poonkhing
ดู Blog ทั้งหมด

รายงานลีลาศ ตอนที่ 2

เขียนโดย poonkhing

การเคลื่อนไหวร่างกายไปในทิศทางตรงกันข้าม (Contrary body Movement)

การเคลื่อนไหวร่างกายไปในทิศทางตรงกันข้าม จะมีลักษณะการเดินบิดสะโพกและไหล่ด้านตรงข้ามกับเท้าที่ก้าวไปทำให้เกิดการบิดลำตัวขณะก้าวเท้าบางครั้งเรียกว่าการเหวี่ยงลำตัว (body Swing)  ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการหมุน นักลีลาศทั่วไปนิยมเรียกการเคลื่อนไหวร่างกายไปในทิศทางตรงกันข้ามว่า ซี.บี.เอ็ม. (C.b.M.) ซึ่งสามารถสื่อความหมายและเป็นที่เข้าใจกัน แต่สิ่งที่ควรระวังในการทำ ซี.บี.เอ็ม.คือ หากทำมากเกินไปจะทำให้ลีลาศไม่สวยงามหรือเสียการทรงตัวได้ง่าย

                ในการลีลาศมีการหมุนอยู่  4 วิธี คือ การหมุนไปทางซ้ายหรือขวาในขณะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า และการหมุนไปทางซ้ายหรือขวาในขณะเคลื่อนที่ถอยหลัง มีวิธีปฏิบัติ ดังนี้

1.หมุนตัวไปข้างหน้าทางซ้าย (Forward  Turn to  Left)

วิธีปฏิบัติ: ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าขณะเดียวกันบิด (Swing) ไหล่และสะโพกขวาไปข้างหน้า

2.หมุนตัวไปข้างหน้าทางขวา (Forward  Turn to  Right )

วิธีปฏิบัติ : ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าขณะเดียวกันบิด (Swing) ไหล่และสะโพกซ้ายไปข้างหน้า

                   3. หมุนตัวถอยหลังไปทางซ้าย (backward Turn to Left)

วิธีปฏิบัติ :  ถอยเท้าขวาไปข้างหลังขณะเดียวกันบิด (Swing) ไหล่และสะโพกซ้ายไปข้างหลัง

    4. หมุนตัวถอยหลังไปทางขวา (backward Turn to Right)

วิธีปฏิบัติ :  ถอยเท้าซ้ายไปข้างหลังขณะเดียวกันบิด (Swing) ไหล่และสะโพกขวาไปข้างหลัง

ในการทำ ซี.บี.เอ็ม. จะต้องบิดทั้งไหล่และสะโพก ถ้าพยายามฝึกจนเกิดความเคยชินจะพบว่า ในขณะที่หมุนตัวไปข้างหน้าจะต้องหมุนจากไหล่ไปก่อน และในขณะที่หมุนตัวไปข้างหลังจะต้องหมุนจากสะโพกไปก่อน ความแตกต่างเล็กๆน้อยๆของการหมุนทั้งสองแบบนี้ จะช่วยให้ผู้เริ่มฝึกลีลาศใหม่ๆ เข้าใจได้ดีและปฏิบัติได้ถูกต้องรวดเร็วยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งในการทำ ซี.บี.เอ็ม. ก็คือ จะต้องไม่ทำให้ทิศทางการก้าวเท้าเปลี่ยนแปลงไป ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเสมอกับ   ผู้ฝึกลีลาศใหม่ๆ คือ การเปลี่ยนทิศทางการก้าวเท้าขณะทำ ซี.บี.เอ็ม.  ตัวอย่างเช่น

 ยืนหันหน้าตามแนวลีลาศ น้ำหนักตัวอยู่บนเท้าซ้าย และพร้อมที่จะหมุนตัวไปข้างหน้าทางขวา ในขณะที่ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าพร้อมกับบิดไหล่และสะโพกซ้ายไปทางขวา ผู้ฝึกลีลาศใหม่ๆส่วนมาก มักจะก้าวเท้าขวาไปในทิศทางเฉียงฝาตามแนวลีลาศ ซึ่งเป็นการก้าวเท้าที่ผิด ที่ถูกแล้วลำตัวเท่านั้นที่บิดออกจากแนวลีลาศ เท้าขวาจะต้องก้าวตรงไปข้างหน้าหรือวางอยู่หน้าเท้าซ้าย และในการหมุนตัวถอยหลังก็เช่นเดียวกัน

ตำแหน่งการเคลื่อนไหวร่างกายไปในทิศทางตรงกันข้าม

               การทำ ซี.บี.เอ็ม.  เป็นการเคลื่อนไหวไหล่ ลำตัว และสะโพกให้บิดไปข้างหน้า ส่วนตำแหน่งการเคลื่อนไหวร่างกายไปในทิศทางตรงกันข้าม หรือที่นักลีลาศนิยมเรียกกันว่า ซี.บี.เอ็ม.พี. (C.b.M.P.)  คือ การก้าวเท้าข้างใดข้างหนึ่งไปข้างหน้าหรือไข้วไปข้างหลังของเท้าอีกข้างหนึ่งโดยไม่หมุนลำตัว แต่ในบางกรณีอาจนำ ซี.บี.เอ็ม.  มาใช้พร้อมกันด้วยก็ได้

               ผู้ที่ฝึกลีลาศใหม่ๆ จะต้องจำไว้ว่า ทุกครั้งที่ก้าวเท้าออกนอกคู่ (Outside Partner) หรือคู่ลีลาศอยู่ข้างนอก (Partner Outside) จะต้องอยู่ในท่า ซี.บี.เอ็ม.พี.  เพื่อให้ลำตัวของคู่ลีลาศชิดกันมากที่สุด ซี.บี.เอ็ม.พี.  จะเกิดขึ้นเสมอในลวดลายพรอมมิหนาด(Figure Promeade) ของจังหวะแทงโก้ (Tango)

5. การเอนลำตัวและปริมาณการหมุน(body Sways and Amount of Turn)

การเอนลำตัว (body Sways)

การเอนลำตัวในการลีลาศประเภทบอลรูม (ballroom  Dancing)  เป็นองค์ประกอบที่สำคัญมาก เพราะจะทำให้เกิดความสวยและสง่างาม การเอนลำตัวสามารถกระทำได้ทุกครั้งที่มีการหมุน (Turn)  ยกเว้นการหมุนแบบต่อเนื่อง (Spin  Turn)  ซึ่งเป็นการหมุนอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถเอนลำตัวได้ทัน เมื่อใดก็ตามที่มีการหมุนก็จะใช้การเอนลำตัวร่วมด้วย นอกจากนี้ยังใช้การเอนลำตัวในลวดลาย (Figure)  แบบโค้งหรือคดเคี้ยว  (Curve  or  Wave)  และบางลวดลายที่ก้าวออกทาง ด้านข้าง  (Cross  Dhasse’)

                ในการหมุนทุกครั้งจะเริ่มด้วยการทำ ซี.บี.เอ็ม.  (C.b.M.)  การเอนลำตัวนั้นจะทำร่วมกันและต่อเนื่องกันไปจากการก้าวเท้าของ ซี.บี.เอ็ม.  เช่น ถ้าก้าวเท้าขวาก็จะเอนลำตัวไปทางขวา ถ้าก้าวเท้าซ้ายก็จะเอนลำตัวไปทางซ้าย ทั้งการเดินไปข้างหน้าและการเดินถอยหลัง โดยปกติจะกระทำเพียงสองก้าว แต่บางครั้งการเอนลำตัวจะกระทำเพียงก้าวเดียว

                หลักสำคัญของการเอนลำตัว คือ จะต้องเอนลำตัวไปหาจุดศูนย์กลางของการหมุน ประโยชน์ที่ได้รับจากการเอนลำตัว คือ จะช่วยให้ไม่เสียการทรงตัว จะเห็นได้อย่างชัดเจนในการลีลาศจังหวะวอลซ์ (Waltz)  ผู้ที่เริ่มฝึกลีลาศใหม่ๆ จะพบว่า การเอนลำตัวไปในทิศทางตรงกันข้ามกับทิศทางที่กำลังเคลื่อนที่ไป จะช่วยไม่ให้เสียการทรงตัว ทั้งยังเป็นการเสริมบุคลิกภาพให้เกิดความสง่างามอย่างแท้จริง

การยกตัวขึ้นและลดตัวลง  (Rise and  Fall  body)

การยกตัวขึ้นและลดตัวลงมีความสำคัญไม่มากนักสำหรับผู้ที่เริ่มฝึกลีลาศใหม่ๆ แต่มีความสำคัญมากในหมู่นักลีลาศที่ชำนาญแล้ว เพราะจะเป็นการยกระดับการลีลาศของตนให้สูงขึ้น ในนักลีลาศชั้นสูงจะใช้เทคนิคการยกตัวขึ้นและลดตัวลงได้อย่างอัตโนมัติ โดยไม่รู้สึกตัวว่ากระทำขึ้นเมื่อใด

สิ่งที่ควรทราบ คือ การยกตัวขึ้นในการลีลาศ มีผลมาจากการใช้กล้ามเนื้อขา การยกตัวขึ้นจะรู้สึกว่าเกิดขึ้นภายในลำตัวมากกว่าเกิดจากเท้าที่ใช้กล้ามเนื้อขา โดยปราศจากความสัมพันธ์กันในแต่ละก้าว จังหวะลีลาศที่มีการใช้เทคนิคการยกตัวขึ้นและลดตัวลง มีอยู่  3 จังหวะ คือ จังหวะควิกสเตป (Quick Step) จังหวะวอลซ์ (Waltz) และจังหวะฟอกซ์ทรอท (Foxtrot) เป็นต้น

6. การนำและการตามในการลีลาศ (Leading and Following)

การที่จะลีลาศให้สวยงาม กลมกลืน และต่อเนื่องกันไป คู่ลีลาศจะต้องเคลื่อนไหวให้ สอดคล้องสัมพันธ์กันจากลวดลายหนึ่งไปอีกลวดลายหนึ่ง โดยปกติแล้วผู้ชายจะเป็นหลักในเรื่องของจังหวะดนตรี จังหวะของการลีลาศ และมีหน้าที่ในการให้สัญญาณนำ (Lead)  ผู้หญิงให้สามารถลีลาศไปบนฟลอร์ได้อย่างราบรื่น สวยงาม และไม่ชนกับคู่ลีลาศอื่น ๆ สำหรับผู้หญิงจะทำหน้าที่เป็นผู้ตาม(Follow) โดยปล่อยให้ผู้ชายทำหน้าที่ในการนำทั้งหมด

การนำในการลีลาศ (Leading)

มีผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่สามารถลีลาศลวดลายต่างๆได้ดี แต่เมื่อจับคู่ลีลาศกับผู้หญิง  กลับมีปัญหาไม่สามารถลีลาศไปด้วยกันได้ หรืออาจจะถูกบ่นในทำนองที่ว่า ไม่สามารถเป็นผู้นำ (Lead)ในการลีลาศได้ ดังนั้น ผู้ชายจึงจำเป็นต้องเรียนรู้และฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการนำในการลีลาศให้ชำนาญ โดยมีวิธีปฏิบัติดังนี้

 1)  พื้นฐานที่สำคัญในการนำ การนำที่ดีเกิดจากพื้นฐานที่สำคัญ ดังนี้

1.1 ทรวดทรง จะต้องอยู่ในลักษณะที่พร้อมจะเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

1.2 จับคู่ลีลาศในตำแหน่งที่ถูกต้อง จะสามารถช่วยเหลือแก่คู่ลีลาศได้    

1.3 มีความเข้าใจในจังหวะดนตรี และรูปแบบของดนตรีประเภทต่างๆ

1.4 มีความรู้ในลวดลายพื้นฐาน  และลวดลายที่พลิกแพลงอื่นๆพอสมควร   สามารถเชื่อมโยงลวดลาย

                ต่างๆเข้าด้วยกัน(Amalgamation)

1.5         สามารถให้สัญญาณในการนำ ก่อนที่จะเปลี่ยนไปใช้ลวดลายอื่น

2)  กฎทั่วไปเกี่ยวกับการนำ ประกอบด้วย

2.1 ในการจับคู่ลีลาศควรจับให้รู้สึกมั่นคงแต่ไม่กระชับแน่นเกินไป จนผู้หญิงรู้สึกว่าถูกกอดรัด

2.2 ฟังและจับจังหวะดนตรีให้ได้ก่อนเริ่มลีลาศ

2.3 คิดล่วงหน้าเพื่อเป็นการเตรียมพร้อม ก่อนที่จะเปลี่ยนลวดลายใหม่

2.4 ให้สัญญาณนำก่อนที่จะเริ่มลวดลายใหม่ หรือเปลี่ยนทิศทางใหม่

2.5 เริ่มลีลาศจากลวดลายพื้นฐานก่อน แล้วจึงเปลี่ยนไปลีลาศในลวดลายที่พลิกแพลงขึ้น แต่ต้องแน่ใจว่าคู่ลีลาศสามารถลีลาศตามได้

3)  สัญญาณในการนำทั้งผู้ชายและผู้หญิงจะต้องเรียนรู้และเข้าใจให้ตรงกัน จะไม่มีการให้สัญญาณด้วยคำพูด สัญญาณในการนำของผู้ชายมีดังนี้

3.1 การนำในการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า (ผู้หญิงเคลื่อนที่ถอยหลัง) ให้เคลื่อนไหล่และหน้าอกไปข้างหน้า พร้อมกับยกแขนขวาขึ้นเล็กน้อย

3.2 การนำในการเคลื่อนที่ถอยหลัง (ผู้หญิงเคลื่อนที่ไปข้างหน้า) ให้ใช้มือขวากดตรงกลางหลังของผู้หญิงแล้วดึงผู้หญิงมาข้างหน้า

3.3 เมื่อต้องการให้ผู้หญิงเคลื่อนที่ไปทางซ้ายมือของผู้ชาย ให้กดนิ้วมือขวาทั้งสี่นิ้ว (ยกเว้น

     นิ้วหัวแม่มือ) ตรงบริเวณกลางหลังของผู้หญิง และดันผู้หญิงไปทางซ้ายมือของตน

3.4 เมื่อต้องการให้ผู้หญิงเคลื่อนที่มาทางขวามือของผู้ชาย ให้กดส้นมือขวาลงตรงกลางหลังของผู้หญิง และดึงผู้หญิงมาทางขวามือของตนเอง

3.5 ถ้าต้องการให้ผู้หญิงเคลื่อนที่ไปทางด้านข้าง   ให้เลื่อนมือขวามาที่ข้างลำตัวของ    ผู้หญิงแล้วกดมือขวาลง

3.6 ถ้าต้องการให้ผู้หญิงหมุนไปทางขวามือ ให้ยกมือซ้ายขึ้นเหนือศีรษะของผู้หญิง แล้วใช้มือขวาผลักตรงด้านข้างลำตัวของผู้หญิง

3.7 ถ้าต้องการให้ผู้หญิงย่อตัวต่ำ ให้กดปลายนิ้วมือขวาทั้งหมดลงตรงกลางหลังของผู้หญิง

                3.8 ถ้าต้องการล็อค ผู้หญิง ให้ใช้มือซ้ายบีบมือขวาของผู้หญิง และใช้มือขวายกลำตัวของผู้หญิงขึ้น  ผู้ชายพึงระลึกไว้เสมอว่า การนำคู่ลีลาศที่ดีนั้น จะช่วยให้คู่ลีลาศสามารถลีลาศตามด้วยความมั่นใจ ไม่ต้องคาดเดาว่าต่อไปจะต้องลีลาศลวดลายอะไร ทั้งยังทำให้คู่ลีลาศเกิดความรู้สึกสนุกกับการลีลาศด้วย

 การตามในการลีลาศ (Following)

การตามในการลีลาศ เป็นหน้าที่ของผู้หญิงที่จะต้องปรับการลีลาศของตนเองไปตามจังหวะหรือลวดลายของผู้ชาย จะต้องไม่เกร็งตัวมากเกินไปจนทำให้เกิดแรงต้านใดๆหรือในทางตรงกันข้าม คือ ปล่อยตัวตามสบายเกินไป จะทำให้การนำของผู้ชายเป็นไปด้วยความยากลำบาก ในกรณีที่ผู้ชายนำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ผู้หญิงควรจะคอยสังเกตุการเคลื่อนไหวลำตัวของผู้ชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงบริเวณไหล่และหน้าอก

กฎทั่วไปเกี่ยวกับการตามของผู้หญิงที่ควรทราบ มีดังนี้

1)  พยายามยึดจังหวะการลีลาศของผู้ชาย

2)  มีความสามารถตอบสนองการนำของผู้ชายได้อย่างฉับไว

3)  คำนึงถึงหลักเบื้องต้นในการเคลื่อนที่ถอยหลัง และการวางน้ำหนักตัวขณะเคลื่อนไหวต้องไม่ให้เป็นภาระของผู้ชายที่จะต้องแบกรับน้ำหนักตัวของเรา

4) ในการเคลื่อนที่ถอยหลังให้ก้าวเท้าถอยหลังไปตรงๆ เพื่อให้ผู้ชายก้าวเท้ามาข้างหน้าได้สะดวก

5) การก้าวเท้า ให้ก้าวเท้าผ่านอีกเท้าหนึ่งให้ใกล้ที่สุดจนเกือบสัมผัสกัน

6) ไม่ควรคาดคะเนการนำหรือการเปลี่ยนลวดลาย ก่อนผู้ชาย แต่ควรเป็นผู้ตามจากการนำของผู้ชาย

7) พยายามทำความคุ้นเคยกับลวดลายพื้นฐานของผู้ชายที่เราจับคู่ลีลาศด้วย

8) พึงระลึกไว้เสมอว่า จะต้องอยู่ใกล้ชิดกับคู่ลีลาศและรักษาทรวดทรงที่ดีไว้ตลอดเวลาในการ ลีลาศ เพื่อให้การนำของผู้ชายเป็นไปด้วยความสะดวก

7. การจับคู่ลีลาศ (The Hold)

การจับคู่ลีลาศ เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ฝึกลีลาศจะต้องทราบ และให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ เพราะถ้าจับคู่ไม่ถูกต้องตามแบบแผน นอกจากจะทำให้ขาดความสง่างามแล้ว ยังเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งในการนำ (Lead)  และการตาม (Follow) เพราะจะทำให้เสียการทรงตัวและการก้าวเท้าของคู่ลีลาศไม่สอดคล้องสัมพันธ์กัน หรืออาจทำให้เหยียบเท้ากันได้ ดังนั้นการจับคู่ลีลาศที่ถูกต้องจึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการลีลาศ โดยเฉพาะผู้ชายจะต้องศึกษาทำความเข้าใจให้ถูกต้อง

โดยปกติท่าเริ่มต้นในการจับคู่ลีลาศแทบทุกจังหวะ จะจับคู่แบบบอลลูมปิด (Closed  ballroom)  ได้แก่ จังหวะวอลซ์ (Waltz)  จังหวะควิกสเต็ป  (Quick  Step)  จังหวะชะ ชะ ช่า (Cha Cha Cha)  และจังหวะบีกิน  (beguine)  แต่เมื่อคู่ลีลาศออกลวดลาย (Figure)  ต่างๆแล้ว การจับคู่ลีลาศจะเปลี่ยนไปเป็นแบบอื่นตามลวดลายของจังหวะนั้นๆ มีเพียงบางจังหวะที่จับคู่ลีลาศตอนเริ่มต้นแตกต่างออกไป ได้แก่  จังหวะแทงโก้  (Tango)  จังหวะไจฟว์ (Jive) และจังหวะร็อคแอนด์โรล (Rock  and  Roll) เป็นต้น

การจับคู่เริ่มต้นในการลีลาศที่นิยมใช้โดยทั่วไปมี  2 แบบ คือ

1)              การจับคู่ลีลาศแบบบอลรูมปิด (Closed ballroom)

ลักษณะการจับคู่ลีลาศของผู้ชาย  (The Hole for Gentleman)

        1.  ยืนตัวตรงเท้าชิดกัน ปลายเท้าชี้ตรงไปข้างหน้า น้ำหนักตัวอยู่บริเวณปลายเท้า ลำตัวตั้งตรง เกร็งลำตัวบริเวณเองเล็กน้อยโดยไม่ต้องเกร็งไหล่ คอและศีรษะตั้งตรงตามสบาย

2. ใช้มือซ้ายจับมือขวาของผู้หญิง โดยการคีบนิ้วทั้งสี่ของผู้หญิงไว้ระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ โอบนิ้วมือที่เหลือแตะหลังมือขวาของผู้หญิงโดยไม่บีบหรือเกร็งมือ

3. มือซ้ายไม่บิดงอจะเป็นแนวตรงตลอดถึงข้อศอก แขนซ้ายท่อนบนจากไหล่ถึงข้อศอกลาดลงเล็กน้อย พยายามให้ข้อศอกงออยู่ในระดับเดียวกับแผ่นหลังของผู้หญิง ระวังอย่าให้เอนไปข้างหน้า เพราะจะเป็นการดันแขนขวาของผู้หญิงให้เลยไปข้างหลัง และระวังอย่างดึงมือขวาของผู้หญิงมาข้างหน้าจนตนเองหลังแอ่น

4. แขนซ้ายตั้งแต่ข้อศอกจนถึงฝ่ามือ หักมุมชี้ตรงขึ้นและเอนไปข้างหน้าเล็กน้อยพยายามรักษาระดับเดิมจากไหล่ถึงข้อศอกไว้ ปลายแขนเอนเข้าหาศีรษะเล็กน้อย (แขนซ้ายตั้งแต่ไหล่ถึงฝ่ามือจะงอเป็นมุมฉาก)

5.  แขนขวาตั้งแต่ไหล่จนถึงข้อศอกลาดลงจนเกือบมีลักษณะเดียวกับแขนซ้าย ศอกขวายื่นล้ำจากแนวไหล่ออกไปข้างหน้าเล็กน้อย เพราะจะต้องอ้อมไปแตะตรงกลางหลังของผู้หญิง ระวังอย่ายื่นศอกล้ำออกไปมากเกินไปและโอบลึกเกินไป ข้อศอกไม่ตกมาแนบข้างลำตัวจะทำให้ผู้หญิงพาดแขนซ้ายไม่ถนัด และผู้ชายก็ไม่ถนัดในการนำ (Lead) ผู้หญิง

6.  ฝ่ามือขวาแตะตรงบริเวณใต้สะบักของผู้หญิง ปลายนิ้วมือพอดีกับกึ่งกลางสันหลังและแนบชิดกันไม่แตกแยกจากกัน จะทำให้มองดูแล้วไม่สวยงาม

7. จับคู่ลีลาศในลักษณะยืนชิดกัน ผู้ชายจะดึงผู้หญิงให้ยืนอยู่ตรงหน้าหรือยืนเยื้องมาทางขวามือของตนเองเล็กน้อย แต่ในงานสังคมทั่วๆไปควรยืนจับคู่ห่างกันประมาณ 6 นิ้ว

ลักษณะการยืนจับคู่ลีลาศของผู้หญิง (The Hold for Lady)

ในการจับคู่ลีลาศของผู้หญิงส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับผู้ชาย แต่ก็มีสิ่งที่ควรปฏิบัติ ดังนี้

1. ยืนตัวตรงเกร็งบริเวณเอนเล็กน้อยโดยไม่ยกและเกร็งไหล่ ยืนให้ตรงกับผู้ชายหรือยืนเยื้องไปทางซ้ายมือของตัวเองเล็กน้อย แต่ระวังอย่าให้มากเกินไป

2. ยื่นมือขวาให้ผู้ชายจับในระดับปกติ นิ้วมือทั้งสี่ยกเว้นนิ้วหัวแม่มือแนบชิดกัน

3. วางแขนซ้ายพาดทับแขนขวาของผู้ชายเบาๆ นิ้วมือซ้ายแนบชิดกันแตะบนต้นแขนขวาของผู้ชายค่อนไปจนเกือบถึงไหล่

ข้อเสนอแนะในการจับคู่ลีลาศแบบบอลรูมปิด

                ในการจับคู่ลีลาศแบบบอลรูมปิด จะพบว่าคู่ลีลาศมีข้อบกพร่องในการจับคู่ ที่พบเห็นบ่อยๆ มีดังนี้

1.คู่ลีลาศยืนอยู่ชิดหรือห่างกันเกินไป

2.ในขณะลีลาศเมื่อมีการเคลื่อนที่และมีการใช้เท้าเฉียงทะแยงมุมไปทางด้านข้าง (เฉียงฝาหรือเฉียง  กลางห้อง)  ถ้าคู่ลีลาศเคลื่อนที่ไม่สัมพันธ์กัน จะทำให้ทั้งคู่รู้สึกว่าการเคลื่อนที่นั้นไม่ราบรื่น

3. มือซ้ายของผู้หญิงมักไม่วางที่ต้นแขนขวาของผู้ชาย

4.ถ้ามือขวาของผู้ชานแตะทางด้านหลังของผู้หญิงสูงหรือต่ำเกินไป จะทำให้ผู้หญิงเสียการทรงตัวได้ง่าย

 5.ในขณะเคลื่อนที่ถอยหลัง น้ำหนักตัวของผู้หญิงมักจะทิ้งไปข้างหลังและตกบนส้นเท้ามากเกินไป

2)              การจับคู่ลีลาศแบบบอลรูมเปิด (Open ballroom)

ลักษณะการจับคู่ลีลาศของผู้ชายและผู้หญิง (The Hole for Gentleman and Lady)

1.  ผู้หญิงจะยืนอยู่ทางขวามือของผู้ชาย หันหน้าไปในทิศทางเดียวกัน ด้านข้างลำตัวของผู้หญิงและ   ผู้ชายอยู่ชิดกัน

 2.  ผู้ชายใช้แขนขวาโอบไปที่เอวของผู้หญิงทางด้านหลัง ไหล่ขวาบิดเข้าหาผู้หญิง ยกข้อศอกขวาขึ้นสูงพอประมาณ

 3.  ผู้หญิงใช้มือซ้ายวางที่บริเวณไหล่ขวาของผู้ชาย โดยวางแขนซ้ายพาดทับแขนขวาของ ผู้ชายเบาๆ

 4.  ผู้ชายใช้มือซ้ายจับมือขวาของผู้หญิง เหยียดแขนซ้ายไปข้างหน้า หรือจะงอศอกซ้ายเข้ามาเล็กน้อยก็ได้

                นอกจากนี้ยังมีการจับคู่ลีลาศอีกลักษณะหนึ่ง คือ การจับคู่ลีลาศในประเภทจังหวะลาติน อเมริกัน (Latin American) การจับคู่ในการลีลาศจังหวะประเภทนี้ จะมีลวดลายการลีลาศและการจับคู่ที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับรูปแบบของการลีลาศ การจับคู่ลีลาศในแต่ละรูปแบบ มีดังนี้

การจับคู่แบบลาตินอเมริกัน

1) การจับคู่ลีลาศแบบปิด  (Closed Position)

มีความแตกต่างจากการจับคู่ลีลาศแบบบอลรูมปิด ดังนี้

                        1.  ระยะห่างระหว่างคู่ลีลาศ ทั้งคู่จะยืนห่างกันมากกว่าการจับคู่ลีลาศแบบบอลรูมปิด

                        2.  มือขวาของผู้ชายแตะตรงสะบักซ้ายของผู้หญิง แทนที่จะแตะตรงกลางหลัง

                        3.  แขนซ้ายของผู้หญิง วางซ้อนทาบอยู่บนแขนขวาของผู้ชายอย่างสบายๆ

                        4.  มือซ้ายของผู้ชายยังคงจับมือขวาของผู้หญิงไว้เหมือนกับการจับคู่ลีลาศแบบบอลรูมปิด             &#

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น