ายกล่อมเด็กตัวน้อยยามงอแง เหอออวี้ไทเฮาเข้าใจแม้ว่าจะไม่เคยพบเจอเรื่องเช่นนี้แต่ก็ทรงเข้าใจ อวิ้นซีกงจู่มักทำทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์จนนางหลงลืมไปแล้วว่าเด็กตรงหน้าอายุน้อยเพียงเท่านี้ ยังเป็นเพียงเด็กน้อยเหมือนกันกับตัวนางคราที่เหยียบวังหลวงครั้งแรก

           เด็กตรงหน้ากำลังร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมา เสมือนกับว่าไม่มีน้ำตาเหลือไว้สำหรับเรื่องนี้อีกแล้ว การร้องอยู่ด้านในนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าการกรีดร้องออกมาให้ก้องฟ้า

           "อ้ายเจี่ยจะช่วยเท่าที่ทำได้"

           มือยังคงตบหลังด้วยจังหวะดังเช่นเดิมทรงปลอบโยนด้วยความจริงใจจากพระทัยแม้ไม่อยู่ในสายตาของฝ่าบาท สายใยเริ่มผูกโยงพระองค์กับหลานสาวนอกสายเลือดผู้นี้มานานแล้วเพียงแต่คำสารภาพนี้ทำให้มันเด่นชัด

           มีใครบ้างเกิดมาโดยไม่พบเจอความสูญเสียกว่าจะกลายมาเป็นพญาหงส์ที่สูงส่งดังเช่นที่เป็นทางเดินของพระนางหาใด้ปูลาดมาด้วยกระจกแก้วอันโสภา ทรงตัดทิ้งแล้วทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นอารมณ์หรือหัวใจดังนั้นจึงบอกได้เต็มปากว่าหาได้ทรงรัก แต่ไม่กล้าพูดว่าหาได้ทรงผูกพัน

           กู้หลุนกงจู่เสด็จกลับแล้วไทเฮาก็ไม่ทรงนิ่งเฉยเค่อมามาเห็นแววพระเนตรที่ไม่ได้เห็นมานานจากผู้เป็นนาย วรกายในชุดหงส์เคลื่อนที่ไม่ช้าเช่นอายุเหออวี้ไทเฮาก้าวเท้าออกจากตำหนักไปยังเรือนสอบสวนด้วยพระองค์เอง 

           วังหลังนั้นมีเรื่องมากมายจนตัดสินความกันไม่หวาดไม่ไหวส่วนใหญ่ถูกปล่อยให้จบลงเพียงเพื่อความสงบสุขของฝ่ายในดูอย่างเรื่องของซูเฟยอย่างไรเล่า สุดท้ายก็หาได้นำตัวคนผิดมาลงโทษได้ก็ต้องปล่อยเรื่องนี้ไป เค่อมามาที่ติดตามไทเฮามานานตั้งแต่จากบ้านเดิมเห็นเรื่องเช่นนี้ผ่านตามานับครั้งไม่ถ้วน

           ไทเฮาที่มักเป็นฝ่ายเลือกจบเรื่องด้วยวิธีการเช่นนี้ยามนี้ยืนอยู่อีกฝั่งเรื่องนี้จะไปจบลงตรงที่ใด





           มาลงให้เช้าค่ะเช้าม้ากมาก อัยย์สอบเสร็จแล้วววววววววววววว 

           ขอโทษคนที่รอให้พ้นเที่ยงคืนนะคะโดนข้อสอบทำไว้สาหัสจนไม่มีอารมณ์แต่งจริงๆ





           คอมเม้นเรื่องเลขสวยมากค่ะเอามาอวด'777'

           มาลงให้ก่อนคอมเมนท์ของตอนที่แล้วตอบช่วงบ่ายๆเนาะ

           ฝันดีล่วงหน้านะคะ รักรีทน้าาา







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #785 อวี้ (@Aikaterina) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 18:55
    เห็นใจนางอะ น้ำตาซึม เข้าใจไทเฮาด้วยจริงๆ ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีนะอวิ้นซี ไรท์ด้วยนะคะ
    #785
    1
    • #785-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 74)
      21 มีนาคม 2560 / 19:43
      ขอคุณมากนะคะ
      #785-1
  2. #782 Sasiwan2507 (@Sasiwan2507) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 17:14
    ขอบคุณค่า
    #782
    1
    • #782-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 74)
      21 มีนาคม 2560 / 19:27
      ขอบคุณเช่นกันค่ะ
      #782-1
  3. #781 Angiemammy (@Angiemammy) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 16:03
    รอมานานมากๆๆๆ
    ขอบคุณนะคะ
    #781
    1
    • #781-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 74)
      21 มีนาคม 2560 / 19:27
      ด้วยความยินดีค่ะ
      #781-1
  4. #780 novellover (@Novellover) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 08:57
    ไม่อยากโหดร้ายแต่อ่อนแอปล่อยไปก็ไม่ได้
    ทุกคนมีเหตุปัจจัยของตัวเอง พี่สาวเป็นเพียงหมากเล็กๆไม่เคยลำบากดิ้นรน จึงร้ายแบบเอาตัวไม่รอด เป็นเหยื่อเป็นหมากเป็นบันไดให้คนอื่นก้าวเหยียบ
    #780
    1
    • #780-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 74)
      20 มีนาคม 2560 / 12:24
      ในมุมของจื่อฟูนางคงซ็อคเรื่องฮ่องเต้มากกว่าที่โดนจับได้อะในความคิดเราอะนะ
      #780-1
  5. #779 aunya22 (@poonim22) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 08:25
    โอ้ยน้ำตาซึม...
    #779
    1
    • #779-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 74)
      20 มีนาคม 2560 / 12:23
      ไทเฮาที่จริงใจอ่อนแล้วนะเนี่ย แค่ปากแข็ง
      #779-1
  6. #778 หมูหนิงกินน้ำ (@sucawadee38) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 07:30
    สงสารอวิ้นซี
    #778
    1
    • #778-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 74)
      20 มีนาคม 2560 / 12:22
      แต่ตอนนี้สงสารตัวเองมากค่ะ ข้อสอบ~~~~~
      #778-1