[Fic KNB] The Story of Fairy Tale [Akakuro]

ตอนที่ 8 : The Story of Fairy Tale 07 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1442
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    17 มี.ค. 59

ปล.มีการแก้ไขเนื้อหาส่วน 30 %แรกเล็กน้อยค่ะ


The Story of Fairy Tale

 

07

 

          แสงอาทิตย์เคลื่อนต่ำลงคล้ายจะลับขอบฟ้าได้ทุกเมื่อ แสงสีส้มระบายทาบทับผืนนภาที่เคยเป็นสีฟ้าสวย หมู่นกส่งเสียงร้องเซ็งแซ่ทยอยพากันบินกลับรัง ในขณะที่ลานอัศวินในตอนนี้ก็ร้างไร้ผู้คน ช่วงพลบค่ำเช่นนี้ถือเป็นเวลาอาหารเย็นของชาวราคุซัน  เหล่าแม่ครัวและพ่อครัวต่างวุ่นวายช่วยกันเตรียมอาหารมื้อใหญ่กว่าปกติเนื่องจากจำนวนคนที่เพิ่มมากขึ้น แต่กระนั้นมันก็ไม่ใช่สาเหตุหลัก

 

            ด้านนอกของพระราชวังชั้นกลางที่อนุญาตให้มีการนำคนนอกเข้ามาใช้ได้เป็นกรณีพิเศษมีโต๊ะตัวใหญ่ปูผ้าอย่างดีอยู่สองโต๊ะ เป็นการบอกเป็นนัยว่าการรับประทานอาหารมื้อนี้ รัชทายาทและพระพี่เลี้ยงไม่ได้รับประทานอาหารร่วมกันเพราะถือว่าฐานะต่างกัน ส่วนชาวเซย์รินที่มากับคางามิและคุโรโกะนั้นเป็นฝ่ายขอไปรับประทานอาหารกับพวกพ่อครัวแม่ครัวที่โรงครัว

 

            การรับประทานอาหารนั้นเป็นไปอย่างสงบและเรียบง่าย อา ถ้าให้พูดความจริง มันก็แค่โต๊ะอาหารของพวกพระพี่เลี้ยง ส่วนขององค์รัชทายาทนั้นเหมือนจะมีปัญหากันเล็กน้อย

 

            ร่างบางที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลในชุดกระโปรงสีเลือดหมูประดับเกราะสีเงินตรงหัวไหล่ขวาสั่นกึกๆ ดวงตาคมสีแดงเพลิงมองซ้ายทีขวาที ผมยาวสลวยสีดำแซมแดงถูกรวบเป็นหางม้าแล้วม้วนขึ้นเป็นมวยประดับด้วยปิ่นปักผมหลากสีสัน  ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยเหงื่อทั้งที่มีลมเย็นๆพัดโชยมาเป็นระยะอีกทั้งยังมีผ้าพันแผลพันรอบศีรษะ  หญิงสาวคนนี้คือคางามิ ไทกะ ที่ไม่มีสมาธิแม้แต่จะกินอาหารรสเลิศที่วางอยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อย

 

            “อ้าว ทำไมไม่กินล่ะคางามิ อาหารของราคุซันนี่อร่อยมากเลยนะ” อาโอมิเนะถามขึ้นมาขณะที่ปากก็กำลังเคี้ยวน่องไก่อยู่ สภาพของร่างสูงเองก็ไม่ต่างกันนัก ผ้าพันแผลสีขาวที่พันตามแขนกับรอยถลอกที่ยังคงหลงเหลืออยู่ตามใบหน้านั้นเป็นตัวบอกได้อย่างดีถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

            คางามิสะดุ้งเฮือก ราวกับว่าเธอเป็นใบ้ไปชั่วขณะ อาโอมิเนะเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย “หรือว่าเจ้าไม่หิว งั้นข้ากินเองก็ได้….” ก่อนจะเอื้อมมือที่พันผ้าพันแผลสีขาวไปหยิบจานอาหารตรงหน้าคางามิ

 

            “ไม่ !!!!” เสียงหวานตอบกลับมาเสียดังลั่น ทุกสายตาจับจ้องมายังเธอ คางามิคว้าจานเอาไว้อย่างรวดเร็ว แล้วมองรอบข้างอีกครั้ง “อะเอ่อ ข้าหมายถึง ข้าจะกิน ใช่ ข้าหิวแล้ว ข้าจะกินแล้ว”     

 

            “จะไหวเหรอนั่นน่ะ เจ้าไม่ไปดูจะดีเหรอคุโรโกะ” ทาคาโอะเอียงตัวมากระซิบข้างหูคนจืดจางที่ยังคงมีท่าทีสงบอยู่และดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไรเลย

 

            พ่อมดแห่งเซย์รินยกแก้วน้ำขึ้นจิบก่อนจะวางลงแล้วเริ่มทานอาหารต่อ “ไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวคางามิก็ปรับตัวได้ครับ”

 

            “แต่ว่ามาถูกเปิดเผยว่าเป็นผู้หญิงแบบนั้น  ข้าว่านางยังช็อคไม่หายเลยนะนั่น” คาซามัตสึออกความเห็นบ้าง

 

            “แต่ไม่น่าเชื่อเลยนะว่ารัชทายาทแห่งเซย์รินจะเป็นผู้หญิง ข้าล่ะตกใจจริงๆตอนที่เห็นนางน่ะ” โมโมอิเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงร่าเริงก่อนจะหันความสนใจมาที่คุโรโกะ “นี่ๆ เท็ตสึคุง เวทบทนั้นเขาร่ายกันยังไงเหรอ ร่ายให้ข้าดูบ้างสิ”

 

            “เวทบทนี้ผมร่ายไม่ดีเท่าคางามิหรอกครับ ลองไปให้เจ้าตัวทำให้ดูสิครับ”

 

            โยนระเบิดไปให้รัชทายาทของตนเองอย่างแนบเนียน ในขณะที่พระพี่เลี้ยงแห่งอาณาจักรโทโอก็ยิ้มแก้มปริก่อนจะก้มหน้าก้มตากินต่อ

 

            “เฮ้อ ทีนี้ข้าก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่งแล้วสินะ แบบนี้คงคุยกับรัชทายาทของเจ้าได้ง่ายหน่อยล่ะคุโรโกะ” คาซามัตสึพูดออกมาขณะกำลังหั่นเนื้อที่อยู่บนจานของตนเอง ใบหน้าขาวของคุโรโกะฉายความงุนงงออกมา ก่อนจะเป็นพระพี่เลี้ยงแห่งโยเซนที่เป็นคนเฉลยข้อสงสัยนั้นให้เขา

 

            “เจ้าคงไม่รู้สินะ คุโรโกะ คาซามัตสึน่ะเป็นโรคกลัวผู้ชายล่ะ”

 

            “ฮิมุโระ !!!!!” พระพี่เลี้ยงแห่งไคโจวเรียกชื่อเจ้าของใบหน้าสวยเสียดังลั่น คาซามัตสึเริ่มหน้าแดงทีละน้อยก่อนจะกระแทกตัวนั่งลงเมื่อสิ่งที่ฮิมุโระพูดมานั้นเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้

 

            “โรคกลัวผู้ชาย?” คุโรโกะทวนเสียงสูง

 

            “ก็โรคที่ไม่กล้าเข้าหาผู้ชาย อะไรแบบนั้นล่ะมั้ง แต่คาซามัตสึก็เข้ากับพวกข้าได้ดีนะ ไม่รู้ว่าทำไม” มิบุจิตอบแล้วหยิบผ้าเช็ดปากซับริมฝีปากของตนเบาๆ

 

            “ก็พวกเจ้ามันหน้าสวยเกินผู้หญิงไปไกลโขแล้ว” คาซามัตสึกระแทกแก้วน้ำบนโต๊ะ ใบหน้าบูดของหญิงสาวทำให้ทาคาโอะอยากแซวไม่ใช่น้อย

 

            “แต่เอ แต่ข้าได้ยินว่ามีผู้หญิงแถวๆนี้ถูกจับหมั้นกับผู้ชายหน้าหล่อไปแล้วคนหนึ่งนี่น่า ใช่มั้ยครับ ท่านคิเสะ !!!!

 

            “เจ้าทาคาโอะ เงียบปากไปเลย !!!

 

            “หือ ? ถ้าเจ้ารังแกคาซามัตสึล่ะก็ ถึงเป็นทาคาโอจจิข้าก็ไม่อ้อมมือให้หรอกน่า !” รัชทายาทแห่งไคโจวตะโกนตอบกลับมาจากอีกโต๊ะหนึ่ง และถูกมิโดริมะเขกหัวไปตามระเบียบ

 

            คุโรโกะยกน้ำขึ้นจิบอีกครั้ง ก่อนจะเหล่มองไปทางรัชทายาทผมสีแดงเพลิงที่ยังคงสงบปากสงบคำจนน่าแปลกใจ

 

            อืม ที่คางามิมาอยู่ในร่างผู้หญิงแบบนี้ได้ยังไงน่ะหรือ คุโรโกะจะเล่าให้ฟังสั้นๆแล้วกัน

 

            …….

 

            ….

 

            คางามิถูกลอบกัดจากพวกรัชทายาททั้งสี่คน

 

            …….

 

            ….

 

            อ้าว สั้นไปหรอกรึ ถ้าอย่างนั้น คุโรโกะเล่าให้ฟังยาวๆเลยก็ได้

 

            ย้อนไปเมื่อตอนบ่าย ณ ลานอัศวิน ตามคำบอกเล่าของคางามิ ไทกะ….

 

 

            เจ้าคุโรโกะหายไปไหนอีกแล้ว !!!!

 

            คางามิแทบจะกลายร่างเป็นยักษ์เป็นมารเมื่อพบว่าพ่อมดแห่งเซย์รินพ่วงตำแหน่งพระพี่เลี้ยงของตนนั้นหายตัวไป พอจะแผ่ไอเวทลองหาดูก็ไม่เจอร่องรอย คาดว่าส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะความจืดจางที่โอบล้อมร่างกายคนคนนั้น หญิงสาวในร่างชายหนุ่มเอามือลูบหน้าตนเองพลางท่องคำว่าใจเย็นวนไปมานับล้านครั้งในใจ

 

            เดี๋ยวคุโรโกะก็กลับมา  ใจเย็นไว้คางามิ  ใจเย็นไว้

 

            “คางามิจจิ !!!

 

            เสียงใสติดทุ้มที่ดังขึ้นพร้อมกับร่างที่โถมเข้ามาจากด้านหลังเกือบทำให้คางามิหน้าทิ่มลงกับพื้น  ก่อนจะหันไปค้อนขวับใส่รัชทายาทแห่งไคโจวที่เกาะอยู่บนหลังแถมยังส่งยิ้มแป้นมาให้อย่างน่าถีบที่สุด

 

            “ลงไปซะคิเสะ เดี๋ยวนี้เลย ก่อนฉันจะเหวี่ยงนายไปกระแทกต้นไม้ต้นนั้น”

 

            คางามิพูดจริงทำจริงแน่นอน หากอยู่ในร่างผู้ชายพละกำลังของเธอจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว สามารถเหวี่ยงผู้ชายตัวใหญ่ได้สบาย แต่ถ้าเป็นผู้หญิง แค่แบกตัวคุโรโกะได้ก็ถือว่าเหลือแหล่แล้ว

 

            “หวา คางามิจจิโกรธแล้ว พูดจาแปลกๆด้วยแฮะ” คิเสะกระโดดลงจากหลังของคางามิพลางเท้าเอวมองอีกคนอย่างพินิจอีกครั้ง

 

            คางามิที่รู้สึกถึงสายตาแปลกๆที่จ้องมาก็หันมามองคิเสะอีกครั้ง “มีอะไรรึเปล่าคิเสะ”

 

            เจ้าของเรือนผมสีทองระบายยิ้มบนใบหน้า “ไม่มีอะไรหรอกฮะ ข้าแค่คิดว่าคางามิจจิกำลังปิดบังอะไรอยู่ก็เท่านั้นเอง”

 

            “หืม?” คางามิแสร้งเลิกคิ้วขึ้นสูง “อะไรล่ะที่ทำให้เจ้าคิดอย่างนั้น”

 

            รัชทายาทแห่งไคโจวยิ้มขำก่อนจะดีดนิ้ว เสียงก้องกังวานของมันนั้นเผลอทำให้คางามิถอยหลังไปก้าวหนึ่ง รัชทายาทแห่งเซย์รินรู้สึกถึงอาณาเขตบางอย่างที่โอบล้อมรอบตัวเธอเอาไว้ แต่มันมาจากที่ไหนกันล่ะ

 

            “คางามิจจิรู้มั้ย ว่ากระจกลวงตาน่ะ นอกจากเอาไว้หลอกตาคนอื่นแล้ว มันยังมีความสามารถพิเศษอย่างอื่นแฝงอยู่อีกนะ”

 

            คางามิหน้าซีด ก่อนคิเสะจะเอ่ยต่อด้วยใบหน้าที่ยังคงยิ้มแย้มอยู่

 

            “มันสามารถสร้างอาณาเขตลวงตา ทำให้ผู้ที่ตกอยู่ใต้อำนาจอาณาเขตนั้นไม่สามารถออกมาได้ จนกว่าจะทำตามเงื่อนไขที่ข้ากำหนดขึ้นมา”

 

            “เจ้าอย่าบอกนะว่า….” คางามิมองไปรอบๆตัว อาณาเขตรูปครึ่งวงกลมเริ่มปรากฏขึ้นมาจนเห็นเป็นรูปร่างชัดเจน รัชทายาทแห่งเซย์รินสร้างเกราะป้องกันเวทขึ้นมาโอบรอบตัวตนเอง ก่อนจะลองพุ่งกระแทกใส่อาณาเขตนั้น

 

            ปึง ! พรึ่บ !

 

            เสียงสะท้อนดังก้องไปทั่ว แต่ที่ทำให้คางามิหวาดกลัวจนต้องรีบถอยห่างออกมาคือเปลวเพลิงสีเขียวที่แผดเผาอยู่ด้านนอกกำลังลุกโชติช่วงและส่องประกายจนน่าขนลุก ดวงตาคมตวัดไปมองคนสองคนที่ยืนอยู่ด้านนอกทันที ร่างสูงของรัชทายาทแห่งชูโตคุยืนนิ่งพร้อมกับใช้มือที่พันผ้าสีขาวดันแว่นทรงเหลี่ยมของตนขึ้น ข้างๆมีรัชทายาทแห่งโยเซนกำลังกินขนมหวานชิ้นสุดท้าย ขณะที่กำไลประดับอัญมณีสีม่วงบนข้อมือของมุราซากิบาระก็กำลังส่องแสงอยู่เช่นกัน

 

            ผสานเวทสามอย่างเข้าด้วยกันเนี่ยนะ !!?

 

          เริ่มจากการสร้างอาณาเขตลวงตาด้วยกระจกลวงตาของไคโจว ให้มันคงรูปร่างและเพิ่มความแข็งแกร่งของอาณาเขตลวงตาด้วยโล่วายุของโยเซน และเพิ่มการป้องกันเป็นเพลิงแห่งปัญญาของชูโตคุ

 

          ประมาทสามคนนี้ไม่ได้จริงๆ !

 

          “ไม่รู้หรอกนะว่าอาคาชิหายไปไหน แต่ว่าเจ้าตัวเป็นคนบอกให้พวกข้าพิสูจน์กันเอาเอง แทนที่จะบอกกันง่ายๆจะได้จบเรื่อง ไม่ต้องมาวุ่นวายสร้างของแบบนี้” มิโดมะบ่นพึมพำอย่างหัวเสีย ซึ่งคางามิก็ได้ยินด้วย

 

            “เน่ มิโดจิน คิดว่ามิเนะจินพูดมาเป็นความจริงเหรอ ดูยังไงคางาจินก็เป็นผู้ชายน่นี่น่า” มุราซากิบาระพูดพลางใช้ดวงตาที่จะหลับแหล่มิหลับแหล่มองไปยังคนผมสีเพลิงที่อยู่ใต้อำนาจของอาณาเขตลวงตา

 

            “ถ้าอย่างนั้น ก็ขอบอกเงื่อนไขเลยนะ….” คิเสะเดินทะลุผ่านอาณาเขตลวงตาและเดินฝ่าเพลิงแห่งปัญญาออกมาอย่างง่ายดาย ใบหน้าหล่อเหลาของรัชทายาทแห่งไคโจวยังมีรอยยิ้มแต้มอยู่

 

            “เงื่อนไขก็คือ ถ้าสู้กับคนที่อยู่ในนั้นชนะ เวททั้งสามอย่างจะหมดฤทธิ์ทันที และคางามิจจิจะเป็นอิสระ….

 

            สู้? กับคนข้างใน?

 

            คางามิทวนสิ่งที่ได้ยินมาด้วยความงุนงง

 

            “แต่ถ้าไม่ชนะ อาณาเขตลวงตาจะดึงพลังเวทที่ เป็นสิ่งแปลกปลอม ออกทันที

 

            “เดี๋ยวสิคิเสะ ! ให้สู้กับคนข้างใน ข้างในนี้ก็มีแต่ข้าไม่ใช่รึไงกัน !” คางามิตะโกนดังลั่น แต่เหมือนว่าเจ้าของชื่อจะทำหูทวนลม ทันใดนั้น เสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างฟันอากาศออกเป็นเสี่ยงๆก็ดังขึ้น คางามิดีดตัวหลบออกได้ทันท่วงทีพร้อมกับที่ดวงตาคมสีเพลิงจะเบิกกว้างเมื่อเห็นใครคนหนึ่งเดินเข้ามาในอาณาเขตลวงตา

 

            “สวัสดี รัชทายาทแห่งเซย์ริน” เสียงทุ้มดังออกมาพร้อมกับกระแสกดดันที่ยิ่งกว่าตอนเจอกันครั้งแรกทำให้คางามินิ่งค้างไปชั่วขณะ

 

            “อาโอมิเนะ ไดกิ….” คางามิลืมตัวด้วยชื่ออีกฝ่าย

 

อาโอมิเนะเลิกคิ้วเอียงคอส่งยิ้มยียวนไปให้  “หา? ข้าจำได้ว่าเจ้ากับข้าไม่เคยคุยกันเลยนะรัชทายาทแห่งเซย์ริน ทำไมถึงได้รู้ชื่อข้าได้ล่ะ? ข้าจำได้ว่ามีคนเดียวที่ข้าบอกชื่อไป คือผู้หญิงแปลกหน้าที่ข้าเจอตรงลำธารหลังพระตำหนักเก่านะ”

 

คางามิกัดฟันสงบสติอารมณ์เมื่ออีกฝ่ายดันพูดถึงเรื่องที่หญิงสาวไม่อยากจะจดจำ หากเธอเผลอโจมตีคนตรงหน้าตรงนี้มิวายคงโดนสงสัยแน่นอน

 

“ข้ารู้มาจากคุโรโกะ”

 

“อ้อ พ่อมดตัวเล็กๆนั่นใช่มั้ย นั่นสิ เจ้านั่นก็ทำท่าเหมือนจะรู้จักทุกคนที่อยู่ที่นี่ด้วยสิ เอาเถอะ” เสียงเปรี๊ยะๆดังขึ้นมาพร้อมกับสายฟ้าหลายแขนงจะปรากฏที่มือข้างขวาของอาโอมิเนะ พวกมันค่อยรวมตัวกันราวกับว่ากำลังจะสร้างอะไรบางอย่าง แล้วดาบยาวสีเงินเงาวับก็อยู่ในมือของรัชทายาทแห่งโทโอ

 

สร้างดาบจากสายฟ้าเหรอ !? บ้าน่า พ่อมดที่ใช้สายฟ้าบางคนยังทำไม่ได้ถึงขนาดนี้เลยนะ เจ้านี่มันเป็นปีศาจชัดๆ

 

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันก่อนจะสะบัดมือรีบใช้ไฟสร้างดาบขึ้นมาข้างละเล่ม ร่างของอาโอมิเนะหายไปจากครรลองสายตา เสี้ยววินาทีนั้น ดวงตาสีเพลิงขยายกว้างเมื่อเห็นบางสิ่งจากหางตา ก่อนจะรีบใช้ดาบทั้งสองไว้กันเหนือหัวตนเองได้อย่างหวุดหวิด  อาโอมิเนะทิ้งน้ำหนักทั้งหมดไว้ที่ปลายดาบ กระแสไฟฟ้าแล่นเปรี๊ยะๆอยู่ตรงนั้น

 

ระ เร็วมาก !

 

ทันใดนั้นอาโอมิเนะก็ชักดาบกลับและตวัดขาแตะเข้าที่สีข้างของคางามิ หญิงสาวในร่างชายหนุ่มตามการโจมตีนั้นไม่ทันจึงรับการโจมตีนั้นไปเต็มๆ ร่างของรัชทายาทแห่งเซย์รินลอยละลิ่วไปกระแทกกับอาณาเขตลวงตาจนสั่นสะเทือน ไฟสีเขียวด้านนอกถึงกับสั่นระริก คางามิกุมสีข้างของตนเอาไว้แล้วค่อยๆพยุงร่างของตนเองขึ้น ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่าง แรงที่ส่งมานั้นหากเธออยู่ในร่างปกติคงกระดูกร้าวไปแล้ว ถือว่าเป็นโชคดีของเธอเลยทีเดียว

 

ทั้งความเร็ว ทั้งกำลังกาย พลังเหล่านี้ช่างน่ากลัว

 

แข็งแกร่ง คนตรงหน้าเธอแข็งแกร่งเกินไป

 

ดวงตาสีเพลิงจ้องไปยังร่างของชายหนุ่มที่เท้าเอว เธอไม่รู้ว่าตอนนี้เขารู้สึกอย่างไรหรือกำลังแสดงสีหน้าแบบไหน แต่ว่าบางสิ่งที่อยู่ใต้จิตสำนึกของเธอกำลังกู่ร้องอย่างบ้าคลั่ง เลือดภายในกายกำลังเดือดพล่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือของเธอสั่นระริกอย่างไม่อาจควบคุม รอยยิ้มกว้างประดับบนใบหน้า ดวงตาคมสีเพลิงส่องประกายระยิบระยับ

 

นี่สิ คู่ต่อสู้ที่เธอต้องการ ! คู่ต่อสู้ที่เธอหามาตลอด !

 

แม้คางามิจะเป็นพ่อมด แต่ว่าเธอก็ถูกสั่งสอนมาว่าไม่ให้ลืมสายเลือดของบรรพบุรุษที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายนี้  สายเลือดของนักรบที่ยิ่งใหญ่  ความภาคภูมิใจในสายเลือดทำให้คางามิฝึกฝนการต่อสู้และการใช้เวทมนตร์อย่างหนักด้วยหวังว่าจะเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งในสักวันหนึ่ง คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าเธอ

 

“เอาล่ะ ข้าว่ามันน่าเบื่อกว่าที่คิดนะทำให้มันจบเลยก็แล้วกัน” อาโอมิเนะเหยียดแขนจนสุดพลางอ้าปากหาวจนน้ำตาเล็ด ปลายดาบแหลมคมนั้นมีสายฟ้าเพิ่มขึ้นจนไม่ต้องถามถึงความเสียหายหลังจากที่โดนมันเข้าไป ร่างสูงผิวแทนไม่รอช้าตวัดดาบเป็นแนวนอน กระแสไฟฟ้าส่งเสียงอย่างน่าขนลุกแล้วพุ่งตรงไปยังร่างของรัชทายาทแห่งเซย์ริน

 

ตู้ม !

 

เศษหินและดินแตกกระจาย ควันสีน้ำตาลอ่อนแผ่กระจายออกมาจากจุดนั้น พอเห็นได้ลางๆว่ามันกลายเป็นหลุมใหญ่เลยทีเดียว อาโอมิเนะส่ายหัว ดาบในมือสลายกลายเป็นเพียงละอองสีทอง ดวงตาเรียวสีน้ำเงินมองกลุ่มควันสีเทาที่ลอยออกมาจนแทบจะกินพื้นที่ในอาณาเขตลวงตานี้ไปจนหมด ก่อนจะเริ่มแปลกใจ

 

ทำไมควันมันถึงได้เยอะขนาดนี้ล่ะ ?

 

ก่อนจะได้คิดอะไร ร่างกายของอาโอมิเนะก็ขยับไปก่อนที่เขาจะรู้ตัวเสียอีก มือซ้ายของเขานั้นเอื้อมมือไปจับบางอย่างที่อยู่ภายใต้กลุ่มควันสีเทาหนาทึบ ความเจ็บปวดปะปนกับบางสิ่งที่ไหลออกมาจนเต็มฝ่ามือ อาโอมิเนะกัดฟันกลั้นเสียงไม่ให้ออกไปก่อนจะปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านมือส่งไป เกิดเสียงดังสนั่นราวกับระเบิดขึ้น ร่างสูงผิวแทนจึงใช้จังหวะนั้นดีดตัวถอยออกมาตั้งหลัก กลุ่มควันสีเทาค่อยๆหายไป ปรากฏร่างของรัชทายาทเซย์รินที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยบาดแผล อาโอมิเนะเหลือบมองไปทางฝ่ามือของตน รอยแผลยาวขนาดใหญ่และลึกชุ่มโชกไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน

 

ถ้าไม่ใช่เพราะสัญชาตญาณของเขา ป่านนี้อาจจะเป็นแขนของเขาเองที่ขาดเป็นสองท่อนก็ได้

 

“เหอะ โหดไม่ใช่เล่น แถมใส่แรงมาไม่ยั้งเลยนี่หว่า รัชทายาทแห่งเซย์ริน”

 

อาโอมิเนะเหยียดยิ้มอย่างนึกสนุก ก่อนจะฉีกชายเสื้อของตนมาพันแผลที่มืออย่างลวกๆ  ทีนี้มือซ้ายของเขาคงจะใช้การไม่ได้ไปพักใหญ่เลยล่ะ อาโอมิเนะสร้างดาบขึ้นที่มือขวา เลือดในกายพลันเดือดพล่านอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานาน

 

ทางฝั่งคางามิ หญิงสาวในร่างชายหนุ่มหอบหายใจอย่างหนักก่อนจะสะบัดเลือดที่ติดมากับดาบออก การหนีออกมาจากกลุ่มสายฟ้าที่มีความรุนแรงถึงขนาดฆ่าคนตายได้ในคราวเดียวและต้องร่ายเวทสร้างควันไปพร้อมๆกันนั้นทำเอาเธอเกือบไม่รอด บาดแผลที่ได้มาก็ทำเอาเจ็บระบมไปทั้งตัว แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาถือว่าเกินคาด หญิงสาวไม่คิดเลยว่าคนคนนี้จะสามารถตอบโต้กลับมาได้รุนแรงขนาดนั้น แต่ว่าแผลที่เธอฝากเอาไว้ก็คงพอจะลดพลังกายของอีกฝ่ายไปได้บาง

 

คางามิถือคติว่าโจมตีก่อนได้เปรียบ หญิงสาวในร่างชายหนุ่มจึงย่อตัวลงเด้งตัวไปข้างหน้า ดาบสองมือนั้นเตรียมพร้อมที่จะฟาดฟันทุกสิ่ง ดวงตาสีแดงเพลิงหรี่ลงก่อนจะขยายกว้างแล้ววาดดาบออกมาไขว้กันเมื่ออาโอมิเนะพุ่งออกมาเร็วกว่าเธอ หญิงสาวส่งแรงทั้งหมดไปที่แขนแล้วเหวี่ยงอีกฝ่ายออก เสี้ยววินาทีนั้นเหมือนทุกอย่างช้าลง คางามิปาดาบไปข้างหน้า คมดาบน่ากลัวที่อาบไปด้วยเปลวเพลิงถูกเล็งไปที่หัวใจของอีกฝ่าย

 

ฟึ่บ !

 

อาโอมิเนะหายไปราวกับมีเวทมนตร์ ปลายดาบจึงปักลงกับพื้นดินแทน  ความเร็วของอาโอมิเนะทำให้เธอแปลกใจ ชื่นชมและหวาดกลัวไปพร้อมๆกัน มันเหมือนกับความเร็วของสายฟ้าที่ตกลงมาสู่พื้นโลก รวดเร็วและเฉียบขาด

 

สัญชาตญาณกู่ร้องพร้อมกับความรู้สึกชวนให้ร่างกายสั่นระริกจนแทบล้มลงไปกองกับพื้น คางามิหันหลังกลับทันที เธอสร้างเกราะป้องกันเกือบไม่ทันเมื่อสายฟ้าเส้นหนึ่งพุ่งตรงมาอย่างรวดเร็ว เสียงแตกของเกราะทำให้คางามิเบิกตากว้าง ก่อนมันจะพังทลายลงแล้วสายฟ้านับสิบเส้นที่ตามมาก็กระหน่ำโจมตีทันที

 

ความเจ็บปวดและอาการชาแผ่ไปทั่วร่างกายของเธอจนแทบลุกไม่ไหว เวทแปลงเพศที่พยายามคงสภาพให้อยู่เริ่มจางหายไป ร่างของคางามิในตอนนี้จึงอยู่ในสภาพกึ่งหญิงกึ่งชาย อาโอมิเนะไม่ได้ใจดีพอที่จะสงสารคู่ต่อสู้ เขาส่งสายฟ้าอีกระลอกหนึ่งโจมตีต่อทันที

 

            ตู้ม !

 

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกก !

 

คางามิส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ในหัวเริ่มปวดร้าวจนกะโหลกแทบแตก ทัศนะวิสัยรอบตัวก็เริ่มพร่ามัวจนมองอะไรแทบไม่เห็น ก่อนวงเวทแปลกประหลาดจะลอยออกมาจากร่างของคางามิ มันส่องแสงสีแดงก่อนจะแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ

 

“นะ นั่นมันวงเวทอะไรน่ะ !? อย่าบอกนะว่าเป็นพลังเวทแปลกปลอม !?” คิเสะที่อยู่ด้านนอกถึงกับตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นข้างใน

 

“แบบนี้ก็เท่ากับว่าไม่ใช่เพราะเงื่อนไขของอาณาเขตลวงตา แต่เป็นเพราะอาโอมิเนะที่เป็นคนดึงพลังเวทแปลกปลอมออกมาเองน่ะสิ แล้วจะทำยังไงกับเงื่อนไขล่ะคิเสะ” มิโดริมะเริ่มอยู่ไม่สุข อาณาเขตเวทลวงตาต้องทำตามเงื่อนไขถึงจะออกมาได้ แต่ว่าในกรณีนี้ยังไม่รู้ผู้ชนะผู้แพ้ อาโอมิเนะก็จัดการกับพลังเวทแปลกปลอมนั่นไปซะแล้ว

 

“เห คิเสะจินรีบเปลี่ยนเงื่อนไขเลยนะ ไม่งั้นพวกนั้นไม่มีทางได้ออกมาแน่ๆ”

 

“มันผ่านมาครึ่งชั่วโมงแล้วนะมุราซากิบารัจจิ ! จะเปลี่ยนได้ยังไงเล่า  !” คิเสะขยุ้มหัวตัวเอง ใบหน้าหล่อแตกตื่นในขณะที่หัวก็เริ่มหาวิธีแก้ไขอย่างเร็วที่สุด

 

“เกิดเรื่องอีกจนได้ ให้ตายเหอะ” มิโดริมะบ่นพึมพำกับตัวเองแล้วนึกปลงกับโชคชะตาที่ไม่ค่อยดีของเขาในวันนี้

 

ภายในอาณาเขตลวงตา ร่างของคางามิที่สะบักสบอมไม่ต่างอะไรกับซากศพค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ ดวงตาสีเพลิงที่พร่ามัวมองฝ่ามือของตนที่หดเล็กลงอย่างนึกสงสัยก่อนจะเข้าใจในทันทีว่าเวทแปลงเพศถูกทำลายไปแล้ว เส้นผมสีเพลิงที่เคยสั้นกุดบัดนี้กลับยาวระเอาคอดกิ่ว แขนเสื้อที่ขาดวิ่นเผยให้เห็นท่อนแขนเรียวยาวมีลวดลายสีดำเกี่ยวกระหวัดไปมา ร่างสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปค่อยๆรวบรวมแรงที่เหลืออยู่ทรงตัวไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น

 

“โอ้ ยังยืนได้อยู่อีกเหรอ รัชทายาทแห่งเซย์ริน” อาโอมิเนะเหยียดยิ้ม ถ้าเป็นคนอื่นของจะบาดเจ็บสาหัสและลุกไม่ขึ้นไม่ก็ตายไปแล้วแท้ๆ แต่ว่าคนคนนี้ยังยืนได้อยู่

 

เป็นคนที่น่าสนใจจริงๆ ยิ่งกว่านั้น

 

“เป็นเจ้าจริงๆสินะ ยัยผู้หญิงมารยาททราม”

 

คางามิแค่นยิ้มอย่างยากลำบาก “เหอะ ไอ้ผู้ชายโรคจิตเอ๊ย”

 

เธอจะมาล้มตรงนี้ไม่ได้  ยามที่สู้ นักรบต้องยืนหยัดจนกว่าเรี่ยวแรงจะมลายหายไป

 

แรงเฮือกสุดท้ายของเธอ ยังพอใช้การได้อยู่

 

“เอาล่ะ ไหนๆการต่อสู้นี่ก็ใกล้จบแล้ว ลองบอกชื่อของเจ้ามาให้ข้ารู้หน่อยได้มั้ย” อาโอมิเนะถามในขณะที่มือข้างขวานั้นเต็มไปด้วยสายฟ้าหลายสายจนนับไม่ถ้วนมารวมตัวกันเป็นลูกกลมๆขนาดใหญ่

 

“อยากรู้ ก็ไปถามคนอื่นสิ ไอ้คนโรคจิต” การพูดแต่ละคำช่างลำบากเหลือเกินสำหรับคางามิในตอนนี้ ในขณะที่อาโอมิเนะก็ทำเพียงแค่ยิ้มอย่างยียวนราวกับคิดไว้แล้วว่าเธอต้องตอบมาแบบนี้

 

อาโอมิเนะเหยียดแขนไปข้างหน้า สายฟ้าลูกใหญ่เตรียมพร้อมที่จะถูกปล่อยออกไปได้ทุกเมื่อ แต่แล้ว คางามิก็ทำสิ่งที่เข้าต้องประหลาดใจอีกครั้ง

 

วงเวทสีแดงหน้าตาแปลกประหลาดโผล่ขึ้นจากใต้เท้าของคางามิ มันขยายใหญ่ขึ้นจนกินพื้นที่อาณาเขตลวงตาจนหมด แล้วก็มีวงเวทแบบเดียวกันอยู่ตรงหน้าเธอ ความร้อนที่ส่งผ่านจากวงเวททำให้อาโอมิเนะเหงื่อตก เขาไม่รอช้าจะสร้างวงเวทคล้ายๆกันซ้อนทับลงไป หญิงสาวเบิกตากว้างอย่างนึกประหลาดใจอีกครั้ง แต่เธอไม่มีเวลาแล้ว

 

ริมฝีปากบางร่ายเวทบทสุดท้ายจนจบ เปลวเพลิงขนาดใหญ่ก็พวยพุ่งขึ้นมารอบทิศทางแผดเผาทุกสิ่งทุกอย่างให้มอดไหม้ เป็นจังหวะเดียวกับที่สายฟ้าขนาดใหญ่ของอาโอมิเนะก็ตอบโต้กลับมาอย่างสูสี  การต่อสู้ที่รุนแรงด้านในทำให้อาณาเขตลวงตาเริ่มแตกร้าวทีละนิดเพราะเริ่มคงสภาพไม่ไหว ก่อนสองวงเวทที่ซ้อนทับกันจะเริ่มหักล้างกันเอง พลังที่มากมายจนภายในอาณาเขตลวงตาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและเตรียมพร้อมที่จะพังทลายได้ทุกเมื่อ

 

“คิเสะ !!!! รีบทำให้กระจกลวงตากลับคืนสู่สภาพเดิมให้เร็วที่สุด !! มุราซากิบาระ !!!! เสริมการป้องกันจากด้านนอก ! เร็วเข้า !” มิโดริมะสั่งการด้วยเสียงเฉียบขาด  ก่อนจะบ่นพึมพำกับตนเอง “ไอ้พวกบ้าพลังเอ๊ย”

 

คิเสะแบมืออก แสงสีทองเรืองรองเหนือฝ่ามือของชายหนุ่มโผล่ขึ้นมา แล้วก้อนสีดำบางอย่างก็หล่นตุ้บลงฝ่ามือของรัชทายาทแห่งไคโจว อาณาเขตลวงตาทรงครึ่งวงกลมราวกับจะเลือนหายไป มุราซากิบาระรีบสร้างเกราะป้องกันขนาดใหย่ขึ้นทันที แสงสีม่วงจากอัญมณีสว่างวาบแล้วเส้นพลังสีม่วงก็ผุดขึ้นมาจากอัญมณีก้อนนั้นตรงไปยังอาณาเขตลวงตาที่กำลังจะพังทลาย เสริมสร้างความแข็งแกร่งจนรอยร้าวที่ปรากฏนั้นค่อยๆเลือนหายไป

 

“เหมือนจะอยู่ได้แค่ครึ่งชั่วโมงนะมิโดจิน มุโระจินกับอาคาจินสั่งว่าห้ามใช้โล่ว่ายุในที่แบบนี้”

 

            “แค่นั้นก็เหลือแหล่แล้ว !

 

            ดวงตาสีเขียวหันไปมองพลังเวทที่อัดแน่นอยู่ภายในนั้น ถ้าเขาใช้เปลวเพลิงแห่งปัญญาแทรกเข้าไปน่าจะพอทำให้เวททำลายล้างทั้งสองลดความรุนแรงลงได้ แต่ว่ารัชทายาทแห่งชูโตคุยังไม่ทันได้ทำอย่างที่คิดเอาไว้ รอยร้าวก็ปรากฏขึ้นบนอาณาเขตลวงตา ก่อนจะลามไปทั่วทั้งอาณาเขต

 

            “ไหนเจ้าบอกว่ามันอยู่ได้ครึ่งชั่วโมงไง ! นี่มันยังผ่านไปได้ไม่ถึงสิบนาทีเลย !

 

            “พลังมันรุนแรงเกินไป อาณาเขตเลยทนไม่ได้”

 

            “มิโดริมัจจิ !!!!! มุราซากิบารัจจิ !!!!! รีบสร้างเกราะป้องกันเร็วเข้า !!!!!

 

            เสียงเตือนจากคิเสะดังลั่นเป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงแตกเพล้งจากอาณาเขตลวงตาดังขึ้นเป็นระยะๆติดต่อกัน พลังเวทมหาศาลที่อัดแน่นราวกับได้รับการปลดปล่อย สามรัชทายาทจากต่างอาณาจักรสร้างเกราะป้องกันตัวเองทันทีและไม่ลืมที่จะสร้างเผื่อลานอัศวินแห่งนี้ด้วย

 

            ตู้มมมมมมมมมมมมมม !!!!!

 

            แรงระเบิดกระจัดกระจายพัดพาเอาเศษหินกับเศษดินปลิวว่อนไปทั่ว เป็นโชคดีที่ทั้งมิโดริมะ คิเสะ และมุราซากิบาระสร้างเกราะป้องกันได้ทันท่วงที ทำให้ตนเองไม่ได้รับบาดเจ็บและลานอัศวินรวมทั้งอาคารสถานที่รอบๆไม่ราบเป็นหน้ากลองไปเสียก่อน

 

เหตุการณ์ทุกอย่างสงบลงอย่างรวดเร็ว  มิโดริมะใช้อำนาจของรัชทายาทแห่งอาณาจักรชูโตคุรีบเรียกพวกอัศวินมาเก็บกวาดพื้นที่ที่เต็มไปด้วยเศษหินเศษดินจากแรงระเบิดเมื่อครู่พร้อมกับกำชับให้ปิดปากเงียบไม่ให้เรื่องรู้ไปถึงหูพวกราคุซันคนอื่นๆ  คิเสะกับมุราซากิบาระจัดการสถานที่ต่อสู้ของอาโอมิเนะและคางามิให้กลับสภาพเดิมให้เร็วที่สุด เหนือสิ่งอื่นใดทั้งสามก็ยังคงตื่นเต้นไม่หายความจริงของคางามิที่พวกเขาทั้งสามนั้นได้ประจักษ์

 

รัชทายาทแห่งอาณาจักรเซย์ริน เป็น ผู้ หญิง !!!!!!

 

            ส่วนอาโอมิเนะกับคางามินั้น หลังจากระเบิดเมื่อครู่ พวกเขาทั้งสองคนก็ไปโผล่ที่ห้องของมายุสึมิพร้อมกับเสียงบ่นตลอดการทำแผล

 

 

            เรื่องราวทั้งหมดก็มีเท่านี้

 

            คุโรโกะดื่มน้ำอึกสุดท้ายก่อนจะวางแก้วลงแล้วรวบช้อนกับส้อมไว้ข้างจาน   ดวงตากลมสีฟ้าครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น  พวกเซย์รินที่รู้แล้วว่าความลับของคางามิถูกเปิดเผยก็ไม่ค่อยมีท่าทีแปลกใจ คงเพราะเตรียมใจเอาไว้แล้วว่าสักวันก็ต้องมีคนรู้ แค่มีไม่คิดว่าจะรู้กันเร็วขนาดนี้ แถมพวกรัชทายาทแต่ละคนก็ปรับตัวกันได้อย่างรวดเร็วจนน่าแปลกใจ

 

            นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ไม่เคยเจอ การกลับมาครั้งนี้คงจะพอคาดหวังอะไรได้บ้างล่ะนะ

 

          คุโรโกะหลับตาลง ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วขอตัวจากพระพี่เลี้ยงคนอื่นๆเพื่อไปยังที่พักของตนเอง พระพี่เลี้ยงแต่ละคนจะได้รับสิทธ์ให้นอนในพระราชวังชั้นใน แต่มีเพียงคุโรโกะที่ยังคงนอนที่พระตำหนักเก่าเพราะตัวเขาได้ขอเอาไว้

 

            “คางามิ ผมกลับที่พักก่อนนะครับ แล้วเจอกัน”

 

            “คุโรโกะ !!! ฉันไปด้วยคนสิ !!!” คางามิลุกพรวดขึ้นมาอย่างไม่สนมารยาทอะไรทั้งสิ้น คิดอย่างไรให้เธอมานั่งอยู่กับรัชทายาทคนอื่นๆที่เธอก็ไม่ได้สนิทด้วย ไหนความลับจะแตกอีก แบบนี้เธอไม่คิดจะอยู่ต่อหรอก

 

            หมับ !

 

            “ว้าย !” คางามิหลุดเสียงร้องออกมาก่อนก้นจะกระแทกลงนั่งบนเบาะนิ่มๆของเก้าอี้  หญิงสาวหันขวับไปทางร่างสูงผิวแทนที่นั่งข้างๆ อาโอมิเนะยังคงทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ทั้งที่ตัวเองใช้มือข้างขวาดึงแขนรัชทายาทแห่งเซย์รินให้กลับมานั่งที่เดิม

 

            “มานั่งกินก่อนสิ จะรีบไปไหนเล่า คา งา มิ

 

            “ปล่อยข้า” คางามิกดเสียง ดวงตาสีแดงเพลิงส่องประกายท่ามกลางความมืด

 

            “โอ้ กล้าใช้ดวงตาแบบนั้นมองข้าทั้งที่เจ้าก็แพ้ข้ามารอบหนึ่งแล้ว อยากจะสู้อีกสักรอบมั้ยละ”

 

            “เอาสิ รอบนี้ข้าไม่แพ้แน่”

 

            “พวกเจ้าทั้งสองคนหยุดทะเลาะกันซักทีเถอะ” มิโดริมะส่ายหัวอย่างเหลืออด หันไปมองเจ้าบ้านที่ยังสามารถนั่งกินอาหารได้อย่างหน้าตาเฉย “อาคาชิ เจ้าก็ทำอะไรบ้างสิ”

 

            “จะให้ข้าทำอะไรล่ะ เมื่อก่อนก็เป็นไดกิกับเรียวตะที่ทะเลาะกันจนโต๊ะแทบพังไม่ใช่เหรอ คราวนี้แค่เปลี่ยนจากเรียวตะเป็นไทกะแค่นั้นเอง แถมในห้องเก็บของก็มีโต๊ะสำรองเยอะแยะ เจ้าไม่ต้องห่วงเรื่องโต๊ะหรอก”

 

            เอาเข้าไป จะใจเย็นไปถึงไหนเนี่ย

 

            “มิโดริมัจจิ !!! รีบห้ามสามคนนี้เร็วเข้า !!!

 

            “เดี๋ยวก่อนคิเสะ คนที่จะทะเลาะกันมีสองคนไม่ใช่เหรอ คนที่สามมาจากไหน….

 

            มิโดริมะยังพูดไม่ทันจบก็อ้าปากค้างขณะมองอาหารที่ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงบางอย่างบนหน้ากำลังแตกเพล้ง  อาโอมิเนะกำลังยื้อแย่งน่องไก่กับคางามิขณะที่อีกมือก็กำลังใช้ส้อมจิ้มเนื้อบนจานที่มุราซากิบาระเลื่อนไปมา ส่วนหญิงสาวรัชทายาทแห่งเซย์รินที่สาละวนกับการแย่งน่องไก่อยู่นั้น ในปากของเธอก็อัดแน่นไปด้วยเนื้อชิ้นโต ส่วนอีกมือก็กำลังชูไก่หลบมือยาวเกินมนุษย์ของรัชทายาทแห่งโยเซนอยู่

 

            เจ้าพวกนี้มันเล่นอะไรของมันเนี่ย !!!

 

            “ไหนพวกนายสองคนบอกว่าจะสู้กันไง ! ทำไมถึงได้มาแย่งอาหารกันจนไม่เหลือภาพพจน์รัชทายาทขนาดนี้หะ !” มิโดริมะแทบจะแยกเขี้ยวงับหัวสามสี “แล้วทำไมมุราซากิบาระถึงไปร่วมด้วยล่ะนั่น !!!?”

 

            “อวกอ้าเอื่อยอะอายอยู่แอ้วอะอิโออิอะ ไอ้อักอ้างเออะ เอ้ย !! เอาอาอี่อะเอ้ยอาอาอิ ! (พวกข้าเหนื่อยจะตายอยู่แล้วนะมิโดริมะ ให้พักบ้างเถอะ เฮ้ย ! เอามานี่นะเว้ยคางามิ)” อาโอมิเนะพยายามสื่อสารเต็มที่แม้จะมีอาหารอยู่เต็มปาก

 

            “อู้ไอออนอี้อ้อเอื่อยอายอั้งอู้ อินออมแองอ่อนอิ เอ้าอั่งอิเอะ ! ไออินอันอื่นอิ ! (สู้ไปตอนนี้ก็เหนื่อยตายทั้งคู่ กินออมแรงก่อนดีกว่า เจ้างั่งมิเนะ ! ไปกินอันอื่นสิ !)” คางามิยังไม่ทันจะกลืนอาหารให้หมดจากปากก็พูดออกมาแบบไม่สนมารยาท

 

            “ไอ่ไอ่เอ้าอั่งเอ้ย เอ้าอ้าอาอิ ! (ไม่ใช่เจ้างั่งเฟ้ย ! เจ้าบ้างามิ !)”

 

            “อ้าไอ่อีบอินอ้ออูกแอ่งอดอะอิโออิน อาอาอิน เอาอาเอย (ถ้าไม่รีบกินก็ถูกแย่งหมดนะมิโดจิน คางาจิน เอามาเลย)”

 

            “นี่พวกนายสื่อสารกันได้รู้เรื่องด้วยเรอะ !!!!

 

            “เอาล่ะชินทาโร่” อาคาชิลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนจะเดินมาตบบ่ารัชทายาทแห่งชูโตคุ “ข้าขอฝากที่เหลือด้วยล่ะ พอดีงานช่วงบ่ายข้ายังไม่เสร็จต้องขึ้นไปสะสางหน่อยน่ะ” แล้วหันหลังกลับเดินเข้าไปในตัวพระราชวังทันทีโดยไม่รอคำตอบรับจากคนผมสีเขียว

 

            “อาคาชิ

 

            “ฝากด้วยน่ามิโดริมัจจิ  พอดีข้าจะต้องพาคาซามัตสึไปหาท่านพ่อน่ะ”

 

            “ท่านอย่ามาพูด-----!!!!!” คาซามัตสึยังไม่ทันได้โต้แย้ง ก็ถูกมือของคู่หมั้นตัวเองปิดปากเสียแน่นแล้วเผ่นแน่บออกจากโต๊ะอาหารมรณะตรงนั้นทันที

 

            “คิเสะ !!!! อย่ามาหนีไปแบบนี้สิ !!!!

 

            มิโดริมะอยากจะบ้าตาย !

 

            นี่มันวันบ้าอะไรของเขากันแน่เนี่ย !!!!!!

 

The Story of Fairy Tale

 

ครบ 100 % ค่ะ /นอนแผ่

เห็นยาวๆอย่างนี้ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ ฉากต่อสู้ล้วนๆ  แถมเป็นตอนที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยเขียนมาเลย  บอกอย่างเดียวว่า เหนื่อย !!! เหนื่อยกับอิฉากต่อสู้เนี่ยล่ะค่ะ !!!!!

เป็นตอนที่กินเวลาแต่งนานมาก ก็ขอให้สนุกนะคะ ตอนนี้รู้สึกจะเป็นAoKagaซะส่วนใหญ่ ตอนหน้าเราจะเรียกAkaKuroกลับคืนมาค่ะ !

เนื้อเรื่องอาจจะยืดๆไปซักหน่อย เพราะเราต้องการแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของตัวละครก่อน ถ้าไรท์เตอร์คาดก็ราวๆเกือบสิบกว่าตอนกว่าจะเข้าสู่เนื้อเรื่องหลักจริงๆ ตอนนี้ก็อ่านเรื่อยๆได้ค่ะ จะทิ้งปมไว้ตามทางเรื่อยๆ  แน่นอนค่ะว่าเรื่องนี้มาม่าไม่หนักเท่าไหร่ แต่มีแน่นอนค่ะ(?)

ปล.เพิ่งมาแจ้งตอนนี้ ถ้าตัวละครไหนหลุดคาแรกเตอร์เกินไปสามารถบอกได้นะคะ เราจะรีบปรับปรุงให้เร็วที่สุดค่ะ !

วันนี้ก็ราตรีสวัสดิ์ ฝันดีค่ะ !

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

441 ความคิดเห็น

  1. #416 Fifa30152 (@Fifa30152) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 05:08
    สงสารมิโดริมะ 555555+
    #416
    0
  2. #385 nn2006 (@nn2006) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 17:48
    มิโดรินลืมเอาไอเท็มมาถึงกับลำบาก555555+
    #385
    0
  3. #375 Nutsu_Nutsu (@Nutsu_Nutsu) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 16:08
    555 ฉากแย่งอาหารนี่อ่านไปตลกไปเลยค่ะ เผลอนึกภาพตาม
    #375
    0
  4. #344 supawee6371 (@supawee6371) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 21:33
    คุยกันรู้เรื่องด้วยหรอวะเนี่ย555555+ เอาจริงๆก็รู้เรื่องเกือบหมดนะแต่มีบางประโยคเดาไม่ออก555+
    #344
    0
  5. #220 supamas1845 (@supamas1845) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 22:25
    55555555++ฮามากๆๆ ชอบคะ
    #220
    0
  6. #200 Zethius (@alisia-w-) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 20:06
    ฮามากค่ะ รู้สึกสงสารมิโดริมะ 555
    #200
    0
  7. #159 cnyssnn (@opsehunpa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มีนาคม 2559 / 11:31
    สนุกอา555555 รอต่ออยุน้าาา สู้ๆค้า
    #159
    0
  8. #157 Kudo Seiko (@merts) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 00:53
    ตายๆ วันนี้พวกแกตายอาโฮ่5555
    #157
    0
  9. #155 Shin Night (@nunza1743) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 13:03
    เล่นทิ้งขี่ก้อนใหญ่ให้มิโดจินแบบนี้ แล้วมิโดจินจะรอมั้ยเนี่ยคงได้ปวดหัวตายก่อนแน่นอน
    #155
    0
  10. #154 LookTann (@simsi) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 11:47
    ขำมากก 55555 แอบสงสารมิโดริมะ  
    จะรอ แดงดำตอนหน้านะคะ ><
    #154
    0
  11. #153 Eterna... (@Malediction) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 08:25
    น้องจ๋าพี่อยากบอกว่ามันกระชับไปใครจะรู้เรื่อง...สงสารมิโดรินอ่ะ555+
    #153
    0
  12. #152 Kuroko Kouri Gilian (@kandakouri) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 00:23
    กัมบะเตเน~<3
    #152
    0
  13. #151 Tan58063 (@Tan58063) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มีนาคม 2559 / 23:53
    อึ้งกับพลังการสื่อสารของทั้ง3คนค่ะ
    #151
    0
  14. #150 Neko Child (@shin013) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มีนาคม 2559 / 23:46
    สนุกมากฮับ
    #150
    0
  15. #149 KusanatzY (@KusanatzY) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มีนาคม 2559 / 22:31
    รอต่อนะฮะ
    #149
    0
  16. #144 RA-IN-ra-in (@RA-IN-ra-in) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มีนาคม 2559 / 12:06
    มาเร็วๆฯนะค้า
    #144
    0
  17. #143 RA-IN-ra-in (@RA-IN-ra-in) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มีนาคม 2559 / 12:05
    เราจะรอวันที่ท่านกลับมา....อัพ
    #143
    0
  18. #142 angoonnarakaa (@angoonnarakaa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มีนาคม 2559 / 17:31
    ค้างมาก  รอต่อนะคะไรท์
    #142
    0
  19. #141 Bee Beam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มีนาคม 2559 / 16:22
    ต่อเลยนะ ห้ามค้านาน
    #141
    0
  20. #140 Kudo Seiko (@merts) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 22:12
    เท็ตสึยะ กระชับไปป????
    #140
    0
  21. #139 Darkness-Acasia (@Darkness-Acasia) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 18:45
    เหอๆ อีกสามสิบ หึๆ อีกแค่สามสิบแต่ทำไมค้างเวอร์ๆ
    #139
    0
  22. #138 Vision Yaoi S (@visionyaoi) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 15:12
    รอไรท์มาต่อน้าาาาา สู้ๆ
    #138
    0
  23. #137 Gemel (@Gemel) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 14:20
    ต่อด่วนค่ะ >< Aogaka กับ Akakuro จงเจริญๆๆๆ รักฟิคนนี้มากกค่ะ จุ้บๆๆ
    #137
    0
  24. #135 LookTann (@simsi) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 08:55
    เล่าสั้นไปจริงๆ5555 เป็นตอนที่สั้นมากค่ะTT
    #135
    0
  25. #134 Kuroko Kouri Gilian (@kandakouri) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 05:30
    โอนี่จัง=_=.....อะไรคือแบบเล่าแบบสั้นๆ .....ถูกลอบกัดจากรัชทายาททั้งห้า...คือ โอนี่จัง!?จะรู้เรื่องไหมบะคะนั่นนะ=[]=!?//ตบโต๊ะแปป(?) 
    #134
    0