眼泪(อัสสุชลจอมนาง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 182,153 Views

  • 1,174 Comments

  • 3,378 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    538

    Overall
    182,153

ตอนที่ 94 : 94

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3010
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    8 ก.ค. 60

94






          ฤดูใบไม้ผลิผ่านพ้นไปจนย่างเข้ากลางคิมหันต์ใกล้เวลาเก็บเกี่ยวเข้าไปทุกที เรื่องราววุ่นอันใดก็ล้วนถูกลมหอบใหญ่ของฤดูกาลก่อนหน้าพัดพาไปเสียสิ้น ไม่ว่าสิ่งใดก็ดูสงบสุขราวกับทะเลไร้คลื่นก่อนเกิดพายุลูกใหญ่


          ก่อนเก็บเกี่ยวซูโจวนั้นมีเทศกาลขอบคุณทวยเทพที่บันดาลให้พืชผลงอกเงยอย่างงดงาม หนึ่งในงานรื่นเริงที่ประชาชนชาวซูโจวจะได้ชมพระบารมีของหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์แห่งราชวงศ์ซูอย่างใกล้ชิดด้วยสายตาของตนเอง แม้ชาวบ้านทั่วไปจะไม่มีสิทธิ์เข้าไปยังพื้นที่สักการะภายในศารเจ้า แต่พวกเขาก็ยินดีจะเฝ้าคอยตามเส้นทางเสด็จเพื่อชื่นชมพระบารมี


          เมื่อรถม้าประจำพระองค์แต่ละคันเคลื่อเข้าใกล้ชาวบ้านก็ทำได้เพียงยอบกายลงต่ำ และเมื่อแต่ละพระองค์เสด็จลงจากพาหนะอันวิจิตรพวกเขาก็ทำได้เพียงหมอบกราบและมองพระภูษาพริ้วผ่านตาเพียงเล็กน้อย มีเพียงเหล่าขุนนางและครอบครั้วของพวกเขาที่มีโอกาสได้เห็นพระพักตร์ผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินเหล่านี้


          เนื่องด้วยตำแหน่งฮองเฮายังถูกว่างเว้นข้างกายองค์จักรพรรดิจึงมีไทเฮาเป็นผู้ประกอบพิธี เบื้องหลังทั้งสองพระองค์เชื้อพระวงศ์ก็จะยืนกันตามลำดับยศ กู้หลุนกงจู่ยืนเป็นอันดับแรกเพราะยังไม่มีการแต่งตั้งองค์ชายองค์ใดเป็นไท่จือ ตามด้วยองค์ชายตามลำดับขั้นและเฟยทั้งสอง 


          ซูเฟยที่มีศักดิ์เป็นพระมารดาบุญธรรมในวันนี้ดูซีดจางราวกับว่าพร้อมจะจางหายไปในเวลาใดเวลาหนึ่ง แม้จะประโคมตกแต่หรือประทินโฉมเช่นใดก็ยังคงเห็นเค้าความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่ภายใน ภาพของผู้เคยได้ชื่อว่างามเป็นเอกแห่งวังหลังถูกทำให้บิดเบืนไปในวันนี้


          คำอ่านบทโองการบวงสรวงเทพแห่งการเพาะปลูกดังก้องกังวาลราวกับประกาศความยิ่งใหญ่ของซูโจวให้แผ่นฟ้าเบื้องบนรับรู้ เมื่อฮ่องเต้และไทเฮาวางของสักการะลงบนแท่นบูชาก็อาจนับได้ว่าถึงคราวจบสิ้นพิธีการที่ยาวนาน 


          เสด็จพ่อเบนสายพระเนตรมองมาที่นางครู่หนึ่งก่อนพยักพระเศียรให้กงกงคนสนิทดำเนินการตามที่ได้ตระเตรียมกันไว้ "กู้หลุนกงจู่ซูอวิ้นซี กุ้ยเฟยข่งไฉ่ซู องค์ชายสามซูเฟิ่งหมิงรับราชโองการ"


          "องค์ชายสาม ซูเฟิ่งหมิงประพฤติตนดีงามอยู่ในศีลธรรมที่ดี มีคุณธรรมและจรรยาพรั่งพร้อม มีความดีความชอบช่วงงานราชการแผ่นดินมาหลายปี ต่อต้านข้าศึกศัตรู ปกป้องผืนแผ่นดินให้สงบร่มเย็น แต่งตั้งเป็นไท่จือสืบสานสายเลือดมังกรต่อไป"


          "กระหม่อม ซูเฟิ่งหมิงน้อมรับราชโองการพะยะค่ะ"ซูเฟิ่งหมิงคุกเข่ารับราชโองการฉบับแรกราวกับไม่รู้พระองค์ ตำแหน่งที่เคยต่อสู้แย่งชิงเมื่อไม่ทำสิ่งใดกลับกลายเป็นได้มาไว้ในสองมือ


          "กู้หลุนกงจู่ ซูอวิ้นซีประพฤติตนดีงามเป็นแบบอย่างแก่ประชาราช ทำคุณงามความดีแก่บ้านเมืองตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งกู้หลุนกงจู่ คู่ควรแก่ตำแหน่งไท่จือเฟย ด้วยคุณงามความดีที่ทำมาจะให้ดำรงยศกู้หลุนกงจู่พร้อมกับตำแหน่งไท่จือเฟย"


          "หม่อมฉัน ซูอวิ้นน้อน้อมรับราชโองการ"


          "กุ้ยเฟย ข่งไฉ่ซู กำเนิดโอรสมังก.........."


           เสียงประกาศราชโองการแต่งตั้งไม่ได้ดังเข้าหัวซูเฟิ่งหมิงเลยแม้แต่น้อย เขาจ้องมองไปที่เสด็จพ่อพระมารดาและซูอวิ้นซีอย่างไม่เชื่อสายตา ทุกคนเหมือนรู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้วยกแว้นเพียงเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น


          ซูเฟิ่งหมิงกำราชโองการในมือแน่นเข้าแล้วเพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้เอง ไม่ใช่เพราะคุณความดีอันใดที่เขียนไว้ในราชโองการอันศักดิ์สิทธิ์นี้แต่เป็นเพราะเสด็จพ่อต้องการปูทางให้บุตรตรีพระองค์โปรดสู่ตำแหน่งพระแม่แห่งแผ่นดินในภายภาคหน้าต่างหากเล่า และที่น่ารังเกียจยิ่งกว่าคือ...กงจู่ผู้นั้นน้อมรับราชโองการหลังจากหย่งจิ้นหายตัวไปเพียงสี่เดือน เสด็จพ่อไม่มีทางบังคับอวิ้นซีกงจู่ในเรื่องนี้ แม้แต่ตำแหน่งที่เทียบเท่าไท่จือยังเคยมอบให้นางนับประสาอะไรกับสิ่งอื่น 


          คิดได้เพียงข้อเดียว..ซูอวิ้นซียอมรับในเรื่องนี้ด้วยตัวนางเอง สำหรับแพศยาผู้นี้ตำแหน่งฮองเฮาคงมีค่าเหนือสิ่งใด สายตาที่มองมายังตนมีหรือซูวิ้นซีจะสัมผัสไม่ได้  ไม่ต้องมอง ไม่ต้องหันกลับไปนางก็รับรู้ความชิงชังที่ส่งผ่านออกมาได้เป็นอย่างดี


          พี่ชายสามนางเคยเรียกซูเฟิ่งหมิงเช่นนั้น ในวันนี้คงไม่สามารถเรียกด้วยคำพูดเดิมได้อีก แววตานั้นครั้งหนึ่งเคยเอื้อเอ็นดูกลับกลายเป็นชิงชัง หลางหย่งจิ้นคือสหายของซูเฟิ่งหมิงเป็นคนเพียงผู้เดียวที่ยืนเคียงข้างองค์ชายผู้มีสิทธิ์ในตำแหน่งไท่จือมากที่สุดทั้งที่เป็นเพียงคนสามัญ ความสำคัญของหลางหย่งจิ้นในใจซูเฟิ่งหมิงนับว่าไม่น้อยเลย


          นางรับตำแหน่งไท่จือเฟยของเขาหลังจากพี่หย่งจิ้นจากไปไม่ถึงสี่เดือนโดนมองด้วยสายตาเช่นนี้คู่ควรแล้ว


          ซูอวิ้นซีรวบผ่ามือตนเองเข้าไว้ด้วยกันความรู้สึกที่แผ่ออกมาจากของสูงค่าในมือช่างเยือกเย็นนัก


          ราชโองการที่ประกาสหาได้สร้างความประหลาดใจให้กับเหล่าขุนนางมากนัก เฟยทั้งสี่ยามนี้เหลือเพียงสองเฟิ่งกุ้ยเฟยไร้ทายาทมังกรตำแหน่งพระแม่แห่งแผ่นดินก็ย่อมตกเป็นของข่งกุ้ยเฟย ส่วนตำแหน่งไท่จือนั้นเป็นที่รู้กันดีอยู่แต่คราวแรกแล้ว


          ราชโองการประกาสออกไปแล้วเหลือเพียงรอการตั้งตั้งตามฤกษ์พิธี ยามนี้อย่าว่าแต่เงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์อวิ้นซีกงจู่เลยแม้เพียงเงาพวกเขาก็ไม่กล้ามอง ตามกฎมณเฑียรบาลเชื้อพระวงศ์หญิงจำต้องละฐานันดรเพื่อแต่งออกไปไม่ว่าจะแต่ให้แก่ผู้ใดศักดิ์ ฐานะที่ดำรงจะหาได้ติดตัวไปด้วยไม่ แต่ในยามนี้ฮ่องเต้กลับอนุญาตให้อวิ้นซีกงจู่อยู่ในฐานันดรเดิมมิได้หมายความว่าซูอวิ้นซีจะมีฐานะเท่าเทียมกับไท่จือหรอกหรือ


          ความสำคัญในใจฮ่องเต้ไม่ต้องให้ผู้ใดบอกก็รู้ได้โดยทั่วกัน












          "ฝ่าบาทองค์ชายสามมารออยู่ด้านนอกเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว"เมื่อยังไม่มีการต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ซูเฟิ่งหมิงก็ยังคงเป็นเพียงองค์ชายลำดับที่สามเท่านั้น


          "ปล่อยไปเถอะ"


          "ฝ่าบาท"


          "ราชโองการประกาศออกไปแล้วจะให้เปลี่ยน คำพูดของเราจะศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร"


          ซูเฟิ่งหมิงคุกเข่าอยู่หน้าตำหนักหลวงเพื่อเปลี่ยนราชโองการ ในสายตาฝ่าบาทไม่มีค่าเลยสักนิดเดียว


          "เจ้าสามอยากคุกเข่านานเท่าใดก็ปล่อยให้เขาทำไป ตำแหน่งไท่จือนั้นขอเพียงเป็นโอรสของเราและมีคุณธรรมก็เพียงพอ แต่ตำแหน่งฮองเฮาในรัชสมัยหน้านั้นเป็นของอวิ้นซีเพียงผู้เดียว"


          ม่านเตียวไม่กล้าที่จะถ่ายทอดข้อความนี้ มันไม่โหดร้ายต่อพระทัยขององค์ชายเกินไปกระนั้นหรือ


          ฝนโปรยลงมาจากฟากฟ้าเหมือนการกลั่นแกล้งของสวรรค์ หยดน้ำเล็กๆตกกระหน่ำลงยิ่งเพิ่มความหนาวเย็นให้ผู้ที่คุกเข่าอยู่บนพื้นหินกระนั้นซูเฟิ่งหมิงก็ยังไม่ยอมขยับตัว


          "นายหญิงหากองค์ชายยังคุกเข่าอยู่เช่นนี้"


          "ชายชาติทหารอดทนเพียงนี้ไม่ได้เชียวหรือ"ข่งไฉ่ซูไม่ทำสิ่งใดในยามนี้นอกจากมองบุตรชายคุกเข่าอยู่เช่นนั้น ตนเข้าไปก็ไม่สามารถเปลี่ยนสิ่งใดได้ 


          อาหมิงของนางควรได้รู้ว่าความดื้อดึงไม่อาจใช้เพื่อเอาชนะทุกสิ่งได้ หากผ่านเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้ไปไม่ได้ก็อย่าได้หวังนั่งอยู่เหนือบัลลังก์มังกรเลย หากพูดอย่างเที่ยงตรงแล้วอาหมิงยังไม่คู่ควรกับตำแหน่งที่จะได้รับ อาหมิงของนางยังต้องเรียนรู้ที่จะอดทนไม่ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลและการตัดสินใจ


          ความตรงไปตรงมาเป็นข้อดีข้อหนึ่งที่บุตรชายของนางมีไว้ครอบครองแต่ในขณะเดียวกันก็เป็ข้อเสียที่ยากแก่การแก้ไขเช่นเดียวกัน


          ข่งไฉ่ซูหวังว่าอวิ้นซีกงจู้ผู้นั้นจะช่วยประคับประคองบุตรชายที่มีข้อบกพร่องมากมายผู้นี้ให้ผ่านเรื่องราวเหล่านี้ไปได้ เด็กสาวผู้นั้นไม่ได้ทำสิ่งใดผิดนางเองรู้ดีอยู่แก่ใจ แต่สิ่งเหล่านี้อาหมิงต้องรับรู้มันด้วยตัวของเขาเอง


          "นายหญิงนับถึงตอนนี้ก็สองชั่วยามแล้ว อากาศยังเย็นไม่น้อย..."


          "เช่นนั้นพวกเรากลับเถอะ"


          "นายหญิง"


          นางกำนัลรับใช้ทำได้แต่ก้าวตามผู้เป็นนายพร้อมร่มคันใหญ่ในมือด้วยกลัวละอองฝนจะกระทบพระวรกายว่าที่ฮองเฮาแห่งซูโจว


          ในยามนี้ไม่ว่าฮ่องเต้หรือพระสนมก็ล้วนปล่อยองค์ชายไว้เบื้องหลังพวกนางจะทำสิ่งใดได้นอกจากหลับหูหลับตาและปิดปากให้เงียบที่สุด









          งานแต่งตั้งรัชทายาทอย่างเป็นทางการกำลังจะเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแคว้น เป็นอันรู้กันอย่าลับๆเบื้องหลัง ว่าว่าที่ไท่จือไม่โปรดว่าที่พระชายาจนไม่อยากรับตำแหน่ง ท่านหญิงทั้งหลายในวังองค์ชายสามจึงยังพอจะวางใจได้บ้าง เพียงแค่ตำแหน่งกู้หลุนกงจู่ที่ยังคงติดกายว่าที่ท่จือเฟนก็ยากจะรับมือมากพอแล้ว หากพระสวามีของพวกนางรักชอบองค์หญิงผู้นั้นอีกในตำหนักคงไม่เหลือที่ให้พวกนางได้ยืน


          ชิวจิ่งลู่ยกรอยยิ้มหลังถ้วยชาโดยไม่ให้ความสนใจกับความเดือดร้อนของท่านหญิงทั้งหลายในวังราวกับการแต่งตั้งไท่จือเฟยหาได้เป็นเรื่องของนางเองไม่


          งานเลี้ยงสังสรรค์ยิ่งน่าเบื่อเมื่อกลายเป็นการจับกลุ่มนินทาขนาดใหญ่ คนที่แต่เดิมไม่ใคร่จะชอบงานเลี้ยงและการสังสรรค์เพื่อพูดคุยจิกกัดอยู่ก่อนแล้ววางถ้วยกระเบื้องในมือลง ชาดีแต่บรรยากาศไม่เป็นใจอย่างไรก็ไม่ได้รสชา


          ชิวจิ่งลู่ลุกขึ้นโดยไม่ต้องเอ่ยลาผู้ใด ในที่นี้ทั้งหมดไม่มีใครที่ทำให้นางต้องเอ่ยคำนั้นออกมา พระสนมและท่านหญิงในวังล้วนลุกขึ้นยอบกายเมื่อเหลียงตี้(พระสนมในวังรัชทายาทขั้นสามชั้นเอก)หนึ่งเดียวในวังเดินออกจากงานเลี้ยง ถ้าไม่นับไท่จือเฟยที่กำลังจะถูกแต่งตั้งซิวเหลียงตี้ผู้นี้นีบว่ามีอำนาจสูงสุดหรือมิใช่


          "พี่หญิงชิวแลดูไม่สนใจการแต่งตั้งไท่จือเฟย"


          "เจ้าอย่าได้เอ็ดไปนักเลย"คนร่วมบทสนทนารีบปรามน้องสาวร่วมตระกูลไม่ให้พูดถึงเหบียงตี้ที่เพิ่งจากไป


          "แต่ข้าเห็นด้วยนะสุ่ยซี"คนที่กล้าเอ่ยเทรกขึ้นมาไม่ใช่ใครที่ไหนเแต่เป็นหวังเสี่ยวหยู เหลียงเยวี่ยน(พระสนมในวังรัชทายาทขั้นสี่ชั้นเอก)ผู้หนึ่ง แม้องค์ชายสามจะมีเหลียงเยวี่ยนถึงสามคนแต่หวังเหลียนเยวี่ยนนั้นเป็นที่โปรดปรานมากที่สุด ไม่ต้องให้เดาว่าเพราะสิ่งใดเพียงได้ยินแซ่ของนางก็พอจะเข้าใจได้ หวังมิใช่แซ่ของราชครูคนโปรดของฝ่าบาทหรอกหรือ"พี่หญิงชิวจะกังวลไปทำไม่ในเมื่อนางเป็นผู้ที่ฝ่าบาทให้ความสำคัญถึงเพียงนั้นท่านไม่คิดเช่นนั้นหรือ"


          คนถูกเรียกด้วยนามโดยไม่เอ่ยชั้นยศไม่ว่าสิ่งใด นางไม่ถือวาจาของหวังเสี่ยวหยูแม้ว่าตนจะมียศเหลียงเยวี่ยนเท่าเทียมกับอีกฝ่าย"น้องหญิงกล่าวเกินไป พี่หญิงชิวเคยช่วยชีวิตองค์ชายไว้ ถือเป็นเรื่องที่ไม่อาจละเลยได้จะให้ทรงเมินเฉยต่อนางได้อย่างไร"


          เรื่องนี้เป็นอันรู้กันทั่ววังดังนั้นไม่ว่าชิวเหลียงตี้จะกระทำการใดก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปาก จะมีก็แต่หวังเหลียนเยวี่ยนที่เพิ่งเข้ามาได้ปีกว่าเท่านั้นที่กล้าพอจะต่อปากต่อคำอย่างไม่ไว้หน้า


          "พี่หญิงเสี่ยวหยูอย่าได้สนใจเลยหากไม่มีบุณคุณอันล้นฟ้าล้นแผ่นดินนั่นแล้วไม่มีทางที่องค์ชายจะโปรดผู้ใดมากกว่าท่านไปได้"ฟังคำพูดยกยอของลูกพี่ลูกน้องของตนเพียงไม่กี่ประโยคหวังเสี่ยวหยูก็ลืมไปเสียสิ้นว่ากำลังสนทนากับตนอยู่


          สุ่ยซีเพียงส่ายหัวกับการกระทำเช้นนั้นของอีกฝ่าย นางไม่ได้วาทศิลป์ของบิดามาเลยแม้แต่นิดเดียว แม้แต่มารยาทที่พึงมีของท่านหญิงชั้นสูงก็ไม่มีด้วยกระมัง


          "พี่หญิงไม่โกรธพระสนมหวังหรือเพคะ"ยามอยู่ในตำหนักส่วนตัวที่มีเพียงพวกนางสองพี่น้องสุ่ยเซียนก็เบ้ปากให้พฤติกรรมของหวังเสี่ยวหยู


          "นางเป็นเช่นนี้นับว่าไม่ดีหรือ หากวันใดนางวางตัวได้สักครึ่งของพี่จิ่งลู่สินับว่าน่ากลัว"ปล่อยให้พองตนทำนิสัยร้ายกาจกลบหน้าตาอันอ่อนเยาว์ปล่อยให้วาจาไม่น่าฟังกลบใบหน้างดงามนั่นไปหนะดีแล้ว


          "นั่นสิเจ้าค่ะ วันใดที่องค์ชายไม่ต้องการอำนาจตระกูลหวังอีกต่อไป นางคงได้ตกจากฟ้าเป็นแน่"


          "ไม่ใช่เพียงปากนาง ปากเจ้าเองก็เช่นกัน หัดเก็บปากเก็บคำเสียท่านอาหญิงเล็กจะได้ไม่เป็นห่วงมากนัก"


          "ข้าทราบแล้วพี่หญิง ข้าทราบแล้ว"


          "ให้ได้สักครึ่งที่ว่ามาเถอะ"


          สุ่ยเซียนเข้ามาในฐานะนางกำนัลของนางเมื่อเป็นงานจึงได้กลับไปบ้านเดิม จากนิสัยที่เห็นไม่รู้ว่าอีกนานเพียงใดถึงจะได้ส่งลูกลิงจอมซนผู้นี้กลับไปได้ สุ่ยเหลียงเหยวี่ยนมองตำหนักไท่จือเฟยที่ฮ่องเต้ส่งคนมาจัดการด้วยพระองค์เองโดยไม่ต่อปากต่อคำเพิ่มเติม นอกจากพี่หญิงจิ่งลู่มีใครบ้างไม่กังวลกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ แม้แต่ตัวนางเองก็ตามที






          มาสายมากอีกแล้ว งานแยอะจริงๆจนไม่รู้จะเอาเวลาที่ไหนมาแต่งจริงๆ ของคุณสำหรับกำลังใจจากทุกคอมเมนท์นะคะ อัยย์จะพยายามแต่งออกมาให้ดีที่สุดนะคะ


          รักรีทนะคะ ฝันดีค่ะ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #1033 สามคิ้ว。 (@leepnam) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 07:10
    ตายจริงหรอ เห้ยยยย ไม่มีหักมุมเลยหรอ โหดร้ายยยยย ฮือออออออออออ
    #1033
    2
    • #1033-2 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 94)
      11 กันยายน 2560 / 19:56
      ไม่บอกค่ะ
      #1033-2
  2. #998 玉刷 (@Aikaterina) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 10:37
    ฮรืออออ เฮียหลางตายจริงๆใช่มั้ยคะ ฮรือออ เศร้าาา สงสารอวิ๋นซีฮรือออออ
    #998
    1
    • #998-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 94)
      15 กรกฎาคม 2560 / 11:46
      ฮื่อออออออออออออออ
      #998-1
  3. วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 22:47
    เป็นอวิ๋นซีนี่มันรันทดจริงๆ
    #997
    1
    • #997-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 94)
      15 กรกฎาคม 2560 / 11:46
      ขอโทษนะคะที่อัยย์เป็นคนใจแข็ง
      #997-1
  4. #996 primo xxii (@vrzomolkk) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 18:52
    เส้าาาาาาาาาา ตายจริง ๆ หรอ ฮือออออออ หน่วงงงงตับบบบบ
    #996
    1
    • #996-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 94)
      15 กรกฎาคม 2560 / 11:44
      ไม่เป็นไรนะ เราจะเศร้าไปด้วยกัน
      #996-1
  5. #995 Lotte Dittakan (@lotte9021) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 08:35
    อย่าบอกนะ เป็นอาถรรพ์ 3 รุ่น รัก แต่ไม่ได้
    อยู่ด้วยกัน แผ่นดินต้องมาก่อน อีกนานไหมแผ่นดินชิงจะรวมกันได้ ไม่งั้นฝรั่งแทะกินหมด ไม่เหลือกระดูกแน่นอน
    #995
    1
    • #995-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 94)
      15 กรกฎาคม 2560 / 11:43
      อวิ้นซีไม่ยอมไห้ฝรั่งเอาไปแทะง่ายๆแน่อะที่รู้
      #995-1
  6. #994 phasi (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 10:03
    สงสารนาง้อกเกิน รันทดเกิ้น ตายจริงภหมเนี้ย
    #994
    1
    • #994-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 94)
      15 กรกฎาคม 2560 / 11:42
      แต่ชีวิตรันทดนางยังดีกว่าชีวิตเราตอนนี้อีกนะคะ อาจารย์โหดมสกอะ
      #994-1
  7. #991 rin--jung (@rin--jung) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 02:23
    ชีวิตจะรันทดไปไหมนางเอกเรา จะได้สุขสมหวังบ้างไหมนี่ สงสาร
    #991
    1
    • #991-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 94)
      15 กรกฎาคม 2560 / 11:40
      นิยายเรื่องนี้เป็นสายดราม่าค่ะ ตั้งชื่อไว้เตือนแล้ว
      #991-1
  8. #990 rin--jung (@rin--jung) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 02:22
    งงกับชื่อสนมทั้งหลาย
    #990
    1
    • #990-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 94)
      15 กรกฎาคม 2560 / 11:39
      เจอบ่อยๆก็จำได้เองค่ะ ถ้าไม่บ่ิยแสดงว่าไม่สำคัญ
      #990-1
  9. #989 novellover (@Novellover) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 02:00
    สงสารหนอ หากไม่ตายจริงกลับมาจะอย่างไร
    ถูว่าที่สามีเกลียด
    #989
    1
    • #989-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 94)
      15 กรกฎาคม 2560 / 11:38
      คนที่เกลียดนางต้องเสียใจ
      #989-1
  10. #988 Homunculus (@Ithaji) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 01:57
    สู้ๆค่ะ รอเสมอ ^^
    #988
    1
    • #988-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 94)
      15 กรกฎาคม 2560 / 11:38
      จะรีบแต่งให้น้า
      #988-1
  11. #987 GiftKessanee (@GiftKessanee) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 01:53
    รอต่ออีกค่ะ
    #987
    1
    • #987-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 94)
      15 กรกฎาคม 2560 / 11:37
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
      #987-1