眼泪(อัสสุชลจอมนาง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 182,112 Views

  • 1,174 Comments

  • 3,379 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    497

    Overall
    182,112

ตอนที่ 92 : 92

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3247
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    20 มิ.ย. 60

92








          ฝนกระหน่ำพร้อมกับเสัยงกรีดร้องของสายลมที่กรรโชกแรงผ่านอากาศมืดมิดของท้องฟ้ายามค่ำคืน พระจันทร์เสี้ยวที่ลอยต้างฟ้าผ่านตำแหน่งกึ่งกลางศีรษะไประยะหนึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าอีกไม่นานแสงแรกของวันจะสาดกระทบกำแพงบูรพาที่ตั้งตระหง่านต้านลม


          ในยามที่ควรแก่การซุกกายลงในผ้าห่มหนาปิดกั้นประตูและหน้าต่างให้สนิทและหาไออุ่นจากที่นอนนุ่มไป กลับมีคนกลุ่มใหญ่เคลื่อนตัวออกจากฐานที่มั่น กองกำลังที่พรางตัวด้วยชุดสีทึมทึบเคลื่อกายอย่างเป็นระเบียบดังเช่นคนที่ผ่านการฝึกฝนมานานนับปี


          คนที่คาดว่าเป็นหัวหน้าทำมือเป็นสัญลักษณ์ที่ซับซ้อนอย่างคล่องแคล่วคนที่เหลือก็ก้าวตามและเปลี่ยนขบวนอย่างเงียบเชียบราวกับภูตผี โม่ชิงหยวนมองภาพนี้ด้วยสายตาคาดไม่ถึงนับตั้งแต่วันที่องค์หญิงเสด็จมาที่นี่สันแรกจนถึงวันที่ตนเดินทางกลับมายังกำแพงบูรพาหลังจากการรักษาตัวนับรวมอย่างไรก็ได้เพียงสองเดือน สองเดือนเศษเพียงเท่านั้น


          กองพลทั้งหลายรวมทั้งชาวบ้านธรรมดาที่เคยจับเพียงจอบและเสียมถือเพียงอุปกรณ์ทำการเกษตรกลับทำงานประสานกันกับกองกำลังอินทรีย์ดำได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพียงสองเดือนเศษเท่านั้นไม่ว่ารองแม่ทัพ ทหารหรือแม้กระทั่งชาวบ้านคนใดกล้าละเลยเสียงเรียกร้องของกุนซือคนงาม


          ไม่ว่าซูอวิ้นซีเอ่ยปากสิ่งใดก็ล้วนเป็นไปตามนั้นทั้งสิ้นเหล่าทหารเคยยึดเพียงการต่อสู้ซึ่งหน้า ล้วนยอมหลับหูหลับตาจับอาวุธขึ้นโจมตีในยามวิกาลโดยไม่ปริปากบ่น ป้ายทองพระราชทานจากฝ่าบาทนั้นไม่จำเป็นเลยแม้แต่น้อย เพียงน้ำตาหยดเดียวของสาวงามที่หน้าลานประลองเมื่อตอนสายก็เพียงพอคุมกองกำลังทั้งหมดให้หันซ้ายขวาได้ตามแต่ใจ ป้ายทองอันทรงสิทธิ์ไม่อาจสู้คำพูดเดียวของกู้หลุนกงจู่ที่ครองใจพวกเขาเอาไว้จนมั่น


          "ได้โปรดช่วยทวงความยุติธรรมครั้งนี้คืนให้แก่ข้าที"คำร้องขอเพียงหนึ่งประโยคที่ปราศจากการปลุกปั่น เรียกขวัญกำลังใจจากเหล่าทหารได้ดียิ่งกว่าสิ่งใด พวกเขาทุกคนรวมทั้งชาวบ้านต่างยินดีทำทุกสิ่งเพื่อคืนความเป็นธรรมให้อวิ้นซีกงจู่ มี่ใครบ้างไม่อยากเอาคืนคนที่ทำให้ศูญรวมจิตใจของพวกเขาในยามนี้หลั่งน้ำตา การมาถึงของตนนั้นเป็นเพียงสัญญาณที่บอกเวลาให้โต้กลับ ไม่มีความจำเป็นอื่นใดเลย


          ท่ามกลางความมืดของรัตติกาลด้านหน้าโม่ชิงหยวนคือกู้หลุนกงจู่คนงามที่อยู่ในอ้อมแขนของเทพอสูรสีขาว หญิงสาวผู้ไม่มีแรงแม้จับดาบหรือถือคันธนู หญิงสาวที่บอบบางจนไม่อาจต้านแรงลมกลับยืนอยู่ตรงนี้แทนการพักอยู่ในจวนเจ้าเมือง 


          โม่ชิงหยวนอาจไม่เห็นการกระทำตลอดระยะเวลาที่ตนพักฟื้นแต่เพียงแค่สายตามุ่งมั่นและโศกเศร้าตรงหน้าก็พอที่จะทำให้เข้าใจบางสิ่งบางอย่าง ไม่มีใครเกลียดคนมี่รักเรามากมายได้ฉันใด คนที่อยู่หลังกำแพงบูรพาก็ไม่มีทางที่จะไม่รักคนที่ทำเพื่อพวกเขามากมายได้ฉันนั้น


          แม้จะเป็นการเคลื่อนกองพลขนาดใหญ่ในยามวิกาลแต่เป็นเพราะสู่ทั้งหลายได้เตรียมเส้นทางนี้ทีละน้อยมาเนิ่นนาน การเดินทางจึงสะดวกและรวดเร็ว หากคาดการไม่ผิดจากที่คาด ทุกสิ่งจะจบลงในวันนี้


          เจาจิงคุณส่งตัวอวิ้นซีให้จื่อซือเซียวเป็นคนดูแลต่อ มันสมองของกองกำลังผละตัวออกจากท่านเทพอสูรสีขาวอย่างรู้งานเพื่อให้อีกฝ่ายออกไม้ออกมือได้อย่างเต็มที่


          สู่เป็นผู้เริ่มต้นในการโจมตีการใช้อาวุธสั้นและอาวุธปานั้นไม่มีเสียงปะทะของคมอาวุธ กว่าที่พวกมันจะรู้ตัวก็ดับดิ้นลงเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ไปไม่น้อย คบไฟถูกจุดพร้อมเสียงโหวกเหวกโวยวายบ่งบอกว่าอีฝ่ายเริ่มรับรู้ถึงการโจมตี แสงสีส้มแดงจากเปลวเพลิงเผยให้เห็นการฆ่าฟันชัดตา


          เทพอสูรสีขาวกระโจนลงสู่สนามรบเป็นสัญญาณให้กองกำลังที่เหลือลงมือ แม่ทัพเจาจิงคุณในชุดขาวพร้อมกระบี่บางในมือเป็นผู้เดียวที่บุกโจมตีโดยไร้แบบแผน ทุกคราวที่แกว่งแขนออกไปศัตรูย่อมตกตายลงบนพื้นดินโดยไร้หนทางตอบโต้ ดูแล้วไม่ต่างจากจุดส่ขาวสะอาดเดียวท่ามกลางกองซากศพ


          โม่ชิงหยวนนำคนเข้าโอบล้อมจากด้านหลังเพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูมีหนทางหนี สายตาเขาจึงจับไปยังที่พำนักของกู้หลุนกงจู่พอดี ศัตรูเริ่มรับรู้ถึงการบุกจู่โจมคบไฟจึงถูกจุดขึ้นทั่วทั้งฐานที่มั่น ผสมรวมกับเมฆฝนที่ถูกลมหอบใหญ่พัดออกไปเผยให้เห็นเอ่งน้ำที่ถูกย้อมเป็นสีเดียวกับโลหิต เศษส่วนร่าวงกายและซากศพกระจายเกลื่อนพื้นส่งกลิ่นคละคลุ้งของคาวเลือด 


          อวิ้นซีกงจู่ยืนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางสนามรบที่มีการฆ่าฟันเพื่อเอาชีวิตรอด สายตาที่เศร้าสร้อยยามนี้เยียบเย็นไม่ต่างจากเทพอสูรสีขาวที่กำลังพาดฟันศัตรูอยู่เบื้องหน้า นั่นไม่ควรเป็นสายตาของเด็กสาวเลยแม้แต่น้อย แม่ทัพโม่มองภาพนั้นด้วยความหดหู่เขาไม่รู้เลยว่าเด็กสาวผู้หนึ่งถูกความเคียดแค้นหล่อหลอมให้กลายเป็นสิ่งใดในยามนี้


          ในตำแหน่งที่ดูราวกับเป็นจุดอ่อนและเป้าโจมตีกลับเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดในสนามรบ เทพอสูรสีขาวไม่ปล่อยให้สิ่งมีชีวิตใดเล็ดลอดออกไปใกล้จนถึงระยะสองศอก จื่อซือเซียวที่ทำหน้าที่คุ้มกันแทบไม่ต้องชักกระบี่ออกจากฝัก 


          ท่ามกลางแสงของเปลวไฟจากคบเพลิงที่ถูกจุดและแสงจากจันทร์เสี้ยวที่ลอยระฟ้า ภาพแม่ทัพแห่งกองกำลังอินทรีย์ดำที่เริงระบำอยู่กลางสนามรบกลายเป็นภาพติดตาของทุกคนที่มีโอกาสได้เห็น เหล่าทหารที่ทำหน้าที่รักษาการกำแพงบูรพาเข้าใจได้ในวันนี้ว่าสมญานามเทพอสูรสีขาวนั้นมีที่มาได้อย่างไร หาใช่เพราะเรือนผมทีเงินที่โดดเด่นแต่เพราะในยามจับกระบี่บางเข้าฟาดฟัน ท่านแม่ทัพเจากลับกลายเป็นเหมือนจุดสีขาวหนึ่งเดียวท่ามกลางหยาดโลหิตสีแดงฉาน ไม่มีบาดแผลแม้แต่รอยเดียวบนร่างกายนั้นราวกับเป็นเรื่องอัศจรรย์ที่ไม่ควรมีอยู่ในโลกความจริง มนุษย์ธรรมดาสามัญไม่มีทางต่อสู่กับคนเกือบร้อยโดยไม่มีแม้แต่ลอยถลอก


          แสงอาทิตย์เริ่มจับของฟ้าทุกสิ่งทุกอย่างก็จบสิ้นลง เป็นการต่อสู้ที่สั้นที่สุดและตนเป็นฝ่ายสูญเสียน้อยที่สุดเท่าที่โม่ชิงหยวนเคยเห็นมา เพียงแค่ท่านแม่ทัพคนเดียวก็กวาดเอาชีวิตพวกมันไปกว่าครึ่งราวกับกำลังระบายโทษะที่อัดอั้นอยู่ภายใน ดาบบางยังคงตวัดไปมาคร่าชีวิตอริราชไม่ว่าพวกมันจะยอมจำนนหรือขัดขืนดวงตาสีน้ำเงินถูกย้อมเป็นสีแดงสดราวภูตผี ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้แม่ทัพผู้บ้าคลั่งในยามนี้แม้แต่คนของกองกำลังอินทรีย์ดำเองก็ต้องถอยออกมาให้อยู่นอกระยะคมอาวุธ


          "อาคุณพอแล้ว"ประโยคเดียวที่ไม่ดังไปกว่าการพูดคุยธรรมดาหยุดสัตว์ร้ายที่กำลังบ้าคลั่งให้สงบลง"อาคุณพอได้แล้ว"เมื่อแขนที่เล็กไม่ต่างจากลำเทียนไปถึงตัวเทพอสูรสีขาวความคลุ้มคลั่งก่อนหน้าก็กลับเป็นเพียงภาพฝันตื่นหนึ่ง ดวงตาสีโลหิตกลับกลายเป็นสีน้ำเงินสวนสีเดียวกับท้องทะเลยามไร้คลื่นหรือแรงลมดังเช่นเคยเสมือนว่าสิ่งที่เห็นก่อนหน้าเป็นภาพลวงตา


          ทุกคนในที่นี้ได้รู้อย่างทั่วกันในทันที ท่านกุนซือหาได้อยู่ที่นี่เพื่อสั่งการกองพล แต่เพื่อควบคุมสัตว์ร้ายเช่นท่านแม่ทัพเจาจิงคุณให้สงบต่างหากเล่า สองเดือนเศษทำให้พวกเขามองแม่ทัพเจาจิงคุณเป็นคนหนุ่มฝีมือโดดเด่นที่มีรูปลักษณ์แตกต่างจากชาวแผ่นดินใหญ่ วันนี้ถึงได้รู้ว่าสิ่งที่เห็นคือสิ่งที่คิดไปเองทั้งสิ้นเป็นพวกเขาเองที่กล้าดีเช่นไรถึงได้นำเอาอสูรร้ายมาเปรียบเทียบกับคนสามัญ ช่างไม่เจียมตัว ไม่กลัวตายยิ่งนัก



          








          กองกำลังอินทรีย์ดำและกองพลจากกองทัพที่ทำหน้าที่รักษาการกำแพงบูรพาช่วยกันจับกุมเหล่าโจรกบฏที่ซุกซ่อนตัวอยู่ทั้งหมด เป็นไปตามที่คาด แม้จะมีคนในพื้นที่อยู่ไม่น้อยแต่ส่วนใหญ่ที่พบอยู่ในฐานที่มั่นล้วนเป็นคนโพ้นทะเลทั้งสิ้น สิ่งที่นางและเสด็จพ่อคาดการณ์เอาไว้ไม่เกินความจริงเลยแม้แต่น้อย


          "อา ในที่สุดท่านก็มาองค์หญิงคนงาม"ชาวโพ้นทะเลผู้หนึ่งพูดด้วยภาษาของชาวแผ่นดินใหญ่ ดวงตาสีเทาอมเงินดังเช่นคนแก่ที่สายตาฝ้าฟาง เรือนผมสีอ่อนที่คงซ่อนอยู่หลังผ้าคลุมในยามลักลอบเข้าไปยังหงหยูในวันจัดงานฉลอง เขาเป็นคนหนึ่งเดียวในที่แห่งนี้ที่ดูแตกต่างจากผู้อื่นไม่ใช่เพียงพ่อค้าหรือหัวหน้าโจร ลักษณะท่าทางที่เห็นเช่นไรก็เป็นปู้ที่ผ่านการฝึกด้านระเบียบวินัยมายาวนาน คนผู้นี้คือทหารที่ผ่านสนามรบมานับครั้งไม่ถ้วนผู้หนึ่ง


          "หลางหย่งจิ้นอยู่ที่ใด"


          "องค์หญิง...อึก"จื่อซือซือไม่ปล่อยให้มันผู้นั้นปากดีอีกต่อไแนางโยนร่างที่ใหญ่โตกว่าตัวเกือบสองเท่าลงบนพื้นแล้วกดลงแทบเท้าผู้เป็นนาย


          "ข้าถามว่าหลางหย่งจิ้นอยู่ที่ใด"ด้วยภาษาเดียวกันที่ถูกพูดออกไปทำให้บุรุษร่างยักถึงกับชะงักงัน พวกมันเรียนรู้ที่จะพูดภาษาของเราได้แต่กลับกลัวยามเราเรียนรู้ที่จะพูดภาษาของพวกเขา ช่างน่าขำ


          "ทรงพูดภาษาเราได้คล่องนัก"


          "ข้าจะถามอีกเพียงครั้งเดียว"อวิ้นซีกงจู่พูดด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ระหว่างนั้นชาวโพ้นทะเลจำนวนหนึ่งถูกนำตัวเข้ามาพร้อมผีผาในมือสู่ผู้หนึ่ง"หลางหย่งจิ้นอยู่ที่ใด"


          "องค์หญิงท่านจะทำสิ่งใดได้ พวกเราที่นี่ล้วนพร้อมสละชีพ ไม่ว่าท่านจะทำสิ่งใดเราจะไม่มีทางวางมือ หากกู้หลุนกงจู่คนงามไม่ยอมถอนตัว วันนี้เป็นใต้เท้าหลางผู้นั้นคราวต่อไปเล่าเป็นผู้ใดดีเล่า"


          "ดี ดี ดี เจ้าช่างกล้าดียิ่งนัก เป็นเปิ่นกงเองที่เกรงว่าเจ้าจะรีบสารภาพเสียอีก"ผีผาถูกย้ายมาอยู่ในมือกุนซือคนงาม นอกจากแม่ทัพเจาจิงคุณและนักโทษที่ถูกโยนลงไปบนพื้นหินคนที่ร่วมภารกิจในคราวนี้ล้วนถูกกันให้ถอยไปเบื้องหลัง


          "จะทรงทำเช่นใด เล่นดนตรีให้กระหม่อกลัวจนตายกระนั้นหรือ"ผู้นำของกองโจรระเบิดเสียงหัวเราะอย่างไม่กลัวตาย ดวงตาสีเทาฉายความเหยียดหยามออกมา คนที่ปฏิญาณว่าจะพลีชีพเพื่อชาติเช่นมันไม่กริ่งเกรงความตาย เครื่องดนตรีในมือหญิงสาวผู้หนึ่งมีอันใดหน้ากลัว


          ซูอวิ้นซีไม่พูดสิ่งใดอีกนางจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความเคียดแค้นก่อนสะบัดมือลงบนสายเครื่องดนตรี นางจะบอกให้คนตรงหน้าได้รู้ว่าศาสตร์ที่ทำให้นางทั้งอ่อนแอและแข็งแกร่งนี้ยำเกรงเพียงใด เสียงกรีดร้องของผีผาดังขึ้นหนึ่งทำนองชาวโพ้นทะเลผู้หนึ่งก็กรีดร้องลงไปดิ้นทุรนทุรายกับพื้นหินต่อหน้าต่อตาผู้เป็นนาย เลือดทะลักออกมาจากทวารทั้งก้าวอย่างช้าๆ คนผู้นั้นพยายามทำทุกสิ่งเพื่อฉีกร่างกายด้วยมือของตน


          ต้าจี่เคยก่อความวุ่นวายในโลกมนุษย์จนเจ้าแม่หนี่วาต้องส่งเทพสามตาและกองทัพสวรรค์ลงมาจัดการ สิ่งใดกันเล่าที่ทำให้ปีศาจจิ้งจอกเพียงตนเดียวต้านทานกองทัพของทหารสวรรค์ทับหมื่นนับแสนลงได้ เพียงเพราะมนต์เสน่ห์ที่นางครอบครองหรือ เปล่าเลย เพราะบทเพลงทั้งสามต่างหากเล่า


          สวรรค์


          นรก


          อเวจี


          ไม่ว่าท่วงทำนองใดก็ล้วนเป็นที่กริ่งเกรงของสวรรค์ด้วยกันทั้งสิ้น


          สวรรค์ บทเพลงที่ทำให้ลุ่มหลงมัวเมาดังตกอยู่ในสรวงสวรรค์อยู่บนมโนธรรมที่มีความสุขที่สุด ล่อหลอกจิตใจจนไม่เหลือตัวตนแม้แต่เทพสวรรค์ผู้แข็งแกร่งก็ยังต้องทิ้งตัวลงสยบใต้เท้าของปีศาจจิ้งจอก


          นรก ความทุกข์ที่สุดที่ถูกขุดคุ้ยออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ ความเศร้าความโหดร้ายและโสมมของของโลกมนุษย์ที่ทำให้ผู้ฟังปราถนาความตาย


          และอเวจี บทเพลงที่ทำให้ผู้ฟังวนเวียนอยู่ในความทรมานไม่จบไม่สิ้น นรกที่วนเวียนไม่มีวันจบสิ้นดังเช่นวัฏสงสารอันไม่มีจุดสิ้นสุด


          "ตั้งแต่เจเจ้สอนเปินกง เปิ่นกงเคยเล่นได้เพียงแค่สวรรค์และนรก เพราะคนที่ใจอ่อนเช่นเปิ่นกงไม่สามมารถทนมองผู้คนตกอยู่ในห้วงอเวจีได้เลย"แม้แต่นรกนางยังกล้าทดลองกับนักโทษประหารเพียงเท่านั้น แต่เดิมคนใจอ่อนเช่นนางไม่เคยแม้แต่มีความคิดที่จะบรรเลงอเวจีออกมา"เปิ่นกงคงต้องขอบคุณเจ้าจากใจที่ทำให้เปิ่นกงลืมเลือนเสียสิ้นว่าเมตตาคือสิ่งใด ความปราณีมีรูปร่างหน้าตาเช่นใด"ระหว่างพูดมือเรียวสวยก็ยังคงกรีดกรายลงบนสายผีผาไม่มีหยุดราวกับระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในเบื้องลึกมาตลอดออกมาให้หมดสิ้น ดวงตาที่สวยที่สุดในสายตาเจาจิงคุณมองภาพตรงหน้าโดยไร้ความเห็นใจราวกับคนตรงหน้าหาใช่อวิ้นซีที่ตนรู้จัก


          ชาวโพ้นทะเลตกอยู่ในห้วงอเวจีทีละคนจนเหลือเพียงผู้นำตาสีเทา 


          "หากทำเช่นนี้ท่านจะไม่มีวันได้พบหลางหย่งจิ้นอีก"คนที่เคยสงบนิ่งยืนอยู่ท่ามกลางผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยจิตใจที่เริ่มไหวเอน คำว่ากลัวผุดขึ้นในส่วนลึกของจิตใจอย่างไม่อาจห้ามปราม


          "โอกาสต่อรองของเจ้าหมดไปแล้ว"ไม่ว่าหยุดตรงนี้หรือไม่ก็ไม่มีหนทางใดฉุดผู้ที่ตกลงในห้วงอเวจีให้กลับคืนมาได้อีก และไม่ว่านางจะหยุดหรือไม่คนตรงหน้าไม่มีทางคืนหลางหย่งจิ้นมาให้นางได้อย่างบางสิ่งอยู่ในใจบอกนางเช่นนั้น


          "ต่อให้ข้าตาย สักวันท่านนิโครจะกรีฑาทัพมาเหียบแผ่นดินนี้ให้สยบอยู่ใต้เท้าพวกเราดังเช่นเกาะน้อยใหญ่ในคาบสมุทรอย่างไรเล่า สักวันท่านต้องไม่ตา..แค่ก อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"สัตว์นรกในอเวจีรู้จักเพียงความหิวและทรมารพวกมันเรียนรู้สิ่งที่เรียกว่ากินเพื่อความอยู่รอด นรกบนดินถูกสร้างขึ้นมาที่นี่ในวันนี้เอง


          "ไม่ต้องห่วง เจ้าจะไม่ได้ตาย"หากจบลงที่ความตายจะเรียกว่าอเวจีได้อย่างไร


          เมื่ออวิ้นซีกงจู่เสด็จออกมาด้านนอกพวกเขาได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องโหยหวนจากด้านในเท่านั้น ไม่มีเสียงคมอาวุธ แต่ชาวโพ้นทะเลที่ถูกส่งเข้าไปทั้งหมดต่างร่ำร้องอย่างทรมาน


          "นายหญิง..."


          "มีเบาะแสสิ่งใดบ้างหรือไม่ซือซือ"


          "ไม่มีเลยเจ้าค่ะนายหญิง"


          "เช่นนั้นก็ดี"อาจเป็นความโง่เง่าแต่ซูอวิ้นซียอมทิ้งตนเองลงในภาพฝัน นางทิ้งตนเองลงในโลกแห่งจินตนาการที่เจ้าของรอยยิ้มอ่อนโยนผู้นั้นยังคงมีชีวิตอยู่แม้โอกาสนั่นจะเหลืออยู่เพียงน้อยนิดก็ตาม


          หญิงสาวหนึ่งเดียวในสี่จตุรเทพสบตาเจาจิงคุณ นางพบ พบร่างไร้แขนที่ถูกทรมารจนดูไม่ออกว่าเป็นผู้ใดไร้ซึ่งชีวิตและลมหายใจ


          "แม่ทัพโม่ช่วยปิดพื้นที่นี้ไว้สักสองสามเดือนได้หรือไม่ ข้าจะให้คนของอิงเฮยเข้ามาจัดการท่านเพียงอย่าให้ผู้ใดเข้ามายุ่งเกี่ยวก็เพียงพอ ส่วนชาวแผ่นดินใหญ่ที่ให้ความร่วมมือและชาวโพ้นทะเลที่เหลือให้คุมตัวกลับเมืองหลวงพร้อมขบวนของเราได้เลย"


          "กระหม่อมรับด้วยเกล้า"


          รอยยิ้มแรกถูกแต่มแต้มบนใบหน้างดงามให้ใครต่อใครได้ชม เพียงแต่ยามสบดวงตาที่สามารถสะกดใครต่อใครให้หลงมัวเมาคู่นั้นแล้วไซร้ กับไร้วี่แววของความสุขเลยแม้แต่นิดเดียว ช่างเป็นแววตาที่ว่างเปล่าราวกับก้นบึ้งของหุบเหวที่ไม่มีใครรู้ว่าลึกเพียงไร


 







          ขอโทษที่มาช้านะคะงานกองท่วมหัวสูงมากอะตอนนี้ ยังกะน้ำรอระบายตอนท่อระบายน้ำตัน อัยย์อาจจะตอบคอมเมนท์ช้าหน่อยน้า แต่ถ้ามีข้อสงสัย(ที่ไม่เป็นการสปอย)ถามเข้ามาได้เลย จะพยายามตอบให้ก่อน

          เค้าไปทำงานแล้วน้า

          รักรีททุกคนน้า ฝันดีล่วงหน้าค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #966 玉刷 (@Aikaterina) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 10:00
    เราพลาดอะไรไปเนี่ย!? เกิดอะไรขึ้นทำมัยเฮียหลางจะตาย หนีไปสอบเเปปเดียวเองง ม่ายน้าาา ห้ามตายยย อย่าทิ้งอวิ้นซีนะ ฮรือออ
    #966
    1
    • #966-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 92)
      28 มิถุนายน 2560 / 10:17
      ไม่พลาดค่ะ ผิดที่อัยย์เอง อัยย์ใจร้ายเองค่ะ
      #966-1
  2. #965 Bbee (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 20:23
    เราอยากให้เฮียหลางตายน่ะ อยู่มันทรมานเกินไป รึเปล่า

    สำหรับอวิ๋นซีการอยู่แบบไม่รับความจริง มันเจ็บอ่ะ 5555
    #965
    1
    • #965-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 92)
      28 มิถุนายน 2560 / 10:16
      ใช่ค่ะการอยู่แบบไม่รับความจริงมันเจ็บ ฮือออออออ
      #965-1
  3. #964 NAMFAH13NF (@NAMFAH13NF) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 15:44
    หย่งจิ้น ไม่สิ จะต้องไม่ตายสิ เราเชื่อแบบนั้น ไม่อย่างนั้น อวิ้นซีจะต้องแต่งกับองค์ชายสามนะ งื้อออออออ
    #964
    1
    • #964-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 92)
      28 มิถุนายน 2560 / 10:16
      งือออออออออออ
      #964-1
  4. #963 Sukanya Paileeklee (@poonchanit) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 11:34
    บีบคั้นหัวใจ
    #963
    1
    • #963-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 92)
      28 มิถุนายน 2560 / 10:15
      แต่งไปก็หน่วงใจเช่นกัน
      #963-1
  5. #962 annonann (@annonann) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 11:20
    ขอบคุณค่ะ
    #962
    1
    • #962-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 92)
      28 มิถุนายน 2560 / 10:15
      ด้วยความยินดีค่ะ
      #962-1
  6. #961 nuttanicha3 (@nuttanicha3) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 11:02
    สงสารนางมาก
    #961
    1
    • #961-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 92)
      28 มิถุนายน 2560 / 10:14
      เชื่อสิค่ะว่านี่นับว่าใจดีแล้ว
      #961-1
  7. วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 10:56
    สู้ๆค่ะไรท์ นิยายรอการระบายเช่นกัน55555
    #960
    1
    • #960-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 92)
      28 มิถุนายน 2560 / 10:14
      อ่านอันนี้แล้วขำหนักมาก ชอบบบบ
      #960-1
  8. #959 wind_gloomy (@wind-gloomy) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 10:33
    อ่านแล้วน้ำตาจะไหล บีบคั้นมากเลยค่ะ อวิ้นซีเหมือนอยู่ด้วยความหวังว่าจะได้เขากลับมา ฮือออออ
    #959
    1
    • #959-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 92)
      28 มิถุนายน 2560 / 09:23
      ทุกคนก็อยู่ด้วยความหวังค่ะ เพียงแต่หวังของบางคนไม่มีวันเป็นจริงแค่นั้นเอง
      #959-1
  9. #958 N_onG (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 09:20
    สงสารอวิ้นซีมากกกกก เฮ้อออออออ!!!!!!!!!!!!!!!!
    #958
    0
  10. #957 N_onG (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 09:20
    สงสารอวิ้นซีมากกกกก เฮ้อออออออ!!!!!!!!!!!!!!!!
    #957
    1
    • #957-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 92)
      28 มิถุนายน 2560 / 09:22
      ไม่เป็นไรค่ะแล้วสักวันมันจะผ่านไป
      #957-1
  11. #956 unknow-me (@someone-is-me) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 09:16
    สรุปเฮียหลางไม่ตายใช่มั้ยคะ อย่าใจร้ายกับอวิ่นซี่เลยค่ะไรต์
    #956
    1
    • #956-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 92)
      28 มิถุนายน 2560 / 09:22
      อัยย์ไม่ได้ใจร้ายน้าตัวเอง
      #956-1