眼泪(อัสสุชลจอมนาง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 182,122 Views

  • 1,174 Comments

  • 3,379 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    507

    Overall
    182,122

ตอนที่ 91 : 91

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3239
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    11 มิ.ย. 60

91







          สงคราม การศึกที่เกิดขึ้นไม่มีครั้งใดกินเวลาเพียงวันสองวัน ทั้งที่รู้เข่นนั้นพระองค์กลับยังต้องการเร่งเวลาให้หมุนเร็วขึ้นโดยไม่เสียดาย เพื่อจะได้พบหน้าพระราชธิดาพระองค์โปรดอีกครั้ง อวิ้นซีเด็กสาวตัวน้อยนั้นจะเป็นเช่นไรเมื่อเห็นของที่อยู่ในกล่องไม้ ข่าวจากคนของพระองค์จากกำแพงบูรพาทำให้นั่งไม่ติด


          ฝืนเข้มแข็งได้มากเพียงใดก็ไม่อาจเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำภายในได้ทำไมจะไม่ทรงทราบ ทั้งที่สัญญาไว้แล้วว่าจะดูแลถนอมนางให้ดีที่สุดไม่ให้สิ่งใดมาแพ่วพาน แต่เป็นพระองค์เองที่ทำร้ายให้เด็กดีผู้หนึ่งให้ต้องตกลงในวังวนแห่งความทุกข์ไม่ต่างจากที่ทรงเผชิญ หากไม่มีตำแหน่งกู้หลุนกงจู่ หากไม่ทรงผลักดันให้นางโดดเด่นถึงเพียงนั้น เมฆน้อยเช่นนางมีหรือจะยอมไปยืนที่ขอบเหวปากอเวจี


          "ฝ่าบาท เหยี่ยวดำมาเกาะที่ขอบระเบียงแดงพะยะคะ"ทั้งที่มีหนทางมากมายในการติดต่อมาถึงตนแต่บุตรสาวคนงามก็ยังชอบใช้ช่องทางนี้เป็นที่สุด


          "อวิ้นซีว่าอย่างไร"


          "ยามแม่ทัพโม่ถึงกำแพง บุกเข้ากวาดล้าง"


          "นางโกรธจนไม่อาจยืนอยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกันได้แล้ว"อวิ้นซีเป็นคนอ่อนโยนบางครั้งมันทำให้นางใจอ่อนและไม่เด็ดขาด พูดในฐานะฮ่องเต้ผู้ครองแคว้นย่อมต้องทรงพอพระทัยที่ได้ยอดกุนซือผู้เด็ดขาดมาช่วยบริหารแผ่นดิน แต่หากตัดสินในฐานะบิดาแล้วคงทรงอยากส่งพระราชโองการให้นางกลับมาอยู่ในสายตา อยู่ในระยะที่อ้อมแขนและแผ่นหลังของตนปกป้องอีกฝ่ายจากทุกสิ่งได้อย่างเต็มความสามารถ 


          แต่ก็รู้ดีเช่นกันว่าหากดึงดันรั้งตัวอวิ้นซีกลับมาเสียตอนนี้ สิ่งที่ได้คืนมาจะหาใช่บุตรสาวคนเดิมอีกต่อไปสิ่งที่ได้กลับมาคงไม่พ้นร่างกายที่ไร้วิญญาณกับหัวใจที่แหลกสลาย อวิ้นซีในตอนนี้วังหลวงสะอาดและสูงพอให้เจ้ายืนแล้วรู้หรือไม่


          "ฝ่าบาท"


          "มีสิ่งใด"


          "เมื่อคืนวานองค์หญิงเสร็จชมเทศการในหงหยู พวกมันฝากหยกประจำตัวใต้เท้าหลาง..."


          "ยามที่แม่ทัพโม่เดินทางกลับกำแพงบูรพาให้ส่งป้ายทองไปให้องค์หญิง"แม่ทัพโม่เป็นแม่ทัพผู้ถือตราคำสั่งของกองพลทุกหน่วยในเขตกำแพงบูรพา เมื่อเดินทางไปถึงแม่ทัพเจาย่อมต้องคืนตราคำสั่งกลับสู่ผู้เป็นเจ้าของ แต่ป้ายทองอาญาสิทธิ์นั้นต่างกันยามเห็นป้ายทองเสมือนเห็นพระองค์นั่นเป็นวิธีปกป้องเด็กคนนั้นได้ดีที่สุดเท่าที่ตนจะทำได้ในตอนนี้


           "ฝ่าบาทเรื่องนี้"


           "ยามนี้ข้าจัดการวังหลวงให้สงบเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงให้นางกลับมาเท่านั้น ให้เราทำตามใจอีกสักหน่อยเถอะ"


           "กระหม่อมรับด้วยเกล้า"ม่านกงกงผ่อนลมหายใจออกเข้าใจผู้เป็นนายดีว่าเพราะเหตุใด


           วังหลังสงบเรียบร้อยสิ่งนี้ช่างยากเย็น เพราะที่แห่งนั้นหาใช่เพียงสถานที่ราบรวมสาวงามแต่เป็นสูญรวมพระราชอำนาจด้วยเช่นกัน ทรงยอมมากถึงเพียงนั้นเพียงป้ายทองม่านกงกงกล้าพูดด้วยคำว่าเพียง


           ไม่มีทางที่จะมีโอรสมังกรจากเฟยทั้งสี่หรือสนมยศสูงอีกต่อไป เสียนเฟยถูกลดขั้นเหลือเพียงเจาเยวี่ยนโดยความผิดที่กงกงผู้นี้เป็นคนจัดฉากขึ้นมาด้วยสองมือ นางถูกลดตำแหน่งเพียงเพื่อลดทอนอำนาจของตระกูลฉาง(บ้านเดิมของไทเฮา) ข่งจางเซียนถูกโบยประหารต่อหน้าผู้คนเพื่อเป็นเยี่ยงอย่างว่าหากแตะต้องอวิ้นซีกงจู่แล้วจะมีจุดจบเช่นใด


          พระสนมผู้ขี้อายและสงบเสยี่ยมกลับอยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมไม่น้อยในวังหลัง ข่งจางเซียนมอบหัวใจรักให้ฮ่องเต้ไม่ต่างจากผู้เป็นพี่ เพียงแต่หนทางที่นางเลือกเดินคือเส้นทางสีเลือด ข่งกุ้ยเฟยเป็นลมล้มพับไปตรงหน้าลานตัดสินโชคดีเพียงใดที่ฝ่าบาทยังทรงปราณีตระกูลข่งโดยไม่คิดเอาความ


          ยามนี้ในวังหลังเหลือเพียงกุ้ยเฟยและซูเฟย อีกไม่นาน อีกเพียงไม่นานแล้วกระมังที่ตำแหน่งมารดาแห่งแผ่นดินที่ถูกว่างเว้นไว้หลายปีจะมีผู้ครอบครองเสียที


          ม่านเตียวมองนายเหนือหัวอยู่เบื้องหลังตั้งแต่ต้น คนที่รับใช้ซูหนานตี้มาตั้งแต่ครั้งยังเป็นเพียงองค์ชายผู้ไร้ยศเป็นมือเป็นเท้าจัดการทุกสิ่งที่ทรงประสงมีหรือจะไม่รู้ เจาเหม่ยหรงอาจยังประทับอยู่ในความทรงจำของนายเหนือหัว แต่ยามนี้ผู้ที่ประทับอยู่ในพระหทัยจะเป็นผู้ใดไปได้อีกหากไม่ใช่กู้หลุนกงจู่เพียงหนึ่งเดียวผู้นั้น


          ความรักที่ครั้งหนึ่งเคยจางหายไปจากพระหฤทัยเสมือนว่าจะกลับคืนมายามอยู่ต่อหน้าบุตรีบุญธรรมผู้นั้น


          ก่อนหน้านี้ม่านเตียวเคยมั่นใจว่าซูโจวคือสิ่งที่ทรงตั้งไว้สูงสุดในพระราชหฤทัย แต่หากให้เลือกระหว่างแผ่นดินเบื้องใต้กลับอวิ้นซีกงจู่ผู้นั้นในยามนี้เล่าข้ารับใช้ผู้นี้กลับปราศจากซึ่งความมั่นใจโดยสิ้นเชิง

          

          "กงกง"ขันทีผู้น้อยเอ่ยอย่างกล้ากลัวเขาเรียกท่านกงกงมานานจนต้องเพิ่มเสียง หากไม่ได้ยินอีกคงต้องเขย่าจัวแล้ว


          "ว่าอย่างไร"


          "ฝ่าบาททรงรับสั่งให้เตรียมเกี้ยวไปตำหนักพิรุณพร่าง"พิรุณพร่างตำหนักทางเหนืออันเป็นที่ประทับของผู้มีชั้นยศสูงสุดของวังหลัง หากนับเอาเพียงตำแหน่งพระสนมมีใครเหนือกว่าซื่อฟูหลินขั้นหนึ่งผู้นั้นได้บ้าง


          "ส่งคนไปบอกคนของตำหนักนั้นก่อน"พระสนมยังคงเศร้าโศกให้เตรียมการก่อนคงเป็นการดี 


          'คงถึงเวลาแล้วกระมัง'ม่านกงกงสบัดแซ่ในมือไปมาจนดัง'ฟึบฝับ' มันดูตลกมากกว่าน่าหวั่นเกรงขันทีและนางกำนัลน้อยๆทั้งหลายต่างหลบลี้หนีกายเพื่อไม่ให้หลุดเสียงหัวเราะออกมาต่อหน้ากงกงคนสนิท 


          'ท่านกงกงไม่มีใครบอกท่านหรืออย่างไรว่าทำเข่นนี้ลดความน่าเกรงขามของท่านไปมากโข'











          ตำหนักพิรุณพร่างก็เป็นดังเช่นชื่อเพียงแค่มองดูจากภายนอกก็ให้ความรู้สึกสุขสงบเหมือนอยู่ในวันที่ฝนพรำ ยามเหยียบถึงหน้าประตูตำหนักม่านกงกงต้องรีบหลับหูหลับตา ทั้งพระสนมผู้เป็นเจ้าของและข้ารับใช้ล้วนอยู่ในชุดสีขาวสะอาดไล้ลวดลายมารอรับเสด็จถึงหน้าประตู พวกเขาแต่งกายดังเช่นไว้ทุกข์ทั้งที่มันเป็นข้อห้ามของวังหลัง ม่านกงกงเห็นการต้อนรับเช่นนี้แทบเป็นลมล้มพับ


          พระสนมจะทำสิ่งใดก็แล้วไปแต่นี้รวมทั้งนางกำนัลและขันทีทุกคนเข้าไปด้วย ข้ารับใช้แต่ละคนล้วนมีสีหน้าไม่สู้ดียิ่งเห็นม่านกงกงยิ่งมีสีหน้าหมองคล้ำราวกับถูกบังคับให้กินยาขม 


          ซูหนานตี้มองภาพตรงหน้าด้วยความอ่อนใจข่งไฉ่ซู่กำลังทำในสิ่งที่เรียกว่าประชดประชัน ดวงตาที่มักสงบนิ่งไม่ว่าเกิดสิ่งใดช้อนขึ้นสบ ในนั้นบรรจุเอาความน้อยใจและความหดหู่เอาไว้ดังที่ไม่เคยเป็นพริบตาหนึ่งตนเห็นสายตาตัดพ้อต่อว่าที่ถูกส่งมา


          "ถวายพระพรฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญพันปีพันพันปี"แขนทั้งสองข้างกวาดออกเป็นวงอย่างพอเหมาะทุกกริยาท่าทางคือความสมบูรณ์และพอเหมาะพอควร ไม่ว่าอยู่ในยามใดมารยาทของกุ้นเฟยผู้นี้ก็ยังเป็นสิ่งที่ตำหนิไม่ได้เช่นเดิม


          "พระสนมอย่ามากมารยาทเลย ลุกขึ้นเถอะ"ฮ่องเต้โอบประคองกุ้ยเฟยเข้าไปท่ามกลางความโล่งใจของข้ารับใช้ที่ยังมีหัวไว้ประดับบนคอ ฮ่องเต้ไม่ว่าสิ่งใดม่านเตียวก็แกล้งหูหนวกตาบอดด้วยเช่นกัน


          "ไม่คิดว่าตำหนักพิรุณพร่างจะมีโอกาสได้ต้อนรับการมาเยือนของพระองค์ในยามนี้"


          "ไฉ่ซู่"ทรงทอดเสียงเรียกชื่อเดิมของข่งกุ้ยเฟยด้วยความอ่อนใจ แต่ไม่สามารถเอาผิดอีกฝ่ายได้เขาสั่งโทษประหารญาติคนเดียวของอีกฝ่ายที่อยู่ในวังหลังต่อหน้าต่อตานางโดยไม่มีการลดหย่อนผ่อนโทษแม้แต่น้อย ทั้งยังโบยประหารต่อหน้าธารกำนัลโดยไม่ไว้หน้าทั้งนางและตระกูลข่ง


          "จางเซียนอาจทำผิด แต่ถึงกลับต้องทำเช่นนั้นเลยหรือเพคะ"ข่งไฉ่ซูมองคนไร้หัวใจด้วยน้ำตาที่กลิ้งลงมาอาบสองข้างแก้ม"นางรักฝ่าบาท รักมากยิ่งกว่าผู้ใดในวังหลังแห่งนี้"นั่นเป็นความผิดข้อเดียวของข่งจางเซียน หากไม่มอบหัวใจรักให้คนตรงหน้า มิเช่นนั้นเด็กสาวผู้บริสุทธิ์ผู้หนึ่ง ผู้ที่มีรอยยิ้มสดใสมากที่สุด เขินอายได้อย่างน่ามองที่สุดผู้นั้นจะยอมย้อมมือตัวเองให้เป็นสีโลหิตได้อย่างไร


          หากไม่เสียหัวใจให้ฝ่าบาทแล้วไซร้เซียนเอ๋อของนางจะยังคงเป็นคุณหนูน้อยผู้หนึ่งที่ได้มีโอกาสเป็นฮูหยินของครอบครัวที่อบอุ่น ได้ออกเรือนกับชายสักคนที่มอบหัวใจรักตอบกลับให้นาง เพียงแต่ไม่ได้พบพระพักตร์ในคราวนั้น เพียงแต่น้องน้อยไม่ได้เข้ามาเยื่ยมตนที่ป่วยไข้ถึงวังหลังด้วยตนเอง วันนี้นางจะยังมีชีวิตอยู่


          "ไฉ่ซู่ เจิ้งไม่อาจปล่อยความผิดครั้งนี้ไปได้ ไม่ใช่เพียงเรื่องของอวิ้นซี แต่การเจ็บป่วยและการตายหลายต่อหลายชีวิตในวังหลังแห่งนี้เป็นเพราะนางเจ้ามีหรือจะไม่รู้"ซูหนานตี้ยกพระหัตถ์ขึ้นซับน้ำตาให้ชายาที่ยืนอยู่ข้างกายตนนานยิ่งกว่าผู้ใด"แม้แต่ตัวเจ้าเอง..."คำพูดถูกหยุดลงที่ตรงนี้ไม่อยากย้ำเตือนว่าการป่วยที่เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาของคนตรงหน้าเกิดขึ้นเพราะน้องสาวที่อีกฝ่ายรักยิ่งกว่าผู้ใด


          "ครั้งหนึ่งหม่อมฉันเคยคิดว่าทรงไร้พระทัยไม่ว่าแก่ผู้ใดก็ทรงยุติธรรมไร้หัวใจอย่างเท่าเทียม แต่ที่จริงแล้วเปล่าเลยพระทัยของพระองค์มีผู้ครอบครองแล้วต่างหากเล่า หาใช่พระสนมนางในหรือโอรสธิดาคนใดแต่เป็นเป็นเจาเหม่ยหรงและซูอวิ้นซีที่ประทับอยู่จนไม่อาจแบ่งเศษเสี้ยวไปให้ผู้ใดได้อีก"


          ไม่ใช่เพียงเซียนเอ๋อแต่ตัวนางเองก็เช่นกันที่ยกใจให้ฮ่องเต้ไปทั้งดวงเพียงแต่ตนโชคดีกว่าน้องมากนัก ตัวนางยังมีทั้งอาหมิงและอาเจี้ยนเป็นหลักยึด นางมีบุตรชายทั้งสองคนเป็นตัวแทนแห่งความรักแต่จางเซียนไม่มี นางไม่มีใครเลย


          "พระองค์คงไม่ได้เสด็จมาเพียงเพื่อปลอบขวัญหม่อมฉันเท่านั้นกระมัง"ยามนี้ยังเช้าอยู่มากโดยปกติแล้วฮ่องเต้จะไม่ทรงเสด็จตำหนักของสนมนางในคนใด ตนที่อยู่ข้างกายอีกฝ่ายมานานรู้ดี"มีสิ่งใดต้องการรับสั่งหรือ"


          "ไฉ่ซู่เจ้าอยู่ข้างกายเจิ้งมานานตั้งแต่ยังดำรงยศองค์ชาย ในวังหลังนอกจากเสด็จแม่มีเจ้าที่เจิ้งไว้ใจมากที่สุด"


          "ทรงรับสั่งมาเถอะเพคะ"


          "ถึงเวลาที่บัลลังก์หงส์จะต้องมีผู้ครอบครองเสียที"


          "ครั้งหนึ่งพระองค์เคยบอกว่าเอ่ยปากยกมันให้กับเจาเหม่ยหรง"บัลลังก์นี้ถูกว่างเว้นโดยไม่สนใจคำครหานินทาทรงยอมงัดข้อกับไทเฮาและขุนนางเพียงเพื่อรักษาสัญญานั้นไว้


          "เจิ้งรับปากกับเหม่ยว่าจะยกบัลลังก์นี้ให้นาง แต่ก็รับปากกับนางว่าจะปกป้องอวิ้นซีให้ดีที่สุดเช่นกัน หากให้เลือกผิดสัญญาข้อหนึ่งเราจะเลือกข้อแรกอย่างไม่ลังเล"ไม่ว่าสิ่งใดก็ไม่สำคัญเท่าอวิ้นซีได้อีก"ใต้เท้าหลางตายแล้วไฉ่ซู พวกเขาส่งแขนลายพยัคฆ์หมอบไปให้อวิ้นซีถึงกำแพงบูรพา"


          "อาจิ้นตายแล้วเช่นนั้นหรือ"หลางหย่งจิ้นเป็นสหายคนสนิทของบุตรชายที่เห็นมาแต่เยาว์วัยมองอีกฝ่ายเป็นลูกเป็นหลานข่าวเช่นร้ายนี้ทำเอานางแทบไม่มีแรงพยุงตนเองให้ยืนตรง"แล้วองค์หญิงเป็นอย่างไร"


          "นอกจากแขนข้างหนึ่งและหยกประดับก็ไม่มีสิ่งอื่นอีก เรายังไม่พบร่าง"ซูหนานตี้ไม่กล้าบอกว่าไอพวกชั่วนั่นขู่อวิ้นซีว่าจะส่งมาทีละชิ้นจนกว่านางจะยอมวางมือ"อวิ้นซีไม่ยอมกลับนางยืนยันจะอยู่รักษาการที่กำแพงบูรพาจนกว่าเรื่องจะสงบ"


          "หัวใจองค์หญิงคงบอบช้ำไม่น้อย"ข่งไฉ่ซูเคยเห็นรอยยิ้มที่อวิ้นซีกงจู่มอบให้อาจิ้น นางจำได้ดีจนถึงตอนนี้ว่ามันสวยงามเพียงไรรอยยิ้มกระจ่างใสนั้นประทับลงในหัวใจเป็นภาพงดงามที่ไม่ต้องการจะลืมเลือน และสายตานั้นมันไม่ต่างจากที่ตนเคยมอบให้ฝ่าบาทเลยแม้แต่น้อย แม้จะโกรธที่ฝ่าบาทรักกู้หลุนกงจู่ผู้นี้อย่างลำเอียง แต่คนที่มีหัวใจเป็นธรรมเช่นนางรู่ดีว่าไม่ใช้ความผิดเด็กน้อยผู้นั้น แม้แต่นางเองยังอดเอ็นดูไม่ได้แล้วฝ่าบาทที่ติดค้างเจาเหม่ยหรงเล่า


          ซูหนานตี้เพียงพยักพระเศียรตอบรับ"แต่เดิมเจิ้งวางตำแหน่งชายาขององค์รัชทายาทไว้ให้อวิ้นซี แต่เมื่อนางต้องการถอนตัวเรื่องนี้จึงไม่ถูกพูดถึงอีก มาวันนี้เจิ้งอยากจะคืนตำแหน่งที่สมควรได้ให้แก่นาง"


          "พระองค์จะยกตำแหน่งรัชทายาทให้อาหมิง ตราประทับหงส์คือเครื่องต่อรองที่ทรงมอบให้แก่หม่อมฉันเช่นนั้นหรือ"ข่งไฉ่ซูเป็นคนฉลาดเพียงซูหนานตี้เอ่ยออกมาเพียงนิดก็รู้ความต้องการของอีกฝ่าย


          "ผิดแล้ว เจิ้งต้องการยกตำแหน่งนั้นให้อาหมิงจริงเพียงแต่เมื่อเจ้าขึ้นเป็นฮองเฮาตำแหน่งของอาหมิงจะมั่นคง การดำรงอยู่ของอวิ้นซีมีความสำคัญต่อต้าชิงในอนาคตอันใกล้ ข้าเพียงอยากขอร้องให้เจ้าสนับสนุนอวิ้นซีเท่านั้น"


          ซูหนานตี้แทนตัวด้วยคำสามัญและเอ่ยคำว่าขอร้องออกมา ราชาผู้อยู่เหนือแผ่นดินกษัตริย์ที่ยั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรทองยอมลดศักดิ์และศรีของตนเองลงถึงเพียงนี้เพื่อคนผู้หนึ่ง นางควรจะดีใจที่ได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรติ์นี้ ควรภูมิใจได้ยินคำร้องขอ ควรสะใจที่รู้ว่าอีกฝ่ายเองก็มีหัวใจไม่ต่างกัน แต่ทำไม่นางกลับรู้สึกเศร้าใจถึงเพียงนี้กัน ทำไม








         พิมพ์อะไรไม่ได้มากไปกว่าขอโทษค่ะ หายไปเหมือนลาตายอีกแล้ว เขียนเคสเสร็จก็รีบมาแต่งต่อให้แล้วน้า



         รักรีทนะคะ ฝันดีล่วงหน้าค่ะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #955 ตะวันอาบน้ำเย็น (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 14:12
    เนี่ย คิดตั้งแต่ องค์หญิงบอกรัก หย่งจิ้นละนะ ต้องมีพลิก ให้องค์ชายสามเป็นพระเอกสิ.......
    #955
    1
    • #955-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 91)
      28 มิถุนายน 2560 / 09:21
      อ่านต่อไปอรกสักห้าตอนแล้วจะถามอีกที แน่ใจแล้วใช่มั้ยค่ะ
      #955-1
  2. #954 Nun@phat (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 15:41
    คิดว่าพระเอกตาย เพื่อที่จะให้นางเอกมีแรงผลักดัน แอบหวังว่าอาคุนจะเป็นพระเอกค่ะ
    #954
    1
    • #954-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 91)
      28 มิถุนายน 2560 / 09:21
      ยกป้ายไฟช่วยเชียร์อาคุณอีกแรง แค่เห็นหน้าอัยย์ก็แพ้แล้วทูนหัว
      #954-1
  3. วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 09:23
    อ่านมาจนถึงตอนนีก็ยังคิดว่าหย่งจิ้นยังไม่ตาย หรือ ถ้าตายก็ขอให้อาคุณเป็นพระเอกแทนละกัน แต่ท่าจะอีกยาวไกล
    #953
    1
    • #953-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 91)
      28 มิถุนายน 2560 / 09:20
      น่าสนใจมากค่ะให้อาคุณเป็นพระเอก ไม่บิกก็รู้ว่าคนแต่งลำเอียงแค่ไหน
      #953-1
  4. #952 Homunculus (@Ithaji) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 19:56
    ว้อททททททท!? พยายามจะคิดว่าพระเอกยังไม่ตาย แค่พิการเฉยๆ
    เราจะคิดเช่นนั้นต่อไป #คุณหลอกดาว
    #952
    1
    • #952-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 91)
      28 มิถุนายน 2560 / 09:19
      เราจะไม่ขัดขวางความคิดคนอ่านแล้วกัน อัยย์ไม่เคยหลอกใครน้ามีแต่รีทที่หลอกตัวเอง
      #952-1
  5. #951 poppy6090 (@poppy6090) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 17:38
    ????????????????????????
    #951
    1
    • #951-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 91)
      13 มิถุนายน 2560 / 02:03
      เป็นเม้นที่ตอบยากขอข้ามไปนะคะ
      #951-1
  6. #950 หมูหนิงกินน้ำ (@sucawadee38) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 16:36
    ตกลงหลางหย่งจิ้นตายจิงอ่ะ ทำไมเศร้าจัง อยากรู้เรื่องทั้งหมดแล้ววว
    สงสารอวิ๋นซี
    #950
    1
    • #950-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 91)
      13 มิถุนายน 2560 / 02:03
      งือออไม่รู้จะตอบยังไงให้ไม่สปอย
      #950-1
  7. #949 wind_gloomy (@wind-gloomy) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 16:30
    อ่านแล้วจะร้องไห้
    #949
    1
    • #949-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 91)
      11 มิถุนายน 2560 / 18:01
      นิยายหน่วงขึ้นตามอารมณ์ งืออทำไมทุกคนรักเรายกเว้นคนให้คะแนน
      #949-1