[Fic KNB] The Story of Fairy Tale [Akakuro]

ตอนที่ 9 : The Story of Fairy Tale 08 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1340
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    28 มี.ค. 59

The Story of Fairy Tale

 

08

 

ค่ำคืนใต้แสงจันทร์

 

          หลังจากลี้ภัยกลับมาที่พักของตน ชำระล้างร่างกายจนสะอาดเอี่ยมและเปลี่ยนเป็นชุดนอนเรียบร้อยแล้ว คุโรโกะ เท็ตสึยะ จึงจัดการเอาสมุดบันทึกเล่มหนา ปากกาขนนกคู่ใจ ออกมานั่งรับลมเย็นๆข้างนอกตำหนัก ช่วงเดือนสองแบบนี้มักจะมีลมจากภูเขาหิมะทางตอนเหนือพัดลงมา ทำให้อากาศแถวๆอาณาจักรราคุซันและไคโจวค่อนข้างเย็น  ในขณะที่อาณาจักรโยเซนนั้นมีหิมะปกคลุมทั้งอาณาจักรเพราะที่ตั้งของอาณาจักรอยู่ทางตอนเหนือใกล้กับภูเขาหิมะพอดี

 

            ดวงเนตรสีฟ้าเหม่อมองนภายามราตรี ดวงดาวระยิบระยับส่องแสงแวววาวคล้ายเพชรเม็ดเล็กๆต้องแสง ดวงจันทร์กลมมนสีเหลืองทอแสงเย็นตาสาดส่องกระทบยอดไม้สีเขียว เสียงร้องของแมลงดังระงมไม่ทำให้บริเวณนี้เงียบเหงาจนเกินไป สายลมเย็นหยอกล้อยอดไม้สูงจนเอนเอียงไปมา

 

            มือบางจับสมุดบันทึกเล่มหนาเปิดหาหน้ากระดาษที่ต้องการ ก่อนจะกดปากกาขนนกลงไป เสียงขูดขีดดังขึ้นเป็นจังหวะ เส้นสีดำที่ลากไปมาปรากฏบนหน้ากระดาษสีเหลืองซีด  คุโรโกะลากเส้นขึ้นไปด้านบนแล้วแตกแขนงมันออกเป็นสายๆ ทำซ้ำวนไปมา สมาธิทั้งหมดถูกพ่อมดแห่งเซย์รินใช้ไปกับหน้ากระดาษแผ่นนี้จนไม่รู้สึกถึงการมาของรัชทายาทแห่งราคุซัน เขาย่อตัวลงข้างๆชายผมสีฟ้าร่างเล็กโดยไม่ให้อีกคนรู้สึกตัว ดวงตาคมก้มลงมองสิ่งที่อยู่บนหน้ากระดาษแล้วขยับยิ้ม

 

            “นึกครึ้มอะไรมาวาดภาพตอนดึกๆเช่นนี้ล่ะท่านพ่อมด”

 

            คุโรโกะสะดุ้งเฮือก ปากกาขนนกในมือสลายกลายเป็นละอองสีฟ้าสวย ใบหน้าตื่นตระหนกหันขวับมาทางผู้พูด พลันก็รู้สึกว่าหน้าของตนเองนั้นดูร้อนขึ้นผิดปกติยามจ้องใบหน้าที่ใกล้เกินไปของอาคาชิ ใกล้กันเสียจนจะนับแพขนตาที่ล้อมนัยน์ตาทรงเสน่ห์คู่นั้นได้อยู่แล้ว คุโรโกะกระแอมแล้วเขยิบตัวออกห่างจากอาคาชิ

 

            “ผมยังนอนไม่หลับครับ เลยมานั่งรับลมด้านนอก” คุโรโกะตอบเสียงนิ่ง แม้ใบหน้าขาวกว่าคนปกติจะมีร่องรอยสีแดงบนแก้มเหลืออยู่

 

            อาคาชิเพียงแค่ยิ้มกลับมาแล้วไม่พูดอะไรต่อ ร่างของรัชทายาทเคลื่อนกายลงมานั่งข้างคุโรโกะอย่างถือวิสาสะ พ่อมดแห่งเซย์รินตัวแข็งทื่อ ได้โอกาสให้อาคาชิหยิบสมุดบันทึกที่ตนดูเมื่อตอนบ่ายเปิดหน้าที่คนข้างกายวาดอะไรบางอย่าง มือแกร่งหยุดชะงักเมื่อเห็นภาพวาดที่มีลักษณะเหมือนต้นไม้ต้นใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขามากมาย  แต่ที่แปลกประหลาดคือมีรอยขูดขีดด้านข้างต้นไม้ต้นนั้นอยู่ด้วย

 

            “ ตำนานต้นไม้แห่งโลก ณ ที่สถิตขององค์มหาเทพ อยากฟังมั้ยครับ” คุโรโกะลองหยั่งเชิงถามอีกฝ่าย  อาคาชิเงยหน้าจากรูปวาดขึ้นมาสบตากับคุโรโกะ

 

            “มันเป็นตำนานเกี่ยวกับอะไร ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน”

 

            พ่อมดแห่งเซย์รินเงยหน้ามองดวงจันทร์บนฟากฟ้า ริมฝีปากบางเอื้อนเอ่ยถ้อยคำออกมาทีละน้อย “ตำนานกล่าวถึง อาณาจักรขององค์มหาเทพผู้ให้กำเนิดผืนฟ้า ผืนน้ำ และผืนดิน ณ พื้นที่ใจกลางต้นไม้แห่งโลก ศูนย์รวมอำนาจของทุกสรรพสิ่ง แหล่งพลังเวทของผู้ที่อยู่เหนือสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้  ดินแดนขององค์มหาเทพ….

 

            เสียงหวานดังกังวานราวกับสะกดให้คนฟังต้องมนตร์ แม้จะไม่ได้ขับร้องออกมาเป็นบทเพลงแสนไพเราะเหมือนเมื่อตอนเช้า  แต่มันก็ทำให้หัวใจของอาคาชิเต้นโครมครามและหลับตาพริ้มรับฟังต่อไป

 

            “…. กาลเวลาล่วงเลยไป ต้นไม้แห่งโลกได้พังทลายเพราะองค์มหาเทพทรงต้องการสร้างสถานที่ให้มนุษย์และเหล่าสัตว์น้อยใหญ่ได้อยู่ร่วมกัน พระองค์แบ่งผืนดินจากดินแดนของพระองค์ เรียกว่าแผ่นดินเทย์โคว จัดการแบ่งเป็นส่วนทั้งหมดหกส่วนแยกย่อยออกเป็นหกอาณาจักร หากแต่แผ่นดินที่ถูกแบ่งมานั้นมีอำนาจมากเกินไปจนไม่อาจให้เหล่ามนุษย์และสรรพสัตว์ได้อยู่อาศัย พระองค์จึงจัดการนำเศษเสี้ยวของต้นไม้แห่งโลกลงมาปลูก ณ ใจกลางทั้งหกอาณาจักร จุดเชื่อมต่อดินแดนขององค์มหาเทพและกาลเวลาอันแสนลี้ลับ ต้นกล้าต้นน้อยได้เติบโตขึ้นและสร้างสมดุลของพลังอำนาจระหว่างสองดินแดน นี่คือที่มาของตำนานต้นไม้แห่งโลก ณ ที่สถิตขององค์มหาเทพครับ”

 

            เรื่องราวที่แสนแปลกประหลาดนั้นจบลงแล้ว แต่ก็ไม่ได้ไขข้อข้องใจของอาคาชิเลยแม้แต่น้อย รัชทายาทแห่งราคุซันนั้นรู้ว่าเรื่องนี้เชื่อมโยงกับเรื่องเล่าการก่อตั้งหกอาณาจักร แต่ชื่อแผ่นดินเทย์โควและต้นไม้แห่งโลกเขาเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก

 

            “คุณไม่เคยได้ยินก็ไม่แปลกหรอกครับ มันเป็นเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมาของพ่อมดน่ะ คนธรรมดาแบบพวกคุณรู้จักสิแปลก” คุโรโกะนั่งแกว่งขาไปมาพลางเหน็บอาคาชิเล็กน้อยพอเป็นพิธี ในขณะที่คนฟังไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมออกมา เนตรสองสีจ้องหน้ากระดาษแผ่นนานอยู่นาน มือหนาลูบภาพบนหน้ากระดาษแผ่วเบา สัมผัสได้ถึงไอเวทบางอย่างที่หลงเหลือในหน้ากระดาษแผ่นนี้

 

            สงคราม ความตาย หกอาณาจักรล่มสลาย

 

          ไม่ !!!!!! มันต้องไม่ใช่แบบนี้ !!!!

 

          ข้าขอเลือก….

 

          สงครามกำลังจะเริ่มต้นขึ้น….

 

          ………….

 

          ….มันต้องไม่ใช่แบบนี้…..

 

          ยืมพลังข้าสิ….

 

          ……..ชิ”

 

          ข้าจะทำลายมันให้สิ้นซาก

 

          ได้โปรด หยุดซักทีเถอะ !!!!

 

          “อาคา…….คุง”

 

          ……….

 

          ……

 

          …

 

          ยกโทษ….ให้ผมด้วย

 

          “อาคาชิคุง !!!!!!

 

            เสียงเรียกดังสนั่นข้างหูเรียกสติของรัชทายาทแห่งราคุซันกลับคืนมา อาคาชิส่ายหัวเล็กน้อยพลางปิดสมุดบันทึกแล้วคืนให้คุโรโกะ พ่อมดแห่งเซย์รินมองด้วยความสงสัยปนห่วง ท่าทางเหม่อลอยของคนผมสีแดงเมื่อครู่ทำให้คุโรโกะรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ใบหน้าที่มักฉีกยิ้มให้เขาเสมอนิ่งสนิทจนยากที่จะรู้ว่าตอนนี้เจ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่

 

            นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่คุโรโกะไม่รู้ว่าอาคาชิคิดอะไรอยู่….ทั้งที่ก่อนหน้านั้น….

 

            “เฮ้ !!!!! คุโรโกจจิ ! อาคาชิจจิ ! เข้ามาข้างในเร็ว ! คางามิจจิกับอาโอมิเนจจิแข่งงัดข้อกันล่ะ !

 

            น้ำเสียงร่าเริงมาพร้อมกับร่างสูงในชุดนอนเรียบง่าย เส้นผมสีทองลู่ล้อมใบหน้าหล่อเหลาของรัชทายาทแห่งไคโจว คิเสะฉีกยิ้มกว้างด้วยความสนุกสนานที่เพิ่งเกิดขึ้นก่อนจะแวบหายเข้าไปข้างใน

 

            “ผมขอเข้าไปก่อนนะครับ” คุโรโกะไม่รอคำตอบ  ร่างเล็กจับสันสมุดบันทึกเล่มหนาแน่นก่อนมันจะสลายกลายเป็นละอองสีฟ้าเช่นเดียวกับปากกาขนนกของเขา  

 

            แต่ว่าจังหวะที่กำลังลุกอยู่นั้น มือของอาคาชิก็เอื้อมมาดึงแขนของคุโรโกะทำให้ร่างเล็กเซถอยหลังล้มก้นจ้ำเบ้า  ใบหน้าติดหวานหันขวับมามองด้วยความสงสัยปนโกรธ ยังไม่ทันที่ริมฝีปากบางจะเอ่ยถอยคำบาดจิตให้คนดึง ดวงตาสีนภาก็เบิกกว้าง หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามเมื่อร่างของอาคาชิโน้มเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นกายของอีกฝ่าย ดวงตาสองสีมองลึกเข้ามาในดวงตาของคุโรโกะราวกับต้องการค้นหาอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในนั้น มือหยาบเลื่อนมาสัมผัสใบหน้าของคุโรโกะเบาๆ….

 

            เพียงแค่นั้นคุโรโกะก็รีบปัดมือของอาคาชิทันทีแล้วรีบถอยหลังออกห่างจากร่างสูงที่เหมือนเพิ่งได้สติกลับมา อีกฝ่ายส่ายหัวอย่างมึนงงแล้วหันมามองพ่อมดหนุ่ม เนตรสีนภาสั่นระริก ใบหน้าขาวนิ่งสนิทก่อนที่ร่างเล็กจะรีบลุกหนีเข้าไปข้างใน

 

            รัชทายาทแห่งราคุซันมองทุกการกระทำของคุโรโกะพลางถอนหายใจออกมา รู้สึกได้ว่าตัวเองทำผิดพลาดอย่างมหันต์ที่ทำแบบนั้นกับพ่อมดคนนั้น  แต่มันก็ทำให้อาคาชิได้รู้บางสิ่งจากการสัมผัสเมื่อกี้นี้ ฝ่ามือนั้นยังได้กลิ่นหอมๆที่ติดมาด้วย

 

            “ข้าคงต้องหาเวลาสนทนากับท่านอีกซักครั้งหนึ่งแล้วล่ะ ท่านพ่อมด”

 

 

          “หึหึ เจ้ายังอ่อนหัดนัก คางามิ”

 

            เสียงหัวเราะแสนชั่วร้ายพร้อมกระแสพลังดำมืดแผ่ออกมาจากชายหนุ่มผู้ครอบครองตำแหน่งรัชทายาทแห่งโทโอ  รอยยิ้มเหยียดขึ้นบนใบหน้าสีแทนในขณะที่ดวงตาคมสีน้ำเงินก็มองร่างของหญิงสาวที่นอนหมดสภาพอยู่บนโต๊ะเตี้ยๆ มีมุราซากิบาระใช้พัดสีสวยพัดเอาลมเย็นๆมาให้เธออย่างเชื่องช้า ส่วนคิเสะก็ใช้ปากกาขนนกจดบางอย่างลงกระดาษแล้วชูให้คางามิดูพร้อมกับยิ้มร่า

 

            “สี่ต่อศูนย์ อาโอมิเนจจิเป็นฝ่ายชนะล่ะคางามิจจิ ! สรุปก็คือ พวกเราชนะเจ้าทุกคนเลย !

 

            “ไม่ต้องมาย้ำก็ได้คิเสะ ! แบบนี้มันโกงชัดๆ  ถ้าข้าใช้ร่างผู้ชายป่านนี้คงชนะเจ้าไปแล้ว !!” คางามิบ่นออกมาเสียงดังอย่างนึกหงุดหงิด   

 

            ตั้งแต่ฟังกติกาเล่นงัดข้อกระชับมิตรกับรัชทายาทคนอื่นๆ คางามิก็รู้ได้ทันทีว่าเธอเสียเปรียบเห็นๆ ทั้งห้ามใช้ร่างผู้ชายเล่น(กฎข้อนี้มาจากมิโดริมะ)  ห้ามใช้เวทมนตร์แปลกๆ(กฎโดยมุราซากิบาระ) ห้ามเล่นตุกติกระหว่างการแข่ง(กฎโดยคิเสะ) ส่วนอาโอมิเนะ เจ้าตัวมั่นใจมากว่าถึงแม้คางามิจะใช้ร่างผู้ชายเล่น ใช้เวทมนตร์ เล่นตุกติก อาโอมิเนะชนะคางามิแน่นอน ด้วยศักดิ์ศรีมันค้ำคอและความอยากเอาชนะ คางามิจึงประกาศว่าจะใช้กฎทั้งสามข้อที่กล่าวมาเล่นกับอาโอมิเนะ ซึ่งผลมันก็ออกมาเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าเธอแพ้ยับไม่เป็นท่า

 

            เสียงถอนหายใจปริศนาดังขึ้นพร้อมกับน้ำเสียงดุๆที่สาดใส่คางามิจนเจ้าตัวสะดุ้งโหยง

 

            “ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอครับว่าช่วงนี้ห้ามออกแรงมากเกินความจำเป็น มีแรงมางัดข้อแบบนี้ผมควรส่งไปซ้อมการต่อสู้กับคิโยชิซังดีมั้ยครับ ?”

           

            “ว้ากกกกกก คุโรโกะ !!!!!” คางามิแทบจะเด้งตัวออกจากโต๊ะเมื่อคนตัวเล็กผิวขาวมานั่งข้างตนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ในขณะที่รัชทายาทคนอื่นๆก็แทบมีปฏิกิริยาไม่ต่างกันนัก คิเสะทำกระดาษจดตกลงพื้นและหน้าซีด  มิโดริมะทำกล่องอะไรซักอย่างในมือตก มุราซากิบาระเบิกตากว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ส่วนอาโอมิเนะทำหน้าเหมือนเห็นผี

 

            คุโรโกะมองรัชทายาทรอบๆคางามิแล้วหันๆไปถามเจ้าตัวเสียงนิ่ง “พวกเขาเป็นอะไรกันเหรอครับคางามิ?”

           

            “ก็ตกใจนายยังไงเล่าเจ้าบ้า !! โผล่มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงเลยนะ !

           

            คางามิแทบปวดเศียรเวียนเกล้าเมื่อคุโรโกะยังคงตีหน้านิ่งไม่สนใจว่าเวลาตนโผล่มานั้นชวนให้หัวใจวายแค่ไหน ขนาดเธออยู่กับพ่อมดคนนี้มานานเท่ากับอายุของเธอก็ยังไม่ชินเสียทีกับความจืดจางและอาการผลุบๆโผล่ๆเหมือนผีของชายผมฟ้าคนนี้

 

            “ช่างมันเถอะ” อาโอมิเนะถอนหายใจ พลางจ้องเขม็งไปยังใบหน้าสวยของคางามิ “อย่าลืมสัญญา เล่ามาเลย”

           

            “รู้แล้วๆ ขอคิดก่อนสิ”

 

            “สัญญาอะไรเหรอครับ?” คุโรโกะลองหันไปถามชายหนุ่มผมสีเขียวที่นั่งเรียงหนังสือในตู้อย่างขะมักเขม้น

 

            มิโดริมะดันแว่นตรงสันจมูกขึ้นพลางตอบทั้งที่ยังไม่ละสายตาไปจากหนังสือตรงหน้า “ก็ถ้าคางามิแพ้การงัดข้อ ต้องเล่านิทานขึ้นชื่อของเซย์รินให้ฟัง ไม่รู้ว่าจะอยากฟังไปทำไม”

 

            “มิโดริมัจจินี่ล่ะก็ ไม่รู้เหรอไงว่าที่เซย์รินน่ะ นอกจากขึ้นชื่อว่าดินแดนนักรบแล้วยังเจ้าบทเจ้ากลอนแต่งนิทานเก่งมากเลยนะจะบอกให้” คิเสะหันมาบอกพลางขยับท่านั่งให้สบายที่สุด

 

            “ฟังนิทานเป็นเด็กๆไปได้” มิโดริมะกลอกตาก่อนจะลุกขึ้น “ข้าขอตัวก่อนล่ะกัน”

           

            คุโรโกะมองร่างสูงของรัชทายาทแห่งชูโตคุเดินเข้าห้องไปเงียบๆพลางหันมาสนใจรัชทายาทของตนที่กำลังทำหน้าเครียด คางามิไม่ใช่คนเล่านิทานเก่งอะไรมากมาย เขารู้ดี หญิงสาวชอบที่จะเป็นผู้ฟังมากกว่า

 

            “ทำไมไม่ลองให้เท็ตสึยะเป็นคนเล่าล่ะ”

 

            เสียงนุ่มน่าฟังของอาคาชิดังขึ้น ร่างสูงเดินไปนั่งด้านหลังโต๊ะที่มีตะเกียงตั้งอยู่ มือหนาหยิบปากกาขนนกและกระดาษหลายแผ่นขึ้นมาวาง คาดว่าคงเป็นงานเอกสารที่ต้องส่งพวกขุนนางพรุ่งนี้เช้า คุโรโกะตวัดดวงตากลมสีฟ้าไปทางชายหนุ่มผมสีแดงที่ยังคงทำหน้าไม่ทุกข์ร้อนกับการโยนหน้าที่มาให้เขา

 

            “ไม่เอาหรอก ข้าอยากฟังคางามิเล่า” อาโอมิเนะปฏิเสธทันที สร้างความแปลกใจให้อาคาชิไม่น้อย แต่ก็ไม่คิดถามอะไร

 

            “นึกออกแล้ว เอาเรื่องนั้นล่ะกัน” คางามิดีดนิ้วแล้วค่อยๆเล่าออกมาอย่างช้าๆ “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพ่อมดร้ายที่สามารถแปลงร่างเป็นราชสีห์ได้ เขาอาศัยอยู่ในป่าเวทมนตร์บนภูเขาสูงชัน มักคอยดักจับทำร้ายสัตว์น้อยใหญ่ ฉีกเนื้อมากินเป็นอาหาร นำเลือดมารวมในอ่างหินแล้วใช้อาบต่างน้ำ เพราะเป็นความเชื่อในหมู่พ่อมดว่ามันสามารถเสริมสร้างพลังเวทภายตัวได้ ราชาในเมืองแห่งหนึ่งได้ยินกิตติศัพท์ความโหดร้ายนี้จึงตัดสินพระทัยไปกำจัดพ่อมดชั่วคนนี้ด้วยตนเอง หนทางนั้นยากลำบาก เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายที่แสนโหดเหี้ยม ไม่เป็นมิตร เจ้าเล่ห์ และชอบดักจับมนุษย์กินเป็นอาหาร ฉีกทึ้งร่างกายออกเป็นชิ้นๆให้เลือดกระจายไปทั่วอาณาเขตของมัน….

 

            “อ้ากกกกก !!! พอ ! พอ ! ข้าไม่อยากจะฟังแล้ว” คิเสะร้องขึ้นมาพลางทำหน้าขยะแขยง “เด็กที่อาณาจักรเจ้าฟังนิทานแบบนี้ก่อนนอนทุกวันเลยรึไง !

 

            “เจ้าว่าอะไรนะ” หัวคิ้วสองแฉกของคางามิกระตุกถี่ยิบ “นิทานเรื่องนี้เป็นนิทานที่โด่งดังมากในอาณาจักรของข้าเชียวนะ เด็กทุกคนน่ะได้ฟังกันตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่ด้วยซ้ำ”

 

            “ถึงว่าทำไมพวกเจ้าถึงได้ดูป่าเถื่อนขนาด…. อ้ากกก !! อย่าโยนมันมานะ อย่าโยน !!!” คิเสะร้องลั่นรีบสร้างเกราะป้องกันแทบไม่ทันเมื่อคางามิโยนแจกันที่ตั้งอยู่ข้างๆใส่

 

            “ชาวเซย์รินไม่ได้ป่าเถื่อน !

 

            “เอาน่า รีบๆเล่าเร็วคางามิ นี่มุราซากิบาระ ใจคอเจ้าจะกินแต่ของหวานจนกว่าจะถึงเวลานอนเลยใช่มั้ย” อาโอมิเนะอดไม่ได้ที่จะหันไปหาชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งขัดสมาธิตักของหวานที่อยู่บนจานกินเรื่อยๆ

 

            “ไม่เป็นไรน่า มุโระจินไม่รู้หรอก งั่มคางาจิน เล่าต่อเลย”

 

            “นี่พวกเจ้าสองคนฟังกันเข้าไปได้ยังไงเนี่ย !!

 

            เสียงโหยหวนยังคงดังต่อเนื่องมาจากคนผมสีเหลืองทอง แต่ก็จำใจมานั่งฟังต่อจนจบแม้จะมีสะดุ้งอยู่บางช่วงก็ตาม

 

            “…..ราชาใช้เวลาร่วมสามเดือนในการฝ่าดงสัตว์ร้าย เผชิญหน้ากับเวทมนตร์ลึกลับของป่า และรอนแรมขึ้นภูเขา กว่าจะได้เผชิญหน้ากับพ่อมดคนนั้น กำลังกายก็แทบไม่เหลือ ทุกสิ่งที่ราชาผู้กล้าได้เจอมานั้นคือแผนตัดกำลังของพ่อมด พ่อมดนั้นรู้ตัวมาตลอดว่าสักวันตนต้องถูกกำจัด จึงได้วางแผนตัดกำลังคนที่จะมาฆ่าตัวเองเอาไว้ทั่วทั้งป่า แต่ว่าราชาคนนั้นได้รับพรแห่งปฐพี สามารถยืมพลังจากพื้นพิภพได้ชั่วเวลาหนึ่ง เขาใช้พลังนั้นต่อสู้กับพ่อมดชั่วร้าย ต่างพากันห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด ในตอนท้าย พ่อมดเห็นว่าตนสู้ไม่ได้แน่จึงแปลงกายเป็นราชสีห์แล้วตรงเข้าเล่นงานราชาในทันที กรงเล็บแหลลมคมที่คร่าชีวิตสัตว์น้อยใหญ่มานับไม่ถ้วนตรงเข้าหมายจะตัดคอราชาผู้นั้น แต่ด้วยพลังเฮือกสุดท้าย ราชาได้ใช้ดาบของเขาแทงเข้าไปที่หัวใจของราชสีห์ พ่อมดร้ายคลายร่างกลับมาสู่ร่างมนุษย์อีกครั้ง ด้วยเวทมนตร์สุดท้ายก่อนตาย พ่อมดร้ายได้ร่ายคำสาปใส่องค์ราชา ก่อนร่างจะสลายกลายเป็นเพียงเถ้าถ่าน  องค์ราชานำชัยมาสู่เมืองของตนได้ในที่สุด  ว่ากันว่าอัญมณีที่ประดับบนแหวนนิรันดร์นั้นก็คือดวงตาของพ่อมดคนนั้น และนิทานเรื่องนี้ยังเป็นที่มาของกฎโบราณที่เด็กอายุครบ15ปีต้องเข้าไปล่าสิงโตภูเขาด้วย จบแล้วล่ะ นิทานของเซย์ริน”

 

            คางามิหลับตาลงพลางลอบถอนหายใจเมื่อเล่านิทานจบ เธอต้องเค้นความสามารถในการเล่าที่มีอันน้อยนิดออกมา อย่างน้อยเท่าที่ดูก็น่าจะพอฟังกันรู้เรื่องนั่นแหละ

 

            “จบแบบนี้น่ะเหรออืม ข้าว่ามันแปลกๆนะ” อาโอมิเนะเอามือกุมคางทำท่าคิด “มันแปลก แต่ข้าไม่รู้ว่าแปลกตรงไหนเนี่ยสิ”

 

            “อาโอมิเนจจิก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกันใช่มั้ยฮะ” เป็นคิเสะอีกคนที่ทักขึ้นมา

 

            คางามิมองหน้าคนที่ท้วงเรื่องตอนจบทั้งสองคนไปมาด้วยความสงสัย เธอฟังเรื่องนี้มาตั้งแต่ยังเด็ก ก็ไม่เห้นว่ามันแปลกเลยนี่น่า

 

            “อ่า คางาจิน แล้วเรื่องคำสาปของพ่อมดในนิทานล่ะ มันไม่ได้บอกเอาไว้เหรอ” มุราซากิบาระถามขึ้นมา ในขณะที่อาโอมิเนะกับคิเสะก็ดีดนิ้วดังเป๊าะแล้วพูดออกมาพร้อมกัน

 

            “นั่นล่ะที่มันแปลกๆน่ะ !!!!

 

            หญิงสาวผงะไปเมื่อจู่ๆสองหนุ่มจากต่างแดนก็ตะโกนคำนั้นใส่หน้าเธอ เธอกะพริบตาปริบๆพลางถามออกไป “แปลกยังไง?”

 

            “เอ้า ก็ในนิทานบอกว่าพ่อมดสาปราชาไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมในนิทานถึงไม่มีล่ะว่าสาปอะไร แถมตอนจบมันก็ขัดแย้งกันยังไงก็ไม่รู้นะ” คิเสะพยายามหาจุดแปลกๆในนิทาน ถ้ามิโดริมะมาอยู่ตรงนี้คงช่วยได้เยอะ ไม่สิ ตรงนี้มีอาคาชิอยู่ แต่เพราะเจ้าตัวเอาแต่ก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารไม่น่าจะมาฟังนิทานแบบนี้

 

            “แถมลำดับยศก็แปลก เป็นถึงราชา ก็ต้องปกครองประเทศสิ มาปกครองเมืองแบบนี้มันยังไงอยู่นะ” อาโอมิเนะบอกอีกครั้ง “บอกข้ามาเลย ว่าไอ้สิ่งผิดปกติในนิทานของเจ้ามันคืออะไร”

 

            หญิงสาวทำหน้าเหลอหลาแล้วนิ่งไปสักพักอย่างใช้ความคิดก่อนจะส่ายหน้าอย่างจำยอม เป็นสิ่งที่ชี้ชัดได้เลยว่าเธอไม่เคยสังเกตถึงสิ่งผิดปกติในนิทานเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย คงจะเพิ่งมารู้ด้วยซ้ำ

 

            บรรยากาศอึมครึมโรยตัวลงมาปกคลุม คางามิยังคงพยายามนั่งคิดอยู่ตลอด คนที่นั่งเงียบมานานอย่างคุโรโกะจึงพูดออกมา

 

            “ผมว่านี่มันก็ได้เวลานอนของคุณแล้วนะครับคางามิ ไปเข้านอนเถอะครับ”

 

            “แต่ว่า….

 

            “คางามิ ไป ครับ” เสียงเรียบแกมบังคับทำให้คางามิต้องจำยอมกลืนคำถามลงไปในลำคอ แล้วถอนหายใจออกมาก่อนจะลุกเข้าไปในห้องพักของตนเอง

 

            คุโรโกะตั้งใจจะไปพักด้วยเช่นกัน แต่ข้อมือบางกลับถูกดึงเอาไว้ มือสีแทนตัดกับข้อมือขาวทำให้พอรู้ว่าใครกำลังจับมือของเขาอยู่ อาโอมิเนะมองคุโรโกะนิ่ง แต่ในแววตานั้นกลับแฝงไปด้วยแรงกดดันบางอย่าง น้ำเสียงทุ้มถามอย่างตรงไปตรงมา

 

            “เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้รึเปล่า”

 

            คุโรโกะปรายตามองอาโอมิเนะ พลันทั้งชายหนุ่มผิวแทนก็รู้สึกว่าโลกทั้งใบของเขามันโคลงเคลงไปหมด ร่างกายเผลอถอยหลังไปโดยอัตโนมัติ พอเขารู้สึกตัวอีกที ชายหนุ่มผมสีฟ้าก็เดินไปอยู่หน้าห้องพักแล้ว ดวงตากลมหันมามองอาโอมิเนะเล็กน้อยก่อนจะทิ้งท้ายบางอย่างเอาไว้

 

            “ผมจะรู้หรือไม่มันไม่สำคัญครับ สำคัญตรงที่….มันก็แค่นิทานเรื่องหนึ่ง”

 

            ใช่ มันก็แค่นิทาน

 

          คุโรโกะพยายามบอกแบบนั้นกับตัวเอง แต่ร่างกายของเขากลับไม่หยุดสั่นเสียที เขาพยายามปิดบังอาการนี้ไว้แล้วเดินเข้าห้องพักของตน

 

            อาโอมิเนะ คิเสะ และมุราซากิต่างมองหน้ากัน เป็นคิเสะที่ส่ายหัวพลางยักไหล่ เสียงกุกกักดังขึ้นก่อนที่ร่างของอาคาชิจะเดินตรงไปยังห้องพักของตน เมื่อเห็นดังนั้นทั้งสามจึงบอกลากันแล้วเดินกลับห้องของตนเอง

 

            แต่ทั้งสามคนต่างไม่รู้ว่า นิทานบางเรื่องนั้น มักมีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงทั้งสิ้น….

 

                        The Story of Fairy Tale

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

441 ความคิดเห็น

  1. #376 Nutsu_Nutsu (@Nutsu_Nutsu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 16:34
    นิทานเรื่องนี้มันยังไงกันนะ พ่อมดนั่น กับ ราชา คำสาปนี่น่าจะเกี่ยวกับเนตรราชันย์ไหมนะ ที่บอกว่าดวงตาของพ่อมด และคำสาป อ๊าก!! ค้าง ขอบทนายน้องกับน้องฟินๆหน่อยค่าไรท์ >,<
    #376
    0
  2. #365 patttttttttttt2 (@patttttttttttt) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 15:13
    ทำไมอ่านเรื่องนี้แล้วขนลุก
    ไรท์เก่งมากเลย โครตเก่ง
    มันน่าสนใจมาก ละสายตาไม่ได้เลย
    #365
    0
  3. #346 supawee6371 (@supawee6371) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 08:05
    ให้เดานะ
    คือน้องเป็นพ่อมดและน้องรักกับเซย์จังแต่วันหนึ่งก็เกิดสงครามระหว่างเซรินกับราคุซันขึ้นและเพื่อปกป้องอาณาจักรราคุซันเซย์จังเลยยืมพลังเนรตราชันเลยถูกเนรตราชันกลืนกินแล้วน้องก็ต้องมาสู้กับเซย์จังเพื่อปกป้องอาณาจักรเซรินเพื่อช่วยเซย์จังแล้วน้องเลยย้อนเวลากลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อหยุดเนตรราชันไม่ให้กลืนกินเซย์จังแต่ละครั้งก็ไม่เป็นผล พอคราวนี้มายุสุมิซังที่รู้เรื่องนี้เลยบอกว่าไม่ว่าจะย้อนกลับมาอีกซักกี่ครั้งตอนจบมันก็เหมือนเดิม ประมาณว่าโชคชะตาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
    อันนี้เป็นที่เราคาดเดาได้จากข้อมูลตอนนี้อ่ะนะ
    #346
    0
  4. #178 Selra (@Selra) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 08:28
    อยากรู้ว่าน้องรู้อะไรอ่ะ
    #178
    0
  5. #175 LookTann (@simsi) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 21:29
    เริ่มอยากรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องบ้าง
    #175
    0
  6. #174 Vision Yaoi S (@visionyaoi) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 19:41
    สนุกมากค่ะ. ฟินเบาๆ กรุบกริบๆ
    #174
    0
  7. #173 Kudo Seiko (@merts) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 15:43
    เท็ตสึยะไม่ร้องน้าาาาา
    #173
    0
  8. #172 King Mana (@saravut72) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 15:20
    ชักสนุกเเล้วสิ! มาต่อไวๆน้า~
    #172
    0
  9. #171 Shin Night (@nunza1743) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 09:33
    มันต้องเป็นความหลังที่หน้าเศร้าของคุโรจินแน่เลยขอรับ///ชั่งหน้าสงสารอะัไรยิ่งนักT_T
    #171
    0
  10. #170 angoonnarakaa (@angoonnarakaa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 16:59
    ต่อเร็วๆนะจ้าไรท์ 
    #170
    0
  11. #169 Bee Beam (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 23:35
    ต่อเถอนะ อย่าใจร้ายเลยนะไรท์ นะๆๆ ต่อนะ
    #169
    0
  12. #168 RA-IN-ra-in (@RA-IN-ra-in) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 13:12
    ทำมายยยยย ท่านทำกับข้าแบบนี้อุตส่าห์ลุ้น สุดท้าย.... ฮรืออออออ
    #168
    0
  13. #166 LookTann (@simsi) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 10:17
    ตัดได้ค้างมากอะไรท์ TT
    #166
    0
  14. #165 Hanna maraa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 00:17
    T^T จายร้ายยย
    #165
    0
  15. #164 Kudo Seiko (@merts) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 19:38
    จะจูบหรอเซย์~
    #164
    0
  16. #163 Shin Night (@nunza1743) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 19:32
    โถ่ ไม่หน้าเลยคุโรจินไม่เคลิ้มตามอาคาจิจซะงั้นเฮ้อ~เซง

    เอาอีกแล้วสองคนนี้คุโรจินไม่อยู่ทีไรเป็นอันต้องตีกันทุกที
    #163
    0
  17. #162 Gemel (@Gemel) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 19:15
    กรี้ดแรง ไรท์ อ่ะ กำลังได้อารม อยากอ่านตอน2คนนันงัดข้อด้วย T T
    #162
    0
  18. #161 Candy__ (@Candy__) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 16:17
    ฮือออออไรท์ใจร้ายมากเลย
    #161
    0