眼泪(อัสสุชลจอมนาง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 182,031 Views

  • 1,174 Comments

  • 3,376 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    416

    Overall
    182,031

ตอนที่ 86 : 86

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3014
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    20 พ.ค. 60

86







          คำพูดของนายหญิงที่หยุดเอาไว้ได้หยุดลมหายใจคนฟังเอาไว้ด้วยอย่างพร้อมเพรียง ในหัวพวกเขาไม่ได้ยินเสียงใดนอกจากเสียงเต้นของหัวใจตนเอง พวกมันกำลังจะได้รู้ว่าสิ่งสำคัญที่ทุกคนในกองกำลังอินทรีย์ดำต้องจำเอาไว้ขึ้นใจคือสิ่งใด


          "ครอบครัว.....เมื่อข้าบอกว่าอิงเฮยจะเป็นบ้านให้เจ้าพวกเราจะเป็นครอบครัวของกันและกัน ดังนั้นคนที่ยืนอยู่เบื้องซ้ายก็คือพี่ของเจ้าด้านขวาคือน้องของเจ้า ยามออกไปทำภารกิจหากน้องของเจ้าล้มจงฉุดเขาขึ้นมา หากพี่ของเจ้าบาดเจ็บจงพยายามนำตัวเขากลับมา"


          ดวงตาคู่สวยที่เคยสยบสัตว์ร้ายให้สยบลงเบื้องใต้กวาดมองกองกำลังวัยเยาว์"ข้าไม่อาจให้คำมั่นสัญญาว่าพวกเจ้าจะไม่เจ็บไม่ตาย แต่รับปากด้วยชีวิตได้เลยว่า ขอเพียงเอาชีวิตรอดกลับมาครอบครัวแห่งนี้จะไม่มีวันทอดทิ้งพวกเจ้าแน่นอน"


          หูเปียวแอบยกแขนเสื้อขึ้นซับน้ำตา หลักฐานของคำกล่าวนี้ก็ตัวมันเองอย่างไรเล่า จากชาวยุทธที่แกร่งกล้ามาเป็นชายชราที่ไม่มีแรงพอจะเชือดไก่ผู้นี้อย่างไรเล่าคือหลักฐานยืนยันสิ่งที่นายหญิงน้อยได้พูดออกมา


          'ลุงหูคือลุงหู ไม่ว่าท่านจะเป็นเช่นใดก็คืออิงเฮยคนนึงมิใช่หรือ'คำพูดตอนนั้นทำให้คนที่ไม่เหลือสิ่งใดกัดฟันสู้ ถึงเส้นเอ็นทั้งร้างจะถูกตัด แม้ว่าปราณที่สะสมมาทั้งชีวิตจะถูกทำลาย แต่เพราะมีนายหญิงน้อยจับมือไม่ยอมปล่อยในวันนั้นตัวมันเองจึงกัดฟันสู้จนมีชีวิตอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ แม้ไม่อาจกลับไปเป็นยอดยุทธที่ผู้คนหวาดเกรงแต่ได้ทำงานรับใช้นายหญิงน้อยอยู่ตรงนี้ก็เพียงพอแล้ว


         มือหยาบกระด้างจากการจับอาวุธฝึกฝนตัวเองมาตั้งแต่ยังเยาว์ลูบไปที่ข้อมือ แผลนูนสีขาวจากคมอาวุธที่สับลงมายังเด่นชัด หูเปียวอาจเสียดายแต่ไม่เคยเสียใจ อิงเฮยคุ้มค่ากว่าสิ่งเหล่านี้มากมายนัก


           "ลุงหูท่านว่าฝึกจิตใจในอีกหลายวันมิใช่หรือ"ซูอวิ้นซีพูดขึ้นเมื่อมองเห็นคนของโรงครัวนำอาหารยกมาถึงลานฝึกหาใช่ให้พวกเขาได้กลับไปยังที่พักดังที่ควรจะเป็นสิ่งเหล่านี้มักจะเกิดในยามเริ่มฝึกมิใช่หรือ


          "ช่วงที่นายหญิงน้อยไม่อยู่ท่านจื่อซือหยางได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการฝึกบางส่วนขอรับ พวกเขาทำการฝึกร่างกายมาตั้งแต่ห้าวันก่อนแล้ว"


          "เป็นเช่นนี้เอง"ซูอวิ้นซีเคารพการตัดสินใจของผู้ใต้บังคับบัญชาเสมอในอิงเฮยไม่ว่าจะเป็นอาคุณหรือสี่จตุรเทพก็ล้วนสามารถตัดสินใจเองโดยไม่มีคำสั่งของตน 


          "นายหญิงกลับเรือนรับรองก่อนเถอะขอรับ ข้าน้อยให้คนงานจัดสำรับไว้ให้แล้ว"แดดยามนี้แรงยิ่งนักเกรงว่าการที่นายหญิงยืนรับลมรับแดดคงไม่เป็นการดีเท่าใด


          "อาหารที่ห้องเครื่องนำมาก็ไม่เลว ข้ากินไม่มากคงไม่นับเป็นการเบียดเบียนพวกเขากระมัง"ซูอวิ้นซีรับซาลาเปาอุ่นๆจากซือซือที่ส่งมาให้อย่างรู้ใจก่อนก้าวเข้าไปนั่งในวงของเหล่าสมาชิกอิงเฮยรุ่นใหม่


          มืออีกข้างที่ว่างรวบกระโปรงแล้วทรุดตัวในวงล้อมที่มีผู้หนึ่งเปิดทางให้ นอกจากวงเหล้าก็มื้ออาหารมิใช่หรือที่ทำให้คนไม่น้อยกลายเป็นสหายกันได้ กัดซาลาเปาอุ่นร้อนในมือกลืนลงคอแล้วพูดคุยซักถามอีกคำล้วนเป็นกริยาที่ต้องเก็บให้ห่างจากสายตาของกูกูแห่งตำหนักแสงสลวยทั้งสิ้น มิเช่นนั้นคงมิพ้นต้องคัดตำราสอนหญิงอีกหลายร้อยจบพร้อมบทสวดนับไม่ถ้านที่เหล่ากูกูสามารถสรรหามาได้


           "ท่านหัวหน้าไม่ลงไปร่วมวงหรือขอรับ"


           "อย่าให้พวกเขาเสียบรรยากาศเลย"สายตาเหลือบมองบุคคลที่ตนคุ้นหน้าไม่น้อยที่นั่งอยู่ในวง คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด"คนตรงนั้นมีชื่อแซ่ว่ากระไรรู้หรือไม่"


           หูเปียวเพ่งมองตามสายตาท่านแม่ทัพสายตาก็ไปสะดุดอยู่ที่ชายผู้หนึ่งที่ดูสูงอายุเมื่อเทียบกับคนรอบข้าง หน้าตาจืดชืดเช่นนั้นกับหางตาที่ชี้ขึ้นเล็กน้อยแม้แต่ตัวคนที่ทำหน้าที่ดูแลสมาชิกของอิงเฮยยังแทบจำไม่ได้ว่าคือผู้ใด


           หูเปียวเพ่งมองรูปร่างที่เล็กผิดกับแขนที่เต็มไปด้วยมัดหล้ามเนื้อแล้วจึงนึกออก


           "เป็นหลานจี้เซียวขอรับท่านหัวหน้า"


           "หลานจี้เซียว"เจาจิงคุณทวนชื่อของคนตรงนั้นด้วยความคุ้นชินแต่กลับนึกไม่ออกว่าคนผู้นี้คือผู้ใด หรือเคยได้ยินชื่อนี้ตอนไหนเพียงแต่คุ้นหูคุ้นตานัก


           "ขอรับหลานจี้เซียว คนที่ไปขอโอกาสนายหญิงเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังถึงตำหรนักเทียมฟ้าอย่างไรเล่าขอรับ"นอกจากเรื่องนี้แล้วข้อมูลที่เหลืออยู่ในความทรงจำเกี่ยวกับชายผู้นี้ไม่มีแม้แต่น้อย"เมื่อมาอยู่ที่นี่ก็ไม่มีสิ่งใดโดดเด่นเลยขอรับ"หลานจี้เซียวไม่ก็เรื่อง ไม่สร้างปัญหา แต่ก็ไม่มีผลงานที่ดึงดูดให้จดจำ จืดจางจนตนแทบนึกสิ่งใดไม่ออกยามท่านหัวหน้าเอ่ยถาใเป็นครั้งแรก


           "คนที่เคยเป็นถึงรองแม่ทัพผู้เก่งกาจไม่มีผลงานโดดเด่นเลยเช่นนั้นหรือ"เทพอสูรสีขาวกระกตุกริมฝีปากขึ้นเป็นรอยยิ้มยามนี้กลับนึกออกได้ทันทีว่าสมาชิคใหม่แซ่หลานคือผู้ใด


           "ถ้าเช่นนั้นหัวหน้าจะให้จัดการ..."


           "ไม่ต้องทำสิ่งใด ลุงหูจับตาดูไว้ก็เพียงพอแล้ว"อวิ้นซีเคยบอกว่าต้องการจับตาดูอีกฝ่ายเจาจิงคุณยังคงจำได้ดี บางคราวการกำจัดปลาเล็กอาจไม่ยากแต่เก็บไว้เป็นเหยื่อล่อปลาใหญ่ก็ไม่เลว มองดูหูเป่าตบไหล่คนแซ่หลานแล้วพูดอย่างออกรสก็ว่าเสริมอีกประโยค"เตือนอาเป่าด้วย"


           หลานชายคนเดียวของลุงหูเป็นความภูมิใจของผู้ดูแลอิงเฮย เกรงว่าเด็กที่โดดเด่นเช่นนั้นจะถูกชักจูงไปได้โดยง่าย


           ผู้ฝึกสอนเข้ามาประจำยังจุดต่างๆของสนามฝึกแต่ไม่มีใครขยับตัว แม้การฝึกในอึงเฮยจะเคร่งครัดด้านระเบียบและเวลา แต่ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้น นายหญิงคือกฏอันศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้สามารถละเลยกฏทุกข้อที่เคยถูกตราขึ้นไว้ได้


           เห็นเหล่าครูฝึกเริ่มประจำการซูอวิ้นซีก็กล่าวคำลา สมาชิกทุกคนก็ลุกขึ้นแล้วจัดตัวเองให้เข้าสู่ความเป็นระเบียบ หูเป่าส่งสายตาเว้าวอนมายังผู้เป็นนายแต่ก็กระทำตนเช่นสมาชิกผู้อื่นได้อย่างไม่บิดพริ้ว 


           "นายหญิง"ทุกคนทาบมือไว้ตรงตำแหน่งหัวใจแล้วใช้คำเรียกนี้แทนการกล่าวลา ทุกคนต่างสาวเท้าแยกย้ายไปประจำสถานที่ฝึกของตนเองได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยและว่องไวเหมืนว่าทำเช่นนี้มาเป็น้อยเป็นพันครั้ง


           กวาดสายตามองดูสมาชิกทั้งหมดอีกคราวก็สะดุดอยู่ที่ชายผู้หนึ่ง คนผู้นั้นเสมือนว่ารับรู้จึงเงยหน้าขึ้นสบตาแล้วส่งยิ้มมาให้ เป็นหลานจี้เซียวเสนาบดีผู้รอบคอบมันสมองหลักของกองกำลังเพิ่งรู้ตนว่าหลงลืมใครคนหนึ่งไปโดยไม่รู้ตัว


           "หลานจี้เซียวผู้นั้น"


           "ข้าให้ลุงหูจับตาดูเป็นพิเศษแล้ว"


           "จะมีใครรู้ใจเท่าอาคุณได้อีกหนอ"มือเล็กเอื้อมไปจับแขนคนตัวโตเอาไว้แน่นการนั่งบนพื้นในท่าเดิมนานเช่นนี้ทำเอาชาไปจนถึงปลายเท้า เจาจิงคุณส่งเสียงหัวเราะแผ่วจางอย่างรู้ทันก่อนคว้าเอวอีกคนแล้วพาซูอวิ้นซีไปถึงรถม้าด้วยการเคลื่อนตัวเพียงไม่กี่ครั้ง









           เรือนย่อยของตำหนักชิดจันทร์กำลังเต็มไปด้วยความวุ่นวายของการจัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้ของกู้หลุนกงจู่หนึ่งเดียวของซูโจว หรงหวาที่มักสุภาพใจดีเปลียนจากแมวเชื่องๆเป็นแม่เสือเจ้าระเบียบขึ้นมาทันตาเห็น เมื่อเป็นเรื่องของนายเหนือหัวที่เคารพรักยิ่งกว่าสิ่งใดในแผ่นดินหรงหวาก็พร้อมกลายร่างเมื่อนั้น


           แม้แต่ไป่หลางที่ใกล้ชิดกันมานานอยู่ด้วยกันมาจนรู้นิสัยยังถอนตัวออกมาให้ทุกสิ่งอยู่ในมือท่านข้าหลวงเจ้าระเบียบ เสื้อผ้า เครื่องประดับ ข้าวของเคื่องใช้ที่(หรงหวาคิดว่า)จำเป็นถูกบรรจุลงในหีบห่อ ทีละชิ้นทีละชิ้นจนเต็มเรือน


           ซูอวิ้นซีถอนหายใจเมื่อเห็นกองสำภาระขนาดมหึมาที่มากจนแทบสูงถึงเพดาน ตนออกไปด้านนอกไม่ถึงวันกลับมีมากถึงเพียงนี้ หากต้องค้างด้านนอกแล้วไซร้คาดว่าพี่หรงหวาคนงามคงบรรจุเอาตัวเรือนเข้าไปในหอบผ้าด้วยได้เป็นแน่


           "พี่หรงหวา มากถึงเพียงนี้ข้าเอาไปได้ไม่หมดหรอกนะ"กองสำภาระมากมายจะทำให้การเดินทางล่าช้า กำแพงบูรพาเองก็หาได้ใกล้เพียงไม่กี่ลี้หากต้องขนทุกสิ่งที่กองอยู่ตรงนี้ไปหมด กว่าจะไปถึงพวกโจรคงปล้นช้าวบ้านจนเหลือแต่ตัวแล้ว


           "คุณหนูไม่เอาข้าน้อยกับไป่หลางไปด้วย แค่นั้นก็ไม่สะดวกมากแล้ว"หรงหวาน้ำตารื้นตั้งแต่ครั้งแรกที่นายหญิงซื้อตัวนางมานางก็แทบจะไม่เคยห่างกายผู้เป็นนาย และการเดินทางครั้งนี้ก็ยังไม่มีกำหนดการแน่ชัดไม่รู้ว่านายหญิงน้อยจะจากไปกี่วันหรือกี่เดือน


           ซูอวิ้นซีย่อมรับรู้ความคิดของคนสนิทที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เริ่มจำความได้เป็นอย่างดี เพียงแต่นางก็มองความเป็นจริงได้เช่นกัน


           "หากขนของไปมากถึงเพียงนี้คงล่อตาโจร ที่ชายแดนยิ่งแห้งแล้งเท่าใดพวกมันยิ่งชุกชุมไม่ต่างจากมดแมลง คิดถึงความปลอดภัยทั้งของตัวเองและพี่ข้าจึงไม่พาพี่หรงหวา หรือไป่หลางไปด้วย"อวิ้ซีกกอบกุมมือขาวซีดและตบลงไปด้านบนอย่างแผ่วเบา"พี่หรงหวาอยากให้อวิ้นซีไม่ปลอดภัยหรือ"


           "คุณหนูอย่าได้กล่าวเช่นนั้น หรงหวาจะกล้าคิดอ่านเช่นนั้นได้อย่างไร"


           "ถ้าเช่นนั้นพี่หรงหวาเตรียมข้าวของให้ข้าอีกครั้งเถอะ เอาเพียงที่จำเป็นสักหีบก็เพียงพอแล้ว"


           "เจ้าค่ะ"หรงหวาผละตัวออกจากผู้เป็นนายเพื่อจัดการข้าวของอีกครั้ง มองคนที่กลายร่างเป็นเสือร้ายกลับมาเป็นแมวเชื่องๆไป่ก็หลางถอนใจ


           "มีแค่นายหญิงน้องเท่านั้นแหละเจ้าค่ะที่เอาพี่หรงหวาอยู่"ไป่หลางที่แอบฟังอยู่นานถอนหายใจออกมาเสียงดังอย่างที่ไม่เคยกล้าทำยามอยู่ต่อหน้าท่านข้าหลวงประจำตำหนักอีกคน


           "พี่หรงหวาเพียงใส่ใจมากเกอนไป นางรักข้ามากจึงไม่เคยขัดใจได้ลงอย่างไรเล่า"ไป่หลางแอบเบ้ปาก ไม่เห็นว่าใครที่ได้รู้จักนายหญิงน้อยแล้วจะขัดใจท่านได้ลงสักคน ตัวนางเองก็เช่นกัน


           "นายหญิงจะไม่ให้พวกเราเดินทางไปด้วยสักคนจริงหรือ"ไปยังกองทัพด้วยตัวคนเดียว เป็นผู้หญิงชั้นสูงที่ไปกินนอนในกองทัพอย่างไรก็เสียหาย


           "พี่ไป่หลางพูดเหมือนข้าไม่เคยลำบาก"แม้ตอนนี้นางจะดำรงตนเป็นกู้หลุนกงจู่ของแคว้นแต่ตัวนางเคยทำงานไม่ต่างจากสาวใช้ในจวน เพียงแค่ดูแลตนเองหาได้เป็นเรื่องใหญ่อันใดไม่


           "ตำแหน่งฮองเฮาว่างเปล่า หญิงสาวในวังหลังก็ยังคงหวังแย่งชิง ข้าไม่อยากปล่อยพี่หรือหรงหวาไว้ที่นี่คนเดียว อย่างน้อยมีกันสองคนคงพอจะช่วยกันแก้ไขปัญหาได้ คนของอิงเฮยที่มีอยู่พวกพี่ก็เรียกใช้ได้เสมอหากมีปัญหา ไม่ว่าด้วยเรื่องใดพวกเขาจะไม่ปฏิเสธ"


           ความริษยาอาคาดของสตรีในวังหลังดูเบาได้ที่ใดกัน ต่อให้มีฮ่องเต้หรือตัวนางเป็นภูผาอยู่เบื้องหลังแต่หากตนไม่อยู่ก็ไม่รู้ว่าจะคิดการใหญ่หมายจะนำเอาคนของนางมาเป็นตัวหมากหรือไม่ ทั้งไป่หลางและหรงหวานั้นโดดเด่นคนละด้านมีจุดอ่อนคนละข้อ ยามอยู่รวมกันจึงจะช่วยลดทอนข้อบกพร่องเหล่านั้นลงได้


           หลังจากเพลิงไหม้ตำหนักเทียมฟ้าสู่(หนู)บางส่วนก็ถูกส่งตัวเข้ามาในตำหนักด้วยฝีมือของซือซือ ฝานเฉียวนางกำนัลน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มผู้นั้นอย่างไรเล่ายอดฝีมือผู้เลื่องชื่อของซือซือ


           ฝานเฉียวช่างน่าเอ็นดูด้วยรูปลักษณ์ของนางทำให้ใครต่อใครลดการระแวดระวังของตัวเองลงเสมอ พวงแก้มสีแดงด้วยเลือดฝาดกับดวงตาดอกท้อที่ชั่มฉ่ำเสมือนมีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ภายในทำให้แม้แต่เค่อมามาคนสนิทที่เผออวี้ไทเฮาไว้วางใจยังยินดีพูดคุยกับนางกำนัลน้อยผู้นี้สองสามประโยคอย่างไม่ถือตัว


           ใต้หนังลูกแกะสีขาวสะอาดฟานเฉียนคือสู่ตัวร้ายที่แทรกซึมไปทั่วทุกที่ได้อย่างมหัศจรรย์ นางแสดงฝีมือครั้งแรกโดยการโขมยตราประทับของแต่ละตำหนังมาส่งมอบให้ซูอวิ้นซีดูเล่นพร้อมนำไปคืนโดยไม่มีใครรับรู้แม้แต่ท่านลิ่วจือผู้เป็นตำนาน


           คราวนั้นอวิ้นซีรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นลง ตอนนั้นจริงๆ


           คิดถึงอีกฝ่ายเพียงไม่นานฟานเฉียวก็เดินเข้ามาพร้อมถาดที่บรรจุน้ำชาและขนม มือเล็กจัดแจงสำรับของว่างอย่างคล่องแคล่วแล้วแย้มรอยยิ้มจนมีลอยบุ๋มกดลงที่สองข้างแก้มอย่างน่าชังเป็นที่สุด


           "นายหญิง ซูเฟยอาการแย่ลงทุกที"สีหน้ายามเอ่ยวาจาไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อยหากไม่ได้ฟังคำที่ฟานเฉียวเอ่ยออกมาคงไม่มีใครรู้ว่านางกำนัลน้อยที่น่าเอ็นดูถึงเพียงนี้กำลังพูดเรื่องใดอยู่"สำรับของซูเฟยไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ร่างกายนางไม่มีบาดแผล นางไม่ได้ออกไปพบผู้ใดด้านนอก พระสนมคนอื่นก็ล้วนไม่กล้าเข้ามาตอแยกับนาง"เสมือนว่าอยู่ดีดีซูเฟยก็ล้มป่วยได้โดยไร้สาเหตุ


           อวิ้นซีเลิกคิ้ว เพียงแค่นั้นคนเฉลียวก็ว่าต่อ"ไม่ได้เป็นการแสดงละครด้วยเจ้าค่ะนายหญิง ฟานเฉียวตรวจดูแล้วนางเป็นเช่นนี้ทั้งต่อหน้าและรับหลังฝ่าบาท"ต่อหน้าฮ่องเต้ดูจะปกติกว่าด้วยซ้ำประโยคหลังฟานเฉียวละเอาไว้ด้วยไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องพูดออกไป


           มือเล็กที่ทำงานอย่างคล่องแคล่วเมื่อครู่หยิบขนมเข้าในสำรับเข้าปากอย่างที่ไม่มีใครกล้าทำ ดวงตาดอกท้อโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มน่าเอ็นดูยามริ้มรสขนมอันโอชาด้วยสีหน้าเช่นนี้แม้แต่ไป่หลางที่ยืนอยู่เบื้องหลังยังตำหนิไม่ออก


           "ชอบก็แบ่งไปอีกเถอะ ขนมพวกนี้ข้าทำเองยังมีเหลือในครัวอีกมาก"


           "อย่ารบกวนนายหญิงเลยเจ้าค่ะ ตอนเดินถือถาดขนมมาฟานเฉียวแอบกินไปบ้างแล้ว หากกินมากกว่านี้อีกเกรงว่าอีกไม่นานจะวิ่งไม่สะดวกแล้ว"คนแอบโขมยเครื่องเสวยสารภาพออกมาหน้าตาเฉย ก่อนหยิบขนมอีกชิ้นแล้วตบกระโปรงก่อนเดินออกไปอย่างสุภาพเรียบร้อย


           "คุณหนูให้ท้ายนางจนเคยตัว"


           "ฟานเฉียวหาใช่คนในวังหลวงนางเป็นเช่นนี้ก็เหมาะสมดีแล้ว"


           "นั่นสิเจ้าค่ะ ดูอย่างไรก็เหมือนคุณหนูในห้องหอที่มีความซุกซนและและสดใสของวัยเด็กผสมกันอย่างลงตัว"ไป่หลางเคยอยู่ในหอนางโลม นางเจอคนสวยมามากพบสตรีที่มีจริตไม่น้อยแต่ไม่เคยเจอใครที่มีเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์เช่นนี้


           คุณหนูในห้องหอหรือซูอวิ้นซีเกือบส่งเสียง เหอะ ออกมา ฟานเฉียวอาจดูน่ารักและน่าเอ็นดูแต่นางไม่เข้าเค้าคำว่าคุณหนูในห้องหออย่างแน่นอนถึงใช่ก็คงหาได้เป็นคุณหนูที่มีชีวิตสุขสบายนัก ครั้งไปวางแผนผังคูเมืองของดินแดนเหนือ ซูอวิ้นซีเจอเด็กสาวผู้งดงามที่ถูกซ่อนอยู่ในเสื้อผ้ามอซอ


           ที่สะดุดตาคือดวงตาดอกท้อนั้นสู้นักแม้จะถูกรังแกหรือนินทาว่ากล่าวกลับไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้ ซูอวิ้นซีถูกใจถึงขนาดชักชวนแม่นางน้อยผู้นั้นด้วยตนเอง เถาฮวาดอกน้อยที่ถูกเก็บซ่อนไว้ในหมู่บ้านทุรกันดารห่างไกลถูกตัดแต่งใหม่จนยืนตระหง่านต้านแรงลมอย่างงดงามได้เช่นทุกวันนี้


           "คงมีชายหลายคนใฝ่ฝันในตัวฟานเฉียว หญิงสาวเช่นนี้ย่อมมีแต่คนหมายปอง"ได้ฟังประโยคนี้ของไป่หลางซูอวิ้นซีก็หลุดหัวเราะออกมาจริงๆ


           "อย่าให้เยอะมากกว่านี้เลย สงสารซือหยี่เถอะ"ไป่หลางกระพริบตาสองสามครั้งก่อนเข้าใจได้ แท้จริงแล้วที่เถาฮวาดอกนี้ยังงดงามปราศจากมลทินนั้นหาใช่เพราะไม่มีใครจับจองแต่ถูกใครผู้หนึ่งเขียนป้ายแปะไว้บนหน้าผากว่ามิให้ยุ่งต่างหากเล่า


           ฝานเฉียวนะฟานเฉียวเมื่อไหร่ถึงจะรู้ใจพี่ใหญ่แห่งสี่จตุรเทพเล่า หากชักช้านักระวังถูกคนปากแข็งผู้นั้นจับใส่กระถางแล้วขังเอาไว้แต่ในเรือนไม่ให้ออกไปเที่ยวโปรยกลีบดอกท้อให้ผู้ใดเล่า


           




           หายไปนานเหมืนลาตายไม่ใช่ลาไปสอบ เป็นการสอบที่รู้สึกว่านานและโหดมากค่ะ ขอโทษรีททุกคนที่รอนะคะมาช้ามากจริงๆ อีกไม่กี่วันต้องไปฝึกงานแล้วด้วยต้องจัดของเตรียมนู่นเตรียมนี่เลยไม่มีเวลาจริงๆค่ะ ขอโทดด้วยนะคะ



           อัยย์จะพยายามมาแต่งให้เท่าที่เวลาว่างจะเอื้ออำนวยนะคะ



           รักรีทค่ะ ฝันดีนะคะ







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #1132 bbgalaxy (@baitoeytears) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 01:41
    ฮืออมีคู่ใหม่น่ารักมาอีกแล้วว ยอมรับเลยว่าชอบเวอร์ เขินอ่ะ5555555
    #1132
    0
  2. #907 JCLek (@Lekjuree) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 14:11
      ขอบคุณค่ะ  ขอเอาใจช่วยให้ผ่านทุกอย่างทีทำด้วยนะคะ สู้ ๆ ค่ะ
    #907
    1
    • #907-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 86)
      25 พฤษภาคม 2560 / 15:54
      ขอบคุณนะคะ อัยย์จะพยายามนะคะทั้งเรื่องเรียนแล้วก็เรื่องแต่งนิยายด้วย
      #907-1
  3. #906 NookMeow (@Puntachart) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 06:07
    ขอบคุณที่อัพค่ะ
    #906
    1
    • #906-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 86)
      25 พฤษภาคม 2560 / 15:53
      ขอบคุณที่อ่านเช่นกันค่ะ
      #906-1
  4. #905 annonann (@annonann) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 04:34
    ขอบคุณค่ะ
    #905
    1
    • #905-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 86)
      25 พฤษภาคม 2560 / 15:52
      ด้วยความยินดีค่ะ
      #905-1