眼泪(อัสสุชลจอมนาง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 182,091 Views

  • 1,174 Comments

  • 3,377 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    476

    Overall
    182,091

ตอนที่ 89 : 89

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2963
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    29 พ.ค. 60


89







          จบการประชุมคนที่ควรพักอยู่ในห้องที่ถูกเตรียมไว้กลับสวมชุดรัดกุมออกมาทอดน่องภายนอกก่อนแล้วพาดตัวขึ้มบนม้า  หากต้องวางแผนให้รัดกุมแล้วข้อมูลเพียงในหนังสือและหน้ากระดาษไม่เพียงพอสำหรับตน  การตัดสินใจในตอนนี้สำคัญยิ่งนักเพราะคนที่อยู่หลังกำแพงบูรพาล้วนฝากเอาชีวิตไว้ที่นี่ หากคนที่อยู่เบื้องหลังแผนการร้ายทั้งหมดคือชาวโพ้นทะเลทุกการกระทำต่อไปนี้คืออนาคตของต้าชิง


          แผ่นดินเล็กใหญ่ที่ล้อมรอบเริ่มถูกพวกยักษ์หัวทองกลืนกินไปทีละน้อยเกาะแก่งน้อยที่อยู่ในแถบทะเลทางใต้ถูกพวกมันใช้ประโยชน์ไปแล้วเท่าใด ทั้งตัวนางเองและฮ่องเต้เห็นถึงข้อนี้มาได้สักระยะ เพื่อให้ผืนแผ่นดินเบื้องใต้มั้นคงเพื่อบ้านเกิดเมืองนอนที่บรรพบุรุษเสียเลือดสละเนื้อปกป้องไว้ได้ปลอดภัย ยิ่งรวมทั้งห้าแคว้นให้กลายเป็นต้าชิงเร็วเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น


          เส้นทางที่นางเลือกแต่คราวแรกคือสิ่งนี้มิใช่หรือเพื่อต้าชิงในฝันของนาง เพื่ออนาคตที่ท่านแม่และเหล่าบรรพบุรุษปราถนา ร่มเงาสายหนึ่งบดบังแสงจากดวงอาทิตย์ไม่ให้กระทบตัวดึงตนเองที่กำลังจมอยู่ในห้วงความคิดกลับออกมา ผินหน้าไปมองก็เห็นร่างสูงใหญ่ในชุดเรียบง่ายรัดกุมไม่ต่างจากของตนขึ้นมาซ้อนอยู่บนหลังม้า


          "ในสถานการณ์เช่นนี้ยังออกมาขี่ม้าชมเมือง อวิ้นซีว่าควรลงโทษกุนซือผู้นี้เช่นไรดี"มือของคนตัวสูงเอื้อมไปกระชับบังเหียนแล้วใช้ขากระทุ้งม้าให้เดินไปเบื้องหน้า


          "อาคุณเองก็เตรีมตัวพร้อมเช่นมีตาทิพยังจะกล้าคิดลงโทษข้าหรือ"ซูอวิ้นซีหยิบแผนที่ขึ้นมาชี้จุดหมายให้คนบังคับม้าดู หลังกำแพงบูรพามีเมืองหลักคือหงหยู แต่ก็มีหมู่บ้านเล็กรายร้อมอีกถึงสี่หมู่บ้าน หมู่บ้านเล็กเล็กเหล่านี้ประสบปัญหามากว่าในเมืองหลักมากนัก"ข้าอยากเริ่มที่หมู่บ้านนี้"นิ้วเคาะบนตำแหน่งหมู่บ้านที่ห่างไกลที่สุด หากเป็นไปได้นางต้องการไปให้ครบในวันนี้


          "อวิ้นซีควรมีคนติดตามมากกว่านี้สักหน่อย"มิใช่ไม่ไว้ใจฝีมือตนเองแต่ระวังไว้ก่อนย่อมดีที่สุด โดยเฉพาะในยามที่อยู่ห่างไกลจากกองกำลังเช่นนี้ความระแวดระวังควรต้องเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี


           "มากคนยิ่งมากความ"หากขนขบวนแห่ไปนางจะได้รู้เรื่องที่ต้องการได้อย่างไร"หากเป็นคนอื่นก็ว่าไปแต่คนที่ตามข้าไปคือแม่ทัพผู้ไร้พ่ายเจาจินคุณเชียวนา จะต้องการใครอื่นไปใย"มือบางปลดหมวกฟางบนศรีษะแล้วใส่ให้คนตัวสูงแทน ผมสีเงินเช่นนี้ออกจะดูโดดเด่นเกินไปเสียหน่อย


          คนบังคับม้ากระทุ้งสีข้างเพื่อเพิ่มความเร็วในการเดินทาง แม้จะดีใจกับคำพูดของอวิ้นซีแต่มันรู้ว่าคนในอ้อมแขนกำลังพยายามอย่างหนักที่จะไม่ร่ำไห้ออกมา ทำทุกสิ่งให้ตนเองยุ่งเข้าจะได้ไม่มีเวลาทุขใจ ท่าทางสดใสร่าเริงเช่นนี้อาจลวงตาผู้อื่นได้แต่หาใช่คนที่ใช้เวลาทั้งชีวิตไปกับการเผ้ามองอีกฝ่าย น้ำเสียงรื่นเริงอาจหลอกหูคนอื่นได้แต่หาใช่ตัวมันที่รู้จักอวิ้นซีมานานเทียบเท่าความทรงจำในฐานะมนุษย์เดินดิน


          หัวใจที่เต้นอยู่ในร่างกายที่ตนโอบไว้แผ่วเบาลงเพียงไรมีหรือตนจะไม่รู้ เป็นอีกครั้งที่มันนึกเกลียดในศาสตร์ที่คนตรงหน้าฝึกฝนจับใจ ด้วยจิตใจที่พังทลายกำลังกัดกินร่างกายที่เล็กเพียงเท่านี้ให้ย่อยยับตาม สิ่งนั้นมีอำนาจเกินกว่าที่มือคู่นี้หรือหมอเทวดาคนใดในแผนดินจะหยุดยั้งเอาไว้ได้


          ทั้งที่คิดว่าตนเองยิ่งใหญ่กว่าผู้ใด เก่งกาจจนสามารถมองเห็นผู้อื่นเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตตัวจ้อยที่บีบให้พลังทลายได้ด้วยมือข้างเดียว มีอำนาจล้นฟ้าจนแม้แต่ฟางหรงผู้เป็นอาจารย์ยังต้องยอมรับ แต่เมื่อเทียบกับฝืนฟ้าตนเองก็เล็กเพียงเท่านี้ เมื่อเทียบเคียงกับโชคชะตาตนก็เป็นได้เพียงเท่านี้ เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเบื้องใต้แผ่นฟ้าอันไร้จองเขตที่ไม่อาจฝืนชะตากรรมและความเป็นไปของวัฏสงสารอันเที่ยงตรง


          รอยยิ้มที่เหมือนไม่ยิ้มเช่นนี้เจาจิงคุณไม่กล้ามองตั้งแต่ก้าวขาออกมาจากที่พำนักคนตัวเล็กก็ยังคงแย้มยิ้มเพียงแต่ยิ้มนี้ช่างแตกต่าง มันหยุดอยู่บนริมฝีปากหาได้ถูกสะท้อนออกมาทางแววตาที่สวยงาม


          "อีกสักพักกว่าจะถึงหมู่บ้านท่านเอนหลังลงมาเถอะจะได้ไม่เหนื่อย"


          "อย่าเลยอาคุณ ภาระบนบ่าเจ้าใช่ว่าน้อยเสียเท่าใดปล่อยข้าไว้เช่นนี้....ดีแล้ว"แผ่นหลังคนพูดเหยียดตรงดังเช่นขัตติยะนารีที่ถูกฝึกสอนมาเป็นอย่างดี อวิ้นซีเป็นเจ้านายที่ผ่อนปรนที่สุดคนหนึ่งเพราะเช่นนั้นข้ารับใช้จึงนึกรักนางนัก คนเดียวที่คนใจอ่อนผู้นี้แข้มงวดไม่ยอมผ่อนผันแม้แต่ครั้งเดียวเห็นทีก็มีเพียงแต่ตัวนางเองเท่านั้น


          "ข้ารักท่านนะอวิ้นซีท่านยังมีข้ามีอิงเฮย..."หากความรู้สึกร้าวระทมกำลังกัดก่อนร่างกายซูอวิ้นซีคงเป็นความรู้สึกหวาดกลัวกระมังที่กัดกร่อนหัวใจตนอยู่ในยามนี้"ได้โปรดมีชีวิตอยู่เพื่อข้า"ท้ายประโยคแผ่วเบาจนจางหายไปกับสายลม ขอเพียงมีชีวตอยู่ไม่ว่าดวงตาที่มันรักที่สุดจะว่างเปล่าดุจบ่อน้ำที่ไร้ก้นบึ้ง ไม่ว่าคนตรงหน้าจะเปลี่ยนไปเป็นเช่นใดก็ขอเพียงให้มีลมหายใจ อยู่ให้มันได้รักก็เพียงพอ


          "ข้ารู้อาคุณข้ารู้"ด้านหน้าของตนยังมีเสด็จพ่อ เบื้องหลังยังมีอาคุณ มีอิงเฮย คนที่แสร้งทำเหมือนไม่รู้สึกสิ่งใดรู้สึกร้อนที่กระบอกตาจนต้องเงยหน้ามองฟ้าให้สัญลักษณ์แห่งความพ่ายแพ้ไหลย้อนกลับไปด้านใน นางร้องให้ได้แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้...ต้องไม่ใช่ตอนนี้"ข้าไม่คิดว่าจะมีสิ่งใดที่ทำให้รู้สึกโกรธได้ถึงเพียงนี้ก็เท่านั้น"ความโกรธและเสียใจที่อัดแน่นอยู่ด้านในผสมปนเปอยู่ด้านในเป็นเหมือนไฟที่กำลังแผดเผาให้ภายในใจรุ่มร้อนไปหมด


          นางกำลังจะวางมืออำนาจหรือสิ่งใดก็ล้วนไม่สนใจทั้งสิ้น ทั้งที่ตัวนางเองกำลังจะถอนตัวแล้วแท้แท้ ทั้งที่หาได้ต้องการเป็นหนามยอกอกผู้ใด ทั้งที่สิ่งที่ต้องการเป็นเพียงชีวิตสามัญธรรมดาและสงบสุขนางขอมากไปหรือ


          ซูอวิ้นซีโกรธ โกรธพวกมันจนอยากฆ่าให้ตายตกไปตามคนผู้นั้น แต่ที่โกรธยิ่งกว่าชังมากเป็นเท่าทวีกลับเป็นตัวของนางเอง เพราะคิดว่าเห็นหมากทั้งกระดานแล้ว เพราะมั่นใจเหลือเกินในความฉลาดเฉลียวของตนเอง เพราะตัวนางเองที่ประมาทเลินเล่อชีวิตของคนผู้นั้นจึงต้องจบลง


          เจาเอี้ยนเหลียนเป็นเพียงสตรีที่มีฐานอำนาจเพียงหยิบมือ ฐานกำลังที่เหลืออยู่ขององค์ชายเฟยเหลิงเพียงเท่านั้นจะวางแผนกำจัดท่านแม่ที่ถูกเสด็จพ่อปกป้องอยู่ได้อย่างไร แทบเป็นไปไม่ได้เลยมิใช่หรือ 


          หากไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นนางก็ยังคงโง่งมเพียงเดินถอยออกมาแล้วคิดทบทวนซ้ำอีกคราคำตอบก็อยู่ตรงหน้า เฟยเหลิงเป็นฝ่ายเดียวกับชาวโพ้นทะเลแต่แรก มิใช่ว่าพวกเขาเพิ่งหันมาสนใจแผ่นดินที่อยู่เบื้องใต้นี้ แต่แทรกซึมเข้ามาแต่แรกวางแผนการมาเนิ่นนานแล้วต่างหาก


          มือบางกำแน่นอย่างไม่รู้ตัวเล็บที่ถูกตกแต่งดูแลเป็นอย่างดีจิกเข้าเนื้อ เป็นคนที่นั่งซ้อนอยู่เบื้องหลังเสียอีกที่ต้องรวบมือทั้งสองข้างเข้าไว้ด้วยกัน"หากอวิ้นซีต้องการข้าจะกำจัดพวกมันไม่ให้เหลือ ดังนั้นได้โปรด....คลายมือออกเถอะนะ"มือขาวถูกแต้มด้วยรอยแดงอย่างชัดเจนแต่ทำไม่ไม่รู้สึกเจ็บกัน อวิ้นซีไม่คิดหันไปมองคนที่นางรักไม่ต่างจากคนในครอบครัว สีหน้าเช่นนี้อาคุณไม่เห็นดีที่สุดแล้ว








          ด้วยม้าฝีเท้าเยียมของจวนเจ้าเมืองเพียงไม่ถึง2เค่อบ้านหลังย่อมที่ตั้งอยู่เทบชิดชายขอบสุดของซูโจวก็ปรากฏแก่สายตา เจาจิงคุณตวัดตัวลงจากหลังม้าพร้อมกับรับตัวอีกคนให้เหยียบลงพื้นอย่างมั่นคง บนบังเหียนมีสัญลักษณ์จวนเจ้าเมืองชายสูงวัยที่เฝ้าหน้าประตูก็เปิดทาง สายตาไม่เป็นมิตรนั้นมองมาอย่างโจ่งแจ้งบอกได้เป็นอย่างดีว่าชาวบ้านไม่ใคร่พอใจคนของทางการเสียเท่าใด


          มองไปยังสภาพหมู่บ้านก็พอหาสาเหตุของอารมณ์เหล่านี้ได้สภาพบ้านเรือนที่นี่ไม่ต้องห่วงว่าจะถูกปล้นเลยแม้แต่น้อย เพราะดูอย่างไรก็ไม่มีสิ่งใดเหลือเอาไว้ให้พวกโจรปล้นชิงอีกแล้ว ในหมู่บ้านแทบไม่มีผู้ชายอยู่เลยเท่าที่ตนเห็นตอนนี้มีเพียงชายสูงอายุที่ทำหน้าตายู่ยี่เฝ้าประตู่อยู่เพียงเท่านั้น


          ชายสูงวัยที่ถูกมองเพียงทำท่าทีฮึดฮัดด้วยความหงุดหงิดใจก่อนยกอาวุธในสภาพที่บอกว่าถูกใช้งานเป็นประจำขึ้นแล้วกลับไปทำหน้าที่เช่นเดิมโดยไม่ใส่ใจแขกผู้มาเยือนแม้แต่น้อย


           แผนผังของหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลเมืองหลวงเช่นนี้ดูไม่ใคร่เป็นระเบียบเท่าใดนักเท่าที่ดูผ่านสายตาก็บอกได้ทันทีว่าบ้านเรือนแต่ละหลังไม่ได้ถูกวางแผนเพื่องสร้างอย่างเป็นองค์รวมแต่เป็นเอกเทศแยกออกจากกันเป็นของใครของมัน


           เด็กเล็กๆต่างถูกจำกัดพื้นที่ให้อยู่เพียงในอาคารยามที่เกิดปัญหาวุ่นวายเช่นนี้ ถนนหนทางว่างเปล่าไม่มีเกวียนหรือคนสัญจรเงียบเหงาไม่ต่างจากเมืองร้างไร้ผู้คน


           "องค์หญิง"เสียงจากด้านหลังเป็นของชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่เจ้าของใบหน้าคมเข้ม อู่หวงจีกระโดดลงจากหลังม้าเพื่อไม่ให้ที่ยืนของตนไปค้ำพระเศียรผู้สูงศักดิ์ที่ไม่ควรมายืนอยู่ที่นี่ในเวลาเช่นนี้"ท่านแม่ทัพ"


           แม้จะเป็นการไม่สมควรที่ใช้สายตารอบมองสตรีที่ยังไม่ได้ออกเรือน แต่อู่หวงจีก็อดกวาดสายตามองด้วยความชื่นชมไม่ได้ ในชุดธรรมดาสามัญไม่ต่างจากชาวบ้านการแต่งกายไม่ผิดไปจากชายหนุ่มกู้หลุนกงจู่ก็ยังคงหน้ามองเป็นที่สุด กู้หลุนกงจู่เป็นคนที่งดงามได้อย่างน่าพิศวง ในครั้งแรกที่มองในคราวแรกที่สบตานางเป็นสาวงามในห้องหอผู้หนึ่ง แต่เมื่อพบเจอบ่อยเข้ากลับละสายตาไม่ได้เลยแม้แต่น้อยเหมือนว่าถูกดวงตาที่บรรจุความเศร้าสร้อยคู่นั้นดึงดูดไว้ไม่ให้หันเหไปทางอื่นได้


           "รองแม่ทัพอู่ท่านเองก็อยู่นี่ด้วยหรือ"


           "หมู่บ้านนี้เป็นบ้านเกิดกระหม่อมเององค์หญิง"บ้านเกิดของรองแม่ทับผู้เป็นรองเพียงเจ้าของตราสั่งการกลับเป็นหมู่บ้านชายเขตสุดของซูโจว คนหนึ่งคนที่เกิดยังดินแดนอันห่างไกลเช่นนี้จะให้ความพยายามมากเพียงใดกันหนิถึงจะก้าวขึ้นไปยืนยังตำแหน่งที่เป็นอยู่ได้


           "เป็นเช่นนั้นเอง"การมีคนในพื้นที่เป็นรองแม่ทัพอู่ควทำให้การทำงานของนางง่ายขึ้นไม่น้อย"เช่นนั้นท่านรองแม่ทัพช่วยบอกสถานการณ์คร่าวๆให้เราฟังทีเถอะ"


           "หมู่บ้านนี้ชื่อว่าหมู่บ้านปี้หัวขอรับ ตามที่ท่านเห็นมันตั้งอยู่แทบจะติดขอบกำแพงเมืองในส่วนล่างสีดและห่างจากเมืองหลักอย่างหงหยูค่อนข้างมาก โชคยังดีที่ที่นี่ไม่มีสิ่งใดมากนักจึงไม่ถูกพวกโจรเพ่งเล็ง"อู่หวงจีเผยสีหน้าหนักใจ"ผู้ชายส่วนใหญ่ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารในช่วงที่ผ่านมาทำให้กลายเป็นอย่างที่เห็น"


           "เหลือแต่ผู้หญิง เด็ก และคนแก่ เรื่องเสบียงอาหารจะทำเช่นไร"ถ้าเทียบกับหมู่บ้านอื่นหรือเมืองใหญ่ที่แห่งนี้อยู่ไกลจากแหล่งน้ำพอสมควร"ทำไมไม่ย้ายไปอยู่ที่หงหยูเล่า"


           "หงหยูเป็นเมืองใหญ่ ค่าเช่าบ้านจากทางการและที่ดินแพงเกินกว่าที่พวกเขาจะสู้ราคาไหว ส่วนเรื่องเสบียงข้าน้อยกับคนในหน่วยมักสับเปลี่ยนกันถ่ายเทมาบ้างตามสมควร"แต่เดิมหมู่บ้านที่ติดคนของชายเขตส่วนใหญ่ก็เป็นเผ่าเล็กเผ่าน้อยที่อพยพเข้ามาพึ่งใบบุญซูโจวใช้เป็นที่อยู่ที่ซุกหัวนอน แต่จะให้โยกย้ายไปรวมเข้ากับคนในพื้นที่แต่เดิมนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย


           "ในสถานการณ์เช่นนี้เจ้าเมืองยังสนใจค่าเช่าที่อีกหรือ"คิ้วโค้งมลเลิกขึ้น นางคิดว่าคงมีสิ่งใดมากกว่านี้ที่อู่หวงจีไม่ได้พูดออกมา"ถ้าเป็นเช่นนั้นก็เอาเถอะ ข้าจะให้คนไปแจ้งเจ้าเมืองให้หาทางจ้างคนในหมู่บ้านไปทำงาน สร้างบ้านพักชั่วคราวไว้ไกล้เขตกำแพง หากมีการปะทะกันอย่างไรก็ไม่พ้นมีคนบาดเจ็บให้พวกเขาทำงานที่โรงครัวหรือหน่วยแพทย์ก็ไม่เลว"


           "องค์หญิงเรื่องนี้ท่านเจ้าเมือง...."สีหน้าของอู่หวงจีฉายความหนักใจออกมาชัดเจน ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดที่จะทำเช่นนั้นแต่ในความจริงแล้วมันไม่ง่ายเช่นนที่พูดออกมา


           "การตัดสินใจในตอนนี้อยู่ในมือเราทั้งหมด รองแม่ทัพอู่อย่าห่วงเลย หมู่บ้านมีเพียงเด็กและผู้หญิงเช่นนี้จะให้ปล่อยไว้เช่นนี้ได้อย่างไร ที่นี่ห่างจากทั้งค่ายทหารและตัวเมืองเมื่อถึงเวลาเกิดเหตุใดขึ้นต่อให้เฝ้าระวังหรือวางแผนอย่างดีก็ยากที่จะช่วยได้ทัน"


           อำนาจและเงินตราเป็นสิ่งที่ง้างหลายสิ่งหลายอย่างได้ซูอวิ้นซีก็เพียงใช้อำนาจที่เสด็จพ่อมอบให้ทำในสิ่งที่นางคิดว่าเหมาะสมเท่านั้น นางมีอำนาจในมือนานแล้วถึงเวลาใช้มันอย่างเต็มที่เสียที


           นกหวีดสีเงินสลักลายแปลกตาถูกนำออกมาใช้ในการติดต่อสู่ที่ติดตามอยู่โดยรอบ มันคล้ายคลึงนกหวีดของจตุรเทพแต่ละคน เพียงแต่คลื่นเสียงที่แผ่ออกไปนั้นแตกต่าง มันแทบไม่มีเสียงดังออกมาจากเครื่องมืออันน้อยจึงมีเพียงคนที่มีเครื่องมือรับสารเท่านั้นที่จะได้ยิน เจเจ่มีฝีมือในการประดิษฐ์ของเหล่านี้ไม่น้อยไปกว่าความงดงาม


           สู่เคลื่อนตัวมาตามเสียงอย่างรวดเร็วหนูเหล่านี้เผยตัวออกมาต่อหน้าผู้เป็นนายเพื่อรอรับคำบัญชา 


           จื่อซือซือเป็นหนึ่งคนที่ปรากฏกายขึ้น นางมาพร้อมรอยยิ้มกว้างขวางอันเป็นเอกลักษณ์ ภาพลักษณ์ที่สร้างขึ้นนี้ช่างดูเข้าถึงอย่างง่ายดายและไร้พิษภัยผิดกับความสามารถที่ครอบครองอย่างสิ้นเชิง


           อู่หวงจีมองเห็นการทำงานที่รวดเร็วที่สุดที่เคยประสบมาอยู่เบื้องหน้า อวิ้นซีกงจู่บัญชาการไม่ถึงวันดีคนในหมู่บ้านก็เดินทางสู่หงหยูได้สำเร็จโดยมีคำรับรองของท่านเจ้าเมืองมารับประกัน


          ร่างเล็กเอ่ยปากสั่งราวกับว่งแผนเรื่องนี้มาเป็นร้อยเป็นพันครั้ง แผนการรัดกุมราวกับรู้ว่าทุกคนในหน่วยต้องก้าวขาข้่งใดก่อนยามออกจากประตูบ้าน เด็กสาวที่ดูอ่อนแอขี้โรคในตอนแรกคนเดียวกับที่สลบไสลไปกลางการประชุมกลับโดดเด่นยามอยู่กลางกองกำลังอินทรีย์ดำ 


          แต่ทำไมเขากลับยงคงเห็นเงาของเด็กตัวน้อยที่ร้องไห้จนตัวโยนซ้อนทับกับท่านกุนซือผู้มากฝีมือที่ฝ่าบาทพระราชทานมาให้ผู้นี้ไปได้








          ขอโทษที่หายไปนานค่ะ ยังไม่ตรวจทานเลยด้วย ฝึกงานเหนื่อยจริงๆ


          วันนี้คุยไม่เยอะและขอค่อยตอบเม้นเนาะ


          รักรีทนะคะ


          ฝันดีค่ะ







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 12:11
    อวิ๋นซีสู้ๆ ไรท์สู้ๆ
    #932
    1
    • #932-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 89)
      2 มิถุนายน 2560 / 15:59
      ขอบคุณนะคะ
      #932-1
  2. #931 Homunculus (@Ithaji) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 10:11
    คิดถึงคุณชายหลางงงง นางตายรึยังคะ? ฮือๆๆๆ
    ถ้าตายนี่เสียใจมาก 5555
    #931
    1
    • #931-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 89)
      2 มิถุนายน 2560 / 15:58
      อืมเรื่องนี้เราไม่ขอแสดงความคิดเห็น
      #931-1
  3. #929 玉刷 (@Aikaterina) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 06:59
    คิดถึงง
    #929
    1
    • #929-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 89)
      2 มิถุนายน 2560 / 15:56
      ไรท์จะรีบลงบ่อยๆเนาะ
      #929-1