10 อาการอันตรายของ Computer
เขียนโดย
XVIIZER
อาการที่ 1 : Blue Screen จอฟ้ามหาภัย
บลูสกรีน หรือบางครั้งก็ถูกเรียกว่า “บลูออฟ เดต” นั้น จริงๆ แล้วน่ากลัวกว่าที่คิด หากวันหนึ่งเมื่อคุณเปิดเครื่องคอมพ์แล้วปรากฏว่าขึ้ นหน้าจอสีฟ้ามหาภัยละก็ พึงระลึกเอาไว้เลยว่าถ้าอาการแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ ย่อมจะไม่ดีแน่ โดยปกติแล้วหากหน้าจอกลายเป็นสีฟ้าก็มักจะมาพร้อมกับ รายงานความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งมีทั้งไฟล์ระบบได้รับความเสียหาย ไม่พบไฟล์สำคัญระหว่างกระบวนการบูตระบบ หรือแม้แต่มี ดีไวซ์ ไดรเวอร์ บางตัวที่สำคัญได้รับความเสียหายจนไม่สามารถติดต่อกั บอุปกรณ์ อินพุต/เอาต์พุต ได้
แต่ในกรณีที่มีแต่หน้าจอสีฟ้าปรากฏขึ้นมาเพียงอย่างเ ดียว ตัวหนังสือหรือรายงานความผิดพลาดจากระบบไม่แสดงขึ้นม าด้วย แบบนี้น่ากลัวกว่ามากนั่นก็เพราะว่าคอมพ์ของคุณอาการ หนักจนขนาดที่ว่าระบบรายงานความผิดลาดไม่ทำงาน หรือไม่สามารถแจ้งสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นหากจอสีฟ้าปรากฎขึ้นมาก็อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจ แค่คิดว่าบูตเครื่องใหม่ก็คงจะหาย แบบนี้ไม่ถูกต้องครับ คุณต้องเตรียมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้โ ดยด่วน
การแก้ปัญหาเบื้องต้น สำหรับหน้าจอบลูสกรีนนั้น สิ่งแรกที่คุณต้องทำก็คือ อ่านรายงานความผิดพลาดทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ข้อมูลที่แสดงอยู่บนหน้าจอสีฟ้านี้สามารถช่วยคุณวิเค ราะห์หาสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ถ้าจะให้ดีคุณควรจดข้อมูลนี้เอาไว้ แล้วลองไปค้นหาจากอินเทอร์เน็ตดูว่าหมายถึงอะไร มีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งบ่อยครั้งที่ความเอาใจใส่และกระตือรือร้นนี้ สามารถพาคุณข้ามวิกฤติที่เลยร้ายไปได้ มีข้อแนะนะสั้นๆ คือ ถ้าคุณพบว่าไม่สามารถจัดการอะไรได้เลย ให้ถอดฮาร์ดดิสก์ออกไปพ่วงกับเครื่องอื่นเพื่อแบ็กอั พข้อมูลก่อน มิฉะนั้นข้อมูลอาจสูญหายได้ หากพบว่าอาการหนักจนเกินจะเยียวยา
อาการที่ 2 : ฮาร์ดดิสก์ส่งเสียงดังผิดปกติ
ในขณะที่ฮาร์ดดิสก์กำลังอ่าน/เขียน ข้อมูลอยู่นั้น แน่นอนว่าย่อมมีเสียงเกิดขึ้นแต่เสียงที่ว่านี้ก็ไม่ ดังถึงขนาด ครืด…คราดๆ จนเล็ดรอดออกมาจากภายในได้ ถ้าคุณลองเงี่ยหูฟังดีๆ เวลาที่ฮาร์ดดิสก์ทำงานก็แทบจะไม่ได้ยินเสียงเลย ยิ่งเป็นฮาร์ดดิสก์รุ่นใหม่ๆ ด้วยแล้ว เสียงดังรบกวนที่เกิดขึ้นแทบจะไม่มีเลย ดังนั้น หากวันหนึ่งฮาร์ดดิสก์ของคุณส่งเสียงดังผิดปกติละก็ มันเป็นลางบอกเหตุว่าอาการแย่แล้ว ไม่ควรดื้อดึงใช้งานอีก
การแก้ปัญหาเบื้องต้นก่อนที่คุณจะลงมือทำอะไรต่อไป ข้อแนะนำที่มีความสำคัญอย่างยิ่งคือ หยุดการทำงานทุกอย่างหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ นั่นก็เพราะว่าเสียงดังที่เล็ดรอดออกมาจากเคสของฮาร์ ดดิสก์ มีความหมายมากเกินกว่าที่คุณจะใช้งานมันต่อไป หัวอ่านอาจจะหลุดออกจากตำแหน่ง หรือไม่ก็แผ่นจานอาจมีรอยขีดข่วน สิ่งเหล่านี้สามารถพรากข้อมูลอันเป็นที่รักไปจากคุณไ ด้เลย แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าควรจะหยุดการทำงานทุกอย่า งเมื่อไรสำหรับช่างผู้ชำนาญหรือผู้ใช้ที่เคยผ่านการซ ่อมคอมพ์มาด้วยตนเองแล้ว ประสบการณ์ที่ได้มาจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างถูกต ้อง เมื่อไรที่ควรหยุดการทำงาน และเมื่อไรที่ต้องเดินหน้าต่อเพื่อรักษาข้อมูลเอาไว้ ตรงนี้ต้องอาศัยประสบการณ์เพียงอย่างเดียว แต่สำหรับมือใหม่นั้น ความไม่แน่ใจของคุณคือสิ่งที่ถูกต้อง บางครั้งคุณอาจต้องยกเครื่องไปให้ร้านคอมพ์ช่วยแก้ปั ญหาให้ มันอาจดีกว่าการที่คุณลงมือทำเอง เพราะนั่นหมายถึงความปลอดภัยของตัวอุปกรณ์และข้อมูลข องคุณ
นอกจากนี้ สำหรับผู้ใช้คอมพ์ที่ชอบดาวน์โหลดเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ Bittorrent นั้น การเปิดเครื่องทิ้งเอาไว้หลายๆ วัน โดยฮาร์ดดิสก์ของคุณต้องอ่าน/เขียน ข้อมูลอย่างหนักก็ไม่เป็นผลดีเลย นั่นก็เพราะว่าอายุการใช้งานของอุปกรณ์จะลดลงอย่างมา ก จากที่เคยสามารถใช้งานได้ 5-10 ปี หากมันต้องทำงานต่อเนื่องกันเป็นหลายสัปดาห์หรือเป็น เดือนๆ โดยไม่หยุดการทำงานเลยนั้น 3 ปี ก็อาจจะไม่ถึงด้วยซ้ำ ดังนั้น สำหรับบรรดานักดาวน์โหลด อัพโหลดทั้งหลาย หากคุณต้องการให้ฮาร์ดดิสก์มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ละก็ ควรปิดเครื่องเพื่อให้ระบบได้หยุดพักการทำงานเสียบ้า ง
อาการที่ 3 : พิกเซลแตก รอยแยกบนหน้าจอ
สำหรับอาการที่ 3 นี้ เรามักจะไม่ค่อยพบกันบ่อยๆ นัก เพราะมันหมายถึงความเป็นความตายของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เ ลยทีเดียว อาการพิกเซลแตก หากเกิดขึ้นกับเครื่องคอมพ์ของใครละก็ เตรียมตัวซื้อการ์ดจอใหม่ได้เลย เพราะมันคือสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าการ์ดจอของคุณเ กิดปัญหาอย่างรุนแรง โดยปกติแล้ว เวลาเปิดเครื่องขึ้นมาใช้งาน การ์ดจอจะทำงานเกือบจะพร้อมๆ กับไบออสของเมนบอร์ดเลยก็ว่าได้ หากคุณเปิดเครื่องแล้วจอยังดำมืดอยู่ ไม่ได้หมายความว่าการ์ดจอเสียทันที ไม่ต้องตกใจที่บางครั้งเมนบอร์ดก็ทำงานผิดพลาดได้ แต่สำหรับรอยแยกเล็กๆ เหมือนกับฝนตกที่หน้าจอนั้นไม่ใช่ อาการเช่นนี้มาจากระบบการทำงานการ์ดจอโดยตรง ซึ่งไม่สามารถแสดงจุดพิกเซลให้เต็มหน้าจอได้จนมองเห็ นเป็นร่องรอยความผิดเพี้ยนที่เกิดขึ้นบนจอภาพ
การแก้ปัญหาเบื้องต้น หากเป็นการ์ดจอออนบอร์ดนั้น เราไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามาจากตัวชิปกราฟิกหรือไม่? เนื่องจากมันฝังตัวรวมอยู่กับชิปเซตนั่นเอง หากการทำงานของตัวชิปเซตมีปัญหาจนส่งผลไปยังหน่วยแสด งผลทางกราฟิกที่อินทิเกรตหรือฝังตัวแบบนี้ หากเกิดอาการจุดพิกเซลแตกก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย คุณอาจต้องเปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่ไปเลย แต่สำหรับการ์ดจอทั่วไปที่เสียบในสล็อต AGP หรือ PCI นั้น อาการจุดพิกเซลแตกที่เกิดขึ้นนั้น ความร้อนก็มีส่วนด้วยเช่นกัน หากคุณโอเวอร์คล็อกและปรับค่าให้กลับมาเหมือนเดิมจาก นั้นลองเปิดเครื่องแล้วทดสอบการทำงานดูว่ายังมีอาการ แบบนี้หรือไม่?
บางคนโอเวอร์คล็อกจน ชิปกราฟิกเสียหายหนักจนไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิ ม ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ก็เตรียมตัวซื้อใหม่ได้เลย แต่ในกรณีที่คุณอยากโอเวอร์คล็อกจริงๆ ละก็ ควรหาระบบที่ช่วยระบายความร้อนอย่าง ฮีตซิงก์ หรือพวกฮีตป์มาติดตั้งก็จะช่วยป้องกันปัญหาความร้อนพ ุ่งขึ้นสูงจนทำอันตรายต่อชิปกราฟิก แน่นอนว่าถึงคุณจะหาระบบมาช่วยระบายความร้อน แต่การโอเวอร์คล็อกก็ถือเป็นการบั่นทอนทำลายอายุการท ำงานของอุปกรณ์ลง ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไม่ควรทำครับ
อาการที่ 4 : เครื่องติดๆ ดับๆ
อาการเปิดเครื่องแล้วติดๆ ดับๆ แบบนี้ไม่ดีแน่ เพราะมีหลายสาเหตุที่สามารถสั่งให้ระบบชัตดาวน์เองอั ตโนมัติ รวมทั้งปิดการทำงานไปเฉยๆ สำหรับสาเหตุนั้น ผมขอแยกเป็นสองประเด็น คือ ประเด็นแรกมาจากซอฟต์แวร์กันก่อนครับ โดยปกติแล้ว เวลาเราเปิดโปรแกรมใดๆ ขึ้นมาใช้งานก็ตาม ระบบปฏิบัติการจะเป็นผู้คอยดูแลอยู่ทั้งเบื้องหน้าแล ะเบื้องหลังตลอด ในกรณีที่โปรแกรมใดจะสร้างปัญหาขึ้นมานั้น ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงระบบปฏิบัติการสามารถจัดการได้ เอง แต่ก็มีบางครั้งที่ปัญหานั้นหนักเกินกว่าที่ระบบปฏิบ ัติการจะรับได้ ยกตัวอย่างที่เห็นภาพได้ชัดคือ โปรแกรมไวรัสต่างๆ นั่นเอง หากเครื่องของคุณไม่ได้ติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัส หรือติดตั้งแต่ไม่เคยสั่งอัพเดตแพตเทิร์นใหม่ๆ ของไวรัสเลย ถ้าเป็นแบบนี้ไวรัสสามารถคอนโทรลเครื่องของคุณได้โดย ง่าย ตั้งแต่ลบข้อมูล สั่งฟอร์แมตไดรฟ์ ทำให้เครื่องรีบูตหรือสั่งชัตดาวน์ ฯลฯ ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาที่มาจากซอฟต์แวร์ ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของเครื่อง
สำหรับประเด็นที่สองที่เกี่ยวกับฮาร์ดแวร์โดยตรงนั้น อาการเครื่องติดๆ ดับๆ เช่นนี้ ส่วนใหญ่มาจากระบบไฟจ่ายให้กับเครื่อง โดยเรามุ่งประเด็นไปที่เพาเวอร์ซัพพลายเป็นหลัก เพราะเป็นแหล่งจ่ายพลังงานให้กับเมนบอร์ดและอุปกรณ์ภ ายในต่างๆ เพาเวอร์ซัพพลายที่ไม่ได้มาตรฐานหรือจ่ายไฟไม่เสถียร พอ หากมีโหลดมากๆ ย่อมไม่สามารถรับมือได้แน่ ดังนั้น สิ่งที่เพาเวอร์ซัพพลายพยายามทำก็คือ จ่ายไฟให้เพียงพอ แต่ทว่ามันไม่สามารถทำได้เพราะอุปกรณ์ภายในไม่ได้มาต รฐานนั่นเอง ผลที่ตามมาคืออุปกรณ์แย่งไฟกันเอง จนในที่สุดก็ส่งผลให้เมนบอร์ดต้องตัดการทำงานของระบบ จ่ายไฟจากเพาเวอร์ซัพพลาย เพื่อความปลอดภัยของอุปกรณ์ทุกอย่าง จึงทำให้เครื่องดับไประหว่างที่กำลังใช้งานอยู่
ส่วนเครื่องใครที่เปิดขึ้นมาเองนั้น ไม่ต้องตกใจครับ ให้เข้าไปตรวจสอบในไบออสว่ามีการเปลี่ยนแปลงค่าให้มี การเปิดเครื่องแบบอัตโนมัติหรือไม่? ส่วนใหญ่แล้วเมนบอร์ดจะมีฟังก์ชันที่สามารถสั่งเปิดเ ครื่องได้ เช่น “Wake/Power Up On Ext Modem” ซึ่งหากมีการเซตค่านี้เอาไว้ในไบออสจะทำให้เวลาที่คุ ณเปิดสวิตซ์โมเด็ม มันจะส่งสัญญาณทริกไปกระตุ้นให้เครื่องเปิดขึ้นมาได้ ครับ นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกในไบออส เช่น Power Up On PCI Card เป็นการสั่งให้เปิดเครื่องผ่านการ์ดแลนจากเครื่องอื่ นได้ Power Up On PS2 KB/Mouse สั่งให้เปิดเครื่องอัตโนมัติจากการคลิ้กเมาส์หรือกดแ ป้นพิมพ์ ดังนั้น ให้ลองเข้าไปตรวจสอบในไบออสดูว่าค่าเหล่านี้มีการเซต ให้ Enable หรือไม่?
อาการที่ 5 : ภาพบนหน้าจอหดลงเอง
จอภาพ CRT แบบเก่านั้นใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกับจอโทรทัศน์ทั่วไป ทำให้เกิดปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นจะคล้ายคลึงกับจอโ ทรทัศน์ และมีบางคนที่หิ้วมอนิเตอร์ของพีซีไปให้ร้านซ่อมโทรท ัศน์จัดการให้ ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร แต่สำหรับอาการภาพบนหน้าจอหดเข้ามาเองเวลาใช้งานนั้น ค่อนข้างสาหัสครับ ปัญหาแบบนี้มักจะใช้เวลานานกว่าจะแสดงอาการออกมา และเมื่ออาการนี้ปรากฏขึ้นมาก็หมายถึงการจบชีวิตอายุ การใช้งานของจอภาพนั่นเอง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าอาการนั้นหนักหนาสาหัสเพี ยงใด จากประสบการณ์ของผมเอง จอภาพ CRT ใช้งานมา 5 ปีกว่า และวันหนึ่งพอเปิดเครื่องขึ้นมา ภาพบนหน้าจอกลับหดลงมาเหลือนิดเดียว พร้อมกับกลิ่นไหม้และควันที่โชยออกมาจากด้านใน ผมตัดสินใจเปิดฝาเคสของจอภาพออกมาเพื่อดูว่าเกิดอะไร ขึ้น
สิ่งที่เห็นก็คือ ฝุ่นจำนวนมากมากที่เกาะบริเวณแผงวงจร และสายไฟ ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ไม่เคยทำความสะอาดจอภาพโดยการเปิดฝาแล้วเป่าเอา เศษฝุ่นละอองออกมา ทำให้มันเกิดไฟฟ้าสถิตขึ้นมาได้โดยง่าย และวันหนึ่งก็สร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์ทันที
ส่วนสาเหตุอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ได้ คือ หลอดภาพเสื่อมเนื่องจากการใช้งานมายาวนาน รวมถึงแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่คอนโทรลสัญญ าณภาพที่เกิดปัญหาขัดข้องด้วยเช่นกัน สำหรับใครที่ไม่เคยถอดฝาครอบของจอภาพออกมาเป่าฝุ่นหร ือทำความสะอาดเลยนั้น แนะนำให้กลับไปทำความสะอาดทุกเดือนเลยจะเป็นการดีที่ สุด โดยเฉพาะการใช้งานคอมพิวเตอร์ในห้องที่ไม่มีเครื่องป รับอากาศจะมีฝุ่นจากภายนอกเข้ามาสะสมได้ง่าย ดังนั้น ควรหมั่นทำความสะอาดบ่อยๆ อย่าให้มีฝุ่นละอองหนาเตอะจนทำให้เกิดปัญหาตามมาภายห ลัง
อาการที่ 6 : ระบบปฏิบัติการแจ้งเออร์เรอร์ขึ้นมาบ่อยๆ
ลางบอกเหตุที่สามารถชี้ชัดได้ว่าระบบปฏิบัติการ (วินโดวส์) ของคุณกำลังจะเดี้ยงนั้นมีหลายแบบครับ ตั้งแต่การแจ้งเออร์เรอร์บ่อยจนผิดปกติ ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับระบบเลย หรือแม้แต่การที่เปิดเครื่องขึ้นมาแล้วบูตเข้าเซฟโหม ดบ่อยๆ แบบนี้ก็ไม่ดีเช่นกันครับ ประเด็นแรกที่ว่ามีการแจ้งเตือนเออร์เรอร์บ่อยๆ นั้น ถ้าคุณได้สังเกตว่าข้อความเออร์เรอร์ที่แจ้งเตือนนั้ นเกี่ยวกับอะไร หรืออธิบายความผิดพลาดส่วนไหนบ้างก็จะช่วยให้การวิเค ราะห์หาสาเหตุทำได้ง่ายขึ้น เพราะเออร์เรอร์เหล่านั้นมาจากรหัสความผิดพลาดที่ระบ บปฎิบัติการเป็นผู้ส่งออกมานั่นเอง ในกรณีที่ฮาร์ดแวร์บางตัวมีปัญหาและมีรหัสความผิดพลา ดเป็นของตัวเองนั้น การแจ้งรายงานความผิดพลาดจะถูกส่งไปให้ระบบปฏิบัติกา รเป็นผู้ดำเนินการอีกทอดหนึ่ง ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเออร์เรอร์ต่างๆ ที่ปรากฏขึ้นมาระบบปฏิบัติการจะเป็นผู้จัดการดูแลทั้ งหมด
ถ้าถามว่าตัวระบบปฏิบัติการเองเกิดความผิดพลาดขึ้นมา การทำงานตรงส่วนนี้ใครจะเป็นผู้ดูแล คำตอบก็คือ ฟังก์ชันที่รายงานความผิดพลาดจะแยกตัวออกมาเพื่อให้ส ามารถแจ้งความผิดพลาดของตัวระบบปฏิบัติการได้ เพื่อให้ผู้ใช้ได้ทราบสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ก็มีบางกรณีที่ปัญหานั้นรุนแรงเกินกว่าที่ตัวฟังก ์ชันจะแจ้งความผิดพลาดได้อย่างถูกต้อง สิ่งที่มันทำก็คือ พยายามแจ้งรหัสความผิดพลาด(Error Code) หรือรายงานความผิดพลาด(Error message) ออกมาบ่อยๆ เพื่อให้เราได้สังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นเพื่อจะบ อกสาเหตุให้เราได้ทราบ แต่ทว่าบางทีก็มีเออร์เรอร์ที่ใกล้เคียงกันมากมันจึง แจ้งขึ้นมาบ่อยๆ นั่นเอง
ในกรณีนี้ การแก้ปัญหาให้ถูกจุดนั้นค่อนข้างยากสักหน่อย จึงมีหลายคนวางแผนที่จะติดตั้งวินโดวส์ลงไปใหม่ เพราะหากมัวมานั่งหาสาเหตุกันทีละจุดก็จะเป็นการเสีย เวลานานและคนที่จะทำแบบนี้ได้โดยไม่คิดมากเลยนั้น ต้องมีการวางแผนเรื่องการจัดเก็บข้อมูลมาดี โดยเฉพาะเรื่องข้อมูลที่สำคัญจะไม่เก็บเอาไว้ในไดรฟ์ หรือพาร์ทิชันที่มีวินโดวส์อยู่ เพราะมีความเสี่ยงหากต้องฟอร์แมตและติดตั้งวินโดวส์ใ หม่อีกครั้ง ดังนั้น หากคุณวางแผนเรื่องการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ ภายในเครื่องมาดี การแก้ปัญหาที่รวดเร็วและง่ายดายที่สุดคือ การติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่อีกครั้ง แม้แต่ช่างผู้ชำนาญยังเลือกวิธีนี้เป็นอันดับแรกๆ เพราะใช้เวลาน้อยที่สุด แต่ถ้าคุณมีเวลาเหลือเฟือ การค่อยๆ นั่งแก้ปัญหา วิเคราะห์ที่มาและหาสาเหตุก็จะช่วยเพิ่มประสบการณ์ไป ในตัวด้วย
อาการที่ 7 : เสียงร้อง ปิ๊บๆ... ดังไม่หยุดตอนเปิดเครื่อง
หาก เปิดเครื่องขึ้นมาแล้วมีเสียงร้องปิ๊บๆ ดังไม่หยุด แบบนี้แสดงว่าแรมเสียครับ หากลองถอดแรดแล้วนำไปเสียบกับเครื่องอื่นแล้วยังมีอา การแบบเดิมก็แสดงว่าแรมได้จากคุณไปแล้ว สำหรับกรณีที่แรมใกล้จะเสียหรือมีความผิดพลาดเกิดขึ้ นกับการทำงานของแรมนั้น การที่เราจะรู้สาเหตุได้ว่ามาจากแรมแผงไหนนั้นคุณต้อ งมีเครื่องมือหรือยูทิลิตีมาตรวจสอบให้ครับ สำหรับผู้ใช้ตามบ้านก็ใช้แค่โปรแกรมประเภท Diagnostic Ram มาช่วยครับ แต่สำหรับการตรวจสอบจากทางจากทางโรงงานจะใช้อุปกรณ์ท ดสอบครับ โดยสั่งให้มีการอ่านเขียนข้อมูลลงไปทุกตำแหน่งแอดแดร สของหน่วยความจำ หากพบว่ามีตำแหน่งแอดเดรสใดที่ไม่สามารถอ่านหรือเขีย นข้อมูลลงไปได้ก็แสดงว่าแรมแผงนั้นมีปัญหาเกิดขึ้น ถึงแม้จะยังใช้งานได้ก็จริง แต่ก็ถือว่าทำงานได้ไม่สมบูรณ์ ส่วนการทำงานของโปรแกรมตรวจสอบแรมก็มีลักษณะคล้ายคลึ งกัน คือ การตรวจสอบทุกๆ ตำแหน่งแอดเดรสบนหน่วยความจำว่าเข้าถึงได้ทั้งหมดหรื อไม่?
ตัวอย่างโปรแกรมที่ใช้ทดสอบการทำงานของแรม
- Memtest86 เว็บไซต์ดาวน์โหลด :
http://www.memtest86.com/
- DocMemory Diagnostic เว็บไซต์ดาวน์โหลด : http://www.simmtester.com/page/products/doc/docinfo.asp
- GoldMemory เว็บไซต์ดาวน์โหลด :
http://www.goldmemory.cz/download.php
- RAM Booster Pro v5.0เว็บไซต์ดาวน์โหลด : http://www.freedownloadscenter.com/Utilities System_Maimtenance_and_Repair_Utilities/RAM_Booster_Pro_v5_0.html
- Microsoft Windows Memory Diagnostic Beta เว็บไซต์ดาวน์โหลด : http://www.majorgeeks.com/Microsoft_...tic_d3955.html
การทดสอบแรมด้วยโปรแกรมเหล่านี้ บางฟังก์ชันอาจใช้เวลานาน เพราะเป็นการเข้าถึงตำแหน่งแอดเดรสของแรมทั้งหมด จึงให้ลองสแกนตรวจสอบดูครับ จะได้รู้ว่าแรมเรามีปัญหาหรือไม่?
อาการที่ 8 : ออปติคอลไดรฟ์อ่านหรือเขียนแผ่นไม่ค่อยได้
ออ ปติคอลไดรฟ์ที่พูดถึงนี้ หมายถึง คอมโบไดรฟ์ ดีวีดีไดรฟ์ และซีดีไดรฟ์ ขอพูดแบบรวมๆ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นกับออปติคอลไดรฟ์จะคล้ายๆ กันในกรณีที่ไดรฟ์เริ่มแสดงอาการเขียนแผ่นไม่ค่อยได้ ใหคุณลองนึกดูว่าใช้บริการเขียนแผ่นมากี่ปีแล้ว หากประมาณจำนวนครั้งในการเขียนแผ่นได้ก็จะดีไม่น้อย เพราะโดยปรกติแล้วไดรฟ์ประเภทเขียนแผ่นจะมีอายุการใช ้งานแบบเต็มที่ก็ประมาณ 3 ปี (มีการใช้งานตลอด) ถ้าไดรฟ์ของคุณเข้าข่ายที่ว่านี้ก็แสดงว่าใกล้ถึงอาย ุการทำงานของมันแล้ว แต่ถ้ายังใช้งานได้ไม่นานนัก ปัญหาการเขียนแผ่นไม่ได้ส่วนหนึ่งมาจากตัวแผ่นที่ใช้ ไม่ได้มาตรฐาน หรือถ้าเป็นแผ่นประเภท RW หากใช้งานมาบ่อยๆ สารเคลือบแผ่นที่เป็นชั้นเก็บข้อมูลอาจหลุดลอกออกมาไ ด้ ส่วนปัญหาอ่านแผ่นไม่ค่อยได้นั้น หากแผ่นเป็นรอยก็มีผลให้หัวอ่านเข้าถึงข้อมูลไม่ได้เ ช่นกันแนะนำให้ทำความสะอาดแผ่นโดยใช้น้ำยาทำความสะอา ด รวมทั้งทำความสะอาดที่ตัวไดรฟ์ด้วย เพราะหากสิ่งสกปรกอยู่ภายในอาจทำให้การอ่าน/เขียน ข้อมูลผิดพลาดได้เช่นกัน
นอกจากนี้ หากมีเสียงดังผิดปกติเกิดขึ้นตลอดเวลาที่ไดรฟ์กำลังท ำงานนั้น โดยไม่สามารถอ่านหรือเขียนแผ่นได้เลย ถ้าเป็นแบบนี้ก็แสดงว่าไดรฟ์ของคุณเดี้ยงไปแล้วครับ และไม่ควรให้ทางร้านซ่อม (ถ้าเลยช่วยประกัน) เพราะไม่คุ้มครับ ไดรฟ์ซีดีธรรมดาราคา 400-500 บาท คอมโบไดรฟ์ถูกสุดก็ 9xx บาท และดีวีดีไรเตอร์ราคาถูกที่สุดตอนนี้ 1,xxx บาทเช่นกันครับ ถ้าส่งซ่อมค่าอะไหล่ 300 บาทก็ไม่คุ้มแล้วละครับ นี่ยังไม่รวมค่าแรงด้วยนะครับ
อาการที่ 9 : มีเสียงเปรี๊ยะ บูตไม่ขึ้น หน้าจอดำสนิท
สำหรับผู้ใช้คอมพ์เครื่องเก่าที่เป็น AT From Factor นั้น ปัญหาระบบไฟจากเพาเวอร์ซัพพลายจะมีให้เห็นบ่อยมาก บางครั้งคุณอาจต้องเปลี่ยนเพาเวอร์ซัพพลายเองแต่ทว่า ดันไปเจอกับเพาเวอร์ซัพพลายไม่ได้มาตรฐาน อาจจะจ่ายไฟเกินหรือจ่ายไปไม่เรียบพอหลังจากที่คุณเป ลี่ยนเพาเวอร์ซัพพลายตัวใหม่แล้ว ถ้าคุณเจอกับเหตุการณ์เปิดเครื่องไม่ติด โดยมีเสียงดังเปรี๊ยะ พร้อมกลิ่นซิลิโคลนไหม้โชยออกมา โดยเครื่องก็บูตไม่ขึ้น หน้าจอดำสนิทขอให้ทำใจได้เลยครับ เพราะว่าซีพียูนั้นไปต่อหน้าต่อตาคุณแล้ว
สาเหตุเหรอครับ ก็เนื่องจากว่าเพาเวอร์ซัพพลายจ่ายแรงดันไฟมาเกินซึ่ งเมนบอร์ดรุ่นเก่าๆ บางตัวไม่มีระบบป้องกันในส่วนนี้ และซีพียูก็เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความอ่อนไ หวต่อแรงดันไฟมากเป็นพิเศษ ถ้าหากว่านำซีพียูที่พังแล้วไปเสียบที่เครื่องใดก็จะ บูตไม่ขึ้นแน่นอนครับ หน้าจอจะไม่มีภาพอะไรขึ้นมาเลย
สำหรับคอมพ์รุ่นใหม่ๆ ที่เป็น ATX From Factor นั้น เมนบอร์ดจะมีระบบป้องกันปัญหาจากไฟฟ้าติดตั้งมาให้แล ้ว ซึ่งช่วยป้องกันแม้เวลาที่คุณเพิ่มแรงดันไฟเพื่อโอเว อร์คล็อกระบบด้วย อย่างไรก็ตาม เราควรคำนึงถึงการเลือกใช้เพาเวอร์ซัพพลายที่ได้มาตร ฐานด้วย เพราะยังมีอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ ที่ต้องอาศัยแหล่งพลังงานจากเพาเวอร์ซัพพลายเป็นหลัก
อาการที่ 10 : รวมข้อ 1 -9 หากท่านมีทุกข้อ
สำหรับท่านผู้อ่านท่านใดที่ได้ประสบปัญาข้างต้นซึ่งบ างอย่างการซ่อมก็เป็นทางออกที่ดี แต่หากลองคิดคำนวณราคาค่าซ่อมกับราคาที่จำหน่ายอุปกร ณ์ที่ขายในท้องตลาด หากราคาที่ร้านซ่อมเกินครึ่งของราคาขาย ในความคิดเห็นของผม(ไม่ทำตามก็ไม่ว่ากันครับ)ทิ้งหรื อบริจาคเถอะครับ เพราะซื้อใหม่คุ้มค่ากว่ากันเยอะแถมยังมีการรับประกั นอย่างน้อยก็ 1 ปีครับ มากสุดก็ 3 ปี หรือ Lifttime ไปเลยยิ่งดี ตามที่ท่านได้อ่านสัญญาณ อันตรายของคอมพิวเตอร์ หากเจอมาทั้ง 9 ข้อ หรือ 5 ใน 9 ข้อ ซื้อใหม่เถอะครับ คุ้มกว่าเยอะเลยครับ
credit: Thaiadmin , Ratanapong Saikeaw
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
12 มี.ค. 52
827
1
ความคิดเห็น
Gclubclick.com เองยังมี SportBetting Onlineให้ท่านได้เลือกเดิมพนันกีฬาโปรด ที่ท่านชื่นชอบอย่างจุใจ อาทิ เช่น SBOBET ,IBCBET , WinningFT , MMMBET ท่าน สามารถเปิดเล่นกับเราได้แล้ววันนี้ ทางเรามีพนักงาน Call Center ไว้คอยบริการท่านด้วยความเป็นกับเองประทับ ในตลอด 24 ชม.
ติดต่อสอบถาม 24 ชัวโมง
081-122-5019 , 081-122-4019 , 080-559-7275
http://www.Gclubclick.com
http://gclubclick.blogspot.com/