眼泪(อัสสุชลจอมนาง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 182,040 Views

  • 1,174 Comments

  • 3,377 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    425

    Overall
    182,040

ตอนที่ 84 : 84

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2611
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    2 พ.ค. 60

84








           เขตการค้าในเมืองหลวงยังคงมีผู้คนมากมายเดินทางมาจับจ่ายใช้สอย ร้านค้าต่างๆล้วนตั้งราคาสินค้าในราคาที่ผู้ซื้อสามารถรับได้ บอกเป็นอย่างดีว่าทั้งภัยแล้งและการปล้นสะดมในเขตกำแพงเมืงล้วนไม่อาจส่งผลกระทบต่อชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงได้เลย


           มีชาวโพ้นทะเลคนหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่าหากจะตัดสินว่าเมืองใดพัฒนาหรือเจริญก้าวหน้ามากเท่าใดแล้ว ให้ดูที่สภาพบ้านเมืองและการศึกษาของประชาชน แต่ซูอวิ้นซีคิดต่างออกไปสำหรับตัวนางและเสด็จพ่อเมืองที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด คือเมืองที่ประชาชนของตนอยู่โดยมีสภาพชีวิตที่ดีที่สุด ไม่ต้องอดอยาก ไม่ต้องออกมาเดินเร่ร่อนโดยไร้ที่อยู่อาศัย


           สองข้างทางที่เมื่อห้าปีก่อนเคยมีขอทาน และคนไร้บ้านออกมาขอปันเศษเงินเศษอาหารแทบไม่มีให้เห็นในตอนนี้ การส่งเสริมให้พวกเขามีงานเป็นทางออกที่ดีกว่าการหางบประมาณมาทำข้าวต้มแจกในทุกเดือน การมอบเงินให้ก็ดูเหมือนจะน่ายกย่อยแต่การทำให้พวกเขารู้วิธีหาเงินมาใช้ในการดำรงชีวิตนั้นกลับน่าสรรเสริญยิ่งกว่า


           ยามที่รถม้าเคลื่นตัวไปตามท้องถนนผู้คนต่างพร้อมใจกัยหลีกทางให้เท่าที่ทำได้ ด้วยรู้ดีว่าผู้โดยสารผู้ทรงศักดิ์ภายในนั้นคือผู้ใด ตลอดห้าปีตั้งแต่ฮ่งเต้ทรงพระราชทานตำแห่งกู้หลุนกงจู่ให้สตรีสามัญผู้หนึ่ง ชาวบ้านในเมืองหลวงและระแวกใกล้เคียงนั้นเห็นองค์หญิงหนึ่งเดียวของแคว้นเสด็จออกทรงงานเป็นนิจไม่ต่างจากที่ฝ่าบาททรงกระทำยามดำรงยศเป็นรัชทายาท


           เรือนร่างบอบบางไม่ต่างจากคุณหนูในห้องหอผู้อื่นเสด็จไปยังพื้นที่ทุรกันดารเปลี่ยนผืนดินแห้งแล้งให้กลายเป็นท้องทุ่งที่ใช้ปลูกพืชได้ ขุดคูคลองผ่านพื้นที่ที่โดนน้ำหลากทุกปีจนส่งกลิ่นเน่าเหม็นให้ชาวบ้านอาศัยอยู่โดยไม่ต้องหวั่นใจยามเห็นเมฆตั้งเค้า


           ชาวบ้านทั้งหลายล้วนมองเห็นต้วยสองตาของตนและรับรู้ด้วยหัวใจที่เต้นอยู่ในอกว่าพวกตนสบายขึ้นได้เพราะผู้ใด ชาวซูโจวรักและเคารพอวิ้นซีกงจู่จากก้นบึ้งของหัวใจไม่มีใครคิดคัดค้านในตำแหน่งที่ทรงดำรงไว้แม้แต่หนึ่งเสียง ต่อให้ในร่างระหงส์นั้นปราศจากซึ่งสายเลือดของราชวงศ์แม้แต่หยดเดียวแต่ทุกคนก็รับรู้ได้ว่าอวิ้นซีกงจู่คู่ควรกับตำแหน่งนั้น


           ความรักที่มีต่ออวิ้นซีกงจู่นั้นเผื่อแผ่ไปยังผู้ที่ตามเสด็จอย่างอดไม่ได้ แม้ครั้งแรกจะหวั่นเกรงกับความแตกต่างที่เห็นได้ชัดและเกียรติศักดิ์ที่ได้ยินมา แต่เมื่อเวลาผ่านไปความรู้สึกเหล่านั้นก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปเป็นเคารพและเทิดทูน แม่ทัพเจาจิงคุณอาจดูน่าหวั่นแต่ใครบ้างไม่รู้ว่าคนที่ใครต่อใครหวาดเกรงผู้นี้และกองกำลังอินทรีย์ดำจับดาบเข่นฆ่าศัตรูอยู่นอกกำแพงเมืองโดยไม่มีคำอุทธรณ์แม้สักครั้ง


           เกวียนสีดำสนิทจอดอยู่เยื้องกับร้านสมปรารถนาดังที่เห็นได้บ่อยครั้งเมื่อทรงเสด็จออกมาจากวังหลวง เสี่วเอ้อที่ประจำอยู่รีบเปิดทางให้แขกผู้ทรงเกียรติขึ้นสู่ชั้นสองของร้านด้วยรอยยิ้มประดับใบหน้า


           "อวิ้นซีคารวะท่านลุงรอง"เจาเก่อเหลียนนั้นชินกับมารยาทเช่นนี้ของผู้เป็นหลานแล้วในตอนแรกก็กลัวอาญาอยู่ไม่น้อยแต่พอนานไปก็ชินเสียแล้ว


           "คราวนี้แม่ทัพเจาไม่ได้มาด้วยหรือ"เห็นหน้าหลานสาวคนเป็นลุงก็นึกไปถึงคนที่มักตตามติดเป็นเงาตามตัวทันที


           "อาคุณรออยู่ด้านนอกเจ้าค่ะ"


           "เช่นนั้นอวิ้นซีมาด้วยธุระใดหรือ"ธุระที่จำต้องกันเจาจิงคุณผู้นั้นออกไปคงมิใช่เรื่องเล็ก


           "หลานได้รับราชฑองการแต่งตั้งเป็นกุนซือไปจัดการปัญหาที่กำแพงบูรพาเจ้าค่ะ จึงอยากมาลาท่านเอาไว้ก่อน"


           "เรื่องที่ประกาศกลางท้องพระโรงเช่นนี้มีหรือลุงจะไม่รู้ มีสิ่งใดก็พูดออกมาเถอะ"ร้านสมปรารถนาคือแหล่งรวบรวมข่าวสารชั้นหนึ่งนอกวังหลวง เจาเหม่ยหลงสร้างสิ่งนี้ออกมาด้วยตนเองมีหรือจะด้อยคุณภาพ แม้ผ่านมานานหลายปีร้านสมปรารถนาก็ยังเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่ทรงประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเรื่องเล็กใหญ่ประการใดไกลหรือใกล้เท่าใดก็มีข้อมูลเก็บไว้ทั้งสิ้น


           "ท่านป้าเจาเอี้ยนเหลียน...นางตายแล้วเจ้าค่ะ ตลอดหลายปีที่ข่าวของท่านป้าหายไปนางซ่อนตัวอยู่ในวังหลังในฐานะเหวินชิวเยี่ยนอยู่ข้างกายเสด็จพ่อเสมอมา"


           "เรื่องนี้ฝ่าบาทคงมีส่วนช่วยไม่น้อย"มิเช่นนั้นคนที่ในตอนนั้นสูญเสียอำนาจแทบทั้งหมดจะอยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงทุกวันนี้ได้อย่างไร"ไม่ว่าผ่านไปกี่ปีฮ่องเต้ก็ยังเอ็นดูเอี้ยนเหลียนเช่นเดิม"เจาเก่อเหลียนไม่คิดที่จะถามสาเหตุที่ทำให้น้องสาวผู้นี้ตายจาก น้องของตนเป็นเช่นใดวังหลวงเป็นเช่นใดตัวมันเองรู้ดี


           "....."


           "ลุงอยากขอโทษแทนเอี้ยนเหลียน หลานและเหม่ยหรงลำบากไม่น้อยเพราะนาง"


           "ตอนนี้ท่านป้าก็ไม่อยู่อีกแล้วปล่อยให้ท่านและท่านแม่พักอย่างสงบเถอะเจ้าค่ะ ทั้งสองคนเหนื่อยมามากพอแล้ว"


           จงเก่อเหลียนไม่ตอบแต่การเงียบก็เป็นการตอบรับในรูปแบบหนึ่งเช่นกัน


           "หากจัดการปัญหาที่กำแพงบูรพาเสร็จหลานจะถอนตัวออกมาจากวังหลวง"


           "หากมีเจ้ามารับช่วงต่อร้านสมปรารถนาลุงคงเบาใจ"ร้านแห่งนี้สมควรกลับสู่มือของผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริงเสียที"อยู่ทานข้าวด้วยกันหรือไม่"เจาเก่อเหลียนกล่าวชักชวนด้วยประโยคเดียวกับที่ใช้ทุกครั้งยามหลานสาวมาเยี่ยมเยียน


           "หลานยังมีธุระต้องสะสางอีก กลับมาจากกำแพงบูรพาอวิ้นซีคงได้มีโอกาสรบกวนท่านลุงอีกหลายครั้ง"


           "ฝูเป่าฝากหนังสือของชาวโพ้นทะเลเอาไว้ให้อย่าลืมเอาไปด้วยเล่า"


           "ไว้อวิ้นซีจะมาขอบคุณพี่สาวด้วยตนเองอีกครั้ง"คนชอบการอ่านตอบรับด้วยดวงตาเป็นประกาย แบบนี้นับเป็นการสนับสนุนชาวโพ้นทะเลหรือไม่หนอ เอาเป็นว่าสะสมของเหล่านี้ไว้เพื่อจะได้รู้เขารู้เราก็แล้วกัน









           เกวียนสีดำเทียมม้าสี่ตัวออกจากหน้าร้านสมปรารถนาคนที่มามุงดูอยู่ไกลๆก็ถอนตัวออกไป มีใครบ้างไม่อยากมาเห็นหนึ่งในเสาหลักของแคว้นด้วยตาของตนเองสักครั้งให้เป็นบุญตา 


           ถึงไม่มีการบอกกล่าวอย่างเป็นทางการทั้งชาวบ้านและข้าราชการต่างเข้าใจตรงกันว่าควรวางร้านสมปรารถนาแห่งนี้ไว้ตรงที่ตำแหน่งใดในใจ เถ้าแก่จงเปลี่ยนกลับมาใช้แซ่เดิมคือแซ่เจาเช่นเดียวกับท่านแม่ทัพเจาจิงคุณ เมื่อนำทุกอย่างมาปะติดปะต่อกันเองก็ได้บทสรุปว่าเจ้าของร้านแห่งนี้มีศักดิ์เป็นถึงลุงแท้แท้ของอวิ้นซีกงจู่


           ไม่ว่าข่าวลือด้านนอกจะมากน้อยเท่าใดคนภายนอกจะทำตนเช่นใดร้านแห่งนี้ก็ยังดำรงอยู่เช่นเดิมดังที่เคยเป็นมา ไม่มีกองกำลังคอยคุ้มกัน ไม่มีการงดเว้นภาษี แม้แต่พนักงานในร้านก็ยังคงวางตัวเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง คงมีแต่เถ้าแก่เจาที่เขี้ยวลากดินมากขึ้นทุกทีเท่านั้นที่พัฒนาความเค็มมากขึ้นไปทุกที


           ในรถม้าทั้งหัวหน้าหน่วยและสี่จตุรเทพนั่งอยู่กันอย่างพร้อมเพรียง ทุกคนต่างเอนตัวผ่อนคลายลงบนหมอนอิงยัดขนเป็ดใบใหญ่หรือไม่ก็ทำตัวเป็นนักชิมอาหารว่างที่ห้องเครื่องจัดเตรียมไว้ จะมีก็แต่จื่อซือเซียวที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่หน้ากระดานหมากเท่านั้น


           หมากขาววางแปะลงตรงตำแหน่งเกือบจะชายขอบของกระดานที่ไม่ถูกสนใจแต่คราวแรกรูปแบบของเกมก็เปลี่ยนไปในทันที คนที่ในตอนแรกคิดว่ามองเห็นโอกาศชนะอยู่รำไรถอนหายใจดังเฮือก แอบสงสารตนเองที่เป็นผู้เดียวที่นายหญิงใช้วัดฝีมือ"นายหญิงละมือเถอะขอรับ ลงหมากตรงนี้ท่านก็ชนะแล้ว"


           "ได้อย่างไรเดินได้ไม่กี่ตาก็ถอดใจเสียแล้ว เช่นนี้จะสมเป็นมันสมองของกองกำลังได้อย่างไร"


           คนถูกเอ็ดน้ำตาตกใน ในใจก็สาปแช่งคนที่ตั้งฉายาให้ตนเช่นนั้นจนเข้าใจผิดไปตามตามกัน จื่ซือเซียวผู้นี้อยากจะร้องขอความเห็นใจว่าตนเองศึกษาในทางการรักษาหาใช่การวางแผนหรือการปกครอง ผู้เป็นมันสมองแท้จริงของกองกำลังคือคนตรงหน้าหาใช่ตนเองไม่ ที่พอจะเข้าเค้ากับตำแหน่งก็เพียงภาพลักษณ์ภายนอกเท่านั้น


           "นายหญิงอย่าแกล้งข้าน้อยเลยขอรับ ให้หัวหน้ามาเดินแทนไม่ดีกว่ากันหรือ"จื่อซือเซียวรีบอ้างคนที่ฝีมือพอจะเข้าขั้นแทบจะทันทีที่มีโอกาส


           "เดินกับอาคุณจนรู้ไส้กันหมดแล้วจะสนุกได้อย่างไร ฝึกฝีมือกับข้าน่าเบื่อไปหรือ"แพขนตากระพริบขึ้นลงอย่างน่าเวทนานายหญิงจะฝึกแสดงละครกับตนไปเพื่อสิ่งใดกัน


           "โถ่~~~นายหญิง"คนถูกแกล้งถอนหายใจอีกรอบจนรู้สึกว่าผมขาวกำลังจะตั้งรกรากบนศรีษะ แล้วตัดใจวางหมากลงในตำแหน่งที่คิดว่าดีที่สุด


           "ดี"


           "นายหญิงลองสลับหมากกับอาเซียวเป็นอย่างไร พวกข้าจะได้เริ่มวางเดิมพัน"จื่อซือหยี่ปรือตาขึ้นมาเสนอ เหล้าชั้นดีที่หลังรถมีเพียงจอกเดียวจะได้มีเดิมพันเสียที


           "น่าสนใจ ซือเซียวว่าอย่างไร"


           "ลองสักตาก็ดีขอรับ"ให้เล่นหมากขาวที่กำลังจะชนะต่ออย่างไรก็ดีกว่าฝืนเดินหมากดำที่เห็นแต่ทางแพ้ 


           "อาเซียวพี่ใหญ่เชื่อฝีมือเจ้านะ"จื่อซือหยี่เลือกวางเดิมพันเป็นคนแรก


           "นายหญิงอย่าทำให้ข้าน้อยเสียเดิมพันนะขอรับ"จื่อซือหยางเลือกข้างซูอวิ้นซี อย่าว่าแต่เปลี่ยนหมากที่กำลังแพ้กับอาเซียวเลยแม้จะเปลี่ยนตัวเป็นหัวหน้ามาเล่นแทนตนก็ยังคิดว่าอย่างไรนายหญิงจะไม่มีทางแพ้


           รถม้ามาจอดเทียบยังจุดหมายปลายทางได้สักระยะก็ไม่มีใครคิดขยับตัว หมากดำเดินสลับกับหมากขาวผ่านตาที่สิบสองเจ้าของหมากขาวคนปัจจุบันก็เริ่มคิ้วขมวด ในใจร้องเตือนว่าแย่แล้ว 


           มือบางกดหมากลงข้างหมากดำทตัวสุดท้ายที่อีกฝ่ายวางไว้ก่อนเปลี่ยนหมากแล้วยกรอยยิ้ม จบเกมแล้ว"หากซือเซียวไม่วางหมากตัวนี้กระดานนี้คงอีกยาวทีเดียว"เพราะตำแหน่งสุดท้ายที่อีกฝ่ายเลือกวางก่อนเปลี่ยนมือทำให้พลิกเกมง่ายถึงเพียงนี้"คราวนี้พอก่อนไว้คราวหน้าค่อยมาแก้มือ"จบคำคู่ต่อสู้ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกในใจนึกภาวนาให้คราวหน้านั้นทอดไกลออกไป


           อวิ้นซีลงจากรถโดยมีเจาจิงคุณเป็นหลักยึดดังเช่นทุกครั้งท่ามกลางความโล่งใจของจื่อซือเซียว จื่อซือหยี่เองก็หาได้คร่ำครวญเสียใจกับเดิมพันที่เสียไปแต่อย่างใด การพยายามแก้หมากของนายหญิงทำให้ตัวมันสร่างเมาและตื่นเต็มตา แม้จะเป็นหมากที่กำลังแพ้แต่เมื่อเป็นซูอวิ้นซีก็ยังหาหนทางพลิกกระดานได้..สมกับเป็นนายหญิง


           จื่อซือหยี่เป็นคนชอบใช้กำลังมากกว่ามันสมอง แต่ในฐานะพี่ใหญ่ของสี่จตุรเทพแห่งกองกำลัง ยามที่ไม่มีนายหญิงตัวมันเองก็มักเป็นคนวางแผนการรบเสมอ ดังนั้นในด้านนี้จึงกล้าพูดว่าเชี่ยวชาญไม่น้อยไปกว่าผู้ใด หมากดำชนะในกระดานนี้ไม่ใช่เพราะนายหญิงเก่งกาจจนซือเซียวเทียบไม่ติด แต่เป็นเพราะคนที่วางหมากขาวตั้งแต่เม็ดแรกบนกระดานรู้และเข้าใจจุดอ่อนจุดแข็งของหมากในมือตนจนทะลุปรุโปร่ง 


           ซูอวิ้นซีเป็นเช่นนี้สิ่งที่นายหญิงสอนให้รู้จักให้เชี่ยวชาญที่สุดหาใช่ศัตรูแต่เป็นตัวของตนเอง ไม่ใช่รู้เพื่อผลลัพธ์ของภารกิจที่ดีที่สุดแต่รู้....เพื่อให้กลับมาได้หลังภารกิจโดยเจ็บน้อยที่สุดตายน้อยที่สุด


           กองกำลังแห่งนี้มีการฝึกสอนที่โหดร้ายจนเรียกได้ว่าทารุณมีใครบ้างไม่รู้ แต่ที่ทุกคนไม่ทราบคือหลังจบภารกิจหลังจบศึกสงครามกองกำลังที่เล็กที่สุดกองกำลังนี้มีคนบาดเจ็บน้อยที่สุดและแทบจะไม่มีชีวิตใดต้องสังเวยไปในการออกปฏิบัติการ







            พรุ่งนี้ยังสอบอีกสองตัวแต่มาลงให้ก่อนค่ะ คิดถึงคนอ่าน


            รักรีทนะคะฝันดีล่วงหน้าค่ะ








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #879 Ying (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 23:40
    ขอบคุณค่ะ...สู้ๆกับการสอบนะคะ
    #879
    1
    • #879-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 84)
      9 พฤษภาคม 2560 / 20:49
      ขอบคุณนะคะ
      #879-1
  2. #878 Nok (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 15:02
    เป็นเรื่องที่ชวนติดตามมากค่ะ สนุกจนวางไม่ลง เข้ามาดูทุกวัน เพราะชอบมาก เนื้อเรื่องมีเหตุและผล ต้องคิดตามเสมอ บ่งบอกได้ว่าผู้เขียนทุ่มเทแรงใจลงไปอย่างเต็มที่ ขอบคุณสำหรับงานเขียนที่ดีมากๆ ค่ะ
    #878
    1
    • #878-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 84)
      9 พฤษภาคม 2560 / 20:49
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ อัยย์ถอดใจกับนิยายเรื่องนี้หล่ยครั้งมากแต่พออ่านคอมเมนท์แบบนี้ทีไรก็ทิ้งไม่ลงทุกที เป็นความคิดเห็นที่ทำให้มีแรงแต่งตอนต่อต่อไปเลยค่ะ
      #878-1
  3. #877 สามคิ้ว。 (@leepnam) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 17:01
    หายไปนาน โคตรคิดถึงเลย 5555555
    #877
    1
    • #877-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 84)
      9 พฤษภาคม 2560 / 20:47
      อัยย์ก็คิดถึงคนอ่านค่ะ
      #877-1
  4. #876 Sasiwan2507 (@Sasiwan2507) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 16:17
    ขอบคุณค่ะ
    #876
    1
    • #876-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 84)
      9 พฤษภาคม 2560 / 20:45
      ด้วยความยินดีค่ะ
      #876-1
  5. #875 Sukanya Paileeklee (@poonchanit) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 12:28
    ขอบคุณค่า
    #875
    1
    • #875-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 84)
      9 พฤษภาคม 2560 / 20:45
      ขอบคุณที่ติดตามเช่นกันค่ะ
      #875-1