เวลาว่างไม่ค่อยมีนะเนี่ยะ - -a
วันนี้ในที่สุดก็สามารถเข็นตอนที่ 19 ของเรื่อง Love Scars ออกมาจนได้ = =a
เฮ้อ........................
เกือบลืม....
และแล้ว เรื่อง สมุดแห่งความทรงจำก็ได้ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ Z-Girl แล้ว ^O^V
เลยไม่สามารถที่จะลงตอนต่อไปได้ T_T ต้องขอโทษทุกๆ คนด้วยนะค้า ><
วันนี้ก็ไม่รู้จะเขียนอะไร เอาเป็นเขียนเรื่องของ ฝนดาวตกดีกว่า ^_^
*********************************************
ฝนดาวตกในปี 2549 (Meteor Shower)
แม้ผู้คนทั่วไปจะตื่นเต้นอยากดูฝนดาวตก เพียงเพราะเป็นปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยาก แต่สำหรับนักดาราศาสตร์ ฝนดาวตกมีความหมายถึงปริศนาแห่งชีวิตบนโลกทีเดียว
โดยทั่วไปแล้ว ในคืนหนึ่ง ๆ เราสามารถมองเห็นดาวตก ได้หลายดวง เป็นวัตถุสว่าง คล้ายดวงดาวตกลงมาจากฟากฟ้า หรือที่คนไทยเรียกว่า ผีพุ่งไต้ แท้จริงเป็น ก้อนหินซึ่งเป็นเศษซากชิ้นส่วนจากดาวหางหลงเหลือ อยู่ในเส้นทางโคจรรอบดวงอาทิตย์ หลังจากดาวหางดวงแม่โคจรจากไปแล้ว
นักดาราศาสตร์เรียกดาวตกว่าอุกกาบาต เมื่ออุกกาบาตเข้าใกล้โลก ถูกโลกดึงดูดไว้ อุกกาบาตจึงวิ่งฝ่าบรรยากาศโลกลงมาด้วย ความเร็วสูง เกิดความร้อนลุกไหม้เป็นลูกไฟสว่าง เคลื่อนที่เป็น ทางยาวไปในท้องฟ้า อุกกาบาตส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก มีมวลน้อยกว่า 1 กรัม จึงมักเผาไหม้สลายไปหมดในบรรยากาศโลก แต่หากอุกกาบาต มีขนาดใหญ่ลุกไหม้ไม่หมดจึงเหลือซากตกลงถึงพื้นโลก เป็นวัตถุนอกโลกให้เราจับต้องศึกษาได้โดยตรง
อุกกาบาตเป็นวัตถุจำพวกหินหรือโลหะเหล็ก สันนิษฐานว่าอาจมาจากดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง ดวงจันทร์ และมีบางชิ้นที่มาจากดาวอังคาร
ในบางคืนเราเห็นดาวตกจำนวนมากกว่าปกติ เกิดขึ้นในระยะที่โลกโคจรตัดผ่านเส้นทาง ที่ดาวหางเคยเคลื่อนผ่านมาก่อน จึงมีเศษฝุ่นและหินมากมายที่ดาวหางสลัดทิ้งไว้ในแนวทางโคจรเดิม เมื่อโลกเคลื่อนที่เข้าไปอยู่ในเส้นทางนั้น แรงดึงดูดของโลกจึงดึงเศษฝุ่น และหินเหล่านั้นเข้าสู่บรรยากาศโลก เกิดปรากฏการณ์ดาวตกจำนวนมาก เรียกว่า ฝนดาวตก หรือ ฝนอุกกาบาต ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดิมของทุกปี
ในช่วงนั้น เราเห็นฝนดาวตกคล้ายกับ พุ่งออกมาจากจุดศูนย์กลางจุดหนึ่งในท้องฟ้า เรียกว่า เรเดียนท์ (radiant) ถ้าจุดนี้อยู่ในกลุ่มดาวใด ก็เรียกชื่อ ฝนดาวตกตามชื่อของกลุ่มดาวนั้น ฝนดาวตกมีหลายชุดและมีให้เห็นเกือบจะทุกเดือน บางชุดมีจำนวนดาวตกมาก แต่บางชุดก็มีปริมาณน้อย และไม่น่าสนใจ
ในแต่ละปี เราเห็นฝนดาวตกชุดเดิมปริมาณมากน้อยต่างกัน แล้วแต่ปริมาณซากเศษฝุ่นธุลี ของดาวหางและสภาพแวดล้อมบนโลก ผู้สังเกตจึงต้องวางแผนและเตรียมตัว คือ ต้องหา สถานที่ที่ท้องฟ้ามืดสนิทและใสกระจ่าง พ้นจากแสงไฟรบกวนจากเขตเมือง ต้องปรับสายตา ให้คุ้นเคยกับความมืด ช่วงเวลาดีที่สุดในการสังเกตดาวตกคือประมาณ 24:00-03:00 น. เป็นช่วงเวลาที่โลกหันหน้าปะทะกับกระแสธารอุกกาบาตโดยตรง
แม้แต่ดวงจันทร์ก็มีผลกับการสังเกต เราจึงต้องรู้ตำแหน่งดวงจันทร์ในคืนนั้นด้วยว่า จะรบกวนการสังเกตดาวตกหรือไม่ ถ้าคืนใดดวงจันทร์ค้างฟ้าอยู่จนดึก แสงจันทร์สว่างกลบ แสงดาวตกซึ่งริบหรี่ ทำให้เราเห็นฝนดาวตกได้น้อยลง
| Shower | Radiant and direction | Dates | Morning of maximum | Hourly rate | Parent Comet |
|---|---|---|---|---|---|
| Quadrantid | Draco (NE) | Jan. 1-3 | Jan. 4 | 40 | 2003 EH1 |
| Lyrid | Lyra (E) | Apr. 21 -22 | Apr. 22 | 10 - 20 | Thatcher |
| Eta Aquarid | Aquarius (E) | Apr. 21 May 12 | May 6 | 20 | Halley |
| Delta Aquarid | Aquarius (S) | July 28 - 29 | July 28 | 20 | source is unknown |
| Perseid | Perseus (NE) | Aug. 11 - 12 | Aug. 12 | 60 | Swift-Tuttle |
| Orionid | Orion (SE) | Oct . 20 - 21 | Oct. 21 | 10 - 15 | Halley |
| Leonid | Leo (E) | Nov. 15 - 20 | Nov. 17 | 10 | Tempel-Tuttle |
| Geminid | Gemini (S) | Dec. 7 - 15 | Dec. 13 | 75 | 2003 Phaethon |
การเตรียมตัวดูฝนดาวตก
ควรเตรียมเก้าอี้ผ้าใบ เสื่อ ถุงนอน ผ้าห่ม หมวก กระติกน้ำร้อน นอนหันหน้าไปทางกลุ่มดาวที่มาของฝนดาวตกชุดนั้น เมื่อเวลาหลังเที่ยงคืนจะเห็นได้ชัดเจน ถ้ามีกล้องสองตา ก็อย่าลืมนำติดไปด้วย จะได้ส่องสังเกตเห็นหางดาวตกเป็นทางยาวสวยงาม ศึกษาสภาพทางอุตุนิยมวิทยาและวางแผนหาแหล่งสังเกตการณ์ที่เหมาะสม ฝนดาวตกทุกชุดเป็นปรากฏการณ์เห็นได้จากทั่วประเทศ เพียงแต่หาความรู้ประกอบและ หาแหล่งสังเกตที่เหมาะสมปลอดภัย ดูที่ใดก็ได้
************************************************************
หากใครสนใจก็ลองติดตามดูกันได้นะคะ ^_^V
แล้วพบกันใหม่ค่ะ ^O^
เซเรีย & โซเฟีย
ความคิดเห็น