眼泪(อัสสุชลจอมนาง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 182,031 Views

  • 1,174 Comments

  • 3,376 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    416

    Overall
    182,031

ตอนที่ 87 : 87

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3369
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    20 พ.ค. 60

87









           ความสำเร็จของคนผู้หนึ่งต้องมองดูตรงที่ใดซูอวิ้นซีไม่ทราบและไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดอันสวยหรูได้ แต่เมื่อมายืนอยู่ที่ประตูเมืองภายใต้สายตาเคารพเทิดทูนของประชาชนชาวซูโจวแล้ว ซูอวิ้นซีคิดว่าตัวนางเองได้ครอบครองความสำเร็จในชีวิตเอาไว้แล้วได้ยืนอยู่ในจุดที่จุดสูงสุดของชีวิตแล้ว สายตาทุกคู่ที่มองมาล้วนบรรจุไว้ด้วยความรักและเคารพ


           เคารพในตัวตนของนางเองตัวตนของผู้หญิงคนหนึ่งนี่ทำเพื่อแผ่นดินมานานนับปีหาใช่เพียงเพราะตำแหน่งกู้หลุนกงจู่แต่เป็นคุณค่าที่ตัวของนางเองสร้างขึ้นอย่างแท้จริง 


           รักเพียงเพราะผู้หญิงคนหนึ่งพยามอย่างสุดตัวเพื่อให้พวกเขาลืมตาอ้าปากและมีชีวิตที่ดี สายตาเหล่านี้ตอบแทนแรงกายแรงใจที่ได้ทุ่มเทตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ดีกว่าแก้วปหวนเงินทองนับร้อยเท่าพันทวี


           สาวตาของใครหลายคนเปลี่ยนแปลงไปจากดูแคลนกลายไปเป็นยอมรับและนับถือ ในแผ่นดินที่สตรีเพศมีศักดิ์ฐานะเป็นเพียงเครื่องมือส่งเสริมอำนาจของสามี เป็นเพียงภรรยาที่ดีและแม่ของลูกแล้ว การอยู่ท่ามกลางสายตาที่ยอมรับเช่นนี้คือจุดสูงสุดที่ตัวนางเองก้าวจนมาถึง


           ท่านแม่ท่านเห็นแล้วหรือไม่ว่าบ้านเมืองที่เท่าเทียมกันระหว่าชายกับหญิงกำลังใกล้เข้ามาทุกที ต้าชิงที่ท่านใฝ่ฝันและรักมากกว่าสิ่งใดจะไม่เป็นเพียงภาพฝันที่จับต้องไม่ได้อีกต่อไป


           ขบวนรถม้าที่มุ่งตรงจากประตูพระราชวังหยุดลงที่กำแพงเมืองเพื่อเปลี่ยนพาหนะที่ใช้ในการเดินทางสู่กำแพงบูรพาหนึ่งในสี่ป้อมปราการสำคัญที่ปกปักรักษาซูโจวให้ปลอดภัยจากอริศัตรู เสียงพูดคุยหรือแม้กระทั่งเสียงลมหายใจถูกหยุดลงเมื่อพระบาทเล็กๆเหยียบย่างออกมานอกเกวียนรถประจำตำแหน่ง 


           โดยไม่ต้องมีคำสั่งหรือข้อบังคับคนที่มารอส่งเสด็จล้วนพล้อมใจกันคุกเข้าลงสู่พื้นเบื้องล่างแล้วเปร่งคำถวายพระพร


           "องค์หญิง องค์หญิง"เด็กตัวเล็กผู้หนึ่งแทรกตัวเข้ามายังตำแหน่งที่ตนยืน ไม่มือเปื้อนฝุ่นมีดอกไม้หลายดอกที่พบได้ทั่วไปตามข้างทางเต็มกำมือ ซูอวิ้นซีพยักหน้าให้ทหารเปิดทาง เป็นจื่อซือซือที่ขยับกายมายืนซ้อนอยู่เบื้องหลังในแทบจะทันทีอย่างไร้เสียง


           ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเหนื่อยล้าหรือเขินอายที่ทำให้พวงแก้มยุ้ยประดับไว้ด้วยสีแดงสดดังเช่นผลอิงเถา"องค์..องค์หญิง ข้าน้อย เอ่อหม่อมฉัน เอ่อ.."


           "พูดตามปกติเถอะเราไม่ถือ"


           "ข้าน้อยเป็นลูกสาวจากเผ่าลี่ซุย เมื่อปลายปีที่ผ่านมาท่านรับเผ่าของเราเข้ามาในกำแพงเมือง"หากเป็นยามที่อยู่นอกกำแพงเมืองซูโจวเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกตนจะกินอิ่มนอนหลับได้ในยามที่เริ่มแล้งเช่นนี้"ซย่าซานไม่มีสิ่งใดจะตอบแทนให้ท่านมีเพียงดอกไม้พวกนี้เท่านั้น"


           ซูอวิ้นซีมองดอกไม้ในมือที่เล็กกว่าตนเกือนครึ่งแล้วก้มลงหยิบดอกเหมยที่สมบูรณ์ดอกหนึ่งขึ้นมาทัดบนเส่นผม"ดอกไม้ของซย่าซานสวยมาก มันอาจสวยกว่าเครื่องประดับบางชิ้นของข้าเสียอีก ขอบใจเจ้ามาก"


           ใบหน้าหน้าของเด็กน้อยยิ้งแดงก่ำเมื่อสาวงามแย้มรอยยิ้มให้ แต่ปากเล็กช่างเจรจาก็ยังคงกล่าวต่อ"ดอกเหมยคือตัวแทนของความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ องค์หญิงต้องเดินทางกลับมาอย่างรวดเร็วและปลอดภัย"


           "ข้าไม่อาจรับปากผู้ใดว่าจะกลับมาอย่างรวดเร็วได้หรือไม่"มองขึ้นไปยังกำแพงสูงก็เห็นท่านลิ่วจื้อยืนอยู่ไม่ขยับไปที่ใด คำพูดนี้ฝากเอาไว้ให้ใครบางคนที่รอคอยอยู่เหนือราชบัลลังก์มังกร"ข้าจะรับปากได้เพียงข้อเดียว เมื่อยามที่กูหลุนกงจู่ผู้นี้เหยียบเมืองหลวงของซูโจวอีกครั้ง แสดงว่าวันนั้นป้อมบูรพานั้นแข็งแกร่งพอจะต้านแรงผู้รุกราน"


           หากตนรั้งอยู่ที่หน้าประตูเมืองนานเกินไปท่านลิ่วจือเองคงไม่คิดกลับไปประจำการที่วังหลวงเช่นกัน เพื่อให้การป้องกันวังหลวงกลับมารัดกุมที่สุดอีกครั้งนางควรจากไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ ก้าวขาขึ้นบนรถม้าไร้ลวดลายและสิ่งประดับยศคันหนึ่ง ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปจนกว่าจะกลับมาเหยียบเมืองหลวงของซูโจวอีกคราวจะไม่มีกู้หลุนกงจู่ ที่ยืนอยู่ตรงนี้คือกุณซือของกำแพงบูรพาเท่านั้น


           รถม้าที่กู้หลุนกงจู่นั่งเคลือนตัวออกไปไกลท่ามกลางสายตาของคนหลายกลุ่ม ซูเฟิ่งหมิ่งในชุดแม่ทัพเต็มยศนั่งมองมาจากชั้นสองของโรงเตี๊ยมอันเป็นมุมอับของสายตาตั้งแต่ต้นจนจบ


           "องค์ชาย กู้หลุนกงจู่โดดเด่นถึงเพียงนี้ท่านจะปล่อยนางไปจริงหรือ"ไม่บ่อยนักที่คนสนิทผู้นี้จะเอ่ยสิ่งใดเพื่อเตือนสติตน ซูอวิ้นซีโดดเด่นจริงตามที่อีกฝ่ายว่าไว้ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา ความรู้ความสามารถ ภูผาที่ยืนหยัดอยู่เบื้องหลัง ฐานอำนาจอีกมากมายที่ไม่มีใครทราบและที่สำคัญคือมันสมองที่อยู่เบื้องหลังหัวสวยสวยนั่น 


           ซูอวิ้นซีเป็นหญิงงามที่คู่ควรกับตำแหน่งไท่จือเฟยของเขา มองไปทั่วเมืองหลวงก็ไม่เห็นมีสักคนที่เทียบเคียงกับนางได้สักคน หากได้อีกฝ่ายมาเป็นส่วนหนึ่งของตำหนักในย่อมหมายถึงความมั่นคงของราชบัลลังก์ในอนาคต เสียเพียงอย่างเดียว


           "นางเป็นคนรักของหย่งจิ้น ข้าไม่คิดหักหลังสหายที่ดีที่สุดในแผ่นดินผู้นี้"กำไลสีแดงสลักลายดอกเหมยที่กู้หลุนกงจู่สวมติดกายยืนยันความคิดนี้ กำไลวงนั้นสหายเป็นผู้สลักมันด้วยมือตนเอง


           หลางหย่งจิ้นคือบุคคลเดียวที่ซูเฟิ่งหมิงยอมยกตำแหน่งสหายให้โดยไม่ต้องคำนึงถึงศักดิ์ฐานะ ฐานอำนาจ หรือมันสมองที่อีกฝ่ายมี สำหรับคนที่เกินมาในวังวนแห่งการแย่งชินอันไม่จบไม่สิ้นเช่นเขา สหายที่สามารถหันหลังให้กันได้โดยไม่ต้องเกรงว่าอีกฝ่าจะถือคมมีดไว้รอท่าเป็นสิ่งมีค่านัก


           ซูอวิ้นซีเลือกยืนข้างหย่งจิ้นในขณะเดียวกันสหายผู้นี้ก็เลือกข้างเขา อำนาจในมือน้อยๆคู่นั้นจะไปไหนได้อีก


           "ใต้เท้าหลางลงใต้ไปคราวนี้คงเป็นประโยชน์กับงานของท่านมาก"


           "ถ้าสานสัมพันธ์กับเหออี้ได้อย่างมั่นคงอีกไม่นานตำแหน่งรัชทายาทคงถูกกำหนด"เสด็จพ่อรั้งรอมาเนิ่นนานเพื่อให้ตำแหน่งนี้มั่นคงที่สุดตนนั้นเข้าใจดี


           "องค์ชายไม่เข้าวังไปเบยี่ยมพระสนมสักครั้งหรือ"


           "ข้อความที่กูเตียวส่งมาเมื่อเช้าเจ้ายังไม่เห็นกระนั้นหรือ"มือที่สากหนาเพราะจับดาบถือกระบี่กระแทกจอกเหล้าลงบนโต๊ะไม้


           "ไม่คิดว่าฝ่าบาทจะยอมกวาดล้างวังหลัง"วังหลังไม่ใช่แค่สถานที่รวบรวมสาวงามที่สุดของแคว้นเอาไว้ แต่เป็นสถานที่ที่รวบรวมฐานอำนาจแทบทั้งหมดของวังหลวงเข้าด้วยกัน เพื่อบุตรสาวที่ไม่มีสายเลือดของตนแม้สักหยาดหยดฝ่าบาทกลับยอมทำถึงเพียงนี้


           "เสด็จพ่อยอมส่งนางไปที่กำแพงบูรพา เพื่อจัดการทุดสิ่งในวังหลังให้เรียบร้อย"กำแพงบูรพาอาจดูอันตรายแต่คนที่เกิดและเติบโตในรั้ววังย่อมรู้ว่าวังหลังนั้นก็น่ากลัวไม่แพ้สนามรบ มีแม่ทัพเจาจิงคุณและกองกำลังอินทรีย์ดำอยู่จะมีใครแตะต้องซูอวิ้นซีได้อีก 


           เหตุผลอีกข้อที่เสด็จพ่อยอมส่งนางออกห่างจากอกเป็นเพราะคิดจะทำให้วังหลังแห่งนั้นสูงพอจะเก็บรักษาเมฆ(อวิ้นแปลว่าเมฆค่ะเผื่อใครลืม)น้อยของพระองค์ให้สูงส่งล้ำค่า ความรักที่มีต่อองค์หญิงผู้นี้ซูเฟิ่งหมิงไม่เคยเห็นเสด็จพ่อทรงยอมมอบให้แก่ผู้ใดไม่ว่าจะเป็นพระสนมที่ทรงโปรดนักหนา หรือพระโอรสที่ทรงภูมิใจ....แม้แต่ตัวพระองค์เองที่ได้ชื่อว่าได้รับความไว้วางพระทัยสูงกว่าโอรสคนอื่นเองก็ตาม


           "แล้วพระสนม...."


           "ท่านแม่รู้ว่าควรทำเช่นไร เราอย่าสอดมือเข้าไปยุ่งจะดีที่สุด"ข่งกุ้ยเฟยอยู่มาได้นานถึงตอนนี้โดยไม่มีผู้ใดมาสั่นคลอนตำแหน่งพระสนมที่มีชั้นยศสูงมี่สุดในวังหลังได้นั้นไม่ใช่เพราะโชคช่วย ท่านแม่คือคนที่ฉลาดและวางตัวเก่งที่สุดคนหนึ่ง



           





           




           ฮ่องเต้จะกวาดล้างตำหนักในเช่นใดผู้อื่นจะวางแผ่นแก่งแย่งชิงดีเช่นไรคนที่อยู่ในรถม้าล้วนไม่รับไม่รู้ทั้งสิ้น ภาพแผนที่และรายงานมากมายเกี่ยวกับกำแพงบูรพาล้วนถูกกางออกมาบนโต๊ะตัวเดียวในรถจนไม่สามารถตั้งสิ่งใดลงไปได้อีก


           มือเล็กพลิกหน้ากระดาษแล้วจดใจความสำคัญด้วนสีแดงพลิกแล้วจดเช่นนี้ไปเรื่อยๆโดยไม่สนใจความโยกคลอนของตัวรถยามเคลือนตัวผ่านเส้นทางขรุขระ


           ผู้โดยสารอีกคนจ้องมองการกระทำของกุนซือคนใหม่ด้วยสายตาชื่นชม อวิ้นซีของเขาอาจไม่นับได้ว่าเก่งที่สุดแต่ถ้านับในเรื่องความขยันและการเตรียมความพร้อมแล้วหากนางบอกว่าตนเป็นที่สองคงไม่มีใครกล้าเสนอตัวมาเป็นที่หนึ่งเป็นแน่


           "อวิ้นซี ท่านอ่านมาเกือบชั่วยามแล้วพักสักนิดเถอะอานติดต่อกันเช่นนี้จะไม่ดีต่อสายตา"เวลาตลอดเกือบชัวยามที่ผ่านมากิงเอกสารที่อ่านแล้วก็ถูกแยกไปไว้อีกฝั่งของที่นั่งมากกว่าครึ่ง


           "โจรพวกนี้เก่งนักนะอาคุณ นอกจากจะดักปล้นชาวบ้านแล้วยังสร้างปัญหาให้ทางการอีกมาก"ทั้งที่อ่านฏีกามาตั้งแต่หลายวันก่อนเอกสารทั้งหลายก็มีแต่กองสูงขึ้นไม่ยอมลดลงเลย มันถูกส่งเขามาทุกวันมีหลายหมู่บ้านที่กำลังเดือดร้อนและมีแต่ปัญหาที่เพิ่มมากขึ้นทุกที"หากเตรียมตัวไปเพิ่มอีกสักหน่อยคงจัดการอะไรอะไรได้ดีขึ้น"


           "ขยันมากกว่านี้อีกสิบท่าก็ไม่มีผู้ใดรู้เสียหน่อย"


           "ข้ารู้ อาคุณรู้ เสด็จพ่อเองก็ทรงทราบ แค่นี้มากพอแล้ว"คนมักน้อยตวัดอักษรอีกตัวก็ยอมวางผู้กันในมือลงอ่านติดต่อกันในที่ที่โยกเอนเช่นรถม้าไม่ดีต่อสาบตาจริงๆเพียงแค่เกือบชั่วยามก็ทำให้ดวงตาอ่อนล้าได้แล้ว


           "หากเบื่ออาคุณจะออกไปขี่ม้าข้างนอกก็ย่อมได้"


           คนถูกได้รับข้อเสนอส่ายหัวปฏิเสธ ตั้งแต่ไฟไหม้ตำหนักเทียมฟ้าคราวนั้นเขาก็ไม่กล้าให้อวิ้นซีอยู่นอกสายตา เจาจิงคุณกลัว เป็นความกลัวเช่นเดียวกับที่ไม่ได้รู้จักมาเนิ่นนาน กลัวว่าหากลับสายตาไปเพียงชั่วครู่จะไม่ได้เห็นดวงตาที่สะท้อนความอบอุ่นอ่อนโยนคู่นี้อีกแล้ว


           หากมองออกไปนอกหน้าต่างที่ถูกบดบังด้วยแผ่นไม้ที่ฉลุลายเรียบง่างและกระดาษสี่หม่นก็จะเห็นว่ารถม้าเคลื่อนตัวออกไปจากเมืองหลวงได้เร็วเพียงใด และเส้นทางนั้นขรุขระและไม่สะดวกขนาดไหนหากมองดูจากถนนเบื้องใต้แล้วก็นับได้ว่าคนบังคับม้านั้นเก่งกาจและมากฝีมือ


           เพราะกองกำลังอินทรีย์ดำและทหารของกำแพงบูรพานั้นออกเดินทางก่อนแล้วด้วยการนำของซือหยี่และซือหยางเพื่อร่นระยะเวลาในการเดินทางให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นการเดินทางครั้งนี้จึงมีเพียงตน อาคุณ ซือซือ ซือเซียวและคนติดตามจำนวนน้อยเท่านั้น


           อิงเฮยแต่ละคนล้วนรักชอบความอิสระเสรีทุกคนจึงเลือกควบขี่ม้าอยู่ด้านนอก แทนการนั่งอุดอู้อยู่ด้านใน คนในรถจึงเหลือเพียงตนและอาคุณ การที่หญิงสูงศักดิ์ที่ยังไม่ออกเรือนมาอยู่ในสถานที่ลับสายตากับชายหนุ่มสองต่อสองเช่นนี้เป็นเรื่องไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง แต่เพราะอีกฝ่ายคือเจาจิงคุณ คืออาคุณของนาง สิ่งที่อวิ้นซีคิดจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเพณีหรือความเหมาะสมเลยแม้แต่น้อย


           "อยู่ใกล้แค่นี้เจ้าออกไปได้นะอาคุณ ไม่มีสิ่งใดรอดสายตาของท่านแม่ทัพแห่งกองกำลังอินทรีย์ดำเข้ามาได้หรอก"ซูอวิ้นซีเข้าใจความคิดอีกฝ่ายดีจึงเอ่ยขึ้นมาอีกรอบ


           "ด้วยความเร็วเช่นนี้อีกไม่นานคงถึงมี่พักม้า ข้ายังไม่เบื่อเลยแม้แต่น้อย"


           คนไม่เบื่อเอนหลังลงพิงหมอนนุ่มที่วางซ้อนกันหลายชั้น อาคุณยังเด็กนางอยากจะพูดออกไปแต่กลับเก็บปากเก็บคำดังที่ควร เจาจิงคุณอาจดูเหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่งแต่ความจริงก็เป็นเพียงเด็กเอาแต่ใจที่พยายามกระทำตนเกินวัยรับภาระหน้าที่เกินอายุ ซูอวิ้นซีรู้ว่าอีกฝ่ายทำถึงขนาดนี้เพียงเพื่อความสบายใจของตนเท่านั้น


           จุดพักม้าเป็นที่โล่งแต่ก็ได้ยันเสียงลำธารแว่วมาให้ได้ยินเบาเบา คาดการณ์ได้ว่าใกล้กำแพงบูรอันเป็นจุดหมายปลายทางแล้ว ด้วยฝีมืออันชำนาญของคนบังคับม้าและเส้นทางที่เลือกใช้การเดินทางที่ควรใช้เวลาไม่ตำ่กว่าครึ่งวันก็ถูกร่นลงจนเหลือเพียงไม่กี่ชั่วยาม


           เพราะไม่ห่างจากจุดหมายปลายทางมากแล้วยามที่แวะพักจึงไม่ต้องออกล่าหาเสบียงเพิ่มเติม เพียงแค่เอาขนมและของว่างที่หรงหวาจัดเอาไว้มาใส่จานก็เพียงพอ จื่อซือซือยังคงมีรอยยิ้มแต่งแต้มริมฝีปากอย่างที่ชอบทำแต่การวางตัวนั้นระมัดระวังมากยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นี่เป็นภารกิจครั้งแรกที่นายหญิงเข้าร่วมด้วยตนเอง


           ระหว่างจัดเก็บสิ่งของเพื่อเดินทางต่อสู่ผู้หนึ่งก็นำข่าวสารมาบอกแก่ตน รถม้าอีกสองคันที่ใช้เป็นเหยื่อล่อเองก็ไม่ถูกซุ่มโจมตี การเดินทางครั้งนี้ไม่มีอุปสรรคขัดขวางมากไปกว่าหลุมบ่อที่อยู่ในเส้นทาง


           ทั้งที่ควรโล่งใจแต่บางสิ่งบางอย่างกลับกระตุ้นเตือนหญิงสาวผู้เดียวในจตุรเทพให้ตื่นตัว สัญชาตญาณที่ทำให้ตนรอดชีวิตกลับมาจากทุกภารกิจกำลังกระซิบบอกว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่น่าหวั่นเกรงกำลังเกิดขึ้น


           รถม้าเคลื่อตัวต่อไปอย่างไม่ช้าไม่เร็วไม่นานประตูเมืองก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า ซือหยาง ซือหยี่ เหล่าหัวหน้าหน่วยย่อยของกองกำลังล้วนยืนรออยู่ที่หน้ากำแพงพร้อมกับคนกลุ่มหนึ่งที่ตนไม่เคยเห็นหน้า ทั้งที่เดินทางมาถึงโดยปลอดภัยแต่เสี้ยวหนึ่งของใจกลับยังร้อนรน


           ในครั้งนี้สัญชาตญาณของนางผิดไปเองจริงๆเช่นนั้นหรือ









           มาต่อให้อีกตอนเร็วที่สุดเท่าที่จะแต่งไหว แทนคำขอโทษที่หายไปนานค่ะ พรุ้งนี้จะไปสตูลแล้วไม่รู้ว่าจะมีเวลาว่างพอมาแต่ให้ได้มั้ย 



           ******* สำคัญมากค่ะอย่าข้ามน้า คือว่า~~~ตั้งแต่ตอนต่อไปเราจะกลับมากดสวิตช์ชงน้ำร้อนต้มมาม่ากันแล้วนะคะ อัยย์เตือนตัวเองแล้วนะ



           รักรีทค่ะ ฝันดีล่วงหน้าเช่นเดิมนะคะ









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 19:17
    จะเกิดอะไรขึ้นหว่า
    #913
    1
    • #913-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 87)
      25 พฤษภาคม 2560 / 15:57
      รออ่านตอนต่อไปค่ะ
      #913-1
  2. #912 ployaneal (@ployaneal) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 00:49
    ขอบคุณนะคะ
    #912
    1
    • #912-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 87)
      25 พฤษภาคม 2560 / 15:57
      ด้วยความยินดีค่ะ
      #912-1
  3. #911 Janklin Yuwaree (@jyuwaree) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 21:50
    แอบมาส่องดูตอนต่อไป
    รออยุ่น่ะค่ะ
    #911
    1
    • #911-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 87)
      25 พฤษภาคม 2560 / 15:56
      จะพยายามให้คนอ่านไม่ต้องรอน้า
      #911-1
  4. #910 jina (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 21:11
    ขอบคุณที่มานะคะ ยังรอยุทุกวันคะ ส่องทุกวันเช้า เย็น

    รักอาคุณ
    #910
    1
    • #910-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 87)
      25 พฤษภาคม 2560 / 15:56
      รักอาคุณเหมือนกันค่ะแต่คงลงเช้าเย็นให้ไม่ได้น้าตัวเอง เค้าแทบจะไม่ได้นอนแล้ว
      #910-1
  5. #909 wind_gloomy (@wind-gloomy) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 15:32
    แงงงง ไม่อยากกินมาม่าเลย ขอบคุณนะคะ
    #909
    1
    • #909-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 87)
      25 พฤษภาคม 2560 / 15:55
      เหลือแค่เอาเส้นลงแล้วค่ะ พล็อตนี้ตั้งไว้นานแล้วคงแก้ไม่ได้ โทดด้วยน้า
      #909-1
  6. #908 AgainwithU_26 (@AgianwithU_26) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 15:20
    ขอบคุณมากๆค่ะ ลงตามเท่าที่ไรท์สะดวกนะคะ รออยู่ค่ะ
    #908
    1
    • #908-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 87)
      25 พฤษภาคม 2560 / 15:54
      คอมเมนท์แบบนี้คนแต่งรักตายเลยค่ะ
      #908-1