คัดลอกลิงก์เเล้ว

Hikaru No Go [Yaoi Fan Fic] ฉบับ Rewrite

โดย Z.W.

เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเอง ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักแต่อย่างใด (มีผู้ติดตามชอบกันมาก เลยแต่งต่อมาเรื่อยๆ จนยาวมาก แทบจะไม่ใช่เรื่องสั้นไปแล้วล่ะค่ะ แต่ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่ชอบกัน ^ ^)

ยอดวิวรวม

3,914

ยอดวิวเดือนนี้

25

ยอดวิวรวม


3,914

ความคิดเห็น


24

คนติดตาม


111
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  15 พ.ย. 61 / 23:09 น.
นิยาย Hikaru No Go [Yaoi Fan Fic] Ѻ Rewrite Hikaru No Go [Yaoi Fan Fic] ฉบับ Rewrite | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 15 พ.ย. 61 / 23:09


Hikaru No Go [Yaoi Fan Fic]

 ฉบับ Rewrite 2561

ฉบับนี้เป็นฉบับที่กำลังค่อยๆทำการ Rewrite นะคะ

ถ้าทำการแก้ไขเสร็จเมื่อไหร่ จะนำตัวอักษรสีชมพูนี้ออกค่ะ

ขอบคุณมากที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอดนะคะ

 


     "ชินโด" เสียงทุ่มต่ำของชายหนุ่มหน้าสวยวัย 25 ปี เส้นผมที่ยาวดำขลับตัดกับเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาที่ใส่เข้าไปในกางเกงแสล็กสีดำเนื้อดี กับท่าทางสุขุมและกริยามารยาทที่ดูสุภาพผิดกับหนุ่มวัยเดียวกัน จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก โทยะ อากิระ ผู้ที่ตอนนี้ได้ครองตำแหน่งเมย์จินและเป็นอัจฉริยะแห่งวงการหมากล้อมระดับโลก

 

     "โทยะ?" อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงตกใจอย่างยิ่ง ชินโด ฮิคารุ ที่นั่งอยู่ตรงระเบียงบ้านญี่ปุ่นหลังเล็กๆลุกขึ้นยืนทันใดเมื่อเห็นร่างสูงมายืนอยู่ตรงหน้า

 

       คิดถึงจัง... อากิระคิด

 

     "หน้าร้อนยังจะแต่งตัวแบบนี้อีกเนี่ยนะ?" ฮิคารุยิ้มแหม่งๆก่อนจะชี้ไปที่เสื้อผ้าชั้นดีตามแบบฉบับของ โทยะ อากิระ ผู้ไม่เคยทิ้งความสุภาพและความเนี้ยบ ที่ดูเหมือนจะร้อนเกินไปสำหรับหน้าร้อนที่แสนจะอบอ้าวของญี่ปุ่น โทยะขำนิดๆก่อนจะมองไปที่เสื้อผ้าซึ่งฮิคารถสวมใส่อยู่ตอนนี้

 

     "นายเองก็ยังเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนไปเลย" อากิระจ้องมองอีกฝ่ายที่สวมเพียงเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงขาสามส่วนสีเขียวแก่ ดูยังไงก็ยังเป็น ชินโด ฮิคารุ คนเดิม ผู้เน้นความสบายและตามใจฉันเป็นหลัก

 

     "ช่างฉันเหอะน่า! ว่าแต่... นายหาฉันเจอได้ยังไง?" ถึงจะถามแบบนั้น แต่ก็พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายไปได้ข่าวมาจากใคร

 

       แม่นะแม่! ก็บอกแล้วว่าอย่าบอกใคร ปัดโธ่!!... ฮิคารุบ่นกับตัวเอง

 

     "ก็... ชั้นก็แค่บังเอิญเดินผ่านมาแถวนี้น่ะ" อากิระตอบ พลางยิ้มอย่างร่าเริง

 

       ใครเชื่อก็โง่แล้ว!... ฮิคารุคิด

 

     "เห่อะ" ฮิคารุพูดก่อนจะหันหลังไม่มองหน้าอากิระ "แล้วนายมาที่นี่ทำไม?" ฮิคารุยังคงถามต่อไป อากิระมองแผ่นหลังนั้นก่อนจะตอบด้วยสีหน้าที่จริงจังขึ้นมานิดนึง

 

     "ชั้นมาหานาย" อากิระพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นทุกครั้งที่เขากำลังจริงจัง ฮิคารุสะดุดในใจ ก่อนจะหยุดความจริงจังทุกอย่างด้วยการยิงมุขใส่

 

     "ไหนนายว่าแค่บังเอิญผ่านมาไง ห๊ะ?" ฮิคารุหันไปมองหน้าอากิระ ก่อนจะยิงมุขที่ทำลายความเงียบและความจริงจังทุกอย่าง แต่ด้วยนิสัยอย่างอากิระ เมื่อเขาจริงจังแล้ว ยากที่จะกลับมาทำเป็นเล่นด้วยได้

 

     "ไม่ ความจริงแล้ว ชั้นตั้งใจมาหานาย ชินโด ตั้งใจมากเลยล่ะ" อากิระมองอีกฝ่ายด้วยสายตาจริงจัง ฮิคารุที่ได้ยินดังนั้นก็เหมือนมีลมเบาๆผัดผ่านทั้งคู่ไป ราวกับความจริงจังที่แสนเข้มข้นนั้น ไม่เคยรู้สึกได้จากตัวอากิระขนาดนี้มาก่อนเลย

 

*** *** ***

 

       เมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว ที่หมอนี่ชนะเรา และได้ขึ้นเป็นเมย์จิน

แถมอีกปีต่อมายังได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ว่าเป็นหนึ่งในนักหมากล้อมอัจฉริยะที่น่าจับตามอง

แต่ว่า... การที่เราออกจากวงการโกะมา ไม่ใช่เพราะว่าเราแพ้โทยะหรอก

แต่เพราะเรารู้ว่า เรามาไกลสุดแล้ว มันคงจะเป็นจุดสูงสุดของโกะในชีวิตของเราแล้วต่างหาก

ต่อให้จะเจอคนอีกมากมายแค่ไหน จะเล่นอีกอีกร้อนพันกระดาน

ทุกๆอย่างก็คงไม่เปลี่ยนแปลง เราถึงตัดสินใจที่จะก้าวออกมา

และเฝ้าดูโทยะที่กำลังก้าวต่อไป เหมือนกับ...

 

...ตอนที่ซาอิเฝ้าดูเรา

*** *** ***

 

     "ยินดีด้วยกับความสำเร็จที่ผ่านมา หมากกระดานนั้นเยี่ยมสุดๆ ตั้งแต่เริ่มจนจบเลย นายฝ่าวงล้อมหมากดำของคิตาจิม่า และตลบหลังทำเอาหมากดีตรงนั้นของหมากขาวพังไม่เป็นท่า แต่ก็อย่างว่าอ่ะนะ ถ้านายดันแพ้หมอนั่นขึ้นมาล่ะก็ ฉันที่ถือว่านายเป็นคู่แข่งก็ได้อับอายชายขี้หน้ากันพอดี ฮ่าๆๆ" ฮิคารุหัวเราะดังลั่นอย่างสะใจเช่นทุกครั้ง การที่ยอมรับและได้รับการยอมรับว่าเขาคือคนที่ โทยะ อากิระ คนนี้ถือเป็นคู่แข่งตลอดกาล นับเป็นความภูมิใจที่สุดในชีวิตของเขา ฮิคารุยิ้มน้อยๆอย่างร่าเริงในขณะที่วางน้ำชาให้อีกฝ่าย ทั้งสองนั่งด้วยกันอยู่ตรงระเบียงหน้าบ้าน ลมเย็นๆพัดพาให้คลายร้อน มีเพียงถ้วยชาเท่านั้นที่ขั้นกลางทั้งสองคนไว้

 

     "นาย... นายดูชั้นแข่งด้วยงั้นหรอ?" อากิระถามด้วยความแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะติดตามการแข่งขันโกะ หลังจากที่แข่งขันการชิงตำแหน่งเมย์จินแล้วก็ลาออกจากวางการไปอย่างกระทันหัน

 

     "อืม ก็ตามดูตลอดแหละ" ฮิคารุพูดเบาๆ ทำเอาอากิระที่วางชาอยู่บนตักเงียบไปซักพัก "นายเงียบทา..." ฮิคารุที่สงสัยว่าทำไมบทสนทนาจึงขาดตอนไป ก็หันไปมองหน้าอีกฝ่าย ใบหน้าของอากิระที่ตอนนี้แดงซ่านไปด้วยความเขินอาย ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ใบหน้าของเขาก็แดงระเรื่อทีเดียว

 

     "ฮ่าๆๆ! นาย นายร้อนหรอโทยะ! หรือว่านายเขิน! ฮ่าๆๆ" ฮิคารุขำกลิ้ง กุมท้องเอนตัวไปข้างหลัง ฮิคารุที่ไม่เคยเห็นสีหน้าอื่นๆนอกจากรอยหยักระหว่างหัวคิ้วที่ผุดขึ้นมาตลอดเวลาที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน ก็เวลาอยู่ด้วยกันทีไรเป็นอันต้องกัดกันทุกที และเรื่องที่คุยกันทุกครั้งก็มีแต่หมากล้อมทั้งนั้น  อากิระได้แต่หันไปอีกทางเพื่อไม่ให้เห็นใบหน้าของตัวเองที่สุดแสนจะทั้งเขินและดีใจ พลางก้มหน้าลงนิดนึงก่อนจะแอบยิ้มอย่างมีความสุขลึกๆในหัวใจ

 

       ตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมา นายก็เฝ้ามองดูชั้ยอยู่ตลอดสินะ ดีใจจังเลย... อากิระคิด

 

     "ชั้นนึกว่านายเกลียดชั้นซะอีก" โทยะพูดก่อนจะวางชาลงอีกข้างของตนและหันมามองหน้าฮิคารุที่ตอนนี้หยุดขำแล้ว แต่ทำตาเบิกโตเป็นไข่ห่านแทน

 

     "ห๊า!!! นายเอาอะไรคิดว้ะโทยะ??? เจ้าบ้านี่!" ฮิคารุเอนตัวขึ้นมานั่งหลังตรงแหน่ว พลางชี้ไม้ชี้มือตำหนิอีกฝ่ายราวกับว่าเห็นตัวเองเป็นยักษ์ใจมารไปได้ ฮิคารุทำหน้าเหม็นเบื่อล้อเลียนอากิระ กะอีแค่แพ้หมากกระดานหนึ่งจะทำให้เกลียดเพื่อนตัวเองได้ลงคอ มันก็บ้าเกินไปแล้ว!!!

 

     "ฮ่าๆๆ ขอโทษแล้วกัน จะไม่คิดแบบนั้นอีกแล้ว" ฮากิระหัวเราะเสียงดังอย่างสะใจในแบบของตัวเอง ซึ่งฮิคารุไม่เคยได้เห็นมาก่อนตั้งแต่รู้จักกันมา ตั้งแต่ที่ทั้งสองไล่ตามกันมา ในหัวก็มีแต่เรื่องโกะทั้งนั้น ไม่ว่าจะการแข่งขัน การวิเคราะห์หมาก การพัฒนาตัวเองเพื่อไปสู่หัตถ์เทวะ ไม่เคยเลยสักครั้งที่ทั้งคู่จะได้คุยหรือหัวเราะกันด้วยเรื่องธรรมดาๆ ฮิคารุมองเห็นความเปลี่ยนไปของอากิระแล้วก็หลุบตาเศร้าลง ก่อนจะเงยหน้ามองฟ้าที่ตอนนี้กำลังฉายแสงเป็นสีส้ม พระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว


     ...ทุกๆอย่างย่อมเปลี่ยนไปอย่างนั้นสินะ

 

       รู้แบบนี้ ชั้นจะมาหานายให้เร็วขึ้น ชั้นน่ะ...

 

     "ที่ออกจากวงการน่ะ ไม่ใช่เพราะแพ้การชิงตำแหน่งอะไรนั่นหรอก..." ฮิคารุเปิดประเด็นขึ้นมาก่อน ทำเอาอากิระสะดุดใจต้องหันมามองทันที ลึกเข้าไปในดวงตาของฮิคารุนั้นฉายแววเศร้า แต่ก็ยังคงพูดต่อไป

 

     "นายจำได้ใช่ไหม หลังจากที่แข่งขันเสร็จแล้ว พวกเราก็มานั่งตรวจหมากกัน หลังจากที่นายชี้จุดที่ผลิกกระดานกลับมาชนะฉันได้นั่นแหละ ฉันถึงได้รู้..." อากิระไม่พูด ยังคงมองหน้าฮิคารุอย่างไม่วางตา ปล่อยให้ฮิคารุพูดต่อไปเรื่อยๆ โดยที่ตนตั้งใจฟังอยู่ไม่วอกแว่ก

 

     "...ว่านายคงจะเป็นเหตุผล..." ฮิคารุว่าก่อนจะเงยหน้ามองอากิระ

 

     "เหตุผล?" อากิระยังไม่เข้าใจคำพูดของฮิคารุ ในใจแอบหวั่นไหวเล็กน้อย เมื่อไหร่กันที่ความยึดติดและผูกพันได้แปรเปลี่ยนมาเป็นความรัก และเป็นความรักที่ยึดติดชนิดไม่สามารถขาดจากกันได้ แม้เขาจะรู้ดีว่าส่วนลึกในใจของคนที่ตนแอบหลงรักนั้นมีเพียงดวงวิญญาณที่ชื่อซาอิเท่านั้นที่ถูกเติมเต็มอยู่มานานแสนนาน

 

     "ช่างมันเหอะ คิดมากแล้วปวดหัวเปล่าๆแปล๊ๆ! ฉันหิวแล้ว! ไปทำอะไรให้ทานหน่อยเซ่ะ!" จู่ๆฮิคารุก็ตัดบทกลางคัน ทำเอาอากิระค้างไปชั่วขณะ ปรับอารมณ์ตามฮิคารุแทบจะไม่ทัน

 

     "เจอกันทีไร ก็ใช้ชั้นทำกับข้าวให้กินทุกทีเลย" อากิระแอบบ่น แต่ในใจนั้นมีแต่ความสุขอย่างยิ่ง

 

     "ก็ตอนนั้นใครใช้ให้นายทำกับข้าวให้พวกชั้นกินตอนไปค้างล่ะ! ช่วยไม่ด้าย! คนที่ผิดก็คือนายล่ะนะ ฮ่าๆ" ฮิคารุหัวเราะชอบใจเพราะกำลังจะได้กินของอร่อย สมัยก่อนช่วงที่ไปค้างคืนกันเป็นกลุ่มใหญ่เพื่อช่วยกันเดินหมากชี้แนะและวิเคราะห์หมาก แม่ของเจ้านั่นดันไม่อยู่บ้านเพราะไปพักผ่อนกับพ่อของโทยะ หน้าที่ทำกับข้าวที่จะไม่ทำให้บ้านไหม้เลยต้องตกเป็นของโทยะแต่เพียงผู้เดียว นั่นทำให้ฮิคารุถึงกับประทับใจในรสมือของอากิระ ถึงขึ้นหาเรื่องให้อีกฝ่ายต้องทำของให้กินบ่อยๆให้ได้ ว่าแล้วเขาก็เดินเข้าไปในครัวเพื่อดูว่ามีอะไรที่อากิระจะใช้ทำข้าวเย็นได้บ้าง อากิระมองแผ่นหลังของฮิคารุที่กำลังเลือกของที่ตัวเองอยากกินอย่างพิถีพิถันและมีความสุข ทำเอาอากิระหลุดขำออกมาเพราะเห็นว่าน่ารัก

 

       ...ถ้าเพื่อฮิคารุละก็ จะอะไรก็ได้ทั้งนั้นครับ...

 

*** *** ***

 

     "น้ำเย็นไปรึเปล่า?" ฮิคารุถาม ตอนนี้เจ้าตัวอยู่ในชุดเสื้อแขนสั้นบางๆสีฟ้าอ่อนกับกางเกงบ็อกเซอร์ตัวโปรดสีเข้ม

 

     "อ๊ะ! คือ...!" อากิระที่บังเอิญไปเห็นขาอ่อนของฮิคารุเข้าก็ถึงกับอาย เพราะกางเกงเจ้ากรรมดันสั้นเสียจนเกินงาม แถมยังเห็นที่นอนเพียงฟูกเดียวด้วย นี่มันเหมือนกับคนที่แต่งงานกันแล้วเลยไม่ใช่หรอ!!!? อากิระคิดไปไกล อย่างกับภรรยาที่เตรียมอ่างน้ำอุ่นกับที่ปูผูกที่นอนรอรับสามีกลับมาจากทำงานเลยนี่หว่า ด้วยความคิดที่ว่าจึงทำให้เจ้าตัวหน้าแดงไปถึงหู ต้องหันหน้าเพื่อสงบสติอารมณ์หลบไปทางอื่น

 

     "น... น้ำอุ่นกำลังดีครับ ขอบคุณ...นะ" อยู่ๆก็สุภาพขึ้นมาซะอย่างงั้น

 

     "ฮ่าๆๆ ก็ใครใช้ให้นายมาโดยไม่บอกล่ะ เจ้าบ้า ส่วนฝูก ก็ทนนอนแบบนี้ไปก่อนก็แล้วกัน ไว้พรุ่งนี้จะไปซื้อผูกใหม่มาให้" ถูกเรียกว่าเจ้าบ้าแบบนี้ สงสัยตัวเองจะบ้าจริงๆ แต่เขาก็ยอมโดยเรียกว่าเจ้าบ้าเป็นร้อยรอบก็ได้ ถ้าจะได้อยู่กับฮิคารุแบบนี้ตลอดไป ต่อให้ต้องนอนกับพื้นกับหญ้าเขาก็ไม่เกี่ยงหรอก อากิระเอาผ้าเช็ดตัวไปผึ่ง หันไปอีกทีฮิคารุก็เอากระดานโกะมาตั้งไว้กลางห้องเสียแล้ว

 

     "มาเล่นกันสักกระดานไหม?"

 


 

*** *** ***

 

     "ไม่มีทางแล้วครับ"

 

     "ขอบคุณมากครับ"

 

     อากิระชนะฮิคารุอยู่ 2 แต้มครึ่ง ฮิคารุเก็บหมากด้วยรอยยิ้มเศร้าๆ ที่เศร้าไม่ใช่เพราะแพ้ แต่ฝีมือระดับสูงขนาดนี้ทำให้เขาคิดถึงซาอิ ความเศร้านั้นถูกสลัดออกไปจากหัวเมื่อฮิคารุก็พยายามที่จะคุมสติไม่ให้ตัวเองต้องคิดย้อนที่จะกลับไปหาช่วงเวลาอันเลือนลางที่ไม่สามารถกลับไปหาได้อีกตลอดกาล อากิระยังลอบมองฮิคารุอยู่เป็นระยะๆด้วยความหวาดกลัวว่าตัวเองอาจจะถูกเคือง แม้รู้ว่าฮิคารุจะไม่ได้คิดแบบนั้นก็ตาม

 

     "หมากขาวเดินได้ดีมาก ยิ่งช่วงจบกระดาน นายบุกมาจนชั้นยังแอบหวั่นใจเลย" อากิระยื่นมือออกไปวน ก่อนจะชื่นชมอีกฝ่ายอย่างจริงใจ เมื่อได้เล่นหมากล้อมแล้ว จะคนรัก คนที่แอบรัก เพื่อน หรือศัตรู สถานะทุกอย่างล้วนแล้วแต่อยู่เบื้องหลัง มีเพียงต้องแย่งชิงพื้นที่ ชนะกันด้วยสติปัญญาของแต่ละคนเท่านั้น ทั้งคู่ช่วยกันเก็บเม็กหมากใส่โถ

     

     เสียดายจริงๆที่ตอนนั้นนายลาออกไป นายลาออกทำไมกันนะชินโด...

 

     "แต่นายน่ะเดินดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมากนะ โทยะ ยิ่งตอนกลางกระดาน ปีกซ้ายของชั้นแทบจะเป็นอัมพาต ทำอะไรต่อไม่ได้เลย" ฮิคารุชี้ไปที่ทางซ้ายของกระดาน ซึ่งก็คือทางขวาของโทยะนั่นเอง ราวกับกลับไปเมื่อวันวาน สมัยก่อนที่นั่งวิเคราะห์หมากกันตั้งแต่เช้าจรดเย็น หลังจากนั้นฮิคารุก็ยกกระดาน ซึ่งเป็นกระดานตัวเดียวที่ปู่ซื้อให้ และเป็นกระดานที่เคยเดินกับซาอิบ่อยๆ ไปเก็บไว้ข้างบนตู้ดังเดิม


     "ก็ชั้นน่ะ ตั้งใจจะไปให้ถึงหัตถ์เทวะ" อากิระพูด พลางมองไปที่ปลายนิ้วมือของตนซึ่งกระด้างจากการซ้อมอย่างหนักมาตลอด 20 กว่าปี


     "นั่นสิน่ะ..." ฮิคารุยิ้ม ใช่ ทุกคนมุ่งหน้าจะไปสู่หัตถ์เทวะ และคนแรกที่ทำให้เรารู้จักความรู้สึกนั้นก็คือ โทยะ นั่นแหละ

 

     "อ๊ะชินโด! คือชั้นไม่ได้ตั้งใจจะ!!!" อากิระสะดุดใจและรีบลุกขึ้นยืนทันทีด้วยความตกใจ เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกฮิคารุเลย เพียงแต่พูดไปตามความคิดก็เท่านั้น อากิระจิ๊ปากแต่ไม่มีเสียง กัดฟันและมองลงต่ำราวกับว่าเขาได้ทำพลาดไปแล้ว ไม่น่าปากพล่อยเลยจริงๆ

 

     "ฉันรู้น่า คิดมากไปได้ ไม่สมกับเป็นนายเลย" ฮิคารุบุ้ยปาก ราวกับจะบอกว่า คิดมากเกินไปแล้วนะ ปกติเขากับอากิระน่ะ เดิมทีไม่มีใครมานั่งถ่อมตัวกันหรอก เพราะแต่ละคนก็ตั้งใจจะไปถึงขั้นหัตถ์เทวะให้ได้ สมัยนั้นเลยกัดกันแง่งๆอยู่ตลอด พูดอะไรไม่เคยรักษาน้ำใจกันเลยสักครัง อากิระพยายามทำให้ตัวเองสงบจิตสงบใจลง และก้มหน้าลงเล็กน้อยพลางกล่าวขอโทษเบาๆ

 

     "ขอโทษ..."

 

     "หมากกระดานนี้สนุกมากจริงๆ ขอบใจมากนะ โทยะ" ฮิคารุยิ้มบางๆให้กับโทยะ ฟันสีขาวสะอาดเรียงตัวสวยอย่างเคย


     "สำหรับนาย จะให้ชั้นเดินสักกี่หมื่นพันกระดาน ชั้นก็จะเดินด้วยตลอดชีวิต" อากิระยิ้มเบาๆ แววตาคมที่มีประกายอยู่เสมอ ที่สำคัญเนื้อหายังแอบแฝงไปถึงความรักที่มีต่อฮิคารุอยู่เป็นนัยๆด้วย

 

     "นี่ถ้าฉันเป็นผู้หญิง ฉันต้องคิดว่านายกำลังจีบฉันแน่ๆ ฮ่าๆๆ" ว่าแล้วฮิคารุก็เดินผ่านอากิระไปเปิดประตูระเบียง หิ่งห้อยกำลังส่องแสงระยิบระยับ ดวงจันทร์กลมโตดวงใหญ่ อีกทั้งดวงดาวที่ปรากฏให้เห็นอยู่เต็มฟ้า

 

     "นายกำลังเล่นโกะอยู่บนนั้นรึเปล่านะ... ซาอิ" ฮิคารุพูดเบาๆกับตัวเอง แผ่นหลังของฮิคารุดูโดดเดี่ยวมากเหลือเกิน มากเสียจนในใจตอนนี้ของโทยะอยากจะวิ่งเข้าไปกอดแทบขาดใจ ยิ่งคิดว่าเจ้าของแผ่นหลังที่ดูเหงาและเดียวดายต้องอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด 2 ปี ก็ยิ่งเพิ่มความรุนแรงในใจของโทยะให้เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

 

       ...คนที่ทำให่ชั้นเป็นแบบนี้ได้ คงมีแต่นายคนเดียวเท่านั้น...

 

     "ฉันรักนาย..." อากิระกระซิบกับตัวเองเบาๆ ไม่ได้มองหิ่งห้อยแม้แต่น้อย เพราะถึงมันจะสวยเพียงไร ก็ไม่อาจงดงามเท่ากับผู้ชายที่เขารักมากที่สุดตรงหน้าคนนี้ได้เลย แต่ว่า...

 

     "ดาวนั่นทำให้ฉันคิดถึงเม็ดหมากบนกระดาน แล้วก็ทำให้คิดถึงซาอิ"

 

     "..." อากิระได้ยินชื่อนั้นก็ถึงกับเจ็บปวดในหัวใจ หัวใจบีบคั้น แม้รู้ว่านั่นคือความผูกพันฉันมิตรภาพแต่เขาก็ยังคงมีความอิจฉาซาอิที่ได้ครอบครองหัวใจของฮิคารุทั้งหมด ไม่ว่าจะเดินหมากอีกกี่ครั้ง ซาอิก็ยังมีชีวิตอยู่ในหมากของฮิคารุ ความอิจฉานั้นล้นทะลักจนทำให้ไม่สามารถอดกลั้นได้อีกต่อไป!

 

"ฮิคารุหลงรักซาอิ... แบบนั้น?" อากิระพูด ไม่คิดว่าตัวเองจะถามคำถามที่ค้างคาใจมานานด้วยความรู้สึกอิจฉา อากิระรู้สึกอับอาย ผมยาวดำขลับที่ปิดอยู่ทำให้ฮิคารุที่หันมามองเจ้าของคำถามเห็นหน้าอีกฝ่ายไม่ชัดนัก

 

"ฮ่ะๆ ไม่ใช่รักหรอก ฉันแค่รู้สึกเหมือนเสียเพื่อนไปน่ะ เพื่อนคนสำคัญที่เสียไปอย่างไม่มีวันกลับ..." ในใจของโทยะเบาสบายมากขึ้น เมื่อได้รู้ถึงคำตอบที่แท้จริงว่าฮิคารุคิดกับซาอิฉันมิตรมากกว่าในแง่ของความรัก

 

"และฉันก็เข้าใจซาอิด้วย เข้าใจอย่างมากเชียวล่ะ"

 

"เอ๋?"

 

"ที่ฉันออกมาจากวงการน่ะ มันเป็นเพราะว่าฉันมาได้แค่นั้น แม้จะเจ็บใจที่ไม่สามารถไปสู่หัตเทวะได้เพื่อสานต่อเจตนาของซาอิ แต่เพราะฉันเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง ถึงทำให้ฉันรู้ว่าตัวเองมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร"

 

"เข้าใจ... อะไรบางอย่าง?"

 

"ชูซาคุอยู่เพื่อซาอิ ซาอิอยู่เพื่อฉัน และนั่นก็คือเหตุผล..."

 

"..."

 

"เหตุผลที่ฉันก็อยู่เพื่อนายเช่นกัน"

 

"...ฮิคารุ..."

 
 


"นั่นน่ะ ผมขอถือความเอาแต่ใจของตัวเอง คิดว่านั่นเป็นคำสารภาพรักของฮิคารุแล้วกันนะครับ

 

*** *** ***

 

ฮิคารุ... ด้วยความร้อนแรงที่ผมมีต่อฮิคารุมายาวนาน จนสุดท้ายความรักนั้นก็ปะทุออก ฮิคารุที่อยู่ในอ้อมกอดของผมตัวสั่นเทา หลายครั้งที่ผมพรมจูบแก้มของเขา ซับน้ำตาของเขา ไออุ่นจากร่างกายของเราทั้งสองสัมผัสกัน เกิดเป็นหน้าร้อนที่ร้อนยิ่งกว่าครั้งไหนๆในชีวิตของเราทั้งสองคน ผมพร่ำแต่บอก ว่ารักฮิคารุ รักมากแค่ไหน เขาหายไปแล้วผมเป็นยังไง ผมได้แต่บอกคำว่ารักอย่างไม่สิ้นสุด ราวกับว่าวันนี้คือวันสุดท้ายของชีวิต ร่างกายของเราเชื่อมโยงกันจนพาไปถึงจุดสุดยอดหลายต่อหลายครั้ง ฮิคารุที่เอามือลูบเส้นผมของผม ผมยังจำมันได้ดี ฮิคารุในอ้อมกอดของผม ลมหายใจ ผิวกาย ทุกๆอย่าง รักของผมไม่ว่านานเท่าไร ก็ยังเป็นของฮิคารุเสมอ

 


 

โทยะ... ในหัวของฉัน ในความคิดของฉัน มีแต่ภาพนายและคำบอกรักของนายวนเวียนอยู่ไม่จบสิ้น นายกอดฉันด้วยแรงกำลังทั้งหมดที่มีราวกับว่าฉันจะหายไป เสียงหอบหายใจที่หนักหน่วงของนาย มือของนายที่ประสานกับฉัน ริมฝีปากที่กดลงทาบริมฝีปากหลายต่อหลายครั้ง นายทรมานกับการหายไปของฉันขนาดนั้นเลยหรือ อึก... เมื่อรู้ว่านายรักฉันมากขนาดนี้ มันทำให้หัวใจเจ็บแปลกๆนายรู้บ้างไหม มันเหมือนกับว่าถ้าขาดนายไป ฉันจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกแล้ว...

 

*** *** ***

 

"โชคดี อากิระ"

 

"ครับ..."

 

"..."

 

"เฝ้าดูผมนะฮิคารุ"

 

"อืม"

 

"ผมเองก็อยู่เพื่อฮิคารุเหมือนกัน"

 

"ฮ่ะๆ เจ้าบ้า รถไฟมาแล้ว รีบๆขึ้นซะ"

 

"ผมรักคุณ"

 

"รู้แล้วน่า"

 

*** *** ***

 

---[ข้อความเข้า]---

หัวข้อ -

   ฉันก็รักนาย

           จาก ฮิคารุ
 

 


รถไฟด่วนขบวนหนึ่งปรากฏภาพชายคนนึงกำลังมองออกไปนอกหน้าต่าง ทิวทัศน์ชนบทที่ไม่คุ้นเคย ไม่เหมือนกันตึกใหญ่ระฟ้าในโตเกียว ชายหนุ่มรูปงามวัย 26 ปี กับผมสีดำขลับยาวถึงกลางหลัง สวมเสื้อสเวตเตอร์คอกลมสีฟ้าเข้ม กางเกงขายาวเข้ารูปสีดำ รองเท้าหนังดูสุภาพตามแบบฉบับสุภาพบุรุษของผู้ชายที่ชื่อ โทยะอากิระ ที่นั่งด้านข้างว่างเปล่ามีเพียงกระเป๋าสีน้ำตาลเรียบๆใบนึงวางอยู่ สภาพกระเป๋าตุงๆบ่งบอกว่าเจ้าของยัดของทั้งหมดลงใส่มันอย่างรีบร้อนทีเดียว

 

ทิวทัศน์ของชนบทอันแสนสวยงามกับรถไฟที่แล่นไปด้วยความเร็วคงที่ แต่ก็ไม่อาจทำให้จิตใจชายหนุ่มที่แสนร้อนรุ่มสงบลงได้... อากิระถอนหายใจให้กับตัวเองที่ไม่อาจเยือกเย็นลงได้ เขายกมือถือขึ้นมาเปิดดูรูปภาพชายหนุ่มอายุไล่เรี่ยกัน ไฮไลท์ผมข้างหน้าสีเหลืองข้างหลังเป็นผมดำตามธรรมชาติ ใบหน้ายิ้มแย้ม แววตาดูสดใส หน้ามนไร้ที่ติ ถึงกระนั้นความกังวลในจิตใจของอากิระก็ยังไม่หมดไป

 

ถ้าเราเจอฮิคารุแล้ว เรายังไม่แน่ใจเลยว่า ความร้อนรุ่มและความกังวลในใจเรา จะหายไปได้รึเปล่า

 

อากิระคิด แม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังไม่แน่ใจว่า หากได้เห็นใบหน้าของคนรักจะสามารถทำให้ความกังวลระดับนี้หายไปได้หรือไม่ ผิดกับอีกฝ่ายที่นอนหลับตาพริ้มอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย

 

“...” หน้าบ้านญี่ปุ่นหลังเล็กๆของฮิคารุ อากิระหิ้วกระเป๋าสีน้ำตาลใบเดียวกำลังเดินเข้ามาอย่างเงียบๆ ที่นี่สงบอย่างประหลาด กลิ่นหอมอ่อนๆของต้นไม้ทำให้อากิระสบายใจขึ้น เสียงนกที่ส่งเสียงราวกับกำลังหยอกล้อกัน สายลมเอื่อยๆพัดผ่าน และแดดที่กำลังดี สมกับที่เป็นฤดูใบไม้ผลิ ไม่นานนัก ข้างหน้าอากิระก็ปรากฏภาพชายหนุ่มนอนก้างแขนกางขาอยู่ตรงระเบียงชานบ้านญี่ปุ่นหลังเล็กๆน่ารัก มีเพียงเสียงพัดลมตัวเล็กที่เปิดทิ้งไว้ส่ายไปซ้ายทีขวาที

 

ชายหนุ่มเจ้าของบ้าน ชินโด ฮิคารุ อายุ 26 ปี ผมหน้าสีเหลืองข้างหลังเป็นผมดำธรรมชาติ นอนแผ่หลาอยู่ตรงชานบ้านญี่ปุ่นหลังน้อยอย่างสบายใจ กางเกงขาสามส่วนตามสไตล์สีเข้ม กับเสื้อยืดธรรมดาสีเหลืองเข้ากับผมข้างหน้าของเขาได้เป็นอย่างดี ใบหน้ายามนอนราวกับเด็กอายุ 16 ที่พึ่งกลับมาบ้านหลังจากโรงเรียนเลิก แล้วเปลี่ยนชุดนอนทันทีแทนที่จะทำการบ้าน อากิระขำนิดๆก่อนจะวางกระเป๋าของตนลงเบาๆที่ระเบียงชานบ้านด้านนึง ก่อนจะนั่งลงตรงชานบ้านใกล้ๆทที่ฮิคารุนอนกางแขนอ้าซ่าอยู่

 

“ฮึฮึ” อากิระขำเล็กน้อย ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ชินโดก็ยังคงเป็นชินโดวันยันค่ำ

 

อากิระวาดปลายนิ้วลงบนที่แก้มของฮิคารุเบาๆ ไล้จากสันจมูก ลากลงมาที่แก้ม แล้วตามลงมาที่ริมฝีปาก

 

อยากจูบจัง อากิระคิด

 

อากิระถอนมือออกก่อนจะวางไว้ที่พื้นไม้ ก่อนจะยันตัวเองไว้และค่อยๆก้มลงเอาริมฝีปากของจนแตะกับริมฝีปากของฮิคารุเบาๆ แต่ไม่ทันจะจูบให้หน่ำใจ

 

“อืมม.. งืมม” อีกฝ่ายก็ดันส่งเสียงประหลาดออกมาเสียก่อน ก่อนจะผลิกตัวเอาแขนรองแทนหมอนไปนอนอีกด้านนึง ทำให้ชายเสื้อสีเหลือเลิกขึ้นเห็นผิวขาวเนียน

 

…” ถึงอย่างงั้น อากิระก็ไม่ลดละ เปลี่ยนตำแหน่งนั่ง ก่อนจะค่อยๆเอามือขวาสอดเข้าไปในสาบเสื้อ แขนซ้ายยันตัวไม่ให้ล้มก่อนจะก้มตัวลงมาเอาจมูกไซร้ซอกคอขาวของฮิคารุ

 

“งื้มมมมม” ฮิคารุส่งเสียงในลำคอดังกว่าเมื่อครู่ อากิระค่อยๆกางมือออก ลูบวนแผงอกขาวของฮิคารุอย่างหยอกล้อ ใบหน้ายังคงซุกไซร้ซอกคอขาว กลิ่นอ่อนๆของสบู่ที่ฮิคารุใช้ทำเอาอากิระเคลิ้มไปครู่นึงก่อนที่เสียงครางของฮิคารุโดนแทนที่ด้วยเสียงดังลั่น

 

“เฮ้ย!!!” ฮิคารุร้องเสียงหลง ก่อนจะรีบยันตัวขึ้นแล้วรีบดึงเสื้อตัวเองลงทันที หน้าฮิคารุแดงจัด ก่อนจะชี้หน้าอากิระที่เปลี่ยนจากสีหน้าตกใจเล็กๆเป็นยิ้มอย่างเด็กน้อยแสนน่ารัก

 

“ทะลึ่ง!!!!” ฮิคารุชี้หน้า อากิระยังคงยิ้ม

 

“ก็ฮิคารุนอนหลับเอง ช่วยไม่ได้” อากิระตอบ ถ้าในภาษาของฮิคารุ นั่นเป็นคำตอบที่กวนตีนเขาสุดๆ เป็นคำตอบที่ยากจะได้ยินจากอากิระผู้แสนสุภาพทำให้ฮิคารุทั้งอาย ทั้งเขิน จนหน้าแดงทำอะไรไม่ถูก

 

“ทำไมนายลามกแบบนี้ห๊ะ!อากิระ!” ฮิคารุเลิกเอานิ้วชี้หน้าอากิระแล้ว ก่อนจะเหลือบไปเห็นกระเป๋าสีน้ำตาลที่วางอยู่ตรงชานบ้านอีกด้านนึง

 

“นายจะมาค้างหรอ ทำไมไม่โทรบอกฉันก่อน?” ฮิคารุดูไม่ตกใจเท่าไร เพียงแต่ทุกครั้งอากิระจะโทรมาบอกก่อนเสมอ แต่ครั้งนี้อยู่ๆก็โผล่มากระทันหันไม่ต่างจากครั้งแรกที่มาที่นี่

 

“อื้ม ผมมาค้างได้ไหม?” อากิระพูด แต่รอยยิ้มร่าเริงนั้นแอบซ่อนบางอย่างไว้

 

“มาถึงนี่แล้วพึ่งมาถามเนี่ยนะ?” ฮิคารุแซวใส่ ก่อนจะลุกขึ้นหยิบกระเป๋าอากิระแล้วเดินเข้าไปข้างใน

 

“ฮ่าๆ” อากิระขำเล็กๆ ก่อนจะเดินตามฮิคารุเข้าไป

 

 

ฮิคารุวางกระเป๋าอากิระลงในห้องนอน แต่ไม่ทันจะได้หันกลับไป อากิระก็เข้ามาสวมกอดทันใด!

 

“อา! อากิระ!” ฮิคารุตกใจเล็กน้อยเมื่ออากิระจากที่กอดเฉยๆ อยู่ๆก็สอดมือเข้ามาในสาบเสื้อไล่จากหน้าท้องแบนราบขึ้นมาถึงหน้าอก

 

“อ๊ะ!” ฮิคารุส่งเสียงดังออกไปจนต้องเอามือปิดปาก อากิระฝังใบหน้าตนกับซอกคอขาวของฮิคารุ ก่อนจะดันให้ฮิคารุล้มตัวลงนอนบนพื้นห้องอย่างอ่อนโยน

 

“ผมยาวขึ้นนะ” ฮิคารุพูด ก่อนจะจูบที่ศีษะของอากิระ อากิระที่นอนทับฮิคารุอยู่ไม่ยอมพูดอะไร ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองฮิคารุ เขาสวมกอดฮิคารุแน่นกว่าที่เคย ราวกับว่าไม่อยากให้ฮิคารุไปไหนและไม่อยากจากไป ฮิคารุไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่นอนกอดอากิระไว้แบบนั้น แล้วก็เผลอหลับไป...

 

ฟุดฟิดๆ

 

ฮิคารุตื่นขึ้น ทำเสียงจมูกฟุดฟิดเมื่อได้กลิ่นหอมโชยออกมาจากห้องครัว เขานอนอยู่บนฟูกแสนนุ่มสบาย ผ้าห่มไว้อย่างเรียบร้อย เมื่อตั้งใจจะลุกสำรวจร่างกายตัวเองที่สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็ต้องสะดุ้งกับอาการเจ็บที่หลังแปล๊บๆจนต้องงอตัวลงไปอีก

 

อึก เจ็บจัง... นั่นสินะ ก็เล่นทำกันบนพื้นนี่หน่า... ว่าแต่นี่อากิระเช็ดตัวให้เราด้วยสินะเนี่ย ฮิคารุคิด...

 

“ตื่นแล้วหรอครับ” อากิระผู้อ่อนโยนและสุภาพเดินออกจากห้องครัวพร้อมกับถาดที่มีอาหารเต็มไปหมด อากิระวางถาดลงบนพื้นก่อนจะนั่งคุกเข่าสุภาพตามนิสัย

 

“ขอโทษนะครับ” กลับมาเป็นอากิระคนเก่าผู้สุภาพและจริงจัง

 

“ช่างมันเถอะ ก็อยากทำกันทั้งคู่นั่นแหละ” ฮิคารุพูด อากิระหน้าแดงไปครู่นึง

 

“น่ากินจัง” ฮิคารุพูดเบาๆเมื่อมองไปที่อาหารซึ่งอากิระยกมา อากิระยิ้มอย่างอ่อนโยนบางๆก่อนจะเข้าไปช่วยพยุงฮิคารุให้ลุกขึ้น

 

ทั้งคู่นั่งกินข้าวในห้องนอนอย่างสนุกสนาน เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความอบอุ่นและความรัก อากิระคีบกับข้าวป้อนฮิคารุอย่างมีความสุข ราวกับสามีดีใจที่ได้ดูแลภรรยาของเขา ฮิคารุเองก็ทำหน้าพออกพอใจเมื่อมีคนมาเอาใจ

 

ทั้งๆที่ได้อยู่กับฮิคารุคงจะรู้สึกแบบนี้แล้วแท้ๆ คงจะรู้สึกดีไม่น้อย ถ้าเอาความกังวลนี้ออกไปจากใจได้ อากิระคิด

 

“อากิระ?” อากิระที่มัวแต่ครุ่นคิดอยู่ถูกฮิคารุจับได้ จนต้องเอ่ยปากเรียกชื่ออีกฝ่ายที่ชอบทำนิสัยคิดแล้วแสดงออกมาทางหน้าตาแบบคนที่ซื่อสัตย์เกินกว่าจะโกหกได้

 

            “หลังน่ะ ไม่เป็นไรใช่ไหม?” อากิระถาม ฮิคารุยักไหล่

 

            “ก็เจ็บนั่นล่ะ แต่ช่างมันเหอะ ครั้งแรกเจ็บกว่านี้อีก ฮ่าๆ” ฮิคารุยิ้มเห็นฟันก่อนจะตั้งหน้าตั้งตากินข้าวรสมืออากิระต่ออย่างสบายใจเมื่อเห็นว่าอากิระกังวลแค่เรื่องหลังของเขาเท่านั้น

 

            ที่แท้ก็กังวลเรื่องหลังหรอกหรอ ฮิคารุคิด

 

 

            ตอนกลางคืนอากาศเย็นกว่าตอนกลางวัน หลังจากเอนหลังนอนได้ไม่นาน ฮิคารุหันมาหาอากิระ ทั้งสอนนอนอยู่บนฝูกเดียวกันราวกับคู่สามีภรรยาที่แต่งงานกันมาเนิ่นนาน

 

            “นายหนาวไหม?” ฮิคารุถาม

 

            “ไม่หนาวเท่าไร” อากิระส่ายยหน้า ก่อนจะยิ้มให้บางๆ แต่ในความมืดเช่นนี้ สิคงมองไม่เห็นเท่าไหร่

 

            “ชิ ปกติเวลาแบบนี้เขาต้องบอกว่าหนาวกันสิ ปัดโธ่” ฮิคารุว่า ก่อนจีเสียงผ้าขยุกขยิก อากิระงงซักพัก กว่าจจะรู้ตัวอีกทีก็ถูกฮิคารุนอนหันหลังให้เสียแล้ว

 

            “...” อากิระขมวดคิ้ว ไม่รู้ตัวว่าทำอะไรผิด

 

            เอ... ก็ไม่หนาวเท่าไรนี่หน่า หรือว่าฮิคารุจะหนาว? ........................... อ้อล

 

            “ฮิคารุ?” อากิระพูดเสียงเบาๆ แม้ฮิคารุจะไม่ตอบ แต่อากิระรู้ว่าเขายังไม่หลับ

 

            “...”

 

            “ผมหนาวจัง”

 

            “...”

 

ฟุ่บ!

 

            อากิระสวมกอดฮิคารุจากทางด้านหลังทันที แผงอกของอากิระติดกับแผ่นหลังของฮิคารุอย่างแนบแน่น อากิระวางจมูกโด่งลงบนไหล่ของฮิคารุ ได้กลิ่นสบู่อ่อนๆที่ทำให้รู้สึกดี ฮิคารุขยับตัวทำให้การสวมกอดลงล็อคยิ่งขึ้น ฮิคารุวางมือลงบนแขนแกร่งของอากิระที่โอบกอดฮิคารุจากทางด้านหลังก่อนจะเลื่อนลงไปที่มือและกุมมันไว้อย่างอบอุ่น

 

            “ยังหนาวอยู่ไหม” ฮิคารุถาม

 

            “ไม่หนาวแล้ว” อากิระตอบ

 

 

            บ่ายวันต่อมา ทั้งสองออกมาเดินเล่นชมดอกไม้ที่ผลิบานสมชื่อฤดูของมัน ต้นไม้ทั้งหลายต่างพร้อมใจแข่งกันผลิดอกบานสวยสะพรั่งราวกับกำลังเชิญชวนให้ผู้คนได้ชื่นชมกับความสวยงามนี้ แม้อากิระกับฮิคารุจะไม่ได้เดินจับมือกัน แต่ทั้งคู่ก็เดินใกล้กันมากจนไหล่นั้นชิดกันไม่ห่าง มีบ้างบางครั้งที่อากิระแอบจับมือฮิคารุ

 

            “ไม่มีให้เห็นที่โตเกียวนะจะบอกให้” ฮิคารุบอก ก่อนจะเงยหน้าชื่นชมกับความงามของต้นซากุระที่ทำให้ทั้งเส้นทางของชนบทแห่งนี้ราวกับสวรรค์

 

            “นั่นสิ งั้นผมจะขอฮิคารุแต่งงานตรงนี้เลยดีไหมนะ?” อากิระพูด ก่อนจะก้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อมองหน้าฮิคารุที่ตาเบิกกว้างพร้อมกับพูดว่า “อย่าคุกเข่าตรงนี้เชียวนะ”

 

            “ฮ่าๆๆ”

 

“คุณอากิระปีนี้ลูกก็อายุ 26 แล้วนะค่ะ คุณแม่กับคุณพ่อคิดว่าลูกน่าจะมีครอบครัวได้แล้วนะค่ะ”

“แต่ผมไม่...”

“ใช่ อากิระ ปีนี้ลูกก็ 26 แล้ว ดูอย่างคุณโองาตะสิ มีลูกตั้ง 2 คนแล้ว”

“แต่คุณพ่อคุณแม่ครับ ผมไม่สนใจที่จะมีครอบครัว...”

“แม่ทราบนะค่ะว่าคุณอากิระมุ่งมั่นเรื่องโกะมากๆ แต่เรื่องการมีครอบครัวก็สำคัญเหมือนกันนะ จะได้มีคนคอยดูแลลูกยังไงล่ะจ๊ะ”

“แต่ผม!”

“แม่เขาน่ะ เตรียมคู่ดูตัวไว้ให้แล้ว”

!

“อาทิตย์หน้า คุณอากิระไปพบเธอหน่อยนะจ๊ะ”

!

 

            “อากิระ?”

 

            “ห๊ะ?

 

            “นายดูใจลอยนะ เป็นอะไรรึเปล่า?”

 

            “ไม่มีอะไรหรอก แค่ดูซากุระเพลินไปเท่านั้นเอง

 

            “หรอ”

 

 

            สุดท้ายทั้งคู่ก็จบทัวร์ชมฤดูใบไม้ผลิที่ร้านอาหารในตัวเมือง ซึ่งคราคร่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ฮิคารุพาอากิระมานั่งกินราเม็งเจ้าโปรดของตัวเอง

 

            “เนี่ยนะ ร้านเนี๊ยะอร่อยที่สุดในเมืองเลย!” ฮิคารุพูด ท่าทางภูมิอกภูมิใจ

 

            “ฮิๆ ฮิคารุนี่ชอบกินราเม็งไม่เปลี่ยนเลย” อากิระขำนิดๆ ก่อนจะนั่งมองฮิคารุด้วยยิ้ม

 

            “มองอะไรเล่า ดูเมนูสิ” ฮิคารุดุอากิระแก้เขิน “ทำท่าเหมือนคุณลุงโลลิค่อนมองเด็กยังไงอย่างงั้นเลย”

 

            “อย่างฮิคารุนี่ไม่เด็กแล้วม้างงง งั้นก็เป็นคุณลุงมองคุณลุงน่ารักๆก็แล้วกัน” อากิระพูดไปยิ้มไป

 

            “จะกินอะไร! -///////-” ฮิคารุพูดหน้าแดงจัด

 

            “กินอย่างที่ฮิคารุกินนั่นแหละ” อากิระพูดก่อนจะนั่งจ้องเหมือนเดิม

 

            “เอาราเม็ง 2 ที่คร้าบบบบ ฮิคารุพูดสั่งอาหารเสียงดัง

 

            “อ้าวอาจารย์ฮิคารุ” คนแก่คนนึงที่กำลังจะเดินออกจากร้าน เดินเข้ามาทักทาย

 

            “อ้าว ทานากะซัง มาทำอะไรครับเนี่ย” ฮิคารุพูด น้ำเสียงร่าเริงราวกับสมัยเด็กๆไม่มีผิด

 

            “โอ้วว ก็มา กรึ๊บๆ (ทำท่ายกเครื่องดื่ม” ฮ่าๆๆ เดี๋ยวก็กลับแล่ววว เอ...” ชายแก่เหลือบไปเห็นอากิระที่นั่งอยู่อีกด้านนึงพอดี พร้อมกับตาโตเป็นไข่ห่าน!

 

            “โอ้ววววววววว อาจารย์โทยะ! โทยะ อากิระใช่ไหมนั่น!” ทานากะซังดูตกใจก่อนจะยิ้มบานแฉ่ง

 

            “ครับ สวัสดีครับ ผมโทยะ อากิระครับ ^^” อากิระโค้งเบาๆ ก่อนจะยิ้มให้ด้วยความเป็นมิตรอย่างสุภาพตามนิสัยของเจ้าตัว

 

            “เดือนหน้าก็จะแข่งขันชิงตำแหน่งกับอาจารย์คุวาบาระองอินโบแล้วสินะครับ! คว้าตำแหน่งฮงอินโบมาให้ได้นะครับอาจารย์โทยะ เป็นโทยะฮงอินโบให้ได้นะครับ ผมจะคอยเชียร์! เสียงแหบแห้งของทานากะซังพูดอย่างตื่นเต้น

 

            “ฮ่าๆ ครับ จะพยายามนะครับ ขอบคุณมากๆครับ” อากิระยิ้มแล้วหัวเราะ

 

            “ไหนๆก็ไหนๆแล่ว คงไม่ได้เห็นตัวจริงของอาจารย์บ่อยๆ ผมขอลายเซ็นต์ไว้ได้ไหมครับ เถ้าแก่มีปากกาม้ายยยย” ทานากะซังหยิบพัดออกมาจากการเสื้อยูกาตะ

 

            ทานากะซังจากไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ได้ลายเซ็นอาจารย์โทยะเมย์จิน (โทยะ อากิระ) ลงบนพัดสีขาวสวยงามของแก ฮิคารุที่กำลังคีบราเม็งเข้าปาก เมื่อกลืนเสร็จก็เข้าเรื่องทันที

 

“นี่ เดือนหน้านายก็จะแข่งชิงตำแหน่งฮงอินโบแล้วสินะ”

 

            “อืม” อากิระตอบสั้นๆ

 

            “ทำไมดูนายไม่ร่าเริงเลย” ฮิคารุพูดหยุดกินไปสักครู่นึง จ้องมองอากิระราวกับกำลังหาคำตอบ

 

            “เปล่านี่ ทำไมหรอ” อาจารย์ทำเสียงซื่อใส่จนฮิคารุต้องยอมแพ้ หันไปก้มหน้ากินราเม็งต่อ

 

            “กลัวอาจารย์คุวาบาระอยู่ล่ะซี้!” ฮิคารุแกล้งแซว อากิระขำเล็กๆ

 

            หลังจากที่ทั้งคู่กินราเม็งเสร็จ ฟ้าก็เริ่มสลัว ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงยามเย็นอันน่าพิศวงชวนค้นหา แสงแดดสีแดงทำให้บรรยากาศดูโบราณแต่ก็มีสเน่ห์ไปอีกแบบ

 

            “ทานากะซังเนี่ยใครหรอ ทำไมถึงเรียกนายว่าอาจารย์?”

 

            “อ้อล ฉันเปิดสอนโกะน่ะ เป็นโรงเรียนเล็กๆ ตอนแรกก็ไม่มีใครหรอก ทานากะซังน่ะเป็นคนแรก แล้วก็มีคนเข้ามาเรื่อยๆ มีเด็กๆด้วยนะ คงอายุพอๆกับที่เราเจอกันครั้งแรกล่ะมั้ง”

 

            “ฉันไม่เข้าใจนายเลย ลาออกจากวงการแล้วมาเปิดโรงเรียนสอนโกะที่นี่” อากิระรู้สึกเสียดายความสามารถในการเล่นโกะขั้นเทพของฮิคารุจนทำให้เผลอพูดออกไปอย่างใจคิด

 

            “....” ฮิคารุไม่พูดอะไรเพียงแต่ยิ้มบางๆและหันไปมองพระอาทิตย์ที่กำลังตกดินเท่านั้น

           

“อ๊ะ! ฉันขอโทษ!” อากิระตกใจที่ตัวเองเผลอพูดอย่างใจคิด

 

            “ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไร นายน่ะหัดพูดสิ่งที่ตัวเองอยากจะพูดออกมาบ้างเถอะ มัวแต่เกรงใจคนอื่นอยู่นั่นแหละ คิดหรอว่าคำพูดแค่นั้นฉันจะเจ็บน่ะ ฉันได้ยินคนอื่นพูดมายิ่งกว่านายอีก”

 

            พูดสิ่งที่ตัวเองอยากพูดงั้นหรอ? อากิระคิด

 

            “ฮิคารุซัง”

 

            “หืม???” ฮิคารุหันไปมองอากิระอย่างตกใจเมื่ออยู่ๆก็สุภาพเติมคำว่า ซัง ท้ายชื่อเขาซะอย่างนั้น

 

            “ถ้าผมแข่งชนะอาจารย์คุวาบาระ คุณจะกรุณาย้ายมาอยู่กับผมได้ไหมครับ”

 

อากิระพูดอย่างจริงจังและแน่วแน่ สายตาที่มองตรงไปยังชินโด ฮิคารุมีทั้งความมุ่งมั่นและเอาจริง จนฮิคารุเองก็รู้สึกขนลุกและตื้นตันไปพร้อมๆกัน ที่ว่า ย้ายไปอยู่ด้วยกัน มันก็เหมือนกับการขอแต่งงานเลยไม่ใช่หรือยังไงกัน

 

“ถ้าชนะได้ล่ะก็นะ” ฮิคารุพูด น้ำตาไหลออกมาอย่างช่วยไม่ได้ อากิระยิ้มก่อนจะวิ่งเข้าไปสวมกอดฮิคารุ

 

 

ณ บ้านโทยะ

 

“คุณพ่อครับ”

 

“ว่ายังไง อากิระ”

 

“ถ้าผมชนะอาจารย์คุวาบาระ...”

 

“...”

 

“กรุณาให้ผมได้ใช้ชีวิตตามที่ตัวเองต้องการด้วยเถอะครับ” อากิระที่นั่งอย่างเรียบร้อยก้มหัวลงให้คุณพ่ออย่างนอบน้อม

 

“...”

 

“...” อากิระที่ก้มหน้าอยู่ ปิดตาแน่นกว่าเดิมเมื่อผู้เป็นพ่อนิ่งเงียบไม่ตอบอะไร

 

“ครั้งแรกที่ลูกขอร้องพ่อ ก็คือตอนที่จะเข้าชมรมโกะเพื่อไปแข่งกับชินโด ฮิคารุคุง...”

 

“...”

 

“ครั้งนี้ ก็คงเป็นเพราะชินโด ฮิคารุคุงอีกรึเปล่า?”

 

“ครั้งนี้...”

 

“...”

 

“เป็นความตั้งใจของผมครับ ไม่เกี่ยวกับฮิคารุ ผมอยากทำตามที่ใจตัวเองต้องการ...”

 

“.........อืม เข้าใจแล้ว แล้วพ่อจะบอกแม่ให้ยกเลิกการดูตัวก็แล้วกัน”

 

“ขอบพระคุณมากครับ!

 

 

1 เดือนต่อมา...

 

“อาจารย์ฮิคารุ มีคนมาหาน่ะครับ” เด็กผู้ชายตัวเล็กๆคนนึงเดินเข้ามาเรียกฮิคารุ

 

“ใครหรอ?”

 

“ไม่รู้อ่ะคับ ตัวสูงๆ ผมยาวๆ”

 

“อ้อล ขอบใจนะ ทาเครุคุง ^^” ฮิคารุที่กำลังเดินดูเด็กๆฝึกซ้อมโกะกันอยู่ก็ออกไปจากห้อง ฮิคารุมองไปตามทางเดินพบกับบุรุษร่างสูงผมยาวดำขลับถึงเอว

 

“อะไรกัน นี่อย่าบอกนะว่า หนีการแข่งมาน่ะ” ฮิคารุพูด

 

“แข่งเสร็จแล้ว” อากิระพูดเบาๆ

 

“...”

 

“ฮิคารุ.......................................”
 



---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

ในวันที่อากาศแจ่มใส ฟ้าปลอดโปร่ง แสงอาทิตย์สาดส่องไปทั่วสวนหย่อมเล็กๆที่แสนสงบของบ้านตระกูลโทยะ เสียงนกร้องเบาๆราวกับกำลังมีความสุขในวันที่อากาศแสนดีเช่นนี้

 

ภายในห้องญี่ปุ่น ซึ่งชุดหมากล้อมถูกวางไว้อย่างเรียบร้อยพร้อมโถหมากที่วางไว้สองโถอย่างสงบหลักจากถูกเล่น ภายนอกระเบียบบ้านซึ่งติดกับสวนหย่อมนั้น ปรากฏชายร่างหนาในชุดยูกาตะและสวมทับด้วยเสื้อคลุมฮาโอริเนื้อดีสีสุภาพ และหนุ่มผู้สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเข้ากันดีกับกางเกงสีเขียวอมเทาที่มีผมดำยาวสลวย

 

ชายหนุ่มนั่งอย่างเกร็งๆ เนื่องจากไม่เคยอยู่ในสภาพที่ไร้พิธีรีตองเช่นนี้กับผู้ที่เป็นบิดามาก่อน ก่อนหน้านี้เขาได้เล่นหมากล้อมกับบิดาและตั้งใจว่าจะมาขอร้อง.... ไม่สิต้องเรียกว่าแจ้งให้ทราบ เพราะในใจคิดว่าถึงจะถูกคัดค้านอย่างไรก็จะทำตามหัวใจให้จงได้ อากิระน้อยๆบัดนี้กลายเป็นชายหนุ่มผู้แก่แดดในความรักไปเสียแล้ว แต่ไม่ทันที่ โทยะ อากิระ จะได้พูดเป็นการเป็นงานอย่างที่ตั้งใจไว้ ผู้เป็นพ่อก็ชักชวนให้ออกมาชมนกชมสวนตรงระเบียบเสียแล้ว

 

“จะนั่งคุกเข่าทำไม มานั่งสบายๆสิ” โทยะ โคโยกล่าวเสียงเข้มสุขุมเช่นทุกครั้ง ก่อนจะจ้องมองนกสองตัวในสวนหย่อมที่กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน

 

“อ่ะ.. ครับ” อากิระที่ทำอะไรไม่ค่อยถูก ค่อยๆผ่อนคลายลงทีละน้อย ก่อนจะเปลี่ยนท่านั่ง หย่อนขาลงวางกับพื้นหญ้าของสวนแห่งความสงบนี้ เสียงนกทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้น แม้ว่าในใจลึกยังกังวลไม่น้อยว่าการสนทนาในครั้งนี้ อาจทำให้เกิดความสงสัยในตัวเขาได้ แต่อากิระชายหนุ่มผู้แก่แดดในความรักของเรา คงลืมไปเสียกระมัง ว่าผู้เป็นพ่อนั้นย่อมอาบน้ำร้อนมานานกว่าเขามากแล้ว

 

“เมื่อกี้ที่พูดค้างอยู่น่ะ ลูกตั้งใจจะพูดอะไร” โคโยถามลูกชายด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย ด้วยความที่แก่มากแล้ว กับการสละตำแหน่งในวงการหมากล้อม ในที่สุดการพักผ่อนทางวิญญาณก็มาถึง เขาจึงไม่อยากทำอะไรที่เป็นพิธีรีตองอีกแล้ว บางครั้งเขาก็ฝันถึงเวลาที่จะได้คุยกับลูกชายอย่างสบายๆเช่นนี้

 

“ผมอยากขออนุญาตย้ายออกไปอยู่ข้างนอกครับ” อากิระพยายามพูดประโยคยาวๆให้มั่นคง เพื่อไม่ให้พ่อจับได้ถึงความกังวลที่ยังติดค้างในหัวใจ และเขาทำได้ดีทีเดียว

 

“อืม” โคโยไม่ได้ตกใจในการขออนุญาตนี้แม้แต่น้อย เพราะเขารู้ดีว่าเวลาเช่นนี้ต้องมาถึงในสักวัน เวลาที่ชายหนุ่มผู้เติบใหญ่จะได้ใช้ชีวิตในเส้นทางที่ตนเองเลือกเดิน สร้างเนื้อสร้างตัว สร้างครอบครัวเป็นของตัวเอง...

 

ทว่าโทยะผู้พ่อกลับมีความคิดที่เฉียบคมและหลักแหลมอย่างยิ่ง เขามีความคิดที่ว่า การขออนุญาตของลูกชายนั้น หนีไม่พ้นต้องมีใครสักคนเป็นต้นเหตุ และแต่ละครั้งก็ไม่ใช่ใครเลย...

 

ลองแหย่ดูเสียหน่อยดีกว่า โทยะผู้พ่อคิด

 

“อากิระ ลูกเจอคนที่ตั้งใจจะใช้ชีวิตด้วยแล้วสินะ” เสียงนั้นคมเข้มแต่แอบขันอยู่นิดๆ เพราะสีหน้าลูกชายกลับเป็นสีหน้าที่ตนไม่เคยเห็นจากคนที่ได้รับการถ่ายทอดความสุขุมสมบูรณ์แบบมาจากเขา อากิระมองหน้าพ่ออย่างตกใจ แล้วก็แปรเปลี่ยนเป็นเขินอาย ก่อนสีหน้าสุดท้ายคือความครุ่นคิดในคำตอบ... ที่ออกจะเป็นการครุ่นคิดที่อยากจะกลบเกลือนความจริงกระมัง โคโยคิด

 

“ก็... ไม่เชิง... ครับ” อากิระพูด ดูเหมือนเขาจะไม่อยากยอมรับ แต่ก็ไม่อยากปฏิเสธ ถ้าบอกว่าอายุปูนนี้ไม่สนใจผู้หญิงจะถูกหาว่าเป็นพวกชอบเพศเดียวกัน และ... ก็เป็นนั่นแหละ! แต่อยู่ๆจะให้บอกพ่อว่าผมชอบผู้ชายมันก็ยังไงๆอยู่ งั้นก็ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ไปแล้วกัน!

 

โคโยยังคงตีหน้านิ่ง ตอบ “อืม งั้นรึ” ไปตามสไตล์ แต่ในใจคิดแอบขำ เพราะตั้งใจไว้ว่าจะแหย่ลูกชายอีก

 

“แล้วคนๆนั้นสวยรึเปล่า?” เขาจงใจไม่ใช้คำว่าผู้หญิงในคำถาม แม้ในใจกำลังแบ่งรับแบ่งสู้ 50 50 ว่าอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิด แต่ก็อดที่จะอยากรู้ไม่ได้ โทยะ อากิระ ลูกชายที่สุขุมนุ่มลึก เป็นสุภาพบุรุษทั้งภายในและภายนอก แต่ในขณะเดียวกันก็มียักษ์ร้ายที่สุขุมน่ากลัวไม่แพ้กัน เขาอยากจะเห็นในมุมที่ไม่เคยเห็นของลูกชาย และแน่นอน.... เพราะความเป็นพ่อที่อยากจะมีเวลาและได้รู้จักลูกชายตัวเองให้มากขึ้นด้วย

 

“ก็... ไม่เชิงว่าสวยหรอกครับ แต่เวลามองแล้ว... จะรู้สึกสบายใจมากๆ เป็นคนฉลาดและน่ารัก แต่อารมณ์ร้อนไปหน่อย บางครั้งผมก็ถูกตะโกนใส่บ้างเวลาที่คนๆนั้นโมโห แต่ไม่นานก็จะกลับมาคุยด้วยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น” โทยะพูดด้วยใบหน้าที่มีความสุขยิ่ง แต่บางครั้งก็ดูเหมือนหนักใจ

 

“คนที่มีหัวใจอิสระมากๆแบบนี้ น่าหนักใจนะ”

 

“ครับ”

 

คนเป็นพ่อพูด ราวกับอ่านใจของผู้เป็นลูกได้อย่างหมดเปลือก อากิระตอบอย่างเห็นด้วยที่สุด เขาไม่เคยรู้สึกว่าได้ครอบครองฮิคารุจริงๆเลย ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ฮิคารุเขามีความสุขมาก แต่ก็ดูเหมือนว่าฮิคารุจะไม่ได้รักเขา อย่างที่เขารักฮิคารุเลย บางครั้งก็รู้สึกเหมือนโดนทิ้งหรือเป็นฝ่ายที่เอาแต่คิดถึงอยู่คนเดียวอย่างบ้าคลั่งเสียอย่างนั้น ยิ่งเข้าใกล้แต่บางครั้งก็เหมือนเข้าใกล้ได้แค่กาย ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจริงๆรู้สึกกับเรายังไง...

 

...เหมือนปลาในแม่น้ำ ที่สวยงามและสดใส ว่ายวนในน้ำใสอย่างร่าเริง มีจิตใจอิสระที่สุด จะจับก็จับไม่ได้ พอจับแล้วก็ดิ้นจนหลุดมือไป จับนานก็ตาย จนเราอยากจะจับมาใส่ไว้ในบ่อน้ำ ขังไว้ที่สวนหย่อมในบ้านให้รู้แล้วรู้รอดไป

 

“เขาน่ะเหมือนปลาเลยครับ” อากิระพูด นัยน์ตาดูเศร้าลงเพียงนิด

 

“หึ” ผู้เป็นพ่อถึงกับขำในลำคอ เพราะรู้แล้วว่าตนน่ะเดาถูก

 

“อะไรหรือครับ?

 

“เปรียบเทียบคนรักกับปลาน่ะ เขาได้ยินจะเข้าใจผิดเอานะ” โคโยหลับตาพูด ยิ้มเล็กน้อย อีกฝ่ายได้ยินคงโกรธทีเดียวที่เอาตัวเองไปเปรียบกับปลา ช่างเป็นลูกชายที่เปรียบเทียบคนรักกับสิ่งมีชีวิตได้อย่างประหลาดดีแท้

 

“ก็พูดให้คุณพ่อฟังคนเดียวนี่ครับ” เสียงหัวเราะเบาๆของทั้งสองดังพอเป็นที่รื่นหูของนกและสวนนั้น

 

 

 

 

“ปลาก็ต้องเลี้ยงในน้ำ ถ้าเอามันขึ้นมา ไม่นานมันก็จะตาย ต่อให้รักมากแค่ไหน ก็ต้องมีระยะห่างของความรักนั้น”

 

“คนรักน่ะ ถ้าอยากให้เป็นของตัวเองมากๆ จะเป็นทุกข์ จำไว้ล่ะ อากิระ...”

 

 

 

 

“ครับ”

 

คำสอนนี้บาดลึกไปถึงหัวใจของอากิระ เขาผู้มียักษ์ในใจตัวจิ๋วที่กำลังกัดกินหัวใจทีละน้อยเพื่อเติบโตเป็นยักษ์ที่มีความต้องการจะกลืนกินคนรักเพื่อให้ได้เป็นของตน คำพูดของพ่อเหมือนน้ำชโลมใจ แต่ก็ไม่อาจทำให้ใจที่ค่อยๆร้อนของเขาเย็นลงอย่างถาวรได้เลย

 

 

สายลมน้อยเข้ามาเล่นกับกระดิ่งลมหน้าบ้านญี่ปุ่นหลังเล็กๆ ส่งเสียงสดใสชวนฟังไม่น้อย บรรยากาศกำลังดี กลิ่นหญ้าหอมโชยมาอ่อนๆทำให้รู้สึกสบายใจ

 

ณ ระเบียงหน้าบ้านที่คนโตเกียวหลายๆคนเรียกว่าชนบทปรากฏชายหนุ่มผู้มีผมข้างหน้าสีเหลืองและข้างหลังสีดำกำลังเดินไปมาอยู่ตรงพื้นที่หน้าบ้าน มิได้ทำเหมือนที่นอนกินลมอยู่ตรงระเบียงบ้านเช่นทุกครั้งไป แววตาและท่าทางการเดินวนไปมาของชายหนุ่มแสดงถึงความรู้สึกหนักใจและกังวลใจทีเดียว

 

ชินโด ฮิคารุ อยู่ในชุดแขนยาวสีเขียวอมเทาสวมทับกางเกงยีนส์สีเข้ม เดินวนไปวนมาอย่างคิดไม่ตก เช่นทุกครั้งตั้งแต่เด็ก เมื่อคิดมากก็ทำอะไรไม่ถูก อารมณ์ร้อนพาหัวให้หมุนวนราวกับการมาเยือนของพายุแห่งสงครามประสาท แต่ก่อนยังมีซาอิช่วยเตือนสติ แต่ตอนนี้เขาช่างโดดเดี่ยว ไร้เพื่อนคู่คิด...

 

จะบอกว่ายังไงดีว้ะ?  โว้ยยย! ไม่คิดมันล้ะ! ไปเดินเล่นดีกว่า!

 

ตามนิสัยเจ้าตัวที่แก้ไม่หายมาตั้งแต่เด็ก ชินโด ฮิคารุ เลือกที่จะสลัดทุกอย่างออกจากหัว และเดินตรงออกจากบ้านเพื่อที่จะออกไปเดินเล่นให้สมองโล่ง บรรยากาศที่คุ้นชินแต่แตกต่างกับบ้านเกิดโดยสิ้นเชิงทำให้เขาสงบลงได้หน่อย หลังจากเดี๋ยวคิด แล้วก็ช่างมัน แต่ก็กลับมาคิดใหม่ วนเวียนซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างช่วยไม่ได้ เขาเดินผ่านเส้นทางเดิมที่เคยเดินมากับคนผมยาวที่อยู่ในโตเกียว ดอกไม้ไม่ได้ผลิดอกมากเช่นครั้งก่อน มันคงกำลังเตรียมตัวที่จะร่วงโรยเพื่อเข้าสู่ฤดูหนาวที่เต็มไปด้วยสีขาว...

 

“จะบอกหมอนั่นยังไงดี...” ฮิคารุพึมพำกับตัวเอง พลางคิดไปถึงตอนที่เจอกับคนรักครั้งแรก

 

เขาหยุดเดินเพราะความคิดกำลังโลดแล่นอยู่ในอดีต เขาย้อนกลับไปมองสัมพันธ์ที่ก่อตัวจากความเข้าใจผิด ผูกพันจนเป็นมิตรภาพ และก่อเกิดมาเป็นความรัก แต่...........

 

มันใช่ความรักจริงๆหรือเปล่า?

 

ฮิคารุถามตัวเองในใจ ทำไมเขาถึงรักอากิระ หรือว่าสิ่งที่เป็นอยู่ไม่ใช่ความรัก แต่เป็นความเคยชิน หรือว่าเขาแค่เหงา และปล่อยให้ทุกอย่างเลยตามเลย เขาคิดไปเองหรือเปล่าว่านั้นคือความรัก แต่ในความเป็นจริงมันอาจไม่ใช่ เขาอาจจะเข้าใจผิดหรือเปล่า? ในตอนนั้นวันที่อากิระได้ตำแหน่งและเดินทางมาหาเขา ในวันที่เราตั้งใจจะใช้ชีวิตร่วมกัน และเขาได้กลับไปโตเกียวเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเริ่มชีวิตของเราทั้งคู่ แต่ในวันนี้ฮิคารุชักไม่มั่นใจเสียแล้ว...

 

...ว่าเขา รัก โทยะ อากิระ คนนั้นรึเปล่า?

 

 

“ฮิคารุ!

 

ฮิคารุถึงกับผงะที่เห็นอากิระมาโดยไม่ได้บอกกล่าว ชายหนุ่มผมยาวพร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆที่ติดตัวเช่นนั้นเสมอเข้าโอบตัวคนรักมาไว้ในอ้อมกอด

 

“ผมโทรมาแล้วนะ แต่ฮิคารุไม่รับโทรศัพท์เลย วันหลังจะไปไหนหัดเอาโทรศัพท์ติดตัวไปด้วยสิ ผมก็ห่วงแทบแย่ว่าจะเป็นอะไรรึเปล่า” โทยะอากิระผู้พูดน้อยนิดและสุภาพ แต่พออยู่ต่อหน้าคนรักแล้วกลับพูดออกมาได้อย่างชายหนุ่มธรรมดาทั่วๆไป ประโยคพื้นๆที่ไว้พูดกับหญิงสาว ซึ่งแน่นอนว่าหญิงสาวต้องดีใจอย่างมากที่ได้รับรู้ความห่วงใยจากฝ่ายชาย แต่ในเวลานี้...

 

ฮิคารุกลับรู้สึกขยะแขยงแปลกๆ กลับรู้สึกว่านี่ไม่เหมือนโทยะที่ตนเคยรู้จัก โทยะที่ไม่อยากได้อะไรจากเขาไปนอกเหนือกว่าคำว่า “โกะ” แต่บัดนี้ ราวกับว่าโทยะต้องการทุกอย่างจากเขา ต้องการจะกลืนกินเขา จนน่าขยะแขยง

 

“อ... เอ่อ พอดีฉันออกไปเดินเล่นน่ะ ใกล้ๆแค่นี้เลยไม่คิดว่าตัวเองจะต้องเอาโทรศัพท์ไปด้วย ขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง ฮ่ะๆ” ฮิคารุพยายามทำตัวเหมือนปกติ เอามือขึ้นมาเกาหัวตัวเองเช่นทุกครั้งที่เขารู้สึกว่า “ช่วยไม่ได้นี่หน่า” หรือเห็นว่า “เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง”

 

แต่อากิระสัมผัสได้ว่ามีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไป ฮิคารุพูดแบบนั้นแต่กายกับขืนออกเล็กๆเพราะไม่ต้องการอยู่ในอ้อมกอดของเขา มือที่ยกขึ้นไปเกาศีรษะก็ทำเพื่อไม่ให้ผิดปกติเพราะว่าเป็นนิสัยประจำตัว แต่ความจริงแล้วแค่ต้องการข้ออ้างเพื่อออกจากอ้อมกอดของตัวเอง

 

แต่อากิระสะบัดความคิดบ้าๆนั้นทิ้งไป เพราะไม่ว่าจะเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับคนตรงหน้า เขาก็มักจะคิดมากไปก่อนเสมอ... ครั้งนี้ก็ อาจจะ เป็นเช่นนั้นด้วย

 

“ไม่เป็นไร” อากิระยิ้มน้อยๆอย่างทุกที

 

“เข้าบ้านเถอะ เดินทางมาไกลคงเหนื่อยนะ” ฮิคารุตัดบทเดินนำเข้าบ้าน

 

ใครกันแน่ที่เหนื่อย เขาน่ะ มีกุญแจบ้านที่ฮิคารุให้มานะ เขามาถึงบ้านนานแล้ว เอาสัมภาระทุกอย่างไว้ในบ้านรึก็เรียบร้อยแล้ว เสื้อนอกก็ถอดออกแล้ว เอาชาที่ค้างไว้ตั้งนานแล้วในกาไปเททิ้งแล้วจัดการก็ต้มชาใหม่ที่ตนตั้งใจซื้อมาจากโตเกียวเพื่อรอคนรักกลับมา ดูแค่นี้ก็น่าจะรู้ เขาเนี่ยนะเหนื่อย? นั่นเป็นคำพูดมารยาทหรือเป็นคำพูดเพื่อหลีกเลี่ยงที่จะใช้เวลาอยู่กับเขากันแน่???

 

อากิระเดินตามเข้าบ้านไปอย่างแคลงใจ แม้ว่าจะพยายามบอกตัวเองว่าอย่าคิดมากไป แต่การตอบสนองของฮิคารุที่แตกต่างออกไปจากเมื่อก่อนนั้น เขาไม่ได้โง่ ที่จะไม่รู้ว่าเมื่อก่อนกับตอนนี้มันต่างกันขนาดไหน

 

“นายมานานแล้วหรอ?” ฮิคารุถามพลางมองไปที่กาน้ำชาที่ถูกล้างอย่างสะอาดและมีใบชาที่เต็มไปด้วยน้ำร้อนหอมกรุ่นออกมา

 

“ใช่ ผมเห็นมีกากชาค้างไว้อยู่ในนั้น เลยทำความสะอาดให้น่ะ ผมซื้อชาดีๆมาด้วยก็เลยถือวิสาสะขอใช้ห้องครัวนาย คงไม่ว่ากันนะ” ถ้วยชาถูกเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย พร้อมให้ทั้งสองได้ดื่ม ฮิคารุรู้สึกแย่ ที่อากิระมาทำตัวเหมือนเป็นเจ้าเข้าเจ้าของบ้านและตัวเขา รู้สึกอึดอัดที่เหมือนว่าตัวเองกำลังโดนผูกมัด รู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างไรอย่างนั้น และความรู้สึกนั้นก็ถูกส่งออกมาผ่านแววตาและร่างกายที่สังเกตได้อย่างทันที

 

“อ้อ... ฮ่ะๆ... ไม่เป็นไรหรอก ขอบใจนะ” ประโยคและน้ำเสียงเริ่มบิดเบี้ยว ฮิคารุนั่งลงพยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เรียกให้อากิระนั่งลง และเทชาใส่ถ้วยทั้งสอง ยื่นให้อากิระถ้วยหนึ่ง ตนก็อีกถ้วยหนึ่ง ในความเงียบงันอันอึดอัดนั้น ชาที่เลื่องชื่อลือชาทั่วญี่ปุ่นกลับไร้รส

 

“ฮิคารุ เรื่องที่เราจะย้ายไปอยู่ด้วยกัน.....” อากิระเห็นท่าไม่ดีรีบพูดตัดบทก่อนที่อะไรจะแย่ๆไปมากกว่านี้ เจ้าตัวเอื้อมไปหยิบกระเป๋าถือและนำเอกสารต่างๆออกมา ในใจฮิคารุปฏิเสธอย่างยิ่ง ใจดิ้นขัดขืน ไม่อยากยอมรับเรื่องนี้

 

“ผมดูบ้านขนาดเล็กๆไว้ ก็ไม่ถึงกับเล็กมาก มีห้องครัว ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ห้องนอน ห้องนั่งเล่น แล้วก็สวนเล็กๆข้างบ้าน ใกล้ๆมีสวนสาธารณะบรรยากาศดีๆอยู่ด้วย ผมว่าน่าอยู่ทีเดียว ฮิคารุว่าไง ชอบแบบนี้ไหม หรือว่าจะ...”

 

“....”

 

“...เอาแบบอื่...”

 

อากิระมือยังคงค้างไว้ที่เอกสาร สายตาทั้งสองจับจ้องไปยังใบหน้าของฮิคารุ ในขณะที่เขากำลังอธิบายถึงรูปแบบและพื้นที่ของตัวบ้าน ฮิคารุกลับมองเสไปทางอื่นราวกับว่าไม่อยากรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น อากิระกลืนน้ำลาย ก่อนจะลุกลี้ลุกลน

 

“ฮิคารุไม่พอใจหรอ? ถ้าฮิคารุไม่ชอบแบบนี้ผมจะเปลี่ยนให้ใหม่!” อากิระออกตัวอย่างรุนแรง กลัวว่าคนรักจะไม่พอใจกับบ้านที่ตนเลือก จึงยื่นขอเสนอใหม่ๆออกไป ถึงกระนั้นใบหน้าของฮิคารุก็ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น แต่กลับมาสีหน้าที่ลำบากใจมากขึ้นกว่าเก่า

 

“อากิระ... ฉันคงไปอยู่กับนายไม่ได้” ฮิคารุพูดแต่ไม่มองหน้าอากิระ ในใจเขาอึดอัดยิ่ง

 

“ฮิคารุ... ถ... ถ้าฮิคารุไม่ชอบสวน จะเอาเป็นสระว่ายน้ำก็ได้นะ!

 

“อากิระ... พอเถอะ” ฮิคารุพยายามหลับตาแน่น

 

“หรือว่าฮิคารุไม่ชอบบ้านโมเดริน ชอบแบบบ้านญี่ปุ่นงั้นหรอ!?

 

“อากิระ”

 

“ผมน่ะ ตามใจฮิคารุเลยนะ จะอะไรก็ได้ทั้งนั้น ถ้าเพื่อได้อยู่กับฮิคารุแล้ว ผ... ผมไม่ขัดข้องหรอกนะ! ฮิคารุชอบแบบไหนล่ะ เอาเป็นคอนโดดีไหม? เอาชั้นสูงๆไหม นั่นสิ จะได้เห็นวิวสวยๆ ฮิคารุต้องชอบแน่ๆ!

 

“พอได้แล้ว โทยะ!!!

 

อากิระควบคุมสติไม่อยู่ ปากสั่นมือสั่น พยายามพูดทุกสิ่งทุกอย่างที่คิดได้เพื่อเกลี้ยกล่อมให้คนรักยอมตกลงมาอยู่กับตน ฮิคารุตะโกน แววตาฉายความโกรธ คำเรียกเปลี่ยนไปเหมือนเป็นคนอื่นคนไกล จากอากิระที่เคยเรียก แปรเปลี่ยนเป็นแค่นามสกุล อากิระตัวสั่น น้ำตาเริ่มคลอแต่เขาก็สกัดกลั้นมันเอาไว้ อากิระจับเข้าที่ข้อมือซ้ายของฮิคารุ สายตาดูเป็นกังวล พยายามที่จะปรับความเข้าใจ

 

“ท... ทำไมล่ะ ฮิคารุ”

 

ฮิคารุเกิดความรู้สึกกลัวในแววตานั้น ก็เอามือข้างซ้ายของตนหมายจะขืนเพื่อเอามือขวาออกมาแต่ก็ไม่สำเร็จ อากิระคว้าหมับ! จับเข้าที่มือข้างซ้ายนั้น ก่อนจะหมุนตัวเข้าทางด้านหลัง กอดพันธนาการฮิคารุไว้ไม่ให้ไปไหน ฮิคารุดิ้นคลุกไปมาในอ้อมกอด เท้าปัดป่ายถีบสะเปะสะปะ

 

“ปล่อยฉัน! โทยะ!!! ออกไป!

 

“ไม่!!! บอกก่อนสิว่าทำไม! ทำไมเป็นแบบนี้ได้ ก่อนหน้านี้ยังดีอยู่เลย หรือว่านายมีคนอื่นหรอ!? แค่ผมห่างจากนายไปแค่ 3 อาทิตย์ นายถึงเป็นได้ขนาดนี้!

 

ทั้งคู่มีปากเสียงกัน ฮิคารุที่พยายามปฏิเสธความรักและไม่พูดให้เหตุผลอะไรนอกจาก “ปล่อยฉัน” ทำให้อากิระโกรธจัด ถึงกับเอาแขนรัดคอฮิคารุจนหายใจไม่ออก!

 

“โ..ท..ยะ!” ฮิคารุพยายามแกะแขนที่รัดคอตนออก แต่ไม่มีทีท่าว่าจะสู้แรงได้เลย ฮิคารุเริ่มส่งเสียงอึกอั่กในลำคอ หน้าซีดเผือก เมื่ออากิระเห็นเช่นนั้น สติก็กลับมา แล้วรีบปล่อยแขนทันที ชายหนุ่มผลักออกจากอีกฝ่าย ก่อนจะอ้าปาก สูดหายใจเข้าไปเต็มปอด ใบหน้าแดงก่ำเมื่อเลือดที่ค้างอยู่ที่คอได้ไหลเวียนเป็นอิสระอีกครั้ง

 

“ฮิ...ฮิคารุ...”

 

“อย่ามาแตะ!!! ขยะแขยง! ถ้านายมาแตะฉัน ฉันฆ่านายแน่ โทยะ!


 

อากิระหยุดชะงัก... สมองตื้อ ทำอะไรไม่ถูก ราวกับโลกพังทลาย ทุกอย่างไร้ความหมาย สายตาแห่งความเกลียดชังส่งพลังออกมาไม่หยุดยั้ง ร่างกายที่เคยกอดรัดกลับปฏิเสธเขาอย่างรุนแรง ขยะแขยงแม้สัมผัสเพียงเล็กน้อยจากคนที่เคยกอดจูบกันอย่างเนิ่นนาน

 

หรือว่าโกรธที่เราเผลอรัดคอไปเมื่อกี้?

 

“ฮิคารุ ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้น! ตอนนั้นผมไม่มีสติ ผมควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่! คุณไม่ยอมตอบว่าเพราะอะไร ผมเลย!...”

 

“ออกไป”

 

“ไม่ ฮิคารุ ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น”

 

“ออกไป!

 

“ไม่!

 

“ออกไปสิว้ะ!!!

 

“บอกว่าไม่ก็ไม่สิว้ะ!!!

 

ทั้งสองปะทะคารมกันดุเดือด ตอนนี้ยักษ์ในใจของอากิระได้สำแดงตนออกมาอย่างชัดเจนแล้ว ฮิคารุตกใจและรู้สึกกลัวอากิระขึ้นมา เมื่อได้ยินคำหยาบที่ไม่เคยได้ออกจากปากชายผู้แสนสุภาพและอ่อนโยนผู้นี้มาก่อน ฮิคารุรู้สึกหวาดกลัว ราวกับว่าเขาได้เผชิญกับ โทยะ อากิระที่เขาไม่เคยรู้จัก ฮิคารุลุกขึ้นพรวด วิ่งเพื่อจะออกจากบ้านอย่างไม่คิดชีวิต!

 

แต่อากิระก็คว้าขาไว้ได้ทัน ทำให้ฮิคารุล้มหน้าคว่ำลงกับผืนตาตามิ หน้า ศอก และเข่าเป็นรอยแดง เลือดไหลซิบๆ อากิระดึงขาให้เข้าใกล้และขึ้นคร่อมตัวคนรัก ฮิคารุดิ้นพล่านเพราะรู้ว่าตนจะถูกทำอะไร

 

“ไอเวรโทยะ! ปล่อย!!!” ดิ้นแล้วก็เหนื่อยหอบ ร่างกายเริ่มล้าจากต่อสู้กันก่อนหน้านี้ อากิระหยุดชะงัก.....

 

ไอ... เวร?

 

“หึ...”

 

?

 

“ไอเวรโทยะ? ในสายตาคุณ ผมเป็นแค่ไอเวรโทยะ???

 

???

 

“ดี๊!

 

“อื้ออออออ!!!!!

.

.

.

.

.

.

“แย่... แย่ที่สุด”

 

“ฮ่ะ... อึก... อากิระ....”


ภายใต้แสงจันทร์สีขาวนวล ชายหนุ่มผมยาวบรรจงอุ้มคนรักวางลงฟูกที่ตนจัดไว้อย่างดี ก่อนจะเช็ดตัวให้อย่างอ่อนโยนและประณีต หยิบชุดนอนบรรจงสวมใสให้อย่างละเมียดละไม ราวกับเป็นของสำคัญที่อาจแตกหักได้ง่าย ฮิคารุที่รู้ตัวอยู่ได้แต่ปล่อยให้อากิระทำทั้งหมดนั้นให้โดยไม่ปริปากสักคำ เมื่อผ่านการร่วมรักอย่างเร้าร้อนและรุนแรงนั้น ก็ทำให้จิตใจเขาว่างเปล่า ความเจ็บปวดที่ร่างสูงได้มอบให้กับร่ายกายของเขา ทำให้เขาเหนื่อยเกินกว่าจะทะเลาะกับใครอีก

 

อากิระเอามือประคองใบหน้าของฮิคารุให้หันมามองหน้าเขา ในเวลานั้นแม้ฮิคารุจะจ้องมองมาที่เขาแต่ในแววตาของฮิคารุนั้นกลับว่างเสียจนอากิระทำใจไม่ได้ต้องร้องไห้ออกมา อากิระกระชับโอบร่างของฮิคารุไว้ในอ้อมกอด ก่อนจะก้มหน้าร้องไห้อย่างหนักกับไหล่ของคนที่เขารัก เพราะรู้ตัวว่าอีกฝ่ายไม่มีความรักหลงเหลืออยู่อีกต่อไป

 

ร่างสะอึกสะอื้นน่าสงสารเหมือนเด็กๆของอากิระ ไร้การปลอบโยนใดๆจากเจ้าของหัวใจเขา ฮิคารุทำตัวเหมือนเป็นเพียงตุ๊กตาให้อากิระได้ร้องไห้และสวมกอดแต่เท่านั้น เขาขยะแขยงที่โดนกระทำเหมือนโสเภณีที่ไร้เกียรติ แต่ก็ไม่เหลือเรี่ยวแรงจะโต้ตอบ ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว มันผ่านไปแล้ว จะเอาอะไรให้มานั่งเสียใจได้อีก?

 

อากิระร้องไห้หนัก ก่อนจะรู้ตัวว่าได้ทำเอาไหล่ของคนที่ตนรักเปียกเสียแล้ว อากิระบรรจงวางชายหนุ่มในฟูกและผ้าห่มที่อบอุ่น ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบเสื้อของฮิคารุและเปลี่ยนให้ใหม่ อากิระบรรจงกอดและหอมฮิคารุทั้งๆที่ตนอยู่ภายนอกฟูก เขาไม่อาจทำใจที่จะแตะต้องตัวของคนรักที่บอกว่าขยะแขยงในตัวเขาได้ ฮิคารุขยับตัวนอนหันหลังให้อากิระ แต่ก็มิได้ปฏิเสธอ้อมกอดนอกฟูกนั้น เพราะเหนื่อยเกินกว่าจะคิดอะไรอีกแล้ว...

 

เมื่ออรุณรุ่งมาถึง อากิระก็ไม่อยู่อีกแล้ว มีเพียงชาและกระป๋องชาอย่างดีที่เขาตั้งใจซื้อมาให้ตั้งไว้ข้างๆฟูก พร้อมกับจดหมายที่เขียนข้างในเพียงว่า

 

ผม รัก คุณ

 

ฮิคารุเอาจดหมายใส่ซองแล้ววางไว้ที่ไหนซักแห่งอย่างลวกๆไม่ใส่ใจ หลังยังคงปวดอยู่มาก ช่างโชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุดเพราะคิดแล้วว่ายังไงก็คงไปสอนโกะที่โรงเรียนของตนไม่ได้ เขานอนตะแคงข้าง มองออกไปตรงประตูบ้านที่ปิดอยู่ ในใจก็นึกโกรธแค้นกับการกระทำเมื่อคืน แต่ตัวเองก็ไม่ใช่ผู้หญิง จะไปใส่ใจกับเรื่องพรรคนั้นก็ดูจะเรื่องมากเกินไป

 

จบเสียที... หมดแล้ว... ความอึดอัดใจที่คั่งค้าง...

 

ฮิคารุสูดอากาศเข้าปอดและถอนหายใจแรงๆ แม้จะรู้สึกแปลกๆ แต่ก็สบายใจอย่างมาก

 

อีกด้านหนึ่งที่สถานีรถไฟโตเกียว ชายหนุ่มผมยาวผู้อยู่ในชุดไหมพรมสีน้ำเงินคาดขาวเนื้อดีกับกางเกงยีนส์สีเข้มกำลังแจกลายเซ็นให้แฟนคลับคนหนึ่งที่บังเอิญกำลังจะขึ้นรถไฟไปเที่ยวพอดี เขายิ้มและลูบหัวเด็กชายอย่างเอ็นดู ยิ้มอย่างสุภาพและขอตัวกลับบ้าน

 

เมื่อได้ขึ้นรถแท็กซี่และบอกที่หมายแล้ว ความรู้สึกทั้งหมดก็ถูกพรั่งพรูออกมา เป็นน้ำตาแห่งความโศกเศร้าของวัยหนุ่มที่ผิดหวังในความรัก ความรู้สึกนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตของเขา มันทำเอาเขาทำอะไรไม่ถูก มันยิ่งกว่าการเอาชนะซาอิ หรือแม้แต่การเอาชนะกระดานทั่วทั้งโลก เพราะหมากล้อมยังแข่งกันได้ แต่เรื่องความรักนั้น หากอีกฝ่ายไร้ซึ่งรักในตัวเราแล้ว ก็ไม่มีทางเลยที่ความรักจะเป็นไปได้ อากิระเอามือบีบที่ดั้งจมูก น้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสาย ชายหนุ่มผู้สูญเสียคนรัก แต่ไม่สิ้นรักในตัวคนๆนั้น เขายังคงห่วงใยและรักผู้ชายที่ชื่อ ชินโด ฮิคารุ เสมอ

 

คนขับอายุอานามพอสมควรมองอากิระอย่างสงสารแต่ไม่พูดอะไร เพราะเข้าใจว่านี่คือสิ่งที่เด็กๆวัยนี้ต้องเผชิญ เขาตั้งใจขับรถอย่างสุภาพที่สุดเพื่อให้อากิระได้มีเวลาเสียใจและระบายความรู้สึกออกมาอย่างเต็มที่

 

ผม จะ รัก คุณ เสมอ

 

 

------ 5 เดือนต่อมา ------

 

“ตรงนี้เดินผิดแล้วนะคาโต้ ต้องเดินแบบนี้ ไม่งั้นจะเปิดช่องว่างให้หมากขาวได้” ฮิคารุกำลังสอนการเดินหมากให้กับคาโต้ เด็กผู้ชายผิวแทนผู้มีไฟแรงแต่ยังอ่อนการฝึก ทำให้เขานึกถึงสมัยตัวเองยังเป็นเด็ก

 

“นั่นไง เอาอีกแล้...!

 

“อาจารย์ฮิคารุ้ววววว...”

 

ในขณะที่กำลังจะมะเหงกคาโต้ที่เดินหมากผิดซ้ำซาก ทานากะซัง นักเรียนที่อายุมากที่สุดในรุ่นมาขัดจังหวะเสียก่อน คาโต้ดูเหมือนจะโล่งใจที่ไม่ถูกโขกมะเหงก แต่หมากดำของตนก็โดนกินไปหย่อมหนึ่ง สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจแก่ตัวเขาอย่างมาก เพราะแพ้มา 3 กระดานติดแล้ว

 

“สวัสดีครับ ทานากะซัง เป็นยังไงบ้าง ไม่ค่อยมาเลยนะ”

 

“แหม่ะๆ อย่าน้อยใจไป๋อาจารย์ ฉันแก่แล่วนา เดินมาก็ไม่ค่อยจะไหววว สายตาก็ไม่ค่อยจะดี ใกล้ตายแล้วม่างงงง ฮ่าๆ” ทานากะซังพูดอย่างติดตลก

 

“ดูพูดเข้าสิ ทานากะซัง นั่งก่อนครับ เดี๋ยวผมไปชงชามาให้”

 

“ขอบคุณนะ อาจารย์” ทานากะซังรับชาจากฮิคารุ ซดดังซู้ดๆดูเอร็ดอร่อย

 

“นี่อาจารย์ ได้ยินข่าวอาจารย์โทยะไหม?” ฮิคารุชะงัก ถึงจะผ่านมาหลายเดือนแต่ได้ยินชื่อนี้ก็มีสะดุ้งบ้างตามประสา ยิ่งครั้งสุดท้ายจบกันแบบไม่สวยนัก...

 

“ไม่ครับ ทำไมหรือครับ?” ฮิคารุถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทานากะซังยิ้มตาหยีอย่างอารมณ์ดี พลางเอาหนังสือพิมพ์โกะรายสัปดาห์ที่หน้าปกเป็นภาพนักหมากล้อมชั้นแนวหน้าหลายคน ซึ่งรวมไปถึง โทยะ อากิระ ด้วย โดยขึ้นหัวข้อใหญ่เรียงตัวอักษรลงมาเป็นแนวยาวว่า “รวมบทสัมภาษณ์พิเศษกับเหล่าอัจฉริยะแห่งวงการหมากล้อมญี่ปุ่น!

 

โทยะ ตัดผมแล้ว...

 

แต่ไม่ใช่เรื่องที่ทานากะซังตั้งใจจะเอามาพูดให้เป็นประเด็น ชายชราเปิดหน้าในอย่างชำนาญ และชี้ให้ดูถึงบทความหนึ่งที่ทำให้ฮิคารุต้องชะงักงัน

 

“โทยะฮงอินโบ กับ คุซากิเมจิน! ตอนแรกฉันก็ว่าแม่คนนี้หยิ่งยะโสนะ แต่พออยู่กับอาจารย์โทยะฮงอินโบแล้วก็ดูเข้ากันดีแปลกๆ ได้ข่าวว่ากำลังคบหาดูใจกันอยู่ ก็อย่างว่านะ ฮงอินโบก็อายุเหมาะจะแต่งงานมีลูกเต้ากับเขาได้แล้ว”

 

ทานากะซังชี้ให้เห็นภาพของ โทยะ อากิระ กับสาวสวยผมยาวสีดำขลับ คุซากิ อายะ ที่กำลังให้บทสัมภาษณ์คู่กันโดยบทความท่อนหนึ่งเขียนทิ้งท้ายว่า  “อาจารย์โทยะฮิงอินโบสุดยอดตำนาน กับ อาจารย์คุซากิเมจินสาวสวยผู้ปราดเปรื่อง ดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกทีเดียว!

 

“เขาไม่ได้บอกอาจารย์เลยหรือ?” ทานากะซังถาม เรียกเอาสติฮิคารุกลับมา

 

“ไม่ครับ ไม่ได้ติดต่อกันเลย”

 

“ว้า น่าเสียดายๆ สงสัยงานจะยุ่ง แต่เดี๋ยวก็คงได้เจอกันแหละ อาจารย์กับฮงอินโบ ไม่นานหร๊อก เดี๋ยวการ์ดเชิญแต่งงานก็มา” ทานากะซังซดชาซู้ดๆเสียงดัง ก่อนจะคุยอะไรจิปาถะไปเรื่อยแล้วก็กลับไป

 

เหลือเพียงหนังสือพิมพ์โกะรายสัปดาห์วางทิ้งไว้ ให้เป็นเหมือนหนามทิ่มตำใจเล่นของฮิคารุยามได้เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของอากิระบนหน้าบทความเดียวกันกับ คุซากิ อายะ

 

 

แต่งงาน หึ! พูดบ้าๆ ไหนบอกว่ารักเราไง! จะไปแต่งงานได้ยังไง???

 

ฮิคารุนั่งอยู่ที่ระเบียงบ้าน พลางจ้องมองรูปในหน้าบทความนั้นเสียตาแทบทะลุ!

 

ก่อนหน้านี้ยังร้องไห้ให้เราแทบเป็นแทบตาย ทำไมถึงยิ้มได้แบบนี้ เพราะผู้หญิงคนนี้งั้นรึ!

 

“บ้าชิบ!

 

ฮิคารุเขวี้ยงหนังสือพิมพ์โกะรายสัปดาห์ ปาเสียไปไกลถึงหน้าบ้าน แล้วก็ทึ้งหัวอย่างทุกครั้งที่หงุดหงิด ไม่คิดสงสัยเอาเสียเลยว่าทำไมตนถึงได้ไม่พออกพอใจเอามากๆอย่างนี้ ไม่วายความไม่พออกพอใจนั้น ทำให้กดโทรหา โทยะ อากิระ อย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง

 

[ฮัลโหล ชินโด]

 

“นายกำลังจะแต่งงานสินะ โทยะ”

 

[ใครบอกนาย?]

 

“ใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้น”

 

[…]

 

ฮิคารุเริ่มหงุดหงิดเมื่อปลายสายเงียบไป

 

ทำไมไม่ปฏิเสธ ทำไมถึงเงียบว้ะ! อย่าเงียบสิโว้ย! ถ้าเงียบก็เท่ากับแกยอมรับน่ะสิ!

 

“เงียบทำไม?

 

[ชินโด นายโทรมาเพราะเรื่องนี้งั้นหรือ?]

 

“แล้วทำไมหรือฉันโทรไม่ได้!?” ฮิคารุขึ้นเสียง

 

[โทรได้ ชินโด]

 

“โว้ยยย!!! คำก็ชินโด สองคำก็ชินโด! นายจะแต่งงานกับแม่นั่นจริงๆใช่ไหม!!!?

 

[…]

 

“อย่าเงียบสิโว้ยยยยย!

 

บอกฉันสิ บอกว่านายจะไม่แต่งงานกับยัยนั่น!

 

[แล้วถ้าฉันจะแต่งงานจริงๆ...............]

 

[นายจะทำยังไง?]

 

 

“...”

 

[ฮิคารุ?]

 

“...”

 

[นายร้องไห้หรอ?]

 

“ค... แค่นี้นะ”

 

หลังจากวางสาย น้ำตาของฮิคารุก็ค่อยๆไหลออกมา ฮิคารุรีบดึงเสื้อขึ้นมาเช็ดอย่างไม่เชื่อว่าตัวเองจะร้องไห้ให้กับคนที่ตัวเองเคยทั้ง เกลียด กลัว โกรธ และขยะแขยง เพียงแค่เพราะว่า....

 

[แล้วถ้าฉันจะแต่งงานจริงๆ...............]

 

[นายจะทำยังไง?]

 

...คนๆนั้นกำลังจะแต่งงาน

 

ฮิคารุจ้องมองโทรศัพท์นั้นแต่ไม่มีทีท่าว่าคนที่เขาหวังจะโทรมาอีกครั้ง

 

โทรมาอีกครั้งเพื่อบอกว่านี่เป็นการเข้าใจผิด

 

โทรมาอีกครั้งเพื่อจะมายืนยันว่าเขาจะไม่แต่งงาน

 

โทรมาอีกครั้งเพื่อให้รู้ว่ายังคิดถึงกันอยู่

 

โทรมาอีกครั้งเพราะ... โทยะยังรักฮิคารุ

 

คิดได้อย่างนั้นฮิคารุก็ปล่อยโฮ กลับกลายเป็นเขาเสียเอง ผู้ที่ผลักไสไล่ส่งอีกฝ่ายอย่างเอาแต่ใจ ใครมันจะโง่ยังรักคนที่ทำร้ายจิตใจแถมยังเอาแต่ใจ เห็นแก่ตัว รักแต่ตัวเองอย่างเขาได้? ฮิคารุมองหาจดหมายที่อากิระเขียนไว้ให้ รื้อของทั้งหมดออกสิ้น จนเห็นเหมือนซองจดหมายยับยู่ยี้ที่เหมือนเพียงเศษขยะชิ้นเล็กๆวางอยู่

 

ฮิคารุตัวสั่น มือสั่น ค่อยๆแกะซองจดหมายที่ยับยู่ยี้นั้นออกมา น้ำตาไหลหยดเป็นดวงระหว่างเปิดจดหมาย

 

ผม รัก คุณ

 

คำนี้ยังเขียนจารึกไว้อย่างสวยงาม ตัวอักษรที่เป็นระเบียบ และเขียนโดยคนที่เขารักเหลือเกิน ฮิคารุทาบจดหมายนั้นกับอก ราวกับเขาได้กอดคนรักเอาไว้ พอรู้ว่านั่นเป็นเพียงการหลอกตัวเอง น้ำตาก็ไหลออกมาไม่หยุด เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดดังทั่วบ้าน ตัวอักษรที่จารึกไว้เป็นเพียงหลักฐานเดียวที่ทำให้เขารู้ว่า โทยะ อากิระ รักเขามากเพียงไร................

 

“ฮืออออ อึก! อะ..อากิ..ระ... ฮึก... ฮืออออ”

 

ใครมารู้ก็คงจะสมเพชเวทนาในตัวเขา ที่ยังบังอาจทิ้งคนที่ทั้งรักและจริงใจกับเขาแล้วยังกล้าแสดงสิทธิ์แห่งความเป็นเจ้าของ....

 

 

อยากเห็นหน้า... ครั้งสุดท้ายก็ยังดี

 

ด้วยความคิดนั้น ชินโด ฮิคารุ เดินทางมายังโตเกียว ตอนนี้อยู่ตรงหน้าบ้านตระกูลโทยะ เมื่อกดกริ่งแล้ว โทยะ อากิโกะ แม่ของอากิระก็เปิดประตูออกมารับแขก

 

“อ้าว ชินโดคุงใช่รึเปล่าคะนั่น? โตขึ้นเยอะเลยนะคะ” คุณป้ายังคงสวยเหมือนเดิม แม้จะดูแก่ลงไปบ้างตามอายุ ใบหน้านั้นเปื้อนรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะเปิดประตูหน้าบ้านเพื่อเชื้อเชิญให้เข้ามานั่งพักในบ้าน

 

“คือ... ผมมาหาโทยะน่ะครับ”

 

“คุณอากิระหรอคะ... ชินโดคุง คุณอากิระย้ายออกไปอยู่คนเดียวได้ 5 เดือนแล้วล่ะค่ะ” ฮิคารุชะงัก ก่อนจะทำหน้าเหมือนว่า อ้อลเข้าใจแล้ว อะไรทำนองนั้น

 

ออกไปอยู่คนเดียว... หรือว่า... จะออกไปอยู่กับคุซากิ อายะ...

 

“ผม... ขอทราบที่อยู่ได้ไหมครับ?

 

ไม่เป็นไร

 

ขอแค่เห็นหน้าครั้งเดียว...

 

ครั้งเดียวเท่านั้น

 

 

------ บ้านโทยะ อากิระ ------

 

ฮิคารุกดกริ่ง ใจเต้นเสียจนเขาได้ยินเสียงมันทะลุออกมาจากอก เขากุมมือไว้ที่หน้าอกแน่น หลายครั้งที่เขาเอาแต่ใจตัวเอง แม้แต่กับซาอิ เขาก็เอาแต่ใจตัวเองกับซาอิจนวาระสุดท้าย ซาอิจากเขาไปโดยไม่กลับมาอีกเลยนับแต่นั้น เช่นเดียวกันกับอากิระ เขาก็เอาแต่ใจ เอาตัวเองเป็นใหญ่ การทำร้ายจิตใจคนคือสิ่งที่โหดร้ายที่สุด เขาคาดหวังในสิ่งที่แย่ที่สุดไว้แล้วในการมาครั้งนี้ แต่ว่า... ถ้าจะต้องจากกันจริงๆ อย่างไรเขาก็ขอให้ได้เห็นหน้าอากิระ แม้จะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตก็ตาม

 

“.....ชินโด”

 

ดูอากิระก็ตกใจไม่น้อย ที่เปิดประตูบ้านมาเจอกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ช่างน่าประหลาดยิ่งและเป็นเหมือนบุพเพสันนิวาสที่ทำให้คนที่มีตารางเวลาแน่นตลอดทั้งปี มีวันว่างอย่างลงตัวอะไรเช่นนี้

 

“...นาย...ส...สบายดีไหม?” ฮิคารุไม่รู้จะพูดอะไร จึงถามคำถามที่เบสิคที่สุดไป อากิระยิ้มอย่างอ่อนโยนอย่างเช่นที่เขาเคยยิ้มให้ครั้งวันวาน ไร้ความเจ็บปวด ไร้ความทรมาน มีเพียงความบริสุทธิ์สดใส

 

“ฉันสบายดี แล้วนายล่ะ” อากิระเดินออกมาจากบ้าน ก่อนจะเดินมาเปิดประตูบ้าน บรรยากาศเหมือนตอนที่ทั้งคู่เป็นคู่ต่อสู้กันใหม่ๆ ในวันวานที่เต็มไปด้วยความหวัง ไฟที่ลุกโชน พลังที่เต็มไปด้วยความสดใส แต่ฮิคารุโบกมือห้ามไว้

 

“ไม่ต้องหรอก ฉัน... ตั้งใจแค่ว่าจะมาเจอนาย พอเจอนายแล้วก็จะกลับเลย” ฮิคารุบอก ก่อนตั้งใจจะบอกลา ในหัวเขาคิดเพียงว่า

 

ยิ้มได้แบบนี้ คงเป็นเพราะหัวใจของนายได้เจอคนดีๆแล้วสินะ...

 

“ไหนๆก็มาแล้ว เข้ามาก่อนสิ ถ้าคิดจะมาเจอหน้า ก็มองให้จนเบื่อเลยเป็นไง?” อากิระพูดแล้วก็ยิ้ม ฮิคารุกลั้นน้ำตาไว้สุดฤทธิ์ก่อนจะรับคำเชิญเข้าบ้าน

 

“ดื่มชาก่อนสิ” อากิระค่อยๆวางชาไว้บนโต๊ะรับแขก ฮิคารุรับชาไว้และมองบ้านรอบๆ บ้านนี้แต่งแบบโมเดริน เป็นแบบทันสมัยแต่เรียบง่าย เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น ทำให้รู้สึกสบายตาสบายใจ ข้างนอกเป็นสวนญี่ปุ่นตกแต่งอย่างสวยงาม มีกระบอกไม้ไผ่และกระดิ่งลมให้ความรู้สึกเหมือนบ้านที่ยังคงมีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นประดับอยู่

 

“บ้านนายสวยดีนะ” ฮิคารุชม

 

“ขอบคุณ” อากิระยิ้ม ก่อนจะมองไปรอบๆ “ฉันให้ความสำคัญกับบ้านหลังนี้มากน่ะ”

 

ให้ความสำคัญเพราะว่าจะไว้อยู่กับคุซากิ อายะ สินะ...

 

“อา... ขอบคุณสำหรับชานะ ฉันว่า ฉันจะกลับแล้วล่ะ” ฮิคารุออกตัวอย่างสุภาพ ไม่อาจข่มใจให้นั่งอยู่ในบ้านที่อากิระจะสร้างไว้อยู่กับคนอื่นได้

 

“ก่อนจะกลับ เรามาเล่นกันสักกระดานดีไหมล่ะ ชินโด?

 

“นายไม่กลัวว่าจะแพ้ฉันรึไง โทยะ?

 

“ฉันเป็นถึงระดับฮงอินโบแล้ว กะอีแค่อาจารย์สอนโกะน่ะ ฉันไม่กลัวหรอกน่า”

 

“อย่ามาปากดีหน่อยเลย ถ้าตอนนั้นฉันไม่ออกจากวงการ ตำแหน่งของนายมันก็ต้องของฉันแน่ๆ!

 

“อายุปูนนี้แล้ว เขาไม่รับแล้วล่ะ”

 

“ฮึ่ยยย!!!

 

“ฮ่าๆๆๆๆ”

 

ฮิคารุและอากิระเหมือนได้ย้อนกลับไปสมัยยังเป็นวัยรุ่น การเดินเกมส์ดำเนินไปได้อย่างสูสี ในห้องที่อากิระใช้ไว้สำหรับการเล่นหมากล้อม เป็นห้องญี่ปุ่นที่ตกแต่งอย่างสวยงาม เปิดประตูออกไปข้างนอกมองเห็นสวน เสียงน้ำที่ไหลผ่านกระบอกไม้ไผ่ เสียงกระดิ่งลมที่ฟังกี่ครั้งก็ชื่นหัวใจ

 

“พวกเราไม่ได้เป็นตัวของตัวเองแบบนี้มานานแล้วสินะ” อากิระพูดขึ้นมาหลังจากวางเม็ดหมากสีขาวเรียบร้อย ฮิคารุได้ฟังแล้ว ร่างกายก็นิ่งเงียบ มีเพียงเสียงลม กระดิ่ง และกระบอกไม้ไผ่กระทบหิน ราวกับว่าทุกอย่างได้ย้อนกลับไปสู่อดีต สมัยที่ยังมุ่งมั่นและมีจิตใจที่กล้าแกร่ง แข็งแรง และสดใส ในวันที่มิตรภาพและการเป็นคู่แข่งที่ยอมรับซึ่งกันและกันเบ่งบานในหัวใจ...

 

“พวกเรา... มาเริ่มต้นกันใหม่...”

 

“ได้ไหม... อากิระ”

 

เป็นคำถามที่ถามโดยรู้ว่าอาจไม่ได้คำตอบ ทั้งคู่นิ่งเงียบ ฮิคารุวางหมากดำลงบนจุดตัดของเส้น เสียงของเม็ดหมากราวกับจะยืนยันสิ่งที่ได้เอ่ยออกไป เสียงกระดิ่งลมดังกรุ๊งกริ๊ง สายลมพัดเข้ามาในห้องเอื่อยๆ พัดผมของฮิคารุและอากิระปลิวเบาๆ อากิระไม่มองหน้าฮิคารุ วางเม็ดหมากขาวลงบนกระดานอย่างบรรจง

 

“ที่ว่าเริ่มต้นใหม่ นายหมายความไว้แบบไหนล่ะ” อากิระถาม จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของฮิคารุ

 

“...”

 

“ฉันอยากให้เราเริ่มต้นกันใหม่... ทุกๆอย่าง” ฮิคารุกำเม็ดหมากในโถแน่น วางมันลงบนกระดานด้วยความรู้สึกอัดอั้นอย่างบอกไม่ถูก ความต้องการมากมายนั้นล้นเอ่อ อากิระเข้าใจในความรู้สึกที่ถ่ายทอดผ่านเม็ดหมากนั้น

 

“ถ้านายชนะ”

 

อากิระวางเม็ดหมากขาวลงอย่างมุ่งมั่นและตั้งใจ เสียงของมันดังก้องกังวานในใจของฮิคารุ

 

*** *** *** *** ***

 

“อ่ะ...” ฮิคารุมองเม็ดหมากบนกระดาน มือที่จับหมากดำสั่นอย่างช่วยไม่ได้ หมากดำบนกระดานนี้สิ้นเชิงจะชิงชัยอย่างราบคาบ

 

ฮิคารุไม่อาจฝืนเดินต่อได้ เขาปล่อยเม็ดหมากลงโถ เม้มปากเน้น พยายามสะกดกลั้นน้ำตาแต่ก็ไม่อาจทำได้ ฮิคารุก้มหน้า น้ำตาไหลเป็นสาย ไม่มีเสียงเล็ดลอด เป็นการร้องไห้ที่ทรมานที่สุดในชีวิต เขาค่อยขยับริมฝีปากช้าๆ

 

“แ...พ้ แล้ว ค..รับ”

 

“ขอบคุณครับ” อากิระยังคงสุขุมและนิ่งเงียบ หลายเดือนทีผ่านมา ช่วงแรกเขาตกอยู่ในความทุกข์ทรมาน แต่เมื่อคิดได้แล้ว เขาก็กลายเป็นคนที่เข้มแข็งและแข็งแกร่งมากขึ้นจนน่าตกใจ

 

“ฉัน...กลับก่อนนะ โทยะ” ไม่จำเป็นต้องพูดอ้อมค้อม ฮิคารุคว้าเป้ ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเดินออกจากห้องญี่ปุ่นไปโดยไม่สนพิธีรีตองใดๆทั้งสิ้น นั่นทำเอาอากิระหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะยังไม่ได้พูดในสิ่งที่ต้องการจะพูด คนดีของเขาก็ชอบหันหลังหนีเสียจนติดเป็นนิสัย อากิระเดินมาจับที่มือของฮิคารุเบาๆ

 

“เรื่องแต่งงานนั่นไม่จริงเลย คนเขาคิดกันไปเองทั้งนั้น”

 

สิ่งที่อากิระพูดทำให้ฮิคารุต้องหยุดชะงัก

 

“ฮิคารุ ช่วยตอบคำถามของฉันหน่อยนะ”

 

“....” ฮิคารุไม่ตอบกลับ แต่ดูเหมือนจะยอมยืนนิ่งๆรับฟังแต่โดยดี อากิระเปลี่ยนจากที่จับมือ มาเป็นโอบกอดจากทางด้านหลัง ร่างสูงกระชับอ้อมกอดแน่นเสียจนรัดไปหมด อากิระซุกใบหน้าเข้ากับไหล่ของอีกฝ่าย ฮิคารุปล่อยเป้ลงฮวบ มือทั้งสองเลื่อนขึ้นจับแขนของอากิระที่โอบกอดตนไว้ ก่อนจะเอนศีรษะให้ได้เข้าไปหอมผมสวยของคนรักอย่างคิดถึง

 

"ถ้าฉันไม่อยากให้นายไป”

 

“ฉันก็จะอยู่ที่นี่” น้ำตาของฮิคารุค่อยๆล้นเอ่อไหล่ลงอาบแก้ม

 

“ถ้าฉันอยากให้นายย้ายมาอยู่กับฉัน”

 

“ฉันจะย้ายมาอยู่กับนาย”

 

“ถ้าฉันอยากให้นายเป็นของฉัน”

 

“ฉันจะเป็นของนาย”

 

“รักฉันไหม... ฮิคารุ”

 

“รัก... ฮึก... รักนาย ฉันรักนาย อากิระ”

 

ฮิคารุใช้แรงทั้งหมดที่มีหันไปโอบกอดอากิระ ทั้งสองโอบรัดกันอย่างหนาแน่นจนถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ฮิคารุฝังใบหน้าลงบนไหล่ของอากิระ น้ำตาที่มากมายนั้นทำเอาไหล่ของอากิระเปียกโชก อากิระจูบและหอมผมของฮิคารุราวกับจะปลอบโยนหัวใจน้อยๆให้ได้คลายความทุกข์จากความเจ็บปวดและสิ้นหวัง
 

Photobucket

 

ทานากะซังผู้ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ได้รับการขอบคุณอย่างเต็มหัวใจจากอากิระที่นำฮิคารุกลับมาหาเขา ในตอนที่ไปช่วยฮิคารุขนของ เขาได้มอบพัดที่ตัวเองใช้พร้อมกับลายเซ็นให้กับทานากะซัง โดยเขียนกำกับเป็นภาษาญี่ปุ่นอย่างสวยงามว่า “แด่คุณทานากะ เคสุเกะ โทยะฮงอินโบ” ซึ่งเป็นที่ปลาบปลื้มให้กับชายชราผู้น่ารักผู้นี้อย่างมาก

 

คุซากิ อายะ กลายเป็นชื่อที่กระทบกระเทือนจิตใจของฮิคารุไปช่วงหนึ่ง แต่หลังจากได้พบปะและเจอกัน กลับพบว่าเธอได้คบหาดูใจอยู่กับหนุ่มนอกวงการ และทำให้ปมในใจหายไปในที่สุด

 

คาโต้ชนะเป็นครั้งแรกหลังจากแพ้ติดต่อกันมา 40 กระดานตั้งแต่เข้าโรงเรียนสอนโกะของฮิคารุ

 

ฮิคารุย้ายมาอยู่กับอากิระที่บ้านของเขา และเดินทางไปสอนโกะที่โรงเรียนของตนอาทิตย์ละ 4 ครั้งต่อสัปดาห์

 

อากิระต้องขึ้นป้องกันตำแหน่งฮงอินโบกับอากาซะเมจินในฤดูหนาวที่จะถึงนี้

 

ลูกชายวัยมัธยมต้นข้างๆบ้านเริ่มเอะใจว่าอากิระและฮิคารุอาจเป็นคู่รักกัน

 

เรื่องราวความรักมีทั้งที่สมหวังและไม่สมหวัง มีทั้งความรักที่ทุกข์ทรมาน และความรักที่เต็มไปด้วยความสุข รักที่มากเกินไป รักที่น้อยเกินไป รักที่เห็นแก่ตัว รักที่มีแต่คำโกหก รักคนมีเจ้าของ รักที่ไม่มีวันสมหวัง มีความรักหลากหลายรูปแบบบนโลกใบนี้ และความรักของ โทยะ อากิระ กับ ชินโด ฮิคารุ ก็เป็นความรักอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรค ทำลายสิ่งที่เรียกว่าความเห็นแก่ตัว และสร้างความรักที่ดีขึ้นมาใหม่อีกครั้ง มีหลายคู่ที่ไม่อาจกลับมาบรรจบกันได้ ต้องเลิกราและต่างเดินไปในทางของตน แต่ไม่ว่าอย่างไร ชีวิตก็ต้องเดินต่อไป ความรักเป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่ทำให้ความรักดีนั้น คือการ ”รักให้เป็น”

 

 

“ปลาก็ต้องเลี้ยงในน้ำ ถ้าเอามาขึ้นมา ไม่นานมันก็จะตาย ต่อให้รักมากแค่ไหน ก็ต้องมีระยะห่างของความรักนั้น”

 

 

“คนรักน่ะ ถ้าอยากให้เป็นของตัวเองมากๆ จะเป็นทุกข์ จำไว้ล่ะ อากิระ...”

 (500x591, 48Kb)



----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


“อยากมีลูกจังน้า”

 

“เอ๊ะ”

 

        ฮิคารุหันไปมองหน้าอากิระที่ตอนนี้กำลังเหม่อมองคุณพ่อที่เล่นกับลูกสาวตัวน้อย ทำให้เผลอพูดสิ่งที่คิดอยู่ข้างในอย่างไม่ได้ตั้งใจ

 

        “ห๊ะ เอ๊ะ” อากิระหันกลับมามองหน้าฮิคารุ ยิ้มน้อยๆ และเหงื่อตกก่อน เจ้าตัวหวังว่าคนดีของเขาจะไม่ได้ยิน แต่ใกล้ขนาดนี้น่ะมันจะไม่ได้ยินไปได้ยังไงกัน

 

        “ฉันหิวแล้ว” ฮิคารุว่า ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและยังคงเดินจังหวะปกติ ครึ่งหนึ่งอากิระแอบโล่งอก แต่อีกครึ่งก็เหมือนว่ามีบรรยากาศมาคุอบอวนอยู่

 

        “ได้สิ ราเม็งสินะ” อากิระเสนอเมนูโปรดของฮิคารุ หากแต่อีกคนส่ายหน้า “เอาของที่นายชอบสิ” ฮิคารุบอก อากิระเริ่มใจไม่ดี ปกติแล้วฮิคารุไม่ได้คิดถึงเขาเท่าไหร่นัก แค่เขาก็ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจอะไรที่ต้องเดินตามฮิคารุอยู่เสมอๆ เพราะเขาเดินตามมานานแล้ว และยินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นเช่นนั้นไปตลอดชีวิต

 

        “ฮิคารุ” อากิระเรียกด้วยเสียงที่นุ่มนวลและแผ่วเบา เนื่องจากไม่รู้ว่าคนดีของเขาคิดอะไรอยู่กันแน่ ฮิคารุหน้าแดงเนื่องจากเสียงที่มีลักษณะเช่นนั้นเหมือนกับเสียงที่คอยเรียกชื่อในเวลาที่อากิระกอดเขา ทำให้นึกถึงความทรงจำอันวาบหวาบที่ช่างไม่ถูกที่ถูกเวลาเสียเลย

 

        ภาพในหัวของฮิคารุกลายเป็นภาพประเจิดประเจ้อในกิจกรรมรักระหว่างเขาและอากิระ ทำเอาเจ้าตัวหน้าแดงก่ำไปถึงหู

 

        “หยุดพูดเสียงแบบนั้น! ถ้าพูดอีกฉันจะฆ่านาย!” ฮิคารุหน้าแดงก่อนจะตะโกนดังลั่นสวนสาธารณะ และเดินจ้ำอ้าวออกไปในทันที อากิระที่ยังคงมึนงงอยู่ เมื่อเห็นหน้าที่แดงก่ำเช่นนั้นแล้วก็หัวเราะออกมาทันที

 

***



 

        ในกลางดึก ฮิคารุจ้องมองใบหน้ายามหลับอย่างเป็นสุขของอากิระ ผมยาวเส้นหนาดูไร้ระเบียบ แผ่ยาวสยายอย่างสวยงาม คนรักของเขาไม่ว่าจะตอนตื่นหรือหลับก็ดูจะงดงามไปเสียหมด จนน่าแปลกใจที่ชายคนนี้เลือกเขาเป็นคู่ชีวิต

 

        แน่นอนว่าอากิระมีทั้งชื่อเสียง เงินทอง และคนรัก เรียกได้ว่ามีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีสิ่งใดที่เขาไม่สมควรได้ หากแต่คำพูดของเขาเมื่อตอนเย็น ทำให้ฮิคารุคิดไม่ตก... เขาเป็นผู้ชายและมีลูกไม่ได้ ถึงจะพยายามอย่างไร นี่ก็คือความจริง

 

        ฮิคารุก้มลงไปหอมแก้มร่างสูง เก็บกดความรู้สึกเสียใจนี้ไว้และกลับลงไปนอนเคียงข้างชายที่เขารักดังเดิม

***

 

        “อ้าว ชินโดคุง” พ่อของอากิระทักทายด้วยความแปลกใจ เมื่อเจอฮิคารุเดินทางมากับอากิระด้วย

 

วันนี้เป็นการเปิดศึกกันตำแหน่งฮิงอินโบของอากิระกับทาคาอิเมย์จิน ซึ่งได้ข่าวเป็นชายหนุ่มญี่ปุ่นที่มีฝีมือฉกาจฉกรรจ์ชนะนักหมากล้อมจากเกาหลีและจีนด้วยกลยุทธที่ไม่มีในตำรา เป็นนักหมากล้อมที่มีสไตล์การเล่นเป็นของตัวเอง และเป็นที่จับตามองของนานาชาติ

 

ถือเป็นศึกประชันระหว่างวิถีดั้งเดิมและวิถีใหม่ที่เป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง

 

“สวัสดีครับ... คุณโทยะ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะฮะ” อากิระขำเล็กๆ เนื่องจากอากิระใช้คำสุภาพในการเรียกพ่อของเขา ซึ่งมีนามสกุลเดียวกัน ทำให้รู้สึกเหมือนว่าตัวเองถูกเรียกแบบนั้นด้วย ฮิคารุเห็นแบบนั้นก็อายจนเผลอพาดหลังอากิระดังป้าป! ทำเอาพ่อและแม่ของอีกฝ่ายตกใจ แต่อากิระก็ยังคงขำได้อยู่

 

“วันนี้เป็นศึกที่เขาเฝ้ารอกันทั้งวงการเลยนะอากิระ” คุณโองาตะเองก็มาด้วย พลางจูงมือลูกชายคนโตแลดูน่ารัก ที่มีโอกาสได้มาชมการเล่นโกะติดขอบสนามเป็นครั้งแรก

 

“น่ารักจังเลย ฮิงาตะคุงใช่ไหมจ๊ะ?” แม่ของอากิระเข้าไปทักทาย เด็กน้อยพยักหน้าอย่างไร้เดียงสา ฮิคารุมองหน้าอากิระ เห็นได้ชัดว่าแววตาของเขาเต็มไปด้วยความเอ็นดูเหลือเกิน

 

นายคงจะอยากมีลูกที่น่ารักแบบนั้นสินะอากิระ...

 

“น่ารักจังเลยนะจ๊ะ ฮิงาตะคุง แหม ถ้าคุณอากิระรีบแต่งงานแล้วมีหลานน่ารักๆแบบนี้ให้แม่สักคนก็คงจะดีนะคะ” แน่นอนว่าประเด็นนี้จะต้องโดนพูดถึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

“ไม่เอาน่ะ ไปเตรียมตัวเถอะอากิระ การแข่งนี้เป็นนัดสำคัญมาก ลูกต้องมีสมาธิ” โทยะ โคโยผู้เป็นพ่อรีบตัดบทให้ อากิระกล่าวขอบคุณและลาทุกคนเพื่อไปเตรียมตัว เขาหันไปหาฮิคารุ

 

“ไว้เจอกันนะ ฮิคารุ” ฮิคารุยิ้มให้

 

“อื้ม อย่าแพ้เขาล่ะ ฮงอินโบ”

 

“ฉันชนะอยู่แล้ว” อากิระยิ้มให้ แววตาอบอุ่นเหลือเกิน

 

แม้จะไม่มีใครสักเกต แต่คำพูดลงท้ายของอากิระเปลี่ยนไป มีเพียงโคโยผู้เป็นพ่อที่รับรู้ได้ว่า การเปลี่ยนจากคำลงท้ายของลูกชายจาก “ชินโด” เป็น “ฮิคารุ” นั้น แผงไปด้วยความสัมพันธ์อันลึกซึ้งมากกว่าแค่ในฐานะคู่แข่งหรือเพื่อน ชายแก่มองดูฮิคารุ ชายหนุ่มที่ลูกของเขาหลงรักยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก ด้วยความผ่านโลกมามากจึงทำให้อดวิตกไม่ได้ว่า คำพูดที่ภรรยาของตนกล่าวไปนั้นจะไปเสียดแทงทำให้ฮิคารุเจ็บปวดหรือเปล่า

 

อย่าคิดมากล่ะ ชินโดคุง

 

“ผมว่าเราไปที่ห้องชมการแข่งกันเถอะครับ เชิญครับ” โองาตะพูดเชิญ ทุกคนจึงพากันเดินไปที่ห้องมอนิเตอร์ซึ่งถ่ายทอดสดจากห้องแข่งขัน ระหว่างที่กำลังเดินอยู่นั้นเอง ก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งพูดเสียงดังขึ้นมา

 

“นั่นมัน!” ตาเด็กหนุ่มสวมหมวกสีน้ำเงินเป็นประกายแวววับ พุ่งมองที่มาที่ฮิคารุ ก่อนจะวิ่งเข้ามาหา

 

“ชินโดเมย์จิน ชินโด ฮิคารุ!!!” ฮิคารุตกใจเพราะตัวเองก็ออกจากวงการมาได้หลายปีแล้ว เขาไม่นึกว่าจะมีใครที่จำเขาได้นอกจากนักเรียนที่โรงเรียนสอนโกะซึ่งเขาเป็นอาจารย์อยู่

 

“อาจารย์ชินโด ฮิคารุใช่ไหมครับ!?” เด็กน้อยถามด้วยความตื่นเต้น

 

“อา ใช่แล้ว” ฮิคารุยังคงตกใจแต่ก็ปนดีใจไม่น้อย

 

“ผมน่ะแฟนพันธุ์แท้อาจารย์เลยนะ! ชอบมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว!

 

ไอ้ที่ว่าเด็กๆนี่ มันตอนฉันยังเด็ก หรือนายยังเด็กกันล่ะเนี่ย

 

“ฮ่าๆ ขอบใจนะ ว่าแต่... นายเป็นอินเซย์งั้นหรอ?” ฮิคารุถามเพราะดูหน่วยก้านแล้วก็ไม่น่าจะใช่แค่เด็กที่ชอบโกะธรรมดาๆ

 

“ใช่แล้ว! ผมเป็นน้องชายของเคเซย์เมจิน คนที่จะแข่งกับโทยะฮงอินโบวันนี้นั่นแหละครับ!

 

น้องชายของเคเซย์งั้นหรอ...

 

“แต่ผมไม่มีกระดาษด้วยสิ จะให้อาจารย์เซ็นก็ไม่รู้จะให้เซ็นยังไง” เด็กน้อยพูดอุบอิบแบบเสียดาย ฮิคารุเห็นแบบนั้นก็ยิ้ม

 

“เซ็นที่หมวกก็ได้นะ เอาไหมล่ะ?

 

“เอา!” เด็กน้อยถอดหมวกออกก่อนจะยื่นให้พร้อมปากกา

 

“เขียนว่าไงดีล่ะ... เอาเป็น... จากชินโด ฮิคารุ... นายชื่ออะไรนะ?

 

“คิเซ่ะ... ทาคาอิ คิเซ่ะฮะ”

 

“โค่นโทยะฮงอินโบ!!” ยังไม่ทันที่ฮิคารุจะได้คิดคำถัดไป เด็กหนุ่มก็ตะโกนออกมาอย่างมุ่งมั่น เป้าหมายของเขาคือการโค่นโทยะฮงอินโบ นักหมากล้อมแนวหน้าของญี่ปุ่นในตอนนี้ ฮิคารุมองหน้าของเด็กหนุ่มแล้วหัวเราะด้วยความเอ็นดู

 

“โค่นโทยะฮงอินโบให้ได้นะ!” ฮิคารุเซ็นเสร็จแล้วก็ยื่นหมวกให้

 

“โฮ้ววววววว!” หนุ่มน้อยได้มาแล้วก็ถึงกับอุทานเสียงดัง เขามองหมวกแก๊ปราวกับเป็นของมีค่าที่สุดในชีวิต ฮิคารุเห็นแบบนั้นจึงชวนเด็กน้อยไปที่ห้องมอนิเตอร์ด้วย เด็กน้อยพยักหน้า

 

***

 

“เจ็บใจ...” คิเซ่ะน้อยร้องไห้อย่างเจ็บใจเมื่อพี่ชายของตนแพไปเพียงแค่ไม่กี่แต้มเท่านั้น ในจอมอนิเตอร์ โทยะ อากิระ (ฮงอินโบ) และ ทาคาอิ เคเซย์ (เมย์จิน) โค้งให้กันอย่างสุภาพ ฮิคารุจึงพาคิเซ่ะน้อยออกมาจากห้องมอนิเตอร์

 

“เอาน่า ตอนฉันแพ้หมอนั่นน่ะนะ ก็เจ็บใจอย่างนี้นั่นแหละ ไม่ว่าใครแพ้หมอนี่ก็เจ็บใจทุกคน เพราะหมอนี่น่ะน่าหมันไส้จะตายไป ฮ่าๆๆ” ฮิคารุพูดติดตลก

 

“ว่าใครน่าหมันไส้น่ะครับ” ฮิคารุหันไปมอง เป็นเจ้าตัวจริงๆ... อากิระ

 

“ก็ว่านายน่ะสิ นายทำให้เด็กคนนี้ร้องไห้ล่ะนะ”

 

“ผมจะโค่นคุณให้ได้เล้ย คอยดูเซ่ะ!” ว่าแล้วเด็กชายก็ถอดหมวกโชว์ลายเซ็นของฮิคารุให้อากิระดู ก่อนจะวิ่งจากไปทั้งน้ำตา

 

“...”

 

“นั่นน่ะ คิเซ่ะคุง น้องของทาคาอิเมย์จิน” ฮิคารุชี้แจง

 

“น่ารักดีนะ” อากิระพูด ทำให้ฮิคารุกลับมาคิดมากอีกครั้ง แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าที่อากิระพูดแบบนั้น เพราะคิดถึงสมัยเด็กๆที่ทั้งสองพบกัน ตอนที่ฮิคารุประกาศว่าเขาจะเป็นคู่แข่งกับอากิระ

 

***

 



        “ฮ่ะ... อาาา อื้อ!” ฮิคารุเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงบนตัวอากิระ เหงื่อของทั้งสองเต็มร่าง อากิระไม่เข้าใจว่าทำไมวันนี้คนดีของเขาถึงได้ร้อนแรงนัก เคลื่อนไหวและกลืนกินของของเขาอย่างกระหาย จนเขาอดเป็นห่วงไม่ได้

 

        “ฮิคา... อ่ะ!” พออากิระจะยันตัวขึ้นมาเพื่อกอดฮิคารุ ก็โดนชายหนุ่มผลักให้กลับลงไปนอนต่อ

 

        “นาย... ฮ่ะ อยู่แบบนั้นนั่นแหละ อา... ฉันจะ... ทำเอง”

 

        “แต่เราทำกันมาหลายครั้งเกินไปแล้วนะฮิคารุ!” อากิระตะโกนใส่ ทำให้ฮิคารุหยุดนิ่ง

 

        “นายรังเกียจฉันงั้นหรอ!” ฮิคารุตะโกนถาม

        “ผมไม่มีวันรังเกียจเธอ แต่ผม อ๊ะ!” ฮิคารุเริ่มขยับอีกครั้ง ครั้งนี้รวดเร็วและรุนแรงมากจนอากิระเองก็ไม่สามารถควบคุมสติให้อยู่กับตัวได้

 

“ฉันจะคลอด... อึก ลูกของนาย”

 

“ฮิคารุ” อากิระเบิกตาเมื่อเห็นใบหน้าที่ทุกข์ทรมานของคนรัก น้ำตาค่อยๆไหลพร้อมกับร่างกายที่ขยับอย่างไม่รู้จักพอ

 

“ปล่อยเข้ามาในตัวฉันสิ!” ทันใดนั้นเองน้ำขุ่นขาวข้นก็ทะลักเข้าสู่ตัวของฮิคารุเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่ทราบได้

 

        “ฮิคารุ!” อากิระรับยันตัวขึ้นไปโอบกอดฮิคารุ กระชับเข้ามากอดให้แน่น ร่างกายของฮิคารุสั่นเทา ขาอ่อนกระสั่นแทบจะทรงตัวไม่อยู่เพราะทำไปหลายครั้ง น้ำตาที่ไหลอาบแก้มสัมผัสโดนกับไหล่หนาของอากิระ

 

        “ฉัน... ฮึก ฉันจินตนาการ... ในเวลาที่นายอุ้มลูก นายต้องเป็นพ่อที่ดีที่สุดในโลก อากิระ แต่... ฉันมีลูกให้นายไม่ได้!!! ฮือออ”

 

อากิระปวดแปล๊บที่ใจ ไม่นึกว่าคนรักจะคิดมากจนต้องทำร้ายตัวเองถึงขนาดนี้ เขาเองก็รู้ดี รู้ว่าเขากับฮิคารุมีลูกด้วยกันไม่ได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลสำคัญ เพราะถ้าไม่ใช่ฮิคารุที่อุ้มท้องลูกของเขา จะมีลูกสักกี่คนก็ไม่มีความหมาย

 

“ฮิคารุอยากมีลูกกับผมงั้นหรอ” อากิระถาม

 

“ฮึก... อยาก” ฮิคารุซุกหน้าเข้ากับแผงอกของอากิระ

 

“ผมเองก็ท้องไมได้เหมือนกัน เธอรู้ใช่ไหม” อากิระลูบที่ผมของคนรักอย่างเบามือ

 

“ฉันไม่ได้โง่นะ” เสียงของร่างบางอู้อี้ อากิระโยกตัวไปมาเพื่อปลอบใจ

 

“งั้นเราอุปการะเด็กดีไหม?

 

“แต่ฉันอยากมีลูกกับนาย” ฮิคารุปฏิเสธ

 

“ผมก็เหมือนกัน...” อากิระจูบเข้าที่ขมับของร่างบาง “ผมเองถ้าทำได้ก็ไม่เกี่ยงหรอกนะที่ว่าจะท้องแทนเธอก็ได้ แต่ผมเองก็เป็นผู้ชาย ผมก็มีลูกให้ฮิคารุไม่ได้เหมือนกัน”

 

อากิระจับเข้าที่ต้นแขน เพื่อให้คนรักสบตากับตน แม้ตอนแรกฮิคารุดูเหมือนจะขัดขืน แต่ก็ยอมมองแต่โดยดี

 

“ที่รัก พระเจ้าไม่ได้สร้างให้ผู้ชายตั้งท้องได้ เรื่องนี้ผมและเธอก็รู้ดี แต่เราก็ไม่อยากได้ลูกของคนอื่นนอกจากลูกของเราสองคน...” อากิระพูด ฮิคารุหลบตา

 

“มองหน้าผมสิ ฮิคารุ”

 

“ผมรักเธอและได้ใช้ชีวิตกับเธอ แค่นั้นก็ดีพอแล้วสำหรับผม แม้ว่าเธอเองก็อยากมีลูกกับผม ผมเองก็อยากมีกับเธอ แต่ก็ขอแค่ให้เรายอมรับความจริงข้อนี้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เราไม่จำเป็นต้องดันทุรังหรอก ฮิคารุ”

 

“แต่นายอยากมีลูก... ฉันก็อยากเห็นนายอุ้มลูกของเรา” ฮิคารุกระซิก

 

“แต่มันเป็นไปไม่ได้” ฮิคารุมองหน้าอากิระ เมื่อได้ยินแล้วหน้าก็เริ่มเหยเกด้วยความเสียใจ อากิระยิ้มและดึงตัวคนรักเข้ามากอด

 

“ร้องไห้ซะ ร้องให้หมด ไว้ชาติหน้าผมจะเกิดเป็นผู้หญิงและคลอดลูกให้เธอเองนะ” อากิระพูดและหัวเราะ

 

“ไม่! นั่นมันหน้าที่ฉันต่างหาก... เจ้าบ้า ฮือออ” อากิระกอดฮิคารุที่ร้องให้จนหลับคาอกไปทั้งอย่างนั้น

 

*** 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Z.W. จากทั้งหมด 23 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

24 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 28 กันยายน 2562 / 17:38
    อยากถามคนเขียนหน่อยนะคะ เนื้อเรื่องหลัก ตอนช่วยคาบูโตะหายไป1ตอนรึเปล่า
    #24
    0
  2. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:19

    ชอบเรื่องนี้มากกกก ดำเนินเรื่องราวได้สนุกน่าประทับใจมาก คาแรคเตอร์ตัวละครไม่หลุดเลย รักมากกก

    #23
    2
    • 29 พฤษภาคม 2562 / 15:40
      ขอบคุณมากๆน้าค้า มีกำลังใจเลย อิอิ จริงๆคิดว่าจะเขียนต่อ แต่ยังนึกมุขไม่ออกเหมือนกันนนน 555+
      ถ้ามีตรงไหนติชมบอกได้เลยน้าค้า เราจะได้พัฒนาการเขียนไปเรื่อยๆ ขอบคุณค่า ^^
      #23-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. วันที่ 27 กันยายน 2561 / 11:43
    ชอบบบ~ ชอบมากค่ะขอบคุณที่แต่งนะคะคิดถึงคู่นี่มากก
    #22
    1
    • 16 ตุลาคม 2561 / 11:27
      ขอบคุณที่มาอ่านน้าาา มาอ่านวันเกิดไรท์พอดีเลยยย 555+
      ดีใจที่อ่านแล้วมีความสุขน้าค้าาาา ^^ เย้ๆ
      #22-1
  4. วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 23:29

    อ่านแล้วอ่านอีกก้ชอบ~ มากกกกก!! คิดถึงการ์ตูนนี้ แล้ว เราก็จะหาฟิคนี้เสมอ ไม่รู้ทำไม ทั้งๆที่ยังมีอีเยอะแยะ แต่เราก็เข้ามาอันนี้เสมอ อ่านแล้ว Happy มากๆครับ ขอบคุณที่อุตส่าห์มาเขียน ให้พวกเราได้อ่านนะครับ !!! //กราบ//

    #21
    1
    • 16 ตุลาคม 2561 / 11:26
      ดีใจที่กลับมาอ่านอีกน้าาาา ตอนแรกไรท์แต่งเล่น ไม่คิดว่าทุกคนจะชอบขนาดนี้
      ดีใจมากที่ยังมีคนอ่านมาจนถึงปี 2561 อิอิ ขอบคุณมากน้าค้า ไรท์ดีใจที่นิยายไรท์ทำให้คนมีความสุขได้
      ขอบคุณมากๆนะคะ : )
      #21-1
  5. วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 18:22

    ชอบค่ะ ชอบมากเลยไรเตอร์ เราเคยอ่านฟิคนี้เมื่อนานมาแล้ว น่าจะเพิ่งลงช่วงต้นๆ แต่เราจำฟิคนี้ไม่ได้แล้ว จนวันนี้รื้อกการ์ตูนออกมาอ่านใหม่ แล้วทำให้อยากอ่านฟิคขึ้นมา พอเสิร์ชดูแล้วเจอฟิคนี่เราจำได้เลยว่าเคยอ่านแล้วมันสนุกมาก ชอบที่คงคาแร็กเตอร์ตัวละครได้เป็นอย่างดี อย่างความยึดติดที่โทยะมีกับชินโดนี่สุดๆอ่ะ จนใครๆเขาก็ดูออกหมด ชอบมาก ไม่รู้ว่าไรเตอร์จะแต่งต่ออีกไหมนะ อยากอ่านอีกจังเลย

    #20
    1
    • 16 ตุลาคม 2561 / 11:25
      ขอบคุณมากๆน้าค้า ดีใจที่ชอบน้าา
      เรื่องมันเกิดจากตอนแรกไรท์ไปนั่งดูอนิเมะค่ะ แล้วจู่ๆมันเกิดไอเดียขึ้นมาเลย
      ตอนนั้นคือทุกอย่างรันในหัวหมด เพราะเห็นภาพจากอนิเมะ เลยรีบเอามาแต่ง 555+
      ตอนแรกแต่งสนองนีดตัวเองไปงั้นๆแหละค่ะ จะเห็นว่าสีของแต่ละตอนมันไม่เหมือนกันเนอะ
      แต่มีคนเรียกร้องให้แต่งต่อเรื่อยๆ ก็อยากให้ทุกคนมีความสุขเนอะ ก็แต่งต่อมาๆๆๆ จนยาวมาถึงขนาดนี้ 555+
      ก็เรียกได้ว่ามีความรักผู้อ่านแบบไม่มีผลกำไรอ่ะเนอะ ก็เลยแต่งมาให้เรื่อยๆ
      ถามว่าจะมีแต่งต่อไหม ขอไรท์ดูก่อนน้า เพราะถ้าแต่งแล้วมันแย่ลง ไรท์ก็ไม่อยากทำให้ทุกคนเสียใจ
      แต่ขอบคุณมากน้าค้า ดีใจที่อ่านแล้วมีความสุข ^^ เพราะนั่นแหละคือจุดประสงค์ของไรท์เลยย
      #20-1
  6. #19 coppia (@ooping) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 12:01
    ขอบคุณนะ สนุกมาก
    #19
    1
    • #19-1 Z.W. (@cha_wawa) (จากตอนที่ 1)
      17 มกราคม 2561 / 12:16
      ด้วยความยินดีค่า ดีใจที่ชอบนะคะ ^^
      #19-1
  7. วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 08:23
    เต็มร้อย เราให้ล้านเลย น้ำตาจะไหล เป็นนิยายที่ยาวสะใจ เนื้อหาล้ำลึก เข้าถึงเหมือนดูอนิเมะอยู่จรืงจัง
    #18
    1
    • 17 พฤษภาคม 2561 / 20:44
      ตอนแรกเราเขียนแค่ตอนเดียวเองค่ะเป็นตอนสั้นๆ จนกระทั่งได้รับการเรียกร้องเข้ามาให้เขียนเพิ่มเรื่อยๆ ก็เลยต่อจนกลายเป็นบทความสั้น (ที่ยาว) เราเขียนโดยอิงจากอนิเมะที่เป็นพากษ์ไทยค่ะ แล้วบทสนทนาในหัวก็จะถูกแทนที่ด้วยน้ำเสียงฉบับไทยด้วย ก็เลยค่อนข้างจะเหมือนในอนิเมะ ^^ ดีใจที่ชอบนะคะ
      #18-1
  8. #17 Komenasai
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 08:44
    ตั้งแต่อ่านมานี่คือที่สุดจริงๆ เปนเรื่องที่เราดูแบบเกินห้ารอบ ร้องไห้ทุกรอบ ถ้าคิดๆย้อนไปแล้วจริงทุกอย่างคือสองคนนี้ ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะได้อ่านนิยายที่ดีงามขนาดนี้เลย ขอคารวะจริงๆ ตั้งแต่ฉากแรก แฟนอาร์ทด้านบนก็กรื้ดแล้ว ไม่ได้อ่านหรือรู้ว่าเป็นคู่ไหน ส่วนตัวคือ ถ้าเป็นฮิคารุอากิระจะแบบปิดทันที แต่ว่าอ่านต่อมาเรื่อยๆ มันค่อยๆผุดมา ยิ่งแบบความสัมพันธ์ของซาอิกับฮคารุ ตอนแรกคือเข้าใจเลยว่า อากิระรู้จักซาอิผ่านโกะ และก้รู้ว่าฮิคารุแบบยกใจให้ขนาดไหน ไปๆมาๆคือต้องคิดตามเรื่อยๆ ชอบมากๆ ขอบคุณนะคะที่แต่งให้อ่านกัน เสียดายที่ไม่เห็นตั้งแต่แรก
    #17
    1
    • 17 พฤษภาคม 2561 / 20:45
      ขอบคุณนะคะ ดีใจที่ชอบนะคะ ^^ ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะเขียนมาได้ยาวจนถึงตอนนี้ ต้องขอบคุณทุกคนที่เรียกร้องกันเข้ามาเรื่อยๆค่ะ ^^
      #17-1
  9. วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 17:25
    ด้วยความบังเอิญที่นึกอยากอ่านโดเก่าๆเรื่องนี้เลยเสริชกูเกิ้ลดูแล้วมาเจอฟิคนี้
    ซึ่งไม่คิดเลยว่าจะมีให้อ่าน และเป็นตำแหน่งที่เราโฮกด้วย คือเราจิ้นอากิฮิกะ 
    แต่สมัยนู้นมันจะเป็นฮิกะอากิมากกว่า 
    ดีใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
     
    เนื้อเรื่องยาวกว่าที่คาดมาก คือนึกว่าจะจบแค่ฉากที่บ้านฮิคารุ ไม่เลยยาวมาจนอายุ 26
    และเพราะเนื้อเรื่องมันยาวมากจึงอาจสครีมไม่ครบถ้วน
    คือกว่าจะอ่านจบหลายอารมณ์อยู่ค่ะ
     
    เริ่มแรกเลยตกใจที่ฮิคารุออกจากวงการ 
    แต่พอรู้เหตุผลก็พอรับได้นะคะ ฉากที่เขาเล่นโกะกันแล้วเหมือนคุยกันผ่านกระดานนี่ลึกซึ้งมากกกกก
     
    แล้วก็แอบคิดว่าสองคนนี่คงใจตรงกันไปละ
    ทีไหนได้มีดราม่า เพราะฮิคารุคือฮิคารุ เราไม่เคยมองถึงจุดนี้เลย 
    ฮิคารุเป็นคนรักอิสระ ยิ่งอยากครอบครองก็เหมือนทำให้ฮิคารุเสียตัวตน
    แล้วฉากที่อากิระทำร้ายฮิคารุก็เหมือนจุดเปลี่ยน เพราะอากิระเองก็เหมือนไม่เข้าใจฮิคารุ แถมกำลังโกรธ
    คิดนะว่างานนี้ไม่สมหวังละ ฮิคารุคงหมดรักแล้วปลีกวิเวกสันโดษไปตลอดชีวิตแน่ๆ
    แต่พอรู้ว่าอากิระมีคนอื่นกลับเป็นฮิคารุที่เสียใจมาก
     
    และอากิระกลับนิ่งกว่าที่คิด
    เฮ่อ แอบดีใจที่สุดท้ายก็ปรับความเข้าใจ รักกันสักที 
    //จริงๆก็รักกันนานแล้วไหม แต่ชีวิตมันซับซ้อนไม่ใช่แค่บอกว่ารักแล้วจบ มันมีปัจจัยอื่นๆอีก
    นี่ละชีวิต
     
    แล้วชีวิตก็คือชีวิตอีกนั่นแหละ
    ใช่ว่าอยู่ด้วยกัน รักกันแล้วจะแฮปปี้ ดราม่าเรื่องลูกต่ออีก
    มันคือความจริงที่ต้องยอมรับจริงๆ
    เราชอบมุมนี้นะคะ ทั้งคู่ปลอบใจกันว่านี่คือความจริง และก็ไม่ได้อยากได้ลูกของคนอื่นมาเลี้ยง
    พวกเขาอยากมีลูก แต่คือลูกของตัวเองเท่านั้น
     
    ฉากร้อนแรงที่ฮิกะแสดงออกว่าเสียใจและอยากมีลูกให้อากิคุงมันพีคในใจจริงๆ
     
    ปอลอ แต่ตกใจที่จบแล้วเหรอ หรืออาจมีต่อ 555
    #16
    1
    • 17 พฤษภาคม 2561 / 20:47
      ขอบคุณมากนะคะ ตอนแรกก็สองจิตสองใจ เพราะการออกจากวงการโกะนี่เป็นเรื่องใหญ่มาก เรียกได้ว่าขัดกับเจตนารมณ์จริงๆของฮิคารุ (ซึ่งมั่นใจว่าถ้าเป็นเนื้อเรื่องหลักไม่มีทางมาอีหรอบนี้แน่นอน) แต่ไปสะดุดใจตอนไหนไม่รู้ว่ามันน่าจะเป็นแบบนี้นะ แล้วก็เขียนออกมาค่ะ ดีใจที่ชอบนะคะ ^^
      #16-1
  10. #15 Aliceter (@Aliceter) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 16:17
    ชอบมากค่ะะะะะะะะ????????????????????
    #15
    1
    • #15-1 Z.W. (@cha_wawa) (จากตอนที่ 1)
      1 เมษายน 2560 / 21:53
      ขอบคุณค่า ดีใจที่ชอบนะคะ ^^
      #15-1
  11. วันที่ 19 มกราคม 2559 / 20:26
    ฮืออออ ชอบเรื่องนี้มาก อ่านแล้วจะร้องไห้ ไม่ค่อยจะเจอฟิคของการ์ตูนเก่าๆเลย เปิดมาเจอเรื่องนี้พอดีแบบมันปังมาก โฮ.....ขอบคุณที่เขียนมาให้อ่านกันนะคะ
    #14
    1
    • 23 มกราคม 2559 / 11:28
      ขอบคุณนะคะ ดีใจมากๆเลยค่ะที่มีคนชอบ ^^
      ตอนแรกเราเขียนตอนสั้นๆเองค่ะ แต่ว่ามีหลายท่านอยากให้เขียนต่อ เราเลยเขียนต่อมาเรื่อยๆ
      ดีใจนะคะที่งานเขียนของเราทำให้คุณ yuhankung มีความสุข ขอบคุณที่เข้ามาอ่านผลงานของเรานะคะ :)
      #14-1
  12. วันที่ 30 มิถุนายน 2558 / 01:39
    ฉากสหวีตหายไปเยอะเลยอ้ะ เซงเบยยย มีการแต่งเพิ่มอีกแล้วอ้ะ ชอบมากค่ะ โดนแบนไปแล้วครั้งนึงเราว่ามันก้ไม่ค่อยแรงนะ สำหรับเด็กๆที่ไม่ชอบก้ไม่ต้องออ่านสิคะมันเปนภาระสำหรับคนที่ชอบจริงๆๆนะคะ แอบร้องไห้ด้วยอ่ะสงสารอากิระ และก้ฮิคารุเวลามีคนดีๆเข้ามาแล้วแบบสนิทกันมากตริงๆๆฮิคารุชอบทำแบบนี้เราไม่ชอบเลยเหมือนในเรื่องจริงตอนที่ซาอิหายไปคือแบบร้องไห้หนักมากกก ตาบวมไปรร.อ่ะ โครตอายเลยยยยย แต่ก้สงสารฮิคารุตอนนั้นมาก ตอนนี้ในฟิคนี้ก้อย่าปล่อยอากิระไปล่ะฮิคารุ ชั้นสงสารอากิระ ฮือออออออออออออ ปล.ชอบตอนอากิระไว้ผมยาวมากกว่าค่ะ หล่อดี อิอิ 
    #13
    1
    • 17 พฤษภาคม 2561 / 20:48
      ถ้าลงอีกมีหวังโดนแบนแน่ๆเลยค่ะ 555+ ขอบคุณที่ชอบนะคะ ^^ ความจริงเรื่องฮิคารุ โน โกะนี่เป็นการ์ตูนที่น่าประทับใจมากๆสำหรับเด็กยุค 90 เลยนะ เสียดายที่เด็กๆสมัยนี้ไปเล่นเกมส์มือถือกัน แถมอนิเมะสมัยนี้มีแต่เลือดสาดสู้กัน จะได้เนื้อหาดีๆแบบในยุคก่อนๆนี่ยากมากเลย แต่อย่างน้อยเราก็ยังได้อ่านได้ดู อยู่ในความทรงจำของเราเนอะ ^^
      #13-1
  13. #12 Li-e (@-Yukina-) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 23:40
    เข้ามาอ่านรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ รู้สึกอึ้งเล็กๆตอนแรกจำได้ว่ามีเนื้อหาถึงตอนที่อากิระแข่งชิงตำแหน่งฮงอินโบเสร็จแล้ามาหาฮิคารุ ไรเตอร์แอบมาอัพต่อตอนไหนค่ะเนี่ย ตอนอ่านช่วงพาร์ทที่ไรเตอร์มาต่อเรานี่แบบ....ไม่นะ ไม่ใช่ว่าไรเตอร์จะเขียนดราม่าให้ทั้งคู่แยกกันนะ ไม่เอาน้าาาา แต่พออ่านมาเรื่อยๆ ก็โลงใจที่ทั้งสองคนคืนกันแล้ว ป.ล. เนื้อหามีต่อใช่ไหมค่ะ? เราเดาว่าต้องมีต่อแน่ๆ เพราะมันจบห้วนไปนิด
    #12
    1
    • #12-1 Z.W. (@cha_wawa) (จากตอนที่ 1)
      17 พฤษภาคม 2561 / 20:49
      เพราะว่ามีการเรียกร้องเข้ามาเรื่อยๆ ก็เลยเขียนเพื่อผู้อ่านค่ะ ^^ แต่ไม่แน่ใจว่าต่อจากนี้จะมีต่อไหม แต่เดี๋ยวจะลองดูนะคะ ว่าดำเนินเนื้อเรื่องไปแบบนั้นถึงจะดี ขอบคุณนะคะ ^^
      #12-1
  14. #11 tttttttt
    วันที่ 17 กันยายน 2557 / 21:19
    ชอบคู่นี้ ฟิน อยากให้แต่งเป็นเรื่องยาวมากกว่าแต่งเรื่อยๆไม่จบง่าย คงฟินมากกก
    #11
    1
    • 17 พฤษภาคม 2561 / 20:50
      ขอบคุณมากนะคะ ดีใจจังที่ชอบ ^^
      #11-1
  15. #10 เอโดงาว่า
    วันที่ 29 สิงหาคม 2557 / 23:26
    สนุกและซาบซึ้งมากเลยค่ะ ชอบคู่นี้มาก จะฮิคารุxอากิระ หรือ โทยะxฮิคารุก็ดีค่ะ ชอบที้งคู่





    ปล.แอบนอยส์นิดนึงที่เขียนให้ฮิคารุแพ้โทยะ ทั้งที่เราคิดว่ายังไงๆฮิคารุก็ต้องเก่งกว่าใครอยู่แล้วหากผ่านไปอีกสักพัก แหะๆ
    #10
    1
    • 17 พฤษภาคม 2561 / 20:51
      ขอบคุณมากนะคะ ดีใจที่ชอบน้า ใช่ค่ะ เราก็คิดแบบนั้นเหมือนกันว่า ตามนิสัยของฮิคารุจริงๆ จะไม่ยอมออกจากวงการแน่นอน แต่ก็ไม่รู้คิดยังไงเนื้อเรื่องเลยออกมาแบบนี้ไปแล้ว 55 ยังไงก็ขอขอบคุณที่ติดตามนะคะ ^^
      #10-1
  16. วันที่ 24 สิงหาคม 2557 / 20:04
    อยากขอแบบยาว ๆ

    ถึงไม่มีซาอิก็ไม่เป็นไร

    ชอบ ๆ ^___^ 
    #9
    1
    • 17 พฤษภาคม 2561 / 20:52
      ขอบคุณน้าค้าาาาา ตามมาอ่านถึงฟิคสั้นเลยยยย คิดถึงนะคะ
      #9-1
  17. #8 รูริ
    วันที่ 23 สิงหาคม 2557 / 23:44
    สุดยอดเลย ตามหามานานและ

    ต้องอากิXชินโดสิเนอะ

    ขอให้เป็นพิคยาวไปเรื่อยๆ ไม่มีจบนะคะ

    ในมังงะ จบแบบไม่อยากให้จบเลย
    #8
    1
    • 17 พฤษภาคม 2561 / 20:52
      ดีใจนะคะที่ชอบ ขอบคุณน้าค้า ^^
      ไม่อยากให้มังงะจบเหมือนกันค่ะ จบคลุมเครือมากๆ แต่ถ้าเขียนต่อ ไม่รู้ว่าโกะระหว่างประเทศจะต่อยกันหรือเปล่า 555+ เป็นอีกหนึ่งตำนานที่น่าจดจำนะคะ ^^
      #8-1
  18. วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 16:57
    กรี้ดดดดดดดดดดด

    อากิระ ฮิคาร

    เราจิ้นคู่นี้นะเพราะว่าอ่านฮิคารุเซียนโกะตั้งแต่เด็กๆๆเลยอ่ะ

    แล้วหาอ่านค่นี้ยากด้วย

    เพิ่ลเคยเจอแบบสนุกๆๆก้เรื่องนี้เรื่องแรกอ่ะค่ะ

    อยากให้มีภาคต่อจุง

    ถ้าไรท์จะใจดีแต่งต่ออ่ะนะ>//<
    #7
    1
    • 17 พฤษภาคม 2561 / 20:53
      แต่งต่อมาเรื่อยๆแล้วน้าาา ได้อ่านหรือยังเอ่ยยยย ^^
      #7-1
  19. วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 11:50
    ขอบคุณทุกๆคอมเม้นเลยนะค่ะ
    ดีจังใจ ตอนแรกที่เริ่มมาเขียนเรื่องสั้นของฮิคารุกับอากิระ
    เพราะว่ากลับไปดูฮิคารุเซียนโกะอนิเมในยูทูปมา แล้วก็เกิดอาการประมาณว่า เอ้ยย มาแต่งฟิคดีกว่า
    ไม่คิดว่าจะมีคนชอบมากขนาดนี้ ดีใจมากๆเลยค่ะ
    ตอนแรกทำเป็นเพียงแค่เนื้อเรื่องสั้นๆ (ตัวอักษรสีน้ำตาล) เท่านั้นเอง
    หลังจากเห็นว่ามีคอมเม้นจากรีดเดอร์อยากให้เขียนต่อเรื่อยๆ ก็เลยลงเนื้อเรื่องต่อ (ตัวอักษรสีน้ำเงิน) ตามมาอีก
    คิดว่าหลังจากนี้อาจจะมีเนื้อเรื่องเสริมตามมาเรื่อยๆนะค่ะ แล้วจะใช้ตัวอักษรสีต่างๆสลับกันไป เพื่อจะได้ไม่สับสน ^^
    ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคนที่ติดตามโทยะกับฮิคารุนะค่ะ ดีใจจัง : )
    #6
    0
  20. วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 / 20:43
    อยากให้เเต่เรื่องยาวจังค่ะ
    #5
    1
    • 17 พฤษภาคม 2561 / 20:53
      ตามคำเรียกร้อง อัพเพิ่มเรื่อยๆแล้วนะคะ ^^
      #5-1
  21. #4 สูทดำ (@motton) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 / 20:41
    รักเรื่องนี้มาก ฟินคู่นี้สุดๆ ชอบฟิคเรื่องนี้มากๆอ่านวนไปวนมาหลายรอบมากๆ^^
    #4
    0
  22. วันที่ 10 พฤษภาคม 2557 / 18:23
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    มุงมิ้งมากค่ะ อิอั๊ง~ สรรหาคำมาบรรยายไม่ถูกค่ะ รู้อย่างเดียวว่าฟินมากค่ะ!!! น่ารักสุดๆ!!! ย๊ากกกกก //ระเบิดตัวตายด้วยความฟิน
    #3
    0
  23. วันที่ 16 เมษายน 2557 / 20:28
    อร๊ายยย คู่นี้ เราฟิน 
    แต่งต่อเป็นเรื่องยาวเลยค่ะ ชีวิตครอบครัวสุขสันต์ อิอิ
    #2
    0
  24. วันที่ 22 มีนาคม 2557 / 22:55
    ขอกรีดร้องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    #1
    0