眼泪(อัสสุชลจอมนาง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 182,040 Views

  • 1,174 Comments

  • 3,377 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    425

    Overall
    182,040

ตอนที่ 79 : 79

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2660
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    6 เม.ย. 60

79





           แสงแดดรอดเข้ามาทางบานพับที่เปิดทิ้งไว้ส่วนหนึ่งปลุกร่างเล็กบนเตียงให้ตื่นจากความฝันยาวนานคงเป็นฝีมือหรงหวาเปิดทิ้งไว้ให้ มองแดดที่ภายนอกแล้วบอกได้ว่าเป็นยามสายกว่าที่เคย ถึงมีนาฬิกาติดกายแต่คนที่คะเนเวลาเองมาตั้งแต่น้อยยังชินที่จะทอดสายตาไปด้านนอกมากกว่าอยู่ดี

           นาฬิกาส่งเสียงยามที่เข็มเครื่อนตัวเมื่อเอาหูแนบไปกับตัวเรือนจะได้ยินเสียงขยับของกลไกด้านในชัดเจน ซูอวิ้นซีชอบเสียงยามที่เข็มเล็กๆเหล่านี้ขยับเคลื่อนมันทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นสงบลงและเรียกสมาธิได้เป็นอย่างดี

           มองเข็มบนหน้าปัดแล้วก็รู้ว่าสายแล้วจริงๆตอนนี้คงเริ่มประชุมขุนนางไปสักระยะแล้ว บิดลำตัวคลายความเมื่อยล้าวันนี้กลับรู้สึกว่าสิ่งที่ยึดไว้บนบ่านั้นเบาลงมาก นางหาได้ลงมือแก้แค้นผู้ใดแต่ยามที่เรื่องจบลงโดยไม่ได้ทำสิ่งใดกลับทำให้หัวใจเต้นอย่างสงบ

           "คุณหนูตื่นหรือยังเจ้าค่ะ จะรับสำรับก่อนหรือไม่เจ้าค่ะ"วันนี้คุณหนูของนางตื่นสายกว่าเคยไปมากจนเลยมือเช้าแล้ว

           "ได้เช่นนั้นก็ดี รบกวนพี่หรงหวาด้วย"เสด็จพ่อสั่งให้ตนพักผ่อนอยู่แต่ในตำหนักดังนั้นกินข้าวก่อนค่อยอาบน้ำคงไม่ผิดเท่าใด

           สำรับที่จัดขึ้นมีกับไม่กี่ชนิดแต่ล้วนเป็นของชอบที่ถูกปาก คีบเข้าปากคำแรกก็รู้ว่าทั้งหมดเป็นฝีมือสาวใช้คนสนิทหาใช่แม่ครัวคนใด"รสมือพี่หรงหวายังอร่อยเช่นเดิม"ไม่เท่าพ่อครัวจากห้องเครื่องแต่เป็นรสมือที่คุ้นชิน

           "คุณหนูชมเกินไปแล้ว"หรงหวายิ้มรับคำชมอย่างว่าง่าย รับรู้ได้ว่านายหญิงของตนในเวลานี้มีอารมณ์แจ่มใสยิ่งนัก ในสายตาตนรอยยิ้มผ่อนคลายบรรยากาศเบาสบายเช่นนี้ทำให้นายหญิงมีเสน่ห์มากยิ่งกว่าการแต่งตัวประชันความงามด้วยชุดทรงตามลำดับยศ

           "วันนี้มีสิ่งใดบ้างหรือไม่"

           "ไม่มีเรื่องน่าห่วงเจ้าค่ะ ฝ่าบาทให้สร้างตำหนักใหม่ทั้งหลังแต่ด้วยไม่อยากให้อยู่ในสถานที่ที่เคยถูกปองร้ายจึงเปลี่ยนไปต่อเติมตำหนักเมิ่งฟางเพคะ"

           "เมิ่งฟางตะวันออกจาตำหนักหลวงน่ะหรือ"ตำหนักเมิ่งฟางแทบจะค่อนไปทางด้านวังส่วนหน้าหลายยุคสมัยมักเป็นที่ประทับของพระสนมคนโปรดของแต่ละรัชการยามนี้ถูกส่งมอบมาให้ตน

           "ถูกแล้วเจ้าค่ะ ฝ่าบาททรงพระอักษรด้วยพระองค์เองเปลี่ยนชื่อตำหนักเป็นเอื้อมเมฆา"คำว่าอวิ้นซีเเปลว่าทิศทางของเมฆฝ่าบาททรงใส่ใจนายหญิงของตนยิ่งนักถึงพระราชทานชื่อเช่นนี้ให้ตำหนัก

           อวิ้นซีมองสาวใช้ที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แล้วไม่คิดจะแก้ความเข้าใจผิดอันใด เส็ดจพ่อตั้งชื่อตำหนักเช่นนี้เพราะต้องการบอกว่ายอมท่านแม่ต่างหาก ก็ท่านแม่ของนางชอบตัวอวิ้นที่แปลว่าแมฆมากกว่าตัวอวิ้นที่แปลว่าสูงส่งนี่นา 

           "มีสิ่งใดอีกหรือไม่"

           "ไม่น่าจะมีแล้วนะเจ้าค่ะ"หรงหวาทำหน้าครุ่นคิดว่าตกหล่นสิ่งใดไปบ้างหรือไม่"ช่วงนี้รู้สึกว่าซูเฟยเปลกไปอย่างไรชอบกล นอกจากนั้นก็ไม่มีสิ่งใดอีก"

           หรงหวาเองยังสังเกตได้เรื่องซูเฟยนางคงไม่ได้คิดไปเองคนเดียว เพียงแต่หากไม่เกี่ยวกับตนนางก็จะไม่เข้าไปยุ่ง ซูเฟยอยากตีตัวออกห่างหรือทำสิ่งใดหากไม่ล้ำเส้นที่ขีดไว้คงไม่คิดจะขัดขวางให้บาดหมางกัน 

           "วันนี้ข้าจะไปเหลิ่งกงอีกรอบ"นอกจากเจาเอี้ยนเหลียนก็ยังเหลือฉีจื่อฟูอยู่อีกคน จัดการให้จบเรื่องเสียจะได้ไม่มีสิ่งใดค้างคา

           "คุณหนูจะจัดการกับฉีไฉ่หรินหรือเพคะ"เห็นสีหน้าสาวใช้ไม่สู้ดีก็เลิกคิ้ว ไม่บ่อยนักที่คนสนิทผู้นี้จะกล้าขัดคำพูดนางหรือเอ่ยแย้งขึ้นมาก่อน

           "พี่หรงหวาไม่เห็นด้วยหรือ"

           "เปล่าเจ้าค่ะ นู๋ปี้รู้ว่าทำการใหญ่ต้องเด็ดขาด"หรงหวาก้มหน้าลงต่ำ"เพียงแต่...."เอ่ยออกไปได้คำเดียวคำพูดที่เหลือถูกกลืนลงคอ ไม่ว่านายหญิงคิดทำสิ่งใดก็ล้วนดีที่สุดสำหรับพวกตนแล้วมิใช่หรือ

           ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหรงหวาคิดสิ่งใดอยู่ในใจ"พี่หรงหวาเห็นข้าเป็นคนเช่นใดกัน ข้าไม่กำจัดฉีจื่อฟูหรือขังนางไว้ในเหลิ่งกงตลอดกาลเป็นแน่ นางเป็นพี่สาวถึงไม่ใช่พี่ที่ดีสักเท่าไรก็ยังเป็นพี่"เหมือนกับที่ฮ่องเต้ละเว้นชีวิตฉีหย่งเกาเพราะอย่างไรก็ยังคงเป็นบิดาในสายเลือดของนาง นางเองก็ไม่กำจัดฉีจื่อฟูด้วยความคิดที่ใกล้เคียงกัน

          "...."

           "หากนางเลือกอยู่ในวังหลวงคงต้องถูกลดขั้น แต่หากเลือกออกไปข้าจะยื่นมือเข้าช่วย"กวาดล้างวังหลวงจนสะอาดได้เรื่องเล็กเท่านี้คงไม่ยากเท่าไร โชคยังดีที่ฉีจื่อฟูหาได้มีศัตรูมากมายเท่าใดนักมิเช่นนั้นเรื่องคงยุ่งกว่านี้อีกมาก

           "บ่าวผิดเองที่คิดกับคุณหนูเช่นนั้น"หรงหวาส่งสายตาลุแก่โทษมาให้

           "พี่หรงหวาอย่าคิดมากเลย พี่เป็นแบบนี้ดีอยู่แล้ว"หรงหวามีนิสัยเช่นนี้ก็มีข้อดีในแบบของนาง ถึงจะใจอ่อนแต่สุดท้ายหากตนตัดสินใจหรงหวาจะเลือกยืนข้างใดไม่ต้องบอกก็รู้

           "พี่หรงหวาไปตามไป่หลางมากินข้าวดวยกันดีหรือไม่เราสามคนไม่ได้ร่วมโต๊ะกันนานแล้ว"คนถูกชวนฉีกยิ้มรับคำก่อนออกไปตามเพื่อนร่วมอุดมการณ์ให้มาทำผิดด้วยกัน นานๆทีผิดกฏเล็กๆน้อยๆคงไม่เป็นไร









           อวิ้นซีมายืนอยู่หน้าประตูเหลิ่งกงอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิม จิงคุณเดินตามอยู่เบื้องหลังเช่นคราวก่อนไม่ผิดเพื้ยน ครั้งนี้ทหารเฝ้าประตูไม่ได้แอบงีบหลับเหมือนคราที่ผ่านมา เมื่อเห็นตนก็รีบเปิดทางให้เป็นอย่างดี

          นางกำนัลน้อมตัวคารวะแล้วนำทางไปยังอีกเรือนของเหลิ่งกงโดยไม่ถามสิ่งใด เหวินชิวเยี่ยนจากไปแล้วเหลือก็เพียงฉีเจี๋ยยวี๋และคนที่อยู่มานานจนด้านนอกไม่มีใครจำชื่อได้ ฉลาดน้อยกว่านี้ก็พอตะเดาออกว่าเป้าหมายของอวิ้นซีกงจู่คือผู้ใด

           "ฉีเจี๋ยยวี๋อยู่ด้านใน เชิญองค์หญิงตามสบายเพคะ"หลังจากถอดสลักกลอนประตูนางกำนัลประจำเหลิ่งกงก็น้อมตัวอีกรอบแล้วถอยหลังออกไปอย่างรู้งาน

          "ช้าก่อน"

          "องค์หญิงมีสิ่งใดให้นู๋ปี้รับใช้หรือเพคะ"

          "เจ้าชื่ออันใด"

          "หวังฟางซิ่ว หม่อมฉันหวังฟางซิ่วเพคะ"

          แซ่หวังนั้นเป็นแซ่ของราชครูคนสนิทของเสด็จพ่อทั้งการวางตัวและปฏิภาณไหวพริบที่เห็นไม่น่าที่จะถูกเก็บอยู่ในตำหนักที่หาทางเจริญไม่ได้เช่นนี้"หากเจ้าสนใจออกไปจากเหลิ่งกงข้าสามารถช่วยได้สนใจหรือไม่"

          ท่าทีของหวังฟางซิ่วชะงักค้างไปก่อนเอ่ยตอบ"เป็นพระมหากรุณาธิคุณเพคะ"เรือนร่างในชุดนางกำนัลสีหม่นยอบกายอย่างถูกต้องตามตำรา"เพียงแต่นู๋ปี้ทำงานในวังหลวงมานานแล้วอีกไม่เกินสามปีก็อายุยี่สิบห้า"

          นางกำนัลทั่วไปเมื่ออายุถึงยี่สิบห้าก็จะถูกส่งตัวออกจากวังการบอกเรื่องนี้ออกมาแสดงให้เห็นว่าหวังฟางซิ่วผู้นี้หาได้ฝักไฝ่ในอำนาจและไม่ต้องการออกไปจากเหลิ่งกง

          "ที่จริงเหลิ่งกงก็สงบเงียบดีไม่น้อย"หากไม่นับความเชื่อเรื่องโชคลางที่ฝังอยู่ในส่วนลึกของจิตสำนึกของเหล่าหญิงสาวในวังหลังและไม่ได้อยู่ในเหลิ่งกงด้วยโทษทัณฑ์แล้ว สถานที่แห่งนี้สงบน่าอยู่ไม่น้อย"หากเจ้ามีเรื่องอันใดไปหาไป่หลางหรือหรงหวาพวกเขาจะยินดีให้ความช่วยเหลือ"

          อีกฝ่ายไม่เลือกที่จะยืนอยู่ข้างตนซูอวิ้นซีก็ไม่มีเหตุผลที่จำต้องผูกมิตร เพียงแต่ความรู้สึกถูกชะตาหาได้เกิดมาจากความคิดในสมองมันเกิดจากความรู้สึกจากหัวใจ อย่างน้อยยามที่เจออาคุณคนผู้นี้ก็ใช้สายตาที่เป็นธรรมในการมองตั้งแต่คราวแรก นางชอบในข้อนี้มากที่สุด

          "ขอบพระทัยองค์หญิง"หวังฟางซิ่วยอบกายลงอีกครั้งด้วยความรู้สึกจริงๆจากด้านใน หากเป็นความประสงค์ของกู้หลุนกงจู่ นางกำนัลประจำเหลิ่งกงเช่นตนหรือจะขัดได้ แม้จะชอบในนิสัยของอีกฝ่ายและได้ยินเกียรติศักดิ์ถึงความสบายของข้ารับใช้ในเจ้านายผู้นี้มาไม่น้อย แต่อีกไม่ถึงสามปีนางจะได้ออกจากรั้วกำแพงวังหวังฟางซิ่วไม่อยากทิ้งความฝันของตนเพื่อความสบายที่อยู่ตรงหน้า

          ซูอวิ้นซีไม่สนใจนางกำนัลแซ่หวังผู้นั้นอีกนางมองประตูไม้ที่ถูกถอดสลักและผลักมันเข้าไปด้วยมือของตนเอง

          ฉีจื่อฟูไม่ได้อยู่เพียงผู้เดียวด้านในแต่มีนางกำนัลร่างใหญ่สี่คนขนาบเอาไว้ทั้งซ้ายขวา เรื่องของเจาเอี้ยนเหลียนเพิ่งเกิดไปยังไม่พ้นเจ็ดวันการที่มีนางกำนัลมาเพิ่มคงไม่พ้นพระประสงค์ของเสด็จพ่อ ทรงรู้ว่านางต้องการสะสางเรื่องทั้งหมดให้เร็วที่สุด

          "พวกเจ้าออกไปก่อน"

          "นู๋ปี้รับคำสั่งจากม่านกวกงให้เฝ้าเจี๋ยยวี๋ผู้นี้ไว้"คนที่อวุโสที่สุดเอ่ยออกมา แม้จะเกรงว่ากู้หลุนกงจู่จะพิโรธแต่ความปลอดภัยขององค์หญิงนั้นสำคัญกว่าการลงโทษเล็กน้อยมาก

          "หากมีสิ่งใดเปิ่นกงจะรับผิดชอบเอง ขอบใจพวกเจ้ามาก"

          "แต่..."นางกำนัลอวุโสขัดด้วยสีหน้าลำบากใจไม่ว่าคำสั่งผู้ใดผู้น้อยเช่นพวกนางก็ต้องทำตามทั้งสิ้น

          "มีแม่ทัพเจาอยู่ด้วยพวกเจ้าไม่ต้องกังวล"หากเจาจิงคุณยังจัดการไม่ได้มีนางกำนัลเพียงสี่คนเข้ามาเพิ่มจะมีประโยชน์อันใด

          "นู๋ปี้ทราบแล้ว"ทั้งสี่คนค้อมกายแล้วถอยหลังจากไปการขัดพระประสงค์หลายๆครั้งในวันเดียวไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดแม้คนตรงหน้าจะดูพระทัยกว้างเพียงใดก็ยังต้องจำเอาไว้ว่าทรงเป็นหน่อเนื้อเชื้อพระวงศ์ที่ทรงอำนาจ หาใช่ชาวบ้านร้านตลาดที่ต่อรองได้

          "จะมาเหยีบข้าให้จมดินก็รีบพูดเสีย กู้หลุนกงจู่เช่นท่านคงไม่เหมาะจะอยู่ในสถานที่เช่นนี้"น้ำเสียงฉีจื่อฟูประชดประชันชัดเจน เสไปมองแขนที่มีรอยแดงรูปฝ่ามือที่นางกำนันร่างยักประทับไว้ปลายเสียงยิ่งไม่พอใจ ท่อนแขนของนางมีขนาดเพียงครึ่งของแขนนางกำนัลร่างใหญ่เหล่านั้นหากจะช่วยกันบีบขนาดนี้ไม่หักทิ้งไปเลยเล่า

          "เจ้าวางยาข้าจนเกือบตกตายในกองเพลิงยามนี้กับยังโกรธเคืองกัน ความผิดที่ทำไว้ไม่ได้สำนึกถึงมันบ้างเลยหรือ"ฉีจื่อฟูเกินเยียวยาถึงเพียงนั้นแล้ว

          "เจ้ามันสารเลวแสร้งทำตัวเป็นคนดีตอนนี้ไม่มีใครแล้วยังจะแสดงละครไปทำไม ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าไม่เห็นแก่ครอบครัวบิดาคงไม่ส่งข้าเข้ามา ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าข้าจะเป็นคุณหนูใหญ่แห่งจวนฉีที่สักวันจะแต่งกับขุนนางตระกูลใหญ่ในตำแหน่งฮูหยิน"

          "เจ้าคิดได้แค่นี้จริงหรือฉีเจี๋ยยวี๋"ฉีจื่อฟูเคยเป็นคนฉลาดการได้ตำแหน่งท่านหญิงอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงหาใช่ข่าวลือ แต่เป็นความสามารถและมันสมองของคนตรงหน้าเป็นความพยายามยาวนานและต่อเนื่องในการฝึกฝนฝีมือและรักษาชื่อเสียง"ข้าไม่ได้รังเกียจบิดาจื่อฟูข้าเพียงรักแผ่นดินนี้มากกว่า ข้าไม่เคยเลือกเข้าข้างราชครูหวังเพียงแต่ความเห็นของท่านเป็นประโยชน์ต่อราษฏรมากกว่านั่นคือความเป็นจริง"

          อาจเป็นเพราะมีท่านแม่สอนสั่งมาตั้งแต่ยังเล็กนางจึงได้รักและหวงแหนแผ่นดินที่หยัดยืนอยู่มาก มากกว่าสิ่งใดทั้งสิ้นแม้แต่สายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในอก

          "...."

          "ฉีหย่งเกาทำความผิดไว้มากจนแทบจะทำลายชื่อเสียงของตระกูลที่สั่งสมมาจนหมด หากไม่ใช่เพราะพี่ชายใหญ่สร้างชื่อเสียงในสนามรบเอาไว้มากทั้งยังเป็นที่วางพระทัย อย่าว่าแต่ตำแหน่งขุนนางเลยแม้แต่ชีวิตก็รักษาเอาไว้ไม่ได้"เสด็จพ่อทรงเห็นแก่หน้ากงหลี่หยุนส่วนหนึ่งจึงได้จึงไม่หักน้ำใจของลูกศิษย์หนึ่งเดียวของสหาย"ท่านพ่อของพวกเราหาได้ใสซื่อมือสะอาดหรือท่านไม่รู้"

          "แม้แต่ลูกแท้ๆท่านพ่อยังไม่รักแล้วชาวบ้านที่ไม่เคยเห็นหน้าบิดาจะสนใจหรือ"ตัวนางเองที่บิดาถนอมที่สุดสุดท้ายก็เป็นเพียงเพราะมีผลประโยชน์เท่านั้น แม้เต่บุตรีที่เฝ้าถนอมยังใช้ต่างบันไดที่ปูสู่อำนาจได้แล้วนับประสาอะไรกับประชาชนที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตา"สุดท้ายในหัวใจคนเช่นนั้นที่เคยรักจริงๆคงมีเพียงเจาเหม่ยหรง"






          สอบเสร็จไปหนึ่งตัวก็รีบมาต่อให้เลยค่ะ มีคนชมว่าอัยย์วาดสวยด้วยขอบคุณนะคะ ถ้าวันอาทิตย์ว่างจะแวะมาลงให้อีกตอนนะคะ

          รักรีทนะคะ ฝันดีล่วงหน้าน้าาาาา




          


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #819 Sasiwan2507 (@Sasiwan2507) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 19:48
    ขอบคุณค่ะ
    #819
    1
    • #819-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 79)
      14 เมษายน 2560 / 16:39
      ด้วยความยินดีค่ะ
      #819-1
  2. #818 Devilinlove. (@yurikun) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 19:18
    โอ๊ะ ขุนนาง(?)คนนั้นบทหายล่ะ ! ส่วนตัวเชียร์เขานะ...แค่ลืมชื่อไปแล้ว จำได้แค่อะไรหลาง ๆ นี่ล่ะ ๕๕๕๕
    ---
    แอบสตั๊นตรงเจาเหม่ยหรง..คนแบบนั้นรักใครเป็นด้วยเหรอ ;-;
    #818
    1
    • #818-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 79)
      6 เมษายน 2560 / 20:37
      โอ๊ย โหดร้ายกว่าอัยย์ก็คนอ่านนี่เหละ เฮียชื่อหลางหย่งจิ้นไงค่ะอย่าลืมชื่อเฮียสิค่ะ ไม่ว่าใครก็มีความรักได้เหมือนกันนะคะต่อให้เป็นคนแย่แค่ไหนก็มีความรักได้นะคะ แต่รักจริงมั้ยนั่นอีกเรื่อง
      #818-1
  3. #817 Mam Phornphen (@tongmam) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 15:24
    พระเอกเขาไปไหน หายไปหลายตอนแล้วนะ นางเอกไม่ไปเยี่ยมเยียนบ้างเหรอ ช่วยตัวเองจนบาดเจ็บนะ รู้ก็รู้ สงสารอ่ะ คนเขียนเททิ้ง ลอยแพ พระเอกเขาเหรอ
    #817
    1
    • #817-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 79)
      6 เมษายน 2560 / 15:32
      ไม่จริงน้า อัยย์เปล่าทำแบบนั้นนะคะ คือนางเอกเองก็บาดเจ็บฮ่องเต่คงไม่ปล่อยไปด้านนอกหลอกค่ะ ส่วนหย่งจิ้นตอนนี้อวิ้นซีอยู่ตำหนักของซูเฟยคงเข้ามาหาเหมือนเดิมไม่ได้อะ
      #817-1