眼泪(อัสสุชลจอมนาง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 182,094 Views

  • 1,174 Comments

  • 3,378 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    479

    Overall
    182,094

ตอนที่ 99 : 99

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3748
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    11 ก.ย. 60

99







           คำพูดก็ยังคงเป็นเพียงแค่ลมปากแต่หลี่ชิงหวนกลับพูกขัดคำอีกฝ่ายไม่ออก ทั้งที่เป็นเรื่องราวเหล่านี้ควรเป็นเพียงแค่สิ่งเฟ้อฝันแต่ในใจกลับกระหวัดถึงภาพแผ่นดินต้าชิงที่สงบสุขร่มเย็น หากมิใช่ตนเริ่มฟั่นเฟือนเหมือนตาแก่ก็คงเป็นความสามารถในการโน้มน้าวใจที่เหนือล้ำของเด็กสาวตรงหน้า


           "เหม่ยหรงคงเตรียมการเรื่องนี้มานานแล้ว นางสร้างเจ้าให้เป็นว่าที่ฮองเฮาแห่งต้าชิงไว้แต่แรก"เป็นฮองเฮาที่สมบูรณ์พอที่จะแบกรับเอามงกุฏหงส์อันหนักอึ้งเอาไว้ อยู่เบื้องหลังบัลลังก์มังกรคอยยึดให้ราชบัลลังก์นั้นตั้งตรงอยู่ได้ท่ามกลางคลื่นพายุ


           "ผิดแล้ว ท่านแม่ของข้าละทิ้งปริทานเหล่านั้นตั้งแต่รู้ว่ามีข้า ท่านหาได้หวังให้บุตตรีเพียงคนเดียวเข้าไปแก่งแย่งในวังวนแห่งอำนาจ ท่านแม่เพียงหวังให้ข้าเป็นฮูหยินที่ดี เป็นมารดาของหลานที่น่ารักสักคนในบ้านที่อบอุ่นสักหลัง"ทุกสิ่งที่ทำไม่ได้มาจากคำบอกเล่าของมารดาเจาเหม่ยหรงไม่เคยเอ่ยปากถึงสายเลือดในกาย ไม่เคยพูดถึงภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ มีแต่ตัวนางเองที่วิ่งตามไขว่คว้าอำนาจเพื่อแก้แค้น เป็นตัวนางที่เอาตนเองเข้าสู่วังวนที่มารดาพยายามกันนางออกมา


           "แผนการพวกนี้ต้องใช้เวลามากกว่าอายุของเจ้าในการปั้นแต่งขึ้นมา"


           อวิ้นซีส่ายหัวหากให้เล่าเรื่องนี้คงไม่จบในหนึ่งวัน นางเองยังไม่รู้ทั้งหมดเลยด้วยซ้ำไป


           เสด็จพ่อเสด็จเข้ามาเยี่ยมในตอนสายของวัน คำรับรองขององค์กษัตริย์แห่งต้าชิงดูจะมีน้ำหนักมากกว่าคำพูดของกู้หลุนกงจู่ผู้หนึ่ง การมีเสด็จพ่อรองรับคำพูดนางทำให้การเจรจาต่อรองเป็นไปอย่างราบรื่นอย่างไม่น่าเชื่อ


           ซูอวิ้นซีถอนหายใจอย่างไม่สงวนกิริยาเมื่อญาติฝั่งมารดายอมจากไปหลังการเจรจาต่อรองลุล่วงไปได้ด้วยดี พระหัตถ์หนาวางบนเรือนผมของนางแล้วโยกเบาๆ


           "ขอบใจเจ้ามาก"น้ำเสียงขององค์กษัตริย์แห่งซูโจวนุ่มนวนดังเช่นทุกคราวที่เอ่ยกับพระบุตรีอันเป็นที่รัก"พ่อไม่อาจเสียอาหมิงไปได้"


           แม้ไม่แสดงออกถึงความรักเอาใจใส่เช่นที่มีให้นางอวิ้นซีก็รู้ว่า องค์รัชทายาทมีความสำคัญเพียงไรในสายตาเสด็จพ่อ หากไม่มีพระหัตถ์เสด็จพ่อคอยโอบอุ้มท่ามกลางสงครามแห่งการแย่งชิงนี้คนที่ไร้เลห์เช่นเขามีหรือจะรอดมาได้จนถึงทุกวันนนี้ 


           นี่เป็นอีกเหตุผลใหญ่ข้อหนึ่งที่ทำให้นางจำต้องตัดสินใจเช่นนี้  อย่างไรซูเฟิ่งหมิงก็เป็นสายเลือดที่ทรงโอบอุ้มมาตั้งแต่ยังเยาว์ เป็นบุตรชายคนโตที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังเล็ก เสด็จพ่อทำเช่นที่มารดาของนางทำผลักบุคคลอันเป็นที่รักออกไปจากหนทางที่อันตรายที่สุด องค์ชายสามซูเฟิ่งหมิง องค์ชายห้าซูเจี้ยน องค์ชายแปดซูไท่จง ราชโอรสทั้งสามล้วนถูกวางภาระหน้าที่ในอนาคตเอาไว้หมดแล้ว เพราะเป็นเช่นนั้นองค์ชายแปดซูไท่จงจึงรอดจากการถูกปลดทั้งที่หนิงเต๋อเฟยไม่เหลืออำนาจไว้ในมือ


           ทั้งหมดคือความรักที่เสด็จพ่อมอบให้พวกเขา ทั้งหมดนี้เพื่อไม่ให้ราชบัลลังก์มังกรในรุ่นของพวกเขาทั้งสามถูกชะโลมด้วยโลหิตของเหล่าสายเลือดของพระองค์เอง อาจดูโหดร้ายที่ไม่เปิดโอกาสให้ได้ต่อสู้แย่งชิง อาจดูไร้เยื้อใยที่ส่งองค์ชายแปดออกไปจากวังหลวงไกลจนไม่อาจสร้างฐานอำนาจให้ยิ่งใหญ่ได้ แต่เมื่อมองในสายตาคนนอกที่รู้เรื่องทั้งหมดดีการกระทำที่ไร้เยื่อใยเหล่านี้ไม่ได้มาจากความรักที่ยิ่งใหญ่หรืออย่างไร 


           ไม่มีใครจะรู้จักความโหดร้ายของการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจนั้นดีกว่าซูหนานตี้ฮ่องเต้


           "ลูกต้องขอโทษต่างหากเล่า จะกล้ารับคำขอบคุณนั้นได้เช่นไร"แผนการถูกพลิกเปลี่ยนครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้ไม่อาจบอกทุกสิ่งให้พระบิดาทรงทราบ นางปกปิดแผนการอันตรายจากพระเนตรพระกรรณซ้ำยังสร้างเรื่องราวใหญ่โตถึงเพียงนี้จะให้ใช้ความกล้าตรงส่วนใดมารับคำขอบคุณ"เสด็จพ่อทรงให้อภัยบุตรสาวที่ไม่ได้ความคนนี้ได้หรือไม่"


           "จะให้พ่อยกโทษให้ได้อย่างไรในเมื่อไม่เคยโกรธเจ้าสักครั้ง"ไม่เคยโกรธและไม่คิดว่าจะโกรธได้ลง ยามที่บอกว่าจะเป็นภูผาสูงให้นางพักพิงทรงหมายความตามนั้น ความสัมพันธ์ระหว่าบิดาและบุตรสาวนอกสายเลือดที่อุปโลกน์ขึ้นมามันซับซ้อนจนไม่อยากทำความเข้าใจ แม้จะเป็นเวลาเพียงสามสี่ปีแต่สายใยบางอย่างผูกโยงพระองค์กับเด็กผู้นี้จนไม่อาจตัดให้ขาดได้ 


           อาจเป็นเพราะมีคนสำคัญที่สุดคือคนเดียวกัน สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไม่ต่างกัน หรืออุดมการณ์ที่อยู่ในทิศทางเดียวกันก็แล้วแต่ที่ทำให้ความห่วงอาทรซึมลึกจนยากจะถอดถอน


           "ท่านผู้นั้นกลับออกไปอย่างปลอดภัยแล้ว"


           "พี่หมิ่นฮวานคงไปกับอาจารย์อาด้วย"คนสนิทของนางในวังลดลงไปอีกผู้หนึ่ง สหายผู้เชี่ยวชาญเรื่องชาและสมุนไพรที่สุดผู้นั้นคงเสียดายชาชั้นดีที่นางเพียรส่งให้ในทุกฤดูกาลมากกว่าความสุขสบายข้างพระวรกายไทเฮา


           "พวกเขาออกไปทางประตูทักษิณเมื่อชั่วยามก่อนตอนนี้คงพ้นเมืองหลวงแล้ว เจ้าอย่าได้ห่วงไป"


           อวิ้นซียกยิ้มตอบตัวนางเองยังไม่เคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของคนทั้งคู่ ที่แยกพวกเขาออกจากผู้อื่นได้นั้นล้วนเป็นเพราะความคุ้นชิน ต่อให้อาจารย์อาและพี่หมิ่นฮวานยังเดินเล่นอยู่ในเมืองหลวงก็ยากนักที่จะมีผู้ใดรับรู้ อาจารย์อาบอกนางเสมอว่าหากจะห่วงท่านให้เอาเวลากลับมาห่วงตนเองเสียดีกว่า 


           "พอประกาศศักดิ์ฐานะของลูกออกไปคงจะเกิดเรื่องวุ่นวายตามมาไม่น้อย"นางเป็นสายเลือดสายตรงจากอี้เหอ แต่อยู่ในฐานะกู้หลุนกงจู่และไท่จือเฟยเห่งซูโจวคิดอย่างไรก็ชวนปวดหัว


           "เรื่องนี้ให้บิดาเป็นคนจัดการเถอะ"ซูหนานตี้คาดการเอาไว้เช่นกันว่าทุกสิ่งอาจไม่ง่ายดังเช่นที่ทรงวาดไว้ แต่ทรงเชื่อว่าหลายปีที่อวิ้นซีอยู่ในฐานะกู้หลุนกงจู่หลายครั้งที่นางสอดมือเพื่อชช่วยเหลือชาวซูโจวไมีอาจถูกลืมเลือนเพียงเพราะเป็นสายเลือดจากต่างแคว้น


           "มีท่านพ่ออยู่ทำให้ลูกเบาใจมาก"


           "บิดาอยากเห็นเจ้าพักสักที"


           "ลูกพักจนเกือบข้ามวันแล้ว"เสียงถอนหายใจของบิดาดังออกมาให้ได้ยิน พระองค์รู้ว่าบุตรีก็รู้ดีคำว่าพักที่ทรงหมายถึงมีความหมายเช่นใด ทำไมจึงได้ดื้อดึงถึงเพียงนี้


           "ฝ่าบาท"เสียงม่านกงกงดังออกมาจากนอกประตู เป็นฮ่องเต้แห่งแผ่นดินหาได้ว่างงานจนอยู่ข้างนางจนละเลยกิจวัตรที่พึงกระทำได้ ถึงเวลาที่ต้องทรงเสด็จแล้ว


           ซูหนานตี้ทอดสายตามองบุตรีเพียงหนึ่งเดียวแล้วถอนหายใจออกมาอีกหนึ่งคำรบ หากทรงเป็นเพียงบิดาของลูกสาวที่น่ารักผู้หนึ่งพระองค์ก็อยากจะรั้นดังเช่นที่นางทำบ้างเช่นกัน


           ลับจากสายตาของบิดาซูอวิ้นซีก็ทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงในอ้อมแขนของคนประคอง ลมหายใจที่แต่เดิมสม่ำเสมอเริ่มหนักขึ้นจนได้ยินชัดทรวงอกขยับขึ้นลงเหมือนต้องใช้แรงในการหายใจ ความเครียดตั้งแต่เช้าถูกปล่อยออกมาผ่านการแสดงออกของร่างกายที่เริ่มควบคุมไม่ได้


           ครั้งแรกที่เห็นอวิ้นซีเป็นเช่นนี้เจาจิงคุณตามจื่อซือเซียวมาในทันที แต่มันไม่ใช่โรคร้ายไม่ใช่อาการเจ็บป่วยของร่างกายที่จะหายได้เมื่อได้รับการรักษา เขาทำได้แค่กอดอวิ้นซีไว้ให้แน่นที่สุดแล้วภาวนาให้เวลาผ่านไปเร็วกว่าเดิมแค่นิดเดียว แค่เพียงนิดเดียวก็ยังดี












           การนอนหลับไม่ใช่เพียงการพักผ่อนแต่คือฝันร้ายที่ไม่มีวันจบ วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาดุจนรกลึกล้ำหาก้นบึ้งไม่ได้ หนึ่งเดือนหลังบรรเลงอเวจีเป็นครั้งแรกตัวผู้บรรเลงเองก็พบเจอกับสิ่งที่เรียกว่าอเวจีเช่นกัน เพราะการขาดสติเพียงครั้งเดียวเพราะการทำโดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่เจเจ่เคยเอ่ยเตือน นางหลงอยู่ในถนนที่เรียกว่าความเสื่อม และที่รังโจรนอกป้อมบูรพาครั้งนั้นหาใช่ครั้งเดียวที่นางบรรเลงอเวจีออกมา


           ดวงตาคู่สวยเปิดลืมท่ามกลางความมืดมิดลมหายใจหอบกระชั้นเหมือนผ่านการวิ่งระยะไกล เหงื่อชื้นชะโลมเต็มแผ่นหลังจนรับรู้ถึงสายลมเย็นที่ลอดผ่านเข้ามาทางช่องหน้าต่างที่เปิดไว้ให้ลมผ่านเพียงนิดเดียว


           หันไปตามแรงกระชับบนฝ่ามือก็เห็นดวงตาสีน้ำเงินมองตนอยู่ก่อน เจาจิงคุณไม่ได้จากไปแต่อยู่ข้างเตียงมาตลอดตั้งแต่ตอนที่สตินางดับไป เด็กดีของนางจึงเห็นสิ่งที่ไม่ควรได้เจอ นางไม่ได้สวยงามไม่ได้มีจิตใจบริสุทธิ์อย่างที่เขาคาดหวัง ภายใต้เปลือกนอกที่ถูกฉาบเอาไว้คือสัตว์ร้ายน่าเกลียดที่ถลำตัวจมลงสู่ความเสื่อมเข้าไปทุกวัน


           "เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ อวิ้นซีท่านเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ตอนไหน"


           ความเงียบโอบล้อมเราทั้งคู่จนได้ยินเสียงลมหายใจ ยามหลับตนไม่ได้กรีดร้องเพียงในความฝัน ไม่ได้ฉีกทึ้งเพียงความฝันอันโหดร้ายแต่ทั้งเสื้อผ้า ผ้าห่ม ผ้าปูเตียง ล้วนฉีกขาด นอกจากไป่หลางแล้วไม่มีใครรู้เรื่องนี้


           "ตั้งแต่เมื่อไหร่อวิ้นซี บอกข้าสิว่าเมื่อไหร่"เสียงของเจาจิงคุณที่ดังขึ้นกลางดึกปลุกข้ารับใช้ให้ตื่นตัว เสียงฝีเท้ากรูมาอออยู่นอกห้องแต่ผู้ที่เข้ามามีเพียงไป่หลาง เมื่อกวาดสายตาจนเห็นภาพด้านในชัดหรงหวาก็รีบไล่คนอื่นออกไปให้หมด หากมีข่าวท่านแม่ทับอยู่ในห้องบรรทมของไท่จือเฟยจนค่อนคืนคงไม่ดีเท่าใดนัก ยิ่งคนนี้เป็นราตรีหลังงานแต่งของคุณหนูกับองค์รัชทายาทด้วยแล้ว...


           "ไม่มีสิ่งใดพวกเจ้ากลับไปพักได้


           "ทราบแล้วเจ้าค่ะ/ขอรับ"ข้ารับใช้ต่างก้มหน้าแล้วทยอยกลับที่พักไม่มีใครกล้าแม้เพียงเหลือบแลหาต้นตอของเสียง เมื่อครู่เป็นเสียงบุรุษหากไม่หูหนวกย่อมต้องรู้พวกตนที่อยู่ใกล้ไท่จือเฟยล้วนเป็นคนที่อยู่มานานมิเช่นนั้นก็คนของฝ่าบาทที่ถูกส่งมาคอยอำนวยความสะดวก คนฉลาดมากมักอยู่ไม่นานในพวกเขาไม่มีใครอยากฉลาดหรือรู้มากสักผู้เดียว


           ไป่หลางขนผ้าปูเตียงและผ้าห่มออกมาจัดการดังเช่นทุกทีก่อนพยักหน้าให้หรงหวาจากไปพร้อมตนด้วย หากคุณหนูรับมือท่านแม่ทัพไม่ได้พวกนางอยู่ไปก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้เช่นกัน เรื่องวันนี้อาจปิดจากคนในตำหนักได้แต่คงปิดจากหรงหวาและแม่ทัพเจาไม่ได้แล้ว เสี้ยวหนึ่งของความรู้สึกที่เกิดคือยินดีมีเพิ่มมาอีกสองหัวย่อมช่วยได้มากกว่ามีเพียงตนรับรู้เพียงคนเดียว


           ไฟในห้องสว่างจ้าจากแสงตะเกียงที่ไป่หลางจุดทิ้งไว้ก่อนไปยิ่งทำให้เห็นดวงตาสีเดียวกับท้องฟ้าได้เต็มตา มันยังคงเป็นสีเดียวกับครั้งแลกที่นางเห็นเพียงแต่แววตาที่รวดร้าวเช่นนี้ไม่เคยพบมาก่อน


           คนทำผิดยังคงนิ่งเงียบไม่พูดสิ่งใด อีกคนที่ไม่ยอมปล่อยมือก็ชกลงไปบนเตียงจนเกิดเสียงสะเทือนตำหนักอีกครั้ง"ทำไม ทำไมถึงไม่บอกข้าหล่ะอวิ้นซี ทำไม


           "ข้าไม่อยากเสียเจ้าไป ข้าเสียอาคุณไปไม่ได้"น้ำตาร้อนๆหยดลงมาจากดวงตาทั้งสองข้าง นางร้องไห้อีกแล้ว"ข้าไม่ใช้อวิ้นซีที่เจ้ารู้จัก ไม่ใช่หญิงสาวที่มีจิตใจดีงามอย่างที่เจ้าคิดไว้  เป็นแค่คนที่ทำทุกอย่างเพื่อแก้แค้น เพื่อเป้าหมาย ไม่ว่าจะเสแสร้งหลอกลวงผู้ใดล้วนยอมทำทั้งหมด"นางบรรเลงอเวจีไม่ต่ำกว่าห้าครั้งทุกครั้งล้วนยังมีสติครบถ้วนสมบูรณ์ดี


           "นานเท่าไหร่แล้ว"คำถามเดิมถูกเอ่ยออกมาด้วยระดับเสียงที่ไม่ดังไม่เบา


           "เกือบสามเดือนแล้ว"เกือบสามเดือนที่นางค่อยๆกลายเป็นใครอีกคนที่แม้แต่ตนเองก็ไม่รู้จัก สามเดือนที่ไป่หลางเข้ามาเอาเศษซากที่นางทำขึ้นในขณะหลับไหลออกไปทำลายแทบทุกวัน"ข้าจะไม่โกรธอาคุณสักนิดถ้าเจ้าเลือกที่จะจากไป"


           มือที่ไม่เคยผละออกจากนางตั้งแต่ตอนเย็นถูกปลดออก อวิ้นซีก้มหน้านิ่งยอมรับทุกสิ่งที่จะเกิดหลับตาพร้อมทำใจหากไม่ได้เห็นคนที่ปกป้องตนมาตลอดหลายปี ถึงเวลาที่จะปล่อยให้อาคุณเป็นอิสระจากนางแล้ว


           ไม่มีเสียงฝีเท้าผละจากไปนางยังคงรับรู้ถึงเงาของใครอีกคนที่ตกกระทบลงบนตัว เวลาเพียงพริบตาถูกยืดให้ยาวออกไปในความรู้สึก มือที่ปล่อยตนรั้งร่างทั้งร่างเข้าไปกอดอย่างแผ่วเบาที่สุด


           "ข้ารักท่านนะอวิ้นซี รักยิ่งกว่าทุกสิ่งที่เคยรู้จัก รักจนรู้สึกทรมารเมื่อเห็นท่านร้องไห้"ไม่ว่าอวิ้นซีจะทำผิดอีกกี่ครั้งปิดบังอีกกี่เรื่องเขาก็จะยืนอยู่ตรงนี้ไม่ยอมหนีไปไหน ไม่ใช่คนตัวเล็กที่ผูกตนเอาไว้แต่เป็นเขาต่างหากที่หาทุกทางเพื่อผู้นางไว้ใกล้ตัว"ถึงเลือกได้ข้าก็ยังจะอยู่ตรงนี้ ต่อให่ท่านไล่ข้าอย่างไรข้าก็ไม่มีทางหายไปไหน"


           "ข้ากำลังถลำตัวลงในความเสื่อม"นางกำลังเผาวิญญาณให้มอดไหม้แล้วตกลงสู่ห้วงอเวจีที่สร้างขึ้นมาด้วยตนเอง


           "เช่นนั้นก็ตกลงไปพร้อมกันเถอะ"


           "..."


           "ไม่ว่าจะเป็นสวรรค์หรือนรกก็ไม่สำคัญขอแต่มีอวิ้นซีอยู่ตรงนั้นก็พอแล้ว"


           "ฮึก"


           เสียงร้องให้ดงขึ้นแผ่วจางแต่คืนนี้ต่างจากทุกครั้ง ไม่มีความบ้าคลั่งจากจิตสำนึกที่ออกมาชักจูงนางลงไปในเส้นทางอันมืดมิดอีกแล้ว ทำไมกันนะ













           "สุดท้ายนางก็ยังไม่ตกลงสู่ความเสื่อมอย่างแท้จริง"จอมทัพแห่งแดนสวรรค์จับจ้องภาพนั้นจากจุดที่เจาจิงคุณไม่อาจรับรู้ได้  ดวงแก้วในมือแม้จะหม่นหมองแต่ก็ยังคงเป็นสีขาวที่ไม่มีสิ่งเจือปน


           "นายท่าน ท่านคาดหวังจะเห็นสิ่งใดกันแน่"


           "มนุษย์เมื่อเดินมาถึงจุดหนึ่งก็จะตกลงสู่ความเสื่อมเจ้าเองก็รู้ดี ฝู่เหยา"ทหารคนสนิทข้างกายรับคำโดยไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้เป็นนายกล่าวออกมาสักนิดเดียว


           "นั่นเป็นสาเหตุให้ท่านต้องเฝ้ามองเด็กสาวผู้หนึ่งหรือขอรับ"


           "สหายของข้ากล่าวไว้ว่าเมื่อมนุษย์เรียนรู้ที่จะคิดควบคุมธรรมชาติ เมื่อพวกเขาถอยห่างจากศีลธรรมและจมลงสู่ความเสื่อม สวรรค์และโลกมนุษย์ยิ่งห่างไกลกันออกไปมากขึ้นและมากขึ้นทุกที เมื่อยามที่คนเหล่านั้นถอยหลังออกจากเส้นทางที่ถูกที่ควรสวรรค์และโลกมนุษย์ยิ่งห่างไกลกันออกไปเรื่อยๆและสักวันดินแดนทั้งสามจะไม่บรรจบกันดั่งที่เคยเป็นในบรรพกาล"


           "แล้วเหตุใดต้องเฝ้ามองเด็กคนนี้ด้วยเล่า"


           "สหายผู้นั้นเชื่อด้วยตัวตนและวิญญาณของนางว่าเด็กสาวที่พวกเรากำลังมองอยู่จะไม่ตกลงไปสู่ความเสื่อม นางจะไม่มีวันโกรธแค้นต่อโชคชะตา หรือด่าทอต่อสรวงสวรรค์ ไม่มีวันลืมว่าชีวิตมนุษย์ที่เจ้าแม่หนี่วาบรรจงปั้นแต่งขึ้นมานั้นมีคุณค่ามากเพียงไร ต่อให้สักวันจะถูกสภาพแวดล้อมบีบให้เปลี่ยนแปลงเพื่อปกป้องตนเองก็จะไม่มีทางตกลงสู่เส้นทางแห่งความเสื่อม ต่อให้อยู่ในจุดลึกสุดของห้วงอเวจีดวงตาของเด็กคนนั้นก็จะยังเห็นแสงสว่างและสิ่งดีงาม"ตงฟางป้ายหูเหยียดยิ้มหยันเขจำได้ดีว่าฟางหรงเอ่ยถึงน้องน้อยของนางว่าอย่างไร"ข้ายืนอยู่ตรงนี้เพื่อยืนยันว่าตวามคิดนั้นไม่มีวันเป็นความจริงได้"


           สุดท้ายไม่ว่าเป็นผู้ใดมีจิตใจสวยสดงดงามขนาดไหนแต่เมื่ออยู่ในสังคมอันโสมมนี้ก็ต้องตกลงสู่ความเสื่อม เขาอยู่ที่นี่เพื่อยืนยันว่าเด็กคนนี้ไม่มีค่าควรให้ฟางหรงยอมละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเลยแม้แต่น้อย ที่จริงแล้วไม่ว่ามนุษย์ผู้ใดก็ล้วนไม่มีค่าคู่ควรให้ฟางหรงเลือกทางนี้ทั้งสิ้น


           ซูอวิ้นซีข้าอยากรู้เหลือเกินว่าต้องใช้เวลานานเท่าใดก่อนที่ดวงแก้วนี้จะกลายเป็นสีดำสนิท







           อีกประมาณสามตอนเรื่องนี้จะจบแล้วนะคะ อัยขะพยายามให้จบในเดือนนี้นะ 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #1043 Homunculus (@Ithaji) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 18:23
    มันก้อจะหน่วงๆหน่อยๆนะคะช่วงนี้
    อยากให้อวิ๋นซีพักผ่อนได้แล้วค่ะ สงสารนางมาก
    #1043
    1
    • #1043-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 99)
      11 กันยายน 2560 / 20:04
      ช่วงนี้ก็จะหนาวงๆอบบนี้เหละ
      #1043-1
  2. #1042 primo xxii (@vrzomolkk) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 16:36
    ม่ายยยยยย ฮือออ ไม่อยากให้จบ แต่ก็กว่าจะทำใจอ่านได้ สงสารอวิ๋นซี ฮือออออ
    #1042
    1
    • #1042-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 99)
      11 กันยายน 2560 / 20:03
      ฮืออออออ แต่เราอยากให้นิยายที่แต่งตบนะ เคยแต่งจบแค่เรื่องเดียวเอง กลับไปอ่านแล้วขำมากคือแต่งเข้าไปได้ไงอะ
      #1042-1
  3. #1041 แป้ง (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 16:05
    เศร้าและหดหู่อ่ะ สงสารทุกคน
    #1041
    1
    • #1041-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 99)
      11 กันยายน 2560 / 20:02
      บางครั้งแค่วางลงจากมือทุกคนก็จะสุขค่ะ แต่มันวางไม่ได้จริงมั้ยค่ะ
      #1041-1
  4. วันที่ 11 กันยายน 2560 / 15:13
    ฮะ!!!!! ไกล้จบแล้วเหรอคะ จะจบแบบไหนเนี่ย เดาทางไม่ถูกเลย แต่หวังให้จบแบบสุขนิยมอ่ะค่ะ
    #1040
    1
    • #1040-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 99)
      11 กันยายน 2560 / 20:01
      ก็สุขในสายตาเราอยู่นะคะ
      #1040-1
  5. #1039 Sukanya Paileeklee (@poonchanit) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 11:57
    เศร้าตลอดเลย
    #1039
    1
    • #1039-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 99)
      11 กันยายน 2560 / 20:01
      เราจะกินมาม่าอีกไม่นานค่ะสัญญาเลย
      #1039-1
  6. #1038 aplcherry (@aplcherry) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 09:38
    หลังจากหดหู่ เลือดนอง น้ำตาท่วมมาหลายตอน ในที่สุดก็จะจบแล้ว > <
    เอาใจช่วยอวิ๋นซี อยากให้นางมีความสุขสักที ไรท์รังแกนางหนักมือจริงๆ ซิกๆ
    #1038
    1
    • #1038-1 carentear (@carentear) (จากตอนที่ 99)
      11 กันยายน 2560 / 20:00
      ใกล้แล้วค่ะอีกไม่เกินเดือนนี้
      #1038-1